ยาสีฟันสมุนไพรสูตรโบราณ
จัดทำโดย
นำย กิตติภพ รักยุติธรรม เลขที่1 ม.4/8
นำย ธนกร จิระโสภำ เลขที่ 6 ม.4/8
ครูที่ปรึกษำ
นำง ดวงสมร คำเงิน
ภำคเรียนที่ 2 โรงเรียน เมืองสุรำษฎร์ธำนี
บทคัดย่อ
โครงงานเรื่อง ยาสีฟันสมุนไพรสูตรโบราณ เป็นการนําพืชสมุนไพรที่มีอยู่มากและมีอยู่
ทั่วไปตามสถานที่ต่าง ๆ ตามท้องถิ่น ซึ่งสมุนไพรต่าง ๆ ล้วนมีแต่สรรพคุณมากมายและ
สามารถนํามาใช้รักษาหรือแก้โรคต่าง ๆ เช่น ฟ้ าทะลายโจรแก้ไข้ แก้หวัด ว่านหางจระเข้
ช่วยดูดพิษ แก้ปวดแสบปวดร้อน ลดอาการอักเสบ สมานบาดแผล เป็นต้น ซึ่งพืช
สมุนไพรเหล่านี้สามารถเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้เช่น ยาสีฟัน น้ายาบ้วนปาก สบู่ ยา
รักษาโรค และยาฆ่าแมลง เป็นต้น คณะผู้จัดทําโครงงานสนใจที่จะทําผลิตภัณฑ์ยาสีฟัน
สมุนไพรสูตรโบราณ ที่ทํามาจากพืชสมุนไพรในท้องถิ่น
โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดทาโครงงานขึ้นเพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย ให้รู้จักการใช้
เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ โดยการทายาสีฟันสมุนไพรสูตรโบราณที่ปราศจากสารเคมี
เพื่อส่งเสริมให้ทุกคนหันมาให้ความสาคัญกับสุขภาพปากและฟันโดยการใช้ยาสีฟัน
สมุนไพรสูตรโบราณ ที่ปราศจากสารเคมีนี้
กิตติกรรมประกาศ
การจัดทําโครงงาน เรื่อง ยาสีฟันสมุนไพรสูตรโบราณ สําเร็จได้เนื่องจากคณะ
ผู้จัดทําโครงงานได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดี จากคุณครู ดวงสมร คําเงิน
ครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์ ที่คอยให้คําปรึกษาและช่วยเหลือเกี่ยวกับการจัดทํา
โครงงานเรื่อง ยาสีฟันสมุนไพรสูตรโบราณ และขอขอบใจเพื่อน ๆ ทุกคนที่
คอยเป็นกําลังใจให้ตลอดจนได้มีส่วนร่วมในการจัดทําโครงงานเรื่อง ยาสีฟัน
สมุนไพรสูตรโบราณ คณะผู้จัดทําโครงงานขอขอบพระคุณไว้เป็นอย่างสูง
คุณค่าและประโยชน์อันพึงมีมาจากการจัดทาโครงงาน เรื่อง ยาสีฟันสมุนไพร
สูตรโบราณ ขอเป็นกตัญญูแด่บิดา มารดาของคณะผู้จัดทําทุกคน และ
ขอขอบคุณทุกกาลังใจ และการให้ความช่วยเหลือจึงทาให้โครงงาน เรื่อง ยาสี
ฟันสมุนไพรสูตรโบราณ ประสบผลสําเร็จได้เป็นอย่างดี
บทที่ 1
บทนํา
ที่มาและความสาคัญของโครงงาน
ในปัจจุบันทุกคนเริ่มหันมาให้ความสนใจสุขภาพปากและฟันค่อนข้างสูง ซึ่งเห็น
ได้จากโฆษณาต่างๆไม่ว่าจะเป็น ยาสีฟัน แปรงสีฟัน หมากฝรั่ง แต่ที่กําลังเลือน
หายไปก็คือยาสีฟันสมุนไพรสูตรโบราณ ซึ่งเคยมีการใช้กันอย่างแพร่หลาย และ
มีต้นทุนในการผลิตต่า แถมยังมีประสิทธิภาพล้นเหลือ ซึ่งช่วยรักษาฟันและ
เหงือก กําจัดกลิ่นปาก ทําให้ปากสะอาดหอมสดชื่น และมีสรรพคุณช่วยรักษา
โรคได้ ดังนั้นโครงงานนี้จึงทดลองทํายาสีฟันสมุนไพรสูตรโบราณเพื่อใช้เอง ทา
ให้สมุนไพรมีประโยชน์มากขึ้น กล่าวคือ การนํามาแปรรูปจากพืชสมุนไพร
ธรรมดาที่มีสรรพคุณมากมายให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ยาสีฟันสมุนไพรสูตร
โบราณ ซึ่งสามารถทําเป็นรายได้เสริมให้แก่ตนเองหรือครอบครัวได้ คณะ
ผู้จัดทําจึงสนใจคิดทําโครงงานนี้ขึ้นมา
บทที่ 1
บทนํา
จุดมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้า
เพื่อทดลองทายาสีฟันสมุนไพรสูตรโบราณ ให้ได้ยาสีฟันสมุนไพรสูตรโบราณ ที่
ปราศจากสารเคมี และส่งเสริมให้ทุกคนหันมาให้ความสาคัญกับสุขภาพปาก
และฟันโดยการใช้ยาสีฟันสมุนไพรสูตรโบราณ ที่ปราศจากสารเคมี
วัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า
1. เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย
2. เพื่อให้รู้จักการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
3. เพื่อทํายาสีฟันสมุนไพรสูตรโบราณ ปราศจากสารเคมี
4. เพื่อส่งเสริมให้ทุกคนหันมาให้ความสาคัญกับสุขภาพปากและฟันโดยการใช้
ยาสีฟันสมุนไพรสูตรโบราณ ที่ปราศจากสารเคมี
บทที่ 1
บทนํา
สมมติฐานของการศึกษาค้นคว้า
พืชสมุนไพรที่หาได้ง่ายตามท้องถิ่นทั่วไปสามารถนามาผลิตยาสีฟันสมุนไพร
สูตรโบราณ ที่ปราศจากสารเคมีได้
ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า
1. การนําสมุนไพรที่มีอยู่ตามท้องถิ่นมาใช้ในการทําการทดลองการทายาสีฟัน
สมุนไพรสูตรโบราณ
2. นํามาทดลองใช้กับคณะผู้จัดทํา
3. การนําเปลือกข่อย กานพลู และเกลือ มาทาการทดลองการทายาสีฟัน
สมุนไพรสูตรโบราณ
บทที่ 2
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
กลุ่มยาแก้ปวดฟัน
ข่อย
ชื่อสมุนไพร ข่อย
ชื่ออื่นๆ กักไม้ฝอย ส้มพอ ส้มพล ส้มฝ่อ ซะโยเส่ สะนาย ตองขะแหน่ ขรอย ขันตา
ชื่อ
วิทยาศาสตร์ Streblus asper Lour.
ชื่อวงศ์ Moraceae
บทที่ 2
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดกลาง สูงถึง 5-10 เมตร เปลือกสีเทาอมเขียว
เปลือกในสีขาวหนา ผิวเรียบบาง มักมีขนอยู่โดยทั่วไป มียางขาวข้น แตกกิ่ง
ก้าน หนาแน่น ใบเดี่ยว เรียงสลับ แผ่นใบรูปรีหรือรูปไข่กลับ กว้าง 2-4
เซนติเมตร ยาว 4-8 เซนติเมตร ปลายแหลมและมีติ่งแหลมสั้น โคนสอบ
แคบ ผิวใบทั้งด้านบนและด้านล่างหนามากและสากคายเหมือนกระดาษ
ทราย ขอบใบหยักฟันเลื่อย ก้านใบสั้นมาก ยาว 1-3 มิลลิเมตร หูใบรูปหอก
ยาว 2-5 มิลลิเมตร มีขนราบ
ส่วนที่ใช้ : กิ่งสด เปลือก เปลือกต้น เมล็ด ราก ใบ
บทที่ 2
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
สรรพคุณ :
กิ่งสด - ทําให้ฟันทน ไม่ปวดฟัน ฟันแข็งแรง ไม่ผุ
เปลือก - แก้บิด แก้ท้องเสีย แก้ไข้ ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์
เปลือกต้น - แก้ริดสีดวงจมูก
เมล็ด
- ฆ่าเชื้อในช่องปาก และทางเดินอาหาร
- เป็นยาอายุวัฒนะ บํารุงธาตุ ขับลมในลําไส้
รากเปลือก - เป็นยาบํารุงหัวใจ
บทที่ 2
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
เกลือ
ลักษณะของเกลือแบ่งเป็น 2 ชนิด
1. เกลือเม็ด ผลิตโดยชาวนาเกลือทะเลและผู้ผลิตเกลือสินเธาว์ด้วยวิธีตาก นิยม
ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เช่น การดองผักผลไม้ และไอศกรีม
2. เกลือป่น ผลิตโดยโรงงานเกลือป่นที่ซื้อเกลือเม็ดจากชาวนาเกลือมาแปรรูป
เป็นเกลือป่น และผู้ผลิตเกลือสินเธาว์ด้วยวิธีการต้ม เกลือป่นที่ไม่ต้องผ่านการ
แปรรูปนิยมทาเป็นเกลือบริโภคตามบ้านเรือน
บทที่ 2
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
ประโยชน์ของเกลือ
1. โรคหวัด เมื่อเป็นจะมีอาการไอไม่หยุด ใช้น้าเย็นต้มสุกแล้ว 1 ถ้วย ใส่เกลือ 1 ช้อนชา คนให้เกลือละลาย
แล้วใช้บ้วนปากล้างคอ ทาเช่นนี้หลาย ๆ ครั้ง สามารถขจัดเสมหะในหลอดลมได้ อาการไอก็ทุเลา
2. จมูกอักเสบ คัด น้ามูกไหลไม่หยุด จมูกอักเสบเรื้อรัง ใช้น้าเกลือเจือจางล้าง ใช้ขวดสะอาดใส่น้าเกลือ
หยอดเข้าไปในรูจมูก เพราะเกลือมีคุณสมบัติฆ่าเชื้อแก้อักเสบ
3. หากมีอาการคอแห้ง เสียงแหบ ให้ดื่มน้าผสมเกลือเล็กน้อยจะรู้สึกชุ่มลาคอ
4. เร่งให้อาเจียน กินอาหารมีพิษ ดื่มสุราเกินขนาด อาหารไม่ย่อย ท้องไส้ปั่นป่วน ควรดื่มน้าเกลือเข้มข้น จะ
ทาให้อาเจียนออกมา
5. เป็นโรคตาแดง มีอาการบวมแดง ขี้ตามาก ใช้ผ้าขนหนูสะอาดห่อเกลือเล็กน้อย แช่ในน้าอุ่นที่เดือดแล้ว ใช้
ผ้าขนหนูเช็ดตา อาจมีอาการแสบบ้างก็ทนสักครู่ จะรู้สึกดีขึ้น
6. รักษาฟัน ใช้เกลือสีฟัน ทาให้ฟันขาวแข็งแรง ป้ องกันฟันผุ
7. หากยุงกัดเป็นตุ่ม ใช้เกลือขยี้บริเวณที่โดนกัด สักครู่จะหายคัน ตุ่มจะยุบ
8. ผิวหนังบวมคัน ใช้เกลือผสมน้าแล้วทาบริเวณที่คัน จะเห็นผลทันตา
9. ถ้ารู้สึกสมองไม่แจ่มใส ใช้เกลือผสมน้าอุ่นแล้วใช้อาบ จะรู้สึกสบาย สมองปลอดโปร่งขึ้น
บทที่ 2
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
การบูร
เป็นไม้ยืนต้น ขนาดกลางถึงใหญ่ สูง 15-30 เมตร ใบดําทึบ ใบเดี่ยว สีเขียว ยาว 7-10
เซนติเมตร รูปรีปลายแหลม ดอกช่อ สีขาวอมเขียวหรือเหลือง ขนาดเล็ก ออกเป็นกระจุก
ตามง่ามใบ ในเดือน มิ.ย.-ก.ค. ผมขนาดเล็กมีเมล็ด ผิวสีชมพูหรือนํ้าตาลม่วงเปลือกต้น
ผิวมันเกลี้ยง 0สีนํ้าตาลอมเขียว เกิดตามป่าดงดิบเขาสูง ขยายพันธ์ด้วยเมล็ดและกิ่งตอน
เปลือก และราก นามากลั่นด้วยไอนํ้า ได้การบูรดิบ
บทที่ 2
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
สรรพคุณ
ผงการบูร เป็นเกล็ดกลมเล็กๆสีขาวแห้ง อาจจับกันเป็นก้อนร่วนๆแตกง่าย ทิ้งไว้ในอากาศ จะระเหิดไปหมด
รสร้อนปร่าเมา บํารุงธาตุ ทําให้อาหารงวด ขับเสมหะและลม แก้ธาตุพิการ แน่นจุกเสียด ปวดท้อง ขับลมใน
ลําไส้ แก้ไอ แก้เลือดลม ชูกําลัง แก้คัน แก้โรคตา ขับลมให้ผาย กระจายลม บํารุงความกําหนัด ขับเหงื่อ แก้
ปวดตามเส้น เกลื่อนฝี แก้เคล็ดขัดยอก บวม แก้กระตุก แก้ปวดข้อ แก้ปวดเส้นประสาท แก้รอยผิวหนังแตก
แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย เป็นยาชาเฉพาะที่ แก้โรคผิวหนังเรื้อรัง ขับนํ้าเหลืองบํารุงหัวใจ ใช้ปรุงกลิ่นรส ในยา
อื่น ใช้ในการทําพลาสติกและเซลลูลอยด์ วางไว้ในห้อง ไล่แมลงรบกวน เช่น ยุง
สาระสําคัญ การบูร (Camphor) เป็น saturated ketone ซึ่งได้จาก การนําเอาเนื้อไม้การบูรด้วย
ไอนํ้า ได้การบูรดิบเนื้อไม้การบูร 20-40 ส่วน จะได้การบูรดิบ 1 ส่วน นําการบูรดิบไปแยกนํ้ามันออก แล้วทํา
ให้บริสุทธิ์ โดยการระเหิดหลายๆครั้ง ด้วยนํ้าปูนใสและถ่าน
การบูรเทียม เป็นการบูรสังเคราะห์ ทําจากสาร pinene ซึ่งพบในน้ามันสนกานพลู เป็นสมุนไพรที่มีกลิ่น
หอมเฉพาะ เป็นพืชที่ชอบความชื้นสูง ขึ้นในป่าดงดิบ เป็นพืชประจาถิ่นของประเทศฟิลิปปินส์ แต่ปัจจุบัน
ประเทศแทนซาเนียเป็นผู้ผลิตกานพลูส่งออกประมาณร้อยละ 80 ของปริมาณที่มีการใช้ในโลกที่เหลือผลผลิต
จะได้จากอินโดนีเซีย ศรีลังกา บราซิล และอินเดียตะวันตก
บทที่ 2
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
กานพลู
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Syzygium aromaticum (L.) Merr.& L.M.Perry
ชื่อพ้อง : Caryophyllus aromatica L. ; Eugenia aromatica (L.) Baill;
E.Caryophylla(Spreng.) Bullock et Harrison; E.caryophyllata
Thunb.
ชื่อสามัญ : Clove Tree
วงศ์ : Myrtaceae
บทที่ 2
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ไม้ต้น สูง 9-12 เมตร อาจสูงได้ถึง 20 เมตร เรือนยอดเป็นรูปกรวย
คว่า แตกกิ่งต่า ลําต้นตั้งตรง เปลือกเรียบ สีเทา ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปใบหอก รูปรี หรือรูปไข่
กลับแคบๆ กว้าง 8-11 ซม. ยาว 32-37 ซม. ปลายแหลมหรือเรียวแหลม โคนสอบแคบ ขอบ
เรียบ แผ่นใบด้านบนเป็นมัน มีต่อมนํ้ามันมาก เส้นแขนงใบข้างละ 15-20 เส้น ปลายเส้นโค้งจรด
กับเส้นถัดไปก่อนถึงขอบใบ ก้านใบยาว 1-2.5 ซม. ช่อดอกแบบช่อเชิงหลั่น ออกที่ปลายยอด
ยาวประมาณ 5 ซม. ก้านช่อดอกสั้นมาก แต่อาจยาวได้ถึง 1 ซม. ใบประดับรูปสามเหลี่ยม ยาว
2-3 มม. กลีบเลี้ยง 4 กลีบ โคนติดกันเป็นหลอดยาว 5-7 มม. เมื่อเป็นผลขยายออกเป็นรูปกรวย
ยาวประมาณ 1 ซม. ปลายแยกเป็นแฉกรูปไข่ ยาว 3-4 มม. กลีบดอก 4 กลีบ รูปขอบขนานหรือ
กลม ยาว 7-8 มม. มีต่อมมนํ้ามันมาก ร่วงง่าย เกสรเพศผู้จานวนมาก ร่วงง่าย ก้านชูอับเรณูยาว
ประมาณ 7 มม. ก้านเกสรเพศเมียยาวประมาณ 4 มม. ผล รูปไข่กลับกามรูปรี ยาว 2-2.5 ซม.
แก่จัดสีแดง มี 1 เมล็ด
กานพลูเป็นพรรณไม้พื้นเมืองของหมู่เกาะโมลุกกะ นําไปปลูกในเขตร้อนทั่วโลก ในปะเทศไทย
นํามาปลูกบ้างแต่ไม่แพร่หลาย ชอบขึ้นในดินร่วนซุย การระบายนํ้าดี ความชื้นสูง ฝนตกชุก ขึ้น
ได้ดีบนพื้นที่ราบถึงที่สูงจากระดับนํ้าทะเล 800-900 เมตร
บทที่ 2
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
ส่วนที่ใช้
เปลือกต้น ใบ ดอกตูม ผล นํ้ามันหอมระเหยกานพลุ
สรรพคุณ
เปลือกต้น แก้ปวดท้อง แก้ลม คุมธาตุ
ใบ แก้ปวดมวน
ดอกตูม รับประทานขับลม ใช้แต่งกลิ่น ดอกกานพลูแห้ง ที่ยังไม่ได้สกัดเอานํ้ามันออก และมีกลิ่น
หอมจัด มีนํ้ามันหอมระเหยมาก รสเผ็ด ช่วยขับลม แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้ อ ปวดท้อง และแน่น
จุกเสียด แก้อุจจาระพิการ แก้โรคเหน็บชา แก้หืด แก้ไอ แก้นํ้าเหลืองเสีย แก้เลือดเสีย ขับ
นํ้าคาวปลา แก้ลม แก้ธาตุพิการ บํารุงธาตุ ขับเสมหะ แก้เสมหะเหนียว ขับผายลม ขับลมในลําไส้
แก้ท้องเสียในเด็ก แก้ปากเหม็น แก้เลือดออกตามไรฟัน แก้รามะนาด กับกลิ่นเหล้า แก้ปวดฟัน
ผล ใช้เป็นเครื่องเทศ เป็นตัวช่วยให้มีกลิ่นหอม
นํ้ามันหอมระเหยกานพลู ใช้เป็นยาชาเฉพาะแห่ง แก้ปวดฟัน ฆ่าเชื้อทางทันตกรวม เป็นยาระงับ
การชักกระตุก ทําให้ผิวหนังชา
บทที่ 2
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
วิธีและปริมาณที่ใช้ แก้อาการท้องขึ้น ท้องอืดเฟ้ อ ขับลม และปวดท้อง ใช้ดอกกานพลูโต
เต็มที่ ที่ยังตูมอยู่ 4-6 ดอก หรือ 0.25 กรัม
ในผู้ใหญ่ ใช้ทุบให้ช้า ชงนํ้าดื่มครั้งละครึ่งถ้วยแก้ว
ในเด็ก ใช้ 1 ดอก ทุบแล้วใส่ลงในขวดนมเด็กอ่อน -ใช้ 1 ดอก ทุบใส่ในกระติกนํ้าที่ไว้ชงนม
ช่วยไม่ให้เด็กท้องขึ้นท้องเฟ้ อได้
ยาแก้ปวดฟัน
ใช้นํ้ามันจากการกลั่นดอกตูมของดอกกานพลู 4-5 หยด ใช้สาลีพันปลายไม้ จุ่มนํ้ามันจิ้ม
ในรูฟันที่ปวด จะทําให้อาการปวดทุเลา และใช้แก้โรครามะนาดก็ได้ หรือใช้ทั้งดอกเคี้ยว
แล้วอมไว้ตรงบริเวณที่ปวดฟันเพื่อระงับอาการปวด หรือใช้ ดอกกานพลูตาพอแหลกผสม
กับเหล้าขาวเพียงเล็กน้อยพอแฉะใช้จิ้มหรืออุดฟันที่ปวด
ระงับกลิ่นปาก
ใช้ดอกตูม 2-3 ดอก อมไว้ในปาก จะช่วยทําให้ระงับกลิ่นปากลงได้บ้าง
บทที่ 2
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
สารส้ม
สารส้ม (หรือ Alum) มีสูตรว่า K2SO4 Al2(SO4)3∙24H2O คือสารทําให้หดตัว (Astringent)
หรือที่เรียกว่าเกลือเชิงซ้อน (ผลึกเกลือ) ของสารประกอบที่มีธาตุอะลูมิเนียมและซัลเฟตเป็นสารประกอบหลัก
แบ่งออกเป็น 3 ประเภท
1. อะลูมิเนียมซัลเฟต มีลักษณะเป็นก้อนผงสีขาว
2. โพแทสเซียมอะลัม มีลักษณะเป็นผลึกใสไม่มีสี
3. แอมโมเนียมอะลัม มีลักษณะเป็นผลึกใสไม่มีสี
ทั้ง 3 สามารถนําไปใช้ประโยชน์ในแบบเดียวกันได้ และหากเติมแอมโมเนียมอะลัมและโพแทสเชียมลงไปจะทํา
ให้เป็นก้อนผลึกใสและบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น
บทที่ 2
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
คุณสมบัติของสารส้ม
1. ไม่มีสีและกลิ่น เหมาะสําหรับผู้ชอบใช้นํ้าหอมเพราะจะไม่มีกลิ่นไปรบกวนหรือหักล้างกลิ่นนํ้าหอมที่ใช้
2. ไม่เปื้อนเสื้อผ้า เพราะไม่มีส่วนผสมของครีมและนํ้ามัน
3. ปลอดภัยต่อร่างกาย คือไม่อุดตันรูขุมขน ไม่ซึมเข้าร่างกาย เพราะสารส้มทําให้เกิดประจุลบ จึงไม่สามารถ
ผ่านผนังเซลล์ได้ ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมและไม่ทําลายโอโซน
4. ไม่เสื่อมสภาพ มีความคงทนต่อสภาพแวดล้อม จึงไม่เสื่อมสภาวะที่อุณหภูมิห้อง
สรรพคุณ
1. สารส้มใช้แกว่งในบ่อเก็บนํ้าเพื่อให้สิ่งสกปรกตกตะกอน สามารถใช้ในการกําจัดกลิ่นตัวโดยเฉพาะใต้วง
แขน ดับกลิ่นได้ 100% และนานถึง 24 ชั่วโมง และสามารถใช้กําจัดกลิ่นเท้าได้
2. สารส้ม เป็นสารประกอบที่ใช้ในอุตสาหกรรมทําสีย้อม เนื่องจากเป็นสารประกอบที่มีไอออนของ
อะลูมิเนียม สามารถเกิดเป็นสารประกอบเชิงซ้อนกับสูตรโครงสร้างทางเคมีของสีและเส้นใยของพืช ทําให้สี
ติดเส้นใยได้ดีขึ้น สีจึงเข้มขึ้น
บทที่ 3
วิธีดําเนินการ
วิธีดําเนินการ
การดําเนินการจัดทาโครงงานครั้งนี้คณะผู้จัดทําได้ทําการดําเนินการตามลําดับดังต่อไปนี้
1. จัดกลุ่มการทําโครงงาน
2. เลือกหัวข้อในการทําโครงงาน
3. ประชุมวางแผนการทําโครงงาน
4. มอบหมายหน้าที่ที่คณะผู้จัดทําต้องรับผิดชอบ
5. เตรียมวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือให้พร้อม
6. ศึกษาสํารวจสมุนไพรในหมู่บ้านพร้อมสรรพคุณของสมุนไพรนั้น ๆ และหาข้อมูลวิธีการทายาสีฟันสมุนไพร
สูตรโบราณ
7. ลงมือรวบรวมข้อมูลสมุนไพรและนําตัวอย่างสมุนไพรมา พร้อมทายาสีฟันสมุนไพรสูตรโบราณ
8.บันทึกผล วิเคราะห์ สรุปข้อมูล
9.พิมพ์ออกมาเป็นชิ้นงาน
10. ตรวจดูข้อบกพร่องแล้วนํามาแก้ไข
11. จัดเอกสารเย็บเล่ม
12. นําเสนอผลงาน
บทที่ 3
วิธีดําเนินการ
แผนการกําหนดเวลาปฏิบัติงาน
วิธีดําเนินงาน ผู้ดําเนินงาน
-จัดกลุ่มทำโครงงำน ครู
-เลือกหัวข้อในการทําโครงงาน คณะผู้จัดทํา
- ประชุมวางแผนการทําโครงงาน คณะผู้จัดทํา
- ลงมือปฏิบัติงาน คณะผู้จัดทํา
- ตรวจสอบข้อบกพร่องและนามาแก้ไข คณะผู้จัดทํา
- จัดทําโครงงาน , รูปเล่มเอกสาร คณะผู้จัดทํา
- นําเสนอผลงาน คณะผู้จัดทํา
บทที่ 3
วิธีดําเนินการ
วัสดุอุปกรณ์
1. วัสดุ
1. เปลือกข่อย (บดเป็นผง) สีเหลือง 1/2 ถ้วย
2. เกลือ (เกลือป่น ผสมไอโอดีน) สีขาว 1/2 ถ้วย
4. การบูร(ผง) สีขาว 1/3 ถ้วย
5. กานพลู(บดเป็นผง) สีน้าตาล 1/2 ถ้วย
2. อุปกรณ์
1. ครก
2. ขวด
3. ช้อน
4. ถ้วย
5. เครื่องปั่น
บทที่ 3
วิธีดําเนินการ
ขั้นตอนการทํา
1. ขั้นตอนการเตรียมวัสดุ
เตรียมวัสดุอุปกรณ์การทํายาสีฟันสมุนไพรสูตรโบราณไว้ให้พร้อม
2. ขั้นตอนการทํายาสีฟันสมุนไพรสูตรโบราณ
1. นําวัสดุแต่ละอย่างมาบดให้ละเอียด แยกไว้เป็นถ้วย ๆ
2. นําส่วนผสมทั้งหมด นําผสมกันในถ้วย จนเป็นเนื้อเดียวกัน
3. บรรจุใส่ซองให้เรียบร้อยระวังอยํ่าให้ส่วนผสมชื้น ถํ้าชื้นให้นําไปตาก
แดดจนแห้งสนิท
บทที่ 4
ผลการดําเนินการ
จากการศึกษาพบว่า เปลือกข่อย แก้อาการปวดฟัน เกลือ แก้อาการปวด
ฟัน ทําให้ฟันสะอาด รักษาฟัน สารส้ม แก้อาการฟันโยกคลอน ทําให้ฟันรัด
ฟันแน่น การบูรทําให้ปากหอมสดชื่น กานพลู แก้อาการปวดฟัน และรักษา
ฟัน ซึ่งเมื่อนามาผสมกันก็จะให้ประโยชน์ในการดูแลรักษาฟันในการทําให้
สุขภาพฟันแข็งแรง และทําให้ลมลมหายใจสดชื่น และเมื่อนํามาทํายาสีฟัน
สมุนไพรสูตรโบราณ ก็ทําให้ได้ยาสีฟันสมุนไพรสูตรโบราณ ที่ใช้ทําความ
สะอาดปากและฟันให้ลมหายใจสดชื่น ลดแบคทีเรียในปาก และทําให้ฟัน
แข็งแรง
บทที่ 5
สรุปผลการทดลอง
สรุปผลการทดลอง
จากผลการทดลอง จะสรุปได้ว่า การนําสมุนไพรตามท้องถิ่นที่มีอยู่ทั่วไปมาทําเป็นผลิตภัณฑ์ยาสีฟันสมุนไพร
สูตรโบราณ ได้ผลิตภัณฑ์ตามที่ต้องการและผลิตภัณฑ์ยาสีฟันสมุนไพรสูตรโบราณ ที่ได้มีประสิทธิภาพในการ
ช่วยให้ทําความสะอาดปากและฟันให้ลมหายใจสดชื่น ลดแบคทีเรียในปาก และทําให้ฟันแข็งแรงเป็นต้น
นอกจากนี้สามารถทําเป็นรายได้เสริม สร้างงาน สร้างเงิน ให้แก่ตนเองหรือครอบครัวได้
ประโยชน์ของโครงงาน
1. ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย
2. สามารถใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
3. ได้ยาสีฟันสมุนไพรสูตรโบราณ ที่ปราศจากสารเคมี
4. สุขภาพฟันแข็งแรง ลมหายใจหอมสดชื่น และลดอาการปวดฟัน หรือฟันผุ
ข้อเสนอแนะ
1. เราอาจนําการทดลองนี้ไปใช้กับสมุนไพรชนิดอื่น ๆ ได้ตามท้องถิ่นที่มีอยู่ทั่วไป ได้
2. เราอาจนําสมุนไพรไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ได้ เช่น ยาสระผม นํ้ายาบ้วนปาก เป็นต้น
เอกสารอ้างอิง
http://bannthai.tripod.com/page1.htm
http://www.muslimthai.com/main/1428/conten
t.php
http://th.wikipedia.org/wiki
http://www.panyathai.or.th/wiki/index.php

ยาสีฟันสมุนไพรสูตรโบราณ

  • 1.
    ยาสีฟันสมุนไพรสูตรโบราณ จัดทำโดย นำย กิตติภพ รักยุติธรรมเลขที่1 ม.4/8 นำย ธนกร จิระโสภำ เลขที่ 6 ม.4/8 ครูที่ปรึกษำ นำง ดวงสมร คำเงิน ภำคเรียนที่ 2 โรงเรียน เมืองสุรำษฎร์ธำนี
  • 2.
    บทคัดย่อ โครงงานเรื่อง ยาสีฟันสมุนไพรสูตรโบราณ เป็นการนําพืชสมุนไพรที่มีอยู่มากและมีอยู่ ทั่วไปตามสถานที่ต่างๆ ตามท้องถิ่น ซึ่งสมุนไพรต่าง ๆ ล้วนมีแต่สรรพคุณมากมายและ สามารถนํามาใช้รักษาหรือแก้โรคต่าง ๆ เช่น ฟ้ าทะลายโจรแก้ไข้ แก้หวัด ว่านหางจระเข้ ช่วยดูดพิษ แก้ปวดแสบปวดร้อน ลดอาการอักเสบ สมานบาดแผล เป็นต้น ซึ่งพืช สมุนไพรเหล่านี้สามารถเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้เช่น ยาสีฟัน น้ายาบ้วนปาก สบู่ ยา รักษาโรค และยาฆ่าแมลง เป็นต้น คณะผู้จัดทําโครงงานสนใจที่จะทําผลิตภัณฑ์ยาสีฟัน สมุนไพรสูตรโบราณ ที่ทํามาจากพืชสมุนไพรในท้องถิ่น โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดทาโครงงานขึ้นเพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย ให้รู้จักการใช้ เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ โดยการทายาสีฟันสมุนไพรสูตรโบราณที่ปราศจากสารเคมี เพื่อส่งเสริมให้ทุกคนหันมาให้ความสาคัญกับสุขภาพปากและฟันโดยการใช้ยาสีฟัน สมุนไพรสูตรโบราณ ที่ปราศจากสารเคมีนี้
  • 3.
    กิตติกรรมประกาศ การจัดทําโครงงาน เรื่อง ยาสีฟันสมุนไพรสูตรโบราณสําเร็จได้เนื่องจากคณะ ผู้จัดทําโครงงานได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดี จากคุณครู ดวงสมร คําเงิน ครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์ ที่คอยให้คําปรึกษาและช่วยเหลือเกี่ยวกับการจัดทํา โครงงานเรื่อง ยาสีฟันสมุนไพรสูตรโบราณ และขอขอบใจเพื่อน ๆ ทุกคนที่ คอยเป็นกําลังใจให้ตลอดจนได้มีส่วนร่วมในการจัดทําโครงงานเรื่อง ยาสีฟัน สมุนไพรสูตรโบราณ คณะผู้จัดทําโครงงานขอขอบพระคุณไว้เป็นอย่างสูง คุณค่าและประโยชน์อันพึงมีมาจากการจัดทาโครงงาน เรื่อง ยาสีฟันสมุนไพร สูตรโบราณ ขอเป็นกตัญญูแด่บิดา มารดาของคณะผู้จัดทําทุกคน และ ขอขอบคุณทุกกาลังใจ และการให้ความช่วยเหลือจึงทาให้โครงงาน เรื่อง ยาสี ฟันสมุนไพรสูตรโบราณ ประสบผลสําเร็จได้เป็นอย่างดี
  • 4.
    บทที่ 1 บทนํา ที่มาและความสาคัญของโครงงาน ในปัจจุบันทุกคนเริ่มหันมาให้ความสนใจสุขภาพปากและฟันค่อนข้างสูง ซึ่งเห็น ได้จากโฆษณาต่างๆไม่ว่าจะเป็นยาสีฟัน แปรงสีฟัน หมากฝรั่ง แต่ที่กําลังเลือน หายไปก็คือยาสีฟันสมุนไพรสูตรโบราณ ซึ่งเคยมีการใช้กันอย่างแพร่หลาย และ มีต้นทุนในการผลิตต่า แถมยังมีประสิทธิภาพล้นเหลือ ซึ่งช่วยรักษาฟันและ เหงือก กําจัดกลิ่นปาก ทําให้ปากสะอาดหอมสดชื่น และมีสรรพคุณช่วยรักษา โรคได้ ดังนั้นโครงงานนี้จึงทดลองทํายาสีฟันสมุนไพรสูตรโบราณเพื่อใช้เอง ทา ให้สมุนไพรมีประโยชน์มากขึ้น กล่าวคือ การนํามาแปรรูปจากพืชสมุนไพร ธรรมดาที่มีสรรพคุณมากมายให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ยาสีฟันสมุนไพรสูตร โบราณ ซึ่งสามารถทําเป็นรายได้เสริมให้แก่ตนเองหรือครอบครัวได้ คณะ ผู้จัดทําจึงสนใจคิดทําโครงงานนี้ขึ้นมา
  • 5.
    บทที่ 1 บทนํา จุดมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้า เพื่อทดลองทายาสีฟันสมุนไพรสูตรโบราณ ให้ได้ยาสีฟันสมุนไพรสูตรโบราณที่ ปราศจากสารเคมี และส่งเสริมให้ทุกคนหันมาให้ความสาคัญกับสุขภาพปาก และฟันโดยการใช้ยาสีฟันสมุนไพรสูตรโบราณ ที่ปราศจากสารเคมี วัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า 1. เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย 2. เพื่อให้รู้จักการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ 3. เพื่อทํายาสีฟันสมุนไพรสูตรโบราณ ปราศจากสารเคมี 4. เพื่อส่งเสริมให้ทุกคนหันมาให้ความสาคัญกับสุขภาพปากและฟันโดยการใช้ ยาสีฟันสมุนไพรสูตรโบราณ ที่ปราศจากสารเคมี
  • 6.
    บทที่ 1 บทนํา สมมติฐานของการศึกษาค้นคว้า พืชสมุนไพรที่หาได้ง่ายตามท้องถิ่นทั่วไปสามารถนามาผลิตยาสีฟันสมุนไพร สูตรโบราณ ที่ปราศจากสารเคมีได้ ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า 1.การนําสมุนไพรที่มีอยู่ตามท้องถิ่นมาใช้ในการทําการทดลองการทายาสีฟัน สมุนไพรสูตรโบราณ 2. นํามาทดลองใช้กับคณะผู้จัดทํา 3. การนําเปลือกข่อย กานพลู และเกลือ มาทาการทดลองการทายาสีฟัน สมุนไพรสูตรโบราณ
  • 7.
    บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง กลุ่มยาแก้ปวดฟัน ข่อย ชื่อสมุนไพร ข่อย ชื่ออื่นๆกักไม้ฝอย ส้มพอ ส้มพล ส้มฝ่อ ซะโยเส่ สะนาย ตองขะแหน่ ขรอย ขันตา ชื่อ วิทยาศาสตร์ Streblus asper Lour. ชื่อวงศ์ Moraceae
  • 8.
    บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดกลาง สูงถึง5-10 เมตร เปลือกสีเทาอมเขียว เปลือกในสีขาวหนา ผิวเรียบบาง มักมีขนอยู่โดยทั่วไป มียางขาวข้น แตกกิ่ง ก้าน หนาแน่น ใบเดี่ยว เรียงสลับ แผ่นใบรูปรีหรือรูปไข่กลับ กว้าง 2-4 เซนติเมตร ยาว 4-8 เซนติเมตร ปลายแหลมและมีติ่งแหลมสั้น โคนสอบ แคบ ผิวใบทั้งด้านบนและด้านล่างหนามากและสากคายเหมือนกระดาษ ทราย ขอบใบหยักฟันเลื่อย ก้านใบสั้นมาก ยาว 1-3 มิลลิเมตร หูใบรูปหอก ยาว 2-5 มิลลิเมตร มีขนราบ ส่วนที่ใช้ : กิ่งสด เปลือก เปลือกต้น เมล็ด ราก ใบ
  • 9.
    บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง สรรพคุณ : กิ่งสด- ทําให้ฟันทน ไม่ปวดฟัน ฟันแข็งแรง ไม่ผุ เปลือก - แก้บิด แก้ท้องเสีย แก้ไข้ ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ เปลือกต้น - แก้ริดสีดวงจมูก เมล็ด - ฆ่าเชื้อในช่องปาก และทางเดินอาหาร - เป็นยาอายุวัฒนะ บํารุงธาตุ ขับลมในลําไส้ รากเปลือก - เป็นยาบํารุงหัวใจ
  • 10.
    บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง เกลือ ลักษณะของเกลือแบ่งเป็น 2ชนิด 1. เกลือเม็ด ผลิตโดยชาวนาเกลือทะเลและผู้ผลิตเกลือสินเธาว์ด้วยวิธีตาก นิยม ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เช่น การดองผักผลไม้ และไอศกรีม 2. เกลือป่น ผลิตโดยโรงงานเกลือป่นที่ซื้อเกลือเม็ดจากชาวนาเกลือมาแปรรูป เป็นเกลือป่น และผู้ผลิตเกลือสินเธาว์ด้วยวิธีการต้ม เกลือป่นที่ไม่ต้องผ่านการ แปรรูปนิยมทาเป็นเกลือบริโภคตามบ้านเรือน
  • 11.
    บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง ประโยชน์ของเกลือ 1. โรคหวัดเมื่อเป็นจะมีอาการไอไม่หยุด ใช้น้าเย็นต้มสุกแล้ว 1 ถ้วย ใส่เกลือ 1 ช้อนชา คนให้เกลือละลาย แล้วใช้บ้วนปากล้างคอ ทาเช่นนี้หลาย ๆ ครั้ง สามารถขจัดเสมหะในหลอดลมได้ อาการไอก็ทุเลา 2. จมูกอักเสบ คัด น้ามูกไหลไม่หยุด จมูกอักเสบเรื้อรัง ใช้น้าเกลือเจือจางล้าง ใช้ขวดสะอาดใส่น้าเกลือ หยอดเข้าไปในรูจมูก เพราะเกลือมีคุณสมบัติฆ่าเชื้อแก้อักเสบ 3. หากมีอาการคอแห้ง เสียงแหบ ให้ดื่มน้าผสมเกลือเล็กน้อยจะรู้สึกชุ่มลาคอ 4. เร่งให้อาเจียน กินอาหารมีพิษ ดื่มสุราเกินขนาด อาหารไม่ย่อย ท้องไส้ปั่นป่วน ควรดื่มน้าเกลือเข้มข้น จะ ทาให้อาเจียนออกมา 5. เป็นโรคตาแดง มีอาการบวมแดง ขี้ตามาก ใช้ผ้าขนหนูสะอาดห่อเกลือเล็กน้อย แช่ในน้าอุ่นที่เดือดแล้ว ใช้ ผ้าขนหนูเช็ดตา อาจมีอาการแสบบ้างก็ทนสักครู่ จะรู้สึกดีขึ้น 6. รักษาฟัน ใช้เกลือสีฟัน ทาให้ฟันขาวแข็งแรง ป้ องกันฟันผุ 7. หากยุงกัดเป็นตุ่ม ใช้เกลือขยี้บริเวณที่โดนกัด สักครู่จะหายคัน ตุ่มจะยุบ 8. ผิวหนังบวมคัน ใช้เกลือผสมน้าแล้วทาบริเวณที่คัน จะเห็นผลทันตา 9. ถ้ารู้สึกสมองไม่แจ่มใส ใช้เกลือผสมน้าอุ่นแล้วใช้อาบ จะรู้สึกสบาย สมองปลอดโปร่งขึ้น
  • 12.
    บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง การบูร เป็นไม้ยืนต้น ขนาดกลางถึงใหญ่สูง 15-30 เมตร ใบดําทึบ ใบเดี่ยว สีเขียว ยาว 7-10 เซนติเมตร รูปรีปลายแหลม ดอกช่อ สีขาวอมเขียวหรือเหลือง ขนาดเล็ก ออกเป็นกระจุก ตามง่ามใบ ในเดือน มิ.ย.-ก.ค. ผมขนาดเล็กมีเมล็ด ผิวสีชมพูหรือนํ้าตาลม่วงเปลือกต้น ผิวมันเกลี้ยง 0สีนํ้าตาลอมเขียว เกิดตามป่าดงดิบเขาสูง ขยายพันธ์ด้วยเมล็ดและกิ่งตอน เปลือก และราก นามากลั่นด้วยไอนํ้า ได้การบูรดิบ
  • 13.
    บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง สรรพคุณ ผงการบูร เป็นเกล็ดกลมเล็กๆสีขาวแห้งอาจจับกันเป็นก้อนร่วนๆแตกง่าย ทิ้งไว้ในอากาศ จะระเหิดไปหมด รสร้อนปร่าเมา บํารุงธาตุ ทําให้อาหารงวด ขับเสมหะและลม แก้ธาตุพิการ แน่นจุกเสียด ปวดท้อง ขับลมใน ลําไส้ แก้ไอ แก้เลือดลม ชูกําลัง แก้คัน แก้โรคตา ขับลมให้ผาย กระจายลม บํารุงความกําหนัด ขับเหงื่อ แก้ ปวดตามเส้น เกลื่อนฝี แก้เคล็ดขัดยอก บวม แก้กระตุก แก้ปวดข้อ แก้ปวดเส้นประสาท แก้รอยผิวหนังแตก แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย เป็นยาชาเฉพาะที่ แก้โรคผิวหนังเรื้อรัง ขับนํ้าเหลืองบํารุงหัวใจ ใช้ปรุงกลิ่นรส ในยา อื่น ใช้ในการทําพลาสติกและเซลลูลอยด์ วางไว้ในห้อง ไล่แมลงรบกวน เช่น ยุง สาระสําคัญ การบูร (Camphor) เป็น saturated ketone ซึ่งได้จาก การนําเอาเนื้อไม้การบูรด้วย ไอนํ้า ได้การบูรดิบเนื้อไม้การบูร 20-40 ส่วน จะได้การบูรดิบ 1 ส่วน นําการบูรดิบไปแยกนํ้ามันออก แล้วทํา ให้บริสุทธิ์ โดยการระเหิดหลายๆครั้ง ด้วยนํ้าปูนใสและถ่าน การบูรเทียม เป็นการบูรสังเคราะห์ ทําจากสาร pinene ซึ่งพบในน้ามันสนกานพลู เป็นสมุนไพรที่มีกลิ่น หอมเฉพาะ เป็นพืชที่ชอบความชื้นสูง ขึ้นในป่าดงดิบ เป็นพืชประจาถิ่นของประเทศฟิลิปปินส์ แต่ปัจจุบัน ประเทศแทนซาเนียเป็นผู้ผลิตกานพลูส่งออกประมาณร้อยละ 80 ของปริมาณที่มีการใช้ในโลกที่เหลือผลผลิต จะได้จากอินโดนีเซีย ศรีลังกา บราซิล และอินเดียตะวันตก
  • 14.
    บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง กานพลู ชื่อวิทยาศาสตร์ :Syzygium aromaticum (L.) Merr.& L.M.Perry ชื่อพ้อง : Caryophyllus aromatica L. ; Eugenia aromatica (L.) Baill; E.Caryophylla(Spreng.) Bullock et Harrison; E.caryophyllata Thunb. ชื่อสามัญ : Clove Tree วงศ์ : Myrtaceae
  • 15.
    บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ไม้ต้นสูง 9-12 เมตร อาจสูงได้ถึง 20 เมตร เรือนยอดเป็นรูปกรวย คว่า แตกกิ่งต่า ลําต้นตั้งตรง เปลือกเรียบ สีเทา ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปใบหอก รูปรี หรือรูปไข่ กลับแคบๆ กว้าง 8-11 ซม. ยาว 32-37 ซม. ปลายแหลมหรือเรียวแหลม โคนสอบแคบ ขอบ เรียบ แผ่นใบด้านบนเป็นมัน มีต่อมนํ้ามันมาก เส้นแขนงใบข้างละ 15-20 เส้น ปลายเส้นโค้งจรด กับเส้นถัดไปก่อนถึงขอบใบ ก้านใบยาว 1-2.5 ซม. ช่อดอกแบบช่อเชิงหลั่น ออกที่ปลายยอด ยาวประมาณ 5 ซม. ก้านช่อดอกสั้นมาก แต่อาจยาวได้ถึง 1 ซม. ใบประดับรูปสามเหลี่ยม ยาว 2-3 มม. กลีบเลี้ยง 4 กลีบ โคนติดกันเป็นหลอดยาว 5-7 มม. เมื่อเป็นผลขยายออกเป็นรูปกรวย ยาวประมาณ 1 ซม. ปลายแยกเป็นแฉกรูปไข่ ยาว 3-4 มม. กลีบดอก 4 กลีบ รูปขอบขนานหรือ กลม ยาว 7-8 มม. มีต่อมมนํ้ามันมาก ร่วงง่าย เกสรเพศผู้จานวนมาก ร่วงง่าย ก้านชูอับเรณูยาว ประมาณ 7 มม. ก้านเกสรเพศเมียยาวประมาณ 4 มม. ผล รูปไข่กลับกามรูปรี ยาว 2-2.5 ซม. แก่จัดสีแดง มี 1 เมล็ด กานพลูเป็นพรรณไม้พื้นเมืองของหมู่เกาะโมลุกกะ นําไปปลูกในเขตร้อนทั่วโลก ในปะเทศไทย นํามาปลูกบ้างแต่ไม่แพร่หลาย ชอบขึ้นในดินร่วนซุย การระบายนํ้าดี ความชื้นสูง ฝนตกชุก ขึ้น ได้ดีบนพื้นที่ราบถึงที่สูงจากระดับนํ้าทะเล 800-900 เมตร
  • 16.
    บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง ส่วนที่ใช้ เปลือกต้น ใบดอกตูม ผล นํ้ามันหอมระเหยกานพลุ สรรพคุณ เปลือกต้น แก้ปวดท้อง แก้ลม คุมธาตุ ใบ แก้ปวดมวน ดอกตูม รับประทานขับลม ใช้แต่งกลิ่น ดอกกานพลูแห้ง ที่ยังไม่ได้สกัดเอานํ้ามันออก และมีกลิ่น หอมจัด มีนํ้ามันหอมระเหยมาก รสเผ็ด ช่วยขับลม แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้ อ ปวดท้อง และแน่น จุกเสียด แก้อุจจาระพิการ แก้โรคเหน็บชา แก้หืด แก้ไอ แก้นํ้าเหลืองเสีย แก้เลือดเสีย ขับ นํ้าคาวปลา แก้ลม แก้ธาตุพิการ บํารุงธาตุ ขับเสมหะ แก้เสมหะเหนียว ขับผายลม ขับลมในลําไส้ แก้ท้องเสียในเด็ก แก้ปากเหม็น แก้เลือดออกตามไรฟัน แก้รามะนาด กับกลิ่นเหล้า แก้ปวดฟัน ผล ใช้เป็นเครื่องเทศ เป็นตัวช่วยให้มีกลิ่นหอม นํ้ามันหอมระเหยกานพลู ใช้เป็นยาชาเฉพาะแห่ง แก้ปวดฟัน ฆ่าเชื้อทางทันตกรวม เป็นยาระงับ การชักกระตุก ทําให้ผิวหนังชา
  • 17.
    บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง วิธีและปริมาณที่ใช้ แก้อาการท้องขึ้นท้องอืดเฟ้ อ ขับลม และปวดท้อง ใช้ดอกกานพลูโต เต็มที่ ที่ยังตูมอยู่ 4-6 ดอก หรือ 0.25 กรัม ในผู้ใหญ่ ใช้ทุบให้ช้า ชงนํ้าดื่มครั้งละครึ่งถ้วยแก้ว ในเด็ก ใช้ 1 ดอก ทุบแล้วใส่ลงในขวดนมเด็กอ่อน -ใช้ 1 ดอก ทุบใส่ในกระติกนํ้าที่ไว้ชงนม ช่วยไม่ให้เด็กท้องขึ้นท้องเฟ้ อได้ ยาแก้ปวดฟัน ใช้นํ้ามันจากการกลั่นดอกตูมของดอกกานพลู 4-5 หยด ใช้สาลีพันปลายไม้ จุ่มนํ้ามันจิ้ม ในรูฟันที่ปวด จะทําให้อาการปวดทุเลา และใช้แก้โรครามะนาดก็ได้ หรือใช้ทั้งดอกเคี้ยว แล้วอมไว้ตรงบริเวณที่ปวดฟันเพื่อระงับอาการปวด หรือใช้ ดอกกานพลูตาพอแหลกผสม กับเหล้าขาวเพียงเล็กน้อยพอแฉะใช้จิ้มหรืออุดฟันที่ปวด ระงับกลิ่นปาก ใช้ดอกตูม 2-3 ดอก อมไว้ในปาก จะช่วยทําให้ระงับกลิ่นปากลงได้บ้าง
  • 18.
    บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง สารส้ม สารส้ม (หรือAlum) มีสูตรว่า K2SO4 Al2(SO4)3∙24H2O คือสารทําให้หดตัว (Astringent) หรือที่เรียกว่าเกลือเชิงซ้อน (ผลึกเกลือ) ของสารประกอบที่มีธาตุอะลูมิเนียมและซัลเฟตเป็นสารประกอบหลัก แบ่งออกเป็น 3 ประเภท 1. อะลูมิเนียมซัลเฟต มีลักษณะเป็นก้อนผงสีขาว 2. โพแทสเซียมอะลัม มีลักษณะเป็นผลึกใสไม่มีสี 3. แอมโมเนียมอะลัม มีลักษณะเป็นผลึกใสไม่มีสี ทั้ง 3 สามารถนําไปใช้ประโยชน์ในแบบเดียวกันได้ และหากเติมแอมโมเนียมอะลัมและโพแทสเชียมลงไปจะทํา ให้เป็นก้อนผลึกใสและบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น
  • 19.
    บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง คุณสมบัติของสารส้ม 1. ไม่มีสีและกลิ่นเหมาะสําหรับผู้ชอบใช้นํ้าหอมเพราะจะไม่มีกลิ่นไปรบกวนหรือหักล้างกลิ่นนํ้าหอมที่ใช้ 2. ไม่เปื้อนเสื้อผ้า เพราะไม่มีส่วนผสมของครีมและนํ้ามัน 3. ปลอดภัยต่อร่างกาย คือไม่อุดตันรูขุมขน ไม่ซึมเข้าร่างกาย เพราะสารส้มทําให้เกิดประจุลบ จึงไม่สามารถ ผ่านผนังเซลล์ได้ ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมและไม่ทําลายโอโซน 4. ไม่เสื่อมสภาพ มีความคงทนต่อสภาพแวดล้อม จึงไม่เสื่อมสภาวะที่อุณหภูมิห้อง สรรพคุณ 1. สารส้มใช้แกว่งในบ่อเก็บนํ้าเพื่อให้สิ่งสกปรกตกตะกอน สามารถใช้ในการกําจัดกลิ่นตัวโดยเฉพาะใต้วง แขน ดับกลิ่นได้ 100% และนานถึง 24 ชั่วโมง และสามารถใช้กําจัดกลิ่นเท้าได้ 2. สารส้ม เป็นสารประกอบที่ใช้ในอุตสาหกรรมทําสีย้อม เนื่องจากเป็นสารประกอบที่มีไอออนของ อะลูมิเนียม สามารถเกิดเป็นสารประกอบเชิงซ้อนกับสูตรโครงสร้างทางเคมีของสีและเส้นใยของพืช ทําให้สี ติดเส้นใยได้ดีขึ้น สีจึงเข้มขึ้น
  • 20.
    บทที่ 3 วิธีดําเนินการ วิธีดําเนินการ การดําเนินการจัดทาโครงงานครั้งนี้คณะผู้จัดทําได้ทําการดําเนินการตามลําดับดังต่อไปนี้ 1. จัดกลุ่มการทําโครงงาน 2.เลือกหัวข้อในการทําโครงงาน 3. ประชุมวางแผนการทําโครงงาน 4. มอบหมายหน้าที่ที่คณะผู้จัดทําต้องรับผิดชอบ 5. เตรียมวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือให้พร้อม 6. ศึกษาสํารวจสมุนไพรในหมู่บ้านพร้อมสรรพคุณของสมุนไพรนั้น ๆ และหาข้อมูลวิธีการทายาสีฟันสมุนไพร สูตรโบราณ 7. ลงมือรวบรวมข้อมูลสมุนไพรและนําตัวอย่างสมุนไพรมา พร้อมทายาสีฟันสมุนไพรสูตรโบราณ 8.บันทึกผล วิเคราะห์ สรุปข้อมูล 9.พิมพ์ออกมาเป็นชิ้นงาน 10. ตรวจดูข้อบกพร่องแล้วนํามาแก้ไข 11. จัดเอกสารเย็บเล่ม 12. นําเสนอผลงาน
  • 21.
    บทที่ 3 วิธีดําเนินการ แผนการกําหนดเวลาปฏิบัติงาน วิธีดําเนินงาน ผู้ดําเนินงาน -จัดกลุ่มทำโครงงำนครู -เลือกหัวข้อในการทําโครงงาน คณะผู้จัดทํา - ประชุมวางแผนการทําโครงงาน คณะผู้จัดทํา - ลงมือปฏิบัติงาน คณะผู้จัดทํา - ตรวจสอบข้อบกพร่องและนามาแก้ไข คณะผู้จัดทํา - จัดทําโครงงาน , รูปเล่มเอกสาร คณะผู้จัดทํา - นําเสนอผลงาน คณะผู้จัดทํา
  • 22.
    บทที่ 3 วิธีดําเนินการ วัสดุอุปกรณ์ 1. วัสดุ 1.เปลือกข่อย (บดเป็นผง) สีเหลือง 1/2 ถ้วย 2. เกลือ (เกลือป่น ผสมไอโอดีน) สีขาว 1/2 ถ้วย 4. การบูร(ผง) สีขาว 1/3 ถ้วย 5. กานพลู(บดเป็นผง) สีน้าตาล 1/2 ถ้วย 2. อุปกรณ์ 1. ครก 2. ขวด 3. ช้อน 4. ถ้วย 5. เครื่องปั่น
  • 23.
    บทที่ 3 วิธีดําเนินการ ขั้นตอนการทํา 1. ขั้นตอนการเตรียมวัสดุ เตรียมวัสดุอุปกรณ์การทํายาสีฟันสมุนไพรสูตรโบราณไว้ให้พร้อม 2.ขั้นตอนการทํายาสีฟันสมุนไพรสูตรโบราณ 1. นําวัสดุแต่ละอย่างมาบดให้ละเอียด แยกไว้เป็นถ้วย ๆ 2. นําส่วนผสมทั้งหมด นําผสมกันในถ้วย จนเป็นเนื้อเดียวกัน 3. บรรจุใส่ซองให้เรียบร้อยระวังอยํ่าให้ส่วนผสมชื้น ถํ้าชื้นให้นําไปตาก แดดจนแห้งสนิท
  • 24.
    บทที่ 4 ผลการดําเนินการ จากการศึกษาพบว่า เปลือกข่อยแก้อาการปวดฟัน เกลือ แก้อาการปวด ฟัน ทําให้ฟันสะอาด รักษาฟัน สารส้ม แก้อาการฟันโยกคลอน ทําให้ฟันรัด ฟันแน่น การบูรทําให้ปากหอมสดชื่น กานพลู แก้อาการปวดฟัน และรักษา ฟัน ซึ่งเมื่อนามาผสมกันก็จะให้ประโยชน์ในการดูแลรักษาฟันในการทําให้ สุขภาพฟันแข็งแรง และทําให้ลมลมหายใจสดชื่น และเมื่อนํามาทํายาสีฟัน สมุนไพรสูตรโบราณ ก็ทําให้ได้ยาสีฟันสมุนไพรสูตรโบราณ ที่ใช้ทําความ สะอาดปากและฟันให้ลมหายใจสดชื่น ลดแบคทีเรียในปาก และทําให้ฟัน แข็งแรง
  • 25.
    บทที่ 5 สรุปผลการทดลอง สรุปผลการทดลอง จากผลการทดลอง จะสรุปได้ว่าการนําสมุนไพรตามท้องถิ่นที่มีอยู่ทั่วไปมาทําเป็นผลิตภัณฑ์ยาสีฟันสมุนไพร สูตรโบราณ ได้ผลิตภัณฑ์ตามที่ต้องการและผลิตภัณฑ์ยาสีฟันสมุนไพรสูตรโบราณ ที่ได้มีประสิทธิภาพในการ ช่วยให้ทําความสะอาดปากและฟันให้ลมหายใจสดชื่น ลดแบคทีเรียในปาก และทําให้ฟันแข็งแรงเป็นต้น นอกจากนี้สามารถทําเป็นรายได้เสริม สร้างงาน สร้างเงิน ให้แก่ตนเองหรือครอบครัวได้ ประโยชน์ของโครงงาน 1. ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย 2. สามารถใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ 3. ได้ยาสีฟันสมุนไพรสูตรโบราณ ที่ปราศจากสารเคมี 4. สุขภาพฟันแข็งแรง ลมหายใจหอมสดชื่น และลดอาการปวดฟัน หรือฟันผุ ข้อเสนอแนะ 1. เราอาจนําการทดลองนี้ไปใช้กับสมุนไพรชนิดอื่น ๆ ได้ตามท้องถิ่นที่มีอยู่ทั่วไป ได้ 2. เราอาจนําสมุนไพรไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ได้ เช่น ยาสระผม นํ้ายาบ้วนปาก เป็นต้น
  • 26.