การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการของนักเรียนโรงเรียนระดับประถมศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต  1 เสาวณี ทิพย์วารี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา ปีการศึกษา  2548
  บทคัดย่อ หัวข้อวิทยานิพนธ์ การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนระดับประถมศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีอยุธยา เขต  3 ผู้วิจัย  นางเสาวณี ทิพย์วารี สาขา  การบริหารการศึกษา การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนระดับประถมศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต  3  ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ โรงเรียนจำนวน  262  โรงเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่าและแบบเติมข้อความ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมารตราฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ
ผลการวิจัยพบว่า 1. ระดับการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของโรงเรียนระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต  3  โดยรวมอยู่ในระดับมาก และด้านคือ การกระจายอำนาจและการบริหารจัดการศึกษา การบริหารแบบมีส่วนร่วม และการบริหารจักการโรงเรียนที่ดี อยู่ในระดับมากเช่นเดียวกัน 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต  3  โดยรวมอยู่ในระดับพอใช้รายวิชาทุกวิชาคือ คณิตศาสตร์ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ อยู่ในระดับพอใช้ 3. การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการของนักเรียนโรงเรียนระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต  3  อย่างมีนัยสำคัญที่  0.05  สามารถอธิบายความผันแปรได้ร้อยละ  2.60  การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานด้านที่ส่งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคือ ด้านการกระจายอำนาจและการบริหารจัดการศึกษา
วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อศึกษาระดับการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน โดรงเรียนระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต  3 2. เพื่อศึกษาระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต  3 3. เพื่อศึกษาการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต  3 กรอบแนวคิดในการวิจัย กรอบแนวคิดเกี่ยวกับการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ผู้วิจัยได้ศึกษาแนวคิด หลักการและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของ  Wohlstetter  (1995)  Odden and Wohlstetter  (1995)  Cheng  (1996)  อุทัย บุญประเสริฐ  (2543)  ถวิล มาตรเลี่ยม (2544)  สาระสำคัญที่นำไปใช้ในการศึกษาการบริหารที่ใช้โรงเรียนเป็นฐาน ได้แก่  1) หลักการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษา 2) หลักการบริหารแบบมีส่วนร่วม 3) หลักการบริหารจัดการโรงเรียนที่ดี ตามหลักการที่ว่า การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เขียนเป็นแผนภาพได้ดังนี้
แผนภูมิที่  1  กรอบแนวคิดในการวิจัย กรอบแนวคิดการวิจัยเขียนเป็นแบบจำลองในรูปสมการถดถอยพหุคูณได้ดังนี้ Y= B o  + B1 X1  + B2 X2  +  B3 X3 + E สมมติฐานของการวิจัย 1. การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน โรงเรียนระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต  3  อยู่ในระดับน้อย 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต  3  อยู่ในระดับพอใช้ 3. การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนของนักเรียน โรงเรียนระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต  3  องค์ประกอบการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน หลักการกระจายอำนาจการบริหารและจัดการการศึกษา หลักการบริหารแบบมีส่วนร่วม หลักการบริหารจัดการโรงเรียนที่ดี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน
ขอบเขตการวิจัย    การวิจัยครั้งนี้  มุ่งศึกษาองค์ประกอบของการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน  โรงเรียนระดับประถมศึกษา  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช  เขต  3  มีขอบเขตการศึกษาดังนี้ 1.  ประชากรคือ ผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารโรงเรียน  โรงเรียนระดับประถมศึกษา  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช  เขต  3  ประจำปีการศึกษา  2547  จำนวน  262  โรงเรียนผู้วิจัยศึกษาจากประชากรทั้งหมด 2.  ตัวแปรที่ศึกษา 2.1  ตัวแปรอิสระ  ได้แก่  องค์ประกอบของการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน  มี  3  องค์ประกอบ 2.1.1  การกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษา 2.1.2  การบริหารแบบมีส่วนร่วม 2.1.3  การบริหารจัดการโรงเรียนที่ดี 2.2  ตัวแปรตาม  ได้แก่  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน  โรงเรียนระดับประถมศึกษา  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช  เขต  3  ใน  4  วิชา  ชั้นประถมศึกษาปีที่  6  คือ 2.2.1  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ 2.2.2  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย
2.2.3  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ 2.2.4  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ประโยชน์ของการวิจัย 1.  นำผลการวิจัยเป็นข้อมูลในการวางแผนพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา  โรงเรียนระดับประถมศึกษา  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช  เขต  3  ให้สามารถบริหารจัดการสถานศึกษาตามแนวทางการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน 2.  หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบได้นำผลการวิจัยไปใช้เป็นแนวทางในการวางแผนในการพัฒนาสถานศึกษาให้สอดรับกับวิธีการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน 3.  เป็นการเพิ่มพูนองค์ความรู้ในสาขาวิชาการบริหารการศึกษาเกี่ยวกับการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน
บรรณานุกรม กาญจนา  ศรีกาฬสินทร์ .  การบริหารกิจการนักเรียน .  กรุงเทพฯ  :   ภาควิชาการบริหารการศึกษาคณะศึกษาศาสตร์  มหาวิยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร , 2535 ถวิล  มาตรเลี่ยม .  การปฏิรูปการศึกษาโรงเรียนเป็นฐานการบริหารจัดการ .  กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์เสมาธรรม , 2544 ทิวาพร  กาญจนะ .  การบริหารงานวิชาการที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  6  ของโรงเรียนในอำเภอร่อนพิบูลย์  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ วีระพัฒน์  อุทัยรัตน์ .  การบริหารจัดการโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน .  รวมบทความเชิงวิชาการเรื่องการ บริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน .  กรุงเทพฯ :   กรมสามัญศึกษา , 2544  สงบ  ประเสริฐพันธ์ .  ร่วมกันสร้างสรรค์คุณภาพโรงเรียน  เอกสารอัดสำเนา . 2544 สนิท  นิลบุตร .  สภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานตามการรับรู้ของผู้บริหารสถานศึกษา สัมฤทธิ์  กางเพ็ง  2545. “ รูปแบบการมีส่วนร่วมในการศึกษา”  .  วารสารวิชาการ . 4 ( เมษายน  2545) : สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ .  คู่มือการปฏิบัติงานสำหรับผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา . กรุงเทพมหานคร :  สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ , 2536 อุทัย  บุญประเสริฐ .  รายงานการวิจัยเรื่องการศึกษาแนวทางการบริหารและการจัดการศึกษาสถานศึกษา ในรูปแบบการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน .  สำนักงาน  คณะกรรมการศึกษาแห่งชาติ ,  กรุงเทพ ฯ :  โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว , 2542
การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในโรงเรียนมัธยมศึกษา  จังหวัดขอนแก่น  :  พหุกรณีศึกษา   นางกุหลาบ  ปุริสาร วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต  มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ . ศ .2547 บทคัดย่อ วัตถุประสงค์ของการวิจัยพหุกรณีศึกษาครั้งนี้ เพื่อศึกษาปรากฏการณ์ปัจจุบันปัญหาและอุปสรรคของการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน การเลือกตัวแทนที่ใช้ศึกษาเป็นแบบเจาะจงประกอบด้วย  3  โรงเรียนในจังหวัดขอนแก่นที่มีขนาดใหญ่ ขนาดกลางและขนาดเล็ก ตามลำดับ วิธีการวิจัยคือ การศึกษาเอกสาร การสังเกตแบบมีส่วนร่วมและไม่มีส่วนร่วมการสัมภาษณ์แบบเจาะลึกลักษณะเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ผู้วิจัยเก็บข้อมูลจากบุคลากรหลักที่ให้ข้อมูลสำคัญในการบริหารในโรงเรียน การเก็บรวบรวมข้อมูลวิจัยใช้เทคนิคการตรวจสอบข้อมูลแบบสามเส้า  ( Triangulation ) เพื่อเป็นการยืนยันความเที่ยงและความตรงของข้อมูลจากแหล่งและชนิดของข้อมูลรวมทั้งความถูกต้องที่เชื่อถือได้ ผลการวิจัยแสดงให้เห็นปรากฏการณ์สำคัญของการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในโรงเรียนทั้ง  3  แห่งดังนี้ 1) หลักดุลภาพ 2) หลักกระจายอำนาจ 3) หลักการจัดการตนเอง 4) หลักการริเริ่มสร้างสรรค์ทรัพยากรมนุษย์ทุกโรงเรียนมุ่งพัฒนาศักยภาพวิชาชีพครูเป็นหลัก
ส่วนปัญหาอุปสรรคที่สำคัญที่สุด คือ ครูขาดความรู้และประสบการณ์ในเรื่องจัดการเรียนการสอน คณะกรรมการสถานศึกษาขาดความตระหนักในบทบาทของตนเองการทำงานของทีมงานไม่เป็นไปตามบทบาทที่กำหนด โรงเรียนขนาดเล็กขาดสื่ออุปกรณ์เทคโนโลยีทางการศึกษา วัตถุประสงค์ การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดขอนแก่น  :  พหุกรณีศึกษา โดยศึกษา  3  โรงเรียน คือโรงเรียนขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ในประเด็นที่สอดคล้องกับปัญหาการวิจัยข้างต้นดังนี้ 3.1. เพื่อศึกษาถึงปรากฎการณ์ปัจจุบันของการนำรูปแบบการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานไปใช้ในโรงเรียนมัธยมศึกษา 3.2. เพื่อศึกษาถึงปัญหาอุปสรรคการนำรูปแบบการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในโรงเรียนมัธยมศึกษา ขอบเขตการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้กำหนดขอบเขตการศึกษา ไว้ดังต่อไปนี้ 1. สถานที่ในการวิจัยครั้งนี้ประกอบด้วย โรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน จังหวัดขอนแก่น  3  โรงเรียน ซึ่งเป็นโรงเรียนที่บริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน คือโรงเรียนขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก 2. ระยะเวลาในการวิจัยจะดำเนินการศึกษาระหว่างเดือนมกราคม  2546  ถึง เดือนธันวาคม  2546  รวม  12  เดือน
กรอบแนวคิดในการวิจัย จากผลการศึกษาวิเคราะห์บทความทางวิชาการและผลการวิจัยที่เกี่ยวข้อง โดยผู้วิจัยได้ศึกษาจากทฤษฎีและคุณลักษณะของการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน  ( Y. C. Cheng , 1996)  กระบวนการบริหารแบบการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของกรมสามัญศึกษา และความคาดหวังของกรมสามัญ  (2543) นโยบายการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ  (2539)  พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ หมวด  5  มาตรา  39,40  และผลงานวิจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ สามารถบูรณาการการกำหนดเป็นกรอบแนวคิดในการวิจัยของตนเองได้ดังนี้ คือศึกษาทฤษฎีการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน  4  ด้าน คือ ด้านดุลยภาพ ด้านกระจายอำนาจ ด้านบริหารจัดการตนเอง และด้านความคิดสร้างสรรค์ทรัพยากรมนุษย์ นอกจากนั้นจะศึกษาถึง คุณลักษณะการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ในการกำหนดวิสัยทัศน์พันธกิจ ธรรมชาติกิจกรรมยุทธศาสตร์การบริหาร การบริหารทรัพยากรทางการศึกษา การพัฒนาทีมงาน ภาวะผู้นำของผู้บริหาร บทบาทผู้บริหาร ครู – อาจารย์และคณะกรรมการและจะศึกษานิติสมรรถนะผลการปฏิบัติของการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานโดยศึกษาในด้านสัมพันธภาพที่ดีของผู้บริหาร ครู – อาจารย์วัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็งและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของโรงเรียน
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. ได้ข้อสนเทศในการจัดการศึกษาตามแนวการบริหารจัดการโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 2. ได้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเกี่ยวการนำนวัตกรรมการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในระดับมัธยมศึกษา เพื่อให้สอดรับกับการบริหารตามแนวทางการกระจายอำนาจ การปฏิรูประบบบริหารการศึกษา และการบริหารตามแนวทางโรงเรียนนิติบุคคลของกระทรวงศึกษาธิการ 3. ได้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับรูปแบบและคุณลักษณะการบริหารตามหลักการบริหารและคุณลักษณะของการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานสำหรับผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา นักวิชาการ ผู้สนใจทั่วไป
กมล  สุดประเสริฐ .  (2544).  รูปแบบการบริหารและการจัดการศึกษาแบบกระจายอำนาจกรุงเทพ :  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ การมัธยมศึกษา , กอง , กรมสามัญศึกษา .  (2544).  แนวทางสู่  SBM  การบริการโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของกรรมการสถานศึกษา .  ( เอกสารอัดสำเนา ). ชัญญา  อภิบาลกุล . (2545).  รูปแบบการพัฒนาการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในการบริหารและการจัดการศึกษาภายใต้โครงการสร้างการกระจายอำนาจการบริหารการศึกษา : กรณีศึกษาของสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดขอนแก่น .  วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฏีบัณฑิต สาขาพัฒนาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น . อุทัย บุญประเสริฐ . (2542)  รายงานวิจัย การศึกษาแนวทางการบริหารและการจัดการศึกษาของสถานศึกษาในรูปแบบการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน .  กรุงเทพฯ :  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ Adler ,  Amold  N.  (1999).  A Study of Teachers Perceptions of School – based management s Impact on Teacher Empowerment.  Dissertation  Abstracts International. 60 – 11 A: 168. Belk , . J.D.  (1998).  Examining School – based management Practice and school change: A case study of an elementary school.  ( CD – Rom ).  Abstract From Pro Quest – File: Abstracts Item : AAC 9835254. Bukosky ,  A.E.  (1999).  Comprehensive high school restructuring: Utilizing school – based management and curricular reforms to increase student  achievement comprehensive restructuring California. ZCD – Rom ). Abstract From Pro Quest – File: Dissertation Abstracts Item: AAC 9933792.
การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน  :   กรณีศึกษาเชิงคุณภาพ  โดย  นายสุเทพ  บุญประสพ  วิทยานิพนธ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต  สาขาวิชาการบริหารการศึกษา  ภาควิชาการบริหารการศึกษา  บัณฑิตวิทยาลัย  มหาวิทยาลัยศิลปากร  ปีหารศึกษา  2545 สุเทพ  บุญประสพ   :  การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน  :  กรณีศึกษาเชิงคุณภาพ  ( SCHOOL BASED MANAGEMENT: A  QUALITATIVE  CASE  STUDY )  อาจารย์ผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์ : ผศ . ลัดดาสุวรรณกุล ,  อ .  ว่าที่  พ . ต . ดร .  นพดล  เจนอักษร  และอ . ดร .  ศริยา  สุขพานิช .  152  หน้า .  ISBN  974 -653-308-8 การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา  1)  รูปแบบการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน  2)  แนว ทางการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานโรงเรียนและชุมชนที่ใช้ศึกษาเป็นโรงเรียนประถมศึกษา  สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ  ผู้ให้ข้อมูลคือ  ผู้บริหารโรงเรียน  คณะครู  และตัวแทนของชุมชนที่เป็นคณะกรรมการสถานศึกษาเขตพื้นฐาน  ใช้วิธีการศึกษาเป็นรายกรณี  เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลกระทำโดย  การวิเคราะห์เอกสาร  การสัมภาษณ์  การสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม  และการจดบันทึก  วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหาและการวิเคราะห์แบบสร้างข้อสรุป  แล้วนำเสนอโดยวิธีพรรณ ผลการวิจัยพบว่า  1)  รูปแบบการบริหารที่โรงเรียนใช้ในการบริหาร ใช้การบริหารโรงเรียน แบบกระจายอำนาจและชุมชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในการบริหารจัดการ  คณะกรรมการบริหารเป็นคณะกรรมการ จากชุมชน  รูปแบบที่เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนและบริบทของสังคมไทยคือรูปแบบที่ชุมชนเป็นหลักในการบริหาร 2)  แนวทางการบริหารโรงเรียนประกอบด้วย  การสร้างกรอบแนวคิดของโรงเรียนคือ  การสร้างศรัทธาและความตระหนัก การวิเคราะห์สภาพแวดล้อม
วัตถุประสงค์ของการวิจัย การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญคือ 1.  เพื่อศึกษารูปแบบการบริหารโรงเรียนวัดโพธิ์รัตนาราม 2.  เพื่อศึกษาแนวทางการบริหารโรงเรียนวัดโพธิ์รัตนาราม กรอบแนวคิดของการวิจัย ในการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ  เพื่อต้องการศึกษารูปแบบและแนวทางการบริหารโรงเรียนวัดโพธิ์รัตนารามและชุมชนโพธิ์คู่  โดยศึกษาดังนี้  1)  บริบทสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนและชุมชน  มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการศึกษาที่บริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานโดยมีแนวคิดในเรื่อง  สภาพภูมิศาสตร์  เศรษฐกิจ  การเมือง  สังคมและวัฒนธรรม  ซึ่งเป็นบริบทที่สำคัญในการใช้เป็นกรอบแนวคิดในการวิจัย  นอกจากนั้นยังใช้ข้อมูลด้าน  จุดอ่อน  จุดแข็ง  โอกาสปัญหาอุปสรรคของโรงเรียนและชุมชนเพื่อวางแผนในการวิจัยอีกด้วย  2)  งานของโรงเรียนซึ่งประกอบด้วยงานที่สำคัญสี่งานคือ  งานวิชาการ  งบประมาณ  งานบริหารบุคคลและงานบริหารทั่วไปเป็นงานตามหน้าที่ของโรงเรียนตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พุทธศักราช  2542  และสอดคล้องกับอำนาจหน้าที่การตัดสินใจของคณะกรรมการบริหารโรงเรียน  ทางผู้วิจัยใช้เป็นกรอบแนวคิดในการวิจัยครั้งนี้  3)  รูปแบบการบริหารโรงเรียน  แบบอย่างการบริหารโรงเรียนที่ผู้วิจัยใช้เป็นกรอบแนวคิดของการวิจัยได้แก่  รูปแบบที่ผู้บริหารเป็นหลัก  รูปแบบที่ครูเป็นหลัก  รูปแบบที่ชุมชนเป็นหลัก  รูปแบบที่ครูและชุมชนเป็นหลัก  รูปแบบต่างๆเหล่านี้เป็นรูปแบบที่โรงเรียนใช้ในการบริหารโรงเรียนมีความสำคัญและเหมาะสมตามบริบทของแต่ละโรงเรียน  4)  แนวทางการบริหารโรงเรียน  เป็นกลยุทธ์หรือวิธีการในการบริหารโรงเรียน  โดยผู้วิจัยได้กำหนดกรอบแนวคิดเป็นวัฏจักรการพัฒนาโรงเรียนเพื่อศึกษาว่าขณะนี้โรงเรียนอยู่จุดใด  มีสภาพเป็นอย่างไร  โรงเรียนจะก้าวไปสู่ที่ใด  จะก้าวไปอย่างไร  และโรงเรียนจะทำอย่างไรให้โรงเรียนประสบผลสำเร็จในการบริหารโรงเรียน  แนวทางที่เป็นกรอบแนวคิดที่สำคัญอีกประหนึ่ง
ประชากร   ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้  คือ  โรงเรียนวัดโพธิ์รัตนาราม  และชุมชนโพธิ์คู่  ( นามสมมติ )  สาเหตุที่เลือกโรงเรียนวัดโพธิ์รัตนาราม  และชุมชนโพธิ์คู่  เพราะเป็นโรงเรียนประถมศึกษาที่จัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ  เป็นโรงเรียนพระราชทานโดยมีชุมชนเป็นกำลังสำคัญและมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพของโรงเรียน  ชุมชนมีอาชีพที่หลากหลายแต่อาชีพหลักคือเกษตรกรรม  ความเป็นอยู่คล้ายกับบริบทของสังคมไทยโดยทั่วไป สรุปปัญหาและข้อมูลแนะในการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน บทสรุปที่ควรคำนึงถึงปัญหาและอุปสรรคในการนำรูปแบบและแนวทางการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานไปใช้ ปัญหาและอุปสรรคที่สำคัญ  จากการศึกษาการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในโรงเรียนวัดโพธิ์รัตนารามได้พบว่ามีปัญหาที่สำคัญซึ่งเป็นประสบการณ์จากการบริหารไปใช้  สรุปได้หกประการสำคัญดังต่อไปนี้ 1.  เวลา 2.  ความคาดหวัง 3.  คณะกรรมการสถานศึกษา 4.  ความไม่สอดคล้องระหว่างความต้องการและการปฏิบัติ 5.  ขาดความอิสระในการตัดสินใจ
  บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ .  “ ระเบียบคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน  พ . ศ .  2543.” 23  พฤษภาคม  2543 เฉิดศักดิ์  ชุมนุม .  “ การจัดการโดยมีโรงเรียนเป็นฐาน :   ยุทธศาสตร์สู่ความสำเร็จ .”  โครงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์  2,16 (2542) :  26. ถวิล  มาตรเลี่ยม . “  การบริหารจัดการโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน .”  ปฏิรูปการศึกษา  1,8 ( มกราคม  2542)  : 12. ประกอบ  คุณารักษ์ .  โครงการศึกษารูปแบบความร่วมมือขององค์กรชุมชน .  กรุงเทพมหานคร :  เอช เอน  การพิมพ์ , 2531. เปลี่ยน  ศิริรังสรรค์กุล . “  ความคิดเห็นของคณะกรรมการการศึกษา  ประจำโรงเรียนประถมศึกษาเกี่ยวกับบทบาทของคณะกรรมการศึกษาประจำโรงเรียนประถมศึกษา  สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดพิษณุโลก .” ภานุวัฒน์  ภักดีวงค์ . “  ร่างรัฐธรรมนูญกับการกระจายอำนาจทางการศึกษา .”  วารสารวิชาการ  1,3 ( มีนาคม  2541)  :   27-34. ภาษาต่างประเทศ Assessment  of  School – Based  Management. School – Based  Management  (  Online ).  Accessed  1996. Available  from Cheng, Yin  Cheong.  “  The  theory  and  characteristics  of  school – based Management.  “  International  Journal  of  Educational  Management . No 7  ( 1993 )  :6-17.
ประสิทธิภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต  1     โดย   นายสมศักดิ์ รอบคอบ วิทยานิพนธ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต    สาขาการบริหารการศึกษา   บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ชื่อเรื่องวิทยานิพนธ์  ประสิทธิภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต  1 บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ  1)  ศึกษาประสิทธิภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต  1 2)  เปรียบเทียบประสิทธิภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานตามขนาดและที่ตั้งของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต  1  และ  3)  ศึกษาแนวทางการพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานที่เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต  1  กลุ่มตัวอย่างเป็นสถานศึกษาขั้นพื้นฐานจำนวน  108  แห่ง เครื่องที่ใช้ประกอบด้วยแบบสอบถามละเทคนิคสนทนากลุ่ม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  ค่าความแปรปรวนทางเดียว และค่าทดสอบที วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป และวิเคราะห์สนทนากลุ่ม
ผลการวิจัยพบว่า 1. ประสิทธิภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต  1  ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก 2. สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต  1  ที่มีขนาดและที่ตั้งของสถานศึกษาต่างกัน มีประสิทธิภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานไม่แตกต่างกัน 3. แนวทางการพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานที่เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต  1  ควรพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอน และกรรมการสถานศึกษาเกี่ยวกับการบริหารแบบมีส่วนร่วม ปรับปรุงระบบ การวางแผน การสร้างทีมงาน การมอบหมายงาน การระดมทรัพยากรทางการศึกษา การตัดสินใจ การประเมินผล การประกันคุณภาพทางการศึกษา การตรวจสอบภายใน การประชาสัมพันธ์ และให้มีการแต่งตั้งที่ปรึกษากฎหมาย การสร้างเครือข่ายการบริหารเพื่อช่วยเหลือในด้านการบริหารงบประมาณ
วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อศึกษาประสิทธิภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต  1 2. เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต  1  จำแนกตามขนาดและที่ตั้งของสถานศึกษา 3. เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานที่เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต  1 กรอบแนวคิดในการวิจัย จากการศึกษาแนวคิดหลักการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานซึ่งเป็นข้อค้นพบจากงานวิจัยของอุทัย บุญประเสริฐ  (2542 : 154 – 156 )  ที่ได้เสนอหลักการสำคัญของการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน  5  ประการ ประกอบด้วย  1) หลักการกระจายอำนาจ  2) หลักการมีส่วนร่วม  3) หลักการคืนอำนาจการจัดการศึกษาให้แก่ประชาชน  4) หลักการบริหารตนเอง  5) หลักการตรวจสอบถ่วงดุล จากหลักการดังกล่าวสามารถแสดงเป็นแผนภาพขอบข่ายแนวคิดทฤษฎีการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานดังนี้
ขอบข่ายแนวคิดทฤษฎีการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน School – Based Management : SBM มิติขอบข่ายภารกิจ   - งานบริหารวิชาการ - งานบริหารบุคคล - งานบริหารงบประมาณ - งานบริหารทั่วไป มิติหลักการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน - การกระจายอำนาจ - การมีส่วนร่วม - การบริหารตนเอง - การตรวจสอบและถ่วงดุล มิติผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง - คณะกรรมการสถานศึกษา - ผู้บริหารสถานศึกษา - ครูผู้สอน
แผนภาพที่  1  ขอบข่ายแนวคิดทฤษฎีการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ผู้วิจัยได้นำแนวคิดหลักการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานเป็นกรอบแนวคิดในการวิจัยโดยกำหนดเป็นตัวแปรตาม และกำหนดให้ขนาดสถานศึกษาและที่ตั้งของสถานศึกษาเป็นตัวแปรต้น ดังแผนภาพที่  2 ตัวแปรต้น ตัวแปรตาม ขนาดสถานศึกษา - ขนาดใหญ่ - ขนาดกลาง - ขนาดเล็ก ที่ตั้งของสถานศึกษา - เขตเทศบาล - เขตองค์การบริหารส่วนตำบล ประสิทธิภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน - การกระจายอำนาจ - การมีส่วนร่วม - การคืนอำนาจการจัดการศึกษาให้แก่ประชาชน - การบริหารตนเอง - การตรวจสอบและถ่วงดุล
ขอบเขตการวิจัย   ประชากร  ประชาการที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้  คือ  สถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษานครปฐมเจต  1  จำนวน  142  แห่ง  ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเทศบาล  จำนวน  32  แห่ง  และเขตองค์การบริหารส่วนตำบลจำนวน  110  แห่ง  โดนจำแนกเป็นสถานศึกษาขนาดเล็ก  25  แห่ง  ขนาดกลาง  63  แห่ง  และขนาดใหญ่  54  แห่ง กลุ่มตัวอย่าง  การวิจัยนี้ใช้สถานศึกษาเป็นหน่วยในการวิเคราะห์  ( Unit  of  Analysis )  ดังนั้น กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยนี้จึงประกอบด้วย กลุ่มที่  1  เป็นสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม  เขต  1  ซึ่งได้มาโดยกำหนดขนาดและการสุ่ม  ดังนี้ 1. กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง 2. สุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน 3. สุ่มอย่างง่าย  เพื่อให้ได้รายชื่อสถานศึกษาตามข้อ  2) กลุ่มที่  2  เป็นกลุ่มผู้ให้ข้อมูลในการศึกษาแนวทางการพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารโดยใช้ โรงเรียนเป็นฐานที่เหมาะสมกับบริบทสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ตัวแปรที่ศึกษา  ตัวแปรที่ใช้ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้  ประกอบด้วย ตัวแปรต้น  คือ  1)  ขนาดสถานศึกษาจำแนกเป็นขนาดใหญ่  ขนาดกลาง  ขนาดเล็กและ  2)  ที่ตั้ง ของสถานศึกษา จำแนกเป็นเขตเทศบาล และเขตองค์การบริหารส่วนตำบล ตัวประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ  แปรตาม  คือ  ประสิทธิภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน  5  ด้าน  ได้แก่  1)  การกระจายอำนาจ  2)  การ มีส่วนร่วม  3)  การคืนอำนาจการจัดการศึกษาให้แก่ประชาชน  4)  การบริหารตนเอง  และ  5)  การตรวจสอบและ ถ่วงดุล
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ   1.  ผลจากการวิจัยจะเป็นข้อมูลสำหรับผู้บริหารสถานศึกษา  ครูผู้สอน  คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน  และผู้เกี่ยวข้องเพื่อนำไปใช้ในการวางแผนและพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของสถานศึกษา  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต  1 2.   ผลการวิจัยจะเป็นแนวทางสำหรับเขตพื้นที่การศึกษาในการประสาน  ส่งเสริมและสนับสนุน ให้สถานศึกษาในสังกัดพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานให้เหมาะสมและสอด คล้องกับบริบทของแต่ละสถานศึกษาต่อไป
  บรรณานุกรม ภาษาไทย  กมล  สุดประเสริฐ .  รายงานผลการวิจัย  รูปแบบการบริหารและจัดการศึกษาแบบกระจายอำนาจ .  กรุงเทพมหานคร  :  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ ,  2544. กรมสามัญศึกษา .  เกณฑ์มาตรฐานโรงเรียนมัธยมศึกษา  พ . ศ . 2539.  กรุงเทพมหานคร :   โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว , 2539 จุฑารัตน์  ชำนาญกิจ .  พลังอำนาจของผู้บริหารที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาของคณะกรรมการโรงเรียน :   กรณีศึกษาโรงเรียนปฏิรูปการศึกษา  จังหวัดพังงา .  วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต  ภาควิชาการบริหารการศึกษาบัณฑิตวิทยาลัย  มหาวิทยาลัยศิลปากร ,  2544. ประสิทธิ์  เขียวสี .  การนำเสนอแบบจำลองการพัฒนาภาวะผู้นำของผู้บริหารโรงเรียนที่บริหารโดยใช้ โรงเรียนเป็นฐาน .  ดุษฎีนิพนธ์ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต  ภาควิชาบริหารการศึกษาคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ,  2544 ดิเรก  สายศิริวิทย์ .  บทบาทของผู้บริหารในการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา  เขตการศึกษา 6.  วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต  ภาควิชาการบริหารการศึกษา  บัณฑิตวิทยาลัย  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ,  2545. ถวิล  มาตรเลี่ยม .  การปฏิรูปการศึกษา :   โรงเรียนเป็นฐานการบริหารจัดการ .  กรุงเทพมหานคร :   สำนักพิมพ์เสมาธรรม ,  2545. อุทัย  บุญประเสริฐ .  รายงานการศึกษาแนวทางการบริหารและการจัดการศึกษาในรูปแบบการบริหาร โดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน .  กรุงเทพมหานคร :   สกศ ., 2542.
วิทยานิพนธ์ เรื่อง  สภาพและปัญหาการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของโรงเรียนประถมศึกษาในสังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาสุราษฎร์ธานี  เขต  3  โดย  นายวิชาญ  สิทธิศักดิ์  ความสมบูรณ์แห่งปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต  ( การบริหารการศึกษา )  พ . ศ .  2547 บทคัดย่อ ผลการวิจัยพบว่า  สภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานนั้นโรงเรียนส่วนใหญ่ดำเนินการบริหารงานวิชากรและการบริหารงานทั่วไป  อยู่ในระดับปานกลาง  ส่วนการบริหารงานงบประมาณและการบริหารงานบุคลากรนั้น  โรงเรียนส่วนใหญ่ดำเนินการในระดับมากสำหรับปัญหาในการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานนั้น  โรงเรียนส่วนใหญ่ประสบปัญหาการบริหารงานวิชาการในระดับปานกลางถึงมาก  ส่วนปัญหาการบริหารงานงบประมาณนั้นโรงเรียนส่วนใหญ่ประสบปัญหาในระดับปานกลาง  สำหรับการบริหารงานบุคลากรและการบริหารงานทั่วไปนั้นโรงเรียนส่วนใหญ่ประสบปัญหาในระดับน้อย  ปัญหาที่สำคัญสำหรับของการบริหารงานทั้ง  4  ด้าน คือ  1.)  ขาดแคลนงบประมาณ  2)  กฎระเบียบและกฎหมายบางข้อยังไม่ได้รับการแก้ไขให้สอดคล้องกับการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน  3)  คณะกรรมการสถานศึกษายังขาดความรู้เรื่องหลักสูตรการจัดการเรียนการสอนและระเบียบการเงินการพัสดุและไม่มีเวลาให้โรงเรียน  4)  การระดมทรัพยากรทำได้ยากเพราะโรงเรียนตั้งอยู่ในเขตชุมชนที่มีความขัดสน
กรอบแนวความคิด การปฏิรูปการศึกษา  มีการใช้ พ . ร . บ .  การศึกษา  พ . ศ .  2542  และที่แก้ไข  เพิ่มเติม  ( ฉบับที่  2)  พ . ศ .  2545  มีการมอบอำนาจต่างๆในการตัดสินใจภายใต้กรอบของกฎหมายลงสู่โรงเรียนและคณะกรรมการ สถานศึกษา  จากผลการศึกษาสถานะภาพของโรงเรียนทุกโรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต  3  พบว่า  ด้านปัจจัยภายนอกมีโอกาสที่เอื้อต่อการพัฒนา  แต่ด้านปัจจัยภายในยังเป็นจุดอ่อนในการ พัฒนา ( สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา  สุราษฎร์ธานี  เขต  3,  2546  : 1)  ผู้วิจัยสนใจที่จะศึกษาว่าสภาพและ ปัญหาการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานโดยเฉพาะสถานะภาพด้านปัจจัยภายในซึ่งหมายถึงการบริหาร จัดการของโรงเรียนทุกด้านของโรงเรียนประถมศึกษา  ในเขตพื้นที่การศึกษาสุราษฎร์ธานี  เขต  3 วัตถุประสงค์ของการวิจัย การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ 1. เพื่อศึกษาสภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของโรงเรียนประถมศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา  สุราษฎร์ธานี  เขต  3 2. เพื่อศึกษาปัญหาการบริหารโยใช้โรงเรียนเป็นฐานของโรงเรียนประถมศึกษาในสังกัดสำนักงานเขต พื้นที่การศึกษา  สุราษฎร์ธานี  เขต  3
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. ผลการวิจัยนำไปใช้เป็นข้อมูลสำหรับผู้บริหารโรงเรียนผู้ช่วยผู้บริหารโรงเรียนที่รับผิดชอบงานวิชาการ  งานงบประมาณ  งานบริหารงานบุคคล  และการบริหารทั่วไป  ดำเนินงานและแก้ปัญหา  บริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของโรงเรียนประถมศึกษา  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุราษฎร์ธานี  เขต  3  2.  ผลการวิจัยนำไปใช้เป็นข้อมูลสำหรับคณะกรรมการสถานศึกษาที่รับผิดชอบโรงเรียนประถมศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุราษฎร์ธานี  เขต  3  ได้นำไปเป็นแนวทางกำกับติดตามและช่วยเหลือโรงเรียนที่รับผิดชอบ ขอบเขตของการวิจัย 1. การวิจัยครั้งนี้  ผู้วิจัยมุ่งศึกษาสภาพและปัญหาการบริหารการศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของโรงเรียนประถมศึกษาใน  4  ด้านตามภาระงานที่ได้ระบุไว้โดยสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ  (2534  ก :  18-19  ดังนี้  1. ด้านวิชาการ 2. ด้านงบประมาณ 3. ด้านการบริหารงานบุคคล 4. ด้านบริหารทั่วไป 2.  ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่ผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุราษฎร์ธานี  เขต 3  ทุกโรงเรียนจำนวน  173  คน
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นแบบสอบถาม  แบ่งเป็น  2  ตอน  ดังนี้ ตอนที่  1  สถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม  เป็นแบบสอบถามแบบตรวจสอบรายการ ( checklist ) ตอนที่  2  สภาพของการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานเป็นแบบสอบถามชนิดมาตราส่วนประมาณค่า  ( rating scale ) ตอนที่  3  ปัญหาของการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานเป็นแบบสอบถามชนิดมาตราส่วนประมาณค่า  ( rating scale ) ผลการวิจัย  1. สถานภาพผู้บริหารโรงเรียนส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุ  41-50  มากที่สุดสำหรับระดับการศึกษา มีวุฒิระดับปริญญาตรีมากที่สุดในด้านตำแหน่งพบว่าเป็นผู้อำนวยการมากที่สุดเมื่อพิจารณาประสบการณ์ในการดำรงตำแหน่งพบว่าผู้บริหารโรงเรียนปฏิบัติงานในตำแหน่ง  16-20  ปีมากที่สุด 2. สภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานสรุปผลวิจัยได้ดังนี้ 1. ด้านวิชาการ 2. ด้านงาบประมาณ 3. ด้านบุคลากร 4. ด้านบริหารทั่วไป
  บรรณานุกรม กรมสามัญศึกษา . 2544 ก รวมบทความเชิงวิชาการการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน .  กรุงเทพมหานคร .( อัดสำเนา ) จุฬาพร  ดีสุคนธ์ . 2537.  การศึกษาสภาพปัญหาในการปฏิบัติงานของกรรมการศึกษาประจำโรงเรียนประถมศึกษาสำนักงานประถมศึกษาจังหวัดสมุทรปราการ .  กรุงเทพมหานคร :  วิทยานิพนธ์ปริญญาโท ,  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย . ดิเรก  วรรณเศียร .  2544.  การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน .  ม . ป . ท . ( อัดสำเนา ) วันชัย  ดนัยตโมนุท และ ไกร  เกษทัน . 2543. การกระจายอำนาจการบริหารการศึกษาตามแนว พ . ร . บ .  การศึกษาแห่งชาติ  พ . ศ . 2542.  กรุงเทพมหานคร :   โรงพิมพ์การศาสนา . สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สุราษฎร์ธานี เขต  3. 2546. แผนกลยุทธ์  2547-2549. สุราษฎร์ธานี . เสริมศักดิ์  วิศาลาภรณ์ .  ม . ม . ป .  รายงานการวิจัยการกระจายอำนาจทางการศึกษา .  กรุงเทพมหานคร . ( อัดสำเนา ) อุทัย  บุญประเสริฐ . 2542.  รายงานการวิจัยเรื่องการศึกษาแนวทางการบริหารและการจัดการศึกษาของสถานศึกษาในรูปแบบการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน .  กรุงเทพมหานคร :  ครุสภาลาดพร้าว .

การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน+บทคัดย่อ

  • 1.
    การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการของนักเรียนโรงเรียนระดับประถมศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1 เสาวณี ทิพย์วารี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา ปีการศึกษา 2548
  • 2.
    บทคัดย่อหัวข้อวิทยานิพนธ์ การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนระดับประถมศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีอยุธยา เขต 3 ผู้วิจัย นางเสาวณี ทิพย์วารี สาขา การบริหารการศึกษา การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนระดับประถมศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ โรงเรียนจำนวน 262 โรงเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่าและแบบเติมข้อความ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมารตราฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ
  • 3.
    ผลการวิจัยพบว่า 1. ระดับการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของโรงเรียนระดับประถมศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 โดยรวมอยู่ในระดับมาก และด้านคือ การกระจายอำนาจและการบริหารจัดการศึกษา การบริหารแบบมีส่วนร่วม และการบริหารจักการโรงเรียนที่ดี อยู่ในระดับมากเช่นเดียวกัน 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 โดยรวมอยู่ในระดับพอใช้รายวิชาทุกวิชาคือ คณิตศาสตร์ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ อยู่ในระดับพอใช้ 3. การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการของนักเรียนโรงเรียนระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 อย่างมีนัยสำคัญที่ 0.05 สามารถอธิบายความผันแปรได้ร้อยละ 2.60 การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานด้านที่ส่งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคือ ด้านการกระจายอำนาจและการบริหารจัดการศึกษา
  • 4.
    วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อศึกษาระดับการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานโดรงเรียนระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 2. เพื่อศึกษาระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 3. เพื่อศึกษาการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 กรอบแนวคิดในการวิจัย กรอบแนวคิดเกี่ยวกับการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ผู้วิจัยได้ศึกษาแนวคิด หลักการและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของ Wohlstetter (1995) Odden and Wohlstetter (1995) Cheng (1996) อุทัย บุญประเสริฐ (2543) ถวิล มาตรเลี่ยม (2544) สาระสำคัญที่นำไปใช้ในการศึกษาการบริหารที่ใช้โรงเรียนเป็นฐาน ได้แก่ 1) หลักการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษา 2) หลักการบริหารแบบมีส่วนร่วม 3) หลักการบริหารจัดการโรงเรียนที่ดี ตามหลักการที่ว่า การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เขียนเป็นแผนภาพได้ดังนี้
  • 5.
    แผนภูมิที่ 1 กรอบแนวคิดในการวิจัย กรอบแนวคิดการวิจัยเขียนเป็นแบบจำลองในรูปสมการถดถอยพหุคูณได้ดังนี้ Y= B o + B1 X1 + B2 X2 + B3 X3 + E สมมติฐานของการวิจัย 1. การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน โรงเรียนระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 อยู่ในระดับน้อย 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 อยู่ในระดับพอใช้ 3. การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนของนักเรียน โรงเรียนระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 องค์ประกอบการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน หลักการกระจายอำนาจการบริหารและจัดการการศึกษา หลักการบริหารแบบมีส่วนร่วม หลักการบริหารจัดการโรงเรียนที่ดี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน
  • 6.
    ขอบเขตการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ มุ่งศึกษาองค์ประกอบของการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 มีขอบเขตการศึกษาดังนี้ 1. ประชากรคือ ผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารโรงเรียน โรงเรียนระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 ประจำปีการศึกษา 2547 จำนวน 262 โรงเรียนผู้วิจัยศึกษาจากประชากรทั้งหมด 2. ตัวแปรที่ศึกษา 2.1 ตัวแปรอิสระ ได้แก่ องค์ประกอบของการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน มี 3 องค์ประกอบ 2.1.1 การกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษา 2.1.2 การบริหารแบบมีส่วนร่วม 2.1.3 การบริหารจัดการโรงเรียนที่ดี 2.2 ตัวแปรตาม ได้แก่ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 ใน 4 วิชา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 คือ 2.2.1 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ 2.2.2 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย
  • 7.
    2.2.3 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์2.2.4 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ประโยชน์ของการวิจัย 1. นำผลการวิจัยเป็นข้อมูลในการวางแผนพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา โรงเรียนระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 ให้สามารถบริหารจัดการสถานศึกษาตามแนวทางการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน 2. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบได้นำผลการวิจัยไปใช้เป็นแนวทางในการวางแผนในการพัฒนาสถานศึกษาให้สอดรับกับวิธีการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน 3. เป็นการเพิ่มพูนองค์ความรู้ในสาขาวิชาการบริหารการศึกษาเกี่ยวกับการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน
  • 8.
    บรรณานุกรม กาญจนา ศรีกาฬสินทร์ . การบริหารกิจการนักเรียน . กรุงเทพฯ : ภาควิชาการบริหารการศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร , 2535 ถวิล มาตรเลี่ยม . การปฏิรูปการศึกษาโรงเรียนเป็นฐานการบริหารจัดการ . กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์เสมาธรรม , 2544 ทิวาพร กาญจนะ . การบริหารงานวิชาการที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนในอำเภอร่อนพิบูลย์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ วีระพัฒน์ อุทัยรัตน์ . การบริหารจัดการโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน . รวมบทความเชิงวิชาการเรื่องการ บริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน . กรุงเทพฯ : กรมสามัญศึกษา , 2544 สงบ ประเสริฐพันธ์ . ร่วมกันสร้างสรรค์คุณภาพโรงเรียน เอกสารอัดสำเนา . 2544 สนิท นิลบุตร . สภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานตามการรับรู้ของผู้บริหารสถานศึกษา สัมฤทธิ์ กางเพ็ง 2545. “ รูปแบบการมีส่วนร่วมในการศึกษา” . วารสารวิชาการ . 4 ( เมษายน 2545) : สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ . คู่มือการปฏิบัติงานสำหรับผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา . กรุงเทพมหานคร : สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ , 2536 อุทัย บุญประเสริฐ . รายงานการวิจัยเรื่องการศึกษาแนวทางการบริหารและการจัดการศึกษาสถานศึกษา ในรูปแบบการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน . สำนักงาน คณะกรรมการศึกษาแห่งชาติ , กรุงเทพ ฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว , 2542
  • 9.
    การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในโรงเรียนมัธยมศึกษา จังหวัดขอนแก่น : พหุกรณีศึกษา นางกุหลาบ ปุริสาร วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ . ศ .2547 บทคัดย่อ วัตถุประสงค์ของการวิจัยพหุกรณีศึกษาครั้งนี้ เพื่อศึกษาปรากฏการณ์ปัจจุบันปัญหาและอุปสรรคของการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน การเลือกตัวแทนที่ใช้ศึกษาเป็นแบบเจาะจงประกอบด้วย 3 โรงเรียนในจังหวัดขอนแก่นที่มีขนาดใหญ่ ขนาดกลางและขนาดเล็ก ตามลำดับ วิธีการวิจัยคือ การศึกษาเอกสาร การสังเกตแบบมีส่วนร่วมและไม่มีส่วนร่วมการสัมภาษณ์แบบเจาะลึกลักษณะเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ผู้วิจัยเก็บข้อมูลจากบุคลากรหลักที่ให้ข้อมูลสำคัญในการบริหารในโรงเรียน การเก็บรวบรวมข้อมูลวิจัยใช้เทคนิคการตรวจสอบข้อมูลแบบสามเส้า ( Triangulation ) เพื่อเป็นการยืนยันความเที่ยงและความตรงของข้อมูลจากแหล่งและชนิดของข้อมูลรวมทั้งความถูกต้องที่เชื่อถือได้ ผลการวิจัยแสดงให้เห็นปรากฏการณ์สำคัญของการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในโรงเรียนทั้ง 3 แห่งดังนี้ 1) หลักดุลภาพ 2) หลักกระจายอำนาจ 3) หลักการจัดการตนเอง 4) หลักการริเริ่มสร้างสรรค์ทรัพยากรมนุษย์ทุกโรงเรียนมุ่งพัฒนาศักยภาพวิชาชีพครูเป็นหลัก
  • 10.
    ส่วนปัญหาอุปสรรคที่สำคัญที่สุด คือ ครูขาดความรู้และประสบการณ์ในเรื่องจัดการเรียนการสอนคณะกรรมการสถานศึกษาขาดความตระหนักในบทบาทของตนเองการทำงานของทีมงานไม่เป็นไปตามบทบาทที่กำหนด โรงเรียนขนาดเล็กขาดสื่ออุปกรณ์เทคโนโลยีทางการศึกษา วัตถุประสงค์ การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดขอนแก่น : พหุกรณีศึกษา โดยศึกษา 3 โรงเรียน คือโรงเรียนขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ในประเด็นที่สอดคล้องกับปัญหาการวิจัยข้างต้นดังนี้ 3.1. เพื่อศึกษาถึงปรากฎการณ์ปัจจุบันของการนำรูปแบบการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานไปใช้ในโรงเรียนมัธยมศึกษา 3.2. เพื่อศึกษาถึงปัญหาอุปสรรคการนำรูปแบบการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในโรงเรียนมัธยมศึกษา ขอบเขตการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้กำหนดขอบเขตการศึกษา ไว้ดังต่อไปนี้ 1. สถานที่ในการวิจัยครั้งนี้ประกอบด้วย โรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน จังหวัดขอนแก่น 3 โรงเรียน ซึ่งเป็นโรงเรียนที่บริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน คือโรงเรียนขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก 2. ระยะเวลาในการวิจัยจะดำเนินการศึกษาระหว่างเดือนมกราคม 2546 ถึง เดือนธันวาคม 2546 รวม 12 เดือน
  • 11.
    กรอบแนวคิดในการวิจัย จากผลการศึกษาวิเคราะห์บทความทางวิชาการและผลการวิจัยที่เกี่ยวข้อง โดยผู้วิจัยได้ศึกษาจากทฤษฎีและคุณลักษณะของการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ( Y. C. Cheng , 1996) กระบวนการบริหารแบบการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของกรมสามัญศึกษา และความคาดหวังของกรมสามัญ (2543) นโยบายการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ (2539) พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ หมวด 5 มาตรา 39,40 และผลงานวิจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ สามารถบูรณาการการกำหนดเป็นกรอบแนวคิดในการวิจัยของตนเองได้ดังนี้ คือศึกษาทฤษฎีการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน 4 ด้าน คือ ด้านดุลยภาพ ด้านกระจายอำนาจ ด้านบริหารจัดการตนเอง และด้านความคิดสร้างสรรค์ทรัพยากรมนุษย์ นอกจากนั้นจะศึกษาถึง คุณลักษณะการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ในการกำหนดวิสัยทัศน์พันธกิจ ธรรมชาติกิจกรรมยุทธศาสตร์การบริหาร การบริหารทรัพยากรทางการศึกษา การพัฒนาทีมงาน ภาวะผู้นำของผู้บริหาร บทบาทผู้บริหาร ครู – อาจารย์และคณะกรรมการและจะศึกษานิติสมรรถนะผลการปฏิบัติของการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานโดยศึกษาในด้านสัมพันธภาพที่ดีของผู้บริหาร ครู – อาจารย์วัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็งและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของโรงเรียน
  • 12.
    ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. ได้ข้อสนเทศในการจัดการศึกษาตามแนวการบริหารจัดการโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 2. ได้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเกี่ยวการนำนวัตกรรมการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในระดับมัธยมศึกษา เพื่อให้สอดรับกับการบริหารตามแนวทางการกระจายอำนาจ การปฏิรูประบบบริหารการศึกษา และการบริหารตามแนวทางโรงเรียนนิติบุคคลของกระทรวงศึกษาธิการ 3. ได้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับรูปแบบและคุณลักษณะการบริหารตามหลักการบริหารและคุณลักษณะของการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานสำหรับผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา นักวิชาการ ผู้สนใจทั่วไป
  • 13.
    กมล สุดประเสริฐ. (2544). รูปแบบการบริหารและการจัดการศึกษาแบบกระจายอำนาจกรุงเทพ : สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ การมัธยมศึกษา , กอง , กรมสามัญศึกษา . (2544). แนวทางสู่ SBM การบริการโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของกรรมการสถานศึกษา . ( เอกสารอัดสำเนา ). ชัญญา อภิบาลกุล . (2545). รูปแบบการพัฒนาการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในการบริหารและการจัดการศึกษาภายใต้โครงการสร้างการกระจายอำนาจการบริหารการศึกษา : กรณีศึกษาของสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดขอนแก่น . วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฏีบัณฑิต สาขาพัฒนาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น . อุทัย บุญประเสริฐ . (2542) รายงานวิจัย การศึกษาแนวทางการบริหารและการจัดการศึกษาของสถานศึกษาในรูปแบบการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน . กรุงเทพฯ : สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ Adler , Amold N. (1999). A Study of Teachers Perceptions of School – based management s Impact on Teacher Empowerment. Dissertation Abstracts International. 60 – 11 A: 168. Belk , . J.D. (1998). Examining School – based management Practice and school change: A case study of an elementary school. ( CD – Rom ). Abstract From Pro Quest – File: Abstracts Item : AAC 9835254. Bukosky , A.E. (1999). Comprehensive high school restructuring: Utilizing school – based management and curricular reforms to increase student achievement comprehensive restructuring California. ZCD – Rom ). Abstract From Pro Quest – File: Dissertation Abstracts Item: AAC 9933792.
  • 14.
    การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน : กรณีศึกษาเชิงคุณภาพ โดย นายสุเทพ บุญประสพ วิทยานิพนธ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา ภาควิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร ปีหารศึกษา 2545 สุเทพ บุญประสพ : การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน : กรณีศึกษาเชิงคุณภาพ ( SCHOOL BASED MANAGEMENT: A QUALITATIVE CASE STUDY ) อาจารย์ผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์ : ผศ . ลัดดาสุวรรณกุล , อ . ว่าที่ พ . ต . ดร . นพดล เจนอักษร และอ . ดร . ศริยา สุขพานิช . 152 หน้า . ISBN 974 -653-308-8 การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) รูปแบบการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน 2) แนว ทางการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานโรงเรียนและชุมชนที่ใช้ศึกษาเป็นโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ผู้ให้ข้อมูลคือ ผู้บริหารโรงเรียน คณะครู และตัวแทนของชุมชนที่เป็นคณะกรรมการสถานศึกษาเขตพื้นฐาน ใช้วิธีการศึกษาเป็นรายกรณี เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลกระทำโดย การวิเคราะห์เอกสาร การสัมภาษณ์ การสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม และการจดบันทึก วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหาและการวิเคราะห์แบบสร้างข้อสรุป แล้วนำเสนอโดยวิธีพรรณ ผลการวิจัยพบว่า 1) รูปแบบการบริหารที่โรงเรียนใช้ในการบริหาร ใช้การบริหารโรงเรียน แบบกระจายอำนาจและชุมชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในการบริหารจัดการ คณะกรรมการบริหารเป็นคณะกรรมการ จากชุมชน รูปแบบที่เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนและบริบทของสังคมไทยคือรูปแบบที่ชุมชนเป็นหลักในการบริหาร 2) แนวทางการบริหารโรงเรียนประกอบด้วย การสร้างกรอบแนวคิดของโรงเรียนคือ การสร้างศรัทธาและความตระหนัก การวิเคราะห์สภาพแวดล้อม
  • 15.
    วัตถุประสงค์ของการวิจัย การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญคือ 1. เพื่อศึกษารูปแบบการบริหารโรงเรียนวัดโพธิ์รัตนาราม 2. เพื่อศึกษาแนวทางการบริหารโรงเรียนวัดโพธิ์รัตนาราม กรอบแนวคิดของการวิจัย ในการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ เพื่อต้องการศึกษารูปแบบและแนวทางการบริหารโรงเรียนวัดโพธิ์รัตนารามและชุมชนโพธิ์คู่ โดยศึกษาดังนี้ 1) บริบทสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนและชุมชน มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการศึกษาที่บริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานโดยมีแนวคิดในเรื่อง สภาพภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจ การเมือง สังคมและวัฒนธรรม ซึ่งเป็นบริบทที่สำคัญในการใช้เป็นกรอบแนวคิดในการวิจัย นอกจากนั้นยังใช้ข้อมูลด้าน จุดอ่อน จุดแข็ง โอกาสปัญหาอุปสรรคของโรงเรียนและชุมชนเพื่อวางแผนในการวิจัยอีกด้วย 2) งานของโรงเรียนซึ่งประกอบด้วยงานที่สำคัญสี่งานคือ งานวิชาการ งบประมาณ งานบริหารบุคคลและงานบริหารทั่วไปเป็นงานตามหน้าที่ของโรงเรียนตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 และสอดคล้องกับอำนาจหน้าที่การตัดสินใจของคณะกรรมการบริหารโรงเรียน ทางผู้วิจัยใช้เป็นกรอบแนวคิดในการวิจัยครั้งนี้ 3) รูปแบบการบริหารโรงเรียน แบบอย่างการบริหารโรงเรียนที่ผู้วิจัยใช้เป็นกรอบแนวคิดของการวิจัยได้แก่ รูปแบบที่ผู้บริหารเป็นหลัก รูปแบบที่ครูเป็นหลัก รูปแบบที่ชุมชนเป็นหลัก รูปแบบที่ครูและชุมชนเป็นหลัก รูปแบบต่างๆเหล่านี้เป็นรูปแบบที่โรงเรียนใช้ในการบริหารโรงเรียนมีความสำคัญและเหมาะสมตามบริบทของแต่ละโรงเรียน 4) แนวทางการบริหารโรงเรียน เป็นกลยุทธ์หรือวิธีการในการบริหารโรงเรียน โดยผู้วิจัยได้กำหนดกรอบแนวคิดเป็นวัฏจักรการพัฒนาโรงเรียนเพื่อศึกษาว่าขณะนี้โรงเรียนอยู่จุดใด มีสภาพเป็นอย่างไร โรงเรียนจะก้าวไปสู่ที่ใด จะก้าวไปอย่างไร และโรงเรียนจะทำอย่างไรให้โรงเรียนประสบผลสำเร็จในการบริหารโรงเรียน แนวทางที่เป็นกรอบแนวคิดที่สำคัญอีกประหนึ่ง
  • 16.
    ประชากร ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ โรงเรียนวัดโพธิ์รัตนาราม และชุมชนโพธิ์คู่ ( นามสมมติ ) สาเหตุที่เลือกโรงเรียนวัดโพธิ์รัตนาราม และชุมชนโพธิ์คู่ เพราะเป็นโรงเรียนประถมศึกษาที่จัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ เป็นโรงเรียนพระราชทานโดยมีชุมชนเป็นกำลังสำคัญและมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพของโรงเรียน ชุมชนมีอาชีพที่หลากหลายแต่อาชีพหลักคือเกษตรกรรม ความเป็นอยู่คล้ายกับบริบทของสังคมไทยโดยทั่วไป สรุปปัญหาและข้อมูลแนะในการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน บทสรุปที่ควรคำนึงถึงปัญหาและอุปสรรคในการนำรูปแบบและแนวทางการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานไปใช้ ปัญหาและอุปสรรคที่สำคัญ จากการศึกษาการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในโรงเรียนวัดโพธิ์รัตนารามได้พบว่ามีปัญหาที่สำคัญซึ่งเป็นประสบการณ์จากการบริหารไปใช้ สรุปได้หกประการสำคัญดังต่อไปนี้ 1. เวลา 2. ความคาดหวัง 3. คณะกรรมการสถานศึกษา 4. ความไม่สอดคล้องระหว่างความต้องการและการปฏิบัติ 5. ขาดความอิสระในการตัดสินใจ
  • 17.
    บรรณานุกรมกระทรวงศึกษาธิการ . “ ระเบียบคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พ . ศ . 2543.” 23 พฤษภาคม 2543 เฉิดศักดิ์ ชุมนุม . “ การจัดการโดยมีโรงเรียนเป็นฐาน : ยุทธศาสตร์สู่ความสำเร็จ .” โครงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ 2,16 (2542) : 26. ถวิล มาตรเลี่ยม . “ การบริหารจัดการโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน .” ปฏิรูปการศึกษา 1,8 ( มกราคม 2542) : 12. ประกอบ คุณารักษ์ . โครงการศึกษารูปแบบความร่วมมือขององค์กรชุมชน . กรุงเทพมหานคร : เอช เอน การพิมพ์ , 2531. เปลี่ยน ศิริรังสรรค์กุล . “ ความคิดเห็นของคณะกรรมการการศึกษา ประจำโรงเรียนประถมศึกษาเกี่ยวกับบทบาทของคณะกรรมการศึกษาประจำโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดพิษณุโลก .” ภานุวัฒน์ ภักดีวงค์ . “ ร่างรัฐธรรมนูญกับการกระจายอำนาจทางการศึกษา .” วารสารวิชาการ 1,3 ( มีนาคม 2541) : 27-34. ภาษาต่างประเทศ Assessment of School – Based Management. School – Based Management ( Online ). Accessed 1996. Available from Cheng, Yin Cheong. “ The theory and characteristics of school – based Management. “ International Journal of Educational Management . No 7 ( 1993 ) :6-17.
  • 18.
    ประสิทธิภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต 1 โดย นายสมศักดิ์ รอบคอบ วิทยานิพนธ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ชื่อเรื่องวิทยานิพนธ์ ประสิทธิภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต 1 บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาประสิทธิภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต 1 2) เปรียบเทียบประสิทธิภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานตามขนาดและที่ตั้งของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต 1 และ 3) ศึกษาแนวทางการพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานที่เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต 1 กลุ่มตัวอย่างเป็นสถานศึกษาขั้นพื้นฐานจำนวน 108 แห่ง เครื่องที่ใช้ประกอบด้วยแบบสอบถามละเทคนิคสนทนากลุ่ม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าความแปรปรวนทางเดียว และค่าทดสอบที วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป และวิเคราะห์สนทนากลุ่ม
  • 19.
    ผลการวิจัยพบว่า 1. ประสิทธิภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐมเขต 1 ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก 2. สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต 1 ที่มีขนาดและที่ตั้งของสถานศึกษาต่างกัน มีประสิทธิภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานไม่แตกต่างกัน 3. แนวทางการพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานที่เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต 1 ควรพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอน และกรรมการสถานศึกษาเกี่ยวกับการบริหารแบบมีส่วนร่วม ปรับปรุงระบบ การวางแผน การสร้างทีมงาน การมอบหมายงาน การระดมทรัพยากรทางการศึกษา การตัดสินใจ การประเมินผล การประกันคุณภาพทางการศึกษา การตรวจสอบภายใน การประชาสัมพันธ์ และให้มีการแต่งตั้งที่ปรึกษากฎหมาย การสร้างเครือข่ายการบริหารเพื่อช่วยเหลือในด้านการบริหารงบประมาณ
  • 20.
    วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อศึกษาประสิทธิภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต 1 2. เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต 1 จำแนกตามขนาดและที่ตั้งของสถานศึกษา 3. เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานที่เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต 1 กรอบแนวคิดในการวิจัย จากการศึกษาแนวคิดหลักการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานซึ่งเป็นข้อค้นพบจากงานวิจัยของอุทัย บุญประเสริฐ (2542 : 154 – 156 ) ที่ได้เสนอหลักการสำคัญของการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน 5 ประการ ประกอบด้วย 1) หลักการกระจายอำนาจ 2) หลักการมีส่วนร่วม 3) หลักการคืนอำนาจการจัดการศึกษาให้แก่ประชาชน 4) หลักการบริหารตนเอง 5) หลักการตรวจสอบถ่วงดุล จากหลักการดังกล่าวสามารถแสดงเป็นแผนภาพขอบข่ายแนวคิดทฤษฎีการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานดังนี้
  • 21.
    ขอบข่ายแนวคิดทฤษฎีการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน School –Based Management : SBM มิติขอบข่ายภารกิจ - งานบริหารวิชาการ - งานบริหารบุคคล - งานบริหารงบประมาณ - งานบริหารทั่วไป มิติหลักการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน - การกระจายอำนาจ - การมีส่วนร่วม - การบริหารตนเอง - การตรวจสอบและถ่วงดุล มิติผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง - คณะกรรมการสถานศึกษา - ผู้บริหารสถานศึกษา - ครูผู้สอน
  • 22.
    แผนภาพที่ 1 ขอบข่ายแนวคิดทฤษฎีการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ผู้วิจัยได้นำแนวคิดหลักการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานเป็นกรอบแนวคิดในการวิจัยโดยกำหนดเป็นตัวแปรตาม และกำหนดให้ขนาดสถานศึกษาและที่ตั้งของสถานศึกษาเป็นตัวแปรต้น ดังแผนภาพที่ 2 ตัวแปรต้น ตัวแปรตาม ขนาดสถานศึกษา - ขนาดใหญ่ - ขนาดกลาง - ขนาดเล็ก ที่ตั้งของสถานศึกษา - เขตเทศบาล - เขตองค์การบริหารส่วนตำบล ประสิทธิภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน - การกระจายอำนาจ - การมีส่วนร่วม - การคืนอำนาจการจัดการศึกษาให้แก่ประชาชน - การบริหารตนเอง - การตรวจสอบและถ่วงดุล
  • 23.
    ขอบเขตการวิจัย ประชากร ประชาการที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ สถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษานครปฐมเจต 1 จำนวน 142 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเทศบาล จำนวน 32 แห่ง และเขตองค์การบริหารส่วนตำบลจำนวน 110 แห่ง โดนจำแนกเป็นสถานศึกษาขนาดเล็ก 25 แห่ง ขนาดกลาง 63 แห่ง และขนาดใหญ่ 54 แห่ง กลุ่มตัวอย่าง การวิจัยนี้ใช้สถานศึกษาเป็นหน่วยในการวิเคราะห์ ( Unit of Analysis ) ดังนั้น กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยนี้จึงประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 เป็นสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต 1 ซึ่งได้มาโดยกำหนดขนาดและการสุ่ม ดังนี้ 1. กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง 2. สุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน 3. สุ่มอย่างง่าย เพื่อให้ได้รายชื่อสถานศึกษาตามข้อ 2) กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มผู้ให้ข้อมูลในการศึกษาแนวทางการพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารโดยใช้ โรงเรียนเป็นฐานที่เหมาะสมกับบริบทสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ตัวแปรที่ศึกษา ตัวแปรที่ใช้ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย ตัวแปรต้น คือ 1) ขนาดสถานศึกษาจำแนกเป็นขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็กและ 2) ที่ตั้ง ของสถานศึกษา จำแนกเป็นเขตเทศบาล และเขตองค์การบริหารส่วนตำบล ตัวประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ แปรตาม คือ ประสิทธิภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน 5 ด้าน ได้แก่ 1) การกระจายอำนาจ 2) การ มีส่วนร่วม 3) การคืนอำนาจการจัดการศึกษาให้แก่ประชาชน 4) การบริหารตนเอง และ 5) การตรวจสอบและ ถ่วงดุล
  • 24.
    ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. ผลจากการวิจัยจะเป็นข้อมูลสำหรับผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้เกี่ยวข้องเพื่อนำไปใช้ในการวางแผนและพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต 1 2. ผลการวิจัยจะเป็นแนวทางสำหรับเขตพื้นที่การศึกษาในการประสาน ส่งเสริมและสนับสนุน ให้สถานศึกษาในสังกัดพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานให้เหมาะสมและสอด คล้องกับบริบทของแต่ละสถานศึกษาต่อไป
  • 25.
    บรรณานุกรมภาษาไทย กมล สุดประเสริฐ . รายงานผลการวิจัย รูปแบบการบริหารและจัดการศึกษาแบบกระจายอำนาจ . กรุงเทพมหานคร : สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ , 2544. กรมสามัญศึกษา . เกณฑ์มาตรฐานโรงเรียนมัธยมศึกษา พ . ศ . 2539. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว , 2539 จุฑารัตน์ ชำนาญกิจ . พลังอำนาจของผู้บริหารที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาของคณะกรรมการโรงเรียน : กรณีศึกษาโรงเรียนปฏิรูปการศึกษา จังหวัดพังงา . วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต ภาควิชาการบริหารการศึกษาบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร , 2544. ประสิทธิ์ เขียวสี . การนำเสนอแบบจำลองการพัฒนาภาวะผู้นำของผู้บริหารโรงเรียนที่บริหารโดยใช้ โรงเรียนเป็นฐาน . ดุษฎีนิพนธ์ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต ภาควิชาบริหารการศึกษาคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , 2544 ดิเรก สายศิริวิทย์ . บทบาทของผู้บริหารในการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 6. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต ภาควิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ , 2545. ถวิล มาตรเลี่ยม . การปฏิรูปการศึกษา : โรงเรียนเป็นฐานการบริหารจัดการ . กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์เสมาธรรม , 2545. อุทัย บุญประเสริฐ . รายงานการศึกษาแนวทางการบริหารและการจัดการศึกษาในรูปแบบการบริหาร โดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน . กรุงเทพมหานคร : สกศ ., 2542.
  • 26.
    วิทยานิพนธ์ เรื่อง สภาพและปัญหาการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของโรงเรียนประถมศึกษาในสังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 3 โดย นายวิชาญ สิทธิศักดิ์ ความสมบูรณ์แห่งปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต ( การบริหารการศึกษา ) พ . ศ . 2547 บทคัดย่อ ผลการวิจัยพบว่า สภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานนั้นโรงเรียนส่วนใหญ่ดำเนินการบริหารงานวิชากรและการบริหารงานทั่วไป อยู่ในระดับปานกลาง ส่วนการบริหารงานงบประมาณและการบริหารงานบุคลากรนั้น โรงเรียนส่วนใหญ่ดำเนินการในระดับมากสำหรับปัญหาในการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานนั้น โรงเรียนส่วนใหญ่ประสบปัญหาการบริหารงานวิชาการในระดับปานกลางถึงมาก ส่วนปัญหาการบริหารงานงบประมาณนั้นโรงเรียนส่วนใหญ่ประสบปัญหาในระดับปานกลาง สำหรับการบริหารงานบุคลากรและการบริหารงานทั่วไปนั้นโรงเรียนส่วนใหญ่ประสบปัญหาในระดับน้อย ปัญหาที่สำคัญสำหรับของการบริหารงานทั้ง 4 ด้าน คือ 1.) ขาดแคลนงบประมาณ 2) กฎระเบียบและกฎหมายบางข้อยังไม่ได้รับการแก้ไขให้สอดคล้องกับการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน 3) คณะกรรมการสถานศึกษายังขาดความรู้เรื่องหลักสูตรการจัดการเรียนการสอนและระเบียบการเงินการพัสดุและไม่มีเวลาให้โรงเรียน 4) การระดมทรัพยากรทำได้ยากเพราะโรงเรียนตั้งอยู่ในเขตชุมชนที่มีความขัดสน
  • 27.
    กรอบแนวความคิด การปฏิรูปการศึกษา มีการใช้ พ . ร . บ . การศึกษา พ . ศ . 2542 และที่แก้ไข เพิ่มเติม ( ฉบับที่ 2) พ . ศ . 2545 มีการมอบอำนาจต่างๆในการตัดสินใจภายใต้กรอบของกฎหมายลงสู่โรงเรียนและคณะกรรมการ สถานศึกษา จากผลการศึกษาสถานะภาพของโรงเรียนทุกโรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 3 พบว่า ด้านปัจจัยภายนอกมีโอกาสที่เอื้อต่อการพัฒนา แต่ด้านปัจจัยภายในยังเป็นจุดอ่อนในการ พัฒนา ( สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สุราษฎร์ธานี เขต 3, 2546 : 1) ผู้วิจัยสนใจที่จะศึกษาว่าสภาพและ ปัญหาการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานโดยเฉพาะสถานะภาพด้านปัจจัยภายในซึ่งหมายถึงการบริหาร จัดการของโรงเรียนทุกด้านของโรงเรียนประถมศึกษา ในเขตพื้นที่การศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 3 วัตถุประสงค์ของการวิจัย การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ 1. เพื่อศึกษาสภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของโรงเรียนประถมศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สุราษฎร์ธานี เขต 3 2. เพื่อศึกษาปัญหาการบริหารโยใช้โรงเรียนเป็นฐานของโรงเรียนประถมศึกษาในสังกัดสำนักงานเขต พื้นที่การศึกษา สุราษฎร์ธานี เขต 3
  • 28.
    ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. ผลการวิจัยนำไปใช้เป็นข้อมูลสำหรับผู้บริหารโรงเรียนผู้ช่วยผู้บริหารโรงเรียนที่รับผิดชอบงานวิชาการ งานงบประมาณ งานบริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไป ดำเนินงานและแก้ปัญหา บริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 3 2. ผลการวิจัยนำไปใช้เป็นข้อมูลสำหรับคณะกรรมการสถานศึกษาที่รับผิดชอบโรงเรียนประถมศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 3 ได้นำไปเป็นแนวทางกำกับติดตามและช่วยเหลือโรงเรียนที่รับผิดชอบ ขอบเขตของการวิจัย 1. การวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยมุ่งศึกษาสภาพและปัญหาการบริหารการศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของโรงเรียนประถมศึกษาใน 4 ด้านตามภาระงานที่ได้ระบุไว้โดยสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (2534 ก : 18-19 ดังนี้ 1. ด้านวิชาการ 2. ด้านงบประมาณ 3. ด้านการบริหารงานบุคคล 4. ด้านบริหารทั่วไป 2. ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่ผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 3 ทุกโรงเรียนจำนวน 173 คน
  • 29.
    เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นแบบสอบถาม แบ่งเป็น 2 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 สถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม เป็นแบบสอบถามแบบตรวจสอบรายการ ( checklist ) ตอนที่ 2 สภาพของการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานเป็นแบบสอบถามชนิดมาตราส่วนประมาณค่า ( rating scale ) ตอนที่ 3 ปัญหาของการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานเป็นแบบสอบถามชนิดมาตราส่วนประมาณค่า ( rating scale ) ผลการวิจัย 1. สถานภาพผู้บริหารโรงเรียนส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุ 41-50 มากที่สุดสำหรับระดับการศึกษา มีวุฒิระดับปริญญาตรีมากที่สุดในด้านตำแหน่งพบว่าเป็นผู้อำนวยการมากที่สุดเมื่อพิจารณาประสบการณ์ในการดำรงตำแหน่งพบว่าผู้บริหารโรงเรียนปฏิบัติงานในตำแหน่ง 16-20 ปีมากที่สุด 2. สภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานสรุปผลวิจัยได้ดังนี้ 1. ด้านวิชาการ 2. ด้านงาบประมาณ 3. ด้านบุคลากร 4. ด้านบริหารทั่วไป
  • 30.
    บรรณานุกรมกรมสามัญศึกษา . 2544 ก รวมบทความเชิงวิชาการการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน . กรุงเทพมหานคร .( อัดสำเนา ) จุฬาพร ดีสุคนธ์ . 2537. การศึกษาสภาพปัญหาในการปฏิบัติงานของกรรมการศึกษาประจำโรงเรียนประถมศึกษาสำนักงานประถมศึกษาจังหวัดสมุทรปราการ . กรุงเทพมหานคร : วิทยานิพนธ์ปริญญาโท , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย . ดิเรก วรรณเศียร . 2544. การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน . ม . ป . ท . ( อัดสำเนา ) วันชัย ดนัยตโมนุท และ ไกร เกษทัน . 2543. การกระจายอำนาจการบริหารการศึกษาตามแนว พ . ร . บ . การศึกษาแห่งชาติ พ . ศ . 2542. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์การศาสนา . สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สุราษฎร์ธานี เขต 3. 2546. แผนกลยุทธ์ 2547-2549. สุราษฎร์ธานี . เสริมศักดิ์ วิศาลาภรณ์ . ม . ม . ป . รายงานการวิจัยการกระจายอำนาจทางการศึกษา . กรุงเทพมหานคร . ( อัดสำเนา ) อุทัย บุญประเสริฐ . 2542. รายงานการวิจัยเรื่องการศึกษาแนวทางการบริหารและการจัดการศึกษาของสถานศึกษาในรูปแบบการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน . กรุงเทพมหานคร : ครุสภาลาดพร้าว .