หน่ วยการเรี ยนที 1
                                     การทํางานของระบบเว็บเพจ


สาระการเรียนร้ ู
          เว็ บ เพจเป็ นข้อ มู ล เอกสารอิ เ ล็ ก ทรอนิ ก ส์ ที่ ดู ไ ด้จ ากโปรแกรมเว็ บ บราวเซอร์ ซ่ ึ งใช้เ ปิ ด
อินเทอร์ เน็ต ในการเรี ยนรู ้ระบบการทํางานของเว็บเพจ เพื่อให้นกเรี ยนที่จะศึกษาการสร้างเว็บเพจได้
                                                                            ั
                 ่ ่                                                              ่
ทําความเข้าใจกอนวา เราสร้างเว็บเพจไปใช้ที่ไหน รู ปแบบการใช้งานเป็ นอยางไร มีขอแนะนําควรระวัง
                                                                                           ้
                                                 ี่ ั                    ่
อะไรบ้าง นักเรี ยนจึงต้องมีความพื้นฐานรู ้เกยวกบระบบเครื อขายอินเทอร์ เน็ต เข้าใจระบบการเชื่อมโยง
                     ่                                             ่
เอกสารเว็บในเครื อขายอินเทอร์เน็ต รู ปแบบการใช้บริ การตาง ๆในอินเทอร์เน็ต รวมทั้ งจรรยาบรรณและ
คําแนะนําการใช้งาน ที่ควรทราบ ซึ่ งเป็ นการปูพ้ืนฐานความรู ้ก่อนที่จะเรี ยนรู ้การสร้างเว็บในหนวยการ    ่
       ่
เรี ยนตอไป


ผังความคิด (Mind Mapping)

                        2.1 รูปแบบการให้ บริการ           2.2 จรรยาบรรณและข้ อแนะนําการใช้ ’


                                 ่
                2. การใช้บริ การตาง ๆ ในอินเทอร์เน็ต          1. ความรู้พืนฐานเกี่ยวกับอินเทอร์ เน็ต


                                       การทํางานของระบบเว็บเพจ

                                                                 ่
                              3. มาตรฐานการสื อสารข้อมูลในเครื อขายอินเทอร์เน็ต


                          3.1 โปรโตคอล             3.2 ระบบ IP          3.3 ระบบ Domain name
2



จดประสงค์ การเรียนรู้
 ุ
                         ่
เมื่อนักเรี ยนเรี ยนจบหนวยการเรี ยนนี้ แล้ว นักเรี ยนคงจะมีความรู ้ความสามารถดังนี้
          1. บอกความหมายและความเป็ นมาของอินเทอร์ เน็ต ได้
          2. บอกรูปแบบของการให้ บริ การในอินเทอร์ เน็ตได้
          3. บอกสิงที่ควรระวังและข้ อควรปฏิบตในการใช้ งานอินเทอร์ เน็ตได้
                     ่                          ัิ
          4. บอกมาตรฐานการสื่ อสารข้อมูลในอินเทอร์เน็ต
          5. บอกความหมายและความสําคัญของโปรโตคอล ได้
          6. บอกความหมายและความสําคัญของไอพี( IP) ได้
          7. บอกความหมายและการใช้งานโดเมนเนม(DNS) ได้
          8. สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูลได้
                       ่
          9. สามารถสงข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตโดย อีเมล์ได้
3


                                   การทํางานของระบบเว็บเพจ

          การสร้างเว็บเพจ เพื่อนําผลงานไปแสดงผลในอินเทอร์เน็ต นักเรี ยนจึงต้องมีความรู ้ และความ
                                     ่ ่                    ่
เข้าใจการทํางานของระบบเว็บเพจ กอนวาเราสร้างงานไปใช้ในสวนใดของระบบ และจะแสดงผลได้
    ่
อยางไร ดังมีหวข้อดังนี้
             ั

           1. ความรู้ พนฐานเกียวกับอินเทอร์ เน็ต
                       ื้     ่

                                                         ่                    ่
               อินเทอร์ เน็ต(Internet)เป็ นระบบเครื อขายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญที่ครอบคลุมไปทัวโลก เป็ น
                                                                                                  ่
                  ่                              ่                ั
การนําเครื อขายระดับแวนหลาย ๆ เครื อขายมารวมเข้าด้วยกน เพื่ออํานวยความสะดวกในการให้บริ การ
         ่                             ่                                                  ่
ข้อมูลขาวสาร Internet เป็ นคํายอของ Inter connection network หมายถึงเครื อขายคอมพิวเตอร์ที่ใหญ่
ที่สุดในโลก การทํางานของอินเทอร์ เน็ตจะอยู่ภายใต้กฎมาตรฐานหรื อโปรโตคอลเดี ยวกนทัวโลก 3             ั ่
มาตรฐาน คือ อินเทอร์ เน็ตโปรโตคอล (Internet Protocol :IP) ซิ มเปิ ลเมล์ทรานซ์เฟอร์ โปรโตคอล
(Simple Mail Transfer Protocol:SMTP) และ โดเมนเนมซีสเต็ม(Doman Name System:DNS) ทําให้
                                                   ่                            ่
เครื่ องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมตอเข้าระบบทุกระบบสามารถติดตอรับ-สงข้อมูลกนได้ ่       ั
                                 ่                     ่              ่
               การแสดงข้อมูลขาวสาร สารสนเทศตาง ๆ ในเครื อขายอินเทอร์เน็ตที่แสดงทางจอคอมพิวเตอร์
                                   ่
หรื ออุปกรณ์แสดงผลอื่น ๆ เชน โทรศัพท์มือถือ แฟกซ์ ฯลฯ เป็ นข้อมูลเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่อาจมีท้ ง       ั
ข้อมูลที่เป็ นข้อความ รู ปภาพ เสี ยง หรื อวิดีโอ เราเรี ยกชื่อเอกสารอิเล็กทรอนิ กส์น้ ี ว่า เอกสารเว็บ โดย
                    ่                                      ่ ้
จะ เรี ยกสั้ น ๆ วา “เว็บเพจ” ด้วยเหตุที่เว็บเพจเหลานี้ ตองนําไปแสดงในอินเทอร์ เน็ต ที่ผชมทัวทั้ งโลก
                                                                                               ู้ ่
สามารถเข้าชมได้ อี กทั้ งต้องมี ข้อความ รู ปภาพ เสี ยง วิดีโอ นอกจากนี้ ย งต้องสามารถติ ดตอสื่ อสาร
                                                                                  ั                   ่
        ่ ั                                                                           ่
ระหวางกนได้อีกด้วย การสร้างหน้าเว็บเพจจึงต้องใช้ความรู ้ ความสามารถมากกวาการสร้างหน้าเอกสาร
                                                                    ่
ธรรมดาทัวไปและการที่มีความต้องการใช้งานมาก การสร้างคอนข้างยาก อาชีพการสร้างเว็บจึงเป็ นอาชีพ
             ่
ที่สร้างรายได้สูงจึงเป็ นอาชีพที่น่าเรี ยนรู ้ที่สาคัญอาชีพหนึ่งในโลกไอทียคปัจจุบน
                                                     ํ                    ุ         ั


1.1 ประวัตความเป็ นมาของอินเทอร์ เน็ต
          ิ
                                           ่                           ่
          อิ น เทอร์ เ น็ ต เป็ นเครื อ ขายคอมพิ ว เตอร์ ที่ เริ่ ม กอตั้ ง โดย กระทรวงกลาโหมสหรั ฐ อเมริ ก า
 ่ ั
รวมกบมหาวิยาลัยในมลรัฐแคลิฟอร์ เนี ย ประมาณปี ค.ศ. 1969(พ.ศ.2512) สาเหตุสาคัญเนื่ องมาจาก     ํ
     ่                                   ่                                       ั
ระหวางนั้ น มี ส งครามเย็น ระหวางฝ่ ายคอมมิ ว นิ ส ต์นํา โดยรั ส เซี ย กบฝ่ ายเสรี ป ระชาธิ ป ไตยนํา โดย
                          ่        ่                                 ่
สหรัฐอเมริ กา โดยแตละฝ่ ายตางระวังขีปนาวุธที่อาจยิงถลมจุดยุทธศาสตร์ สหรัฐฯ กลัววาหากศูนย์       ่
ควบคุมคอมพิวเตอร์ ถูกทําลายจะทําให้ขอมูลเสี ยหายจึงคิดสร้างศูนย์คอมพิวเตอร์ ออกเป็ นหลายจุดและ
                                               ้
                                       ั                                                    ็
สามารถเชื่ อ มโยงข้อ มู ลเข้า หากนได้ท้ ง หมด หากศูน ย์คอมพิว เตอร์ ใ ดถูก ทํา ลาย กสามารถ ใช้ศู น ย์
                                             ั
4


                                                ั
คอมพิวเตอร์ อื่นซึ่ งมีขอมูลเหมือนกนได้ จึงได้มอบหมายให้มหาวิยาลัยในมลรัฐแคลิฟอร์ เนี ย 4 แหง
                               ้                                                                                 ่
 ่ ั                                                ่
รวมกนทําการวิจยทดลองสร้ างเครื อขายคอมพิวเตอร์ สามารถเชื่ อมโยงข้อมูลเข้าหากน โดยให้หนวย
                     ั                                                                            ั          ่
งานวิจยทางทหารชื่อ อาร์ปา (ARPA : Advanced Research Project Agency ) เป็ นผูรับผิดชอบ ใช้ชื่อใหม่
           ั                                                                                ้
  ่
วา ARPAnet (Advanced Research Project Agency Network) เมื่อโครงการทดลองสําเร็ จ โครงการ
                                                                           ่
ARPAnet จึงเปลี่ยนชื่อใหม่เป็ น DARPAnet ถือเป็ นเครื อขายที่ใช้งานจริ ง มหาวิทยาลัยตาง ๆ ใน               ่
                                     ่                        ่                         ั
สหรัฐอเมริ กาได้ขอเข้ารวมโครงการและขอเชื่อมตอระบบคอมพิวเตอร์เข้ากบเครื อขาย DAPAnet เพื่อใช้  ่
ในการศึกษาและวิจยมากขึ้ น ในปี ค.ศ.1975 (พ.ศ.2518) DARPAnet ได้โอนหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง
                           ั
               ่
ให้แก่ หนวยการสื่ อสารของกองทัพสหรัฐ (Defense Communications Agency ปั จจุบนคือ Defense              ั
                                                          ่             ่       ิ
Information’s Systems Agency) เมื่อเครื อขายขยายใหญมากทําให้เกดปั ญหาความปลอดภัย ในปี ค.ศ.
                                                                      ่
1983 ทางการทหารของสหรัฐอเมริ กาจึ งแยกเครื อขายเฉพาะของกองทัพออกมาบริ หาร โครงการ
                       ่                      ่                                       ่
DARPAnet จึงแบงเป็ น 2 เครื อขายคือ ด้านงานวิจยใช้ชื่อ ดาร์ปาเน็ต สวนเครื อขายของกองทัพใช้ชื่อ
                                                                    ั                           ่
                                                            ํ
มิลเน็ต (MILNET: Military Network) และเพื่อกาหนดมาตรฐานการสร้างข้อมูล สารสนเทศตางๆ ให้ทุก                ่
         ่                       ่         ั
เครื อขายสามารถรับ-สงข้อมูลกนได้ใน ค.ศ.1983 (พ.ศ.2526) DARPAnet ได้ประกาศใช้ โปรโตคอล
TCP/IP (Transmission Control Protocol/Internet Protocol) เป็ นมาตรฐานการสื่ อสารข้อมูลในอินเทอร์ เน็ต
DARPAnet ได้ทาหน้าที่รับผิดชอบดูแลระบบอินเทอร์เน็ตเรื่ อยมาจนถึง ค.ศ.1980 (พ.ศ.2533) จึงให้
                         ํ
                             ่
มูลนิ ธิวิทยาศาสตร์ แหงชาติ (National Science Foundation - NSF) เข้ามาดูแลแทนรวม กบอีกหลาย          ่ ั
     ่                             ่                  ่ ่                         ่
หนวยงาน นับตั้ งแตนั้ นมาได้มีเครื อขายยอยของสถาบันและองค์กรตางๆ ทั้ งในประเทศสหรัฐอเมริ กา
                 ่                                                ่
และประเทศตางๆ ที่มีความสัมพันธ์ เข้ามาเชื่ อมตอเพิ่มขึ้ นไปเรื่ อย ๆ ความต้องการใช้อินเทอร์ เน็ตได้
             ่                                    ่
เพิ่มขึ้ นอยางรวดเร็ วจนปั จจุ บนเครื อขายอิ นเทอร์ เน็ตได้ครอบคลุมไปทัวโลกในการควบคุมจํานวนใช้
                                       ั                                            ่
                                             ่ ั                                          ่
หมายเลขไอพีประจําเครื่ องที่ ไมซํ้ ากนซึ่ งสหรัฐอมริ กาจะเป็ นผูควบคุมให้เทานั้ น การที่ "ไอพี" หรื อ
                                                                              ้
                                         ่
อินเทอร์เน็ตโปรโตคอล เป็ นสวนที่ใช้ควบคุมเครื่ องคอมพิวเตอร์ในระบบและเป็ นมาตรฐานการเชื่อมตอ                   ่
                   ่                                            ่         ่ ่
สําคัญของเครื อขายอินเทอร์เน็ตจึงใช้ชื่อเรี ยกเครื อขายนี้แบบยอวา "อินเทอร์เน็ต" มาจนปัจจุบน           ั
(ที่มา : http://www.krujongrak.com/internet/internet.html)




                                    รูปที่ 1.1 แสดงเครื อข่ายอินเทอร์ เน็ต
                                    ที่มา : www. school.obec.go.th
5


1.2 อินเทอร์ เน็ตในประเทศไทย
                                                     ่                                              ่
                   ประเทศไทยมีการติดตอใช้งานอินเทอร์เน็ตตั้ งแตปี พ.ศ.2530 ในลักษณะการใช้บริ การจดหมาย
อิเล็กทรอนิ กส์หรื ออีเมล์ เป็ นการติดตอระหวางมหาวิทยาลัยสงขลานคริ นทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ (PSU)
                                                         ่             ่
                                       ่
และสถาบันเทคโนโลยีแหงเอเชียหรื อสถาบันเอไอที (AIT) การติดตออินเทอร์เน็ตของทั้ งสองสถาบันเป็ น                      ่
                                                                             ่
การใช้บริ การจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ โดยความรวมมือกบประเทศออสเตรเลีย ตามโครงการ IDP ซึ่งเป็ น        ั
               ่                     ่
การติดตอเชื่อมโยงเครื อขายด้วยสายโทรศัพท์ จนกระทังปี พ.ศ.2531 มหาวิทยาลัยสงขลานคริ นทร์วิทยา    ่
เขตหาดใหญ่ ได้ยื่น ขอที่ อยู่อิ น เทอร์ เ น็ ต (Url) ในประเทศไทย และได้รั บ ที่ อ ยู่อิ น เทอร์ เ น็ ต ใช้ชื่ อ วา                                      ่
                                   ่                       ่
Sritrang.psu.th ซึ่งนับวาเป็ น Url แหงแรกของประเทศไทย ตอมาปี พ.ศ.2534 บริ ษท DEC (Thailand)                  ่                      ั
       ั                                     ิ
จํากด ได้ขอ Url เพื่อใช้ในกจกรรมของบริ ษท และได้รับ Url เป็ น dect.co.th ถือเป็ นการใช้ในภาคธุรกจ
                                                                   ั                                                                                  ิ
รายแรก ปี พ.ศ.2535 นับว่าเป็ นปี ที่อินเทอร์ เน็ตเข้ามาในประเทศไทยอยางเต็มตัว กลาวคือจุฬาลงกรณ์                            ่          ่
                                           ่                                                ่
มหาวิทยาลัยได้จดตั้ งเครื อขายคอมพิวเตอร์ข้ ึนและได้เชาสายลีสไลน์ (leased line) ซึ่ งเป็ นสายความเร็ วสู ง
                           ั
                   ่ ั                                         ่     ั                    ่
เพื่อเชื่อมตอกบอินเทอร์ เน็ต โดยเชื่อมตอเข้ากบเครื อขาย ยูยเู น็ต (UUNET) ของบริ ษท ยูยเู น็ตเทคโนโลยี                            ั
     ั                                                                   ่
จํากด (UUNET Technologies Co., Ltd.) ตั้ งอยูที่มลรัฐเวอร์จิเนียประเทศสหรัฐอเมริ กา ตั้ งชื่อเครื อขายวา                                         ่ ่
                                                                                      ่
จุฬาเน็ต (ChulaNet) มีสถาบันการศึกษาขอเชื่อมตอเครื อขายอินเทอร์ เน็ตผานจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย              ่                  ่
ได้แก่ สถาบันเอไอที มหาวิทยาลัยมหิ ดล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า
วิทยาเขตเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญบริ หารธุรกจ ใช้ชื่อเครื อขายนี้ ว่าเครื อขาย                        ิ                ่         ่
                                                             ่
"ไทยเน็ต" (THAInet) ปั จจุบนเครื อขายไทยเน็ตประกอบด้วยสถาบันการศึกษาเพียง 4 แหงเทานั้ น
                                                   ั                                                                                          ่ ่
                 ่           ่
เนื่องจากสวนใหญย้ายการเชื่อมโยงมาที่เนคเทค (NECTEC) เครื อขายไทยเน็ตนับเป็ นเครื อขายที่มีเกตเวย์                ่                          ่
(gateway) หรื อประตูสู่เครื อขายอินเทอร์เน็ตเป็ นแหงแรกของประเทศไทย ปี พ.ศ.2535 เนคเทคได้จดตั้ ง
                                                 ่                                 ่                                                              ั
กลุ่มจดหมายอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการศึกษาและวิจยโดยมีชื่อวา NWG : NECTEC E-mail Working Group
                                                                               ั                        ่
                         ่       ่                               ่
ได้จดตั้ งเครื อขายชื่อวา ไทยสาร เครื อขายไทยสารได้พฒนาอยางตอเนื่องการที่มีความต้องการ ในการใช้
         ั                                                                                    ั             ่ ่
                                                                                        ่
อินเทอร์เน็ตมากขึ้ น ในปี พ.ศ. 2537 การสื่ อสารแหงประเทศไทย (กสท.) ซึ่ งดูแลการให้บริ การชองทาง                                                ่
การสงข้อมูลในระบบเครื อขาย (Bandwidth) จึงได้ร่ วมมือกบบริ ษทเอกชนเปิ ดบริ การอินเทอร์ เน็ตให้แก่
            ่                                  ่                                                      ั        ั
                                         ่                                           ่ ั
บุคคลและผูสนใจทัวไป ตอมามีการให้สัมปทานแกบริ ษทเพื่อให้รับชวงการบริ การดูแลหมายเลข IP ขึ้ น
                    ้          ่                                                                                     ่
           ั ้                                                             ่
บริ ษทผูให้บริ การอินเทอร์เน็ตเชิงพาณิ ชย์ เรี ยกวา ISP (Internet Service Provider) ปั จจุบนประเทศไทยมี                                 ั
  ้                                                    ํ                         ่
ผูให้บริ การอินเทอร์เน็ตเชิงพาณิ ชย์จานวน 18 แหง คือ A-Net, Asia Access, AsiaNet, CS-Coms, CWN,
FarEast, IDN, JI-Net, Internet Thailand, KSC, Line Thai, Loxinfo, Samart, SGA, WorldNet, EZNet,
RoyNet, และ CWT และศูนย์บริ การอินเทอร์ เน็ตเพื่อการศึกษาและวิจยจํานวน 5 ศูนย์ ได้แก่ Scoolet,                         ั
UniNet, PubNet, ThaiSarn และ GITS จากสถิติที่เนคเทคสํารวจ ในปี พ.ศ.2547 มีผใช้ประมาณ 6.9 ล้าน                                  ู้
                       ั
คน ในเดือนกนยายน 2551 มีถึง 13.4 ล้านคน (ที่มา : http://www.bloggang.com 13 ต.ค. 2551) นับวา                                                              ่
เพิ่มขึ้ นเร็ วมาก จํานวนความต้องการใช้อินเทอร์ เน็ตถือเป็ นตัวชี้ ให้เห็นการพัฒนาเทคโนโลยีการสื่ อสาร
6


                                   ่              ิ
ของประเทศยุคโลกาภิวตน์ ที่มีการแขงขันทางเศรษฐกจสู ง ด้านการศึกษาจะต้องให้ความสําคัญพัฒนา
                        ั
                      ้                                                       ่
นักเรี ยน นักศึกษาให้กาวทันการพัฒนาของโลกที่รัฐบาลจะต้องให้ความสําคัญและพัฒนาตอไป

            2. การบริการต่ าง ๆ ในอินเทอร์ เน็ต

                                          ่                       ่ ั ่
          การที่อินเทอร์ เน็ต เป็ นเครื อขายคอมพิวเตอร์ ที่เชื่อมตอกนทัวโลก สามารถใช้ประโยชน์ ทั้ ง
                                     ิ
การพัฒนาประเทศ สังคม เศรษฐกจ การศึกษา ด้วยเหตุน้ ี จึงมีการคิดสร้างโปรแกรมการให้บริ การ ใน
        ่
รู ปแบบตาง ๆ ขึ้ นหลากหลายรู ปแบบ เพื่อสนองความต้องการของผูใช้และประโยชน์ทางธุรกจ
                                                                     ้                 ิ

2.1 รปแบบการบริการบนระบบอินเทอร์ เน็ต แบงออกเป็ น 5 ลักษณะ (ณัฐกร สงคราม. 2543) คือ
     ู                                       ่
       2.1.1 บริการด้ านการรับส่ งข่ าวสารและแสดงความคิดเห็น
                           ่ ่
                การรับสงขาวสารและแสดงความคิดเห็ น เป็ นบริ การที่ได้รับความนิ ยมมากที่สุดในระบบ
                                             ่ ่                                          ่ ้
อินเทอร์ เน็ต จะมีเครื่ องมือในการรับสงขาวสาร และแสดงความคิดเห็นระหวางผูใช้บริ การอินเทอร์ เน็ต
มีหลายวิธีดงนี้  ั
                ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-mail)                                             ่
                                                           เป็ นการให้บริ การพื้ นที่รับ-สงจดหมายหรื อข้อความ
มีท้ งแบบจัดตั้ ง Mail-Server ขึ้ นเฉพาะกลุ่ม ผูใช้ตองเสี ยคาใช้จ่าย และแบบให้บริ การพื้ นที่ฟรี เจ้าของ
          ั                                            ้ ้            ่
                     ็         ่                                            ่      ่
Server จะเกบเงินจากคาโฆษณา ซึ่งการใช้บริ การ E-Mail สวนใหญจะใช้บริ การแบบฟรี ซึ่ งนอกจาก
        ่                                                               ่
ไมเสี ยเงินแล้วอาจเพราะมาตรฐานการดูแล และความเร็ วคอนข้างสู ง ผูรับจะได้รับข้อมูลในเวลาเกอบ
                                                                                     ้                     ื
ทันทีที่ส่ งไป ผูให้บริ การ E-Mail ฟรี ของตางประเทศ เชน hotmail หรื อ yahoo mail ในประเทศไทย
                         ้                         ่                ่
      ่
เชน thaimail.com chaiyo.com E-Mail ฟรี เหล่านี้ จะให้บริ การไปเรื่ อย ๆ การหมดอายุหรื อตัดการใช้ จะ
    ิ                                    ิ                                     ั ้
เกดได้เมื่อผูใช้เลิกใช้เป็ นเวลานานเกนไป การขอใช้ E-Mail กบผูให้บริ การฟรี ผูใช้จะต้องสมัครเป็ น
                   ้                                                                              ้
สมาชิกขอใช้บริ การ และจะได้รับ user id และ password ประจําตัว เพื่อ login เข้าใช้บริ การ E-Mail
                กลุ่มอภิปราย (Newsgroup) หรือ ยสเน็ต (Use Net) กลุ่มอภิปรายเป็ นการรวมกลุ่มของผูใช้
                                                        ู                                                      ้
อินเทอร์ เน็ตที่มีความสนใจในเรื่ องเดียวกน เชน กลุ่มที่สนใจเรื่ องคอมพิวเตอร์ รถยนต์ การเลี้ ยงปลา
                                                 ั ่
                                    ่ ่                                                ่ ั
การปลูกไม้ประดับ เป็ นต้น เพื่อสงขาวสารหรื อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นระหวางกน ในลักษณะของกระดาน
  ่
ขาว (Bulletin Board) บนอินเทอร์ เน็ต ผูใช้สามารถเลือกหัวข้อที่สนใจและสามารถแสดงความคิดเห็นได้
                                               ้
โดยการสงข้อความไปยังกลุ่มและผูอ่านภายในกลุ่ม จะมีการรวมกนอภิปรายแสดงความคิดเห็นและสง
              ่                        ้                                      ่ ั                                  ่
ข้อความกลับมายังผูส่ งโดยตรง หรื อสงเข้าไปในกลุ่ม เพื่อให้ผอื่นอานด้วยกได้ ตัวอยาง เชน กระดานขาว
                            ้              ่                              ู้ ่          ็        ่ ่             ่
พันทิพ ที่ URL : www.pantip.com
                                                                                                ั ้
                การสนทนา (Talk) การสนทนาเป็ นบริ การที่ผใช้สามารถพูดคุยโต้ตอบกบผูใช้คนอื่น โดยการ
                                                                 ู้
                       ่                             ่
พิมพ์ขอความผานทางแป้ นพิมพ์ หรื อพูดคุยผานทางคอมพิวเตอร์ มีการตอบโต้กนทันที การสนทนาผาน
            ้                                                                                 ั              ่
7


                                                        ่
ทางอินเทอร์ เน็ตนี้ สามารถใช้โปรแกรมได้หลายโปรแกรม เชน โปรแกรม Talk สําหรับการสนทนา เพียง
2 คน โปรแกรม Chat หรื อ IRC (Internet Relay Chat) สําหรับการสนทนาเป็ นกลุ่ม หรื อโปรแกรม ICQ
          ่                             ่ ่
(มาจากคําวา I Seek You: ฉันหาคุณ) ตัวอยางเชน โปรแกรม Pirch, ICQ, Windows Messenger (MSN),
Yahoo Messenger เป็ นต้น

          2.1.2 บริการด้ านการติดต่ อสื่ อสาร
                                            ่           ั                                        ั่ ่
             เป็ นบริ การที่ผใช้สามารถติดตอสื่ อสารกบเครื่ องคอมพิวเตอร์ที่อื่นได้ ในขณะที่นงอยูที่หน้าจอ
                                 ู้
                                                  ่
คอมพิวเตอร์ของตนเอง ซึ่งบริ การด้านการติดตอสื่ อสารมีหลายลักษณะ ดังนี้
             Telnet เป็ นโปรแกรมที่ใช้ในการเข้าสู่ ระบบคอมพิวเตอร์อื่น ๆ บนอินเทอร์เน็ต และ สามารถ
                          ่               ่
ใช้บริ การสาธารณะตาง ๆ เชน บริ การห้องสมุด ข้อมูลการวิจย และสารสนเทศของเครื่ องคอมพิวเตอร์
                                                                     ั
เหลานั้ นได้ราวกบวากาลังทํางานอยู่บนเครื่ องคอมพิวเตอร์ น้ ัน ๆ ชวยให้ไมต้องเดิ นทางไปทํางานอยู่
        ่            ั ่ ํ                                                   ่         ่
                   ่                                                   ่
หน้าเครื่ องเหลานั้ นโดยตรง จึงถือเป็ นบริ การหลักที่สําคัญอยางยิ่งของอินเทอร์ เน็ต การใช้โปรแกรม
              ่ ั                                                                                   ่
Telnet ติดตอกบคอมพิวเตอร์ ในอินเทอร์ เน็ตนั้ น จําเป็ นต้องได้รับสิ ทธิ เป็ นผูใช้ในระบบนั้ นกอน แตกมี
                                                                                     ้                 ่ ็
                                        ่
ระบบคอมพิวเตอร์ในเครื อขายจํานวนมากที่อนุญาตให้ผใช้ทวไปเข้าใช้บริ การได้โดยไมต้องรับอนุญาต
                                                              ู ้ ั่                       ่
             The Internet Telephone และ The Videophone ปกติการสื่ อสารทางโทรศัพท์
ผูใช้จะต้องยกหู จากเครื่ องรั บโทรศัพท์และพูดข้อความตาง ๆ ระหวางผูรับและผูส่ งแตเมื่ อใช้บริ การ
    ้                                                             ่            ่ ้       ้   ่
                                    ่
อินเทอร์ เน็ ตซึ่ งเป็ นเครื อขายการสื่ อสารทัวโลกผูใช้สามารถเลื อกหมายเลขโทรศัพท์ที่ตองการติ ดตอ
                                               ่      ้                                        ้         ่
          ่                                               ่
โดยพูดผานไมโครโฟนเล็กๆ และฟั งเสี ยงสนทนาผานทางลําโพง ทั้ งนี้ ผใช้จะต้องมีโปรแกรมสําหรับใช้
                                                                                ู้
                                                                         ่
งานรวมทั้ งใช้เครื่ องคอมพิวเตอร์ ที่เป็ นระบบมัลติมีเดี ย ตัวอยางการบริ การแบบ Telephone เช่ น
โปรแกรม Net2Phone นอกจากนี้ หากมีการติ ดตั้ งกล้องวีดิทศน์ที่เครื่ องคอมพิวเตอร์ ของคู่สนทนา
                                                                           ั
ทั้ ง 2                               ่             ั
             ฝ่ าย เมื่ อเชื่ อมตอคอมพิวเตอร์ เข้ากบระบบอิ นเทอร์ เน็ ตแล้ว ภาพที่ ได้จากการทํางานของ
            ั ็                 ่ ่
กล้องวีดิทศน์กสามารถสงผานไปทางอินเทอร์เน็ตถึงผูรับได้ การสนทนาทางโทรศัพท์จึงปรากฏภาพของ
                                                            ้
คูสนทนาทั้ งผูรับ และผูส่ งบนจอคอมพิวเตอร์ ไปพร้อมกบเสี ยงด้วย ตัวอยางโปรแกรมแบบ Videophone
  ่              ้            ้                                ั                   ่
      ่
เชน Net meeting
8


          2.1.3 บริการการถ่ ายโอนแฟ้ มข้ อมล
                                           ู
                       ่
          บริ การการถายโอนแฟ้ มข้อมูล หรื อบริ การ FTP (File Transfer Protocol) เป็ นบริ การ
                                                                           ่          ่่
ของอินเทอร์ เน็ตที่ผูใช้อินเทอร์ เน็ตนิ ยมใช้ โดยผูใช้สามารถแลกเปลี่ยน ถายโอนข้อมูล ไมวาจะเป็ น
                     ้                              ้
                                                           ่           ั                 ่
ไฟล์ขอมูลตัวหนังสื อ รู ปภาพ เสี ยง วีดิทศน์ หรื อโปรแกรมตาง ๆ คล้ายกบการ Copy ข้อมูล แตวิธีการ
       ้                                  ั
                                        ่
ของ FTP จะซับซ้อนและปลอดภัยกวาการ Copy การใช้งานผูให้บริ การจะมีเครื่ อง FTP Server ไว้บริ การ
                                                             ้
                                                                               ่           ่
เฉพาะ นั่นคือผูใช้จะต้องมี พ้ืนที่ บนเว็บ(ใน FTP Server)เป็ นของเราเองกอน จะโดยการเชาพื้ นที่
                 ้
หรื อ แบบฟรี ก็ได้ จึงจะมีพ้ืนที่ให้เกบหรื อฝากข้อมูล การใช้งานจะมีโปรแกรม FTP
                                      ็                                              สําหรับสง่
                                                                     ่
(Upload) หรื อรับ (Download) ซึ่งสามารถหาได้จากอินเทอร์เน็ต ดังตัวอยาง รู ปที่ 1.1




                 รูปที่ 1.2 แสดงการถ่ายโอน FTP ในอินเทอร์ เน็ตด้ วย WS FTP Professional
                 ที่มา : wbi.dru.ac.th/dcc/e-lea/net

        2.1.4 บริการค้ นหาข้ อมล
                               ู
         การบริ การค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีแฟ้ มข้อมูลตาง ๆ มากมายหลายพันล้านแฟ้ มบรรจุอยู่
                                                               ่
                                     ่                                           ่    ่
ให้ผูใช้สามารถสื บค้นมาใช้งาน นับวาได้เป็ นรู ปแบบการบริ การที่เข้ามามีบทบาทตอทุกสวนของผูใช้
     ้                                                                                         ้
                                       ิ
โดยเฉพาะ ด้านการศึกษา และภาคธุ รกจที่ต้องใช้ขอมูลเพื่อการตัดสิ นใจ หรื อวางแผนการการทํางาน
                                                    ้
             ่
ซึ่งโปรแกรมชวยค้นหาแฟ้ มข้อมูล มีดงนี้
                                   ั
            อาร์ คี (Archie) เป็ นโปรแกรมที่ ช่ วยในการค้นหาแฟ้ มที่ผูใช้ทราบชื่ อแฟ้ มแตไมทราบวา
                                                                        ้                 ่ ่      ่
                     ่
แฟ้ มข้อมูลนั้ นอยูในเครื่ องบริ การใดในอินเทอร์เน็ต โปรแกรมนี้ จะสร้างบัตรรายการแฟ้ มไว้ในฐานข้อมูล
                   ่                           ่
เมื่อต้องการค้นวาแฟ้ มตามชื่อในฐานข้อมูล อยูในเครื่ องบริ การใด เพียงเรี ยกใช้โปรแกรมอาร์คีแล้วพิมพ์
ชื่อแฟ้ มข้อมูลที่ตองการลงไป โปรแกรมอาร์ คีจะตรวจค้นชื่อแฟ้ มจากฐานข้อมูล และแสดงชื่อแฟ้ มพร้อม
                       ้
9


                           ็                                                   ็
รายชื่อเครื่ องบริ การที่เกบแฟ้ มนั้ นให้ทราบ เมื่อทราบชื่อเครื่ องบริ การแล้วกสามารถใช้โปรแกรมเอฟทีพี
      ่                       ็
เพื่อถายโอนแฟ้ มข้อมูลมาเกบ ลงในคอมพิวเตอร์ของผูใช้ได้ ้
                                                                                      ่
               โกเฟอร์ (Gopher) เป็ นโปรแกรมที่มีรายการหรื อเมนู (Menu) ให้เลือกเพื่อชวยเหลือผูใช้ในการ
                                                                                               ้
                         ี่ ั                    ้ ่
ค้นหาแฟ้ มข้อมูลเกยวกบหัวข้อที่ระบุไว้โดยผูใช้ไมจําเป็ นต้องทราบหรื อใช้รายละเอียดของแฟ้ มข้อมูล
                       ่      ่                                                     ่
ทั้ งสิ้ น ผูใช้เพียงแตเลือกอานในรายการหรื อเมนูที่มีให้เลือก และกดแป้ น Enter เทานั้ น จะพบรายการ ที่
             ้
    ็                                                  ่         ็
เกบไว้ในเมนูปรากฏขึ้ นมามากมาย ผูใช้สามารถเลือกอานหรื อเกบบันทึกแฟ้ มที่ตองการไว้ในคอมพิวเตอร์
                                       ้                                        ้
ของผูใช้ได้เลย
          ้
            เวอร์ โรนิคา (Veronica) เป็ นโปรแกรมค้นหาข้อมูลที่พฒนาขึ้ นมาจากการทํางานของระบบ
                                                               ั
โกเฟอร์ ชวยในการค้นหาข้อมูลที่ตองการโดยไมต้องผานระบบเมนู ตามลําดับขั้ นของโกเฟอร์ เพียงแต่
          ่                         ้          ่       ่
                                                    ี่     ั                       ่
พิมพ์คาสําคัญ (Keyword) ลงไปให้ระบบค้นหาเรื่ องที่เกยวข้องกบคํานั้ น ๆ ขึ้ นมาได้อยางรวดเร็ ว
      ํ
             เวส (WAIS: Wide Area Information Server) เป็ นโปรแกรมสําหรับใช้เป็ นเครื่ องมือที่ช่วย
สื บค้นข้อมูล โดยการค้นจากเนื้ อหาแทนการค้นตามชื่อแฟ้ มข้อมูล จากฐานข้อมูลจํานวนมากที่กระจาย
    ่ ่ั                                                   ี่ ั
อยูทวโลก การใช้งานผูใช้ตองระบุชื่อเรื่ อง หรื อคําหลักที่เกยวกบเนื้ อหาข้อมูลที่ตองการค้น หลังจาก
                             ้ ้                                                     ้
ใช้ค า สั่ ง ค้น หาข้อ มู ล โปรแกรมเวสจะชวยค้น ไปยัง แหลงข้อ มู ล ที่ ต่ อเชื่ อ มกัน อยู่ ใ นอิ น เทอร์ เ น็ ต
         ํ                               ่                   ่
                      ี่         ั
โดยค้นเอกสารที่เกยวข้องตรงกบคําหรื อวลีสาคัญ ที่ผใช้ระบุ มาให้มากที่สุด ผูใช้เลือกแฟ้ มหรื อข้อมูลที่
                                           ํ       ู้                            ้
                   ็
ต้องการบันทึกเกบได้เชนกน   ่ ั
                                                                ่
             เซิ ร์ช เอนจินส์ (Search Engines) เป็ นเครื่ องมือชวยค้นหาข้อมูลในระบบอินเทอร์ เน็ ต
                                                 ่                 ่         ่
ที่ได้รับความนิ ยมมากที่สุดในปั จจุบน โปรแกรมชวยค้นหาซึ่งมีอยูมากมาย เชน Yahoo, Alta Vista, HotBot,
                                      ั
                                   ้                                   ่
Excite และ Google เป็ นต้น ผูใช้สามารถค้นหาข้อมูลสารสนเทศตาง ๆ โดยใช้วิธีพิมพ์คาหรื อข้อความ
                                                                                       ํ
                                                          ่          ่    ี่
ที่เป็ นคําสําคัญเข้าไป โปรแกรมจะแสดงรายชื่อของแหลงข้อมูลตาง ๆ ที่เกยวข้องขึ้ นมา ผูใช้สามารถ
                                                                                           ้
คลิกไปที่รายชื่อต่าง ๆ เพื่อเข้าไปดูขอมูลตามรายการนั้ น ๆ ได้ หรื อจะเลือกค้นจากหัวข้อในหมวดตาง ๆ
                                        ้                                                        ่
(Categories) ที่โปรแกรมได้แสดงไว้เป็ นรายการตาง ๆ โดยเริ่ มจากหมวดที่กว้าง จนลึกเข้าไปสู่ หมวดยอยได้
                                              ่                                                ่

           2.1.5 บริการข้ อมลมัลติมีเดีย เวิลด์ ไวด์ เว็บ (World Wide Web: WWW)
                            ู
                                                                     ่
            WWW เป็ นบริ การบนอินเทอร์ เน็ตที่ได้รับความนิ ยมอยางมาก เนื่ องมาจากลักษณะเดนของ    ่
เวิลด์ไวด์เว็บที่สามารถนําเสนอข้อมูลมัลติมีเดียที่แสดงได้ท้ งตัวหนังสื อ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และเสี ยง
                                                            ั
         ่                   ่                        ่                                    ิ
ซึ่งมีอยูมากมาย ทําให้เครื อขายคอมพิวเตอร์มีความนาสนใจขึ้ นมาก เป็ นการจุดประกายให้เกดความอยากรู ้
                                                    ่
อยากเห็นขึ้ นในโลกอินเทอร์เน็ต และกลายเป็ นแหลงทรัพยากร ของกระบวนการเรี ยนการสอนที่สนองตอ              ่
                               ่
กระบวนการเรี ยนรู ้ได้เป็ นอยางดี
10


            เทคโนโลยีของ WWW ทําให้โลกไร้พรหมแดน เพราะความสามารถในการเชื่อมโยงข้อมูล
               ่                     ่
จากตําแหนงหนึ่ งไปยังอีกตําแหนงหนึ่ งได้ดวยการคลิกเมาส์ที่จุดเชื่อมโยงเพียงครั้ งเดียว ทําให้สามารถ
                                               ้
                   ี่    ั             ่     ่                      ั
ผูกเรื่ องราวที่เกยวข้องกนจากแหลงข้อมูลตางๆ ทัวทุกมุมโลกเข้าด้วยกนได้ เอกสารบนเครื อขาย WWW
                                                     ่                                      ่
                                   ่
เป็ นเอกสารรู ปแบบพิเศษที่เรี ยกวา HTML (Hyper Text Markup Language) ซึ่ งต้องใช้โปรแกรม
บราวเซอร์ ในการแสดงผล สามารถแสดงได้ท้ งตัวอักษร รู ปภาพ เสี ยง ภาพเคลื่อนไหว หรื อ วีดิทศน์
                                                   ั                                                ั
                                ็
ไฟล์ภาษา HTML สามารถเกบไว้บนเครื่ องคอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ ระบบปฏิบติการ(OS) อะไรกได้ การ
                                                                           ั                   ็
เข้าถึงหน้าเอกสาร HTML บนเว็บไซต์ต่างๆ ใช้โปรแกรมบราวเซอร์ (Internet Explorer, Netscape
                                           ่                   ั ่
Navigator, Opera)เราจะต้องทราบที่อยูของเว็บไซต์น้ นๆ ที่เรี ยกกนวา URL (Uniform Resource Locators)
                                                       ั
        ่    ่
เสี ยกอน เชน http://www.nectec.or.th http://www.google.com ตัวอักษร www ที่พิมพ์ลงใน Url คือ
ตัวระบุว่าเรากาลังเรี ยกใช้บริ การ การเปิ ดหน้าเอกสารเว็บเพจแบบข้อมูลมัลติมีเดีย เวิลด์ไวด์เว็บ นันเอง
                 ํ                                                                                ่
                                                 ่                                       ื
ซึ่งการเปิ ดใช้อินเทอร์เน็ตในปั จจุบน เราจะพบวาใช้เทคโนโลยีการให้บริ การแบบ WWW เกอบทั้ งสิ้ น
                                         ั




                      รู ปที่ 1.3 การบริ การมัลติมีเดียในอินเทอร์เน็ต
                      ที่มา : www.mrpalm.com

2.2 จรรยาบรรณการใช้ งานอินเทอร์ เน็ต
                                                     ็
            อินเทอร์ เน็ต เป็ นสื่ อสาธารณะที่ใคร ๆ กสามารถเปิ ดเข้าใช้ได้ทวโลก ดังนั้ นผูใช้บริ การต้อง
                                                                           ่ั             ้
มีจรรยาบรรณและความระมัดระวังในการใช้งาน เพราะนอกจากความปลอดภัยของข้อมูลในเครื่ องแล้วยัง
มีกฎหมายควบคุมพร้อมบทลงโทษไว้ดวย ในเรื่ องจรรยาบรรณการใช้อินเทอร์ เน็ตนี้ ยืน ภู่วรวรรณ
                                          ้
                          ่
(2547: ออนไลน์) ได้กลาวถึงบัญญัติ 10 ประการ ซึ่ งเป็ นจรรยาบรรณที่ผใช้ อินเทอร์ เน็ตพึงยึดถือไว้ เป็ น
                                                                        ู้
    ่                                                               ่ ั
แมบทของการปฏิบติ เพื่อให้การใช้อินเทอร์เน็ตมีประโยชน์และเอื้อตอกนมากที่สุด ดังนี้
                     ั
(ที่มา: http://www.skn.ac.th/a_cd/internet/webucation.html)

                            ่
               1. ต้องไมใช้คอมพิวเตอร์ทาร้าย หรื อละเมิดผูอื่น
                                       ํ                  ้
                          ่
               2. ต้องไมรบกวนการทํางานของผูอื่น
                                              ้
                        ่          ้
               3. ต้องไมสอดแนม แกไข หรื อเปิ ดดูแฟ้ มข้อมูลของผูอื่น
                                                                ้
11


                                ่
                4. ต้องไมใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการโจรกรรมข้อมูลขาวสาร ่
                          ่
                5. ต้องไมใช้คอมพิวเตอร์สร้างหลักฐานที่เป็ นเท็จ
                6. ต้องไมคัดลอกโปรแกรมของผูอื่นที่มีลิขสิ ทธิ์
                                  ่                   ้
                7. ต้องไมละเมิดการใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์โดยที่ตนเองไมมีสิทธิ์
                            ่                                                ่
                              ่
                8. ต้องไมนําเอาผลงานของผูอื่นมาเป็ นของตน
                                                  ้
                                            ิ       ั
                9. ต้องคํานึงถึงสิ่ งที่จะเกดขึ้ นกบสังคมอันติดตามมาจากการกระทําของทาน ่
               10. ต้องใช้คอมพิวเตอร์โดยเคารพกฎระเบียบ กติกา และมีมารยาท
          ข้อ แนะนํา จรรยาบรรณที่ ค วรเรี ย นรู ้ ท้ ัง การใช้ กฎระเบี ย บ กฎหมายคว บคุ ม การใช้ง าน
คอมพิวเตอร์ นักเรี ยนสามารถเรี ยนรู ้ได้จากเว็บไซต์ที่เข้าชมทุกเว็บ ซึ่ งผูดูแลเว็บ (Administrator) จะมี
                                                                           ้
ข้อแนะนําการใช้อยู่ทุกเว็บไซต์ สําหรับกฎหมายเกยวกบการควบคุมและบทลงโทษด้านคอมพิวเตอร์
                                                         ี่ ั
ศึกษาได้จาก พระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2551 ที่เว็บไซต์:
             http://elearning.medicine.swu.ac.th/news/wp-admin/doc/computer_law.pdf


           3. มาตรฐานการสื่ อสารข้ อมลในเครือข่ ายอินเทอร์ เน็ต
                                     ู

                การสื่ อ สารข้อ มู ล คื อ การนํา ข้อ มู ล จากเครื่ อ งผูส่ ง ผานสื่ อ เชนสายโทรศัพ ท์ สาย UTP
                                                                           ้     ่         ่
            ้                    ่
สายใยแกว หรื อแบบไมต้องใช้สาย (ใช้คลื่นความถี่) ไปยังเครื่ องรั บ ซึ่ งเครื่ องคอมพิวเตอร์ ในระบบ-
        ่                   ั ่                                    ั
เครื อขายจะทําหน้าที่ท้ งสงและรับ นันคือมีการโต้ตอบกนไปมา วิธีการและเทคโนโลยีการสื่ อสารข้อมูล
                                            ่
                                              ่
นักเรี ยนจะได้เรี ยนในวิชาระบบเครื อขายคอมพิวเตอร์
                               ่                                         ่
                รู ปแบบการสงและควบคุ มข้อมูลในระบบเครื อขายอิ นเทอรเน็ตจะใช้ระบบฐานข้อมูลแบบ
                                                                                               ็
กระจายจากศูนย์ (Client - Server) คือมีเครื่ อง Server ทําหน้าที่รับหรื อบริ การเกบแล้วประมวลผลข้อมูล
  ่              ่                                             ่                       ่
สงไปให้แกเครื่ องผูใช้ (Client) ซึ่งในองค์กรหรื อหนวยบริ การหนึ่ง ๆ (เรี ยกวาHOST) จะใช้ เครื่ อง Server
                          ้
                                                                 ่     ่
หลายเครื่ อง เพื่อให้บริ การผูใช้หรื อ (Client) โดยที่แตละหนวยงานเครื่ องคอมพิวเตอร์และระบบปฏิบติการ
                                   ้                                                                     ั
          ่         ั                                        ั                     ํ
(OS) ตาง ๆ กน การที่จะให้ระบบสื่ อสารข้อมูลกนได้ จึงต้องมีการกาหนดมาตรฐานการสื่ อสารข้อมูล
และ วิธีส่ งให้เป็ นแบบเดียวกน เปรี ยบเหมือนการใช้ภาษาเดียวกนยอมสื่ อสารกนรู ้เรื่ อง เราเรี ยกกฎหรื อ
                                     ั                                       ั ่             ั
มาตรฐานนี้ ว่า โปรโตคอล (Protocol) เพื่ อ ให้เ ข้า ใจมาตรฐานการเชื่ อ มตอในเครื อ ขายอิ น เทอร์ เ น็ ต
                                                                                         ่       ่
                                                                     ่
นักเรี ยนควรทําความเข้าใจความหมาย และหน้าที่ของคําวา Protocol , IP , DNS และ Url ที่เกยวข้องกบ        ี่    ั
การเชื่อมตอเข้าสู่ เครื อขายอินเทอร์เน็ตโดยสังเขปกอน ดังนี้
              ่              ่                             ่
3.1 โปรโตคอล ( Protocol )
                                               ํ                                      ่
         โปรโตคอล (Protocol) คือระเบียบวิธีที่กาหนดขึ้ นสําหรับการสื่ อสารข้อมูล ระหวางเครื่ อง
                        ่           ่ ่                          ่                ็ ํ
คอมพิวเตอร์ในระบบเครื อขายให้สามารถสงผานข้อมูลไปยังปลายทางได้อยางถูกต้อง หรื อกคือกาหนดให้
12


โปรแกรมที่จะนํามาใช้ส่ ง – รับ ข้อมูลในเครื อขายอินเทอร์เน็ต จะต้องมีเพื่อให้สามารถใช้ สง – รับข้อมูล
                                                   ่                                        ่
                                       ํ
(ข้อมูลเว็บเพจ) ได้นนเอง โดยได้กาหนดมาตรฐานจําเป็ นที่โปรแกรมจะต้องใช้เหมือนกนไว้ 4 ข้อ
                       ่ั                                                               ั
คือ 1. ชนิดของการตรวจสอบข้อผิดพลาดที่จะใช้ 2. วิธีบีบอัดข้อมูล (ถ้ามี) 3. วิธีที่ระบบที่ส่ งข้อมูลรับรู ้วา
                                                                                                          ่
มันได้ส่ งข้อมูลเสร็ จแล้ว และ 4. วิธีที่ระบบที่รับข้อมูลรับรู ้วามันได้รับข้อมูลแล้ว
                                                                  ่
                                                     ่              ่
            โปรโตคอลที่ใช้เป็ นมาตรฐานการติดตอบนเครื อขายอินเทอร์เน็ตในปั จจุบน คือ TCP/IP
                                                                                      ั
โดยโปรโตคอล TCP/IP มีโปรโตคอลทํางานรวมกนสองสวนคือ่ ั          ่
             TCP จะทําหน้าที่ในการตรวจสอบการรับ-สงข้อมูลวาถูกต้องหรื อไม่ หากมีขอมูลที่ส่ งไป
                                                                ่        ่                    ้
สูญหายระบบตรวจสอบจะแจ้งไปยังต้นทางให้ส่ งข้อมูลนั้ นมาใหม่
             IP จะทําหน้าที่ในการเลือกเส้นทางสงข้อมูลไปยังหมายเลขที่อยู่ที่ระบุ และตรวจสอบที่อยู่
                                                       ่
                     ั               ่       ่           ั            ่
ของผูรับต้องตรงกบหมายเลขที่อยูที่ระบุ เชนเดียวกบระบบการสงจดหมายของไปรษณี ย ์ ถ้าตรงกน กสง
       ้                                                                                          ั ็ ่
                ่ ็ ่
ข้อมูลให้ ถ้าไมตรงกจะผานไป

3.2 ไอพีแอดเดรส ( IP: Internet Protocol Address)
                                                 ั           ่
                  ไอพีแ อดเดรส หรื อที่ เ รี ย กกนสั้ น ๆ วา ไอพี (IP) คื อ หมายเลขที่ ร ะบุ ไ ว้ประจําเครื่ อ งหรื อ
                      ่      ั             ่                   ่
อุปกรณ์ที่จะตอเข้ากบระบบเครื อขายคอมพิวเตอร์ เชน เครื่ องคอมพิวเตอร์ เครื่ องเราท์เตอร์ เครื่ องแฟกซ์
          ั                                                          ่ ิ              ั
คล้ายกบหมายเลขโทรศัพท์ที่จะมีหมายเลขเฉพาะตัวเพื่อไมให้เกดการซํ้ ากน ปั จจุบนไอพีที่ใช้เป็ นเวอร์ชน
                                                                                              ั                     ั
4 (IPv4) หมายเลขไอพีจะใช้เลขฐานสองจํานวน 32 บิต ( 232) แยกการเขียนออกเป็ นชุดจํานวน 4 ชุด
แตละชุดจะใช้เลขฐานสองจํานวน 8 บิต คันด้วยจุด (.) คือ 28.28.28.28 เนื่ องจากคนสวนใหญ่ จะคุนเคยกบ
      ่                                              ่                                          ่             ้       ั
ระบบเลขฐานสิ บ จึงแปลงเลขฐานสองให้แสดงผลเป็ นเลขฐานสิ บมีค่าตั้ งแต่ 0-255.0-255.0-255.0-255
        ่                        ่
ตัวอยางหมายเลขไอพี เชน 203.146.15.9 เป็ น IP ของกระทรวงศึกษาธิการ
                         ํ                                            ํ
                  การกาหนดเลขหมาย IP Address จะมีวิธีการกาหนดและกฎเกณฑ์ที่รัดกุม ผูใช้ที่อยากจัดตั้ ง ้
                                               ่                                 ่
Server หรื อ Web Host เพื่อเชื่อมตอเข้าอินเตอร์เน็ต และบริ การตาง ๆ ต้องขอเลขหมาย IP Address ที่
Internet Network Information Center (InterNIC) ขององค์กร Network Solution Incorporated ที่
รั ฐ เวอร์ จิ เ นี ย สหรั ฐ อเมริ ก า แต่ ใ นทางปฏิ บ ัติผูใ ช้ต ้อ งสมัค รเข้า เป็ นสมาชิ ก ขอใช้บ ริ ก ารจากบริ ษ ัท
                                                           ้
                                                                                        ํ
ผูให้บริ การ ISP ซึ่งรับสัมปทานหมายเลข IP Address มาแล้ว ISP จะกาหนดหมายเลข IP ให้ใช้ หรื อ
    ้
   ่ ่                                             ่ ั
สงคา IP ชัวคราวให้ใช้งานได้ ทั้ งนี้ ข้ ึนอยูกบการขอใช้รูปแบบของการบริ การ
                ่
                  ปั จจุบนได้มีการคิดพัฒนาหมายเลขไอพีจากเวอร์ชน 4 เป็ นเวอร์ชน 6 ไอพีเวอร์ชนที่ 6 (IPv6)
                           ั                                            ั                 ั               ั
ในมาตรฐานของเวอร์ชน 6 จะใช้ระบบ 128 บิต (2128) เพื่อเพิ่มจํานวนหมายเลข IP ที่กาลังจะไมพอใช้
                               ั                                                                  ํ         ่
13


3.3 ระบบชื่อโดเมน (DNS: Domain Name System)
            เนื่องจากเครื อขายอินเทอร์เน็ตมีเว็บไซต์จานวนมาก การเข้าสู่ เว็บไซต์จะต้องระบุหมายเลข IP
                               ่                     ํ
                                                                                                   ํ
ของเครื่ อง Server ที่ทาหน้าที่เป็ น Host ให้ถูกต้อง แต่การจําหมายเลข IP เป็ นเรื่ องยากจึงมีการกาหนด
                           ํ
               ้                                                                     ่
แนวทางแกปั ญหาด้วยการตั้ งชื่ อหรื อใช้ตวอักษรขึ้ นมาแทนที่หมายเลข IP เชน หมายเลข IP คือ
                                           ั
                                                                                 ่     ่
203.146.15.9 แทนที่ดวยชื่อเป็ น moe.go.th จะทําให้ผใช้บริ การสามารถจําได้แมนยํากวา การแทนที่ชื่อ
                         ้                               ู้
                     ่                                                             ็
หมายเลข IP เรี ยกวา Domain Name System (DNS) ในการออกแบบระบบการจัดเกบชื่อ DNS ตามเลข IP
มีมาตรฐานการจัดเป็ นลําดับโครงสร้างของฐานข้อมูล Domain Name แบบ Top-down (ซึ่ งกาหนดและ       ํ
ควบคุมโดย InterNIC :Internet Network Information Center) คือในระดับบนสุ ดจะมีความหมายบอกถึง
ประเภทขององค์กร หรื อชื่ อประเทศที่เครื อขายตั้ งอยู่ ชื่ อ Domain จะใช้ตวอักษรเล็กหรื อใหญกได้
                                                 ่                             ั                     ่ ็
     ่                                                 ่                     ่
แตนิ ยมใช้อกษรเล็ก จากระดับบนสุ ดลงมา เป็ นหนวยงาน ซึ่ งใช้อกษรตัวยอแทนความหมาย แล้วแต่
                 ั                                                 ั
             ํ               ่               ่ ่
ผูจดตั้ งจะกาหนดขึ้ น แตละระดับจะถูกแบงคันด้วยเครื่ องหมายจุด (Dot) การดูระดับ จากบนลงลางให้ดู
  ้ั                                                                                             ่
                                 ่                               ่
จากด้านขวามาซ้าย ดังตัวอยางรู ปที่ 1.4 สําหรับประเทศไทยหนวยงานที่รับผิดชอบการจดโดเมน คือ
                       ่
ศูนย์สารสนเทศเครื อขายประเทศไทย(THNIC, Thailand Network Information Center)




                                                                                ระบุที่ตงและ
                                                                                        ั
              ระบุตามจุดประสงค์
                                                                                 จุดประสงค์
                  ขององค์กร              ตัวอย่ างการเขียน                       ขององค์กร




            รู ปที่ 1.4 แสดงการจัดลําดับโครงสร้างของฐานข้อมูล Domain Name
            ที่มา : http://wiki.nectec.or.th/ru/IT630_1_2008Students/NaManaSlideDNS
14


         รปแบบการจัดแบ่ งระดับโครงสร้ างของระบบ DNS มีดงนี้
          ู                                            ั
                                                                                             ่
        โดเมนระดับที่ 1 หรื อระดับบนสุ ด(Top Level)จะใช้โค้ดที่เป็ นตัวอักษร 2-4 ตัว เพื่อบงบอก
จุดประสงค์หรื อหน้าที่หลักขององค์กรนั้ น ๆ หรื อประเทศที่ต้ งขององค์กร ดังตารางที่แสดงดังนี้
                                                            ั
                 ่
           ตัวอยางแบบจุดประสงค์หรื อหน้าที่หลักขององค์กร

        โดเมน                     หน่ วยงานหรือประเภทองค์ กร
        .com                                 ํ ี่ ั
                                  องค์กรที่ทาเกยวกบการพาณิ ชย์
        .edu                         ํ            ั
                                  กาหนดให้กบสถานศึกษาในประเทศสหรัฐ ฯ
        .gov                           ํ              ่
                                  กาหนดให้หนวยงานราชการของรัฐบาลสหรัฐ ฯ
        .info                                           ่
                                  องค์กรที่ใช้ขอมูลขาวสาร
                                                    ้
        .int                      องค์กรนานาชาติ
        .mil                       ํ            ั
                                  กาหนดให้กบทหารของประเทศสหรัฐ ฯ
        .net                                ํ ี่ ั             ่
                                  องค์กรที่ทาเกยวกบระบบเครื อขาย
        .org                                  ่
                                  องค์กรที่ไมต้องการกาไร  ํ

               ่
          ตัวอยางบอกที่ต้ ง(ประเทศ)
                          ั

              โดเมน                                  หน่ วยงานหรือประเภทองค์ กร
                .th                   ่
                              หนวยงานที่ต้ งในประเทศไทย
                                                   ั
                .jp                 ่
                              หนวยงานที่ต้ งในประเทศญี่ปุ่น
                                                 ั
                .au               ่
                              หนวยงานที่ต้ งในประเทศออสเตรเลีย
                                             ั
               .uk                      ่
                              หนวยงานที่ต้งในประเทศอังกฤษ
                                               ั
               .tw              ่
                              หนวยงานที่ต้ งในประเทศไต้หวัน
                                           ั

         โดเมนระดับที่ 2 เป็ นการเพิ่มชื่อหนวยงานลงในระดับประเทศ โดยโดเมนที่บ่งบอกประเทศ
                                            ่
     ่                                                      ่
จะอยูขวาสุ ด และถัดมาจะเป็ นตัวอักษร 2-3 ตัวของชื่อองค์กร เชน ac.th

              โดเมน                            หน่ วยงานหรือประเภทองค์ กร
                .ac                        ่
                              หมายถึงหนวยงานที่เป็ นสถานศึกษา
               .go                       ่              ่
                              หมายถึงหนวยงานที่เป็ นหนวยงานราชการ
                .or                          ่                 ่
                              หมายถึงหนวยงานที่เป็ นองค์กรที่ไมแสวงหาผลประโยชน์
                .co                    ่              ่
                              หมายถึงหนวยงานที่เป็ นหนวยงานเอกชน
15


         ตําแหน่ งอ้ างอิงของเว็บไซต์ (URL: Universal Resource Locator)
          การที่เราจะเรี ยกใช้เว็บไซต์ใดๆ เราจะต้องทราบถึงที่อยู่บนอินเทอร์ เน็ตของเว็บไซต์น้ ันๆ
      ่      ่                                      ่             ่
ตําแหนงที่อยูบนอินเทอร์เน็ตของเว็บไซต์น้ ีเราเรี ยกวา URL ดังตัวอยางรู ปที่ 1.5




                   รู ปที่ 1.5 แสดงการระบุตาแหนง Url เพื่อเข้าสู่ เว็บไซต์ google
                                           ํ   ่

          โครงสร้ างของ Url ประกอบด้ วย
                          ่
          โปรโตคอลเชื่อมตอ + โปรโตคอลที่ใช้บริ การ + Sub domains + Top Level Domain
        ่
ดังตัวอยาง ดังรู ปที่ 1.6

                                  http://www.rtc.ac.th
             โปรโตคอลเชื่อมต่ อ + โปรโตคอลทีใช้ บริการ + Sub domains + Top Level Domain
                                            ่
                          รู ปที่ 1.6 แสดงโครงสร้างและวิธีเขียนที่ตองระบุใน Url
                                                                   ้
16


                           ี่ ั                                                                      ่
สรปบทเรียน ความรู ้เกยวกบอินเทอร์ เน็ตเบื้ องต้น นักเรี ยนได้เรี ยนมาแล้วในชั้ น ปวช. ปี ที่ 1 หรื อสวน
   ุ
                         ่                                                              ่
ใหญ่ มีพ้ืนฐานมาตั้ งแตระดับมัธยมศึกษา การเรี ยนรู ้เรื่ องการทํางานของระบบเว็บเพจหนวยนี้ นักเรี ยน
                       ี่ ั                                                ่
จะได้ทบทวนความรู ้เกยวกบอินเทอร์ เน็ต การสื่ อสารข้อมูลในระบบเครื อขายอินเทอร์ เน็ต และการใช้
                                                                                  ่
งานอินเทอร์ เน็ต รวมทั้ งต้องศึกษาจรรยาบรรณการใช้อินเทอร์ เน็ตซึ่ งเป็ นเครื อขายสาธารณะในทางที่
                 ํ                        ่
ถูกต้อง และให้ทาการการสื บค้นข้อมูล สงข้อมูลทาง E-mail ให้ครู ผสอนตรวจผลงาน ในการปฏิบติ
                                                                       ู้                              ั
นักเรี ยนจะต้องนําข้อมูลที่ได้ไปจัดรู ปแบบในโปรแกรม MS Word ให้เรี ยบร้อย ตกแตงข้อมูลให้      ่
ดูเหมาะสมกบควรต้องมีรูปภาพประกอบให้น่าอานมากขึ้ น เป็ นการบูรณาการความรู ้เรื่ องการประมวลผล
             ั                                ่
คํามาใช้ประโยชน์ ซึ่งในหนวยการเรี ยนที่ 2 จะได้เริ่ มเข้าสู่ การออกแบบเว็บไซต์ตอไป
                                ่                                               ่

          เพื่อให้นกเรี ยนทบทวนความรู ้เดิมและความรู ้ในบทเรี ยนให้ตอบคําถามตอไปนี้ ว่าเรา มีความรู ้
                     ั                                                       ่
        ่
ในสิ่ งตอไปนี้ เพียงใด
                                                            แบบฝึ กหัดประจําบทเรียน
คําสั่ ง ให้ ตอบคําถามต่ อไปนี้

                                         ่
1. อินเทอร์เน็ตที่เราใช้อยูในปัจจุบนมีจุดเริ่ มต้นจากประเทศใด โดยมีสาเหตุจูงใจสําคัญเนื่องจากอะไร
                                                        ั
....................................................................................................................................................................
2. การใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยครั้งแรกเป็ นการใช้ทางานด้านอะไร                             ํ
....................................................................................................................................................................
                      ่
3. ให้ยกตัวอยางจรรยาบรรณ ในการใช้อินเทอร์เน็ตมา 3 ข้อ
....................................................................................................................................................................
4. ให้บอกชื่อการบริ การบนอินเทอร์เน็ตมา 3 อยาง……………………………………………………..          ่
………………………………………………………………………………………………………..…..
5. เอกสารเว็บที่แสดงบนอินเทอร์เน็ต ใช้โปรแกรมภาษาอะไรเป็ นภาษาพื้นฐาน......................................
6. ISP หมายถึง..........................................................................................................................................
7. หมายเลขประจําเครื่ องหรื ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ระบบเครื อขายคอมพิวเตอร์เรี ยกวาอะไร                  ่                                 ่
 ....................................................................................................................................................................
8. DNS คือ..................................................................................................................................................
9. โปรโตคอล คือ ......................................................................................................................................
10.url คือ......................................................................................................................................................
17


                                              อ้ างอิง

ณัฐกร สงคราม. อิทธิพลของแบบการคิดและโครงสร้ างของโปรแกรมการเรียนการสอนผ่ านเว็บ ทีมีต่อ         ่
          ผลสั มฤทธิทางการเรียนวิชาพืนฐานคอมพิวเตอร์ เพือการศึกษา ของนิสิตระดับปริญญาตรี
                                           ้                     ่
          คณะครศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย. วิทยานิพนธ์ ค.ม., จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,2543.
                   ุ
บุญสื บ โพธิ์ ศรี และคณะ. การสร้ างเว็บเพจ. กรุ งเทพฯ: ศูนย์ส่ งเสริ มอาชีวะ, 2550.
ปกรณ์ พาณิ ชย์กิจ. เรียนการใช้ งานอินเทอร์ เน็ตและ World Wide Web ด้ วยตนเอง. กรุ งเทพฯ :
          ซีเอ็ดยูเคชัน, 2541.
                             ้        ่                                                       ั
เสาวคนธ์ คงสุ ข . ความรู้ เบืองต้ นเกียวกับอินเทอร์ เน็ต. กรุ งเทพ : สํานักพิมพ์ เอมพันธ์ จํากด

การสื บค้ น :
            http://cs.ssru.ac.th/konmink/TCP_IP
            http://nanotech.sc.mahidol.ac.th/comlab/net/
            http://race.nstru.ac.th/RACE/documents/11688329912.doc
            http://www.krujongrak.com/internet/internet.html
            http://www.nectect.or.th
            http://www.piacec.moe.go.th/~epower/ITF/menu/5.htm
            http://www.skn.ac.th
            http://www.thainame.net/weblampang/student3/p2.html

หน่วยที่ 1 การทำงานกับระบบเว็บ

  • 1.
    หน่ วยการเรี ยนที1 การทํางานของระบบเว็บเพจ สาระการเรียนร้ ู เว็ บ เพจเป็ นข้อ มู ล เอกสารอิ เ ล็ ก ทรอนิ ก ส์ ที่ ดู ไ ด้จ ากโปรแกรมเว็ บ บราวเซอร์ ซ่ ึ งใช้เ ปิ ด อินเทอร์ เน็ต ในการเรี ยนรู ้ระบบการทํางานของเว็บเพจ เพื่อให้นกเรี ยนที่จะศึกษาการสร้างเว็บเพจได้ ั ่ ่ ่ ทําความเข้าใจกอนวา เราสร้างเว็บเพจไปใช้ที่ไหน รู ปแบบการใช้งานเป็ นอยางไร มีขอแนะนําควรระวัง ้ ี่ ั ่ อะไรบ้าง นักเรี ยนจึงต้องมีความพื้นฐานรู ้เกยวกบระบบเครื อขายอินเทอร์ เน็ต เข้าใจระบบการเชื่อมโยง ่ ่ เอกสารเว็บในเครื อขายอินเทอร์เน็ต รู ปแบบการใช้บริ การตาง ๆในอินเทอร์เน็ต รวมทั้ งจรรยาบรรณและ คําแนะนําการใช้งาน ที่ควรทราบ ซึ่ งเป็ นการปูพ้ืนฐานความรู ้ก่อนที่จะเรี ยนรู ้การสร้างเว็บในหนวยการ ่ ่ เรี ยนตอไป ผังความคิด (Mind Mapping) 2.1 รูปแบบการให้ บริการ 2.2 จรรยาบรรณและข้ อแนะนําการใช้ ’ ่ 2. การใช้บริ การตาง ๆ ในอินเทอร์เน็ต 1. ความรู้พืนฐานเกี่ยวกับอินเทอร์ เน็ต การทํางานของระบบเว็บเพจ ่ 3. มาตรฐานการสื อสารข้อมูลในเครื อขายอินเทอร์เน็ต 3.1 โปรโตคอล 3.2 ระบบ IP 3.3 ระบบ Domain name
  • 2.
    2 จดประสงค์ การเรียนรู้ ุ ่ เมื่อนักเรี ยนเรี ยนจบหนวยการเรี ยนนี้ แล้ว นักเรี ยนคงจะมีความรู ้ความสามารถดังนี้ 1. บอกความหมายและความเป็ นมาของอินเทอร์ เน็ต ได้ 2. บอกรูปแบบของการให้ บริ การในอินเทอร์ เน็ตได้ 3. บอกสิงที่ควรระวังและข้ อควรปฏิบตในการใช้ งานอินเทอร์ เน็ตได้ ่ ัิ 4. บอกมาตรฐานการสื่ อสารข้อมูลในอินเทอร์เน็ต 5. บอกความหมายและความสําคัญของโปรโตคอล ได้ 6. บอกความหมายและความสําคัญของไอพี( IP) ได้ 7. บอกความหมายและการใช้งานโดเมนเนม(DNS) ได้ 8. สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูลได้ ่ 9. สามารถสงข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตโดย อีเมล์ได้
  • 3.
    3 การทํางานของระบบเว็บเพจ การสร้างเว็บเพจ เพื่อนําผลงานไปแสดงผลในอินเทอร์เน็ต นักเรี ยนจึงต้องมีความรู ้ และความ ่ ่ ่ เข้าใจการทํางานของระบบเว็บเพจ กอนวาเราสร้างงานไปใช้ในสวนใดของระบบ และจะแสดงผลได้ ่ อยางไร ดังมีหวข้อดังนี้ ั 1. ความรู้ พนฐานเกียวกับอินเทอร์ เน็ต ื้ ่ ่ ่ อินเทอร์ เน็ต(Internet)เป็ นระบบเครื อขายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญที่ครอบคลุมไปทัวโลก เป็ น ่ ่ ่ ั การนําเครื อขายระดับแวนหลาย ๆ เครื อขายมารวมเข้าด้วยกน เพื่ออํานวยความสะดวกในการให้บริ การ ่ ่ ่ ข้อมูลขาวสาร Internet เป็ นคํายอของ Inter connection network หมายถึงเครื อขายคอมพิวเตอร์ที่ใหญ่ ที่สุดในโลก การทํางานของอินเทอร์ เน็ตจะอยู่ภายใต้กฎมาตรฐานหรื อโปรโตคอลเดี ยวกนทัวโลก 3 ั ่ มาตรฐาน คือ อินเทอร์ เน็ตโปรโตคอล (Internet Protocol :IP) ซิ มเปิ ลเมล์ทรานซ์เฟอร์ โปรโตคอล (Simple Mail Transfer Protocol:SMTP) และ โดเมนเนมซีสเต็ม(Doman Name System:DNS) ทําให้ ่ ่ เครื่ องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมตอเข้าระบบทุกระบบสามารถติดตอรับ-สงข้อมูลกนได้ ่ ั ่ ่ ่ การแสดงข้อมูลขาวสาร สารสนเทศตาง ๆ ในเครื อขายอินเทอร์เน็ตที่แสดงทางจอคอมพิวเตอร์ ่ หรื ออุปกรณ์แสดงผลอื่น ๆ เชน โทรศัพท์มือถือ แฟกซ์ ฯลฯ เป็ นข้อมูลเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่อาจมีท้ ง ั ข้อมูลที่เป็ นข้อความ รู ปภาพ เสี ยง หรื อวิดีโอ เราเรี ยกชื่อเอกสารอิเล็กทรอนิ กส์น้ ี ว่า เอกสารเว็บ โดย ่ ่ ้ จะ เรี ยกสั้ น ๆ วา “เว็บเพจ” ด้วยเหตุที่เว็บเพจเหลานี้ ตองนําไปแสดงในอินเทอร์ เน็ต ที่ผชมทัวทั้ งโลก ู้ ่ สามารถเข้าชมได้ อี กทั้ งต้องมี ข้อความ รู ปภาพ เสี ยง วิดีโอ นอกจากนี้ ย งต้องสามารถติ ดตอสื่ อสาร ั ่ ่ ั ่ ระหวางกนได้อีกด้วย การสร้างหน้าเว็บเพจจึงต้องใช้ความรู ้ ความสามารถมากกวาการสร้างหน้าเอกสาร ่ ธรรมดาทัวไปและการที่มีความต้องการใช้งานมาก การสร้างคอนข้างยาก อาชีพการสร้างเว็บจึงเป็ นอาชีพ ่ ที่สร้างรายได้สูงจึงเป็ นอาชีพที่น่าเรี ยนรู ้ที่สาคัญอาชีพหนึ่งในโลกไอทียคปัจจุบน ํ ุ ั 1.1 ประวัตความเป็ นมาของอินเทอร์ เน็ต ิ ่ ่ อิ น เทอร์ เ น็ ต เป็ นเครื อ ขายคอมพิ ว เตอร์ ที่ เริ่ ม กอตั้ ง โดย กระทรวงกลาโหมสหรั ฐ อเมริ ก า ่ ั รวมกบมหาวิยาลัยในมลรัฐแคลิฟอร์ เนี ย ประมาณปี ค.ศ. 1969(พ.ศ.2512) สาเหตุสาคัญเนื่ องมาจาก ํ ่ ่ ั ระหวางนั้ น มี ส งครามเย็น ระหวางฝ่ ายคอมมิ ว นิ ส ต์นํา โดยรั ส เซี ย กบฝ่ ายเสรี ป ระชาธิ ป ไตยนํา โดย ่ ่ ่ สหรัฐอเมริ กา โดยแตละฝ่ ายตางระวังขีปนาวุธที่อาจยิงถลมจุดยุทธศาสตร์ สหรัฐฯ กลัววาหากศูนย์ ่ ควบคุมคอมพิวเตอร์ ถูกทําลายจะทําให้ขอมูลเสี ยหายจึงคิดสร้างศูนย์คอมพิวเตอร์ ออกเป็ นหลายจุดและ ้ ั ็ สามารถเชื่ อ มโยงข้อ มู ลเข้า หากนได้ท้ ง หมด หากศูน ย์คอมพิว เตอร์ ใ ดถูก ทํา ลาย กสามารถ ใช้ศู น ย์ ั
  • 4.
    4 ั คอมพิวเตอร์ อื่นซึ่ งมีขอมูลเหมือนกนได้ จึงได้มอบหมายให้มหาวิยาลัยในมลรัฐแคลิฟอร์ เนี ย 4 แหง ้ ่ ่ ั ่ รวมกนทําการวิจยทดลองสร้ างเครื อขายคอมพิวเตอร์ สามารถเชื่ อมโยงข้อมูลเข้าหากน โดยให้หนวย ั ั ่ งานวิจยทางทหารชื่อ อาร์ปา (ARPA : Advanced Research Project Agency ) เป็ นผูรับผิดชอบ ใช้ชื่อใหม่ ั ้ ่ วา ARPAnet (Advanced Research Project Agency Network) เมื่อโครงการทดลองสําเร็ จ โครงการ ่ ARPAnet จึงเปลี่ยนชื่อใหม่เป็ น DARPAnet ถือเป็ นเครื อขายที่ใช้งานจริ ง มหาวิทยาลัยตาง ๆ ใน ่ ่ ่ ั สหรัฐอเมริ กาได้ขอเข้ารวมโครงการและขอเชื่อมตอระบบคอมพิวเตอร์เข้ากบเครื อขาย DAPAnet เพื่อใช้ ่ ในการศึกษาและวิจยมากขึ้ น ในปี ค.ศ.1975 (พ.ศ.2518) DARPAnet ได้โอนหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ั ่ ให้แก่ หนวยการสื่ อสารของกองทัพสหรัฐ (Defense Communications Agency ปั จจุบนคือ Defense ั ่ ่ ิ Information’s Systems Agency) เมื่อเครื อขายขยายใหญมากทําให้เกดปั ญหาความปลอดภัย ในปี ค.ศ. ่ 1983 ทางการทหารของสหรัฐอเมริ กาจึ งแยกเครื อขายเฉพาะของกองทัพออกมาบริ หาร โครงการ ่ ่ ่ DARPAnet จึงแบงเป็ น 2 เครื อขายคือ ด้านงานวิจยใช้ชื่อ ดาร์ปาเน็ต สวนเครื อขายของกองทัพใช้ชื่อ ั ่ ํ มิลเน็ต (MILNET: Military Network) และเพื่อกาหนดมาตรฐานการสร้างข้อมูล สารสนเทศตางๆ ให้ทุก ่ ่ ่ ั เครื อขายสามารถรับ-สงข้อมูลกนได้ใน ค.ศ.1983 (พ.ศ.2526) DARPAnet ได้ประกาศใช้ โปรโตคอล TCP/IP (Transmission Control Protocol/Internet Protocol) เป็ นมาตรฐานการสื่ อสารข้อมูลในอินเทอร์ เน็ต DARPAnet ได้ทาหน้าที่รับผิดชอบดูแลระบบอินเทอร์เน็ตเรื่ อยมาจนถึง ค.ศ.1980 (พ.ศ.2533) จึงให้ ํ ่ มูลนิ ธิวิทยาศาสตร์ แหงชาติ (National Science Foundation - NSF) เข้ามาดูแลแทนรวม กบอีกหลาย ่ ั ่ ่ ่ ่ ่ หนวยงาน นับตั้ งแตนั้ นมาได้มีเครื อขายยอยของสถาบันและองค์กรตางๆ ทั้ งในประเทศสหรัฐอเมริ กา ่ ่ และประเทศตางๆ ที่มีความสัมพันธ์ เข้ามาเชื่ อมตอเพิ่มขึ้ นไปเรื่ อย ๆ ความต้องการใช้อินเทอร์ เน็ตได้ ่ ่ เพิ่มขึ้ นอยางรวดเร็ วจนปั จจุ บนเครื อขายอิ นเทอร์ เน็ตได้ครอบคลุมไปทัวโลกในการควบคุมจํานวนใช้ ั ่ ่ ั ่ หมายเลขไอพีประจําเครื่ องที่ ไมซํ้ ากนซึ่ งสหรัฐอมริ กาจะเป็ นผูควบคุมให้เทานั้ น การที่ "ไอพี" หรื อ ้ ่ อินเทอร์เน็ตโปรโตคอล เป็ นสวนที่ใช้ควบคุมเครื่ องคอมพิวเตอร์ในระบบและเป็ นมาตรฐานการเชื่อมตอ ่ ่ ่ ่ ่ สําคัญของเครื อขายอินเทอร์เน็ตจึงใช้ชื่อเรี ยกเครื อขายนี้แบบยอวา "อินเทอร์เน็ต" มาจนปัจจุบน ั (ที่มา : http://www.krujongrak.com/internet/internet.html) รูปที่ 1.1 แสดงเครื อข่ายอินเทอร์ เน็ต ที่มา : www. school.obec.go.th
  • 5.
    5 1.2 อินเทอร์ เน็ตในประเทศไทย ่ ่ ประเทศไทยมีการติดตอใช้งานอินเทอร์เน็ตตั้ งแตปี พ.ศ.2530 ในลักษณะการใช้บริ การจดหมาย อิเล็กทรอนิ กส์หรื ออีเมล์ เป็ นการติดตอระหวางมหาวิทยาลัยสงขลานคริ นทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ (PSU) ่ ่ ่ และสถาบันเทคโนโลยีแหงเอเชียหรื อสถาบันเอไอที (AIT) การติดตออินเทอร์เน็ตของทั้ งสองสถาบันเป็ น ่ ่ การใช้บริ การจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ โดยความรวมมือกบประเทศออสเตรเลีย ตามโครงการ IDP ซึ่งเป็ น ั ่ ่ การติดตอเชื่อมโยงเครื อขายด้วยสายโทรศัพท์ จนกระทังปี พ.ศ.2531 มหาวิทยาลัยสงขลานคริ นทร์วิทยา ่ เขตหาดใหญ่ ได้ยื่น ขอที่ อยู่อิ น เทอร์ เ น็ ต (Url) ในประเทศไทย และได้รั บ ที่ อ ยู่อิ น เทอร์ เ น็ ต ใช้ชื่ อ วา ่ ่ ่ Sritrang.psu.th ซึ่งนับวาเป็ น Url แหงแรกของประเทศไทย ตอมาปี พ.ศ.2534 บริ ษท DEC (Thailand) ่ ั ั ิ จํากด ได้ขอ Url เพื่อใช้ในกจกรรมของบริ ษท และได้รับ Url เป็ น dect.co.th ถือเป็ นการใช้ในภาคธุรกจ ั ิ รายแรก ปี พ.ศ.2535 นับว่าเป็ นปี ที่อินเทอร์ เน็ตเข้ามาในประเทศไทยอยางเต็มตัว กลาวคือจุฬาลงกรณ์ ่ ่ ่ ่ มหาวิทยาลัยได้จดตั้ งเครื อขายคอมพิวเตอร์ข้ ึนและได้เชาสายลีสไลน์ (leased line) ซึ่ งเป็ นสายความเร็ วสู ง ั ่ ั ่ ั ่ เพื่อเชื่อมตอกบอินเทอร์ เน็ต โดยเชื่อมตอเข้ากบเครื อขาย ยูยเู น็ต (UUNET) ของบริ ษท ยูยเู น็ตเทคโนโลยี ั ั ่ จํากด (UUNET Technologies Co., Ltd.) ตั้ งอยูที่มลรัฐเวอร์จิเนียประเทศสหรัฐอเมริ กา ตั้ งชื่อเครื อขายวา ่ ่ ่ จุฬาเน็ต (ChulaNet) มีสถาบันการศึกษาขอเชื่อมตอเครื อขายอินเทอร์ เน็ตผานจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ่ ่ ได้แก่ สถาบันเอไอที มหาวิทยาลัยมหิ ดล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า วิทยาเขตเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญบริ หารธุรกจ ใช้ชื่อเครื อขายนี้ ว่าเครื อขาย ิ ่ ่ ่ "ไทยเน็ต" (THAInet) ปั จจุบนเครื อขายไทยเน็ตประกอบด้วยสถาบันการศึกษาเพียง 4 แหงเทานั้ น ั ่ ่ ่ ่ เนื่องจากสวนใหญย้ายการเชื่อมโยงมาที่เนคเทค (NECTEC) เครื อขายไทยเน็ตนับเป็ นเครื อขายที่มีเกตเวย์ ่ ่ (gateway) หรื อประตูสู่เครื อขายอินเทอร์เน็ตเป็ นแหงแรกของประเทศไทย ปี พ.ศ.2535 เนคเทคได้จดตั้ ง ่ ่ ั กลุ่มจดหมายอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการศึกษาและวิจยโดยมีชื่อวา NWG : NECTEC E-mail Working Group ั ่ ่ ่ ่ ได้จดตั้ งเครื อขายชื่อวา ไทยสาร เครื อขายไทยสารได้พฒนาอยางตอเนื่องการที่มีความต้องการ ในการใช้ ั ั ่ ่ ่ อินเทอร์เน็ตมากขึ้ น ในปี พ.ศ. 2537 การสื่ อสารแหงประเทศไทย (กสท.) ซึ่ งดูแลการให้บริ การชองทาง ่ การสงข้อมูลในระบบเครื อขาย (Bandwidth) จึงได้ร่ วมมือกบบริ ษทเอกชนเปิ ดบริ การอินเทอร์ เน็ตให้แก่ ่ ่ ั ั ่ ่ ั บุคคลและผูสนใจทัวไป ตอมามีการให้สัมปทานแกบริ ษทเพื่อให้รับชวงการบริ การดูแลหมายเลข IP ขึ้ น ้ ่ ่ ั ้ ่ บริ ษทผูให้บริ การอินเทอร์เน็ตเชิงพาณิ ชย์ เรี ยกวา ISP (Internet Service Provider) ปั จจุบนประเทศไทยมี ั ้ ํ ่ ผูให้บริ การอินเทอร์เน็ตเชิงพาณิ ชย์จานวน 18 แหง คือ A-Net, Asia Access, AsiaNet, CS-Coms, CWN, FarEast, IDN, JI-Net, Internet Thailand, KSC, Line Thai, Loxinfo, Samart, SGA, WorldNet, EZNet, RoyNet, และ CWT และศูนย์บริ การอินเทอร์ เน็ตเพื่อการศึกษาและวิจยจํานวน 5 ศูนย์ ได้แก่ Scoolet, ั UniNet, PubNet, ThaiSarn และ GITS จากสถิติที่เนคเทคสํารวจ ในปี พ.ศ.2547 มีผใช้ประมาณ 6.9 ล้าน ู้ ั คน ในเดือนกนยายน 2551 มีถึง 13.4 ล้านคน (ที่มา : http://www.bloggang.com 13 ต.ค. 2551) นับวา ่ เพิ่มขึ้ นเร็ วมาก จํานวนความต้องการใช้อินเทอร์ เน็ตถือเป็ นตัวชี้ ให้เห็นการพัฒนาเทคโนโลยีการสื่ อสาร
  • 6.
    6 ่ ิ ของประเทศยุคโลกาภิวตน์ ที่มีการแขงขันทางเศรษฐกจสู ง ด้านการศึกษาจะต้องให้ความสําคัญพัฒนา ั ้ ่ นักเรี ยน นักศึกษาให้กาวทันการพัฒนาของโลกที่รัฐบาลจะต้องให้ความสําคัญและพัฒนาตอไป 2. การบริการต่ าง ๆ ในอินเทอร์ เน็ต ่ ่ ั ่ การที่อินเทอร์ เน็ต เป็ นเครื อขายคอมพิวเตอร์ ที่เชื่อมตอกนทัวโลก สามารถใช้ประโยชน์ ทั้ ง ิ การพัฒนาประเทศ สังคม เศรษฐกจ การศึกษา ด้วยเหตุน้ ี จึงมีการคิดสร้างโปรแกรมการให้บริ การ ใน ่ รู ปแบบตาง ๆ ขึ้ นหลากหลายรู ปแบบ เพื่อสนองความต้องการของผูใช้และประโยชน์ทางธุรกจ ้ ิ 2.1 รปแบบการบริการบนระบบอินเทอร์ เน็ต แบงออกเป็ น 5 ลักษณะ (ณัฐกร สงคราม. 2543) คือ ู ่ 2.1.1 บริการด้ านการรับส่ งข่ าวสารและแสดงความคิดเห็น ่ ่ การรับสงขาวสารและแสดงความคิดเห็ น เป็ นบริ การที่ได้รับความนิ ยมมากที่สุดในระบบ ่ ่ ่ ้ อินเทอร์ เน็ต จะมีเครื่ องมือในการรับสงขาวสาร และแสดงความคิดเห็นระหวางผูใช้บริ การอินเทอร์ เน็ต มีหลายวิธีดงนี้ ั ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) ่ เป็ นการให้บริ การพื้ นที่รับ-สงจดหมายหรื อข้อความ มีท้ งแบบจัดตั้ ง Mail-Server ขึ้ นเฉพาะกลุ่ม ผูใช้ตองเสี ยคาใช้จ่าย และแบบให้บริ การพื้ นที่ฟรี เจ้าของ ั ้ ้ ่ ็ ่ ่ ่ Server จะเกบเงินจากคาโฆษณา ซึ่งการใช้บริ การ E-Mail สวนใหญจะใช้บริ การแบบฟรี ซึ่ งนอกจาก ่ ่ ไมเสี ยเงินแล้วอาจเพราะมาตรฐานการดูแล และความเร็ วคอนข้างสู ง ผูรับจะได้รับข้อมูลในเวลาเกอบ ้ ื ทันทีที่ส่ งไป ผูให้บริ การ E-Mail ฟรี ของตางประเทศ เชน hotmail หรื อ yahoo mail ในประเทศไทย ้ ่ ่ ่ เชน thaimail.com chaiyo.com E-Mail ฟรี เหล่านี้ จะให้บริ การไปเรื่ อย ๆ การหมดอายุหรื อตัดการใช้ จะ ิ ิ ั ้ เกดได้เมื่อผูใช้เลิกใช้เป็ นเวลานานเกนไป การขอใช้ E-Mail กบผูให้บริ การฟรี ผูใช้จะต้องสมัครเป็ น ้ ้ สมาชิกขอใช้บริ การ และจะได้รับ user id และ password ประจําตัว เพื่อ login เข้าใช้บริ การ E-Mail กลุ่มอภิปราย (Newsgroup) หรือ ยสเน็ต (Use Net) กลุ่มอภิปรายเป็ นการรวมกลุ่มของผูใช้ ู ้ อินเทอร์ เน็ตที่มีความสนใจในเรื่ องเดียวกน เชน กลุ่มที่สนใจเรื่ องคอมพิวเตอร์ รถยนต์ การเลี้ ยงปลา ั ่ ่ ่ ่ ั การปลูกไม้ประดับ เป็ นต้น เพื่อสงขาวสารหรื อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นระหวางกน ในลักษณะของกระดาน ่ ขาว (Bulletin Board) บนอินเทอร์ เน็ต ผูใช้สามารถเลือกหัวข้อที่สนใจและสามารถแสดงความคิดเห็นได้ ้ โดยการสงข้อความไปยังกลุ่มและผูอ่านภายในกลุ่ม จะมีการรวมกนอภิปรายแสดงความคิดเห็นและสง ่ ้ ่ ั ่ ข้อความกลับมายังผูส่ งโดยตรง หรื อสงเข้าไปในกลุ่ม เพื่อให้ผอื่นอานด้วยกได้ ตัวอยาง เชน กระดานขาว ้ ่ ู้ ่ ็ ่ ่ ่ พันทิพ ที่ URL : www.pantip.com ั ้ การสนทนา (Talk) การสนทนาเป็ นบริ การที่ผใช้สามารถพูดคุยโต้ตอบกบผูใช้คนอื่น โดยการ ู้ ่ ่ พิมพ์ขอความผานทางแป้ นพิมพ์ หรื อพูดคุยผานทางคอมพิวเตอร์ มีการตอบโต้กนทันที การสนทนาผาน ้ ั ่
  • 7.
    7 ่ ทางอินเทอร์ เน็ตนี้ สามารถใช้โปรแกรมได้หลายโปรแกรม เชน โปรแกรม Talk สําหรับการสนทนา เพียง 2 คน โปรแกรม Chat หรื อ IRC (Internet Relay Chat) สําหรับการสนทนาเป็ นกลุ่ม หรื อโปรแกรม ICQ ่ ่ ่ (มาจากคําวา I Seek You: ฉันหาคุณ) ตัวอยางเชน โปรแกรม Pirch, ICQ, Windows Messenger (MSN), Yahoo Messenger เป็ นต้น 2.1.2 บริการด้ านการติดต่ อสื่ อสาร ่ ั ั่ ่ เป็ นบริ การที่ผใช้สามารถติดตอสื่ อสารกบเครื่ องคอมพิวเตอร์ที่อื่นได้ ในขณะที่นงอยูที่หน้าจอ ู้ ่ คอมพิวเตอร์ของตนเอง ซึ่งบริ การด้านการติดตอสื่ อสารมีหลายลักษณะ ดังนี้ Telnet เป็ นโปรแกรมที่ใช้ในการเข้าสู่ ระบบคอมพิวเตอร์อื่น ๆ บนอินเทอร์เน็ต และ สามารถ ่ ่ ใช้บริ การสาธารณะตาง ๆ เชน บริ การห้องสมุด ข้อมูลการวิจย และสารสนเทศของเครื่ องคอมพิวเตอร์ ั เหลานั้ นได้ราวกบวากาลังทํางานอยู่บนเครื่ องคอมพิวเตอร์ น้ ัน ๆ ชวยให้ไมต้องเดิ นทางไปทํางานอยู่ ่ ั ่ ํ ่ ่ ่ ่ หน้าเครื่ องเหลานั้ นโดยตรง จึงถือเป็ นบริ การหลักที่สําคัญอยางยิ่งของอินเทอร์ เน็ต การใช้โปรแกรม ่ ั ่ Telnet ติดตอกบคอมพิวเตอร์ ในอินเทอร์ เน็ตนั้ น จําเป็ นต้องได้รับสิ ทธิ เป็ นผูใช้ในระบบนั้ นกอน แตกมี ้ ่ ็ ่ ระบบคอมพิวเตอร์ในเครื อขายจํานวนมากที่อนุญาตให้ผใช้ทวไปเข้าใช้บริ การได้โดยไมต้องรับอนุญาต ู ้ ั่ ่ The Internet Telephone และ The Videophone ปกติการสื่ อสารทางโทรศัพท์ ผูใช้จะต้องยกหู จากเครื่ องรั บโทรศัพท์และพูดข้อความตาง ๆ ระหวางผูรับและผูส่ งแตเมื่ อใช้บริ การ ้ ่ ่ ้ ้ ่ ่ อินเทอร์ เน็ ตซึ่ งเป็ นเครื อขายการสื่ อสารทัวโลกผูใช้สามารถเลื อกหมายเลขโทรศัพท์ที่ตองการติ ดตอ ่ ้ ้ ่ ่ ่ โดยพูดผานไมโครโฟนเล็กๆ และฟั งเสี ยงสนทนาผานทางลําโพง ทั้ งนี้ ผใช้จะต้องมีโปรแกรมสําหรับใช้ ู้ ่ งานรวมทั้ งใช้เครื่ องคอมพิวเตอร์ ที่เป็ นระบบมัลติมีเดี ย ตัวอยางการบริ การแบบ Telephone เช่ น โปรแกรม Net2Phone นอกจากนี้ หากมีการติ ดตั้ งกล้องวีดิทศน์ที่เครื่ องคอมพิวเตอร์ ของคู่สนทนา ั ทั้ ง 2 ่ ั ฝ่ าย เมื่ อเชื่ อมตอคอมพิวเตอร์ เข้ากบระบบอิ นเทอร์ เน็ ตแล้ว ภาพที่ ได้จากการทํางานของ ั ็ ่ ่ กล้องวีดิทศน์กสามารถสงผานไปทางอินเทอร์เน็ตถึงผูรับได้ การสนทนาทางโทรศัพท์จึงปรากฏภาพของ ้ คูสนทนาทั้ งผูรับ และผูส่ งบนจอคอมพิวเตอร์ ไปพร้อมกบเสี ยงด้วย ตัวอยางโปรแกรมแบบ Videophone ่ ้ ้ ั ่ ่ เชน Net meeting
  • 8.
    8 2.1.3 บริการการถ่ ายโอนแฟ้ มข้ อมล ู ่ บริ การการถายโอนแฟ้ มข้อมูล หรื อบริ การ FTP (File Transfer Protocol) เป็ นบริ การ ่ ่่ ของอินเทอร์ เน็ตที่ผูใช้อินเทอร์ เน็ตนิ ยมใช้ โดยผูใช้สามารถแลกเปลี่ยน ถายโอนข้อมูล ไมวาจะเป็ น ้ ้ ่ ั ่ ไฟล์ขอมูลตัวหนังสื อ รู ปภาพ เสี ยง วีดิทศน์ หรื อโปรแกรมตาง ๆ คล้ายกบการ Copy ข้อมูล แตวิธีการ ้ ั ่ ของ FTP จะซับซ้อนและปลอดภัยกวาการ Copy การใช้งานผูให้บริ การจะมีเครื่ อง FTP Server ไว้บริ การ ้ ่ ่ เฉพาะ นั่นคือผูใช้จะต้องมี พ้ืนที่ บนเว็บ(ใน FTP Server)เป็ นของเราเองกอน จะโดยการเชาพื้ นที่ ้ หรื อ แบบฟรี ก็ได้ จึงจะมีพ้ืนที่ให้เกบหรื อฝากข้อมูล การใช้งานจะมีโปรแกรม FTP ็ สําหรับสง่ ่ (Upload) หรื อรับ (Download) ซึ่งสามารถหาได้จากอินเทอร์เน็ต ดังตัวอยาง รู ปที่ 1.1 รูปที่ 1.2 แสดงการถ่ายโอน FTP ในอินเทอร์ เน็ตด้ วย WS FTP Professional ที่มา : wbi.dru.ac.th/dcc/e-lea/net 2.1.4 บริการค้ นหาข้ อมล ู การบริ การค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีแฟ้ มข้อมูลตาง ๆ มากมายหลายพันล้านแฟ้ มบรรจุอยู่ ่ ่ ่ ่ ให้ผูใช้สามารถสื บค้นมาใช้งาน นับวาได้เป็ นรู ปแบบการบริ การที่เข้ามามีบทบาทตอทุกสวนของผูใช้ ้ ้ ิ โดยเฉพาะ ด้านการศึกษา และภาคธุ รกจที่ต้องใช้ขอมูลเพื่อการตัดสิ นใจ หรื อวางแผนการการทํางาน ้ ่ ซึ่งโปรแกรมชวยค้นหาแฟ้ มข้อมูล มีดงนี้ ั อาร์ คี (Archie) เป็ นโปรแกรมที่ ช่ วยในการค้นหาแฟ้ มที่ผูใช้ทราบชื่ อแฟ้ มแตไมทราบวา ้ ่ ่ ่ ่ แฟ้ มข้อมูลนั้ นอยูในเครื่ องบริ การใดในอินเทอร์เน็ต โปรแกรมนี้ จะสร้างบัตรรายการแฟ้ มไว้ในฐานข้อมูล ่ ่ เมื่อต้องการค้นวาแฟ้ มตามชื่อในฐานข้อมูล อยูในเครื่ องบริ การใด เพียงเรี ยกใช้โปรแกรมอาร์คีแล้วพิมพ์ ชื่อแฟ้ มข้อมูลที่ตองการลงไป โปรแกรมอาร์ คีจะตรวจค้นชื่อแฟ้ มจากฐานข้อมูล และแสดงชื่อแฟ้ มพร้อม ้
  • 9.
    9 ็ ็ รายชื่อเครื่ องบริ การที่เกบแฟ้ มนั้ นให้ทราบ เมื่อทราบชื่อเครื่ องบริ การแล้วกสามารถใช้โปรแกรมเอฟทีพี ่ ็ เพื่อถายโอนแฟ้ มข้อมูลมาเกบ ลงในคอมพิวเตอร์ของผูใช้ได้ ้ ่ โกเฟอร์ (Gopher) เป็ นโปรแกรมที่มีรายการหรื อเมนู (Menu) ให้เลือกเพื่อชวยเหลือผูใช้ในการ ้ ี่ ั ้ ่ ค้นหาแฟ้ มข้อมูลเกยวกบหัวข้อที่ระบุไว้โดยผูใช้ไมจําเป็ นต้องทราบหรื อใช้รายละเอียดของแฟ้ มข้อมูล ่ ่ ่ ทั้ งสิ้ น ผูใช้เพียงแตเลือกอานในรายการหรื อเมนูที่มีให้เลือก และกดแป้ น Enter เทานั้ น จะพบรายการ ที่ ้ ็ ่ ็ เกบไว้ในเมนูปรากฏขึ้ นมามากมาย ผูใช้สามารถเลือกอานหรื อเกบบันทึกแฟ้ มที่ตองการไว้ในคอมพิวเตอร์ ้ ้ ของผูใช้ได้เลย ้ เวอร์ โรนิคา (Veronica) เป็ นโปรแกรมค้นหาข้อมูลที่พฒนาขึ้ นมาจากการทํางานของระบบ ั โกเฟอร์ ชวยในการค้นหาข้อมูลที่ตองการโดยไมต้องผานระบบเมนู ตามลําดับขั้ นของโกเฟอร์ เพียงแต่ ่ ้ ่ ่ ี่ ั ่ พิมพ์คาสําคัญ (Keyword) ลงไปให้ระบบค้นหาเรื่ องที่เกยวข้องกบคํานั้ น ๆ ขึ้ นมาได้อยางรวดเร็ ว ํ เวส (WAIS: Wide Area Information Server) เป็ นโปรแกรมสําหรับใช้เป็ นเครื่ องมือที่ช่วย สื บค้นข้อมูล โดยการค้นจากเนื้ อหาแทนการค้นตามชื่อแฟ้ มข้อมูล จากฐานข้อมูลจํานวนมากที่กระจาย ่ ่ั ี่ ั อยูทวโลก การใช้งานผูใช้ตองระบุชื่อเรื่ อง หรื อคําหลักที่เกยวกบเนื้ อหาข้อมูลที่ตองการค้น หลังจาก ้ ้ ้ ใช้ค า สั่ ง ค้น หาข้อ มู ล โปรแกรมเวสจะชวยค้น ไปยัง แหลงข้อ มู ล ที่ ต่ อเชื่ อ มกัน อยู่ ใ นอิ น เทอร์ เ น็ ต ํ ่ ่ ี่ ั โดยค้นเอกสารที่เกยวข้องตรงกบคําหรื อวลีสาคัญ ที่ผใช้ระบุ มาให้มากที่สุด ผูใช้เลือกแฟ้ มหรื อข้อมูลที่ ํ ู้ ้ ็ ต้องการบันทึกเกบได้เชนกน ่ ั ่ เซิ ร์ช เอนจินส์ (Search Engines) เป็ นเครื่ องมือชวยค้นหาข้อมูลในระบบอินเทอร์ เน็ ต ่ ่ ่ ที่ได้รับความนิ ยมมากที่สุดในปั จจุบน โปรแกรมชวยค้นหาซึ่งมีอยูมากมาย เชน Yahoo, Alta Vista, HotBot, ั ้ ่ Excite และ Google เป็ นต้น ผูใช้สามารถค้นหาข้อมูลสารสนเทศตาง ๆ โดยใช้วิธีพิมพ์คาหรื อข้อความ ํ ่ ่ ี่ ที่เป็ นคําสําคัญเข้าไป โปรแกรมจะแสดงรายชื่อของแหลงข้อมูลตาง ๆ ที่เกยวข้องขึ้ นมา ผูใช้สามารถ ้ คลิกไปที่รายชื่อต่าง ๆ เพื่อเข้าไปดูขอมูลตามรายการนั้ น ๆ ได้ หรื อจะเลือกค้นจากหัวข้อในหมวดตาง ๆ ้ ่ (Categories) ที่โปรแกรมได้แสดงไว้เป็ นรายการตาง ๆ โดยเริ่ มจากหมวดที่กว้าง จนลึกเข้าไปสู่ หมวดยอยได้ ่ ่ 2.1.5 บริการข้ อมลมัลติมีเดีย เวิลด์ ไวด์ เว็บ (World Wide Web: WWW) ู ่ WWW เป็ นบริ การบนอินเทอร์ เน็ตที่ได้รับความนิ ยมอยางมาก เนื่ องมาจากลักษณะเดนของ ่ เวิลด์ไวด์เว็บที่สามารถนําเสนอข้อมูลมัลติมีเดียที่แสดงได้ท้ งตัวหนังสื อ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และเสี ยง ั ่ ่ ่ ิ ซึ่งมีอยูมากมาย ทําให้เครื อขายคอมพิวเตอร์มีความนาสนใจขึ้ นมาก เป็ นการจุดประกายให้เกดความอยากรู ้ ่ อยากเห็นขึ้ นในโลกอินเทอร์เน็ต และกลายเป็ นแหลงทรัพยากร ของกระบวนการเรี ยนการสอนที่สนองตอ ่ ่ กระบวนการเรี ยนรู ้ได้เป็ นอยางดี
  • 10.
    10 เทคโนโลยีของ WWW ทําให้โลกไร้พรหมแดน เพราะความสามารถในการเชื่อมโยงข้อมูล ่ ่ จากตําแหนงหนึ่ งไปยังอีกตําแหนงหนึ่ งได้ดวยการคลิกเมาส์ที่จุดเชื่อมโยงเพียงครั้ งเดียว ทําให้สามารถ ้ ี่ ั ่ ่ ั ผูกเรื่ องราวที่เกยวข้องกนจากแหลงข้อมูลตางๆ ทัวทุกมุมโลกเข้าด้วยกนได้ เอกสารบนเครื อขาย WWW ่ ่ ่ เป็ นเอกสารรู ปแบบพิเศษที่เรี ยกวา HTML (Hyper Text Markup Language) ซึ่ งต้องใช้โปรแกรม บราวเซอร์ ในการแสดงผล สามารถแสดงได้ท้ งตัวอักษร รู ปภาพ เสี ยง ภาพเคลื่อนไหว หรื อ วีดิทศน์ ั ั ็ ไฟล์ภาษา HTML สามารถเกบไว้บนเครื่ องคอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ ระบบปฏิบติการ(OS) อะไรกได้ การ ั ็ เข้าถึงหน้าเอกสาร HTML บนเว็บไซต์ต่างๆ ใช้โปรแกรมบราวเซอร์ (Internet Explorer, Netscape ่ ั ่ Navigator, Opera)เราจะต้องทราบที่อยูของเว็บไซต์น้ นๆ ที่เรี ยกกนวา URL (Uniform Resource Locators) ั ่ ่ เสี ยกอน เชน http://www.nectec.or.th http://www.google.com ตัวอักษร www ที่พิมพ์ลงใน Url คือ ตัวระบุว่าเรากาลังเรี ยกใช้บริ การ การเปิ ดหน้าเอกสารเว็บเพจแบบข้อมูลมัลติมีเดีย เวิลด์ไวด์เว็บ นันเอง ํ ่ ่ ื ซึ่งการเปิ ดใช้อินเทอร์เน็ตในปั จจุบน เราจะพบวาใช้เทคโนโลยีการให้บริ การแบบ WWW เกอบทั้ งสิ้ น ั รู ปที่ 1.3 การบริ การมัลติมีเดียในอินเทอร์เน็ต ที่มา : www.mrpalm.com 2.2 จรรยาบรรณการใช้ งานอินเทอร์ เน็ต ็ อินเทอร์ เน็ต เป็ นสื่ อสาธารณะที่ใคร ๆ กสามารถเปิ ดเข้าใช้ได้ทวโลก ดังนั้ นผูใช้บริ การต้อง ่ั ้ มีจรรยาบรรณและความระมัดระวังในการใช้งาน เพราะนอกจากความปลอดภัยของข้อมูลในเครื่ องแล้วยัง มีกฎหมายควบคุมพร้อมบทลงโทษไว้ดวย ในเรื่ องจรรยาบรรณการใช้อินเทอร์ เน็ตนี้ ยืน ภู่วรวรรณ ้ ่ (2547: ออนไลน์) ได้กลาวถึงบัญญัติ 10 ประการ ซึ่ งเป็ นจรรยาบรรณที่ผใช้ อินเทอร์ เน็ตพึงยึดถือไว้ เป็ น ู้ ่ ่ ั แมบทของการปฏิบติ เพื่อให้การใช้อินเทอร์เน็ตมีประโยชน์และเอื้อตอกนมากที่สุด ดังนี้ ั (ที่มา: http://www.skn.ac.th/a_cd/internet/webucation.html) ่ 1. ต้องไมใช้คอมพิวเตอร์ทาร้าย หรื อละเมิดผูอื่น ํ ้ ่ 2. ต้องไมรบกวนการทํางานของผูอื่น ้ ่ ้ 3. ต้องไมสอดแนม แกไข หรื อเปิ ดดูแฟ้ มข้อมูลของผูอื่น ้
  • 11.
    11 ่ 4. ต้องไมใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการโจรกรรมข้อมูลขาวสาร ่ ่ 5. ต้องไมใช้คอมพิวเตอร์สร้างหลักฐานที่เป็ นเท็จ 6. ต้องไมคัดลอกโปรแกรมของผูอื่นที่มีลิขสิ ทธิ์ ่ ้ 7. ต้องไมละเมิดการใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์โดยที่ตนเองไมมีสิทธิ์ ่ ่ ่ 8. ต้องไมนําเอาผลงานของผูอื่นมาเป็ นของตน ้ ิ ั 9. ต้องคํานึงถึงสิ่ งที่จะเกดขึ้ นกบสังคมอันติดตามมาจากการกระทําของทาน ่ 10. ต้องใช้คอมพิวเตอร์โดยเคารพกฎระเบียบ กติกา และมีมารยาท ข้อ แนะนํา จรรยาบรรณที่ ค วรเรี ย นรู ้ ท้ ัง การใช้ กฎระเบี ย บ กฎหมายคว บคุ ม การใช้ง าน คอมพิวเตอร์ นักเรี ยนสามารถเรี ยนรู ้ได้จากเว็บไซต์ที่เข้าชมทุกเว็บ ซึ่ งผูดูแลเว็บ (Administrator) จะมี ้ ข้อแนะนําการใช้อยู่ทุกเว็บไซต์ สําหรับกฎหมายเกยวกบการควบคุมและบทลงโทษด้านคอมพิวเตอร์ ี่ ั ศึกษาได้จาก พระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2551 ที่เว็บไซต์: http://elearning.medicine.swu.ac.th/news/wp-admin/doc/computer_law.pdf 3. มาตรฐานการสื่ อสารข้ อมลในเครือข่ ายอินเทอร์ เน็ต ู การสื่ อ สารข้อ มู ล คื อ การนํา ข้อ มู ล จากเครื่ อ งผูส่ ง ผานสื่ อ เชนสายโทรศัพ ท์ สาย UTP ้ ่ ่ ้ ่ สายใยแกว หรื อแบบไมต้องใช้สาย (ใช้คลื่นความถี่) ไปยังเครื่ องรั บ ซึ่ งเครื่ องคอมพิวเตอร์ ในระบบ- ่ ั ่ ั เครื อขายจะทําหน้าที่ท้ งสงและรับ นันคือมีการโต้ตอบกนไปมา วิธีการและเทคโนโลยีการสื่ อสารข้อมูล ่ ่ นักเรี ยนจะได้เรี ยนในวิชาระบบเครื อขายคอมพิวเตอร์ ่ ่ รู ปแบบการสงและควบคุ มข้อมูลในระบบเครื อขายอิ นเทอรเน็ตจะใช้ระบบฐานข้อมูลแบบ ็ กระจายจากศูนย์ (Client - Server) คือมีเครื่ อง Server ทําหน้าที่รับหรื อบริ การเกบแล้วประมวลผลข้อมูล ่ ่ ่ ่ สงไปให้แกเครื่ องผูใช้ (Client) ซึ่งในองค์กรหรื อหนวยบริ การหนึ่ง ๆ (เรี ยกวาHOST) จะใช้ เครื่ อง Server ้ ่ ่ หลายเครื่ อง เพื่อให้บริ การผูใช้หรื อ (Client) โดยที่แตละหนวยงานเครื่ องคอมพิวเตอร์และระบบปฏิบติการ ้ ั ่ ั ั ํ (OS) ตาง ๆ กน การที่จะให้ระบบสื่ อสารข้อมูลกนได้ จึงต้องมีการกาหนดมาตรฐานการสื่ อสารข้อมูล และ วิธีส่ งให้เป็ นแบบเดียวกน เปรี ยบเหมือนการใช้ภาษาเดียวกนยอมสื่ อสารกนรู ้เรื่ อง เราเรี ยกกฎหรื อ ั ั ่ ั มาตรฐานนี้ ว่า โปรโตคอล (Protocol) เพื่ อ ให้เ ข้า ใจมาตรฐานการเชื่ อ มตอในเครื อ ขายอิ น เทอร์ เ น็ ต ่ ่ ่ นักเรี ยนควรทําความเข้าใจความหมาย และหน้าที่ของคําวา Protocol , IP , DNS และ Url ที่เกยวข้องกบ ี่ ั การเชื่อมตอเข้าสู่ เครื อขายอินเทอร์เน็ตโดยสังเขปกอน ดังนี้ ่ ่ ่ 3.1 โปรโตคอล ( Protocol ) ํ ่ โปรโตคอล (Protocol) คือระเบียบวิธีที่กาหนดขึ้ นสําหรับการสื่ อสารข้อมูล ระหวางเครื่ อง ่ ่ ่ ่ ็ ํ คอมพิวเตอร์ในระบบเครื อขายให้สามารถสงผานข้อมูลไปยังปลายทางได้อยางถูกต้อง หรื อกคือกาหนดให้
  • 12.
    12 โปรแกรมที่จะนํามาใช้ส่ ง –รับ ข้อมูลในเครื อขายอินเทอร์เน็ต จะต้องมีเพื่อให้สามารถใช้ สง – รับข้อมูล ่ ่ ํ (ข้อมูลเว็บเพจ) ได้นนเอง โดยได้กาหนดมาตรฐานจําเป็ นที่โปรแกรมจะต้องใช้เหมือนกนไว้ 4 ข้อ ่ั ั คือ 1. ชนิดของการตรวจสอบข้อผิดพลาดที่จะใช้ 2. วิธีบีบอัดข้อมูล (ถ้ามี) 3. วิธีที่ระบบที่ส่ งข้อมูลรับรู ้วา ่ มันได้ส่ งข้อมูลเสร็ จแล้ว และ 4. วิธีที่ระบบที่รับข้อมูลรับรู ้วามันได้รับข้อมูลแล้ว ่ ่ ่ โปรโตคอลที่ใช้เป็ นมาตรฐานการติดตอบนเครื อขายอินเทอร์เน็ตในปั จจุบน คือ TCP/IP ั โดยโปรโตคอล TCP/IP มีโปรโตคอลทํางานรวมกนสองสวนคือ่ ั ่ TCP จะทําหน้าที่ในการตรวจสอบการรับ-สงข้อมูลวาถูกต้องหรื อไม่ หากมีขอมูลที่ส่ งไป ่ ่ ้ สูญหายระบบตรวจสอบจะแจ้งไปยังต้นทางให้ส่ งข้อมูลนั้ นมาใหม่ IP จะทําหน้าที่ในการเลือกเส้นทางสงข้อมูลไปยังหมายเลขที่อยู่ที่ระบุ และตรวจสอบที่อยู่ ่ ั ่ ่ ั ่ ของผูรับต้องตรงกบหมายเลขที่อยูที่ระบุ เชนเดียวกบระบบการสงจดหมายของไปรษณี ย ์ ถ้าตรงกน กสง ้ ั ็ ่ ่ ็ ่ ข้อมูลให้ ถ้าไมตรงกจะผานไป 3.2 ไอพีแอดเดรส ( IP: Internet Protocol Address) ั ่ ไอพีแ อดเดรส หรื อที่ เ รี ย กกนสั้ น ๆ วา ไอพี (IP) คื อ หมายเลขที่ ร ะบุ ไ ว้ประจําเครื่ อ งหรื อ ่ ั ่ ่ อุปกรณ์ที่จะตอเข้ากบระบบเครื อขายคอมพิวเตอร์ เชน เครื่ องคอมพิวเตอร์ เครื่ องเราท์เตอร์ เครื่ องแฟกซ์ ั ่ ิ ั คล้ายกบหมายเลขโทรศัพท์ที่จะมีหมายเลขเฉพาะตัวเพื่อไมให้เกดการซํ้ ากน ปั จจุบนไอพีที่ใช้เป็ นเวอร์ชน ั ั 4 (IPv4) หมายเลขไอพีจะใช้เลขฐานสองจํานวน 32 บิต ( 232) แยกการเขียนออกเป็ นชุดจํานวน 4 ชุด แตละชุดจะใช้เลขฐานสองจํานวน 8 บิต คันด้วยจุด (.) คือ 28.28.28.28 เนื่ องจากคนสวนใหญ่ จะคุนเคยกบ ่ ่ ่ ้ ั ระบบเลขฐานสิ บ จึงแปลงเลขฐานสองให้แสดงผลเป็ นเลขฐานสิ บมีค่าตั้ งแต่ 0-255.0-255.0-255.0-255 ่ ่ ตัวอยางหมายเลขไอพี เชน 203.146.15.9 เป็ น IP ของกระทรวงศึกษาธิการ ํ ํ การกาหนดเลขหมาย IP Address จะมีวิธีการกาหนดและกฎเกณฑ์ที่รัดกุม ผูใช้ที่อยากจัดตั้ ง ้ ่ ่ Server หรื อ Web Host เพื่อเชื่อมตอเข้าอินเตอร์เน็ต และบริ การตาง ๆ ต้องขอเลขหมาย IP Address ที่ Internet Network Information Center (InterNIC) ขององค์กร Network Solution Incorporated ที่ รั ฐ เวอร์ จิ เ นี ย สหรั ฐ อเมริ ก า แต่ ใ นทางปฏิ บ ัติผูใ ช้ต ้อ งสมัค รเข้า เป็ นสมาชิ ก ขอใช้บ ริ ก ารจากบริ ษ ัท ้ ํ ผูให้บริ การ ISP ซึ่งรับสัมปทานหมายเลข IP Address มาแล้ว ISP จะกาหนดหมายเลข IP ให้ใช้ หรื อ ้ ่ ่ ่ ั สงคา IP ชัวคราวให้ใช้งานได้ ทั้ งนี้ ข้ ึนอยูกบการขอใช้รูปแบบของการบริ การ ่ ปั จจุบนได้มีการคิดพัฒนาหมายเลขไอพีจากเวอร์ชน 4 เป็ นเวอร์ชน 6 ไอพีเวอร์ชนที่ 6 (IPv6) ั ั ั ั ในมาตรฐานของเวอร์ชน 6 จะใช้ระบบ 128 บิต (2128) เพื่อเพิ่มจํานวนหมายเลข IP ที่กาลังจะไมพอใช้ ั ํ ่
  • 13.
    13 3.3 ระบบชื่อโดเมน (DNS:Domain Name System) เนื่องจากเครื อขายอินเทอร์เน็ตมีเว็บไซต์จานวนมาก การเข้าสู่ เว็บไซต์จะต้องระบุหมายเลข IP ่ ํ ํ ของเครื่ อง Server ที่ทาหน้าที่เป็ น Host ให้ถูกต้อง แต่การจําหมายเลข IP เป็ นเรื่ องยากจึงมีการกาหนด ํ ้ ่ แนวทางแกปั ญหาด้วยการตั้ งชื่ อหรื อใช้ตวอักษรขึ้ นมาแทนที่หมายเลข IP เชน หมายเลข IP คือ ั ่ ่ 203.146.15.9 แทนที่ดวยชื่อเป็ น moe.go.th จะทําให้ผใช้บริ การสามารถจําได้แมนยํากวา การแทนที่ชื่อ ้ ู้ ่ ็ หมายเลข IP เรี ยกวา Domain Name System (DNS) ในการออกแบบระบบการจัดเกบชื่อ DNS ตามเลข IP มีมาตรฐานการจัดเป็ นลําดับโครงสร้างของฐานข้อมูล Domain Name แบบ Top-down (ซึ่ งกาหนดและ ํ ควบคุมโดย InterNIC :Internet Network Information Center) คือในระดับบนสุ ดจะมีความหมายบอกถึง ประเภทขององค์กร หรื อชื่ อประเทศที่เครื อขายตั้ งอยู่ ชื่ อ Domain จะใช้ตวอักษรเล็กหรื อใหญกได้ ่ ั ่ ็ ่ ่ ่ แตนิ ยมใช้อกษรเล็ก จากระดับบนสุ ดลงมา เป็ นหนวยงาน ซึ่ งใช้อกษรตัวยอแทนความหมาย แล้วแต่ ั ั ํ ่ ่ ่ ผูจดตั้ งจะกาหนดขึ้ น แตละระดับจะถูกแบงคันด้วยเครื่ องหมายจุด (Dot) การดูระดับ จากบนลงลางให้ดู ้ั ่ ่ ่ จากด้านขวามาซ้าย ดังตัวอยางรู ปที่ 1.4 สําหรับประเทศไทยหนวยงานที่รับผิดชอบการจดโดเมน คือ ่ ศูนย์สารสนเทศเครื อขายประเทศไทย(THNIC, Thailand Network Information Center) ระบุที่ตงและ ั ระบุตามจุดประสงค์ จุดประสงค์ ขององค์กร ตัวอย่ างการเขียน ขององค์กร รู ปที่ 1.4 แสดงการจัดลําดับโครงสร้างของฐานข้อมูล Domain Name ที่มา : http://wiki.nectec.or.th/ru/IT630_1_2008Students/NaManaSlideDNS
  • 14.
    14 รปแบบการจัดแบ่ งระดับโครงสร้ างของระบบ DNS มีดงนี้ ู ั ่ โดเมนระดับที่ 1 หรื อระดับบนสุ ด(Top Level)จะใช้โค้ดที่เป็ นตัวอักษร 2-4 ตัว เพื่อบงบอก จุดประสงค์หรื อหน้าที่หลักขององค์กรนั้ น ๆ หรื อประเทศที่ต้ งขององค์กร ดังตารางที่แสดงดังนี้ ั ่ ตัวอยางแบบจุดประสงค์หรื อหน้าที่หลักขององค์กร โดเมน หน่ วยงานหรือประเภทองค์ กร .com ํ ี่ ั องค์กรที่ทาเกยวกบการพาณิ ชย์ .edu ํ ั กาหนดให้กบสถานศึกษาในประเทศสหรัฐ ฯ .gov ํ ่ กาหนดให้หนวยงานราชการของรัฐบาลสหรัฐ ฯ .info ่ องค์กรที่ใช้ขอมูลขาวสาร ้ .int องค์กรนานาชาติ .mil ํ ั กาหนดให้กบทหารของประเทศสหรัฐ ฯ .net ํ ี่ ั ่ องค์กรที่ทาเกยวกบระบบเครื อขาย .org ่ องค์กรที่ไมต้องการกาไร ํ ่ ตัวอยางบอกที่ต้ ง(ประเทศ) ั โดเมน หน่ วยงานหรือประเภทองค์ กร .th ่ หนวยงานที่ต้ งในประเทศไทย ั .jp ่ หนวยงานที่ต้ งในประเทศญี่ปุ่น ั .au ่ หนวยงานที่ต้ งในประเทศออสเตรเลีย ั .uk ่ หนวยงานที่ต้งในประเทศอังกฤษ ั .tw ่ หนวยงานที่ต้ งในประเทศไต้หวัน ั โดเมนระดับที่ 2 เป็ นการเพิ่มชื่อหนวยงานลงในระดับประเทศ โดยโดเมนที่บ่งบอกประเทศ ่ ่ ่ จะอยูขวาสุ ด และถัดมาจะเป็ นตัวอักษร 2-3 ตัวของชื่อองค์กร เชน ac.th โดเมน หน่ วยงานหรือประเภทองค์ กร .ac ่ หมายถึงหนวยงานที่เป็ นสถานศึกษา .go ่ ่ หมายถึงหนวยงานที่เป็ นหนวยงานราชการ .or ่ ่ หมายถึงหนวยงานที่เป็ นองค์กรที่ไมแสวงหาผลประโยชน์ .co ่ ่ หมายถึงหนวยงานที่เป็ นหนวยงานเอกชน
  • 15.
    15 ตําแหน่ งอ้ างอิงของเว็บไซต์ (URL: Universal Resource Locator) การที่เราจะเรี ยกใช้เว็บไซต์ใดๆ เราจะต้องทราบถึงที่อยู่บนอินเทอร์ เน็ตของเว็บไซต์น้ ันๆ ่ ่ ่ ่ ตําแหนงที่อยูบนอินเทอร์เน็ตของเว็บไซต์น้ ีเราเรี ยกวา URL ดังตัวอยางรู ปที่ 1.5 รู ปที่ 1.5 แสดงการระบุตาแหนง Url เพื่อเข้าสู่ เว็บไซต์ google ํ ่ โครงสร้ างของ Url ประกอบด้ วย ่ โปรโตคอลเชื่อมตอ + โปรโตคอลที่ใช้บริ การ + Sub domains + Top Level Domain ่ ดังตัวอยาง ดังรู ปที่ 1.6 http://www.rtc.ac.th โปรโตคอลเชื่อมต่ อ + โปรโตคอลทีใช้ บริการ + Sub domains + Top Level Domain ่ รู ปที่ 1.6 แสดงโครงสร้างและวิธีเขียนที่ตองระบุใน Url ้
  • 16.
    16 ี่ ั ่ สรปบทเรียน ความรู ้เกยวกบอินเทอร์ เน็ตเบื้ องต้น นักเรี ยนได้เรี ยนมาแล้วในชั้ น ปวช. ปี ที่ 1 หรื อสวน ุ ่ ่ ใหญ่ มีพ้ืนฐานมาตั้ งแตระดับมัธยมศึกษา การเรี ยนรู ้เรื่ องการทํางานของระบบเว็บเพจหนวยนี้ นักเรี ยน ี่ ั ่ จะได้ทบทวนความรู ้เกยวกบอินเทอร์ เน็ต การสื่ อสารข้อมูลในระบบเครื อขายอินเทอร์ เน็ต และการใช้ ่ งานอินเทอร์ เน็ต รวมทั้ งต้องศึกษาจรรยาบรรณการใช้อินเทอร์ เน็ตซึ่ งเป็ นเครื อขายสาธารณะในทางที่ ํ ่ ถูกต้อง และให้ทาการการสื บค้นข้อมูล สงข้อมูลทาง E-mail ให้ครู ผสอนตรวจผลงาน ในการปฏิบติ ู้ ั นักเรี ยนจะต้องนําข้อมูลที่ได้ไปจัดรู ปแบบในโปรแกรม MS Word ให้เรี ยบร้อย ตกแตงข้อมูลให้ ่ ดูเหมาะสมกบควรต้องมีรูปภาพประกอบให้น่าอานมากขึ้ น เป็ นการบูรณาการความรู ้เรื่ องการประมวลผล ั ่ คํามาใช้ประโยชน์ ซึ่งในหนวยการเรี ยนที่ 2 จะได้เริ่ มเข้าสู่ การออกแบบเว็บไซต์ตอไป ่ ่ เพื่อให้นกเรี ยนทบทวนความรู ้เดิมและความรู ้ในบทเรี ยนให้ตอบคําถามตอไปนี้ ว่าเรา มีความรู ้ ั ่ ่ ในสิ่ งตอไปนี้ เพียงใด แบบฝึ กหัดประจําบทเรียน คําสั่ ง ให้ ตอบคําถามต่ อไปนี้ ่ 1. อินเทอร์เน็ตที่เราใช้อยูในปัจจุบนมีจุดเริ่ มต้นจากประเทศใด โดยมีสาเหตุจูงใจสําคัญเนื่องจากอะไร ั .................................................................................................................................................................... 2. การใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยครั้งแรกเป็ นการใช้ทางานด้านอะไร ํ .................................................................................................................................................................... ่ 3. ให้ยกตัวอยางจรรยาบรรณ ในการใช้อินเทอร์เน็ตมา 3 ข้อ .................................................................................................................................................................... 4. ให้บอกชื่อการบริ การบนอินเทอร์เน็ตมา 3 อยาง…………………………………………………….. ่ ………………………………………………………………………………………………………..….. 5. เอกสารเว็บที่แสดงบนอินเทอร์เน็ต ใช้โปรแกรมภาษาอะไรเป็ นภาษาพื้นฐาน...................................... 6. ISP หมายถึง.......................................................................................................................................... 7. หมายเลขประจําเครื่ องหรื ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ระบบเครื อขายคอมพิวเตอร์เรี ยกวาอะไร ่ ่ .................................................................................................................................................................... 8. DNS คือ.................................................................................................................................................. 9. โปรโตคอล คือ ...................................................................................................................................... 10.url คือ......................................................................................................................................................
  • 17.
    17 อ้ างอิง ณัฐกร สงคราม. อิทธิพลของแบบการคิดและโครงสร้ างของโปรแกรมการเรียนการสอนผ่ านเว็บ ทีมีต่อ ่ ผลสั มฤทธิทางการเรียนวิชาพืนฐานคอมพิวเตอร์ เพือการศึกษา ของนิสิตระดับปริญญาตรี ้ ่ คณะครศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย. วิทยานิพนธ์ ค.ม., จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,2543. ุ บุญสื บ โพธิ์ ศรี และคณะ. การสร้ างเว็บเพจ. กรุ งเทพฯ: ศูนย์ส่ งเสริ มอาชีวะ, 2550. ปกรณ์ พาณิ ชย์กิจ. เรียนการใช้ งานอินเทอร์ เน็ตและ World Wide Web ด้ วยตนเอง. กรุ งเทพฯ : ซีเอ็ดยูเคชัน, 2541. ้ ่ ั เสาวคนธ์ คงสุ ข . ความรู้ เบืองต้ นเกียวกับอินเทอร์ เน็ต. กรุ งเทพ : สํานักพิมพ์ เอมพันธ์ จํากด การสื บค้ น : http://cs.ssru.ac.th/konmink/TCP_IP http://nanotech.sc.mahidol.ac.th/comlab/net/ http://race.nstru.ac.th/RACE/documents/11688329912.doc http://www.krujongrak.com/internet/internet.html http://www.nectect.or.th http://www.piacec.moe.go.th/~epower/ITF/menu/5.htm http://www.skn.ac.th http://www.thainame.net/weblampang/student3/p2.html