โรงเรียนและชุมชน 
ดร.ธวัชชัย ตัง้อุทัยเรือง
คำถำมชวนคิด 
• ชุมชน หมายถึง อะไร? 
• ชุมชน คือ ใคร? 
• โรงเรียนจะพัฒนาชุมชนได้อย่างไร? 
• พัฒนามิติไหนบ้าง?
ชุมชน 
• ภาษาอังกฤษ – Community 
• มี ความหมาย 3 ลักษณะ (อดุลย์ วังศรีคูณ, 2543) 
1. ชุมชนในความหมายของกลุ่มคน เช่น ชุมชนหมู่บ้านทิวไผ่งาม 
2. ชุมชนในความหมายของพืน้ที่ เช่น ชุมชนเกาะไผ่ 
3. ชุมชนในความหมายของกลุ่มคนที่มีความสัมพันธ์ เช่น ชุมชนคนรัก 
แมว ชมรมคนกินเจ ชมรมคณิตศาสตร์ ชมรมจักรยาน ชมรมแอโรบิค
ชุมชน หมำยถึง 
หมู่ชนหรือกลุ่มชน 
อยู่รวมกันเป็นสังคมขนาดเล็ก 
อาศัยอยู่บริเวณเดียวกัน 
และมีผลประโยชน์ร่วมกัน
องค์ประกอบของชุมชน 
1. มีกลุ่มคนหรือประชาชน (people) 
2. มีความสนใจของคนร่วมกัน (common interest) 
3. พืน้ที่ หรือ อาณาบริเวณ (area) 
4. มีปฏิบัติต่อกัน (interaction) 
5. มีความสัมพันธ์ของสมาชิก (relationship) ที่ผูกพันให้อยู่ร่วมกัน
ชนิดของชุมชน 
โดยพิจารณาจาก (Alvin L. Bernard: 1959) 
• สภาพของสิ่งแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ (geographic environment) 
• สภาพแวดล้อมทางสังคม (social environment) 
• สภาพแวดล้อมทางวัฒนธรรม (culture environment) 
สามารถแบ่งออกเป็น 3 ชนิด 
1. ชุมชนชนบท 
2. ชุมชนในเมือง 
3. ชุมชนในพืน้ที่สูง
ชุมชนเมือง 
• ประชาชนแออัด 
• ฐานะเศรษฐกิจแตกต่างกันอย่างชัดเจน 
• มีหลากหลายกลุ่มชน 
• ไม่เคร่งศาสนา 
• อาชญากรรมมาก 
• มีกฏหมายและระเบียบแบบแผน เพราะมีคนหมู่มาก หลากหลาย 
• มีการศึกษาดีกว่า 
• มีสถานพยาบาลมากกว่า
ชุมชนชนบท 
• ประชาชนไม่แออัด 
• ฐานะเศรษฐกิจแตกต่างกันไม่มากนัก 
• มีกลุ่มชนเดียว 
• เคร่งศาสนา 
• อาชญากรรมน้อย 
• ถือจารีตประเพณ๊ 
• มีการศึกษาน้อย 
• มีสถานพยาบาลน้อย
ปัญหำของชุมชนชนบท 
1. ปัญหาการศึกษา - สาเหตุ? 
2. ปัญหาอาชีพและเศรษฐกิจ – ทุน ทรัพยากร เทคโนโลยี ประชากร ที่ทากิน 
3. ปัญหาโภชนาการและอนามัย – จานวนประชากร คุณภาพประชากร 
4. ปัญหาสังคมและวัฒนธรรม – ปัจจัย 4 ยาเสพติด โรค การศึกษา วัยรุ่น คนชรา
แนวคิดชุมชนยั่งยืน 
การศึกษา คน
กำรสร้ำงควำมสัมพันธ์กับชุมชน 
• โรงเรียนเป็นหน่วยสังคม ที่ทาหน้าที่หลักในการให้การศึกษาอบรมแก่ 
เด็กและเยาวชนในชุมชน เพื่อให้เป็นสมาชิกที่ดีและมีประสิทธิภาพของ 
สังคม 
• ประสบการณ์ที่เด็กเรียนรู้นัน้ มิใช่มีอยู่ในเฉพาะโรงเรียน 
• ดังนัน้ โรงเรียนต้องเป็นอันหนงึ่อันเดียวกับชุมชน ด้วยการสร้างสัมพันธ์ 
ทีดีกับชุมชน ผู้บริหารต้องสื่อสารและสร้างความเข้าใจอันดีกับ 
ผู้ปกครอง นักเรียน และประชาชนชุมชน เพื่อให้มีความสัมพันธ์อันดี 
ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน
ควำมมุ่งหมำยในกำรสร้ำงควำมสัมพันธ์ 
1. เพื่อใช้ทรัพยากรที่อยู่ทัง้ในโรงเรียนและชุมชนร่วมกันให้เกิดประโยชน์ 
2. เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมและสนับสนุนในการ 
วางเป้าหมาย กาหนดนโยบาย เพื่อฝึกบุคคลตามความต้องการ 
3. เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างโรงเรียนและชุมชน 
4. เพื่อเป็นหนทางในการประเมินผลการดาเนินงานของโรงเรียนจาก 
ชุมชน
ขอบข่ำยควำมสัมพันธ์ระหว่ำงโรงเรียนและชุมชน 
1. การให้บริการชุมชน 
2. การได้รับความสนับสนุนจากชุมชน 
3. งานเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน 
4. งานเกี่ยวกับคณะกรรมการสถานศึกษา 
5. การร่วมกันจัดตัง้ กลุ่ม ชมรม สมาคม มูลนิธิฯ 
6. งานประชาสัมพันธ์
แนวทำงกำรสร้ำงควำมสัมพันธ์กับชุมชน 
1. ดาเนินงานด้วยความบริสุทธิใจและตรงไปตรงมา 
2. การติดต่อกับชุมชน ต้องมุ่งให้เกิดเจตคติที่ดี 
3. ดาเนินการต่อเนื่อง ตลอดเวลาทัง้ในและนอกโรงเรียน 
4. สร้างความเข้าใจอันดีให้เกิดทวั่ ไม่เฉพาะกลุ่ม 
5. รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของประชนชน 
6. ใช้วิธีการดาเนินงานง่ายๆ และเป็นกันเอง 
7. ให้เกียรติและยกย่องชุมชนที่ให้ความร่วมมืออย่างเท่าเทียมกัน 
8. ให้หลักมนุษย์สัมพันธ์ โดยการให้ประชาชนมีบทบาทมากที่สุด
กำรสร้ำงควำมสัมพันธ์ระหว่ำงโรงเรียนและชุมชน 
• โรงเรียนใช้จดหมายติดต่อกับผู้ปกครองในรูปข่าวสาร คาชีแ้จง รายงาน 
• ใช้บัตรงาน หรือสมุดรายงานตดิต่อกับผู้ปกครอง ให้ทราบผลการเรียน 
• เชิญหรือกระตุ้นให้ผู้ปกครองได้มีโอกาสเข้ามาเยี่ยมโรงเรียน 
• เชิญหรือกระตุ้นให้ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในกิจการโรงเรียน 
• ครูออกไปเยี่ยมพบผู้ปกครองทวั่ถึงสม่าเสมอ 
• จัดทาหนังสือข่าวโรงเรียน ส่งให้ผู้ปกครอง 
• จัดแสดงนิทรรศการโรงเรียน เพื่อชุมชน 
• จัดสัปดาห์วิชาการต่างๆ เพื่อชุมชน 
• ฉลองครบรอบวันสาคัญของโรงเรียน 
• การรับข้อร้องเรียน จากผู้ปกครอง และชุมชน
ควำมร่วมมือระหว่ำงโรงเรียนกับชุมชน 
ประกอบด้วยหน่วยสังคมสาคัญ 3 ส่วน
ควำมร่วมมือระหว่ำงโรงเรียน ผู้ปกครองและชุมชน 
(Joyce Epstein, 1995) 
1. บทบาทผู้ปกครอง (Parenting) 
2. การสื่อสาร (Communication) 
3. การอาสาตัว (Volunteering) 
4. การเรียนรู้ที่บ้าน (Learning at home) 
5. การร่วมตัดสินใจ (Decision Making) 
6. การร่วมมือกับชุมชน (Collaborating with the community)
ควำมร่วมมือระหว่ำงโรงเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน 
(Joyce Epstein, 1995) 
1.บทบาทผู้ปกครอง 
หมายถึง การที่ครูช่วยเหลือผู้ปกครองสร้างสภาวะแวดล้อมที่บ้านเพื่อให้ 
เกิดการเรียนรู้ของนักเรียน ด้วยการให้ความรู้แนะนาและติดตามความ 
คืบหน้า โดยเข้าใจถึงสภาพบริบทของครองครัวของผู้ปกครองที่แตกต่าง 
กัน
ควำมร่วมมือระหว่ำงโรงเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน 
(Joyce Epstein, 1995) 
2. การสื่อสาร 
หมายถึง การที่โรงเรียนมีนโยบายและวิธีการด้านรูปแบบการสื่อสาร 
ระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครองและผู้ปกครองกับโรงเรียนอย่างมีแบบ 
แผนในด้านความก้าวหน้าของนักเรียนในด้านการเรียนการสอน 
หลักสูตรและพฤติกรรมของนักเรียน ให้คาแนะนาแก่ผู้ปกครองในเรื่อง 
ช่องทางการสื่อสารกับโรงเรียน มีการวางแผน การติดตามผล และการ 
ประเมินผลตามระยะเวลา
ควำมร่วมมือระหว่ำงโรงเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน 
(Joyce Epstein, 1995) 
3. การอาสาตน 
หมายถึง โรงเรียนและคณะกรรมการสถานศึกษามีนโยบายและวิธีการที่จะ 
ร่วมกันสรรหา กระตุ้นหรือร้องขอ ผู้ปกครอง และบุคคลในชุมชน ให้มี 
ส่วนร่วมในกิจกรรมของโรงเรียนทัง้การเรียนการสอน และกิจกรรมอื่นๆ 
ตามความต้องการ และโรงเรียนมีการจัดเตรียมการเพื่อรองรับการมี 
ส่วนร่วมของอาสาสมัครที่เข้ามาร่วมกิจกรรม ด้วยการให้ความรู้การ 
อบรมและการเตรียมตัวผ่านกระบวนการสื่อสาร
ควำมร่วมมือระหว่ำงโรงเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน 
(Joyce Epstein, 1995) 
4. การเรียนรู้ที่บ้าน 
หมายถึง การที่ครูมีนโยบายและวิธีการจัดเตรียมข้อมูลและแนวความคิด 
ให้แก่ผู้ปกครอง เรื่องทักษะการดูแลการพูดคุยกับบุตรหลานในเรื่อง 
การบ้านของนักเรียนที่บ้าน ทักษะของผู้ปกครองอื่นๆที่จะช่วยให้ 
นักเรียนสามารถเกิดการเรียนรู้ใด้เองที่บ้าน
ควำมร่วมมือระหว่ำงโรงเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน 
(Joyce Epstein, 1995) 
5 การร่วมตัดสินใจ 
หมายถึง การมีส่วนร่วมของคณะกรรมการสถานศึกษา ตัวแทนผู้ปกครอง 
ผู้ปกครอง ตัวแทนชุมชน ผู้ปกครอง ในการร่วมคิดร่วมตัดสินใจและร่วม 
ประเมินอย่างสม่าเสมอในเรื่อง การจัดหลักสูตร การจัดการเรียนการ 
สอน การแสวงหาความรู้จากภูมิปัญญาและวิทยาการต่างๆ การพัฒนา 
ชุมชนให้สอดคล้องกับสภาพปัญหา ความต้องการของท้องถิ่น การร่วม 
แก้ไขพฤติกรรมของนักเรียน และกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้อื่นๆ
ควำมร่วมมือระหว่ำงโรงเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน 
(Joyce Epstein, 1995) 
6 การร่วมมือกับชุมชน 
หมายถึง ผู้บริหาร ครู คณะกรรมการสถานศึกษา และผู้ปกครอง พยายาม 
ค้นหาและแสวงหาทรัพยากรและการบริการอาศัยความร่วมมือจาก 
ชุมชน บุคคล หน่วยงานราชการ ธุรกิจ องค์การไม่แสวงหากาไร 
สถานศึกษาอื่น เพื่อที่จะส่งเสริมการจัดการเรียนการสอน การเรียนรู้ 
และการนามาพัฒนาโรงเรียน และมีการแลกเปลี่ยนการในการพัฒนา 
ชุมชน
สัมพันธภำพระหว่ำงผู้ปกครองกับโรงเรียน 
• พ่อแม่ผู้ปกครอง มีบทบาทที่สาคัญต่อการศึกษาของบุตรหลาน 
• ครูมีบทบาทที่ต้องสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้ปกครอง 
• มีการแลกเปลี่ยนข่าวสาร เพื่อพัฒนาการเรียนของบุตรหลาน 
• ครู เป็นผู้ให้ความรู้ ทางวิชาการ 
• พ่อแม่ อบรมสงั่สอน วัฒนธรรม จารีต ในสังคม
ปัญหำของผู้ปกครอง 
• คิดว่า ครูมีหน้าที่อบรมบุตรหลานของตน ให้เป็นคนดี 
• ไม่รู้หน้าที่ของพ่อแม่ที่ดี พึงปฏิบัติต่อบุตรหลาน 
• ไม่ไว้วางใจครู คิดว่าครูชอบแกล้งเด็ก 
• คิดว่า วิชาความรู้ ที่ให้กับนักเรียนสอบได้ หรือสอบตก เป็นเรื่องสาคัญ 
• ผู้ปกครองย้ายหลักแหล่งบ่อย เด็กต้องย้าย ผล ไม่รักการเรียน 
• ผู้ปกครองมุ่งทามาหาเลีย้งชีพ ไม่มีเวลาพอที่จะเอาใจใส่การเรียนบุตร 
• ผู้ปกครองการศึกษาน้อย รู้สึกมีปมด้วย ไม่กล้าเข้าพบครู
ปัญหำของครู 
• ครูส่วนมากมีรายได้น้อย ต้องทางานเสริมเพื่อหารายได้ 
• ครูสนใจแต่หาความรู้เพิ่มวุฒิ ไม่สนใจการเรียนการสอนมาก 
• จานวนนักเรียนต่อชัน้ มากเกิน ดูแลไม่ทวั่ถึง 
• หลักสูตร มีเนือ้หามากเกิน ใช้เวลาสอนมาก ไม่ติดต่อผู้ปกครอง 
• ครูขาดมนุษย์สัมพันธ์กับนักเรียน และผู้ปกครอง 
• ครูขาดความร่วมมือระหว่าง ครู หรือ ครูใหญ่ 
• ครูมีหนีสิ้นล้น จึงไม่กล้าพบปะผู้ปกครอง
กำรสร้ำงสัมพันธภำพครูและผู้ปกครอง 
1. จัดปฐมนิเทศ ชีแ้จงและทาความเข้าใจกับผู้ปกครองถึงวัตถุของการศึกษา 
2. ครูใหญ่ควรแนะนาให้ครูประจาชัน้รู้จักกับผู้ปกครอง 
3. เชิญผู้ปกครองมาเยี่ยมโรงเรียน - ชมการสอน ชมการแสดง 
4. เชิญผู้ปกครองมาร่วมแก้ปัญหานักเรียน 
5. ครูหาโอกาสไปเยี่ยมผู้ปกครองที่บ้าน 
- เข้าพืน้ภูมิ ร่วมแก้ไขปัญหา ให้คาแนะนา สัมพันธ์ภาพที่ดี 
6. ให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในกิจการของโรงเรียน 
- วางแผนโรงเรียน ร่วมการสอน เป็นกรรมการ 
7. ผู้ปกครองให้ความช่วยเหลือแก่โรงเรียน 
8. ครูติดต่อกับผู้ปกครองทางสมุดรายงาน 
9. จัดตัง้สมาคมครูและผู้ปกครอง

โรงเรียนและชุมชน

  • 1.
  • 2.
    คำถำมชวนคิด • ชุมชนหมายถึง อะไร? • ชุมชน คือ ใคร? • โรงเรียนจะพัฒนาชุมชนได้อย่างไร? • พัฒนามิติไหนบ้าง?
  • 3.
    ชุมชน • ภาษาอังกฤษ– Community • มี ความหมาย 3 ลักษณะ (อดุลย์ วังศรีคูณ, 2543) 1. ชุมชนในความหมายของกลุ่มคน เช่น ชุมชนหมู่บ้านทิวไผ่งาม 2. ชุมชนในความหมายของพืน้ที่ เช่น ชุมชนเกาะไผ่ 3. ชุมชนในความหมายของกลุ่มคนที่มีความสัมพันธ์ เช่น ชุมชนคนรัก แมว ชมรมคนกินเจ ชมรมคณิตศาสตร์ ชมรมจักรยาน ชมรมแอโรบิค
  • 4.
    ชุมชน หมำยถึง หมู่ชนหรือกลุ่มชน อยู่รวมกันเป็นสังคมขนาดเล็ก อาศัยอยู่บริเวณเดียวกัน และมีผลประโยชน์ร่วมกัน
  • 5.
    องค์ประกอบของชุมชน 1. มีกลุ่มคนหรือประชาชน(people) 2. มีความสนใจของคนร่วมกัน (common interest) 3. พืน้ที่ หรือ อาณาบริเวณ (area) 4. มีปฏิบัติต่อกัน (interaction) 5. มีความสัมพันธ์ของสมาชิก (relationship) ที่ผูกพันให้อยู่ร่วมกัน
  • 6.
    ชนิดของชุมชน โดยพิจารณาจาก (AlvinL. Bernard: 1959) • สภาพของสิ่งแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ (geographic environment) • สภาพแวดล้อมทางสังคม (social environment) • สภาพแวดล้อมทางวัฒนธรรม (culture environment) สามารถแบ่งออกเป็น 3 ชนิด 1. ชุมชนชนบท 2. ชุมชนในเมือง 3. ชุมชนในพืน้ที่สูง
  • 7.
    ชุมชนเมือง • ประชาชนแออัด • ฐานะเศรษฐกิจแตกต่างกันอย่างชัดเจน • มีหลากหลายกลุ่มชน • ไม่เคร่งศาสนา • อาชญากรรมมาก • มีกฏหมายและระเบียบแบบแผน เพราะมีคนหมู่มาก หลากหลาย • มีการศึกษาดีกว่า • มีสถานพยาบาลมากกว่า
  • 8.
    ชุมชนชนบท • ประชาชนไม่แออัด • ฐานะเศรษฐกิจแตกต่างกันไม่มากนัก • มีกลุ่มชนเดียว • เคร่งศาสนา • อาชญากรรมน้อย • ถือจารีตประเพณ๊ • มีการศึกษาน้อย • มีสถานพยาบาลน้อย
  • 9.
    ปัญหำของชุมชนชนบท 1. ปัญหาการศึกษา- สาเหตุ? 2. ปัญหาอาชีพและเศรษฐกิจ – ทุน ทรัพยากร เทคโนโลยี ประชากร ที่ทากิน 3. ปัญหาโภชนาการและอนามัย – จานวนประชากร คุณภาพประชากร 4. ปัญหาสังคมและวัฒนธรรม – ปัจจัย 4 ยาเสพติด โรค การศึกษา วัยรุ่น คนชรา
  • 10.
  • 11.
    กำรสร้ำงควำมสัมพันธ์กับชุมชน • โรงเรียนเป็นหน่วยสังคมที่ทาหน้าที่หลักในการให้การศึกษาอบรมแก่ เด็กและเยาวชนในชุมชน เพื่อให้เป็นสมาชิกที่ดีและมีประสิทธิภาพของ สังคม • ประสบการณ์ที่เด็กเรียนรู้นัน้ มิใช่มีอยู่ในเฉพาะโรงเรียน • ดังนัน้ โรงเรียนต้องเป็นอันหนงึ่อันเดียวกับชุมชน ด้วยการสร้างสัมพันธ์ ทีดีกับชุมชน ผู้บริหารต้องสื่อสารและสร้างความเข้าใจอันดีกับ ผู้ปกครอง นักเรียน และประชาชนชุมชน เพื่อให้มีความสัมพันธ์อันดี ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน
  • 12.
    ควำมมุ่งหมำยในกำรสร้ำงควำมสัมพันธ์ 1. เพื่อใช้ทรัพยากรที่อยู่ทัง้ในโรงเรียนและชุมชนร่วมกันให้เกิดประโยชน์ 2. เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมและสนับสนุนในการ วางเป้าหมาย กาหนดนโยบาย เพื่อฝึกบุคคลตามความต้องการ 3. เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างโรงเรียนและชุมชน 4. เพื่อเป็นหนทางในการประเมินผลการดาเนินงานของโรงเรียนจาก ชุมชน
  • 13.
    ขอบข่ำยควำมสัมพันธ์ระหว่ำงโรงเรียนและชุมชน 1. การให้บริการชุมชน 2. การได้รับความสนับสนุนจากชุมชน 3. งานเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน 4. งานเกี่ยวกับคณะกรรมการสถานศึกษา 5. การร่วมกันจัดตัง้ กลุ่ม ชมรม สมาคม มูลนิธิฯ 6. งานประชาสัมพันธ์
  • 14.
    แนวทำงกำรสร้ำงควำมสัมพันธ์กับชุมชน 1. ดาเนินงานด้วยความบริสุทธิใจและตรงไปตรงมา 2. การติดต่อกับชุมชน ต้องมุ่งให้เกิดเจตคติที่ดี 3. ดาเนินการต่อเนื่อง ตลอดเวลาทัง้ในและนอกโรงเรียน 4. สร้างความเข้าใจอันดีให้เกิดทวั่ ไม่เฉพาะกลุ่ม 5. รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของประชนชน 6. ใช้วิธีการดาเนินงานง่ายๆ และเป็นกันเอง 7. ให้เกียรติและยกย่องชุมชนที่ให้ความร่วมมืออย่างเท่าเทียมกัน 8. ให้หลักมนุษย์สัมพันธ์ โดยการให้ประชาชนมีบทบาทมากที่สุด
  • 15.
    กำรสร้ำงควำมสัมพันธ์ระหว่ำงโรงเรียนและชุมชน • โรงเรียนใช้จดหมายติดต่อกับผู้ปกครองในรูปข่าวสารคาชีแ้จง รายงาน • ใช้บัตรงาน หรือสมุดรายงานตดิต่อกับผู้ปกครอง ให้ทราบผลการเรียน • เชิญหรือกระตุ้นให้ผู้ปกครองได้มีโอกาสเข้ามาเยี่ยมโรงเรียน • เชิญหรือกระตุ้นให้ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในกิจการโรงเรียน • ครูออกไปเยี่ยมพบผู้ปกครองทวั่ถึงสม่าเสมอ • จัดทาหนังสือข่าวโรงเรียน ส่งให้ผู้ปกครอง • จัดแสดงนิทรรศการโรงเรียน เพื่อชุมชน • จัดสัปดาห์วิชาการต่างๆ เพื่อชุมชน • ฉลองครบรอบวันสาคัญของโรงเรียน • การรับข้อร้องเรียน จากผู้ปกครอง และชุมชน
  • 16.
  • 17.
    ควำมร่วมมือระหว่ำงโรงเรียน ผู้ปกครองและชุมชน (JoyceEpstein, 1995) 1. บทบาทผู้ปกครอง (Parenting) 2. การสื่อสาร (Communication) 3. การอาสาตัว (Volunteering) 4. การเรียนรู้ที่บ้าน (Learning at home) 5. การร่วมตัดสินใจ (Decision Making) 6. การร่วมมือกับชุมชน (Collaborating with the community)
  • 18.
    ควำมร่วมมือระหว่ำงโรงเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน (Joyce Epstein, 1995) 1.บทบาทผู้ปกครอง หมายถึง การที่ครูช่วยเหลือผู้ปกครองสร้างสภาวะแวดล้อมที่บ้านเพื่อให้ เกิดการเรียนรู้ของนักเรียน ด้วยการให้ความรู้แนะนาและติดตามความ คืบหน้า โดยเข้าใจถึงสภาพบริบทของครองครัวของผู้ปกครองที่แตกต่าง กัน
  • 19.
    ควำมร่วมมือระหว่ำงโรงเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน (Joyce Epstein, 1995) 2. การสื่อสาร หมายถึง การที่โรงเรียนมีนโยบายและวิธีการด้านรูปแบบการสื่อสาร ระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครองและผู้ปกครองกับโรงเรียนอย่างมีแบบ แผนในด้านความก้าวหน้าของนักเรียนในด้านการเรียนการสอน หลักสูตรและพฤติกรรมของนักเรียน ให้คาแนะนาแก่ผู้ปกครองในเรื่อง ช่องทางการสื่อสารกับโรงเรียน มีการวางแผน การติดตามผล และการ ประเมินผลตามระยะเวลา
  • 20.
    ควำมร่วมมือระหว่ำงโรงเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน (Joyce Epstein, 1995) 3. การอาสาตน หมายถึง โรงเรียนและคณะกรรมการสถานศึกษามีนโยบายและวิธีการที่จะ ร่วมกันสรรหา กระตุ้นหรือร้องขอ ผู้ปกครอง และบุคคลในชุมชน ให้มี ส่วนร่วมในกิจกรรมของโรงเรียนทัง้การเรียนการสอน และกิจกรรมอื่นๆ ตามความต้องการ และโรงเรียนมีการจัดเตรียมการเพื่อรองรับการมี ส่วนร่วมของอาสาสมัครที่เข้ามาร่วมกิจกรรม ด้วยการให้ความรู้การ อบรมและการเตรียมตัวผ่านกระบวนการสื่อสาร
  • 21.
    ควำมร่วมมือระหว่ำงโรงเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน (Joyce Epstein, 1995) 4. การเรียนรู้ที่บ้าน หมายถึง การที่ครูมีนโยบายและวิธีการจัดเตรียมข้อมูลและแนวความคิด ให้แก่ผู้ปกครอง เรื่องทักษะการดูแลการพูดคุยกับบุตรหลานในเรื่อง การบ้านของนักเรียนที่บ้าน ทักษะของผู้ปกครองอื่นๆที่จะช่วยให้ นักเรียนสามารถเกิดการเรียนรู้ใด้เองที่บ้าน
  • 22.
    ควำมร่วมมือระหว่ำงโรงเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน (Joyce Epstein, 1995) 5 การร่วมตัดสินใจ หมายถึง การมีส่วนร่วมของคณะกรรมการสถานศึกษา ตัวแทนผู้ปกครอง ผู้ปกครอง ตัวแทนชุมชน ผู้ปกครอง ในการร่วมคิดร่วมตัดสินใจและร่วม ประเมินอย่างสม่าเสมอในเรื่อง การจัดหลักสูตร การจัดการเรียนการ สอน การแสวงหาความรู้จากภูมิปัญญาและวิทยาการต่างๆ การพัฒนา ชุมชนให้สอดคล้องกับสภาพปัญหา ความต้องการของท้องถิ่น การร่วม แก้ไขพฤติกรรมของนักเรียน และกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้อื่นๆ
  • 23.
    ควำมร่วมมือระหว่ำงโรงเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน (Joyce Epstein, 1995) 6 การร่วมมือกับชุมชน หมายถึง ผู้บริหาร ครู คณะกรรมการสถานศึกษา และผู้ปกครอง พยายาม ค้นหาและแสวงหาทรัพยากรและการบริการอาศัยความร่วมมือจาก ชุมชน บุคคล หน่วยงานราชการ ธุรกิจ องค์การไม่แสวงหากาไร สถานศึกษาอื่น เพื่อที่จะส่งเสริมการจัดการเรียนการสอน การเรียนรู้ และการนามาพัฒนาโรงเรียน และมีการแลกเปลี่ยนการในการพัฒนา ชุมชน
  • 24.
    สัมพันธภำพระหว่ำงผู้ปกครองกับโรงเรียน • พ่อแม่ผู้ปกครองมีบทบาทที่สาคัญต่อการศึกษาของบุตรหลาน • ครูมีบทบาทที่ต้องสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้ปกครอง • มีการแลกเปลี่ยนข่าวสาร เพื่อพัฒนาการเรียนของบุตรหลาน • ครู เป็นผู้ให้ความรู้ ทางวิชาการ • พ่อแม่ อบรมสงั่สอน วัฒนธรรม จารีต ในสังคม
  • 25.
    ปัญหำของผู้ปกครอง • คิดว่าครูมีหน้าที่อบรมบุตรหลานของตน ให้เป็นคนดี • ไม่รู้หน้าที่ของพ่อแม่ที่ดี พึงปฏิบัติต่อบุตรหลาน • ไม่ไว้วางใจครู คิดว่าครูชอบแกล้งเด็ก • คิดว่า วิชาความรู้ ที่ให้กับนักเรียนสอบได้ หรือสอบตก เป็นเรื่องสาคัญ • ผู้ปกครองย้ายหลักแหล่งบ่อย เด็กต้องย้าย ผล ไม่รักการเรียน • ผู้ปกครองมุ่งทามาหาเลีย้งชีพ ไม่มีเวลาพอที่จะเอาใจใส่การเรียนบุตร • ผู้ปกครองการศึกษาน้อย รู้สึกมีปมด้วย ไม่กล้าเข้าพบครู
  • 26.
    ปัญหำของครู • ครูส่วนมากมีรายได้น้อยต้องทางานเสริมเพื่อหารายได้ • ครูสนใจแต่หาความรู้เพิ่มวุฒิ ไม่สนใจการเรียนการสอนมาก • จานวนนักเรียนต่อชัน้ มากเกิน ดูแลไม่ทวั่ถึง • หลักสูตร มีเนือ้หามากเกิน ใช้เวลาสอนมาก ไม่ติดต่อผู้ปกครอง • ครูขาดมนุษย์สัมพันธ์กับนักเรียน และผู้ปกครอง • ครูขาดความร่วมมือระหว่าง ครู หรือ ครูใหญ่ • ครูมีหนีสิ้นล้น จึงไม่กล้าพบปะผู้ปกครอง
  • 27.
    กำรสร้ำงสัมพันธภำพครูและผู้ปกครอง 1. จัดปฐมนิเทศชีแ้จงและทาความเข้าใจกับผู้ปกครองถึงวัตถุของการศึกษา 2. ครูใหญ่ควรแนะนาให้ครูประจาชัน้รู้จักกับผู้ปกครอง 3. เชิญผู้ปกครองมาเยี่ยมโรงเรียน - ชมการสอน ชมการแสดง 4. เชิญผู้ปกครองมาร่วมแก้ปัญหานักเรียน 5. ครูหาโอกาสไปเยี่ยมผู้ปกครองที่บ้าน - เข้าพืน้ภูมิ ร่วมแก้ไขปัญหา ให้คาแนะนา สัมพันธ์ภาพที่ดี 6. ให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในกิจการของโรงเรียน - วางแผนโรงเรียน ร่วมการสอน เป็นกรรมการ 7. ผู้ปกครองให้ความช่วยเหลือแก่โรงเรียน 8. ครูติดต่อกับผู้ปกครองทางสมุดรายงาน 9. จัดตัง้สมาคมครูและผู้ปกครอง