สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
12
การสื่อสาร
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1							 เวลา 3 ชั่วโมง
สาระส�ำคัญ
	 สิ่งของในชีวิตประจ�ำวันมีรูปร่างลักษณะที่ประกอบไปด้วยรูปเรขาคณิต 2 มิติและท�ำมาจากวัสดุซึ่งจ�ำแนก
ได้หลายชนิดตามลักษณะที่ปรากฏ สามารถน�ำมาใช้ท�ำเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยในการติดต่อสื่อสารได้
ตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
	 วิทยาศาสตร์ 	 คณิตศาสตร์ 	 เทคโนโลยี*
	1.	สังเกตและระบุลักษณะที่ปรากฎ	 1.	จ�ำแนกรูปสามเหลี่ยม	 	1.	บอกประโยชน์ของอุปกรณ์
		 หรือสมบัติของวัสดุที่ใช้ท�ำ	 	 รูปสี่เหลี่ยม รูปวงกลม รูปวงรี	 	 	 เทคโนโลยีสารสนเทศ
		 ของเล่นของใช้ในชีวิตประจ�ำวัน	
	2.	จ�ำแนกวัสดุที่ใช้ท�ำของเล่น 	 2. บอกความยาว น�้ำหนัก
		 ของใช้ในชีวิตประจ�ำวัน 	 	 ปริมาตร และความจุ โดยใช้	
		 รวมทั้งระบุเกณฑ์ที่ใช้จ�ำแนก	 	 หน่วยที่ไม่ใช่หน่วยมาตรฐาน
หมายเหตุ: *ตัวชี้วัด เทคโนโลยี (T) ในที่นี้จะรวมตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี และสาระเทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสื่อสาร ในขณะที่วิศวกรรมศาสตร์ (E) ไม่ได้ปรากฏในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่เป็นการน�ำกระบวนการ
ออกแบบเชิงวิศวกรรมมาใช้ ซึ่งสามารถเทียบเคียงได้จากกระบวนการเทคโนโลยีในตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
13
สาระการเรียนรู้
	 วิทยาศาสตร์	 คณิตศาสตร์	 เทคโนโลยี
	
	 -	วัสดุที่ใช้ท�ำของเล่นของใช้ใน	 -	 สิ่งของในชีวิตประจ�ำวันมีรูปร่าง	 -	อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ
	 		 ชีวิตประจ�ำวัน อาจมีรูปร่าง สี 	 	 ลักษณะที่ประกอบไปด้วยรูป	 	 และการสื่อสาร เช่น คอมพิวเตอร์
	 		 ขนาด พื้นผิว ความแข็งเหมือน	 	 เรขาคณิต 2 มิติ เช่น	 	 วิทยุ โทรทัศน์ กล้องดิจิทัล
	 		 กันหรือแตกต่างกัน	 	 รูปสามเหลี่ยม รูปสี่เหลี่ยม 	 	 โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์เหล่านี้
	 -	สมบัติต่าง ๆ ของวัสดุ สามารถ	 	 รูปวงกลม	 	 สามารถน�ำมาใช้ประโยชน์
	 		 น�ำมาใช้เป็นเกณฑ์ในการจ�ำแนก	 -	 การวัดระยะทางสามารถท�ำได้	 	 ได้มากมาย เช่น
	 		 วัสดุที่ใช้ท�ำของเล่นของใช้	 	 โดยใช้สิ่งของต่าง ๆ ที่ไม่ใช่	 	 ประกอบการเรียน
	 		 ในชีวิตประจ�ำวัน	 	 หน่วยมาตรฐาน เช่น	 	 วาดภาพ ติดต่อสื่อสาร
	 		 		 	 การนับก้าว	 	
		
กรอบแนวคิด
S : วิทยาศาสตร์
-  ลักษณะหรือสมบัติต่าง ๆ ของวัสดุ
S : วิศวกรรมศาสตร์
	 - 	กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม
	 	 (การสร้างอุปกรณ์ที่ช่วยในการติดต่อสื่อสาร)
M : คณิตศาสตร์
	 -	 รูปเรขาคณิตสองมิติที่พบจากสิ่งของ
	 	 ในชีวิตประจ�ำวัน
การสื่อสาร
T : เทคโนโลยี*
	 -	 การเลือกใช้วัสดุมาสร้างอุปกรณ์
	 	 ที่ช่วยในการสื่อสาร
* เป็นวิชาหลักในการน�ำกิจกรรมนี้
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
14
จุดประสงค์ของกิจกรรม
1. สังเกตและจ�ำแนกสิ่งของตามลักษณะที่ปรากฏของวัสดุ
2. สังเกตและระบุรูปเรขาคณิต 2 มิติ ที่ปรากฏในสิ่งของ
3. ออกแบบและสร้างอุปกรณ์ที่ช่วยในการติดต่อสื่อสารจากสิ่งของที่ก�ำหนดให้
วัสดุอุปกรณ์
	 ที่	 รายการ	 จ�ำนวน	 ที่	 รายการ	 จ�ำนวน
			 ต่อกลุ่ม			 ต่อกลุ่ม
	 1	 แก้วกระดาษ	 2 ใบ	 7	 เทปกาว	 1 ม้วน
	 2	 แก้วพลาสติก	 2 ใบ	 8	 กรรไกร	 1 เล่ม
	 3	 ถ้วยโฟม	 2 ใบ	 9	 กาว	 1 หลอด
	 4	 หลอดกาแฟ	 10 หลอด	 10	 ตระกร้าหรือกล่องใส่วัสดุ	
1 ใบ
	 	 	 	 	 อุปกรณ์	
	
5	 ไม้เสียบลูกชิ้น	 5 อัน	 11
	 ชุดไม้บล็อกรูปเรขาคณิต 	
1 ชุด	 	 	 	 	 (อาจใช้ของเล่นของใช้ที่มี
	 	 	 	 	 รูปร่างเรขาคณิตแทน)	
	
6
	 ไหมพรมหรือเชือกป่าน
	 	 หรือเชือกรัดกล่อง	
1 ก้อน
			
แนวการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นระบุปัญหา
	 1.	ครูอภิปรายร่วมกับนักเรียนเพื่อตรวจสอบความรู้เดิม ดังนี้
	 	 -	 ปัจจุบันเรามีวิธีการในการติดต่อสื่อสารหรือบอกข่าวสารข้อมูลให้ผู้อื่นทราบได้อย่างไรบ้าง
	 	 	 (แนวค�ำตอบ นักเรียนอาจตอบจากความรู้เดิม เช่น ส่งจดหมาย พูดคุยผ่านโทรศัพท์ ส่งข้อความผ่าน
	 	 	 โทรศัพท์มือถือ ส่งข้อความผ่านอีเมลหรือโปรแกรมอื่น ๆ ในคอมพิวเตอร์และระบบอินเทอร์เน็ต)
	 	 -	 มีอุปกรณ์อะไรบ้างที่ช่วยในการติดต่อสื่อสารหรือบอกข่าวสารข้อมูล
	 	 	 (แนวค�ำตอบ นักเรียนอาจตอบจากความรู้เดิม เช่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ แท็ปเล็ต)
	 2.	ครูอภิปรายกับนักเรียนว่า “หากนักเรียนอยู่ที่บ้านและต้องการจะบอกข้อมูลบางอย่างให้เพื่อนที่อยู่อีก	
	 	 บ้านหนึ่งที่ไกลออกไปได้รู้ จะท�ำอย่างไรได้บ้าง”
	 	 (แนวค�ำตอบ นักเรียนอาจตอบจากประสบการณ์เดิมหรือจินตนาการ เช่น ก่อกองไฟและใช้ควัน		
	 	 สื่อสาร ใช้นกพิราบสื่อสาร ใช้คนส่งสาร)
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
15
	 3.	ครูอภิปรายกับนักเรียนต่อไปว่า หากครูมีวัสดุอุปกรณ์เท่าที่จัดเตรียมไว้ให้หน้าห้อง นักเรียนคิดว่าจะ
	 	 น�ำมาช่วยในการติดต่อสื่อสารได้หรือไม่ อย่างไร
ขั้นรวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา
	 4.	ให้นักเรียนสังเกตเศษวัสดุและอุปกรณ์ที่ครูจัดวางไว้บนโต๊ะ ซึ่งเป็นตัวอย่างอุปกรณ์อย่างละ 1 ชิ้น
	 	 วางไว้คละกัน แล้วช่วยกันระบุและจ�ำแนกวัสดุอุปกรณ์ โดยครูใช้ค�ำถามในการน�ำอภิปราย ดังนี้
	 	 -	 นักเรียนสังเกตเห็นอะไรบ้าง เช่น กระดาษ กรรไกร ไหมพรม แก้วกระดาษ ถ้วยโฟม
	 	 -	 สิ่งของแต่ละชิ้นท�ำมาจากอะไร มีรูปร่างและลักษณะเป็นอย่างไร
	 	 	 (แนวค�ำตอบ แก้วท�ำมาจากพลาสติกและมีรูปร่างเป็นทรงกระบอก บริเวณปากแก้วเป็นรูป
	 	 	 คล้ายรูปวงกลม ข้างแก้วมีผิวเรียบลื่น)
	 	 -	 จากวัสดุอุปกรณ์เหล่านี้ นักเรียนคิดว่าจะน�ำมาใช้ช่วยในการติดต่อสื่อสารได้อย่างไร
	 5.	ครูเก็บเศษวัสดุและอุปกรณ์ไปจากโต๊ะ แล้วน�ำสิ่งของที่จะให้ผู้เรียนไปหยิบตามค�ำสั่งออกมา
	 	 วางบนโต๊ะ ได้แก่ ไม้บล็อกรูปเรขาคณิต กล่องรูปเรขาคณิต หรือ ของเล่นของใช้ที่มีส่วนประกอบเป็น	
	 	 รูปเรขาคณิต
	 6.	ครูน�ำนักเรียนเล่นเกมหยิบสิ่งของบนโต๊ะตามค�ำสั่ง โดยให้ตัวแทนนักเรียนออกมาหยิบสิ่งของตามค�ำสั่ง
	 	 แล้วให้เพื่อน ๆ ตรวจสอบว่าถูกต้องตามค�ำสั่งหรือไม่ ดังนี้
	 	 -	 หยิบสิ่งของที่มีส่วนประกอบของรูปสามเหลี่ยม 1 ชิ้น รูปสี่เหลี่ยม 1 ชิ้น รูปวงกลม 1 ชิ้น
	 	 -	 หยิบสิ่งของจ�ำนวน 2 ชิ้น ที่มีส่วนประกอบของรูปสามเหลี่ยม และท�ำจากวัสดุต่างชนิดกัน
	 	 -	 หยิบสิ่งของจ�ำนวน 2 ชิ้น ที่มีส่วนประกอบของรูปสี่เหลี่ยม และท�ำจากวัสดุต่างชนิดกัน
	 	 -	 หยิบสิ่งของจ�ำนวน 2 ชิ้น ที่มีส่วนประกอบของรูปวงกลม และท�ำจากวัสดุต่างชนิดกัน
	 7.	ครูชี้แจงต่อไปโดยให้นักเรียนก�ำหนดและออกค�ำสั่งให้เพื่อนหยิบสิ่งของ แต่ให้นักเรียนแข่งกันเป็นกลุ่ม
	 	 โดยแบ่งเป็น 4-6 กลุ่ม นั่งอยู่คนละมุมห้องหรือคนละด้านของห้อง แต่ละกลุ่มคิดค�ำสั่งและออกค�ำสั่ง	
	 	 ให้เพื่อนกลุ่มที่อยู่ด้านตรงข้ามปฏิบัติตาม เช่น กลุ่ม ก จะต้องสั่งให้กลุ่ม ค ไปหยิบสิ่งของจ�ำนวน 2 ชิ้น
	 	 ที่มีส่วนประกอบของรูปวงกลมและท�ำมาจากวัสดุที่ต่างชนิดกันโดยมีเงื่อนไขดังนี้ “ให้นักเรียนใช้วิธีการ
	 	 ใดๆก็ได้ในการออกค�ำสั่งไม่อนุญาตให้ตะโกนบอก”ดังนั้นนักเรียนต้องใช้วิธีอื่นๆและสามารถใช้อุปกรณ์
	 	 ที่ครูจัดเตรียมให้มาช่วยได้
	 8.	ครูแจกตะกร้าวัสดุอุปกรณ์ให้กลุ่มละ1ชุดซึ่งในตะกร้าประกอบไปด้วยเศษวัสดุและอุปกรณ์งานประดิษฐ์
	 9.	ให้นักเรียนสังเกตลักษณะของสิ่งของต่าง ๆ และจ�ำแนกสิ่งของเหล่านั้นด้วยเกณฑ์ที่นักเรียนคิด เช่น
	 	 จ�ำแนกตามวัสดุ หรือตามสมบัติอื่น ๆ เช่น การจมหรือลอยน�้ำ 
ขั้นออกแบบวิธีการแก้ปัญหา
	 10.	ครูทบทวนสถานการณ์ที่จะให้นักเรียนแก้ปัญหาว่า จากการสังเกตและจ�ำแนกวัสดุอุปกรณ์ที่ก�ำหนดให้
	 	 ถ้านักเรียนอยู่ที่บ้านและต้องการจะบอกข้อมูลบางอย่างให้เพื่อนที่อยู่อีกบ้านหนึ่งที่ไกลออกไปได้รู้
	 	 จะท�ำอย่างไรได้บ้าง จะสื่อสารโดยวิธีใด จะออกแบบและสร้างอุปกรณ์อะไรจากวัสดุอุปกรณ์ที่ก�ำหนด
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
16
	 	 เพื่อช่วยในการสื่อสาร ครูก�ำหนดระยะห่างระหว่างจุดหรือบริเวณทั้งสองแห่งส�ำหรับการทดสอบให้
	 	 นักเรียนทราบโดยก�ำหนดเงื่อนไขระยะทางที่ไม่ใช่หน่วยมาตรฐาน เช่น อุปกรณ์ที่สร้างสามารถติดต่อ	
	 	 สื่อสารได้ดีในระยะทางเท่ากับ (จ�ำนวน) ก้าวหรือไม้บรรทัดหรือดินสอ
	 11.	แต่ละกลุ่มร่วมกันก�ำหนดค�ำสั่งหรือข้อความที่ต้องการจะสื่อสาร และออกแบบวิธีการติดต่อสื่อสาร
	 	 โดยใช้วิธีการเขียนภาพร่างของเครื่องมือ อุปกรณ์ หรือช่องทางในการติดต่อสื่อสาร
ขั้นวางแผนและด�ำเนินการแก้ปัญหา
	 12.	นักเรียนร่วมกันวางแผนการท�ำงาน วิธีการใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ หรือช่องทางเหล่านั้น แล้วลงมือสร้าง
	 	 โดยใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที โดยครูให้ค�ำแนะน�ำหรือช่วยเหลือตามกลุ่ม
ขั้นทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน
	 13.	เมื่อก�ำหนดค�ำสั่งและวิธีการติดต่อสื่อสารได้แล้ว ให้ทดสอบว่าเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่สร้างนั้นใช้ติดต่อ
	 	 สื่อสารตามเงื่อนไขที่ก�ำหนดไว้หรือไม่ หากยังไม่ได้ให้ปรับปรุงแก้ไข จากนั้นให้แต่ละกลุ่มส่งข้อความ
	 	 ให้กลุ่มอื่นๆ และตรวจสอบว่ากลุ่มนั้น ๆ ท�ำตามข้อความที่ส่งไปให้ได้หรือไม่ ถ้าเพื่อนสามารถท�ำได้
	 	 ตามค�ำสั่งหรือข้อความที่ส่งไป แสดงว่ากลุ่มที่ออกค�ำสั่งประสบความส�ำเร็จ ครูให้แต่ละกลุ่มท�ำเช่นนี้จน
	 	 ครบทุกกลุ่ม(ครูอาจเพิ่มเติมความท้าทายโดยเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ทดสอบศึกษาเก็บข้อมูลปรับปรุง
	 	 แก้ไขเพื่อให้ได้ชิ้นงานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยทิ้งช่วงเวลาเป็นคาบหรือสัปดาห์ถัดไปได้)
	 14.	ครูอาจให้ทดสอบเพิ่มเติมเพื่อหาประสิทธิภาพของการสื่อสารโดยใช้อุปกรณ์นี้ว่าสามารถใช้ได้ดี
	 	 ในระยะทางเท่าใด
ขั้นน�ำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหา หรือชิ้นงาน
	 15.	ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มน�ำเสนอวิธีการติดต่อสื่อสารของกลุ่มตนเองว่าได้ผลลัพธ์เป็นอย่างไร และจะ
	 	 ปรับปรุงแก้ไขอย่างไรให้ดียิ่งขึ้น โดยครูอาจใช้ค�ำถามเพิ่มเติมดังนี้
	 	 -	 ชิ้นงานที่ออกแบบเป็นชิ้นงานแรกหรือไม่ อย่างไร
	 	 -	 เพราะอะไรจึงปรับปรุงแก้ไขเป็นดังที่เห็น
	 	 -	 เพราะเหตุใดจึงเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์เหล่านั้น
	 	 -	 ถ้าไม่ใช้วัสดุอุกรณ์เหล่านี้ จะเปลี่ยนไปใช้อย่างอื่นได้หรือไม่ อย่างไร
	 	 -	 ในชีวิตประจ�ำวันได้เห็นเครื่องมือหรืออุปกรณ์ใดที่คล้ายกันบ้าง
	 16.	ครูน�ำนักเรียนร่วมกันอภิปรายในประเด็นต่อไปนี้
	 	 -	 นักเรียนใช้วิธีการและอุปกรณ์อะไรบ้างในการติดต่อสื่อสาร
	 	 	 (แนวค�ำตอบ เขียนใส่กระดาษแล้วพับเป็นจรวดโยนไปให้เพื่อน ประดิษฐ์โทรศัพท์จากแก้วกระดาษ
	 	 	 และไหมพรม พูดผ่านหลอด)
	 	 -	 การใช้อุปกรณ์ช่วยในการติดต่อสื่อสารมีประโยชน์อย่างไร
	 	 	 (แนวค�ำตอบ ท�ำให้เข้าใจกันง่ายขึ้น สะดวกขึ้น หรืออยู่ห่างไกลกันก็สามารถสื่อสารกันได้)
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
17
	 	 -	 นักเรียนทราบหรือไม่ว่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารและส่งข้อมูลในปัจจุบันมีอะไรบ้าง
	 	 	 (แนวค�ำตอบ เช่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต)
	 	 -	 อุปกรณ์เหล่านี้มีชื่อเรียกรวมกันว่าอะไร
	 	 	 (แนวค�ำตอบ อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ)
	 	 -	 จากกิจกรรม นักเรียนรู้สึกอย่างไรกับการท�ำกิจกรรม กิจกรรมที่ท�ำเป็นอย่างไรบ้าง และได้เรียนรู้หรือ
	 	 	 ท�ำอะไรบ้างที่เกี่ยวกับคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
การวัดประเมินผล
	 1.	สังเกตการตอบค�ำถามและการพูดน�ำเสนอหน้าชั้น
	 2.	ตรวจผลงานจากการออกแบบและสร้างชิ้นงาน
	
สิ่งที่ประเมิน
				 ระดับการประเมิน
		 ปรับปรุง	 พอใช้	 ดี
	 1.	สังเกตและจ�ำแนก	 ไม่สามารถจ�ำแนกสิ่งของ	 สามารถจ�ำแนกสิ่งของ	 สามารถจ�ำแนกสิ่งของ
		 สิ่งของตาม	 ตามลักษณะที่ปรากฏของ	 ตามลักษณะที่ปรากฏของ	 ตามลักษณะที่ปรากฏของ
	 	 ลักษณะที่ปรากฏ	 วัสดุได้อย่างถูกต้อง	 วัสดุได้ตามเกณฑ์ที่	 วัสดุได้ตามเกณฑ์ที่ก�ำหนด
		 ของวัสดุ	 	 ก�ำหนดให้อย่างถูกต้อง 	 ให้อย่างถูกต้อง และสามารถ
	 	 	 	 	 ก�ำหนดเกณฑ์ในการจ�ำแนก
	 	 	 	 	 ได้ด้วยตนเอง
	 2.สังเกตและระบุ	 ไม่สามารถสังเกตและระบุ	 สามารถสังเกตและระบุ	 สามารถสังเกตและระบุ
		 รูปเรขาคณิตของ	 รูปเรขาคณิตที่เป็น	 รูปเรขาคณิตที่เป็น	 รูปร่างเรขาคณิตที่เป็น
	 	 ส่วนประกอบของ	 ส่วนประกอบของสิ่งของ	 ส่วนประกอบของสิ่งของ	 ส่วนประกอบของสิ่งของ	
		 สิ่งของ	 แต่ละชิ้นได้ตรงตามความ	 แต่ละชิ้นได้ตรงตามความ	 แต่ละชิ้นได้ตรงตามความ
	 	 	 เป็นจริง	 เป็นจริง 1 ชนิด	 เป็นจริง มากกว่า 1 ชนิด
	 	 	 	 	 ขึ้นไป
	3.ออกแบบและ	 ไม่สามารถออกแบบและ	 สามารถออกแบบหรือ	 สามารถออกแบบและ
	 	 สร้างอุปกรณ์ที่	 สร้างอุปกรณ์ที่ช่วยในการ	 สร้างอุปกรณ์ที่ช่วยในการ	 สร้างอุปกรณ์ที่ช่วยในการ
		 ช่วยในการ	 ติดต่อสื่อสารจากสิ่งของที่	 ติดต่อสื่อสารจากสิ่งของที่	 ติดต่อสื่อสารจากสิ่งของที่
		 ติดต่อสื่อสารจาก	 ก�ำหนดให้	 ก�ำหนดให้ได้ โดยครูคอย	 ก�ำหนดให้และท�ำการ
	 	 สิ่งของที่ก�ำหนดให้	 	 ช่วยชี้แนะ	 ทดสอบปรับปรุงแก้ไขได้
	 	 	 	 	 ด้วยตนเอง
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
18
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2							 เวลา 6 ชั่วโมง
สาระส�ำคัญ
	 การดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์อย่างเหมาะสม สม�่ำเสมอ จะช่วยยืดอายุการใช้งานและช่วยประหยัด
ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอุปกรณ์
	 การสร้างป้ายข้อความเป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยกระตุ้น เชิญชวน หรือแนะน�ำผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ให้ใช้งานได้
อย่างถูกต้องและช่วยกันดูแลรักษาอุปกรณ์
	 วัสดุที่ใช้ในการสร้างป้ายข้อความมีหลายชนิด เช่น กระดาษแข็ง กระดาษสี เชือก ไม้ แผ่นพลาสติกลูกฟูก
ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมตามสมบัติที่แตกต่างกัน อุปกรณ์ที่ใช้ในการวัด ตัด ติดยึด เช่น กรรไกร กาวไม้บรรทัด
ควรเลือกใช้ตามวัตถุประสงค์ อย่างถูกต้องและปลอดภัย
	 การวัดความยาวเพื่อสร้างป้ายข้อความควรใช้เครื่องมือวัดที่มีหน่วยมาตรฐาน เช่น สายวัดตัว ไม้บรรทัด
ซึ่งมีหน่วยมาตรฐานที่ใช้บอกความยาวเป็นเซนติเมตร
ตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
	 วิทยาศาสตร์ 	 คณิตศาสตร์	 เทคโนโลยี*
	 1. เลือกใช้วัสดุและสิ่งของต่าง ๆ 	 1. บอกความยาวเป็นเมตรและ	 1.	สร้างของเล่น ของใช้อย่างง่าย
	 	 ได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย	 	 เซนติเมตรและเปรียบเทียบ	 	 โดยก�ำหนดปัญหาหรือความ
	 	 	 	 ความยาวในหน่วยเดียวกัน	 	 ต้องการ รวบรวมข้อมูล
	 	 	 	 	 	 ออกแบบโดยถ่ายทอดความคิด
	 	 	 	 	 	 เป็นภาพร่าง 2 มิติ ลงมือสร้าง
	 	 	 	 	 	 และประเมินผล
รักษ์
คอมพิวเตอร์
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
19
	 วิทยาศาสตร์ 	 คณิตศาสตร์	 เทคโนโลยี*
	 	 	 2.	น�ำความรู้เกี่ยวกับการใช้
	 	 	 	 อุปกรณ์ เครื่องมือที่ถูกวิธีไป	
	 	 	 	 ประยุกต์ใช้ในการสร้างของ
	 	 	 	 เล่น ของใช้อย่างง่าย
	 	 	 3.	บอกวิธีดูแลและรักษาอุปกรณ์	
	 	 	 	 เทคโนโลยีสารสนเทศ
หมายเหตุ: *ตัวชี้วัด เทคโนโลยี (T) ในที่นี้จะรวมตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี และสาระเทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสื่อสาร ในขณะที่วิศวกรรมศาสตร์ (E) ไม่ได้ปรากฏในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่กระบวนการออกแบบเชิง
วิศวกรรม สามารถเทียบเคียงได้จากกระบวนการเทคโนโลยีในตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี
สาระการเรียนรู้
	 วิทยาศาสตร์ 	 คณิตศาสตร์	 เทคโนโลยี
	 -	วัสดุต่างชนิดกันมีสมบัติบาง	 -	การวัดความยาวเป็นเมตรและ	 -	 การใช้อุปกรณ์ เครื่องมือ เช่น
	 	 ประการเหมือนกันและ	 	 เซนติเมตร	 	 กรรไกร ไม้บรรทัด ควรใช้ให้
	 	 บางประการแตกต่างกัน	 	 	 	 เหมาะสมกับลักษณะและ
	 -	การเลือกวัสดุและสิ่งของต่าง ๆ 	 	 	 	 ประเภทของงาน หากใช้โดย
	 	 มาใช้งานในชีวิตประจ�ำวันเพื่อ	 	 	 	 ขาดความระมัดระวังและใช้งาน
	 	 ความเหมาะสมและปลอดภัย	 	 	 	 ไม่ถูกวิธีจะท�ำให้เกิดอันตรายต่อ
	 	 ต้องพิจารณาจากสมบัติที่ใช้ท�ำ	 	 	 	 ตนเองและความเสียหายกับ
	 	 สิ่งของนั้น	 	 	 	 ชิ้นงาน
	 	 	 	 -	 การใช้งานและดูแลรักษา
	 	 	 	 	 อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ควรใช้
	 	 	 	 	 อย่างถูกต้องและเหมาะสมตาม	
	 	 	 	 	 หน้าที่ของอุปกรณ์แต่ละชนิด
	 	 	 	 	 เพื่อจะช่วยยืดอายุการใช้งาน	
	 	 	 	 	 คอมพิวเตอร์ได้นานขึ้น และช่วย	
	 	 	 	 	 ประหยัดค่าใช้จ่ายในการ
	 	 	 	 	 ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอุปกรณ์
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
20
จุดประสงค์ของกิจกรรม
	 1.	บอกวิธีการดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ได้อย่างถูกต้อง
	 2.	อภิปรายและเลือกวัสดุที่เหมาะสมตามสมบัติของวัสดุในการสร้างป้ายข้อความ
	 3.	ออกแบบและสร้างป้ายข้อความแนะน�ำการใช้งานหรือการดูแลรักษาคอมพิวเตอร์
	 4.	ใช้อุปกรณ์วัด ตัดและติดยึดอย่างถูกต้องและปลอดภัยในการสร้างป้ายข้อความ
	 5.	วัดและบอกความยาวของสิ่งต่าง ๆ เป็นเซนติเมตร
รักษ์คอมพิวเตอร์
S: วิทยาศาสตร์
	 •	 สมบัติของวัสดุ
	 •	 การน�ำวัสดุไปใช้ประโยชน์
	 	 ได้อย่างเหมาะสม
T: เทคโนโลยี*
	 •	 การดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์
	 •	 การใช้อุปกรณ์วัด ตัดและติดยึดอย่าง
	 	 ถูกต้องและปลอดภัย
M: คณิตศาสตร์
	 •	 การวัดความยาว
E: วิศวกรรมศาสตร์
	 •	 กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม 	 	
	     (การสร้างป้ายข้อความแนะน�ำ
	 	 การใช้งานหรือดูแลรักษาคอมพิวเตอร์)
กรอบแนวคิด
* เป็นวิชาหลักในการน�ำกิจกรรมนี้
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
21
วัสดุอุปกรณ์
	 ที่	 รายการ	 จ�ำนวนต่อกลุ่ม
	 1	 คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ส�ำหรับทดสอบ	 1 เครื่อง (เป็นอุปกรณ์
	 	 และประเมินผลชิ้นงาน	 ส่วนกลางใช้ร่วมกัน)
	 2	 กระดาษการ์ดสี ขนาด A5 (หนา 180 แกรม) 	 2 แผ่น
	 3	 แผ่นกระดาษลูกฟูก 3 ชั้น หนา 1.5-2 มิลลิเมตร ขนาด A5	 1 แผ่น
	 4	 พลาสติกลูกฟูกหนา 3 มิลลิเมตร ขนาด A5	 1 แผ่น
	 5	 ไม้บัลซ่า ขนาด 20 เซนติเมตร x 7.5 เซนติเมตร หนา 2.5 มิลลิเมตร	 1 แผ่น
	 6	 แถบแม่เหล็ก ขนาด 30 เซนติเมตร x 3 เซนติเมตร 	 1 แผ่น
	 7	 เชือกขาวหรือเชือกรัดกล่อง	 1 เมตร
	
8
	 วัสดุตกแต่งป้ายข้อความ	
2 ถุง
	 	 เช่น ดอกไม้ประดิษฐ์, ดาว, รูปสัตว์ต่าง ๆ
	 9	 กาวแท่ง หรือกาวลาเทกซ์	 1 หลอด
	 10	 ไม้บรรทัด	 1 อัน
	 11	 ปากกาสีหรือดินสอสี	 1 ชุด
	 12	 กรรไกร	 1 เล่ม
แนวการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นระบุปัญหา
	 1.	ครูกระตุ้นความสนใจเกี่ยวกับการใช้งานคอมพิวเตอร์ โดยครูน�ำภาพตัวละครจากนิทานเรื่องต่าง ๆ มา
	 	 แสดงให้นักเรียนดูและให้นักเรียนช่วยกันตอบว่าเป็นตัวละครจากการ์ตูนหรือนิทานเรื่องใด จากนั้นครู
	 	 ถามนักเรียนว่าตัวละครต่างๆเหล่านี้ถูกตกแต่งให้สวยงามเคลื่อนไหวเหมือนมีชีวิตได้อย่างไรใช้เครื่องมือ
	 	 ใดในการสร้าง (แนวค�ำตอบ เกิดจากการวาดภาพและตกแต่งโดยใช้โปรแกรมกราฟิกในคอมพิวเตอร์)
	 2.	ครูน�ำอภิปรายว่านักเรียนเคยใช้คอมพิวเตอร์หรือไม่ ใช้ท�ำอะไร และคอมพิวเตอร์มีประโยชน์อย่างไร
	 	 (แนวค�ำตอบ เล่นเกม ดูภาพยนตร์ ฟังเพลง เล่นเกมการศึกษา ศึกษาบทเรียนออนไลน์ ค้นหาข้อมูล 	
	 	 พิมพ์เอกสาร บันทึกข้อมูล)
	 3.	ครูให้นักเรียนส�ำรวจห้องคอมพิวเตอร์และร่วมกันอภิปรายโดยครูบันทึกค�ำตอบลงบนกระดานในประเด็น
	 	 ดังนี้
	 	 	 •	 มีอุปกรณ์ใดที่ช�ำรุดเสียหายหรือไม่
	 	 	 •	 อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่มีอยู่ทุกเครื่องใช้งานได้เหมือนกันทุกเครื่องหรือไม่
	 	 	 •	 ปัญหาที่พบจากการใช้อุปกรณ์ไม่เหมาะสมหรือขาดการดูแลรักษา
	 4.	ครูน�ำอภิปรายว่านักเรียนมีวิธีการอย่างไรในการดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ไม่ให้ช�ำรุดเสียหาย และ
	 	 ใช้งานได้นาน ๆ
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
22
	 5.	ครูให้นักเรียนทบทวนความรู้เกี่ยวกับการดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โดยใช้สื่อมัลติมีเดีย เรื่อง เรา
	 	 รักคอมพิวเตอร์ หรือใช้ใบความรู้เรื่องการดูแลรักษาคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์
	 6.	ครูให้นักเรียนช่วยกันสรุปวิธีดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โดยท�ำแบบบันทึกกิจกรรมที่ 1 เรื่อง การ
	 	 ดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ครูเน้นให้นักเรียนเขียนสรุปจากความรู้ที่ได้ ไม่คัดลอกข้อความทั้งหมด
	 	 จากแหล่งข้อมูลที่ได้ศึกษามา
	 7.	ครูสุ่มนักเรียน 4-5 คน น�ำเสนอผลการท�ำแบบบันทึกกิจกรรมที่ 1 เรื่อง การดูแลรักษาอุปกรณ์	 	
	 	 คอมพิวเตอร์ 	
	 8.	ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน และเปิดประเด็นว่า นักเรียนจะช่วยบอก กระตุ้น เชิญชวนให้ผู้อื่น
	 	 ใช้งานคอมพิวเตอร์อย่างถูกวิธีหรือช่วยดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ได้อย่างไร ให้นักเรียนยกตัวอย่าง
	 	 หรือร่วมกันอภิปราย (ตัวอย่างเช่น จัดท�ำนิทรรศการ ป้ายนิเทศ แผ่นพับ ใบปลิว เสียงตามสาย ประกาศ
	 	 หน้าเสาธง ป้ายข้อความ ฯลฯ)
	 9.	ครูน�ำเข้าสู่การก�ำหนดปัญหาหรือความต้องการว่า การท�ำป้ายข้อความสั้น ๆ ตั้งโต๊ะ หรือติดไว้ที่บริเวณ
	 	 โต๊ะคอมพิวเตอร์เพื่อแนะน�ำการใช้งานหรือดูแลรักษาคอมพิวเตอร์ เป็นวิธีการหนึ่งในการสื่อสารกับ
	 	 ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์โดยตรง และนักเรียนก็สามารถท�ำป้ายข้อความเองได้ ดังนั้นให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม
	 	 ช่วยกันคิดว่าจะท�ำป้ายข้อความอย่างไรเพื่อกระตุ้น เชิญชวน หรือแนะน�ำการใช้งานคอมพิวเตอร์อย่าง	
	 	 ถูกต้อง และช่วยกันดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้ใช้งานได้นาน
ขั้นรวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา
	 10.	นักเรียนในกลุ่มอภิปรายร่วมกันว่าป้ายข้อความสามารถท�ำได้ในรูปแบบใดบ้าง เช่น ป้ายแขวน ป้าย
	 	 ตั้งโต๊ะ ป้ายติดจอคอมพิวเตอร์จากนั้นครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มบอกรูปแบบของป้ายที่เคยพบและสถาน
	 	 ที่ติดตั้ง กลุ่มละ 1 รูป โดยครูเขียนรายละเอียดลงบนกระดาน
	 11.	ครูแสดงตัวอย่างป้ายข้อความที่ใช้ในสถานที่ต่างๆให้นักเรียนดูเช่นป้ายชื่อตั้งโต๊ะป้ายแขวนหน้าร้านค้า
	 	 แถบแม่เหล็กติดตู้เย็น ป้ายข้อความในห้องอาหาร เพื่อเป็นแนวคิดในการออกแบบชิ้นงาน อาจจะน�ำ
	 	 เสนอในรูปของสมุดสะสมภาพของป้ายข้อความแบบต่าง ๆ หรือให้นักเรียนส�ำรวจป้ายที่มีในโรงเรียน
     12.	นักเรียนแต่ละกลุ่มอภิปรายร่วมกันว่า จากการส�ำรวจปัญหาที่พบในการใช้งานและดูแลรักษา
	 	 	 คอมพิวเตอร์ นักเรียนจะเลือกท�ำป้ายข้อความสั้น ๆ ในการกระตุ้น เชิญชวน หรือแนะน�ำผู้ใช้งาน
	 	 	 คอมพิวเตอร์ในเรื่องใด เช่น การปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ชั่วคราวหรือปิดเครื่องคอมพิวเตอร์เมื่อไม่ใช้
	 	 	 งาน การวางอาหารหรือน�้ำใกล้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ การท�ำความสะอาดคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ หรือ
	 	 	 การใช้งานคอมพิวเตอร์ เป็นเวลานาน โดยครูอาจอธิบายและยกตัวอย่างประเด็นที่ต้องพิจารณาในการ
	 	 	 ออกแบบชิ้นงาน เช่น
	 	 	 	 •	 จะแนะน�ำ หรือเชิญชวนในเรื่องใด
	 	 	 	 •	 ควรเขียนข้อความอย่างไร
	 	 	 	 •	 จะออกแบบเป็นรูปอะไร
	 	 	 	 •	 เป็นป้ายลักษณะใด (เช่น ป้ายแขวน ป้ายตั้งโต๊ะ ป้ายติดแถบแม่เหล็ก)
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
23
	 	 	 	 •	 จะติดตั้งไว้ที่บริเวณใดจึงจะเหมาะสม ไม่รบกวนสายตา แต่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน และไม่ท�ำให้
	 	 	 	 	 อุปกรณ์ที่รองรับการติดตั้งเกิดความเสียหาย
	 13.	ครูแสดงตัวอย่างและแนะน�ำวัสดุ สมบัติของวัสดุ ที่จะน�ำมาสร้างป้ายข้อความ เช่น กระดาษแข็ง
	 	 แผ่นพลาสติกลูกฟูก ไม้บัลซ่า โฟม เชือก แถบแม่เหล็ก ครูให้นักเรียนบอกสมบัติของวัสดุต่างชนิดกันที่
	 	 อาจมีสมบัติบางประการเหมือนกัน และบางประการแตกต่างกัน เช่น การดึงดูดด้วยแม่เหล็ก การดูด
	 	 ซับน�้ำ จากนั้นให้นักเรียนช่วยกันตอบค�ำถามว่าวัสดุที่เป็นสารแม่เหล็กสามารถน�ำไปใช้ท�ำอะไรได้บ้าง
	 	 (ของเล่นและของใช้) วัสดุที่ดูดซับน�้ำได้ดีควรน�ำไปใช้ท�ำอะไร (น�ำไปท�ำผ้าอ้อมหรือเช็ดน�้ำ) จากนั้นครู
	 	 ทดลองใช้ปากกาเคมีชนิดต่าง ๆ เขียนลงบนวัสดุที่น�ำมาแสดง หรือใช้กรรไกร มีด ในการตัดวัสดุ แล้วให้
	 	 นักเรียนพิจารณาเลือกใช้วัสดุในการท�ำป้ายข้อความตามความเหมาะสม
ขั้นออกแบบวิธีการแก้ปัญหา
	 14.	ครูชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการออกแบบป้าย โดยเน้นให้นักเรียนตระหนักถึงความส�ำคัญในการ
	 	 ออกแบบชิ้นงาน ซึ่งการออกแบบจะช่วยให้เห็นแนวทางในการสร้างชิ้นงาน และช่วยให้สร้าง
	 	 ชิ้นงานได้ง่ายยิ่งขึ้น การสร้างชิ้นงานอาจไม่ประสบความส�ำเร็จหากไม่มีการวางแผนและการออกแบบ
	 	 ที่ชัดเจน หรือไม่ได้ท�ำตามแบบที่ก�ำหนดไว้
	 15.	นักเรียนออกแบบป้ายโดยเขียนรายละเอียดลงในแบบบันทึกกิจกรรมที่ 2 ออกแบบป้ายข้อความ ดังนี้
	 	 	 	 •	 เลือกรูปทรงที่จะใช้ท�ำป้าย เช่น สี่เหลี่ยม วงกลม สามเหลี่ยม
	 	 	 	 •	 ก�ำหนดขนาด และวาดภาพเป็นรูปเรขาคณิตสองมิติ ตกแต่งรายละเอียดให้สวยงาม
	 	 	 	 •	 ระบุต�ำแหน่งที่จะติดตั้ง
	 	 	 	 •	 อภิปรายและเลือกวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ครูจัดเตรียมให้ เช่น กระดาษแข็ง กระดาษสี เชือก ไม้บัลซ่า
	 	 	 	 	 แผ่นพลาสติกลูกฟูก กรรไกร กาว เทปกาว ไม้บรรทัด เพื่อน�ำไปสร้างป้ายข้อความ
	 16.	นักเรียนแต่ละกลุ่มน�ำเสนอผลการออกแบบในแบบบันทึกกิจกรรมที่ 2
ขั้นวางแผนและด�ำเนินการแก้ปัญหา
	 17.	นักเรียนแต่ละกลุ่มวางแผนการท�ำงานโดยแบ่งหน้าที่การท�ำงาน วางแผนการติดตั้ง การเตรียมวัสดุ
	 	 อุปกรณ์ ครูเน้นให้นักเรียนเห็นถึงความส�ำคัญของการใช้วัสดุอย่างประหยัด โดยเมื่อเลือกวัสดุใดในการ
	 	 สร้างป้ายข้อความแล้ว จะไม่สามารถเปลี่ยนหรือขอเพิ่มอีก นอกจากวัสดุช�ำรุดเสียหายโดยไม่ได้เจตนา
	 	 นอกจากนี้หากต้องการตัดวัสดุด้วยมีดต้องให้ครูเป็นผู้ด�ำเนินการให้ และควรใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ อย่าง
	 	 ระมัดระวังเพื่อความปลอดภัย
	 18.	ให้นักเรียนสร้างป้ายข้อความตามที่ได้ออกแบบไว้ โดยครูติดตามตรวจสอบการท�ำงานของแต่ละกลุ่ม
	 	 อย่างใกล้ชิด
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
24
ขั้นทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน
	 19.	 เมื่อสร้างป้ายข้อความเสร็จแล้ว ให้นักเรียนติดตั้งและตรวจสอบว่าสามารถใช้งานได้หรือไม่ โดยครู
	 	 	 	 ตั้งค�ำถามเพื่อช่วยนักเรียนแต่ละกลุ่มในการตรวจสอบ เช่น
	 	 	 	 	 •	 ป้ายข้อความสามารถติดตั้งได้อย่างมั่นคงหรือไม่
	 	 	 	 	 •	 วัสดุที่เลือกมาใช้ในการสร้างป้ายข้อความ เหมาะสมและแข็งแรงเพียงพอหรือไม่
	 	 	 	 	 •	 ป้ายข้อความมีขนาดเหมาะสมหรือไม่ (ไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป)
	 	 	 	 	 •	 ต�ำแหน่งที่ติดตั้งสามารถมองเห็นได้ชัดเจน ไม่กีดขวางการใช้งาน หรือบดบังพื้นที่การใช้งาน
	 20.	 หากพบข้อบกพร่องให้ปรับปรุงแก้ไขและตกแต่งป้ายข้อความให้เรียบร้อยประณีตสวยงามซึ่งในขั้นตอน
	 	 	 	 นี้ครูอาจให้วัสดุเพิ่มเติมได้ตามความจ�ำเป็น
	 21.	 นักเรียนตรวจสอบป้ายข้อความที่ปรับปรุงแล้วว่าสามารถกระตุ้น เชิญชวน หรือแนะน�ำการใช้งาน
	 	 	 	 คอมพิวเตอร์อย่างถูกต้องหรือช่วยกันดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้ใช้งานได้นานหรือไม่ โดยอาจใช้
	 	 	 	 แบบตรวจสอบชิ้นงานช่วยในการประเมินผลงาน จากนั้นให้เพื่อนกลุ่มอื่นมาทดลองและประเมิน
	 	 	 	 ผลงานของกลุ่มตนเอง
ขั้นน�ำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหา หรือชิ้นงาน
	 22.	ให้นักเรียนน�ำเสนอชิ้นงาน และอธิบายในประเด็นต่อไปนี้
	 	 	 	 •	 ป้ายข้อความที่นักเรียนสร้างขึ้นมีข้อความว่าอย่างไร เพราะเหตุใดจึงเลือกข้อความนี้
	 	 	 	 •	 ป้ายข้อความที่สร้างขึ้นมีขนาดเท่าไร
	 	 	 	 •	 นักเรียนใช้วัสดุอะไรบ้างในการสร้างป้ายข้อความ เพราะเหตุใดจึงเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์เหล่านั้น
	 	 	 	 •	 เหตุใดนักเรียนจึงออกแบบให้มีลักษณะนี้เหตุใดจึงเลือกติดตั้งในต�ำแหน่งนี้ป้ายข้อความนี้จะช่วยให้
	 	 	 	 ผู้ใช้สนใจที่จะดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ได้อย่างไร
	 23.	ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันประเมินผลงานของเพื่อนโดยการน�ำสติกเกอร์รูปหัวใจหรือรูปอื่น ๆไปติด
	 	 ไว้ข้าง ๆ ผลงานเพื่อน โดยห้ามให้คะแนนผลงานของกลุ่มตนเอง (อาจก�ำหนดให้ 1 กลุ่ม : 1 คะแนน หรือ
	 	 1 คน : 1 คะแนน) โดยครูเน้นให้นักเรียนซื่อสัตย์ต่อการตัดสินใจของตนเองและยอมรับความคิดเห็นของ
	 	 เพื่อน จากนั้นครูสรุปคะแนนและให้รางวัลแก่กลุ่มที่ได้คะแนนนิยมสูงสุด โดยพิจารณาการให้รางวัล
	 	 ตามความเหมาะสม
	 24.	ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายว่าถ้าจะปรับปรุงผลงานให้ดีขึ้น ควรท�ำอย่างไร โดยอาจพิจารณาทั้ง
	 	 ผลงานของตนเองและผลงานของเพื่อน
	 25.	ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุปเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมรักษ์คอมพิวเตอร์ ในประเด็นต่อไปนี้
	 	 	 	 •	 กระบวนการในการออกแบบโดยการวาดภาพร่างสองมิติ และการสร้างป้ายข้อความแนะน�ำการใช้
	 	 	 	 	 งานหรือการดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์
	 	 	 	 •	 การเลือกอุปกรณ์วัด ตัด ติดยึด อย่างเหมาะสม
	 	 	 	 •	 การเลือกวัสดุอย่างเหมาะสมตามสมบัติ
	 	 	 	 •	 การวัด
	 	 	 	 •	 การดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์
	 	 	 	 •	 นักเรียนได้เรียนรู้อะไรจากการท�ำกิจกรรมนี้ (การดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ การเลือกใช้
	 	 	 	 	 วัสดุ รูปร่างเรขาคณิตการวัดความยาว การออกแบบชิ้นงาน การสร้างชิ้นงานตามแบบที่ได้ร่างไว้)
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
25
	 26.	ครูน�ำผลงานของนักเรียนแต่ละกลุ่มไปจัดแสดง 1 สัปดาห์ จากนั้นให้นักเรียนพิจารณาน�ำป้ายข้อความ	
	 	 ของกลุ่มตนไปติดตั้งตามความเหมาะสม
การวัดประเมินผล
	 1.	แบบบันทึกกิจกรรมที่ 1 เรื่อง การดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์
	 2.	แบบบันทึกกิจกรรมที่ 2 เรื่อง ออกแบบป้ายข้อความ
	 3.	แบบส�ำรวจพฤติกรรมการเลือกและใช้วัสดุ อุปกรณ์ในการสร้างป้ายข้อความ
	 4.	แบบประเมินชิ้นงาน
	 5.	แบบตรวจสอบชิ้นงานป้ายข้อความ
เกณฑ์การให้คะแนน แบบบันทึกกิจกรรมที่ 1 การดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์
	
ประเด็นการประเมิน
	 ระดับคะแนน
		 2	 1	 0
	 การดูแลรักษาอุปกรณ์	 บอกได้ถูกอย่างน้อย 2 วิธี	 บอกได้ถูกอย่างน้อย 1 วิธี	 ตอบไม่ถูกหรือไม่ตอบ
	 คอมพิวเตอร์
ระดับคุณภาพ	 คะแนน 0-1	 หมายถึง ปรับปรุง
	 	 	 คะแนน 2	 หมายถึง ดี
เกณฑ์การให้คะแนน แบบบันทึกกิจกรรมที่ 2 ออกแบบป้ายข้อความ
	 ประเด็นการประเมิน	 ระดับคะแนน
		 2	 1	 0
	 1. การออกแบบโดยการ	 มีการร่างภาพสองมิติ	 มีการร่างภาพสองมิติแต่มี	 ไม่มีการร่างภาพ
	 ร่างภาพสองมิติ	 มีรายละเอียดและสื่อ	 รายละเอียดและสื่อ
	 	 ความหมายได้ชัดเจน	 ความหมายไม่ชัดเจน
	 2. การระบุชื่อวัสดุ	 -	 ระบุชื่อวัสดุได้	 ตอบไม่ถูกหรือไม่ตอบ
	 3. การระบุขนาด 	 ระบุขนาดได้ถูกต้อง	 ระบุขนาดไม่ถูกต้อง	 ไม่มีการระบุขนาด
	 	 หรือใกล้เคียง	 หรือไม่ใกล้เคียง
ระดับคุณภาพ	 คะแนน 0-2	 หมายถึง ควรปรับปรุง
	 	 	 คะแนน 3-4 	 หมายถึง พอใช้
	 	 	 คะแนน 5	 หมายถึง ดีมาก
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
26
แบบส�ำรวจพฤติกรรมการเลือกและใช้วัสดุอุปกรณ์ในการสร้างป้ายข้อความ
ชื่อ-สกุล.............................................................................. เลขที่................ ห้อง ...............
ค�ำชี้แจง ให้ท�ำเครื่องหมาย  ✓ ที่ตรงกับพฤติกรรมนักเรียน
............. 1. เลือกใช้วัสดุได้อย่างเหมาะสมตามสมบัติ
............. 2. เลือกอุปกรณ์ เครื่องมือเหมาะสมกับลักษณะและประเภทของงาน
............. 3. ใช้อุปกรณ์ อย่างถูกวิธีและปลอดภัย
............. 4. จัดเก็บอุปกรณ์หลังการใช้งาน
ระดับคุณภาพ	 แสดงพฤติกรรม 0-1 พฤติกรรม หมายถึง ควรปรับปรุง
	 	 	 แสดงพฤติกรรม 2-3 พฤติกรรม หมายถึง พอใช้
	 	 	 แสดงพฤติกรรม 4 พฤติกรรม หมายถึง ดีมาก
แบบประเมินชิ้นงาน
รายละเอียดการประเมิน
1.	 ความสมบูรณ์ของชิ้นงาน
	 ระดับคะแนน 3 หมายถึง ชิ้นงานส�ำเร็จเรียบร้อยตามที่ออกแบบไว้
	 ระดับคะแนน 2 หมายถึง ชิ้นงานส�ำเร็จเรียบร้อยแต่ช�ำรุดเสียหาย
	 ระดับคะแนน 1 หมายถึง ชิ้นงานไม่ส�ำเร็จตามที่ได้ออกแบบไว้
2. 	 ความคิดสร้างสรรค์
	 พิจารณารายละเอียดของชิ้นงาน ดังนี้
	 1)	มีลักษณะที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร มีความน่าสนใจ
	 2)	มีการตกแต่งรายละเอียดของชิ้นงานมากกว่าภาพร่างอย่างชัดเจน
	 ระดับคะแนน 2 หมายถึง มีทั้ง 2 ข้อ
	 ระดับคะแนน 1 หมายถึง มี 1 ข้อ
ชื่อกลุ่ม
ความสมบูรณ์
ของชิ้นงาน
ความคิด
สร้างสรรค์
การสื่อสาร ต�ำแหน่งที่ติดตั้ง คะแนนเต็ม
3 2 1 2 1 2 1 3 2 1
1.
2.
3.
4.
5.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
27
3.	 การสื่อสาร
	 ระดับคะแนน 2 หมายถึง ข้อความสื่อสารกับผู้ใช้ได้ชัดเจน สั้น และกระชับ
	 ระดับคะแนน 1 หมายถึง ข้อความสื่อสารได้ไม่ชัดเจน
4.	 ต�ำแหน่งที่ติดตั้ง
	 พิจารณารายละเอียดของชิ้นงาน ดังนี้
	 1) ป้ายข้อความติดตั้งในต�ำแหน่งที่เห็นได้ชัด
	 2) ไม่กีดขวางการใช้อุปกรณ์
	 3) ติดตั้งแล้วไม่ท�ำให้อุปกรณ์เสียหาย
	
	 ระดับคะแนน 3 หมายถึง มีทั้ง 3 ข้อ
	 ระดับคะแนน 2 หมายถึง มีทั้ง 2 ข้อ
	 ระดับคะแนน 1 หมายถึง มี 1 ข้อ
แบบตรวจสอบชิ้นงานป้ายข้อความ กิจกรรมรักษ์คอมพิวเตอร์
ให้นักเรียนตรวจสอบชิ้นงานป้ายข้อความของกลุ่มตนเอง โดยพิจารณาจากรายละเอียดด้านล่าง จากนั้นท�ำ
เครื่องหมายลงใน ❏ โดยที่ √ หมายถึงผ่าน และ x หมายถึงไม่ผ่าน
ชื่อกลุ่ม ..................................................................................
		 ❏	 วัสดุที่ใช้ในการสร้างป้ายข้อความมีความแข็งแรง
		 ❏	 สามารถน�ำไปติดตั้งได้โดยไม่ล้ม ไม่หล่น	 	 	
		 ❏	 ต�ำแหน่งที่ติดตั้งสามารถมองเห็นได้ชัดเจน	 	 	
		 ❏	 ป้ายข้อความไม่กีดขวางการใช้งานคอมพิวเตอร์		
		 ❏	 เมื่อติดตั้งป้ายข้อความแล้วไม่ท�ำให้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์เสียหาย 		 	
		 ❏	 ใช้ข้อความหรือสัญลักษณ์ที่สื่อสารให้เข้าใจได้ง่าย
		 ❏	 สามารถเชิญชวนหรือกระตุ้นให้ผู้อื่นใช้งานหรือดูแลรักษาคอมพิวเตอร์อย่างถูกวิธี
สื่อและแหล่งเรียนรู้
	 1.	คู่มือครูรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยีสารสารสนเทศและการสื่อสาร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
	 	 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
	 2.	ใบความรู้และสื่อมัลติมีเดีย เรื่อง การดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
28
ข้อเสนอแนะ
	 1.	 ความรู้พื้นฐานที่ต้องใช้ในการท�ำกิจกรรม
	 	 	 1)	 วัสดุและสมบัติของวัสดุ
	 	 	 2)	 การวัดความยาว
	 	 	 3)	 การค้นหาและรวบรวมข้อมูล
	 	 	 4)	 การวาดภาพร่างสองมิติ
	 2.	 ครูควรให้เวลานักเรียนในการออกแบบและพัฒนาชิ้นงานอย่างเต็มที่ และคอยติดตามตรวจสอบควบคุม
	 	 รายละเอียดต่าง ๆ ของชิ้นงานให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่โจทย์ก�ำหนด
	 3.	 การใช้วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ของเด็กยังขาดความระมัดระวัง และน�ำวัสดุไปท�ำเป็นของเล่นอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ชิ้น
	 	 งานที่ก�ำหนด ซึ่งคุณครูจะต้องดูแลควบคุมห้องเรียนให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
	 4.	 ปากกาหรือวัสดุบางชนิดที่น�ำมาท�ำป้ายควรเป็นวัสดุที่สามารถเขียนข้อความแล้วเห็นได้ชัดเจนไม่มีการ
	 	 ซึม หรือเขียนไม่ติด นอกจากนี้ไม่ควรให้นักเรียนใช้เทปใส หรือเทปกาวในการยึดติดชิ้นงาน เพราะจะ
	 	 ท�ำให้ผลงานที่ออกมาไม่เรียบร้อยสวยงาม
	 5.	 นักเรียนอาจมีพื้นฐานในการใช้คอมพิวเตอร์ที่แตกต่างกัน ดังนั้นการให้นักเรียนเรียกใช้โปรแกรมต่าง ๆ
	 	 ครูควรบอกทีละขั้นตอน และให้นักเรียนปฏิบัติพร้อมๆ กัน
	 6.	 การเลือกวัสดุของนักเรียนอาจเลือกโดยพิจารณาจากความสวยงามความสนใจส่วนตัว ดังนั้น ครูจึงควร
	 	 ต้องแนะน�ำสมบัติเบื้องต้นของวัสดุต่าง ๆ เพื่อให้นักเรียนเลือกได้เหมาะสมกับสิ่งที่ตนต้องการ
	 7.	 นักเรียนสามารถใช้อุปกรณ์ตัดได้แล้ว แต่อาจขาดความประณีตในผลงาน ครูจึงต้องคอยกระตุ้นและส่ง
	 	 เสริมให้นักเรียนท�ำงาน อย่างประณีต เรียบร้อย เพื่อเป็นพื้นฐานในการท�ำกิจกรรมต่าง ๆ
	 8.	 นักเรียนบางคนยังเขียนหนังสือไม่คล่อง สะกดไม่ถูกและเขียนบางค�ำไม่ได้ ครูจึงต้องให้ค�ำแนะน�ำ และ
	 	 ตรวจสอบความถูกต้อง ความกระชับของข้อความ ก่อนให้นักเรียนลงมือปฏิบัติในการสร้างชิ้นงาน
	 9.	 ครูควรกระตุ้นให้นักเรียนมีความมั่นใจ ในการน�ำเสนอ และการให้เหตุผล
	 10.	 ครูอาจจะให้นักเรียนเลือกเครื่องคอมพิวเตอร์ในโรงเรียน เพื่อที่จะน�ำป้ายข้อความที่ท�ำเสร็จแล้วไป
	 	 ติดตั้ง เพื่อให้นักเรียนมีความภาคภูมิใจในชิ้นงานของตัวเอง
	 11.	 ครูควรเน้นย�้ำให้นักเรียนช่วยกันรักษาความสะอาด เก็บวัสดุ สิ่งของให้เรียบร้อยระหว่างและหลังการ
	 	 สร้างชิ้นงานเพื่อความปลอดภัยและความสะอาดของสถานที่
	 12.	 ครูอาจจะเพิ่มกิจกรรมที่เสริมความรู้ทางคณิตศาสตร์ โดยตั้งราคาของวัสดุและอุปกรณ์ที่น�ำมาใช้ท�ำ
	 	 ป้ายข้อความ แล้วให้นักเรียนใช้เงินสมมติมาซื้อวัสดุและอุปกรณ์ไปใช้ จากนั้นให้แต่ละกลุ่มคิด
	 	 งบประมาณที่ใช้ท�ำป้ายข้อความของกลุ่มตนเอง โดยไม่จ�ำเป็นต้องเน้นที่การใช้งบประมาณน้อยที่สุด
	 	 หรือมากที่สุด ขึ้นอยู่กับความสวยงามและคุณค่าของสิ่งของที่สร้างขึ้นและให้เกิดความเข้าใจว่าวัสดุ
	 	 สิ่งของต่าง ๆ มีต้นทุนในการผลิต
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
29
แนวค�ำตอบ แบบบันทึกกิจกรรมที่ 1
การดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์
ให้นักเรียนบอกวิธีดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ อย่างน้อย 3 ข้อ
	 •	 ท�ำความสะอาดขณะที่เครื่องคอมพิวเตอร์ปิดอยู่
	 •	 ใช้อุปกรณ์เป่าฝุ่น ผ้าแห้ง หรือผ้าหมาด เช็ดท�ำความสะอาดอุปกรณ์
	 •	 ไม่วางสิ่งของบนตัวอุปกรณ์
	 •	 ไม่เคลื่อนย้ายอุปกรณ์ หรือถอดอุปกรณ์ขณะเปิดใช้งาน
	 •	 ไม่วางอาหารและเครื่องดื่มใกล้เครื่องคอมพิวเตอร์
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
30
แนวค�ำตอบ แบบบันทึกกิจกรรมที่ 2 ออกแบบป้ายข้อความ
ให้นักเรียนออกแบบป้ายข้อความเพื่อกระตุ้น เชิญชวน ให้ใช้งานคอมพิวเตอร์อย่างถูกวิธี หรือช่วยกันดูแลรักษาอุปกรณ์
คอมพิวเตอร์ โดยวาดภาพและเขียนข้อความในกรอบด้านล่าง
ต�ำแหน่งที่ติดตั้งป้ายข้อความ ด้านข้างจอคอมพิวเตอร์
วัสดุที่ใช้ในการสร้างป้ายข้อความ
	 1)	 แผ่นพลาสติกลูกฟูก
	 2)	 กระดาษสี
	 3)	 เชือก
ป้ายข้อความยาว 30 เซนติเมตร
ป้าย
ข้อความ
กว้าง
20
เซนติเมตร
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
31
	
	 คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ใช้งานที่ต้องดูแลรักษา เช่นเดียวกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ในบ้าน การดูแลรักษา
คอมพิวเตอร์อย่างเหมาะสม สม�่ำเสมอ จะช่วยยืดอายุการใช้งานคอมพิวเตอร์ และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการ
ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอุปกรณ์อีกด้วย     
	 ขณะที่คอมพิวเตอร์ท�ำงาน จะเกิดความร้อนภายในตัวเครื่องและความร้อนอาจท�ำให้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์
ท�ำงานผิดปกติ จึงควรวางคอมพิวเตอร์ในห้องที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี
ใบความรู้
เรื่อง การดูแลรักษา
คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
32
	 ความชื้นและฝุ่นละอองอาจท�ำให้ชิ้นส่วนใน
คอมพิวเตอร์เสียหาย เป็นสาเหตุให้คอมพิวเตอร์
ไม่สามารถท�ำงานได้ตามปกติ
วางคอมพิวเตอร์บนโต๊ะ
ที่แข็งแรง มั่นคง
	 คอมพิวเตอร์ประกอบด้วยชิ้นส่วนขนาดเล็ก
ที่เชื่อมต่อกันอยู่ภายใน การสั่นสะเทือนจากโต๊ะที่
ไม่มั่นคงแข็งแรง  อาจท�ำให้เกิดความเสียหายกับ
คอมพิวเตอร์ได้
หลีกเลี่ยงการวางคอมพิวเตอร์ไว้ใน
บริเวณที่มีความชื้น และฝุ่นละออง
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
33
การทําความสะอาดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์
ท�ำความสะอาดขณะที่
เครื่องคอมพิวเตอร์ปิดอยู่
ใช้อุปกรณ์เป่าฝุ่น ผ้าแห้ง หรือผ้าหมาด
เช็ดท�ำความสะอาดอุปกรณ์
ไม่วางสิ่งของบนอุปกรณ์ เพราะอาจ
ปิดกั้นทางระบายความร้อน หรือท�ำให้
อุปกรณ์แตกหักเสียหาย
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
34
	 ไม่เคลื่อนย้ายอุปกรณ์
	 หรือถอดอุปกรณ์ขณะเปิดใช้งาน
	 	 	 	 	 	 	 	 	 ไม่วางอาหารและเครื่องดื่ม
	 	 	 	 	 	 	 	 	 ใกล้เครื่องคอมพิวเตอร์
	 	 	 	 	 	 	 	 	 เพราะอาจหกเลอะเทอะ
	 	 	 	 	 	 	 	 	 สร้างความเสียหายให้อุปกรณ์
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
35
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3						 เวลา 6 – 7 ชั่วโมง
สาระส�ำคัญ
	 อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นสิ่งอ�ำนวยความสะดวกในชีวิตประจ�ำวันของมนุษย์ ซึ่งมีผลกระทบต่อ
มนุษย์ เราจึงควรรู้จักการใช้อย่างถูกวิธี โดยค�ำนึงถึงความปลอดภัยต่อชีวิตและใช้อย่างพอดี การใช้ข้อมูลทาง
สถิติมาช่วยในการออกแบบวิธีการใช้งานอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพจะท�ำให้เกิดการสร้าง
ความตระหนักในการใช้งานอย่างพอดี
	 อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศต้องใช้พลังงานไฟฟ้าในการท�ำงาน แต่ละครอบครัวจะมีจ�ำนวนอุปกรณ์
เทคโนโลยีสารสนเทศมาก น้อย แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความจ�ำเป็นในการใช้งาน การที่จะทราบว่าแต่ละ
ครอบครัวมีอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศอะไรบ้าง มีจ�ำนวนอุปกรณ์แต่ละชนิดเท่าไร และมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ
ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ และค่าบริการอินเทอร์เน็ต มากน้อยอย่างไร ต้องอาศัยวิธีการทางสถิติช่วย เริ่มตั้งแต่
การวางแผนการเก็บข้อมูล การเก็บรวบรวมและจ�ำแนกข้อมูล แล้วน�ำข้อมูลมาน�ำเสนอในรูปแบบต่าง ๆ เช่น
น�ำเสนอในรูปตาราง แผนภูมิรูปภาพ ซึ่งจะช่วยให้มีความเข้าใจต่อข้อมูลที่น�ำเสนอได้ง่ายยิ่งขึ้น และข้อมูล
มีความน่าสนใจ สวยงาม นอกจากนี้ยังสามารถน�ำข้อมูลที่ได้มาวางแผนการใช้งานอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ
อย่างมีประสิทธิภาพ
การใช้อุปกรณ์
เทคโนโลยี
สารสนเทศอย่างประหยัด
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
36
วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี*
1. อธิบายความส�ำคัญของ
   พลังงานไฟฟ้า และเสนอ
   วิธีการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด
   และปลอดภัย
1. บวก ลบ คูณ หาร และบวก
   ลบ คูณ หารระคนของ
   จ�ำนวนนับไม่เกินหนึ่งแสน
   และศูนย์ พร้อมทั้งตระหนักถึง
   ความสมเหตุสมผลของค�ำตอบ
2. อ่านข้อมูลจากแผนภูมิรูปภาพ  
   และแผนภูมิแท่งอย่างง่าย
1. เลือกใช้สิ่งของเครื่องใช้ใน
   ชีวิตประจ�ำวันอย่างสร้างสรรค์
2. ค้นหาข้อมูลอย่างมีขั้นตอนและ
   น�ำเสนอข้อมูลในลักษณะต่าง ๆ
3. อธิบายประโยชน์และโทษ
   จากการใช้งานเทคโนโลยี
   สารสนเทศ
ตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
*ตัวชี้วัด เทคโนโลยี (T) ในที่นี้จะรวมตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี และสาระเทคโนโลยีสารสนเทศ
และการสื่อสาร ในขณะที่วิศวกรรมศาสตร์ (E) ไม่ได้ปรากฏในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่
กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมสามารถเทียบเคียงได้จากกระบวนการเทคโนโลยีในตัวชี้วัดสาระการออกแบบ
และเทคโนโลยี
สาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี
- พลังงานไฟฟ้ามีความส�ำคัญต่อ
  ชีวิตประจ�ำวัน จึงต้องใช้ไฟฟ้า
  อย่างประหยัด อุปกรณ์เทคโนโลยี
  สารสนเทศเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้า
  อย่างหนึ่ง การใช้เทคโนโลยี
  สารสนเทศจึงควรใช้อย่างพอดีและ
  ประหยัด
- การค�ำนวณค่าใช้จ่ายใน
การใช้งานเทคโนโลยี
สารสนเทศ
- การเก็บรวบรวมข้อมูลและ
จ�ำแนกข้อมูล เกี่ยวกับการใช้
งานเทคโนโลยีสารสนเทศใน
ชีวิตประจ�ำวันและน�ำเสนอใน
รูปแผนภูมิรูปภาพหรือตาราง
- การเลือกใช้สิ่งของเครื่องใช้
อย่างสร้างสรรค์เป็นการเลือก
สิ่งของเครื่องใช้ที่เป็นมิตรกับ
ชีวิต สังคมและสิ่งแวดล้อม
- การน�ำเสนอข้อมูลสามารถ
ท�ำได้หลายลักษณะตามความ
เหมาะสม เช่น น�ำเสนอหน้า
ชั้นเรียน จัดท�ำเอกสารรายงาน
- ประโยชน์และโทษจาก
การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
37
กรอบแนวคิด		
จุดประสงค์ของกิจกรรม
	 1.	รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับจ�ำนวนอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศในชีวิตประจ�ำวัน ค่าบริการโทรศัพท์ 		
	 	 ค่าบริการอินเทอร์เน็ตและค่าไฟฟ้า แล้วน�ำเสนอในรูปแผนภูมิรูปภาพหรือตาราง
	 2.	อ่านแผนภูมิรูปภาพหรือตารางและเปรียบเทียบค่าบริการโทรศัพท์ ค่าบริการอินเทอร์เน็ต และค่าไฟฟ้า
	 3.	อภิปรายและอธิบายประโยชน์และโทษจากการใช้งานอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ
	 4.	ออกแบบเสนอแนวทางหรือวิธีลดการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อลดค่าไฟฟ้าค่าบริการโทรศัพท์
	 	 และค่าบริการอินเทอร์เน็ตในบ้านและลงมือปฏิบัติ
T: เทคโนโลยี*
	 •	 ประโยชน์และโทษจากการใช้งาน
	 	 เทคโนโลยีสารสนเทศ
	 •	 การน�ำเสนอข้อมูลโดยใช้แผนภูมิต่าง ๆ
S: วิทยาศาสตร์
	 •	 การใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและ	 	
	 	 ปลอดภัย
M: คณิตศาสตร์
	 •	 การบวก การลบ ค่าใช้จ่าย
	 •	 การเขียนและอ่านแผนภูมิรูปภาพ	 	
	 	 หรือแผนภูมิแท่ง
E: วิศวกรรมศาสตร์
	 •	 กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม	 	
	 	 (การหาวิธีลดการใช้งานอุปกรณ์
	 	 เทคโนโลยีสารสนเทศ)
การใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ
อย่างประหยัด
* เป็นวิชาหลักในการน�ำกิจกรรมนี้
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
38
วัสดุอุปกรณ์
แนวการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นระบุปัญหา
1. กิจกรรมน�ำเข้าสู่บทเรียน
	 กิจกรรมที่ 1 อภิปรายประโยชน์และโทษของการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ
	 1.	ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายว่า ในชีวิตประจ�ำวันมีการใช้งานอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศอะไรบ้าง
	 	 และใช้อย่างไร ต่อจากนั้นครูมอบหมายงานกลุ่มให้นักเรียนช่วยกันค้นหาค�ำตอบจากใบกิจกรรมที่ 1
	 	 ตามหัวข้อ ดังนี้
	 	 •	 การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศมีประโยชน์อย่างไร
	 	 •	 การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศมีโทษอย่างไร
	 2.	ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มน�ำเสนอผลงาน
	 กิจกรรมที่ 2 ส�ำรวจจ�ำนวนอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศและค่าใช้จ่าย
	 1.	 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้
	 	 •	 นักเรียนทราบหรือไม่ว่า มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างที่เกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
	 	 	 เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์รวมค่าบริการอินเทอร์เน็ต
	 	 •	 นักเรียนทราบหรือไม่ว่า ในแต่ละเดือนครอบครัวของนักเรียนมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการใช้
	 	 	 เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นจ�ำนวนเท่าใด
ที่ รายการ จ�ำนวนต่อกลุ่ม
1 ภาพตัวอย่างอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศในชีวิตประจ�ำวัน เช่น คอมพิวเตอร์
กล้องดิจิทัล โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต
2
รูปภาพอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ ส�ำหรับการสร้างแผนภูมิรูปภาพ เช่น รูป
คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต โทรศัพท์บ้าน โทรศัพท์มือถือ กล้องดิจิทัล เครื่องพิมพ์
สมาร์ททีวี
3 กระดาษปรู๊ฟ 1 แผ่น
4 ดินสอสี 1 ชุด
5 กาว 1 ขวด
6 กรรไกร 1 เล่ม
7 ไม้บรรทัด 1 อัน
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
39
	 	 •	 นักเรียนจะทราบได้อย่างไรว่าในแต่ละเดือนครอบครัวมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยี
	 	 	 สารสนเทศเป็นเงินเท่าใด
	 2.	 ครูให้นักเรียนแต่ละคนส�ำรวจและเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสอบถามผู้ปกครองหรืออ่านข้อมูลจาก
	 	 ใบเสร็จรับเงินค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์และบันทึกข้อมูลจากใบกิจกรรมที่ 2.1 ตามหัวข้อดังนี้
	 	 •	 จ�ำนวนอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศที่ใช้ภายในบ้าน
	 	 •	 ค่าโทรศัพท์ที่ใช้ภายในบ้านภายในหนึ่งเดือน
	 	 •	 ค่าไฟฟ้าที่ใช้ภายในบ้านในหนึ่งเดือน
	 3.	 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มรวบรวมข้อมูลที่ได้จากใบกิจกรรมที่2.1 มาบันทึกลงในใบกิจกรรมที่ 2.2 พร้อม
	 	 ทั้งน�ำเสนอข้อมูล (แผนภูมิรูปภาพ ค่าบริการโทรศัพท์ ค่าไฟฟ้า)
	 4.	 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลจากการน�ำเสนอผลงานของแต่ละกลุ่มในประเด็นค�ำถามต่อไปนี้เช่น
	 	 •	 กลุ่มใดมีจ�ำนวนอุปกรณ์สารสนเทศมากที่สุด
	 	 •	 กลุ่มใดมีโทรศัพท์มากที่สุด
	 	 •	 กลุ่มใดมีคอมพิวเตอร์มากที่สุด
	 	 •	 กลุ่มใดเสียค่าโทรศัพท์มากที่สุด เพราะเหตุใด
	 	 	 (แนวค�ำตอบ ค�ำตอบมีหลากหลาย กลุ่มที่มีจ�ำนวนโทรศัพท์มากที่สุด ไม่จ�ำเป็นต้องมีค่าโทรศัพท์
	 	 	 มากที่สุด ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปราย หาเหตุผลประกอบ หรืออาจถามข้อมูลเพิ่มเติมจากกลุ่ม
	 	 	 ที่มีค่าโทรศัพท์มากที่สุด)
	 	 •	 กลุ่มใดเสียค่าไฟฟ้ามากที่สุด เพราะเหตุใด
	 	 	 (แนวค�ำตอบ ค�ำตอบมีหลากหลาย กลุ่มที่มีจ�ำนวนอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศมากที่สุด
	 	 	 ไม่จ�ำเป็นต้องมีค่าไฟฟ้ามากที่สุด ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปราย หาเหตุผลประกอบ หรืออาจถาม
	 	 	 ข้อมูลเพิ่มเติมจากกลุ่มที่มีค่าไฟฟ้ามากที่สุด)
2. กิจกรรมระบุปัญหา
	 1.	ครูกระตุ้นความสนใจโดยอภิปรายว่า การใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศมีผลต่อค่าใช้จ่ายหรือไม่
	 	 อย่างไร
	 2.	ครูเปิดประเด็นต่อไปว่า นอกจากค่าใช้จ่ายแล้วหากเราใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศมากเกินไปก็ยังมี
	 	 โทษอื่น ๆ ตามมา ดังที่นักเรียนได้อภิปรายกันมาก่อนหน้านี้แล้ว ดังนั้นเราจึงควรลดการใช้งานอุปกรณ์
	 	 เทคโนโลยีสารสนเทศเหล่านี้ลง
	 3.	ครูก�ำหนดสถานการณ์ปัญหา ดังนี้
	 	 “อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศมีผลต่อค่าใช้จ่าย และหากใช้งานมากเกินไปก็จะเกิดโทษต่าง ๆ ตามมา
	 	 ถ้านักเรียนได้รับมอบหมายให้หาวิธีลดการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ นักเรียนจะมีวิธีไหนบ้าง
	 	 โดยไม่ให้กระทบต่อการด�ำเนินชีวิตประจ�ำวันของคนในบ้านมากนัก”
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
40
ขั้นรวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา
	 4.	 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส�ำรวจและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการที่จะลดการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยี
	 	 สารสนเทศ โดยอาจระดมความคิดจากความรู้เดิมหรือข้อมูลที่ได้จากการส�ำรวจในกิจกรรมที่ผ่านมา
	 	 หรือไปสืบค้นจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น ป้ายนิเทศ หนังสือ อินเทอร์เน็ต แผ่นพับ
	 5.	 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปวิธีการต่าง ๆ ในการลดการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ
ขั้นออกแบบวิธีการแก้ปัญหา
	 6.	 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มอภิปรายและเลือกวิธีการในการลดการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศที่
	 	 เหมาะสมที่สุดและสามารถท�ำได้จริง โดยอาจเขียนเป็นแผนผังความคิดเพื่อแสดงวิธีการที่เลือก
ขั้นวางแผนและด�ำเนินการแก้ปัญหา
	 7.	 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มวางแผนในการน�ำวิธีการที่เลือกไปปฏิบัติที่บ้านในเวลาหนึ่งเดือนโดยเขียนออกมา
	 	 เป็นล�ำดับขั้นและระยะเวลา
	 8.	 ครูให้นักเรียนทุกกลุ่มลงมือปฏิบัติตามขั้นตอนที่วางแผนไว้
ขั้นทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน
	 9.	 เมื่อลงมือปฏิบัติตามแผนเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายว่าแต่ละคน
	 	 สามารถท�ำได้ตามแผนที่ได้ก�ำหนดไว้หรือไม่อย่างไร มีปัญหาหรืออุปสรรคอะไรบ้าง และควรจะปรับปรุง	
	 	 วิธีการอย่างไร
	 10.	 ครูให้นักเรียนร่วมกันปรับปรุงแก้ไขวิธีการที่วางแผนไว้ แล้วลงมือปฏิบัติตามวิธีการใหม่ที่ได้แก้ไข
	 11.	 ครูให้สมาชิกในกลุ่มอภิปรายร่วมกันว่าวิธีการที่ได้ออกแบบและปฏิบัติสามารถลดการใช้อุปกรณ์
	 	 เทคโนโลยีสารสนเทศได้หรือไม่ อย่างไร และเพราะเหตุใด
	ขั้นน�ำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหา หรือชิ้นงาน
	 12.	 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มน�ำเสนอวิธีการในการลดการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศและผลที่ได้จากการ
	 	 ใช้วิธีการดังกล่าว
การวัดประเมินผล
	 1.	 ใบกิจกรรมที่ 1 เรื่องประโยชน์และโทษของการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ
	 2. 	ใบกิจกรรมที่ 2.1 เรื่องการส�ำรวจจ�ำนวนอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ
	 3.	 ใบกิจกรรมที่ 2.2 เรื่องการเก็บรวบรวมข้อมูลและการน�ำเสนอ
	 4	 ประเมินจากการน�ำเสนอผลงานของนักเรียนแต่ละกลุ่ม
สื่อและแหล่งเรียนรู้
	 1.	หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 สถาบัน
	 	 ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
	 2.	หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์	
	 	 และเทคโนโลยี
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
41
บ้านพลังงาน
แสงอาทิตย์
หมายเหตุ: *ตัวชี้วัด เทคโนโลยี (T) ในที่นี้จะรวมตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี และสาระเทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสื่อสาร ในขณะที่วิศวกรรมศาสตร์ (E) ไม่ได้ปรากฏในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่กระบวนการออกแบบเชิง
วิศวกรรม สามารถเทียบเคียงได้จากกระบวนการเทคโนโลยีในตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4						 	 เวลา 3 ชั่วโมง
สาระส�ำคัญ
	 ดวงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงานที่ส�ำคัญของโลก ให้ทั้งพลังงานความร้อนและพลังงานแสง เซลล์สุริยะเป็น
อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานไฟฟ้า จากนั้นจึงเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานอื่น ๆ ที่มนุษย์
สามารถน�ำไปใช้งานได้ ซึ่งสังเกตได้จากเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน
	 ในการสร้างบ้านจ�ำลองซึ่งมีการใช้เซลล์สุริยะเป็นแหล่งพลังงานไฟฟ้า มีการออกแบบบ้านให้เป็นภาพร่าง
และเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมและปลอดภัยโดยพิจารณาจากสมบัติของวัสดุหลังจากร่างแบบแล้วด�ำเนินการสร้าง
บ้านตามแบบที่ร่างไว้ให้ได้สัดส่วนตามความยาวที่ก�ำหนดรวมถึงการใช้อุปกรณ์วัดตัดและติดยึดบ้านอย่างถูกต้อง
และปลอดภัย เมื่อต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้ากับเซลล์สุริยะจะท�ำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ท�ำงานได้และเป็นประโยชน์
ต่อการด�ำรงชีวิต
ตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี*
1. ทดลองและอธิบายการเปลี่ยน
พลังงานแสงเป็นพลังงานไฟฟ้า
และน�ำความรู้ไปใช้ประโยชน์
1. แก้ปัญหาเกี่ยวกับการวัด
ความยาว การชั่ง การตวง เงิน
และเวลา
1. สร้างของเล่นของใช้อย่างง่าย
โดยก�ำหนดปัญหาหรือความ
ต้องการ รวบรวมข้อมูล
ออกแบบโดยถ่ายทอดความคิด
เป็นภาพร่าง ลงมือสร้างและ
ประเมินผล
2. ใช้อุปกรณ์เครื่องมือวัด ตัด
ติดยึด และเจาะ ให้เหมาะสมกับ
การท�ำงาน มีความถูกต้องและ
ปลอดภัย
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
42
สาระการเรียนรู้
กรอบแนวคิด
วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี
-	 ดวงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงาน
ที่สำ�คัญของโลก ให้ทั้งพลังงาน
ความร้อนและพลังงานแสง
-	 เซลล์สุริยะเป็นอุปกรณ์ที่เปลี่ยน
พลังงานแสงเป็นพลังงานไฟฟ้า
อุปกรณ์ไฟฟ้าหลายชนิดมีเซลล์
สุริยะเป็นส่วนประกอบ เช่น
เครื่องคิดเลข
-	 การเลือกวัสดุและสิ่งของต่าง ๆ
มาใช้เพื่อความเหมาะสมและ
ปลอดภัยต้องพิจารณาจาก
สมบัติของวัสดุที่ใช้ทำ�สิ่งของ
นั้น ๆ
-	 การแก้โจทย์ปัญหาที่เกี่ยวกับ
การวัดความยาว
-	 อุปกรณ์เครื่องมือในการสร้าง
ชิ้นงานเพื่อการวัด
-	 การตัด การติดยึด และการ
เจาะ ต้องใช้งานอย่างถูกต้อง
และปลอดภัย
T: เทคโนโลยี
	 •	 การเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงาน
	 	 ไฟฟ้า โดยใช้เซลล์สุริยะ
	 •	 การใช้อุปกรณ์เครื่องมือในการวัด
	 	 ตัด ติดยึด
บ้านพลังงานแสงอาทิตย์
S: วิทยาศาสตร์*
	 •	 ประโยชน์ของดวงอาทิตย์
	 •	 การเปลี่ยนพลังงานแสงเป็น	 	 	
	 	 พลังงานไฟฟ้า
M: คณิตศาสตร์
	 •	 การวัดความยาว
E: วิศวกรรมศาสตร์
	 •	 กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม
	 	 (การสร้างบ้านพลังงานแสงอาทิตย์จ�ำลอง)
* เป็นวิชาหลักในการน�ำกิจกรรมนี้
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
43
จุดประสงค์ของกิจกรรม
	 1.	บอกวิธีการเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานไฟฟ้า
	 2.	ออกแบบและสร้างบ้านจ�ำลองที่มีแผงเซลล์สุริยะเป็นส่วนประกอบตามเงื่อนไขที่ก�ำหนด
	 3.	ใช้วัสดุและอุปกรณ์วัด ตัด ติดยึดอย่างถูกต้องและปลอดภัย
	 4.	วัดความยาวเป็นเซนติเมตรเพื่อแก้ปัญหาตามเงื่อนไขที่ก�ำหนด
วัสดุอุปกรณ์
ข้อแนะน�ำการเตรียมวัสดุอุปกรณ์
	 1.	ตัดสายไฟสีด�ำและสีแดงให้มีขนาดยาวประมาณเส้นละ 20 เซนติเมตร
	 2.	บัดกรีสายไฟสีด�ำและสีแดงเข้ากับขั้วของเซลล์สุริยะ
	 3.	บัดกรีสายไฟสีด�ำและสีแดงเข้ากับขั้วออดไฟฟ้า
	 4.	บัดกรีสายไฟสีด�ำและสีแดงเข้ากับขั้วมอเตอร์ไฟฟ้าการบัดกรีสายไฟเข้ากับขั้วของเซลล์สุริยะ
	 	 มอเตอร์ไฟฟ้าและออดไฟฟ้า อย่าให้มีส่วนของโลหะแหลมคมติดอยู่เพราะอาจเกิดอันตรายกับ
	 	 นักเรียนได้
ที่ รายการ จ�ำนวนต่อกลุ่ม ที่ รายการ จ�ำนวนต่อกลุ่ม
1
เซลล์สุริยะพร้อมบัดกรีสายไฟ
ขั้วบวกและลบ
1 แผ่น 8 กระดาษเทาขาว ขนาด A4 4 แผ่น
2
มอเตอร์ไฟฟ้า (ที่ใช้กับเซลล์
สุริยะ)พร้อมบัดกรีสายไฟที่ขั้ว
1 อัน 9 ตะเกียบ 2 คู่  
3
สายไฟเส้นเล็ก (เส้นสีแดงและ
ด�ำ) เส้นละ 1 เมตร
2 เส้น 10 ไม้เสียบลูกชิ้น 4 ไม้
4 ออดไฟฟ้า 1 อัน 11 เทปใส 1 อัน
5 หลอด LED 5 มิลลิเมตร 1 หลอด 12 กรรไกร 1 อัน
6
กระดาษลูกฟูก 2 ชั้น (แบบที่
ม้วนได้) ขนาด A4
2 แผ่น 13
โคมไฟพร้อมหลอดไฟ
ขนาด 100 วัตต์
1 อัน
7
พลาสติกลูกฟูก ขนาด A4
หนา 3 มิลลิเมตร
7 แผ่น 14 ไม้บรรทัด 1 อัน
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
44
แนวการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นระบุปัญหา
	 1.	ครูใช้กระดาษ A4 สีขาว 1 แผ่น เพื่อตรวจสอบความรู้พื้นฐานของนักเรียนเกี่ยวกับรูปร่าง การวัด หน่วย
	 	 ของการวัด การใช้อุปกรณ์ในการตัด ยึดติด และดวงอาทิตย์ โดยอาจใช้ค�ำถามดังนี้
	 	 -	 กระดาษที่ครูถือมีรูปร่างอะไร
	 	 	 (แนวค�ำตอบ สี่เหลี่ยม, สี่เหลี่ยมผืนผ้า)
	 	 -	 นักเรียนคิดว่าจะวัดความยาวของกระดาษโดยใช้อุปกรณ์วัดอะไรได้บ้าง
	 	 	 (แนวค�ำตอบ ไม้บรรทัด สายวัด ไม้เมตร)
	 	 -	 หน่วยการวัดมีอะไรบ้าง
	 	 	 (แนวค�ำตอบ มิลลิเมตร เซนติเมตร เมตร)
	 	 -	 นักเรียนจะรู้ได้อย่างไรว่ากระดาษด้านไหนมีความยาวมากกว่ากันและมากกว่ากันเท่าใด
	 	 	 (แนวค�ำตอบ ใช้ไม้บรรทัดวัดและน�ำผลที่ได้มาลบกัน)
	 	 -	 นอกจากวัสดุที่เป็นกระดาษ นักเรียนรู้จักวัสดุอื่นหรือไม่ อะไรบ้าง
	 	 	 (แนวค�ำตอบ ไม้ พลาสติก โลหะ)
	 	 	 ครูวาดดวงอาทิตย์รูปวงกลมบนกระดาษและถามนักเรียนว่า
	 	 -	 ถ้าครูจะตัดรูปดวงอาทิตย์ออกจากกระดาษ จะใช้อุปกรณ์อะไร
	 	 	 (แนวค�ำตอบ กรรไกร คัตเตอร์)
	 	 -	 จะติดดวงอาทิตย์ลงบนแผ่นพลาสติกลูกฟูก จะใช้อุปกรณ์อะไร
	 	 	 (แนวค�ำตอบ กาว เทปใส)
	 	 -	 ดวงอาทิตย์มีประโยชน์อย่างไร
	 	 	 (แนวค�ำตอบ เป็นแหล่งพลังงานความร้อนและพลังงานแสง)
	 	 -	 ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศใด ตกทางทิศใด	
	 	 	 (แนวค�ำตอบ ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก ตกทางทิศตะวันตก)
	 	 -	 เรามองเห็นดวงอาทิตย์เวลาใด
	 	 	 (แนวค�ำตอบ เวลากลางวัน)
	 	 -	 ในตอนกลางคืนไม่มีแสงจากดวงอาทิตย์ นักเรียนได้แสงสว่างจากอะไร
	 	 	 (แนวค�ำตอบ แสงจากหลอดไฟฟ้า)
	 	 -	 หลอดไฟฟ้าได้พลังงานมาจากอะไร
	 	 	 (แนวค�ำตอบ พลังงานไฟฟ้า)
	 	 -	 นอกจากพลังงานไฟฟ้าให้พลังงานแสงแล้ว พลังงานไฟฟ้าเปลี่ยนเป็นพลังงานใดได้บ้าง
	 	 	 (แนวค�ำตอบ พลังงานกล เสียง ความร้อน)
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
45
	 2.	ให้นักเรียนดูรูปบ้านที่มีแผงเซลล์สุริยะติดตั้งบนหลังคา และครูถามดังนี้
	 	 -	 นักเรียนคิดว่าอุปกรณ์ที่ติดอยู่บนหลังคานี้เรียกว่าอะไร และมีหน้าที่อะไร
	 	 	 (แนวค�ำตอบ นักเรียนตอบตามความเข้าใจ)
	 	 	 ครูให้ความรู้กับนักเรียนว่า อุปกรณ์ที่ติดบนหลังคาบ้านแบบนี้เราเรียกว่าเซลล์สุริยะใช้เพื่อเปลี่ยน
	 	 	 พลังงานแสงให้เป็นพลังงานไฟฟ้าและน�ำมาใช้งานได้ และถามต่อไปว่า
	 	 -	 นักเรียนคิดว่าเซลล์สุริยะได้รับพลังงานแสงมาจากไหน
	 	 	 (แนวค�ำตอบ ดวงอาทิตย์)
	 	 -	 ครูสร้างความตระหนักให้กับนักเรียนว่าหากเราสามารถใช้พลังงานไฟฟ้าจากเซลล์สุริยะได้
	 	 	 ก็จะเป็นการใช้ประโยชน์จากแหล่งพลังงานธรรมชาติที่มาจากดวงอาทิตย์ได้
	 3.	ครูเล่าสถานการณ์เพื่อน�ำไปสู่การก�ำหนดปัญหาว่า แหล่งพลังงานไฟฟ้าจากฟอสซิลที่มีใช้อยู่ในปัจจุบัน
	 	 เช่น น�้ำมัน ก�ำลังจะหมดไป หากเราจ�ำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าจากเซลล์สุริยะแทน นักเรียนจะสร้างบ้านและ
	 	 ติดตั้งเซลล์สุริยะอย่างไร เพื่อให้รับพลังงานแสงอาทิตย์และท�ำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าท�ำงานได้ โดยมีเงื่อนไขว่า
	 	 3.1	 บ้านจ�ำลองที่จะสร้าง มีความยาว 20-30 เซนติเมตร และความกว้าง 10-15 เซนติเมตร ความสูง
	 	 	 วัดจากจุดต�่ำสุดถึงสูงสุดของบ้าน 15-25 เซนติเมตร
	 	 3.2	 ติดตั้งแผงเซลล์สุริยะอยู่ในต�ำแหน่งใดต�ำแหน่งหนึ่งของบ้านที่สามารถรับแสงจากดวงอาทิตย์ได้
	 	 	 อย่างน้อย 6 ชั่วโมงใน 1 วัน
	 	 3.3	 อุปกรณ์ไฟฟ้าประกอบด้วยหลอด LED 1 ดวง มอเตอร์ 1 ตัว และออดไฟฟ้าติดอยู่หน้าบ้าน
	 	 	 โดยอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดต้องท�ำงานได้พร้อมกัน โดยทดสอบกับโคมไฟซึ่งใช้แทนดวงอาทิตย์
ขั้นรวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา
	 4.	ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายในประเด็นดังต่อไปนี้
	 	 4.1	 บ้านที่ใช้เซลล์สุริยะสามารถจะสร้างในรูปแบบใดได้บ้าง เช่น เป็นบ้านชั้นเดียว บ้านสองชั้น
	 	 	 มีหลังคาจั่ว หลังคาแบนราบ ครูอาจเตรียมภาพบ้านในรูปแบบต่าง ๆ หรือให้นักเรียนสืบค้นข้อมูล
	 	 4.2	 ใช้อะไรวัดความยาวของบ้านและเป็นหน่วยอะไร และก�ำหนดความกว้าง ความยาว และความสูง
	 	 	 ของบ้านเท่าไหร่
	 	 4.3	 ติดตั้งเซลล์สุริยะไว้ในบริเวณใดที่จะรับแสงอาทิตย์ได้อย่างน้อย6 ชั่วโมงใน 1 วัน และต�ำแหน่งนั้น
	 	 	 ควรตั้งอยู่ในทิศใด
	 	 4.4	 ติดหลอด LED มอเตอร์ และออดไฟฟ้าไว้ที่บริเวณใดของบ้าน และต่อเข้ากับเซลล์สุริยะอย่างไร
	 	 	 เพื่อให้อุปกรณ์ไฟฟ้าท�ำงานได้
	 	 4.5	 ทดสอบการท�ำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อต่อเข้ากับเซลล์สุริยะอย่างไร เมื่อใช้หลอดไฟฟ้าแทนดวง	
	 	 	 อาทิตย์
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
46
ขั้นออกแบบวิธีการแก้ปัญหา
	 5.	ครูแนะน�ำวัสดุอุปกรณ์ได้แก่ เซลล์สุริยะ มอเตอร์ หลอด LED ออดไฟฟ้า กรรไกร เทปใส และวัสดุที่ใช้
	 	 สร้างบ้าน เช่น พลาสติกลูกฟูก กระดาษเทาขาว กระดาษลูกฟูก ไม้เสียบลูกชิ้น ตะเกียบ
	 6.	แต่ละกลุ่มออกแบบบ้านโดยเขียนรายละเอียดลงบนกระดาษ ตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้
	 	 6.1	 วาดภาพและก�ำหนดลักษณะบ้าน ความยาว 20-30 เซนติเมตร ความกว้าง 10-15 เซนติเมตร 	
	 	 	 ความสูงวัดจากจุดต�่ำสุดถึงสูงสุดของบ้าน 15-25 เซนติเมตร
	 	 6.2	 ระบุต�ำแหน่งที่จะติดตั้งแผงเซลล์สุริยะอยู่ในต�ำแหน่งใดต�ำแหน่งหนึ่งของบ้านที่สามารถรับแสงจาก
	 	 	 ดวงอาทิตย์ได้อย่างน้อย 6 ชั่วโมงใน 1 วัน
	 	 6.3	 ระบุต�ำแหน่งที่จะติดตั้งหลอด LED 1 ดวง มอเตอร์และออดไฟฟ้า
	 	 6.4	 เลือกวัสดุที่ใช้ในการสร้างบ้านจ�ำลอง
	          6.5	 รูปแบบการต่อวงจรไฟฟ้า ครูควรเป็นผู้แนะน�ำซึ่งในกิจกรรมนี้ใช้การต่อวงจรไฟฟ้าแบบขนาน
	 7.	 แต่ละกลุ่มน�ำเสนอแบบร่างและแนวคิดในการออกแบบ
ขั้นวางแผนและด�ำเนินการแก้ปัญหา
	 8.	 แต่ละกลุ่มวางแผนการท�ำงาน การแบ่งหน้าที่ภายในกลุ่ม รวมถึงการทดสอบ
	 9.	 แต่ละกลุ่มสร้างบ้านจ�ำลอง ติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าและต่อวงจรไฟฟ้าตามที่ได้ออกแบบไว้
ขั้นทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน
	 10.	 แต่ละกลุ่มทดสอบความมั่นคงแข็งแรงของตัวบ้าน การท�ำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้า หากอุปกรณ์ไฟฟ้าไม่
	 	 ท�ำงานหรือท�ำงานไม่ครบทุกตัว ให้หาสาเหตุซึ่งอาจเกิดจากทิศทางหรือต�ำแหน่งการติดตั้งเซลล์สุริยะ
	 	 การต่อวงจรไฟฟ้า ตัวอุปกรณ์ไฟฟ้าช�ำรุด ให้ปรับปรุงแก้ไข แล้วบันทึกวิธีการทดสอบลงในใบกิจกรรม
	 11.	 ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มประเมินบ้านจ�ำลองที่สร้างว่า
	 	 11.1	 มีความแข็งแรงทนทานหรือไม่
	 	 11.2	 มีขนาดตามที่ได้ออกแบบไว้หรือไม่ เป็นไปตามเงื่อนไขหรือไม่และต�ำแหน่งต่าง ๆ ของอุปกรณ์
	 	 	 เหมาะสมหรือไม่
	 	 11.3	 หลังจากต่ออุปกรณ์ไฟฟ้ากับเซลล์สุริยะและให้เซลล์สุริยะได้รับแสงอุปกรณ์ไฟฟ้าท�ำงานได้ครบ
	 	 	 ทุกอุปกรณ์หรือไม่ อย่างไร
	 	 11.4	 ทิศทางและต�ำแหน่งที่ติดตั้งเซลล์สุริยะท�ำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าท�ำงานได้ตามเงื่อนไขหรือไม่ อย่างไร
ขั้นน�ำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหา หรือชิ้นงาน
	 12.	 ให้แต่ละกลุ่มน�ำเสนอบ้านจ�ำลองซึ่งใช้เซลล์สุริยะในเรื่องต่อไปนี้
	 	 12.1	 บ้านมีรูปแบบอย่างไร มีความกว้าง ความยาว ความสูงของบ้านเป็นเท่าใด
	 	 12.2	 วัสดุที่นักเรียนเลือกใช้สร้างบ้านมีอะไรบ้าง เพราะอะไรถึงเลือกวัสดุชนิดนี้
	 	 12.3	 ติดตั้งแผงเซลล์สุริยะไว้ต�ำแหน่งใด เพราะเหตุใด
	 	 12.4	 เซลล์สุริยะที่ติดไว้รับพลังงานแสงจากดวงอาทิตย์ได้ตามเงื่อนไขหรือไม่ เพราะเหตุใด
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
47
	 	 12.5	 ติดตั้งหลอดไฟฟ้า มอเตอร์และออดไฟฟ้าไว้ต�ำแหน่งใด เพราะเหตุใด
	 	 12.6	 หลังจากต่ออุปกรณ์ไฟฟ้ากับเซลล์สุริยะ อุปกรณ์ไฟฟ้าท�ำงานได้หรือไม่ อย่างไร
	 13.	 ครูร่วมกับนักเรียนสรุปว่า เซลล์สุริยะที่ต่อกับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ เมื่อได้รับพลังงานแสง จะสามารถ	
	 	 ท�ำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าท�ำงานได้โดยสังเกตจากการเกิดแสง เสียงและการหมุนของมอเตอร์
การวัดประเมินผล
สิ่งที่ประเมิน
ระดับประเมิน
ปรับปรุง พอใช้ ดี
1.การบอกประโยชน์ของ
ดวงอาทิตย์และวิธีการ
เปลี่ยนพลังงานแสงเป็น
พลังงานไฟฟ้า
ไม่สามารถบอกประโยชน์
ของดวงอาทิตย์และวิธี
การเปลี่ยนพลังงานแสง
เป็นพลังงานไฟฟ้า
สามารถบอกประโยชน์
ของดวงอาทิตย์หรือวิธีการ
เปลี่ยนพลังงานแสงเป็น
พลังงานไฟฟ้าได้เพียงข้อ
ใดข้อหนึ่ง
สามารถบอกประโยชน์
ของดวงอาทิตย์และวิธี
การเปลี่ยนพลังงานแสง
เป็นพลังงานไฟฟ้าได้
2.การออกแบบและสร้าง
บ้านที่ใช้เซลล์สุริยะ
ไม่สามารถออกแบบและ
สร้างบ้านที่ใช้เซลล์สุริยะ
ได้
สามารถออกแบบและ
สร้างบ้านที่ใช้เซลล์สุริยะ
ได้แต่มีโครงสร้างบ้านและ
ขนาดที่ไม่ตรงกับเงื่อนไขที่
ก�ำหนดเป็นส่วนใหญ่
สามารถออกแบบและ
สร้างบ้านที่ใช้เซลล์สุริยะ
ได้โดยมีโครงสร้างบ้าน
และขนาดตามเงื่อนไขที่
ก�ำหนด
3. การใช้วัสดุและอุปกรณ์
วัด ตัด ติดยึดอย่างถูกต้อง
และปลอดภัย
ใช้วัสดุและอุปกรณ์
วัด ตัด ติดยึดไม่ถูกต้อง
และไม่ปลอดภัย ต้องได้
รับการชี้แนะ และดูแล
ตรวจสอบอยู่เสมอ
ใช้วัสดุและอุปกรณ์วัด
ตัด ติดยึดอย่างถูกต้อง
ปลอดภัยตามค�ำแนะน�ำ 
ซึ่งอาจต้องดูแลหรือตรวจ
สอบเป็นระยะ
ใช้วัสดุและอุปกรณ์วัด
ตัด ติดยึดอย่างถูกต้อง
และปลอดภัย
4. การวัดและระบุหน่วยวัด
ความยาว
ไม่สามารถวัดและระบุ
หน่วยวัดความยาวได้
สามารถวัดหรือระบุหน่วย
วัดความยาวได้ถูกต้อง
อย่างใดอย่างหนึ่ง
สามารถวัดและระบุ
หน่วยวัดความยาวได้
ถูกต้อง
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
48
แนวค�ำตอบ ใบกิจกรรม
วาดรูปบ้านที่จะสร้าง พร้อมระบุชื่อและต�ำแหน่งของอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ
รูปวาดขึ้นอยู่กับผลการท�ำกิจกรรมของนักเรียน
วิธีการทดสอบว่าเซลล์สุริยะสามารถท�ำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าท�ำงานได้ ท�ำได้โดย
	 การต่อสายไฟจากอุปกรณ์ไฟฟ้าได้แก่ หลอด LED ออดไฟฟ้าและมอเตอร์เข้ากับเซลล์สุริยะโดยการต่อแบบ
ขนานและน�ำเซลล์สุริยะไปรับแสง ถ้าหลอด LED สว่าง ออดไฟฟ้ามีเสียง และมอเตอร์หมุนแสดงว่าเซลล์สุริยะ
สามารถท�ำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าท�ำงานได้
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
49
ค�ำถามท้ายกิจกรรม
	 1.	 ดวงอาทิตย์มีประโยชน์อย่างไร
	 	 (แนวค�ำตอบ เป็นแหล่งพลังงาน เช่น พลังงานความร้อน พลังงานแสง)
	 2.	 เราสามารถเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานไฟฟ้าได้อย่างไร
	 	 (แนวค�ำตอบ ใช้เซลล์สุริยะ)
	 3.	 บ้านที่ออกแบบได้มีความกว้าง ความยาวและความสูงเท่าใด
	 	 (แนวค�ำตอบ ค�ำตอบขึ้นอยู่กับผลการออกแบบของนักเรียน ตัวอย่างเช่น เช่น บ้านที่ออกแบบ
	 	 ได้มีความกว้าง 10 เซนติเมตร ความยาว 20 เซนติเมตร ความสูง 15 เซนติเมตร)
	 4.	 อุปกรณ์ที่ใช้วัดความกว้าง ความยาว ความสูงของบ้านคืออะไร เพราะเหตุใดจึงเลือกใช้อุปกรณ์นั้น
	 	 (แนวค�ำตอบ อุปกรณ์ที่ใช้วัดความกว้าง ความยาว ความสูงของบ้านคือไม้บรรทัด เลือกใช้ไม้บรรทัด
	 	 เพราะไม้บรรทัดมีสเกลอ่านค่าความยาวของบ้านได้)
	 5.	 วัสดุที่ใช้สร้างบ้านมีอะไรบ้าง และเพราะเหตุใดจึงเลือกใช้วัสดุนั้น
	 	 (แนวค�ำตอบ ค�ำตอบขึ้นอยู่กับผลการท�ำกิจกรรมของนักเรียนเช่น. วัสดุที่ใช้สร้างบ้านมีพลาสติกลูกฟูก
	 	 ใช้เป็นหลังคา เพราะกันน�้ำได้และแข็งแรง ตะเกียบใช้เป็นเสาบ้านเพราะแข็งแรง กระดาษเทาขาว
	 	 ใช้เป็นผนังบ้าน เพราะมีน�้ำหนักเบา)
	 6.	 ติดตั้งแผงเซลล์สุริยะไว้ต�ำแหน่งใด เพราะเหตุใด
	 	 (แนวค�ำตอบ ค�ำตอบขึ้นกับผลการท�ำกิจกรรมของนักเรียน ตัวอย่างเช่น
	 	 -	 ติดตั้งแผงเซลล์สุริยะไว้ต�ำแหน่งหลังคาบ้านในทิศใต้ เพราะจะท�ำให้เซลล์สุริยะรับพลังงาน
	 	 	 แสงจากดวงอาทิตย์ได้ตลอดทั้งวัน หรือ
	 	 -	 ติดตั้งแผงเซลล์สุริยะไว้ต�ำแหน่งที่โล่งแจ้ง ไม่มีต้นไม้หรือสิ่งกีดขวางปกคลุมแผงเซลล์สุริยะ เพราะจะ
	 	 	 ท�ำให้เซลล์สุริยะรับพลังงานแสงจากดวงอาทิตย์ได้)
	 7.	 บ้านที่สร้างขึ้นเหมือนหรือแตกต่างจากแบบบ้านที่ร่างไว้หรือไม่ อย่างไร
	 	 (แนวค�ำตอบ ค�ำตอบขึ้นกับผลการท�ำกิจกรรมของนักเรียน ตัวอย่างเช่น
	 	 -	 บ้านที่สร้างขึ้นเหมือนกับบ้านที่ร่างไว้ โดยมีความยาว ความกว้าง และความสูงเท่ากันกับ
	 	 	 ความยาวที่ก�ำหนดไว้ในแบบบ้านที่ร่าง หรือ
	 	 -	 บ้านที่ออกแบบแตกต่างกับบ้านที่ร่างไว้ โดยมีความยาว ความกว้างและความสูงมากกว่า ความยาว
	 	 	 ที่ก�ำหนดไว้ในแบบบ้านที่ร่าง)
	 8.	 เซลล์สุริยะรับพลังงานแสงได้หรือไม่ รู้ได้อย่างไร
	 	 (แนวค�ำตอบ เซลล์สุริยะรับพลังงานแสงได้ รู้ได้จากเมื่อต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าเข้ากับเซลล์สุริยะ
	 	 และน�ำเซลล์สุริยะไปใกล้แหล่งก�ำเนิดแสง เช่น โคมไฟ หรือดวงอาทิตย์ ท�ำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าท�ำงานได้)
	 9.	 หลังจากต่ออุปกรณ์ไฟฟ้ากับเซลล์สุริยะ อุปกรณ์แต่ละชนิดท�ำงานได้หรือไม่ รู้ได้อย่างไร
	 	 (แนวค�ำตอบ หลังจากต่ออุปกรณ์ไฟฟ้ากับเซลล์สุริยะ อุปกรณ์แต่ละชนิดท�ำงานได้ โดยเมื่อต่อหลอดไฟ
	 	 เข้ากับเซลล์สุริยะหลอดไฟฟ้าสว่าง เมื่อต่อออดไฟฟ้าเข้ากับเซลล์สุริยะออดไฟฟ้าเกิดเสียง
	 	 เมื่อต่อมอเตอร์เข้ากับเซลล์สุริยะ มอเตอร์หมุนได้ )
	 10.	 เซลล์สุริยะมีประโยชน์อย่างไร
	 	 (แนวค�ำตอบ เซลล์สุริยะมีประโยชน์สามารถรับพลังงานแสงจากแหล่งก�ำเนิดแสงแล้วท�ำให้อุปกรณ์ไฟฟ้า
	 	 ต่าง ๆ ท�ำงานได้ )
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
50
เครื่องดัก
แมลงวัน
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 					 	 เวลา 9 ชั่วโมง
สาระส�ำคัญ
	 การสร้างสิ่งของเครื่องใช้ตามกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เป็นขั้นตอนการท�ำงานเพื่อสร้างสิ่งของ
เครื่องใช้หรือวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการของมนุษย์ และใช้ความรู้ทาง
วิทยาศาสตร์เกี่ยวกับโครงสร้างหรือรูปร่างของสิ่งมีชีวิตกับการด�ำรงชีวิตในแหล่งที่อยู่ สมบัติของวัสดุชนิดต่าง ๆ
ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิตการใช้ความรู้คณิตศาสตร์เกี่ยวกับการบันทึกกิจกรรม
หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ระบุเวลาและอ่านตารางเวลา การเขียนแผนภูมิแท่ง การเขียนและการอ่านบันทึกรายรับ
รายจ่าย การใช้ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในการค้นหาข้อมูลและใช้ความรู้ในการออกแบบและ
เทคโนโลยี โดยถ่ายทอดความคิดเป็นภาพร่าง  ซึ่งองค์ความรู้จากศาสตร์ต่าง ๆ เหล่านี้ ท�ำให้สิ่งของเครื่องใช้หรือ
วิธีการที่ถูกคิดค้นขึ้นนั้นมีประสิทธิภาพการท�ำงานที่ดียิ่งขึ้น
ตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี*
1. ส�ำรวจและบรรยายโครงสร้างหรือ
รูปร่างของสิ่งมีชีวิตที่เหมาะสมต่อการ
ด�ำรงชีวิตในแหล่งที่อยู่
2. ส�ำรวจและอธิบายความสัมพันธ์
ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตและสิ่ง
ไม่มีชีวิตในแหล่งที่อยู่เดียวกัน
3. ทดลองและอธิบายสมบัติของวัสดุชนิด
ต่างๆ เกี่ยวกับความยืดหยุ่น ความแข็ง
ความเหนียว การน�ำความร้อน การน�ำ
ไฟฟ้า และความหนาแน่น
1. อ่านและเขียนบันทึก
กิจกรรมหรือเหตุการณ์
ที่ระบุเวลา
2. เขียนแผนภูมิรูปภาพและ
แผนภูมิแท่ง
1. สร้างสิ่งของเครื่องใช้ตาม
ความสนใจอย่างปลอดภัย
โดยก�ำหนดปัญหาหรือความ
ต้องการ รวบรวมข้อมูล
เลือกวิธีการ ออกแบบ
โดยถ่ายทอดความคิดเป็น
ภาพร่าง  ลงมือสร้างและ
ประเมินผล
2. ใช้คอมพิวเตอร์ในการหา
ข้อมูล
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
51
หมายเหตุ:*ตัวชี้วัดเทคโนโลยี(T)ในที่นี้จะรวมตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี และสาระเทคโนโลยีสารสนเทศ
และการสื่อสาร ในขณะที่วิศวกรรมศาสตร์ (E) ไม่ได้ปรากฏในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่กระบวนการ
ออกแบบเชิงวิศวกรรม สามารถเทียบเคียงได้จากกระบวนการเทคโนโลยีในตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี
สาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี
- สิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์มีโครงสร้างหรือรูปร่าง
ลักษณะที่เหมาะสมต่อการด�ำรงชีวิตในแต่ละ
แหล่งที่อยู่ กลุ่มสิ่งมีชีวิต ประกอบด้วย สิ่งมีชีวิต
หลาย ๆ ชนิดอาศัยอยู่ด้วยกันในแหล่งที่อยู่
เดียวกัน
- สิ่งมีชีวิตมีความสัมพันธ์กับสิ่งมีชีวิต เช่น
เป็นอาหาร เป็นที่อยู่อาศัย และสิ่งมีชีวิตมีความ
สัมพันธ์กับสิ่งไม่มีชีวิต เช่น เป็นที่อยู่อาศัย เป็น
ที่หลบภัย เป็นที่เลี้ยงดูลูกอ่อน ความสัมพันธ์
ดังกล่าวล้วนเพื่อการด�ำรงชีวิต
- วัสดุบางชนิดแข็งเพราะทนต่อแรงขูดขีด
หรือเหนียวเพราะแตกหรือขาดยาก ทนต่อ
แรงกระท�ำ บางชนิดยืดหยุ่นเพราะสามารถ
เปลี่ยนแปลงรูปร่างและกลับสภาพเดิมได้เมื่อมี
แรงมากระท�ำ บางชนิดน�ำความร้อนและไฟฟ้าได้
เราสามารถน�ำวัสดุมาใช้ประโยชน์แตกต่างกัน
เช่น ใช้เชือกเพื่อลากสิ่งของ ใช้โลหะท�ำสายไฟ
และพลาสติกท�ำปลอกหุ้มสายไฟ และอื่น ๆ
- การอ่านและการเขียน
บันทึกกิจกรรมที่ระบุ
เวลา การอ่านตาราง
เวลา
- การเขียนแผนภูมิแท่ง
- อินเทอร์เน็ต เป็นเครือข่าย
คอมพิวเตอร์หลาย ๆ เครือ
ข่ายที่เชื่อมโยงกันทั่วโลก ซึ่ง
ให้บริการต่าง ๆ เช่น สืบค้น
ข้อมูล ติดต่อสื่อสาร
- การค้นหาข้อมูลจาก
อินเทอร์เน็ต ควรใช้ค�ำที่
สอดคล้องกับข้อมูลที่ต้องการ
และเลือกแหล่งข้อมูลที่น่า
เชื่อถือ
- ก่อนน�ำข้อมูลไปใช้หรือ
เผยแพร่ควรตรวจสอบข้อ
เท็จจริงด้วยการวิเคราะห์
แยกแยะ เปรียบเทียบข้อมูล
เพื่อให้ได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
52
กรอบแนวคิด
จุดประสงค์ของกิจกรรม
	 1.	สืบค้นและอธิบายพฤติกรรมและการด�ำรงชีวิตของแมลงวัน
	 2.	ออกแบบและสร้างเครื่องดักแมลงวันจากวัสดุที่เหมาะสม
	 3.	น�ำเสนอข้อมูลจากการส�ำรวจโดยใช้แผนภูมิแท่ง
วัสดุอุปกรณ์
เครื่องดักแมลงวัน
T: เทคโนโลยี
	 •	 การค้นหาข้อมูลจาก		 	
	 	 อินเทอร์เน็ต
S: วิทยาศาสตร์*
	 •	 สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
	 •	 สมบัติของวัสดุ
M: คณิตศาสตร์
	 •	 การเขียนบันทึกกิจกรรมหรือเหตุการณ์
	 •	 การเขียนแผนภูมิแท่ง
E: วิศวกรรมศาสตร์
	 •	 กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม
	 	 (การสร้างเครื่องดักแมลงวัน)
		
ที่ รายการ จ�ำนวนต่อกลุ่ม ที่ รายการ จ�ำนวนต่อกลุ่ม
1 เชือกฟาง 1 ม้วน 5 เทปกาว 1 ม้วน
2 ขวดน�้ำพลาสติก 2 ขวด 6 กรรไกร 1 เล่ม
3 เศษวัสดุเหลือใช้อื่นๆ 7 คัตเตอร์ 1 อัน
4 วัสดุหรือสารล่อแมลงวัน
* เป็นวิชาหลักในการน�ำกิจกรรมนี้
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
53
แนวการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นระบุปัญหา
	 1.	กิจกรรมน�ำเข้าสู่บทเรียน
	 	 1.1 ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทบทวนความรู้เดิมและกระตุ้นให้นักเรียนเกิดความสนใจในการเรียนรู้ โดย
ครูพูดคุยกับนักเรียนเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดจากแมลงวันตามสถานที่ต่าง ๆ เช่น โรงอาหาร บ้านของนักเรียน จาก
นั้นคุณครูพานักเรียนไปดูโรงอาหารหรือบริเวณอื่นในโรงเรียนที่มีแมลงวัน
	 2.	กิจกรรมระบุปัญหา
	 	 2.1	ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันวิเคราะห์ปัญหาจากสภาพพื้นที่จริงที่ได้ส�ำรวจ
	 	 2.2	ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปกรอบของปัญหา โดยให้นักเรียนเขียนข้อความสั้น ๆ เกี่ยวกับปัญหาที่	
	 	 	 พบ โดยนักเรียนอาจก�ำหนดปัญหาที่พบในสถานการณ์ได้ดังนี้
    	 	 	 “มีแมลงวันจ�ำนวนมากในโรงอาหาร อาจเป็นสาเหตุของการเกิดโรคต่าง ๆ จึงต้องการวิธีก�ำจัด
	 	 	 แมลงวันให้หมดไปจากโรงอาหาร”
ขั้นรวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา
	 3.	ครูให้นักเรียนรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับแมลงวัน เช่น ลักษณะรูปร่างของแมลงวัน ที่อยู่อาศัยของ
	 	 แมลงวัน พฤติกรรมของแมลงวัน เช่น การกินอาหาร การเคลื่อนที่ การสืบพันธุ์ รวมทั้งโรคที่เกิดจาก
	 	 แมลงวัน ซึ่งอาจศึกษาจากต�ำรา วารสาร อินเทอร์เน็ต ระดมสมองหรือสอบถามผู้มีประสบการณ์ โดยครู
	 	 อาจแจกใบกิจกรรมซึ่งก�ำหนดหัวข้อ (ใบกิจกรรมที่1)เพื่อให้นักเรียนได้ข้อมูลครอบคลุมปัญหาที่ต้องการ
	 	 แก้ไข ซึ่งนักเรียนอาจมีวิธีการแก้ปัญหาหลายแนวทาง เช่น ใช้ถุงน�้ำหรือแผ่นซีดี สร้างเครื่องดักจับ การ
	 	 ใช้สารเคมี การใช้ไม้ตบ การใช้กาวดัก
	 4.	ครูให้นักเรียนบันทึกรายละเอียดการแก้ปัญหาตามวิธีการข้างต้นในรูปแบบของแผนที่ความคิด(concept
	 	 map) และน�ำเสนอข้อมูล
	 5.	ครูน�ำวิธีการตามข้อ 3 มาเขียนไว้บนกระดาน จากนั้นครูและนักเรียนอภิปรายร่วมกันโดยใช้ค�ำถาม
	 	 ดังต่อไปนี้
	 	 5.1	 วิธีการที่นักเรียนสืบค้นมา วิธีใดเป็นการไล่และวิธีใดเป็นการก�ำจัดแมลงวัน
	 	 	 (แนวค�ำตอบ การใช้ถุงน�้ำหรือแผ่นซีดี เป็นการไล่แมลงวัน เครื่องดักจับ การใช้สารเคมี การใช้ไม้	
	 	 	 ตบและการใช้กาวดักเป็นการก�ำจัดแมลงวัน)
	 	 5.2	 ถ้าต้องการให้แมลงวันหมดไปจากโรงอาหาร เราควรก�ำจัดหรือไล่แมลงวัน เพราะเหตุใด
	 	 	 (แนวค�ำตอบ การก�ำจัดแมลงวัน เพราะเป็นการลดจ�ำนวนแมลงวันให้ค่อย ๆ หมดไป)
	 	 5.3	 การสร้างเครื่องดักจับแมลงวันมีข้อดีและข้อเสียอย่างไร
	 	 	 (แนวค�ำตอบ ข้อดี ไม่ต้องใช้สารเคมีท�ำให้ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ ใช้งานสะดวก ข้อเสีย ต้องมี	
	 	 	 ความรู้และมีเครื่องมือ อุปกรณ์ส�ำหรับการสร้างเครื่องดักจับแมลง)
	 	 5.4	 การใช้สารเคมีฆ่าแมลงวันมีข้อดีและข้อเสียอย่างไร
	 	 	 (แนวค�ำตอบ ข้อดี ท�ำให้แมลงวันตายอย่างรวดเร็ว ข้อเสีย เป็นอันตรายต่อมนุษย์)
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
54
	 	 5.5	 การใช้ไม้ตบแมลงวันมีข้อดีและข้อเสียอย่างไร
	 	 	 (แนวค�ำตอบ ข้อดี ไม่ต้องใช้สารเคมีจึงไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ ข้อเสีย ท�ำให้เสียเวลา
	 	 	 แมลงวันจะตายและร่วงหล่นลงท�ำให้บริเวณนั้นสกปรก)
	 	 5.6	 การใช้กาวดักแมลงวันมีข้อดีและข้อเสียอย่างไร
	 	 	 (แนวค�ำตอบ ข้อดี ใช้งานง่าย แมลงวันมาติดเยอะ ข้อเสีย ท�ำให้บริเวณโรงอาหารไม่สะอาด)
	 6.	ครูให้นักเรียนอภิปรายกันในกลุ่มเพื่อเลือกวิธีการก�ำจัดแมลงวันซึ่งนักเรียนอาจใช้หลายวิธีร่วมกันเพื่อให้
	 	 เกิดวิธีการก�ำจัดแมลงวันวิธีใหม่ได้ ครูชี้ให้นักเรียนเห็นว่าวิธีการที่เลือกจะต้องไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์
	 	 หรือสิ่งแวดล้อม
ขั้นออกแบบวิธีการแก้ปัญหา
	 7.	ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกแบบชิ้นงานโดยใช้ความรู้ที่ได้จากการรวบรวมข้อมูลและการอภิปราย
	 	 ร่วมกัน	 โดยให้นักเรียนท�ำการร่างภาพที่แสดงส่วนประกอบเช่น วัสดุ สมบัติของวัสดุและขนาดของวัสดุ
	 	 ที่จะน�ำมาใช้เป็นส่วนประกอบต่าง ๆ ในการสร้างเครื่องดักแมลงวัน ขนาดและหน่วยวัดของเครื่องดัก
	 	 แมลงวัน ส�ำหรับน�ำไปสร้างเป็นชิ้นงานจริง (ใบกิจกรรมที่ 2)
ขั้นวางแผนและด�ำเนินการแก้ปัญหา
	 8.	ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มวางแผนการสร้างเครื่องดักแมลงวันตามที่ได้ออกแบบไว้จากนั้นด�ำเนินการสร้าง
	 	 ตามแผน
ขั้นทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน
	 9.	ครูให้นักเรียนทดสอบเครื่องดักแมลงวันที่สร้างขึ้นว่าสามารถแก้ปัญหาได้ตามที่ต้องการหรือไม่โดยน�ำไป
	 	 ติดตั้งที่โรงอาหารหรือบริเวณที่ครูพานักเรียนไปส�ำรวจในครั้งแรก
	 10.	ครูให้นักเรียนบันทึกจ�ำนวนแมลงวันที่ดักได้ในแต่ละวันลงในตารางตัวอย่างด้านล่าง
          ชื่อกลุ่ม    ..........................................................................................................................
	 	 สถานที่ดักแมลงวัน.............................................................................................................
	 	 สาร/อุปกรณ์/อาหารที่ใช้ล่อแมลงวัน ................................................................................
วันที่
	 1	 2	 3	 4	 5	
รวม	 	 (....../…….../...….)	 (....../…….../...….)	(....../…….../...….)	 (....../…….../...….)	(....../…….../...….)
    จ�ำนวนแมลงวัน
           (ตัว)
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
55
	 11.	 ครูให้นักเรียนปรับปรุงแก้ไขเครื่องดักแมลงวันให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น โดยนักเรียนสามารถปรับปรุงได้
	 	 หลังจากการทดลองใช้ในแต่ละวัน
	 12.	 ครูให้นักเรียนปรับปรุงแก้ไข น�ำไปทดลองใช้และให้บันทึกผลการทดลองว่าเครื่องดักแมลงวันที่สร้างขึ้น
	 	 สามารถแก้ปัญหาได้หรือไม่ และนักเรียนมีความพึงพอใจเพียงใด
ขั้นน�ำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหา หรือชิ้นงาน
	 13.	 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มน�ำเสนอผลงาน โดยน�ำเสนอผลการทดสอบจ�ำนวนแมลงวันที่ดักจับได้เป็น
	 	 แผนภูมิแท่ง
	 14.	 ครูและนักเรียนอภิปรายร่วมกันเพื่อสรุปประเด็นและความรู้ที่ได้จากการสร้างเครื่องดักแมลงวัน โดยครู
	 	 อาจใช้ค�ำถามดังต่อไปนี้
	 	 14.1	 นักเรียนได้ความรู้วิทยาศาสตร์อะไรบ้างจากการท�ำกิจกรรมนี้
	 	 	 (แนวค�ำตอบ การสืบพันธุ์ พฤติกรรมการกินอาหาร การบินของแมลงวัน วิธีการหรือเครื่องมือที่ใช้
	 	 	 ในการก�ำจัดแมลงวัน สมบัติของวัสดุที่น�ำมาใช้ท�ำเครื่องดักแมลงวัน)
	 	 14.2 	นักเรียนได้รับความรู้คณิตศาสตร์อะไรบ้างจากการท�ำกิจกรรมนี้
	 	 	 (แนวค�ำตอบ การอ่านและการเขียนบันทึกกิจกรรมหรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ระบุเวลา การเขียน
	 	 	 แผนภูมิแท่ง)
การวัดประเมินผล
	 1.	 ประเด็นการประเมิน
	 	 1.1	 การสืบค้นและอธิบายพฤติกรรมและการด�ำรงชีวิตของแมลงวัน
	 	 1.2	 การออกแบบและสร้างเครื่องดักแมลงวันจากวัสดุที่เหมาะสม
	 	 1.3	 น�ำเสนอข้อมูลจากการส�ำรวจโดยใช้แผนภูมิแท่ง
	 2.	 เครื่องมือการประเมิน
	 	 2.1 	 แบบมาตรประมาณค่า
	 	 2.2 	 แบบสังเกตพฤติกรรม
สื่อและแหล่งเรียนรู้
	 1. http://www.volunteerspirit.org/node/5070 (12/6/2557)
	 2. http://get-rid-of-flies.blogspot.com/ (12/6/2557)
	 3. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกระทรวงศึกษาธิการ.  หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน
		 การออกแบบและเทคโนโลยีชั้นประถมศึกษาปีที่5. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว, 2553
	 4. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ. หนังสือเสริมการเรียนรู้
		 การออกแบบและเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี. กรุงเทพมหานคร:
	 	 โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว, 2553.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
56
รถของเล่น
ไฟฟ้า
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6					 	 เวลา 5 ชั่วโมง
สาระส�ำคัญ
	 แบตเตอรี่เป็นเซลล์ไฟฟ้าที่ต่อกันเพื่อเป็นแหล่งก�ำเนิดไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้า การต่อเซลล์
ไฟฟ้ามากกว่า 1 เซลล์แบบอนุกรมจะท�ำให้มีพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น การออกแบบรถของเล่นไฟฟ้าให้เคลื่อนที่ได้
ต้องค�ำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ เช่น น�้ำหนักรวมของรถ ขนาด รูปทรงของรถ รวมทั้งการหาต้นทุนค่าใช้จ่ายในการสร้าง
และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสืบค้นและน�ำเสนอข้อมูล
ตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี*
1. ทดลองและอธิบายการต่อ
วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย
2. ทดลองและอธิบายการต่อ
เซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม
และน�ำความรู้ไปใช้ประโยชน์
1. บวก ลบ คูณ หาร และบวก
ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วน
จ�ำนวนคละและทศนิยม พร้อม
ทั้งตระหนักถึงความสมเหตุสม
ผลของค�ำตอบ
1. สร้างสิ่งเครื่องใช้ตามความสนใจ
อย่างปลอดภัย โดยก�ำหนดปัญหา
ความต้องการ รวบรวมข้อมูล
เลือกวิธีการออกแบบโดยถ่ายทอด
ความคิดเป็นภาพร่าง 3 มิติ หรือ
แผนที่ความคิด ลงมือสร้างและ
ประเมินผล
2. น�ำความรู้และทักษะการ
สร้างชิ้นงานไปประยุกต์ใช้ในการ
สร้างสิ่งของเครื่องใช้
3. ใช้คอมพิวเตอร์ในการค้นหาข้อมูล
หมายเหตุ *เทคโนโลยี (T) ได้รวมตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี และสาระเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ใน
ขณะที่วิศวกรรมศาสตร์(E)ไม่ได้ปรากฏในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานแต่กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมสามารถ
เทียบเคียงได้จากกระบวนการเทคโนโลยีในตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
57
สาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี
- วงจรไฟฟ้าอย่างง่ายเป็นเส้นทางที่กระแส
ไฟฟ้าผ่านได้ครบรอบ ประกอบด้วยแหล่ง
ก�ำเนิดไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้าและสายไฟ
- วงจรไฟฟ้าอย่างง่ายมีสายไฟเป็นเส้นทางให้
กระแสไฟฟ้าผ่านจากขั้วบวกผ่านอุปกรณ์
ไฟฟ้ากลับเข้าสู่ขั้วลบของแหล่งก�ำเนิดไฟฟ้า
ได้ เรียกว่าวงจรปิด (Close circuit) และ
ท�ำให้หลอดไฟสว่างหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น ๆ
ท�ำงานได้ แต่หากส่วนใดส่วนหนึ่งของวงจร
ไฟฟ้าขาดไปท�ำให้กระแสไฟฟ้าผ่านไม่ครบ
วงจร เราเรียกว่าวงจรเปิด (Open circuit)
ซึ่งหลอดไฟจะไม่สว่างหรืออุปกรณ์ไฟฟ้า   
อื่น ๆ ไม่ท�ำงาน
- การต่อเซลล์ไฟฟ้ามากกว่า 1 เซลล์ แบบ
อนุกรม ซึ่งเป็นการต่อให้ขั้วบวกของเซลล์
ไฟฟ้าอันหนึ่งต่อกับขั้วลบของเซลล์ไฟฟ้าอีก
อันหนึ่งเรียงกันไปเพื่อให้มีพลังงานไฟฟ้า
มากขึ้น
- การค�ำนวณต้นทุน
การสร้างรถของเล่น
ไฟฟ้า
- ความรู้ที่ใช้ในการสร้างชิ้นงาน
ต้องอาศัยความรู้ที่เกี่ยวข้อง
กับชิ้นงานอื่นอีก เช่น กลไก
และการควบคุม  ไฟฟ้า-
อิเล็กทรอนิกส์
- ทักษะการสร้างชิ้นงานอื่น  
ที่ต้องใช้เพิ่ม เช่น ทักษะการ
ตัด การประกอบชิ้นงานแต่ละ
ส่วนเข้าด้วยกัน การเจาะ
- การเลือกใช้วัสดุและสิ่งของ
ต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับการ
สร้างชิ้นงานควรพิจารณา  
จากสมบัติของวัสดุนั้น
- การใช้คอมพิวเตอร์ในการ
ค้นหาข้อมูล เช่น ค้นหาข้อมูล
ในเครื่องคอมพิวเตอร์ ค้นหา
ข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต ค้นหา
ข้อมูลจากซีดีรอม
T: เทคโนโลยี
	 •	 การใช้คอมพิวเตอร์ในการค้นหาข้อมูล
	 •	 การเลือกใช้วัสดุมาสร้างรถของเล่น
S: วิทยาศาสตร์*
	 •	 วงจรไฟฟ้า การต่อเซลล์ไฟฟ้า
M: คณิตศาสตร์
	 •	 การหาต้นทุนของรถของเล่นไฟฟ้า
E: วิศวกรรมศาสตร์
	 •	 กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม
	 	 (การสร้างรถของเล่นไฟฟ้าที่วิ่งได้เร็วและต้นทุนต�่ำ)
รถของเล่นไฟฟ้า
กรอบแนวคิด
* เป็นวิชาหลักในการน�ำกิจกรรมนี้
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
58
จุดประสงค์ของกิจกรรม
	 1.	อธิบายปัจจัยที่ท�ำให้รถของเล่นเคลื่อนที่ได้เร็วที่สุด
	 2.	ออกแบบและสร้างรถของเล่นไฟฟ้าให้เคลื่อนที่ได้เร็วที่สุดโดยใช้ต้นทุนต�่ำ
วัสดุอุปกรณ์
ที่ รายการ รายการต่อกลุ่ม ที่ รายการ รายการต่อกลุ่ม
1 กระดาษแข็ง ขนาด A4 1 แผ่น 10 ถ่านไฟฉาย 2 ก้อน
2 พลาสติกลูกฟูก ขนาด A4 1 แผ่น 11 หลอดไฟ ขนาด 2.5 V 1 หลอด
3 กระดาษสีต่าง ๆ ขนาด A4 4 แผ่น 12 ดินน�้ำมัน 3 ก้อน
4
กระดาษลูกฟูกลอน
แบบม้วนได้ ขนาด A4
1 แผ่น 13 รถของเล่น 1 คัน
5 กระดาษลูกฟูก ขนาด A4 1 แผ่น 14 ชุดล้อและเพลา 1 ชุด
6 มอเตอร์ไฟฟ้า 1 อัน 15 ตลับเมตรหรือสายวัด 1 เส้น
7 ยางรัดของ 5 เส้น 16 เทปกาวหรือเทปใส 1 ม้วน
8 เชือกฟาง 1 ม้วน 17 นาฬิกาจับเวลา 1 อัน
9 ลวดเส้นเล็ก 1 เส้น
แนวการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นระบุปัญหา
	 1.	 กิจกรรมน�ำเข้าสู่บทเรียน
	 	 1)	 ครูอภิปรายสถานการณ์พลังงานของประเทศไทยโดยเฉพาะการขาดแคลนน�้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งมีความ
	 	 	 พยายามหาแหล่งพลังงานอื่นมาทดแทนเพื่อใช้ในชีวิตประจ�ำวัน ดังนั้น การหาพลังงานทดแทนมา
	 	 	 พลังงานจากน�้ำมันเชื้อเพลิงก�ำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน ครูอาจใช้ค�ำถามในการอภิปรายดังนี้
	 	 	 1.1)	ยกตัวอย่างสิ่งของที่ต้องอาศัยน�้ำมันเชื้อเพลิงในการท�ำงาน
    	 	 	 	 	 (แนวค�ำตอบ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เครื่องปั๊มน�้ำ)
	 	 	 1.2)  พลังงานที่จะสามารถน�ำมาทดแทนพลังงานจากน�้ำมันเชื้อเพลิงมีอะไรบ้าง
	 	 	 	 	 (แนวค�ำตอบ นักเรียนอาจตอบได้หลากหลาย เช่น ไบโอดีเซล ไฟฟ้า พลังงานชีวมวล)
	 	 2)	 ครูยกประเด็นเกี่ยวกับรถยนต์ที่ใช้ไฟฟ้าเป็นแหล่งพลังงาน ครูน�ำอภิปรายการท�ำงานของรถไฟฟ้า
	 	 	 พร้อมใช้รูปกลไกการท�ำงานของรถไฟฟ้ามาประกอบการอภิปราย โดยอาจใช้ค�ำถามดังนี้
	 	 	 2.1)	รถไฟฟ้ามีกลไกการท�ำงานแตกต่างจากรถที่ใช้น�้ำมันเชื้อเพลิงอย่างไร
	 	 	 	 	 (แนวค�ำตอบ รถไฟฟ้าใช้ไฟฟ้าเป็นแหล่งพลังงานให้มอเตอร์ไฟฟ้าหมุนเพื่อท�ำให้ล้อรถเคลื่อนที่ได้
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
59
	 	 	 	 	 ส่วนรถที่ใช้น�้ำมันเชื้อเพลิงใช้การเผาไหม้ของน�้ำมันเชื้อเพลิงท�ำให้เพลาและล้อรถเคลื่อนที่ได้
	 	 	 2.2)	องค์ประกอบส�ำคัญของรถไฟฟ้าคืออะไร
	 	 	 	 	 (แนวค�ำตอบ แหล่งเก็บพลังงานไฟฟ้า หรือแบตเตอรี่เพื่อเก็บพลังงานไฟฟ้าจากการชาร์จกับ
	 	 	 	 	 ไฟฟ้าที่ใช้ในบ้าน และมอเตอร์ไฟฟ้า)
	 	 	 2.3)	ข้อดีของรถไฟฟ้าเมื่อเทียบกับรถที่ใช้น�้ำมันเชื้อเพลิงเป็นอย่างไร
	 	 	 	 	 (แนวค�ำตอบ รถไฟฟ้าไม่ปล่อยมลพิษ)
	 	 3)	 ครูชี้แจงประเด็นเกี่ยวกับการใช้แบตเตอรี่เพื่อเก็บพลังงานไฟฟ้าในรถยนต์ยังมีข้อจ�ำกัดในเรื่องของ
	 	 	 ระยะการใช้งานที่จ�ำกัดต่อการชาร์จไฟฟ้าแต่ละครั้งดังนั้นจึงต้องออกแบบรถยนต์ให้ใช้พลังงานที่มี
	 	 	 อยู่ในแบตเตอรี่อย่างจ�ำกัดในคุ้มค่าที่สุด
	 	 4)	 ครูชี้แจงจุดประสงค์ของกิจกรรมว่านักเรียนจะได้สร้างรถของเล่นไฟฟ้าเพื่อให้วิ่งได้เร็วที่สุด โดยใช้
	 	 	 พลังงานไฟฟ้าจากถ่านไฟฉายที่อยู่อย่างจ�ำกัด  ครูทบทวนความรู้ที่เรียนมาแล้วเกี่ยวกับการต่อวงจร
	 	 	 ไฟฟ้าอย่างง่ายโดยให้นักเรียนบอกวิธีการต่อวงจรไฟฟ้าให้หลอดไฟสว่างโดยใช้ถ่านไฟฉาย1ก้อนและ
	 	 	 หลอดไฟขนาด 2.5 V และครูอาจใช้ค�ำถามดังนี้
	 	 	 4.1)	ส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้ามีอะไรบ้าง
	 	 	 	 	 (แนวค�ำตอบ แหล่งก�ำเนิดไฟฟ้า สายไฟ และหลอดไฟ)
	 	 	 4.2)	การต่อวงจรไฟฟ้าแบบใดที่ท�ำให้หลอดไฟสว่าง เพราะเหตุใด
					(แนวค�ำตอบ การต่อวงจรแบบปิด โดยต่อสายไฟกับขั้วบวกของแหล่งก�ำเนิดไฟฟ้า ปลายอีก
	 	 	 	 	 ด้านหนึ่งของสายไฟต่อเข้ากับหลอดไฟ ในขณะที่สายไฟอีกเส้นหนึ่งต่อกับขั้วลบของแหล่ง
	 	 	 	 	 ก�ำเนิดไฟฟ้า ปลายอีกด้านหนึ่งต่อเข้ากับหลอดไฟ ท�ำให้มีเส้นทางครบวงจร กระแสไฟฟ้า
	 	 	 	 	 ไหลผ่านได้ครบรอบ)
	 	 	 4.3)	วงจรปิดและวงจรเปิดต่างกันอย่างไร
	 	 	 	 	 (แนวค�ำตอบวงจรปิดเป็นวงจรที่กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ครบเส้นทาง อุปกรณ์ไฟฟ้าจะท�ำงาน
	 	 	 	 	 ได้แต่วงจรเปิดนั้น กระแสไฟฟ้าไหลผ่านไม่ครบเส้นทาง ท�ำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าไม่สามารถท�ำงาน
	 	 	 	 	 ได้)
	 	 5)	 ครูน�ำเข้าสู่กิจกรรมว่านอกจากอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เราคุ้นเคยเช่นหลอดไฟที่ใช้ถ่านไฟฉายเพียงก้อนเดียว
	 	 	 เป็นแหล่งก�ำเนิดไฟฟ้าแล้วยังมีอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆที่ต้องอาศัยเซลล์ไฟฟ้าหรือถ่านไฟฉายหลายก้อน
	 	 	 ต่อกันเพื่อเป็นแหล่งก�ำเนิดไฟฟ้า เช่น รถของเล่น ครูน�ำตัวอย่างรถของเล่นให้นักเรียนสังเกต
	 	 	 โครงสร้าง ส่วนประกอบของรถของเล่นว่ามีอะไรบ้าง  
	 	 6)	 ครูถามความรู้เดิมของนักเรียนเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อการเคลื่อนที่ของรถของเล่นไฟฟ้า โดยอาจใช้
	 	 	 ค�ำถามดังนี้
	 	 	 6.1)	การใช้ถ่านไฟฉายหลายก้อนต่อกันกับการใช้ถ่านไฟฉายก้อนเดียวจะท�ำให้เกิดผลต่อการท�ำงาน
	 	 	 	 	 ของรถของเล่นแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร
	 	 	 	 	 (แนวค�ำตอบ ขึ้นอยู่กับความคิดของนักเรียน)
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
60
	 	 	 6.2) การต่อถ่านไฟฉายมากกว่า 1 ก้อน แบบใดที่ท�ำให้ได้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น
	 	 	 	 	 (แนวค�ำตอบ ขึ้นอยู่กับความคิดของนักเรียน)
	 	 	 6.3) 	ปัจจัยใดบ้างในการสร้างรถของเล่นที่มีผลท�ำให้ของรถของเล่นเคลื่อนที่ได้เร็วที่สุด
	 	 	 	 	 (แนวค�ำตอบ ค�ำตอบมีได้หลากหลาย เช่น น�้ำหนักและรูปทรงรถของเล่น จ�ำนวนถ่านไฟฉาย
	 	 	 	 	 และวิธีการต่อถ่านไฟฉาย
	 	 	 6.4) หากจะออกแบบรถของเล่นไฟฟ้าเพื่อแข่งขันว่ารถคันใดเคลื่อนที่ได้เร็วที่สุด จะต้องออกแบบ
	 	 	 	 	 รถของนักเรียนอย่างไร
	 	 	 	 	 (แนวค�ำตอบ ขึ้นอยู่กับความคิดของนักเรียน)
	 	 	 6.5)	นักเรียนจะทราบได้อย่างไรว่ารถคันใดเคลื่อนที่ได้เร็วที่สุด
	 	 	 	 	 (แนวค�ำตอบ สามารถทดสอบได้หลายวิธี เช่น ปล่อยรถพร้อมกันแล้วดูว่ารถคันใดเข้าเส้นชัย
	 	 	 	 	 ก่อน  หรือ ปล่อยรถและจับเวลาทีละคันว่าจากจุดเริ่มต้นจนถึงเส้นชัยใช้เวลาเท่าไหร่ รถคัน
	 	 	 	 	 ไหนใช้เวลาน้อยที่สุดแสดงว่าเร็วที่สุด)
	 	 7)   ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน คละความสามารถและเพศ จากนั้นครูแจกรถของเล่น
	 	 	 ให้นักเรียนกลุ่มละ 1 ชุด เพื่อประกอบโครงช่วงล่างของรถ ซึ่งประกอบด้วย มอเตอร์ไฟฟ้า ล้อ เพลา
	 	 	 และเฟือง โดยในขั้นนี้ครูอาจต้องอธิบายการท�ำงานของชิ้นส่วนต่าง ๆ  
2. กิจกรรมระบุปัญหา
	 	 8)	 ครูก�ำหนดปัญหาให้นักเรียนแต่ละกลุ่มดังนี้
	 	 	 “ให้นักเรียนสร้างรถของเล่น ให้วิ่งได้เร็วที่สุด โดยใช้ถ่านไฟฉาย 2 ก้อน และรถจะต้องรับน�้ำหนัก
	 	 	 บรรทุกดินน�้ำมัน 3 ก้อน โดยมีงบประมาณไม่เกิน 200 บาท”
	 	 	 (ครูพิจารณาระหว่างจ�ำนวนดินน�้ำมันกับรถของเล่นที่ใช้ในกิจกรรมตามความเหมาะสม)
	 	 9)	 ครูชี้แจงเกณฑ์การให้คะแนนการออกแบบและสร้างรถของเล่นโดยมีหัวข้อในการพิจารณา4หัวข้อ
	 	 	 คือ ความเร็วของรถ ต้นทุนวัสดุที่ใช้ ขั้นตอนการท�ำงานและการน�ำเสนอข้อมูล
ขั้นรวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา
	 		 10)	 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยที่ท�ำให้รถเคลื่อนที่ได้เร็วเช่นเรื่องพลังงานไฟฟ้า
	 		 	 รูปทรงและความสมดุลของตัวรถ แล้วน�ำมาอภิปรายกันในกลุ่มเพื่อน�ำไปออกแบบรถ
ขั้นออกแบบวิธีการแก้ปัญหา
	 		 11)	 ครูให้แต่ละกลุ่มวาดแบบรถและอธิบายการต่อวงจรไฟฟ้า พร้อมทั้งระบุรายการวัสดุและจ�ำนวนที่ใช้
	 		 	 เพื่อค�ำนวณต้นทุน
	 		 12)	 ครูให้แต่ละกลุ่มน�ำเสนอโดยเริ่มจากน�ำเสนอว่ามีปัญหาหรือความต้องการอะไร แล้วมีแนวทางใน	
	 		 	 การแก้ปัญหาอย่างไร ซึ่งประกอบด้วยรูปแบบของรถของเล่นพร้อมทั้งรายละเอียดวัสดุและต้นทุน
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
61
ขั้นวางแผนและด�ำเนินการแก้ปัญหา
	 		 13)	 ครูให้แต่ละกลุ่มวางแผนการท�ำงานก่อนลงมือสร้าง จากนั้นจึงสร้างรถของเล่นโดยใช้วัสดุตามที่ได้
	 		 	 ออกแบบภายในเวลา 2 ชั่วโมง ทั้งนี้ นักเรียนทุกกลุ่มต้องเก็บเศษวัสดุเหลือใช้เพื่อน�ำไปประเมิน
	 		 	 ความคุ้มค่าของวัสดุที่ใช้ไป
ขั้นทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน
	 		 14)	 เมื่อสร้างเสร็จแล้ว แต่ละกลุ่มน�ำรถของเล่นไฟฟ้า มาทดสอบการท�ำงาน หากรถไม่เคลื่อนที่ หรือ
	 		 	 เคลื่อนที่ช้า ให้ปรับปรุงแก้ไข โดยมีเวลาปรับปรุงแก้ไข 30 นาที นักเรียนบันทึกวิธีการปรับปรุงแก้ไข
	 		 	 ในใบกิจกรรม แล้วน�ำมาทดสอบอีกครั้ง
	 		 15)	 ครูให้นักเรียนทุกกลุ่มประเมินต้นทุนที่ใช้ เพื่อเป็นข้อมูลส�ำหรับใช้ประเมินชิ้นงานตามเกณฑ์ที่
	 		 	 ก�ำหนดไว้
	 		 16)	 ครูจัดแข่งขันโดยรถของเล่นไฟฟ้าของกลุ่มไหนเข้าเส้นชัยก่อนเป็นผู้ชนะ
ขั้นน�ำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหา หรือชิ้นงาน
	 		 17)	 ครูให้แต่ละกลุ่มน�ำเสนอผลงาน และอธิบายในประเด็นต่อไปนี้
      			 	 17.1)	 รถของเล่นของกลุ่มเคลื่อนที่ได้เร็วตามที่ต้องการหรือไม่ อย่างไร
	 		 	 17.2) 	หลักการหรือปัจจัยใดที่กลุ่มน�ำมาพิจารณาในการสร้างรถให้วิ่งได้เร็วที่สุด และปัจจัยนั้นท�ำให้
	 		 	 	 	 รถวิ่งได้เร็วตามที่ต้องการหรือไม่  อย่างไร
	 		 	 17.3)	 ถ้าจะปรับปรุงให้รถของเล่นวิ่งได้เร็วขึ้นอีก จะท�ำอย่างไร
	 		 18)	 ครูให้นักเรียนร่วมกันสรุปประเด็นและความรู้ที่ได้จากการสร้างรถของเล่นไฟฟ้า โดยครูใช้ค�ำถาม	
	 		 	 ดังนี้
	 		 	 18.1)	 การต่อวงจรไฟฟ้าในรถของเล่นไฟฟ้าเป็นอย่างไร
	 		 	 	 	 (แนวค�ำตอบ ต่อถ่านไฟฉายเข้ากับแผ่นโลหะที่ติดอยู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า ท�ำให้ครบวงจร
	 		 	 	 	 มอเตอร์ไฟฟ้าท�ำงานได้)
	 		 	 18.2)	 การต่อเซลล์ไฟฟ้าให้มีพลังงานมากขึ้นท�ำได้อย่างไร และเรียกการต่อแบบนี้ว่าอย่างไร
	 		 	 	 	 (แนวค�ำตอบ ต่อเซลล์ไฟฟ้าโดยให้ขั้วลบของเซลล์ไฟฟ้าต่อกับขั้วบวกของเซลล์ไฟฟ้าอีก
	 		 	 	 	 อันหนึ่งเรียงกันไป เรียกว่าการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม)
	 		 	 18.3)	 การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมท�ำให้เกิดผลอย่างไรต่อการเคลื่อนที่ของรถของเล่น
	 		 	 	 	 (แนวค�ำตอบ  มีพลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ท�ำให้รถเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น)
	 		 	 18.4)	 ปัจจัยใดบ้างที่มีท�ำให้รถของเล่นไฟฟ้าวิ่งได้เร็ว และมีผลอย่างไร
	 		 	 	 	 (แนวค�ำตอบ น�้ำหนักของแบตเตอรี่ พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ รูปร่างของรถของเล่น 	
	 		 	 	 	 ความสมดุลของตัวรถ)
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
62
การวัดประเมินผล
ประเด็น
การประเมิน
ระดับคะแนน
4 3 2 1
1. การระบุปัญหา
และเสนอแนวทาง
ในการแก้ปัญหา
ระบุปัญหาหรือ
ความต้องการได้
ตรงกับหัวข้อที่
ก�ำหนดและเสนอ
แนวทางใน
การแก้ปัญหาได้
สอดคล้องกับปัญหา
หรือความต้องการ
อย่างครบถ้วน
สมบูรณ์
ระบุปัญหาหรือ
ความต้องการได้
ตรงกับหัวข้อที่
ก�ำหนดและเสนอ
แนวทางในการแก้
ปัญหาได้
สอดคล้องกับ
ปัญหาหรือความ
ต้องการได้เป็น
ส่วนใหญ่
ระบุปัญหาหรือ
ความต้องการได้ตรง
กับหัวข้อที่ก�ำหนดแต่
เสนอแนวทางในการ
แก้ปัญหาได้สอดคล้อง
กับปัญหาหรือความ
ต้องการเป็นส่วนน้อย
ระบุปัญหาหรือความ
ต้องการได้ไม่สมบูรณ์
และเสนอแนวทาง
ในการแก้ปัญหาไม่
สอดคล้องกับ
ปัญหาหรือความ
ต้องการ
2. การเลือกวิธีการ เลือกวิธีการแก้ไข
ได้สอดคล้องกับ
ปัญหาหรือ
ความต้องการ
น�ำไปสร้างได้จริง
วัสดุที่เลือกใช้
เหมาะสมกับ
ชิ้นงานที่สร้าง
เลือกวิธีการแก้ไข
ได้สอดคล้องกับ
ปัญหาหรือ
ความต้องการ
น�ำไปสร้างได้จริง
วัสดุที่เลือกใช้
เหมาะสมกับ
ชิ้นงานที่สร้างได้
เป็นส่วนใหญ่
เลือกวิธีการ
แก้ไขได้
สอดคล้องเป็น
บางส่วนน�ำไป
สร้างได้จริง
แต่เลือกวัสดุ
ไม่เหมาะสมกับ
ชิ้นงานที่สร้าง
เลือกวิธีการแก้ไข
ไม่สอดคล้องกับ
ปัญหาหรือ
ความต้องการ
น�ำไปสร้างได้จริง
แต่วัสดุที่เลือกใช้
ไม่เหมาะสมกับ
ชิ้นงานที่สร้าง
3. การออกแบบ   ได้ภาพร่าง 3 มิติ
สอดคล้องกับวิธีการ
แก้ปัญหาหรือสนอง
ความต้องการ
แสดงรายละเอียด
รูปร่าง ขนาดความ
กว้าง ความยาว
ความสูงและหน่วย
ในการวัดขนาด
ได้ภาพร่าง 3 มติ
สอดคล้องกับ
วิธีการแก้ปัญหา
หรือสนองความ
ต้องการ แต่ขาด
รายละเอียดด้านรูป
ร่าง หรือ ขนาด หรือ
หน่วยในการวัดขนาด
ได้ภาพร่าง 3 มิติ
สอดคล้องกับ
วิธีการแก้ปัญหา
หรือสนองความ
ต้องการ แต่ขาด
รายละเอียดทั้งรูปร่าง
ขนาด หน่วยในการวัด
ขนาด
ได้ภาพร่าง 3 มิติ
ที่ไม่สอดคล้องกับ
วิธีการแก้ปัญหา
หรือสนองความ
ต้องการ
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
63
สื่อและแหล่งเรียนรู้
	 1.	สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกระทรวงศึกษาธิการ.หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน
		 การออกแบบและเทคโนโลยีชั้นประถมศึกษาปีที่6.กรุงเทพมหานคร:โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว,2553.
ประเด็น
การประเมิน
ระดับคะแนน
4 3 2 1
4. การวางแผนและ
ด�ำเนินการ
สร้างชิ้นงานโดย
มีการวางแผนใน
การท�ำงานและ
ปฏิบัติงานตาม
กระบวนการ
ท�ำงานได้อย่าง
เหมาะสม
สร้างชิ้นงานโดย
มีการวางแผนใน
การท�ำงานเป็น
ส่วนใหญ่และ
ปฏิบัติงานตาม
กระบวนการ
ท�ำงานได้
สร้างชิ้นงานโดย
ไม่มีการวางแผน
ในการท�ำงาน
และปฏิบัติงาน
ตามกระบวนการ
ท�ำงานได้
บางส่วน
สร้างชิ้นงานโดย
ไม่มีการวางแผน
ในการท�ำงาน
และปฏิบัติงานได้
แต่ไม่เป็น
กระบวนการ
5. การทดสอบและ
ปรับปรุงแก้ไข
ชิ้นงานหรือวิธีการ
ใช้งานได้ดีไม่ต้อง
ปรับปรุงแก้ไข
ชิ้นงานหรือวิธีการ
ต้องปรับปรุง
แก้ไขหลายครั้ง
จึงจะท�ำงานได้ดี
ชิ้นงานหรือวิธีการที่
น�ำมาปรับปรุง
แก้ไขแล้วใช้งาน
ได้เป็นบางส่วน
ชิ้นงานหรือวิธีการที่
น�ำมาปรับปรุง
แก้ไขแล้ว ยังคง
ใช้งานไม่ได้
6. การน�ำเสนอ รูปแบบการน�ำเสนอ
สื่อความหมายเรื่อง
การต่อวงจรไฟฟ้า
ของรถของเล่นไฟฟ้า
ให้ผู้อื่นเข้าใจถูก
ต้อง ชัดเจน อธิบาย
เหตุผลของแนวคิด
ได้
รูปแบบการน�ำเสนอ
สื่อความหมายให้ผู้
อื่นเข้าใจได้ชัดเจน
อธิบายเหตุผลของ
แนวคิดเรื่องการต่อ
วงจรไฟฟ้าของรถ
ของเล่นไฟฟ้าได้ถูก
ต้องบางส่วน
รูปแบบการน�ำเสนอ
สื่อความหมายให้ผู้
อื่นเข้าใจได้ไม่ชัดเจน
อธิบายเหตุผลของ
แนวคิดเรื่องการต่อ
วงจรไฟฟ้าของรถของ
เล่นไฟฟ้าได้ถูกต้อง
บางส่วน
รูปแบบการน�ำเสนอ
สื่อความหมายไม่
ถูกต้อง ไม่ชัดเจน
อธิบายเหตุผลของ
แนวคิดเรื่องการต่อ
วงจรไฟฟ้าของรถ  
ของเล่นไฟฟ้าไม่ได้
7. การเคลื่อนที่ของ
รถของเล่น
รถสามารถวิ่งได้ตรง
และเร็วที่สุด
รถสามารถวิ่งได้ตรง
และเร็วปานกลาง
รถสามารถวิ่งได้ตรง
แต่ไม่เร็ว
รถไม่สามารถวิ่งได้
ตรง และไม่เร็ว
8. ต้นทุนในการ
สร้างรถของเล่น
ใช้ต้นทุนไม่เกินที่
ก�ำหนดไว้
ใช้ต้นทุนเกินจาก
ที่ก�ำหนดน้อยกว่า        
ร้อยละ 5
ใช้ต้นทุนเกินจาก
ที่ก�ำหนดระหว่าง         
ร้อยละ 5-10
ใช้ต้นทุนเกินจาก
ที่ก�ำหนดมากกว่า           
ร้อยละ 10
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
64
หัวข้อ 4 3 2 1
1. การเคลื่อนที่
   ของรถของเล่น
2. การน�ำเสนอข้อมูล
3. ต้นทุนวัสดุใน
   การสร้างรถของเล่น
หัวข้อ 4 3 2 1
1.1 การก�ำหนดปัญหา
1.2 การเลือกวิธีการ
1.3 การออกแบบและปฏิบัติการ
1.4 สร้างชิ้นงานจากภาพร่าง โดยวางแผนในการท�ำงาน
และปฏิบัติงานตามกระบวนการท�ำงานอย่างเหมาะสม
1.5 การปรับปรุงแก้ไข
แบบสังเกตชิ้นงานของนักเรียน
เกณฑ์การประเมินผล
	 คะแนนรวม 10 – 12	 คะแนน	 หมายถึง 	 ดีมาก
	 คะแนนรวม   5 – 10	 คะแนน	 หมายถึง 	 ดี
	 คะแนนรวม ต�่ำกว่า 5	 คะแนน	 หมายถึง 	 ต้องปรับปรุง
ท�ำเครื่องหมายในช่องคะแนน
	 	 	 	 	 	 	 	 	 คะแนนรวม..................................
แบบสังเกตกระบวนการท�ำงานของนักเรียน
เกณฑ์การประเมินผล
	 คะแนนรวม 15 – 20	 คะแนน 	หมายถึง	 ดีมาก
	 คะแนนรวม   8 – 14	 คะแนน 	หมายถึง	 ดี
	 คะแนนรวม ต�่ำกว่า 8	 คะแนน 	หมายถึง	 ต้องปรับปรุง
ท�ำเครื่องหมายในช่องคะแนน
	
							
	 	 	 	 	 	 	 	 	 คะแนนรวม................................
เล่นล้อ
วงกลม
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1	 เวลา 5 ชั่วโมง
สาระส�ำคัญ
	 ล้อวงกลมหรือตีลูกล้อ เป็นการละเล่นพื้นบ้านของไทย อุปกรณ์ในการเล่นประกอบไปด้วยวงล้อและไม้ตี
ที่ท�ำจากไม้ไผ่ ล้อวงกลมมีวิธีการเล่นโดยการออกแรงใช้ไม้ตีหรือผลักที่ขอบของวงล้อ ท�ำให้วงล้อเคลื่อนที่
สามารถน�ำวัสดุอุปกรณ์อื่น ๆ ที่เหมาะสมมาใช้ในการท�ำล้อวงกลมแทนวัสดุที่ท�ำจากไม้ไผ่  ในการแข่งขันเล่นล้อ
วงกลมสามารถก�ำหนดระยะทางในการแข่งขันโดยใช้หน่วยที่ไม่ใช่หน่วยมาตรฐานในการวัดและบอกระยะทาง
ตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี
1.	 สังเกต ระบุและจ�ำแนกวัสดุที่ใช้
ท�ำของเล่นของใช้ในชีวิตประจ�ำวัน
ตามลักษณะที่สังเกตได้
2.	 สังเกตและอธิบายผลของการ
ออกแรงที่มีต่อการเคลื่อนที่หรือ
รูปร่างของวัตถุ
1.	 วัดและบอกความยาวของ
สิ่งต่าง ๆ โดยใช้หน่วยที่
ไม่ใช่หน่วยมาตรฐาน
1.	 เลือกใช้สิ่งของเครื่องใช้ได้
ถูกต้องตามหน้าที่ใช้สอย
และปลอดภัย
หมายเหตุ: *ตัวชี้วัด เทคโนโลยี (T) ในที่นี้จะรวมตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี และสาระเทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสื่อสาร ในขณะที่วิศวกรรมศาสตร์ (E) ไม่ได้ปรากฏในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่กระบวนการออกแบบ
เชิงวิศวกรรม สามารถเทียบเคียงได้จากกระบวนการเทคโนโลยีในตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
11
สาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี
-	 วัสดุที่ใช้ท�ำของเล่นของใช้มีลักษณะ
ที่ปรากฏ เช่น สี รูปร่าง ผิวสัมผัส
เหมือนหรือแตกต่างกัน
-	 การออกแรงท�ำให้วัตถุเคลื่อนที่
-	 การวัดระยะทางโดยใช้หน่วย
ที่ไม่ใช่หน่วยมาตรฐาน
-	 การเลือกใช้สิ่งของเครื่องใช้
รอบตัวได้ถูกต้องตามหน้าที่
ใช้สอยช่วยให้ท�ำงานได้ตาม
ต้องการและปลอดภัย
กรอบแนวคิด
*เป็นวิชาหลักในการน�ำกิจกรรมนี้
จุดประสงค์ของกิจกรรม
	 1.	 สังเกตและระบุลักษณะที่ปรากฏของวัสดุที่น�ำมาใช้เป็นของเล่นล้อวงกลม
	 2.	 สังเกตและอธิบายผลของการออกแรงที่มีต่อการเคลื่อนที่ของของเล่นล้อวงกลม
	 3.	 วัดและบอกระยะทางในการแข่งขันตีล้อวงกลมโดยใช้หน่วยที่ไม่ใช่หน่วยมาตรฐาน
	 4.	 ออกแบบวางแผนการเล่นตีล้อวงกลมให้เข้าเส้นชัยได้เร็วที่สุด
E: วิศวกรรมศาสตร์
-	 กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม
(การออกแบบวางแผนการเล่นตีล้อ
วงกลมเพื่อให้เข้าเส้นชัยได้เร็วที่สุด)
M: คณิตศาสตร์
-	 การวัดและบอกระยะทาง
S: วิทยาศาสตร์*
-	 การจ�ำแนกวัสดุ
-	 ผลของการออกแรงที่มีต่อการเคลื่อนที่
T: เทคโนโลยี
-	 การเลือกใช้สิ่งของเครื่องใช้ตามหน้าที่
ใช้สอย
เล่นล้อวงกลม
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
12
วัสดุอุปกรณ์
ที่ รายการ จ�ำนวนต่อกลุ่ม
1
วัสดุหรืออุปกรณ์ที่จะน�ำมาใช้แทนล้อวงกลมไม้ไผ่ เช่น ยางล้อรถจักรยาน
ห่วงยาง หรือ ห่วงฮูลาฮูป สายยาง หรือท่อพลาสติก หรือวัสดุอื่นที่สามารถ
ดัดรูปร่างให้โค้งงอได้
1 อัน
2
วัสดุหรืออุปกรณ์ที่จะน�ำมาใช้แทนไม้ตีที่เป็นไม้ไผ่ ที่มีขนาดหรือความแข็งแรง
แตกต่างกัน เช่น ไม้บรรทัด ก้านลูกโป่ง ไม้เสียบลูกชิ้น ไม้บัลซ่า (หรือไม้เนื้ออ่อน
ชนิดอื่น) ตะเกียบ ท่อพลาสติก หรือวัสดุอื่นที่หาได้ในท้องถิ่น
1 อัน
3
วัสดุหรืออุปกรณ์ที่มีรูปเรขาคณิตอื่น ๆ หรือรูปอื่น ๆ เช่น ลวดดัดรูปสี่เหลี่ยม
ลวดดัดรูปสามเหลี่ยม กรอบหน้าต่าง กรอบรูป กะละมัง ฝาโอ่ง ฝาถังขยะ
1 อัน
4
สิ่งของที่จะใช้เป็นหน่วยในการวัดระยะทางโดยเป็นหน่วยที่ไม่ใช่หน่วยมาตรฐาน
เช่น ขวดน�้ำ กล่อง เก้าอี้  เชือกฟางที่ตัดให้มีความยาวเท่า ๆ กัน
1 อัน
5 เทปกาว และกรรไกร 1 ชุด
6 ชอล์ก หรือเชือกฟาง ส�ำหรับก�ำหนดจุด 1 รายการ
7 ไม้เมตรหรือไม้บรรทัด 1 อัน
8 คอมพิวเตอร์ เครื่องฉายและล�ำโพง 1 เครื่องต่อห้อง
แนวการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นระบุปัญหา
	 กิจกรรมน�ำเข้าสู่บทเรียน
	 1.	 ครูเปิดวิดีโอคลิปที่ 1 ตีลูกล้อ โดยไม่ต้องเปิดเสียงและเปิดเฉพาะช่วงที่แสดงให้เห็นภาพการตีลูกล้อ
ด้วยไม้อย่างชัดเจน (จากนาทีที่ 2.43 ถึง นาทีที่ 3.24) ให้นักเรียนสังเกตและอภิปรายร่วมกันดังนี้
	 	 -	 เด็ก ๆ ที่อยู่ในวิดีโอคลิปก�ำลังเล่นอะไร (แนวค�ำตอบ ตีล้อให้หมุน หรือกลิ้ง)
	 	 -	 อุปกรณ์การเล่นมีรูปร่างลักษณะอย่างไร(แนวค�ำตอบวงล้อเป็นรูปวงกลมและไม้ตีมีรูปร่างเรียวยาว)
	 	 -	 คิดว่าอุปกรณ์การเล่นท�ำมาจากวัสดุอะไร (แนวค�ำตอบ ท�ำจากไม้ ไม้ไผ่ หรือจากวัสดุอื่น ๆ
ตามความคิดของนักเรียน)
	 	 -	 เพราะเหตุใดวงล้อจึงเคลื่อนที่ได้ (แนวค�ำตอบ เพราะคนออกแรงตีไปที่วงล้อ)  
	 	 -	 นักเรียนเคยเห็นหรือเคยเล่นการละเล่นแบบนี้มาก่อนหรือไม่อย่างไร (แนวค�ำตอบ ให้นักเรียน
ตอบหรือบอกเล่าจากความรู้หรือประสบการณ์เดิม)
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
13
-	 การละเล่นนี้เรียกว่าอะไร (แนวค�ำตอบ การเล่นล้อวงกลมหรือตีลูกล้อ ซึ่งนักเรียนอาจบอกชื่อ
ได้หรือไม่ได้)
	 2.	 ครูสรุปว่าการละเล่นนี้เป็นการละเล่นพื้นบ้านของไทย ซึ่งมีชื่อเรียกว่า การเล่นล้อวงกลม หรือ
ตีลูกล้อ
	 3.	 ครูเปิดวิดีโอคลิปที่ 2 การละเล่นเด็กไทยตีลูกล้อ เพื่ออธิบายการละเล่นตีลูกล้อ แล้วน�ำนักเรียน
อภิปรายร่วมกันดังนี้
	 	 -	 การเล่นตีลูกล้อ หรือ ล้อวงกลม ใช้อุปกรณ์ที่ท�ำมาจากวัสดุอะไร (แนวค�ำตอบ ไม้ไผ่และไม้)
	 	 -	 มีวิธีการเล่นอย่างไร (แนวค�ำตอบ ใช้ไม้ตีลูกล้อให้กลิ้งไปข้างหน้า แล้วคอยวิ่งตามและใช้ไม้ตี
ไปข้างหน้า)
	 	 -	 เล่นที่บริเวณใดได้บ้าง (แนวค�ำตอบ กลางแจ้ง กลางสนาม ลานกว้าง ๆ)
	 กิจกรรมระบุปัญหา
	 4.	 ครูน�ำนักเรียนอภิปรายว่า หากจะแข่งขันตีล้อวงกลมให้เข้าเส้นชัยได้เร็วที่สุด โดยนักเรียนจะต้องหา
อุปกรณ์เอง นักเรียนคิดว่าจะท�ำได้หรือไม่ และจะท�ำอย่างไร
ขั้นรวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา
	 5.	 ครูน�ำนักเรียนอภิปรายเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่จะใช้ในการเล่นล้อวงกลม ในประเด็นต่าง ๆ ต่อไปนี้
	 	 -	 มีอุปกรณ์อะไรบ้างที่ใช้ในการเล่นล้อวงกลม (แนวค�ำตอบ วงล้อและไม้ตี)
	 	 -	 นักเรียนคิดว่าจะไปหาวงล้อและไม้ตีที่ท�ำจากไม้ไผ่ได้หรือไม่ และหาได้จากที่ไหน
(แนวค�ำตอบ นักเรียนอาจตอบตามความคิดเห็นอย่างอิสระ เช่น ไปหาซื้อที่ร้าน ให้ผู้ปกครอง
ท�ำมาให้)
	 	 -	 หากไม่มีวงล้อไม้ไผ่และไม้ตีที่ท�ำจากไม้ นักเรียนคิดว่าจะสามารถน�ำสิ่งของอื่น ๆ ที่มีอยู่รอบตัว
มาใช้ท�ำเป็นของเล่นแบบเดียวกับล้อวงกลมได้หรือไม่ อย่างไร
	 	 -	 นักเรียนคิดว่าจะใช้สิ่งใดได้บ้าง (แนวค�ำตอบ เช่น ล้อพลาสติก ห่วงยาง ห่วงฮูลาฮูป)   
	 	 -	 สิ่งที่จะน�ำมาใช้ควรจะมีลักษณะเป็นอย่างไร (แนวค�ำตอบ เช่น มีรูปร่างเป็นวงกลมคล้าย
วงล้อ แข็ง ผิวเรียบ)
	 	 -	 สิ่งของที่มีรูปร่างเรขาคณิตแบบอื่น ๆ จะสามารถน�ำมาใช้ได้หรือไม่ และผลที่ได้จะเหมือน
หรือแตกต่างจากล้อที่เป็นรูปวงกลมอย่างไร (แนวค�ำตอบ เช่น รูปสี่เหลี่ยม รูปสามเหลี่ยม
รูปแปดเหลี่ยม อาจน�ำมาใช้ได้ ผลที่ได้จะแตกต่างจากล้อรูปวงกลม)   
	 6.	 ให้นักเรียนเสนอสิ่งของที่จะน�ำมาใช้เป็นอุปกรณ์ส�ำหรับการเล่นล้อวงกลม และให้เสนอว่าจะไปหา
สิ่งของเหล่านั้นมาจากที่ไหน เช่น หาวงล้อโดยใช้ยางล้อรถจักรยาน ห่วงยาง หรือ ห่วงฮูลาฮูป  และ
หาไม้ตีโดยใช้ไม้บรรทัดหรือท่อพลาสติก โดยหามาจากที่บ้าน รอบโรงเรียน ร้านขายของเก่า หรือ
อาจจะไปหาซื้อวัสดุจากร้านขายวัสดุอุปกรณ์มาประดิษฐ์เอง เช่น กระดาษแข็ง ท่อพลาสติก หรือสายยาง
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
14
7.	 ครูอาจให้การบ้านนักเรียนไปรวบรวมและจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ส�ำหรับน�ำมาท�ำเป็นวงล้อและไม้ตี
โดยอาจให้นักเรียนแบ่งกลุ่มไปหาวัสดุอุปกรณ์จากที่บ้านหรือแหล่งต่าง ๆ  มาอย่างน้อยกลุ่มละ 1 ชุด
หรือครูและนักเรียนร่วมกันออกไปหาและรวบรวมวัสดุอุปกรณ์ที่อยู่ในบริเวณโรงเรียน หรือ ครูอาจ
จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์มาล่วงหน้าเพื่อประหยัดเวลา
	 8.	 หลังจากที่นักเรียนและครูร่วมกันจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์มาแล้วให้นักเรียนร่วมกันสังเกตและอภิปราย
เกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ์ที่ได้รวบรวมมา ดังนี้
	 	 -	 สิ่งของที่ได้ไปรวบรวมมามีอะไรบ้าง
	 	 -	 สิ่งของเหล่านี้ท�ำมาจากอะไร
	 	 -	 สิ่งของเหล่านี้มีลักษณะเป็นอย่างไร
	 9.	 ให้นักเรียนเลือกว่าควรจะน�ำสิ่งใดมาใช้เป็นวงล้อ และสิ่งใดมาใช้เป็นไม้ตี เพราะเหตุใด
	 10.	 แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มให้แต่ละกลุ่มเลือกสิ่งของมาทดสอบการเล่นตามความคิดของนักเรียนโดย
ครูให้เวลาประมาณ 15-20 นาที
	 11.	 ครูอาจจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ที่มีรูปเรขาคณิตแบบอื่น ๆ เช่น ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก ทรงกระบอก มา
ให้นักเรียนได้ลองเล่นเพื่อเปรียบเทียบกับวัสดุอุปกรณ์ที่มีรูปคล้ายรูปวงกลมว่ามีการเคลื่อนที่เหมือน
หรือแตกต่างกันอย่างไร
	 12.	 ครูอาจจัดเตรียมวงล้อที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางแตกต่างกัน เช่น วงล้อใหญ่ และวงล้อเล็ก ให้นักเรียน
ลองเล่นและสังเกตว่ามีการเคลื่อนที่เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร และอาจให้นักเรียนลองวัดว่า
ในระยะทางที่ก�ำหนดวงล้อแต่ละขนาดสามารถหมุนได้กี่รอบ
	 13.	 ระหว่างที่นักเรียนลองใช้วัสดุต่าง ๆ ทดสอบการเล่น ครูควรกระตุ้นให้นักเรียนสังเกตว่าควรจะ
ตีวงล้ออย่างไรจึงจะท�ำให้วงล้อเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้เร็วที่สุด   
	 14.	 หลังจากทดลองเล่น ให้นักเรียนอภิปรายเพื่อสรุปร่วมกัน โดยครูอาจบันทึกค�ำตอบของนักเรียนในรูป
ของแผนผังความคิด และใช้ค�ำถามดังนี้
	 	 -	 จากสิ่งของที่จัดเตรียมมามีอะไรบ้างที่สามารถน�ำมาใช้เล่นแทนล้อวงกลมที่ท�ำมาจากไม้ไผ่ได้
	 	 -	 สิ่งของที่น�ำมาเป็นวงล้อคืออะไร ท�ำมาจากวัสดุอะไร และมีลักษณะเป็นอย่างไรจึงจะใช้เล่นได้
	 	 -	 สิ่งของต่าง ๆ ที่น�ำมาเล่นเป็นวงล้อ สามารถเคลื่อนที่ได้เหมือนหรือแตกต่างกัน อย่างไร
	 	 -	 สิ่งของแต่ละชิ้นที่ใช้น�ำมาเป็นไม้ตีท�ำมาจากวัสดุอะไร และมีลักษณะเป็นอย่างไรจึงจะใช้เล่นได้
	 	 -	 สิ่งของที่จะน�ำมาใช้เล่นล้อวงกลมให้เคลื่อนที่ไปได้ดี ควรมีลักษณะเป็นอย่างไร
	 	 -	 ในการตีวงล้อ ควรตีอย่างไรจึงจะท�ำให้วงล้อเคลื่อนที่ไปได้เร็ว
	 15.	 ครูและนักเรียนร่วมกันก�ำหนดระยะทางของการแข่งขันและวิธีการวัดระยะทาง โดยอภิปรายว่า
นักเรียนต้องการให้มีระยะทางจากจุดเริ่มต้นไปถึงเส้นชัยไกลเท่าใด และนักเรียนคิดว่าจะมีวิธีการ
วัดระยะทางได้อย่างไร หรือควรจะใช้หน่วยวัดหรือเครื่องมืออะไรในการวัดระยะทาง (นักเรียนอาจ
เสนอเครื่องมือและวิธีการ เช่น ใช้วิธีการนับก้าว ใช้ไม้ที่มีขนาดเท่า ๆ กันหรือเชือกที่มีความยาวเท่ากัน
มาเป็นตัววัด ส�ำหรับระยะทางในการแข่งขันที่ร่วมกันก�ำหนด ควรก�ำหนดระยะทางที่ยาวเพียงพอ
เพื่อให้เห็นความแตกต่างระหว่างการใช้วงล้อที่มีขนาดใหญ่และเล็กแตกต่างกัน)
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
15
16.	 ครูและนักเรียนร่วมกันเตรียมอุปกรณ์การวัดระยะทาง แล้วครูน�ำนักเรียนไปยังบริเวณที่จะใช้แข่งขัน ให้
นักเรียนช่วยกันวัดและก�ำหนดต�ำแหน่งจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดด้วยการขีดเส้นด้วยชอล์กหรือขึงเชือกฟาง
	 17.	 ครูทบทวนกับนักเรียนว่า จะท�ำการแข่งขันหาผู้ที่ตีล้อวงกลมเข้าเส้นชัยได้เร็วที่สุดในระยะทางที่ร่วมกัน
ก�ำหนดขึ้น โดยให้นักเรียนใช้วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ได้รวบรวมกันมาและได้ลองเล่นไปแล้ว
ขั้นออกแบบวิธีการแก้ปัญหา
	 18.	 ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันระดมความคิดเพื่อออกแบบวางแผนโดย
ตัดสินใจว่าจะใช้วัสดุอุปกรณ์อะไร เพราะเหตุใด และจะมีวิธีการเล่นอย่างไรในการตีล้อวงกลมไปให้
ถึงเส้นชัยได้เร็วที่สุด
ขั้นวางแผนและด�ำเนินการแก้ปัญหา
	 19.	 เมื่อนักเรียนแต่ละกลุ่มออกแบบวิธีการแล้ว ให้นักเรียนจัดเตรียมอุปกรณ์ตามที่ได้วางแผนไว้
ขั้นทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน
	 20.	 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มลองน�ำอุปกรณ์ที่เตรียมไว้มาทดสอบการเล่นในบริเวณที่ก�ำหนดขึ้นตาม
วิธีการที่ได้ออกแบบไว้อย่างอิสระ เป็นระยะเวลาพอสมควร      
	 21.	 ครูทบทวนกติกา และให้ผู้เล่นจากแต่ละกลุ่มเข้าประจ�ำที่ และท�ำการแข่งขันโดยเริ่มตีล้อวงกลมจาก
จุดเริ่มต้นพร้อมกัน แล้วคอยสังเกตว่าผู้เล่นของกลุ่มไหนเข้าเส้นชัยเป็นกลุ่มแรก
	 22.	 หลังจากเสร็จการแข่งขันรอบแรก ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันระดมความคิดและปรับปรุงวิธีการ
เล่นหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ตามความคิดของแต่ละกลุ่ม
	 23.	 ให้ผู้เล่นจากแต่ละกลุ่มมาแข่งขันอีกรอบหนึ่ง
ขั้นน�ำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน
	 24.	 เมื่อเสร็จการแข่งขันแล้ว ให้ตัวแทนกลุ่มที่ชนะการแข่งขันออกมาแสดงอุปกรณ์และบอกเล่าให้เพื่อน
ฟังในประเด็นต่อไปนี้
	 	 -	 นักเรียนใช้อุปกรณ์อะไรมาท�ำเป็นวงล้อและไม้ตี อุปกรณ์นั้นท�ำมาจากวัสดุอะไร
	 	 -	 เพราะเหตุใดนักเรียนจึงเลือกอุปกรณ์นั้นมาใช้
	 	 -	 ในการตี นักเรียนมีวิธีการอย่างไรจึงสามารถตีล้อวงกลมให้เข้าเส้นชัยได้เร็วที่สุด (อาจให้ตัวแทน
กลุ่มสาธิตวิธีการตีให้เพื่อนดู)
	 25.	 ครูน�ำนักเรียนอภิปรายสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ เกี่ยวกับกิจกรรมเล่นล้อวงกลม ในประเด็นต่อไปนี้  
	 	 -	 นักเรียนได้เรียนรู้อะไรจากการท�ำกิจกรรมนี้ (แนวค�ำตอบ การออกแรงท�ำให้วัตถุเคลื่อนที่
รูปร่างเรขาคณิต การเลือกใช้วัสดุ การวัดความยาว การออกแบบวิธีการเล่นเพื่อแข่งขัน
การท�ำงานเป็นทีม)
	 	 -	 ล้อวงกลมเคลื่อนที่ได้อย่างไร
	 	 -	 มีสิ่งของหรือวัสดุอะไรบ้างที่สามารถน�ำมาใช้แทนล้อวงกลมที่ท�ำจากไม้ไผ่ และสิ่งเหล่านั้นมี
ลักษณะเป็นอย่างไร
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
16
-	 มีสิ่งของหรือวัสดุอะไรบ้างที่สามารถน�ำมาใช้แทนไม้ตีที่ท�ำจากไม้ และสิ่งเหล่านั้นมีลักษณะเป็น
อย่างไร
	 	 -	 การวัดระยะทางท�ำได้อย่างไร
	 	 -	 การแข่งขันเล่นล้อวงกลมให้เข้าเส้นชัยได้อย่างรวดเร็ว ท�ำได้อย่างไร
การวัดประเมินผล
รายการประเมิน เครื่องมือที่ใช้
ประเมิน
ระดับการประเมิน
ปรับปรุง พอใช้ ดี
1.	การระบุลักษณะ
ที่ปรากฏ และ
วัสดุที่น�ำมาใช้
เป็นของเล่นล้อ
วงกลม
แบบสังเกตการ
ตอบค�ำถาม
ระบุลักษณะที่
ปรากฏและระบุวัสดุ
ของสิ่งของแต่ละชิ้น
ได้แต่ยังไม่ค่อยตรง
ตามความเป็นจริง
และขาดรายละเอียด
ระบุลักษณะที่ปรากฏ
และระบุวัสดุของ
สิ่งของแต่ละชิ้นได้
ตรงตามความเป็นจริง
อย่างมีรายละเอียด
1-2 ประการ
ระบุลักษณะที่
ปรากฏและระบุวัสดุ
ของสิ่งของแต่ละ
ชิ้นได้ตรงตามความ
เป็นจริง อย่างมีราย
ละเอียด 3 ประการ
ขึ้นไป
2.	การอธิบายผล
ของการออกแรง
ที่มีต่อการ
เคลื่อนที่ของของ
เล่นล้อวงกลม
แบบสังเกตการ
ตอบค�ำถาม
ไม่สามารถอธิบายผล
ของการออกแรงที่มี
ต่อการเคลื่อนที่ของ
ของเล่นล้อวงกลม
อธิบายผลของการ
ออกแรงที่มีต่อการ
เคลื่อนที่ของของเล่น
ล้อวงกลมได้โดยครู
คอยชี้แนะ
อธิบายผลของการ
ออกแรงที่มีต่อการ
เคลื่อนที่ของของ
เล่นล้อวงกลมได้
ด้วยตนเอง
3.	การวัดและบอก
ระยะทางใน
การแข่งขันตี
ล้อวงกลมโดย
ใช้หน่วยที่ไม่ใช่
หน่วยมาตรฐาน
แบบสังเกต
พฤติกรรม
ระหว่างท�ำ
กิจกรรม
ไม่สามารถวัดและ
บอกระยะทางในการ
แข่งขันตีล้อวงกลม
โดยใช้หน่วยที่ไม่ใช่
หน่วยมาตรฐานได้
อย่างถูกต้อง
วัดและบอกระยะ
ทางในการแข่งขันตีล้อ
วงกลมโดยใช้หน่วยที่
ไม่ใช่หน่วยมาตรฐาน
ได้อย่างถูกต้องโดยครู
คอยชี้แนะ
วัดและบอกระยะ
ทางในการแข่งขัน
ตีล้อวงกลมโดยใช้
หน่วยที่ไม่ใช่หน่วย
มาตรฐานได้อย่าง
ถูกต้องด้วยตนเอง
4.	การออกแบบ
วางแผนการเล่น
ตีล้อวงกลมให้เข้า
เส้นชัยได้เร็วที่สุด
แบบสังเกต
พฤติกรรม
ระหว่างท�ำ
กิจกรรม
ไม่สามารถออกแบบ
และวางแผนร่วมกัน
ในกลุ่มได้อย่างสม
เหตุสมผล
ออกแบบและวางแผน
ร่วมกันในกลุ่มได้อย่าง
สมเหตุสมผลโดยครู
คอยชี้แนะ
ออกแบบและ
วางแผนร่วมกันใน
กลุ่มได้อย่างสมเหตุ
สมผลด้วยตนเอง
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
17
ข้อเสนอแนะในการจัดกิจกรรม
	 •	 ในกรณีที่ครูหาวิดีโอคลิปเอง ควรจัดหาวิดีโอคลิปที่แสดงให้เห็นลักษณะของอุปกรณ์ วิธีการเล่นและ
การเคลื่อนที่ของล้อวงกลมได้อย่างชัดเจน
	 •	 ในกรณีที่ครูสามารถหาอุปกรณ์ล้อวงกลมของจริงมาได้ ควรจัดเตรียมอุปกรณ์มาให้นักเรียนได้ท�ำการ
สังเกตและลองเล่น
	 •	 หากครูไม่สามารถจัดเตรียมคอมพิวเตอร์ เครื่องฉายและล�ำโพง ให้ครูจัดเตรียมภาพและข้อมูลเพื่อ
ใช้ในการอธิบายเกี่ยวกับการเล่นล้อวงกลมหรือตีลูกล้อให้กับนักเรียน
สื่อและแหล่งเรียนรู้:
	 1.	 วิดีโอคลิปการเล่นละของเด็กไทยที่เล่นล้อวงกลม
	 	 1)	 ตีลูกล้อ www.youtube.com/watch?v=DMv0x8YzEEU
	 	 2)	 การละเล่นเด็กไทยตีลูกล้อ www.youtube.com/watch?v=2pEpSTdwYLM
	 2.	 แหล่งที่มีวัสดุอุปกรณ์ซึ่งสามารถน�ำมาใช้เป็นวงล้อและไม้ตี เช่น ภายในบ้าน บริเวณรอบโรงเรียน
ร้านค้า ร้านขายของเก่า ร้านขายวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
18
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2	 เวลา 6 ชั่วโมง
สาระส�ำคัญ
	 การเลือกวัสดุส�ำหรับสร้างเรือจ�ำลองควรค�ำนึงถึงสมบัติของวัสดุที่น�ำมาประดิษฐ์เป็นเรือที่สามารถกันน�้ำได้
นอกจากนี้การสร้างเรือให้บรรจุน�้ำได้ตามปริมาณที่ต้องการต้องมีความรู้ ความเข้าใจ เรื่องการวัดปริมาตรน�้ำ
โดยการตวงเป็นลิตรหรือมิลลิลิตร และใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมเข้ามาช่วยในการสร้าง อุปกรณ์ต่าง ๆ
ที่ใช้ในการวัด ตัด ติดยึด ส�ำหรับสร้างเรือ เช่น ไม้บรรทัด กรรไกร เทปใส ควรเลือกใช้ตามวัตถุประสงค์อย่าง
ถูกต้องและปลอดภัย  
ตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี*
1.	ตั้งค�ำถามและทดลองเพื่อ
อธิบายและเปรียบเทียบ
สมบัติบางประการของวัสดุ
1.	เปรียบเทียบปริมาตรของ
สิ่งต่าง ๆ และความจุของ
ภาชนะเป็นลิตร
1.	สร้างของเล่นของใช้อย่างมีความ
คิดสร้างสรรค์ตามกระบวนการ
เทคโนโลยี โดยถ่ายทอดความคิด
เป็นภาพร่าง 2 มิติ
หมายเหตุ: *ตัวชี้วัด เทคโนโลยี (T) ในที่นี้จะรวมตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี และสาระเทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสื่อสาร ในขณะที่วิศวกรรมศาสตร์ (E) ไม่ได้ปรากฏในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่เป็นการน�ำกระบวนการ
ออกแบบเชิงวิศวกรรมมาใช้ ซึ่งสามารถเทียบเคียงได้จากกระบวนการเทคโนโลยีในตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี
เรือ
บรรทุกน�้ำ
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
19
สาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี
-	 วัสดุต่างชนิดกันมีสมบัติบาง
ประการเหมือนกัน และบาง
ประการแตกต่างกัน เช่น
การดูดซับน�้ำ วัสดุที่ดูดซับน�้ำ
ได้ เช่น กระดาษ วัสดุที่ไม่ดูด
ซับน�้ำหรือกันน�้ำได้ เช่น แผ่น
พลาสติก จะน�ำไปท�ำสิ่งของ
หรือเครื่องใช้ที่กันน�้ำได้
-	 ปริมาตรของของเหลวเช่นน�้ำ 
สามารถวัดได้โดยการตวง มี
หน่วยเป็นลิตรหรือมิลลิลิตร
-	 การสร้างของเล่นหรือของใช้อย่าง
เป็นขั้นตอน จะท�ำให้นักเรียน
ท�ำงานอย่างเป็นกระบวนการ
-	 การเลือกใช้วัสดุให้เหมาะสมกับ
การสร้างชิ้นงาน การฝึกฝนทักษะ
การสร้างชิ้นงาน เช่น การวัด การตัด
การติดยึด และการใช้เครื่องมือ
อย่างถูกวิธีและปลอดภัย
กรอบแนวคิด
E: วิศวกรรมศาสตร์
-	 กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม
(การสร้างเรือที่บรรทุกน�้ำได้ 800  มิลลิลิตร
และสามารถลากเรือให้เคลื่อนที่ไปมาโดยน�้ำ 
ไม่เข้าตัวเรือ เป็นเวลาอย่างน้อย 10 วินาที)
M: คณิตศาสตร์
-	 การวัดปริมาตรและความจุ
S: วิทยาศาสตร์*
-	 สมบัติของวัสดุ เรื่อง การดูดซับน�้ำ 
-	 การน�ำวัสดุไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม
T: เทคโนโลยี
-	 การใช้อุปกรณ์ในการวัด ตัด ติดยึด
	 อย่างถูกต้องและปลอดภัย
เรือบรรทุกน�้ำ
*เป็นวิชาหลักในการน�ำกิจกรรมนี้
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
20
จุดประสงค์ของกิจกรรม
	 1.	 วัดปริมาตรของน�้ำเป็นลิตรหรือมิลลิลิตรได้อย่างถูกต้อง
	 2.	 เลือกวัสดุที่เหมาะสมตามสมบัติของวัสดุในการสร้างเรือบรรทุกน�้ำ
	 3.	 ออกแบบเรือบรรทุกน�้ำโดยเขียนเป็นภาพร่างสองมิติเพื่อถ่ายทอดความคิด
	 4.	 สร้างและทดสอบประสิทธิผลของเรือบรรทุกน�้ำ
	 5.	 ใช้อุปกรณ์วัด ตัด และติดยึดอย่างถูกต้องและปลอดภัยในการสร้างเรือบรรทุกน�้ำ
วัสดุอุปกรณ์
ที่ รายการ จ�ำนวน
ต่อกลุ่ม
ที่ รายการ จ�ำนวน
ต่อกลุ่ม
1 แผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์ ขนาด A4 1 แผ่น 8 กะละมัง 1 ใบ
2 แผ่นพลาสติกใส ขนาด A4 1 แผ่น 9 ไม้บรรทัด 1 อัน
3
กระดาษ 70 แกรม หรือ
กระดาษปรู๊ฟ ขนาด A4
1 แผ่น 10 กรรไกร 1 เล่ม
4 ใบตอง ขนาด A4 1 แผ่น 11 เทปใส 1 ม้วน
5
แผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์, แผ่น
พลาสติกใส, กระดาษ 70 แกรม
หรือกระดาษปรู๊ฟ และใบตอง
ขนาด 6 เซนติเมตร x
6 เซนติเมตร
อย่างละ
2 แผ่น
12
ตัวอย่างภาชนะรูปร่าง
ต่าง ๆ ที่ใส่น�้ำได้ เช่น
ขวดนม  ขวดน�้ำพลาสติกขนาด
ต่าง ๆ
3 ขนาด
6
ถ้วยตวง หรือกระบอกตวง ขนาด
250 มิลลิลิตร 500 มิลลิลิตร และ
1,000 มิลลิลิตร
1 ชุด 13 ที่เย็บกระดาษ 1 อัน
7 หลอดดูดน�้ำ 1 อัน 14 เชือกขาว หรือเชือกมัดกล่อง 1 เส้น
แนวการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นระบุปัญหา
	 1.	 ครูน�ำเข้าสู่บทเรียนโดยเปิดวิดีโอคลิปข่าวเกิดเหตุเรือบรรทุกน�้ำมันล่มในทะเล ให้นักเรียนดูและ
อภิปรายร่วมกันในประเด็นต่อไปนี้
	 	 •	 ข่าวนี้เป็นข่าวเกี่ยวกับอะไร
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
21
•	 นักเรียนคิดว่าอะไรคือสาเหตุที่ท�ำให้เรือล่ม
	 	 	 (แนวค�ำตอบ เรือรั่ว เรือไม่แข็งแรง เรือบรรทุกน�้ำหนักเกิน คลื่นลมแรง)
	 	 •	 นักเรียนคิดว่าหากเรือบรรทุกน�้ำมันล่มและเกิดน�้ำมันรั่วออกมาจะเกิดผลอย่างไรต่อสิ่งแวดล้อม
(แนวค�ำตอบ มีคราบน�้ำมันบนน�้ำท�ำให้น�้ำสกปรก สัตว์ตาย)
	 	 •	 นักเรียนคิดว่าเรือที่จะสามารถลอยน�้ำได้โดยไม่ล่ม ควรมีลักษณะอย่างไร
	 	 	 (แนวค�ำตอบ นักเรียนตอบตามความเข้าใจของตนเอง เช่น เรือมีขนาดใหญ่ น�้ำหนักเบาหรือน�้ำ
หนักมาก ไม่รั่ว แข็งแรง)
	 2.	 ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3-5 คน แล้วน�ำเข้าสู่สถานการณ์ว่า
	 	 “ถ้านักเรียนเป็นวิศวกรต้องการสร้างเรือที่สามารถบรรทุกน�้ำได้ไม่ต�่ำกว่า800 มิลลิลิตร และสามารถ
ลากเรือให้เคลื่อนที่ไปมาโดยน�้ำไม่เข้าตัวเรือเป็นเวลา 10 วินาที นักเรียนจะออกแบบเรือให้มีรูปทรง
อย่างไร และจะเลือกใช้วัสดุอะไรบ้าง”
ขั้นรวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา
	 3.	 ครูน�ำอภิปรายในประเด็นต่อไปนี้
	 	 •	 เรือควรมีรูปทรงลักษณะอย่างไร (แนวค�ำตอบ เช่น ทรงสี่เหลี่ยม ทรงสามเหลี่ยม)
	 	 •	 วัสดุที่น�ำมาสร้างเรือมีอะไรบ้าง เพราะเหตุใด (แนวค�ำตอบ ไม้ เหล็ก พลาสติก ผ้า กระดาษ)
	 	 •	 น�้ำหนักที่บรรทุกในเรือขนาดเล็กและเรือขนาดใหญ่ ควรจะแตกต่างกันอย่างไร
	 	 	 (แนวค�ำตอบ เรือเล็กบรรทุกน�้ำหนักได้น้อย เรือใหญ่บรรทุกน�้ำหนักได้มาก)
	 4.	 ครูก�ำหนดเงื่อนไขในการออกแบบและสร้างเรือ โดยให้นักเรียนเลือกวัสดุเพียง 1 ชนิด จ�ำนวน 1 แผ่น
ขนาดเท่ากับกระดาษ A4 วัสดุที่ก�ำหนดให้ ได้แก่ แผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์ ใบตอง แผ่นพลาสติกใส
และกระดาษ
	 5.	 ครูน�ำอภิปรายว่าจากเงื่อนไขที่ก�ำหนดให้นักเรียนจะต้องใช้ความรู้อะไรบ้างในการออกแบบและสร้างเรือ
(แนวค�ำตอบ สมบัติของวัสดุ การวัดปริมาตร รูปทรงของเรือ การออกแบบ การสร้าง)
	 6.	 ครูน�ำวัสดุ เช่น กระดาษแข็ง แผ่นพลาสติกใส แผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์ ใบตอง มาให้นักเรียนช่วยกัน
สังเกตและพิจารณา แล้วตั้งค�ำถามต่อไปนี้
	 	 •	 วัสดุแต่ละชนิดมีสมบัติอย่างไร
	 	 	 (แนวค�ำตอบ ผิวสัมผัสลื่น ยืดหยุ่น แข็ง/อ่อน  ดูดซับน�้ำ/ไม่ดูดซับน�้ำ)
	 	 •	 ถ้าต้องการน�ำวัสดุเหล่านี้ไปสร้างเรือ นักเรียนจะเลือกใช้วัสดุอะไร เพราะเหตุใด
	 7.	 ครูหยดน�้ำปริมาณเท่ากันลงบนวัสดุทั้ง 4 ชนิด ขนาด 6 เซนติเมตร X 6 เซนติเมตร นักเรียนสังเกต
และบันทึกผลการดูดซับน�้ำของวัสดุชนิดต่าง ๆ ลงในใบกิจกรรมที่ 1 สมบัติของวัสดุ
	 8.	 ครูน�ำวัสดุทั้ง 4 ชนิด ขนาด 6 เซนติเมตร X 6 เซนติเมตร มาทดลองลอยน�้ำ เพื่อตรวจสอบว่าวัสดุ
ชนิดใดไม่สามารถลอยอยู่บนผิวน�้ำได้โดยทิ้งระยะเวลาให้เพียงพอที่นักเรียนจะสังเกตเห็นความแตกต่าง
จากนั้นนักเรียนบันทึกผลในใบกิจกรรมที่ 1 สมบัติของวัสดุ
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
22
9.	 นักเรียนสังเกตว่าวัสดุแต่ละชนิดสามารถพับให้เป็นรูปร่างต่าง ๆ ได้ง่ายหรือไม่ โดยครูให้วัสดุแต่ละ
ชนิดกับนักเรียน
	 10.	 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับผลการทดลอง โดยครูตั้งค�ำถามต่อไปนี้
	 	 •	 วัสดุที่ไม่ดูดซับน�้ำคืออะไร มีลักษณะอย่างไร
	 	 	 (แนวค�ำตอบ ใบตอง แผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์ แผ่นพลาสติกใส เนื่องจากมีความเรียบ มัน ลื่น)
	 	 •	 วัสดุที่ดูดซับน�้ำได้คืออะไร มีลักษณะอย่างไร (แนวค�ำตอบ กระดาษ เนื่องจากเป็นเยื่อบาง ๆ)
	 	 •	 วัสดุชนิดใดที่ลอยน�้ำ วัสดุใดที่จมน�้ำ (แนวค�ำตอบ แผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์ แผ่นพลาสติกใส และ
ใบตอง จะลอยน�้ำ ส่วนกระดาษจะจมน�้ำ)  
	 	 •	 วัสดุจมน�้ำเพราะเหตุใด
	 	 	 (แนวค�ำตอบ เนื่องจากกระดาษดูดซับน�้ำได้ จึงมีน�้ำหนักมากขึ้นและท�ำให้จมน�้ำ)
	 	 •	 วัสดุชนิดใดน�ำมาพับหรือขึ้นรูปได้ง่าย เพราะเหตุใด (แนวค�ำตอบ แผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์และ
กระดาษ พับให้เป็นรูปต่าง ๆ ได้ง่าย เพราะมีความอ่อนและเรียบ)
	 	 •	 วัสดุชนิดใดน�ำมาพับหรือขึ้นรูปได้ยาก เพราะเหตุใด (แนวค�ำตอบ ใบตองพับได้ยากเพราะมี
เส้นลายตามรูปใบและจะฉีกขาดง่าย แผ่นพลาสติกใสพับได้ยากเพราะมีความเหนียว)
	 11.	 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มระดมความคิดว่าจะใช้วัสดุใดในการสร้างเรือ และเพราะเหตุใด
	 12.	 ครูกระตุ้นความสนใจโดยการตั้งค�ำถามให้นักเรียนอภิปรายร่วมกันว่าจากสถานการณ์ที่ก�ำหนดว่าเรือ
จะต้องบรรทุกน�้ำได้800มิลลิลิตรซึ่งนักเรียนคิดว่าน�้ำ 800มิลลิลิตรมีปริมาณเท่าใดเมื่อเปรียบเทียบ
กับปริมาณของน�้ำที่บรรจุในขวดน�้ำพลาสติกขนาดต่าง ๆ ที่มีขายตามท้องตลาด โดยครูน�ำตัวอย่าง
ขวดน�้ำพลาสติกขนาดต่าง ๆ มาแสดงให้นักเรียน เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตอบค�ำถาม
	 13.	 ครูตั้งค�ำถามเพื่อให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นว่า จะวัดปริมาตรของน�้ำที่บรรจุอยู่ในภาชนะต่าง ๆ
ได้อย่างไร
	 14.	 ครูอธิบายและให้นักเรียนศึกษาใบความรู้ เรื่องการตวงและการอ่านปริมาตร ซึ่งสามารถหาปริมาตร
ของน�้ำได้ โดยใช้อุปกรณ์ส�ำหรับวัดปริมาตรของของเหลว เช่น ถ้วยตวง กระบอกตวง หรือ เหยือกน�้ำ
ที่มีขีดแสดงระดับปริมาตรของของเหลว จากนั้นครูสาธิตโดยเทน�้ำลงในกระบอกตวงและอธิบายการ
อ่านปริมาตรของน�้ำที่มีหน่วยเป็นลิตรและมิลลิลิตร โดยการอ่านปริมาตรจะต้องให้ระดับของสายตา
ตรงกับระดับของผิวน�้ำในถ้วยตวง
	 15.	 นักเรียนท�ำใบกิจกรรมที่ 2 การตวงและการอ่านปริมาตร และน�ำเสนอค�ำตอบ
	 16.	 ครูให้นักเรียนช่วยกันคิดว่าถ้าต้องการหาปริมาตรน�้ำในเรือที่สร้างขึ้น โดยใช้ถ้วยตวงที่ครูเตรียม
ให้จะมีวิธีการอย่างไร (แนวค�ำตอบ ตวงน�้ำก่อนเทลงเรือ,  ดูด/ตักน�้ำจากเรือขึ้นมาใส่ถ้วยตวง,  
อ่านปริมาตรน�้ำที่เหลือในถ้วยตวงหลังจากการเท)
	 17.	 ครูให้นักเรียนฝึกหาปริมาตรน�้ำที่อยู่ในภาชนะต่างๆเช่นขวดน�้ำพลาสติกถ้วยพลาสติกแก้วพลาสติก
กล่องโฟม
	 18.	 ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับการหาปริมาตรน�้ำ
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
23
ขั้นออกแบบวิธีการแก้ปัญหา
	 19.	 ครูชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการออกแบบเรือบรรทุกน�้ำ โดยเน้นให้นักเรียนตระหนักถึงความส�ำคัญ
ในการวางแผนและการออกแบบชิ้นงาน ซึ่งการออกแบบจะช่วยให้เห็นแนวทางในการสร้างชิ้นงาน
และช่วยให้สามารถสร้างชิ้นงานได้ง่ายยิ่งขึ้น การสร้างชิ้นงานอาจไม่ประสบความส�ำเร็จหากไม่มีการ
วางแผนและการออกแบบที่ชัดเจน หรือไม่ได้ท�ำตามแบบที่ก�ำหนดไว้
	 20.	 ให้นักเรียนน�ำความรู้จากการรวบรวมข้อมูลมาออกแบบเรือบรรทุกน�้ำลงในใบกิจกรรมที่ 3 ออกแบบ
กันก่อน
	 21.	 นักเรียนแต่ละกลุ่มน�ำเสนอภาพร่างที่ออกแบบไว้
ขั้นวางแผนและด�ำเนินการแก้ปัญหา
	 22.	 ครูเน้นให้นักเรียนเห็นถึงความส�ำคัญของการใช้วัสดุอย่างประหยัด โดยเมื่อเลือกวัสดุใดในการสร้าง
เรือบรรทุกน�้ำแล้ว จะไม่สามารถเปลี่ยนหรือขอเพิ่มอีก นอกจากวัสดุช�ำรุดเสียหายโดยไม่ได้เจตนา
และควรใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างระมัดระวังเพื่อความปลอดภัย  
	 23.	 ให้นักเรียนมาหยิบวัสดุที่จะน�ำไปสร้างเรือบรรทุกน�้ำตามที่ได้เลือกไว้
	 24.	 ให้นักเรียนสร้างเรือบรรทุกน�้ำตามที่ได้ออกแบบไว้ ครูติดตามตรวจสอบการท�ำงานของแต่ละกลุ่ม
อย่างใกล้ชิด
ขั้นทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน
	 25.	 เมื่อสร้างเรือบรรทุกน�้ำเสร็จแล้ว ให้แต่ละกลุ่มตรวจสอบเรือของกลุ่มตน โดยน�ำเรือไปทดลองลอยใน
กะละมังบรรจุน�้ำที่ครูเตรียมไว้ให้ โดยนักเรียนเติมน�้ำลงไปตามปริมาตรที่ต้องการ นักเรียนบันทึกผล
การทดสอบลงในแบบบันทึกผลการทดสอบกิจกรรมเรือบรรทุกน�้ำ
	 26.	 จากนั้นครูและนักเรียนพิจารณาผลการบันทึกเพื่อน�ำมาปรับปรุงให้เรือมีประสิทธิภาพดีขึ้นโดยตรวจ
สอบในประเด็นต่อไปนี้
	 	 •	 เรือสามารถลอยน�้ำได้หรือไม่ ถ้าเรือลอยไม่ได้เป็นเพราะเหตุใด ควรจะปรับปรุงอย่างไรให้เรือ
สามารถลอยได้  
	 	 •	 เรือสามารถบรรทุกน�้ำได้ในปริมาตร 800 มิลลิลิตร และสามารถลากเรือให้เคลื่อนที่ไปมาโดย
น�้ำไม่เข้าตัวเรือเป็นเวลา 10 วินาทีได้หรือไม่  
	 27.	 ครูแจกวัสดุเพื่อสร้างเรือครั้งที่ 2โดยให้นักเรียนปรับปรุงเรือให้ดีกว่าครั้งแรก น�ำไปทดสอบและบันทึก
ผล จากนั้นแจกวัสดุเพิ่ม (หากนักเรียนต้องการ) เพื่อให้นักเรียนทดสอบจนครบ 3 ครั้ง
ขั้นน�ำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหา หรือชิ้นงาน
	 28.	 ให้นักเรียนน�ำเสนอผลงาน และอธิบายในประเด็นต่อไปนี้
	 	 •	 เรือของนักเรียนมีลักษณะอย่างไร
	 	 •	 นักเรียนปรับแก้เรือให้ดีขึ้นอย่างไร
	 	 •	 นักเรียนคิดว่าเรือที่บรรทุกน�้ำให้ได้ตามเงื่อนไขที่ก�ำหนด ควรมีลักษณะ หรือรูปแบบอย่างไร
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
24
29.	 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายว่าถ้าจะปรับปรุงผลงานให้ดีขึ้น ควรท�ำอย่างไร โดยพิจารณาทั้ง
ผลงานของตนเองและผลงานของเพื่อน
	 30.	 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุปเกี่ยวกับกิจกรรมเรือบรรทุกน�้ำ ในประเด็นต่อไปนี้
	 	 •	 การเลือกวัสดุให้เหมาะสมกับการสร้างเรือต้องพิจารณาจากอะไรบ้าง
	 	 •	 นักเรียนสามารถใช้วัสดุอะไรมาสร้างเรือได้อีกบ้าง นอกจากวัสดุที่ครูเตรียมให้
	 	 •	 การวัดปริมาตรของของเหลว และเครื่องมือที่ใช้ในการวัดปริมาตรของของเหลวสามารถท�ำได้
อย่างไร
	 	 •	 การออกแบบโดยการวาดภาพร่างสองมิติ
	 	 •	 การพัฒนาและปรับปรุงชิ้นงาน
	 	 •	 การเลือกอุปกรณ์วัด ตัด ติดยึด อย่างเหมาะสม ควรพิจารณาถึงอะไรบ้าง
	 	 •	 นักเรียนได้เรียนรู้อะไรจากการท�ำกิจกรรมนี้
	 	 	 (แนวค�ำตอบ การเลือกใช้วัสดุ การวัดปริมาตรของเหลว เครื่องมือที่ใช้ในการวัดปริมาตร  
การออกแบบชิ้นงาน การสร้างชิ้นงานตามแบบที่ได้ร่างไว้)
การวัดประเมินผล
รายการประเมิน เครื่องมือที่ใช้ประเมิน
คะแนน
(ร้อยละ)
1.	 สมบัติของวัสดุ ใบกิจกรรมที่ 1 15
2.	 การตวงและการอ่านปริมาตร ใบกิจกรรมที่ 2 15
3.	 การเลือกวัสดุในการสร้างเรือบรรทุกน�้ำ ใบกิจกรรรมที่ 3
แบบบันทึกผลการทดสอบ
ผลงานที่ท�ำเสร็จแล้ว
70
เกณฑ์การวัดและประเมินผล
รายการประเมิน
ระดับคะแนน
3 2 1
1.	 สมบัติของวัสดุ ระบุสมบัติของวัสดุเรื่องการดูด
ซับน�้ำและการจมลอยได้ถูกต้อง
ตั้งแต่ 6 รายการขึ้นไป
ระบุสมบัติของวัสดุเรื่องการ
ดูดซับน�้ำและการจมลอยได้
ถูกต้อง 3-5 รายการ
ระบุสมบัติของวัสดุเรื่องการ
ดูดซับน�้ำและการจมลอยได้
ถูกต้องน้อยกว่า 3 รายการ
2.	 การตวงและการอ่าน
ปริมาตร
บอกวิธีการตวงน�้ำหรืออ่านค่า
ปริมาตรน�้ำได้ถูกต้องทุกข้อ
บอกวิธีการตวงน�้ำหรืออ่านค่า
ปริมาตรน�้ำได้ถูกต้องแต่ไม่ครบ
ทุกข้อ
บอกวิธีการตวงน�้ำและอ่านค่า
ปริมาตรน�้ำได้ไม่ถูกต้อง
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
25
รายการประเมิน
ระดับคะแนน
3 2 1
3.1	 การออกแบบเรือ
บรรทุกน�้ำ
แบบร่างเรือบรรทุกน�้ำมีความ
ชัดเจน สามารถสื่อสารให้ผู้อื่น
เข้าใจได้  และให้เหตุผลในการ
ออกแบบได้อย่างชัดเจน
แบบร่างเรือบรรทุกน�้ำสามารถ
สื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจได้ แต่ให้
เหตุผลในการออกแบบ
ไม่ชัดเจน
แบบร่างเรือบรรทุกน�้ำไม่
สามารถสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจได้
และไม่สามารถให้เหตุผลในการ
ออกแบบได้
3.2	 การเลือกวัสดุในการ
สร้างเรือบรรทุกน�้ำ
เลือกวัสดุที่เหมาะสมกับจุด
ประสงค์การใช้งานและสามารถ
อธิบายเหตุผลในการเลือกใช้
วัสดุได้
เลือกวัสดุที่เหมาะสมกับจุด
ประสงค์การใช้งานแต่ไม่
สามารถอธิบายเหตุผลในการ
เลือกใช้วัสดุได้
เลือกวัสดุไม่เหมาะสมกับจุด
ประสงค์การใช้งาน
3.3	 การบันทึกผลการ
ทดสอบ
บันทึกปริมาตรน�้ำ ระยะเวลา
และแนวทางแก้ไขได้ครบทั้ง 3
หัวข้อ
บันทึกปริมาตรน�้ำ ระยะเวลา
หรือแนวทางแก้ไขได้เพียง 2
หัวข้อ
บันทึกปริมาตรน�้ำ ระยะเวลา
หรือแนวทางแก้ไขได้เพียง 1
หัวข้อ
3.4	 การทดสอบ
ประสิทธิผลของเรือ
บรรทุกน�้ำ
บรรทุกน�้ำได้ 800 มิลลิลิตร ขึ้น
ไปและสามารถลากเรือไปมา
โดยสามารถลากเรือให้เคลื่อนที่
ไปมาโดยน�้ำไม่เข้าตัวเรือเป็น
เวลา 10 วินาที
บรรทุกน�้ำได้มากกว่าครึ่งลิตร
แต่ไม่ถึง 800 มิลลิลิตร และ
สามารถลากเรือไปมาโดย
สามารถลากเรือให้เคลื่อนที่ไป
มาโดยน�้ำไม่เข้าตัวเรือเป็นเวลา
10 วินาที
บรรทุกน�้ำได้น้อยกว่าครึ่งลิตร
และสามารถลากเรือไปมาโดย
สามารถลากเรือให้เคลื่อนที่ไป
มาโดยน�้ำไม่เข้าตัวเรือเป็นเวลา
10 วินาที หรือบรรทุกน�้ำได้
มากกว่าครึ่งลิตรแต่ไม่สามารถ
ลากเรือไปมาโดยน�้ำไม่เข้าตัว
เรือเป็นเวลา 10 วินาที
3.5	 ความคิดสร้างสรรค์ เรือมีลักษณะแปลกใหม่ไม่ซ�้ำกับ
เพื่อนหรือมีการใช้วัสดุอื่นเพื่อช่วย
ให้เรือพยุงตัวได้ดี ไม่ฉีกขาดง่าย
เรือมีลักษณะคล้ายกับเพื่อนแต่
มีการใช้วัสดุอื่นเพื่อช่วยให้เรือ
พยุงตัวได้ดี ไม่ฉีกขาดง่าย
-
สื่อและแหล่งเรียนรู้
	 1.	 คลิปข่าวเกิดเหตุเรือบรรทุกน�้ำมันล่มในทะเล จ.สมุทรสาคร
	 	 https://youtu.be/L3qtNcr9WQ0
	 2.	 ใบกิจกรรมที่ 1 สมบัติของวัสดุ
	 3.	 ใบกิจกรรมที่ 2 การตวงและการอ่านปริมาตร
	 4.	 ใบกิจกรรมที่ 3 ออกแบบกันก่อน
	 5.	 ใบความรู้ เรื่อง การตวงและการอ่านปริมาตร
	 6.	 แบบบันทึกผลการทดสอบ กิจกรรมเรือบรรทุกน�้ำ
	 7.	 แหล่งเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับปริมาตร
	 	 -	 www.myfirstbrain.com/student_view.aspx?ID=77446
	 	 -	 www.kroobannok.com/board_view.php?b_id=106810&bcat_id=16
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
26
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3	 เวลา 4 ชั่วโมง
สาระส�ำคัญ
	 เรือใบเป็นเรือชนิดหนึ่งมีใบเรือซึ่งอยู่ติดกับเสากระโดงเรือเพื่อดักลมเมื่อลมปะทะใบเรือจะเกิดแรงกระท�ำ
ต่อใบเรือท�ำให้เรือเคลื่อนที่ได้  ใบเรือจึงนับว่าเป็นส่วนประกอบที่ส�ำคัญของเรือใบ การสร้างใบเรือจ�ำลองที่ท�ำให้
เรือใบแล่นได้ดีนั้น ต้องใช้กระบวนการเทคโนโลยีหรือกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมในการออกแบบและ
สร้าง  โดยเลือกใช้วัสดุให้เหมาะสมตามสมบัติที่แตกต่างกัน และเลือกใช้เครื่องมือในการวัด ตัด ติดยึด ให้ตรง
ตามวัตถุประสงค์อย่างถูกต้องและค�ำนึงถึงความปลอดภัย การทดสอบประสิทธิผลของใบเรือจ�ำลองว่าดักลมได้ดี
หรือไม่ ท�ำได้โดยการวัดและเปรียบเทียบระยะทางที่เรือแล่นได้โดยใช้หน่วยมาตรฐาน เมื่อทดสอบและปรับปรุง
ใบเรือจนส�ำเร็จตามเป้าหมายแล้ว น�ำเสนอข้อมูลเพื่อเผยแพร่หรือถ่ายทอดวิธีสร้างใบเรือซึ่งสามารถท�ำได้หลาย
วิธี เช่น การน�ำเสนอด้วยการบอกเล่าหรือการบรรยาย
ตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี*
1.	จ�ำแนกชนิดและสมบัติของวัสดุ
ที่เป็นส่วนประกอบของของเล่น
ของใช้
2.	อธิบายการใช้ประโยชน์ของวัสดุ
แต่ละชนิด
3.	ทดลองและอธิบายผลของ
การออกแรงที่กระท�ำต่อวัตถุ
1.	บอกความยาวเป็นเมตร
เซนติเมตรและมิลลิเมตร  
เลือกเครื่องวัดที่เหมาะสม
และเปรียบเทียบความยาว
1.	เลือกใช้วัสดุและเครื่องมือให้
เหมาะสมกับการสร้างชิ้นงาน
โดยค�ำนึงถึงความปลอดภัย
2.	ค้นหาข้อมูลอย่างเป็นขั้นตอน
และน�ำเสนอข้อมูล
หมายเหตุ: *ตัวชี้วัด เทคโนโลยี (T) ในที่นี้จะรวมตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี และสาระเทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสื่อสาร ในขณะที่วิศวกรรมศาสตร์ (E) ไม่ได้ปรากฏในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่กระบวนการออกแบบเชิง
วิศวกรรม สามารถเทียบเคียงได้จากกระบวนการเทคโนโลยีในตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี
เรือใบ
กับสายลม
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
27
สาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี
-	 วัสดุแต่ละชนิดมีสมบัติ
แตกต่างกันจึงใช้ประโยชน์
ได้ต่างกัน
-	 การออกแรงกระท�ำต่อวัตถุ
ท�ำให้วัตถุมีการเคลื่อนที่
-	 การวัดความยาว (เมตร
เซนติเมตร มิลลิเมตร)
-	 การเปรียบเทียบความยาว
-	 การเลือกใช้วัสดุควรเลือกใช้ให้
เหมาะสมกับการสร้างชิ้นงาน
และใช้เครื่องมืออย่างถูกวิธีและ
ปลอดภัย
-	 การค้นหาข้อมูลอย่างเป็นขั้นตอน
ช่วยให้ได้ข้อมูลตรงตามความ
ต้องการ น่าเชื่อถือ ครบถ้วน
ทันสมัย และประหยัดเวลา
-	 การน�ำเสนอข้อมูลท�ำได้หลายวิธี
เช่น บอกเล่า เอกสาร ป้ายนิเทศ
กรอบแนวคิด
* เป็นวิชาหลักในการน�ำกิจกรรมนี้
E: วิศวกรรมศาสตร์
-	 กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม
	 (การออกแบบและสร้างใบเรือให้เรือแล่นได้
ไกลและเร็วที่สุด)
M: คณิตศาสตร์
-	 การวัดระยะทาง
-	 การเปรียบเทียบระยะทาง
S: วิทยาศาสตร์*
-	 การเคลื่อนที่ของวัตถุ
-	 สมบัติบางประการของวัสดุ
T: เทคโนโลยี
-	 การค้นหาข้อมูลและการน�ำเสนอข้อมูล
-	 การเลือกใช้วัสดุและเครื่องมือ
เรือใบกับสายลม
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
28
จุดประสงค์ของกิจกรรม
	 1.	 ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับใบเรืออย่างเป็นขั้นตอน รวบรวม และน�ำเสนอข้อมูล
	 2.	 อภิปรายและเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมตามสมบัติของวัสดุในการสร้างใบเรือ
	 3.	 ออกแบบภาพร่างสองมิติที่ก�ำหนดขนาดชัดเจน และสร้างใบเรือจากวัสดุที่ก�ำหนดให้
	 4.	 ทดลองและอธิบายการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของเรือใบเมื่อถูกแรงกระท�ำ
	 5.	 วัด บอกระยะทาง และเปรียบเทียบระยะทางในการแข่งขันแล่นเรือใบโดยใช้หน่วยมาตรฐาน
วัสดุอุปกรณ์
วัสดุอุปกรณ์ส�ำหรับครู
ที่ รายการ จ�ำนวน
ต่อกลุ่ม
ที่ รายการ จ�ำนวน
ต่อกลุ่ม
1
คอมพิวเตอร์ เครื่องฉาย และ
ล�ำโพง
1 ชุด 4 ตัวเรือจ�ำลองอย่างง่าย 2 ล�ำ
2 แผ่นรองตัด 1 แผ่น 5 พัดลม 1 เครื่อง
3 คัตเตอร์ 1 เล่ม 6 นาฬิกาจับเวลา 1 เรือน
วัสดุอุปกรณ์ส�ำหรับนักเรียน
ที่ รายการ จ�ำนวน
ต่อกลุ่ม
ที่ รายการ จ�ำนวน
ต่อกลุ่ม
1
ฟองน�้ำเมลามีนหรือโฟมกันกระแทก
กว้าง 7 เซนติเมตร ยาว 10
เซนติเมตร หนา 3 เซนติเมตร
2 ชิ้น 10
ถุงพลาสติกใส กว้าง 8 นิ้ว
ยาว 12 นิ้ว
1 ใบ
2
กระดาษสีด้านเดียว ส�ำหรับพับเรือ
กว้าง 15 เซนติเมตร
ยาว 15 เซนติเมตร
4 แผ่น 11
กระดาษการ์ดสี A4 ความหนา
170 แกรม ขึ้นไป
2 แผ่น
3 กระดาษ A4 สีขาว 2 แผ่น 12 ตะเกียบ 1 คู่
4 ปากกาสีหรือดินสอสี 1 ชุด 13 เชือกขาวเกลียวยาว 1 เมตร 1 เส้น
5 ไม้บรรทัด 1 อัน 14 กรรไกร 2 เล่ม
6
ไม้เมตร หรือสายวัดตัว หรือสาย
วัดชนิดตลับ
1 อัน 15 เทปใส 1 อัน
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
29
ที่ รายการ จ�ำนวน
ต่อกลุ่ม
ที่ รายการ จ�ำนวน
ต่อกลุ่ม
7 หลอดดูด 10 อัน 16 เทปกาวย่นหน้ากว้าง 2 นิ้ว 1 ม้วน
8 ยางวง 5 เส้น 17 กาวเอนกประสงค์ 1 หลอด
9 ไม้ไอศกรีม 10 อัน 18 เอ็นใส เบอร์ 70 1 ม้วน
หมายเหตุ  รายการที่ 6-16 เป็นรายการส�ำหรับสร้างใบเรือ
แนวการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นระบุปัญหา
	 1.	 ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียนเกี่ยวกับเรือใบโดยแจกกระดาษส�ำหรับใช้พับรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส
ขนาดกว้าง 15 เซนติเมตร ยาว 15 เซนติเมตร ครูสาธิตการพับกระดาษทีละขั้น ให้นักเรียนพับตาม
โดยไม่บอกว่าจะพับอะไร และให้นักเรียนลองทายค�ำตอบเป็นระยะว่าทราบหรือไม่ว่าพับอะไร เมื่อ
พับเสร็จ ให้นักเรียนสังเกตและอภิปรายร่วมกันดังนี้
	 	 -	 กระดาษที่พับตามขั้นตอนจนเสร็จเรียกว่าอะไร (แนวค�ำตอบ เรือ)
	 	 -	 เคยเห็นเรือชนิดนี้หรือไม่ อย่างไร (แนวค�ำตอบ นักเรียนแต่ละคนอาจตอบว่าเคยเห็นหรือไม่
เคยเห็นขึ้นอยู่กับความรู้หรือประสบการณ์เดิม เช่น อาจเคยเห็นจากภาพยนตร์หรือการ์ตูนที่
ชื่นชอบ หรือจากรายการโทรทัศน์ เช่น ข่าวกีฬา)
	 	 -	 ทราบหรือไม่ว่าเรือชนิดนี้เรียกว่าอะไร เพราะอะไร (แนวค�ำตอบ เรือใบ เพราะสังเกตว่ามีใบเรือ)
	 2.	 ครูเปิดวิดีโอคลิปเรื่อง รู้จักเรือใบ ซึ่งแนะน�ำเรือใบชนิดต่าง ๆ ส่วนประกอบและหน้าที่ของส่วน
ประกอบของเรือใบ และวิธีการแล่นเรือใบ ให้นักเรียนสังเกตและอภิปรายร่วมกันดังนี้
	 	 -	 เป็นวิดีโอคลิปเกี่ยวกับอะไร (แนวค�ำตอบ เรือใบ)
	 	 -	 เรือใบมีประโยชน์อย่างไรบ้าง (แนวค�ำตอบ เป็นกีฬาชนิดหนึ่ง)
	 	 -	 ทราบอะไรเกี่ยวกับเรือใบบ้าง (แนวค�ำตอบ ส่วนประกอบและหน้าที่ของส่วนประกอบของ
เรือใบ วิธีการแล่นเรือใบ)
	 	 -	 เรือใบมีส่วนประกอบอะไรบ้าง (แนวค�ำตอบ นักเรียนอาจตอบส่วนประกอบอื่นๆ ตามที่สังเกต
เห็นในวิดีโอคลิป ตามความรู้ หรือตามประสบการณ์เดิม เช่น ตัวเรือ คัดแคง พังงา หางเสือ
ใบเรือ เสากระโดง เพลา)
	 	 -	 เรือใบเคลื่อนที่ได้อย่างไร (แนวค�ำตอบ เคลื่อนที่ได้โดยใช้ลม)
	 	 -	 ลมท�ำให้เรือใบเคลื่อนที่ได้อย่างไร (แนวค�ำตอบ ลมปะทะที่ใบเรือ แล้วท�ำให้เกิดแรงผลักเรือให้แล่น)
	 	 -	 ส่วนประกอบใดที่เป็นส่วนส�ำคัญในการเคลื่อนที่ของเรือใบ (แนวค�ำตอบ ใบเรือ)
	 	 -	 ใบเรือในวิดีโอคลิป มีรูปร่างลักษณะอย่างไร (แนวค�ำตอบ มีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยม)
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
30
-	 ใบเรือในวิดีโอคลิปมีจ�ำนวนกี่ใบ (แนวค�ำตอบ 1 ใบ)
	 	 -	 เคยเห็นใบเรือมีรูปร่างลักษณะอื่น และมีจ�ำนวนใบมากกว่า 1 ใบ หรือไม่ อย่างไร (แนวค�ำตอบ
นักเรียนอาจตอบตามความรู้ หรือตามประสบการณ์เดิม เช่น เคยเห็นมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยม
และมีใบหลายใบ)
	 	 	 	 ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปว่าจากวิดีโอคลิปว่า เรือใบเป็นพาหนะชนิดหนึ่ง สามารถน�ำมา
ใช้เป็นกีฬา เรือใบใช้ลมช่วยในการเคลื่อนที่ การเคลื่อนที่ของเรือใบเนื่องจากแรงของอากาศที่กระท�ำ
กับใบเรือ ดังนั้นส่วนประกอบที่ส�ำคัญของเรือใบที่ใช้ในการดักลมเพื่อให้เรือแล่นได้คือใบเรือ จากนั้น
ครูน�ำเสนอสถานการณ์ปัญหาให้นักเรียนอภิปรายร่วมกันทั้งชั้น ดังนี้
	 	 	 	 “ศูนย์กีฬาทางน�้ำแห่งหนึ่ง มีเรือใบที่ใบเรือช�ำรุดมากอยู่จ�ำนวนหนึ่ง จึงมีโครงการดัดแปลง
เรือใบโดยทดลองพัฒนาใบเรือแบบต่าง ๆ ส�ำหรับเรือเหล่านี้ด้วยวัสดุที่หาได้ทั่วไป และสามารถท�ำให้
เรือแล่นได้ดี ภารกิจของนักเรียนคือ ออกแบบและสร้างใบเรือที่ท�ำให้เรือใบแล่นได้ไกลและเร็วที่สุด
โดยจ�ำลองเหตุการณ์จากการสร้างใบเรือจ�ำลองจากวัสดุที่ก�ำหนดให้ และทดสอบประสิทธิผลใบเรือ
โดยติดตั้งกับตัวเรือจ�ำลองอย่างง่ายที่แล่นบนรางเส้นเอ็นคู่ในระยะทางอย่างน้อย 150 เซนติเมตร ได้
เร็วที่สุด ที่ความเร็วพัดลมระดับสูงสุด”
	 3.	 ครูให้นักเรียนระบุปัญหาจากสถานการณ์ข้างต้นเพื่อหาทางแก้ปัญหาที่เหมาะสม
	 4.	 ครูชี้แจงเงื่อนไขในการสร้างใบเรือ ดังนี้
	 	 ก.	 สร้างใบเรือโดยใช้วัสดุจากชุดอุปกรณ์สร้างใบเรือเท่านั้น
	 	 ข.	 ใบเรือต้องท�ำให้ตัวเรือแล่นได้ระยะทางอย่างน้อย 150 เซนติเมตร
	 	 ค.	 ต้องใช้เวลาน้อยที่สุดในแล่นได้ระยะทาง 150 เซนติเมตร
ขั้นรวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา
	 5.	 ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน ตั้งชื่อกลุ่ม แล้วแจกหนังสือสื่อประสมเฉลิมพระเกียรติ
เล่มที่ 6 เรือใบใจกล้า ให้ทุกคน (หรือครูอาจเปิดไฟล์น�ำเสนอหนังสืออิเล็กทรอนิกส์หนังสือสื่อประสม
เฉลิมพระเกียรติเล่มที่ 6 เรือใบใจกล้า แสดงบนจอภาพให้นักเรียนทุกคนอ่านจากจอพร้อม ๆ กัน)
จากนั้นครูอ่านน�ำและให้นักเรียนอ่านตามพร้อม ๆ กันทีละหน้า เพื่อส่งเสริมการใช้ภาษาไทยและเพื่อ
ให้รู้จักส่วนประกอบของเรือใบผ่านหนังสือ แล้วอภิปรายร่วมกันในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้  
	 	 -	 หนังสือเล่มนี้ชื่ออะไร (แนวค�ำตอบ เรือใบใจกล้า)
	 	 -	 ความรู้ที่ได้จากการอ่านหนังสือเล่มนี้คืออะไรบ้าง (แนวค�ำตอบ ส่วนประกอบของเรือใบ เช่น
ล�ำเรือ หางเสือ พังงา คัดแคง ธง เสากระโดง เพลา และใบเรือ)
	 	 	 	 นอกเหนือจากส่วนประกอบของเรือใบแล้วครูแนะน�ำนักเรียนเพิ่มเติมว่า หนังสือเล่มนี้ยังให้
ข้อคิดว่า การจะลงมือท�ำอะไร ต้องมีความรู้จริง เช่น การต่อเรือใบ ต้องรู้จักส่วนประกอบและหน้าที่
ของส่วนประกอบของเรือใบ หรือ การแล่นเรือใบ ต้องมีความรู้เรื่องสายลมและสายน�้ำว่าเกี่ยวข้อง
กับการแล่นเรืออย่างไร และการลงมือท�ำอะไร อาจท�ำได้หรือท�ำไม่ได้ แต่ถ้าท�ำไม่ได้ ต้องมีความ
พยายามในการหาความรู้ หมั่นคิดหมั่นทบทวน ดังนั้นถ้านักเรียนมีสิ่งใดที่ไม่รู้เกี่ยวกับการสร้างใบเรือ
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
31
ตามสถานการณ์ปัญหาที่ก�ำหนด การสืบค้นข้อมูลจึงเป็นเรื่องส�ำคัญ นักเรียนสามารถสืบค้นข้อมูลใน
สิ่งที่ต้องการรู้เพิ่มเติมได้จากการอ่านหนังสือ สอบถามผู้รู้ หรือจากการสืบค้นทางอินทอร์เน็ตภายใต้
ค�ำแนะน�ำของครูหรือผู้ปกครอง
	 6.	 ครูอาจให้นักเรียนศึกษาใบความรู้เรื่อง การเกิดลม เพิ่มเติม และอภิปรายร่วมกันในประเด็นต่อไปนี้
	 	 -	 ลมเกิดขึ้นได้อย่างไร
	 	 -	 ประโยชน์ของลมคืออะไร
	 	 -	 ยกตัวอย่างโทษของลม
	 	 -	 ลมท�ำให้วัตถุ เช่น เรือใบ เคลื่อนที่ได้อย่างไร
	 	 -	 แรงมีผลต่อวัตถุอย่างไรบ้าง
	 7.	 ครูให้นักเรียนท�ำใบกิจกรรมที่ 1 ส่วนประกอบของเรือใบ เพื่อตรวจสอบความรู้ก่อนการวาดภาพร่าง
ใบเรือ จากนั้นครูเฉลยค�ำตอบ พร้อมทั้งให้นักเรียนช่วยกันบอกหน้าที่ของส่วนประกอบนั้น ๆ
	 8.	 ครูให้การบ้านนักเรียนสืบค้นข้อมูลปัจจัยที่มีผลท�ำให้ใบเรือดักลมได้ดีเช่น วัสดุ รูปร่าง จ�ำนวน ขนาด
และร่วมกันอภิปรายดังนี้
	 	 -	 การสร้างใบเรือ ต้องรู้อะไรบ้าง
	 	 	 (แนวค�ำตอบ หน้าที่ของใบเรือ วัสดุที่ใช้สร้าง ขนาด รูปร่าง)
	 	 -	 รูปร่างของใบเรือมีลักษณะใดได้บ้าง
	 	 -	 ขนาดของใบเรือกับตัวเรือ
	 	 -	 จ�ำนวนใบเรือมีผลกับการแล่นของเรือหรือไม่
	 	 -	 วัสดุที่ใช้ในการสร้างใบเรือควรมีสมบัติอย่างไร
	 	 -	 ใบเรือที่ดีต้องมีลักษณะอย่างไร
	 	 	 (แนวค�ำตอบ ดักลมได้ดี มีขนาดเหมาะสมกับใบเรือ ท�ำจากวัสดุน�้ำหนักเบา)
	 9.	 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุปปัจจัยที่อาจมีผลต่อการดักลมได้ดีของใบเรือ
	 10.	 นักเรียนแต่ละกลุ่มอภิปรายเพื่อหาแนวทางการในการสร้างใบเรือรวมไปถึงลักษณะและรูปแบบของ
ใบเรือที่สามารถท�ำให้ตัวเรือแล่นได้ไกลและเร็ว
ขั้นออกแบบวิธีการแก้ปัญหา
	 11.	 ครูน�ำตัวเรือจ�ำลองที่จะใช้ในการทดสอบใบเรือมาแสดงให้นักเรียนพิจารณาแล้วบอกนักเรียนว่าเรือ
จ�ำลองนี้เป็นเรือที่จะใช้ทดสอบใบเรือโดยจะแล่นบนเอ็นที่ขึงไว้ ไม่ได้ทดสอบโดยการแล่นในน�้ำ แต่
สามารถน�ำความรู้เกี่ยวกับเรือใบแล่นได้อย่างไรมาประยุกต์ใช้ได้จากนั้นชี้ให้นักเรียนดูช่องส�ำหรับปัก
เสากระโดงเรือ และก�ำหนดข้อตกลงกับนักเรียนว่า ในการสร้างใบเรือของนักเรียนนั้น เสากระโดงจะ
ใช้วัสดุใดขึ้นอยู่กับนักเรียนและเหตุผลที่เลือกใช้แต่เมื่อจะน�ำมาทดสอบกับตัวเรือต้องยึดเสากระโดง
กับไม้ไอศกรีมเพื่อปักลงในช่องที่ก�ำหนดไว้ให้บนตัวเรือ
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
32
12.	 ครูชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการออกแบบใบเรือ โดยเน้นให้นักเรียนตระหนักถึงความส�ำคัญในการ
ออกแบบภาพร่างและระบุขนาดของใบเรืออย่างชัดเจน ซึ่งการออกแบบจะช่วยให้เห็นแนวทางใน
การสร้างชิ้นงาน และช่วยให้สร้างชิ้นงานได้ง่ายยิ่งขึ้น  การสร้างชิ้นงานจะประสบความส�ำเร็จหาก
มีการวางแผนและการออกแบบที่ชัดเจน หรือท�ำตามแบบที่ก�ำหนดไว้
	 13.	 นักเรียนออกแบบใบเรือโดยเขียนรายละเอียดลงในใบกิจกรรมที่ 2 เรือใบของฉัน พร้อมก�ำหนดขนาด
ที่ชัดเจน และระบุวัสดุอุปกรณ์ที่จะใช้
	 14.	 นักเรียนน�ำเสนอแบบร่างและแนวคิดของใบเรือที่ออกแบบไว้
ขั้นวางแผนและด�ำเนินการแก้ปัญหา
	 15.	 ครูแจกกล่องใส่อุปกรณ์ชุดสร้างใบเรือ1 กล่อง ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส�ำรวจอุปกรณ์ในกล่องว่ามีอะไร
บ้าง จากนั้นครูแนะน�ำวัสดุทีละชิ้นแล้วให้นักเรียนช่วยกันบอกสมบัติของวัสดุ ครูเน้นให้นักเรียนเห็น
ถึงความส�ำคัญของการใช้วัสดุอย่างประหยัดเนื่องจากวัสดุในชุดอุปกรณ์ใบเรือมีจ�ำกัด นอกจากนี้หาก
ต้องการตัดวัสดุด้วยมีดต้องให้ครูเป็นผู้ด�ำเนินการให้และควรใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างระมัดระวังเพื่อ
ความปลอดภัย
	 16.	 ครูแนะน�ำการใช้นาฬิกาจับเวลา และวิธีอ่านตัวเลขบนหน้าปัดนาฬิกา เพื่อช่วยในการบันทึกระยะ
เวลาการแล่นเรือของนักเรียน
	 17.	 นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันระดมความคิดว่าจะใช้วัสดุใดในการสร้างใบเรือเพื่อน�ำไปทดสอบการแล่น
โดยติดตั้งกับตัวเรือใบที่ครูจัดเตรียมไว้ให้โดยสามารถแล่นได้เป็นระยะทางอย่างน้อย150เซนติเมตร
และได้ระยะทาง 150 เซนติเมตร เร็วที่สุด จากนั้นวางแผนการท�ำงานโดยแบ่งหน้าที่การท�ำงาน เช่น
การเตรียมวัสดุอุปกรณ์ การสร้างส่วนประกอบต่าง ๆ การประกอบส่วนประกอบ การติดตั้งใบเรือ
การเปิดพัดลม การวัดความยาวของระยะทางที่ทดสอบได้ การบันทึกระยะทางและเวลา
	 18.	 นักเรียนสร้างใบเรือตามที่ออกแบบไว้ โดยให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่ก�ำหนด ครูติดตามตรวจสอบการ
ท�ำงานของแต่ละกลุ่มอย่างใกล้ชิด
ขั้นทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน
	 19.	 นักเรียนน�ำใบเรือที่สร้างเสร็จแล้วไปติดกับตัวเรือที่ครูเตรียมไว้ให้ โดยมีการท�ำเครื่องหมายที่ระยะ
150 เซนติเมตร เพื่อช่วยในการจับเวลา ทดลองแล่นเรือโดยเปิดพัดลมที่ความเร็วสูงสุด เพื่อหาว่า
จะต้องปรับปรุงแก้ไข ปรับเปลี่ยนสิ่งใดบ้าง เพื่อให้เรือแล่นได้และแล่นได้ไกล 150 เซนติเมตร โดย
ใช้เวลาที่น้อยสุดตามที่ก�ำหนด แล้วบันทึกระยะทางและเวลาลงในใบกิจกรรมที่ 3 ระยะทางกับเวลา
โดยทดสอบอย่างน้อย 3 ครั้ง พร้อมบันทึกสิ่งที่ปรับปรุง
	 20.	 นักเรียนแก้ไขปรับปรุงใบเรือจนสามารถแล่นได้ตามเงื่อนไขที่ก�ำหนด และตรวจสอบผลงานอีกครั้ง
เพื่อเตรียมน�ำเสนอและใช้ในการแข่งขัน
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
33
ขั้นน�ำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน
	 21.	 นักเรียนออกมาน�ำเสนอแบบร่างและผลงานใบเรือที่สร้างทีละกลุ่มว่ามีแนวคิดในการออกแบบและ
สร้างอย่างไร และจากการทดลองแล่นเรือใบ ผลที่ได้เป็นอย่างไร และมีการปรับปรุงสิ่งใดบ้างเพื่อให้
ได้ตามข้อก�ำหนดของสถานการณ์ปัญหา ครูใช้แบบประเมินผลงานและการน�ำเสนอประเมินนักเรียน
	 22.	 ครูและนักเรียนร่วมกันเปรียบเทียบผลงานของแต่ละกลุ่มและร่วมกันอภิปรายเพื่อสรุปประเด็นต่าง ๆ
เช่น รูปร่าง ขนาด จ�ำนวน วัสดุที่ใช้การสร้างใบเรือชิ้นงาน และแนวทางการปรับปรุงชิ้นงาน
	 23.	 จากนั้นแข่งขันการแล่นเรือ โดยแล่นเรือทีละกลุ่มวัดระยะทางและเวลาที่แล่นได้และบันทึกลงในแบบ
บันทึกผลการแข่งขันเรือใบ หรือบันทึกบนกระดาน เมื่อบันทึกครบทุกกลุ่มแล้ว ให้ช่วยกันพิจารณา
ผลและเปรียบเทียบระยะทางและเวลา กลุ่มใดแล่นได้ไกลและเร็วที่สุดเป็นกลุ่มที่ชนะ
	 24.	 เมื่อเสร็จการแข่งขันแล้ว ครูน�ำผลงานของกลุ่มที่ชนะการแข่งขันมาให้นักเรียนพิจารณาและร่วมกัน
อภิปรายเพื่อหาข้อสรุปร่วมกันว่า ใบเรือลักษณะใด ใช้วัสดุอะไร และมีการสร้างอย่างไรจึงได้ใบเรือ
ที่ท�ำให้เรือสามารถแล่นได้ไกลและเร็วที่สุด
	 25.	 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุปเกี่ยวกับประโยชน์และความรู้ที่น�ำมาใช้และความรู้ที่ได้จาก
กิจกรรมเรือใบกับสายลม ในประเด็นต่อไปนี้  
	 	 -	 นักเรียนได้เรียนรู้อะไรจากการท�ำกิจกรรมนี้บ้างที่เกี่ยวกับ วิทยาศาสตร์ (S) เทคโนโลยี (T)  
วิศวกรรมศาสตร์ (E) และคณิตศาสตร์ (M)
	 	 -	 ใบเรือที่ท�ำให้เรือใบแล่นได้ไกลมีลักษณะอย่างไร
	 	 -	 ควรเลือกใช้วัสดุที่มีสมบัติอย่างไรในการสร้างใบเรือ
	 	 -	 ปัญหาในการสร้างใบเรือมีอะไรบ้างและมีแนวทางในการปรับปรุงอย่างไร
การวัดประเมินผล
	 1.	 ใบกิจกรรมที่ 1 ส่วนประกอบของเรือใบ
	 2.	 ใบกิจกรรมที่ 2 ใบเรือของฉัน
	 3.	 ใบกิจกรรมที่ 3 ระยะทางกับเวลา
	 4.	 แบบประเมินผลงานและการน�ำเสนอ
	 5.	 แบบบันทึกผลการแข่งขันแล่นเรือใบ
	 6.	 แบบบันทึกการประเมินความความรับผิดชอบต่อการปฎิบัติหน้าที่และงานที่ได้รับมอบหมาย
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
34
เกณฑ์การให้คะแนน ใบกิจกรรมที่ 1 ส่วนประกอบของเรือใบ
ประเด็นการ
ประเมิน
ระดับคะแนน
3 2 1 0
การระบุต�ำแหน่ง
และบอกชื่อส่วน
ประกอบของเรือใบ
ระบุต�ำแหน่ง
และบอกชื่อส่วน
ประกอบของเรือใบ
ได้ถูกต้องอย่างน้อย
6 ส่วน
ระบุต�ำแหน่ง
และบอกชื่อส่วน
ประกอบของเรือใบ
ได้ถูกต้องอย่างน้อย
4 ส่วน
ระบุต�ำแหน่ง
และบอกชื่อส่วน
ประกอบของเรือใบ
ได้ถูกต้องอย่างน้อย
1 ส่วน
ระบุต�ำแหน่ง
และบอกชื่อส่วน
ประกอบของเรือใบ
ไม่ถูกต้องหรือ
ไม่ตอบ
ระดับคุณภาพ	 คะแนน  0-1	 หมายถึง 	 ปรับปรุง
	 คะแนน  2 	 หมายถึง 	 พอใช้	
	 คะแนน  3 	 หมายถึง 	 ดีมาก
เกณฑ์การให้คะแนน ใบกิจกรรมที่ 2 ใบเรือของฉัน
ประเด็นการประเมิน
ระดับคะแนน
2 1 0
1.	การออกแบบโดย
	 การร่างภาพสองมิติ
มีการร่างภาพสองมิติมี
รายละเอียดและการสื่อ
ความหมายได้ชัดเจน
มีการร่างภาพสองมิติ
แต่มีรายละเอียดและ
สื่อความหมายไม่ชัดเจน
ไม่มีการร่างภาพ
2.	การระบุชื่อวัสดุ ระบุชื่อวัสดุได้ถูกต้อง
ทั้งหมด
ระบุชื่อวัสดุได้ถูกต้องเป็น
บางส่วน
ระบุชื่อวัสดุไม่ถูกต้อง
หรือไม่มีการระบุชื่อวัสดุ
3.	การระบุขนาด - ระบุขนาดได้ถูกต้องหรือ
ระบุขนาดได้ใกล้เคียง
ระบุขนาดไม่ถูกต้องหรือ
ไม่มีการระบุขนาด
ระดับคุณภาพ	 คะแนน  0-2	 หมายถึง 	 ปรับปรุง
	 คะแนน  3-4 	 หมายถึง 	 พอใช้	
	 คะแนน  5 	 หมายถึง 	 ดีมาก
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
35
เกณฑ์การให้คะแนน ใบกิจกรรมที่ 3 ระยะทางกับเวลา
ประเด็นการประเมิน
ระดับคะแนน
2 1 0
1.	การวัด และบอก
ระยะทางในการ
แล่นเรือโดยใช้หน่วย
มาตรฐาน
วัดและบอกระยะทางใน
การแล่นเรือโดยใช้หน่วย
มาตรฐานได้อย่างถูกต้อง
วัดและบอกระยะทางใน
การแล่นเรือโดยใช้หน่วย
มาตรฐานได้อย่างถูกต้อง
โดยครูคอยชี้แนะ
วัดและบอกระยะทางใน
แล่นเรือโดยใช้หน่วย
มาตรฐานได้ไม่ถูกต้อง
หรือไม่มีการวัด
2.	การบอกระยะเวลา
โดยใช้นาฬิกาจับเวลา
บอกระยะเวลาในการ
แล่นเรือโดยใช้นาฬิกาจับ
เวลาได้ถูกต้อง
บอกระยะเวลาในการ
แล่นเรือโดยใช้นาฬิกาจับ
เวลาโดยครูคอยชี้แนะ
บอกระยะเวลาในการ
แล่นเรือโดยใช้นาฬิกาจับ
เวลาได้ไม่ถูกต้องหรือไม่มี
การระบุ
3.	การระบุสิ่งที่ท�ำให้
ใบเรือท�ำให้เรือแล่นได้
ตามข้อก�ำหนด หรือ
การระบุสิ่งที่ปรับปรุง
- มีการระบุสิ่งที่ท�ำให้
ใบเรือท�ำให้เรือแล่นได้
ตามข้อก�ำหนดหรือการ
ระบุสิ่งที่ปรับปรุง
ไม่มีการระบุสิ่งที่ท�ำให้
ใบเรือท�ำให้เรือแล่นได้
ตามข้อก�ำหนดหรือการ
ระบุสิ่งที่ปรับปรุง
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
36
แบบประเมินผลงานและการน�ำเสนอ
ชื่อชิ้นงาน………………………………………………………………..
ที่ ชื่อกลุ่ม
เนื้อหาน�ำเสนอกระชับตรงประเด็น
วิธีการน�ำเสนอน่าสนใจ
ใช้เวลาในการน�ำเสนอได้เหมาะสม
อธิบายเหตุผลหรือหลักการในการสร้างชิ้นงาน
ผลงานมีความสมบูรณ์ตรงตามแบบร่าง
ผลงานมีความแปลกใหม่สร้างสรรค์
รวมคะแนน
2 2 2 2 2 2 12
	 ลงชื่อ ...................................................
	 วันที่.................................................
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
37
เกณฑ์การให้คะแนน
ประเด็นการประเมิน
ระดับคะแนน
2 1 0
1.	เนื้อหาน�ำเสนอ
กระชับ ตรงประเด็น
น�ำเสนอเนื้อหาได้ตรง
ตามประเด็นน�ำเสนอที่
ก�ำหนด
น�ำเสนอเนื้อหาตรง
ประเด็นที่ก�ำหนดได้
ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50
น�ำเสนอเนื้อหาไม่ตรง
กับประเด็นน�ำเสนอที่
ก�ำหนด
2.	วิธีการน�ำเสนอ
น่าสนใจ	
น�ำเสนอด้วยภาษาที่
ถูกต้องและจูงใจผู้ฟัง
น�ำเสนอด้วยภาษาที่
ไม่ถูกต้อง หรือจูงใจ
ผู้ฟังได้น้อย
น�ำเสนอด้วยภาษาที่
ไม่ถูกต้องและไม่จูงใจ
ผู้ฟัง
3.	ใช้เวลาในการน�ำเสนอ
ได้เหมาะสม
ใช้เวลาน�ำเสนอไม่เกิน
เวลาที่ก�ำหนด
ใช้เวลาน�ำเสนอเกินเวลาที่
ก�ำหนดน้อยกว่า 1 นาที
ใช้เวลาน�ำเสนอเกินเวลา
ที่ก�ำหนดตั้งแต่ 1 นาที
ขึ้นไป
4.	อธิบายเหตุผลหรือ
หลักการในการสร้าง
ชิ้นงาน
อธิบายเหตุผลหรือหลัก
การในการสร้างชิ้นงานได้
อธิบายเหตุผลหรือหลัก
การในการสร้างชิ้นงาน
ได้บ้าง
อธิบายเหตุผลหรือหลัก
การในการสร้างชิ้นงาน
ไม่ได้
5.	ผลงานตรงตาม
แบบร่าง
ผลงานเสร็จสมบูรณ์
ถูกต้องตามที่แบบร่าง
ผลงานมีความถูกต้องตาม
ที่แบบร่างบางส่วน
ผลงานไม่ตรงกับแบบร่าง
6.	ผลงานมีความ
แปลกใหม่ สร้างสรรค์
ผลงานมีความคิดใหม่
หรือต่อยอดจากสิ่งเดิม
โดยไม่คล้ายกับกลุ่มอื่น ๆ
ผลงานมีความคิดใหม่
หรือต่อยอดจากสิ่งเดิม
โดยคล้ายกับกลุ่มอื่น ๆ
บางส่วน
ผลงานไม่มีความ
แปลกใหม่
ระดับคุณภาพ	 คะแนน  0-5	 หมายถึง 	 ปรับปรุง
	 คะแนน  6-9	 หมายถึง 	 พอใช้	
	 คะแนน  10-12 	 หมายถึง 	 ดีมาก
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
38
แบบบันทึกผลการแข่งขันแล่นเรือใบ
แล่นได้เร็ว
ล�ำดับที่
ชื่อกลุ่ม เวลา คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑ์การให้คะแนน
	 1.	 แล่นได้ระยะทาง 150 เซนติเมตร
	 	 ก.	 ใช้เวลาน้อยล�ำดับที่ 1 ได้ 50 คะแนน
	 	 ข.	 ใช้เวลาน้อยล�ำดับที่ 2 ได้ 45 คะแนน
	 	 ค.	 ใช้เวลาน้อยล�ำดับที่ 3 ได้ 40 คะแนน
	 	 ง.	 ใช้เวลาน้อยล�ำดับที่ 4 ได้ 35 คะแนน
	 	 จ.	 ใช้เวลาน้อยล�ำดับที่ 5 เป็นต้นไป ได้ 30 คะแนน
	 2.	 แล่นได้ระยะทางระหว่าง 101 – 149 เซนติเมตร   20 คะแนน
	 3.	 แล่นได้ระยะทางระหว่าง  51 – 100 เซนติเมตร    10 คะแนน
	 4.	 แล่นได้ระยะทางระหว่างน้อยกว่าหรือเท่ากับ  50 เซนติเมตร    5 คะแนน
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
39
แบบบันทึกการประเมินความความรับผิดชอบต่อการปฎิบัติหน้าที่และงานที่ได้รับมอบหมาย
ที่ ชื่อกลุ่ม
การปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
การปฏิบัติตามข้อตกลงและระเบียบกฏเกณฑ์
การท�ำงานตามก�ำหนดเวลา
การปฏิบัติงานได้เป็นระเบียบตามขั้นตอนการวางแผนในการท�ำงาน
รวมคะแนน
3 3 3 3 12
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
40
เกณฑ์การให้คะแนน
ประเด็นประเมิน
ระดับคะแนน
3 2 1
1.	การปฏิบัติหน้าที่
ที่ได้รับมอบหมาย
สามารถปฏิบัติหน้าที่
ที่ได้รับมอบหมาย
ได้ส�ำเร็จลุล่วงทุกครั้ง
สามารถปฏิบัติหน้าที่
ที่ได้รับมอบหมายได้เป็น
ส่วนใหญ่
สามารถปฏิบัติหน้าที่
ที่ได้รับมอบหมายได้
ส�ำเร็จลุล่วงเป็นบางครั้ง
2.	การปฏิบัติตาม
ข้อตกลงและระเบียบ
กฏเกณฑ์
ปฏิบัติตามระเบียบ
กฎเกณฑ์ที่ก�ำหนดไว้
ทุกครั้ง
ปฏิบัติตามระเบียบ
กฎเกณฑ์ที่ก�ำหนดไว้
ปฏิบัติตามระเบียบ
กฎเกณฑ์ที่ก�ำหนดไว้เป็น
บางครั้ง
3.	การท�ำงานตาม
ก�ำหนดเวลา
ท�ำงานที่ได้รับมอบหมาย
เสร็จทันตามเวลาที่
ก�ำหนดทุกครั้ง
ท�ำงานที่ได้รับมอบหมาย
เสร็จทันตามเวลาที่
ก�ำหนดเป็นส่วนใหญ่
ท�ำงานที่ได้รับมอบหมาย
เสร็จทันตามเวลาที่
ก�ำหนดเป็นบางครั้ง
4.	การปฏิบัติงานได้เป็น
ระเบียบตามขั้นตอน
การวางแผนในการ
ท�ำงาน
สามารถวางแผนการ
ท�ำงานได้ตามขั้นตอน
และเหมาะสมกับกิจกรรม
ที่ก�ำหนดไว้
สามารถวางแผนการ
ท�ำงานได้เหมาะสมกับ
กิจกรรมที่ก�ำหนดไว้
สามารถวางแผนการ
ท�ำงานได้ แต่ไม่เหมาะสม
กับกิจกรรมที่ก�ำหนดไว้
ระดับคุณภาพ	 คะแนน  0-4	   หมายถึง 	 ปรับปรุง
	 คะแนน  5-8 	   หมายถึง 	 พอใช้	
	 คะแนน  9-12 	   หมายถึง 	 ดีมาก
สื่อและแหล่งเรียนรู้
	 1.	 วิดีโอคลิปเรื่อง การพับกระดาษเป็นเรือใบ
	 2.	 วิดีโอคลิปเรื่อง รู้จักเรือใบ
	 3.	 หนังสือชุดส�ำหรับเยาวชน : หนังสือสื่อประสมเฉลิมพระเกียรติ เล่มที่ 6 เรือใบใจกล้า
	 4.	 ใบความรู้ เรื่อง การเกิดลม
	 5.	 ใบความรู้และคลิปวิดีโอเรื่อง การสร้างตัวเรือจ�ำลองอย่างง่าย
	 6.	 การแล่นเรือใบเบื้องต้น กองทัพเรือ www.navy.mi.th/sailing/doc/basic/
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
41
ข้อเสนอแนะในการจัดกิจกรรม
	 1.	 หากครูไม่สามารถจัดเตรียมคอมพิวเตอร์ เครื่องฉายและล�ำโพง ให้ครูเป็นผู้สาธิตการพับกระดาษ
เป็นเรือใบและจัดเตรียมภาพเรือใบและข้อมูลเพื่อใช้ในการอธิบายเกี่ยวกับเรือใบแล่นได้อย่างไรให้
กับนักเรียน
	 2.	 ขั้นตอนการสร้างตัวเรือ สามารถศึกษาวิธีการเพิ่มเติมได้จากใบความรู้และวิดีโอคลิป
	 3.	 ขั้นตอนการพับกระดาษเป็นเรือใบ สามารถศึกษาวิธีการเพิ่มเติมได้จากวิดีโอคลิป
	 4.	 ความรู้พื้นฐานที่ต้องใช้ในการท�ำกิจกรรม
	 	 1)	 วัสดุและสมบัติของวัสดุ
	 	 2)	 การเกิดลม
	 	 3)	 แรงและการเคลื่อนที่
	 	 4)	 การวัดและการเปรียบเทียบความยาว
	 	 5)	 การค้นหาและรวบรวมข้อมูล
	 	 6)	 การวาดภาพร่างสองมิติ
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
42
แนวค�ำตอบ ใบกิจกรรมที่ 1
ส่วนประกอบของเรือใบ
	 ให้นักเรียนเขียนลูกศรชี้ระบุต�ำแหน่งส่วนประกอบต่าง ๆ ของเรือใบ ตามชื่อต่อไปนี้ พร้อมทั้งเขียนชื่อ
ก�ำกับให้ถูกต้อง
	 ตัวเรือ	 พังงา	 หางเสือ	 คัดแคง	 ใบเรือ	 เสากระโดง	 เพลา
ใบเรือ
เสากระโดง
ตัวเรือ
เพลา
พังงา
หางเสือ
คัดแคง
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
43
ใบความรู้
เรื่อง การเกิดลม
	 อากาศมีการเคลื่อนที่ทั้งแนวราบและแนวดิ่งอากาศเคลื่อนที่ในแนวราบเรียกว่า ลม (Wind)  เกิดจากการ
แทนที่ของอากาศ เนื่องจากอากาศในบริเวณที่ร้อนจะลอยตัวสูงขึ้น ในขณะที่อากาศบริเวณใกล้เคียงที่อุณหภูมิ
ต�่ำกว่าจะเคลื่อนที่เข้ามาแทนที่  มวลอากาศที่เคลื่อนที่เราเรียกว่า “ลม” ในบริเวณที่อุณหภูมิต่างกันมาก ท�ำให้
ลมพัดด้วยความเร็วสูง เรียกว่า พายุ (Storm) ท�ำให้เกิดอันตรายและความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน
	 ลมเป็นแหล่งพลังงานธรรมชาติที่หมุนเวียนได้ ใช้แล้วไม่หมดไป  มนุษย์รู้จักน�ำพลังงานลมมาใช้ประโยชน์
ตั้งแต่อดีต เช่น สมัยก่อน การติดต่อค้าขายระหว่างประเทศต่าง ๆ ต้องใช้เรือส�ำเภาแล่นข้ามมหาสมุทร เมื่อลม
ปะทะใบเรือ ลมก็จะดันใบเรือซึ่งอยู่ติดดับเสากระโดงและถ่ายพลังงานผ่านเสากระโดงไปยังตัวเรือ ส่งผลให้เรือ
เคลื่อนที่ได้
	 ปัจจุบันเรายังคงใช้ประโยชน์จากลมในการน�ำเรือออกจากฝั่ง หรือ กลับเข้าฝั่ง บางครั้งเราก็น�ำลมมาใช้ใน
การท�ำให้ใบพัดหมุนเพื่อน�ำไปใช้ประโยชน์ เช่น กังหันลม ระหัดวิดน�้ำที่ดึงน�้ำทะเลเข้านาเกลือ กิจกรรมบางอย่าง
ก็ใช้ลมเพื่อความสนุกสนาน เพลิดเพลินหรือเพื่อการกีฬา เช่น การเล่นว่าวหรือกีฬาเรือใบ
	
ที่มา:	 หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ฉบับทดลองใช้  สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี หน้า 60-61
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
44
ใบความรู้
เรื่อง การสร้างตัวเรือจ�ำลองอย่างง่าย
อุปกรณ์
	 1.	 ฟองน�้ำเมลามีนขนาดกว้าง 6 เซนติเมตร ยาว 20 เซนติเมตร หนา 3 เซนติเมตร
	 	 จ�ำนวน 2 ชิ้น  (อาจใช้ขนาดโดยประมาณที่หาซื้อได้)
	 2.	 เอ็นใส เบอร์ 50   1 ม้วน  
	 3.	 หลอดดูด 2 อัน
	 4.	 เทปกาวย่นขนาด 2 นิ้ว 1 ม้วน
	 5.	 ไม้ไอศกรีม (ส�ำหรับใช้ระบุขนาดช่องส�ำหรับปักเสากระโดง)
ขั้นตอนการสร้าง
	 1.	 น�ำฟองน�้ำวางติดกัน โดยให้ด้านที่ติดกันคือด้านยาว  
	 2.	 ก�ำหนดจุดกึ่งกลางของด้านยาวที่วางติดกัน ปักไม้ไอศกรีมในแนวตั้งเพื่อระบุระยะห่างจากจุดกึ่งกลาง
ถึงขอบไม้ไอศกรีมให้มีความยาวเท่ากับความกว้างของไม้ไอศกรีมหรือมากกว่าเล็กน้อย ก�ำหนดจุด
อีก 2 จุด  จะได้ระยะที่ใช้เป็นช่องส�ำหรับปักเสากระโดงใบเรือที่นักเรียนสร้าง
	 3.	 เชื่อมฟองน�้ำติดกันด้วยเทปกาวย่นในแนวตามด้านกว้าง โดยเว้นระยะช่องส�ำหรับปักเสากระโดงใบ
เรือไว้
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
45
4.	 ติดหลอดดูดด้วยเทปกาวย่นที่ขอบซ้ายและขวาของด้านกว้างของฟองน�้ำ โดยให้ห่างจากขอบฟองน�้ำ
เท่ากัน ขนานกัน และตั้งฉากกับด้านยาวของฟองน�้ำ แล้วน�ำเส้นเอ็นที่มีความยาวประมาณ 2 เมตร
2 เส้น ร้อยเอ็นแต่ละเส้นเข้าไปในหลอดดูดแต่ละข้าง  
	 5.	 จะได้ตัวเรือส�ำหรับใช้ทดสอบใบเรือของนักเรียน ดังนี้
	 6.	 น�ำตัวเรือไปทดสอบการแล่น โดยขึงเอ็นกับวัตถุที่มั่นคง เช่น เสา ขาหรือพนักเก้าอี้  ให้ตึงและขนาน
กัน โดยให้ระยะห่างจากจุดเริ่มต้นถึงจุดปลายของเอ็นประมาณ 2 เมตร ตั้งพัดลมที่ด้านหลังจุดเริ่ม
ต้น จากนั้นทดลองเปิดพัดลมที่ระดับความเร็วต่าง ๆ เพื่อตรวจสอบว่า ตัวเรือสามารถแล่นได้โดยไม่มี
ใบเรือหรือไม่ จากนั้นติดตั้งใบเรือของครูแล้วทดลองเปิดพัดลมที่ระดับความเร็วต่าง ๆ โดยตั้งพัดลม
ให้ลมปะทะกับใบเรือมากกว่าตัวเรือ เพื่อตรวจสอบว่า ตัวเรือที่ติดตั้งใบเรือแล้วสามารถแล่นได้ดีแตก
ต่างจากที่ไม่มีใบเรือหรือไม่ ถ้าแล่นได้แตกต่างกัน ตัวเรือนั้นสามารถน�ำไปใช้ในการจัดกิจกรรมได้
ถ้าแล่นได้ไม่แตกต่างกัน ให้ใช้เทปกาวย่นที่มีความยาวเท่ากันพันที่ตัวเรือเพิ่มโดยให้มีระยะห่างจาก
จุดศูนย์กลางทั้งทางซ้ายและขวาเท่ากัน แล้วทดสอบอีกครั้ง
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
46
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4	 เวลา 5 ชั่วโมง
สาระส�ำคัญ
	 การสร้างโมบายเป็นการน�ำความรู้ในเรื่องความสมดุล ความแข็งของวัสดุ การเลือกใช้วัสดุ  รวมทั้งการ
เปรียบเทียบน�้ำหนัก และการวัดความยาว  มาแก้ปัญหาผ่านสถานการณ์ประดิษฐ์โมบาย โดยใช้กระบวนการ
ออกแบบเชิงวิศวกรรม
ตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี*
1.	ทดลองและเปรียบเทียบ   
ความแข็ง สภาพยืดหยุ่น     
การน�ำความร้อน และการน�ำ
ไฟฟ้าของวัสดุ  ยกตัวอย่าง  
การน�ำวัสดุไปใช้ประโยชน์  
ตามสมบัติของวัสดุ
- 1.	สร้างของเล่นอย่างมีความคิด
สร้างสรรค์ตามกระบวนการ
เทคโนโลยี โดยถ่ายทอดความ
คิดเป็นภาพร่าง 2 มิติ
ที่ก�ำหนดขนาดชัดเจน
2.	เลือกใช้วัสดุโดยค�ำนึงถึงสมบัติ
ของวัสดุ และใช้เครื่องมือให้
เหมาะสมกับการสร้างชิ้นงาน
โดยค�ำนึงถึงความปลอดภัย
3.	ค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต
หมายเหตุ: *ตัวชี้วัด เทคโนโลยี (T) ในที่นี้จะรวมตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี และสาระเทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสื่อสาร ในขณะที่วิศวกรรมศาสตร์ (E) ไม่ได้ปรากฏในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่กระบวนการออกแบบเชิง
วิศวกรรม สามารถเทียบเคียงได้จากกระบวนการเทคโนโลยีในตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี
โมบาย
แสนสวย
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
47
สาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี
-	 ความแข็งของวัสดุเป็นสมบัติ
หนึ่งของวัสดุ วัสดุต่างชนิดกัน
จะมีความแข็งต่างกัน วัสดุที่มี
ความแข็งมากกว่าจะท�ำให้เกิด
รอยบนวัสดุที่มีความแข็ง
น้อยกว่า
-	 การวัดและการเปรียบเทียบ
ความยาว
-	 การเปรียบเทียบน�้ำหนัก
-	 การค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต
ควรใช้ค�ำค้นที่สอดคล้องกับ
ข้อมูลที่ต้องการและเลือกแหล่ง
ข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้
-	 วัสดุได้มาจากธรรมชาติและการ
สังเคราะห์ขึ้น วัสดุแต่ละชนิดมี
สมบัติต่างกันจึงต้องเลือกใช้ให้
เหมาะสมกับการสร้างชิ้นงาน
กรอบแนวคิด
E: วิศวกรรมศาสตร์
-	 กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม
(การออกแบบและสร้างโมบายให้สวยงามและ
มีขนาดเหมาะสมกับหน้าต่างห้องเรียน)
M: คณิตศาสตร์
-	 การวัดและการเปรียบเทียบความยาว
-	 การเปรียบเทียบน�้ำหนัก
S: วิทยาศาสตร์*
-	 ความสมดุล
-	 ความแข็งของวัสดุ
T: เทคโนโลยี
-	 การค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต
-	 การเลือกใช้วัสดุ
โมบายแสนสวย
*เป็นวิชาหลักในการน�ำกิจกรรมนี้
จุดประสงค์ของกิจกรรม
	 1.	 ใช้ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ประมาณน�้ำหนักและระยะห่างในการท�ำให้โมบายสมดุล
	 2.	 ทดสอบความแข็งของวัสดุและเลือกวัสดุที่เหมาะสมส�ำหรับท�ำโมบาย
	 3.	 ออกแบบและสร้างโมบายให้สวยงามและมีขนาดเหมาะสมกับหน้าต่างห้องเรียน
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
48
วัสดุอุปกรณ์
ที่ รายการ จ�ำนวน
ต่อกลุ่ม
1 ตัวอย่างโมบายหรือภาพโมบายหลาย ๆ แบบ ส่วนกลาง
2 โมบายอย่างง่าย ดังรูป ส่วนกลาง
3 กระดาษแข็งที่ตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีขนาด 7.5 เซนติเมตร x 7.5 เซนติเมตร
และ 4 เซนติเมตร x 4 เซนติเมตร
อย่างละ
4 แผ่น
4 วัสดุส�ำหรับใช้ในการทดสอบความแข็งเพื่อเลือกท�ำโมบาย เช่น กระดาษ  แผ่นไม้
แผ่นพลาสติก พลาสติกลูกฟูก แก้ว ขวดพลาสติก โฟม หรือวัสดุอื่น ๆ ที่หาได้ง่าย
ในท้องถิ่น
วัสดุส่วนกลาง
5 วัสดุส�ำหรับท�ำเป็นคานของโมบาย  เช่น  หลอดกาแฟแบบแข็ง  ไม้ตะเกียบ  ไม้ไผ่  
เชือกขาวเกลียว
วัสดุส่วนกลาง
6 กรรไกร 1 เล่ม
7 เทปใส 1 ม้วน
แนวการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นระบุปัญหา
	 1.	 ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับโมบายและร่วมกันอภิปรายถึงประสบการณ์ของนักเรียน  เช่น  เคยเห็น
โมบายแบบใดบ้าง พบที่ใด โมบายที่พบมีลักษณะเป็นอย่างไร ท�ำจากวัสดุชนิดใด จากนั้นครูติดภาพ
โมบายที่มีรูปร่างหรือลักษณะต่าง ๆ  และท�ำด้วยวัสดุที่แตกต่างกันบนกระดาน  หรือน�ำโมบายของ
จริงมาให้นักเรียนสังเกต  เช่น
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
49
2.	 ครูใช้ค�ำถามกระตุ้นว่า ถ้านักเรียนจะท�ำโมบายส�ำหรับประดับหน้าต่างห้องเรียน  โดยให้โมบายมี
ขนาดเหมาะสมกับหน้าต่าง จะสามารถท�ำได้อย่างไร
ขั้นรวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา
	 3.	 ให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับลักษณะส�ำคัญของโมบาย โดยครูอาจใช้ค�ำถามน�ำดังนี้
	 	 -	 โมบายทุกอันมีสิ่งใดที่เหมือนกัน   
	 	 -	 โมบายเอียงข้างใดข้างหนึ่งหรือไม่   
	 	 จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันสรุปว่าโมบายมีลักษณะส�ำคัญคือไม่เอียงไปข้างใดข้างหนึ่งหรือเรียกว่า
มีความสมดุล
	 4.	 แบ่งกลุ่มนักเรียนจากนั้นแจกกระดาษแข็งรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่ท�ำจากกระดาษชนิดเดียวกันแต่มีขนาด
แตกต่างกันคือ ขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ขนาดละ 1 แผ่นให้ทุกกลุ่ม ให้นักเรียนบอกว่ากระดาษแข็ง
ที่ได้รับเป็นรูปอะไร ทราบได้อย่างไร มีขนาดเป็นอย่างไร ท�ำจากวัสดุชนิดเดียวกันหรือไม่ แล้วให้
นักเรียนเปรียบเทียบน�้ำหนัก ซึ่งควรจะตอบได้ว่ากระดาษแข็งเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสเนื่องจากด้าน
ทุกด้านมีความยาวเท่ากัน ท�ำจากวัสดุชนิดเดียวกัน อันที่มีขนาดใหญ่จะหนักกว่าอันที่มีขนาดเล็ก
	 5.	 ครูแสดงตัวอย่างโมบายอย่างง่าย แล้วแจกใบกิจกรรมที่ 1 เรื่อง การเปรียบเทียบความยาวเชือก
หลอดกาแฟ เชือกขาวเกลียว และกระดาษแข็งรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดใหญ่อีก 1 แผ่นให้ทุกกลุ่ม ให้
แต่ละกลุ่มช่วยกันท�ำโมบายอย่างง่าย โดยน�ำเชือกขาวเกลียวมาผูกที่ตรงกลางหลอดกาแฟให้แน่น
ถ้าแขวนเชือกแล้วหลอดกาแฟไม่สมดุล ให้ขยับต�ำแหน่งของเชือกที่ผูกไว้จนกระทั่งหลอดกาแฟอยู่
ในระดับสมดุล จากนั้นสอดเชือกขาวเกลียวอีก 1 เส้นเข้าไปในหลอดกาแฟ  โดยเชือกเส้นนี้จะต้องมี
ความยาวมากกว่าความยาวของหลอดกาแฟ  ให้นักเรียนน�ำกระดาษแข็งรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดใหญ่
2 แผ่น ไปผูกหรือติดไว้ที่ปลายเชือกแต่ละข้าง แล้วให้ลองปรับเลื่อนเชือกจนโมบายสมดุล  ดังภาพ
	 	 ให้นักเรียนสังเกตว่า  ความยาวของเชือกจากปลายหลอดถึงกระดาษแข็งรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสในแต่ละ
ข้างยาวเท่ากันหรือไม่ พร้อมกับบันทึกผลในใบกิจกรรมที่ 1  ซึ่งถ้ากระดาษแข็งรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสมี
ขนาดเท่ากัน  ความยาวของเชือกทั้งสองข้างควรจะยาวเท่ากัน
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
50
หมายเหตุ	 1.	 หากไม่สามารถหาหลอดกาแฟแบบแข็งได้สามารถใช้ไม้ตะเกียบลวด หรือไม้ไผ่
ท�ำเป็นคานของโมบายได้ และใช้วิธีผูกเชือกที่ปลายแต่ละข้างของคานแทนการ
สอดเชือกเข้าไปในหลอดกาแฟ
	 	 	 	 2.	 ในการปรับโมบายให้สมดุล จะไม่ปรับต�ำแหน่งของเชือกที่ผูกไว้ตรงกลางหลอด
ให้ปรับเลื่อนเฉพาะเชือกที่สอดผ่านหลอด
	 6.	 ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มลองเปลี่ยนกระดาษแข็งรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่อยู่ข้างใดข้างหนึ่งของเชือกจากขนาด
ใหญ่เป็นขนาดเล็ก  แล้วสังเกตผลที่ได้ว่าโมบายสมดุลหรือไม่ และควรท�ำอย่างไรโมบายจึงจะสมดุล
จากนั้นให้นักเรียนปรับโมบายจนสมดุล พร้อมกับสังเกตความยาวของเชือกแต่ละข้างและบันทึกผล
ในใบกิจกรรมที่ 1
	 7.	 ครูแจกกระดาษแข็งรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดเล็กให้นักเรียนอีกกลุ่มละ 2 แผ่น  ให้นักเรียนเปลี่ยน
กระดาษแข็งรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่โมบาย โดยให้ปลายเชือกข้างหนึ่งมีกระดาษแข็งขนาดเล็ก 1 แผ่น
และอีกข้างหนึ่งมีกระดาษแข็งขนาดเล็ก 2 แผ่น  แล้วปรับโมบายให้สมดุล พร้อมกับสังเกตความยาว
ของเชือกแต่ละข้างและบันทึกผลในใบกิจกรรมที่ 1    
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
51
8.	 ครูแจกกระดาษแข็งรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดเล็กให้นักเรียนอีกกลุ่มละ 1 แผ่น ให้นักเรียนน�ำไปติดเพิ่ม
ที่โมบายให้มีกระดาษแข็งขนาดเล็กข้างละ 2 แผ่น  จากนั้นปรับโมบายให้สมดุล สังเกตความยาวเชือก
ทั้งสองข้าง และบันทึกผลในใบกิจกรรมที่ 1   
หมายเหตุ	 ในกรณีที่น�้ำหนักทั้งสองข้างของโมบายไม่เท่ากันและปรับเลื่อนเชือกแล้ว แต่โมบายยังไม่สมดุล อาจ
เป็นเพราะเชือกมีความยาวไม่เพียงพอที่จะถ่วงน�้ำหนักทั้งสองข้างของโมบายให้สมดุลได้  ดังนั้นเชือก
ที่ใช้สอดเข้าไปในหลอดต้องมีความยาวมากพอสมควร
	 9.	 ครูน�ำอภิปรายเกี่ยวกับน�้ำหนัก ความยาวของเชือก และการท�ำโมบายให้สมดุลจากใบกิจกรรมที่ 1  
ในประเด็นต่อไปนี้   
	 	 -	 ถ้ากระดาษแข็งรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสทั้งสองข้างมีขนาดหรือมีน�้ำหนักเท่ากันความยาวของเชือกจะ
เป็นอย่างไร  
	 	 -	 ถ้ากระดาษแข็งรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสทั้งสองข้างมีขนาดหรือน�้ำหนักไม่เท่ากันจะท�ำอย่างไรให้โมบาย
สมดุล
	 	 -	 ข้างที่กระดาษแข็งรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีน�้ำหนักมากกว่าจะมีความยาวเชือกสั้นกว่าหรือยาวกว่า
ข้างที่มีน�้ำหนักน้อยกว่า
	 	 จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับการท�ำโมบายให้สมดุล ดังนี้
	 	 -	 ถ้าสิ่งที่น�ำมาผูกไว้ที่ปลายเชือกทั้งสองข้างมีน�้ำหนักเท่ากัน เชือก 2 ข้างจะมีความยาวเท่ากัน  
	 	 -	 ถ้าสิ่งที่น�ำมาผูกไว้ที่ปลายเชือกทั้งสองข้างมีน�้ำหนักไม่เท่ากัน เชือก 2 ข้างจะมีความยาว  
ไม่เท่ากัน โดยข้างที่มีน�้ำหนักมากจะมีความยาวเชือกสั้นกว่าข้างที่มีน�้ำหนักน้อย
	 10.	 ให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับวัสดุที่ใช้ท�ำโมบายจากประสบการณ์ว่า โมบายท�ำจากวัสดุใดบ้าง
ซึ่งอาจได้ค�ำตอบหลากหลาย เช่น เปลือกหอย  กระจก  ไม้  พลาสติก  ผ้า  กระดาษ  จากนั้นครูตั้ง
ค�ำถามว่า การเลือกวัสดุมาท�ำโมบายต้องค�ำนึงถึงสิ่งใดบ้าง โดยร่วมกันอภิปรายเพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า
ต้องค�ำนึงถึงข้อจ�ำกัดของอุปกรณ์ที่นักเรียนใช้ในการตัด เช่น กรรไกร กับวัสดุที่จะเลือกใช้ในการท�ำ
โมบาย   
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
52
11.	 ครูตั้งค�ำถามว่าอุปกรณ์ที่ใช้ในการตัด เช่น กรรไกร สามารถตัดวัสดุใดได้บ้าง  และมีวิธีการพิจารณา
อย่างไร  จากนั้นครูให้นักเรียนพิจารณาว่า กรรไกรท�ำมาจากวัสดุใด ซึ่งควรได้ค�ำตอบว่า ท�ำมาจาก
โลหะ เช่น เหล็ก จากนั้นครูแจกวัสดุ เช่น  แผ่นไม้  แผ่นพลาสติก  แผ่นพลาสติกลูกฟูก  โฟม  แก้ว  
กระดาษให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม แล้วให้นักเรียนใช้กรรไกรที่ครูเตรียมไว้ให้ตัดหรือขีดไปที่วัสดุแต่ละ
ชนิด และบันทึกผลในใบกิจกรรมที่ 2 เรื่อง การทดสอบความแข็งของวัสดุ
	 12.	 ร่วมกันอภิปรายผลการทดลอง เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า เมื่อใช้กรรไกรตัดหรือขีดลงไปบนวัสดุจะท�ำให้
วัสดุเกิดเป็นรอยได้แตกต่างกัน  โดยวัสดุที่ตัดหรือขีดแล้วไม่เป็นรอย แสดงว่าวัสดุนั้นมีความแข็ง
มากกว่ากรรไกร  ส่วนวัสดุที่ตัดแล้วขาดหรือขีดแล้วเป็นรอย แสดงว่า มีความแข็งน้อยกว่ากรรไกร
โดยที่วัสดุแต่ละชนิดจะขาดหรือเกิดรอยได้ไม่เท่ากัน บางชนิดออกแรงเพียงเล็กน้อยก็ตัดให้ขาดได้
บางชนิดต้องออกแรงขีดมากจึงจะขาดหรือเกิดรอย ซึ่งอาจท�ำให้กรรไกรเสียหายได้ ดังนั้นการเลือก
วัสดุใดมาท�ำโมบายจึงควรค�ำนึงถึงความแข็งของวัสดุกับเครื่องมือที่ใช้ในการตัด เพื่อให้สามารถใช้
เครื่องมือได้อย่างเหมาะสมและไม่เกิดความเสียหายได้
	 13.	 ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มวางแผนและออกแบบโมบายจากวัสดุต่าง ๆ พร้อมอธิบายเหตุผลในการเลือก
ใช้วัสดุนั้น  ทั้งนี้อาจให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการท�ำโมบายในรูปแบบที่ต้องการ
เช่น ถ้านักเรียนต้องการท�ำโมบายปลาตะเพียน หรือโมบายรูปเรขาคณิต 3 มิติ อาจให้สืบค้นข้อมูล
เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการสานปลาตะเพียน หรือการท�ำรูปเรขาคณิต 3 มิติ
ขั้นออกแบบวิธีการแก้ปัญหา
	 14.	 ครูให้ตัวแทนนักเรียนออกมาวัดขนาดของหน้าต่างห้องเรียนว่ากว้างและยาวเท่าใด  จากนั้นให้
นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันออกแบบโมบายเพื่อใช้ประดับหน้าต่าง  โดยโมบายต้องมีขนาดเหมาะสม
กับหน้าต่างห้องเรียนของตนเอง ไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป
หมายเหตุ  ครูจะเป็นผู้เตรียมคานของโมบายให้ (ดังภาพ)  โดยอาจท�ำจากเชือกและไม้ตะเกียบหรือไม้ไผ่  ให้
นักเรียนออกแบบเฉพาะส่วนที่จะน�ำมาตกแต่งหรือแขวนต่อจากคาน
	 15.	 นักเรียนแต่ละกลุ่มวาดแบบของโมบายลงในใบกิจกรรมที่ 3 เรื่อง การออกแบบโมบาย พร้อมทั้งระบุ
วัสดุและขนาดของโมบาย
	 16.	 ครูตรวจสอบแบบของโมบาย  โดยพิจารณาถึงความเป็นไปได้ว่านักเรียนจะสามารถท�ำตามแบบได้
หรือไม่ ถ้ากลุ่มใดออกแบบโมบายได้ไม่เหมาะสม ให้นักเรียนน�ำกลับไปแก้ไขใหม่แล้วส่งให้ครูตรวจ
อีกครั้ง
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
53
ขั้นวางแผนและด�ำเนินการแก้ปัญหา
	 17.	 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มแสดงวัสดุที่จะน�ำมาท�ำโมบายบนโต๊ะ  ครูเดินตรวจความครบถ้วนและความ
เหมาะสมของอุปกรณ์   
	 18.	 ครูแจกคานของโมบายให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม  แล้วร่วมกันท�ำโมบายตามที่นักเรียนได้ออกแบบไว้ใน
ใบกิจกรรมที่ 3  โดยครูเดินดูกระบวนการท�ำงานของนักเรียน และซักถามแนวทางการท�ำโมบายของ
นักเรียนในแต่ละกลุ่ม  
ขั้นทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน
	 19.	 เมื่อแต่ละกลุ่มท�ำโมบายเสร็จแล้วให้ลองน�ำไปแขวนที่หน้าต่างห้อง จากนั้นน�ำมาปรับปรุงแก้ไขเพื่อ
ให้ผลงานมีความสมบูรณ์
ขั้นน�ำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน
	 20.	 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มตั้งชื่อโมบาย แล้วออกมาน�ำเสนอผลงาน พร้อมอธิบายในประเด็นต่อไปนี้
	 	 -	 วัสดุที่ใช้ท�ำโมบาย และขนาดของโมบายสอดคล้องกับแบบที่บันทึกไว้ในใบกิจกรรมที่3 หรือไม่
อย่างไร
	 	 -	 อะไรคือจุดเด่นของชิ้นงานของกลุ่มตนเอง
	 	 -	 นักเรียนได้ใช้ความรู้เรื่องใดบ้างในการออกแบบโมบาย
	 	 -	 ในการสร้างโมบายนักเรียนมีข้อจ�ำกัด ปัญหาหรืออุปสรรคอะไรบ้าง และมีวิธีแก้ปัญหาอย่างไร
	 	 -	 นักเรียนได้แนวความคิดใหม่ ๆ  ในการท�ำงานหรือการพัฒนาชิ้นงานอื่น ๆ อย่างไรบ้าง
	 21.	 ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับความรู้ที่ได้จากการท�ำโมบาย ในประเด็นต่อไปนี้
	 	 -	 การท�ำโมบายให้สมดุลโดยการเปรียบเทียบน�้ำหนักสิ่งที่น�ำมาแขวนและความยาวเชือก
	 	 -	 การเลือกวัสดุ	
	 	 -	 การออกแบบและการสร้างชิ้นงาน
	 	 -	 การสืบค้นข้อมูล
	 22.	 ครูอาจให้นักเรียนน�ำโมบายที่ประดิษฐ์ไปแขวนประดับห้องเรียน หรือจัดแสดงผลงาน   
การวัดประเมินผล
รายการประเมิน เครื่องมือที่ใช้
ประเมิน
ระดับการประเมิน
ปรับปรุง พอใช้ ดี
1.	การเปรียบเทียบ
ความยาวเชือก
ใบกิจกรรมที่ 1 สามารถตอบ
ค�ำถามได้ถูกต้อง
น้อยกว่า 3 ข้อ
สามารถตอบ
ค�ำถามได้ถูกต้อง
3 ข้อ
สามารถตอบ
ค�ำถามได้ถูกต้อง
ทุกข้อ
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
54
รายการประเมิน เครื่องมือที่ใช้
ประเมิน
ระดับการประเมิน
ปรับปรุง พอใช้ ดี
2.	การทดสอบความ
แข็งของวัสดุ
ใบกิจกรรมที่ 2 บันทึกผลการ
ทดสอบไม่ถูกต้อง
บันทึกผลการ
ทดสอบได้ถูกต้อง
และตอบค�ำถาม
ได้ถูกต้องน้อยกว่า
3 ข้อ
บันทึกผลการ
ทดสอบได้ถูกต้อง
และสามารถตอบ
ค�ำถามได้ถูกต้อง
3 ข้อ
3.	การออกแบบ
ชิ้นงาน
ใบกิจกรรมที่ 3 ไม่สามารถ
ออกแบบและระบุ
ขนาดของโมบาย
ได้ตามเงื่อนไขที่
ก�ำหนด
ออกแบบและระบุ
ขนาดของ โมบาย
ได้ตามเงื่อนไขโดย
ครูคอยชี้แนะ
ออกแบบและระบุ
ขนาดของโมบาย
ได้ตามเงื่อนไขได้
ด้วยตนเอง
4.	การเลือกใช้วัสดุใน
การท�ำชิ้นงาน
ใบกิจกรรมที่ 3 ไม่สามารถระบุ
วัสดุที่ใช้ในการท�ำ
โมบายและอธิบาย
เหตุผลได้
ระบุวัสดุที่ใช้ใน
การท�ำโมบายและ
อธิบายเหตุผล
ได้ แต่ระบุหรือ
อธิบายได้ไม่ครบ
ถ้วนโดยครูต้อง
แนะน�ำวัสดุหรือ
เหตุผลให้เพิ่มเติม
ระบุวัสดุที่ใช้ใน
การท�ำโมบายและ
อธิบายเหตุผลได้
ถูกต้อง ครบถ้วน
ด้วยตนเอง
5.	ชิ้นงาน - ชิ้นงานมีความ
สมดุล สามารถน�ำ
ไปใช้งานได้จริง
แต่ท�ำได้ไม่ตรงกับ
แบบที่ออกแบบไว้
ชิ้นงานมีความ
สมดุล สามารถน�ำ
ไปใช้งานได้จริง
แต่ท�ำได้ไม่ตรงกับ
แบบที่ออกแบบไว้
บางส่วน
ชิ้นงานมีความ
สมดุล สามารถ
น�ำไปใช้งานได้จริง
และท�ำได้ตามแบบ
ที่ได้ออกแบบไว้
ข้อเสนอแนะในการจัดกิจกรรม
	 1.	 ครูควรให้นักเรียนออกแบบชิ้นงานก่อนสร้างชิ้นงานทุกครั้ง  และครูควรพิจารณาความเหมาะสมของ
แบบด้วย
	 2.	 เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนตั้งใจสร้างชิ้นงาน ครูอาจจัดให้มีการประกวดชิ้นงาน โดยให้นักเรียนเลือก
ชิ้นงานที่ชอบมากที่สุดคนละ 1 ชิ้น โดยห้ามเลือกกลุ่มของตนเอง
	 3.	 หากนักเรียนยังไม่มีทักษะในการผูกเชือกได้ ดังนั้นก่อนท�ำโมบายครูอาจสอนวิธีการผูกเชือกก่อน
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
55
สื่อและแหล่งเรียนรู้
	 -	 ใบกิจกรรมที่ 1  การเปรียบเทียบความยาวเชือก
	 -	 ใบกิจกรรมที่ 2  การทดสอบความแข็งของวัสดุ
	 -	 ใบกิจกรรมที่ 3  การออกแบบโมบาย
	 -	 วีดิทัศน์สาธิตวิธีการสานปลาตะเพียน
	 	 www.youtube.com/watch?v=QFJ0lPi6gD0
	 -	 ความรู้เรื่องการสานปลาตะเพียนอย่างง่าย
	 	 www.gotoknow.org/posts/327589
	 -	 วีดิทัศน์สาธิตการประดิษฐ์รูปเรขาคณิต 3 มิติ
	 	 www.youtube.com/watch?v=s_oUVI6K1oU
	 	 www.youtube.com/watch?v=9BWJjHnSoFc
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
56
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5	 เวลา 5 ชั่วโมง
สาระส�ำคัญ
	 มะนาวเป็นพืชเศรษฐกิจและจ�ำเป็นส�ำหรับการด�ำรงชีวิตของคนไทย เพราะนิยมใช้ในการประกอบอาหาร
และเครื่องดื่ม โดยทั่วไปมะนาวจะออกผลมากในช่วงเดือนมิถุนายนถึงพฤศจิกายน ท�ำให้มะนาวมีราคาถูก และ
จะออกผลน้อยในช่วงเดือนธันวาคมถึงพฤษภาคมท�ำให้มะนาวมีราคาแพงถ้าเกษตรกรสามารถท�ำให้มะนาวออก
ผลนอกฤดูได้โดยเฉพาะในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนพฤษภาคม เกษตรกรจะมีรายได้เพิ่มขึ้น ดังนั้น เกษตรกร
ควรน�ำความรู้เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีมาใช้ในการจัดการสวนมะนาวนอกฤดู
ตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี*
1.	สังเกตและบรรยาย
วัฏจักรชีวิตของพืชดอก
1.	แสดงวิธีหาค�ำตอบโดยใช้
บัญญัติไตรยางศ์
2.	แสดงวิธีหาค�ำตอบของโจทย์
ปัญหาร้อยละอย่างง่าย
1.	ค้นหา รวบรวมข้อมูลที่สนใจจาก
แหล่งข้อมูลต่าง ๆ ได้ตรงตาม
วัตถุประสงค์
2.	สร้างสิ่งของเครื่องใช้อย่างมีความคิด
สร้างสรรค์ตามกระบวนการเทคโนโลยี
โดยถ่ายทอดความคิดเป็นภาพร่าง 3
มิติที่ก�ำหนดขนาดชัดเจน
3.	สร้างงานเอกสารเพื่อใช้ประโยชน์ใน
ชีวิตประจ�ำวันด้วยความรับผิดชอบ
หมายเหตุ: *ตัวชี้วัด เทคโนโลยี (T) ในที่นี้จะรวมตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี และสาระเทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสื่อสาร ในขณะที่วิศวกรรมศาสตร์ (E) ไม่ได้ปรากฏในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่กระบวนการออกแบบเชิง
วิศวกรรม สามารถเทียบเคียงได้จากกระบวนการเทคโนโลยีในตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี
สวนมะนาว
นอกฤดู
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
57
สาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี
-	 พืชดอกเมื่อเจริญเติบโตเต็ม
ที่จะออกดอก เมื่อดอกมีการ
ปฏิสนธิ รังไข่จะเปลี่ยนไป
เป็นผล ภายในผลมีเมล็ดและ
ต้นอ่อนภายในเมล็ดจะงอก
เป็นพืชต้นใหม่ เป็นวัฏจักร
ชีวิตของพืชดอก
-	 การแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้
บัญญัติไตรยางศ์
-	 การแก้โจทย์ปัญหาร้อยละ
-	 การด�ำเนินการเพื่อให้ได้ข้อมูลตาม
วัตถุประสงค์มีขั้นตอนตามล�ำดับ
ดังนี้
	 1)	 ก�ำหนดวัตถุประสงค์และความ
ต้องการของสิ่งที่สนใจเพื่อ
ก�ำหนดข้อมูลที่ต้องการค้นหา
	 2)	 วางแผนและพิจารณาเลือกแหล่ง
ข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ
	 3)	 ก�ำหนดหัวข้อของข้อมูลที่
ต้องการค้นหา เตรียมอุปกรณ์ที่
ต้องใช้ในการค้นหา บันทึกและ
เก็บข้อมูล
	 4)	 ค้นหาและรวบรวมข้อมูล
	 5)	 พิจารณา เปรียบเทียบ ตัดสินใจ
	 6)	 สรุปผลและจัดท�ำรายงานโดยมี
การอ้างอิงแหล่งข้อมูล
	 7)	 เก็บรักษาข้อมูลให้พร้อมใช้งาน
ต่อไป
	 8)	 ออกแบบสวนมะนาวนอกฤดู
อย่างมีความคิดสร้างสรรค์ตาม
กระบวนการเทคโนโลยีโดย
ถ่ายทอดความคิดเป็นภาพร่าง
สามมิติ
	 9)	 การใช้ซอฟต์แวร์ประมวลค�ำ
ขั้นพื้นฐาน เช่น การสร้างและ
ตกแต่งเอกสารการบันทึกงาน
เอกสาร
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
58
กรอบแนวคิด
E: วิศวกรรมศาสตร์
-	 กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม
	 (การใช้เทคโนโลยีจัดการสวนมะนาว
นอกฤดู)
M: คณิตศาสตร์*
-	 บัญญัติไตรยางศ์
-	 แก้ปัญหาโจทย์ปัญหาร้อยละอย่างง่าย
S: วิทยาศาสตร์
-	 วัฏจักรชีวิตของพืชดอกบางชนิด
T: เทคโนโลยี
-	 น�ำเสนอข้อมูลโดยใช้ซอฟต์แวร์ประยุกต์
สวนมะนาวนอกฤดู
*เป็นวิชาหลักในการน�ำกิจกรรมนี้
จุดประสงค์ของกิจกรรม
	 1.	 ค้นหารวบรวมข้อมูลที่สนใจและเป็นประโยชน์จากแหล่งข้อมูลต่างๆที่เชื่อถือได้ตรงตามวัตถุประสงค์  
	 2.	 น�ำเสนอข้อมูลในรูปแบบที่เหมาะสมโดยเลือกใช้ซอฟต์แวร์ประยุกต์
	 3.	 ออกแบบสวนมะนาวให้ได้ผลผลิตนอกฤดูกาล
	 4.	 ค�ำนวณต้นทุนการผลิตมะนาวนอกฤดูและผลผลิตที่คาดว่าจะได้รับ
วัสดุอุปกรณ์
ที่ รายการ
จ�ำนวน
ต่อกลุ่ม
ที่ รายการ
จ�ำนวน
ต่อกลุ่ม
1 กระดาษปรู๊ฟ 1 แผ่น 6 ถังน�้ำ 1 ถัง
2 กิ่งตอนมะนาว 2 กิ่ง 7 กระถาง 2 ลูก
3 ดินปลูก
1
กระสอบ
8
สายยางขนาดเล็กพร้อมข้อต่อ
สายยาง
2 ชุด
4 ปุ๋ยอินทรีย์ 9 ขวดน�้ำพลาสติก
5 กรรไกร 1 เล่ม 10 ไม้บรรทัด 1 อัน
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
59
แนวการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นระบุปัญหา
	 1.	 ครูน�ำเข้าสู่กิจกรรมโดยให้นักเรียนดูรูปสวนมะนาวที่มีผลดก แล้วถามนักเรียนโดยให้ตอบตามความ
เข้าใจ
	 	 1.1	 นักเรียนจะมีวิธีปลูกมะนาวอย่างไร
	 	 1.2	 นักเรียนคิดว่า มะนาวจะออกดอกและติดผลในช่วงฤดูใด เพราะเหตุใด
	 	 1.3	 ตั้งแต่เริ่มออกดอกจนให้ผลตามภาพที่เห็นจะต้องใช้เวลากี่เดือน
	 	 1.4	 นักเรียนคิดว่า มะนาวช่วงใดที่มีราคาถูกและช่วงใดมีราคาแพง เพราะเหตุใด
	 	 1.5	 ถ้าชาวสวนต้องการให้มะนาวออกผลในช่วงที่มีราคาแพง ชาวสวนจะท�ำอย่างไร
	 2.	 ครูให้นักเรียนท�ำกิจกรรม โดยก�ำหนดสถานการณ์ต่อไปนี้
	 	 “เกษตรกรคนหนึ่งปลูกมะนาวและประสบปัญหามะนาวไม่ออกผลในช่วงที่มะนาวราคาแพง นักเรียนมี
วิธีแก้ปัญหาอย่างไรให้มะนาวออกผลนอกฤดูซึ่งเป็นช่วงที่มะนาวราคาแพงเพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร”
ขั้นรวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา
	 3.	 ครูอภิปรายร่วมกับนักเรียนเกี่ยวกับลักษณะของมะนาวการออกดอกออกผลและระยะเวลาให้ผลผลิต
การเตรียมหลุมปลูก เตรียมดินปลูกโดยอาจใช้ส่วนผสมระหว่างดินกับอินทรีย์วัตถุอัตราส่วน 1 ต่อ 1
อินทรียวัตถุเป็นส่วนผสมระหว่างปุ๋ยมูลสัตว์แกลบเผาหรือเปลือกถั่ว ต้นพันธุ์อาจเป็นกิ่งตอนหรือกิ่ง
ช�ำที่ได้จากต้นพันธุ์ที่ต้องการ การดูแลรักษาต้นมะนาวให้น�้ำและให้ปุ๋ยเป็นระยะ ๆ ตามความเหมาะ
สม ระยะเวลาที่มะนาวให้ผลผลิตประมาณ 6 เดือน
	 4.	 ครูให้ความรู้เพิ่มเติมเรื่องการปลูกมะนาวหรือให้นักเรียนศึกษาจากเอกสารความรู้ เช่นเรื่องการฟื้นฟู
เยียวยาผู้ประสบภัยด้วยงานวิจัย วช. : การปลูกมะนาว เรื่อง เทคโนโลยีการผลิตมะนาวนอกฤดู (ใน
วงบ่อซีเมนต์) เรื่อง เทคนิคการผลิตมะนาวนอกฤดูในภาชนะ เรื่อง โครงการส่งเสริมการผลิตมะนาว
นอกฤดูในวงบ่อซีเมนต์
	 5.	 ครูให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมตามแหล่งการเรียนรู้ ตามประเด็นต่อไปนี้
	 	 5.1	 ช่วงเดือนใดที่มะนาวมีราคาแพงและเพราะอะไร
	 	 5.2	 การปลูกมะนาวนอกฤดูในหัวข้อการเตรียมภาชนะปลูก การเตรียมดิน การให้น�้ำ การให้ปุ๋ย การ
บังคับมะนาวให้ออกผลนอกฤดู
ขั้นออกแบบวิธีการแก้ปัญหา
	 6.	 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มน�ำเสนอและร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับวิธีการเตรียมภาชนะ การเตรียมดิน
การให้น�้ำ การให้ปุ๋ยและการบังคับให้มะนาวออกผลนอกฤดู
	 7.	 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสรุปวิธีการเตรียมภาชนะปลูก การเตรียมดิน การให้น�้ำ การให้ปุ๋ย การบังคับ
มะนาวให้ออกผลนอกฤดูและบันทึกผลในใบกิจกรรม
	 8.	 ครูให้นักเรียนวาดแผนผังสวนมะนาวเป็นภาพร่าง 3 มิติพร้อมระบุมาตราส่วน
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
60
ขั้นวางแผนและด�ำเนินการแก้ปัญหา
	 9.	 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนแผนการด�ำเนินงานโดยปลูกมะนาว 2 ต้น ต้นละ 1 กระถาง (แผน 1 ปี)
และบันทึกผลในข้อ 5 ของใบกิจกรรม
	 10.	 ครูให้ตัวแทนของแต่ละกลุ่มน�ำเสนอแผนการด�ำเนินงานวิธีการปลูกมะนาวทั้ง 2 กระถาง
	 11.	 ครูให้นักเรียนทุกกลุ่มปลูกมะนาวจากกิ่งตอนทั้ง 2 กิ่งที่เตรียมให้ ดังนี้
	 	 11.1	 กระถางที่ 1 ปลูกโดยวิธีปกติและติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ตามแผนที่วางไว้ตามข้อ 8
	 	 11.2	 กระถางที่ 2 ปลูกโดยวิธีที่ท�ำให้มะนาวออกผลนอกฤดูตามวิธีที่สรุปได้จากการอภิปราย ข้อ 4,
6 และ 7 และติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ตามแผนที่วางไว้ตามข้อ 8
	 12.	 ครูให้นักเรียนด�ำเนินการตามแผนการปลูกมะนาวทั้ง 2 วิธี ตามข้อ 9 เป็นรายเดือนตลอดระยะเวลา
1 ปี
ขั้นทดสอบ ประเมินผลและปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน
	 13.	 ครูให้นักเรียนทุกกลุ่มเปรียบเทียบผลที่ได้จากมะนาวที่ปลูกด้วยวิธีปกติกับวิธีที่วางแผนไว้
ทุก ๆ 6 เดือน พร้อมบันทึกผลข้อ 7 ในใบกิจกรรม
	 14.	 ครูให้นักเรียนทุกกลุ่มเก็บรวบรวมข้อมูลร่วมกันอภิปราย สรุปปัญหาที่พบและวิธีการแก้ไขบันทึกผล
ข้อ 8 ในใบกิจกรรม
	 15.	 ครูให้นักเรียนทุกกลุ่มด�ำเนินการแก้ไขตามวิธีการที่ได้จากการอภิปรายผล
	 16.	 ครูให้นักเรียนทุกกลุ่ม
	 	 16.1	 ค�ำนวณต้นทุนการผลิตมะนาวนอกฤดูทั้งหมด ยกเว้นค่าแรง
	 	 16.2	 คาดคะเนผลผลิตที่จะได้รับและเปรียบเทียบกับผลผลิตจริง
	 	 16.3	 ค�ำนวณต้นทุนรวมทั้งหมด
	 	 16.4	 ค�ำนวณราคาขาย ก�ำไรขาดทุน
	 	 16.5	 คาดคะเนระยะเวลาที่จะคุ้มทุน
ขั้นน�ำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน
	 17.	 ครูให้นักเรียนประเมินวิธีการด�ำเนินงานและเทคโนโลยีที่เลือกใช้ว่าสามารถบังคับให้มะนาวออกผล
ตามเวลาที่ก�ำหนดหรือไม่ ก�ำไรหรือขาดทุนอย่างไร และถ้าขาดทุนต้องใช้ระยะเวลาเท่าไรจึงจะถึง
จุดคุ้มทุน พร้อมน�ำเสนอโดยใช้ซอฟต์แวร์ประยุกต์
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
61
การวัดประเมินผล
ประเมินจากแผนผังที่นักเรียนวาดและแผนการด�ำเนินงานตลอด 1 ปี
สิ่งที่ประเมิน
ระดับการประเมิน
ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1)
1.	ค้นหา รวบรวมข้อมูล
จากแหล่งต่าง ๆ
ระบุแหล่งที่มาของข้อมูล
ที่เชื่อถือได้
ระบุแหล่งที่มาของข้อมูล
แต่ไม่น่าเชื่อถือ
ไม่สามารถระบุแหล่งที่มา
ของข้อมูลได้
2.	การน�ำเสนอผลงาน น�ำเสนอผลงานได้ครบ
ถ้วนและถูกต้อง
น�ำเสนอผลงานได้ถูกต้อง
แต่ขาดรายละเอียด
เล็กน้อย
น�ำเสนอผลงานได้ถูกต้อง
แต่ไม่ครบถ้วน ขาด
รายละเอียดส�ำคัญ
3.	การแสดงมาตราส่วน
ของแผนผัง
สามารถแสดงมาตราส่วน
ในแผนผังได้ถูกต้อง
สามารถแสดงมาตราส่วน
ของแผนผังได้แต่ไม่ครบถ้วน
ไม่สามารถแสดง
มาตราส่วนได้
4.	แผนการด�ำเนินงาน สามารถบอกรายละเอียด
ของแผนการด�ำเนินงาน
ได้ครบถ้วนและปฏิบัติได้
สามารถบอกรายละเอียด
ของแผนการด�ำเนินงาน
ได้แต่ไม่ครบถ้วน
ไม่สามารถบอก
รายละเอียดของแผนการ
ด�ำเนินงานได้
5.	ผลผลิตมะนาว
นอกฤดูกาล
ได้ผลผลิตมะนาว
นอกฤดูกาลเหมือนกับที่
ขายในตลาด
ได้ผลผลิตมะนาว
นอกฤดูกาล แต่ผลไม่
สมบูรณ์เมื่อเปรียบเทียบ
กับมะนาวที่ขายในตลาด
ไม่ได้ผลมะนาวนอกฤดูกาล
ตามที่วางแผนไว้
6.	การค�ำนวณต้นทุน
การผลิต
ค�ำนวณต้นทุนการผลิต
และผลผลิตที่คาดว่าจะ
ได้รับถูกต้อง
ค�ำนวณต้นทุนการผลิต
และผลผลิตที่คาดว่าจะได้
รับได้ แต่ไม่ถูกต้อง
ไม่สามารถค�ำนวณต้นทุน
การผลิตและผลผลิตที่คาด
ว่าจะได้รับ
สื่อและแหล่งเรียนรู้
•	 เอกสาร เรื่อง การฟื้นฟูเยียวยาผู้ประสบภัยด้วยงานวิจัย วช. : การปลูกมะนาว
	 www.agi.nu.ac.th/postharvest/downloads/upload_file/Lemon.pdf
•	 เอกสาร เรื่อง เทคโนโลยีการผลิตมะนาวนอกฤดู (ในวงบ่อซีเมนต์)   
	 www.servicelink.doae.go.th/webpage/Academic%20articles/Season%20with%20lemon.pdf
•	 เอกสาร เรื่อง เทคนิคการผลิตมะนาวนอกฤดูในภาชนะ  
	 www.e-manage.mju.ac.th/openFile.aspx?id=NzUzMTc
•	 เอกสาร เรื่อง โครงการส่งเสริมการผลิตมะนาวนอกฤดูในวงบ่อซีเมนต์  
	 http://samngam.phichit.doae.go.th/manow.pdf
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
62
แนวค�ำตอบ ใบกิจกรรม
1.	 ลักษณะทั่วไปของมะนาว
	 แนวค�ำตอบ มะนาวเป็นไม้พุ่ม มีล�ำต้นเป็นทรงพุ่ม เปลือกมีสีเทาปนน�้ำตาล ล�ำต้นและกิ่งมีหนาม ใบสี
เขียวเข้ม รูปไข่ ดอกมีสีขาวหรือสีม่วงขึ้นกับสายพันธุ์ ผลมีสีเขียว ลักษณะกลมหรือกลมรี แป้น ขึ้นกับสาย
พันธุ์ ผลแก่จะมีสีเหลือง	
2.	 พันธุ์มะนาวที่ให้ผลผลิตสูงและเหมาะส�ำหรับปลูกนอกฤดู
	 แนวค�ำตอบ มะนาวที่ให้ผลผลิตสูงและเหมาะสมส�ำหรับปลูกในสวนมะนาวนอกฤดูมีหลายพันธุ์ เช่น
มะนาวพันธุ์พิจิตร 1 พันธุ์แป้นร�ำไพ
3.	 วิธีการที่ท�ำให้มะนาวออกผลนอกฤดู ท�ำได้ดังนี้
	 แนวค�ำตอบ ค�ำตอบอาจมีหลากหลาย เช่น 1) ปลูกมะนาวในภาชนะ เช่น บ่อซีเมนต์ และวางภาชนะไว้
กลางแจ้ง 2) เดือนสิงหาคม ตัดกิ่งที่ติดดอกและปลิดผลออก 3) เดือนกันยายน-ตุลาคม งดให้น�้ำกับมะนาว
7-10วันโดยใช้วิธีคลุมพลาสติกรอบปากภาชนะเพื่อให้ใบของมะนาวบางส่วนร่วงและออกดอก4)รดน�้ำและ
ใส่ปุ๋ยสม�่ำเสมอ 	 	 	 	 	 	 	
4.	 เทคโนโลยีที่จะน�ำมาใช้ในสวนมะนาวนอกฤดู
	 แนวค�ำตอบ
วิธีการให้น�้ำ วิธีการให้ปุ๋ย เทคโนโลยีอื่นที่น�ำมาใช้
ให้น�้ำโดยใช้ท่อพลาสติก (PVC)
ขนาด 12
1 นิ้ว เป็นท่อหลักและแยก
สาขาด้วยท่อพลาสติก (PE) ขนาด
20 มิลลิเมตร และใช้ท่อพลาสติก
ขนาดเล็ก (PE) ซึ่งต่อกับหัวสปริง
เกอร์ขนาดเล็กไปยังแต่ละกระถาง
ซึ่งช่วงที่มะนาวปลูกใหม่ ๆ ควรให้
น�้ำวันละครั้ง และหลังจากปลูกไป
แล้ว 10-15 วัน จึงให้น�้ำวันเว้นวัน
แต่ช่วงมะนาวติดดอกออกผลควร
ให้น�้ำทุกวัน	
การให้ปุ๋ยอาจท�ำได้หลายวิธี เลือกให้
ได้ตามความเหมาะสม เช่น
1)	ใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 หรือ
16-16-16 เดือนละครั้ง กระถาง
ละ 8 ช้อนแกง รอบ ๆ กระถาง
แล้วรดน�้ำตามทุกครั้ง และช่วงก่อน
ออกดอกให้ปุ๋ยสูตร 12-24-22 ครั้ง
เดียวอัตรา 8 ช้อนแกง
2)	ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 ที่ก้นหลุม
ก่อนปลูก จากนั้นให้ใส่ปุ๋ยทุก ๆ 1-2
เดือนในอัตรา 1 ช้อนแกงต่อต้น
ส่วนในระยะบังคับให้ออกดอกติดผล
ให้ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 12-24-12 อัตรา 1
ช้อนแกงต่อต้น
3)	หลังใส่ปุ๋ยทุกครั้งควรรดน�้ำให้ชุ่ม
เมื่อมะนาวโตเป็นพุ่ม กิ่งอาจมี
น�้ำหนักมากเกินไปท�ำให้กิ่งหัก
ได้  ให้แก้ปัญหาโดยใช้วัสดุมาค�้ำ
กิ่ง เช่น ไม้ไผ่ แท่งโลหะหรือแท่ง
พลาสติก
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
63
5.	 แผนการด�ำเนินงานในการปลูกมะนาวตามแผน 1 ปี
	 แนวค�ำตอบ
กิจกรรม
เดือนที่ด�ำเนินการ
วิธีปกติ วิธีที่เลือก
1.	เตรียมดินปลูก กิ่งพันธุ์ และภาชนะปลูก สิงหาคม สิงหาคม
2.	ปลูกมะนาว สิงหาคม สิงหาคม
3.	ปลิดผลในฤดูทิ้งและตัดแต่งกิ่ง - มิถุนายน - กรกฎาคม
4.	ใส่ปุ๋ยคอก หรือ ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 มกราคม - ธันวาคม มิถุนายน - กรกฎาคม
5.	กระตุ้นการออกดอกโดยการงดน�้ำ  - กันยายน - ตุลาคม
6.	ใส่ปุ๋ยคอก หรือ ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 มกราคม - ธันวาคม
มกราคม - สิงหาคม
และ พฤษภาคม
7.	รดน�้ำ มกราคม - ธันวาคม มกราคม - ธันวาคม
8.	เก็บเกี่ยวผลผลิต มกราคม - ธันวาคม ธันวาคม – เมษายน
6.	 ผลการสังเกตมะนาวที่ปลูกทั้ง 2 วิธี ในระยะเวลา 6 เดือน
	 แนวค�ำตอบ ขึ้นอยู่กับการสังเกตของนักเรียน และควรติดตามผล 6 เดือนหลังด้วย เพื่อให้ครบระยะเวลา
1 ปีตามแผนงาน
มะนาวที่ปลูกตามปกติ มะนาวที่ปลูกตามวิธีที่เลือก
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
64
7.	 ปัญหาที่พบและวิธีการแก้ไข ดังนี้
	 แนวค�ำตอบ ขึ้นอยู่กับปัญหาและวิธีการแก้ไขของนักเรียน	
ปัญหาที่พบ วิธีแก้ไข
8.	 ค�ำนวณค่าใช้จ่าย ต้นทุนการผลิตมะนาวนอกฤดู (ยกเว้นค่าแรงงาน)
	 แนวค�ำตอบ ขึ้นอยู่กับปัญหาและวิธีการปลูกมะนาวที่นักเรียนเลือก
9.	 ผลผลิตที่คาดว่าจะได้รับและระยะคุ้มทุน (ต้นทุน  ผลผลิต  ราคาขาย ก�ำไร ขาดทุน จุดคุ้มทุน)
	 แนวค�ำตอบ ขึ้นอยู่กับปัญหาและวิธีการปลูกมะนาวที่นักเรียนเลือก	
แนวค�ำตอบ ค�ำถามท้ายกิจกรรม
1.	 วิธีการที่ใช้ในการท�ำสวนมะนาวนอกฤดูเหมือนหรือแตกต่างจากวิธีปลูกมะนาวโดยทั่วไปหรือไม่ อย่างไร
	 แนวค�ำตอบ วิธีการที่ใช้ในการท�ำสวนมะนาวนอกฤดูแตกต่างจากวิธีการปลูกมะนาวโดยทั่วไป ดังนี้ การ
ท�ำสวนมะนาวนอกฤดูจะปลูกมะนาวลงในภาชนะ เช่น กระถาง หรือบ่อซีเมนต์เพื่อที่จะสามารถให้น�้ำ
และงดให้น�้ำได้ตามต้องการ ขณะที่การปลูกมะนาวโดยทั่วไปจะปลูกลงดินแปลงดิน นอกจากนี้ การปลูก
มะนาวนอกฤดูต้องปลิดผลทิ้งและงดให้น�้ำเพื่อให้ผลัดใบและออกดอกใหม่ในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม
ซึ่งการปลูกมะนาวโดยทั่วไปจะไม่ปลิดผลและงดน�้ำในช่วงเวลาดังกล่าว
2.	 การปลูกมะนาวนอกฤดูมีข้อดี  ข้อเสียอย่างไร
	 แนวค�ำตอบ การปลูกมะนาวนอกฤดูมีข้อดี คือ เราสามารถท�ำให้มะนาวออกผลและพร้อมเก็บผลผลิตใน
ช่วงที่มะนาวมีราคาแพง ท�ำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น และสามารถใช้พื้นที่ซึ่งเป็นบริเวณที่ดินเสื่อมโทรมมาท�ำ
สวนมะนาวนอกฤดูได้
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
65
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6	 เวลา 5 ชั่วโมง
สาระส�ำคัญ
	 อาหารเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีความส�ำคัญกับการเจริญเติบโตและการด�ำรงชีวิตของมนุษย์ สารอาหารที่อยู่ใน
อาหารมี 6 ประเภท คือ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ลิพิด เกลือแร่ วิตามินและน�้ำซึ่งให้ประโยชน์ที่แตกต่างกัน  ใน
แต่ละวันมนุษย์ต้องรับประทานอาหารเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารทุกประเภทและได้รับพลังงานจากอาหารที่
เหมาะสมกับเพศและวัยเพื่อให้ร่างกายมีการเจริญเติบโตที่สมส่วนและส่งผลให้มีสุขภาพดีด้วย การน�ำเสนอข้อมูล
โภชนาการเกี่ยวกับปริมาณพลังงานจากอาหารแต่ละประเภทนั้น มักใช้รูปแบบต่าง ๆ เช่น ตาราง กราฟ แผนภูมิ
เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น
ตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี*
1.	วิเคราะห์สารอาหารและ
อภิปรายความจ�ำเป็นที่ร่างกาย
ต้องได้รับสารอาหารในสัดส่วนที่
เหมาะสมกับเพศและวัย
1.	อ่านข้อมูลจากกราฟเส้น 1.	ใช้คอมพิวเตอร์ในการค้นหาข้อมูล
2.	น�ำเสนอข้อมูลในรูปแบบที่เหมาะสม
โดยเลือกใช้ซอฟต์แวร์ประยุกต์
หมายเหตุ: *ตัวชี้วัด เทคโนโลยี (T) ในที่นี้จะรวมตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี และสาระเทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสื่อสาร ในขณะที่วิศวกรรมศาสตร์ (E) ไม่ได้ปรากฏในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่กระบวนการออกแบบเชิง
วิศวกรรม สามารถเทียบเคียงได้จากกระบวนการเทคโนโลยีในตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี
นัก
โภชนาการ
น้อย
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
66
สาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี
-	 สารอาหารหรือสารที่อยู่ในอาหาร
แบ่งเป็น6ประเภทได้แก่โปรตีน
คาร์โบไฮเดรต ลิพิด เกลือแร่
วิตามินและน�้ำ  ซึ่งในอาหาร
หนึ่งชนิดนั้นอาจพบสารอาหาร
มากกว่าหนึ่งประเภท ในปริมาณ
ที่แตกต่างกัน
-	 สารอาหารหลักที่พบมากที่สุดใน
อาหารแต่ละชนิด มีดังนี้
	 1)	โปรตีนพบมากที่สุดในหมู่นม
ไข่ เนื้อสัตว์ต่าง ๆ ถั่วเมล็ด
แห้ง และงา
	 2)	คาร์โบไฮเดรตจะพบมากที่สุด
ใน หมู่ข้าว แป้ง เผือก มัน
น�้ำตาล
	 3)	ลิพิดจะพบมากที่สุดในหมู่
น�้ำมันและไขมันจากพืชและ
สัตว์ เกลือแร่และวิตามินจะ
พบมากที่สุดในหมู่พืชผักและ
หมู่ผลไม้ต่าง ๆ
	 4)	สารอาหารที่พบในอาหาร
เกือบทุกชนิดคือ น�้ำ
-	 การรับประทานอาหารในแต่ละ
วันต้องได้รับสารอาหารครบทุก
ประเภทและปริมาณพลังงานที่
ร่างกายต้องการให้เหมาะสมตาม
เพศและวัย
-	 กราฟเส้น น�ำเสนอข้อมูล
โดยใช้จุดและส่วนของเส้น
ตรงที่ลากเชื่อมต่อจุด ซึ่ง
จุดแต่ละจุดจะบอกจ�ำนวน
หรือปริมาณของข้อมูล
แต่ละรายการ เรานิยมใช้
กราฟเส้นกับข้อมูลที่แสดง
การเปลี่ยนแปลงอย่างต่อ
เนื่องตามล�ำดับก่อนหลัง
ของเวลา
-	 การใช้คอมพิวเตอร์ในการค้นหาข้อมูล
เช่น ค้นหาข้อมูลในคอมพิวเตอร์ จาก
อินเทอร์เน็ต จากซีดีรอม
-	 การจัดท�ำข้อมูลเพื่อน�ำเสนอต้อง
พิจารณารูปแบบของข้อมูลให้เหมาะ
สมกับการสื่อความหมายที่เข้าใจ
ง่ายและชัดเจน เช่น กราฟ ตาราง
แผนภาพ รูปภาพ
-	 การเลือกใช้ซอฟต์แวร์ประยุกต์ให้
เหมาะสมกับรูปแบบการน�ำเสนอ
เช่น น�ำเสนอรายงานเอกสารโดยใช้
ซอฟต์แวร์ประมวลค�ำ น�ำเสนอแบบ
บรรยายโดยใช้ซอฟต์แวร์น�ำเสนอ
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
67
กรอบแนวคิด
E: วิศวกรรมศาสตร์
-	 กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม
	 (การออกแบบรายการอาหารให้ร่างกายได้รับ
สารอาหารครบถ้วนและพลังงานเพียงพอต่อ
ความต้องการของเพศและวัย)
M: คณิตศาสตร์
-	 การอ่านกราฟเส้น
S: วิทยาศาสตร์*
-	 ประเภทของสารอาหาร
-	 พลังงานที่พบในอาหาร
T: เทคโนโลยี
-	 การใช้คอมพิวเตอร์ในการค้นหาข้อมูลหรือน�ำเสนอ
-	 การใช้ซอฟต์แวร์ประมวลค�ำ
นักโภชนาการน้อย
*เป็นวิชาหลักในการน�ำกิจกรรมนี้
จุดประสงค์ของกิจกรรม
	 1.	 จ�ำแนกประเภทของสารอาหารและปริมาณพลังงานที่พบในอาหาร
	 2.	 อ่านข้อมูลจากกราฟเส้น
	 3.	 ใช้คอมพิวเตอร์ในการค้นหาข้อมูลและใช้โปรแกรมประมวลค�ำในการสร้างงานหรือน�ำเสนอ
	 4.	 ออกแบบรายการอาหารเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบทุกประเภทในปริมาณที่เหมาะสมกับเพศ
และวัย
วัสดุอุปกรณ์
ที่ รายการ จ�ำนวนต่อ
กลุ่ม
ที่ รายการ จ�ำนวนต่อ
ห้องเรียน
1 ภาพอาหารชนิดต่าง ๆ 5 กล้องถ่ายรูป 1 ตัว
2 กระดาษ 2 แผ่น 6 คอมพิวเตอร์ 6 ตัว
3 กาว 1 หลอด 7 ที่วัดส่วนสูง 1 อัน
4 กรรไกร 1 เล่ม 8 เครื่องชั่งน�้ำหนัก 1 เครื่อง
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
68
แนวการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นระบุปัญหา
	 1.	 ครูแจกเอกสารเรื่องสถิติ10ปี...เด็กไทย“อ้วนเร็วที่สุดในโลก”ให้นักเรียนอ่านแล้วร่วมกันอภิปราย
ในประเด็นต่อไปนี้
	 	 1.1	 ในปี 2558 กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขคาดการณ์จ�ำนวนของเด็กอ้วนในประเทศไทยไว้
อย่างไร
	 	 	 (แนวค�ำตอบ เด็กก่อนวัยเรียน 5 คนจะมีเด็กอ้วน 1 คน และเด็กวัยเรียน 10 คนจะมีเด็กอ้วน 1 คน)
	 	 1.2	 สิ่งใดบ้างที่ท�ำให้จ�ำนวนเด็กอ้วนเพิ่มมากขึ้น
	 	 	 (แนวค�ำตอบ เนื่องจากเด็กมีพฤติกรรมการบริโภคที่มีแคลอรีและน�้ำตาลสูง รับประทานอาหาร
ที่มีคุณค่าทางโภชนาการน้อย และไม่ชอบออกก�ำลังกาย)
	 	 1.3	 เมื่ออ้วนจะเกิดโรคอะไรได้บ้าง
	 	 	 (แนวค�ำตอบ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจ โรคทางเดินหายใจ)
	 	 1.4	 นักเรียนทราบหรือไม่ว่าร่างกายของเรามีเจริญเติบโตอย่างไร
	 	 	 (แนวค�ำตอบ ให้นักเรียนตอบตามความเข้าใจของตนเอง)
	 2.	 ให้นักเรียนทุกคนชั่งน�้ำหนักและวัดส่วนสูงแล้วบันทึกลงในใบกิจกรรมที่ 1 การเจริญเติบโตตามเพศ
ของตนเอง
	 3.	 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายในประเด็นต่อไปนี้
	 	 3.1	 จากใบกิจกรรมที่ 1 นักเรียนมีการเจริญเติบโตเป็นอย่างไร
	 	 	 (แนวค�ำตอบ นักเรียนตอบจากผลการบันทึกในใบกิจกรรมที่ 1 ว่า อ้วน สมส่วน หรือผอม)
	 	 3.2	 มีสิ่งใดบ้างที่มีผลต่อการเจริญเติบโต
	 	 	 (แนวค�ำตอบ นักเรียนตอบตามความเข้าใจ)
	 	 3.3	 พฤติกรรมการกินอาหารเกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตหรือไม่ อย่างไร
	 	 	 (แนวค�ำตอบ นักเรียนตอบตามความเข้าใจ)
	 	 3.4	 นักเรียนจะต้องกินอาหารอย่างไรให้สมส่วนและมีสุขภาพดี
	 	 	 (แนวค�ำตอบ นักเรียนตอบตามความคิด)
	 4.	 ครูจัดกิจกรรมทบทวนความรู้ที่เรียนมาแล้วเกี่ยวกับหมู่อาหาร ประเภทของสารอาหารโดยน�ำภาพ
อาหารชนิดต่าง ๆ ประมาณ 20 ชนิด เช่น ข้าว เผือก อาหารทะเล นม ไข่ แตงกวา น�้ำมันพืช เนย
ถั่ว ส้ม องุ่น มะเขือเทศ น�้ำตาล ข้าวผัดกุ้ง ก๋วยเตี๋ยวหมู ลูกชิ้น เฟรนช์ฟรายส์ แฮมเบอร์เกอร์ ขนม
บัวลอย น�้ำผลไม้ และนักเรียนแข่งกันตอบว่าอาหารในภาพเป็นอาหารหมู่ใดและพบสารอาหารหลัก
ใดมากที่สุด
	 5.	 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับภาพอาหารเพื่อให้นักเรียนมีแนวคิดที่ถูกต้องก่อนที่จะไปท�ำ
กิจกรรมต่อไป โดยครูอาจใช้แนวค�ำถามดังต่อไปนี้
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
69
5.1	 จากภาพ อาหารแต่ละหมู่มีอะไรบ้าง
	 	 	 (แนวค�ำตอบ อาหารที่อยู่ในหมู่นม ไข่ เนื้อสัตว์ต่าง ๆ ถั่วเมล็ดแห้งและงา ได้แก่ อาหารทะเล ไข่)
	 	 5.2	 สารอาหารคืออะไร
	 	 	 (แนวค�ำตอบ สารที่อยู่ในอาหาร)
	 	 5.3	 สารอาหารมีกี่ประเภท
	 	 	 (แนวค�ำตอบ สารอาหารมี 6 ประเภท คือ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ลิพิด เกลือแร่ วิตามิน และน�้ำ)
	 	 5.4	 สารอาหารเกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตหรือไม่ อย่างไร
	 	 	 (แนวค�ำตอบ สารอาหารเกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโต เพราะสารอาหารจะมีประโยชน์หลาย
อย่าง เช่น โปรตีน ช่วยซ่อมแซมและเสริมสร้างส่วนที่สึกหรอ ให้พลังงาน)
	 6.	 ครูน�ำเข้าสู่ปัญหาว่า “ปัจจุบันเด็กไทยมีพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่มีแคลอรีและน�้ำตาลสูง
คุณค่าทางโภชนาการน้อย จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ท�ำให้เป็นโรคต่าง ๆ เช่น เบาหวาน ไขมันในเส้นเลือดสูง
นักเรียนจะเลือกรับประทานอาหารชนิดใดเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบทุกประเภทในปริมาณ
ที่เหมาะสมกับเพศและวัย โดยให้นักเรียนออกแบบรายการอาหารส�ำหรับ 1 วัน”
ขั้นรวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา
	 7.	 ครูให้นักเรียนส�ำรวจอาหารที่นักเรียนรับประทานทุกมื้อใน 1 วัน โดยให้จ�ำแนกประเภทของสาร
อาหารเพื่อศึกษาพฤติกรรมการรับประทานอาหารของตนเอง และบันทึกในใบกิจกรรมที่ 2 อาหาร
ที่รับประทานใน 1 วัน
	 8.	 ครูให้นักเรียนอ่านข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณพลังงานที่ได้รับจากอาหารที่เหมาะสมกับเพศและวัยจาก
ใบความรู้ที่ 1 เรื่อง ปริมาณพลังงานในสารอาหาร
	 9.	 ครูให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณพลังงานที่ตนเองได้รับจากการรับประทานอาหารจาก
แหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ แล้วบันทึกลงในใบกิจกรรมที่ 2
	 10.	 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์และน�ำเสนอว่า อาหารที่นักเรียนรับประทานในแต่ละวันมี
สารอาหารครบหรือไม่ ได้รับปริมาณพลังงานที่เหมาะสมกับการเพศและวัยหรือไม่ อย่างไร
	 11.	 ครูชวนนักเรียนอภิปรายและสรุปให้ได้ว่า “การรับประทานอาหารในแต่ละวันนั้นต้องค�ำนึงถึงความ
ครบถ้วนของสารอาหาร และปริมาณพลังงานที่เหมาะสมกับเพศและวัยเพื่อให้ร่างกายมีการเจริญ
เติบโตสมส่วนและมีสุขภาพดี”
	 12.	 ครูให้นักเรียนปรับรายการอาหารที่บันทึกในใบกิจกรรมที่ 2 เพื่อให้ร่างกายของตนเองเจริญเติบโต
สมส่วนและมีสุขภาพดี โดยนักเรียนอาจน�ำเสนอในรูปแบบต่าง ๆ และสามารถใช้เทคโนโลยีช่วยใน
การน�ำเสนอได้
	 13.	 ครูให้นักเรียนทุกกลุ่มสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับอาหารที่ควรรับประทานเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหาร
ครบทุกประเภทในปริมาณที่เหมาะสมกับเพศและวัย
	 14.	 ครูให้นักเรียนทุกกลุ่มอภิปรายร่วมกันเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องค�ำนึงถึงในการจัดรายการอาหารให้ร่างกาย
ได้รับสารอาหารครบทุกประเภทในปริมาณที่เหมาะสมกับเพศและวัย
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
70
ขั้นออกแบบวิธีการแก้ปัญหา
	 15.	 ครูให้นักเรียนทุกกลุ่มช่วยกันออกแบบรายการอาหารส�ำหรับ 1 วัน เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหาร
ครบทุกประเภทในปริมาณที่เหมาะสมกับเพศและวัย และสอดคล้องกับเกณฑ์การประเมินตามแบบ
ประเมินรายการอาหาร
ขั้นวางแผนและด�ำเนินการแก้ปัญหา
	 16.	 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มใช้โปรแกรมประมวลค�ำเพื่อจัดท�ำรายการอาหารตามข้อ15 ในรูปแบบที่น่า
สนใจ
ขั้นทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน
	 17.	 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งรายการอาหารให้เพื่อนประเมินตามแบบประเมินรายการอาหาร และให้
แต่ละกลุ่มผลัดกันให้ค�ำแนะน�ำรายการอาหารของเพื่อน
	 18.	 นักเรียนแต่ละกลุ่มทบทวนรายการอาหารตามค�ำแนะน�ำของเพื่อน และปรับปรุงแก้ไข
ขั้นน�ำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน
	 19.	 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มน�ำเสนอรายการอาหารใน 1 วันและปริมาณพลังงานที่ได้รับ
	 20.	 ครูให้นักเรียนร่วมกันสรุปประเด็นและความรู้ที่ได้จากการออกแบบรายการอาหาร โดยครูอาจใช้
ค�ำถามดังต่อไปนี้
	 	 20.1	สารอาหารมีกี่ประเภทอะไรบ้าง
	 	 	 (แนวค�ำตอบ 6 ประเภท ได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ลิพิด เกลือแร่ วิตามิน และน�้ำ)
	 	 20.2	อาหารเกี่ยวข้องกับกับการเจริญเติบโตอย่างไร
	 	 	 (แนวค�ำตอบ อาหารมีผลให้ร่างกายเจริญเติบโตได้สมส่วนหรือไม่สมส่วน)
	 	 20.3	การเจริญเติบโตที่สมส่วน วัดได้จากสิ่งใด
	 	 	 (แนวค�ำตอบวัดจากน�้ำหนักและส่วนสูงโดยเทียบกับเกณฑ์อ้างอิงการเจริญเติบโตของกระทรวง
สาธารณสุข)
การวัดประเมินผล
	 1.	 ใบกิจกรรมที่ 1 เรื่อง การเจริญเติบโต (การอ่านกราฟเส้น)
	 2.	 ใบกิจกรรมที่ 2 เรื่อง อาหารที่รับประทานใน 1 วัน
	 3.	 เอกสารการน�ำเสนอรายการอาหารใน 1 วัน
	 4.	 การน�ำเสนอผลงาน
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
71
เกณฑ์การให้คะแนน
รายการ
คะแนน
3 2 1
การอ่านกราฟเส้น บอกได้ว่าการเจริญเติบโตอยู่
ในจุดใดของกราฟ และบอก
ได้ว่าร่างกายเจริญเติบโต
แบบใด
บอกได้ว่าการเจริญเติบโตอยู่ใน
จุดใดของกราฟ แต่ไม่สามารถ
บอกได้หรือบอกไม่ถูกต้องว่า
ร่างกายเจริญเติบโตแบบใด
บอกไม่ได้ว่าการเจริญเติบโตอยู่
จุดใดของกราฟและบอกไม่ได้
หรือบอกไม่ถูกต้องว่าร่างกาย
เจริญเติบโตแบบใด
การจ�ำแนกประเภทของ
สารอาหารและปริมาณ
พลังงานที่พบในอาหาร
จ�ำแนกประเภทของสาร
อาหารและปริมาณพลังงาน
ได้ถูกต้อง
จ�ำแนกประเภทของสารอาหาร
หรือปริมาณพลังงานไม่ถูกต้อง
จ�ำแนกประเภทของสารอาหาร
และปริมาณพลังงานไม่ถูกต้อง
การออกแบบรายการ
อาหาร
รายการอาหารใน 1 วัน ได้
สารอาหารครบทุกประเภท
พลังงานเหมาะสมตามเพศ
และวัย
รายการอาหารใน 1 วัน ได้สาร
อาหารครบทุกประเภทและได้
พลังงานเหมาะสมตามเพศและ
วัย หรือ อย่างใดอย่างหนึ่ง
รายการอาหารใน 1 วัน ได้สาร
อาหารไม่ครบทุกประเภทและ
ไม่ได้พลังงานที่เหมาะสมตาม
เพศและวัย
การสร้างชิ้นงานด้วย
โปรแกรมประมวลค�ำ
มีการจัดวางเค้าโครงรายการ
อาหารและองค์ประกอบของ
เนื้อหาครบถ้วน
ไม่จัดวางเค้าโครงรายการ
อาหาร แต่มีองค์ประกอบของ
เนื้อหาครบถ้วน
ไม่จัดวางเค้าโครง รายการ
อาหาร และองค์ประกอบของ
เนื้อหาไม่ครบถ้วน
การน�ำเสนอข้อมูล รูปแบบการน�ำเสนอสื่อความ
หมายให้ผู้อื่นเข้าใจได้ถูกต้อง
ชัดเจน และอธิบายเหตุผล
ของแนวคิดได้
รูปแบบการน�ำเสนอสื่อความ
หมายให้ผู้อื่นเข้าใจได้แต่ไม่ถูก
ต้องชัดเจน และอธิบายเหตุผล
ของแนวคิดได้บางส่วน
รูปแบบการน�ำเสนอสื่อความ
หมายไม่ถูกต้องไม่ชัดเจน และ
อธิบายเหตุผลของแนวคิดไม่ได้
สื่อและแหล่งเรียนรู้
	 1.	 เอกสารเรื่อง …สถิติ 10 ปี...เด็กไทย “อ้วนเร็วที่สุดในโลก”
	 2.	 ใบความรู้ที่ 1 เรื่อง ปริมาณพลังงานในสารอาหาร
	 3.	 ตารางแสดงคุณค่าทางโภชนาการของอาหารไทย กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข,
2544. http://nutrition.anamai.moph.go.th/temp/files/Nutritive%20Values%20of%20
Thai%20foods.pdf
	 4.	 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ. หนังสือเรียนรายวิชา
พื้นฐาน การออกแบบและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภา
ลาดพร้าว, 2553.
	 5.	 ตารางแสดงพลังงาน  www.sayamclinic.com/images/1165833587/thaifood_table.pdf
	 6.	 กินตามวัยให้พอดี  http://nutrition.anamai.moph.go.th/temp/files/กินตามวัยให้พอดี.pdf
	 7.	 ตารางปริมาณแคลอรีในอาหาร  http://kcal.memo8.com/food-calorie-table/
	 8.	 ฐานข้อมูลพลังงานและสารอาหาร  www.calforlife.com/th/calories/
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ
72

กิจกรรมสะเต็มศึกษา (สสวท.)

  • 1.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 12 การสื่อสาร ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เวลา 3 ชั่วโมง สาระส�ำคัญ สิ่งของในชีวิตประจ�ำวันมีรูปร่างลักษณะที่ประกอบไปด้วยรูปเรขาคณิต 2 มิติและท�ำมาจากวัสดุซึ่งจ�ำแนก ได้หลายชนิดตามลักษณะที่ปรากฏ สามารถน�ำมาใช้ท�ำเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยในการติดต่อสื่อสารได้ ตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี* 1. สังเกตและระบุลักษณะที่ปรากฎ 1. จ�ำแนกรูปสามเหลี่ยม 1. บอกประโยชน์ของอุปกรณ์ หรือสมบัติของวัสดุที่ใช้ท�ำ รูปสี่เหลี่ยม รูปวงกลม รูปวงรี เทคโนโลยีสารสนเทศ ของเล่นของใช้ในชีวิตประจ�ำวัน 2. จ�ำแนกวัสดุที่ใช้ท�ำของเล่น 2. บอกความยาว น�้ำหนัก ของใช้ในชีวิตประจ�ำวัน ปริมาตร และความจุ โดยใช้ รวมทั้งระบุเกณฑ์ที่ใช้จ�ำแนก หน่วยที่ไม่ใช่หน่วยมาตรฐาน หมายเหตุ: *ตัวชี้วัด เทคโนโลยี (T) ในที่นี้จะรวมตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี และสาระเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร ในขณะที่วิศวกรรมศาสตร์ (E) ไม่ได้ปรากฏในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่เป็นการน�ำกระบวนการ ออกแบบเชิงวิศวกรรมมาใช้ ซึ่งสามารถเทียบเคียงได้จากกระบวนการเทคโนโลยีในตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี
  • 2.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 13 สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี - วัสดุที่ใช้ท�ำของเล่นของใช้ใน - สิ่งของในชีวิตประจ�ำวันมีรูปร่าง - อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ ชีวิตประจ�ำวัน อาจมีรูปร่าง สี ลักษณะที่ประกอบไปด้วยรูป และการสื่อสาร เช่น คอมพิวเตอร์ ขนาด พื้นผิว ความแข็งเหมือน เรขาคณิต 2 มิติ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ กล้องดิจิทัล กันหรือแตกต่างกัน รูปสามเหลี่ยม รูปสี่เหลี่ยม โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์เหล่านี้ - สมบัติต่าง ๆ ของวัสดุ สามารถ รูปวงกลม สามารถน�ำมาใช้ประโยชน์ น�ำมาใช้เป็นเกณฑ์ในการจ�ำแนก - การวัดระยะทางสามารถท�ำได้ ได้มากมาย เช่น วัสดุที่ใช้ท�ำของเล่นของใช้ โดยใช้สิ่งของต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ ประกอบการเรียน ในชีวิตประจ�ำวัน หน่วยมาตรฐาน เช่น วาดภาพ ติดต่อสื่อสาร การนับก้าว กรอบแนวคิด S : วิทยาศาสตร์ - ลักษณะหรือสมบัติต่าง ๆ ของวัสดุ S : วิศวกรรมศาสตร์ - กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม (การสร้างอุปกรณ์ที่ช่วยในการติดต่อสื่อสาร) M : คณิตศาสตร์ - รูปเรขาคณิตสองมิติที่พบจากสิ่งของ ในชีวิตประจ�ำวัน การสื่อสาร T : เทคโนโลยี* - การเลือกใช้วัสดุมาสร้างอุปกรณ์ ที่ช่วยในการสื่อสาร * เป็นวิชาหลักในการน�ำกิจกรรมนี้
  • 3.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 14 จุดประสงค์ของกิจกรรม 1. สังเกตและจ�ำแนกสิ่งของตามลักษณะที่ปรากฏของวัสดุ 2.สังเกตและระบุรูปเรขาคณิต 2 มิติ ที่ปรากฏในสิ่งของ 3. ออกแบบและสร้างอุปกรณ์ที่ช่วยในการติดต่อสื่อสารจากสิ่งของที่ก�ำหนดให้ วัสดุอุปกรณ์ ที่ รายการ จ�ำนวน ที่ รายการ จ�ำนวน ต่อกลุ่ม ต่อกลุ่ม 1 แก้วกระดาษ 2 ใบ 7 เทปกาว 1 ม้วน 2 แก้วพลาสติก 2 ใบ 8 กรรไกร 1 เล่ม 3 ถ้วยโฟม 2 ใบ 9 กาว 1 หลอด 4 หลอดกาแฟ 10 หลอด 10 ตระกร้าหรือกล่องใส่วัสดุ 1 ใบ อุปกรณ์ 5 ไม้เสียบลูกชิ้น 5 อัน 11 ชุดไม้บล็อกรูปเรขาคณิต 1 ชุด (อาจใช้ของเล่นของใช้ที่มี รูปร่างเรขาคณิตแทน) 6 ไหมพรมหรือเชือกป่าน หรือเชือกรัดกล่อง 1 ก้อน แนวการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นระบุปัญหา 1. ครูอภิปรายร่วมกับนักเรียนเพื่อตรวจสอบความรู้เดิม ดังนี้ - ปัจจุบันเรามีวิธีการในการติดต่อสื่อสารหรือบอกข่าวสารข้อมูลให้ผู้อื่นทราบได้อย่างไรบ้าง (แนวค�ำตอบ นักเรียนอาจตอบจากความรู้เดิม เช่น ส่งจดหมาย พูดคุยผ่านโทรศัพท์ ส่งข้อความผ่าน โทรศัพท์มือถือ ส่งข้อความผ่านอีเมลหรือโปรแกรมอื่น ๆ ในคอมพิวเตอร์และระบบอินเทอร์เน็ต) - มีอุปกรณ์อะไรบ้างที่ช่วยในการติดต่อสื่อสารหรือบอกข่าวสารข้อมูล (แนวค�ำตอบ นักเรียนอาจตอบจากความรู้เดิม เช่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ แท็ปเล็ต) 2. ครูอภิปรายกับนักเรียนว่า “หากนักเรียนอยู่ที่บ้านและต้องการจะบอกข้อมูลบางอย่างให้เพื่อนที่อยู่อีก บ้านหนึ่งที่ไกลออกไปได้รู้ จะท�ำอย่างไรได้บ้าง” (แนวค�ำตอบ นักเรียนอาจตอบจากประสบการณ์เดิมหรือจินตนาการ เช่น ก่อกองไฟและใช้ควัน สื่อสาร ใช้นกพิราบสื่อสาร ใช้คนส่งสาร)
  • 4.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 15 3. ครูอภิปรายกับนักเรียนต่อไปว่าหากครูมีวัสดุอุปกรณ์เท่าที่จัดเตรียมไว้ให้หน้าห้อง นักเรียนคิดว่าจะ น�ำมาช่วยในการติดต่อสื่อสารได้หรือไม่ อย่างไร ขั้นรวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา 4. ให้นักเรียนสังเกตเศษวัสดุและอุปกรณ์ที่ครูจัดวางไว้บนโต๊ะ ซึ่งเป็นตัวอย่างอุปกรณ์อย่างละ 1 ชิ้น วางไว้คละกัน แล้วช่วยกันระบุและจ�ำแนกวัสดุอุปกรณ์ โดยครูใช้ค�ำถามในการน�ำอภิปราย ดังนี้ - นักเรียนสังเกตเห็นอะไรบ้าง เช่น กระดาษ กรรไกร ไหมพรม แก้วกระดาษ ถ้วยโฟม - สิ่งของแต่ละชิ้นท�ำมาจากอะไร มีรูปร่างและลักษณะเป็นอย่างไร (แนวค�ำตอบ แก้วท�ำมาจากพลาสติกและมีรูปร่างเป็นทรงกระบอก บริเวณปากแก้วเป็นรูป คล้ายรูปวงกลม ข้างแก้วมีผิวเรียบลื่น) - จากวัสดุอุปกรณ์เหล่านี้ นักเรียนคิดว่าจะน�ำมาใช้ช่วยในการติดต่อสื่อสารได้อย่างไร 5. ครูเก็บเศษวัสดุและอุปกรณ์ไปจากโต๊ะ แล้วน�ำสิ่งของที่จะให้ผู้เรียนไปหยิบตามค�ำสั่งออกมา วางบนโต๊ะ ได้แก่ ไม้บล็อกรูปเรขาคณิต กล่องรูปเรขาคณิต หรือ ของเล่นของใช้ที่มีส่วนประกอบเป็น รูปเรขาคณิต 6. ครูน�ำนักเรียนเล่นเกมหยิบสิ่งของบนโต๊ะตามค�ำสั่ง โดยให้ตัวแทนนักเรียนออกมาหยิบสิ่งของตามค�ำสั่ง แล้วให้เพื่อน ๆ ตรวจสอบว่าถูกต้องตามค�ำสั่งหรือไม่ ดังนี้ - หยิบสิ่งของที่มีส่วนประกอบของรูปสามเหลี่ยม 1 ชิ้น รูปสี่เหลี่ยม 1 ชิ้น รูปวงกลม 1 ชิ้น - หยิบสิ่งของจ�ำนวน 2 ชิ้น ที่มีส่วนประกอบของรูปสามเหลี่ยม และท�ำจากวัสดุต่างชนิดกัน - หยิบสิ่งของจ�ำนวน 2 ชิ้น ที่มีส่วนประกอบของรูปสี่เหลี่ยม และท�ำจากวัสดุต่างชนิดกัน - หยิบสิ่งของจ�ำนวน 2 ชิ้น ที่มีส่วนประกอบของรูปวงกลม และท�ำจากวัสดุต่างชนิดกัน 7. ครูชี้แจงต่อไปโดยให้นักเรียนก�ำหนดและออกค�ำสั่งให้เพื่อนหยิบสิ่งของ แต่ให้นักเรียนแข่งกันเป็นกลุ่ม โดยแบ่งเป็น 4-6 กลุ่ม นั่งอยู่คนละมุมห้องหรือคนละด้านของห้อง แต่ละกลุ่มคิดค�ำสั่งและออกค�ำสั่ง ให้เพื่อนกลุ่มที่อยู่ด้านตรงข้ามปฏิบัติตาม เช่น กลุ่ม ก จะต้องสั่งให้กลุ่ม ค ไปหยิบสิ่งของจ�ำนวน 2 ชิ้น ที่มีส่วนประกอบของรูปวงกลมและท�ำมาจากวัสดุที่ต่างชนิดกันโดยมีเงื่อนไขดังนี้ “ให้นักเรียนใช้วิธีการ ใดๆก็ได้ในการออกค�ำสั่งไม่อนุญาตให้ตะโกนบอก”ดังนั้นนักเรียนต้องใช้วิธีอื่นๆและสามารถใช้อุปกรณ์ ที่ครูจัดเตรียมให้มาช่วยได้ 8. ครูแจกตะกร้าวัสดุอุปกรณ์ให้กลุ่มละ1ชุดซึ่งในตะกร้าประกอบไปด้วยเศษวัสดุและอุปกรณ์งานประดิษฐ์ 9. ให้นักเรียนสังเกตลักษณะของสิ่งของต่าง ๆ และจ�ำแนกสิ่งของเหล่านั้นด้วยเกณฑ์ที่นักเรียนคิด เช่น จ�ำแนกตามวัสดุ หรือตามสมบัติอื่น ๆ เช่น การจมหรือลอยน�้ำ ขั้นออกแบบวิธีการแก้ปัญหา 10. ครูทบทวนสถานการณ์ที่จะให้นักเรียนแก้ปัญหาว่า จากการสังเกตและจ�ำแนกวัสดุอุปกรณ์ที่ก�ำหนดให้ ถ้านักเรียนอยู่ที่บ้านและต้องการจะบอกข้อมูลบางอย่างให้เพื่อนที่อยู่อีกบ้านหนึ่งที่ไกลออกไปได้รู้ จะท�ำอย่างไรได้บ้าง จะสื่อสารโดยวิธีใด จะออกแบบและสร้างอุปกรณ์อะไรจากวัสดุอุปกรณ์ที่ก�ำหนด
  • 5.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 16 เพื่อช่วยในการสื่อสาร ครูก�ำหนดระยะห่างระหว่างจุดหรือบริเวณทั้งสองแห่งส�ำหรับการทดสอบให้ นักเรียนทราบโดยก�ำหนดเงื่อนไขระยะทางที่ไม่ใช่หน่วยมาตรฐาน เช่น อุปกรณ์ที่สร้างสามารถติดต่อ สื่อสารได้ดีในระยะทางเท่ากับ (จ�ำนวน) ก้าวหรือไม้บรรทัดหรือดินสอ 11. แต่ละกลุ่มร่วมกันก�ำหนดค�ำสั่งหรือข้อความที่ต้องการจะสื่อสาร และออกแบบวิธีการติดต่อสื่อสาร โดยใช้วิธีการเขียนภาพร่างของเครื่องมือ อุปกรณ์ หรือช่องทางในการติดต่อสื่อสาร ขั้นวางแผนและด�ำเนินการแก้ปัญหา 12. นักเรียนร่วมกันวางแผนการท�ำงาน วิธีการใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ หรือช่องทางเหล่านั้น แล้วลงมือสร้าง โดยใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที โดยครูให้ค�ำแนะน�ำหรือช่วยเหลือตามกลุ่ม ขั้นทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน 13. เมื่อก�ำหนดค�ำสั่งและวิธีการติดต่อสื่อสารได้แล้ว ให้ทดสอบว่าเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่สร้างนั้นใช้ติดต่อ สื่อสารตามเงื่อนไขที่ก�ำหนดไว้หรือไม่ หากยังไม่ได้ให้ปรับปรุงแก้ไข จากนั้นให้แต่ละกลุ่มส่งข้อความ ให้กลุ่มอื่นๆ และตรวจสอบว่ากลุ่มนั้น ๆ ท�ำตามข้อความที่ส่งไปให้ได้หรือไม่ ถ้าเพื่อนสามารถท�ำได้ ตามค�ำสั่งหรือข้อความที่ส่งไป แสดงว่ากลุ่มที่ออกค�ำสั่งประสบความส�ำเร็จ ครูให้แต่ละกลุ่มท�ำเช่นนี้จน ครบทุกกลุ่ม(ครูอาจเพิ่มเติมความท้าทายโดยเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ทดสอบศึกษาเก็บข้อมูลปรับปรุง แก้ไขเพื่อให้ได้ชิ้นงานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยทิ้งช่วงเวลาเป็นคาบหรือสัปดาห์ถัดไปได้) 14. ครูอาจให้ทดสอบเพิ่มเติมเพื่อหาประสิทธิภาพของการสื่อสารโดยใช้อุปกรณ์นี้ว่าสามารถใช้ได้ดี ในระยะทางเท่าใด ขั้นน�ำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหา หรือชิ้นงาน 15. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มน�ำเสนอวิธีการติดต่อสื่อสารของกลุ่มตนเองว่าได้ผลลัพธ์เป็นอย่างไร และจะ ปรับปรุงแก้ไขอย่างไรให้ดียิ่งขึ้น โดยครูอาจใช้ค�ำถามเพิ่มเติมดังนี้ - ชิ้นงานที่ออกแบบเป็นชิ้นงานแรกหรือไม่ อย่างไร - เพราะอะไรจึงปรับปรุงแก้ไขเป็นดังที่เห็น - เพราะเหตุใดจึงเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์เหล่านั้น - ถ้าไม่ใช้วัสดุอุกรณ์เหล่านี้ จะเปลี่ยนไปใช้อย่างอื่นได้หรือไม่ อย่างไร - ในชีวิตประจ�ำวันได้เห็นเครื่องมือหรืออุปกรณ์ใดที่คล้ายกันบ้าง 16. ครูน�ำนักเรียนร่วมกันอภิปรายในประเด็นต่อไปนี้ - นักเรียนใช้วิธีการและอุปกรณ์อะไรบ้างในการติดต่อสื่อสาร (แนวค�ำตอบ เขียนใส่กระดาษแล้วพับเป็นจรวดโยนไปให้เพื่อน ประดิษฐ์โทรศัพท์จากแก้วกระดาษ และไหมพรม พูดผ่านหลอด) - การใช้อุปกรณ์ช่วยในการติดต่อสื่อสารมีประโยชน์อย่างไร (แนวค�ำตอบ ท�ำให้เข้าใจกันง่ายขึ้น สะดวกขึ้น หรืออยู่ห่างไกลกันก็สามารถสื่อสารกันได้)
  • 6.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 17 - นักเรียนทราบหรือไม่ว่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารและส่งข้อมูลในปัจจุบันมีอะไรบ้าง (แนวค�ำตอบ เช่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต) - อุปกรณ์เหล่านี้มีชื่อเรียกรวมกันว่าอะไร (แนวค�ำตอบ อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ) - จากกิจกรรม นักเรียนรู้สึกอย่างไรกับการท�ำกิจกรรม กิจกรรมที่ท�ำเป็นอย่างไรบ้าง และได้เรียนรู้หรือ ท�ำอะไรบ้างที่เกี่ยวกับคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี การวัดประเมินผล 1. สังเกตการตอบค�ำถามและการพูดน�ำเสนอหน้าชั้น 2. ตรวจผลงานจากการออกแบบและสร้างชิ้นงาน สิ่งที่ประเมิน ระดับการประเมิน ปรับปรุง พอใช้ ดี 1. สังเกตและจ�ำแนก ไม่สามารถจ�ำแนกสิ่งของ สามารถจ�ำแนกสิ่งของ สามารถจ�ำแนกสิ่งของ สิ่งของตาม ตามลักษณะที่ปรากฏของ ตามลักษณะที่ปรากฏของ ตามลักษณะที่ปรากฏของ ลักษณะที่ปรากฏ วัสดุได้อย่างถูกต้อง วัสดุได้ตามเกณฑ์ที่ วัสดุได้ตามเกณฑ์ที่ก�ำหนด ของวัสดุ ก�ำหนดให้อย่างถูกต้อง ให้อย่างถูกต้อง และสามารถ ก�ำหนดเกณฑ์ในการจ�ำแนก ได้ด้วยตนเอง 2.สังเกตและระบุ ไม่สามารถสังเกตและระบุ สามารถสังเกตและระบุ สามารถสังเกตและระบุ รูปเรขาคณิตของ รูปเรขาคณิตที่เป็น รูปเรขาคณิตที่เป็น รูปร่างเรขาคณิตที่เป็น ส่วนประกอบของ ส่วนประกอบของสิ่งของ ส่วนประกอบของสิ่งของ ส่วนประกอบของสิ่งของ สิ่งของ แต่ละชิ้นได้ตรงตามความ แต่ละชิ้นได้ตรงตามความ แต่ละชิ้นได้ตรงตามความ เป็นจริง เป็นจริง 1 ชนิด เป็นจริง มากกว่า 1 ชนิด ขึ้นไป 3.ออกแบบและ ไม่สามารถออกแบบและ สามารถออกแบบหรือ สามารถออกแบบและ สร้างอุปกรณ์ที่ สร้างอุปกรณ์ที่ช่วยในการ สร้างอุปกรณ์ที่ช่วยในการ สร้างอุปกรณ์ที่ช่วยในการ ช่วยในการ ติดต่อสื่อสารจากสิ่งของที่ ติดต่อสื่อสารจากสิ่งของที่ ติดต่อสื่อสารจากสิ่งของที่ ติดต่อสื่อสารจาก ก�ำหนดให้ ก�ำหนดให้ได้ โดยครูคอย ก�ำหนดให้และท�ำการ สิ่งของที่ก�ำหนดให้ ช่วยชี้แนะ ทดสอบปรับปรุงแก้ไขได้ ด้วยตนเอง
  • 7.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 18 ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เวลา 6 ชั่วโมง สาระส�ำคัญ การดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์อย่างเหมาะสม สม�่ำเสมอ จะช่วยยืดอายุการใช้งานและช่วยประหยัด ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ การสร้างป้ายข้อความเป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยกระตุ้น เชิญชวน หรือแนะน�ำผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ให้ใช้งานได้ อย่างถูกต้องและช่วยกันดูแลรักษาอุปกรณ์ วัสดุที่ใช้ในการสร้างป้ายข้อความมีหลายชนิด เช่น กระดาษแข็ง กระดาษสี เชือก ไม้ แผ่นพลาสติกลูกฟูก ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมตามสมบัติที่แตกต่างกัน อุปกรณ์ที่ใช้ในการวัด ตัด ติดยึด เช่น กรรไกร กาวไม้บรรทัด ควรเลือกใช้ตามวัตถุประสงค์ อย่างถูกต้องและปลอดภัย การวัดความยาวเพื่อสร้างป้ายข้อความควรใช้เครื่องมือวัดที่มีหน่วยมาตรฐาน เช่น สายวัดตัว ไม้บรรทัด ซึ่งมีหน่วยมาตรฐานที่ใช้บอกความยาวเป็นเซนติเมตร ตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี* 1. เลือกใช้วัสดุและสิ่งของต่าง ๆ 1. บอกความยาวเป็นเมตรและ 1. สร้างของเล่น ของใช้อย่างง่าย ได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย เซนติเมตรและเปรียบเทียบ โดยก�ำหนดปัญหาหรือความ ความยาวในหน่วยเดียวกัน ต้องการ รวบรวมข้อมูล ออกแบบโดยถ่ายทอดความคิด เป็นภาพร่าง 2 มิติ ลงมือสร้าง และประเมินผล รักษ์ คอมพิวเตอร์
  • 8.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 19 วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี* 2. น�ำความรู้เกี่ยวกับการใช้ อุปกรณ์ เครื่องมือที่ถูกวิธีไป ประยุกต์ใช้ในการสร้างของ เล่น ของใช้อย่างง่าย 3. บอกวิธีดูแลและรักษาอุปกรณ์ เทคโนโลยีสารสนเทศ หมายเหตุ: *ตัวชี้วัด เทคโนโลยี (T) ในที่นี้จะรวมตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี และสาระเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร ในขณะที่วิศวกรรมศาสตร์ (E) ไม่ได้ปรากฏในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่กระบวนการออกแบบเชิง วิศวกรรม สามารถเทียบเคียงได้จากกระบวนการเทคโนโลยีในตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี - วัสดุต่างชนิดกันมีสมบัติบาง - การวัดความยาวเป็นเมตรและ - การใช้อุปกรณ์ เครื่องมือ เช่น ประการเหมือนกันและ เซนติเมตร กรรไกร ไม้บรรทัด ควรใช้ให้ บางประการแตกต่างกัน เหมาะสมกับลักษณะและ - การเลือกวัสดุและสิ่งของต่าง ๆ ประเภทของงาน หากใช้โดย มาใช้งานในชีวิตประจ�ำวันเพื่อ ขาดความระมัดระวังและใช้งาน ความเหมาะสมและปลอดภัย ไม่ถูกวิธีจะท�ำให้เกิดอันตรายต่อ ต้องพิจารณาจากสมบัติที่ใช้ท�ำ ตนเองและความเสียหายกับ สิ่งของนั้น ชิ้นงาน - การใช้งานและดูแลรักษา อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ควรใช้ อย่างถูกต้องและเหมาะสมตาม หน้าที่ของอุปกรณ์แต่ละชนิด เพื่อจะช่วยยืดอายุการใช้งาน คอมพิวเตอร์ได้นานขึ้น และช่วย ประหยัดค่าใช้จ่ายในการ ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอุปกรณ์
  • 9.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 20 จุดประสงค์ของกิจกรรม 1. บอกวิธีการดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ได้อย่างถูกต้อง 2. อภิปรายและเลือกวัสดุที่เหมาะสมตามสมบัติของวัสดุในการสร้างป้ายข้อความ 3. ออกแบบและสร้างป้ายข้อความแนะน�ำการใช้งานหรือการดูแลรักษาคอมพิวเตอร์ 4. ใช้อุปกรณ์วัด ตัดและติดยึดอย่างถูกต้องและปลอดภัยในการสร้างป้ายข้อความ 5. วัดและบอกความยาวของสิ่งต่าง ๆ เป็นเซนติเมตร รักษ์คอมพิวเตอร์ S: วิทยาศาสตร์ • สมบัติของวัสดุ • การน�ำวัสดุไปใช้ประโยชน์ ได้อย่างเหมาะสม T: เทคโนโลยี* • การดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ • การใช้อุปกรณ์วัด ตัดและติดยึดอย่าง ถูกต้องและปลอดภัย M: คณิตศาสตร์ • การวัดความยาว E: วิศวกรรมศาสตร์ • กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม (การสร้างป้ายข้อความแนะน�ำ การใช้งานหรือดูแลรักษาคอมพิวเตอร์) กรอบแนวคิด * เป็นวิชาหลักในการน�ำกิจกรรมนี้
  • 10.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 21 วัสดุอุปกรณ์ ที่ รายการ จ�ำนวนต่อกลุ่ม 1 คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ส�ำหรับทดสอบ 1 เครื่อง (เป็นอุปกรณ์ และประเมินผลชิ้นงาน ส่วนกลางใช้ร่วมกัน) 2 กระดาษการ์ดสี ขนาด A5 (หนา 180 แกรม) 2 แผ่น 3 แผ่นกระดาษลูกฟูก 3 ชั้น หนา 1.5-2 มิลลิเมตร ขนาด A5 1 แผ่น 4 พลาสติกลูกฟูกหนา 3 มิลลิเมตร ขนาด A5 1 แผ่น 5 ไม้บัลซ่า ขนาด 20 เซนติเมตร x 7.5 เซนติเมตร หนา 2.5 มิลลิเมตร 1 แผ่น 6 แถบแม่เหล็ก ขนาด 30 เซนติเมตร x 3 เซนติเมตร 1 แผ่น 7 เชือกขาวหรือเชือกรัดกล่อง 1 เมตร 8 วัสดุตกแต่งป้ายข้อความ 2 ถุง เช่น ดอกไม้ประดิษฐ์, ดาว, รูปสัตว์ต่าง ๆ 9 กาวแท่ง หรือกาวลาเทกซ์ 1 หลอด 10 ไม้บรรทัด 1 อัน 11 ปากกาสีหรือดินสอสี 1 ชุด 12 กรรไกร 1 เล่ม แนวการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นระบุปัญหา 1. ครูกระตุ้นความสนใจเกี่ยวกับการใช้งานคอมพิวเตอร์ โดยครูน�ำภาพตัวละครจากนิทานเรื่องต่าง ๆ มา แสดงให้นักเรียนดูและให้นักเรียนช่วยกันตอบว่าเป็นตัวละครจากการ์ตูนหรือนิทานเรื่องใด จากนั้นครู ถามนักเรียนว่าตัวละครต่างๆเหล่านี้ถูกตกแต่งให้สวยงามเคลื่อนไหวเหมือนมีชีวิตได้อย่างไรใช้เครื่องมือ ใดในการสร้าง (แนวค�ำตอบ เกิดจากการวาดภาพและตกแต่งโดยใช้โปรแกรมกราฟิกในคอมพิวเตอร์) 2. ครูน�ำอภิปรายว่านักเรียนเคยใช้คอมพิวเตอร์หรือไม่ ใช้ท�ำอะไร และคอมพิวเตอร์มีประโยชน์อย่างไร (แนวค�ำตอบ เล่นเกม ดูภาพยนตร์ ฟังเพลง เล่นเกมการศึกษา ศึกษาบทเรียนออนไลน์ ค้นหาข้อมูล พิมพ์เอกสาร บันทึกข้อมูล) 3. ครูให้นักเรียนส�ำรวจห้องคอมพิวเตอร์และร่วมกันอภิปรายโดยครูบันทึกค�ำตอบลงบนกระดานในประเด็น ดังนี้ • มีอุปกรณ์ใดที่ช�ำรุดเสียหายหรือไม่ • อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่มีอยู่ทุกเครื่องใช้งานได้เหมือนกันทุกเครื่องหรือไม่ • ปัญหาที่พบจากการใช้อุปกรณ์ไม่เหมาะสมหรือขาดการดูแลรักษา 4. ครูน�ำอภิปรายว่านักเรียนมีวิธีการอย่างไรในการดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ไม่ให้ช�ำรุดเสียหาย และ ใช้งานได้นาน ๆ
  • 11.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 22 5. ครูให้นักเรียนทบทวนความรู้เกี่ยวกับการดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์โดยใช้สื่อมัลติมีเดีย เรื่อง เรา รักคอมพิวเตอร์ หรือใช้ใบความรู้เรื่องการดูแลรักษาคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ 6. ครูให้นักเรียนช่วยกันสรุปวิธีดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โดยท�ำแบบบันทึกกิจกรรมที่ 1 เรื่อง การ ดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ครูเน้นให้นักเรียนเขียนสรุปจากความรู้ที่ได้ ไม่คัดลอกข้อความทั้งหมด จากแหล่งข้อมูลที่ได้ศึกษามา 7. ครูสุ่มนักเรียน 4-5 คน น�ำเสนอผลการท�ำแบบบันทึกกิจกรรมที่ 1 เรื่อง การดูแลรักษาอุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ 8. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน และเปิดประเด็นว่า นักเรียนจะช่วยบอก กระตุ้น เชิญชวนให้ผู้อื่น ใช้งานคอมพิวเตอร์อย่างถูกวิธีหรือช่วยดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ได้อย่างไร ให้นักเรียนยกตัวอย่าง หรือร่วมกันอภิปราย (ตัวอย่างเช่น จัดท�ำนิทรรศการ ป้ายนิเทศ แผ่นพับ ใบปลิว เสียงตามสาย ประกาศ หน้าเสาธง ป้ายข้อความ ฯลฯ) 9. ครูน�ำเข้าสู่การก�ำหนดปัญหาหรือความต้องการว่า การท�ำป้ายข้อความสั้น ๆ ตั้งโต๊ะ หรือติดไว้ที่บริเวณ โต๊ะคอมพิวเตอร์เพื่อแนะน�ำการใช้งานหรือดูแลรักษาคอมพิวเตอร์ เป็นวิธีการหนึ่งในการสื่อสารกับ ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์โดยตรง และนักเรียนก็สามารถท�ำป้ายข้อความเองได้ ดังนั้นให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม ช่วยกันคิดว่าจะท�ำป้ายข้อความอย่างไรเพื่อกระตุ้น เชิญชวน หรือแนะน�ำการใช้งานคอมพิวเตอร์อย่าง ถูกต้อง และช่วยกันดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้ใช้งานได้นาน ขั้นรวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา 10. นักเรียนในกลุ่มอภิปรายร่วมกันว่าป้ายข้อความสามารถท�ำได้ในรูปแบบใดบ้าง เช่น ป้ายแขวน ป้าย ตั้งโต๊ะ ป้ายติดจอคอมพิวเตอร์จากนั้นครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มบอกรูปแบบของป้ายที่เคยพบและสถาน ที่ติดตั้ง กลุ่มละ 1 รูป โดยครูเขียนรายละเอียดลงบนกระดาน 11. ครูแสดงตัวอย่างป้ายข้อความที่ใช้ในสถานที่ต่างๆให้นักเรียนดูเช่นป้ายชื่อตั้งโต๊ะป้ายแขวนหน้าร้านค้า แถบแม่เหล็กติดตู้เย็น ป้ายข้อความในห้องอาหาร เพื่อเป็นแนวคิดในการออกแบบชิ้นงาน อาจจะน�ำ เสนอในรูปของสมุดสะสมภาพของป้ายข้อความแบบต่าง ๆ หรือให้นักเรียนส�ำรวจป้ายที่มีในโรงเรียน 12. นักเรียนแต่ละกลุ่มอภิปรายร่วมกันว่า จากการส�ำรวจปัญหาที่พบในการใช้งานและดูแลรักษา คอมพิวเตอร์ นักเรียนจะเลือกท�ำป้ายข้อความสั้น ๆ ในการกระตุ้น เชิญชวน หรือแนะน�ำผู้ใช้งาน คอมพิวเตอร์ในเรื่องใด เช่น การปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ชั่วคราวหรือปิดเครื่องคอมพิวเตอร์เมื่อไม่ใช้ งาน การวางอาหารหรือน�้ำใกล้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ การท�ำความสะอาดคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ หรือ การใช้งานคอมพิวเตอร์ เป็นเวลานาน โดยครูอาจอธิบายและยกตัวอย่างประเด็นที่ต้องพิจารณาในการ ออกแบบชิ้นงาน เช่น • จะแนะน�ำ หรือเชิญชวนในเรื่องใด • ควรเขียนข้อความอย่างไร • จะออกแบบเป็นรูปอะไร • เป็นป้ายลักษณะใด (เช่น ป้ายแขวน ป้ายตั้งโต๊ะ ป้ายติดแถบแม่เหล็ก)
  • 12.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 23 • จะติดตั้งไว้ที่บริเวณใดจึงจะเหมาะสม ไม่รบกวนสายตา แต่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน และไม่ท�ำให้ อุปกรณ์ที่รองรับการติดตั้งเกิดความเสียหาย 13. ครูแสดงตัวอย่างและแนะน�ำวัสดุ สมบัติของวัสดุ ที่จะน�ำมาสร้างป้ายข้อความ เช่น กระดาษแข็ง แผ่นพลาสติกลูกฟูก ไม้บัลซ่า โฟม เชือก แถบแม่เหล็ก ครูให้นักเรียนบอกสมบัติของวัสดุต่างชนิดกันที่ อาจมีสมบัติบางประการเหมือนกัน และบางประการแตกต่างกัน เช่น การดึงดูดด้วยแม่เหล็ก การดูด ซับน�้ำ จากนั้นให้นักเรียนช่วยกันตอบค�ำถามว่าวัสดุที่เป็นสารแม่เหล็กสามารถน�ำไปใช้ท�ำอะไรได้บ้าง (ของเล่นและของใช้) วัสดุที่ดูดซับน�้ำได้ดีควรน�ำไปใช้ท�ำอะไร (น�ำไปท�ำผ้าอ้อมหรือเช็ดน�้ำ) จากนั้นครู ทดลองใช้ปากกาเคมีชนิดต่าง ๆ เขียนลงบนวัสดุที่น�ำมาแสดง หรือใช้กรรไกร มีด ในการตัดวัสดุ แล้วให้ นักเรียนพิจารณาเลือกใช้วัสดุในการท�ำป้ายข้อความตามความเหมาะสม ขั้นออกแบบวิธีการแก้ปัญหา 14. ครูชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการออกแบบป้าย โดยเน้นให้นักเรียนตระหนักถึงความส�ำคัญในการ ออกแบบชิ้นงาน ซึ่งการออกแบบจะช่วยให้เห็นแนวทางในการสร้างชิ้นงาน และช่วยให้สร้าง ชิ้นงานได้ง่ายยิ่งขึ้น การสร้างชิ้นงานอาจไม่ประสบความส�ำเร็จหากไม่มีการวางแผนและการออกแบบ ที่ชัดเจน หรือไม่ได้ท�ำตามแบบที่ก�ำหนดไว้ 15. นักเรียนออกแบบป้ายโดยเขียนรายละเอียดลงในแบบบันทึกกิจกรรมที่ 2 ออกแบบป้ายข้อความ ดังนี้ • เลือกรูปทรงที่จะใช้ท�ำป้าย เช่น สี่เหลี่ยม วงกลม สามเหลี่ยม • ก�ำหนดขนาด และวาดภาพเป็นรูปเรขาคณิตสองมิติ ตกแต่งรายละเอียดให้สวยงาม • ระบุต�ำแหน่งที่จะติดตั้ง • อภิปรายและเลือกวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ครูจัดเตรียมให้ เช่น กระดาษแข็ง กระดาษสี เชือก ไม้บัลซ่า แผ่นพลาสติกลูกฟูก กรรไกร กาว เทปกาว ไม้บรรทัด เพื่อน�ำไปสร้างป้ายข้อความ 16. นักเรียนแต่ละกลุ่มน�ำเสนอผลการออกแบบในแบบบันทึกกิจกรรมที่ 2 ขั้นวางแผนและด�ำเนินการแก้ปัญหา 17. นักเรียนแต่ละกลุ่มวางแผนการท�ำงานโดยแบ่งหน้าที่การท�ำงาน วางแผนการติดตั้ง การเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ ครูเน้นให้นักเรียนเห็นถึงความส�ำคัญของการใช้วัสดุอย่างประหยัด โดยเมื่อเลือกวัสดุใดในการ สร้างป้ายข้อความแล้ว จะไม่สามารถเปลี่ยนหรือขอเพิ่มอีก นอกจากวัสดุช�ำรุดเสียหายโดยไม่ได้เจตนา นอกจากนี้หากต้องการตัดวัสดุด้วยมีดต้องให้ครูเป็นผู้ด�ำเนินการให้ และควรใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ อย่าง ระมัดระวังเพื่อความปลอดภัย 18. ให้นักเรียนสร้างป้ายข้อความตามที่ได้ออกแบบไว้ โดยครูติดตามตรวจสอบการท�ำงานของแต่ละกลุ่ม อย่างใกล้ชิด
  • 13.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 24 ขั้นทดสอบ ประเมินผลและปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน 19. เมื่อสร้างป้ายข้อความเสร็จแล้ว ให้นักเรียนติดตั้งและตรวจสอบว่าสามารถใช้งานได้หรือไม่ โดยครู ตั้งค�ำถามเพื่อช่วยนักเรียนแต่ละกลุ่มในการตรวจสอบ เช่น • ป้ายข้อความสามารถติดตั้งได้อย่างมั่นคงหรือไม่ • วัสดุที่เลือกมาใช้ในการสร้างป้ายข้อความ เหมาะสมและแข็งแรงเพียงพอหรือไม่ • ป้ายข้อความมีขนาดเหมาะสมหรือไม่ (ไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป) • ต�ำแหน่งที่ติดตั้งสามารถมองเห็นได้ชัดเจน ไม่กีดขวางการใช้งาน หรือบดบังพื้นที่การใช้งาน 20. หากพบข้อบกพร่องให้ปรับปรุงแก้ไขและตกแต่งป้ายข้อความให้เรียบร้อยประณีตสวยงามซึ่งในขั้นตอน นี้ครูอาจให้วัสดุเพิ่มเติมได้ตามความจ�ำเป็น 21. นักเรียนตรวจสอบป้ายข้อความที่ปรับปรุงแล้วว่าสามารถกระตุ้น เชิญชวน หรือแนะน�ำการใช้งาน คอมพิวเตอร์อย่างถูกต้องหรือช่วยกันดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้ใช้งานได้นานหรือไม่ โดยอาจใช้ แบบตรวจสอบชิ้นงานช่วยในการประเมินผลงาน จากนั้นให้เพื่อนกลุ่มอื่นมาทดลองและประเมิน ผลงานของกลุ่มตนเอง ขั้นน�ำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหา หรือชิ้นงาน 22. ให้นักเรียนน�ำเสนอชิ้นงาน และอธิบายในประเด็นต่อไปนี้ • ป้ายข้อความที่นักเรียนสร้างขึ้นมีข้อความว่าอย่างไร เพราะเหตุใดจึงเลือกข้อความนี้ • ป้ายข้อความที่สร้างขึ้นมีขนาดเท่าไร • นักเรียนใช้วัสดุอะไรบ้างในการสร้างป้ายข้อความ เพราะเหตุใดจึงเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์เหล่านั้น • เหตุใดนักเรียนจึงออกแบบให้มีลักษณะนี้เหตุใดจึงเลือกติดตั้งในต�ำแหน่งนี้ป้ายข้อความนี้จะช่วยให้ ผู้ใช้สนใจที่จะดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ได้อย่างไร 23. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันประเมินผลงานของเพื่อนโดยการน�ำสติกเกอร์รูปหัวใจหรือรูปอื่น ๆไปติด ไว้ข้าง ๆ ผลงานเพื่อน โดยห้ามให้คะแนนผลงานของกลุ่มตนเอง (อาจก�ำหนดให้ 1 กลุ่ม : 1 คะแนน หรือ 1 คน : 1 คะแนน) โดยครูเน้นให้นักเรียนซื่อสัตย์ต่อการตัดสินใจของตนเองและยอมรับความคิดเห็นของ เพื่อน จากนั้นครูสรุปคะแนนและให้รางวัลแก่กลุ่มที่ได้คะแนนนิยมสูงสุด โดยพิจารณาการให้รางวัล ตามความเหมาะสม 24. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายว่าถ้าจะปรับปรุงผลงานให้ดีขึ้น ควรท�ำอย่างไร โดยอาจพิจารณาทั้ง ผลงานของตนเองและผลงานของเพื่อน 25. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุปเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมรักษ์คอมพิวเตอร์ ในประเด็นต่อไปนี้ • กระบวนการในการออกแบบโดยการวาดภาพร่างสองมิติ และการสร้างป้ายข้อความแนะน�ำการใช้ งานหรือการดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ • การเลือกอุปกรณ์วัด ตัด ติดยึด อย่างเหมาะสม • การเลือกวัสดุอย่างเหมาะสมตามสมบัติ • การวัด • การดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ • นักเรียนได้เรียนรู้อะไรจากการท�ำกิจกรรมนี้ (การดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ การเลือกใช้ วัสดุ รูปร่างเรขาคณิตการวัดความยาว การออกแบบชิ้นงาน การสร้างชิ้นงานตามแบบที่ได้ร่างไว้)
  • 14.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 25 26. ครูน�ำผลงานของนักเรียนแต่ละกลุ่มไปจัดแสดง1 สัปดาห์ จากนั้นให้นักเรียนพิจารณาน�ำป้ายข้อความ ของกลุ่มตนไปติดตั้งตามความเหมาะสม การวัดประเมินผล 1. แบบบันทึกกิจกรรมที่ 1 เรื่อง การดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ 2. แบบบันทึกกิจกรรมที่ 2 เรื่อง ออกแบบป้ายข้อความ 3. แบบส�ำรวจพฤติกรรมการเลือกและใช้วัสดุ อุปกรณ์ในการสร้างป้ายข้อความ 4. แบบประเมินชิ้นงาน 5. แบบตรวจสอบชิ้นงานป้ายข้อความ เกณฑ์การให้คะแนน แบบบันทึกกิจกรรมที่ 1 การดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ประเด็นการประเมิน ระดับคะแนน 2 1 0 การดูแลรักษาอุปกรณ์ บอกได้ถูกอย่างน้อย 2 วิธี บอกได้ถูกอย่างน้อย 1 วิธี ตอบไม่ถูกหรือไม่ตอบ คอมพิวเตอร์ ระดับคุณภาพ คะแนน 0-1 หมายถึง ปรับปรุง คะแนน 2 หมายถึง ดี เกณฑ์การให้คะแนน แบบบันทึกกิจกรรมที่ 2 ออกแบบป้ายข้อความ ประเด็นการประเมิน ระดับคะแนน 2 1 0 1. การออกแบบโดยการ มีการร่างภาพสองมิติ มีการร่างภาพสองมิติแต่มี ไม่มีการร่างภาพ ร่างภาพสองมิติ มีรายละเอียดและสื่อ รายละเอียดและสื่อ ความหมายได้ชัดเจน ความหมายไม่ชัดเจน 2. การระบุชื่อวัสดุ - ระบุชื่อวัสดุได้ ตอบไม่ถูกหรือไม่ตอบ 3. การระบุขนาด ระบุขนาดได้ถูกต้อง ระบุขนาดไม่ถูกต้อง ไม่มีการระบุขนาด หรือใกล้เคียง หรือไม่ใกล้เคียง ระดับคุณภาพ คะแนน 0-2 หมายถึง ควรปรับปรุง คะแนน 3-4 หมายถึง พอใช้ คะแนน 5 หมายถึง ดีมาก
  • 15.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 26 แบบส�ำรวจพฤติกรรมการเลือกและใช้วัสดุอุปกรณ์ในการสร้างป้ายข้อความ ชื่อ-สกุล.............................................................................. เลขที่................ห้อง ............... ค�ำชี้แจง ให้ท�ำเครื่องหมาย ✓ ที่ตรงกับพฤติกรรมนักเรียน ............. 1. เลือกใช้วัสดุได้อย่างเหมาะสมตามสมบัติ ............. 2. เลือกอุปกรณ์ เครื่องมือเหมาะสมกับลักษณะและประเภทของงาน ............. 3. ใช้อุปกรณ์ อย่างถูกวิธีและปลอดภัย ............. 4. จัดเก็บอุปกรณ์หลังการใช้งาน ระดับคุณภาพ แสดงพฤติกรรม 0-1 พฤติกรรม หมายถึง ควรปรับปรุง แสดงพฤติกรรม 2-3 พฤติกรรม หมายถึง พอใช้ แสดงพฤติกรรม 4 พฤติกรรม หมายถึง ดีมาก แบบประเมินชิ้นงาน รายละเอียดการประเมิน 1. ความสมบูรณ์ของชิ้นงาน ระดับคะแนน 3 หมายถึง ชิ้นงานส�ำเร็จเรียบร้อยตามที่ออกแบบไว้ ระดับคะแนน 2 หมายถึง ชิ้นงานส�ำเร็จเรียบร้อยแต่ช�ำรุดเสียหาย ระดับคะแนน 1 หมายถึง ชิ้นงานไม่ส�ำเร็จตามที่ได้ออกแบบไว้ 2. ความคิดสร้างสรรค์ พิจารณารายละเอียดของชิ้นงาน ดังนี้ 1) มีลักษณะที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร มีความน่าสนใจ 2) มีการตกแต่งรายละเอียดของชิ้นงานมากกว่าภาพร่างอย่างชัดเจน ระดับคะแนน 2 หมายถึง มีทั้ง 2 ข้อ ระดับคะแนน 1 หมายถึง มี 1 ข้อ ชื่อกลุ่ม ความสมบูรณ์ ของชิ้นงาน ความคิด สร้างสรรค์ การสื่อสาร ต�ำแหน่งที่ติดตั้ง คะแนนเต็ม 3 2 1 2 1 2 1 3 2 1 1. 2. 3. 4. 5.
  • 16.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 27 3. การสื่อสาร ระดับคะแนน 2 หมายถึง ข้อความสื่อสารกับผู้ใช้ได้ชัดเจน สั้น และกระชับ ระดับคะแนน 1 หมายถึง ข้อความสื่อสารได้ไม่ชัดเจน 4. ต�ำแหน่งที่ติดตั้ง พิจารณารายละเอียดของชิ้นงาน ดังนี้ 1) ป้ายข้อความติดตั้งในต�ำแหน่งที่เห็นได้ชัด 2) ไม่กีดขวางการใช้อุปกรณ์ 3) ติดตั้งแล้วไม่ท�ำให้อุปกรณ์เสียหาย ระดับคะแนน 3 หมายถึง มีทั้ง 3 ข้อ ระดับคะแนน 2 หมายถึง มีทั้ง 2 ข้อ ระดับคะแนน 1 หมายถึง มี 1 ข้อ แบบตรวจสอบชิ้นงานป้ายข้อความ กิจกรรมรักษ์คอมพิวเตอร์ ให้นักเรียนตรวจสอบชิ้นงานป้ายข้อความของกลุ่มตนเอง โดยพิจารณาจากรายละเอียดด้านล่าง จากนั้นท�ำ เครื่องหมายลงใน ❏ โดยที่ √ หมายถึงผ่าน และ x หมายถึงไม่ผ่าน ชื่อกลุ่ม .................................................................................. ❏ วัสดุที่ใช้ในการสร้างป้ายข้อความมีความแข็งแรง ❏ สามารถน�ำไปติดตั้งได้โดยไม่ล้ม ไม่หล่น ❏ ต�ำแหน่งที่ติดตั้งสามารถมองเห็นได้ชัดเจน ❏ ป้ายข้อความไม่กีดขวางการใช้งานคอมพิวเตอร์ ❏ เมื่อติดตั้งป้ายข้อความแล้วไม่ท�ำให้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์เสียหาย ❏ ใช้ข้อความหรือสัญลักษณ์ที่สื่อสารให้เข้าใจได้ง่าย ❏ สามารถเชิญชวนหรือกระตุ้นให้ผู้อื่นใช้งานหรือดูแลรักษาคอมพิวเตอร์อย่างถูกวิธี สื่อและแหล่งเรียนรู้ 1. คู่มือครูรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยีสารสารสนเทศและการสื่อสาร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2. ใบความรู้และสื่อมัลติมีเดีย เรื่อง การดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์
  • 17.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 28 ข้อเสนอแนะ 1. ความรู้พื้นฐานที่ต้องใช้ในการท�ำกิจกรรม 1) วัสดุและสมบัติของวัสดุ 2) การวัดความยาว 3) การค้นหาและรวบรวมข้อมูล 4) การวาดภาพร่างสองมิติ 2. ครูควรให้เวลานักเรียนในการออกแบบและพัฒนาชิ้นงานอย่างเต็มที่ และคอยติดตามตรวจสอบควบคุม รายละเอียดต่าง ๆ ของชิ้นงานให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่โจทย์ก�ำหนด 3. การใช้วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ของเด็กยังขาดความระมัดระวัง และน�ำวัสดุไปท�ำเป็นของเล่นอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ชิ้น งานที่ก�ำหนด ซึ่งคุณครูจะต้องดูแลควบคุมห้องเรียนให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย 4. ปากกาหรือวัสดุบางชนิดที่น�ำมาท�ำป้ายควรเป็นวัสดุที่สามารถเขียนข้อความแล้วเห็นได้ชัดเจนไม่มีการ ซึม หรือเขียนไม่ติด นอกจากนี้ไม่ควรให้นักเรียนใช้เทปใส หรือเทปกาวในการยึดติดชิ้นงาน เพราะจะ ท�ำให้ผลงานที่ออกมาไม่เรียบร้อยสวยงาม 5. นักเรียนอาจมีพื้นฐานในการใช้คอมพิวเตอร์ที่แตกต่างกัน ดังนั้นการให้นักเรียนเรียกใช้โปรแกรมต่าง ๆ ครูควรบอกทีละขั้นตอน และให้นักเรียนปฏิบัติพร้อมๆ กัน 6. การเลือกวัสดุของนักเรียนอาจเลือกโดยพิจารณาจากความสวยงามความสนใจส่วนตัว ดังนั้น ครูจึงควร ต้องแนะน�ำสมบัติเบื้องต้นของวัสดุต่าง ๆ เพื่อให้นักเรียนเลือกได้เหมาะสมกับสิ่งที่ตนต้องการ 7. นักเรียนสามารถใช้อุปกรณ์ตัดได้แล้ว แต่อาจขาดความประณีตในผลงาน ครูจึงต้องคอยกระตุ้นและส่ง เสริมให้นักเรียนท�ำงาน อย่างประณีต เรียบร้อย เพื่อเป็นพื้นฐานในการท�ำกิจกรรมต่าง ๆ 8. นักเรียนบางคนยังเขียนหนังสือไม่คล่อง สะกดไม่ถูกและเขียนบางค�ำไม่ได้ ครูจึงต้องให้ค�ำแนะน�ำ และ ตรวจสอบความถูกต้อง ความกระชับของข้อความ ก่อนให้นักเรียนลงมือปฏิบัติในการสร้างชิ้นงาน 9. ครูควรกระตุ้นให้นักเรียนมีความมั่นใจ ในการน�ำเสนอ และการให้เหตุผล 10. ครูอาจจะให้นักเรียนเลือกเครื่องคอมพิวเตอร์ในโรงเรียน เพื่อที่จะน�ำป้ายข้อความที่ท�ำเสร็จแล้วไป ติดตั้ง เพื่อให้นักเรียนมีความภาคภูมิใจในชิ้นงานของตัวเอง 11. ครูควรเน้นย�้ำให้นักเรียนช่วยกันรักษาความสะอาด เก็บวัสดุ สิ่งของให้เรียบร้อยระหว่างและหลังการ สร้างชิ้นงานเพื่อความปลอดภัยและความสะอาดของสถานที่ 12. ครูอาจจะเพิ่มกิจกรรมที่เสริมความรู้ทางคณิตศาสตร์ โดยตั้งราคาของวัสดุและอุปกรณ์ที่น�ำมาใช้ท�ำ ป้ายข้อความ แล้วให้นักเรียนใช้เงินสมมติมาซื้อวัสดุและอุปกรณ์ไปใช้ จากนั้นให้แต่ละกลุ่มคิด งบประมาณที่ใช้ท�ำป้ายข้อความของกลุ่มตนเอง โดยไม่จ�ำเป็นต้องเน้นที่การใช้งบประมาณน้อยที่สุด หรือมากที่สุด ขึ้นอยู่กับความสวยงามและคุณค่าของสิ่งของที่สร้างขึ้นและให้เกิดความเข้าใจว่าวัสดุ สิ่งของต่าง ๆ มีต้นทุนในการผลิต
  • 18.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 29 แนวค�ำตอบ แบบบันทึกกิจกรรมที่1 การดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ให้นักเรียนบอกวิธีดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ อย่างน้อย 3 ข้อ • ท�ำความสะอาดขณะที่เครื่องคอมพิวเตอร์ปิดอยู่ • ใช้อุปกรณ์เป่าฝุ่น ผ้าแห้ง หรือผ้าหมาด เช็ดท�ำความสะอาดอุปกรณ์ • ไม่วางสิ่งของบนตัวอุปกรณ์ • ไม่เคลื่อนย้ายอุปกรณ์ หรือถอดอุปกรณ์ขณะเปิดใช้งาน • ไม่วางอาหารและเครื่องดื่มใกล้เครื่องคอมพิวเตอร์
  • 19.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 30 แนวค�ำตอบ แบบบันทึกกิจกรรมที่2 ออกแบบป้ายข้อความ ให้นักเรียนออกแบบป้ายข้อความเพื่อกระตุ้น เชิญชวน ให้ใช้งานคอมพิวเตอร์อย่างถูกวิธี หรือช่วยกันดูแลรักษาอุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ โดยวาดภาพและเขียนข้อความในกรอบด้านล่าง ต�ำแหน่งที่ติดตั้งป้ายข้อความ ด้านข้างจอคอมพิวเตอร์ วัสดุที่ใช้ในการสร้างป้ายข้อความ 1) แผ่นพลาสติกลูกฟูก 2) กระดาษสี 3) เชือก ป้ายข้อความยาว 30 เซนติเมตร ป้าย ข้อความ กว้าง 20 เซนติเมตร
  • 20.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 31 คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ใช้งานที่ต้องดูแลรักษาเช่นเดียวกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ในบ้าน การดูแลรักษา คอมพิวเตอร์อย่างเหมาะสม สม�่ำเสมอ จะช่วยยืดอายุการใช้งานคอมพิวเตอร์ และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการ ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอุปกรณ์อีกด้วย ขณะที่คอมพิวเตอร์ท�ำงาน จะเกิดความร้อนภายในตัวเครื่องและความร้อนอาจท�ำให้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ท�ำงานผิดปกติ จึงควรวางคอมพิวเตอร์ในห้องที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี ใบความรู้ เรื่อง การดูแลรักษา คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์
  • 21.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 32 ความชื้นและฝุ่นละอองอาจท�ำให้ชิ้นส่วนใน คอมพิวเตอร์เสียหายเป็นสาเหตุให้คอมพิวเตอร์ ไม่สามารถท�ำงานได้ตามปกติ วางคอมพิวเตอร์บนโต๊ะ ที่แข็งแรง มั่นคง คอมพิวเตอร์ประกอบด้วยชิ้นส่วนขนาดเล็ก ที่เชื่อมต่อกันอยู่ภายใน การสั่นสะเทือนจากโต๊ะที่ ไม่มั่นคงแข็งแรง อาจท�ำให้เกิดความเสียหายกับ คอมพิวเตอร์ได้ หลีกเลี่ยงการวางคอมพิวเตอร์ไว้ใน บริเวณที่มีความชื้น และฝุ่นละออง
  • 22.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 33 การทําความสะอาดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ท�ำความสะอาดขณะที่ เครื่องคอมพิวเตอร์ปิดอยู่ ใช้อุปกรณ์เป่าฝุ่น ผ้าแห้งหรือผ้าหมาด เช็ดท�ำความสะอาดอุปกรณ์ ไม่วางสิ่งของบนอุปกรณ์ เพราะอาจ ปิดกั้นทางระบายความร้อน หรือท�ำให้ อุปกรณ์แตกหักเสียหาย
  • 23.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 34 ไม่เคลื่อนย้ายอุปกรณ์ หรือถอดอุปกรณ์ขณะเปิดใช้งาน ไม่วางอาหารและเครื่องดื่ม ใกล้เครื่องคอมพิวเตอร์ เพราะอาจหกเลอะเทอะ สร้างความเสียหายให้อุปกรณ์
  • 24.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 35 ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เวลา 6 – 7 ชั่วโมง สาระส�ำคัญ อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นสิ่งอ�ำนวยความสะดวกในชีวิตประจ�ำวันของมนุษย์ ซึ่งมีผลกระทบต่อ มนุษย์ เราจึงควรรู้จักการใช้อย่างถูกวิธี โดยค�ำนึงถึงความปลอดภัยต่อชีวิตและใช้อย่างพอดี การใช้ข้อมูลทาง สถิติมาช่วยในการออกแบบวิธีการใช้งานอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพจะท�ำให้เกิดการสร้าง ความตระหนักในการใช้งานอย่างพอดี อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศต้องใช้พลังงานไฟฟ้าในการท�ำงาน แต่ละครอบครัวจะมีจ�ำนวนอุปกรณ์ เทคโนโลยีสารสนเทศมาก น้อย แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความจ�ำเป็นในการใช้งาน การที่จะทราบว่าแต่ละ ครอบครัวมีอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศอะไรบ้าง มีจ�ำนวนอุปกรณ์แต่ละชนิดเท่าไร และมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ และค่าบริการอินเทอร์เน็ต มากน้อยอย่างไร ต้องอาศัยวิธีการทางสถิติช่วย เริ่มตั้งแต่ การวางแผนการเก็บข้อมูล การเก็บรวบรวมและจ�ำแนกข้อมูล แล้วน�ำข้อมูลมาน�ำเสนอในรูปแบบต่าง ๆ เช่น น�ำเสนอในรูปตาราง แผนภูมิรูปภาพ ซึ่งจะช่วยให้มีความเข้าใจต่อข้อมูลที่น�ำเสนอได้ง่ายยิ่งขึ้น และข้อมูล มีความน่าสนใจ สวยงาม นอกจากนี้ยังสามารถน�ำข้อมูลที่ได้มาวางแผนการใช้งานอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ อย่างมีประสิทธิภาพ การใช้อุปกรณ์ เทคโนโลยี สารสนเทศอย่างประหยัด
  • 25.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 36 วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์เทคโนโลยี* 1. อธิบายความส�ำคัญของ พลังงานไฟฟ้า และเสนอ วิธีการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด และปลอดภัย 1. บวก ลบ คูณ หาร และบวก ลบ คูณ หารระคนของ จ�ำนวนนับไม่เกินหนึ่งแสน และศูนย์ พร้อมทั้งตระหนักถึง ความสมเหตุสมผลของค�ำตอบ 2. อ่านข้อมูลจากแผนภูมิรูปภาพ และแผนภูมิแท่งอย่างง่าย 1. เลือกใช้สิ่งของเครื่องใช้ใน ชีวิตประจ�ำวันอย่างสร้างสรรค์ 2. ค้นหาข้อมูลอย่างมีขั้นตอนและ น�ำเสนอข้อมูลในลักษณะต่าง ๆ 3. อธิบายประโยชน์และโทษ จากการใช้งานเทคโนโลยี สารสนเทศ ตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน *ตัวชี้วัด เทคโนโลยี (T) ในที่นี้จะรวมตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี และสาระเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร ในขณะที่วิศวกรรมศาสตร์ (E) ไม่ได้ปรากฏในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่ กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมสามารถเทียบเคียงได้จากกระบวนการเทคโนโลยีในตัวชี้วัดสาระการออกแบบ และเทคโนโลยี สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี - พลังงานไฟฟ้ามีความส�ำคัญต่อ ชีวิตประจ�ำวัน จึงต้องใช้ไฟฟ้า อย่างประหยัด อุปกรณ์เทคโนโลยี สารสนเทศเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้า อย่างหนึ่ง การใช้เทคโนโลยี สารสนเทศจึงควรใช้อย่างพอดีและ ประหยัด - การค�ำนวณค่าใช้จ่ายใน การใช้งานเทคโนโลยี สารสนเทศ - การเก็บรวบรวมข้อมูลและ จ�ำแนกข้อมูล เกี่ยวกับการใช้ งานเทคโนโลยีสารสนเทศใน ชีวิตประจ�ำวันและน�ำเสนอใน รูปแผนภูมิรูปภาพหรือตาราง - การเลือกใช้สิ่งของเครื่องใช้ อย่างสร้างสรรค์เป็นการเลือก สิ่งของเครื่องใช้ที่เป็นมิตรกับ ชีวิต สังคมและสิ่งแวดล้อม - การน�ำเสนอข้อมูลสามารถ ท�ำได้หลายลักษณะตามความ เหมาะสม เช่น น�ำเสนอหน้า ชั้นเรียน จัดท�ำเอกสารรายงาน - ประโยชน์และโทษจาก การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • 26.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 37 กรอบแนวคิด จุดประสงค์ของกิจกรรม 1. รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับจ�ำนวนอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศในชีวิตประจ�ำวันค่าบริการโทรศัพท์ ค่าบริการอินเทอร์เน็ตและค่าไฟฟ้า แล้วน�ำเสนอในรูปแผนภูมิรูปภาพหรือตาราง 2. อ่านแผนภูมิรูปภาพหรือตารางและเปรียบเทียบค่าบริการโทรศัพท์ ค่าบริการอินเทอร์เน็ต และค่าไฟฟ้า 3. อภิปรายและอธิบายประโยชน์และโทษจากการใช้งานอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ 4. ออกแบบเสนอแนวทางหรือวิธีลดการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อลดค่าไฟฟ้าค่าบริการโทรศัพท์ และค่าบริการอินเทอร์เน็ตในบ้านและลงมือปฏิบัติ T: เทคโนโลยี* • ประโยชน์และโทษจากการใช้งาน เทคโนโลยีสารสนเทศ • การน�ำเสนอข้อมูลโดยใช้แผนภูมิต่าง ๆ S: วิทยาศาสตร์ • การใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและ ปลอดภัย M: คณิตศาสตร์ • การบวก การลบ ค่าใช้จ่าย • การเขียนและอ่านแผนภูมิรูปภาพ หรือแผนภูมิแท่ง E: วิศวกรรมศาสตร์ • กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม (การหาวิธีลดการใช้งานอุปกรณ์ เทคโนโลยีสารสนเทศ) การใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ อย่างประหยัด * เป็นวิชาหลักในการน�ำกิจกรรมนี้
  • 27.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 38 วัสดุอุปกรณ์ แนวการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นระบุปัญหา 1. กิจกรรมน�ำเข้าสู่บทเรียน กิจกรรมที่ 1 อภิปรายประโยชน์และโทษของการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ 1. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายว่า ในชีวิตประจ�ำวันมีการใช้งานอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศอะไรบ้าง และใช้อย่างไร ต่อจากนั้นครูมอบหมายงานกลุ่มให้นักเรียนช่วยกันค้นหาค�ำตอบจากใบกิจกรรมที่ 1 ตามหัวข้อ ดังนี้ • การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศมีประโยชน์อย่างไร • การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศมีโทษอย่างไร 2. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มน�ำเสนอผลงาน กิจกรรมที่ 2 ส�ำรวจจ�ำนวนอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศและค่าใช้จ่าย 1. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้ • นักเรียนทราบหรือไม่ว่า มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างที่เกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์รวมค่าบริการอินเทอร์เน็ต • นักเรียนทราบหรือไม่ว่า ในแต่ละเดือนครอบครัวของนักเรียนมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นจ�ำนวนเท่าใด ที่ รายการ จ�ำนวนต่อกลุ่ม 1 ภาพตัวอย่างอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศในชีวิตประจ�ำวัน เช่น คอมพิวเตอร์ กล้องดิจิทัล โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต 2 รูปภาพอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ ส�ำหรับการสร้างแผนภูมิรูปภาพ เช่น รูป คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต โทรศัพท์บ้าน โทรศัพท์มือถือ กล้องดิจิทัล เครื่องพิมพ์ สมาร์ททีวี 3 กระดาษปรู๊ฟ 1 แผ่น 4 ดินสอสี 1 ชุด 5 กาว 1 ขวด 6 กรรไกร 1 เล่ม 7 ไม้บรรทัด 1 อัน
  • 28.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 39 • นักเรียนจะทราบได้อย่างไรว่าในแต่ละเดือนครอบครัวมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยี สารสนเทศเป็นเงินเท่าใด 2. ครูให้นักเรียนแต่ละคนส�ำรวจและเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสอบถามผู้ปกครองหรืออ่านข้อมูลจาก ใบเสร็จรับเงินค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์และบันทึกข้อมูลจากใบกิจกรรมที่ 2.1 ตามหัวข้อดังนี้ • จ�ำนวนอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศที่ใช้ภายในบ้าน • ค่าโทรศัพท์ที่ใช้ภายในบ้านภายในหนึ่งเดือน • ค่าไฟฟ้าที่ใช้ภายในบ้านในหนึ่งเดือน 3. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มรวบรวมข้อมูลที่ได้จากใบกิจกรรมที่2.1 มาบันทึกลงในใบกิจกรรมที่ 2.2 พร้อม ทั้งน�ำเสนอข้อมูล (แผนภูมิรูปภาพ ค่าบริการโทรศัพท์ ค่าไฟฟ้า) 4. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลจากการน�ำเสนอผลงานของแต่ละกลุ่มในประเด็นค�ำถามต่อไปนี้เช่น • กลุ่มใดมีจ�ำนวนอุปกรณ์สารสนเทศมากที่สุด • กลุ่มใดมีโทรศัพท์มากที่สุด • กลุ่มใดมีคอมพิวเตอร์มากที่สุด • กลุ่มใดเสียค่าโทรศัพท์มากที่สุด เพราะเหตุใด (แนวค�ำตอบ ค�ำตอบมีหลากหลาย กลุ่มที่มีจ�ำนวนโทรศัพท์มากที่สุด ไม่จ�ำเป็นต้องมีค่าโทรศัพท์ มากที่สุด ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปราย หาเหตุผลประกอบ หรืออาจถามข้อมูลเพิ่มเติมจากกลุ่ม ที่มีค่าโทรศัพท์มากที่สุด) • กลุ่มใดเสียค่าไฟฟ้ามากที่สุด เพราะเหตุใด (แนวค�ำตอบ ค�ำตอบมีหลากหลาย กลุ่มที่มีจ�ำนวนอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศมากที่สุด ไม่จ�ำเป็นต้องมีค่าไฟฟ้ามากที่สุด ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปราย หาเหตุผลประกอบ หรืออาจถาม ข้อมูลเพิ่มเติมจากกลุ่มที่มีค่าไฟฟ้ามากที่สุด) 2. กิจกรรมระบุปัญหา 1. ครูกระตุ้นความสนใจโดยอภิปรายว่า การใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศมีผลต่อค่าใช้จ่ายหรือไม่ อย่างไร 2. ครูเปิดประเด็นต่อไปว่า นอกจากค่าใช้จ่ายแล้วหากเราใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศมากเกินไปก็ยังมี โทษอื่น ๆ ตามมา ดังที่นักเรียนได้อภิปรายกันมาก่อนหน้านี้แล้ว ดังนั้นเราจึงควรลดการใช้งานอุปกรณ์ เทคโนโลยีสารสนเทศเหล่านี้ลง 3. ครูก�ำหนดสถานการณ์ปัญหา ดังนี้ “อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศมีผลต่อค่าใช้จ่าย และหากใช้งานมากเกินไปก็จะเกิดโทษต่าง ๆ ตามมา ถ้านักเรียนได้รับมอบหมายให้หาวิธีลดการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ นักเรียนจะมีวิธีไหนบ้าง โดยไม่ให้กระทบต่อการด�ำเนินชีวิตประจ�ำวันของคนในบ้านมากนัก”
  • 29.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 40 ขั้นรวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา 4. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส�ำรวจและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการที่จะลดการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยี สารสนเทศ โดยอาจระดมความคิดจากความรู้เดิมหรือข้อมูลที่ได้จากการส�ำรวจในกิจกรรมที่ผ่านมา หรือไปสืบค้นจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น ป้ายนิเทศ หนังสือ อินเทอร์เน็ต แผ่นพับ 5. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปวิธีการต่าง ๆ ในการลดการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ ขั้นออกแบบวิธีการแก้ปัญหา 6. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มอภิปรายและเลือกวิธีการในการลดการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศที่ เหมาะสมที่สุดและสามารถท�ำได้จริง โดยอาจเขียนเป็นแผนผังความคิดเพื่อแสดงวิธีการที่เลือก ขั้นวางแผนและด�ำเนินการแก้ปัญหา 7. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มวางแผนในการน�ำวิธีการที่เลือกไปปฏิบัติที่บ้านในเวลาหนึ่งเดือนโดยเขียนออกมา เป็นล�ำดับขั้นและระยะเวลา 8. ครูให้นักเรียนทุกกลุ่มลงมือปฏิบัติตามขั้นตอนที่วางแผนไว้ ขั้นทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน 9. เมื่อลงมือปฏิบัติตามแผนเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายว่าแต่ละคน สามารถท�ำได้ตามแผนที่ได้ก�ำหนดไว้หรือไม่อย่างไร มีปัญหาหรืออุปสรรคอะไรบ้าง และควรจะปรับปรุง วิธีการอย่างไร 10. ครูให้นักเรียนร่วมกันปรับปรุงแก้ไขวิธีการที่วางแผนไว้ แล้วลงมือปฏิบัติตามวิธีการใหม่ที่ได้แก้ไข 11. ครูให้สมาชิกในกลุ่มอภิปรายร่วมกันว่าวิธีการที่ได้ออกแบบและปฏิบัติสามารถลดการใช้อุปกรณ์ เทคโนโลยีสารสนเทศได้หรือไม่ อย่างไร และเพราะเหตุใด ขั้นน�ำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหา หรือชิ้นงาน 12. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มน�ำเสนอวิธีการในการลดการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศและผลที่ได้จากการ ใช้วิธีการดังกล่าว การวัดประเมินผล 1. ใบกิจกรรมที่ 1 เรื่องประโยชน์และโทษของการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ 2. ใบกิจกรรมที่ 2.1 เรื่องการส�ำรวจจ�ำนวนอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ 3. ใบกิจกรรมที่ 2.2 เรื่องการเก็บรวบรวมข้อมูลและการน�ำเสนอ 4 ประเมินจากการน�ำเสนอผลงานของนักเรียนแต่ละกลุ่ม สื่อและแหล่งเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 สถาบัน ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
  • 30.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 41 บ้านพลังงาน แสงอาทิตย์ หมายเหตุ: *ตัวชี้วัดเทคโนโลยี (T) ในที่นี้จะรวมตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี และสาระเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร ในขณะที่วิศวกรรมศาสตร์ (E) ไม่ได้ปรากฏในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่กระบวนการออกแบบเชิง วิศวกรรม สามารถเทียบเคียงได้จากกระบวนการเทคโนโลยีในตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เวลา 3 ชั่วโมง สาระส�ำคัญ ดวงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงานที่ส�ำคัญของโลก ให้ทั้งพลังงานความร้อนและพลังงานแสง เซลล์สุริยะเป็น อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานไฟฟ้า จากนั้นจึงเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานอื่น ๆ ที่มนุษย์ สามารถน�ำไปใช้งานได้ ซึ่งสังเกตได้จากเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ในการสร้างบ้านจ�ำลองซึ่งมีการใช้เซลล์สุริยะเป็นแหล่งพลังงานไฟฟ้า มีการออกแบบบ้านให้เป็นภาพร่าง และเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมและปลอดภัยโดยพิจารณาจากสมบัติของวัสดุหลังจากร่างแบบแล้วด�ำเนินการสร้าง บ้านตามแบบที่ร่างไว้ให้ได้สัดส่วนตามความยาวที่ก�ำหนดรวมถึงการใช้อุปกรณ์วัดตัดและติดยึดบ้านอย่างถูกต้อง และปลอดภัย เมื่อต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้ากับเซลล์สุริยะจะท�ำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ท�ำงานได้และเป็นประโยชน์ ต่อการด�ำรงชีวิต ตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี* 1. ทดลองและอธิบายการเปลี่ยน พลังงานแสงเป็นพลังงานไฟฟ้า และน�ำความรู้ไปใช้ประโยชน์ 1. แก้ปัญหาเกี่ยวกับการวัด ความยาว การชั่ง การตวง เงิน และเวลา 1. สร้างของเล่นของใช้อย่างง่าย โดยก�ำหนดปัญหาหรือความ ต้องการ รวบรวมข้อมูล ออกแบบโดยถ่ายทอดความคิด เป็นภาพร่าง ลงมือสร้างและ ประเมินผล 2. ใช้อุปกรณ์เครื่องมือวัด ตัด ติดยึด และเจาะ ให้เหมาะสมกับ การท�ำงาน มีความถูกต้องและ ปลอดภัย
  • 31.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 42 สาระการเรียนรู้ กรอบแนวคิด วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์เทคโนโลยี - ดวงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงาน ที่สำ�คัญของโลก ให้ทั้งพลังงาน ความร้อนและพลังงานแสง - เซลล์สุริยะเป็นอุปกรณ์ที่เปลี่ยน พลังงานแสงเป็นพลังงานไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้าหลายชนิดมีเซลล์ สุริยะเป็นส่วนประกอบ เช่น เครื่องคิดเลข - การเลือกวัสดุและสิ่งของต่าง ๆ มาใช้เพื่อความเหมาะสมและ ปลอดภัยต้องพิจารณาจาก สมบัติของวัสดุที่ใช้ทำ�สิ่งของ นั้น ๆ - การแก้โจทย์ปัญหาที่เกี่ยวกับ การวัดความยาว - อุปกรณ์เครื่องมือในการสร้าง ชิ้นงานเพื่อการวัด - การตัด การติดยึด และการ เจาะ ต้องใช้งานอย่างถูกต้อง และปลอดภัย T: เทคโนโลยี • การเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงาน ไฟฟ้า โดยใช้เซลล์สุริยะ • การใช้อุปกรณ์เครื่องมือในการวัด ตัด ติดยึด บ้านพลังงานแสงอาทิตย์ S: วิทยาศาสตร์* • ประโยชน์ของดวงอาทิตย์ • การเปลี่ยนพลังงานแสงเป็น พลังงานไฟฟ้า M: คณิตศาสตร์ • การวัดความยาว E: วิศวกรรมศาสตร์ • กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม (การสร้างบ้านพลังงานแสงอาทิตย์จ�ำลอง) * เป็นวิชาหลักในการน�ำกิจกรรมนี้
  • 32.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 43 จุดประสงค์ของกิจกรรม 1. บอกวิธีการเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานไฟฟ้า 2. ออกแบบและสร้างบ้านจ�ำลองที่มีแผงเซลล์สุริยะเป็นส่วนประกอบตามเงื่อนไขที่ก�ำหนด 3. ใช้วัสดุและอุปกรณ์วัด ตัด ติดยึดอย่างถูกต้องและปลอดภัย 4. วัดความยาวเป็นเซนติเมตรเพื่อแก้ปัญหาตามเงื่อนไขที่ก�ำหนด วัสดุอุปกรณ์ ข้อแนะน�ำการเตรียมวัสดุอุปกรณ์ 1. ตัดสายไฟสีด�ำและสีแดงให้มีขนาดยาวประมาณเส้นละ 20 เซนติเมตร 2. บัดกรีสายไฟสีด�ำและสีแดงเข้ากับขั้วของเซลล์สุริยะ 3. บัดกรีสายไฟสีด�ำและสีแดงเข้ากับขั้วออดไฟฟ้า 4. บัดกรีสายไฟสีด�ำและสีแดงเข้ากับขั้วมอเตอร์ไฟฟ้าการบัดกรีสายไฟเข้ากับขั้วของเซลล์สุริยะ มอเตอร์ไฟฟ้าและออดไฟฟ้า อย่าให้มีส่วนของโลหะแหลมคมติดอยู่เพราะอาจเกิดอันตรายกับ นักเรียนได้ ที่ รายการ จ�ำนวนต่อกลุ่ม ที่ รายการ จ�ำนวนต่อกลุ่ม 1 เซลล์สุริยะพร้อมบัดกรีสายไฟ ขั้วบวกและลบ 1 แผ่น 8 กระดาษเทาขาว ขนาด A4 4 แผ่น 2 มอเตอร์ไฟฟ้า (ที่ใช้กับเซลล์ สุริยะ)พร้อมบัดกรีสายไฟที่ขั้ว 1 อัน 9 ตะเกียบ 2 คู่ 3 สายไฟเส้นเล็ก (เส้นสีแดงและ ด�ำ) เส้นละ 1 เมตร 2 เส้น 10 ไม้เสียบลูกชิ้น 4 ไม้ 4 ออดไฟฟ้า 1 อัน 11 เทปใส 1 อัน 5 หลอด LED 5 มิลลิเมตร 1 หลอด 12 กรรไกร 1 อัน 6 กระดาษลูกฟูก 2 ชั้น (แบบที่ ม้วนได้) ขนาด A4 2 แผ่น 13 โคมไฟพร้อมหลอดไฟ ขนาด 100 วัตต์ 1 อัน 7 พลาสติกลูกฟูก ขนาด A4 หนา 3 มิลลิเมตร 7 แผ่น 14 ไม้บรรทัด 1 อัน
  • 33.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 44 แนวการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นระบุปัญหา 1. ครูใช้กระดาษA4 สีขาว 1 แผ่น เพื่อตรวจสอบความรู้พื้นฐานของนักเรียนเกี่ยวกับรูปร่าง การวัด หน่วย ของการวัด การใช้อุปกรณ์ในการตัด ยึดติด และดวงอาทิตย์ โดยอาจใช้ค�ำถามดังนี้ - กระดาษที่ครูถือมีรูปร่างอะไร (แนวค�ำตอบ สี่เหลี่ยม, สี่เหลี่ยมผืนผ้า) - นักเรียนคิดว่าจะวัดความยาวของกระดาษโดยใช้อุปกรณ์วัดอะไรได้บ้าง (แนวค�ำตอบ ไม้บรรทัด สายวัด ไม้เมตร) - หน่วยการวัดมีอะไรบ้าง (แนวค�ำตอบ มิลลิเมตร เซนติเมตร เมตร) - นักเรียนจะรู้ได้อย่างไรว่ากระดาษด้านไหนมีความยาวมากกว่ากันและมากกว่ากันเท่าใด (แนวค�ำตอบ ใช้ไม้บรรทัดวัดและน�ำผลที่ได้มาลบกัน) - นอกจากวัสดุที่เป็นกระดาษ นักเรียนรู้จักวัสดุอื่นหรือไม่ อะไรบ้าง (แนวค�ำตอบ ไม้ พลาสติก โลหะ) ครูวาดดวงอาทิตย์รูปวงกลมบนกระดาษและถามนักเรียนว่า - ถ้าครูจะตัดรูปดวงอาทิตย์ออกจากกระดาษ จะใช้อุปกรณ์อะไร (แนวค�ำตอบ กรรไกร คัตเตอร์) - จะติดดวงอาทิตย์ลงบนแผ่นพลาสติกลูกฟูก จะใช้อุปกรณ์อะไร (แนวค�ำตอบ กาว เทปใส) - ดวงอาทิตย์มีประโยชน์อย่างไร (แนวค�ำตอบ เป็นแหล่งพลังงานความร้อนและพลังงานแสง) - ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศใด ตกทางทิศใด (แนวค�ำตอบ ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก ตกทางทิศตะวันตก) - เรามองเห็นดวงอาทิตย์เวลาใด (แนวค�ำตอบ เวลากลางวัน) - ในตอนกลางคืนไม่มีแสงจากดวงอาทิตย์ นักเรียนได้แสงสว่างจากอะไร (แนวค�ำตอบ แสงจากหลอดไฟฟ้า) - หลอดไฟฟ้าได้พลังงานมาจากอะไร (แนวค�ำตอบ พลังงานไฟฟ้า) - นอกจากพลังงานไฟฟ้าให้พลังงานแสงแล้ว พลังงานไฟฟ้าเปลี่ยนเป็นพลังงานใดได้บ้าง (แนวค�ำตอบ พลังงานกล เสียง ความร้อน)
  • 34.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 45 2. ให้นักเรียนดูรูปบ้านที่มีแผงเซลล์สุริยะติดตั้งบนหลังคาและครูถามดังนี้ - นักเรียนคิดว่าอุปกรณ์ที่ติดอยู่บนหลังคานี้เรียกว่าอะไร และมีหน้าที่อะไร (แนวค�ำตอบ นักเรียนตอบตามความเข้าใจ) ครูให้ความรู้กับนักเรียนว่า อุปกรณ์ที่ติดบนหลังคาบ้านแบบนี้เราเรียกว่าเซลล์สุริยะใช้เพื่อเปลี่ยน พลังงานแสงให้เป็นพลังงานไฟฟ้าและน�ำมาใช้งานได้ และถามต่อไปว่า - นักเรียนคิดว่าเซลล์สุริยะได้รับพลังงานแสงมาจากไหน (แนวค�ำตอบ ดวงอาทิตย์) - ครูสร้างความตระหนักให้กับนักเรียนว่าหากเราสามารถใช้พลังงานไฟฟ้าจากเซลล์สุริยะได้ ก็จะเป็นการใช้ประโยชน์จากแหล่งพลังงานธรรมชาติที่มาจากดวงอาทิตย์ได้ 3. ครูเล่าสถานการณ์เพื่อน�ำไปสู่การก�ำหนดปัญหาว่า แหล่งพลังงานไฟฟ้าจากฟอสซิลที่มีใช้อยู่ในปัจจุบัน เช่น น�้ำมัน ก�ำลังจะหมดไป หากเราจ�ำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าจากเซลล์สุริยะแทน นักเรียนจะสร้างบ้านและ ติดตั้งเซลล์สุริยะอย่างไร เพื่อให้รับพลังงานแสงอาทิตย์และท�ำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าท�ำงานได้ โดยมีเงื่อนไขว่า 3.1 บ้านจ�ำลองที่จะสร้าง มีความยาว 20-30 เซนติเมตร และความกว้าง 10-15 เซนติเมตร ความสูง วัดจากจุดต�่ำสุดถึงสูงสุดของบ้าน 15-25 เซนติเมตร 3.2 ติดตั้งแผงเซลล์สุริยะอยู่ในต�ำแหน่งใดต�ำแหน่งหนึ่งของบ้านที่สามารถรับแสงจากดวงอาทิตย์ได้ อย่างน้อย 6 ชั่วโมงใน 1 วัน 3.3 อุปกรณ์ไฟฟ้าประกอบด้วยหลอด LED 1 ดวง มอเตอร์ 1 ตัว และออดไฟฟ้าติดอยู่หน้าบ้าน โดยอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดต้องท�ำงานได้พร้อมกัน โดยทดสอบกับโคมไฟซึ่งใช้แทนดวงอาทิตย์ ขั้นรวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา 4. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายในประเด็นดังต่อไปนี้ 4.1 บ้านที่ใช้เซลล์สุริยะสามารถจะสร้างในรูปแบบใดได้บ้าง เช่น เป็นบ้านชั้นเดียว บ้านสองชั้น มีหลังคาจั่ว หลังคาแบนราบ ครูอาจเตรียมภาพบ้านในรูปแบบต่าง ๆ หรือให้นักเรียนสืบค้นข้อมูล 4.2 ใช้อะไรวัดความยาวของบ้านและเป็นหน่วยอะไร และก�ำหนดความกว้าง ความยาว และความสูง ของบ้านเท่าไหร่ 4.3 ติดตั้งเซลล์สุริยะไว้ในบริเวณใดที่จะรับแสงอาทิตย์ได้อย่างน้อย6 ชั่วโมงใน 1 วัน และต�ำแหน่งนั้น ควรตั้งอยู่ในทิศใด 4.4 ติดหลอด LED มอเตอร์ และออดไฟฟ้าไว้ที่บริเวณใดของบ้าน และต่อเข้ากับเซลล์สุริยะอย่างไร เพื่อให้อุปกรณ์ไฟฟ้าท�ำงานได้ 4.5 ทดสอบการท�ำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อต่อเข้ากับเซลล์สุริยะอย่างไร เมื่อใช้หลอดไฟฟ้าแทนดวง อาทิตย์
  • 35.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 46 ขั้นออกแบบวิธีการแก้ปัญหา 5. ครูแนะน�ำวัสดุอุปกรณ์ได้แก่เซลล์สุริยะ มอเตอร์ หลอด LED ออดไฟฟ้า กรรไกร เทปใส และวัสดุที่ใช้ สร้างบ้าน เช่น พลาสติกลูกฟูก กระดาษเทาขาว กระดาษลูกฟูก ไม้เสียบลูกชิ้น ตะเกียบ 6. แต่ละกลุ่มออกแบบบ้านโดยเขียนรายละเอียดลงบนกระดาษ ตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ 6.1 วาดภาพและก�ำหนดลักษณะบ้าน ความยาว 20-30 เซนติเมตร ความกว้าง 10-15 เซนติเมตร ความสูงวัดจากจุดต�่ำสุดถึงสูงสุดของบ้าน 15-25 เซนติเมตร 6.2 ระบุต�ำแหน่งที่จะติดตั้งแผงเซลล์สุริยะอยู่ในต�ำแหน่งใดต�ำแหน่งหนึ่งของบ้านที่สามารถรับแสงจาก ดวงอาทิตย์ได้อย่างน้อย 6 ชั่วโมงใน 1 วัน 6.3 ระบุต�ำแหน่งที่จะติดตั้งหลอด LED 1 ดวง มอเตอร์และออดไฟฟ้า 6.4 เลือกวัสดุที่ใช้ในการสร้างบ้านจ�ำลอง 6.5 รูปแบบการต่อวงจรไฟฟ้า ครูควรเป็นผู้แนะน�ำซึ่งในกิจกรรมนี้ใช้การต่อวงจรไฟฟ้าแบบขนาน 7. แต่ละกลุ่มน�ำเสนอแบบร่างและแนวคิดในการออกแบบ ขั้นวางแผนและด�ำเนินการแก้ปัญหา 8. แต่ละกลุ่มวางแผนการท�ำงาน การแบ่งหน้าที่ภายในกลุ่ม รวมถึงการทดสอบ 9. แต่ละกลุ่มสร้างบ้านจ�ำลอง ติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าและต่อวงจรไฟฟ้าตามที่ได้ออกแบบไว้ ขั้นทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน 10. แต่ละกลุ่มทดสอบความมั่นคงแข็งแรงของตัวบ้าน การท�ำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้า หากอุปกรณ์ไฟฟ้าไม่ ท�ำงานหรือท�ำงานไม่ครบทุกตัว ให้หาสาเหตุซึ่งอาจเกิดจากทิศทางหรือต�ำแหน่งการติดตั้งเซลล์สุริยะ การต่อวงจรไฟฟ้า ตัวอุปกรณ์ไฟฟ้าช�ำรุด ให้ปรับปรุงแก้ไข แล้วบันทึกวิธีการทดสอบลงในใบกิจกรรม 11. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มประเมินบ้านจ�ำลองที่สร้างว่า 11.1 มีความแข็งแรงทนทานหรือไม่ 11.2 มีขนาดตามที่ได้ออกแบบไว้หรือไม่ เป็นไปตามเงื่อนไขหรือไม่และต�ำแหน่งต่าง ๆ ของอุปกรณ์ เหมาะสมหรือไม่ 11.3 หลังจากต่ออุปกรณ์ไฟฟ้ากับเซลล์สุริยะและให้เซลล์สุริยะได้รับแสงอุปกรณ์ไฟฟ้าท�ำงานได้ครบ ทุกอุปกรณ์หรือไม่ อย่างไร 11.4 ทิศทางและต�ำแหน่งที่ติดตั้งเซลล์สุริยะท�ำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าท�ำงานได้ตามเงื่อนไขหรือไม่ อย่างไร ขั้นน�ำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหา หรือชิ้นงาน 12. ให้แต่ละกลุ่มน�ำเสนอบ้านจ�ำลองซึ่งใช้เซลล์สุริยะในเรื่องต่อไปนี้ 12.1 บ้านมีรูปแบบอย่างไร มีความกว้าง ความยาว ความสูงของบ้านเป็นเท่าใด 12.2 วัสดุที่นักเรียนเลือกใช้สร้างบ้านมีอะไรบ้าง เพราะอะไรถึงเลือกวัสดุชนิดนี้ 12.3 ติดตั้งแผงเซลล์สุริยะไว้ต�ำแหน่งใด เพราะเหตุใด 12.4 เซลล์สุริยะที่ติดไว้รับพลังงานแสงจากดวงอาทิตย์ได้ตามเงื่อนไขหรือไม่ เพราะเหตุใด
  • 36.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 47 12.5 ติดตั้งหลอดไฟฟ้า มอเตอร์และออดไฟฟ้าไว้ต�ำแหน่งใด เพราะเหตุใด 12.6 หลังจากต่ออุปกรณ์ไฟฟ้ากับเซลล์สุริยะ อุปกรณ์ไฟฟ้าท�ำงานได้หรือไม่ อย่างไร 13. ครูร่วมกับนักเรียนสรุปว่า เซลล์สุริยะที่ต่อกับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ เมื่อได้รับพลังงานแสง จะสามารถ ท�ำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าท�ำงานได้โดยสังเกตจากการเกิดแสง เสียงและการหมุนของมอเตอร์ การวัดประเมินผล สิ่งที่ประเมิน ระดับประเมิน ปรับปรุง พอใช้ ดี 1.การบอกประโยชน์ของ ดวงอาทิตย์และวิธีการ เปลี่ยนพลังงานแสงเป็น พลังงานไฟฟ้า ไม่สามารถบอกประโยชน์ ของดวงอาทิตย์และวิธี การเปลี่ยนพลังงานแสง เป็นพลังงานไฟฟ้า สามารถบอกประโยชน์ ของดวงอาทิตย์หรือวิธีการ เปลี่ยนพลังงานแสงเป็น พลังงานไฟฟ้าได้เพียงข้อ ใดข้อหนึ่ง สามารถบอกประโยชน์ ของดวงอาทิตย์และวิธี การเปลี่ยนพลังงานแสง เป็นพลังงานไฟฟ้าได้ 2.การออกแบบและสร้าง บ้านที่ใช้เซลล์สุริยะ ไม่สามารถออกแบบและ สร้างบ้านที่ใช้เซลล์สุริยะ ได้ สามารถออกแบบและ สร้างบ้านที่ใช้เซลล์สุริยะ ได้แต่มีโครงสร้างบ้านและ ขนาดที่ไม่ตรงกับเงื่อนไขที่ ก�ำหนดเป็นส่วนใหญ่ สามารถออกแบบและ สร้างบ้านที่ใช้เซลล์สุริยะ ได้โดยมีโครงสร้างบ้าน และขนาดตามเงื่อนไขที่ ก�ำหนด 3. การใช้วัสดุและอุปกรณ์ วัด ตัด ติดยึดอย่างถูกต้อง และปลอดภัย ใช้วัสดุและอุปกรณ์ วัด ตัด ติดยึดไม่ถูกต้อง และไม่ปลอดภัย ต้องได้ รับการชี้แนะ และดูแล ตรวจสอบอยู่เสมอ ใช้วัสดุและอุปกรณ์วัด ตัด ติดยึดอย่างถูกต้อง ปลอดภัยตามค�ำแนะน�ำ ซึ่งอาจต้องดูแลหรือตรวจ สอบเป็นระยะ ใช้วัสดุและอุปกรณ์วัด ตัด ติดยึดอย่างถูกต้อง และปลอดภัย 4. การวัดและระบุหน่วยวัด ความยาว ไม่สามารถวัดและระบุ หน่วยวัดความยาวได้ สามารถวัดหรือระบุหน่วย วัดความยาวได้ถูกต้อง อย่างใดอย่างหนึ่ง สามารถวัดและระบุ หน่วยวัดความยาวได้ ถูกต้อง
  • 37.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 48 แนวค�ำตอบ ใบกิจกรรม วาดรูปบ้านที่จะสร้างพร้อมระบุชื่อและต�ำแหน่งของอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ รูปวาดขึ้นอยู่กับผลการท�ำกิจกรรมของนักเรียน วิธีการทดสอบว่าเซลล์สุริยะสามารถท�ำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าท�ำงานได้ ท�ำได้โดย การต่อสายไฟจากอุปกรณ์ไฟฟ้าได้แก่ หลอด LED ออดไฟฟ้าและมอเตอร์เข้ากับเซลล์สุริยะโดยการต่อแบบ ขนานและน�ำเซลล์สุริยะไปรับแสง ถ้าหลอด LED สว่าง ออดไฟฟ้ามีเสียง และมอเตอร์หมุนแสดงว่าเซลล์สุริยะ สามารถท�ำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าท�ำงานได้
  • 38.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 49 ค�ำถามท้ายกิจกรรม 1. ดวงอาทิตย์มีประโยชน์อย่างไร (แนวค�ำตอบ เป็นแหล่งพลังงาน เช่น พลังงานความร้อน พลังงานแสง) 2. เราสามารถเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานไฟฟ้าได้อย่างไร (แนวค�ำตอบ ใช้เซลล์สุริยะ) 3. บ้านที่ออกแบบได้มีความกว้าง ความยาวและความสูงเท่าใด (แนวค�ำตอบ ค�ำตอบขึ้นอยู่กับผลการออกแบบของนักเรียน ตัวอย่างเช่น เช่น บ้านที่ออกแบบ ได้มีความกว้าง 10 เซนติเมตร ความยาว 20 เซนติเมตร ความสูง 15 เซนติเมตร) 4. อุปกรณ์ที่ใช้วัดความกว้าง ความยาว ความสูงของบ้านคืออะไร เพราะเหตุใดจึงเลือกใช้อุปกรณ์นั้น (แนวค�ำตอบ อุปกรณ์ที่ใช้วัดความกว้าง ความยาว ความสูงของบ้านคือไม้บรรทัด เลือกใช้ไม้บรรทัด เพราะไม้บรรทัดมีสเกลอ่านค่าความยาวของบ้านได้) 5. วัสดุที่ใช้สร้างบ้านมีอะไรบ้าง และเพราะเหตุใดจึงเลือกใช้วัสดุนั้น (แนวค�ำตอบ ค�ำตอบขึ้นอยู่กับผลการท�ำกิจกรรมของนักเรียนเช่น. วัสดุที่ใช้สร้างบ้านมีพลาสติกลูกฟูก ใช้เป็นหลังคา เพราะกันน�้ำได้และแข็งแรง ตะเกียบใช้เป็นเสาบ้านเพราะแข็งแรง กระดาษเทาขาว ใช้เป็นผนังบ้าน เพราะมีน�้ำหนักเบา) 6. ติดตั้งแผงเซลล์สุริยะไว้ต�ำแหน่งใด เพราะเหตุใด (แนวค�ำตอบ ค�ำตอบขึ้นกับผลการท�ำกิจกรรมของนักเรียน ตัวอย่างเช่น - ติดตั้งแผงเซลล์สุริยะไว้ต�ำแหน่งหลังคาบ้านในทิศใต้ เพราะจะท�ำให้เซลล์สุริยะรับพลังงาน แสงจากดวงอาทิตย์ได้ตลอดทั้งวัน หรือ - ติดตั้งแผงเซลล์สุริยะไว้ต�ำแหน่งที่โล่งแจ้ง ไม่มีต้นไม้หรือสิ่งกีดขวางปกคลุมแผงเซลล์สุริยะ เพราะจะ ท�ำให้เซลล์สุริยะรับพลังงานแสงจากดวงอาทิตย์ได้) 7. บ้านที่สร้างขึ้นเหมือนหรือแตกต่างจากแบบบ้านที่ร่างไว้หรือไม่ อย่างไร (แนวค�ำตอบ ค�ำตอบขึ้นกับผลการท�ำกิจกรรมของนักเรียน ตัวอย่างเช่น - บ้านที่สร้างขึ้นเหมือนกับบ้านที่ร่างไว้ โดยมีความยาว ความกว้าง และความสูงเท่ากันกับ ความยาวที่ก�ำหนดไว้ในแบบบ้านที่ร่าง หรือ - บ้านที่ออกแบบแตกต่างกับบ้านที่ร่างไว้ โดยมีความยาว ความกว้างและความสูงมากกว่า ความยาว ที่ก�ำหนดไว้ในแบบบ้านที่ร่าง) 8. เซลล์สุริยะรับพลังงานแสงได้หรือไม่ รู้ได้อย่างไร (แนวค�ำตอบ เซลล์สุริยะรับพลังงานแสงได้ รู้ได้จากเมื่อต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าเข้ากับเซลล์สุริยะ และน�ำเซลล์สุริยะไปใกล้แหล่งก�ำเนิดแสง เช่น โคมไฟ หรือดวงอาทิตย์ ท�ำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าท�ำงานได้) 9. หลังจากต่ออุปกรณ์ไฟฟ้ากับเซลล์สุริยะ อุปกรณ์แต่ละชนิดท�ำงานได้หรือไม่ รู้ได้อย่างไร (แนวค�ำตอบ หลังจากต่ออุปกรณ์ไฟฟ้ากับเซลล์สุริยะ อุปกรณ์แต่ละชนิดท�ำงานได้ โดยเมื่อต่อหลอดไฟ เข้ากับเซลล์สุริยะหลอดไฟฟ้าสว่าง เมื่อต่อออดไฟฟ้าเข้ากับเซลล์สุริยะออดไฟฟ้าเกิดเสียง เมื่อต่อมอเตอร์เข้ากับเซลล์สุริยะ มอเตอร์หมุนได้ ) 10. เซลล์สุริยะมีประโยชน์อย่างไร (แนวค�ำตอบ เซลล์สุริยะมีประโยชน์สามารถรับพลังงานแสงจากแหล่งก�ำเนิดแสงแล้วท�ำให้อุปกรณ์ไฟฟ้า ต่าง ๆ ท�ำงานได้ )
  • 39.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 50 เครื่องดัก แมลงวัน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เวลา 9 ชั่วโมง สาระส�ำคัญ การสร้างสิ่งของเครื่องใช้ตามกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เป็นขั้นตอนการท�ำงานเพื่อสร้างสิ่งของ เครื่องใช้หรือวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการของมนุษย์ และใช้ความรู้ทาง วิทยาศาสตร์เกี่ยวกับโครงสร้างหรือรูปร่างของสิ่งมีชีวิตกับการด�ำรงชีวิตในแหล่งที่อยู่ สมบัติของวัสดุชนิดต่าง ๆ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิตการใช้ความรู้คณิตศาสตร์เกี่ยวกับการบันทึกกิจกรรม หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ระบุเวลาและอ่านตารางเวลา การเขียนแผนภูมิแท่ง การเขียนและการอ่านบันทึกรายรับ รายจ่าย การใช้ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในการค้นหาข้อมูลและใช้ความรู้ในการออกแบบและ เทคโนโลยี โดยถ่ายทอดความคิดเป็นภาพร่าง ซึ่งองค์ความรู้จากศาสตร์ต่าง ๆ เหล่านี้ ท�ำให้สิ่งของเครื่องใช้หรือ วิธีการที่ถูกคิดค้นขึ้นนั้นมีประสิทธิภาพการท�ำงานที่ดียิ่งขึ้น ตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี* 1. ส�ำรวจและบรรยายโครงสร้างหรือ รูปร่างของสิ่งมีชีวิตที่เหมาะสมต่อการ ด�ำรงชีวิตในแหล่งที่อยู่ 2. ส�ำรวจและอธิบายความสัมพันธ์ ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตและสิ่ง ไม่มีชีวิตในแหล่งที่อยู่เดียวกัน 3. ทดลองและอธิบายสมบัติของวัสดุชนิด ต่างๆ เกี่ยวกับความยืดหยุ่น ความแข็ง ความเหนียว การน�ำความร้อน การน�ำ ไฟฟ้า และความหนาแน่น 1. อ่านและเขียนบันทึก กิจกรรมหรือเหตุการณ์ ที่ระบุเวลา 2. เขียนแผนภูมิรูปภาพและ แผนภูมิแท่ง 1. สร้างสิ่งของเครื่องใช้ตาม ความสนใจอย่างปลอดภัย โดยก�ำหนดปัญหาหรือความ ต้องการ รวบรวมข้อมูล เลือกวิธีการ ออกแบบ โดยถ่ายทอดความคิดเป็น ภาพร่าง ลงมือสร้างและ ประเมินผล 2. ใช้คอมพิวเตอร์ในการหา ข้อมูล
  • 40.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 51 หมายเหตุ:*ตัวชี้วัดเทคโนโลยี(T)ในที่นี้จะรวมตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี และสาระเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารในขณะที่วิศวกรรมศาสตร์ (E) ไม่ได้ปรากฏในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่กระบวนการ ออกแบบเชิงวิศวกรรม สามารถเทียบเคียงได้จากกระบวนการเทคโนโลยีในตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี - สิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์มีโครงสร้างหรือรูปร่าง ลักษณะที่เหมาะสมต่อการด�ำรงชีวิตในแต่ละ แหล่งที่อยู่ กลุ่มสิ่งมีชีวิต ประกอบด้วย สิ่งมีชีวิต หลาย ๆ ชนิดอาศัยอยู่ด้วยกันในแหล่งที่อยู่ เดียวกัน - สิ่งมีชีวิตมีความสัมพันธ์กับสิ่งมีชีวิต เช่น เป็นอาหาร เป็นที่อยู่อาศัย และสิ่งมีชีวิตมีความ สัมพันธ์กับสิ่งไม่มีชีวิต เช่น เป็นที่อยู่อาศัย เป็น ที่หลบภัย เป็นที่เลี้ยงดูลูกอ่อน ความสัมพันธ์ ดังกล่าวล้วนเพื่อการด�ำรงชีวิต - วัสดุบางชนิดแข็งเพราะทนต่อแรงขูดขีด หรือเหนียวเพราะแตกหรือขาดยาก ทนต่อ แรงกระท�ำ บางชนิดยืดหยุ่นเพราะสามารถ เปลี่ยนแปลงรูปร่างและกลับสภาพเดิมได้เมื่อมี แรงมากระท�ำ บางชนิดน�ำความร้อนและไฟฟ้าได้ เราสามารถน�ำวัสดุมาใช้ประโยชน์แตกต่างกัน เช่น ใช้เชือกเพื่อลากสิ่งของ ใช้โลหะท�ำสายไฟ และพลาสติกท�ำปลอกหุ้มสายไฟ และอื่น ๆ - การอ่านและการเขียน บันทึกกิจกรรมที่ระบุ เวลา การอ่านตาราง เวลา - การเขียนแผนภูมิแท่ง - อินเทอร์เน็ต เป็นเครือข่าย คอมพิวเตอร์หลาย ๆ เครือ ข่ายที่เชื่อมโยงกันทั่วโลก ซึ่ง ให้บริการต่าง ๆ เช่น สืบค้น ข้อมูล ติดต่อสื่อสาร - การค้นหาข้อมูลจาก อินเทอร์เน็ต ควรใช้ค�ำที่ สอดคล้องกับข้อมูลที่ต้องการ และเลือกแหล่งข้อมูลที่น่า เชื่อถือ - ก่อนน�ำข้อมูลไปใช้หรือ เผยแพร่ควรตรวจสอบข้อ เท็จจริงด้วยการวิเคราะห์ แยกแยะ เปรียบเทียบข้อมูล เพื่อให้ได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ
  • 41.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 52 กรอบแนวคิด จุดประสงค์ของกิจกรรม 1. สืบค้นและอธิบายพฤติกรรมและการด�ำรงชีวิตของแมลงวัน 2. ออกแบบและสร้างเครื่องดักแมลงวันจากวัสดุที่เหมาะสม 3. น�ำเสนอข้อมูลจากการส�ำรวจโดยใช้แผนภูมิแท่ง วัสดุอุปกรณ์ เครื่องดักแมลงวัน T: เทคโนโลยี • การค้นหาข้อมูลจาก อินเทอร์เน็ต S: วิทยาศาสตร์* • สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม • สมบัติของวัสดุ M: คณิตศาสตร์ • การเขียนบันทึกกิจกรรมหรือเหตุการณ์ • การเขียนแผนภูมิแท่ง E: วิศวกรรมศาสตร์ • กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม (การสร้างเครื่องดักแมลงวัน) ที่ รายการ จ�ำนวนต่อกลุ่ม ที่ รายการ จ�ำนวนต่อกลุ่ม 1 เชือกฟาง 1 ม้วน 5 เทปกาว 1 ม้วน 2 ขวดน�้ำพลาสติก 2 ขวด 6 กรรไกร 1 เล่ม 3 เศษวัสดุเหลือใช้อื่นๆ 7 คัตเตอร์ 1 อัน 4 วัสดุหรือสารล่อแมลงวัน * เป็นวิชาหลักในการน�ำกิจกรรมนี้
  • 42.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 53 แนวการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นระบุปัญหา 1. กิจกรรมน�ำเข้าสู่บทเรียน 1.1 ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทบทวนความรู้เดิมและกระตุ้นให้นักเรียนเกิดความสนใจในการเรียนรู้ โดย ครูพูดคุยกับนักเรียนเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดจากแมลงวันตามสถานที่ต่าง ๆ เช่น โรงอาหาร บ้านของนักเรียน จาก นั้นคุณครูพานักเรียนไปดูโรงอาหารหรือบริเวณอื่นในโรงเรียนที่มีแมลงวัน 2. กิจกรรมระบุปัญหา 2.1 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันวิเคราะห์ปัญหาจากสภาพพื้นที่จริงที่ได้ส�ำรวจ 2.2 ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปกรอบของปัญหา โดยให้นักเรียนเขียนข้อความสั้น ๆ เกี่ยวกับปัญหาที่ พบ โดยนักเรียนอาจก�ำหนดปัญหาที่พบในสถานการณ์ได้ดังนี้ “มีแมลงวันจ�ำนวนมากในโรงอาหาร อาจเป็นสาเหตุของการเกิดโรคต่าง ๆ จึงต้องการวิธีก�ำจัด แมลงวันให้หมดไปจากโรงอาหาร” ขั้นรวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา 3. ครูให้นักเรียนรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับแมลงวัน เช่น ลักษณะรูปร่างของแมลงวัน ที่อยู่อาศัยของ แมลงวัน พฤติกรรมของแมลงวัน เช่น การกินอาหาร การเคลื่อนที่ การสืบพันธุ์ รวมทั้งโรคที่เกิดจาก แมลงวัน ซึ่งอาจศึกษาจากต�ำรา วารสาร อินเทอร์เน็ต ระดมสมองหรือสอบถามผู้มีประสบการณ์ โดยครู อาจแจกใบกิจกรรมซึ่งก�ำหนดหัวข้อ (ใบกิจกรรมที่1)เพื่อให้นักเรียนได้ข้อมูลครอบคลุมปัญหาที่ต้องการ แก้ไข ซึ่งนักเรียนอาจมีวิธีการแก้ปัญหาหลายแนวทาง เช่น ใช้ถุงน�้ำหรือแผ่นซีดี สร้างเครื่องดักจับ การ ใช้สารเคมี การใช้ไม้ตบ การใช้กาวดัก 4. ครูให้นักเรียนบันทึกรายละเอียดการแก้ปัญหาตามวิธีการข้างต้นในรูปแบบของแผนที่ความคิด(concept map) และน�ำเสนอข้อมูล 5. ครูน�ำวิธีการตามข้อ 3 มาเขียนไว้บนกระดาน จากนั้นครูและนักเรียนอภิปรายร่วมกันโดยใช้ค�ำถาม ดังต่อไปนี้ 5.1 วิธีการที่นักเรียนสืบค้นมา วิธีใดเป็นการไล่และวิธีใดเป็นการก�ำจัดแมลงวัน (แนวค�ำตอบ การใช้ถุงน�้ำหรือแผ่นซีดี เป็นการไล่แมลงวัน เครื่องดักจับ การใช้สารเคมี การใช้ไม้ ตบและการใช้กาวดักเป็นการก�ำจัดแมลงวัน) 5.2 ถ้าต้องการให้แมลงวันหมดไปจากโรงอาหาร เราควรก�ำจัดหรือไล่แมลงวัน เพราะเหตุใด (แนวค�ำตอบ การก�ำจัดแมลงวัน เพราะเป็นการลดจ�ำนวนแมลงวันให้ค่อย ๆ หมดไป) 5.3 การสร้างเครื่องดักจับแมลงวันมีข้อดีและข้อเสียอย่างไร (แนวค�ำตอบ ข้อดี ไม่ต้องใช้สารเคมีท�ำให้ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ ใช้งานสะดวก ข้อเสีย ต้องมี ความรู้และมีเครื่องมือ อุปกรณ์ส�ำหรับการสร้างเครื่องดักจับแมลง) 5.4 การใช้สารเคมีฆ่าแมลงวันมีข้อดีและข้อเสียอย่างไร (แนวค�ำตอบ ข้อดี ท�ำให้แมลงวันตายอย่างรวดเร็ว ข้อเสีย เป็นอันตรายต่อมนุษย์)
  • 43.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 54 5.5 การใช้ไม้ตบแมลงวันมีข้อดีและข้อเสียอย่างไร (แนวค�ำตอบ ข้อดี ไม่ต้องใช้สารเคมีจึงไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ ข้อเสีย ท�ำให้เสียเวลา แมลงวันจะตายและร่วงหล่นลงท�ำให้บริเวณนั้นสกปรก) 5.6 การใช้กาวดักแมลงวันมีข้อดีและข้อเสียอย่างไร (แนวค�ำตอบ ข้อดี ใช้งานง่าย แมลงวันมาติดเยอะ ข้อเสีย ท�ำให้บริเวณโรงอาหารไม่สะอาด) 6. ครูให้นักเรียนอภิปรายกันในกลุ่มเพื่อเลือกวิธีการก�ำจัดแมลงวันซึ่งนักเรียนอาจใช้หลายวิธีร่วมกันเพื่อให้ เกิดวิธีการก�ำจัดแมลงวันวิธีใหม่ได้ ครูชี้ให้นักเรียนเห็นว่าวิธีการที่เลือกจะต้องไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ หรือสิ่งแวดล้อม ขั้นออกแบบวิธีการแก้ปัญหา 7. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกแบบชิ้นงานโดยใช้ความรู้ที่ได้จากการรวบรวมข้อมูลและการอภิปราย ร่วมกัน โดยให้นักเรียนท�ำการร่างภาพที่แสดงส่วนประกอบเช่น วัสดุ สมบัติของวัสดุและขนาดของวัสดุ ที่จะน�ำมาใช้เป็นส่วนประกอบต่าง ๆ ในการสร้างเครื่องดักแมลงวัน ขนาดและหน่วยวัดของเครื่องดัก แมลงวัน ส�ำหรับน�ำไปสร้างเป็นชิ้นงานจริง (ใบกิจกรรมที่ 2) ขั้นวางแผนและด�ำเนินการแก้ปัญหา 8. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มวางแผนการสร้างเครื่องดักแมลงวันตามที่ได้ออกแบบไว้จากนั้นด�ำเนินการสร้าง ตามแผน ขั้นทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน 9. ครูให้นักเรียนทดสอบเครื่องดักแมลงวันที่สร้างขึ้นว่าสามารถแก้ปัญหาได้ตามที่ต้องการหรือไม่โดยน�ำไป ติดตั้งที่โรงอาหารหรือบริเวณที่ครูพานักเรียนไปส�ำรวจในครั้งแรก 10. ครูให้นักเรียนบันทึกจ�ำนวนแมลงวันที่ดักได้ในแต่ละวันลงในตารางตัวอย่างด้านล่าง ชื่อกลุ่ม .......................................................................................................................... สถานที่ดักแมลงวัน............................................................................................................. สาร/อุปกรณ์/อาหารที่ใช้ล่อแมลงวัน ................................................................................ วันที่ 1 2 3 4 5 รวม (....../…….../...….) (....../…….../...….) (....../…….../...….) (....../…….../...….) (....../…….../...….) จ�ำนวนแมลงวัน (ตัว)
  • 44.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 55 11. ครูให้นักเรียนปรับปรุงแก้ไขเครื่องดักแมลงวันให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น โดยนักเรียนสามารถปรับปรุงได้ หลังจากการทดลองใช้ในแต่ละวัน 12. ครูให้นักเรียนปรับปรุงแก้ไข น�ำไปทดลองใช้และให้บันทึกผลการทดลองว่าเครื่องดักแมลงวันที่สร้างขึ้น สามารถแก้ปัญหาได้หรือไม่ และนักเรียนมีความพึงพอใจเพียงใด ขั้นน�ำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหา หรือชิ้นงาน 13. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มน�ำเสนอผลงาน โดยน�ำเสนอผลการทดสอบจ�ำนวนแมลงวันที่ดักจับได้เป็น แผนภูมิแท่ง 14. ครูและนักเรียนอภิปรายร่วมกันเพื่อสรุปประเด็นและความรู้ที่ได้จากการสร้างเครื่องดักแมลงวัน โดยครู อาจใช้ค�ำถามดังต่อไปนี้ 14.1 นักเรียนได้ความรู้วิทยาศาสตร์อะไรบ้างจากการท�ำกิจกรรมนี้ (แนวค�ำตอบ การสืบพันธุ์ พฤติกรรมการกินอาหาร การบินของแมลงวัน วิธีการหรือเครื่องมือที่ใช้ ในการก�ำจัดแมลงวัน สมบัติของวัสดุที่น�ำมาใช้ท�ำเครื่องดักแมลงวัน) 14.2 นักเรียนได้รับความรู้คณิตศาสตร์อะไรบ้างจากการท�ำกิจกรรมนี้ (แนวค�ำตอบ การอ่านและการเขียนบันทึกกิจกรรมหรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ระบุเวลา การเขียน แผนภูมิแท่ง) การวัดประเมินผล 1. ประเด็นการประเมิน 1.1 การสืบค้นและอธิบายพฤติกรรมและการด�ำรงชีวิตของแมลงวัน 1.2 การออกแบบและสร้างเครื่องดักแมลงวันจากวัสดุที่เหมาะสม 1.3 น�ำเสนอข้อมูลจากการส�ำรวจโดยใช้แผนภูมิแท่ง 2. เครื่องมือการประเมิน 2.1 แบบมาตรประมาณค่า 2.2 แบบสังเกตพฤติกรรม สื่อและแหล่งเรียนรู้ 1. http://www.volunteerspirit.org/node/5070 (12/6/2557) 2. http://get-rid-of-flies.blogspot.com/ (12/6/2557) 3. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกระทรวงศึกษาธิการ. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน การออกแบบและเทคโนโลยีชั้นประถมศึกษาปีที่5. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว, 2553 4. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ. หนังสือเสริมการเรียนรู้ การออกแบบและเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว, 2553.
  • 45.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 56 รถของเล่น ไฟฟ้า ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เวลา 5 ชั่วโมง สาระส�ำคัญ แบตเตอรี่เป็นเซลล์ไฟฟ้าที่ต่อกันเพื่อเป็นแหล่งก�ำเนิดไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้า การต่อเซลล์ ไฟฟ้ามากกว่า 1 เซลล์แบบอนุกรมจะท�ำให้มีพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น การออกแบบรถของเล่นไฟฟ้าให้เคลื่อนที่ได้ ต้องค�ำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ เช่น น�้ำหนักรวมของรถ ขนาด รูปทรงของรถ รวมทั้งการหาต้นทุนค่าใช้จ่ายในการสร้าง และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสืบค้นและน�ำเสนอข้อมูล ตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี* 1. ทดลองและอธิบายการต่อ วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย 2. ทดลองและอธิบายการต่อ เซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม และน�ำความรู้ไปใช้ประโยชน์ 1. บวก ลบ คูณ หาร และบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วน จ�ำนวนคละและทศนิยม พร้อม ทั้งตระหนักถึงความสมเหตุสม ผลของค�ำตอบ 1. สร้างสิ่งเครื่องใช้ตามความสนใจ อย่างปลอดภัย โดยก�ำหนดปัญหา ความต้องการ รวบรวมข้อมูล เลือกวิธีการออกแบบโดยถ่ายทอด ความคิดเป็นภาพร่าง 3 มิติ หรือ แผนที่ความคิด ลงมือสร้างและ ประเมินผล 2. น�ำความรู้และทักษะการ สร้างชิ้นงานไปประยุกต์ใช้ในการ สร้างสิ่งของเครื่องใช้ 3. ใช้คอมพิวเตอร์ในการค้นหาข้อมูล หมายเหตุ *เทคโนโลยี (T) ได้รวมตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี และสาระเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ใน ขณะที่วิศวกรรมศาสตร์(E)ไม่ได้ปรากฏในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานแต่กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมสามารถ เทียบเคียงได้จากกระบวนการเทคโนโลยีในตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี
  • 46.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 57 สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์เทคโนโลยี - วงจรไฟฟ้าอย่างง่ายเป็นเส้นทางที่กระแส ไฟฟ้าผ่านได้ครบรอบ ประกอบด้วยแหล่ง ก�ำเนิดไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้าและสายไฟ - วงจรไฟฟ้าอย่างง่ายมีสายไฟเป็นเส้นทางให้ กระแสไฟฟ้าผ่านจากขั้วบวกผ่านอุปกรณ์ ไฟฟ้ากลับเข้าสู่ขั้วลบของแหล่งก�ำเนิดไฟฟ้า ได้ เรียกว่าวงจรปิด (Close circuit) และ ท�ำให้หลอดไฟสว่างหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น ๆ ท�ำงานได้ แต่หากส่วนใดส่วนหนึ่งของวงจร ไฟฟ้าขาดไปท�ำให้กระแสไฟฟ้าผ่านไม่ครบ วงจร เราเรียกว่าวงจรเปิด (Open circuit) ซึ่งหลอดไฟจะไม่สว่างหรืออุปกรณ์ไฟฟ้า อื่น ๆ ไม่ท�ำงาน - การต่อเซลล์ไฟฟ้ามากกว่า 1 เซลล์ แบบ อนุกรม ซึ่งเป็นการต่อให้ขั้วบวกของเซลล์ ไฟฟ้าอันหนึ่งต่อกับขั้วลบของเซลล์ไฟฟ้าอีก อันหนึ่งเรียงกันไปเพื่อให้มีพลังงานไฟฟ้า มากขึ้น - การค�ำนวณต้นทุน การสร้างรถของเล่น ไฟฟ้า - ความรู้ที่ใช้ในการสร้างชิ้นงาน ต้องอาศัยความรู้ที่เกี่ยวข้อง กับชิ้นงานอื่นอีก เช่น กลไก และการควบคุม ไฟฟ้า- อิเล็กทรอนิกส์ - ทักษะการสร้างชิ้นงานอื่น ที่ต้องใช้เพิ่ม เช่น ทักษะการ ตัด การประกอบชิ้นงานแต่ละ ส่วนเข้าด้วยกัน การเจาะ - การเลือกใช้วัสดุและสิ่งของ ต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับการ สร้างชิ้นงานควรพิจารณา จากสมบัติของวัสดุนั้น - การใช้คอมพิวเตอร์ในการ ค้นหาข้อมูล เช่น ค้นหาข้อมูล ในเครื่องคอมพิวเตอร์ ค้นหา ข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต ค้นหา ข้อมูลจากซีดีรอม T: เทคโนโลยี • การใช้คอมพิวเตอร์ในการค้นหาข้อมูล • การเลือกใช้วัสดุมาสร้างรถของเล่น S: วิทยาศาสตร์* • วงจรไฟฟ้า การต่อเซลล์ไฟฟ้า M: คณิตศาสตร์ • การหาต้นทุนของรถของเล่นไฟฟ้า E: วิศวกรรมศาสตร์ • กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม (การสร้างรถของเล่นไฟฟ้าที่วิ่งได้เร็วและต้นทุนต�่ำ) รถของเล่นไฟฟ้า กรอบแนวคิด * เป็นวิชาหลักในการน�ำกิจกรรมนี้
  • 47.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 58 จุดประสงค์ของกิจกรรม 1. อธิบายปัจจัยที่ท�ำให้รถของเล่นเคลื่อนที่ได้เร็วที่สุด 2. ออกแบบและสร้างรถของเล่นไฟฟ้าให้เคลื่อนที่ได้เร็วที่สุดโดยใช้ต้นทุนต�่ำ วัสดุอุปกรณ์ ที่ รายการ รายการต่อกลุ่ม ที่ รายการ รายการต่อกลุ่ม 1 กระดาษแข็ง ขนาด A4 1 แผ่น 10 ถ่านไฟฉาย 2 ก้อน 2 พลาสติกลูกฟูก ขนาด A4 1 แผ่น 11 หลอดไฟ ขนาด 2.5 V 1 หลอด 3 กระดาษสีต่าง ๆ ขนาด A4 4 แผ่น 12 ดินน�้ำมัน 3 ก้อน 4 กระดาษลูกฟูกลอน แบบม้วนได้ ขนาด A4 1 แผ่น 13 รถของเล่น 1 คัน 5 กระดาษลูกฟูก ขนาด A4 1 แผ่น 14 ชุดล้อและเพลา 1 ชุด 6 มอเตอร์ไฟฟ้า 1 อัน 15 ตลับเมตรหรือสายวัด 1 เส้น 7 ยางรัดของ 5 เส้น 16 เทปกาวหรือเทปใส 1 ม้วน 8 เชือกฟาง 1 ม้วน 17 นาฬิกาจับเวลา 1 อัน 9 ลวดเส้นเล็ก 1 เส้น แนวการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นระบุปัญหา 1. กิจกรรมน�ำเข้าสู่บทเรียน 1) ครูอภิปรายสถานการณ์พลังงานของประเทศไทยโดยเฉพาะการขาดแคลนน�้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งมีความ พยายามหาแหล่งพลังงานอื่นมาทดแทนเพื่อใช้ในชีวิตประจ�ำวัน ดังนั้น การหาพลังงานทดแทนมา พลังงานจากน�้ำมันเชื้อเพลิงก�ำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน ครูอาจใช้ค�ำถามในการอภิปรายดังนี้ 1.1) ยกตัวอย่างสิ่งของที่ต้องอาศัยน�้ำมันเชื้อเพลิงในการท�ำงาน (แนวค�ำตอบ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เครื่องปั๊มน�้ำ) 1.2) พลังงานที่จะสามารถน�ำมาทดแทนพลังงานจากน�้ำมันเชื้อเพลิงมีอะไรบ้าง (แนวค�ำตอบ นักเรียนอาจตอบได้หลากหลาย เช่น ไบโอดีเซล ไฟฟ้า พลังงานชีวมวล) 2) ครูยกประเด็นเกี่ยวกับรถยนต์ที่ใช้ไฟฟ้าเป็นแหล่งพลังงาน ครูน�ำอภิปรายการท�ำงานของรถไฟฟ้า พร้อมใช้รูปกลไกการท�ำงานของรถไฟฟ้ามาประกอบการอภิปราย โดยอาจใช้ค�ำถามดังนี้ 2.1) รถไฟฟ้ามีกลไกการท�ำงานแตกต่างจากรถที่ใช้น�้ำมันเชื้อเพลิงอย่างไร (แนวค�ำตอบ รถไฟฟ้าใช้ไฟฟ้าเป็นแหล่งพลังงานให้มอเตอร์ไฟฟ้าหมุนเพื่อท�ำให้ล้อรถเคลื่อนที่ได้
  • 48.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 59 ส่วนรถที่ใช้น�้ำมันเชื้อเพลิงใช้การเผาไหม้ของน�้ำมันเชื้อเพลิงท�ำให้เพลาและล้อรถเคลื่อนที่ได้ 2.2) องค์ประกอบส�ำคัญของรถไฟฟ้าคืออะไร (แนวค�ำตอบ แหล่งเก็บพลังงานไฟฟ้า หรือแบตเตอรี่เพื่อเก็บพลังงานไฟฟ้าจากการชาร์จกับ ไฟฟ้าที่ใช้ในบ้าน และมอเตอร์ไฟฟ้า) 2.3) ข้อดีของรถไฟฟ้าเมื่อเทียบกับรถที่ใช้น�้ำมันเชื้อเพลิงเป็นอย่างไร (แนวค�ำตอบ รถไฟฟ้าไม่ปล่อยมลพิษ) 3) ครูชี้แจงประเด็นเกี่ยวกับการใช้แบตเตอรี่เพื่อเก็บพลังงานไฟฟ้าในรถยนต์ยังมีข้อจ�ำกัดในเรื่องของ ระยะการใช้งานที่จ�ำกัดต่อการชาร์จไฟฟ้าแต่ละครั้งดังนั้นจึงต้องออกแบบรถยนต์ให้ใช้พลังงานที่มี อยู่ในแบตเตอรี่อย่างจ�ำกัดในคุ้มค่าที่สุด 4) ครูชี้แจงจุดประสงค์ของกิจกรรมว่านักเรียนจะได้สร้างรถของเล่นไฟฟ้าเพื่อให้วิ่งได้เร็วที่สุด โดยใช้ พลังงานไฟฟ้าจากถ่านไฟฉายที่อยู่อย่างจ�ำกัด ครูทบทวนความรู้ที่เรียนมาแล้วเกี่ยวกับการต่อวงจร ไฟฟ้าอย่างง่ายโดยให้นักเรียนบอกวิธีการต่อวงจรไฟฟ้าให้หลอดไฟสว่างโดยใช้ถ่านไฟฉาย1ก้อนและ หลอดไฟขนาด 2.5 V และครูอาจใช้ค�ำถามดังนี้ 4.1) ส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้ามีอะไรบ้าง (แนวค�ำตอบ แหล่งก�ำเนิดไฟฟ้า สายไฟ และหลอดไฟ) 4.2) การต่อวงจรไฟฟ้าแบบใดที่ท�ำให้หลอดไฟสว่าง เพราะเหตุใด (แนวค�ำตอบ การต่อวงจรแบบปิด โดยต่อสายไฟกับขั้วบวกของแหล่งก�ำเนิดไฟฟ้า ปลายอีก ด้านหนึ่งของสายไฟต่อเข้ากับหลอดไฟ ในขณะที่สายไฟอีกเส้นหนึ่งต่อกับขั้วลบของแหล่ง ก�ำเนิดไฟฟ้า ปลายอีกด้านหนึ่งต่อเข้ากับหลอดไฟ ท�ำให้มีเส้นทางครบวงจร กระแสไฟฟ้า ไหลผ่านได้ครบรอบ) 4.3) วงจรปิดและวงจรเปิดต่างกันอย่างไร (แนวค�ำตอบวงจรปิดเป็นวงจรที่กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ครบเส้นทาง อุปกรณ์ไฟฟ้าจะท�ำงาน ได้แต่วงจรเปิดนั้น กระแสไฟฟ้าไหลผ่านไม่ครบเส้นทาง ท�ำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าไม่สามารถท�ำงาน ได้) 5) ครูน�ำเข้าสู่กิจกรรมว่านอกจากอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เราคุ้นเคยเช่นหลอดไฟที่ใช้ถ่านไฟฉายเพียงก้อนเดียว เป็นแหล่งก�ำเนิดไฟฟ้าแล้วยังมีอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆที่ต้องอาศัยเซลล์ไฟฟ้าหรือถ่านไฟฉายหลายก้อน ต่อกันเพื่อเป็นแหล่งก�ำเนิดไฟฟ้า เช่น รถของเล่น ครูน�ำตัวอย่างรถของเล่นให้นักเรียนสังเกต โครงสร้าง ส่วนประกอบของรถของเล่นว่ามีอะไรบ้าง 6) ครูถามความรู้เดิมของนักเรียนเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อการเคลื่อนที่ของรถของเล่นไฟฟ้า โดยอาจใช้ ค�ำถามดังนี้ 6.1) การใช้ถ่านไฟฉายหลายก้อนต่อกันกับการใช้ถ่านไฟฉายก้อนเดียวจะท�ำให้เกิดผลต่อการท�ำงาน ของรถของเล่นแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร (แนวค�ำตอบ ขึ้นอยู่กับความคิดของนักเรียน)
  • 49.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 60 6.2) การต่อถ่านไฟฉายมากกว่า 1 ก้อน แบบใดที่ท�ำให้ได้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น (แนวค�ำตอบ ขึ้นอยู่กับความคิดของนักเรียน) 6.3) ปัจจัยใดบ้างในการสร้างรถของเล่นที่มีผลท�ำให้ของรถของเล่นเคลื่อนที่ได้เร็วที่สุด (แนวค�ำตอบ ค�ำตอบมีได้หลากหลาย เช่น น�้ำหนักและรูปทรงรถของเล่น จ�ำนวนถ่านไฟฉาย และวิธีการต่อถ่านไฟฉาย 6.4) หากจะออกแบบรถของเล่นไฟฟ้าเพื่อแข่งขันว่ารถคันใดเคลื่อนที่ได้เร็วที่สุด จะต้องออกแบบ รถของนักเรียนอย่างไร (แนวค�ำตอบ ขึ้นอยู่กับความคิดของนักเรียน) 6.5) นักเรียนจะทราบได้อย่างไรว่ารถคันใดเคลื่อนที่ได้เร็วที่สุด (แนวค�ำตอบ สามารถทดสอบได้หลายวิธี เช่น ปล่อยรถพร้อมกันแล้วดูว่ารถคันใดเข้าเส้นชัย ก่อน หรือ ปล่อยรถและจับเวลาทีละคันว่าจากจุดเริ่มต้นจนถึงเส้นชัยใช้เวลาเท่าไหร่ รถคัน ไหนใช้เวลาน้อยที่สุดแสดงว่าเร็วที่สุด) 7) ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน คละความสามารถและเพศ จากนั้นครูแจกรถของเล่น ให้นักเรียนกลุ่มละ 1 ชุด เพื่อประกอบโครงช่วงล่างของรถ ซึ่งประกอบด้วย มอเตอร์ไฟฟ้า ล้อ เพลา และเฟือง โดยในขั้นนี้ครูอาจต้องอธิบายการท�ำงานของชิ้นส่วนต่าง ๆ 2. กิจกรรมระบุปัญหา 8) ครูก�ำหนดปัญหาให้นักเรียนแต่ละกลุ่มดังนี้ “ให้นักเรียนสร้างรถของเล่น ให้วิ่งได้เร็วที่สุด โดยใช้ถ่านไฟฉาย 2 ก้อน และรถจะต้องรับน�้ำหนัก บรรทุกดินน�้ำมัน 3 ก้อน โดยมีงบประมาณไม่เกิน 200 บาท” (ครูพิจารณาระหว่างจ�ำนวนดินน�้ำมันกับรถของเล่นที่ใช้ในกิจกรรมตามความเหมาะสม) 9) ครูชี้แจงเกณฑ์การให้คะแนนการออกแบบและสร้างรถของเล่นโดยมีหัวข้อในการพิจารณา4หัวข้อ คือ ความเร็วของรถ ต้นทุนวัสดุที่ใช้ ขั้นตอนการท�ำงานและการน�ำเสนอข้อมูล ขั้นรวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา 10) ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยที่ท�ำให้รถเคลื่อนที่ได้เร็วเช่นเรื่องพลังงานไฟฟ้า รูปทรงและความสมดุลของตัวรถ แล้วน�ำมาอภิปรายกันในกลุ่มเพื่อน�ำไปออกแบบรถ ขั้นออกแบบวิธีการแก้ปัญหา 11) ครูให้แต่ละกลุ่มวาดแบบรถและอธิบายการต่อวงจรไฟฟ้า พร้อมทั้งระบุรายการวัสดุและจ�ำนวนที่ใช้ เพื่อค�ำนวณต้นทุน 12) ครูให้แต่ละกลุ่มน�ำเสนอโดยเริ่มจากน�ำเสนอว่ามีปัญหาหรือความต้องการอะไร แล้วมีแนวทางใน การแก้ปัญหาอย่างไร ซึ่งประกอบด้วยรูปแบบของรถของเล่นพร้อมทั้งรายละเอียดวัสดุและต้นทุน
  • 50.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 61 ขั้นวางแผนและด�ำเนินการแก้ปัญหา 13) ครูให้แต่ละกลุ่มวางแผนการท�ำงานก่อนลงมือสร้าง จากนั้นจึงสร้างรถของเล่นโดยใช้วัสดุตามที่ได้ ออกแบบภายในเวลา 2 ชั่วโมง ทั้งนี้ นักเรียนทุกกลุ่มต้องเก็บเศษวัสดุเหลือใช้เพื่อน�ำไปประเมิน ความคุ้มค่าของวัสดุที่ใช้ไป ขั้นทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน 14) เมื่อสร้างเสร็จแล้ว แต่ละกลุ่มน�ำรถของเล่นไฟฟ้า มาทดสอบการท�ำงาน หากรถไม่เคลื่อนที่ หรือ เคลื่อนที่ช้า ให้ปรับปรุงแก้ไข โดยมีเวลาปรับปรุงแก้ไข 30 นาที นักเรียนบันทึกวิธีการปรับปรุงแก้ไข ในใบกิจกรรม แล้วน�ำมาทดสอบอีกครั้ง 15) ครูให้นักเรียนทุกกลุ่มประเมินต้นทุนที่ใช้ เพื่อเป็นข้อมูลส�ำหรับใช้ประเมินชิ้นงานตามเกณฑ์ที่ ก�ำหนดไว้ 16) ครูจัดแข่งขันโดยรถของเล่นไฟฟ้าของกลุ่มไหนเข้าเส้นชัยก่อนเป็นผู้ชนะ ขั้นน�ำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหา หรือชิ้นงาน 17) ครูให้แต่ละกลุ่มน�ำเสนอผลงาน และอธิบายในประเด็นต่อไปนี้ 17.1) รถของเล่นของกลุ่มเคลื่อนที่ได้เร็วตามที่ต้องการหรือไม่ อย่างไร 17.2) หลักการหรือปัจจัยใดที่กลุ่มน�ำมาพิจารณาในการสร้างรถให้วิ่งได้เร็วที่สุด และปัจจัยนั้นท�ำให้ รถวิ่งได้เร็วตามที่ต้องการหรือไม่ อย่างไร 17.3) ถ้าจะปรับปรุงให้รถของเล่นวิ่งได้เร็วขึ้นอีก จะท�ำอย่างไร 18) ครูให้นักเรียนร่วมกันสรุปประเด็นและความรู้ที่ได้จากการสร้างรถของเล่นไฟฟ้า โดยครูใช้ค�ำถาม ดังนี้ 18.1) การต่อวงจรไฟฟ้าในรถของเล่นไฟฟ้าเป็นอย่างไร (แนวค�ำตอบ ต่อถ่านไฟฉายเข้ากับแผ่นโลหะที่ติดอยู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า ท�ำให้ครบวงจร มอเตอร์ไฟฟ้าท�ำงานได้) 18.2) การต่อเซลล์ไฟฟ้าให้มีพลังงานมากขึ้นท�ำได้อย่างไร และเรียกการต่อแบบนี้ว่าอย่างไร (แนวค�ำตอบ ต่อเซลล์ไฟฟ้าโดยให้ขั้วลบของเซลล์ไฟฟ้าต่อกับขั้วบวกของเซลล์ไฟฟ้าอีก อันหนึ่งเรียงกันไป เรียกว่าการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม) 18.3) การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมท�ำให้เกิดผลอย่างไรต่อการเคลื่อนที่ของรถของเล่น (แนวค�ำตอบ มีพลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ท�ำให้รถเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น) 18.4) ปัจจัยใดบ้างที่มีท�ำให้รถของเล่นไฟฟ้าวิ่งได้เร็ว และมีผลอย่างไร (แนวค�ำตอบ น�้ำหนักของแบตเตอรี่ พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ รูปร่างของรถของเล่น ความสมดุลของตัวรถ)
  • 51.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 62 การวัดประเมินผล ประเด็น การประเมิน ระดับคะแนน 4 32 1 1. การระบุปัญหา และเสนอแนวทาง ในการแก้ปัญหา ระบุปัญหาหรือ ความต้องการได้ ตรงกับหัวข้อที่ ก�ำหนดและเสนอ แนวทางใน การแก้ปัญหาได้ สอดคล้องกับปัญหา หรือความต้องการ อย่างครบถ้วน สมบูรณ์ ระบุปัญหาหรือ ความต้องการได้ ตรงกับหัวข้อที่ ก�ำหนดและเสนอ แนวทางในการแก้ ปัญหาได้ สอดคล้องกับ ปัญหาหรือความ ต้องการได้เป็น ส่วนใหญ่ ระบุปัญหาหรือ ความต้องการได้ตรง กับหัวข้อที่ก�ำหนดแต่ เสนอแนวทางในการ แก้ปัญหาได้สอดคล้อง กับปัญหาหรือความ ต้องการเป็นส่วนน้อย ระบุปัญหาหรือความ ต้องการได้ไม่สมบูรณ์ และเสนอแนวทาง ในการแก้ปัญหาไม่ สอดคล้องกับ ปัญหาหรือความ ต้องการ 2. การเลือกวิธีการ เลือกวิธีการแก้ไข ได้สอดคล้องกับ ปัญหาหรือ ความต้องการ น�ำไปสร้างได้จริง วัสดุที่เลือกใช้ เหมาะสมกับ ชิ้นงานที่สร้าง เลือกวิธีการแก้ไข ได้สอดคล้องกับ ปัญหาหรือ ความต้องการ น�ำไปสร้างได้จริง วัสดุที่เลือกใช้ เหมาะสมกับ ชิ้นงานที่สร้างได้ เป็นส่วนใหญ่ เลือกวิธีการ แก้ไขได้ สอดคล้องเป็น บางส่วนน�ำไป สร้างได้จริง แต่เลือกวัสดุ ไม่เหมาะสมกับ ชิ้นงานที่สร้าง เลือกวิธีการแก้ไข ไม่สอดคล้องกับ ปัญหาหรือ ความต้องการ น�ำไปสร้างได้จริง แต่วัสดุที่เลือกใช้ ไม่เหมาะสมกับ ชิ้นงานที่สร้าง 3. การออกแบบ ได้ภาพร่าง 3 มิติ สอดคล้องกับวิธีการ แก้ปัญหาหรือสนอง ความต้องการ แสดงรายละเอียด รูปร่าง ขนาดความ กว้าง ความยาว ความสูงและหน่วย ในการวัดขนาด ได้ภาพร่าง 3 มติ สอดคล้องกับ วิธีการแก้ปัญหา หรือสนองความ ต้องการ แต่ขาด รายละเอียดด้านรูป ร่าง หรือ ขนาด หรือ หน่วยในการวัดขนาด ได้ภาพร่าง 3 มิติ สอดคล้องกับ วิธีการแก้ปัญหา หรือสนองความ ต้องการ แต่ขาด รายละเอียดทั้งรูปร่าง ขนาด หน่วยในการวัด ขนาด ได้ภาพร่าง 3 มิติ ที่ไม่สอดคล้องกับ วิธีการแก้ปัญหา หรือสนองความ ต้องการ
  • 52.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 63 สื่อและแหล่งเรียนรู้ 1. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกระทรวงศึกษาธิการ.หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน การออกแบบและเทคโนโลยีชั้นประถมศึกษาปีที่6.กรุงเทพมหานคร:โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว,2553. ประเด็น การประเมิน ระดับคะแนน 4 3 2 1 4. การวางแผนและ ด�ำเนินการ สร้างชิ้นงานโดย มีการวางแผนใน การท�ำงานและ ปฏิบัติงานตาม กระบวนการ ท�ำงานได้อย่าง เหมาะสม สร้างชิ้นงานโดย มีการวางแผนใน การท�ำงานเป็น ส่วนใหญ่และ ปฏิบัติงานตาม กระบวนการ ท�ำงานได้ สร้างชิ้นงานโดย ไม่มีการวางแผน ในการท�ำงาน และปฏิบัติงาน ตามกระบวนการ ท�ำงานได้ บางส่วน สร้างชิ้นงานโดย ไม่มีการวางแผน ในการท�ำงาน และปฏิบัติงานได้ แต่ไม่เป็น กระบวนการ 5. การทดสอบและ ปรับปรุงแก้ไข ชิ้นงานหรือวิธีการ ใช้งานได้ดีไม่ต้อง ปรับปรุงแก้ไข ชิ้นงานหรือวิธีการ ต้องปรับปรุง แก้ไขหลายครั้ง จึงจะท�ำงานได้ดี ชิ้นงานหรือวิธีการที่ น�ำมาปรับปรุง แก้ไขแล้วใช้งาน ได้เป็นบางส่วน ชิ้นงานหรือวิธีการที่ น�ำมาปรับปรุง แก้ไขแล้ว ยังคง ใช้งานไม่ได้ 6. การน�ำเสนอ รูปแบบการน�ำเสนอ สื่อความหมายเรื่อง การต่อวงจรไฟฟ้า ของรถของเล่นไฟฟ้า ให้ผู้อื่นเข้าใจถูก ต้อง ชัดเจน อธิบาย เหตุผลของแนวคิด ได้ รูปแบบการน�ำเสนอ สื่อความหมายให้ผู้ อื่นเข้าใจได้ชัดเจน อธิบายเหตุผลของ แนวคิดเรื่องการต่อ วงจรไฟฟ้าของรถ ของเล่นไฟฟ้าได้ถูก ต้องบางส่วน รูปแบบการน�ำเสนอ สื่อความหมายให้ผู้ อื่นเข้าใจได้ไม่ชัดเจน อธิบายเหตุผลของ แนวคิดเรื่องการต่อ วงจรไฟฟ้าของรถของ เล่นไฟฟ้าได้ถูกต้อง บางส่วน รูปแบบการน�ำเสนอ สื่อความหมายไม่ ถูกต้อง ไม่ชัดเจน อธิบายเหตุผลของ แนวคิดเรื่องการต่อ วงจรไฟฟ้าของรถ ของเล่นไฟฟ้าไม่ได้ 7. การเคลื่อนที่ของ รถของเล่น รถสามารถวิ่งได้ตรง และเร็วที่สุด รถสามารถวิ่งได้ตรง และเร็วปานกลาง รถสามารถวิ่งได้ตรง แต่ไม่เร็ว รถไม่สามารถวิ่งได้ ตรง และไม่เร็ว 8. ต้นทุนในการ สร้างรถของเล่น ใช้ต้นทุนไม่เกินที่ ก�ำหนดไว้ ใช้ต้นทุนเกินจาก ที่ก�ำหนดน้อยกว่า ร้อยละ 5 ใช้ต้นทุนเกินจาก ที่ก�ำหนดระหว่าง ร้อยละ 5-10 ใช้ต้นทุนเกินจาก ที่ก�ำหนดมากกว่า ร้อยละ 10
  • 53.
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 64 หัวข้อ 43 2 1 1. การเคลื่อนที่ ของรถของเล่น 2. การน�ำเสนอข้อมูล 3. ต้นทุนวัสดุใน การสร้างรถของเล่น หัวข้อ 4 3 2 1 1.1 การก�ำหนดปัญหา 1.2 การเลือกวิธีการ 1.3 การออกแบบและปฏิบัติการ 1.4 สร้างชิ้นงานจากภาพร่าง โดยวางแผนในการท�ำงาน และปฏิบัติงานตามกระบวนการท�ำงานอย่างเหมาะสม 1.5 การปรับปรุงแก้ไข แบบสังเกตชิ้นงานของนักเรียน เกณฑ์การประเมินผล คะแนนรวม 10 – 12 คะแนน หมายถึง ดีมาก คะแนนรวม 5 – 10 คะแนน หมายถึง ดี คะแนนรวม ต�่ำกว่า 5 คะแนน หมายถึง ต้องปรับปรุง ท�ำเครื่องหมายในช่องคะแนน คะแนนรวม.................................. แบบสังเกตกระบวนการท�ำงานของนักเรียน เกณฑ์การประเมินผล คะแนนรวม 15 – 20 คะแนน หมายถึง ดีมาก คะแนนรวม 8 – 14 คะแนน หมายถึง ดี คะแนนรวม ต�่ำกว่า 8 คะแนน หมายถึง ต้องปรับปรุง ท�ำเครื่องหมายในช่องคะแนน คะแนนรวม................................
  • 54.
    เล่นล้อ วงกลม ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เวลา5 ชั่วโมง สาระส�ำคัญ ล้อวงกลมหรือตีลูกล้อ เป็นการละเล่นพื้นบ้านของไทย อุปกรณ์ในการเล่นประกอบไปด้วยวงล้อและไม้ตี ที่ท�ำจากไม้ไผ่ ล้อวงกลมมีวิธีการเล่นโดยการออกแรงใช้ไม้ตีหรือผลักที่ขอบของวงล้อ ท�ำให้วงล้อเคลื่อนที่ สามารถน�ำวัสดุอุปกรณ์อื่น ๆ ที่เหมาะสมมาใช้ในการท�ำล้อวงกลมแทนวัสดุที่ท�ำจากไม้ไผ่ ในการแข่งขันเล่นล้อ วงกลมสามารถก�ำหนดระยะทางในการแข่งขันโดยใช้หน่วยที่ไม่ใช่หน่วยมาตรฐานในการวัดและบอกระยะทาง ตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี 1. สังเกต ระบุและจ�ำแนกวัสดุที่ใช้ ท�ำของเล่นของใช้ในชีวิตประจ�ำวัน ตามลักษณะที่สังเกตได้ 2. สังเกตและอธิบายผลของการ ออกแรงที่มีต่อการเคลื่อนที่หรือ รูปร่างของวัตถุ 1. วัดและบอกความยาวของ สิ่งต่าง ๆ โดยใช้หน่วยที่ ไม่ใช่หน่วยมาตรฐาน 1. เลือกใช้สิ่งของเครื่องใช้ได้ ถูกต้องตามหน้าที่ใช้สอย และปลอดภัย หมายเหตุ: *ตัวชี้วัด เทคโนโลยี (T) ในที่นี้จะรวมตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี และสาระเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร ในขณะที่วิศวกรรมศาสตร์ (E) ไม่ได้ปรากฏในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่กระบวนการออกแบบ เชิงวิศวกรรม สามารถเทียบเคียงได้จากกระบวนการเทคโนโลยีในตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 11
  • 55.
    สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี - วัสดุที่ใช้ท�ำของเล่นของใช้มีลักษณะ ที่ปรากฏ เช่น สี รูปร่าง ผิวสัมผัส เหมือนหรือแตกต่างกัน - การออกแรงท�ำให้วัตถุเคลื่อนที่ - การวัดระยะทางโดยใช้หน่วย ที่ไม่ใช่หน่วยมาตรฐาน - การเลือกใช้สิ่งของเครื่องใช้ รอบตัวได้ถูกต้องตามหน้าที่ ใช้สอยช่วยให้ท�ำงานได้ตาม ต้องการและปลอดภัย กรอบแนวคิด *เป็นวิชาหลักในการน�ำกิจกรรมนี้ จุดประสงค์ของกิจกรรม 1. สังเกตและระบุลักษณะที่ปรากฏของวัสดุที่น�ำมาใช้เป็นของเล่นล้อวงกลม 2. สังเกตและอธิบายผลของการออกแรงที่มีต่อการเคลื่อนที่ของของเล่นล้อวงกลม 3. วัดและบอกระยะทางในการแข่งขันตีล้อวงกลมโดยใช้หน่วยที่ไม่ใช่หน่วยมาตรฐาน 4. ออกแบบวางแผนการเล่นตีล้อวงกลมให้เข้าเส้นชัยได้เร็วที่สุด E: วิศวกรรมศาสตร์ - กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม (การออกแบบวางแผนการเล่นตีล้อ วงกลมเพื่อให้เข้าเส้นชัยได้เร็วที่สุด) M: คณิตศาสตร์ - การวัดและบอกระยะทาง S: วิทยาศาสตร์* - การจ�ำแนกวัสดุ - ผลของการออกแรงที่มีต่อการเคลื่อนที่ T: เทคโนโลยี - การเลือกใช้สิ่งของเครื่องใช้ตามหน้าที่ ใช้สอย เล่นล้อวงกลม สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 12
  • 56.
    วัสดุอุปกรณ์ ที่ รายการ จ�ำนวนต่อกลุ่ม 1 วัสดุหรืออุปกรณ์ที่จะน�ำมาใช้แทนล้อวงกลมไม้ไผ่เช่น ยางล้อรถจักรยาน ห่วงยาง หรือ ห่วงฮูลาฮูป สายยาง หรือท่อพลาสติก หรือวัสดุอื่นที่สามารถ ดัดรูปร่างให้โค้งงอได้ 1 อัน 2 วัสดุหรืออุปกรณ์ที่จะน�ำมาใช้แทนไม้ตีที่เป็นไม้ไผ่ ที่มีขนาดหรือความแข็งแรง แตกต่างกัน เช่น ไม้บรรทัด ก้านลูกโป่ง ไม้เสียบลูกชิ้น ไม้บัลซ่า (หรือไม้เนื้ออ่อน ชนิดอื่น) ตะเกียบ ท่อพลาสติก หรือวัสดุอื่นที่หาได้ในท้องถิ่น 1 อัน 3 วัสดุหรืออุปกรณ์ที่มีรูปเรขาคณิตอื่น ๆ หรือรูปอื่น ๆ เช่น ลวดดัดรูปสี่เหลี่ยม ลวดดัดรูปสามเหลี่ยม กรอบหน้าต่าง กรอบรูป กะละมัง ฝาโอ่ง ฝาถังขยะ 1 อัน 4 สิ่งของที่จะใช้เป็นหน่วยในการวัดระยะทางโดยเป็นหน่วยที่ไม่ใช่หน่วยมาตรฐาน เช่น ขวดน�้ำ กล่อง เก้าอี้ เชือกฟางที่ตัดให้มีความยาวเท่า ๆ กัน 1 อัน 5 เทปกาว และกรรไกร 1 ชุด 6 ชอล์ก หรือเชือกฟาง ส�ำหรับก�ำหนดจุด 1 รายการ 7 ไม้เมตรหรือไม้บรรทัด 1 อัน 8 คอมพิวเตอร์ เครื่องฉายและล�ำโพง 1 เครื่องต่อห้อง แนวการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นระบุปัญหา กิจกรรมน�ำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูเปิดวิดีโอคลิปที่ 1 ตีลูกล้อ โดยไม่ต้องเปิดเสียงและเปิดเฉพาะช่วงที่แสดงให้เห็นภาพการตีลูกล้อ ด้วยไม้อย่างชัดเจน (จากนาทีที่ 2.43 ถึง นาทีที่ 3.24) ให้นักเรียนสังเกตและอภิปรายร่วมกันดังนี้ - เด็ก ๆ ที่อยู่ในวิดีโอคลิปก�ำลังเล่นอะไร (แนวค�ำตอบ ตีล้อให้หมุน หรือกลิ้ง) - อุปกรณ์การเล่นมีรูปร่างลักษณะอย่างไร(แนวค�ำตอบวงล้อเป็นรูปวงกลมและไม้ตีมีรูปร่างเรียวยาว) - คิดว่าอุปกรณ์การเล่นท�ำมาจากวัสดุอะไร (แนวค�ำตอบ ท�ำจากไม้ ไม้ไผ่ หรือจากวัสดุอื่น ๆ ตามความคิดของนักเรียน) - เพราะเหตุใดวงล้อจึงเคลื่อนที่ได้ (แนวค�ำตอบ เพราะคนออกแรงตีไปที่วงล้อ) - นักเรียนเคยเห็นหรือเคยเล่นการละเล่นแบบนี้มาก่อนหรือไม่อย่างไร (แนวค�ำตอบ ให้นักเรียน ตอบหรือบอกเล่าจากความรู้หรือประสบการณ์เดิม) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 13
  • 57.
    - การละเล่นนี้เรียกว่าอะไร (แนวค�ำตอบการเล่นล้อวงกลมหรือตีลูกล้อ ซึ่งนักเรียนอาจบอกชื่อ ได้หรือไม่ได้) 2. ครูสรุปว่าการละเล่นนี้เป็นการละเล่นพื้นบ้านของไทย ซึ่งมีชื่อเรียกว่า การเล่นล้อวงกลม หรือ ตีลูกล้อ 3. ครูเปิดวิดีโอคลิปที่ 2 การละเล่นเด็กไทยตีลูกล้อ เพื่ออธิบายการละเล่นตีลูกล้อ แล้วน�ำนักเรียน อภิปรายร่วมกันดังนี้ - การเล่นตีลูกล้อ หรือ ล้อวงกลม ใช้อุปกรณ์ที่ท�ำมาจากวัสดุอะไร (แนวค�ำตอบ ไม้ไผ่และไม้) - มีวิธีการเล่นอย่างไร (แนวค�ำตอบ ใช้ไม้ตีลูกล้อให้กลิ้งไปข้างหน้า แล้วคอยวิ่งตามและใช้ไม้ตี ไปข้างหน้า) - เล่นที่บริเวณใดได้บ้าง (แนวค�ำตอบ กลางแจ้ง กลางสนาม ลานกว้าง ๆ) กิจกรรมระบุปัญหา 4. ครูน�ำนักเรียนอภิปรายว่า หากจะแข่งขันตีล้อวงกลมให้เข้าเส้นชัยได้เร็วที่สุด โดยนักเรียนจะต้องหา อุปกรณ์เอง นักเรียนคิดว่าจะท�ำได้หรือไม่ และจะท�ำอย่างไร ขั้นรวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา 5. ครูน�ำนักเรียนอภิปรายเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่จะใช้ในการเล่นล้อวงกลม ในประเด็นต่าง ๆ ต่อไปนี้ - มีอุปกรณ์อะไรบ้างที่ใช้ในการเล่นล้อวงกลม (แนวค�ำตอบ วงล้อและไม้ตี) - นักเรียนคิดว่าจะไปหาวงล้อและไม้ตีที่ท�ำจากไม้ไผ่ได้หรือไม่ และหาได้จากที่ไหน (แนวค�ำตอบ นักเรียนอาจตอบตามความคิดเห็นอย่างอิสระ เช่น ไปหาซื้อที่ร้าน ให้ผู้ปกครอง ท�ำมาให้) - หากไม่มีวงล้อไม้ไผ่และไม้ตีที่ท�ำจากไม้ นักเรียนคิดว่าจะสามารถน�ำสิ่งของอื่น ๆ ที่มีอยู่รอบตัว มาใช้ท�ำเป็นของเล่นแบบเดียวกับล้อวงกลมได้หรือไม่ อย่างไร - นักเรียนคิดว่าจะใช้สิ่งใดได้บ้าง (แนวค�ำตอบ เช่น ล้อพลาสติก ห่วงยาง ห่วงฮูลาฮูป) - สิ่งที่จะน�ำมาใช้ควรจะมีลักษณะเป็นอย่างไร (แนวค�ำตอบ เช่น มีรูปร่างเป็นวงกลมคล้าย วงล้อ แข็ง ผิวเรียบ) - สิ่งของที่มีรูปร่างเรขาคณิตแบบอื่น ๆ จะสามารถน�ำมาใช้ได้หรือไม่ และผลที่ได้จะเหมือน หรือแตกต่างจากล้อที่เป็นรูปวงกลมอย่างไร (แนวค�ำตอบ เช่น รูปสี่เหลี่ยม รูปสามเหลี่ยม รูปแปดเหลี่ยม อาจน�ำมาใช้ได้ ผลที่ได้จะแตกต่างจากล้อรูปวงกลม) 6. ให้นักเรียนเสนอสิ่งของที่จะน�ำมาใช้เป็นอุปกรณ์ส�ำหรับการเล่นล้อวงกลม และให้เสนอว่าจะไปหา สิ่งของเหล่านั้นมาจากที่ไหน เช่น หาวงล้อโดยใช้ยางล้อรถจักรยาน ห่วงยาง หรือ ห่วงฮูลาฮูป และ หาไม้ตีโดยใช้ไม้บรรทัดหรือท่อพลาสติก โดยหามาจากที่บ้าน รอบโรงเรียน ร้านขายของเก่า หรือ อาจจะไปหาซื้อวัสดุจากร้านขายวัสดุอุปกรณ์มาประดิษฐ์เอง เช่น กระดาษแข็ง ท่อพลาสติก หรือสายยาง สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 14
  • 58.
    7. ครูอาจให้การบ้านนักเรียนไปรวบรวมและจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ส�ำหรับน�ำมาท�ำเป็นวงล้อและไม้ตี โดยอาจให้นักเรียนแบ่งกลุ่มไปหาวัสดุอุปกรณ์จากที่บ้านหรือแหล่งต่าง ๆ มาอย่างน้อยกลุ่มละ 1 ชุด หรือครูและนักเรียนร่วมกันออกไปหาและรวบรวมวัสดุอุปกรณ์ที่อยู่ในบริเวณโรงเรียน หรือ ครูอาจ จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์มาล่วงหน้าเพื่อประหยัดเวลา 8. หลังจากที่นักเรียนและครูร่วมกันจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์มาแล้วให้นักเรียนร่วมกันสังเกตและอภิปราย เกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ์ที่ได้รวบรวมมา ดังนี้ - สิ่งของที่ได้ไปรวบรวมมามีอะไรบ้าง - สิ่งของเหล่านี้ท�ำมาจากอะไร - สิ่งของเหล่านี้มีลักษณะเป็นอย่างไร 9. ให้นักเรียนเลือกว่าควรจะน�ำสิ่งใดมาใช้เป็นวงล้อ และสิ่งใดมาใช้เป็นไม้ตี เพราะเหตุใด 10. แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มให้แต่ละกลุ่มเลือกสิ่งของมาทดสอบการเล่นตามความคิดของนักเรียนโดย ครูให้เวลาประมาณ 15-20 นาที 11. ครูอาจจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ที่มีรูปเรขาคณิตแบบอื่น ๆ เช่น ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก ทรงกระบอก มา ให้นักเรียนได้ลองเล่นเพื่อเปรียบเทียบกับวัสดุอุปกรณ์ที่มีรูปคล้ายรูปวงกลมว่ามีการเคลื่อนที่เหมือน หรือแตกต่างกันอย่างไร 12. ครูอาจจัดเตรียมวงล้อที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางแตกต่างกัน เช่น วงล้อใหญ่ และวงล้อเล็ก ให้นักเรียน ลองเล่นและสังเกตว่ามีการเคลื่อนที่เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร และอาจให้นักเรียนลองวัดว่า ในระยะทางที่ก�ำหนดวงล้อแต่ละขนาดสามารถหมุนได้กี่รอบ 13. ระหว่างที่นักเรียนลองใช้วัสดุต่าง ๆ ทดสอบการเล่น ครูควรกระตุ้นให้นักเรียนสังเกตว่าควรจะ ตีวงล้ออย่างไรจึงจะท�ำให้วงล้อเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้เร็วที่สุด 14. หลังจากทดลองเล่น ให้นักเรียนอภิปรายเพื่อสรุปร่วมกัน โดยครูอาจบันทึกค�ำตอบของนักเรียนในรูป ของแผนผังความคิด และใช้ค�ำถามดังนี้ - จากสิ่งของที่จัดเตรียมมามีอะไรบ้างที่สามารถน�ำมาใช้เล่นแทนล้อวงกลมที่ท�ำมาจากไม้ไผ่ได้ - สิ่งของที่น�ำมาเป็นวงล้อคืออะไร ท�ำมาจากวัสดุอะไร และมีลักษณะเป็นอย่างไรจึงจะใช้เล่นได้ - สิ่งของต่าง ๆ ที่น�ำมาเล่นเป็นวงล้อ สามารถเคลื่อนที่ได้เหมือนหรือแตกต่างกัน อย่างไร - สิ่งของแต่ละชิ้นที่ใช้น�ำมาเป็นไม้ตีท�ำมาจากวัสดุอะไร และมีลักษณะเป็นอย่างไรจึงจะใช้เล่นได้ - สิ่งของที่จะน�ำมาใช้เล่นล้อวงกลมให้เคลื่อนที่ไปได้ดี ควรมีลักษณะเป็นอย่างไร - ในการตีวงล้อ ควรตีอย่างไรจึงจะท�ำให้วงล้อเคลื่อนที่ไปได้เร็ว 15. ครูและนักเรียนร่วมกันก�ำหนดระยะทางของการแข่งขันและวิธีการวัดระยะทาง โดยอภิปรายว่า นักเรียนต้องการให้มีระยะทางจากจุดเริ่มต้นไปถึงเส้นชัยไกลเท่าใด และนักเรียนคิดว่าจะมีวิธีการ วัดระยะทางได้อย่างไร หรือควรจะใช้หน่วยวัดหรือเครื่องมืออะไรในการวัดระยะทาง (นักเรียนอาจ เสนอเครื่องมือและวิธีการ เช่น ใช้วิธีการนับก้าว ใช้ไม้ที่มีขนาดเท่า ๆ กันหรือเชือกที่มีความยาวเท่ากัน มาเป็นตัววัด ส�ำหรับระยะทางในการแข่งขันที่ร่วมกันก�ำหนด ควรก�ำหนดระยะทางที่ยาวเพียงพอ เพื่อให้เห็นความแตกต่างระหว่างการใช้วงล้อที่มีขนาดใหญ่และเล็กแตกต่างกัน) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 15
  • 59.
    16. ครูและนักเรียนร่วมกันเตรียมอุปกรณ์การวัดระยะทาง แล้วครูน�ำนักเรียนไปยังบริเวณที่จะใช้แข่งขันให้ นักเรียนช่วยกันวัดและก�ำหนดต�ำแหน่งจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดด้วยการขีดเส้นด้วยชอล์กหรือขึงเชือกฟาง 17. ครูทบทวนกับนักเรียนว่า จะท�ำการแข่งขันหาผู้ที่ตีล้อวงกลมเข้าเส้นชัยได้เร็วที่สุดในระยะทางที่ร่วมกัน ก�ำหนดขึ้น โดยให้นักเรียนใช้วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ได้รวบรวมกันมาและได้ลองเล่นไปแล้ว ขั้นออกแบบวิธีการแก้ปัญหา 18. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันระดมความคิดเพื่อออกแบบวางแผนโดย ตัดสินใจว่าจะใช้วัสดุอุปกรณ์อะไร เพราะเหตุใด และจะมีวิธีการเล่นอย่างไรในการตีล้อวงกลมไปให้ ถึงเส้นชัยได้เร็วที่สุด ขั้นวางแผนและด�ำเนินการแก้ปัญหา 19. เมื่อนักเรียนแต่ละกลุ่มออกแบบวิธีการแล้ว ให้นักเรียนจัดเตรียมอุปกรณ์ตามที่ได้วางแผนไว้ ขั้นทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน 20. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มลองน�ำอุปกรณ์ที่เตรียมไว้มาทดสอบการเล่นในบริเวณที่ก�ำหนดขึ้นตาม วิธีการที่ได้ออกแบบไว้อย่างอิสระ เป็นระยะเวลาพอสมควร 21. ครูทบทวนกติกา และให้ผู้เล่นจากแต่ละกลุ่มเข้าประจ�ำที่ และท�ำการแข่งขันโดยเริ่มตีล้อวงกลมจาก จุดเริ่มต้นพร้อมกัน แล้วคอยสังเกตว่าผู้เล่นของกลุ่มไหนเข้าเส้นชัยเป็นกลุ่มแรก 22. หลังจากเสร็จการแข่งขันรอบแรก ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันระดมความคิดและปรับปรุงวิธีการ เล่นหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ตามความคิดของแต่ละกลุ่ม 23. ให้ผู้เล่นจากแต่ละกลุ่มมาแข่งขันอีกรอบหนึ่ง ขั้นน�ำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน 24. เมื่อเสร็จการแข่งขันแล้ว ให้ตัวแทนกลุ่มที่ชนะการแข่งขันออกมาแสดงอุปกรณ์และบอกเล่าให้เพื่อน ฟังในประเด็นต่อไปนี้ - นักเรียนใช้อุปกรณ์อะไรมาท�ำเป็นวงล้อและไม้ตี อุปกรณ์นั้นท�ำมาจากวัสดุอะไร - เพราะเหตุใดนักเรียนจึงเลือกอุปกรณ์นั้นมาใช้ - ในการตี นักเรียนมีวิธีการอย่างไรจึงสามารถตีล้อวงกลมให้เข้าเส้นชัยได้เร็วที่สุด (อาจให้ตัวแทน กลุ่มสาธิตวิธีการตีให้เพื่อนดู) 25. ครูน�ำนักเรียนอภิปรายสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ เกี่ยวกับกิจกรรมเล่นล้อวงกลม ในประเด็นต่อไปนี้ - นักเรียนได้เรียนรู้อะไรจากการท�ำกิจกรรมนี้ (แนวค�ำตอบ การออกแรงท�ำให้วัตถุเคลื่อนที่ รูปร่างเรขาคณิต การเลือกใช้วัสดุ การวัดความยาว การออกแบบวิธีการเล่นเพื่อแข่งขัน การท�ำงานเป็นทีม) - ล้อวงกลมเคลื่อนที่ได้อย่างไร - มีสิ่งของหรือวัสดุอะไรบ้างที่สามารถน�ำมาใช้แทนล้อวงกลมที่ท�ำจากไม้ไผ่ และสิ่งเหล่านั้นมี ลักษณะเป็นอย่างไร สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 16
  • 60.
    - มีสิ่งของหรือวัสดุอะไรบ้างที่สามารถน�ำมาใช้แทนไม้ตีที่ท�ำจากไม้ และสิ่งเหล่านั้นมีลักษณะเป็น อย่างไร - การวัดระยะทางท�ำได้อย่างไร - การแข่งขันเล่นล้อวงกลมให้เข้าเส้นชัยได้อย่างรวดเร็ว ท�ำได้อย่างไร การวัดประเมินผล รายการประเมิน เครื่องมือที่ใช้ ประเมิน ระดับการประเมิน ปรับปรุง พอใช้ ดี 1. การระบุลักษณะ ที่ปรากฏ และ วัสดุที่น�ำมาใช้ เป็นของเล่นล้อ วงกลม แบบสังเกตการ ตอบค�ำถาม ระบุลักษณะที่ ปรากฏและระบุวัสดุ ของสิ่งของแต่ละชิ้น ได้แต่ยังไม่ค่อยตรง ตามความเป็นจริง และขาดรายละเอียด ระบุลักษณะที่ปรากฏ และระบุวัสดุของ สิ่งของแต่ละชิ้นได้ ตรงตามความเป็นจริง อย่างมีรายละเอียด 1-2 ประการ ระบุลักษณะที่ ปรากฏและระบุวัสดุ ของสิ่งของแต่ละ ชิ้นได้ตรงตามความ เป็นจริง อย่างมีราย ละเอียด 3 ประการ ขึ้นไป 2. การอธิบายผล ของการออกแรง ที่มีต่อการ เคลื่อนที่ของของ เล่นล้อวงกลม แบบสังเกตการ ตอบค�ำถาม ไม่สามารถอธิบายผล ของการออกแรงที่มี ต่อการเคลื่อนที่ของ ของเล่นล้อวงกลม อธิบายผลของการ ออกแรงที่มีต่อการ เคลื่อนที่ของของเล่น ล้อวงกลมได้โดยครู คอยชี้แนะ อธิบายผลของการ ออกแรงที่มีต่อการ เคลื่อนที่ของของ เล่นล้อวงกลมได้ ด้วยตนเอง 3. การวัดและบอก ระยะทางใน การแข่งขันตี ล้อวงกลมโดย ใช้หน่วยที่ไม่ใช่ หน่วยมาตรฐาน แบบสังเกต พฤติกรรม ระหว่างท�ำ กิจกรรม ไม่สามารถวัดและ บอกระยะทางในการ แข่งขันตีล้อวงกลม โดยใช้หน่วยที่ไม่ใช่ หน่วยมาตรฐานได้ อย่างถูกต้อง วัดและบอกระยะ ทางในการแข่งขันตีล้อ วงกลมโดยใช้หน่วยที่ ไม่ใช่หน่วยมาตรฐาน ได้อย่างถูกต้องโดยครู คอยชี้แนะ วัดและบอกระยะ ทางในการแข่งขัน ตีล้อวงกลมโดยใช้ หน่วยที่ไม่ใช่หน่วย มาตรฐานได้อย่าง ถูกต้องด้วยตนเอง 4. การออกแบบ วางแผนการเล่น ตีล้อวงกลมให้เข้า เส้นชัยได้เร็วที่สุด แบบสังเกต พฤติกรรม ระหว่างท�ำ กิจกรรม ไม่สามารถออกแบบ และวางแผนร่วมกัน ในกลุ่มได้อย่างสม เหตุสมผล ออกแบบและวางแผน ร่วมกันในกลุ่มได้อย่าง สมเหตุสมผลโดยครู คอยชี้แนะ ออกแบบและ วางแผนร่วมกันใน กลุ่มได้อย่างสมเหตุ สมผลด้วยตนเอง สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 17
  • 61.
    ข้อเสนอแนะในการจัดกิจกรรม • ในกรณีที่ครูหาวิดีโอคลิปเองควรจัดหาวิดีโอคลิปที่แสดงให้เห็นลักษณะของอุปกรณ์ วิธีการเล่นและ การเคลื่อนที่ของล้อวงกลมได้อย่างชัดเจน • ในกรณีที่ครูสามารถหาอุปกรณ์ล้อวงกลมของจริงมาได้ ควรจัดเตรียมอุปกรณ์มาให้นักเรียนได้ท�ำการ สังเกตและลองเล่น • หากครูไม่สามารถจัดเตรียมคอมพิวเตอร์ เครื่องฉายและล�ำโพง ให้ครูจัดเตรียมภาพและข้อมูลเพื่อ ใช้ในการอธิบายเกี่ยวกับการเล่นล้อวงกลมหรือตีลูกล้อให้กับนักเรียน สื่อและแหล่งเรียนรู้: 1. วิดีโอคลิปการเล่นละของเด็กไทยที่เล่นล้อวงกลม 1) ตีลูกล้อ www.youtube.com/watch?v=DMv0x8YzEEU 2) การละเล่นเด็กไทยตีลูกล้อ www.youtube.com/watch?v=2pEpSTdwYLM 2. แหล่งที่มีวัสดุอุปกรณ์ซึ่งสามารถน�ำมาใช้เป็นวงล้อและไม้ตี เช่น ภายในบ้าน บริเวณรอบโรงเรียน ร้านค้า ร้านขายของเก่า ร้านขายวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 18
  • 62.
    ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เวลา6 ชั่วโมง สาระส�ำคัญ การเลือกวัสดุส�ำหรับสร้างเรือจ�ำลองควรค�ำนึงถึงสมบัติของวัสดุที่น�ำมาประดิษฐ์เป็นเรือที่สามารถกันน�้ำได้ นอกจากนี้การสร้างเรือให้บรรจุน�้ำได้ตามปริมาณที่ต้องการต้องมีความรู้ ความเข้าใจ เรื่องการวัดปริมาตรน�้ำ โดยการตวงเป็นลิตรหรือมิลลิลิตร และใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมเข้ามาช่วยในการสร้าง อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการวัด ตัด ติดยึด ส�ำหรับสร้างเรือ เช่น ไม้บรรทัด กรรไกร เทปใส ควรเลือกใช้ตามวัตถุประสงค์อย่าง ถูกต้องและปลอดภัย ตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี* 1. ตั้งค�ำถามและทดลองเพื่อ อธิบายและเปรียบเทียบ สมบัติบางประการของวัสดุ 1. เปรียบเทียบปริมาตรของ สิ่งต่าง ๆ และความจุของ ภาชนะเป็นลิตร 1. สร้างของเล่นของใช้อย่างมีความ คิดสร้างสรรค์ตามกระบวนการ เทคโนโลยี โดยถ่ายทอดความคิด เป็นภาพร่าง 2 มิติ หมายเหตุ: *ตัวชี้วัด เทคโนโลยี (T) ในที่นี้จะรวมตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี และสาระเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร ในขณะที่วิศวกรรมศาสตร์ (E) ไม่ได้ปรากฏในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่เป็นการน�ำกระบวนการ ออกแบบเชิงวิศวกรรมมาใช้ ซึ่งสามารถเทียบเคียงได้จากกระบวนการเทคโนโลยีในตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี เรือ บรรทุกน�้ำ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 19
  • 63.
    สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี - วัสดุต่างชนิดกันมีสมบัติบาง ประการเหมือนกัน และบาง ประการแตกต่างกัน เช่น การดูดซับน�้ำ วัสดุที่ดูดซับน�้ำ ได้ เช่น กระดาษ วัสดุที่ไม่ดูด ซับน�้ำหรือกันน�้ำได้ เช่น แผ่น พลาสติก จะน�ำไปท�ำสิ่งของ หรือเครื่องใช้ที่กันน�้ำได้ - ปริมาตรของของเหลวเช่นน�้ำ สามารถวัดได้โดยการตวง มี หน่วยเป็นลิตรหรือมิลลิลิตร - การสร้างของเล่นหรือของใช้อย่าง เป็นขั้นตอน จะท�ำให้นักเรียน ท�ำงานอย่างเป็นกระบวนการ - การเลือกใช้วัสดุให้เหมาะสมกับ การสร้างชิ้นงาน การฝึกฝนทักษะ การสร้างชิ้นงาน เช่น การวัด การตัด การติดยึด และการใช้เครื่องมือ อย่างถูกวิธีและปลอดภัย กรอบแนวคิด E: วิศวกรรมศาสตร์ - กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม (การสร้างเรือที่บรรทุกน�้ำได้ 800 มิลลิลิตร และสามารถลากเรือให้เคลื่อนที่ไปมาโดยน�้ำ ไม่เข้าตัวเรือ เป็นเวลาอย่างน้อย 10 วินาที) M: คณิตศาสตร์ - การวัดปริมาตรและความจุ S: วิทยาศาสตร์* - สมบัติของวัสดุ เรื่อง การดูดซับน�้ำ - การน�ำวัสดุไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม T: เทคโนโลยี - การใช้อุปกรณ์ในการวัด ตัด ติดยึด อย่างถูกต้องและปลอดภัย เรือบรรทุกน�้ำ *เป็นวิชาหลักในการน�ำกิจกรรมนี้ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 20
  • 64.
    จุดประสงค์ของกิจกรรม 1. วัดปริมาตรของน�้ำเป็นลิตรหรือมิลลิลิตรได้อย่างถูกต้อง 2. เลือกวัสดุที่เหมาะสมตามสมบัติของวัสดุในการสร้างเรือบรรทุกน�้ำ 3. ออกแบบเรือบรรทุกน�้ำโดยเขียนเป็นภาพร่างสองมิติเพื่อถ่ายทอดความคิด 4. สร้างและทดสอบประสิทธิผลของเรือบรรทุกน�้ำ 5. ใช้อุปกรณ์วัด ตัด และติดยึดอย่างถูกต้องและปลอดภัยในการสร้างเรือบรรทุกน�้ำ วัสดุอุปกรณ์ ที่ รายการ จ�ำนวน ต่อกลุ่ม ที่ รายการ จ�ำนวน ต่อกลุ่ม 1 แผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์ ขนาด A4 1 แผ่น 8 กะละมัง 1 ใบ 2 แผ่นพลาสติกใส ขนาด A4 1 แผ่น 9 ไม้บรรทัด 1 อัน 3 กระดาษ 70 แกรม หรือ กระดาษปรู๊ฟ ขนาด A4 1 แผ่น 10 กรรไกร 1 เล่ม 4 ใบตอง ขนาด A4 1 แผ่น 11 เทปใส 1 ม้วน 5 แผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์, แผ่น พลาสติกใส, กระดาษ 70 แกรม หรือกระดาษปรู๊ฟ และใบตอง ขนาด 6 เซนติเมตร x 6 เซนติเมตร อย่างละ 2 แผ่น 12 ตัวอย่างภาชนะรูปร่าง ต่าง ๆ ที่ใส่น�้ำได้ เช่น ขวดนม ขวดน�้ำพลาสติกขนาด ต่าง ๆ 3 ขนาด 6 ถ้วยตวง หรือกระบอกตวง ขนาด 250 มิลลิลิตร 500 มิลลิลิตร และ 1,000 มิลลิลิตร 1 ชุด 13 ที่เย็บกระดาษ 1 อัน 7 หลอดดูดน�้ำ 1 อัน 14 เชือกขาว หรือเชือกมัดกล่อง 1 เส้น แนวการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นระบุปัญหา 1. ครูน�ำเข้าสู่บทเรียนโดยเปิดวิดีโอคลิปข่าวเกิดเหตุเรือบรรทุกน�้ำมันล่มในทะเล ให้นักเรียนดูและ อภิปรายร่วมกันในประเด็นต่อไปนี้ • ข่าวนี้เป็นข่าวเกี่ยวกับอะไร สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 21
  • 65.
    • นักเรียนคิดว่าอะไรคือสาเหตุที่ท�ำให้เรือล่ม (แนวค�ำตอบ เรือรั่ว เรือไม่แข็งแรง เรือบรรทุกน�้ำหนักเกิน คลื่นลมแรง) • นักเรียนคิดว่าหากเรือบรรทุกน�้ำมันล่มและเกิดน�้ำมันรั่วออกมาจะเกิดผลอย่างไรต่อสิ่งแวดล้อม (แนวค�ำตอบ มีคราบน�้ำมันบนน�้ำท�ำให้น�้ำสกปรก สัตว์ตาย) • นักเรียนคิดว่าเรือที่จะสามารถลอยน�้ำได้โดยไม่ล่ม ควรมีลักษณะอย่างไร (แนวค�ำตอบ นักเรียนตอบตามความเข้าใจของตนเอง เช่น เรือมีขนาดใหญ่ น�้ำหนักเบาหรือน�้ำ หนักมาก ไม่รั่ว แข็งแรง) 2. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3-5 คน แล้วน�ำเข้าสู่สถานการณ์ว่า “ถ้านักเรียนเป็นวิศวกรต้องการสร้างเรือที่สามารถบรรทุกน�้ำได้ไม่ต�่ำกว่า800 มิลลิลิตร และสามารถ ลากเรือให้เคลื่อนที่ไปมาโดยน�้ำไม่เข้าตัวเรือเป็นเวลา 10 วินาที นักเรียนจะออกแบบเรือให้มีรูปทรง อย่างไร และจะเลือกใช้วัสดุอะไรบ้าง” ขั้นรวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา 3. ครูน�ำอภิปรายในประเด็นต่อไปนี้ • เรือควรมีรูปทรงลักษณะอย่างไร (แนวค�ำตอบ เช่น ทรงสี่เหลี่ยม ทรงสามเหลี่ยม) • วัสดุที่น�ำมาสร้างเรือมีอะไรบ้าง เพราะเหตุใด (แนวค�ำตอบ ไม้ เหล็ก พลาสติก ผ้า กระดาษ) • น�้ำหนักที่บรรทุกในเรือขนาดเล็กและเรือขนาดใหญ่ ควรจะแตกต่างกันอย่างไร (แนวค�ำตอบ เรือเล็กบรรทุกน�้ำหนักได้น้อย เรือใหญ่บรรทุกน�้ำหนักได้มาก) 4. ครูก�ำหนดเงื่อนไขในการออกแบบและสร้างเรือ โดยให้นักเรียนเลือกวัสดุเพียง 1 ชนิด จ�ำนวน 1 แผ่น ขนาดเท่ากับกระดาษ A4 วัสดุที่ก�ำหนดให้ ได้แก่ แผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์ ใบตอง แผ่นพลาสติกใส และกระดาษ 5. ครูน�ำอภิปรายว่าจากเงื่อนไขที่ก�ำหนดให้นักเรียนจะต้องใช้ความรู้อะไรบ้างในการออกแบบและสร้างเรือ (แนวค�ำตอบ สมบัติของวัสดุ การวัดปริมาตร รูปทรงของเรือ การออกแบบ การสร้าง) 6. ครูน�ำวัสดุ เช่น กระดาษแข็ง แผ่นพลาสติกใส แผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์ ใบตอง มาให้นักเรียนช่วยกัน สังเกตและพิจารณา แล้วตั้งค�ำถามต่อไปนี้ • วัสดุแต่ละชนิดมีสมบัติอย่างไร (แนวค�ำตอบ ผิวสัมผัสลื่น ยืดหยุ่น แข็ง/อ่อน ดูดซับน�้ำ/ไม่ดูดซับน�้ำ) • ถ้าต้องการน�ำวัสดุเหล่านี้ไปสร้างเรือ นักเรียนจะเลือกใช้วัสดุอะไร เพราะเหตุใด 7. ครูหยดน�้ำปริมาณเท่ากันลงบนวัสดุทั้ง 4 ชนิด ขนาด 6 เซนติเมตร X 6 เซนติเมตร นักเรียนสังเกต และบันทึกผลการดูดซับน�้ำของวัสดุชนิดต่าง ๆ ลงในใบกิจกรรมที่ 1 สมบัติของวัสดุ 8. ครูน�ำวัสดุทั้ง 4 ชนิด ขนาด 6 เซนติเมตร X 6 เซนติเมตร มาทดลองลอยน�้ำ เพื่อตรวจสอบว่าวัสดุ ชนิดใดไม่สามารถลอยอยู่บนผิวน�้ำได้โดยทิ้งระยะเวลาให้เพียงพอที่นักเรียนจะสังเกตเห็นความแตกต่าง จากนั้นนักเรียนบันทึกผลในใบกิจกรรมที่ 1 สมบัติของวัสดุ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 22
  • 66.
    9. นักเรียนสังเกตว่าวัสดุแต่ละชนิดสามารถพับให้เป็นรูปร่างต่าง ๆได้ง่ายหรือไม่ โดยครูให้วัสดุแต่ละ ชนิดกับนักเรียน 10. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับผลการทดลอง โดยครูตั้งค�ำถามต่อไปนี้ • วัสดุที่ไม่ดูดซับน�้ำคืออะไร มีลักษณะอย่างไร (แนวค�ำตอบ ใบตอง แผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์ แผ่นพลาสติกใส เนื่องจากมีความเรียบ มัน ลื่น) • วัสดุที่ดูดซับน�้ำได้คืออะไร มีลักษณะอย่างไร (แนวค�ำตอบ กระดาษ เนื่องจากเป็นเยื่อบาง ๆ) • วัสดุชนิดใดที่ลอยน�้ำ วัสดุใดที่จมน�้ำ (แนวค�ำตอบ แผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์ แผ่นพลาสติกใส และ ใบตอง จะลอยน�้ำ ส่วนกระดาษจะจมน�้ำ) • วัสดุจมน�้ำเพราะเหตุใด (แนวค�ำตอบ เนื่องจากกระดาษดูดซับน�้ำได้ จึงมีน�้ำหนักมากขึ้นและท�ำให้จมน�้ำ) • วัสดุชนิดใดน�ำมาพับหรือขึ้นรูปได้ง่าย เพราะเหตุใด (แนวค�ำตอบ แผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์และ กระดาษ พับให้เป็นรูปต่าง ๆ ได้ง่าย เพราะมีความอ่อนและเรียบ) • วัสดุชนิดใดน�ำมาพับหรือขึ้นรูปได้ยาก เพราะเหตุใด (แนวค�ำตอบ ใบตองพับได้ยากเพราะมี เส้นลายตามรูปใบและจะฉีกขาดง่าย แผ่นพลาสติกใสพับได้ยากเพราะมีความเหนียว) 11. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มระดมความคิดว่าจะใช้วัสดุใดในการสร้างเรือ และเพราะเหตุใด 12. ครูกระตุ้นความสนใจโดยการตั้งค�ำถามให้นักเรียนอภิปรายร่วมกันว่าจากสถานการณ์ที่ก�ำหนดว่าเรือ จะต้องบรรทุกน�้ำได้800มิลลิลิตรซึ่งนักเรียนคิดว่าน�้ำ 800มิลลิลิตรมีปริมาณเท่าใดเมื่อเปรียบเทียบ กับปริมาณของน�้ำที่บรรจุในขวดน�้ำพลาสติกขนาดต่าง ๆ ที่มีขายตามท้องตลาด โดยครูน�ำตัวอย่าง ขวดน�้ำพลาสติกขนาดต่าง ๆ มาแสดงให้นักเรียน เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตอบค�ำถาม 13. ครูตั้งค�ำถามเพื่อให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นว่า จะวัดปริมาตรของน�้ำที่บรรจุอยู่ในภาชนะต่าง ๆ ได้อย่างไร 14. ครูอธิบายและให้นักเรียนศึกษาใบความรู้ เรื่องการตวงและการอ่านปริมาตร ซึ่งสามารถหาปริมาตร ของน�้ำได้ โดยใช้อุปกรณ์ส�ำหรับวัดปริมาตรของของเหลว เช่น ถ้วยตวง กระบอกตวง หรือ เหยือกน�้ำ ที่มีขีดแสดงระดับปริมาตรของของเหลว จากนั้นครูสาธิตโดยเทน�้ำลงในกระบอกตวงและอธิบายการ อ่านปริมาตรของน�้ำที่มีหน่วยเป็นลิตรและมิลลิลิตร โดยการอ่านปริมาตรจะต้องให้ระดับของสายตา ตรงกับระดับของผิวน�้ำในถ้วยตวง 15. นักเรียนท�ำใบกิจกรรมที่ 2 การตวงและการอ่านปริมาตร และน�ำเสนอค�ำตอบ 16. ครูให้นักเรียนช่วยกันคิดว่าถ้าต้องการหาปริมาตรน�้ำในเรือที่สร้างขึ้น โดยใช้ถ้วยตวงที่ครูเตรียม ให้จะมีวิธีการอย่างไร (แนวค�ำตอบ ตวงน�้ำก่อนเทลงเรือ, ดูด/ตักน�้ำจากเรือขึ้นมาใส่ถ้วยตวง, อ่านปริมาตรน�้ำที่เหลือในถ้วยตวงหลังจากการเท) 17. ครูให้นักเรียนฝึกหาปริมาตรน�้ำที่อยู่ในภาชนะต่างๆเช่นขวดน�้ำพลาสติกถ้วยพลาสติกแก้วพลาสติก กล่องโฟม 18. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับการหาปริมาตรน�้ำ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 23
  • 67.
    ขั้นออกแบบวิธีการแก้ปัญหา 19. ครูชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการออกแบบเรือบรรทุกน�้ำโดยเน้นให้นักเรียนตระหนักถึงความส�ำคัญ ในการวางแผนและการออกแบบชิ้นงาน ซึ่งการออกแบบจะช่วยให้เห็นแนวทางในการสร้างชิ้นงาน และช่วยให้สามารถสร้างชิ้นงานได้ง่ายยิ่งขึ้น การสร้างชิ้นงานอาจไม่ประสบความส�ำเร็จหากไม่มีการ วางแผนและการออกแบบที่ชัดเจน หรือไม่ได้ท�ำตามแบบที่ก�ำหนดไว้ 20. ให้นักเรียนน�ำความรู้จากการรวบรวมข้อมูลมาออกแบบเรือบรรทุกน�้ำลงในใบกิจกรรมที่ 3 ออกแบบ กันก่อน 21. นักเรียนแต่ละกลุ่มน�ำเสนอภาพร่างที่ออกแบบไว้ ขั้นวางแผนและด�ำเนินการแก้ปัญหา 22. ครูเน้นให้นักเรียนเห็นถึงความส�ำคัญของการใช้วัสดุอย่างประหยัด โดยเมื่อเลือกวัสดุใดในการสร้าง เรือบรรทุกน�้ำแล้ว จะไม่สามารถเปลี่ยนหรือขอเพิ่มอีก นอกจากวัสดุช�ำรุดเสียหายโดยไม่ได้เจตนา และควรใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างระมัดระวังเพื่อความปลอดภัย 23. ให้นักเรียนมาหยิบวัสดุที่จะน�ำไปสร้างเรือบรรทุกน�้ำตามที่ได้เลือกไว้ 24. ให้นักเรียนสร้างเรือบรรทุกน�้ำตามที่ได้ออกแบบไว้ ครูติดตามตรวจสอบการท�ำงานของแต่ละกลุ่ม อย่างใกล้ชิด ขั้นทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน 25. เมื่อสร้างเรือบรรทุกน�้ำเสร็จแล้ว ให้แต่ละกลุ่มตรวจสอบเรือของกลุ่มตน โดยน�ำเรือไปทดลองลอยใน กะละมังบรรจุน�้ำที่ครูเตรียมไว้ให้ โดยนักเรียนเติมน�้ำลงไปตามปริมาตรที่ต้องการ นักเรียนบันทึกผล การทดสอบลงในแบบบันทึกผลการทดสอบกิจกรรมเรือบรรทุกน�้ำ 26. จากนั้นครูและนักเรียนพิจารณาผลการบันทึกเพื่อน�ำมาปรับปรุงให้เรือมีประสิทธิภาพดีขึ้นโดยตรวจ สอบในประเด็นต่อไปนี้ • เรือสามารถลอยน�้ำได้หรือไม่ ถ้าเรือลอยไม่ได้เป็นเพราะเหตุใด ควรจะปรับปรุงอย่างไรให้เรือ สามารถลอยได้ • เรือสามารถบรรทุกน�้ำได้ในปริมาตร 800 มิลลิลิตร และสามารถลากเรือให้เคลื่อนที่ไปมาโดย น�้ำไม่เข้าตัวเรือเป็นเวลา 10 วินาทีได้หรือไม่ 27. ครูแจกวัสดุเพื่อสร้างเรือครั้งที่ 2โดยให้นักเรียนปรับปรุงเรือให้ดีกว่าครั้งแรก น�ำไปทดสอบและบันทึก ผล จากนั้นแจกวัสดุเพิ่ม (หากนักเรียนต้องการ) เพื่อให้นักเรียนทดสอบจนครบ 3 ครั้ง ขั้นน�ำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหา หรือชิ้นงาน 28. ให้นักเรียนน�ำเสนอผลงาน และอธิบายในประเด็นต่อไปนี้ • เรือของนักเรียนมีลักษณะอย่างไร • นักเรียนปรับแก้เรือให้ดีขึ้นอย่างไร • นักเรียนคิดว่าเรือที่บรรทุกน�้ำให้ได้ตามเงื่อนไขที่ก�ำหนด ควรมีลักษณะ หรือรูปแบบอย่างไร สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 24
  • 68.
    29. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายว่าถ้าจะปรับปรุงผลงานให้ดีขึ้น ควรท�ำอย่างไรโดยพิจารณาทั้ง ผลงานของตนเองและผลงานของเพื่อน 30. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุปเกี่ยวกับกิจกรรมเรือบรรทุกน�้ำ ในประเด็นต่อไปนี้ • การเลือกวัสดุให้เหมาะสมกับการสร้างเรือต้องพิจารณาจากอะไรบ้าง • นักเรียนสามารถใช้วัสดุอะไรมาสร้างเรือได้อีกบ้าง นอกจากวัสดุที่ครูเตรียมให้ • การวัดปริมาตรของของเหลว และเครื่องมือที่ใช้ในการวัดปริมาตรของของเหลวสามารถท�ำได้ อย่างไร • การออกแบบโดยการวาดภาพร่างสองมิติ • การพัฒนาและปรับปรุงชิ้นงาน • การเลือกอุปกรณ์วัด ตัด ติดยึด อย่างเหมาะสม ควรพิจารณาถึงอะไรบ้าง • นักเรียนได้เรียนรู้อะไรจากการท�ำกิจกรรมนี้ (แนวค�ำตอบ การเลือกใช้วัสดุ การวัดปริมาตรของเหลว เครื่องมือที่ใช้ในการวัดปริมาตร การออกแบบชิ้นงาน การสร้างชิ้นงานตามแบบที่ได้ร่างไว้) การวัดประเมินผล รายการประเมิน เครื่องมือที่ใช้ประเมิน คะแนน (ร้อยละ) 1. สมบัติของวัสดุ ใบกิจกรรมที่ 1 15 2. การตวงและการอ่านปริมาตร ใบกิจกรรมที่ 2 15 3. การเลือกวัสดุในการสร้างเรือบรรทุกน�้ำ ใบกิจกรรรมที่ 3 แบบบันทึกผลการทดสอบ ผลงานที่ท�ำเสร็จแล้ว 70 เกณฑ์การวัดและประเมินผล รายการประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 1. สมบัติของวัสดุ ระบุสมบัติของวัสดุเรื่องการดูด ซับน�้ำและการจมลอยได้ถูกต้อง ตั้งแต่ 6 รายการขึ้นไป ระบุสมบัติของวัสดุเรื่องการ ดูดซับน�้ำและการจมลอยได้ ถูกต้อง 3-5 รายการ ระบุสมบัติของวัสดุเรื่องการ ดูดซับน�้ำและการจมลอยได้ ถูกต้องน้อยกว่า 3 รายการ 2. การตวงและการอ่าน ปริมาตร บอกวิธีการตวงน�้ำหรืออ่านค่า ปริมาตรน�้ำได้ถูกต้องทุกข้อ บอกวิธีการตวงน�้ำหรืออ่านค่า ปริมาตรน�้ำได้ถูกต้องแต่ไม่ครบ ทุกข้อ บอกวิธีการตวงน�้ำและอ่านค่า ปริมาตรน�้ำได้ไม่ถูกต้อง สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 25
  • 69.
    รายการประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 3.1 การออกแบบเรือ บรรทุกน�้ำ แบบร่างเรือบรรทุกน�้ำมีความ ชัดเจน สามารถสื่อสารให้ผู้อื่น เข้าใจได้ และให้เหตุผลในการ ออกแบบได้อย่างชัดเจน แบบร่างเรือบรรทุกน�้ำสามารถ สื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจได้ แต่ให้ เหตุผลในการออกแบบ ไม่ชัดเจน แบบร่างเรือบรรทุกน�้ำไม่ สามารถสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจได้ และไม่สามารถให้เหตุผลในการ ออกแบบได้ 3.2 การเลือกวัสดุในการ สร้างเรือบรรทุกน�้ำ เลือกวัสดุที่เหมาะสมกับจุด ประสงค์การใช้งานและสามารถ อธิบายเหตุผลในการเลือกใช้ วัสดุได้ เลือกวัสดุที่เหมาะสมกับจุด ประสงค์การใช้งานแต่ไม่ สามารถอธิบายเหตุผลในการ เลือกใช้วัสดุได้ เลือกวัสดุไม่เหมาะสมกับจุด ประสงค์การใช้งาน 3.3 การบันทึกผลการ ทดสอบ บันทึกปริมาตรน�้ำ ระยะเวลา และแนวทางแก้ไขได้ครบทั้ง 3 หัวข้อ บันทึกปริมาตรน�้ำ ระยะเวลา หรือแนวทางแก้ไขได้เพียง 2 หัวข้อ บันทึกปริมาตรน�้ำ ระยะเวลา หรือแนวทางแก้ไขได้เพียง 1 หัวข้อ 3.4 การทดสอบ ประสิทธิผลของเรือ บรรทุกน�้ำ บรรทุกน�้ำได้ 800 มิลลิลิตร ขึ้น ไปและสามารถลากเรือไปมา โดยสามารถลากเรือให้เคลื่อนที่ ไปมาโดยน�้ำไม่เข้าตัวเรือเป็น เวลา 10 วินาที บรรทุกน�้ำได้มากกว่าครึ่งลิตร แต่ไม่ถึง 800 มิลลิลิตร และ สามารถลากเรือไปมาโดย สามารถลากเรือให้เคลื่อนที่ไป มาโดยน�้ำไม่เข้าตัวเรือเป็นเวลา 10 วินาที บรรทุกน�้ำได้น้อยกว่าครึ่งลิตร และสามารถลากเรือไปมาโดย สามารถลากเรือให้เคลื่อนที่ไป มาโดยน�้ำไม่เข้าตัวเรือเป็นเวลา 10 วินาที หรือบรรทุกน�้ำได้ มากกว่าครึ่งลิตรแต่ไม่สามารถ ลากเรือไปมาโดยน�้ำไม่เข้าตัว เรือเป็นเวลา 10 วินาที 3.5 ความคิดสร้างสรรค์ เรือมีลักษณะแปลกใหม่ไม่ซ�้ำกับ เพื่อนหรือมีการใช้วัสดุอื่นเพื่อช่วย ให้เรือพยุงตัวได้ดี ไม่ฉีกขาดง่าย เรือมีลักษณะคล้ายกับเพื่อนแต่ มีการใช้วัสดุอื่นเพื่อช่วยให้เรือ พยุงตัวได้ดี ไม่ฉีกขาดง่าย - สื่อและแหล่งเรียนรู้ 1. คลิปข่าวเกิดเหตุเรือบรรทุกน�้ำมันล่มในทะเล จ.สมุทรสาคร https://youtu.be/L3qtNcr9WQ0 2. ใบกิจกรรมที่ 1 สมบัติของวัสดุ 3. ใบกิจกรรมที่ 2 การตวงและการอ่านปริมาตร 4. ใบกิจกรรมที่ 3 ออกแบบกันก่อน 5. ใบความรู้ เรื่อง การตวงและการอ่านปริมาตร 6. แบบบันทึกผลการทดสอบ กิจกรรมเรือบรรทุกน�้ำ 7. แหล่งเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับปริมาตร - www.myfirstbrain.com/student_view.aspx?ID=77446 - www.kroobannok.com/board_view.php?b_id=106810&bcat_id=16 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 26
  • 70.
    ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เวลา4 ชั่วโมง สาระส�ำคัญ เรือใบเป็นเรือชนิดหนึ่งมีใบเรือซึ่งอยู่ติดกับเสากระโดงเรือเพื่อดักลมเมื่อลมปะทะใบเรือจะเกิดแรงกระท�ำ ต่อใบเรือท�ำให้เรือเคลื่อนที่ได้ ใบเรือจึงนับว่าเป็นส่วนประกอบที่ส�ำคัญของเรือใบ การสร้างใบเรือจ�ำลองที่ท�ำให้ เรือใบแล่นได้ดีนั้น ต้องใช้กระบวนการเทคโนโลยีหรือกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมในการออกแบบและ สร้าง โดยเลือกใช้วัสดุให้เหมาะสมตามสมบัติที่แตกต่างกัน และเลือกใช้เครื่องมือในการวัด ตัด ติดยึด ให้ตรง ตามวัตถุประสงค์อย่างถูกต้องและค�ำนึงถึงความปลอดภัย การทดสอบประสิทธิผลของใบเรือจ�ำลองว่าดักลมได้ดี หรือไม่ ท�ำได้โดยการวัดและเปรียบเทียบระยะทางที่เรือแล่นได้โดยใช้หน่วยมาตรฐาน เมื่อทดสอบและปรับปรุง ใบเรือจนส�ำเร็จตามเป้าหมายแล้ว น�ำเสนอข้อมูลเพื่อเผยแพร่หรือถ่ายทอดวิธีสร้างใบเรือซึ่งสามารถท�ำได้หลาย วิธี เช่น การน�ำเสนอด้วยการบอกเล่าหรือการบรรยาย ตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี* 1. จ�ำแนกชนิดและสมบัติของวัสดุ ที่เป็นส่วนประกอบของของเล่น ของใช้ 2. อธิบายการใช้ประโยชน์ของวัสดุ แต่ละชนิด 3. ทดลองและอธิบายผลของ การออกแรงที่กระท�ำต่อวัตถุ 1. บอกความยาวเป็นเมตร เซนติเมตรและมิลลิเมตร เลือกเครื่องวัดที่เหมาะสม และเปรียบเทียบความยาว 1. เลือกใช้วัสดุและเครื่องมือให้ เหมาะสมกับการสร้างชิ้นงาน โดยค�ำนึงถึงความปลอดภัย 2. ค้นหาข้อมูลอย่างเป็นขั้นตอน และน�ำเสนอข้อมูล หมายเหตุ: *ตัวชี้วัด เทคโนโลยี (T) ในที่นี้จะรวมตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี และสาระเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร ในขณะที่วิศวกรรมศาสตร์ (E) ไม่ได้ปรากฏในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่กระบวนการออกแบบเชิง วิศวกรรม สามารถเทียบเคียงได้จากกระบวนการเทคโนโลยีในตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี เรือใบ กับสายลม สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 27
  • 71.
    สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี - วัสดุแต่ละชนิดมีสมบัติ แตกต่างกันจึงใช้ประโยชน์ ได้ต่างกัน - การออกแรงกระท�ำต่อวัตถุ ท�ำให้วัตถุมีการเคลื่อนที่ - การวัดความยาว (เมตร เซนติเมตร มิลลิเมตร) - การเปรียบเทียบความยาว - การเลือกใช้วัสดุควรเลือกใช้ให้ เหมาะสมกับการสร้างชิ้นงาน และใช้เครื่องมืออย่างถูกวิธีและ ปลอดภัย - การค้นหาข้อมูลอย่างเป็นขั้นตอน ช่วยให้ได้ข้อมูลตรงตามความ ต้องการ น่าเชื่อถือ ครบถ้วน ทันสมัย และประหยัดเวลา - การน�ำเสนอข้อมูลท�ำได้หลายวิธี เช่น บอกเล่า เอกสาร ป้ายนิเทศ กรอบแนวคิด * เป็นวิชาหลักในการน�ำกิจกรรมนี้ E: วิศวกรรมศาสตร์ - กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม (การออกแบบและสร้างใบเรือให้เรือแล่นได้ ไกลและเร็วที่สุด) M: คณิตศาสตร์ - การวัดระยะทาง - การเปรียบเทียบระยะทาง S: วิทยาศาสตร์* - การเคลื่อนที่ของวัตถุ - สมบัติบางประการของวัสดุ T: เทคโนโลยี - การค้นหาข้อมูลและการน�ำเสนอข้อมูล - การเลือกใช้วัสดุและเครื่องมือ เรือใบกับสายลม สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 28
  • 72.
    จุดประสงค์ของกิจกรรม 1. ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับใบเรืออย่างเป็นขั้นตอนรวบรวม และน�ำเสนอข้อมูล 2. อภิปรายและเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมตามสมบัติของวัสดุในการสร้างใบเรือ 3. ออกแบบภาพร่างสองมิติที่ก�ำหนดขนาดชัดเจน และสร้างใบเรือจากวัสดุที่ก�ำหนดให้ 4. ทดลองและอธิบายการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของเรือใบเมื่อถูกแรงกระท�ำ 5. วัด บอกระยะทาง และเปรียบเทียบระยะทางในการแข่งขันแล่นเรือใบโดยใช้หน่วยมาตรฐาน วัสดุอุปกรณ์ วัสดุอุปกรณ์ส�ำหรับครู ที่ รายการ จ�ำนวน ต่อกลุ่ม ที่ รายการ จ�ำนวน ต่อกลุ่ม 1 คอมพิวเตอร์ เครื่องฉาย และ ล�ำโพง 1 ชุด 4 ตัวเรือจ�ำลองอย่างง่าย 2 ล�ำ 2 แผ่นรองตัด 1 แผ่น 5 พัดลม 1 เครื่อง 3 คัตเตอร์ 1 เล่ม 6 นาฬิกาจับเวลา 1 เรือน วัสดุอุปกรณ์ส�ำหรับนักเรียน ที่ รายการ จ�ำนวน ต่อกลุ่ม ที่ รายการ จ�ำนวน ต่อกลุ่ม 1 ฟองน�้ำเมลามีนหรือโฟมกันกระแทก กว้าง 7 เซนติเมตร ยาว 10 เซนติเมตร หนา 3 เซนติเมตร 2 ชิ้น 10 ถุงพลาสติกใส กว้าง 8 นิ้ว ยาว 12 นิ้ว 1 ใบ 2 กระดาษสีด้านเดียว ส�ำหรับพับเรือ กว้าง 15 เซนติเมตร ยาว 15 เซนติเมตร 4 แผ่น 11 กระดาษการ์ดสี A4 ความหนา 170 แกรม ขึ้นไป 2 แผ่น 3 กระดาษ A4 สีขาว 2 แผ่น 12 ตะเกียบ 1 คู่ 4 ปากกาสีหรือดินสอสี 1 ชุด 13 เชือกขาวเกลียวยาว 1 เมตร 1 เส้น 5 ไม้บรรทัด 1 อัน 14 กรรไกร 2 เล่ม 6 ไม้เมตร หรือสายวัดตัว หรือสาย วัดชนิดตลับ 1 อัน 15 เทปใส 1 อัน สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 29
  • 73.
    ที่ รายการ จ�ำนวน ต่อกลุ่ม ที่รายการ จ�ำนวน ต่อกลุ่ม 7 หลอดดูด 10 อัน 16 เทปกาวย่นหน้ากว้าง 2 นิ้ว 1 ม้วน 8 ยางวง 5 เส้น 17 กาวเอนกประสงค์ 1 หลอด 9 ไม้ไอศกรีม 10 อัน 18 เอ็นใส เบอร์ 70 1 ม้วน หมายเหตุ รายการที่ 6-16 เป็นรายการส�ำหรับสร้างใบเรือ แนวการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นระบุปัญหา 1. ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียนเกี่ยวกับเรือใบโดยแจกกระดาษส�ำหรับใช้พับรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดกว้าง 15 เซนติเมตร ยาว 15 เซนติเมตร ครูสาธิตการพับกระดาษทีละขั้น ให้นักเรียนพับตาม โดยไม่บอกว่าจะพับอะไร และให้นักเรียนลองทายค�ำตอบเป็นระยะว่าทราบหรือไม่ว่าพับอะไร เมื่อ พับเสร็จ ให้นักเรียนสังเกตและอภิปรายร่วมกันดังนี้ - กระดาษที่พับตามขั้นตอนจนเสร็จเรียกว่าอะไร (แนวค�ำตอบ เรือ) - เคยเห็นเรือชนิดนี้หรือไม่ อย่างไร (แนวค�ำตอบ นักเรียนแต่ละคนอาจตอบว่าเคยเห็นหรือไม่ เคยเห็นขึ้นอยู่กับความรู้หรือประสบการณ์เดิม เช่น อาจเคยเห็นจากภาพยนตร์หรือการ์ตูนที่ ชื่นชอบ หรือจากรายการโทรทัศน์ เช่น ข่าวกีฬา) - ทราบหรือไม่ว่าเรือชนิดนี้เรียกว่าอะไร เพราะอะไร (แนวค�ำตอบ เรือใบ เพราะสังเกตว่ามีใบเรือ) 2. ครูเปิดวิดีโอคลิปเรื่อง รู้จักเรือใบ ซึ่งแนะน�ำเรือใบชนิดต่าง ๆ ส่วนประกอบและหน้าที่ของส่วน ประกอบของเรือใบ และวิธีการแล่นเรือใบ ให้นักเรียนสังเกตและอภิปรายร่วมกันดังนี้ - เป็นวิดีโอคลิปเกี่ยวกับอะไร (แนวค�ำตอบ เรือใบ) - เรือใบมีประโยชน์อย่างไรบ้าง (แนวค�ำตอบ เป็นกีฬาชนิดหนึ่ง) - ทราบอะไรเกี่ยวกับเรือใบบ้าง (แนวค�ำตอบ ส่วนประกอบและหน้าที่ของส่วนประกอบของ เรือใบ วิธีการแล่นเรือใบ) - เรือใบมีส่วนประกอบอะไรบ้าง (แนวค�ำตอบ นักเรียนอาจตอบส่วนประกอบอื่นๆ ตามที่สังเกต เห็นในวิดีโอคลิป ตามความรู้ หรือตามประสบการณ์เดิม เช่น ตัวเรือ คัดแคง พังงา หางเสือ ใบเรือ เสากระโดง เพลา) - เรือใบเคลื่อนที่ได้อย่างไร (แนวค�ำตอบ เคลื่อนที่ได้โดยใช้ลม) - ลมท�ำให้เรือใบเคลื่อนที่ได้อย่างไร (แนวค�ำตอบ ลมปะทะที่ใบเรือ แล้วท�ำให้เกิดแรงผลักเรือให้แล่น) - ส่วนประกอบใดที่เป็นส่วนส�ำคัญในการเคลื่อนที่ของเรือใบ (แนวค�ำตอบ ใบเรือ) - ใบเรือในวิดีโอคลิป มีรูปร่างลักษณะอย่างไร (แนวค�ำตอบ มีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยม) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 30
  • 74.
    - ใบเรือในวิดีโอคลิปมีจ�ำนวนกี่ใบ (แนวค�ำตอบ1 ใบ) - เคยเห็นใบเรือมีรูปร่างลักษณะอื่น และมีจ�ำนวนใบมากกว่า 1 ใบ หรือไม่ อย่างไร (แนวค�ำตอบ นักเรียนอาจตอบตามความรู้ หรือตามประสบการณ์เดิม เช่น เคยเห็นมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยม และมีใบหลายใบ) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปว่าจากวิดีโอคลิปว่า เรือใบเป็นพาหนะชนิดหนึ่ง สามารถน�ำมา ใช้เป็นกีฬา เรือใบใช้ลมช่วยในการเคลื่อนที่ การเคลื่อนที่ของเรือใบเนื่องจากแรงของอากาศที่กระท�ำ กับใบเรือ ดังนั้นส่วนประกอบที่ส�ำคัญของเรือใบที่ใช้ในการดักลมเพื่อให้เรือแล่นได้คือใบเรือ จากนั้น ครูน�ำเสนอสถานการณ์ปัญหาให้นักเรียนอภิปรายร่วมกันทั้งชั้น ดังนี้ “ศูนย์กีฬาทางน�้ำแห่งหนึ่ง มีเรือใบที่ใบเรือช�ำรุดมากอยู่จ�ำนวนหนึ่ง จึงมีโครงการดัดแปลง เรือใบโดยทดลองพัฒนาใบเรือแบบต่าง ๆ ส�ำหรับเรือเหล่านี้ด้วยวัสดุที่หาได้ทั่วไป และสามารถท�ำให้ เรือแล่นได้ดี ภารกิจของนักเรียนคือ ออกแบบและสร้างใบเรือที่ท�ำให้เรือใบแล่นได้ไกลและเร็วที่สุด โดยจ�ำลองเหตุการณ์จากการสร้างใบเรือจ�ำลองจากวัสดุที่ก�ำหนดให้ และทดสอบประสิทธิผลใบเรือ โดยติดตั้งกับตัวเรือจ�ำลองอย่างง่ายที่แล่นบนรางเส้นเอ็นคู่ในระยะทางอย่างน้อย 150 เซนติเมตร ได้ เร็วที่สุด ที่ความเร็วพัดลมระดับสูงสุด” 3. ครูให้นักเรียนระบุปัญหาจากสถานการณ์ข้างต้นเพื่อหาทางแก้ปัญหาที่เหมาะสม 4. ครูชี้แจงเงื่อนไขในการสร้างใบเรือ ดังนี้ ก. สร้างใบเรือโดยใช้วัสดุจากชุดอุปกรณ์สร้างใบเรือเท่านั้น ข. ใบเรือต้องท�ำให้ตัวเรือแล่นได้ระยะทางอย่างน้อย 150 เซนติเมตร ค. ต้องใช้เวลาน้อยที่สุดในแล่นได้ระยะทาง 150 เซนติเมตร ขั้นรวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา 5. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน ตั้งชื่อกลุ่ม แล้วแจกหนังสือสื่อประสมเฉลิมพระเกียรติ เล่มที่ 6 เรือใบใจกล้า ให้ทุกคน (หรือครูอาจเปิดไฟล์น�ำเสนอหนังสืออิเล็กทรอนิกส์หนังสือสื่อประสม เฉลิมพระเกียรติเล่มที่ 6 เรือใบใจกล้า แสดงบนจอภาพให้นักเรียนทุกคนอ่านจากจอพร้อม ๆ กัน) จากนั้นครูอ่านน�ำและให้นักเรียนอ่านตามพร้อม ๆ กันทีละหน้า เพื่อส่งเสริมการใช้ภาษาไทยและเพื่อ ให้รู้จักส่วนประกอบของเรือใบผ่านหนังสือ แล้วอภิปรายร่วมกันในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้ - หนังสือเล่มนี้ชื่ออะไร (แนวค�ำตอบ เรือใบใจกล้า) - ความรู้ที่ได้จากการอ่านหนังสือเล่มนี้คืออะไรบ้าง (แนวค�ำตอบ ส่วนประกอบของเรือใบ เช่น ล�ำเรือ หางเสือ พังงา คัดแคง ธง เสากระโดง เพลา และใบเรือ) นอกเหนือจากส่วนประกอบของเรือใบแล้วครูแนะน�ำนักเรียนเพิ่มเติมว่า หนังสือเล่มนี้ยังให้ ข้อคิดว่า การจะลงมือท�ำอะไร ต้องมีความรู้จริง เช่น การต่อเรือใบ ต้องรู้จักส่วนประกอบและหน้าที่ ของส่วนประกอบของเรือใบ หรือ การแล่นเรือใบ ต้องมีความรู้เรื่องสายลมและสายน�้ำว่าเกี่ยวข้อง กับการแล่นเรืออย่างไร และการลงมือท�ำอะไร อาจท�ำได้หรือท�ำไม่ได้ แต่ถ้าท�ำไม่ได้ ต้องมีความ พยายามในการหาความรู้ หมั่นคิดหมั่นทบทวน ดังนั้นถ้านักเรียนมีสิ่งใดที่ไม่รู้เกี่ยวกับการสร้างใบเรือ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 31
  • 75.
    ตามสถานการณ์ปัญหาที่ก�ำหนด การสืบค้นข้อมูลจึงเป็นเรื่องส�ำคัญ นักเรียนสามารถสืบค้นข้อมูลใน สิ่งที่ต้องการรู้เพิ่มเติมได้จากการอ่านหนังสือสอบถามผู้รู้ หรือจากการสืบค้นทางอินทอร์เน็ตภายใต้ ค�ำแนะน�ำของครูหรือผู้ปกครอง 6. ครูอาจให้นักเรียนศึกษาใบความรู้เรื่อง การเกิดลม เพิ่มเติม และอภิปรายร่วมกันในประเด็นต่อไปนี้ - ลมเกิดขึ้นได้อย่างไร - ประโยชน์ของลมคืออะไร - ยกตัวอย่างโทษของลม - ลมท�ำให้วัตถุ เช่น เรือใบ เคลื่อนที่ได้อย่างไร - แรงมีผลต่อวัตถุอย่างไรบ้าง 7. ครูให้นักเรียนท�ำใบกิจกรรมที่ 1 ส่วนประกอบของเรือใบ เพื่อตรวจสอบความรู้ก่อนการวาดภาพร่าง ใบเรือ จากนั้นครูเฉลยค�ำตอบ พร้อมทั้งให้นักเรียนช่วยกันบอกหน้าที่ของส่วนประกอบนั้น ๆ 8. ครูให้การบ้านนักเรียนสืบค้นข้อมูลปัจจัยที่มีผลท�ำให้ใบเรือดักลมได้ดีเช่น วัสดุ รูปร่าง จ�ำนวน ขนาด และร่วมกันอภิปรายดังนี้ - การสร้างใบเรือ ต้องรู้อะไรบ้าง (แนวค�ำตอบ หน้าที่ของใบเรือ วัสดุที่ใช้สร้าง ขนาด รูปร่าง) - รูปร่างของใบเรือมีลักษณะใดได้บ้าง - ขนาดของใบเรือกับตัวเรือ - จ�ำนวนใบเรือมีผลกับการแล่นของเรือหรือไม่ - วัสดุที่ใช้ในการสร้างใบเรือควรมีสมบัติอย่างไร - ใบเรือที่ดีต้องมีลักษณะอย่างไร (แนวค�ำตอบ ดักลมได้ดี มีขนาดเหมาะสมกับใบเรือ ท�ำจากวัสดุน�้ำหนักเบา) 9. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุปปัจจัยที่อาจมีผลต่อการดักลมได้ดีของใบเรือ 10. นักเรียนแต่ละกลุ่มอภิปรายเพื่อหาแนวทางการในการสร้างใบเรือรวมไปถึงลักษณะและรูปแบบของ ใบเรือที่สามารถท�ำให้ตัวเรือแล่นได้ไกลและเร็ว ขั้นออกแบบวิธีการแก้ปัญหา 11. ครูน�ำตัวเรือจ�ำลองที่จะใช้ในการทดสอบใบเรือมาแสดงให้นักเรียนพิจารณาแล้วบอกนักเรียนว่าเรือ จ�ำลองนี้เป็นเรือที่จะใช้ทดสอบใบเรือโดยจะแล่นบนเอ็นที่ขึงไว้ ไม่ได้ทดสอบโดยการแล่นในน�้ำ แต่ สามารถน�ำความรู้เกี่ยวกับเรือใบแล่นได้อย่างไรมาประยุกต์ใช้ได้จากนั้นชี้ให้นักเรียนดูช่องส�ำหรับปัก เสากระโดงเรือ และก�ำหนดข้อตกลงกับนักเรียนว่า ในการสร้างใบเรือของนักเรียนนั้น เสากระโดงจะ ใช้วัสดุใดขึ้นอยู่กับนักเรียนและเหตุผลที่เลือกใช้แต่เมื่อจะน�ำมาทดสอบกับตัวเรือต้องยึดเสากระโดง กับไม้ไอศกรีมเพื่อปักลงในช่องที่ก�ำหนดไว้ให้บนตัวเรือ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 32
  • 76.
    12. ครูชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการออกแบบใบเรือ โดยเน้นให้นักเรียนตระหนักถึงความส�ำคัญในการ ออกแบบภาพร่างและระบุขนาดของใบเรืออย่างชัดเจนซึ่งการออกแบบจะช่วยให้เห็นแนวทางใน การสร้างชิ้นงาน และช่วยให้สร้างชิ้นงานได้ง่ายยิ่งขึ้น การสร้างชิ้นงานจะประสบความส�ำเร็จหาก มีการวางแผนและการออกแบบที่ชัดเจน หรือท�ำตามแบบที่ก�ำหนดไว้ 13. นักเรียนออกแบบใบเรือโดยเขียนรายละเอียดลงในใบกิจกรรมที่ 2 เรือใบของฉัน พร้อมก�ำหนดขนาด ที่ชัดเจน และระบุวัสดุอุปกรณ์ที่จะใช้ 14. นักเรียนน�ำเสนอแบบร่างและแนวคิดของใบเรือที่ออกแบบไว้ ขั้นวางแผนและด�ำเนินการแก้ปัญหา 15. ครูแจกกล่องใส่อุปกรณ์ชุดสร้างใบเรือ1 กล่อง ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส�ำรวจอุปกรณ์ในกล่องว่ามีอะไร บ้าง จากนั้นครูแนะน�ำวัสดุทีละชิ้นแล้วให้นักเรียนช่วยกันบอกสมบัติของวัสดุ ครูเน้นให้นักเรียนเห็น ถึงความส�ำคัญของการใช้วัสดุอย่างประหยัดเนื่องจากวัสดุในชุดอุปกรณ์ใบเรือมีจ�ำกัด นอกจากนี้หาก ต้องการตัดวัสดุด้วยมีดต้องให้ครูเป็นผู้ด�ำเนินการให้และควรใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างระมัดระวังเพื่อ ความปลอดภัย 16. ครูแนะน�ำการใช้นาฬิกาจับเวลา และวิธีอ่านตัวเลขบนหน้าปัดนาฬิกา เพื่อช่วยในการบันทึกระยะ เวลาการแล่นเรือของนักเรียน 17. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันระดมความคิดว่าจะใช้วัสดุใดในการสร้างใบเรือเพื่อน�ำไปทดสอบการแล่น โดยติดตั้งกับตัวเรือใบที่ครูจัดเตรียมไว้ให้โดยสามารถแล่นได้เป็นระยะทางอย่างน้อย150เซนติเมตร และได้ระยะทาง 150 เซนติเมตร เร็วที่สุด จากนั้นวางแผนการท�ำงานโดยแบ่งหน้าที่การท�ำงาน เช่น การเตรียมวัสดุอุปกรณ์ การสร้างส่วนประกอบต่าง ๆ การประกอบส่วนประกอบ การติดตั้งใบเรือ การเปิดพัดลม การวัดความยาวของระยะทางที่ทดสอบได้ การบันทึกระยะทางและเวลา 18. นักเรียนสร้างใบเรือตามที่ออกแบบไว้ โดยให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่ก�ำหนด ครูติดตามตรวจสอบการ ท�ำงานของแต่ละกลุ่มอย่างใกล้ชิด ขั้นทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน 19. นักเรียนน�ำใบเรือที่สร้างเสร็จแล้วไปติดกับตัวเรือที่ครูเตรียมไว้ให้ โดยมีการท�ำเครื่องหมายที่ระยะ 150 เซนติเมตร เพื่อช่วยในการจับเวลา ทดลองแล่นเรือโดยเปิดพัดลมที่ความเร็วสูงสุด เพื่อหาว่า จะต้องปรับปรุงแก้ไข ปรับเปลี่ยนสิ่งใดบ้าง เพื่อให้เรือแล่นได้และแล่นได้ไกล 150 เซนติเมตร โดย ใช้เวลาที่น้อยสุดตามที่ก�ำหนด แล้วบันทึกระยะทางและเวลาลงในใบกิจกรรมที่ 3 ระยะทางกับเวลา โดยทดสอบอย่างน้อย 3 ครั้ง พร้อมบันทึกสิ่งที่ปรับปรุง 20. นักเรียนแก้ไขปรับปรุงใบเรือจนสามารถแล่นได้ตามเงื่อนไขที่ก�ำหนด และตรวจสอบผลงานอีกครั้ง เพื่อเตรียมน�ำเสนอและใช้ในการแข่งขัน สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 33
  • 77.
    ขั้นน�ำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน 21. นักเรียนออกมาน�ำเสนอแบบร่างและผลงานใบเรือที่สร้างทีละกลุ่มว่ามีแนวคิดในการออกแบบและ สร้างอย่างไร และจากการทดลองแล่นเรือใบ ผลที่ได้เป็นอย่างไร และมีการปรับปรุงสิ่งใดบ้างเพื่อให้ ได้ตามข้อก�ำหนดของสถานการณ์ปัญหา ครูใช้แบบประเมินผลงานและการน�ำเสนอประเมินนักเรียน 22. ครูและนักเรียนร่วมกันเปรียบเทียบผลงานของแต่ละกลุ่มและร่วมกันอภิปรายเพื่อสรุปประเด็นต่าง ๆ เช่น รูปร่าง ขนาด จ�ำนวน วัสดุที่ใช้การสร้างใบเรือชิ้นงาน และแนวทางการปรับปรุงชิ้นงาน 23. จากนั้นแข่งขันการแล่นเรือ โดยแล่นเรือทีละกลุ่มวัดระยะทางและเวลาที่แล่นได้และบันทึกลงในแบบ บันทึกผลการแข่งขันเรือใบ หรือบันทึกบนกระดาน เมื่อบันทึกครบทุกกลุ่มแล้ว ให้ช่วยกันพิจารณา ผลและเปรียบเทียบระยะทางและเวลา กลุ่มใดแล่นได้ไกลและเร็วที่สุดเป็นกลุ่มที่ชนะ 24. เมื่อเสร็จการแข่งขันแล้ว ครูน�ำผลงานของกลุ่มที่ชนะการแข่งขันมาให้นักเรียนพิจารณาและร่วมกัน อภิปรายเพื่อหาข้อสรุปร่วมกันว่า ใบเรือลักษณะใด ใช้วัสดุอะไร และมีการสร้างอย่างไรจึงได้ใบเรือ ที่ท�ำให้เรือสามารถแล่นได้ไกลและเร็วที่สุด 25. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุปเกี่ยวกับประโยชน์และความรู้ที่น�ำมาใช้และความรู้ที่ได้จาก กิจกรรมเรือใบกับสายลม ในประเด็นต่อไปนี้ - นักเรียนได้เรียนรู้อะไรจากการท�ำกิจกรรมนี้บ้างที่เกี่ยวกับ วิทยาศาสตร์ (S) เทคโนโลยี (T) วิศวกรรมศาสตร์ (E) และคณิตศาสตร์ (M) - ใบเรือที่ท�ำให้เรือใบแล่นได้ไกลมีลักษณะอย่างไร - ควรเลือกใช้วัสดุที่มีสมบัติอย่างไรในการสร้างใบเรือ - ปัญหาในการสร้างใบเรือมีอะไรบ้างและมีแนวทางในการปรับปรุงอย่างไร การวัดประเมินผล 1. ใบกิจกรรมที่ 1 ส่วนประกอบของเรือใบ 2. ใบกิจกรรมที่ 2 ใบเรือของฉัน 3. ใบกิจกรรมที่ 3 ระยะทางกับเวลา 4. แบบประเมินผลงานและการน�ำเสนอ 5. แบบบันทึกผลการแข่งขันแล่นเรือใบ 6. แบบบันทึกการประเมินความความรับผิดชอบต่อการปฎิบัติหน้าที่และงานที่ได้รับมอบหมาย สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 34
  • 78.
    เกณฑ์การให้คะแนน ใบกิจกรรมที่ 1ส่วนประกอบของเรือใบ ประเด็นการ ประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 0 การระบุต�ำแหน่ง และบอกชื่อส่วน ประกอบของเรือใบ ระบุต�ำแหน่ง และบอกชื่อส่วน ประกอบของเรือใบ ได้ถูกต้องอย่างน้อย 6 ส่วน ระบุต�ำแหน่ง และบอกชื่อส่วน ประกอบของเรือใบ ได้ถูกต้องอย่างน้อย 4 ส่วน ระบุต�ำแหน่ง และบอกชื่อส่วน ประกอบของเรือใบ ได้ถูกต้องอย่างน้อย 1 ส่วน ระบุต�ำแหน่ง และบอกชื่อส่วน ประกอบของเรือใบ ไม่ถูกต้องหรือ ไม่ตอบ ระดับคุณภาพ คะแนน 0-1 หมายถึง ปรับปรุง คะแนน 2 หมายถึง พอใช้ คะแนน 3 หมายถึง ดีมาก เกณฑ์การให้คะแนน ใบกิจกรรมที่ 2 ใบเรือของฉัน ประเด็นการประเมิน ระดับคะแนน 2 1 0 1. การออกแบบโดย การร่างภาพสองมิติ มีการร่างภาพสองมิติมี รายละเอียดและการสื่อ ความหมายได้ชัดเจน มีการร่างภาพสองมิติ แต่มีรายละเอียดและ สื่อความหมายไม่ชัดเจน ไม่มีการร่างภาพ 2. การระบุชื่อวัสดุ ระบุชื่อวัสดุได้ถูกต้อง ทั้งหมด ระบุชื่อวัสดุได้ถูกต้องเป็น บางส่วน ระบุชื่อวัสดุไม่ถูกต้อง หรือไม่มีการระบุชื่อวัสดุ 3. การระบุขนาด - ระบุขนาดได้ถูกต้องหรือ ระบุขนาดได้ใกล้เคียง ระบุขนาดไม่ถูกต้องหรือ ไม่มีการระบุขนาด ระดับคุณภาพ คะแนน 0-2 หมายถึง ปรับปรุง คะแนน 3-4 หมายถึง พอใช้ คะแนน 5 หมายถึง ดีมาก สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 35
  • 79.
    เกณฑ์การให้คะแนน ใบกิจกรรมที่ 3ระยะทางกับเวลา ประเด็นการประเมิน ระดับคะแนน 2 1 0 1. การวัด และบอก ระยะทางในการ แล่นเรือโดยใช้หน่วย มาตรฐาน วัดและบอกระยะทางใน การแล่นเรือโดยใช้หน่วย มาตรฐานได้อย่างถูกต้อง วัดและบอกระยะทางใน การแล่นเรือโดยใช้หน่วย มาตรฐานได้อย่างถูกต้อง โดยครูคอยชี้แนะ วัดและบอกระยะทางใน แล่นเรือโดยใช้หน่วย มาตรฐานได้ไม่ถูกต้อง หรือไม่มีการวัด 2. การบอกระยะเวลา โดยใช้นาฬิกาจับเวลา บอกระยะเวลาในการ แล่นเรือโดยใช้นาฬิกาจับ เวลาได้ถูกต้อง บอกระยะเวลาในการ แล่นเรือโดยใช้นาฬิกาจับ เวลาโดยครูคอยชี้แนะ บอกระยะเวลาในการ แล่นเรือโดยใช้นาฬิกาจับ เวลาได้ไม่ถูกต้องหรือไม่มี การระบุ 3. การระบุสิ่งที่ท�ำให้ ใบเรือท�ำให้เรือแล่นได้ ตามข้อก�ำหนด หรือ การระบุสิ่งที่ปรับปรุง - มีการระบุสิ่งที่ท�ำให้ ใบเรือท�ำให้เรือแล่นได้ ตามข้อก�ำหนดหรือการ ระบุสิ่งที่ปรับปรุง ไม่มีการระบุสิ่งที่ท�ำให้ ใบเรือท�ำให้เรือแล่นได้ ตามข้อก�ำหนดหรือการ ระบุสิ่งที่ปรับปรุง สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 36
  • 80.
    แบบประเมินผลงานและการน�ำเสนอ ชื่อชิ้นงาน……………………………………………………………….. ที่ ชื่อกลุ่ม เนื้อหาน�ำเสนอกระชับตรงประเด็น วิธีการน�ำเสนอน่าสนใจ ใช้เวลาในการน�ำเสนอได้เหมาะสม อธิบายเหตุผลหรือหลักการในการสร้างชิ้นงาน ผลงานมีความสมบูรณ์ตรงตามแบบร่าง ผลงานมีความแปลกใหม่สร้างสรรค์ รวมคะแนน 2 22 2 2 2 12 ลงชื่อ ................................................... วันที่................................................. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 37
  • 81.
    เกณฑ์การให้คะแนน ประเด็นการประเมิน ระดับคะแนน 2 1 0 1. เนื้อหาน�ำเสนอ กระชับตรงประเด็น น�ำเสนอเนื้อหาได้ตรง ตามประเด็นน�ำเสนอที่ ก�ำหนด น�ำเสนอเนื้อหาตรง ประเด็นที่ก�ำหนดได้ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 น�ำเสนอเนื้อหาไม่ตรง กับประเด็นน�ำเสนอที่ ก�ำหนด 2. วิธีการน�ำเสนอ น่าสนใจ น�ำเสนอด้วยภาษาที่ ถูกต้องและจูงใจผู้ฟัง น�ำเสนอด้วยภาษาที่ ไม่ถูกต้อง หรือจูงใจ ผู้ฟังได้น้อย น�ำเสนอด้วยภาษาที่ ไม่ถูกต้องและไม่จูงใจ ผู้ฟัง 3. ใช้เวลาในการน�ำเสนอ ได้เหมาะสม ใช้เวลาน�ำเสนอไม่เกิน เวลาที่ก�ำหนด ใช้เวลาน�ำเสนอเกินเวลาที่ ก�ำหนดน้อยกว่า 1 นาที ใช้เวลาน�ำเสนอเกินเวลา ที่ก�ำหนดตั้งแต่ 1 นาที ขึ้นไป 4. อธิบายเหตุผลหรือ หลักการในการสร้าง ชิ้นงาน อธิบายเหตุผลหรือหลัก การในการสร้างชิ้นงานได้ อธิบายเหตุผลหรือหลัก การในการสร้างชิ้นงาน ได้บ้าง อธิบายเหตุผลหรือหลัก การในการสร้างชิ้นงาน ไม่ได้ 5. ผลงานตรงตาม แบบร่าง ผลงานเสร็จสมบูรณ์ ถูกต้องตามที่แบบร่าง ผลงานมีความถูกต้องตาม ที่แบบร่างบางส่วน ผลงานไม่ตรงกับแบบร่าง 6. ผลงานมีความ แปลกใหม่ สร้างสรรค์ ผลงานมีความคิดใหม่ หรือต่อยอดจากสิ่งเดิม โดยไม่คล้ายกับกลุ่มอื่น ๆ ผลงานมีความคิดใหม่ หรือต่อยอดจากสิ่งเดิม โดยคล้ายกับกลุ่มอื่น ๆ บางส่วน ผลงานไม่มีความ แปลกใหม่ ระดับคุณภาพ คะแนน 0-5 หมายถึง ปรับปรุง คะแนน 6-9 หมายถึง พอใช้ คะแนน 10-12 หมายถึง ดีมาก สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 38
  • 82.
    แบบบันทึกผลการแข่งขันแล่นเรือใบ แล่นได้เร็ว ล�ำดับที่ ชื่อกลุ่ม เวลา คะแนน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 เกณฑ์การให้คะแนน 1. แล่นได้ระยะทาง 150 เซนติเมตร ก. ใช้เวลาน้อยล�ำดับที่ 1 ได้ 50 คะแนน ข. ใช้เวลาน้อยล�ำดับที่ 2 ได้ 45 คะแนน ค. ใช้เวลาน้อยล�ำดับที่ 3 ได้ 40 คะแนน ง. ใช้เวลาน้อยล�ำดับที่ 4 ได้ 35 คะแนน จ. ใช้เวลาน้อยล�ำดับที่ 5 เป็นต้นไป ได้ 30 คะแนน 2. แล่นได้ระยะทางระหว่าง 101 – 149 เซนติเมตร 20 คะแนน 3. แล่นได้ระยะทางระหว่าง 51 – 100 เซนติเมตร 10 คะแนน 4. แล่นได้ระยะทางระหว่างน้อยกว่าหรือเท่ากับ 50 เซนติเมตร 5 คะแนน สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 39
  • 83.
    แบบบันทึกการประเมินความความรับผิดชอบต่อการปฎิบัติหน้าที่และงานที่ได้รับมอบหมาย ที่ ชื่อกลุ่ม การปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย การปฏิบัติตามข้อตกลงและระเบียบกฏเกณฑ์ การท�ำงานตามก�ำหนดเวลา การปฏิบัติงานได้เป็นระเบียบตามขั้นตอนการวางแผนในการท�ำงาน รวมคะแนน 3 33 3 12 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 40
  • 84.
    เกณฑ์การให้คะแนน ประเด็นประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 1. การปฏิบัติหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย สามารถปฏิบัติหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย ได้ส�ำเร็จลุล่วงทุกครั้ง สามารถปฏิบัติหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายได้เป็น ส่วนใหญ่ สามารถปฏิบัติหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายได้ ส�ำเร็จลุล่วงเป็นบางครั้ง 2. การปฏิบัติตาม ข้อตกลงและระเบียบ กฏเกณฑ์ ปฏิบัติตามระเบียบ กฎเกณฑ์ที่ก�ำหนดไว้ ทุกครั้ง ปฏิบัติตามระเบียบ กฎเกณฑ์ที่ก�ำหนดไว้ ปฏิบัติตามระเบียบ กฎเกณฑ์ที่ก�ำหนดไว้เป็น บางครั้ง 3. การท�ำงานตาม ก�ำหนดเวลา ท�ำงานที่ได้รับมอบหมาย เสร็จทันตามเวลาที่ ก�ำหนดทุกครั้ง ท�ำงานที่ได้รับมอบหมาย เสร็จทันตามเวลาที่ ก�ำหนดเป็นส่วนใหญ่ ท�ำงานที่ได้รับมอบหมาย เสร็จทันตามเวลาที่ ก�ำหนดเป็นบางครั้ง 4. การปฏิบัติงานได้เป็น ระเบียบตามขั้นตอน การวางแผนในการ ท�ำงาน สามารถวางแผนการ ท�ำงานได้ตามขั้นตอน และเหมาะสมกับกิจกรรม ที่ก�ำหนดไว้ สามารถวางแผนการ ท�ำงานได้เหมาะสมกับ กิจกรรมที่ก�ำหนดไว้ สามารถวางแผนการ ท�ำงานได้แต่ไม่เหมาะสม กับกิจกรรมที่ก�ำหนดไว้ ระดับคุณภาพ คะแนน 0-4 หมายถึง ปรับปรุง คะแนน 5-8 หมายถึง พอใช้ คะแนน 9-12 หมายถึง ดีมาก สื่อและแหล่งเรียนรู้ 1. วิดีโอคลิปเรื่อง การพับกระดาษเป็นเรือใบ 2. วิดีโอคลิปเรื่อง รู้จักเรือใบ 3. หนังสือชุดส�ำหรับเยาวชน : หนังสือสื่อประสมเฉลิมพระเกียรติ เล่มที่ 6 เรือใบใจกล้า 4. ใบความรู้ เรื่อง การเกิดลม 5. ใบความรู้และคลิปวิดีโอเรื่อง การสร้างตัวเรือจ�ำลองอย่างง่าย 6. การแล่นเรือใบเบื้องต้น กองทัพเรือ www.navy.mi.th/sailing/doc/basic/ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 41
  • 85.
    ข้อเสนอแนะในการจัดกิจกรรม 1. หากครูไม่สามารถจัดเตรียมคอมพิวเตอร์เครื่องฉายและล�ำโพง ให้ครูเป็นผู้สาธิตการพับกระดาษ เป็นเรือใบและจัดเตรียมภาพเรือใบและข้อมูลเพื่อใช้ในการอธิบายเกี่ยวกับเรือใบแล่นได้อย่างไรให้ กับนักเรียน 2. ขั้นตอนการสร้างตัวเรือ สามารถศึกษาวิธีการเพิ่มเติมได้จากใบความรู้และวิดีโอคลิป 3. ขั้นตอนการพับกระดาษเป็นเรือใบ สามารถศึกษาวิธีการเพิ่มเติมได้จากวิดีโอคลิป 4. ความรู้พื้นฐานที่ต้องใช้ในการท�ำกิจกรรม 1) วัสดุและสมบัติของวัสดุ 2) การเกิดลม 3) แรงและการเคลื่อนที่ 4) การวัดและการเปรียบเทียบความยาว 5) การค้นหาและรวบรวมข้อมูล 6) การวาดภาพร่างสองมิติ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 42
  • 86.
    แนวค�ำตอบ ใบกิจกรรมที่ 1 ส่วนประกอบของเรือใบ ให้นักเรียนเขียนลูกศรชี้ระบุต�ำแหน่งส่วนประกอบต่าง ๆ ของเรือใบ ตามชื่อต่อไปนี้ พร้อมทั้งเขียนชื่อ ก�ำกับให้ถูกต้อง ตัวเรือ พังงา หางเสือ คัดแคง ใบเรือ เสากระโดง เพลา ใบเรือ เสากระโดง ตัวเรือ เพลา พังงา หางเสือ คัดแคง สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 43
  • 87.
    ใบความรู้ เรื่อง การเกิดลม อากาศมีการเคลื่อนที่ทั้งแนวราบและแนวดิ่งอากาศเคลื่อนที่ในแนวราบเรียกว่าลม (Wind) เกิดจากการ แทนที่ของอากาศ เนื่องจากอากาศในบริเวณที่ร้อนจะลอยตัวสูงขึ้น ในขณะที่อากาศบริเวณใกล้เคียงที่อุณหภูมิ ต�่ำกว่าจะเคลื่อนที่เข้ามาแทนที่ มวลอากาศที่เคลื่อนที่เราเรียกว่า “ลม” ในบริเวณที่อุณหภูมิต่างกันมาก ท�ำให้ ลมพัดด้วยความเร็วสูง เรียกว่า พายุ (Storm) ท�ำให้เกิดอันตรายและความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ลมเป็นแหล่งพลังงานธรรมชาติที่หมุนเวียนได้ ใช้แล้วไม่หมดไป มนุษย์รู้จักน�ำพลังงานลมมาใช้ประโยชน์ ตั้งแต่อดีต เช่น สมัยก่อน การติดต่อค้าขายระหว่างประเทศต่าง ๆ ต้องใช้เรือส�ำเภาแล่นข้ามมหาสมุทร เมื่อลม ปะทะใบเรือ ลมก็จะดันใบเรือซึ่งอยู่ติดดับเสากระโดงและถ่ายพลังงานผ่านเสากระโดงไปยังตัวเรือ ส่งผลให้เรือ เคลื่อนที่ได้ ปัจจุบันเรายังคงใช้ประโยชน์จากลมในการน�ำเรือออกจากฝั่ง หรือ กลับเข้าฝั่ง บางครั้งเราก็น�ำลมมาใช้ใน การท�ำให้ใบพัดหมุนเพื่อน�ำไปใช้ประโยชน์ เช่น กังหันลม ระหัดวิดน�้ำที่ดึงน�้ำทะเลเข้านาเกลือ กิจกรรมบางอย่าง ก็ใช้ลมเพื่อความสนุกสนาน เพลิดเพลินหรือเพื่อการกีฬา เช่น การเล่นว่าวหรือกีฬาเรือใบ ที่มา: หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ฉบับทดลองใช้ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี หน้า 60-61 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 44
  • 88.
    ใบความรู้ เรื่อง การสร้างตัวเรือจ�ำลองอย่างง่าย อุปกรณ์ 1. ฟองน�้ำเมลามีนขนาดกว้าง 6 เซนติเมตร ยาว 20 เซนติเมตร หนา 3 เซนติเมตร จ�ำนวน 2 ชิ้น (อาจใช้ขนาดโดยประมาณที่หาซื้อได้) 2. เอ็นใส เบอร์ 50 1 ม้วน 3. หลอดดูด 2 อัน 4. เทปกาวย่นขนาด 2 นิ้ว 1 ม้วน 5. ไม้ไอศกรีม (ส�ำหรับใช้ระบุขนาดช่องส�ำหรับปักเสากระโดง) ขั้นตอนการสร้าง 1. น�ำฟองน�้ำวางติดกัน โดยให้ด้านที่ติดกันคือด้านยาว 2. ก�ำหนดจุดกึ่งกลางของด้านยาวที่วางติดกัน ปักไม้ไอศกรีมในแนวตั้งเพื่อระบุระยะห่างจากจุดกึ่งกลาง ถึงขอบไม้ไอศกรีมให้มีความยาวเท่ากับความกว้างของไม้ไอศกรีมหรือมากกว่าเล็กน้อย ก�ำหนดจุด อีก 2 จุด จะได้ระยะที่ใช้เป็นช่องส�ำหรับปักเสากระโดงใบเรือที่นักเรียนสร้าง 3. เชื่อมฟองน�้ำติดกันด้วยเทปกาวย่นในแนวตามด้านกว้าง โดยเว้นระยะช่องส�ำหรับปักเสากระโดงใบ เรือไว้ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 45
  • 89.
    4. ติดหลอดดูดด้วยเทปกาวย่นที่ขอบซ้ายและขวาของด้านกว้างของฟองน�้ำ โดยให้ห่างจากขอบฟองน�้ำ เท่ากันขนานกัน และตั้งฉากกับด้านยาวของฟองน�้ำ แล้วน�ำเส้นเอ็นที่มีความยาวประมาณ 2 เมตร 2 เส้น ร้อยเอ็นแต่ละเส้นเข้าไปในหลอดดูดแต่ละข้าง 5. จะได้ตัวเรือส�ำหรับใช้ทดสอบใบเรือของนักเรียน ดังนี้ 6. น�ำตัวเรือไปทดสอบการแล่น โดยขึงเอ็นกับวัตถุที่มั่นคง เช่น เสา ขาหรือพนักเก้าอี้ ให้ตึงและขนาน กัน โดยให้ระยะห่างจากจุดเริ่มต้นถึงจุดปลายของเอ็นประมาณ 2 เมตร ตั้งพัดลมที่ด้านหลังจุดเริ่ม ต้น จากนั้นทดลองเปิดพัดลมที่ระดับความเร็วต่าง ๆ เพื่อตรวจสอบว่า ตัวเรือสามารถแล่นได้โดยไม่มี ใบเรือหรือไม่ จากนั้นติดตั้งใบเรือของครูแล้วทดลองเปิดพัดลมที่ระดับความเร็วต่าง ๆ โดยตั้งพัดลม ให้ลมปะทะกับใบเรือมากกว่าตัวเรือ เพื่อตรวจสอบว่า ตัวเรือที่ติดตั้งใบเรือแล้วสามารถแล่นได้ดีแตก ต่างจากที่ไม่มีใบเรือหรือไม่ ถ้าแล่นได้แตกต่างกัน ตัวเรือนั้นสามารถน�ำไปใช้ในการจัดกิจกรรมได้ ถ้าแล่นได้ไม่แตกต่างกัน ให้ใช้เทปกาวย่นที่มีความยาวเท่ากันพันที่ตัวเรือเพิ่มโดยให้มีระยะห่างจาก จุดศูนย์กลางทั้งทางซ้ายและขวาเท่ากัน แล้วทดสอบอีกครั้ง สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 46
  • 90.
    ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เวลา5 ชั่วโมง สาระส�ำคัญ การสร้างโมบายเป็นการน�ำความรู้ในเรื่องความสมดุล ความแข็งของวัสดุ การเลือกใช้วัสดุ รวมทั้งการ เปรียบเทียบน�้ำหนัก และการวัดความยาว มาแก้ปัญหาผ่านสถานการณ์ประดิษฐ์โมบาย โดยใช้กระบวนการ ออกแบบเชิงวิศวกรรม ตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี* 1. ทดลองและเปรียบเทียบ ความแข็ง สภาพยืดหยุ่น การน�ำความร้อน และการน�ำ ไฟฟ้าของวัสดุ ยกตัวอย่าง การน�ำวัสดุไปใช้ประโยชน์ ตามสมบัติของวัสดุ - 1. สร้างของเล่นอย่างมีความคิด สร้างสรรค์ตามกระบวนการ เทคโนโลยี โดยถ่ายทอดความ คิดเป็นภาพร่าง 2 มิติ ที่ก�ำหนดขนาดชัดเจน 2. เลือกใช้วัสดุโดยค�ำนึงถึงสมบัติ ของวัสดุ และใช้เครื่องมือให้ เหมาะสมกับการสร้างชิ้นงาน โดยค�ำนึงถึงความปลอดภัย 3. ค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต หมายเหตุ: *ตัวชี้วัด เทคโนโลยี (T) ในที่นี้จะรวมตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี และสาระเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร ในขณะที่วิศวกรรมศาสตร์ (E) ไม่ได้ปรากฏในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่กระบวนการออกแบบเชิง วิศวกรรม สามารถเทียบเคียงได้จากกระบวนการเทคโนโลยีในตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี โมบาย แสนสวย สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 47
  • 91.
    สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี - ความแข็งของวัสดุเป็นสมบัติ หนึ่งของวัสดุ วัสดุต่างชนิดกัน จะมีความแข็งต่างกัน วัสดุที่มี ความแข็งมากกว่าจะท�ำให้เกิด รอยบนวัสดุที่มีความแข็ง น้อยกว่า - การวัดและการเปรียบเทียบ ความยาว - การเปรียบเทียบน�้ำหนัก - การค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต ควรใช้ค�ำค้นที่สอดคล้องกับ ข้อมูลที่ต้องการและเลือกแหล่ง ข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ - วัสดุได้มาจากธรรมชาติและการ สังเคราะห์ขึ้น วัสดุแต่ละชนิดมี สมบัติต่างกันจึงต้องเลือกใช้ให้ เหมาะสมกับการสร้างชิ้นงาน กรอบแนวคิด E: วิศวกรรมศาสตร์ - กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม (การออกแบบและสร้างโมบายให้สวยงามและ มีขนาดเหมาะสมกับหน้าต่างห้องเรียน) M: คณิตศาสตร์ - การวัดและการเปรียบเทียบความยาว - การเปรียบเทียบน�้ำหนัก S: วิทยาศาสตร์* - ความสมดุล - ความแข็งของวัสดุ T: เทคโนโลยี - การค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต - การเลือกใช้วัสดุ โมบายแสนสวย *เป็นวิชาหลักในการน�ำกิจกรรมนี้ จุดประสงค์ของกิจกรรม 1. ใช้ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ประมาณน�้ำหนักและระยะห่างในการท�ำให้โมบายสมดุล 2. ทดสอบความแข็งของวัสดุและเลือกวัสดุที่เหมาะสมส�ำหรับท�ำโมบาย 3. ออกแบบและสร้างโมบายให้สวยงามและมีขนาดเหมาะสมกับหน้าต่างห้องเรียน สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 48
  • 92.
    วัสดุอุปกรณ์ ที่ รายการ จ�ำนวน ต่อกลุ่ม 1ตัวอย่างโมบายหรือภาพโมบายหลาย ๆ แบบ ส่วนกลาง 2 โมบายอย่างง่าย ดังรูป ส่วนกลาง 3 กระดาษแข็งที่ตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีขนาด 7.5 เซนติเมตร x 7.5 เซนติเมตร และ 4 เซนติเมตร x 4 เซนติเมตร อย่างละ 4 แผ่น 4 วัสดุส�ำหรับใช้ในการทดสอบความแข็งเพื่อเลือกท�ำโมบาย เช่น กระดาษ แผ่นไม้ แผ่นพลาสติก พลาสติกลูกฟูก แก้ว ขวดพลาสติก โฟม หรือวัสดุอื่น ๆ ที่หาได้ง่าย ในท้องถิ่น วัสดุส่วนกลาง 5 วัสดุส�ำหรับท�ำเป็นคานของโมบาย เช่น หลอดกาแฟแบบแข็ง ไม้ตะเกียบ ไม้ไผ่ เชือกขาวเกลียว วัสดุส่วนกลาง 6 กรรไกร 1 เล่ม 7 เทปใส 1 ม้วน แนวการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นระบุปัญหา 1. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับโมบายและร่วมกันอภิปรายถึงประสบการณ์ของนักเรียน เช่น เคยเห็น โมบายแบบใดบ้าง พบที่ใด โมบายที่พบมีลักษณะเป็นอย่างไร ท�ำจากวัสดุชนิดใด จากนั้นครูติดภาพ โมบายที่มีรูปร่างหรือลักษณะต่าง ๆ และท�ำด้วยวัสดุที่แตกต่างกันบนกระดาน หรือน�ำโมบายของ จริงมาให้นักเรียนสังเกต เช่น สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 49
  • 93.
    2. ครูใช้ค�ำถามกระตุ้นว่า ถ้านักเรียนจะท�ำโมบายส�ำหรับประดับหน้าต่างห้องเรียน โดยให้โมบายมี ขนาดเหมาะสมกับหน้าต่าง จะสามารถท�ำได้อย่างไร ขั้นรวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา 3. ให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับลักษณะส�ำคัญของโมบาย โดยครูอาจใช้ค�ำถามน�ำดังนี้ - โมบายทุกอันมีสิ่งใดที่เหมือนกัน - โมบายเอียงข้างใดข้างหนึ่งหรือไม่ จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันสรุปว่าโมบายมีลักษณะส�ำคัญคือไม่เอียงไปข้างใดข้างหนึ่งหรือเรียกว่า มีความสมดุล 4. แบ่งกลุ่มนักเรียนจากนั้นแจกกระดาษแข็งรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่ท�ำจากกระดาษชนิดเดียวกันแต่มีขนาด แตกต่างกันคือ ขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ขนาดละ 1 แผ่นให้ทุกกลุ่ม ให้นักเรียนบอกว่ากระดาษแข็ง ที่ได้รับเป็นรูปอะไร ทราบได้อย่างไร มีขนาดเป็นอย่างไร ท�ำจากวัสดุชนิดเดียวกันหรือไม่ แล้วให้ นักเรียนเปรียบเทียบน�้ำหนัก ซึ่งควรจะตอบได้ว่ากระดาษแข็งเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสเนื่องจากด้าน ทุกด้านมีความยาวเท่ากัน ท�ำจากวัสดุชนิดเดียวกัน อันที่มีขนาดใหญ่จะหนักกว่าอันที่มีขนาดเล็ก 5. ครูแสดงตัวอย่างโมบายอย่างง่าย แล้วแจกใบกิจกรรมที่ 1 เรื่อง การเปรียบเทียบความยาวเชือก หลอดกาแฟ เชือกขาวเกลียว และกระดาษแข็งรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดใหญ่อีก 1 แผ่นให้ทุกกลุ่ม ให้ แต่ละกลุ่มช่วยกันท�ำโมบายอย่างง่าย โดยน�ำเชือกขาวเกลียวมาผูกที่ตรงกลางหลอดกาแฟให้แน่น ถ้าแขวนเชือกแล้วหลอดกาแฟไม่สมดุล ให้ขยับต�ำแหน่งของเชือกที่ผูกไว้จนกระทั่งหลอดกาแฟอยู่ ในระดับสมดุล จากนั้นสอดเชือกขาวเกลียวอีก 1 เส้นเข้าไปในหลอดกาแฟ โดยเชือกเส้นนี้จะต้องมี ความยาวมากกว่าความยาวของหลอดกาแฟ ให้นักเรียนน�ำกระดาษแข็งรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดใหญ่ 2 แผ่น ไปผูกหรือติดไว้ที่ปลายเชือกแต่ละข้าง แล้วให้ลองปรับเลื่อนเชือกจนโมบายสมดุล ดังภาพ ให้นักเรียนสังเกตว่า ความยาวของเชือกจากปลายหลอดถึงกระดาษแข็งรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสในแต่ละ ข้างยาวเท่ากันหรือไม่ พร้อมกับบันทึกผลในใบกิจกรรมที่ 1 ซึ่งถ้ากระดาษแข็งรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสมี ขนาดเท่ากัน ความยาวของเชือกทั้งสองข้างควรจะยาวเท่ากัน สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 50
  • 94.
    หมายเหตุ 1. หากไม่สามารถหาหลอดกาแฟแบบแข็งได้สามารถใช้ไม้ตะเกียบลวดหรือไม้ไผ่ ท�ำเป็นคานของโมบายได้ และใช้วิธีผูกเชือกที่ปลายแต่ละข้างของคานแทนการ สอดเชือกเข้าไปในหลอดกาแฟ 2. ในการปรับโมบายให้สมดุล จะไม่ปรับต�ำแหน่งของเชือกที่ผูกไว้ตรงกลางหลอด ให้ปรับเลื่อนเฉพาะเชือกที่สอดผ่านหลอด 6. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มลองเปลี่ยนกระดาษแข็งรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่อยู่ข้างใดข้างหนึ่งของเชือกจากขนาด ใหญ่เป็นขนาดเล็ก แล้วสังเกตผลที่ได้ว่าโมบายสมดุลหรือไม่ และควรท�ำอย่างไรโมบายจึงจะสมดุล จากนั้นให้นักเรียนปรับโมบายจนสมดุล พร้อมกับสังเกตความยาวของเชือกแต่ละข้างและบันทึกผล ในใบกิจกรรมที่ 1 7. ครูแจกกระดาษแข็งรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดเล็กให้นักเรียนอีกกลุ่มละ 2 แผ่น ให้นักเรียนเปลี่ยน กระดาษแข็งรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่โมบาย โดยให้ปลายเชือกข้างหนึ่งมีกระดาษแข็งขนาดเล็ก 1 แผ่น และอีกข้างหนึ่งมีกระดาษแข็งขนาดเล็ก 2 แผ่น แล้วปรับโมบายให้สมดุล พร้อมกับสังเกตความยาว ของเชือกแต่ละข้างและบันทึกผลในใบกิจกรรมที่ 1 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 51
  • 95.
    8. ครูแจกกระดาษแข็งรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดเล็กให้นักเรียนอีกกลุ่มละ 1แผ่น ให้นักเรียนน�ำไปติดเพิ่ม ที่โมบายให้มีกระดาษแข็งขนาดเล็กข้างละ 2 แผ่น จากนั้นปรับโมบายให้สมดุล สังเกตความยาวเชือก ทั้งสองข้าง และบันทึกผลในใบกิจกรรมที่ 1 หมายเหตุ ในกรณีที่น�้ำหนักทั้งสองข้างของโมบายไม่เท่ากันและปรับเลื่อนเชือกแล้ว แต่โมบายยังไม่สมดุล อาจ เป็นเพราะเชือกมีความยาวไม่เพียงพอที่จะถ่วงน�้ำหนักทั้งสองข้างของโมบายให้สมดุลได้ ดังนั้นเชือก ที่ใช้สอดเข้าไปในหลอดต้องมีความยาวมากพอสมควร 9. ครูน�ำอภิปรายเกี่ยวกับน�้ำหนัก ความยาวของเชือก และการท�ำโมบายให้สมดุลจากใบกิจกรรมที่ 1 ในประเด็นต่อไปนี้ - ถ้ากระดาษแข็งรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสทั้งสองข้างมีขนาดหรือมีน�้ำหนักเท่ากันความยาวของเชือกจะ เป็นอย่างไร - ถ้ากระดาษแข็งรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสทั้งสองข้างมีขนาดหรือน�้ำหนักไม่เท่ากันจะท�ำอย่างไรให้โมบาย สมดุล - ข้างที่กระดาษแข็งรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีน�้ำหนักมากกว่าจะมีความยาวเชือกสั้นกว่าหรือยาวกว่า ข้างที่มีน�้ำหนักน้อยกว่า จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับการท�ำโมบายให้สมดุล ดังนี้ - ถ้าสิ่งที่น�ำมาผูกไว้ที่ปลายเชือกทั้งสองข้างมีน�้ำหนักเท่ากัน เชือก 2 ข้างจะมีความยาวเท่ากัน - ถ้าสิ่งที่น�ำมาผูกไว้ที่ปลายเชือกทั้งสองข้างมีน�้ำหนักไม่เท่ากัน เชือก 2 ข้างจะมีความยาว ไม่เท่ากัน โดยข้างที่มีน�้ำหนักมากจะมีความยาวเชือกสั้นกว่าข้างที่มีน�้ำหนักน้อย 10. ให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับวัสดุที่ใช้ท�ำโมบายจากประสบการณ์ว่า โมบายท�ำจากวัสดุใดบ้าง ซึ่งอาจได้ค�ำตอบหลากหลาย เช่น เปลือกหอย กระจก ไม้ พลาสติก ผ้า กระดาษ จากนั้นครูตั้ง ค�ำถามว่า การเลือกวัสดุมาท�ำโมบายต้องค�ำนึงถึงสิ่งใดบ้าง โดยร่วมกันอภิปรายเพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า ต้องค�ำนึงถึงข้อจ�ำกัดของอุปกรณ์ที่นักเรียนใช้ในการตัด เช่น กรรไกร กับวัสดุที่จะเลือกใช้ในการท�ำ โมบาย สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 52
  • 96.
    11. ครูตั้งค�ำถามว่าอุปกรณ์ที่ใช้ในการตัด เช่นกรรไกร สามารถตัดวัสดุใดได้บ้าง และมีวิธีการพิจารณา อย่างไร จากนั้นครูให้นักเรียนพิจารณาว่า กรรไกรท�ำมาจากวัสดุใด ซึ่งควรได้ค�ำตอบว่า ท�ำมาจาก โลหะ เช่น เหล็ก จากนั้นครูแจกวัสดุ เช่น แผ่นไม้ แผ่นพลาสติก แผ่นพลาสติกลูกฟูก โฟม แก้ว กระดาษให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม แล้วให้นักเรียนใช้กรรไกรที่ครูเตรียมไว้ให้ตัดหรือขีดไปที่วัสดุแต่ละ ชนิด และบันทึกผลในใบกิจกรรมที่ 2 เรื่อง การทดสอบความแข็งของวัสดุ 12. ร่วมกันอภิปรายผลการทดลอง เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า เมื่อใช้กรรไกรตัดหรือขีดลงไปบนวัสดุจะท�ำให้ วัสดุเกิดเป็นรอยได้แตกต่างกัน โดยวัสดุที่ตัดหรือขีดแล้วไม่เป็นรอย แสดงว่าวัสดุนั้นมีความแข็ง มากกว่ากรรไกร ส่วนวัสดุที่ตัดแล้วขาดหรือขีดแล้วเป็นรอย แสดงว่า มีความแข็งน้อยกว่ากรรไกร โดยที่วัสดุแต่ละชนิดจะขาดหรือเกิดรอยได้ไม่เท่ากัน บางชนิดออกแรงเพียงเล็กน้อยก็ตัดให้ขาดได้ บางชนิดต้องออกแรงขีดมากจึงจะขาดหรือเกิดรอย ซึ่งอาจท�ำให้กรรไกรเสียหายได้ ดังนั้นการเลือก วัสดุใดมาท�ำโมบายจึงควรค�ำนึงถึงความแข็งของวัสดุกับเครื่องมือที่ใช้ในการตัด เพื่อให้สามารถใช้ เครื่องมือได้อย่างเหมาะสมและไม่เกิดความเสียหายได้ 13. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มวางแผนและออกแบบโมบายจากวัสดุต่าง ๆ พร้อมอธิบายเหตุผลในการเลือก ใช้วัสดุนั้น ทั้งนี้อาจให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการท�ำโมบายในรูปแบบที่ต้องการ เช่น ถ้านักเรียนต้องการท�ำโมบายปลาตะเพียน หรือโมบายรูปเรขาคณิต 3 มิติ อาจให้สืบค้นข้อมูล เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการสานปลาตะเพียน หรือการท�ำรูปเรขาคณิต 3 มิติ ขั้นออกแบบวิธีการแก้ปัญหา 14. ครูให้ตัวแทนนักเรียนออกมาวัดขนาดของหน้าต่างห้องเรียนว่ากว้างและยาวเท่าใด จากนั้นให้ นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันออกแบบโมบายเพื่อใช้ประดับหน้าต่าง โดยโมบายต้องมีขนาดเหมาะสม กับหน้าต่างห้องเรียนของตนเอง ไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป หมายเหตุ ครูจะเป็นผู้เตรียมคานของโมบายให้ (ดังภาพ) โดยอาจท�ำจากเชือกและไม้ตะเกียบหรือไม้ไผ่ ให้ นักเรียนออกแบบเฉพาะส่วนที่จะน�ำมาตกแต่งหรือแขวนต่อจากคาน 15. นักเรียนแต่ละกลุ่มวาดแบบของโมบายลงในใบกิจกรรมที่ 3 เรื่อง การออกแบบโมบาย พร้อมทั้งระบุ วัสดุและขนาดของโมบาย 16. ครูตรวจสอบแบบของโมบาย โดยพิจารณาถึงความเป็นไปได้ว่านักเรียนจะสามารถท�ำตามแบบได้ หรือไม่ ถ้ากลุ่มใดออกแบบโมบายได้ไม่เหมาะสม ให้นักเรียนน�ำกลับไปแก้ไขใหม่แล้วส่งให้ครูตรวจ อีกครั้ง สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 53
  • 97.
    ขั้นวางแผนและด�ำเนินการแก้ปัญหา 17. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มแสดงวัสดุที่จะน�ำมาท�ำโมบายบนโต๊ะ ครูเดินตรวจความครบถ้วนและความ เหมาะสมของอุปกรณ์ 18. ครูแจกคานของโมบายให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม แล้วร่วมกันท�ำโมบายตามที่นักเรียนได้ออกแบบไว้ใน ใบกิจกรรมที่ 3 โดยครูเดินดูกระบวนการท�ำงานของนักเรียน และซักถามแนวทางการท�ำโมบายของ นักเรียนในแต่ละกลุ่ม ขั้นทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน 19. เมื่อแต่ละกลุ่มท�ำโมบายเสร็จแล้วให้ลองน�ำไปแขวนที่หน้าต่างห้อง จากนั้นน�ำมาปรับปรุงแก้ไขเพื่อ ให้ผลงานมีความสมบูรณ์ ขั้นน�ำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน 20. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มตั้งชื่อโมบาย แล้วออกมาน�ำเสนอผลงาน พร้อมอธิบายในประเด็นต่อไปนี้ - วัสดุที่ใช้ท�ำโมบาย และขนาดของโมบายสอดคล้องกับแบบที่บันทึกไว้ในใบกิจกรรมที่3 หรือไม่ อย่างไร - อะไรคือจุดเด่นของชิ้นงานของกลุ่มตนเอง - นักเรียนได้ใช้ความรู้เรื่องใดบ้างในการออกแบบโมบาย - ในการสร้างโมบายนักเรียนมีข้อจ�ำกัด ปัญหาหรืออุปสรรคอะไรบ้าง และมีวิธีแก้ปัญหาอย่างไร - นักเรียนได้แนวความคิดใหม่ ๆ ในการท�ำงานหรือการพัฒนาชิ้นงานอื่น ๆ อย่างไรบ้าง 21. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับความรู้ที่ได้จากการท�ำโมบาย ในประเด็นต่อไปนี้ - การท�ำโมบายให้สมดุลโดยการเปรียบเทียบน�้ำหนักสิ่งที่น�ำมาแขวนและความยาวเชือก - การเลือกวัสดุ - การออกแบบและการสร้างชิ้นงาน - การสืบค้นข้อมูล 22. ครูอาจให้นักเรียนน�ำโมบายที่ประดิษฐ์ไปแขวนประดับห้องเรียน หรือจัดแสดงผลงาน การวัดประเมินผล รายการประเมิน เครื่องมือที่ใช้ ประเมิน ระดับการประเมิน ปรับปรุง พอใช้ ดี 1. การเปรียบเทียบ ความยาวเชือก ใบกิจกรรมที่ 1 สามารถตอบ ค�ำถามได้ถูกต้อง น้อยกว่า 3 ข้อ สามารถตอบ ค�ำถามได้ถูกต้อง 3 ข้อ สามารถตอบ ค�ำถามได้ถูกต้อง ทุกข้อ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 54
  • 98.
    รายการประเมิน เครื่องมือที่ใช้ ประเมิน ระดับการประเมิน ปรับปรุง พอใช้ดี 2. การทดสอบความ แข็งของวัสดุ ใบกิจกรรมที่ 2 บันทึกผลการ ทดสอบไม่ถูกต้อง บันทึกผลการ ทดสอบได้ถูกต้อง และตอบค�ำถาม ได้ถูกต้องน้อยกว่า 3 ข้อ บันทึกผลการ ทดสอบได้ถูกต้อง และสามารถตอบ ค�ำถามได้ถูกต้อง 3 ข้อ 3. การออกแบบ ชิ้นงาน ใบกิจกรรมที่ 3 ไม่สามารถ ออกแบบและระบุ ขนาดของโมบาย ได้ตามเงื่อนไขที่ ก�ำหนด ออกแบบและระบุ ขนาดของ โมบาย ได้ตามเงื่อนไขโดย ครูคอยชี้แนะ ออกแบบและระบุ ขนาดของโมบาย ได้ตามเงื่อนไขได้ ด้วยตนเอง 4. การเลือกใช้วัสดุใน การท�ำชิ้นงาน ใบกิจกรรมที่ 3 ไม่สามารถระบุ วัสดุที่ใช้ในการท�ำ โมบายและอธิบาย เหตุผลได้ ระบุวัสดุที่ใช้ใน การท�ำโมบายและ อธิบายเหตุผล ได้ แต่ระบุหรือ อธิบายได้ไม่ครบ ถ้วนโดยครูต้อง แนะน�ำวัสดุหรือ เหตุผลให้เพิ่มเติม ระบุวัสดุที่ใช้ใน การท�ำโมบายและ อธิบายเหตุผลได้ ถูกต้อง ครบถ้วน ด้วยตนเอง 5. ชิ้นงาน - ชิ้นงานมีความ สมดุล สามารถน�ำ ไปใช้งานได้จริง แต่ท�ำได้ไม่ตรงกับ แบบที่ออกแบบไว้ ชิ้นงานมีความ สมดุล สามารถน�ำ ไปใช้งานได้จริง แต่ท�ำได้ไม่ตรงกับ แบบที่ออกแบบไว้ บางส่วน ชิ้นงานมีความ สมดุล สามารถ น�ำไปใช้งานได้จริง และท�ำได้ตามแบบ ที่ได้ออกแบบไว้ ข้อเสนอแนะในการจัดกิจกรรม 1. ครูควรให้นักเรียนออกแบบชิ้นงานก่อนสร้างชิ้นงานทุกครั้ง และครูควรพิจารณาความเหมาะสมของ แบบด้วย 2. เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนตั้งใจสร้างชิ้นงาน ครูอาจจัดให้มีการประกวดชิ้นงาน โดยให้นักเรียนเลือก ชิ้นงานที่ชอบมากที่สุดคนละ 1 ชิ้น โดยห้ามเลือกกลุ่มของตนเอง 3. หากนักเรียนยังไม่มีทักษะในการผูกเชือกได้ ดังนั้นก่อนท�ำโมบายครูอาจสอนวิธีการผูกเชือกก่อน สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 55
  • 99.
    สื่อและแหล่งเรียนรู้ - ใบกิจกรรมที่1 การเปรียบเทียบความยาวเชือก - ใบกิจกรรมที่ 2 การทดสอบความแข็งของวัสดุ - ใบกิจกรรมที่ 3 การออกแบบโมบาย - วีดิทัศน์สาธิตวิธีการสานปลาตะเพียน www.youtube.com/watch?v=QFJ0lPi6gD0 - ความรู้เรื่องการสานปลาตะเพียนอย่างง่าย www.gotoknow.org/posts/327589 - วีดิทัศน์สาธิตการประดิษฐ์รูปเรขาคณิต 3 มิติ www.youtube.com/watch?v=s_oUVI6K1oU www.youtube.com/watch?v=9BWJjHnSoFc สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 56
  • 100.
    ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เวลา5 ชั่วโมง สาระส�ำคัญ มะนาวเป็นพืชเศรษฐกิจและจ�ำเป็นส�ำหรับการด�ำรงชีวิตของคนไทย เพราะนิยมใช้ในการประกอบอาหาร และเครื่องดื่ม โดยทั่วไปมะนาวจะออกผลมากในช่วงเดือนมิถุนายนถึงพฤศจิกายน ท�ำให้มะนาวมีราคาถูก และ จะออกผลน้อยในช่วงเดือนธันวาคมถึงพฤษภาคมท�ำให้มะนาวมีราคาแพงถ้าเกษตรกรสามารถท�ำให้มะนาวออก ผลนอกฤดูได้โดยเฉพาะในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนพฤษภาคม เกษตรกรจะมีรายได้เพิ่มขึ้น ดังนั้น เกษตรกร ควรน�ำความรู้เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีมาใช้ในการจัดการสวนมะนาวนอกฤดู ตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี* 1. สังเกตและบรรยาย วัฏจักรชีวิตของพืชดอก 1. แสดงวิธีหาค�ำตอบโดยใช้ บัญญัติไตรยางศ์ 2. แสดงวิธีหาค�ำตอบของโจทย์ ปัญหาร้อยละอย่างง่าย 1. ค้นหา รวบรวมข้อมูลที่สนใจจาก แหล่งข้อมูลต่าง ๆ ได้ตรงตาม วัตถุประสงค์ 2. สร้างสิ่งของเครื่องใช้อย่างมีความคิด สร้างสรรค์ตามกระบวนการเทคโนโลยี โดยถ่ายทอดความคิดเป็นภาพร่าง 3 มิติที่ก�ำหนดขนาดชัดเจน 3. สร้างงานเอกสารเพื่อใช้ประโยชน์ใน ชีวิตประจ�ำวันด้วยความรับผิดชอบ หมายเหตุ: *ตัวชี้วัด เทคโนโลยี (T) ในที่นี้จะรวมตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี และสาระเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร ในขณะที่วิศวกรรมศาสตร์ (E) ไม่ได้ปรากฏในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่กระบวนการออกแบบเชิง วิศวกรรม สามารถเทียบเคียงได้จากกระบวนการเทคโนโลยีในตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี สวนมะนาว นอกฤดู สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 57
  • 101.
    สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี - พืชดอกเมื่อเจริญเติบโตเต็ม ที่จะออกดอก เมื่อดอกมีการ ปฏิสนธิ รังไข่จะเปลี่ยนไป เป็นผล ภายในผลมีเมล็ดและ ต้นอ่อนภายในเมล็ดจะงอก เป็นพืชต้นใหม่ เป็นวัฏจักร ชีวิตของพืชดอก - การแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้ บัญญัติไตรยางศ์ - การแก้โจทย์ปัญหาร้อยละ - การด�ำเนินการเพื่อให้ได้ข้อมูลตาม วัตถุประสงค์มีขั้นตอนตามล�ำดับ ดังนี้ 1) ก�ำหนดวัตถุประสงค์และความ ต้องการของสิ่งที่สนใจเพื่อ ก�ำหนดข้อมูลที่ต้องการค้นหา 2) วางแผนและพิจารณาเลือกแหล่ง ข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ 3) ก�ำหนดหัวข้อของข้อมูลที่ ต้องการค้นหา เตรียมอุปกรณ์ที่ ต้องใช้ในการค้นหา บันทึกและ เก็บข้อมูล 4) ค้นหาและรวบรวมข้อมูล 5) พิจารณา เปรียบเทียบ ตัดสินใจ 6) สรุปผลและจัดท�ำรายงานโดยมี การอ้างอิงแหล่งข้อมูล 7) เก็บรักษาข้อมูลให้พร้อมใช้งาน ต่อไป 8) ออกแบบสวนมะนาวนอกฤดู อย่างมีความคิดสร้างสรรค์ตาม กระบวนการเทคโนโลยีโดย ถ่ายทอดความคิดเป็นภาพร่าง สามมิติ 9) การใช้ซอฟต์แวร์ประมวลค�ำ ขั้นพื้นฐาน เช่น การสร้างและ ตกแต่งเอกสารการบันทึกงาน เอกสาร สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 58
  • 102.
    กรอบแนวคิด E: วิศวกรรมศาสตร์ - กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม (การใช้เทคโนโลยีจัดการสวนมะนาว นอกฤดู) M: คณิตศาสตร์* - บัญญัติไตรยางศ์ - แก้ปัญหาโจทย์ปัญหาร้อยละอย่างง่าย S: วิทยาศาสตร์ - วัฏจักรชีวิตของพืชดอกบางชนิด T: เทคโนโลยี - น�ำเสนอข้อมูลโดยใช้ซอฟต์แวร์ประยุกต์ สวนมะนาวนอกฤดู *เป็นวิชาหลักในการน�ำกิจกรรมนี้ จุดประสงค์ของกิจกรรม 1. ค้นหารวบรวมข้อมูลที่สนใจและเป็นประโยชน์จากแหล่งข้อมูลต่างๆที่เชื่อถือได้ตรงตามวัตถุประสงค์ 2. น�ำเสนอข้อมูลในรูปแบบที่เหมาะสมโดยเลือกใช้ซอฟต์แวร์ประยุกต์ 3. ออกแบบสวนมะนาวให้ได้ผลผลิตนอกฤดูกาล 4. ค�ำนวณต้นทุนการผลิตมะนาวนอกฤดูและผลผลิตที่คาดว่าจะได้รับ วัสดุอุปกรณ์ ที่ รายการ จ�ำนวน ต่อกลุ่ม ที่ รายการ จ�ำนวน ต่อกลุ่ม 1 กระดาษปรู๊ฟ 1 แผ่น 6 ถังน�้ำ 1 ถัง 2 กิ่งตอนมะนาว 2 กิ่ง 7 กระถาง 2 ลูก 3 ดินปลูก 1 กระสอบ 8 สายยางขนาดเล็กพร้อมข้อต่อ สายยาง 2 ชุด 4 ปุ๋ยอินทรีย์ 9 ขวดน�้ำพลาสติก 5 กรรไกร 1 เล่ม 10 ไม้บรรทัด 1 อัน สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 59
  • 103.
    แนวการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นระบุปัญหา 1. ครูน�ำเข้าสู่กิจกรรมโดยให้นักเรียนดูรูปสวนมะนาวที่มีผลดกแล้วถามนักเรียนโดยให้ตอบตามความ เข้าใจ 1.1 นักเรียนจะมีวิธีปลูกมะนาวอย่างไร 1.2 นักเรียนคิดว่า มะนาวจะออกดอกและติดผลในช่วงฤดูใด เพราะเหตุใด 1.3 ตั้งแต่เริ่มออกดอกจนให้ผลตามภาพที่เห็นจะต้องใช้เวลากี่เดือน 1.4 นักเรียนคิดว่า มะนาวช่วงใดที่มีราคาถูกและช่วงใดมีราคาแพง เพราะเหตุใด 1.5 ถ้าชาวสวนต้องการให้มะนาวออกผลในช่วงที่มีราคาแพง ชาวสวนจะท�ำอย่างไร 2. ครูให้นักเรียนท�ำกิจกรรม โดยก�ำหนดสถานการณ์ต่อไปนี้ “เกษตรกรคนหนึ่งปลูกมะนาวและประสบปัญหามะนาวไม่ออกผลในช่วงที่มะนาวราคาแพง นักเรียนมี วิธีแก้ปัญหาอย่างไรให้มะนาวออกผลนอกฤดูซึ่งเป็นช่วงที่มะนาวราคาแพงเพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร” ขั้นรวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา 3. ครูอภิปรายร่วมกับนักเรียนเกี่ยวกับลักษณะของมะนาวการออกดอกออกผลและระยะเวลาให้ผลผลิต การเตรียมหลุมปลูก เตรียมดินปลูกโดยอาจใช้ส่วนผสมระหว่างดินกับอินทรีย์วัตถุอัตราส่วน 1 ต่อ 1 อินทรียวัตถุเป็นส่วนผสมระหว่างปุ๋ยมูลสัตว์แกลบเผาหรือเปลือกถั่ว ต้นพันธุ์อาจเป็นกิ่งตอนหรือกิ่ง ช�ำที่ได้จากต้นพันธุ์ที่ต้องการ การดูแลรักษาต้นมะนาวให้น�้ำและให้ปุ๋ยเป็นระยะ ๆ ตามความเหมาะ สม ระยะเวลาที่มะนาวให้ผลผลิตประมาณ 6 เดือน 4. ครูให้ความรู้เพิ่มเติมเรื่องการปลูกมะนาวหรือให้นักเรียนศึกษาจากเอกสารความรู้ เช่นเรื่องการฟื้นฟู เยียวยาผู้ประสบภัยด้วยงานวิจัย วช. : การปลูกมะนาว เรื่อง เทคโนโลยีการผลิตมะนาวนอกฤดู (ใน วงบ่อซีเมนต์) เรื่อง เทคนิคการผลิตมะนาวนอกฤดูในภาชนะ เรื่อง โครงการส่งเสริมการผลิตมะนาว นอกฤดูในวงบ่อซีเมนต์ 5. ครูให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมตามแหล่งการเรียนรู้ ตามประเด็นต่อไปนี้ 5.1 ช่วงเดือนใดที่มะนาวมีราคาแพงและเพราะอะไร 5.2 การปลูกมะนาวนอกฤดูในหัวข้อการเตรียมภาชนะปลูก การเตรียมดิน การให้น�้ำ การให้ปุ๋ย การ บังคับมะนาวให้ออกผลนอกฤดู ขั้นออกแบบวิธีการแก้ปัญหา 6. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มน�ำเสนอและร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับวิธีการเตรียมภาชนะ การเตรียมดิน การให้น�้ำ การให้ปุ๋ยและการบังคับให้มะนาวออกผลนอกฤดู 7. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสรุปวิธีการเตรียมภาชนะปลูก การเตรียมดิน การให้น�้ำ การให้ปุ๋ย การบังคับ มะนาวให้ออกผลนอกฤดูและบันทึกผลในใบกิจกรรม 8. ครูให้นักเรียนวาดแผนผังสวนมะนาวเป็นภาพร่าง 3 มิติพร้อมระบุมาตราส่วน สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 60
  • 104.
    ขั้นวางแผนและด�ำเนินการแก้ปัญหา 9. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนแผนการด�ำเนินงานโดยปลูกมะนาว2 ต้น ต้นละ 1 กระถาง (แผน 1 ปี) และบันทึกผลในข้อ 5 ของใบกิจกรรม 10. ครูให้ตัวแทนของแต่ละกลุ่มน�ำเสนอแผนการด�ำเนินงานวิธีการปลูกมะนาวทั้ง 2 กระถาง 11. ครูให้นักเรียนทุกกลุ่มปลูกมะนาวจากกิ่งตอนทั้ง 2 กิ่งที่เตรียมให้ ดังนี้ 11.1 กระถางที่ 1 ปลูกโดยวิธีปกติและติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ตามแผนที่วางไว้ตามข้อ 8 11.2 กระถางที่ 2 ปลูกโดยวิธีที่ท�ำให้มะนาวออกผลนอกฤดูตามวิธีที่สรุปได้จากการอภิปราย ข้อ 4, 6 และ 7 และติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ตามแผนที่วางไว้ตามข้อ 8 12. ครูให้นักเรียนด�ำเนินการตามแผนการปลูกมะนาวทั้ง 2 วิธี ตามข้อ 9 เป็นรายเดือนตลอดระยะเวลา 1 ปี ขั้นทดสอบ ประเมินผลและปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน 13. ครูให้นักเรียนทุกกลุ่มเปรียบเทียบผลที่ได้จากมะนาวที่ปลูกด้วยวิธีปกติกับวิธีที่วางแผนไว้ ทุก ๆ 6 เดือน พร้อมบันทึกผลข้อ 7 ในใบกิจกรรม 14. ครูให้นักเรียนทุกกลุ่มเก็บรวบรวมข้อมูลร่วมกันอภิปราย สรุปปัญหาที่พบและวิธีการแก้ไขบันทึกผล ข้อ 8 ในใบกิจกรรม 15. ครูให้นักเรียนทุกกลุ่มด�ำเนินการแก้ไขตามวิธีการที่ได้จากการอภิปรายผล 16. ครูให้นักเรียนทุกกลุ่ม 16.1 ค�ำนวณต้นทุนการผลิตมะนาวนอกฤดูทั้งหมด ยกเว้นค่าแรง 16.2 คาดคะเนผลผลิตที่จะได้รับและเปรียบเทียบกับผลผลิตจริง 16.3 ค�ำนวณต้นทุนรวมทั้งหมด 16.4 ค�ำนวณราคาขาย ก�ำไรขาดทุน 16.5 คาดคะเนระยะเวลาที่จะคุ้มทุน ขั้นน�ำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน 17. ครูให้นักเรียนประเมินวิธีการด�ำเนินงานและเทคโนโลยีที่เลือกใช้ว่าสามารถบังคับให้มะนาวออกผล ตามเวลาที่ก�ำหนดหรือไม่ ก�ำไรหรือขาดทุนอย่างไร และถ้าขาดทุนต้องใช้ระยะเวลาเท่าไรจึงจะถึง จุดคุ้มทุน พร้อมน�ำเสนอโดยใช้ซอฟต์แวร์ประยุกต์ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 61
  • 105.
    การวัดประเมินผล ประเมินจากแผนผังที่นักเรียนวาดและแผนการด�ำเนินงานตลอด 1 ปี สิ่งที่ประเมิน ระดับการประเมิน ดี(3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1) 1. ค้นหา รวบรวมข้อมูล จากแหล่งต่าง ๆ ระบุแหล่งที่มาของข้อมูล ที่เชื่อถือได้ ระบุแหล่งที่มาของข้อมูล แต่ไม่น่าเชื่อถือ ไม่สามารถระบุแหล่งที่มา ของข้อมูลได้ 2. การน�ำเสนอผลงาน น�ำเสนอผลงานได้ครบ ถ้วนและถูกต้อง น�ำเสนอผลงานได้ถูกต้อง แต่ขาดรายละเอียด เล็กน้อย น�ำเสนอผลงานได้ถูกต้อง แต่ไม่ครบถ้วน ขาด รายละเอียดส�ำคัญ 3. การแสดงมาตราส่วน ของแผนผัง สามารถแสดงมาตราส่วน ในแผนผังได้ถูกต้อง สามารถแสดงมาตราส่วน ของแผนผังได้แต่ไม่ครบถ้วน ไม่สามารถแสดง มาตราส่วนได้ 4. แผนการด�ำเนินงาน สามารถบอกรายละเอียด ของแผนการด�ำเนินงาน ได้ครบถ้วนและปฏิบัติได้ สามารถบอกรายละเอียด ของแผนการด�ำเนินงาน ได้แต่ไม่ครบถ้วน ไม่สามารถบอก รายละเอียดของแผนการ ด�ำเนินงานได้ 5. ผลผลิตมะนาว นอกฤดูกาล ได้ผลผลิตมะนาว นอกฤดูกาลเหมือนกับที่ ขายในตลาด ได้ผลผลิตมะนาว นอกฤดูกาล แต่ผลไม่ สมบูรณ์เมื่อเปรียบเทียบ กับมะนาวที่ขายในตลาด ไม่ได้ผลมะนาวนอกฤดูกาล ตามที่วางแผนไว้ 6. การค�ำนวณต้นทุน การผลิต ค�ำนวณต้นทุนการผลิต และผลผลิตที่คาดว่าจะ ได้รับถูกต้อง ค�ำนวณต้นทุนการผลิต และผลผลิตที่คาดว่าจะได้ รับได้ แต่ไม่ถูกต้อง ไม่สามารถค�ำนวณต้นทุน การผลิตและผลผลิตที่คาด ว่าจะได้รับ สื่อและแหล่งเรียนรู้ • เอกสาร เรื่อง การฟื้นฟูเยียวยาผู้ประสบภัยด้วยงานวิจัย วช. : การปลูกมะนาว www.agi.nu.ac.th/postharvest/downloads/upload_file/Lemon.pdf • เอกสาร เรื่อง เทคโนโลยีการผลิตมะนาวนอกฤดู (ในวงบ่อซีเมนต์) www.servicelink.doae.go.th/webpage/Academic%20articles/Season%20with%20lemon.pdf • เอกสาร เรื่อง เทคนิคการผลิตมะนาวนอกฤดูในภาชนะ www.e-manage.mju.ac.th/openFile.aspx?id=NzUzMTc • เอกสาร เรื่อง โครงการส่งเสริมการผลิตมะนาวนอกฤดูในวงบ่อซีเมนต์ http://samngam.phichit.doae.go.th/manow.pdf สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 62
  • 106.
    แนวค�ำตอบ ใบกิจกรรม 1. ลักษณะทั่วไปของมะนาว แนวค�ำตอบ มะนาวเป็นไม้พุ่ม มีล�ำต้นเป็นทรงพุ่ม เปลือกมีสีเทาปนน�้ำตาล ล�ำต้นและกิ่งมีหนาม ใบสี เขียวเข้ม รูปไข่ ดอกมีสีขาวหรือสีม่วงขึ้นกับสายพันธุ์ ผลมีสีเขียว ลักษณะกลมหรือกลมรี แป้น ขึ้นกับสาย พันธุ์ ผลแก่จะมีสีเหลือง 2. พันธุ์มะนาวที่ให้ผลผลิตสูงและเหมาะส�ำหรับปลูกนอกฤดู แนวค�ำตอบ มะนาวที่ให้ผลผลิตสูงและเหมาะสมส�ำหรับปลูกในสวนมะนาวนอกฤดูมีหลายพันธุ์ เช่น มะนาวพันธุ์พิจิตร 1 พันธุ์แป้นร�ำไพ 3. วิธีการที่ท�ำให้มะนาวออกผลนอกฤดู ท�ำได้ดังนี้ แนวค�ำตอบ ค�ำตอบอาจมีหลากหลาย เช่น 1) ปลูกมะนาวในภาชนะ เช่น บ่อซีเมนต์ และวางภาชนะไว้ กลางแจ้ง 2) เดือนสิงหาคม ตัดกิ่งที่ติดดอกและปลิดผลออก 3) เดือนกันยายน-ตุลาคม งดให้น�้ำกับมะนาว 7-10วันโดยใช้วิธีคลุมพลาสติกรอบปากภาชนะเพื่อให้ใบของมะนาวบางส่วนร่วงและออกดอก4)รดน�้ำและ ใส่ปุ๋ยสม�่ำเสมอ 4. เทคโนโลยีที่จะน�ำมาใช้ในสวนมะนาวนอกฤดู แนวค�ำตอบ วิธีการให้น�้ำ วิธีการให้ปุ๋ย เทคโนโลยีอื่นที่น�ำมาใช้ ให้น�้ำโดยใช้ท่อพลาสติก (PVC) ขนาด 12 1 นิ้ว เป็นท่อหลักและแยก สาขาด้วยท่อพลาสติก (PE) ขนาด 20 มิลลิเมตร และใช้ท่อพลาสติก ขนาดเล็ก (PE) ซึ่งต่อกับหัวสปริง เกอร์ขนาดเล็กไปยังแต่ละกระถาง ซึ่งช่วงที่มะนาวปลูกใหม่ ๆ ควรให้ น�้ำวันละครั้ง และหลังจากปลูกไป แล้ว 10-15 วัน จึงให้น�้ำวันเว้นวัน แต่ช่วงมะนาวติดดอกออกผลควร ให้น�้ำทุกวัน การให้ปุ๋ยอาจท�ำได้หลายวิธี เลือกให้ ได้ตามความเหมาะสม เช่น 1) ใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 เดือนละครั้ง กระถาง ละ 8 ช้อนแกง รอบ ๆ กระถาง แล้วรดน�้ำตามทุกครั้ง และช่วงก่อน ออกดอกให้ปุ๋ยสูตร 12-24-22 ครั้ง เดียวอัตรา 8 ช้อนแกง 2) ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 ที่ก้นหลุม ก่อนปลูก จากนั้นให้ใส่ปุ๋ยทุก ๆ 1-2 เดือนในอัตรา 1 ช้อนแกงต่อต้น ส่วนในระยะบังคับให้ออกดอกติดผล ให้ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 12-24-12 อัตรา 1 ช้อนแกงต่อต้น 3) หลังใส่ปุ๋ยทุกครั้งควรรดน�้ำให้ชุ่ม เมื่อมะนาวโตเป็นพุ่ม กิ่งอาจมี น�้ำหนักมากเกินไปท�ำให้กิ่งหัก ได้ ให้แก้ปัญหาโดยใช้วัสดุมาค�้ำ กิ่ง เช่น ไม้ไผ่ แท่งโลหะหรือแท่ง พลาสติก สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 63
  • 107.
    5. แผนการด�ำเนินงานในการปลูกมะนาวตามแผน 1ปี แนวค�ำตอบ กิจกรรม เดือนที่ด�ำเนินการ วิธีปกติ วิธีที่เลือก 1. เตรียมดินปลูก กิ่งพันธุ์ และภาชนะปลูก สิงหาคม สิงหาคม 2. ปลูกมะนาว สิงหาคม สิงหาคม 3. ปลิดผลในฤดูทิ้งและตัดแต่งกิ่ง - มิถุนายน - กรกฎาคม 4. ใส่ปุ๋ยคอก หรือ ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 มกราคม - ธันวาคม มิถุนายน - กรกฎาคม 5. กระตุ้นการออกดอกโดยการงดน�้ำ - กันยายน - ตุลาคม 6. ใส่ปุ๋ยคอก หรือ ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 มกราคม - ธันวาคม มกราคม - สิงหาคม และ พฤษภาคม 7. รดน�้ำ มกราคม - ธันวาคม มกราคม - ธันวาคม 8. เก็บเกี่ยวผลผลิต มกราคม - ธันวาคม ธันวาคม – เมษายน 6. ผลการสังเกตมะนาวที่ปลูกทั้ง 2 วิธี ในระยะเวลา 6 เดือน แนวค�ำตอบ ขึ้นอยู่กับการสังเกตของนักเรียน และควรติดตามผล 6 เดือนหลังด้วย เพื่อให้ครบระยะเวลา 1 ปีตามแผนงาน มะนาวที่ปลูกตามปกติ มะนาวที่ปลูกตามวิธีที่เลือก สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 64
  • 108.
    7. ปัญหาที่พบและวิธีการแก้ไข ดังนี้ แนวค�ำตอบ ขึ้นอยู่กับปัญหาและวิธีการแก้ไขของนักเรียน ปัญหาที่พบ วิธีแก้ไข 8. ค�ำนวณค่าใช้จ่าย ต้นทุนการผลิตมะนาวนอกฤดู (ยกเว้นค่าแรงงาน) แนวค�ำตอบ ขึ้นอยู่กับปัญหาและวิธีการปลูกมะนาวที่นักเรียนเลือก 9. ผลผลิตที่คาดว่าจะได้รับและระยะคุ้มทุน (ต้นทุน ผลผลิต ราคาขาย ก�ำไร ขาดทุน จุดคุ้มทุน) แนวค�ำตอบ ขึ้นอยู่กับปัญหาและวิธีการปลูกมะนาวที่นักเรียนเลือก แนวค�ำตอบ ค�ำถามท้ายกิจกรรม 1. วิธีการที่ใช้ในการท�ำสวนมะนาวนอกฤดูเหมือนหรือแตกต่างจากวิธีปลูกมะนาวโดยทั่วไปหรือไม่ อย่างไร แนวค�ำตอบ วิธีการที่ใช้ในการท�ำสวนมะนาวนอกฤดูแตกต่างจากวิธีการปลูกมะนาวโดยทั่วไป ดังนี้ การ ท�ำสวนมะนาวนอกฤดูจะปลูกมะนาวลงในภาชนะ เช่น กระถาง หรือบ่อซีเมนต์เพื่อที่จะสามารถให้น�้ำ และงดให้น�้ำได้ตามต้องการ ขณะที่การปลูกมะนาวโดยทั่วไปจะปลูกลงดินแปลงดิน นอกจากนี้ การปลูก มะนาวนอกฤดูต้องปลิดผลทิ้งและงดให้น�้ำเพื่อให้ผลัดใบและออกดอกใหม่ในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม ซึ่งการปลูกมะนาวโดยทั่วไปจะไม่ปลิดผลและงดน�้ำในช่วงเวลาดังกล่าว 2. การปลูกมะนาวนอกฤดูมีข้อดี ข้อเสียอย่างไร แนวค�ำตอบ การปลูกมะนาวนอกฤดูมีข้อดี คือ เราสามารถท�ำให้มะนาวออกผลและพร้อมเก็บผลผลิตใน ช่วงที่มะนาวมีราคาแพง ท�ำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น และสามารถใช้พื้นที่ซึ่งเป็นบริเวณที่ดินเสื่อมโทรมมาท�ำ สวนมะนาวนอกฤดูได้ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 65
  • 109.
    ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เวลา5 ชั่วโมง สาระส�ำคัญ อาหารเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีความส�ำคัญกับการเจริญเติบโตและการด�ำรงชีวิตของมนุษย์ สารอาหารที่อยู่ใน อาหารมี 6 ประเภท คือ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ลิพิด เกลือแร่ วิตามินและน�้ำซึ่งให้ประโยชน์ที่แตกต่างกัน ใน แต่ละวันมนุษย์ต้องรับประทานอาหารเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารทุกประเภทและได้รับพลังงานจากอาหารที่ เหมาะสมกับเพศและวัยเพื่อให้ร่างกายมีการเจริญเติบโตที่สมส่วนและส่งผลให้มีสุขภาพดีด้วย การน�ำเสนอข้อมูล โภชนาการเกี่ยวกับปริมาณพลังงานจากอาหารแต่ละประเภทนั้น มักใช้รูปแบบต่าง ๆ เช่น ตาราง กราฟ แผนภูมิ เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี* 1. วิเคราะห์สารอาหารและ อภิปรายความจ�ำเป็นที่ร่างกาย ต้องได้รับสารอาหารในสัดส่วนที่ เหมาะสมกับเพศและวัย 1. อ่านข้อมูลจากกราฟเส้น 1. ใช้คอมพิวเตอร์ในการค้นหาข้อมูล 2. น�ำเสนอข้อมูลในรูปแบบที่เหมาะสม โดยเลือกใช้ซอฟต์แวร์ประยุกต์ หมายเหตุ: *ตัวชี้วัด เทคโนโลยี (T) ในที่นี้จะรวมตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี และสาระเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร ในขณะที่วิศวกรรมศาสตร์ (E) ไม่ได้ปรากฏในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่กระบวนการออกแบบเชิง วิศวกรรม สามารถเทียบเคียงได้จากกระบวนการเทคโนโลยีในตัวชี้วัดสาระการออกแบบและเทคโนโลยี นัก โภชนาการ น้อย สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 66
  • 110.
    สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี - สารอาหารหรือสารที่อยู่ในอาหาร แบ่งเป็น6ประเภทได้แก่โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ลิพิด เกลือแร่ วิตามินและน�้ำ ซึ่งในอาหาร หนึ่งชนิดนั้นอาจพบสารอาหาร มากกว่าหนึ่งประเภท ในปริมาณ ที่แตกต่างกัน - สารอาหารหลักที่พบมากที่สุดใน อาหารแต่ละชนิด มีดังนี้ 1) โปรตีนพบมากที่สุดในหมู่นม ไข่ เนื้อสัตว์ต่าง ๆ ถั่วเมล็ด แห้ง และงา 2) คาร์โบไฮเดรตจะพบมากที่สุด ใน หมู่ข้าว แป้ง เผือก มัน น�้ำตาล 3) ลิพิดจะพบมากที่สุดในหมู่ น�้ำมันและไขมันจากพืชและ สัตว์ เกลือแร่และวิตามินจะ พบมากที่สุดในหมู่พืชผักและ หมู่ผลไม้ต่าง ๆ 4) สารอาหารที่พบในอาหาร เกือบทุกชนิดคือ น�้ำ - การรับประทานอาหารในแต่ละ วันต้องได้รับสารอาหารครบทุก ประเภทและปริมาณพลังงานที่ ร่างกายต้องการให้เหมาะสมตาม เพศและวัย - กราฟเส้น น�ำเสนอข้อมูล โดยใช้จุดและส่วนของเส้น ตรงที่ลากเชื่อมต่อจุด ซึ่ง จุดแต่ละจุดจะบอกจ�ำนวน หรือปริมาณของข้อมูล แต่ละรายการ เรานิยมใช้ กราฟเส้นกับข้อมูลที่แสดง การเปลี่ยนแปลงอย่างต่อ เนื่องตามล�ำดับก่อนหลัง ของเวลา - การใช้คอมพิวเตอร์ในการค้นหาข้อมูล เช่น ค้นหาข้อมูลในคอมพิวเตอร์ จาก อินเทอร์เน็ต จากซีดีรอม - การจัดท�ำข้อมูลเพื่อน�ำเสนอต้อง พิจารณารูปแบบของข้อมูลให้เหมาะ สมกับการสื่อความหมายที่เข้าใจ ง่ายและชัดเจน เช่น กราฟ ตาราง แผนภาพ รูปภาพ - การเลือกใช้ซอฟต์แวร์ประยุกต์ให้ เหมาะสมกับรูปแบบการน�ำเสนอ เช่น น�ำเสนอรายงานเอกสารโดยใช้ ซอฟต์แวร์ประมวลค�ำ น�ำเสนอแบบ บรรยายโดยใช้ซอฟต์แวร์น�ำเสนอ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 67
  • 111.
    กรอบแนวคิด E: วิศวกรรมศาสตร์ - กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม (การออกแบบรายการอาหารให้ร่างกายได้รับ สารอาหารครบถ้วนและพลังงานเพียงพอต่อ ความต้องการของเพศและวัย) M: คณิตศาสตร์ - การอ่านกราฟเส้น S: วิทยาศาสตร์* - ประเภทของสารอาหาร - พลังงานที่พบในอาหาร T: เทคโนโลยี - การใช้คอมพิวเตอร์ในการค้นหาข้อมูลหรือน�ำเสนอ - การใช้ซอฟต์แวร์ประมวลค�ำ นักโภชนาการน้อย *เป็นวิชาหลักในการน�ำกิจกรรมนี้ จุดประสงค์ของกิจกรรม 1. จ�ำแนกประเภทของสารอาหารและปริมาณพลังงานที่พบในอาหาร 2. อ่านข้อมูลจากกราฟเส้น 3. ใช้คอมพิวเตอร์ในการค้นหาข้อมูลและใช้โปรแกรมประมวลค�ำในการสร้างงานหรือน�ำเสนอ 4. ออกแบบรายการอาหารเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบทุกประเภทในปริมาณที่เหมาะสมกับเพศ และวัย วัสดุอุปกรณ์ ที่ รายการ จ�ำนวนต่อ กลุ่ม ที่ รายการ จ�ำนวนต่อ ห้องเรียน 1 ภาพอาหารชนิดต่าง ๆ 5 กล้องถ่ายรูป 1 ตัว 2 กระดาษ 2 แผ่น 6 คอมพิวเตอร์ 6 ตัว 3 กาว 1 หลอด 7 ที่วัดส่วนสูง 1 อัน 4 กรรไกร 1 เล่ม 8 เครื่องชั่งน�้ำหนัก 1 เครื่อง สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 68
  • 112.
    แนวการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นระบุปัญหา 1. ครูแจกเอกสารเรื่องสถิติ10ปี...เด็กไทย“อ้วนเร็วที่สุดในโลก”ให้นักเรียนอ่านแล้วร่วมกันอภิปราย ในประเด็นต่อไปนี้ 1.1 ในปี 2558 กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขคาดการณ์จ�ำนวนของเด็กอ้วนในประเทศไทยไว้ อย่างไร (แนวค�ำตอบ เด็กก่อนวัยเรียน 5 คนจะมีเด็กอ้วน 1 คน และเด็กวัยเรียน 10 คนจะมีเด็กอ้วน 1 คน) 1.2 สิ่งใดบ้างที่ท�ำให้จ�ำนวนเด็กอ้วนเพิ่มมากขึ้น (แนวค�ำตอบ เนื่องจากเด็กมีพฤติกรรมการบริโภคที่มีแคลอรีและน�้ำตาลสูง รับประทานอาหาร ที่มีคุณค่าทางโภชนาการน้อย และไม่ชอบออกก�ำลังกาย) 1.3 เมื่ออ้วนจะเกิดโรคอะไรได้บ้าง (แนวค�ำตอบ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจ โรคทางเดินหายใจ) 1.4 นักเรียนทราบหรือไม่ว่าร่างกายของเรามีเจริญเติบโตอย่างไร (แนวค�ำตอบ ให้นักเรียนตอบตามความเข้าใจของตนเอง) 2. ให้นักเรียนทุกคนชั่งน�้ำหนักและวัดส่วนสูงแล้วบันทึกลงในใบกิจกรรมที่ 1 การเจริญเติบโตตามเพศ ของตนเอง 3. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายในประเด็นต่อไปนี้ 3.1 จากใบกิจกรรมที่ 1 นักเรียนมีการเจริญเติบโตเป็นอย่างไร (แนวค�ำตอบ นักเรียนตอบจากผลการบันทึกในใบกิจกรรมที่ 1 ว่า อ้วน สมส่วน หรือผอม) 3.2 มีสิ่งใดบ้างที่มีผลต่อการเจริญเติบโต (แนวค�ำตอบ นักเรียนตอบตามความเข้าใจ) 3.3 พฤติกรรมการกินอาหารเกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตหรือไม่ อย่างไร (แนวค�ำตอบ นักเรียนตอบตามความเข้าใจ) 3.4 นักเรียนจะต้องกินอาหารอย่างไรให้สมส่วนและมีสุขภาพดี (แนวค�ำตอบ นักเรียนตอบตามความคิด) 4. ครูจัดกิจกรรมทบทวนความรู้ที่เรียนมาแล้วเกี่ยวกับหมู่อาหาร ประเภทของสารอาหารโดยน�ำภาพ อาหารชนิดต่าง ๆ ประมาณ 20 ชนิด เช่น ข้าว เผือก อาหารทะเล นม ไข่ แตงกวา น�้ำมันพืช เนย ถั่ว ส้ม องุ่น มะเขือเทศ น�้ำตาล ข้าวผัดกุ้ง ก๋วยเตี๋ยวหมู ลูกชิ้น เฟรนช์ฟรายส์ แฮมเบอร์เกอร์ ขนม บัวลอย น�้ำผลไม้ และนักเรียนแข่งกันตอบว่าอาหารในภาพเป็นอาหารหมู่ใดและพบสารอาหารหลัก ใดมากที่สุด 5. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับภาพอาหารเพื่อให้นักเรียนมีแนวคิดที่ถูกต้องก่อนที่จะไปท�ำ กิจกรรมต่อไป โดยครูอาจใช้แนวค�ำถามดังต่อไปนี้ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 69
  • 113.
    5.1 จากภาพ อาหารแต่ละหมู่มีอะไรบ้าง (แนวค�ำตอบ อาหารที่อยู่ในหมู่นม ไข่ เนื้อสัตว์ต่าง ๆ ถั่วเมล็ดแห้งและงา ได้แก่ อาหารทะเล ไข่) 5.2 สารอาหารคืออะไร (แนวค�ำตอบ สารที่อยู่ในอาหาร) 5.3 สารอาหารมีกี่ประเภท (แนวค�ำตอบ สารอาหารมี 6 ประเภท คือ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ลิพิด เกลือแร่ วิตามิน และน�้ำ) 5.4 สารอาหารเกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตหรือไม่ อย่างไร (แนวค�ำตอบ สารอาหารเกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโต เพราะสารอาหารจะมีประโยชน์หลาย อย่าง เช่น โปรตีน ช่วยซ่อมแซมและเสริมสร้างส่วนที่สึกหรอ ให้พลังงาน) 6. ครูน�ำเข้าสู่ปัญหาว่า “ปัจจุบันเด็กไทยมีพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่มีแคลอรีและน�้ำตาลสูง คุณค่าทางโภชนาการน้อย จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ท�ำให้เป็นโรคต่าง ๆ เช่น เบาหวาน ไขมันในเส้นเลือดสูง นักเรียนจะเลือกรับประทานอาหารชนิดใดเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบทุกประเภทในปริมาณ ที่เหมาะสมกับเพศและวัย โดยให้นักเรียนออกแบบรายการอาหารส�ำหรับ 1 วัน” ขั้นรวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา 7. ครูให้นักเรียนส�ำรวจอาหารที่นักเรียนรับประทานทุกมื้อใน 1 วัน โดยให้จ�ำแนกประเภทของสาร อาหารเพื่อศึกษาพฤติกรรมการรับประทานอาหารของตนเอง และบันทึกในใบกิจกรรมที่ 2 อาหาร ที่รับประทานใน 1 วัน 8. ครูให้นักเรียนอ่านข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณพลังงานที่ได้รับจากอาหารที่เหมาะสมกับเพศและวัยจาก ใบความรู้ที่ 1 เรื่อง ปริมาณพลังงานในสารอาหาร 9. ครูให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณพลังงานที่ตนเองได้รับจากการรับประทานอาหารจาก แหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ แล้วบันทึกลงในใบกิจกรรมที่ 2 10. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์และน�ำเสนอว่า อาหารที่นักเรียนรับประทานในแต่ละวันมี สารอาหารครบหรือไม่ ได้รับปริมาณพลังงานที่เหมาะสมกับการเพศและวัยหรือไม่ อย่างไร 11. ครูชวนนักเรียนอภิปรายและสรุปให้ได้ว่า “การรับประทานอาหารในแต่ละวันนั้นต้องค�ำนึงถึงความ ครบถ้วนของสารอาหาร และปริมาณพลังงานที่เหมาะสมกับเพศและวัยเพื่อให้ร่างกายมีการเจริญ เติบโตสมส่วนและมีสุขภาพดี” 12. ครูให้นักเรียนปรับรายการอาหารที่บันทึกในใบกิจกรรมที่ 2 เพื่อให้ร่างกายของตนเองเจริญเติบโต สมส่วนและมีสุขภาพดี โดยนักเรียนอาจน�ำเสนอในรูปแบบต่าง ๆ และสามารถใช้เทคโนโลยีช่วยใน การน�ำเสนอได้ 13. ครูให้นักเรียนทุกกลุ่มสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับอาหารที่ควรรับประทานเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหาร ครบทุกประเภทในปริมาณที่เหมาะสมกับเพศและวัย 14. ครูให้นักเรียนทุกกลุ่มอภิปรายร่วมกันเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องค�ำนึงถึงในการจัดรายการอาหารให้ร่างกาย ได้รับสารอาหารครบทุกประเภทในปริมาณที่เหมาะสมกับเพศและวัย สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 70
  • 114.
    ขั้นออกแบบวิธีการแก้ปัญหา 15. ครูให้นักเรียนทุกกลุ่มช่วยกันออกแบบรายการอาหารส�ำหรับ1 วัน เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหาร ครบทุกประเภทในปริมาณที่เหมาะสมกับเพศและวัย และสอดคล้องกับเกณฑ์การประเมินตามแบบ ประเมินรายการอาหาร ขั้นวางแผนและด�ำเนินการแก้ปัญหา 16. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มใช้โปรแกรมประมวลค�ำเพื่อจัดท�ำรายการอาหารตามข้อ15 ในรูปแบบที่น่า สนใจ ขั้นทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน 17. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งรายการอาหารให้เพื่อนประเมินตามแบบประเมินรายการอาหาร และให้ แต่ละกลุ่มผลัดกันให้ค�ำแนะน�ำรายการอาหารของเพื่อน 18. นักเรียนแต่ละกลุ่มทบทวนรายการอาหารตามค�ำแนะน�ำของเพื่อน และปรับปรุงแก้ไข ขั้นน�ำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน 19. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มน�ำเสนอรายการอาหารใน 1 วันและปริมาณพลังงานที่ได้รับ 20. ครูให้นักเรียนร่วมกันสรุปประเด็นและความรู้ที่ได้จากการออกแบบรายการอาหาร โดยครูอาจใช้ ค�ำถามดังต่อไปนี้ 20.1 สารอาหารมีกี่ประเภทอะไรบ้าง (แนวค�ำตอบ 6 ประเภท ได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ลิพิด เกลือแร่ วิตามิน และน�้ำ) 20.2 อาหารเกี่ยวข้องกับกับการเจริญเติบโตอย่างไร (แนวค�ำตอบ อาหารมีผลให้ร่างกายเจริญเติบโตได้สมส่วนหรือไม่สมส่วน) 20.3 การเจริญเติบโตที่สมส่วน วัดได้จากสิ่งใด (แนวค�ำตอบวัดจากน�้ำหนักและส่วนสูงโดยเทียบกับเกณฑ์อ้างอิงการเจริญเติบโตของกระทรวง สาธารณสุข) การวัดประเมินผล 1. ใบกิจกรรมที่ 1 เรื่อง การเจริญเติบโต (การอ่านกราฟเส้น) 2. ใบกิจกรรมที่ 2 เรื่อง อาหารที่รับประทานใน 1 วัน 3. เอกสารการน�ำเสนอรายการอาหารใน 1 วัน 4. การน�ำเสนอผลงาน สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 71
  • 115.
    เกณฑ์การให้คะแนน รายการ คะแนน 3 2 1 การอ่านกราฟเส้นบอกได้ว่าการเจริญเติบโตอยู่ ในจุดใดของกราฟ และบอก ได้ว่าร่างกายเจริญเติบโต แบบใด บอกได้ว่าการเจริญเติบโตอยู่ใน จุดใดของกราฟ แต่ไม่สามารถ บอกได้หรือบอกไม่ถูกต้องว่า ร่างกายเจริญเติบโตแบบใด บอกไม่ได้ว่าการเจริญเติบโตอยู่ จุดใดของกราฟและบอกไม่ได้ หรือบอกไม่ถูกต้องว่าร่างกาย เจริญเติบโตแบบใด การจ�ำแนกประเภทของ สารอาหารและปริมาณ พลังงานที่พบในอาหาร จ�ำแนกประเภทของสาร อาหารและปริมาณพลังงาน ได้ถูกต้อง จ�ำแนกประเภทของสารอาหาร หรือปริมาณพลังงานไม่ถูกต้อง จ�ำแนกประเภทของสารอาหาร และปริมาณพลังงานไม่ถูกต้อง การออกแบบรายการ อาหาร รายการอาหารใน 1 วัน ได้ สารอาหารครบทุกประเภท พลังงานเหมาะสมตามเพศ และวัย รายการอาหารใน 1 วัน ได้สาร อาหารครบทุกประเภทและได้ พลังงานเหมาะสมตามเพศและ วัย หรือ อย่างใดอย่างหนึ่ง รายการอาหารใน 1 วัน ได้สาร อาหารไม่ครบทุกประเภทและ ไม่ได้พลังงานที่เหมาะสมตาม เพศและวัย การสร้างชิ้นงานด้วย โปรแกรมประมวลค�ำ มีการจัดวางเค้าโครงรายการ อาหารและองค์ประกอบของ เนื้อหาครบถ้วน ไม่จัดวางเค้าโครงรายการ อาหาร แต่มีองค์ประกอบของ เนื้อหาครบถ้วน ไม่จัดวางเค้าโครง รายการ อาหาร และองค์ประกอบของ เนื้อหาไม่ครบถ้วน การน�ำเสนอข้อมูล รูปแบบการน�ำเสนอสื่อความ หมายให้ผู้อื่นเข้าใจได้ถูกต้อง ชัดเจน และอธิบายเหตุผล ของแนวคิดได้ รูปแบบการน�ำเสนอสื่อความ หมายให้ผู้อื่นเข้าใจได้แต่ไม่ถูก ต้องชัดเจน และอธิบายเหตุผล ของแนวคิดได้บางส่วน รูปแบบการน�ำเสนอสื่อความ หมายไม่ถูกต้องไม่ชัดเจน และ อธิบายเหตุผลของแนวคิดไม่ได้ สื่อและแหล่งเรียนรู้ 1. เอกสารเรื่อง …สถิติ 10 ปี...เด็กไทย “อ้วนเร็วที่สุดในโลก” 2. ใบความรู้ที่ 1 เรื่อง ปริมาณพลังงานในสารอาหาร 3. ตารางแสดงคุณค่าทางโภชนาการของอาหารไทย กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข, 2544. http://nutrition.anamai.moph.go.th/temp/files/Nutritive%20Values%20of%20 Thai%20foods.pdf 4. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ. หนังสือเรียนรายวิชา พื้นฐาน การออกแบบและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภา ลาดพร้าว, 2553. 5. ตารางแสดงพลังงาน www.sayamclinic.com/images/1165833587/thaifood_table.pdf 6. กินตามวัยให้พอดี http://nutrition.anamai.moph.go.th/temp/files/กินตามวัยให้พอดี.pdf 7. ตารางปริมาณแคลอรีในอาหาร http://kcal.memo8.com/food-calorie-table/ 8. ฐานข้อมูลพลังงานและสารอาหาร www.calforlife.com/th/calories/ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ 72