More Related Content
PPT
PDF
คู่มือการใช้สมุนไพรสำหรับประชาชน PDF
PDF
คู่มือการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก PPT
PPTX
PDF
PDF
What's hot
PDF
ใบงานที่ 1.1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง เครื่องมือเกษตร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 PDF
เกณฑ์การให้คะแนนข้อสอบวิทยาศาสตร์ ชุดที่ 2 PDF
PDF
กฎหมายเกี่ยวกับธุรกิจโรงแรม PDF
บทที่ 1 อะตอมและตารางธาตุ PDF
ใบงานที่ 1 รวมกลุ่มเศรษฐกิจฯ พร้อมเฉลย PPTX
PDF
คำศัพท์ทางทัศนศิลป์สำหรับใช้บรรยายผลงานทางทัศนศิลป์ PDF
DOCX
สเปรย์สมุนไพรปรับอากาศจากสมุนไพร PPTX
หน่วยที่ 2 ระบบเศรษฐกิจในโลกปัจจุบัน PPTX
สื่อการสอน เรื่อง เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ PPTX
DOC
แบบฝึกหัดที่ 2 เซลล์พืช และเซลล์สัตว์ PDF
1.ตัวอย่างแผนบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง DOCX
PDF
การตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืช DOCX
PDF
PPT
Similar to ลูกประคบสมุนไพร
PDF
PDF
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPTX
PPTX
PPT
PPT
PPT
More from aromdjoy
PDF
PDF
PDF
ข้อสอบ7วิชาสามัญ วิชาคณิตศาสตร์ PDF
PDF
PDF
ข้อสอบ O net 50 สุขศึกษา ม 6 PDF
ข้อสอบ O net 52 สังคมศึกษา PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
Correction onet m6_housework_53 ลูกประคบสมุนไพร
- 1.
- 2.
- 3.
ลูกประคบสมุนไพร
• ลูกประคบสมุนไพร คือการใช้สมุนไพรหลายอย่างมาห่อรวมกัน
ส่วนใหญ่เป็นสมุนไพรทีมนามันหอมระเหย โดยนามานึ่งให้ร้อนประคบ
่ ี ้
บริเวณทีปวดหรือเคล็ดขัดยอกซึ่งน้ามันหอมระเหยเมือถูกความร้อน จะ
่
่
ระเหยออกมา ความร้อนจากลูกประคบจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต
ดีขึ้น และ ยังมีสารสาคัญจากสมุนไพรบางชนิดทีซมเข้าทางผิวหนัง ช่วย
่ึ
รักษาอาการเคล็ด ขัด ยอก และลดปวดได้
- 4.
ชนิดของการประคบสมุนไพร
ลูกประคบมี 2 ชนิดคือ ลูกประคบสมุนไพรสดและลูกประคบสมุนไพรแห้ง
1.ลูกประคบสมุนไพรสด
่
ข้ อดี คือ การใช้สมุนไพรสดในการปรุ งลูกประคบนั้นสมุนไพรจะมีน้ าอยูแล้วจึงไม่
จาเป็ นต้องพรมน้ าก่อนนาไปใช้ ไม่ตองตากแห้ง ไม่ตองอบฆ่าเชื้อไม่ตองกลัวขึ้นรา
้
้
้
ข้ อจากัด คือ เมื่อปรุ งลูกประคบเสร็ จแล้ว ต้องรี บนาไปใช้ ไม่สามารถเก็บไว้ได้นานใน
อุณหภูมิปกติ ต้องเก็บในตูเ้ ย็นหรื อภาชนะบรรจุพิเศษ
2.ลูกประคบสมุนไพรแห้ ง
ข้ อดี คือ เก็บไว้ได้นาน สะดวกในการนาไปใช้ สามารถเตรี ยมสมุนไพรที่ใช้ ในการ
ปรุ งลูกประคบได้ครบถ้วนมากขึ้น เนื่องจากสมุนไพรบางชนิดไม่สามารถ หาได้ใน
ท้องถิ่น ต้องหามาจากแหล่งอื่น
- 5.
สมุนไพรที่ใช้ในการทาลูกประคบ
ไพล
ชื่ออืน : ปูลอยปูเลย (ภาคเหนือ) ว่านไฟ (ภาคกลาง) มิ้นสะล่าง(ฉาน-แม่ฮ่องสอน)
่
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ลมลุกสูง 0.7-1.5 เมตร มีเหง้าใต้ดิน เปลือกสี น้ าตาล
้
แกมเหลือง เนื้อในสี เหลืองถึงเหลืองแกมเขียว แทงหน่อหรื อลาต้นเทียมขึ้นเป็ นกอ ซึ่ ง
ประกอบด้วยกาบหรื อโคนใบหุ มซ้อนกัน ใบเดี่ยว เรี ยงสลับ รู ปขอบขนานแกมใบหอก
้
กว้าง 3.5-5.5 เซนติเมตร ยาว 18-35 เซนติเมตร ดอกช่อ แทงจากเหง้าใต้ดิน กลีบดอกสี
นวล ใบประดับสี ม่วง ผลเป็ นผลแห้งรู ปกลม
- 6.
สรรพคุณ
• เหง้ า
-เป็ นยาแก้ทองขึ้น ท้องอืดเฟ้ อ ขับลม
้
- แก้บิด ท้องเดิน ขับประจาเดือนสตรี ทาแก้ฟกบวม แก้ผนคัน
ื่
- เป็ นยารักษาหืด
- เป็ นยากันเล็บถอด
- ใช้ตมน้ าอาบหลังคลอด
้
• นาคั้นจากเหง้ า - รักษาอาการเคล็ดขัดยอก ฟกบวม แพลงช้ าเมื่อย
้
• หัว - ช่วยขับระดู ประจาเดือนสตรี เลือดร้าย แก้มุตกิตระดูขาว แก้อาเจียน แก้
ปวดฟัน
• ดอก - ขับโลหิ ตกระจายเลือดเสี ย
• ต้ น - แก้ธาตุพการ แก้อุจาระพิการ
ิ
• ใบ - แก้ไข้ ปวดเมื่อย แก้ครั่นเนื้อครั่นตัว แก้เมื่อย
- 7.
มะกรู ด
• ชื่ออืน: มะขุน มะขูด (ภาคเหนือ) มะขู (กะเหรี่ ยง-แม่ฮ่องสอน) ส้มกรู ด ส้มมัวผี
่
่
(ภาคใต้)
• ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ตนขนาดเล็ก สูง 2-8 เมตร เปลือกต้นเรี ยบ สี น้ าตาล มี
้
หนามแหลมตามกิ่งก้าน ใบ เป็ นใบประกอบที่มีใบย่อยใบเดี่ยว ออกเรี ยงสลับ ปลาย
่
ใบและโคนใบมน ขอบใบเรี ยบ แผ่นใบเรี ยบเป็ นมันสี เขียวเข้ม มีต่อมน้ ามันอยูตาม
ผิวใบ มีกลิ่นหอมเฉพาะ ก้านใบมีปีกดูคล้ายใบ ดอก ออกเป็ นช่อตามซอกใบที่ปลาย
กิ่ง ดอกสี ขาว กลีบเลี้ยงมี 5 กลีบ กลีบดอกมี 5 แฉก โคนกลีบดอกติดกัน ผล เป็ น
รู ปทรงกลมหรื อรู ปไข่ โคนผลเรี ยวเป็ นจุก ผิวขรุ ขระ มีต่อมน้ ามัน ผลอ่อนสี เขียวแก่
สุ กเป็ นสี เหลือง มีรสเปรี้ ยว เมล็ดกลมรี สี ขาว มีหลายเมล็ด
- 8.
สรรพคุณ
• ราก -กระทุงพิษ แก้ฝีภายในและแก้เสมหะเป็ นพิษ
้
• ใบ - มีน้ ามันหอมระเหย
• ผล, นาคั้นจากผล - ใช้แต่งกลิ่น สระผมรักษาชันนะตุ รังแค
้
ทาให้ผมสะอาด
• ผิวจากผล
- ปรุ งเป็ นยาขับลมในลาไส้ แก้แน่น
- เป็ นยาบารุ งหัวใจ
- 9.
มะขาม
• ชื่ออืน :ขาม (ภาคใต้) ตะลูบ(ชาวบน่
นครราชสี มา) ม่องโคล้ง (กะเหรี่ ยงกาญจนบุรี) อาเปี ยล (เขมร-สุ รินทร์) หมาก
แกง (เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน) ส่ ามอเกล (กะเหรี่ ยงแม่ฮ่องสอน)
• ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ตนขนาดกลาง
้
จนถึงขนาดใหญ่แตกกิ่งก้านสาขามาก เปลือก
ต้นขรุ ขระและหนา สี น้ าตาลอ่อน ใบ เป็ นใบ
ประกอบ ใบเล็กออกตามกิ่งก้านใบเป็ นคู่ ใบ
ย่อยเป็ นรู ปขอบขนาน ปลายใบและโคนใบมน
ดอก ออกเป็ นช่อเล็กๆ ตามปลายกิ่ง หนึ่งช่อมี
10-15 ดอก ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสี
่
เหลืองและมีจุดประสี แดงอยูกลางดอก ผล
เป็ นฝักยาว รู ปร่ างยาวหรื อโค้ง ยาว 3-20 ซม.
ฝักอ่อนมีเปลือกสี เขียวอมเทา สี น้ าตาลเกรี ยม
เนื้อในติดกับเปลือก เมื่อแก่ฝักเปลี่ยนเป็ น
เปลือกแข็งกรอบหักง่าย สี น้ าตาล เนื้อใน
กลายเป็ นสี น้ าตาลหุมเมล็ด เนื้อมีรสเปรี้ ยว
้
และหวาน
- 10.
สรรพคุณ
• ราก -แก้ทองร่ วง สมานแผล รักษาเริ ม และงูสวัด
้
• เปลือกต้ น - แก้ไข้ ตัวร้อน
• แก่ น - กล่อมเสมหะ และโลหิ ต ขับโลหิ ต ขับเสมหะ รักษาฝี ในมดลูก รักษาโรคบุรุษ เป็ นยาชัก
มดลูกให้เข้าอู่
• ใบสด (มีกรดเล็กน้อย) - เป็ นยาถ่าย ยาระบาย ขับลมในลาไส้ แก้ไอ แก้บิด รักษาหวัด ขับเสมหะ
หยอดตารักษาเยือตาอักเสบ แก้ตามัว ฟอกโลหิ ต ขับเหงื่อ ต้มผสมกับสมุนไพรอื่นๆ อาบหลัง
่
คลอดช่วยให้สะอาดขึ้น
• เนือหุ้มเมล็ด - แก้อาการท้องผูก เป็ นยาระบาย ยาถ่าย ขับเสมหะ แก้ไอ กระหายน้ า เป็ นยาสวน
้
ล้างท้อง
• ฝักดิบ - ฟอกเลือด และลดความอ้วน เป็ นยาระบายและลดอุณหภูมิในร่ างกาย บรรเทาอาการไข้
• เมล็ดในสี ขาว - เป็ นยาถ่ายพยาธิไส้เดือนตัวกลมในลาไส้ พยาธิเส้นด้าย
• เปลือกเมล็ด - แก้ทองร่ วง แก้บิดลมป่ วง สมานแผลที่ปาก ที่คอ ที่ลิ้น และตามร่ างกาย รักษาแผล
้
สด ถอนพิษและรักษาแผลที่ถูกไฟลวก รักษาแผลเบาหวาน
• เนือในฝักแก่ (มะขามเปี ยก) - รับประทานจิ้มเกลือ แก้ไอ ขับเสมหะ
้
• ดอกสด - เป็ นยาลดความดันโลหิตสูง
- 11.
ขมิน
้
• ขมิ้น เป็นพืชล้มลุกที่จดอยูในตระกูลขิง
ั ่
่
มีเหง้าอยูใต้ดิน เนื้อในของเหง้าจะเป็ นสี
เหลือง มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวมีต้ งแต่สี
ั
เหลืองเข้มจนถึงสี แสดจัด โดยที่ถิ่นกาเนิด
ในแถบเอเชียตะวันออกเฉี ยงใต้ และมีชื่อ
อื่นๆอีก เช่น ขมิ้นชันขมิ้นแกง ขมิ้นหยอก
่ ั
ขมิ้นหัว ขี้มิ้น หมิ้น ทั้งนี้ข้ ึนอยูกบแต่ภาค
และจังหวัดนันๆ นิยมนาไปใช้ในการ
่
ประกอบอาหาร แต่งสี แต่งกลิ่นอาหาร
เช่น แกงไตปลา แกงกะหรี่ เป็ นต้น
- 12.
- 13.
ลักษณะของ ขมินอ้อย
้
ต้ น: ขมิ้นอ้อย เป็ นไม้ลมลุกสู ง 50-70 ซม.
้
ลักษณะคล้ายขมิ้นชัน แต่ตนสูงกว่า ขนาดเหง้า
้
และใบใหญ่กว่า โดยเหง้าใต้ดินจะโผล่ข้ ึนมาเหนือ
ดินเล็กน้อย มีเนื้อในสี เหลืองอมส้ม กลีบดอกสี
นวล มีกลิ่นหอม
ใบ : ใบออกเป็ นรัศมีติดผิวดิน รู ปหอกแกม
ขอบขนาน กว้าง 8-10 ซม. ยาว 30-40 ซม. ก้านใบ
ยาว 8-15 ซม. ท้องใบจะมีขนนิ่ม ๆ ในหน้าแล้งใบ
จะแห้งลงหัว บางครั้งเราก็เรี ยกว่าขมิ้นหัวขึ้น
ดอก : ขมิ้นอ้อยจะออกดอกเป็ นช่อ ก้าน
่
่
ดอกยาวพุงออกจากเหง้าที่อยูใต้ดิน ช่อดอกจะมีใบ
ประดับ ดอกมีสีขาว ตรงปลายช่อดอกจะเป็ นสี
ชมพู ส่ วนดอกสี เหลืองจะบานจากล่างขึ้นข้างบน
และจะบานครั้งละ 2-3 ดอก
ขมินอ้ อย
้
- 14.
สรรพคุณ
รักษาอาการท้ องร่ วงท้ องเดิน (ที่ไม่ ใช่ บิด หรืออหิวาตกโรค) โดยใช้หวขมิ้นอ้อยสด ๆ ประมาณ 2 แว่น มาบด
ั
ผสมกับน้ าปูนใส กินแก้ทองร่ วงได้
้
รักษาแผล โดยนาขมิ้นอ้อยไปหุงในน้ ามันมะพร้าว แล้วนามาใส่ แผล จะช่วยให้แผลหายเร็ ว เนื่องจากหัวขมิ้น
อ้อยเป็ นยาฝาดสมานด้วย
รักษาฝี ถ้าเป็ นฝี หวเดือน ให้นาใบไผ่มาเผ่าไฟให้ไหม้ แล้วนาหัวขมิ้นอ้อยมาตาด้วยกัน แล้วใช้น้ าเป็ นกระสาย
ั
ยา และใช้ได้ท้ งกินและทา หรื อพอก
ั
แก้ ฝีในมดลูก โดยใช้ขมิ้นอ้อย 3 ท่อน บอระเพ็ด 3 ท่อน ลูกขี้กาแดง 1 ลูก (ผ่าเป็ น 4 ซี กแต่ใช้แค่ 3) นามาต้ม
รวมกับสุ รา กินแก้ฝีในมดลูกได้
รักษาอาการเสี้ยนหนามตา โดยนาขมิ้นอ้อยมา 5 แว่น ข้าวเหนียวสุ ก ประมาณ 1 กามือ ดอกชบา 5 ดอก ใช้ตา
พอก จะดูดเสี้ ยนและหนองออกจากแผล
รักษาอาการปวดบวม ฟกช้า โดยนาขมิ้นสด ๆ มาตาให้ละเอียดแล้วนามาพอกบริ เวณปวดบวม ฟกช้ า
แก้ หวัด โดยนาหัวขมิ้นอ้อย พริ กหาง อบเชยเทศ มาต้มและเติมน้ าผึ้งลงไปผสม นามารับประทานแก้หวัดได้
แก้ ริดสี ดวงทวาร นาขมิ้นอ้อย พริ กไทยล่อน เปลือกยางแดง มาผสมกันทายาผง แล้วนาไปละลายในน้ ายางใส
ปั้ นทั้งหมดเป็ นลูกกลอนขนาดเท่าปลายนิ้วชี้ รับประทานเช้า-เย็น
- 15.
ใบส้ มป่ อย
•ชื่ออืน : ส้มขอน (ฉาน-แม่ฮ่องสอน)
่
• ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้พมรอเลื้อย มีหนามตามลาต้น กิ่ง ก้านและใบ ใบ
ุ่
ประกอบแบบขนนกสองชั้น เรี ยงสลับ ยาว 7-20 ซม. ใบย่อยรู ปขอบขนาน ขนาด
เล็ก ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ เป็ นช่อกลม กลีบดอกเป็ นหลอด สี นวล ผลเป็ นฝัก สี
น้ าตาลดา ผิวย่นขรุ ขระ ขอบมักเป็ นคลื่น
- 16.
สรรพคุณ
ต้ น -แก้ตาพิการ
ใบ - แก้โรคตา ชาระเมือกมันในลาไส้ ยาถ่ายเสมหะ แก้บิด ฟอกล้างโลหิ ตระดู
ดอก - แก้เส้นพิการให้บริ บูรณ์
ผล - แก้น้ าลายเหนียว
ราก - แก้ไข้
ฝัก - ปิ้ งให้เหลือง ชงน้ าจิบแก้ไอ ขับเสมหะ เป็ นยาถ่ายทาให้อาเจียน ฟอกผมแก้
รังแค แก้ไข้จบสั่น ปิ ดแผลโรคผิวหนัง
ั
• เมล็ด - คัวให้เกรี ยมบดให้ละเอียด นัตถุทาให้คนจมูกและจามดี
์
ั
่
• ใบ - ตาห่อผ้าประคบเส้นให้เส้นอ่อน
•
•
•
•
•
•
- 17.
• เกลือแกง หรือโซเดียมคลอไรด์ (Sodium Chloride) เป็ นสารเคมีธรรมชาติตวหนึ่งที่ถูกนามาใช้
ั
อย่างแพร่ หลายมานานนับพันปี บางท่านอาจจะไม่คุนกับชื่อเกลือแกง แต่ถาบอกว่ามันก็คือเกลือ
้
้
ั
ที่เราใช้ประกอบอาหารกันทุกวัน ก็คงร้องอ๋ อกันทุกคน เกลือแกงถูกนามาใช้กนในหลายด้าน ทั้ง
ด้านประกอบอาหาร ถนอมอาหาร รวมถึงใช้เป็ นสารตั้งต้นในอุตสาหกรรมหลายประเภท
• เกลือแกงนั้นมีประโยชน์ต่อเรามากมาย ทั้งในการประกอบอาหาร การเก็บรักษาอาหารประเภท
หมักดอง ใช้ในทางการแพทย์และการรักษาโรค เช่น ใช้ทาน้ าเกลือ รักษาอาการไอ เจ็บคอ อัน
เนื่องมาจากหวัด รักษาอาการคันตามผิวหนัง เป็ นต้น นอกจากนี้ยงมีการใช้เกลือในอุตสาหกรรม
ั
ต่างๆ มากมาย เช่น อุตสาหกรรมอาหาร เครื่ องปรุ งรสต่างๆ อุตสาหกรรมฟอกย้อมเสื้ อผ้า
อุตสาหกรรมกระดาษ อุตสาหกรรมผลิต สบู่และผงซักฟอก รวมถึงอุตสาหกรรมยาฆ่าแมลง เป็ น
ต้น
- 18.
การบูร
• สรรพคุณ :ใช้ผสมในยาน้ า มีสรรพคุณบารุ งธาตุ ขับเสมหะ ขับลม แก้
จุกเสี ยดแน่นเฟ้ อ แก้ปวดท้อง ท้องร่ วง ขับเหงื่อ ใช้ผสมในยาหม่อง ยา
ั
ขี้ผ้ ง ยาครี มทาแก้เคล็ดบวม ขัดยอก แพลง แก้พิษแมลงสัตว์กดต่อย และ
ึ
โรคผิวหนังเรื้ อรัง
- 19.
พิมเสน
• พิมเสนเป็ นเกล็ดเล็กๆสี ขาวขุ่น เนื้อแน่นกว่าการบูร ระเหิ ดได้ชากว่าการบูร ติดไฟให้แสงจ้าและ
้
มีควันมาก ไม่มีข้ ีเถ้า พิมเสนบริ สุทธิ์จะเป็ นผลึกรู ปแผ่นหกเหลี่ยม มีจุดหลอมเหลว 208 องศา
เซลเซียส ละลายได้ยากในน้ า ละลายได้ดีในตัวทาละลายชนิดขั้วต่า พิมเสนมีกลิ่นหอมเย็น ฉุ น
รสหอม เย็นปากคอ สมัยก่อนใส่ ในหมากพลูเคี้ยว
- 20.
สรรพคุณ
ตารายาแผนโบราณ: ใช้พิมเสนเป็ นยาขับเหงื่อขับเสมหะ กระตุน
้
การหายใจ กระตุนสมอง บารุ งหัวใจ ใช้เป็ นยาระงับความกระวนกระวาย
้
ทาให้ง่วงซึม แก้ลมวิงเวียน หน้ามืด หัวใจอ่อน บารุ งหัวใจ ทาให้ชุ่มชื่น
ทาให้เรอ ขับผายลม แก้จุกเสี ยดแน่นเฟ้ อ แก้ปวดท้อง แก้บาดแผลสด
แผลเรื้ อรัง แผลกามโรค แผลเนื้อร้าย ผสมในตารับยาหอม เช่น
ยาหอมเทพจิตร ยาหอมนวโกฐ
• มีสรรพคุณโดยรวมคือแก้ลมวิงเวียน หน้ามืดตาลาย การกลันใบและยอด
่
อ่อนของหนาดด้วยไอน้ า จะได้พิมเสนตกผลึกออกมา นามาทาเป็ นยากิน
แก้ปวดท้อง ท้องร่ วง หรื อใช้ขบลม ใช้ภายนอกเป็ นผงใส่บาดแผล แก้
ั
แผลอักเสบ แก้กลากเกลื้อน และแผลฟกช้ า
- 21.
- 22.
วิธีการทาลูกประคบสมุนไพร
1. หันหัวไพล, ขมิ้นชัน.ต้นตะไคร้, ผิวมะกรู ด, ตาพอหยาบ ๆ
่
(เวลาประคบจะทาให้ระคายผิว)
2. นาใบมะขาม, ใบส้มป่ อย(เฉพาะใบ) ผสมกับสมุนไพร ข้อ1 เสร็ จแล้วให้
ใส่ เกลือ, การบูร คลุกเคล้าให้เป็ นเนื้อเดียวกันแต่อย่าให้แฉะเป็ นน้ า
3. แบ่งตัวยาที่เรี ยบร้อยแล้วใส่ ผาดิบห่อเป็ นลูกประคบประมาณลูกส้มโอ
้
รัดด้วยเชือกให้แน่น(ลูกประคบเวลาถูกความร้อนยาสมุนไพรจะฝ่ อลง
ให้รัดใหม่ให้แน่นเหมือนเดิม)
4. นาลูกประคบที่ได้ไปนึ่งในหม้อนึ่ง ใช้เวลานึ่งประมาณ 15-20 นาที
5. นาลูกประคบที่รับความร้อนได้ที่แล้วมาประคบคนไข้ที่มีอาการต่าง ๆ
โดยสับเปลี่ยนลูกประคบ
- 23.
วิธีการประคบ
1. ใช้ผาจับลูกประคบขณะร้อน ยกขึ้นจากปากหม้อ
้
2.ใช้ลกประคบแตะที่ทองแขนตนเองทดสอบความร้อน
ู
้
3. ช่วงแรก แตะลูกประคบ และยกขึ้นโดยเร็ ว จนกว่าลูกประคบจะคลายความร้อนลง
4. จากนั้น จึงวางลูกประคบให้นานพอประมาณ แล้วกดเน้นบริ เวณที่ตองการ
้
5. เปลี่ยนลูกประคบเมื่อเย็นลง
ลักษณะประคบ ดูสังเกตลูกประคบว่ ามีความร้ อนมากหรือเปล่ า
ถ้ามีความร้อนต้องห่มผ้าขนหนูก่อน แล้วประคบ ตอนแรกห้ามประคบที่ใดที่หนึ่ง
นานๆ เพราะจะทาให้ผวหนังผูป่วยพุพอง หรื อผูป่วยตกใจอาจช็อกได้เมื่อร้อนต้อง
ิ
้
้
ประคบเร็ วๆ คอยซักถามดูเรื่ อยๆ แล้วค่อยช้าลง ถ้าไม่ร้อนเอาผ้าขนหนูออก
- 24.
ขั้นตอนการประคบ
1. จัดท่าผูป่วยให้เหมาะสม เช่นนอน
้
หงาย นัง นอนตะแคง
่
่ ั
(ขึ้นอยูกบตาแหน่งที่จะทาการประคบ)
2. ทดสอบความร้อนของลูกประคบ คือ
นาลูกประคบที่ร้อนได้ที่แล้วมาแตะที่
ท้องแขน หรื อหลังมือก็ได้
3. ในการวางลูกประคบบนผิวคนไข้ใน
ช่วงแรก ๆ ต้องทาด้วยความเร็ วไม่วาง
แช่นาน ๆ อาจจะทาให้ผวหนังพองได้
ิ
ง่าย
- 25.
- 26.
ข้ อห้ ามหรือข้ อควรระวังในการใช้ ลูกประคบ
• 1. ห้ามใช้ลูกประคบที่ร้อนเกินไป
2. ควรใช้ผาขนหนูรองบริ เวณผิวหนังอ่อนๆ หรื อบาดเจ็บ
้
3. ควรระวังผูป่วยที่เป็ นเบาหวาน อัมพาต เด็ก ผูสูงอายุเพราะ
้
้
การตอบสนองต่อความร้อนช้า
4. ไม่ประคบกับกรณี การอักเสบ หรื อ บวม ในช่วง 24 ชัวโมง
่
แรก เพราะอาจบวมมากขึ้น ควรประคบด้วยนาเย็นก่อน
5. หลังจากประคบ ไม่ควรอาบน้ าทันที่เพราะจะทาให้ตวยาถูก
ั
ล้างออกไป
- 27.
การเก็บรักษาลูกประคบสมุนไพร
• 1. ลูกประคบที่ทาครั้งหนึ่งสามารถเก็บไว้ได้นาน 3-5 วันถ้าใส่ ตูเ้ ย็น
สามารถเก็บได้ 7 วัน
• 2. ควรผึ่งให้แห้งก่อนเก็บ ไม่ให้อบชื้น ถ้าเก็บในตูเ้ ย็น จะเก็บได้นาน
ั
มากขึ้น
• 3. ลูกประคบที่แห้ง ก่อนใช้ควรพรมด้วยน้ า หรื อเหล้าขาว
• 4. ลูกประคบที่มีสีเหลืองอ่อน หรื อ จางลง แสดงว่าตัวยาในลูกประคบ
หมดสภาพแล้วจะใช้ไม่ได้ผล
• 5. เมื่อต้องการจะนาไปใช้ใหม่ ต้องเปลี่ยนผ้าห่อลูกประคบผืนใหม่
• 6. เวลาที่จะเก็บไว้ และเอามาใช้ใหม่ควรเติมเกลือ และพิมเสน การบูร
อย่างละ 1ช้อนโต๊ะ
- 28.
- 29.
แหล่ งที่มาอ้ างอิง
•https://sites.google.com/site/wisdom1305/phumipayya-thxngthin-luk-prakhb-smunphir-1
• http://www.tungsong.com/samunpai/herbs/herbs.htm
• http://www.tistr.or.th/spa/herb/01.html
- 31.
- 32.