การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน
(School - Based Management : SBM)
คณะผู้จัดทำ
 นายสมนึก ทิตา รหัสนักศึกษา 578914243
 นายยุทธนา กันทาเดช รหัสนักศึกษา 578914207
 นายบัญญัติ ยานะ รหัสนักศึกษา 578914226
 นางอลิศลา ริยะสาร รหัสนักศึกษา 578914204
 นางสาวน้าผึ้ง ธรรมลังกา รหัสนักศึกษา 578914205
 นางสาวดวงพร มิตรยอง รหัสนักศึกษา 578914216
 นางสาวสุภาพร มาเมือง รหัสนักศึกษา 578914244
การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน
(School - Based Management : SBM)
ควำมหมำย
กำรบริหำรโดยใช้โรงเรียนเป็นฐำนใช้ อักษรย่อ SBM
มำจำกคำเต็ม และมีควำมหมำยดังนี้
S = School แปลว่ำ โรงเรียน
B = Based แปลว่ำ เกี่ยวกับฐำนหรือพื้นฐำน
M = Management แปลว่ำ กำรบริหำรและกำรจัดกำร
ดังนั้น School-Based Management
จึงแปลควำมหมำยว่ำ กำรบริหำรโดยใช้
โรงเรียนเป็ นฐำน หรือกำรใช้โรงเรียนเป็ นฐำนใน
กำรบริหำรและกำรจัดกำร หรือกำรบริหำรจัด
กำรศึกษำโดยใช้โรงเรียนเป็ นฐำน ซึ่งเกิดจำกแนว
ควำมคิด เรื่องปฏิรูปกำรศึกษำ และกำรกระจำย
อำนำจทำงกำรศึกษำ
 สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำแห่งชำติ (2544 : 2)
ได้ให้ควำมหมำยไว้ว่ำ หมำยถึง กำรบริหำร และกำรจัด
กำรศึกษำที่หน่วยปฏิบัติ โดยมีโรงเรียนเป็ นฐำน หรือ เป็ น
องค์กรหลักในกำรจัดกำรศึกษำ ซึ่งจะต้องมีกำรกระจำยอำนำจ
กำรบริหำร และกำรจัดกำรศึกษำจำกส่วนกลำงไปยัง
โรงเรียน ให้โรงเรียนมีอำนำจ หน้ำที่ควำมรับผิดชอบ
มีควำมอิสระคล่องตัวในกำรบริหำรจัดกำร
ภำยใต้คณะกรรมกำรโรงเรียน ผู้แทนนักเรียน และผู้บริหำร
โรงเรียน เพื่อให้กำรจัดกำรศึกษำเป็นไปโดยมีส่วนร่วม และ
ตรงตำมควำมต้องกำรของผู้เรียน ผู้ปกครอง และชุมชน
มำกที่สุด
สรุปการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน
(School - Based Management : SBM)
 แนวคิดทำงกำรบริหำรและกำรจัดกำรศึกษำที่มุ่งให้
สถำนศึกษำเป็ นองค์กรหลักในกำรจัดกำรศึกษำอย่ำงมี
คุณภำพ ภำยใต้กรอบของกฎหมำยที่กำหนด โดยมีกำร
กระจำยอำนำจกำรกำรจัดกำรศึกษำจำกส่วนกลำงไปยัง
สถำนศึกษำโดยตรง ให้สถำนศึกษำมีอำนำจหน้ำที่
ควำมรับผิดชอบและควำมคล่องตัวในกำรบริหำร
จัดกำรมำกที่สุด
ประวัติควำมเป็นมำของกำรบริหำร
โดยใช้โรงเรียนเป็นฐำน
 เริ่มใช้ในประเทศสหรัฐอเมริกำเป็นครั้ง
แรก ในช่วงทศวรรษ 1980
 ได้รับอิทธิพลมำจำกกระแสกำร
เปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ อุตสำหกรรม
ที่ประสบควำมสำเร็จจำกหลักกำร วิธีกำร
และกลยุทธ์ในกำรทำให้องค์กำร
มีประสิทธิภำพ
 ในปลำยทศวรรษ 1980 ได้มีกำรบริหำรโดยใช้โรงเรียน
เป็นฐำน (School – Based Management) ในรูปแบบต่ำง ๆ
จนกลำยเป็ นประเด็นร่วมและยุทธศำสตร์กำรปฏิรูป
กำรศึกษำในส่วนต่ำง ๆ ของโลก เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกำ
สหรำชอำณำจักร อสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์
สำธำรณรัฐเกำหลี อิสรำเอล และฮ่องกง
สำหรับกำรบริหำรโดยใช้โรงเรียนเป็นฐำน
(School – Based Management : SBM)
ในประเทศไทยนั้นเริ่มปรำกฏชัดเจนขึ้นหลังจำก
ที่รัฐบำลประกำศใช้พระรำชบัญญัติกำรศึกษำแห่งชำติ
พ.ศ.2542
หลักกำรพื้นฐำนในกำรบริหำร
โดยใช้โรงเรียนเป็นฐำน
มีนักวิชำกำรกล่ำวถึงหลักกำรสำคัญในกำรบริหำร
โดยใช้โรงเรียนเป็นฐำนไว้หลำย ๆ ท่ำนด้วยกัน ดังนี้
เดวิด (David , 1989 อ้ำงถึงใน Cheng , 1996 : 4)
กล่ำวว่ำ กำรบริหำรโดยกำรใช้โรงเรียนเป็นฐำนต้อง
ประกอบไปด้วยแนวคิดหลักสำคัญ 2 ประกำร คือ
1. โรงเรียนเป็นหน่วยสำคัญสำหรับตัดสินใจ
2. กำรมีส่วนร่วมและกำรมีควำมรู้สึกเป็นเจ้ำของ
เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับกำรปฏิรูปกำรบริหำรกำรจัด
กำรศึกษำ (สมำชิกในโรงเรียนและชุมชนให้ควำม
ร่วมมือกันในกำรตัดสินใจกำรบริหำรและกำรปฏิบัติงำน)
 อุทัย บุญประเสริฐ (2543 : 154 – 156 )
ได้กล่ำวถึงหลักกำรสำคัญของกำรบริหำรโดยใช้โรงเรียน
เป็นฐำนไว้ 5 ประกำร คือ
1. หลักกำรกระจำยอำนำจ
2. หลักกำรมีส่วนร่วม
3. หลักกำรคืนอำนำจกำรจัดกำรศึกษำให้ประชำชน
4. หลักกำรบริหำรตนเอง
5. หลักกำรตรวจสอบและถ่วงดุล
 สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำแห่งชำติ (2544 :3- 4)
กำรบริหำรโดยใช้โรงเรียนเป็นฐำนแต่ละแห่งอำจไม่เหมือนกัน
ขึ้นอยู่กับลักษณะเฉพำะและควำมจำเป็นของแต่ละโรงเรียนจะ
ตั้งอยู่บนหลักกำรพื้นฐำนเดียวกัน คือ
1. หลักกำรกระจำยอำนำจ
2. หลักกำรบริหำรแบบมีส่วนร่วม
3. หลักกำรบริหำรตนเอง
4. หลักกำรพัฒนำทั้งระบบ
5. หลักควำมรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้
6. หลักกำรมีภำวะผู้นำแบบเกื้ อหนุน
 สำนักงำนเลขำสภำกำรศึกษำ ( 2548 : 33 ) ได้กล่ำวถึง
กำรบริหำรโดยใช้โรงเรียนเป็นฐำนมีหลักสำคัญ 3 ประกำร คือ
1. หลักกำรกระจำยอำนำจ (Decentralization)
2. หลักกำรมีส่วนร่วม (Participation)
3. หลักกำรบริหำรจัดกำรศึกษำที่ดี
(Good Governance in Education)
สรุปหลักการสาคัญในการบริหาร
แบบ School-Based Management
1. หลักการกระจายอานาจ (Decentralization)
 ซึ่งเป็นกำรกระจำยอำนำจกำรจัดกำรศึกษำจำกกระทรวงและ
ส่วนกลำงไปยังสถำนศึกษำให้มำกที่สุด โดยมีควำมเชื่อว่ำ
โรงเรียนเป็นหน่วยสำคัญในกำรเปลี่ยนแปลงและพัฒนำ
กำรศึกษำเด็ก
2. หลักการมีส่วนร่วม
(Participation or Collaboration or Involvement)
 เปิ ดโอกำสให้ผู้เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้มีส่วนร่วมใน
กำรบริหำร ตัดสินใจ และร่วมจัดกำรศึกษำ ทั้งครู ผู้ปกครอง
ตัวแทนศิษย์เก่ำ และตัวแทนนักเรียน กำรที่บุคคลมีส่วนร่วมใน
กำรจัดกำรศึกษำ จะเกิดควำมรู้สึกเป็ นเจ้ำของและจะรับผิดชอบ
ในกำรจัดกำรศึกษำมำกขึ้น
3. หลักการคืนอานาจจัดการศึกษาให้ประชาชน
(Return Power to People)
 เมื่อประชำกรเพิ่มขึ้ น ควำมเจริญต่ำง ๆ ก้ำวไปอย่ำงรวดเร็ว
กำรจัดกำรศึกษำโดยส่วนกลำง เริ่มมีข้อจำกัด เกิดควำมล่ำช้ำ
และไม่สนอง ควำมต้องกำรของผู้เรียนและชุมชนอย่ำงแท้จริง
จึงต้องมีกำรคืนอำนำจให้ท้องถิ่นและประชำชนได้จัดกำรศึกษำ
เองอีกครั้ง
4. หลักการบริหารตนเอง (Self-managing)
 มีควำมเชื่อว่ำวิธีกำรทำงำนให้บรรลุเป้ ำหมำยนั้นทำได้
หลำยวิธีกำรที่ส่วนกลำงทำหน้ำที่เพียงกำหนดนโยบำย
และเป้ ำหมำยแล้วปล่อยให้โรงเรียนมีระบบกำรบริหำร
ด้วยตนเอง โดยให้โรงเรียนมีอำนำจหน้ำที่และควำม
รับผิดชอบในกำรดำเนินงำน ซึ่งอำจดำเนินกำรได้
หลำกหลำยด้วยวิธีกำรที่แตกต่ำงกัน แล้วแต่ควำมพร้อม
และสถำนกำรณ์ของโรงเรียน ผลที่ได้น่ำจะมีประสิทธิภำพ
สูงกว่ำเดิม ที่ทุกอย่ำงกำหนดมำจำกส่วนกลำง ไม่ว่ำจะ
โดยทำงตรงหรือทำงอ้อม
5. หลักการตรวจสอบและถ่วงดุล
(Check and Balance)
 ส่วนกลำงมีหน้ำที่กำหนดนโยบำยและควบคุมมำตรฐำน
มีองค์กรอิสระทำหน้ำที่ตรวจสอบคุณภำพกำรบริหำรและ
กำรจัดกำรศึกษำเพื่อให้มีคุณภำพและมำตรฐำนเป็ นไป
ตำมกำหนดและมำตรฐำนเป็ นไปตำมกำหนด และเป็ นไป
ตำมนโยบำยของชำติ
รูปแบบในการดาเนินการของการบริหาร
จัดการโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน
1. รูปแบบการบริหารโรงเรียนที่ชุมชนมีบทบาทหลัก
(Community Control SBM)
 จะเป็ นแบบที่เพิ่มควำมรับผิดชอบในกำรจัดกำรศึกษำ
ให้แก่ชุมชนและผู้ปกครอง โดยมุ่งเน้นเพื่อให้ผู้รับบริกำร
กำรศึกษำมีควำมพึงพอใจในกำรศึกษำที่จัดให้มำก
ที่สุด คณะกรรมกำรโรงเรียนจึงมีสัดส่วนจำนวนตัวแทน
ผู้ปกครองและชุมชนมำกที่สุด ประธำนคณะกรรมกำรมำ
จำกกลุ่มผู้แทนชุมชนหรือผู้ปกครอง บทบำทของ
คณะกรรมกำรโรงเรียน ก็คือ กำรทำหน้ำที่คณะกรรมกำร
บริหำรโรงเรียน
2. รูปแบบที่ผู้บริหารโรงเรียนเป็นหลัก
(Administrative Control SBM)
 คณะกรรมกำรโรงเรียนที่ตั้งขึ้ นจะมีบทบำทเป็ นคณะกรรมกำร
ที่ปรึกษำของผู้บริหำรโรงเรียน ผู้บริหำรโรงเรียนเป็ นประธำน
คณะกรรมกำรโดยตำแหน่ง คณะกรรมกำรจะประกอบด้วย
ตัวแทนครู ตัวแทนผู้ปกครอง ตัวแทนชุมชน ตัวแทนนักเรียน
(ชั้นมัธยมศึกษำตอนปลำย) คณะกรรมกำรมีบทบำทในกำรให้
ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในกำรบริหำร แต่อำนำจกำรตัดสินใจ
ในขั้นสุดท้ำยจะยังคงอยู่ที่ผู้บริหำรโรงเรียน
3. รูปแบบที่มีครูเป็นหลัก (Professional Control SBM)
 เชื่อว่ำครูเป็ นผู้ใกล้ชิดนักเรียนมำกที่สุดและเป็ น
ผู้ปฏิบัติกำรสอนโดยตรง จึงย่อมจะรับรู้ปัญหำต่ำง ๆ ไว้
ดีกว่ำตัวแทนคณะครูจึงมีสัดส่วนมำกที่สุดใน
คณะกรรมกำรโรงเรียน บทบำทของคณะกรรมกำรนี้ จะ
เป็ นทั้งกรรมกำรที่ปรึกษำและกรรมกำรที่ปรึกษำและ
กรรมกำรบริหำรไปด้วยในตัว
4. รูปแบบที่ครูและชุมชนมีบทบาทหลัก
(Professional / Community Control SBM)
 ถือว่ำ ทั้งครูและผู้ปกครองต่ำงมีบทบำทและ
ควำมสำคัญในกำรจัดกำรศึกษำให้แก่เด็กมำกกว่ำกลุ่มอื่น
ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียน สัดส่วนของผู้แทนครู
ผู้ปกครอง/ชุมชน จะมีเท่ำ ๆ กัน คณะกรรมกำรโรงเรียน
ทำหน้ำที่เป็นคณะกรรมกำรบริหำรโรงเรียน
5. รูปแบบโรงเรียนในกากับของรัฐ
 จะมีลักษณะเป็ นโรงเรียนที่ได้รับเงินอุดหนุนจำกรัฐและมีฐำนะ
เป็ นหรือเสมือนเป็ นองค์กรนิติบุคคล โรงเรียนดำเนินกำรของ
ตนเองได้แบบอิสระ (Deregulation) จำกกฎระเบียบที่ใช้บังคับ
กับโรงเรียนทั่วไป โรงเรียนสำมำรถออกกฎระเบียบของตนเองได้
โดยเฉพำะมีควำมเป็ นอิสระในเรื่องกำรจัดกำรด้ำนวิชำกำร
กำรเงินและบุคคล แต่โรงเรียนจะต้องรับผิดชอบต่อผลกำร
ดำเนินงำนตำมพันธะสัญญำ (Charter) หรือตำมข้อตกลงที่ได้ทำ
ไว้กับหน่วยงำนที่มีอำนำจอนุมัติให้เป็ นโรงเรียนในกำกับดูแล
ของรัฐ
6. รูปแบบที่เป็นการบริหารโดยองค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่น
 ได้กำหนดขึ้ นเพื่อให้ตอบสนองรัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักร
ไทย พ.ศ.2540 และพระรำชบัญญัติกำรศึกษำ
แห่งชำติ พ.ศ. 2542 ที่ได้เปิดโอกำสให้องค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่นจัดหรือมีส่วนร่วมในกำรจัดกำรศึกษำเองได้ทุกระดับและ
ทุกประเทศ ในกำรจัดกำรศึกษำจะกระจำยอำนำจไปยังองค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่นและสถำนศึกษำโดยตรง (ไม่ต้องผ่ำนเขต
พื้นที่กำรศึกษำ)
7. รูปแบบการประกอบการของเอกชน
 เนื่องจำกหลำยฝ่ำยเห็นว่ำเอกชนจะมีควำมสำมำรถในกำรจัด
กำรศึกษำได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ โดยเฉพำะในประเทศที่เน้น
รูปแบบเศรษฐกิจเสรีนั้น กำรส่งเสริมให้เอกชนเข้ำมำบทบำท
สำคัญในกำรจัดกำรศึกษำ ไม่ใช่เรื่องของกำรแบ่งเบำภำระ
ของรัฐ แต่เป็ นหลักกำรสำคัญของระบบกำรดำเนินงำนแบบ
เสรีที่มีกำรตอบสนองควำมต้องกำรของชุมชนที่มี
ประสิทธิภำพสูง
แนวทางการดาเนินงานการบริหาร
โดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน
 จำกพระรำชบัญญัติกำรศึกษำแห่งชำติ พ.ศ. 2542 หมวด 5
มำตรำ 39 และมำตรำ 40 กระทรวง ได้กระจำยอำนำจกำร
บริหำรและกำรจัดกำรศึกษำให้โรงเรียนทั้งในด้ำนวิชำกำร
งบประมำณ กำรบริหำรบุคคล และกำรบริหำรทั่วไป โดยมี
คณะกรรมกำรสถำนศึกษำเป็ นองค์คณะบุคคลทำหน้ำที่ในกำร
บริหำรโดยทำให้โรงเรียนเป็ นฐำนหรือศูนย์กลำงของกำรบริหำร
และจัดกำรศึกษำที่ต่อเนื่องและยั่งยืน
6. รายงานประจาปี
รายงานการประเมินตนเอง
5. ประเมินตนเอง
ประเมินภายใน
4. ดาเนินการตามแผนปฏิบัติการ
3. กาหนดกลยุทธ์
วางแผนพัฒนาและแผนปฏิบัติการ
2. กาหนดวิสัยทัศน์ เป้ าหมาย
1. วิเคราะห์ศักยภาพของโรงเรียน
ขั้นตอนการดาเนินงานการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน
( School – Based Management Process )
การบริหารโดยใช้
โรงเรียนเป็นฐาน (SBM)
การมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้อง
* คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
* ผู้บริหาร ครู-อาจารย์
* นักเรียน
* ผู้ปกครอง
* ชุมชน
การกระจายอานาจการจัดการศึกษา
* การทางานเป็นทีม
* การสร้างทีมงานและพัฒนาทีมงาน
* การพัฒนาวิชาชีพ
การแสดงภาวะงานที่ตรวจสอบได้
* เป็นประชาธิปไตย โปร่งใส ตรวจสอบได้
* รายงานผลการดาเนินงาน
กลยุทธ์สู่ความสาเร็จของการบริหาร
โดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน
 กำรสร้ำงควำมตระหนัก / ควำมรู้ควำมเข้ำใจใน SBM
 กำรพัฒนำวิชำชีพผู้บริหำร
 กำรพัฒนำวิชำชีพครู
 กำรมีวิสัยทัศน์
 กำรบริหำรจัดกำรที่เป็นระบบ
 พัฒนำกำรมีส่วนร่วมในเรื่องกำรบริหำรหลักสูตร
 กำรพัฒนำระบบข้อมูลสำรสนเทศ
 กำรมีวิธีคิดและวิธีปฏิบัติงำนที่เป็นระบบ
 กำรให้รำงวัล
แหล่งอ้างอิง
 https://www.gotoknow.org/posts/284552 ; ยาเบ็น เรืองจรูญศรี
 https://www.gotoknow.org/posts/319049 ; ศิริธร พิมพ์ฝด
 https://www.krupai.net/sbm_nitigorn.doc ; นิติกรณ์ ฉันท์วงศ์ชนะ

การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน

  • 1.
  • 2.
    คณะผู้จัดทำ  นายสมนึก ทิตารหัสนักศึกษา 578914243  นายยุทธนา กันทาเดช รหัสนักศึกษา 578914207  นายบัญญัติ ยานะ รหัสนักศึกษา 578914226  นางอลิศลา ริยะสาร รหัสนักศึกษา 578914204  นางสาวน้าผึ้ง ธรรมลังกา รหัสนักศึกษา 578914205  นางสาวดวงพร มิตรยอง รหัสนักศึกษา 578914216  นางสาวสุภาพร มาเมือง รหัสนักศึกษา 578914244
  • 3.
    การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School - BasedManagement : SBM) ควำมหมำย กำรบริหำรโดยใช้โรงเรียนเป็นฐำนใช้ อักษรย่อ SBM มำจำกคำเต็ม และมีควำมหมำยดังนี้ S = School แปลว่ำ โรงเรียน B = Based แปลว่ำ เกี่ยวกับฐำนหรือพื้นฐำน M = Management แปลว่ำ กำรบริหำรและกำรจัดกำร
  • 4.
    ดังนั้น School-Based Management จึงแปลควำมหมำยว่ำกำรบริหำรโดยใช้ โรงเรียนเป็ นฐำน หรือกำรใช้โรงเรียนเป็ นฐำนใน กำรบริหำรและกำรจัดกำร หรือกำรบริหำรจัด กำรศึกษำโดยใช้โรงเรียนเป็ นฐำน ซึ่งเกิดจำกแนว ควำมคิด เรื่องปฏิรูปกำรศึกษำ และกำรกระจำย อำนำจทำงกำรศึกษำ
  • 5.
     สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำแห่งชำติ (2544: 2) ได้ให้ควำมหมำยไว้ว่ำ หมำยถึง กำรบริหำร และกำรจัด กำรศึกษำที่หน่วยปฏิบัติ โดยมีโรงเรียนเป็ นฐำน หรือ เป็ น องค์กรหลักในกำรจัดกำรศึกษำ ซึ่งจะต้องมีกำรกระจำยอำนำจ กำรบริหำร และกำรจัดกำรศึกษำจำกส่วนกลำงไปยัง โรงเรียน ให้โรงเรียนมีอำนำจ หน้ำที่ควำมรับผิดชอบ มีควำมอิสระคล่องตัวในกำรบริหำรจัดกำร ภำยใต้คณะกรรมกำรโรงเรียน ผู้แทนนักเรียน และผู้บริหำร โรงเรียน เพื่อให้กำรจัดกำรศึกษำเป็นไปโดยมีส่วนร่วม และ ตรงตำมควำมต้องกำรของผู้เรียน ผู้ปกครอง และชุมชน มำกที่สุด
  • 6.
    สรุปการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School - BasedManagement : SBM)  แนวคิดทำงกำรบริหำรและกำรจัดกำรศึกษำที่มุ่งให้ สถำนศึกษำเป็ นองค์กรหลักในกำรจัดกำรศึกษำอย่ำงมี คุณภำพ ภำยใต้กรอบของกฎหมำยที่กำหนด โดยมีกำร กระจำยอำนำจกำรกำรจัดกำรศึกษำจำกส่วนกลำงไปยัง สถำนศึกษำโดยตรง ให้สถำนศึกษำมีอำนำจหน้ำที่ ควำมรับผิดชอบและควำมคล่องตัวในกำรบริหำร จัดกำรมำกที่สุด
  • 7.
    ประวัติควำมเป็นมำของกำรบริหำร โดยใช้โรงเรียนเป็นฐำน  เริ่มใช้ในประเทศสหรัฐอเมริกำเป็นครั้ง แรก ในช่วงทศวรรษ1980  ได้รับอิทธิพลมำจำกกระแสกำร เปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ อุตสำหกรรม ที่ประสบควำมสำเร็จจำกหลักกำร วิธีกำร และกลยุทธ์ในกำรทำให้องค์กำร มีประสิทธิภำพ
  • 8.
     ในปลำยทศวรรษ 1980ได้มีกำรบริหำรโดยใช้โรงเรียน เป็นฐำน (School – Based Management) ในรูปแบบต่ำง ๆ จนกลำยเป็ นประเด็นร่วมและยุทธศำสตร์กำรปฏิรูป กำรศึกษำในส่วนต่ำง ๆ ของโลก เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกำ สหรำชอำณำจักร อสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ สำธำรณรัฐเกำหลี อิสรำเอล และฮ่องกง
  • 9.
    สำหรับกำรบริหำรโดยใช้โรงเรียนเป็นฐำน (School – BasedManagement : SBM) ในประเทศไทยนั้นเริ่มปรำกฏชัดเจนขึ้นหลังจำก ที่รัฐบำลประกำศใช้พระรำชบัญญัติกำรศึกษำแห่งชำติ พ.ศ.2542
  • 10.
  • 11.
    เดวิด (David ,1989 อ้ำงถึงใน Cheng , 1996 : 4) กล่ำวว่ำ กำรบริหำรโดยกำรใช้โรงเรียนเป็นฐำนต้อง ประกอบไปด้วยแนวคิดหลักสำคัญ 2 ประกำร คือ 1. โรงเรียนเป็นหน่วยสำคัญสำหรับตัดสินใจ 2. กำรมีส่วนร่วมและกำรมีควำมรู้สึกเป็นเจ้ำของ เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับกำรปฏิรูปกำรบริหำรกำรจัด กำรศึกษำ (สมำชิกในโรงเรียนและชุมชนให้ควำม ร่วมมือกันในกำรตัดสินใจกำรบริหำรและกำรปฏิบัติงำน)
  • 12.
     อุทัย บุญประเสริฐ(2543 : 154 – 156 ) ได้กล่ำวถึงหลักกำรสำคัญของกำรบริหำรโดยใช้โรงเรียน เป็นฐำนไว้ 5 ประกำร คือ 1. หลักกำรกระจำยอำนำจ 2. หลักกำรมีส่วนร่วม 3. หลักกำรคืนอำนำจกำรจัดกำรศึกษำให้ประชำชน 4. หลักกำรบริหำรตนเอง 5. หลักกำรตรวจสอบและถ่วงดุล
  • 13.
     สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำแห่งชำติ (2544:3- 4) กำรบริหำรโดยใช้โรงเรียนเป็นฐำนแต่ละแห่งอำจไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับลักษณะเฉพำะและควำมจำเป็นของแต่ละโรงเรียนจะ ตั้งอยู่บนหลักกำรพื้นฐำนเดียวกัน คือ 1. หลักกำรกระจำยอำนำจ 2. หลักกำรบริหำรแบบมีส่วนร่วม 3. หลักกำรบริหำรตนเอง 4. หลักกำรพัฒนำทั้งระบบ 5. หลักควำมรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้ 6. หลักกำรมีภำวะผู้นำแบบเกื้ อหนุน
  • 14.
     สำนักงำนเลขำสภำกำรศึกษำ (2548 : 33 ) ได้กล่ำวถึง กำรบริหำรโดยใช้โรงเรียนเป็นฐำนมีหลักสำคัญ 3 ประกำร คือ 1. หลักกำรกระจำยอำนำจ (Decentralization) 2. หลักกำรมีส่วนร่วม (Participation) 3. หลักกำรบริหำรจัดกำรศึกษำที่ดี (Good Governance in Education)
  • 15.
  • 16.
    1. หลักการกระจายอานาจ (Decentralization) ซึ่งเป็นกำรกระจำยอำนำจกำรจัดกำรศึกษำจำกกระทรวงและ ส่วนกลำงไปยังสถำนศึกษำให้มำกที่สุด โดยมีควำมเชื่อว่ำ โรงเรียนเป็นหน่วยสำคัญในกำรเปลี่ยนแปลงและพัฒนำ กำรศึกษำเด็ก
  • 17.
    2. หลักการมีส่วนร่วม (Participation orCollaboration or Involvement)  เปิ ดโอกำสให้ผู้เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้มีส่วนร่วมใน กำรบริหำร ตัดสินใจ และร่วมจัดกำรศึกษำ ทั้งครู ผู้ปกครอง ตัวแทนศิษย์เก่ำ และตัวแทนนักเรียน กำรที่บุคคลมีส่วนร่วมใน กำรจัดกำรศึกษำ จะเกิดควำมรู้สึกเป็ นเจ้ำของและจะรับผิดชอบ ในกำรจัดกำรศึกษำมำกขึ้น
  • 18.
    3. หลักการคืนอานาจจัดการศึกษาให้ประชาชน (Return Powerto People)  เมื่อประชำกรเพิ่มขึ้ น ควำมเจริญต่ำง ๆ ก้ำวไปอย่ำงรวดเร็ว กำรจัดกำรศึกษำโดยส่วนกลำง เริ่มมีข้อจำกัด เกิดควำมล่ำช้ำ และไม่สนอง ควำมต้องกำรของผู้เรียนและชุมชนอย่ำงแท้จริง จึงต้องมีกำรคืนอำนำจให้ท้องถิ่นและประชำชนได้จัดกำรศึกษำ เองอีกครั้ง
  • 19.
    4. หลักการบริหารตนเอง (Self-managing) มีควำมเชื่อว่ำวิธีกำรทำงำนให้บรรลุเป้ ำหมำยนั้นทำได้ หลำยวิธีกำรที่ส่วนกลำงทำหน้ำที่เพียงกำหนดนโยบำย และเป้ ำหมำยแล้วปล่อยให้โรงเรียนมีระบบกำรบริหำร ด้วยตนเอง โดยให้โรงเรียนมีอำนำจหน้ำที่และควำม รับผิดชอบในกำรดำเนินงำน ซึ่งอำจดำเนินกำรได้ หลำกหลำยด้วยวิธีกำรที่แตกต่ำงกัน แล้วแต่ควำมพร้อม และสถำนกำรณ์ของโรงเรียน ผลที่ได้น่ำจะมีประสิทธิภำพ สูงกว่ำเดิม ที่ทุกอย่ำงกำหนดมำจำกส่วนกลำง ไม่ว่ำจะ โดยทำงตรงหรือทำงอ้อม
  • 20.
    5. หลักการตรวจสอบและถ่วงดุล (Check andBalance)  ส่วนกลำงมีหน้ำที่กำหนดนโยบำยและควบคุมมำตรฐำน มีองค์กรอิสระทำหน้ำที่ตรวจสอบคุณภำพกำรบริหำรและ กำรจัดกำรศึกษำเพื่อให้มีคุณภำพและมำตรฐำนเป็ นไป ตำมกำหนดและมำตรฐำนเป็ นไปตำมกำหนด และเป็ นไป ตำมนโยบำยของชำติ
  • 21.
  • 22.
    1. รูปแบบการบริหารโรงเรียนที่ชุมชนมีบทบาทหลัก (Community ControlSBM)  จะเป็ นแบบที่เพิ่มควำมรับผิดชอบในกำรจัดกำรศึกษำ ให้แก่ชุมชนและผู้ปกครอง โดยมุ่งเน้นเพื่อให้ผู้รับบริกำร กำรศึกษำมีควำมพึงพอใจในกำรศึกษำที่จัดให้มำก ที่สุด คณะกรรมกำรโรงเรียนจึงมีสัดส่วนจำนวนตัวแทน ผู้ปกครองและชุมชนมำกที่สุด ประธำนคณะกรรมกำรมำ จำกกลุ่มผู้แทนชุมชนหรือผู้ปกครอง บทบำทของ คณะกรรมกำรโรงเรียน ก็คือ กำรทำหน้ำที่คณะกรรมกำร บริหำรโรงเรียน
  • 23.
    2. รูปแบบที่ผู้บริหารโรงเรียนเป็นหลัก (Administrative ControlSBM)  คณะกรรมกำรโรงเรียนที่ตั้งขึ้ นจะมีบทบำทเป็ นคณะกรรมกำร ที่ปรึกษำของผู้บริหำรโรงเรียน ผู้บริหำรโรงเรียนเป็ นประธำน คณะกรรมกำรโดยตำแหน่ง คณะกรรมกำรจะประกอบด้วย ตัวแทนครู ตัวแทนผู้ปกครอง ตัวแทนชุมชน ตัวแทนนักเรียน (ชั้นมัธยมศึกษำตอนปลำย) คณะกรรมกำรมีบทบำทในกำรให้ ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในกำรบริหำร แต่อำนำจกำรตัดสินใจ ในขั้นสุดท้ำยจะยังคงอยู่ที่ผู้บริหำรโรงเรียน
  • 24.
    3. รูปแบบที่มีครูเป็นหลัก (ProfessionalControl SBM)  เชื่อว่ำครูเป็ นผู้ใกล้ชิดนักเรียนมำกที่สุดและเป็ น ผู้ปฏิบัติกำรสอนโดยตรง จึงย่อมจะรับรู้ปัญหำต่ำง ๆ ไว้ ดีกว่ำตัวแทนคณะครูจึงมีสัดส่วนมำกที่สุดใน คณะกรรมกำรโรงเรียน บทบำทของคณะกรรมกำรนี้ จะ เป็ นทั้งกรรมกำรที่ปรึกษำและกรรมกำรที่ปรึกษำและ กรรมกำรบริหำรไปด้วยในตัว
  • 25.
    4. รูปแบบที่ครูและชุมชนมีบทบาทหลัก (Professional /Community Control SBM)  ถือว่ำ ทั้งครูและผู้ปกครองต่ำงมีบทบำทและ ควำมสำคัญในกำรจัดกำรศึกษำให้แก่เด็กมำกกว่ำกลุ่มอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียน สัดส่วนของผู้แทนครู ผู้ปกครอง/ชุมชน จะมีเท่ำ ๆ กัน คณะกรรมกำรโรงเรียน ทำหน้ำที่เป็นคณะกรรมกำรบริหำรโรงเรียน
  • 26.
    5. รูปแบบโรงเรียนในกากับของรัฐ  จะมีลักษณะเป็นโรงเรียนที่ได้รับเงินอุดหนุนจำกรัฐและมีฐำนะ เป็ นหรือเสมือนเป็ นองค์กรนิติบุคคล โรงเรียนดำเนินกำรของ ตนเองได้แบบอิสระ (Deregulation) จำกกฎระเบียบที่ใช้บังคับ กับโรงเรียนทั่วไป โรงเรียนสำมำรถออกกฎระเบียบของตนเองได้ โดยเฉพำะมีควำมเป็ นอิสระในเรื่องกำรจัดกำรด้ำนวิชำกำร กำรเงินและบุคคล แต่โรงเรียนจะต้องรับผิดชอบต่อผลกำร ดำเนินงำนตำมพันธะสัญญำ (Charter) หรือตำมข้อตกลงที่ได้ทำ ไว้กับหน่วยงำนที่มีอำนำจอนุมัติให้เป็ นโรงเรียนในกำกับดูแล ของรัฐ
  • 27.
    6. รูปแบบที่เป็นการบริหารโดยองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น  ได้กำหนดขึ้นเพื่อให้ตอบสนองรัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักร ไทย พ.ศ.2540 และพระรำชบัญญัติกำรศึกษำ แห่งชำติ พ.ศ. 2542 ที่ได้เปิดโอกำสให้องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นจัดหรือมีส่วนร่วมในกำรจัดกำรศึกษำเองได้ทุกระดับและ ทุกประเทศ ในกำรจัดกำรศึกษำจะกระจำยอำนำจไปยังองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นและสถำนศึกษำโดยตรง (ไม่ต้องผ่ำนเขต พื้นที่กำรศึกษำ)
  • 28.
    7. รูปแบบการประกอบการของเอกชน  เนื่องจำกหลำยฝ่ำยเห็นว่ำเอกชนจะมีควำมสำมำรถในกำรจัด กำรศึกษำได้อย่ำงมีประสิทธิภำพโดยเฉพำะในประเทศที่เน้น รูปแบบเศรษฐกิจเสรีนั้น กำรส่งเสริมให้เอกชนเข้ำมำบทบำท สำคัญในกำรจัดกำรศึกษำ ไม่ใช่เรื่องของกำรแบ่งเบำภำระ ของรัฐ แต่เป็ นหลักกำรสำคัญของระบบกำรดำเนินงำนแบบ เสรีที่มีกำรตอบสนองควำมต้องกำรของชุมชนที่มี ประสิทธิภำพสูง
  • 29.
    แนวทางการดาเนินงานการบริหาร โดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน  จำกพระรำชบัญญัติกำรศึกษำแห่งชำติ พ.ศ.2542 หมวด 5 มำตรำ 39 และมำตรำ 40 กระทรวง ได้กระจำยอำนำจกำร บริหำรและกำรจัดกำรศึกษำให้โรงเรียนทั้งในด้ำนวิชำกำร งบประมำณ กำรบริหำรบุคคล และกำรบริหำรทั่วไป โดยมี คณะกรรมกำรสถำนศึกษำเป็ นองค์คณะบุคคลทำหน้ำที่ในกำร บริหำรโดยทำให้โรงเรียนเป็ นฐำนหรือศูนย์กลำงของกำรบริหำร และจัดกำรศึกษำที่ต่อเนื่องและยั่งยืน
  • 30.
    6. รายงานประจาปี รายงานการประเมินตนเอง 5. ประเมินตนเอง ประเมินภายใน 4.ดาเนินการตามแผนปฏิบัติการ 3. กาหนดกลยุทธ์ วางแผนพัฒนาและแผนปฏิบัติการ 2. กาหนดวิสัยทัศน์ เป้ าหมาย 1. วิเคราะห์ศักยภาพของโรงเรียน ขั้นตอนการดาเนินงานการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ( School – Based Management Process )
  • 31.
    การบริหารโดยใช้ โรงเรียนเป็นฐาน (SBM) การมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้อง * คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน *ผู้บริหาร ครู-อาจารย์ * นักเรียน * ผู้ปกครอง * ชุมชน การกระจายอานาจการจัดการศึกษา * การทางานเป็นทีม * การสร้างทีมงานและพัฒนาทีมงาน * การพัฒนาวิชาชีพ การแสดงภาวะงานที่ตรวจสอบได้ * เป็นประชาธิปไตย โปร่งใส ตรวจสอบได้ * รายงานผลการดาเนินงาน
  • 32.
    กลยุทธ์สู่ความสาเร็จของการบริหาร โดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน  กำรสร้ำงควำมตระหนัก /ควำมรู้ควำมเข้ำใจใน SBM  กำรพัฒนำวิชำชีพผู้บริหำร  กำรพัฒนำวิชำชีพครู  กำรมีวิสัยทัศน์  กำรบริหำรจัดกำรที่เป็นระบบ  พัฒนำกำรมีส่วนร่วมในเรื่องกำรบริหำรหลักสูตร  กำรพัฒนำระบบข้อมูลสำรสนเทศ  กำรมีวิธีคิดและวิธีปฏิบัติงำนที่เป็นระบบ  กำรให้รำงวัล
  • 33.
    แหล่งอ้างอิง  https://www.gotoknow.org/posts/284552 ;ยาเบ็น เรืองจรูญศรี  https://www.gotoknow.org/posts/319049 ; ศิริธร พิมพ์ฝด  https://www.krupai.net/sbm_nitigorn.doc ; นิติกรณ์ ฉันท์วงศ์ชนะ