More Related Content
PDF
โครงงานชาผักสมุนไพรพื้นบ้าน PDF
PDF
DOCX
DOCX
DOC
โครงงานวิทยาศาสตร์แชมพูสระผมมะกรูด PPT
สอนการใช้สมุนไพรสำหรับนักเรียน DOCX
โครงงาน เรื่อง สมุนไพรครีมพอกหน้า What's hot
DOC
PDF
โครงงานเเยมกล้วย(Complete) PDF
PDF
PDF
ตัวอย่างการเขียนโครงงาน 5 บท PDF
PDF
ใบงานคำที่มาจากภาษาต่างประเทศ PDF
โครงงาน เรื่อง การย้อมผ้าจากเปลือกมังคุด DOC
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
ตัวอย่างโครงงานคอมพิวเตอร์ DOCX
PDF
PDF
ที่มาและความสำคัญของโครงงาน PDF
DOCX
PDF
Similar to โครงงานลูกประคบสมุนไพร
PDF
PDF
PDF
โครงงานเรื่องสเปรย์สมุนไพร PPTX
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PPTX
PDF
DOC
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
นำเสนอโครงงานคอม(แก้ไขแล้ว) PDF
PPT
PDF
More from Nattakarntick
PDF
โครงงาน การพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา PDF
โครงงานการพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา PDF
โครงงานการพัฒนาสื่อเพื่อนการศึกษา PDF
PDF
PDF
โครงงานประเภท การพัฒนาสื่อเพื่อนการศึกษา PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PPTX
ความหมายและความสำคัญของโครงงานคอมพิวเตอร์ PDF
PDF
ความหมายและความสำคัญของโครงงานคอมพิวเตอร์ PDF
PDF
PDF
โครงงานพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ PDF
PDF
PDF
ใบงานที่ 5 โครงงานประเภทการพัฒนาเครื่องมือ โครงงานลูกประคบสมุนไพร
- 1.
- 2.
• ประเภทโครงงาน
โครงงานลูกประคบสมุนไพร
• ที่มาและความสาคัญ
•ชื่อโครงงาน
• วัตถุประสงค์และขอบเขตของโครงงาน
• ความหมายของลูกประคบ
• วัตถุดิบในการทา
• วัสดุ/อุปกรณ์
• หลักการและทฤษฏี • วิดีโอการทา
• ขั้นตอนวิธีการประคบ
• ข้อควรระวังในการประคบ
• การเก็บลูกประคบ
• วิธีดาเนินงาน
• ผลที่คาดว่าจะได้รับ
• กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง
• บรรณานุกรม
• สมาชิกกลุ่ม
- 3.
- 4.
- 5.
- 6.
ลูกประคบ (Herbal Compress)
การประคบด้วยสมุนไพรเป็น
วิธีการบาบัดรักษาของการแพทย์แผนไทย ซึ่ง
ใช้ควบคู่กับการนวดไทย คือ มักทาการประคบ
หลังจากนวดเสร็จแล้ว ผลของการรักษาด้วย
การประคบสมุนไพร เกิดจากผลของความร้อน
ที่ได้จากการประคบ คือ ช่วยทาให้เนื้อเยื่อ
พังผืดยืดตัวออก ลดการติดขัดของข้อต่อ ลด
การเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ ลดปวด ช่วยลดการ
บวมที่เกิดจากการอักเสบของกล้ามเนื้อ เอ็น
และข้อต่อ หลังการบาดเจ็บ 24 - 28
ชั่วโมง และช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต
หน้าหลัก
- 7.
- 8.
- 9.
- 10.
- 11.
- 12.
- 13.
- 14.
- 15.
ไพล
ชื่อวงศ์ : RUTACEAE
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
มะกรูด: เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ลาต้นสูง 2 - 12 เมตร ลาต้นและ
กิ่ง มีหนามแหลม
ใบมะกรูด : มีลักษณะเป็นรูปไข่กว้างถึงไข่แกมรี หรือขอบขนาน ปลาย
ใบมน
ผล : เป็นผลเดี่ยวค่อนข้างกลม บางพันธุ์มีผิวขรุขระ มีจุกที่หัวผล เปลือก
หนา สีเขียว เมื่อสุก มีสีเหลือง มีเมล็ดหลายเมล็ด
หน้าหลัก
- 16.
- 17.
ตะไคร้
ตะไคร้ : (Takhrai),Lemongrass
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cymbopogon citratus Stapf.
วงศ์ : GRAMINEAE
ถิ่นกาเนิด : อินโดนีเซีย ศรีลังกา พม่า อินเดีย อเมริกาใต้ ไทย
รูปลักษณะ : ไม้ล้มลุกทีมีอายุได้หลายปี ชอบดินร่วนซุย ปลูกได้
ตลอดปี ใบสีเขียวยาวแหลม ดอกฟูสีขาว หัวโตขึ้น
จากดินเป็นกอๆ กลิ่นหอมฉุนค่อนข้างร้อน
สรรพคุณและส่วนที่นามาใช้เป็นยา
น้ามันจากใบและต้น – แต่งกลิ่นอาหาร เครื่องดื่ม สบู่
ลาต้นแก่หรือเหง้า – แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ ขับปัสสาวะ แก้นิ่ว ขับ
ประจาเดือน
หน้าหลัก
- 18.
- 19.
นาพาความร้อน และตัวยาสมุนไพรให้ซึมผ่านผิวหนังได้ดีเกลือ
สรรพคุณ...ของเกลือ
๑. แก้ตะคริวใช้เกลือละลายน้าดื่มแก้ตะคริวได้บางท่านก่อนจะลงว่ายน้าถ้าได้ดื่มน้าเกลือก่อนจะ
ช่วยให้ไม่เป็นตะคริว
๒. แก้คลื่นไส้ เมาสุรา ใช้เกลือ ๑/๒ ช้อนกาแฟต่อน้า ๑ แก้ว ผสมกันแล้วดื่ม อาการคลื่นไส้จะ
หายไป
๓. แก้อาการร้อนในกระหายน้า ใช้เกลือละลายน้าสะอาด ๑ แก้ว ดื่มก่อนเข้านอนหรือตื่นนอน
ตอนเช้าแก้อาการร้อนในกระหายน้าได้ผลดี
๔. รักษาโรคกระเพาะ ใช้เกลือ ๑ ช้อนชา ละลาย น้า ๑ แก้ว กินทุกเช้าหลังจากตื่นนอน ช่วย
รักษาโรคกระเพาะได้
๕. แก้เป็นลม เอาเกลือทะเลละลายกับน้าร้อน หรือน้าเย็นดื่มแก้อาการเป็นลม หน้ามืด วิงเวียน
ตาลาย เพราะร่างกายอ่อนเพลียได้ผลดี
๖. แก้ถูกยาเบื่อ ใช้เกลือ ๑ ช้อนโต๊ะ ละลายน้าอุ่น ๑/๒ แก้ว กินครั้งเดียวกันอาเจียนออกมา
๗. แก้แผลปากเปื่อย ใส่เกลือบริเวณแผลแล้วอมไว้ ครั้งแรกจะรู้สึกแสบ ครั้งต่อไปแผลจะหาย
๘. แก้เผ็ด ถ้ากินอาหารรสจัด ๆ รู้สึกแสบที่ปากอมเกลือแล้วทิ้งไว้สักครู่ก็จะหาย
หน้าหลัก
- 20.
- 21.
การบูร ช่วยแต่งกลิ่นให้ หอมโล่งจมูก
ประโยชน์ของการบูร
1. น้ามันการบูรจะช่วยกระตุ้นความรู้สึกและทาให้จิตใจโล่งและปลอดโปร่ง ช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะและ
ทาให้ตื่นตัว ช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะ เมารถ เมาเรือ
2. ใช้เป็นยาชาเฉพาะที่
3. ช่วยแก้รอยผิวหนังแตกในช่วงฤดูหนาว
4. กิ่งก้านและใบ สามารถนามาใช้แต่งกลิ่นอาหารและขนมได้ เช่น ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเนื้อสัตว์ ไส้กรอก
เบคอน ข้าวหมกไก่ ลูกกวาด แยม เยลลี่ เครื่องดื่มโคคาโคลา เหล้า หรือใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องพะโล้
เครื่องแกงมัสมั่น ผงกะหรี่ คุกกี้ ขนมเค้ก ฯลฯ ใช้แต่งกลิ่นยา และใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารประเภท
ผักดอง ซอส เป็นต้น
5. การบูรเมื่อนามาวางในห้องหรือตู้เสื้อผ้าจะสามารถช่วยไล่ยุงและแมลง และยังนามาผสมเป็นตัวดับกลิ่น
อับในรองเท้าได้อีกด้วย
6. ใช้เป็นส่วนผสมในตารับยาหอมต่างๆ เช่น ยาหอมเทพจิตร ยาหอมทิพโอสถ ยาประสะไพล ยาธาตุ
บรรจบ ยาประสะกานพลู ยามันทธาตุ ยาไฟประลัยกัลป์ ยาประสะเจตพังคี ยาธรณีสัณฑะฆาต ยาธาตุ
อบเชย หรือนามาใช้ทาน้ามันไพล ลูกประคบ พิมเสนน้า
หน้าหลัก
- 22.
- 23.
พิมเสน ช่วยบารุงหัวใจ
ต้นพิมเสน ชื่อวิทยาศาสตร์Pogostemon cablin (Blanco) Benth. ตระกูล
Labiatae สารสาคัญเป็นบอนีออล (Borneol) โดยส่วน ใบ ปรุงเป็นยาเย็น
ถอนพิษร้อน แก้ไข้ทุกชนิด ทาให้ความร้อนในร่างกายลดลง โดยมากมักปรุงเป็น
ยาเขียว ถอนพิษไข้ ยาจันทลีลา และ ยังมียาทางล้านนาอีกที่ใช้ ทั้งต้นของ ต้น
พิมเสนนี้ มีกลิ่นหอมเย็น ฉุน เป็นเครื่องยาชนิดหนึ่งในยาหอมแก้ลม ยาเย็น
สาหรับดับร้อนถอนพิษไข้และยาเขียว ใบสดใช้ต้มน้าดื่มแก้ปวดประจาเดือน เป็น
ยาขับประจาเดือน(หมายถึงอาการที่ประจาเดือนมาไม่สม่าเสมอ) ยาชงจากยอดแห้ง
และรากแห้ง ดื่มเป็นยาขับปัสสาวะ(ทาให้ปัสสาวะไม่ติดขัด) และ ใช้ช่วยขับลมใน
ทางเดินอาหาร
หน้าหลัก
- 24.
- 25.
ข่า
ชื่อสมุนไพร : ข่า
ชื่อวิทยาศาสตร์: Zingiber montanum (Koenig) Link ex Dietr.
ชื่อพ้อง : Z.purpureum Roscoe
วงศ์ : Zingiberaceae
ชื่ออื่น : ปูลอย ปูเลย (ภาคเหนือ) ว่านไฟ (ภาคกลาง) มิ้นสะล่าง(ฉาน-แม่ฮ่องสอน)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ล้มลุกสูง 0.7-1.5 เมตร มีเหง้าใต้ดิน เปลือกสีน้าตาลแกม
เหลือง เนื้อในสีเหลืองถึงเหลืองแกมเขียวแทงหน่อหรือลาต้นเทียมขึ้นเป็นกอ ซึ่ง
ประกอบด้วยกาบหรือโคนใบหุ้มซ้อนกัน ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนานแกมใบหอก กว้าง
3.5-5.5 เซนติเมตร ยาว 18-35 เซนติเมตร ดอกช่อ แทงจากเหง้าใต้ดิน กลีบดอกสีนวล
ใบประดับสีม่วง ผลเป็นผลแห้งรูปกลม
หน้าหลัก
- 26.
- 27.
- 28.
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ต้น: เป็นพรรณไม้ล้มลุก มีเหง้าอยู่ใต้ดินมากเป็นพรรณไม้เดียวกันกับว่านหรือขิงมีลา
ต้นสูงประมาณ 50-70 ซม. เนื้อในจะมีสีเหลืองอมส้มและมีกลิ้นหอม
ใบ: เป็นใบเดี่ยวขนาดใหญ่ รูปหอกแกมขนานกัน กว้างประมาณ 8-10 ซม. และยาว
ประมาณ 30-40 ซม. ก้านใบยาวราวประมาณ 8-15 ซม. เป็นก้านใบแคบ ๆ มีร่อง
แผ่คลี่ออกเล็กน้อย หน้าแล้งใบนั้นจะแห้งเหลือเหง้าใต้ดินอยู่
ดอก: จะออกเป็นช่อใหญ่สวย ก้านช่อนั้นจะยาวพุ่งออกมาจากใต้ดิน ก้านช่อดอกมี
ยาวประมาณ 5-8ซม.ส่วนใบประดับสีเขียวอ่อน ๆ หรือ สีขาว ตรงปลายช่อดอกจะมีสี
ชมพูอ่อน จะจัดเรียงซ้อนกันอย่างระเบียบ ใบประดับ 1 ใบ จะมีดอกอยู่ 2 ดอก ใบ
ประดับย่อยนั้นรูปขอบจะขนานยาว 3-3.5 ซม. กลีบรองกลีบดอกจะเชื่อมติดกันเป็น
รูปท่อ มีขน กลีบดอกจะมีสีขาว ตรงโคนเชื่อมติดกันเป็นท่อยาว ปลายของมันจะแยก
เป็น 3 ส่วน
หน้าหลัก
- 29.
- 30.
ชื่อสามัญ ; PorcupineOrange, Kiffir Lime,
Leech Lime, Mauritius papeda
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Citrus hystrix DC
ผิวใบมะกรูด
ชื่ออังกฤษ ; Galangal, False galangal, Greater
galanga
ชื่อท้องถิ่น : กฏุกกโรหิณี, ข่าหยวก, ข่าหลวง, สะเอเชย, เสะ
เออเคย
หน้าหลัก
- 31.
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
พืชล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน เหง้ามีข้อหรือปล้องเห็นได้ชัดใบ
เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับกัน ใบรูปหอกมีปลายแหลม รูปรีหรือ
เกือบขอบขนาน ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ โคนใบแหลมก้านใบมีขน
เล็กน้อย กาบใบแผ่ออกหุ้มต้น ดอกเป็นช่อออกที่ปลายยอด ก้านช่อมี
ผิวเกลี้ยง ไม่มีขน แต่แกนกลางช่อมีขน ดอกมีขนาดเล็ก ใบประดับรูป
ไข่ กลีบเลี้ยงสีขาวอมเขียว มีขน โคนกลีบเลี้ยงเชื่อมติดกัน ปลายแยก
เป็นหยักมนๆ กลีบดอกมีโคนเชื่อมติดกันเป็นหลอดสั้นๆ ปลายแยก
เป็น 3 กลีบ มีกลีบบนหนึ่งกลีบ กลีบล่างสองกลีบ ที่โคนกลีบดอกมีผล
รูปกลมหรือรี สีแดงอมส้ม เมื่อแก่จัดจะเปลี่ยนเป็นสีดา ภายในมี 2-3
เมล็ด
หน้าหลัก
- 32.
- 33.
มะกรูด
ลักษณะทั่วไป
ไม้ต้นขนาดเล็ก สูง 2-8เมตร เปลือกต้นเรียบ สีน้าตาล มีหนามแหลมตามกิ่ง
ก้าน ใบ เป็นใบประกอบที่มีใบย่อยใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ปลายใบและโคนใบมน
ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบเป็นมันสีเขียวเข้ม มีต่อมน้ามันอยู่ตามผิวใบ มีกลิ่น
หอมเฉพาะ ก้านใบมีปีกดูคล้ายใบ ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบที่ปลายกิ่ง ดอกสี
ขาว กลีบเลี้ยงมี 5 กลีบ กลีบดอกมี 5 แฉก โคนกลีบดอกติดกัน ผล เป็นรูปทรง
กลมหรือรูปไข่ โคนผลเรียวเป็นจุก ผิวขรุขระ มีต่อมน้ามัน ผลอ่อนสีเขียวแก่ สุก
เป็นสีเหลือง มีรสเปรี้ยว เมล็ดกลมรี สีขาว มีหลายเมล็ด
ส่วนที่ใช้
ผล ผิวของผล น้าของผล ใบ และราก
หน้าหลัก
- 34.
สารสาคัญ
ในใบและผลมะกรูด เมื่อนามากลั่นด้วยไอน้าจะให้น้ามันหอม ระเหยใน
ปริมาณ0.08 % และ4 % ตามลาดับ น้ามันหอมระเหยจากผิวมะกรูด
มักประกอบด้วยเบต้า-ไพนีน, ไลโมนีนและซาบินีน เป็นสารหลัก
ส่วนน้ามันหอมระเหยจากใบจะประกอบด้วย ซีโทรเนลลาล,ไอโซพูลิ
โกล และไลนาลูออล เป็นสารหลัก ส่วนในน้ามะกรูดมีกรดซิตริก ไว
ตามินซี และกรดอินทรีย์ชนิดอื่น ๆ เป็นส่วนประกอบ
สรรพคุณทางยา ขับลมแก้จุกเสียด
หน้าหลัก
- 35.
คุณสมบัติ
1. ใช้เป็นยาหรือส่วนผสมของยาต่าง ๆคือ น้าในผลแก้อาการท้องอืด ช่วย
ให้เจริญอาหาร น้ามะกรูดใช้ดองยา เพื่อใช้ฟอกเลือด และบารุงโลหิตสตรี
เนื้อของผลใช้เป็นยาแก้อาการปวดศีรษะ ใบมะกรูดใช้เป็นยาขับลมในลาไส้
แก้จุกเสียด ผลมะกรูดที่คว้านไส้ออกนามหาหิงส์ใส่แทนใช้เป็นยาขับลมแก้
ปวดท้องในเด็กอ่อน
2. ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องหอมและเครื่องสาอางค์ต่าง ๆ
3. กรด Citric ช่วยขจัดคราบสบู่ (ด่าง) ที่หลงเหลืออยู่ ทาให้ผมหวีง่าย
น้ามันจากผิวมะกรูดช่วยให้ผมดกเป็นเงางาม
4. ใช้ปรุงแต่งกลิ่นรสอาหาร ในดับกลิ่นคาวของอาหาร ใช้เป็นส่วนผสมใน
เครื่องแกงต่าง ๆ
หน้าหลัก
- 36.
วิธีการปลูก
ควรปลูกด้วยกิ่งตอน ก่อนจะปลูกควรนาปุ๋ยคอกมาใส่ผสมกับดิน เพื่อให้ดินมี
อาหารอุดมสมบูรณ์ดีหลุมที่ปลูกมีขนาดกว้าง x ยาว x ลึก
ประมาณ80เซนติเมตรก่อนที่จะวางพืชลงปลูกในหลุมควรหาใบไม้ใบหญ้าแห้งที่
เน่าเปื่อยผุพังใส่รองก้นหลุมระยะปลูกประมาณ 5 x 5เมตร
การปฏิบัติดูแลรักษา
การให้น้า ในระยะที่ปลูกมะกรูดใหม่ ๆ ต้องหมั่นรดน้าให้ความชุ่มชื้นแก่พืช จะทาให้พืชตั้งตัวได้
เร็ว แตกใบอ่อนกิ่งอ่อนดี
การใส่ปุ๋ย ควรใส่ปุ๋ยเพิ่มธาตุอาหารให้พืชเป็นครั้งคราว ซึ่งอาจเป็นปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ย
วิทยาศาสตร์ และปุ๋ยชีวภาพก็ได้ ปกติจะรับประทานใบมะกรูดเป็นอาหารจึงมักใช้ปุ๋ยที่มี
ไนโตรเจนสูง เช่น 20-14-14 หรือใส่ปุ๋ยพื้น เช่น 15-15-15
การป้องกันกาจัดศัตรูพืช จะมีหนอนของผีเสื้อกลางคืนกัดกินใบมะกรูดและยอดอ่อน จึงควรตรวจ
ตราจับหนอนดังกล่าวในเวลาเช้าแล้วทาลายทิ้งเสีย
หน้าหลัก
- 37.
- 38.
- 39.
- 40.
- 41.
- 42.
- 43.
- 44.
- 45.
- 46.
- 47.
- 48.
ขั้นตอนวิธีการประคบ ลูกประคบสมุนไพร
1. จัดท่าผู้ป่วยให้เหมาะสมในท่านั่งหรือนอน
2. นาลูกประคบสมุนไพรที่นึ่งจนร้อนมาทดสอบความร้อน โดยแตะที่ท้องแขน หรือ
หลังมือก่อนนาไปประคบ
3. ในการประคบสมุนไพรต้องทาด้วยความรวดเร็ว ในขณะที่ลูกประคบสมุนไพร
กาลังร้อน เมื่อลูกประคบสมุนไพรเย็นลงจึงวางลูกประคบสมุนไพรไว้ได้นานขึ้น
4. เมื่อลูกประคบสมุนไพรคลายความร้อน จึงเปลี่ยนลูกประคบอีกลูกหนึ่งแทน
หน้าหลัก
- 49.
- 50.
ข้อควรระวังในการประคบ ลูกประคบสมุนไพร
1. ห้ามใช้ลูกประคบสมุนไพรที่ร้อนเกินไป โดยเฉพาะกับบริเวณผิวหนังอ่อน ๆ หรือบริเวณที่เป็น
แผลมาก่อน ถ้าจาเป็นต้องประคบควรมีผ้ารองหรือรอจนกว่าลูกประคบสมุนไพรจะคลายความร้อนลง
2. ควรระวังเป็นพิเศษในผู้ป่วยโรคเบาหวาน อัมพาต เด็ก และผู้สูงอายุ เนื่องจากกลุ่มบุคคล
ดังกล่าวมีการตอบสนองความรู้สึกช้า อาจทาให้ผิวหนังพองได้ ถ้าจาเป็นต้องประคบให้ใช้ลูกประคบ
สมุนไพรอุ่น ๆ
3. ไม่ควรใช้ลูกประคบสมุนไพร กรณีที่มีการอักเสบใน 24 ชั่วโมงแรก เพราะอาจทาให้การอักเสบ
มากขึ้น ควรประคบด้วยความเย็นก่อน
4. หลังจากประคบสมุนไพรแล้ว ไม่ควรอาบน้าทันที เพราะจะไปชะล้างตัวยาออกจากผิวหนัง
และร่างกายอาจปรับตัวไม่ทัน
หน้าหลัก
- 51.
- 52.
- 53.
งบประมาณ ประมาณ 450บาท
สถานที่ดาเนินการ
- บ้านของผู้จัดทา
- โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย อาเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
หน้าหลัก
- 54.
- 55.
- 56.
- 57.
- 58.
- 59.
- 60.