เสริมคุณค่าปฐมภูมิด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
Primary Care Value Added with DHS

จัดพิมพ์และเผยแพร่	 
	 โครงการพัฒนาองค์ความรู้ แนวคิดและจัดพิมพ์ผลงาน
	 การพัฒนากลไกสนับสนุนระบบสุขภาพระดับอำเภอ
	 มูลนิธิแพทย์ชนบท ภายใต้การสนับสนุนจาก
	 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
พิมพ์ครั้งที่ 1	 1 ธันวาคม 2557
จำนวนพิมพ์	 10,000 เล่ม
ที่ปรึกษา	 รองศาสตราจารย์ นายแพทย์สุรเกียรติ อาชานานุภาพ
		 นายแพทย์อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล
		 นายแพทย์ทวีเกียรติ บุญยไพศาลเจริญ
		 แพทย์หญิงสุพัตรา ศรีวณิชชากร
		 นายแพทย์ชูชัย ศรชำนิ
		 นายแพทย์ยงยุทธ พงษ์สุภาพ
		 นายแพทย์ชาญวิทย์ วสันต์ธนารัตน์
		 นายแพทย์ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล
บรรณาธิการ	 นายแพทย์เดชา แซ่หลี
		 นายแพทย์กฤตพงษ์ โรจนวิภาต
		 แพทย์หญิงสุกัญญา หังสพฤกษ์
		 นางชิตสุภางค์ ทิพย์เที่ยงแท้
		 นางชาลีมาศ ตันสุเทพวีรวงศ์
		 นางทัศนีย์ ญาณะ
ISBN		 978-616-90416-5-8
รัฐบาลมีนโยบายพัฒนาระบบบริการสุขภาพ ให้ประชาชนทุกคนบน
แผ่นดินไทย สามารถเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง ใช้ทรัพยากร
สุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นระบบที่ยั่งยืน โดยจะต้องมีการเข้าไป
ดูแลสุขภาพประชาชน ถึงในระดับครอบครัว ซึ่งเป็นหน่วยเล็กที่สุดของ
สังคม และมีความสำคัญที่สุดในการส่งเสริมพัฒนาสุขภาพของประชาชนไว้
ให้ยาวนานที่สุด รวมทั้งเน้นการดูแลแบบองค์รวม ตั้งแต่การป้องกัน ดูแล
และรักษา จนถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพหลังเจ็บป่วย การดำเนินงานในระบบ
สุขภาพระดับอำเภอ (District Health System) ที่มีการทำงานสุขภาพ

โดยใช้อำเภอเป็นฐาน มีเป้าหมายสูงสุดในการดำเนินการ คือ การทำให้
ประชาชนมีสุขภาพดี มีความรู้ดี เพื่อดูแลตนเองไม่ให้มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อ
การเกิดโรค เป็นคนดี ไม่ทอดทิ้งกัน และมีรายได้พอดี นับว่าเป็นระบบที่
ตอบสนองนโยบายรัฐบาลเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งหลักในการดำเนินงานของระบบ
สุขภาพระดับอำเภอจะต้องสร้างการมีส่วนร่วมขององค์กรในระดับอำเภอ
และการมีส่วนร่วมของประชาชน ให้มีจิตสำนึกในการพึ่งตนเองให้ได้มาก
ที่สุด ขนาดประชากร และพื้นที่ระดับอำเภอจะต้องมีความเหมาะสม ใน
การประสานและบูรณาการนโยบายจากส่วนกลาง ให้ตอบสนองต่อความ
ต้องการของประชาชนได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ มีทรัพยากรบุคคล และองค์
ความรู้ที่เพียงพอต่อการขับเคลื่อนงานสุขภาพปฐมภูมิ มีการสร้างทีมหมอ
ครอบครัวที่จะมาสนับสนุนให้ประชาชนสนใจดูแลสุขภาพตนเอง และ

ถ้าเจ็บป่วยก็จะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมกับความรุนแรงของโรค 

สาร
นอกจากนั้น ยังต้องร่วมกับภาคีอื่นๆ ในการสร้างสิ่งแวดล้อมวัฒนธรรมที่

ส่งเสริมสุขภาพด้วย กระทรวงสาธารณสุขจึงถือว่าภารกิจในการสร้างระบบ
สุขภาพอำเภอ เป็นนโยบายที่สำคัญ ผู้บริหารระดับอำเภออันประกอบด้วย
โรงพยาบาล และสำนักงานสาธารณสุขอำเภอต้องสร้างทีมนำที่เข้มแข็ง
ร่วมกับภาคีทุกภาคส่วนมาบริหารจัดการให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
 	 ท้ายที่สุดนี้   ผมขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ทุกท่าน

เคารพนับถือ โปรดดลบันดาลให้ท่านผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่
สาธารณสุขทุกท่าน โดยเฉพาะทีมหมอครอบครัว ประสบแต่ความสุข 

ความเจริญ มีสุขภาพที่แข็งแรง มีพลังกาย พลังใจที่เข้มแข็งในการดูแล
รักษาสุขภาพเบื้องต้นให้แก่ประชาชนทุกครอบครัวในชุมชน ให้เข้าถึงบริการ
และได้รับการดูแลสุขภาพอย่างมีคุณภาพยิ่งขึ้น


	
	 (ศาสตราจารย์ นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน)
	 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
กระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายส่งเสริมการพัฒนาระบบสุขภาพ
ระดับอำเภอ (District Health System : DHS) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้
เกิดการบริหารจัดการเครือข่ายสุขภาพที่มีความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่
เกี่ยวข้องในการจัดการปัญหาสุขภาพอย่างเป็นเอกภาพในแต่ละอำเภอ 

โดยส่งเสริมให้เกิดการปรับปรุงการบริหารจัดการระบบบริการปฐมภูมิอย่างมี
คุณภาพและมีความสอดคล้องกับปัญหาสุขภาพในพื้นที่
 	 หลักการสำคัญข้อหนึ่งของระบบสุขภาพระดับอำเภอ คือ การที่
ประชาชนและภาคีต่างๆ ในพื้นที่ มีโอกาสร่วมคิด ร่วมการค้นหาปัญหา
ร่วมกันวางแผนแก้ปัญหาร่วมกันวางจุดหมายไปสู่การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี
ของคนในชุมชน เพราะคนในชุมชน เพราะคนในพื้นที่ย่อมเข้าใจถึงความ
ต้องการของตนเอง เข้าใจบริบทของตนเองมากกว่าผู้อื่น การสร้างองค์
ความรู้กับบริบทของพื้นที่เพื่อการพัฒนาสุขภาพในระดับชุมชนจึงเป็นสิ่ง
จำเป็น สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ ต้องมีกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากการ
ทำงานที่เรียกว่า “ร่วมเรียนรู้ ร่วมปฏิบัติ” (Participatory Interactive
Learning through Action)
 	 ในโอกาสที่ภาคีเครือข่ายต่างๆ ได้ร่วมกันจัดทำหนังสือ “เสริม
คุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)” เพื่อเป็นแนวทางใน
การทำให้เกิดการร่วมเรียนรู้ ร่วมปฏิบัติ ขับเคลื่อนระบบสุขภาพระดับ
อำเภอให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เกิดประโยชน์กับประชาชนและเป็นพื้นฐานใน
การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ต้องปรับเปลี่ยนไปกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม
ตลอดเวลา ผมขออำนวยพรให้คณะผู้จัดทำมีความเจริญก้าวหน้าและ
สร้างสรรค์สิ่งที่ดีงาม เป็นประโยชน์ต่อสังคมเช่นนี้สืบไป

	
	 นายแพทย์สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์
	 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
คำนิยม
สารจากผู้บริหาร สปสช.
	 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ตระหนักถึง

ความสำคัญของนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (ศ.นพ.รัชตะ 

รัชตะนาวิน) ผ่านกลไกการบริหารระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ที่จะ
พัฒนาระบบบริการสุขภาพให้ทุกคนบนแผ่นดินไทย เข้าถึงบริการที่มี
คุณภาพอย่างทั่วถึง มีการใช้ทรัพยากรสุขภาพอย่างมีคุณภาพและเป็นระบบ
ที่ยั่งยืน เครือข่ายสุขภาพระดับอำเภอ (District health system; DHS) เป็น
เป้าหมายการส่งเสริมการพัฒนาความเข้มแข็งระบบบริการปฐมภูมิ ตาม
ยุทธศาสตร์การพัฒนาหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (2555 - 2559) ที่เป็น
ปณิธานอันแน่วแน่ของสำนักงาน ที่จะให้ประชาชนชาวไทยถ้วนหน้า ได้

รับบริการที่ใกล้บ้านใกล้ใจ ทั้งในเขตเมืองและชนบท การดูแลสุขภาพแบบ
องค์รวมต่อเนื่องครอบคลุมทุกมิติ ซึ่งระบบบริการปฐมภูมินับว่าเป็นการ
พัฒนาเพื่อความอยู่ดีมีสุขของผู้คน (Health and Well being) ตามนิยาม
ใหม่ขององค์การอนามัยโลก (ปี 2008) ด้วย ซึ่งครอบคลุมเป้าหมาย

ตามนโยบายทั้ง 10 ข้อของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะ
ประธานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ อาทิระบบบริการดูแล
ระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุในชุมชน การดูแลระยะสุดท้าย การสร้างเสริม

สุขภาพและการรับมือกับปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพตามกลุ่มวัย ที่เน้นความ
ปลอดภัยของผู้ป่วยด้วยการพัฒนาระบบส่งต่อ 
 	 การดำเนินงานที่จะสนับสนุนการพัฒนาความเข้มแข็งระบบบริการ
ปฐมภูมิ และเครือข่ายสุขภาพระดับอำเภอ (DHS) คือ การให้ความสำคัญ
กับยุทธศาสตร์การพัฒนาบุคลากรที่มีสมรรถนะด้านเวชศาสตร์ครอบครัว
และพัฒนาทีมหมอครอบครัว (Family care team) ให้ดูแลประชาชน
ครอบคลุมทั่วถึง กอปรกับมาตรการทางการเงินที่เน้นคุณภาพและผลลัพธ์
ทางสุขภาพของประชาชน เพื่อกระตุ้นให้หน่วยบริการร่วมมือกับหน่วยงาน
อื่นๆ ในระดับอำเภอและภาคประชาสังคม ในการแก้ไขปัญหาความ
ต้องการด้านสุขภาพของประชาชน ให้เหมาะสมสอดคล้องกับบริบทของ
พื้นที่ ตอบสนองต่อปัจจัยเสี่ยงทางสังคมที่จะส่งผลคุกคามต่อสุขภาพและ
สุขภาวะโดยรวม ตลอดจนส่งเสริมการจัดบริการที่จำเป็น (Essential Care)
เพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างเท่าเทียมและชุมชนมีส่วนร่วม 
 	 “เครือข่ายสุขภาพระดับอำเภอ” เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่เหมาะสม
แก่การปฏิรูประบบบริการสุขภาพและการสาธารณสุข การสร้างการมีส่วนร่วม
จากทุกภาคส่วนและหน่วยราชการ ที่ระดับอำเภอ จะก่อให้เกิด “ความ
ประหยัดและเหมาะสม” ต่อสภาพเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยมาก
ที่สุดในเวลานี้ ด้วยความพร้อมทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ด้านกายภาพ ด้าน
บุคลากร ความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีต่างๆ สามารถพัฒนาบริหาร
จัดการเชิงบูรณาการ มุ่งประสิทธิผลแบบใหม่ เพื่อสร้างความเป็นธรรม 

ลดความเหลื่อมล้ำได้ การสร้างความเข้มแข็งของทีมนำระดับอำเภอ 

การจัดสรรทรัพยากรที่เหมาะสมเพียงพอ จะสามารถปฏิรูประบบบริการ
สาธารณสุขทั้งระบบให้เป็นรูปธรรม 
 	 ท้ายนี้  ขอขอบคุณผู้ทรงคุณวุฒิ  และกองบรรณาธิการ  ใน
กระบวนการพัฒนาระบบสุขภาพระดับอำเภอ ที่ได้มาร่วมผสานพลังความรู้
ความร่วมมือ และประสบการณ์ที่มีค่าของทุกท่าน จนเกิดการรวบรวม

ความรู้ แนวปฏิบัติและตัวอย่างการปฏิบัติงานที่ดี เพื่อเป็นเครื่องมือ

การสื่อสารและขยายแนวคิดการพัฒนางานระบบสุขภาพระดับอำเภอ และ
หวังว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการพลิกโฉมปฏิรูประบบบริการ
สุขภาพให้ทุกครอบครัวทั่วไทย ได้รับบริการใกล้บ้านใกล้ใจอย่างถ้วนหน้า

	 (นายแพทย์วินัย สวัสดิวร)
	 เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
	 ๕ ธันวาคม ๒๕๕๗
คำนำ

 	 เรื่องระบบสุขภาพอำเภอ (District Health System) เป็นระบบการ
ทำงานด้านสุขภาพในระดับพื้นที่ มุ่งหวังจะให้องค์กรทุกภาคีในพื้นที่สร้าง
ความร่วมมือพึ่งพาตนเอง กำหนดวิถีในการแก้ปัญหาสุขภาพของประชาชน
ในพื้นที่ ให้มีสุขภาวะดี คือ สุขภาพกายดี ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยง

ให้ลดลง มีความรู้ดี มีรายได้พอดี ไม่ทอดทิ้งกัน ดูแลสิ่งแวดล้อมภายใน
อำเภอไม่ให้เป็นบ่อเกิดปัญหาด้านสุขภาพ ถือเป็นนโยบายกระทรวง
สาธารณสุขที่เลือกทำในสิ่งที่ถูกต้องตั้งแต่ 20 ธันวาคม พ.ศ.2555 ผู้บริหาร
ทุกระดับจึงต้องเลือกวิธีการทำที่ถูกต้องไปสู่การสร้างสุขภาวะที่ดีของ
ประชาชนโดยประชาชนเพื่อประชาชน การจัดทำเอกสารฉบับนี้จึงมี

ความสำคัญที่จะบอกถึงแนวทางการปฏิบัติให้ถูกต้องเป็นทิศทางเดียวกัน
และเป็นพื้นฐานสำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใน

เชิงพัฒนาให้มีความก้าวหน้ามากขึ้นโดยยึดกรอบ UCARE คือ
1)	Unity Team การสร้างทีมนำที่เข้มแข็ง มีธรรมาภิบาล หมั่น
ประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน เลิกประชุมพร้อมเพรียงกัน กระทำ
กิจที่พึงกระทำ
2) Community Participation การมีส่วนร่วมของชุมชน ร่วมคิด
ร่วมทำ และสร้างจิตสำนึกการมีจิตอาสาไม่ทอดทิ้งกัน
3)	Appreciation การมองเห็นคุณค่าของงานที่ทำ เชิดชูความ
ตั้งใจของชุมชนและผู้ร่วมงานเพื่อเป็นกำลังในการขับเคลื่อน
อย่างต่อเนื่อง
4) Resource Sharing and Health Man Power Development
การระดมทุนในชุมชนช่วยเหลือกันทั้งเงิน สิ่งของ ความรู้ และ
การพัฒนาคนด้วยกระบวนการเรียนรู้ที่เป็น Context Based
Learning หรือ Participation Interactive Learning Through
Action เรียนจากสิ่งที่ทำ ทำในสิ่งที่เรียน
5)	Essential Care การสร้าง Family Care Team หรือทีมหมอ
ครอบครัว ให้เป็นผู้กระตุ้นให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและ
แก้ปัญหาสุขภาพของชุมชนอย่างเป็นองค์รวมต่อเนื่องเชื่อมโยง
เป็นหนึ่งเดียว

 	 ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้ก็จะสอดคล้องกับ Six Building Blocks ของ
องค์การอนามัยโลก และเมื่อมีการดำเนินการแล้วก็จะมีกระบวนการสร้าง
ความภูมิใจ เชิดชูความดีของผู้ปฏิบัติงานด้วยกันคือ DHS-PCA ซึ่งเป็น
กระบวนการประเมินผลด้วยการเยี่ยมเสริมเติมพลังมากกว่าการคาดหวังให้
เกิดผลสำเร็จตามตัวชี้วัด


	
	 (นายแพทย์ทวีเกียรติ บุญยไพศาลเจริญ)
ระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)	 1
เป้าหมาย (Purpose)	 3
กรอบแนวคิด (Conceptual Framework)	 4
หลักการดำเนินงานของระบบสุขภาพระดับอำเภอ	 13
การสร้างระบบสุขภาพระดับอำเภอให้เข้มแข็ง ในมิติมุมมองการจัดการ	 15
	 1.	การสร้างทีมนำที่มีธรรมาภิบาล (Unity District Health Team)	 15
	 2.	การสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน 
		 (Community participation)	 15	
	 3.	การพัฒนารูปแบบบริการที่ตอบสนองต่อความจำเป็นและ
		 ความต้องการของประชาชน (Essential care)	 15
    		 Family Care Team: ทีมหมอครอบครัว	 16
    		 นโยบาย Family Care Team (FCT) กับการหนุนเสริม
			 ระบบสุขภาพระดับอำเภอ : DHS	 19
	 4.	การแบ่งปันทรัพยากรและการพัฒนาคนปฐมภูมิ 
		 (Resource sharing and human development)	 20	
			 การจัดการทางการเงิน (Financing)	 21
	 5.	การทำงานจนเกิดคุณค่า ทั้งกับผู้รับบริการและผู้ให้บริการ 
		 (Appreciation and Quality)	 27
แนวทางการเยี่ยมเสริมพลังเพื่อการพัฒนา DHS-PCA	 28
แนวทางการนำเครื่องมือ DHS-PCA สู่การปฏิบัติ	 30
	 I.	 การทำงานเป็นทีม (Unity Team)	 30
	 II.	 การให้ความสำคัญกับกลุ่มเป้าหมายและประชาชน 
		 (Customer Focus)	 32
	 III.	การมีส่วนร่วมของชุมชน และภาคี (Community Participation)	 34
	 IV.	การชื่นชม และให้คุณค่า (Appreciation)	 36	
สารบัญ
V.	การแบ่งปันทรัพยากร และการพัฒนาทรัพยากรบุคคล 
		 (Resources Sharing and Human Development)	 38
	 VI.	การดูแลผู้ป่วยและประชาชน (Essential Care)	 41
ความงดงามที่งอกเงยจาก DHS	 44
	 ยกระดับ EPI ด้วยพลัง DHS: อำเภอเมือง ปัตตานี 	 46
		 ระบบบริการคุณภาพสู่การเรียนรู้เพื่อต่อยอดการพัฒนา DHS 
		 (Chronic Care) : วารินชำราบ อุบลราชธานี	 50
	 สานเครือข่ายการพัฒนา DHS ด้วยข้อมูลโรคเรื้อรัง : 
		 จากเครือข่ายสุขภาพอำเภอวังจันทร์ ระยอง 	 54
	 วางรากฐานระบบสุขภาพชุมชนที่อำเภอสันกำแพง เชียงใหม่	 58
	 DHS: จากอำเภอสู่การขับเคลื่อนตำบลในเครือข่ายสุขภาพ
		 อำเภอหนองขาหย่าง อุทัยธานี	 60
	 ขยับการพัฒนากองทุนหลักประกันสุขภาพ อปท. 
		 ในเครือข่ายสุขภาพ อำเภอบึงนาราง พิจิตร	 64
	 ความท้าทายของการพัฒนา DHS ในเขตเมืองกระทุ่มแบน 
		 สมุทรสาคร	 68
	 หนุนเสริมวิธีคิด DHS และพัฒนาคนด้วย DHML 
		 อำเภอสระโบสถ์ จังหวัดลพบุรี	 71
	 สภาสุขภาพอำเภอ: กลไกขับเคลื่อน DHS จังหวัดสกลนคร	 74
	 “การรื้อและประกอบสร้าง” บทเรียนการขับเคลื่อน DHS 
		 จังหวัดจันทบุรี	 77
บทสรุปที่มีคุณค่าจาก รศ.นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ	 81
ภาคผนวก	 89
	 Six Building Blocks	 89
	 เกณฑ์การให้คะแนนตามแนวทาง U-CARE	 90
Primary Care Value Added with DHS
 
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
ระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
District Health System (DHS)

	 คือระบบการทำงานด้านสุขภาพระดับอำเภอร่วมกันของทุกภาคส่วน
ด้วยการบูรณาการทรัพยากรภายใต้บริบทของพื้นที่ผ่านกระบวนการชื่นชม
และการจัดการความรู้ ส่งเสริมให้ประชาชนและชุมชนพึ่งตนเองได้ และ
ไม่ทอดทิ้งกัน โดยมีเป้าหมายร่วมเพื่อสุขภาวะของประชาชน
	 ระบบการทำงานด้านสุขภาพระดับอำเภอ หมายถึง การทำงานด้านสุขภาพ
ระดับอำเภอร่วมกันของทุกภาคส่วนที่มีลักษณะซับซ้อน มีความสัมพันธ์ สามารถประสาน
และเชื่อมโยงเข้ากันได้โดยมีเป้าหมายเดียวกัน 
	 ทุกภาคส่วน หมายถึง องค์กรภาคีในพื้นที่ อาทิ โรงพยาบาลชุมชน (รพช.)
สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ (สสอ.) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) องค์การ
ปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) วัด โรงเรียน หน่วยงานเอกชน ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และ
ภาคประชาสังคม เป็นต้น
	 การบูรณาการทรัพยากร หมายถึง การจัดการและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทั้ง
ด้านบุคลากร งบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ ระบบข้อมูล สารสนเทศและเทคโนโลยีร่วมกับ
องค์กรภาคีต่างๆ ในพื้นที่ตามสภาพปัญหา
	 บริบท จำแนกเป็นบริบทชุมชน และบริบทองค์กร
	 1. บริบทชุมชน : เชื่อมโยงกับความจำเป็นด้านสุขภาพและการจัดบริการทั้ง
ปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต
1)	 สภาพทางกายภาพและสังคมของชุมชน และแนวโน้มการเปลี่ยนแปลง เช่น
ความเป็นชุมชนเมือง ชุมชนกึ่งชนบทกึ่งเมือง การประกอบอาชีพ
พฤติกรรมการกินการอยู่ การเลี้ยงดูบุตรหลาน ฯลฯ ซึ่งส่งผลต่อ “ปัญหา
ความจำเป็น ความต้องการด้านสุขภาพ” ของผู้คนในชุมชน ที่เป็นอยู่ใน
ปัจจุบันและมีแนวโน้มจะเกิดขึ้นในอนาคต
Primary Care Value Added with DHS

เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
2)	 ศักยภาพของผู้นำชุมชน ในการจัดการกับ “ปัญหา ความจำเป็น ความ
ต้องการด้านสุขภาพ” ของผู้คนในชุมชน 
3)	 ทุนทางสังคม ศักยภาพ ความพร้อมของชุมชนในการจัดการกับ “ปัญหา
ความจำเป็น ความต้องการด้านสุขภาพ” ของผู้คนในชุมชน เช่น ภูมิ
ปัญญา ความคิด ความเชื่อ ทรัพยากร องค์กร กลุ่มคน การจัดการ ระบบ
ที่มีอยู่ในชุมชน ฯลฯ
	 2. บริบทองค์กร : ข้อมูลพื้นฐานของเครือข่ายสุขภาพระดับอำเภอและระบบ
บริการปฐมภูมิ สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมในการจัดบริการเพื่อตอบสนองความจำเป็น
ด้านสุขภาพของประชาชน กลุ่มเป้าหมายสำคัญ และโจทย์หลักของพื้นที่ ของเครือข่าย
สุขภาพระดับอำเภอและแต่ละ รพ.สต.
1)	 โครงสร้างและลักษณะการบริหารจัดการร่วมกันเป็นเครือข่ายสุขภาพระดับ
อำเภอ เป็นเงื่อนไขที่เอื้อต่อการพัฒนาคน และ พัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ
2)	 ลักษณะหน่วยบริการ เช่น ภาระงาน จำนวนประชากรแยกตามกลุ่มอายุ
ภาระโรค
3)	 ความพร้อมของทรัพยากร คน เงิน ความรู้ การใช้ประโยชน์ข้อมูล ในการ
จัดการและให้บริการปฐมภูมิ
4)	 ภาวะการนำองค์กร  ทีม  การเรียนรู้ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง การออกแบบ
ระบบงาน วัฒนธรรมองค์กร
	 กระบวนการชื่นชม หมายถึง วิธีการ ขั้นตอน หรือกรรมวิธี เพื่อสร้างความปิติ
ยินดี และให้คุณค่าต่อการดำเนินงานระบบสุขภาพระดับอำเภอ
	 การจัดการความรู้ หมายถึง การรวบรวม สร้าง จัดระเบียบ แลกเปลี่ยน และ
ประยุกต์ใช้ความรู้จากการเรียนรู้ และการปฏิบัติ โดยพัฒนาระบบจาก ข้อมูลไปสู่ สาร
สนเทศ เพื่อให้เกิดความรู้และปัญญา รวมทั้งเพื่อประโยชน์ในการนำไปใช้ เกิดการเรียนรู้
ขยายผลได้
	 การพึ่งตนเอง หมายถึง ความสามารถในการดำรงตนอยู่ได้อย่างอิสระ มั่นคง
สมบูรณ์ ซึ่งการพึ่งตนเองได้นั้น มีทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชน
	 สุขภาวะ หมายถึง ภาวะที่สมบูรณ์ ทั้งทางกาย ทางจิต ทางสังคม และทาง
ปัญญา
Primary Care Value Added with DHS
 
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
เป้าหมาย (Purpose)
1)	 ทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น สามารถพึ่งตนเองและ
ดูแลสุขภาพตนเองได้ดีเพิ่มมากขึ้นและชุมชนไม่ทอดทิ้งกัน
2)	 สถานะสุขภาพ (health status) ของประชาชนในอำเภอดีขึ้น
สามารถจัดการปัญหาสุขภาพได้ด้วยตนเอง ลดค่าใช้จ่ายใน
การรักษาพยาบาล และมีศักยภาพพอที่จะเผชิญกับปัญหา
สุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไป
3)	 เกิดเครือข่ายความร่วมมือในการจัดการสุขภาพที่เข้มแข็ง มี
พลังในการขับเคลื่อนการสร้างสุขภาวะในอำเภอ และพร้อม
รับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้น
4)	 ทำให้การบริการสุขภาพมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ผู้รับบริการมี
ความพึงพอใจ ผู้ให้บริการมีความสุขในการทำงาน
Primary Care Value Added with DHS

เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
กรอบแนวคิด (Conceptual Framework)
Primary Care Value Added with DHS
 
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
	 จากกรอบแนวคิดระบบสุขภาพระดับอำเภอดังกล่าวข้างต้น รสอ.
เปรียบเสมือนบ้าน โดยองค์ประกอบพื้นฐาน 6 ประการ (six building
blocks) เบรียบเสมือน ฐานรากของบ้าน ถือเป็นงานโครงสร้างที่สำคัญ

ขั้นตอนหนึ่งของการสร้างบ้าน เพราะว่าต่อให้ทำบ้านให้สวยงามแค่ไหน
ก็ตาม ถ้าก่อสร้างฐานรากของบ้านไม่ดีหรือไม่ได้มาตรฐานก็อาจเป็นสาเหตุ
ทำให้บ้านเกิดการทรุดตัวหรือโครงสร้างเกิดการแตกร้าวได้ในภายหลัง
ได้แก่ 
1) 	การให้บริการ (Service Delivery) 
2) 	กำลังคนด้านสุขภาพ (Health Workforce) 
3) 	ระบบข้อมูล (Information System) 
4) การมีเวชภัณฑ์-วัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์-เทคโนโลยีทาง

การแพทย์-และวัคซีน (Medical products, Vaccine 
Technology) 
5) 	กลไกการเงิน (Financing Mechanism) 
6)	 ภาวะการนำและธรรมาภิบาล (Leadership/Governance) 
	 ผลลัพธ์ของการนำกรอบแนวคิดระบบสุขภาพขององค์การอนามัยโลก
ทั้ง 6 องค์ประกอบ (six building blocks) ส่วนหลักการดำเนินงานของ
ระบบสุขภาพระดับอำเภอ (UCARE) 5 ประการ เปรียบเหมือนเสาบ้าน
เทียบได้กับโครงกระดูกของบ้าน ซึ่งหมายถึงความแข็งแรงมั่นคงของบ้านทั้ง
หลัง เสาทั้งห้าประกอบด้วย
1)	 การทำงานร่วมกันในระดับอำเภอ (Unity District Health
Team) 
2)	 การมีส่วนร่วมของเครือข่ายและชุมชน (Community partici-
pation)
Primary Care Value Added with DHS

เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
3)	 การทำงานจนเกิดคุณค่า ทั้งกับผู้รับบริการ และผู้ให้บริการเอง
(Appreciation and Quality) 
4)	 การแบ่งปันทรัพยากร และการพัฒนาบุคลากร (Resource
sharing and human development) 
5)	 การให้บริการสุขภาพตามบริบทที่จำเป็น (Essential care)
ส่วนของคานบ้าน ประกอบด้วย กลยุทธทั้งสี่ คือ
w	สร้างเครือข่ายความร่วมมือทุกภาคส่วนในการจัดการสุขภาพ
ชุมชน
w	ส่งเสริมและสนับสนุนประชาชนและชุมชนร่วมกันดูแล
สุขภาพพึ่งตนเองได้และไม่ทอดทิ้งกัน
w	พัฒนาระบบบริการสุขภาพให้ครอบคลุมมีคุณภาพ และมี
ประสิทธิภาพ
w	พัฒนาการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อการรับ
ความเสี่ยงจากปัจจัยทางสังคมอันคุกคามสุขภาพ
 	 สุดท้ายของโครงสร้างบ้าน ในส่วนของหลังคาเปรียบเทียบกับ

เป้าหมายของระบบสุขภาพอำเภอ ความสำเร็จของการทำงานด้านสุขภาพ

ที่คาดหวังจะเกิดขึ้น คือระบบบริการที่มีคุณภาพ ครอบคลุมทุกกลุ่มวัย
ตอบสนองความต้องการของประชาชน สถานะสุขภาพของประชาชนดี
สามารถป้องกันภาวะเสี่ยงด้านสุขภาพ และเป้าหมายสูงสุดคือ ประชาชนมี
สุขภาวะนั่นเอง
 	 จากกรอบแนวคิดข้างต้น สามารถขยายความดังนี้
Primary Care Value Added with DHS
 
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
ระบบสุขภาพระดับอำเภอกับองค์ประกอบ 6 ประการของระบบ
สุขภาพ
 	 องค์ประกอบ 6 ประการของระบบสุขภาพเริ่มใช้ครั้งแรกโดย
องค์การอนามัยโลกในปี 20071
ทั้งนี้มักเรียกทับศัพท์ว่า “Six Building
Blocks” ของระบบสุขภาพ ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับระบบสุขภาพ
โดยทั่วไปรวมถึง “ระบบสุขภาพอำเภอ (District Health System)2
” โดยที่
ทั้งระบบสุขภาพอำเภอ และ Six building block มีสาธารณสุขมูลฐาน
(Primary health care)3,4
เป็นฐานร่วมของพัฒนาการ5
โดยที่องค์ประกอบ
ทั้ง 6 ประการ มีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน และมีการพัฒนาไปด้วยกัน ตาม
คุณลักษณะของปฏิกริยาลูกโซ่ (Chain reactions) ที่มีต่อกัน ทั้งนี้

ความหมายของแต่ละองค์ประกอบในการทำให้ปฏิสัมพันธ์ที่มีต่อกัน นำไป

สู่การทำให้ระบบสุขภาพอำเภอมีความเข้มแข็ง (DHS Strengthening) 

อาจอธิบายความหมายของแต่ละองค์ประกอบพอสังเขปในบริบทของระบบ
สุขภาพอำเภอได้ดังนี้ 
	 1) การให้บริการ (Service Delivery) หมายถึง บริการที่มีอยู่ใน
ระบบสุขภาพอำเภอมีความเชื่อมโยงอย่างไม่มีช่องว่าง-และไม่มีความซ้ำซ้อน
ระหว่างโรงพยาบาล-สถานบริการที่อยู่ในชุมชน-การให้บริการในชุมชน-การ
ให้บริการที่บ้าน-การดูแลกันเอง-และการดูแลตนเองบนพื้นฐานของการมี
1
	World Health Report (WHO 2007): Strengthening Health Systems to improve Health
Outcomes: Everybody’s Business
2
	Harare Declaration (WHO 1987): Strengthening District Health Systems based on Primary
Health Care
3
	Alma Ata Declaration (WHO 1978): Primary Health Care: the need for actions to
protect and promote health of all people
4
	World Health Report (WHO 2008): Primary Health Care: Now More Than Ever
5
	WHO (2010): Monitoring the Building Blocks of Health Systems: a hand book of
indicators and their measurement strategies
Primary Care Value Added with DHS

เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
ส่วนร่วมในทุกระดับ ทั้งในระดับรายบุคคล-ครอบครัว-และชุมชน ตาม
คุณลักษณะของการให้บริการที่มีประสิทธิผล-ต่อเนื่อง-ผสมผสาน-และเป็น
องค์รวม ทั้งนี้รวมถึงการเชื่อมโยง-ส่งต่อ-และรับกลับกับบริการทีมีอยู่
ภายนอกระบบสุขภาพอำเภอ ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องใช้บริการที่เกิน
กว่าศักยภาพของบริการที่มีอยู่ภายในระบบสุขภาพอำเภอ
	 2) กำลังคนด้านสุขภาพ (Health Workforce) หมายถึง การใช้
ประโยชน์สูงสุดจากทรัพยากรบุคคลที่มีอยู่ในระบบสุขภาพอำเภอ ทั้ง
บุคลากรที่อยู่ในสังกัดโรงพยาบาล-สังกัดสถานบริการที่อยู่ในชุมชน-อาสา
สมัครสาธารณสุข-จิตอาสา-เพื่อนบ้าน-และสมาชิกในครอบครัว เพื่อร่วมกัน
ให้บริการ และให้การดูแลประชาชนของแต่ละระบบสุขภาพอำเภอตาม
ความจำเป็นที่ต้องได้รับบริการหรือได้รับการดูแล โดยให้บริการและให้การ
ดูแลร่วมกันเป็นทีม ทั้งการให้การให้บริการและการให้การดูแลร่วมกันเป็น
ทีมภายในสถานบริการ และการให้บริการและการให้การดูแลร่วมกันเป็นทีม
ที่เชื่อมโยงจากสถานบริการ-สู่บ้าน-และในชุมชน
	 3) ระบบข้อมูล (Information System) หมายถึง การบันทึก-การ
เก็บรวบรวม-การวิเคราะห์-การสังเคราะห์-และการใช้ข้อมูล อยู่บนพื้นฐาน
ของการทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดในขณะให้บริการทั้งในระดับรายบุคคลและ
รายครอบครัว ตลอดจนการทำให้เกิดการรับรู้-เข้าใจ เพื่อติดตาม-ควบคุม
กำกับ-และประเมินสถานการณ์ อันนำไปสู่การแก้ปัญหาสุขภาพอย่างเป็น
ระบบและต่อเนื่อง ทั้งในระดับรายชุมชนและในภาพรวมของทั้งระบบ
สุขภาพอำเภอ โดยมีข้อมูลที่ใช้ส่งเป็นรายงาน เพื่อเชื่อมโยงกับระบบใหญ่
เช่น จังหวัด-เขต-หรือส่วนกลาง และข้อมูลที่ใช้ส่งเพื่อประสานงานกับองค์
ประกอบอื่นๆ ที่อยู่ภายนอกระบบสุขภาพอำเภอ เป็นผลพลอยได้จากการมี
ระบบข้อมูลดังกล่าว
Primary Care Value Added with DHS
 
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
	 4) การมีเวชภัณฑ์-วัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์-เทคโนโลยีทางการ
แพทย์-และวัคซีน (Medical products, Vaccine  Technology) 

หมายถึง เวชภัณฑ์-วัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์-เทคโนโลยีทางการแพทย์-
และวัคซีนที่มีอยู่ในระบบสุขภาพอำเภอ ถูกใช้อย่างมีประสิทธิผลโดย
ทรัพยากรบุคคลที่มีสมรรถนะในการใช้ ทั้งในระดับรายบุคคลและการใช้
ร่วมกันเป็นทีม ในกรณีที่สมรรถนะที่มีอยู่ภายในระบบสุขภาพอำเภอมีไม่
เพียงพอ ควรให้ความสำคัญกับการเพิ่มสมรรถนะของทรัพยากรบุคคลที่

มีอยู่ภายในระบบก่อน ซึ่งสามารถดำเนินการได้ในทันที เช่น การเพิ่ม
สมรรถนะโดยการจัดการเรียนโดยใช้บริบทเป็นฐาน (Context Based
Learning: CBL) เพื่อทำให้สามารถใช้ทรัพยากรเท่าที่มีอยู่ทั้งหมดใน

ระบบสุขภาพอำเภอให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้การเพิ่มจำนวนบุคลากรที่

มีสมรรถนะในการใช้เข้ามาในระบบ และการเชื่อมโยงกับบุคคลากรที่มี
สมรรถนะจากภายนอกระบบ ควรได้รับการพิจารณาควบคู่กันไปเพื่อการ
พัฒนาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ในกรณีที่เวชภัณฑ์-วัสดุอุปกรณ์ทางการ
แพทย์-เทคโนโลยีทางการแพทย์-และวัคซีน ที่ยังไม่มีในระบบสุขภาพอำเภอ
แต่มีความจำเป็นต้องใช้ จำเป็นต้องมีการเชื่อมโยงตามความจำเป็นของการ
ใช้ กับองค์ประกอบต่างๆ ภายนอกระบบสุขภาพอำเภอ
	 5) กลไกการเงิน (Financing Mechanism) หมายถึง กลไก

การเงินที่นอกจากมีพื้นฐานของการทำให้เงินไม่ใช่อุปสรรคของการเข้าถึง
บริการที่มีคุณภาพของประชาชนทุกคนแล้ว ยังมีพื้นฐานของการเป็นองค์
ประกอบของการช่วยเหลือซึ่งกันและกันและไม่ทอดทิ้งกันอยู่ในกลไกการเงิน
ดังกล่าว ทั้งนี้กลไกการเงินเป็นเครื่องมือสำคัญของการบริหารจัดการที่มีผล
ต่อผลิตภาพ (Productivities) ของระบบสุขภาพอำเภอโดยรวม การทำให้
ประชาชนรับรู้ถึงสถานะทางการเงินบนพื้นฐานของความโปร่งใส-ตรวจสอบ
Primary Care Value Added with DHS
10
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
ได้ มีส่วนช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมรู้สึกเป็นเจ้าของระบบสุขภาพอำเภอ มีผล
ต่อการส่งเสริมให้เกิดการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การไม่ทอดทิ้งกัน ทั้งนี้การ
เพิ่มความรู้สึกถึงการมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของดังกล่าว มีผลต่อความอยู่รอด
และความมั่นคงของสถานะทางด้านการเงินของระบบสุขภาพอำเภอโดยรวม
	 6) ภาวะการนำและธรรมาภิบาล (Leadership/Governance)
หมายถึง การมีทีมนำที่มี “สมรรถนะในการทำหน้าที่บริหารจัดการระบบ
สุขภาพอำเภอ (DHS Management Competencies)” บนพื้นฐานของการ
มีส่วนร่วม-โปร่งใส-ตรวจสอบได้ เพื่อทำให้ปฏิสัมพันธ์ที่มีต่อกันขององค์
ประกอบต่างๆ ภายในระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์ประกอบทั้ง 5 ประการ
ดังกล่าวข้างต้น ส่งผลให้ประชาชนในระบบสุขภาพอำเภอเข้าถึงบริการที่มี
คุณภาพ มีความปลอดภัย ครอบคลุมประชาชนทุกคนในระบบสุขภาพ
อำเภอ ทั้งการให้บริการและการให้การดูแลด้านการส่งเสริม-ป้องกัน-รักษา-
เสริมสร้าง-ฟื้นฟู-ตลอดจนการให้บริการและให้การดูแลในระยะสุดท้ายของ
ชีวิต ทำให้เกิดเป็นผลิตภาพ (Productivities) ทั้งในระหว่างการดำเนินการ
หรือการมีปฏิสัมพันธ์ของกระบวนการต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในระบบ (Processes)
อันนำไปสู่การทำให้เกิดเป็นผลลัพธ์อันพึงประสงค์ (Desirable Outputs/
Outcomes/Impacts) ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั้งในระดับรายบุคคล-
ครอบครัว-ชุมชน-ตลอดจนภาพรวมของระบบสุขภาพอำเภอ ซึ่งประกอบ
ด้วย
w สภาวะสุขภาพของประชาชนดีขึ้น มี “สุขภาวะ (Well-being)”
บนพื้นฐานของการมีการกระจายทรัพยากรไปยังสถานบริการ
และผู้ให้บริการที่มีอยู่ในระบบสุขภาพอำเภออย่างทั่วถึงและเป็น
ธรรม (Improved Health: Level and Equity)
Primary Care Value Added with DHS
 11
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
w	 ระบบบริการตอบสนองตามความจำเป็นที่สอดคล้องกับความ
พึงพอใจของประชาชนทุกคนบนความคาดหวังที่แตกต่างใน
ขณะรับบริการ (Responsiveness6
) ทั้งนี้องค์การอนามัยโลกได้
แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มของการตอบสนองประกอบด้วย
-	 การเคารพในความเป็นบุคคล (Respect for person)
ประกอบด้วย การให้เกียรติ (Dignity) การสร้างการมี

ส่วนร่วมตัดสินใจ-เพิ่มสมรรถนะ-เพิ่มความมั่นใจในการดูแล
สุขภาพตนเอง (Autonomy) การเก็บความลับ (Con-
fidentiality) และการสื่อสาร (Communication) 
-	 การให้ความสำคัญกับผู้รับบริการ (Patient/Client
Orientation) ประกอบด้วย การใส่ใจในทันที (Prompt
attention) การเปิดโอกาสให้เลือกผู้ให้บริการ (Choice)
การทำให้มีความสะดวกสบายขั้นพื้นฐาน (Basic amenities)
และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสมาชิกในครอบครัวและ
ชุมชน (Family/Community Involvement)
w ประชาชนในระบบสุขภาพอำเภอทุกคนได้รับการปกป้องจาก
ความเสี่ยงทางการเงินและทางสังคม อันเกิดจากผลกระทบ

ที่เกิดจากสภาวะสุขภาพ (Social and Financial Risk
Protection) บนพื้นฐานของการมีกลไกของช่วยเหลือซึ่งกัน

และกันและไม่ทอดทิ้งกันตามการเกิดขึ้นของระบบหลักประกัน
สุขภาพในภาพรวมของประเทศ (Universal Health Coverage:
Mandatory Solidarity) ผสมผสานกับการเกิดความรู้สึกที่ว่า
6
	World Health Report (WHO 2000): Health Systems: Improving Performance:
Primary Care Value Added with DHS
12
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
“คนภายในระบบสุขภาพอำเภอเดียวกันไม่ทอดทิ้งกันสามารถ
ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน (Consciousness of Solidarity)” เพื่อ
ปกป้องความเสี่ยงทางการเงินและทางสังคม อันเป็นผลกระทบ
จากสภาวะสุขภาพของคนภายในอำเภอเดียวกันร่วมกัน
w ระบบสุขภาพอำเภอมีและมีการเพิ่มประสิทธิภาพ (Improved
Efficiency) โดยมีองค์ประกอบของ 
-	 การจัดสรรทรัพยากรไปยังสถานบริการและผู้ให้บริการ

เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ บนพื้นฐานของการไม่ลด

พร้อมไปกับกระตุ้นและส่งเสริมให้การเพิ่มผลิตภาพให้กับ
ระบบสุขภาพอำเภอ (Allocated Efficiency)
-	 การใช้ทรัพยากรที่มีการเลือกใช้อย่างประหยัดตามความ
จำเป็นทางสุขภาพของประชาชน โดยที่ไม่ลดประโยชน์หรือ
ประสิทธิผลที่เกิดจากผลิตภาพของระบบสุขภาพอำเภอที่
ประชาชนสมควรได้รับ จากการเลือกใช้ทรัพยากรดังกล่าว
(Technical Efficiency)
Primary Care Value Added with DHS
 13
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
หลักการดำเนินงานของระบบสุขภาพระดับอำเภอ
	 1. การทำงานร่วมกันในระดับอำเภอ (Unity District Health
Team) ของภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้ความสำคัญกับ working
relationship คือ ความสัมพันธ์ที่นำไปสู่ผลลัพธ์ทางสุขภาพที่ดีขึ้นของ
ประชาชน มีการกำหนดผู้รับผิดชอบในการขับเคลื่อนและกำหนดบทบาท
หน้าที่ของทีมอย่างชัดเจน และมีการบริหารจัดการที่ดี (Good gover-
nance)
	 2. การมีส่วนร่วมของเครือข่ายและชุมชน (Community
participation) เน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในระดับอำเภอ ในทุก

ขั้นตอนของการพัฒนา (ร่วมรับรู้ ร่วมคิด ร่วมดำเนินการ ร่วมประเมินผล)
โดยมีเป้าหมายร่วมกัน คือ การทำงานด้านสุขภาพเพื่อยกระดับการ

พึ่งตนเอง ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและไม่ทอดทิ้งกัน
	 3. การทำงานจนเกิดคุณค่า ทั้งกับผู้รับบริการ และผู้ให้บริการเอง
(Appreciation and Quality) คุณค่าที่สำคัญของการบริการปฐมภูมิ เป็น
คุณค่าที่เกิดขึ้นทั้งฝ่ายผู้ให้บริการและผู้รับบริการ การสร้างคุณค่าทำได้
หลากหลายวิธี เช่น การพัฒนาคุณภาพเครือข่ายบริการปฐมภูมิโดยไม่นิ่ง
ดูดายต่อความทุกข์ของผู้ป่วย การพัฒนาคุณภาพไม่เน้นที่เชิงปริมาณเพียง
อย่างเดียว แต่ต้องเน้นที่เนื้อหาและคุณภาพบริการที่ประชาชนได้รับร่วมด้วย
จึงเป็นการสร้างคุณค่าให้เกิดขึ้น เป็นเหมือนน้ำหล่อเลี้ยงจิตใจให้เข้มแข็ง
เกิดกำลังใจ เป็นความสุขและทำให้เกิดพลังที่จะก้าวเดินไปข้างหน้า ขณะ
เดียวกันผู้รับบริการและประชาชนก็มีความพึงพอใจต่อบริการที่ได้รับ
Primary Care Value Added with DHS
14
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
	 4. การแบ่งปันทรัพยากร และการพัฒนาบุคลากร (Resource
sharing and human development) โดยให้ความสำคัญกับการระดม
ทรัพยากรมาใช้ร่วมกันภายใต้การบริหารจัดการที่ดีและมีการแบ่งปัน
ทรัพยากรทั้งคน เงิน เครื่องมือ ความรู้ เทคโนโลยี และฐานข้อมูล เพื่อใช้
ในภารกิจทางสุขภาพ ส่วนการพัฒนาบุคลากรให้ความสำคัญกับการพัฒนา
โดยวิเคราะห์ส่วนขาดและเติมเต็มตามสภาพปัญหา และความต้องการทั้ง
ของบุคคลและหน่วยงาน รูปแบบการพัฒนาทำได้หลากหลายวิธีการ เช่น
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การฝึกอบรม การดูงาน การใช้ระบบพี่เลี้ยง เป็นต้น
	 5. การให้บริการสุขภาพตามบริบทที่จำเป็น (Essential care) 

เน้นการจัดการปัญหาสุขภาพที่ตอบสนองต่อปัญหาของประชาชนในพื้นที่
สอดคล้องตามบริบทและวัฒนธรรม รวมทั้งสภาพปัญหาสุขภาพครอบคลุม
ทั้งด้านการส่งเสริม ป้องกัน รักษาและฟื้นฟู ตามหลักการบริการสุขภาพ
ระดับปฐมภูมิ (1A4C) คือ การเข้าถึงบริการ (Accessibility) การให้บริการ
อย่างต่อเนื่อง (Continuity) การเชื่อมโยงประสาน (Coordination) การ

ให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ (Comprehensiveness) และชุมชนมีส่วนร่วม
(Community Participation)
Primary Care Value Added with DHS
 15
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
การสร้างระบบสุขภาพระดับอำเภอให้เข้มแข็ง 

ในมิติมุมมองการจัดการ
	 1. การสร้างทีมนำที่มีธรรมาภิบาล (Unity District Health Team)
การดำเนินการ ระบบสุขภาพระดับอำเภอ จำเป็นต้องมีแกนนำที่มี
สมรรถนะในการนำการเปลี่ยนแปลงพัฒนา ทีมนำนี้ต้องมาจากทุกภาคส่วน
ในพื้นที่ ตั้งแต่ผู้บริหารโรงพยาบาล สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ องค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ฯลฯ แล้วแต่บริบทของพื้นที่ ซึ่งขณะนี้
กระทรวงสาธารณสุข ได้พัฒนาโครงการผู้นำสุขภาพระดับอำเภอ ที่เรียกว่า
DHML (District Health Management Learning) ให้เกิดสมรรถนะ 6
ด้าน อันได้แก่ การมีจิตสำนึกที่ดี การกำหนดวิสัยทัศน์ การจัดทำแผน
ปฏิบัติการ การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง การทำงานเป็นทีม และการใช้
เครื่องมือเพื่อการบริหารจัดการ ถ้ามีทีมงานที่เข้มแข็ง ก็จะสามารถนำการ
เปลี่ยนแปลงอย่างมีพลังได้
	 2. การสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน (Community partici-
pation) สิ่งที่สำคัญในการมีส่วนร่วมของประชาชน คือ การทำให้ประชาชน
มีส่วนในการได้รับข้อมูล และสามารถเรียงลำดับความสำคัญของปัญหาได้
เพื่อเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจในการดำเนินงาน รวมทั้งสนับสนุน
ทรัพยากร พลังกาย พลังใจในการร่วมงาน การมีส่วนร่วมเรามีพื้นฐานเรื่อง
อสม. อยู่แล้ว แต่ไม่ควรจำกัดอยู่เพียงบทบาทของ อสม. ที่เป็นอยู่ทำ
อย่างไรให้ประชาชนมีความรู้สึกเป็นหุ้นส่วนในการดำเนินงาน DHS
	 3. การพัฒนารูปแบบบริการที่ตอบสนองต่อความจำเป็นและ

ความต้องการของประชาชน (Essential care) การจัดบริการสุขภาพที่มี

คุณภาพนำ จะใช้หลักการของเวชศาสตร์ครอบครัวเป็นแนวทางให้บุคลากร
สาธารณสุขนำไปใช้ ซึ่งน่าจะเป็นบทบาทของทีมหมอครอบครัว (Family
Care Team) ไปดูแลประชาชนในพื้นที่ที่รับผิดชอบ
Primary Care Value Added with DHS
16
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
Family Care Team: ทีมหมอครอบครัว
	 เป้าหมายของการมีทีมหมอครอบครัว:
w	 มีทีมหมอครอบครัวที่ให้การดูแล ให้คำปรึกษา ช่วยเหลือ โดย
ทีมทำงานร่วมกัน ดูแลประดุจ ญาติมิตร ถึงบ้านอย่างใกล้ชิด
และทั่วถึง ทุกครอบครัว
w	 ได้รับการดูแลครอบคลุมทุกมิติ (รักษา ส่งเสริม ป้องกัน ฟื้นฟู
องค์รวม ต่อเนื่อง ผสมผสาน)
w	 มีการรับ-ส่งต่อทุกระดับ ตั้งแต่ครอบครัว ชุมชน รพ.สต. รพ.
อย่างใกล้ชิดเหมาะสม
w	 ประชาชน “อุ่นใจ” มีญาติทั่วไทย เป็นหมอครอบครัว ประชาชน
กลุ่มเสี่ยงได้รับการดูแลครอบคลุมครบถ้วน ทำให้เกิดครอบครัว
ชุมชน มีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
	 ทีมหมอครอบครัว คือ ทีมที่ประกอบด้วย สหสาขาวิชาชีพทั้งด้าน
การแพทย์และการสาธารณสุข รวมถึง อสม. อปท. ชุมชน ภาคประชาชน
และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดูแลสุขภาพของประชาชน เพื่อดูแลปัญหา
ด้านกาย ครอบคลุมทั้งรักษา ส่งเสริม ป้องกัน และดูแลด้านจิตใจ สังคม
บรรเทาทุกข์ พัฒนาคุณภาพชีวิต ของผู้ป่วย ครอบครัว ชุมชน อย่าง

ใกล้ชิด เข้าใจ เข้าถึง 
ß	 หมอครอบครัว คือ บุคลากรสาธารณสุขที่สำเร็จการศึกษา

ระดับประกาศนียบัตรขึ้นไปที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับด้าน
สาธารณสุขในพื้นที่ที่รับผิดชอบของ รพ.สต./ศสม. โดย

รับผิดชอบประชากรประมาณ 1,250-2,500 คน/หมอประจำ
ครอบครัว
Primary Care Value Added with DHS
 17
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
ß	 แพทย์ที่ปรึกษา: แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป/แพทย์เวชศาสตร์

ครอบครัว/แพทย์เฉพาะทางที่มีความสนใจในงานบริการระดับ
ปฐมภูมิ
	 องค์ประกอบทีม:
	 ระดับอำเภอ ประกอบด้วย แพทย์ และสหสาขาวิชาชีพ เช่น
แพทย์เวชศาสตร์/แพทย์เฉพาะทาง/แพทย์ทั่วไป/ทันตแพทย์/เภสัชกร/
พยาบาลเวชปฎิบัติ/พยาบาลวิชาชีพ/กายภาพบำบัด/นักสังคมสงเคราะห์/
นักสุขภาพจิต ใน รพ. และทีมจาก สสอ. มีหน้าที่เป็น ที่ปรึกษา พี่เลี้ยง
ให้การสนับสนุนวิชาการ พัฒนาศักยภาพทางคลินิกทีมตำบล ชุมชน รวม
ถึงสนับสนุนทรัพยากรทุกประเภทที่จำเป็นเพื่อให้เกิดระบบบริการสุขภาพที่ดี
ที่สุดกับครอบครัวในเขตรับผิดชอบประสานงานส่งต่อและติดตามความคืบ
หน้าของผู้ป่วยในการไปรับบริการสุขภาพยังสถานบริการในทุกระดับ
 	 ระดับตำบล ประกอบด้วย บุคลากรใน รพ.สต. เช่น พยาบาล

เวชปฏิบัติ นักวิชาการสาธารณสุข เจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชน เจ้าหน้าที่
บริหารงานสาธารณสุข ทันตาภิบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอื่นๆ ซึ่งทำหน้าที่
เป็นหมอครอบครัว ดูแลปัญหาสุขภาพด้านการรักษาพยาบาลเบื้องต้น
ประสานส่งต่อผู้ป่วยที่เกินขีดความสามารถ มุ่งเน้นงานด้านการส่งเสริม

สุขภาพ และป้องกันโรคให้แก่ครอบครัวชุมชน เชื่อมประสานกับองค์กร

ท้องถิ่น ภาครัฐอื่นๆ เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาด้านสังคม สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ 

ขจัดทุกข์ เพิ่มสุขก่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิต ให้กับครอบครัว

และชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มพลังอำนาจในการพึ่งพาตนเองของ
ครอบครัว ชุมชน
Primary Care Value Added with DHS
18
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
	 ระดับชุมชน ประกอบด้วย ภาคประชาชนในพื้นที่นั้น เช่น อสม.
อปท. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จิตอาสา แกนนำครอบครัว นักบริบาล มีหน้าที่
ช่วยเหลือผู้ป่วยและครอบครัวในการดูแลตนเองหรือการให้การบริบาล

เบื้องต้น ทำหน้าที่ประดุจญาติของผู้ป่วยและครอบครัว ช่วยประสานงานกับ

เจ้าหน้าที่ทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข ทั้งในยามที่ต้องไปรับการ
รักษาพยาบาลที่ รพ.สต. หรือที่โรงพยาบาลชุมชน อีกทั้งช่วยเหลือดูแล

ขจัดทุกข์ด้านสังคม สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ เสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของ
ครอบครัว ชุมชน

ผังโครงสร้างทีมหมอประจำครอบครัว
ทีมอำเภอ
ทีมสหสาขาวิชาชีพ
จาก รพช. เช่น แพทย์/
ทันตแพทย์/เภสัช/
พยาบาลเวช/
นักจิต/นักกาย/
นักโภชนาการและ
ทีมตำบล
จนท.สธ.จาก รพ.สต.
เช่น พยาบาลเวช/นวด/
ทันตาภิบาล/จพง./
แพทย์/แผนไทย/
จนท.สธ. อื่นๆ
ทีมชุมชน
เช่น อสม./อปท.กำนัน/
ผู้ใหญ่บ้าน/แกนนำ/จิต
อาสา/ภาคอื่นๆ
อสม.
อสม.
ครอบครัว
1
...
2
1,250-2,500
1,250-2,500
1
...
2
ดูแลความเสี่ยง
ตามกลุ่มมอายุ
ดูแล รพ.สต.
1-3 แห่ง/ทีม
ที่ปรึกษา/พี่
เลี้ยงทีมตำบล
CBL,KM
หมอครอบครัว/
พี่เลี้ยงทีมชุมชน
ช่วยเหลือดูแล
ครอบครัว/ผู้ป่วย
ระบบให้คำปรึกษา-รับและส่งต่อ
Primary Care Value Added with DHS
 19
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
นโยบาย Family Care Team (FCT) กับการหนุนเสริมระบบ
สุขภาพระดับอำเภอ : DHS
	 Family Care Team : ทีมหมอครอบครัว เป็นเครื่องมือในการ
พัฒนาให้ระบบสุขภาพอำเภอ เข้มแข็ง โดยมิติองค์ประกอบของทีมหมอ
ครอบครัว มีแนวทางในการดำเนินการในรูปแบบเดียวกับ DHS ตามเกณฑ์
UCARE ซึ่งองค์ประกอบทีมหมอครอบครัวในระดับอำเภอ ตำบล และชุมชน
เปรียบเสมือน Unity Team ของ DHS ส่วน Community Participation
อยู่ในเรื่องของภาคีเครือข่ายหรือชุมชนที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีส่วนร่วม
ในการเป็นทีมหมอครอบครัว เรื่องของ Resources Sharing and Human
Development จะมีการดำเนินการโดยใช้กระบวนการเป็นพี่เลี้ยงของทีม
หมอครอบครัว ทั้งในระดับอำเภอ ตำบล และชุมชน โดยใช้กระบวนการใน
การพัฒนาศักยภาพของทีมด้วยเครื่องมือ CBL และ KM โดยมีการดำเนิน
การให้เกิดเป็นรูปธรรมของทีมหมอครอบครัว โดยใช้ Essential Care 

เป็น Tracer เริ่มแรกอาจดำเนินการในเรื่องของผู้สูงอายุติดเตียง Palliative
care ผู้พิการ ที่จะตรวจสอบระบบการทำงานของทีมหมอครอบครัว ให้เกิด

รูปธรรมและมีความชัดเจน การจัดบริการสุขภาพที่มีคุณภาพนำ จะใช้หลัก
การของเวชศาสตร์ครอบครัวเป็นแนวทางให้บุคลากรสาธารณสุขนำไปใช้ ซึ่ง
น่าจะเป็นบทบาทของทีมหมอครอบครัว (Family Care Team) ไปดูแล
ประชาชนเพื่อให้เกิดการบริการที่มีลักษณะอย่างน้อย 3 ประการ คือ
(1)	สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัว คือ ประชาชนกับทีมหมอ
ครอบครัว ต้องมีความรู้จักมักคุ้นกัน ทั้งในชุมชนและในหน่วย
บริการ
Primary Care Value Added with DHS
20
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
(2)	สามารถระบุความเสี่ยงทางด้านสุขภาพตามกลุ่มวัยใน
ครอบครัว และร่วมกันลดละความเสี่ยงด้วยการปรับเปลี่ยน
พฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม
(3)	สามารถดูแลผู้ป่วยที่มีปัญหาสุขภาพในชุมชนให้เหมาะสมกับ
ระดับความเชี่ยวชาญแต่ละที่ เช่น ถ้าเป็นโรคหัวใจขาดเลือด 

ก็สามารถส่งต่อไปโรงพยาบาลที่มีผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจ ถ้า

เป็นผู้พิการในชุมชนที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ก็สามารถส่งทีม
หมอครอบครัวไปดูแลที่บ้านด้วย
	 4. การแบ่งปันทรัพยากรและการพัฒนาคนปฐมภูมิ (Resource
sharing and human development) การทำงานสุขภาพระดับอำเภอ
จำเป็นต้องอาศัยทรัพยากร ทั้งเงิน ความรู้ กำลังคนมามีส่วนร่วม ปัจจุบันมี
กองทุนสุขภาพตำบลที่สนับสนุนจากรัฐและท้องถิ่น เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่
ไปแก้ปัญหาสุขภาพในระดับพื้นที่ ถ้านำเงินนี้มาใช้ในระบบ DHS ก็จะเกิด
ประโยชน์กับประชาชนอย่างมาก ที่สำคัญ การจะเป็นทีมหมอครอบครัว

ที่มีคุณภาพจะต้องมีการเตรียมคนให้มีความพร้อม มีความรู้ตามบริบทของ
พื้นที่ การพัฒนาโดยใช้กระบวนการ Content Based Learning (CBL) มา
เป็นกลไกพัฒนาคนในพื้นที่เป็นวิธีที่เหมาะสม โดยเฉพาะการนำหลักการ

เวชศาสตร์ครอบครัวมาเรียนรู้ในกลุ่มทีมหมอครอบครัว โดยใช้โรงพยาบาล
ชุมชนเป็นฐาน การพัฒนาผู้นำสุขภาพระดับอำเภอโดยใช้หลักการ DHML
ก็เป็น CBL แบบหนึ่ง แต่เป็นการพัฒนาสมรรถนะคนในระดับอำเภอแทน
ด้านบริหาร
Primary Care Value Added with DHS
 21
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
การจัดการทางการเงิน (Financing)
	 กลไกทางการเงิน และจัดสรรบริหารเงินงบประมาณ มีส่วนสำคัญ
ยิ่งต่อการสร้างระบบสุขภาพอำเภอเข้มแข็ง การจัดการทางการเงินใช้เป็น
เครื่องมือในการชี้นำการเคลื่อนย้ายทรัพยากร (Resources mobilization),
สรรสร้างให้เกิดความเป็นธรรมไม่เลื่อมล้ำ มีประสิทธิภาพในอำเภอนั้น และ
ยกระดับคุณภาพได้
	 การจัดสรรงบประมาณในระดับอำเภอ (Financing)
	 เมื่ออำเภอได้รับงบประมาณจากแหล่งต่างๆ มา ทีมหรือคณะ
กรรมการสุขภาพระดับอำเภอ จะต้องวางแผนร่วมกันเพื่อจัดสรรงบประมาณ
ลงในบริการต่างๆ ตามระดับอำเภอ จะต้องวางแผนร่วมกันเพื่อจัดสรรงบ
ประมาณลงในบริการต่างๆ ตามลำดับความสำคัญ หลักการทั่วไป ต้องมี
การจัดสรรให้แก่ชุมชน หรือระบบสุขภาพชุมชนซึ่งมีศักยภาพจะได้รับ
ประโยชน์จากการจัดสรรนี้
	 การจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดในอำเภอ
	 งบประมาณรายจ่าย เป็นการประมาณการค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต้อง

ใช้ในการดำเนินงานตามแผนการจัดบริการ (Service plans) เงินที่จัด

เป็นงบประมาณอาจน้อยกว่าที่ขอประมาณการไว้ได้ แม้ว่าในระดับอำเภอ
ปัจจุบัน จะมีเงินค่าใช้จ่ายประจำ เงินช่วยเหลือ กองทุนหลักประกันสุขภาพ
ท้องถิ่น อบต. เทศบาล เงินบำรุง เงินอุดหนุนทั่วไปจาก อบต. หรือ
เทศบาล กองทุนที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะ เช่น กองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิต

ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี กองทุน SML กองทุน

พัฒนาเมือง ฯลฯ ซึ่งมีหลากหลาย จำนวนมาก และ สนับสนุนมาจาก
หลายหน่วยงาน
Primary Care Value Added with DHS
22
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
	 ด้วยเหตุผลข้างต้น ทีมระบบสุขภาพระดับอำเภอ จะต้องวางแผน
สร้างสรรค์การจัดสรรและกระจายทรัพยากรให้เกิดความเป็นธรรม มี
ประสิทธิภาพสูง และเป็นไปตามลำดับความสำคัญเพื่อให้ทุกตำบลและ
หมู่บ้านในอำเภอ สามารถสร้างกิจกรรมสุขภาวะได้ทั่วถึง

	 การดำเนินงานเพื่อจัดสรรงบประมาณ และใช้ทรัพยากรให้เกิด
ประสิทธิภาพสูง
w	 ทบทวนแผนการจัดบริการ (Review the service plan) 

ที่ระดับอำเภอ หรือคณะกรรมการระบบสุขภาพระดับอำเภอ
และแผนการจัดบริการของเขตบริการสุขภาพ
w	 ทบทวนโปรแกรมหรือบริการสุขภาพที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน
-	 โปรแกรมด้านการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม บริการ
สุขภาพ นำมาพิจารณาร่วมกันว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

หรือไม่ อย่างไร มีวิธีการบริหารที่เปลี่ยนแปลง เช่น 

จ้างเหมาภายนอก (Outsource) เลื่อน (postpone) หรือ
หยุดให้บริการ โครงการจบแล้ว (terminate)
w	 จัดสรรเงินงบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพสูงในระดับอำเภอทั้ง
อำเภอ
-	 อำเภอเป็นพื้นที่ที่เหมาะสม ในการประหยัดจากขอบเขต
(Economy of scope) เพราะในปัจจุบัน แต่ละอำเภอ มี
บุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถต่างๆ มากมาย หลาย
สาขาวิชาชีพ หน่วยงานที่แตกต่างกัน จะมีการใช้เทคโนโลยี
ที่เหมาะสม เมื่อมีการใช้เทคโนโลยีร่วมกัน จะเกิดการลด
Primary Care Value Added with DHS
 23
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
ต้นทุน การพัฒนาเทคโนโลยี-นวัตกรรมชุมชน ยกระดับ
ความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตประชาชนและการถ่ายทอด
ความรู้แก่กันตามบริบท (Context based Learning) จะ
ทำให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิผล ประสิทธิภาพ วิธีการ
ดำเนินการคือ
ก.	 ปกป้องแผนงานโครงการที่ลำดับความสำคัญแรกๆ
(Protecting priorities) การประมาณการต้นทุน

ค่าใช้จ่ายต่อ สถานบริการ หน่วยบริการ การปรับ

ค่าใช้จ่ายไปตามแนวโน้มอดีต ข้อมูลปัจจุบันแนวโน้ม
อนาคต บริการสุขภาพชนิดใดชนิดหนึ่งซึ้งต้องคงไว้

ในทางปฏิบัติ ข้อความในวรรคข้างต้น ต้องการการ

ร่วมคิดร่วมวางแผนใน Unity Team ภายใต้ข้อมูล

สารสนเทศ ที่เที่ยงตรง ไม่ลำเอียง มีธรรมาภิบาล
ข. ปรับลดงบประมาณ ในโครงการที่ไม่จำเป็น และสื่อสาร
สาธารณะให้ทราบว่า เป็นการปรับลดจาก Community
participation, Appreciation, Resources sharing,
และพิจารณา Essential care
Primary Care Value Added with DHS
24
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
	 1) มีการจัดการทรัพยากรบุคคลและทรัพยากรทางการแพทย์และ
สาธารณสุข (Human and Physical resources)
 	 การที่คณะกรรมการระบบสุขภาพระดับอำเภอ จะได้ร่วมกัน
พิจารณาถึงการรับบุคลากรเข้าไว้ในระบบ (Recruitment) ไม่ว่าจะเป็น

สหสาขาวิชาชีพ หรืออาสาสมัคร หรือจิตอาสาเป็นเรื่องที่สำคัญควรมอง
ภาพรวมของระดับอำเภอ (เช่น พิจารณาถึงทีมสหสาขาวิชาชีพ หมอ
อนามัย อสม. เครือข่ายจิตอาสา ฯลฯ) การฝึกอบรมให้มีความตระหนัก
ความรู้ หรือสามารถปฏิบัติได้ (เช่น อสม. เชี่ยวชาญ ต่อยอดเพื่อให้
สามารถเป็น skill caregivers) และมีความมั่นใจให้ระบบบริการปฐมภูมิเป็น
ที่น่าเชื่อถือแก่ประชาชน (Training) การกระจายบุคลากร (deployment)
ที่ดีจะสามารถทำให้หน่วยบริการประจำ เครือข่ายหน่วยบริการสามารถ
ทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ และการดำรงคงไว้ของบุคลากรที่มีขวัญ
กำลังใจ (retention) ของบุคลการที่มีความสามารถ มีความรู้ทักษะใน

ภาพรวมเพื่อให้ปฏิบัติงานในอำเภอ อีกประการหนึ่ง การจัดซื้อ จัดหา จัด
จ้างอุปกรณ์เครื่องมือ เทคโนโลยีทางการแพทย์ วัคซีน ยาและเวชภัณฑ์
(เช่น บัญชียา รพ.สต. บัญชียาโรงพยาบาลชุมชน) หรือแผนการลงทุนใน
โครงสร้างก็เป็นเรื่องที่สำคัญ โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างเพื่อการจัด
บริการที่ขยายของเขตขึ้น ที่ทันสมัยขึ้น หรือตอบสนองต่อความต้องการของ
ประชากรในอำเภอมากขึ้น
Primary Care Value Added with DHS
 25
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
ตารางประกอบการวิเคราะห์การจัดการทรัพยากร
ประเด็น
การจัดการที่อาจเป็นไปได้
บุคลากรที่ปฏิบัติงานในทีมที่หน่วยบริการ
ประจำเครือข่ายบริการปฐมภูมิหน่วยร่วมให้
บริการมีจำนวนและสัดส่วนผสม(Number
andmixofhealthworkers)ในอำเภอของ
เราที่จะสามารถตอบสนองปัญหาสุขภาพและ
ความอยู่ดีมีสุขในอำเภอของเราสถานภาพเป็น
เช่นใด
ß	วางแผนระยะสั้นที่จะมีการปฏิบัติการตามserviceplanปีงบประมาณนี้และปี

งบประมาณหน้าโดยบริหารเป็นเครือข่ายและถ้าไม่สามารถทำได้ก็ทำPublic
PrivateMix
ß	วางแผนระยะยาวกับสถาบันผลิตและพัฒนาต่างๆและทำการเจรจาแหล่งทุนสนับสนุน
การรับรองคุณภาพของกระบวนการทำงาน
บริการปฐมภูมิบริการสุขภาพในชุมชนบริการ
ส่งต่อการสวัสดิภาพสวัสดิการชุมชนที่มีการ

บูรณาการทรัพยากรในอำเภอ
ß	นำขบวนการDHSA/PCAมาปรับประยุกต์ใช้ทั้งภาพรวมของอำเภอในทุกกระบวนการ
ทุกหน่วยบริการและสถานบริการและทุกเป้าหมาย
ß	นำข้อมูลHCIS,JHCIS,HospXP,etc.มาประยุกต์ใช้ให้เป็นKMของอำเภอ
ß	ประสานกับคณะกรรมการขับเคลื่อนDHSเขตตามคำสั่ง๑เมษายน๒๕๕๗ให้

สนับสนุนในประเด็นที่เป็นปัญหาของอำเภอ
ค่าแรงค่าตอบแทนค่าตอบแทนพิเศษการ
จ้างเหมาบุคคลมาทำภารกิจจำเพาะหรือจ้าง
เหมาเป็นโครงการเพื่อให้บรรลุความมุ่งหมายที่
เป็นลำดับความสำคัญเร่งด่วนของอำเภอ
ß	พิจารณาทางเลือกที่จะให้บทบาทที่สำคัญต่างๆแก่อสม.เชี่ยวชาญจิตอาสา
ß	พิจารณาทางเลือกที่จะให้NGO,Socialenterprise,CSR,เอกชนเครือข่ายอื่นๆ 

เข้ามาร่วมจัดบริการโดยการเห็นชอบจากคณะกรรมการสุขภาพระดับอำเภอ
Primary Care Value Added with DHS
26
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
ประเด็น
การจัดการที่อาจเป็นไปได้
ยาวัคซีนเทคโนโลยีทางการแพทย์
ß	พิจารณาการบริหารระบบบัญชียาสต็อกยาแนวปฏิบัติที่เกี่ยวกับการจ่ายยา 

การสมานฉันท์ยา(Medicalreconciliation)ภาพรวมของระบบการให้บริการระดับ

อำเภอทั้งที่โรงพยาบาลรพ.สต.ยาสำหรับการส่งต่อหรือรับส่งกลับมาดูแลต่อเนื่อง
ß	พิจารณาโควต้าColdchainระบบการจัดส่งขนส่ง(Logistic)และการจัดบริการ

ให้วัคซีนทั้งวัคซีนEPIและวัคซีนเพื่อการรณรงค์
ßเครื่องวัดความดันโลหิตเครื่องดูแลเบาหวานเองที่บ้าน
ß	การตรวจคัดกรองและป้องกันระดับทุติยภูมิสำหรับเบาหวานความดันที่รพ.สต. 

หรือเครือข่ายบริการ
โครงสร้างทางกายภาพและการลงทุนทาง
เทคโนโลยีภาพรวมของอำเภอ
ß	พิจารณาการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ที่มีอยู่และแผนการปรับปรุงพัฒนาพื้นที่
ß	พิจารณากลยุทธ์การลงทุนที่โรงพยาบาลลงทุนที่รพ.สต.ที่ศสม.หรือที่อื่นเพื่อ

การจัดบริการครอบคลุมทั่วถึงตอบสนองต่อความต้องการด้านสุขภาพ
ß	พิจารณาเทคโนโลยีทางการแพทย์ครุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่เหมาะสมสำหรับบริการ

สาธารณสุขในอำเภอ
ตารางประกอบการวิเคราะห์การจัดการทรัพยากร(ต่อ)
Primary Care Value Added with DHS
 27
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
	 5. การทำงานจนเกิดคุณค่า ทั้งกับผู้รับบริการ และผู้ให้บริการเอง
(Appreciation and Quality) การประเมินผลด้วยหลักการเชิดชูผู้ปฏิบัติ
งาน DHS และการมองให้เห็นคุณค่าของปฐมภูมิ DHS - PCA โครงการทุก
โครงการ ย่อมต้องมีการประเมินผล แต่การประเมินผลในโครงการ DHS มี
ความประสงค์ที่จะเน้นให้การประเมินเป็นการไปเพิ่มพลังใจ เติมกำลังใจ
ให้กับผู้ปฏิบัติงาน และถือเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วย ที่เรียกว่า
Appreciation ไม่ยึดติดกับความสำคัญของงาน แต่ยึดเรื่องให้คนทำงาน

มีการพัฒนาตนเอง มองเห็นคุณค่าของงานที่ทำ เพื่อทำให้มีความสุขในการ
ทำงาน
	 การกำหนดตัวชี้วัดต่างๆ มีความสำคัญเพียงเป็นกรอบทิศทางใน
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ไม่ใช้เป็นตัวบอกความสำเร็จ เพียงแต่บอกการ
เปลี่ยนแปลงหลังจากดำเนินงาน DHS การประเมินแบบนี้ จะทำให้คน
ทำงานมีความสุข และมีความรู้สึกอยากเอาความมี Appreciation ไป

ขับเคลื่อนงานให้ดีขึ้นต่อไป
Primary Care Value Added with DHS
28
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
แนวทางการเยี่ยมเสริมพลัง เพื่อการพัฒนา 

DHS–PCA
	 การประเมินคุณภาพของเครือข่ายบริการปฐมภูมิ หรือ คปสอ. หรือ
CUP ก่อนหน้านี้มีรูปแบบการประเมินที่เป็นเกณฑ์มาตรฐานต่างๆ มากมาย
ส่วนใหญ่มักจะเป็นแบบ Check List ว่า มี/ไม่มี, ทำ/ไม่ทำ, ตัวชี้วัดผ่าน/
ไม่ผ่านเกณฑ์ โดยมักไม่มองว่า เพราะอะไรจึงเกิดปรากฏการณ์ของการ

มี/ไม่มี ทำ/ไม่ทำ ตัวชี้วัดผ่าน/ไม่ผ่านเกณฑ์ 
	 เพราะอะไรจึงควรที่จะมีการมองให้ลึกลงไปกว่าปรากฏการณ์ที่

เกิดขึ้นของการ มี/ไม่มี, ทำ/ไม่ทำ, ตัวชี้วัดผ่าน/ไม่ผ่านเกณฑ์ หลายครั้ง
เมื่อพบว่า เครือข่ายบริการปฐมภูมิหนึ่ง ไม่มี ไม่ทำ และไม่ผ่านเกณฑ์

ตัวชี้วัด การมองให้ลึกลงไปว่า อะไรทำให้เกิดปรากฎการณ์เช่นนี้ จะทำให้
เกิดความเข้าใจสถานการณ์ที่แท้จริงที่พื้นที่กำลังเผชิญอยู่ อาจนำมาสู่การ
พูดคุยหาทางออกร่วมกันระหว่างพื้นที่และผู้ประเมินหรือผู้เยี่ยมสำรวจก็เป็น
ได้ การมองให้ลึกไปกว่าสิ่งที่ผู้ประเมินหรือผู้เยี่ยมสำรวจเห็น อาจนำมาซึ่ง
การรับรู้ที่นำไปสู่ความเข้าใจในความเป็นตัวตนและสถานการณ์ของพื้นที่
นั้นๆ อย่างแท้จริง ท่าทีที่แสดงถึงการรับรู้และเข้าใจความเป็นตัวตนที่

แท้จริงของพื้นที่นั้นๆ ว่า มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงของแต่ละพื้นที่ใน
สถานการณ์ที่เขาติดขัด อัตคัด ลำบาก เป็นกระบวนการหนึ่งในการประเมิน
ตามแนวทางของ DHS - PCA เพราะก่อนที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะไปดูแล
ประชาชน เจ้าหน้าที่เหล่านั้นควรจะได้รับการดูแลก่อน การเข้าใจและรับรู้
สิ่งที่เขาดำรงอยู่เป็นกระบวนการหนึ่งที่เรียกว่า การดูแลกันและกัน
(Caring) ที่ไม่ใช่การตัดสินว่า ไม่มี, ไม่ทำ และไม่ผ่านเกณฑ์
Primary Care Value Added with DHS
 29
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
	 ส่วนในสถานการณ์ที่เครือข่ายบริการปฐมภูมินั้นๆ สามารถ

ดำเนินการขับเคลื่อนงานต่างๆ ได้ จนมี, ทำ และผ่านเกณฑ์ตัวชี้วัด

ต่างๆ นั้น การมองให้ลึกไปกว่าปรากฏการณ์ที่เป็นอยู่ยังคงสำคัญเช่นกัน
ว่าเขาลำบากอย่างไร ต้องใช้ความพยายามอย่างไร เขาผ่านอะไรมาบ้าง

จนมาเป็นเขาในทุกวันนี้ การมองและให้ความสำคัญกับที่มาที่ไปเป็น
กระบวนการหนึ่งที่สำคัญของการให้คุณค่า (Appreciation) กับความ
พยายาม ความลำบาก ความสามารถที่ทำให้เกิดปรากฎการณ์ของการมี
ทำ และผ่านเกณฑ์ตัวชี้วัดต่างๆ
	 กล่าวโดยสรุปแนวทางการทบทวน DHS - PCA นี้ เน้นแนวทาง
การเยี่ยมสำรวจด้วยกระบวนการดูแล (Caring) และ การให้คุณค่า
(Appreciation) ในสิ่งที่เครือข่ายบริการปฐมภูมินั้นๆ เป็นอยู่ ไม่ใช่การ
ตัดสิน หรือเพียงแค่ชื่นชมโดยปราศจากการให้คุณค่า เหล่านี้คือเจตจำนง
ที่แท้จริงของการทบทวนหรือเยี่ยมสำรวจตามแนวทางของ DHS - PCA
คณะผู้ทบทวนหรือผู้เยี่ยมสำรวจมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าให้พื้นที่

เครือข่ายบริการปฐมภูมิทุกพื้นที่วางใจ และสบายใจ ไม่ต้องเปลี่ยนวิถีและ
ความเป็นตัวตนที่เป็นอยู่เพื่อตอบโจทย์ของผู้ทบทวนหรือผู้เยี่ยมสำรวจ ขอ
ให้พื้นที่ภูมิใจในสิ่งที่เป็นตัวเรา และขอให้ผู้ทบทวนและผู้เยี่ยมสำรวจได้เห็น
และรู้จักตัวตนที่แท้จริงของเครือข่ายบริการปฐมภูมิ ด้วยการนำเสนอข้อมูล
และสถานการณ์จริงของพื้นที่อย่างเต็มภาคภูมิ
Primary Care Value Added with DHS
30
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
แนวทางการนำเครื่องมือ DHS-PCA สู่การปฏิบัติ 
	 I.	การทำงานเป็นทีม (Unity Team)
		 การพัฒนาระบบสุขภาพอำเภอที่ประสานสอดคล้องกันในทุกระดับ
ก.	การสนับสนุนจากผู้นำ
	 (1)	ผู้นำและทีมนำระดับสูงกำหนดนโยบาย เป้าประสงค์
ลำดับความสำคัญ และความคาดหวังด้านการพัฒนา
ระบบสุขภาพอำเภอแบบมีส่วนร่วม
	 (2)	ผู้นำทุกระดับให้การสนับสนุน ติดตามกำกับความ
พยายามในการพัฒนาระบบสุขภาพ
I. การทำงานเป็นทีม (Unity Team)
ก. การสนับสนุน
จากผู้นำ
ส่งเสริมความร่วมมือ
นโยบาย เป้าประสงค์
ประเด็นสำคัญ
ความคาดหวัง
สนับสนุน ติดตามกำกับ
ข. การเชื่อมโยงและประสานงาน
กำหนดโครงสร้าง บทบาท
สัมพันธภาพของทีม
ทีมในหน่วยย่อย
ทีมแนวราบ
ทีมแนวดิ่ง
สื่อสาร แก้ปัญหา
ค. การสร้างทีม
และการสื่อสาร
ความร่วมมือที่ดี
ของทีมเครือข่าย
อำเภอ
ตำบล
หมู่บ้าน/ชุมชน
ภาคี/ผู้มี
ส่วนได้
ส่วนเสีย
Primary Care Value Added with DHS
 31
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
ข.	การเชื่อมโยงและประสานงาน
	 (1)	กำหนดโครงสร้าง บทบาทของการประสานงานระหว่าง
ทีมนำและทีมย่อย ที่มีประสิทธิผลและเหมาะสมกับ
บริบทของพื้นที่เพื่อเชื่อมโยงและช่วยเหลือสนับสนุนการ
พัฒนาระบบสุขภาพ
	 (2)	ส่งเสริมให้มีการสร้างสัมพันธภาพที่ดีในทีมทุกระดับ
อย่างต่อเนื่อง
ค.	การสร้างทีมและการสื่อสาร
	 (1)	การส่งเสริมให้มีทีมที่หลากหลาย ทั้งทีมที่เป็นทางการ
และไม่เป็นทางการ ทีมภายในหน่วยงานสาธารณสุข
และทีมความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายและผู้มีส่วนได้
ส่วนเสีย 
	 (2)	จัดให้มีทีมที่ติดตามกำกับการพัฒนาระบบสุขภาพ
อำเภอ ทีมรับผิดชอบระบบงาน หรือกระบวนการต่างๆ
ที่สำคัญ 
	 (3)	การสื่อสารและแก้ปัญหาที่ได้ผล ทั้งภายในหน่วยงาน
ระหว่างหน่วยงาน ระหว่างหน่วยงานกับชุมชน และ
ระหว่างทีมเครือข่ายสุขภาพ ระดับอำเภอ ตำบล และ
หมู่บ้าน
	 *การพัฒนาการทำงานเป็นทีม (Unity team) อาจเริ่มจาก การ
สนับสนุนจากผู้นำ การเชื่อมโยงและประสานงาน หรือการสร้างทีมและการ
สื่อสาร กระบวนใดก่อนก็ได้ตามบริบทของพื้นที่แต่ละอำเภอ
Primary Care Value Added with DHS
32
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
II.	การให้ความสำคัญกับกลุ่มเป้าหมายและประชาชน 
	 (Customer Focus)
 	 การเรียนรู้ความต้องการ ความคาดหวัง และความพึงพอใจของ
กลุ่มเป้าหมาย/ประชาชน นำมาใช้ปรับปรุงการดำเนินงาน เพื่อสร้างความ
สัมพันธ์ ความเชื่อมั่นศรัทธาและความร่วมมือ
ก.	ความรู้เกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมาย
	 (1)	ระบุการจำแนกส่วนของกลุ่มเป้าหมาย/ประชาชน ที่

เหมาะสมกับบริบท เพื่อให้สามารถนำไปใช้พัฒนา ตอบ
สนองความต้องการ ความจำเป็นด้านสุขภาพสำคัญ
	 (2)	การรับฟังและเรียนรู้ ความต้องการและความคาดหวัง ของ
กลุ่มเป้าหมาย/ประชาชน มีวิธีการรับฟังที่เหมาะสมกับ
แต่ละกลุ่ม
II. การให้ความสำคัญกับกลุ่มเป้าหมายและประชาชน (Customer Focus)
ก. ความรู้เกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมาย
ข. ความพึงพอใจ
1. จำแนกกลุ่ม (Segmented)
2. ความต้องการ ความคาดหวัง
รับฟัง/เรียนรู้ ด้วยวิธีการที่เหมาะสมกับแต่ละกลุ่ม
กำหนดกลุ่มที่มุ่งเน้น
กลุ่มเป้าหมาย, ประชาชน
เรียนรู้ ปรับปรุง
วิธีรับรู้ความต้องการ
1. ประเมินความพึงพอใจ
วิธีเหมาะสม
ช่องทางที่เหมาะสมเพียงพอ
2. การรับข้อร้องเรียน
รวบรวม
วิเคราะห์
สนองความต้องการ
ความเชื่อมั่นศรัทธา
ความพึงพอใจ
ความร่วมมือ
วางแผนจัดการ ปรับปรุง
กระบวนการ/ระบบงาน
Primary Care Value Added with DHS
 33
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
	 (3)	ใช้ความเห็นและเสียงสะท้อนของกลุ่มเป้าหมาย/ประชาชน
แต่ละกลุ่ม เพื่อตอบสนอง พัฒนาการดำเนินงาน และเพื่อ
ค้นหาโอกาสสร้างนวตกรรม
	 (4)	ปรับปรุงวิธีการรับฟังและเรียนรู้ให้ทันความต้องการของผู้
เกี่ยวข้องและทิศทางการเปลี่ยนแปลงของระบบสุขภาพ

ข.	ความพึงพอใจ
	 (1)	การประเมินความพึงพอใจ และ/หรือ ความไม่พึงพอใจ
ของกลุ่มเป้าหมาย/ประชาชน และใช้ข้อมูลเพื่อการพัฒนา
ปรับปรุงวิธีการดำเนินงาน
	 (2)	สร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมาย/ประชาชน โดยมี

ช่องทางรับข้อร้องเรียน ข้อเสนอแนะ ที่เหมาะสม มีการ
แสดงความรับผิดชอบต่อสาธารณะในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับ
ระบบสุขภาพที่มี และช่องทางการรับรู้เพื่อการพัฒนา
	 (3)	การจัดการกับข้อร้องเรียน ข้อเสนอแนะ ของกลุ่มเป้าหมาย/
ประชาชน ที่ทันท่วงที รวมทั้งรวบรวม วิเคราะห์ ในภาพรวม
เพื่อใช้ปรับปรุงการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ
	 (4)	การปรับปรุงวิธีประเมินความพึงพอใจ วิธีการรับข้อร้องเรียน
ข้อเสนอแนะ ให้ทันกับความต้องการของผู้เกี่ยวข้องและ
ทิศทางการเปลี่ยนแปลงของระบบสุขภาพ
Primary Care Value Added with DHS
34
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
III.	การมีส่วนร่วมของชุมชน และภาคี 
	 (Community Participation)
 	 ทีมเครือข่ายสุขภาพและชุมชนร่วมกันพัฒนาความสามารถของ
ชุมชนในการปรับปรุงสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชน
ก. การวิเคราะห์ชุมชน
	 (1)	ทีมเครือข่ายร่วมกันวิเคราะห์ กำหนดชุมชนที่รับผิดชอบ
ตามพื้นที่ทางกายภาพ ตามกลุ่มประชากรหรือกลุ่มเสี่ยง
ทางสุขภาพ หรือตามวิถีชีวิตทางสังคมชุมชน เพื่อให้
สามารถเข้าใจความต้องการและความจำเป็นด้านสุขภาพ
ของชุมชน 
III. การมีส่วนร่วมของชุมชน และภาคี (Community Participation)
ก. การวิเคราะห์ชุมชน
 ข. การเสริมพลังชุมชน
พื้นที่เป้าหมาย
	 -	ตามพื้นที่ทางกายภาพ
	 -	ตามกลุ่มประชากร
	 -	ตามวิถีชุมชน
ข้อมูลสุขภาพชุมชน
	 -	ข้อมูลพื้นฐาน สถานะสุขภาพ
	 - โรค/ปัญหาสุขภาพ
	 - ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
	 - ความเสี่ยงที่สำคัญ
ทุนและศักยภาพของชุมชน
	 -	แกนนำชุมชน ปราชญ์
	 - ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
	 - ทรัพยากร ภูมิปัญญาฯ
-	ร่วมวางแผน ออกแบบระบบ
	 สุขภาพประชาชนแต่ละกลุ่ม
-	การจัดการมีส่วนร่วม
		 ร่วมคิด ร่วมวางแผน
		 ร่วมดำเนินการ
		 ร่วมทบทวน/ประเมินผล
คืนข้อมูล/
สื่อสารสองทาง
สร้างความ
สัมพันธ์
เรียนรู้ ปรับปรุง
สื่อสารสองทาง
เรียนรู้ ปรับปรุง
ชุมชน ภาคี มีศักยภาพ
ร่วมเป็นเจ้าของ
ระบบสุขภาพ
ข้อตกลงร่วม นโยบายสาธารณะ
Primary Care Value Added with DHS
 35
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
	 (2)	รวบรวมข้อมูลและสารสนเทศที่เกี่ยวกับสุขภาพชุมชน
ครอบคลุมและเหมาะสมตามบริบท ได้แก่ ข้อมูลพื้นฐาน
สถานะสุขภาพ ข้อมูลการเจ็บป่วย/โรค รวมทั้งปัจจัยที่มีผล
ต่อสุขภาพ และความเสี่ยงด้านสุขภาพในชุมชน 
	 (3)	ร่วมกับชุมชนในการค้นหาทุนและศักยภาพของชุมชน
ได้แก่ แกนนำชุมชน ปราชญ์ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ภาคี

เครือข่ายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งทรัพยากรที่สำคัญหรือภูมิปัญญา
	 (4)	การรวบรวมข้อมูลสำคัญของ ข้อมูลสุขภาพ ทุนและ
ศักยภาพของชุมชน เพื่อร่วมกันวางแผน ออกแบบระบบ
จัดลำดับความสำคัญ พัฒนา และประเมินติดตามระบบ
สุขภาพประชาชน อย่างต่อเนื่อง
ข.	การเสริมพลังชุมชน
	 (1)	แลกเปลี่ยนข้อมูล สารสนเทศที่สำคัญของชุมชน ข้อมูล
สุขภาพชุมชน เพื่อร่วมกันวางแผน ออกแบบระบบสุขภาพ
ประชาชนในแต่ละกลุ่ม (ร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมดำเนินการ
ร่วมทบทวน และประเมินผล)
	 (2)	ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการสร้างเครือข่ายของชุมชนที่

เข้มแข็ง และสนับสนุนการเกิดข้อตกลงร่วม หรือนโยบาย
สาธารณะเพื่อสุขภาพ ด้วยการสร้างความสัมพันธ์ ร่วมมือ
กับผู้เกี่ยวข้อง และแลกเปลี่ยนข้อมูล สารสนเทศอย่าง

ต่อเนื่อง
	 (3)	การทบทวน เรียนรู้ร่วมกันเกี่ยวกับระบบสุขภาพประชาชน
ในชุมชน และแลกเปลี่ยนข้อมูล สารสนเทศอย่างต่อเนื่อง
เพื่อให้เกิดชุมชนเข้มแข็ง มีศักยภาพมากขึ้น สร้างความ
เป็นเจ้าของระบบสุขภาพ ของชุมชนและภาคีเครือข่าย
Primary Care Value Added with DHS
36
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
IV.	การชื่นชม และให้คุณค่า (Appreciation)
 	 การสร้างความพึงพอใจ ความผูกพันของทีมงานและเครือข่าย เพื่อ
บรรลุความสำเร็จของทีมในระดับเครือข่าย และระดับบุคคลที่ยั่งยืน
ก.	การให้คุณค่าบุคลากร
	 (1)	การกำหนด วิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจ ความ
ผูกพันของทีมงานและเครือข่ายแต่ละกลุ่ม และแต่ละส่วน
ทั้งในทีมสาธารณสุข ภาคีเครือข่าย และชุมชน
	 (2)	ส่งเสริมให้มีการรวบรวม วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการพัฒนา
ระบบบุคลากรที่สร้างความพึงพอใจ ความผูกพันมากขึ้น
ได้แก่ การสร้างแรงจูงใจ/ความร่วมมือ การให้อำนาจ
ตัดสินใจ การให้ความสำคัญระดับบุคคลในแต่ละระดับ
IV. การชื่นชม และให้คุณค่า (Appreciation)
กำหนด วิเคราะห์ปัจจัยสำคัญ
	 -	การสร้างแรงจูงใจ ความร่วมมือ
	 - การให้อำนาจตัดสินใจ
	 - การให้ความสำคัญ ระดับบุคคล
	 - การยกย่องชมเชย รับรู้คุณค่าที่
		 แท้จริง
ก. การให้คุณค่ากับทีมงานและเครือข่าย
ข. บรรยากาศการทำงาน
ระบุกลุ่มทีมสุขภาพและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
เครือข่าย
บริการ
ภาคี
ภาคส่วน
ต่างๆ
วางแผนจัดการ ดำเนินการ
กระบวนการ/ระบบที่ตอบสนอง
ความพึงพอใจ
ความผูกพัน
ความสำเร็จที่ยั่งยืน
ของเครือข่าย
บรรยากาศ สภาพแวดล้อม คุณภาพชีวิต
ความสุขในการทำงาน ดูแล เกื้อหนุน
ในรูปแบบเครือข่าย
เรียนรู้ ปรับปรุง
Primary Care Value Added with DHS
 37
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
การยกย่องชมเชยที่เหมาะสม เพื่อเรียนรู้ ออกแบบวิธีการ
ตอบสนองที่ตรงประเด็น
ข.	บรรยากาศในการทำงาน
	 (1)	บุคลากร และทีมเครือข่ายสุขภาพมีแนวทางร่วมกันในการ
สร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงานแต่ละระดับ ทั้งสภาวะ
แวดล้อมภายนอก สถานที่ และลักษณะการทำงานที่เอื้อต่อ
การทำงานที่มีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี
	 (2)	การทบทวน เรียนรู้ปัจจัยที่มีผลต่อระบบการทำงานที่ทำให้
ทีมงานเครือข่ายสุขภาพมีบรรยากาศการทำงานที่ดี เพื่อนำ
มาออกแบบ ตอบสนองที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง
 	 *ความผูกพัน หมายถึง ระดับความมุ่งมั่นทั้งทางอารมณ์และสติ
ปัญญา เพื่อให้งาน พันธกิจ และเป้าหมาย บรรลุผล บางคนอาจแปลว่า
“การผูกใจบุคลากร” หรือใช้คำง่ายๆ ว่า “ร่วมด้วย ช่วยกัน”
 	 วิธีการยกย่องชมเชย อาจเป็นตัวเงินและไม่เป็นตัวเงิน เป็นทางการ
และไม่เป็นทางการ เป็นรายบุคคลและเป็นรายกลุ่ม
Primary Care Value Added with DHS
38
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
V.	การแบ่งปันทรัพยากร และการพัฒนาทรัพยากรบุคคล 
	 (Resources Sharing and Human Development)
 	 กำหนดกลยุทธ์ที่ตอบสนองความท้าทายของระบบสุขภาพตาม
บริบท สามารถถ่ายทอดนำไปสู่การปฏิบัติด้วยความเพียงพอด้านกำลังคน
การเงิน ทรัพยากรและระบบสนับสนุนที่สำคัญ รวมทั้งติดตามความ
ก้าวหน้าเพื่อให้บรรลุเป้าประสงค์
ก.	การบริหารเชิงกลยุทธ์
1.	การวางแผนเชิงกลยุทธ์
	 (1)	ทีมเครือข่ายสุขภาพและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญร่วมกัน
ดำเนินการวางแผนกลยุทธ์ตามขั้นตอนและกรอบเวลาที่
เหมาะสม โดยมีการวิเคราะห์ และกำหนดปัญหาร่วมหรือ
ความท้าทายเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ จากข้อมูล สารสนเทศที่
เชื่อถือได้และเพียงพอ
V. การแบ่งปันทรัพยากร และการพัฒนาทรัพยากรบุคคล 
(Resources Sharing and Human Development)
ก. การบริหารเชิงกลยุทธ์
ข. ระบบสนับสนุนที่สำคัญ
1. การวางแผนเชิงกลยุทธ์
	 -	ผู้มีส่วนร่วม: ทีมและภาคีเครือข่าย
	 - ความท้าทายตามบริบท
	 - วิเคราะห์ข้อมูล ปัจจัยภายในภายนอก
2. การนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ
แผนปฏิบัติการ
ตัวชี้วัดสำคัญ
ครอบครัว คาดการณ์ผล
ติดตามความก้าวหน้า
คน เงิน ทรัพยากร
ปรับ
แผน
1. การทำงานเครือข่ายสุขภาพ
	 -	ความร่วมมือ สนับสนุน
	 - ระบบงานสำคัญ
	 - การจัดการความรู้ เทคโนโลยี
2. การพัฒนาทรัพยากรบุคคล
	 -	บุคลากรแต่ละระดับ
	 - ภาคีเครือข่ายสุขภาพ
	 - เวชศาสตร์ครอบครัว
		 สอดคล้องกับเป้าหมายและ
		 บริบท
มีประสิทธิภาพ
บรรลุเป้าประสงค์
เรียนรู้ ประเมิน ปรับปรุง
Primary Care Value Added with DHS
 39
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
	 (2)	ในกระบวนการวางแผนเชิงกลยุทธ์มีการวิเคราะห์ปัญหา
และความต้องการด้านสุขภาพของชุมชน จุดแข็ง จุดอ่อน
โอกาส สิ่งคุกคาม รวมทั้งปัจจัยสำคัญอื่น และความสามารถ
ในการนำแผนกลยุทธ์ไปปฏิบัติ
2.	การนำกลยุทธ์ไปปฎิบัติ
	 (1)	การจัดทำแผนปฏิบัติการ ถ่ายทอดแผนไปสู่การปฏิบัติ

เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ หรือเป้าหมายที่สำคัญ บุคลากร
ตระหนักถึงบทบาทและมีส่วนต่อการบรรลุเป้าหมาย
	 (2)	สร้างความมั่นใจว่ามีความเพียงพอด้านกำลังคน การเงิน
และทรัพยากรอื่น ที่จะนำแผนปฏิบัติการไปปฏิบัติให้บรรลุผล
	 (3)	การปรับเปลี่ยนแผนปฏิบัติการ และนำแผนที่ปรับเปลี่ยนไป
สู่การปฏิบัติ ในกรณีที่มีความจำเป็น
	 (4)	การจัดทำตัวชี้วัดสำคัญเพื่อติดตามความก้าวหน้า ระบบ
การวัดผลครอบคลุมประเด็นสำคัญ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
และหนุนเสริมให้ระบบสุขภาพอำเภอมุ่งไปในทิศทางเดียวกัน
ข. ระบบสนับสนุนที่สำคัญ
1. การทำงานเครือข่ายสุขภาพ
	 (1)	เครือข่ายสุขภาพแต่ละระดับร่วมกันออกแบบแนวทางการ
พัฒนา ดำเนินการ และติดตามระบบสนับสนุนที่สำคัญเพื่อ
ให้การดำเนินการของเครือข่ายบรรลุเป้าหมาย
		 • การจัดโครงสร้าง อาคาร สถานที่ สิ่งแวดล้อมให้มีความ

	 สะอาด สะดวก ปลอดภัย 
	 	 •	ระบบข้อมูลสารสนเทศ ที่มีความน่าเชื่อถือ ทันเหตุการณ์ 

	 ตอบสนองความต้องการที่จำเป็น
		 •	การจัดการความรู้ทั้งเพื่อให้เกิดการพัฒนานำไปสู่การ

	 ปฏิบัติที่ดี หรือที่เป็นเลิศ
Primary Care Value Added with DHS
40
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
		 •	ระบบการบริหารยาและเวชภัณฑ์ให้มีความพียงพอ 

	 ถูกต้อง ปลอดภัย
		 •	ระบบเฝ้าระวังป้องกันการติดเชื้อและแพร่กระจายเชื้อที่

	 เป็นมาตรฐาน บุคลากรมีความรู้ เข้าใจ
		 •	การตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการที่จำเป็นสอดคล้อง 

	 มีการควบคุมคุณภาพ
		 •	การจัดหา บำรุงรักษาเครื่องมือแพทย์ และวัสดุอุปกรณ์ที่

	 เกี่ยวข้องกับระบบสุขภาพให้มีความเพียงพอ เชื่อถือได้ 

	 ปลอดภัยและพร้อมใช้งาน
	 (2)	การทบทวนเรียนรู้ร่วมกันในเครือข่าย เพื่อพัฒนาระบบ
สนับสนุนที่สำคัญสอดคล้องกับบริบทและทิศทางของระบบ
สุขภาพที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
2. การพัฒนาทรัพยากรบุคคล
	 (1)	การวางแผนด้านทรัพยากรบุคคลแต่ละระดับร่วมกับภาคี
เครือข่ายที่สำคัญตามบริบท เพื่อให้สามารถบรรลุวัตถุ-
ประสงค์และแผนปฏิบัติการที่กำหนดไว้ได้ 
	 (2)	การใช้โอกาสและรูปแบบการพัฒนาบุคลากรทีมเครือข่ายที่
หลากหลาย รวมทั้งการศึกษา การฝึกอบรม การเป็นพี่เลี้ยง
หรือที่ปรึกษา การสะสมประสบการณ์จากการทำงาน ฯลฯ 
	 (3)	การพัฒนาทีมเครือข่ายในกระบวนการดูแลผู้ป่วยในรูปแบบ
สหวิชาชีพโดยใช้แนวคิดเวชศาสตร์ครอบครัว ที่เชื่อมโยง
กันในเครือข่ายแต่ละระดับอย่างเหมาะสม
	 (4)	การประเมินประสิทธิผลของระบบการพัฒนา และเรียนรู้
สำหรับทีมเครือข่ายและผู้นำแต่ละระดับ เพื่อการพัฒนาที่
ตอบสนองต่อระบบสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
Primary Care Value Added with DHS
 41
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
VI.	 การดูแลผู้ป่วยและประชาชน (Essential Care)
 	 การพัฒนากระบวนการดูแลผู้ป่วยและประชาชนที่เหมาะสมกับ
บริบทและความจำเป็น มีความพร้อมต่อภัยสุขภาพ และภาวะฉุกเฉินทาง
สาธารณสุขเพื่อให้ประชาชนมีสถานะสุขภาพที่ดี ปลอดภัย
ก. กลุ่มผู้ป่วย กลุ่มประชากร
	 (1)	ทีมเครือข่ายสุขภาพกำหนดกลุ่มผู้ป่วย หรือกลุ่มประชากร
เช่น ตามกลุ่มอายุ กลุ่มโรค พื้นที่ อาชีพ วิถีชีวิต หรือกลุ่ม
ผู้ด้อยโอกาส เพื่อวิเคราะห์กระบวนการและประเด็นสำคัญ
ของแต่ละกลุ่มที่สอดคล้องกับบริบทเพื่อออกแบบการพัฒนา
ที่เหมาะสม
VI. การดูแลผู้ป่วยและประชาชน (Essential Care)
ก. กลุ่มผู้ป่วย กลุ่มประชากร
1.	การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย
	 กลุ่มประชากรสำคัญ
	 ตามอายุ, โรค, พื้นที่, อาชีพ,
	 วิถีชีวิต, ด้อยโอกาส/พิการ
ประชาชน
มีสถานะสุขภาพดี
ข. กระบวนการดูแลผู้ป่วย
2.	วิเคราะห์กระบวนการสำคัญ
	 ประเด็นสำคัญ
	 - ประเด็นสำคัญของแต่ละกลุ่ม
	 - อิงบริบทของพื้นที่
ทบทวน เรียนรู้ ปรับปรุง
3.	พัฒนากระบวนการ
	 - ตั้งเป้าหมาย
	 - พัฒนา ดำเนินการ
	 - ประเมินผล
1. การเข้าถึง
บริการ
2. บริการที่
ครอบคลุม
3. การดูแล 4 มิติ,
มีมาตรฐาน
4. การประสาน เชื่อมโยง
ภายใน - ภายนอก
5. การดูแลต่อเนื่อง
ในชุมชน ในสถานบริการ
การใช้แนวคิดองค์รวม และเวชศาสตร์ครอบครัวในกระบวนการดูแล
 วิเคราะห์ เฝ้าระวัง ตอบสนอง
ค. ภัยสุขภาพ ภัยพิบัติ
Primary Care Value Added with DHS
42
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
	 (2)	กำหนดเป้าหมายร่วมในการดูแลผู้ป่วยและประชากรแต่ละ
กลุ่มโดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง พัฒนา
ดำเนินการ ติดตามประเมินผล และทบทวน เรียนรู้พัฒนา
อย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับสุขภาพประชาชนแต่ละกลุ่ม
ข. กระบวนการดูแลผู้ป่วย และประชาชน
	 (1)	ระบบบริการเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการที่จำเป็นได้ง่าย
เหมาะสม ทันเวลา
	 (2) ระบบบริการที่ครอบคลุมผู้ป่วย เฉียบพลัน ฉุกเฉิน เรื้อรัง
และส่งเสริมป้องกันโรค
	 (3) ระบบบริการผู้ป่วยและประชาชน 4 มิติ ได้แก่ ส่งเสริม
ป้องกัน รักษา และฟื้นฟู รวมทั้งเป็นไปตามมาตรฐานทาง
คลินิก
	 (4) ระบบบริการที่เชื่อมประสานภายในหน่วยงาน ระหว่าง
หน่วยงาน รวมทั้งการประสานกับหน่วยงานภายนอกที่ดี
เช่น ศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียน วัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เป็นต้น
	 (5) ระบบนัดหมายติดตามที่เหมาะสม มีการสร้างความร่วมมือ
ประสานงานกับหน่วยบริการสุขภาพ ชุมชน และองค์กรอื่น
เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการติดตามผู้ป่วย
	 (6) การใช้แนวคิดการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม (กาย จิตใจ
สังคมและจิตวิญญาณ) และใช้แนวคิดเวชศาสตร์ครอบครัว
ในการดูแล เข้าใจ สร้างความสัมพันธ์ และเสริมพลัง ใน
กระบวนการดูแลผู้ป่วยและประชาชน ทั้งในระดับบุคคล
ครอบครัวและภาพรวม
Primary Care Value Added with DHS
 43
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
ค. ภัยสุขภาพ ภัยพิบัติ
	 (1) ทีมเครือข่ายสุขภาพ วิเคราะห์บริบทสำคัญของพื้นที่ 

เกี่ยวกับภัยพิบัติและภาวะฉุกเฉินที่มีโอกาสเกิดในพื้นที่ เพื่อ
การออกแบบวิธีเฝ้าระวังอย่างเหมาะสม
	 (2) สร้างความมั่นใจในการเตรียมพร้อมของทีมงานและ

เครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ระบบงาน เครื่องมือ สถานที่ สำหรับ
รองรับภัยพิบัติ หรือภาวะฉุกเฉิน เพื่อให้เกิดความปลอดภัย
แก่ผู้ป่วยและประชาชนในพื้นที่
Primary Care Value Added with DHS
44
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
ความงดงามที่งอกเงยจาก DHS
	 เครือข่ายสุขภาพอำเภอมีพัฒนาการของการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
จากการพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิและระบบบสุขภาพชุมชนภายใต้ความ
หลากหลายของบริบทการเปลี่ยนแปลงของสภาพปัญหาสุขภาพและสังคม
ของประชาชนซึ่งมีความซับซ้อนมากขึ้น นโยบายการพัฒนา DHS ในช่วงปี
ที่ผ่านมา เปิดโอกาสให้ภาคส่วนต่างๆ ในอำเภอทั้งหน่วยงานภาครัฐ ชุมชน
และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ร่วมมือทำงาน มีประสบการณ์และ

บทเรียนจากการทำงานร่วมกันมากขึ้น 
	 ความงดงามที่งอกเงยจากบทเรียนพื้นที่อำเภอต่างๆ ได้ถูก
ถ่ายทอดในเวทีมหกรรม DHS ของแต่ละภูมิภาคในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เกิด
การเก็บเกี่ยวประเด็นและเนื้อหาที่ได้จากการพัฒนามากมายหลายประเด็น
เพราะแต่ละพื้นที่มีความหลากหลายของบริบทเชิงนโยบายและการจัดการ
ของภาวะนำในองค์กร ความหลากหลายของสภาพปัญหาของประชาชน

ในพื้นที่ซึ่งเครือข่ายอำเภอนั้นได้นำมาเป็นประเด็นเพื่อการพัฒนา ความ
หลากหลายของบทบาทและวิธีการทำงานที่ปรับเปลี่ยนและผสมผสานกันให้
ได้อย่างลงตัวที่สุดของเครือข่ายภาคีภาคส่วนต่างๆ ในพื้นที่เพื่อให้เกิด

ผลงานที่ตรงเป้าและมีประสิทธิภาพสูงสุดต่อประชาชนกลุ่มเป้าหมาย 
	 พื้นที่กรณีศึกษาที่นำเสนอนี้ เป็นเพียงบางส่วนที่ทำให้ทีมเครือข่าย
สุขภาพอำเภอ ได้ภาคภูมิใจว่างานเหล่านั้นได้สะท้อนออกมาให้เห็นถึง

บทเรียนที่หลากหลาย ทั้งในเชิงการตั้งต้นของการมีทีมนำที่ชัดเจน การตั้ง
โจทย์พัฒนาของพื้นที่ การสร้างบทบาทร่วมที่ชัดเจนและเข้มแข็งมากขึ้น
ระหว่างภาคีภาคส่วนต่างๆ ที่เพิ่มมากกว่าเครือข่ายหน่วยงานสาธารณสุข
การบริหารจัดการที่มีส่วนร่วมและนำใช้ทรัพยากรจากแต่ละภาคส่วนร่วมกัน
Primary Care Value Added with DHS
 45
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
ทั้งเรื่องงบประมาณ องค์ความรู้วิชาการและบุคลากร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
การขับเคลื่อน DHS แบบต่อยอด ยกระดับคุณภาพโดยบูรณาการจากต้นทุน
เดิมที่มีในพื้นที่แต่ละอำเภออย่างน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นฐานจากการพัฒนา
ระบบคุณภาพของเครือข่ายบริการ ฐานการพัฒนาตำบลจัดการสุขภาพและ
ระบบสุขภาพชุมชนด้วยกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นในพื้นที่
รวมไปถึง ฐานจากวิธีคิดเรื่องการเรียนรู้และการสร้างสรรค์นวตกรรมเพื่อ
จัดการความท้าทายในพื้นที่ด้วยเครื่องมือและวิธีการทำงานใหม่ เพื่อขยาย
ผลระหว่างเครือข่ายอำเภอโดยบทบาทสนับสนุนของจังหวัด และสุดท้าย

ไม่ว่าจะใช้รูปแบบการพัฒนาภายใต้กลไกขับเคลื่อน DHS อย่างไร ผล
ชัดเจนที่ต้องได้ คือ สุขภาวะที่ดีขึ้นของประชาชนกลุ่มเป้าหมาย 
	 ขอบคุณคนทำงานในพื้นที่ที่ร่วมกันสร้างสรรค์การพัฒนา DHS ได้
อย่างน่าสนใจ เรื่องราวสั้นๆ ที่นำเสนอในมิติการพัฒนาดังกล่าวจะทำให้
เกิดการเรียนรู้ของผู้ปฏิบัติงาน นับว่าเป็นการเก็บเกี่ยวความงดงามที่งอกเงย
จากเมล็ดพันธุ์ DHS ในพื้นที่เพื่อเติบโตและส่งผลที่งดงามให้ผู้คนที่เกี่ยวข้อง
ได้ชื่นชมร่วมกันต่อไป
Primary Care Value Added with DHS
46
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
ยกระดับ EPI ด้วยพลัง DHS: อำเภอเมือง ปัตตานี
	 พื้นที่เขตบริการสุขภาพที่ 12 พบการระบาดของโรคติดต่อที่

ป้องกันได้ด้วยวัคซีน เช่น โรคคอตีบ หัด คางทูม และหัดเยอรมัน โดย
จังหวัดปัตตานีเป็นจังหวัดที่มีรายงานผู้ป่วยโรคคอตีบสูงสุดในเขต อัตรา
ป่วยเท่ากับ 1.25 ต่อประชากรแสนคน อีกทั้งยังพบเด็กอายุ 0-5 ปี 

ได้รับวัคซีนไม่ครบจำนวนมาก โดยในปี 2555 มีเด็กอายุ 0-5 ปี ได้

รับวัคซีนเพียงร้อยละ 70.38 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานของกระทรวง
สาธารณสุขที่กำหนดว่าให้เด็กอายุ 0-5 ปี รับวัคซีนครบ มากกว่าร้อยละ 90
 	 จากปัญหาดังกล่าว ทำให้ สสอ. เมืองปัตตานี ตระหนักถึง

ความสำคัญในการนำ DHS มาใช้ในการพัฒนาการดำเนินงานสร้างเสริม
ภูมิคุ้มกันโรค หรือ EPI โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การทำให้เด็กอายุ 0-5 ปี
ได้รับวัคซีนครบถึงร้อยละ 90 ตามเกณฑ์มาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข
เพื่อไม่ให้มีอัตราการป่วยและอัตราการตายของเด็กอายุ 0-5 ปี ด้วยโรคที่
ป้องกันได้ด้วยวัคซีน ทั้งโรคคอตีบ บาดทะยักและโปลิโอ และสุดท้ายคือ
ทำให้ชุมชนเป็นผู้ขับเคลื่อนหลักในการดำเนินงาน EPI
	 จากการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน พบว่าที่ผ่านมา มีปัญหา 4 ส่วน คือ
1)	 คน - ผู้ปกครองยังมีความเชื่อที่ไม่ดีเกี่ยวกับการฉีดวัคซีน

เช่น วัคซีนไม่ฮาลาล ความกังวล บุตรจะมีไข้ ส่วนเจ้าหน้าที่
หน่วยงานสาธารณสุขก็มีปัญหาเรื่องการเปลี่ยนแปลงผู้รับผิดชอบ
งานส่วนนี้ทำให้เกิดความไม่ต่อเนื่อง และยังทำงานในลักษณะ
เชิงรับอยู่ 
2)	 เงิน - งบกองทุนได้เพียงบางตำบล งบสาธารณสุขมีการบริหาร
ระดับอำเภอ
Primary Care Value Added with DHS
 47
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
3)	 ของ - วัคซีนไม่ครบ ไม่มีประสิทธิภาพ สถานที่ไม่เป็นสัดส่วน 
4)	 การดำเนินงาน - มีการประชุมคณะทำงานน้อย ทำงานเฉพาะ
สาธารณสุข 
 	 การวางแผนดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่า ปี 2552-2553 การ

ดำเนินงานยังยึดกรอบการแก้ไขปัญหา EPI ด้วยระบบการทำงานแบบเดิม
ซึ่งดำเนินงานโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ต่อมาในปี 2554-2555 มีการ

ปรับเปลี่ยนแผนตามนโยบาย “อำเภอควบคุมโรคเข้มแข็ง” โดยให้ภาคี

เครือข่ายในระดับอำเภอเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการการทำงาน
แก้ไขปัญหา EPI แต่การลงมือปฏิบัติหรือการให้บริการยังคงเป็นหน้าที่ของ
หน่วยงานสาธารณสุขฝ่ายเดียวเช่นเดิม
	 ปี 2556 มีการเปลี่ยนแปลงการวางแผนการดำเนินงาน โดยการนำ
อำเภอควบคุมโรคเข้มแข็ง มาเชื่อมร้อยเข้ากับนโยบาย DHS เพื่อให้ภาคี
เครือข่ายได้มีส่วนร่วมในการควบคุมโรคอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน โดยภาคี
เครือข่ายจะมีบทบาทสำคัญในการเป็นเจ้าของงานที่สามารถวางแผน
บริหารจัดการ ระดมทุนและทรัพยากรในพื้นที่เพื่อนำมาใช้ในการแก้ไข
ปัญหา EPI โดยวางแผนกิจกรรม ดังนี้ 
-	ปี 2556 พัฒนาคนสาธารณสุข หางบ เติมของ 
-	ปี 2557 พัฒนาเครือข่ายระดับตำบล พัฒนามัสยิดเป็นฐานใน
การดูแลเด็กให้ได้รับวัคซีนในพื้นที่
-	ปี 2558 ชุมชนบริหารจัดการ EPI ในพื้นที่ของตนเอง เกิด
ต้นแบบ 3 จังหวัดภาคใต้
Primary Care Value Added with DHS
48
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
 	 ผลการดำเนินงานในปี 2556 มีการสร้างเครือข่ายระดับอำเภอ

โดยการจัดตั้งคณะทำงาน DHS ซึ่งประกอบด้วยภาคีเครือข่ายต่างๆ

ในระดับอำเภอ ไม่ว่าจะเป็น นายอำเภอ ปศุสัตว์ เทศบาล อบต. ครู ผู้นำ
ทางศาสนา สาธารณสุข ผู้นำชุมชน และ อสม. โดยจะมีการประชุมปีละ 4
ครั้ง มีการเชื่อมงานอำเภอควบคุมโรคเข้มแข็งเข้ากับ DHS ส่วนการพัฒนา
งานได้มีการหยิบหลักบริหาร 4M มาใช้ คือ การพัฒนาและบริหาร คน เงิน
ของ รวมทั้งการจัดการ ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด จากนั้น
กระตุ้นให้ภาคีเครือข่ายเข้ามามีส่วนร่วมโดยการทำประชาคมในพื้นที่นำร่อง
ระดับตำบล 3 แห่ง พัฒนาองค์ความรู้ให้กับเครือข่าย วางมาตรการทาง
สังคมโดยให้ภาคีเครือข่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการติดตามเด็กให้ได้รับวัคซีน
ครบถ้วน และสุดท้ายคือการขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงฐานการ
ติดตามเด็กในพื้นที่ให้ได้รับวัคซีน จากหน่วยงานสาธารณสุขมาเป็นมัสยิด
โดยให้โต๊ะอิหม่ามเป็นบุคคลสำคัญในการติดตามและการประกาศรายชื่อ
เด็กที่จะต้องมาเข้ารับวัคซีนที่มัสยิดแต่ละสัปดาห์ ส่วนในปี 2557-2558 จะ
มีการดำเนินการตามแผนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ตามเป้าหมายที่
วางไว้ 
	 ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นพบว่าปี 2556 ไม่มีเด็กเสียชีวิตด้วยโรค
ที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน ส่วนเด็กอายุ 0-5 ปีในพื้นที่ ก็ได้รับวัคซีนเพิ่มขึ้นเป็น
ร้อยละ 83.87 (ปี 2555 ร้อยละ 70.38) และล่าสุดในเดือน กันยายน 2557
อัตราส่วนเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 87.71 ทำให้ชุมชนเกิดความภาคภูมิใจใน
ผลลัพธ์ที่ได้จากการแก้ปัญหาร่วมกัน อีกทั้งยังมีการสร้างนวัตกรรม “แยก
กลุ่มเด็กที่ได้รับวัคซีนด้วยสี” โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ
Primary Care Value Added with DHS
 49
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
1) กลุ่มสีดำ คือกลุ่มเด็กที่ได้รับวัคซีนนอกพื้นที่ ข้อมูลของเด็ก
กลุ่มนี้จะถูกส่งให้ สสอ. เพื่อทำการคืนข้อมูลให้กับพื้นที่ของ
เด็ก 
2) กลุ่มสีเหลือง คือกลุ่มเด็กที่ไม่มารับวัคซีนตามนัด จะได้รับการ
ติดตามโดยใช้มาตรการตามขั้นตอนดังนี้ 
	 1.	ให้เจ้าหน้าที่ รพ.สต. นัดและโทรเตือน 
	 2.	ภาคีเครือข่ายร่วมติดตามเด็กมารับวัคซีน 
	 3.	มาฉีดวัคซีนให้เด็กถึงบ้าน และกลุ่มที่ 
3)	 กลุ่มสีเขียว คือกลุ่มเด็กที่ได้รับวัคซีนอย่างต่อเนื่อง เด็กกลุ่มนี้
จะรับการฉีดวัคซีนตามปกติ
	 *บทเรียน คือ การดำเนินงานยกระดับ EPI ด้วยพลัง DHS ทำให้
พบว่าการจัดการให้เด็กอายุ 0-5 ปีได้รับวัคซีนครบจะต้องอาศัยความ

ร่วมมือกันจากภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ทั้ง อปท. ครู ผู้นำศาสนา สาธารณสุข
ผู้นำชุมชน อสม. และส่วนราชการอื่นๆ โดยทุกฝ่ายต้องถือเป็นภารกิจร่วม
กัน และต้องรู้สึกถึงการเป็นเจ้าของในการทำงานร่วมกัน จึงจะทำให้งาน
สำเร็จได้ตามเป้าหมาย
Primary Care Value Added with DHS
50
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
ระบบบริการคุณภาพสู่การเรียนรู้เพื่อต่อยอด

การพัฒนา DHS : 

วารินชำราบ อุบลราชธานี
	 อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ให้ความสำคัญกับการ
พัฒนาระบบบริการเครือข่ายโรคเรื้อรัง มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ขณะ
เดียวกันก็ยกระดับและต่อยอดคุณภาพงานด้วยนโยบายและกลไกที่เกื้อหนุน
เนื่องจาก ทีมนำในพื้นที่พบว่ามีจำนวนผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง
ที่มีภาวะแทรกซ้อนทางตา ไต และเท้าค่อนข้างสูง ทำให้เกิดจุดมุ่งเน้นใน
งานเพื่อจัดการปัญหาจากโรคเรื้อรัง ประกอบกับวิสัยทัศน์ของเครือข่าย
DHS ว่า “ประชาชนได้รับบริการจากระบบสุขภาพที่ละเอียดอ่อนต่อ

ความเป็นมนุษย์ มีการดูแลการเจ็บป่วยอย่างต่อเนื่อง ทุกระดับบริการ
(Continuity Seamless) สามารถพึ่งตนเองได้ และมีภูมิคุ้มกันต่อภัย
สุขภาพ” โดยมุ่งเน้นเรื่อง 
	 i) การพัฒนาระบบบริการ 
	 ii) การพัฒนามาตรฐานบริการ 
	 iii)	การสนับสนุนภาคีเครือข่ายเข้ามามีส่วนร่วม 
	 iv)	การพัฒนาบุคลากรให้เกิดการพัฒนางานที่ยั่งยืน 
	 เพื่อไปสู่เป้าหมายการทำงานที่วางไว้คือ “ผู้ถูกทอดทิ้ง ผู้ด้อย
โอกาส ผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ได้รับการดูแล โรคเรื้อรังในชุมชน
ได้รับการควบคุม และชุมชนมีความเข้มแข็ง มีภูมิคุ้มกันต่อภัยสุขภาพ”
Primary Care Value Added with DHS
 51
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
	 ต่อมามีการจัดตั้ง ศูนย์ประสานงานระบบสุขภาพอำเภอวารินชำราบ
และแต่งตั้งคณะทำงาน DHS เพื่อวางแผนและขับเคลื่อนงาน ภายใต้

สโลแกน “สร้างทีม สร้างงาน สร้างคุณค่า สู่ DHS” รวมทั้งทำบันทึก

ข้อตกลงการทำงานร่วมกัน (MOU) เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนงานตาม
นโยบายอย่างมีส่วนร่วม โดยในเบื้องต้น คณะทำงานฯ และภาคีเครือข่ายใน
ชุมชน ไม่ว่าจะเป็น อปท. รพ.สต. คณะกรรมการพัฒนา รพ.สต. อสม./

อสม. จิตอาสา วัด โรงเรียน และผู้นำชุมชน ได้ร่วมกันค้นหาข้อมูลรวมทั้ง
วิเคราะห์สถานการณ์เพื่อกำหนดประเด็นสุขภาพร่วมกัน จนกระทั่งได้

หัวข้อ “การพัฒนาและจัดระบบบริการเครือข่ายโรคเรื้อรัง สุขภาพหัวใจ
และหลอดเลือด” เป็นประเด็นหลักที่จะขับเคลื่อน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ
การป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อน ลดการสูญเสีย ลดความแออัด ลดค่า

ใช้จ่ายและเวลา และให้ประชาชนมีชีวิตปกติสุข
 	 การพัฒนาและจัดระบบบริการเครือข่ายโรคเรื้อรังฯ เริ่มต้นในปี
2545 โดย 9 ปีแรกได้เน้นการพัฒนามาตรฐานระบบบริการ เพื่อให้

เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยการสร้างทีมระบบสุขภาพ ซึ่งประกอบด้วย
แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว พยาบาล เภสัชกร ทีมสุขภาพชุมชน และ

นักกายภาพ จากนั้นจึงพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้เกิดความเชื่อมั่น และ
จัดการทรัพยากรความรู้ บุคคล การชันสูตร เทคโนโลยี ทั้งในและนอก
อำเภอ พร้อมทั้งเชื่อมโยงระบบบริการ การให้คำปรึกษาและการส่งต่อ 
 	 ปี 2554 เป็นต้นมา ได้มีการต่อยอดการพัฒนาระบบบริการด้วย
การจัดขอบเขตบริการ โดยแบ่งเป็น 4 โซน มีผู้รับผิดชอบแต่ละโซนที่

เรียกว่า “หมอครอบครัว” ทำงานร่วมกับทีมสหวิชาชีพซึ่งเป็นที่ปรึกษา
พร้อมทั้งจัดระบบ Case manager nurse ในตึกผู้ป่วยใน ผู้ป่วยนอก เพื่อ
ดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องที่บ้าน ทำงานร่วมกับ Case manager nurse ที่
Primary Care Value Added with DHS
52
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
รพ.สต. มีการขยายฐานการดูแลสุขภาพสู่ชุมชน โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วม

ในการบริการผู้ป่วยเชิงรุกดุจญาติมิตร เช่น อสม. ทำหน้าที่วัดความดัน
เจาะเลือด และนำกระเป๋ายาไปให้ผู้ป่วยโดยที่ผู้ป่วยไม่ต้องไปพบแพทย์ 

โดย อสม. จะได้รับการอบรมความรู้จากหมอครอบครัวและทำงานร่วมกับ
ทีมสหสาขาวิชาชีพ ส่วนชาวบ้านจะมีส่วนร่วมในการผลิตนวัตกรรมสุขภาพ
“กะลานวดเท้า” นอกจากนี้ยังพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสาร ด้วยการสร้าง
“ฐานข้อมูลในพื้นที่” พร้อมทั้งจัดทำระบบ Data center เพื่อรวบรวม
ข้อมูลหลัก
	 นอกจากการวางระบบบริการและสนับสนุนจากเครือข่ายหน่วย
บริการแล้ว จากนโยบายของ DHS อำเภอ วารินชำราบเน้นการหนุนเสริม
บทบาทของท้องถิ่น องค์กรชุมชนและภาคประชาชนให้ได้มีส่วนร่วมจัด
บริการและดูแลตนเองภายใต้บทบาทและทรัพยากรที่มีอยู่โดย 
i)	 เพิ่มความเข้มข้นคุณภาพของบริการ เช่น คัดกรองภาวะแทรกซ้อน
เยี่ยมบ้านผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องและผู้ป่วยที่ต้องมีภาวะ

พึ่งพิงอื่นๆ ในชุมชน โดยความร่วมมือกันระหว่าง รพ. สสอ.
รพ.สต. อสม. และ อปท. เป็นต้น 
ii)	 พัฒนาศักยภาพทีมบริการและเครือข่าย เช่น เพิ่มทักษะให้

กับเจ้าหน้าที่ รพ.สต. โดยการฝึกปฏิบัติจริง จัดการอบรม

อสม. จิตอาสาเรื่องการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง สอนผู้ป่วยเบาหวาน
ให้รู้จักวิธีการนวดเท้าตนเอง เป็นต้น โดยได้รับการสนับสนุน

งบประมาณจาก สปสช. เขต 10 สสจ. งบส่งเสริมสุขภาพ
ป้องกันโรคจากเครือข่าย โดยเฉพาะจากกองทุนหลักประกัน
สุขภาพ อปท. รวมทั้งภาคประชาชน
Primary Care Value Added with DHS
 53
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
iii)	จัดระบบประเมินผลการบริการอย่างต่อเนื่องด้วยการรับฟังเสียง
สะท้อนจากผู้ป่วย ญาติ รวมทั้งเครือข่ายสุขภาพเพื่อปรับปรุง
ระบบบริการให้มีคุณภาพและสอดคล้องกับความต้องการของ
ประชาชนมากยิ่งขึ้น โดยทำให้ทุกภาคส่วนได้ทำงานและเรียนรู้
ซึ่งกันและกันอย่างต่อเนื่องภายใต้เรื่องการทำงานเพื่อพัฒนา
ระบบบริการเครือข่ายโรคเรื้อรังดังกล่าว
 	 จากการเก็บข้อมูล วิเคราะห์ และเปรียบเทียบ ในช่วงปี 2545 -
ปัจจุบัน พบว่าอัตราส่วน ภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยโรคเบาหวาน - ความดัน
รวมทั้งความแออัดของผู้มารับบริการ ค่าใช้จ่ายและเวลาในการรอรับบริการ
มีแนวโน้มที่ลดลง ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถดำเนินชีวิตประจำวัน
ที่บ้านได้ตามปกติ 
 	 บทเรียน คือ ต้นทุนที่ดีของการพัฒนาระบบบริการที่มีคุณภาพ

ของพื้นที่ สามารถนำไปสู่การขยับการเรียนรู้และพัฒนาระบบสุขภาพอำเภอ
ที่ลงสู่เครือข่ายชุมชน ท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยความเข้าใจของ
ผู้นำการพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ นโยบายที่ชัดเจนต่อเรื่อง DHS การมี
ส่วนร่วมของหุ้นส่วนสุขภาพ รวมทั้งการให้คุณค่าร่วมกันของภาคีเครือข่าย
พัฒนาวารินชำราบ
Primary Care Value Added with DHS
54
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
สานเครือข่ายการพัฒนา DHS ด้วยข้อมูลโรคเรื้อรัง : 

จากเครือข่ายสุขภาพอำเภอวังจันทร์ ระยอง
 	 อำเภอวังจันทร์เป็นพื้นที่เขตชนบทที่มีโรงพยาบาลชุมชนขนาด 30
เตียงและมีประสบการณ์การทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่นในเรื่องระบบการ
ทำงานสุขภาพจิตในชุมชนที่เข้มแข็ง เมื่อมีนโยบาย DHS และมีแนวทางการ
ดำเนินงานในลักษณะที่ชัดเจน คือ การแสวงหาความร่วมมือจากชุมชน
ร่วมกันสร้างมุมมองของการพัฒนาระบบสุขภาพและแก้ไขปัญหาสาธารณสุข
ที่สอดคล้องกับสภาพสิ่งแวดล้อมของอำเภอวังจันทร์ที่บูรณาการการบริหาร
จัดการเครือข่ายต่างๆ เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมและความยั่งยืนของพื้นที่
เกิดเป็นเครือข่ายการพัฒนา DHS อำเภอวังจันทร์ โดยเริ่มจากการจัดความ
สัมพันธ์และเป้าหมายร่วมระหว่างเครือข่ายของทั้งอำภอดำเนินงานผ่าน
ODOP
 	 กลยุทธ์หลัก คือ การต่อยอดจากต้นทุนเดิมที่มีมิติความ

หลากหลายให้เกิดผลลัพธ์มากขึ้น เพื่อเป็นจุดร่วมของทีมงานเครือข่าย
อำเภอวังจันทร์ด้วยประเด็นการดูแลผู้ป่วยเรื้อรัง ในกลุ่มผู้ป่วยความดัน
โลหิตสูงและเบาหวานในอำเภอ โดยมีแผนภาพโครงสร้างกระบวนการ
ทำงานและเชื่อมโยงของภารกิจร่วมในการพัฒนา DHS-ODOP ที่บูรณาการ
กับต้นทุนเดิมร่วมกับการจัดการระบบข้อมูลในอำเภอให้เกิดประโยชน์

ร่วมกันสูงสุด
Primary Care Value Added with DHS
 55
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
	 จากเป้าหมายสู่กลยุทธ์ “บูรณาการและกระบวนการหลัก” ของทีม
จากโรงพยาบาลและเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิและชุมชน ท้องถิ่น

แต่ละตำบล ทำให้เกิดผลการจัดทำแผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์ DHS ระดับ
อำเภอ และได้ประเด็นการพัฒนาระดับตำบลที่หลากหลายตามสภาพบริบท
และปัญหา โดยคณะกรรมการ ODOP ของทั้ง 8 ตำบล หากแต่มีระบบ
สนับสนุนจาก รพ. สสอ. ทั้งเรื่องระบบบริการที่ต่อเนื่อง เชื่อมโยง วิชาการ
แบบ CBL และการบริหารจัดการอื่นๆ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพทีมงาน

ทุกระดับ ภายใต้การบริหารจัดการที่มีนายอำเภอเป็นประธานที่ปรึกษา 

และสาธารณสุขอำเภอเป็นกรรมการและเลขานุการคณะทำงานฯ โดย

องค์ประกอบทีมงานมาจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาในพื้นที่
Primary Care Value Added with DHS
56
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
คณะกรรมการ DHS อำเภอ
รพช.+สสอ.+รพ.สต.+
อปท.+ภาคีเครือข่าย+
หัวหน้าส่วนราชการ
ขับเคลื่อน
การจัดการระบบบริการ
และแก้ไขปัญหาสาธารณสุข
ประชุม
คณะทำงานและประเมินผล คป.สอ.
ทีมสนับสนุนบริการ
จัดลำดับปัญหาสาธารณสุข
เลือกประเด็น ODOP:DM/HT
KM
คณะกรรมการ ODOP:DM/HT
รพช.+สสอ.+รพ.สต.+อปท.+ภาคี
ขับเคลื่อน
การจัดการระบบบริการ
และแก้ไขปัญหาสาธารณสุข
	 จากเป้าหมายสู่กลยุทธ์ “บูรณาการและกระบวนการหลัก” ของทีม
จากโรงพยาบาลและเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิและชุมชน ท้องถิ่น

แต่ละตำบล ทำให้เกิดผลการจัดทำแผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์ DHS ระดับ
อำเภอ และได้ประเด็นการพัฒนาระดับตำบลที่หลากหลายตามสภาพบริบท

และปัญหา โดยคณะกรรมการ ODOP ของทั้ง 8 ตำบล หากแต่มีระบบ
สนับสนุนจาก รพ. สสอ. ทั้งเรื่องระบบบริการที่ต่อเนื่อง เชื่อมโยง วิชาการ
แบบ CBL และการบริหารจัดการอื่นๆ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพทีมงาน

ทุกระดับ ภายใต้การบริหารจัดการที่มีนายอำเภอเป็นประธานที่ปรึกษา

และสาธารณสุขอำเภอเป็นกรรมการและเลขานุการคณะทำงานฯ โดยองค์
ประกอบทีมงานมาจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาในพื้นที่
Primary Care Value Added with DHS
 57
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
	 แนวทางกิจกรรมสำคัญที่ทุกพื้นที่ตำบลได้ดำเนินการ คือ การสร้าง
การมีส่วนร่วมของชุมชน การสร้างแกนนำพัฒนาการดูแล การจัดกิจกรรม
service mind สำหรับผู้ป่วยและครอบครัว การสร้างบทบาททีมสหสาขา
วิชาชีพ การสร้างบทบาทแกนนำสุขภาพ การจัดกิจกรรมการดูแลผู้ป่วยที่
เป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก อีกทั้งหนุนให้ร่วมกันบันทึกข้อมูลด้วยโปรแกรม
excel ซึ่งมีการนำใช้ประโยชน์สำหรับกลุ่มผู้ป่วยความดันโลหิตสูงและ

เบาหวานในทุกพื้นที่ตำบลของอำเภอวังจันทร์ เพื่อบริหารจัดการข้อมูล การ
ทำฐานข้อมูล การคัดกรองกลุ่มประชากรปกติ กลุ่มเสี่ยง กลุ่มป่วย และ
กลุ่มที่มีภาวะแทรกซ้อนต้องการการดูแลที่บ้านต่อเนื่องต่างๆ ทั้งยังสามารถ
ประมวลผลการทำงานและแผนภาพข้อมูลได้พร้อม ทำให้เกิดแนวทางการ
ประยุกต์ใช้ในกลุ่มประชากรเป้าหมายอื่นๆ ต่อไป ซึ่งถือเป็นความท้าทาย
ก้าวต่อไปของระบบสุขภาพอำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง
Primary Care Value Added with DHS
58
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
วางรากฐานระบบสุขภาพชุมชนที่
อำเภอสันกำแพง เชียงใหม่
 	 พื้นที่สันกำแพงที่กำลังเติบโตมุ่งสู่ความเป็นเมือง จึงต้องเตรียมตัว
รองรับกับการเปลี่ยนแปลงนี้ นโยบายการพัฒนาระบบสุขภาพอำเภอเป็น
โอกาสที่ทำให้คนสันกำแพงจากภาคสาธารณสุขและภาคส่วนอื่นมาร่วมกัน
คิดถึงระบบสุขภาพที่มาจากหลัก Health is the whole โดยมีฐานรากที่
ชุมชน ท้องถิ่นต้องเป็นตัวตั้งต้น ด้วยการนำเครื่องมือที่เรียกว่า “แผนที่

ทางเดินยุทธศาสตร์” (SRM) ร่วมกับการประชาคมในตำบลและอำเภอได้
ประเด็นที่ต้องการพัฒนาทั้งหมด 17 ประเด็น ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าเป็น
ประเด็นที่สามารถต่อยอดได้ เป็นไปได้ มีความยั่งยืน และส่งผลต่อคน

ส่วนใหญ่ในพื้นที่ เครือข่ายจัดทำแผนการพัฒนาระยะ 3 ปี (2557- 2559)
เพื่อให้คนสันกำแพงทุกคนมีสุขภาวะ โดยมุ่งเน้นการพัฒนา 3 ประเด็นหลัก
คือ การพัฒนาคน อาหารปลอดภัย และการสร้างการมีส่วนร่วม
	 รูปธรรมการขับเคลื่อนในระดับอำเภอภายใต้การประสานงานจาก

สสอ. และทีม รพ.สันกำแพงที่เข้มแข็ง ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ทั้งรัฐ เอกชน
ชุมชน ท้องถิ่นต่างร่วมมือกันมีกิจกรรมหลายลักษณะที่ผ่านมาต่อเนื่อง คือ
i)	 กำหนดนโยบายสาธารณะ โดยเป็นธรรมนูญคุณภาพชีวิตของ
คนสันกำแพง 
ii)	 การกำหนดภาพฝันในประเด็นอาหารปลอดภัย ประกอบด้วย
การมีอาหารปลอดภัยเพื่อบริโภค ตลาดชุมชนอาหารปลอดภัย
แหล่งเรียนรู้อาหารปลอดภัยและเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
รวมทั้งมีมาตรการทางสังคมของร้านค้าและผู้ประกอบการทั่วไป
ในชุมชน 
iii)	สำรวจต้นทุนและศักยภาพเครือข่ายทั้งระดับบุคคล ชุมชน
องค์กรที่เกี่ยวข้องในตำบลและอำเภอเพื่อกำหนดแนวทางการ
ขับเคลื่อนด้วยแผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์
Primary Care Value Added with DHS
 59
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
iv)	ขยายภาคีเครือข่ายสู่ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง 
v)	 พัฒนาศักยภาพโดยการจัดเวทีการประชุมทีมแกนนำ การ

แลกเปลี่ยนเรียนรู้: จากบุคคลต้นแบบ ชุมชนต้นแบบ 
vi)	ติดตามความก้าวหน้าด้วยเวทีนำเสนอผลงานระดับตำบลและ

เครือข่ายอำเภอในเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งเครือข่ายเกษตร

เครือข่ายปศุสัตว์ เครือข่ายการศึกษานอกโรงเรียนเครือข่าย
รพ.สต. เครือข่ายชุมชน รวมทั้งเวทีมหกรรมตามโอกาสเพื่อ

เผยแพร่ผลงานและกระตุ้นการมีส่วนร่วมในวงกว้าง
 	 โดยแกนนำเครือข่าย ยังได้ประเมินติดตามและปรับการสื่อสาร
กรอบแนวคิดและรูปแบบกิจกรรมไปตามระยะของการพัฒนาตามโอกาส
และความเหมาะสม เช่น ปัจจุบันใช้เส้นทางอาหารปลอดภัยที่เน้นเส้นทาง
การพัฒนาต้นน้ำ (แหล่งผลิต) กลางน้ำ (แหล่งแปรรูป-จำหน่าย) และ
ปลายน้ำ (ผู้บริโภคและการคุ้มครองผู้บริโภค พฤติกรรมการบริโภค) ซึ่ง
ดำเนินการร่วมกับการพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้และทักษะคนที่เกี่ยวข้อง

ในเครือข่าย และ จัดกระบวนการมีส่วนร่วมให้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม 

เส้นทางการพัฒนายังอีกยาวไกล ความสำเร็จของกิจกรรมแต่ละครั้งไม่ได้
ยืนยันผลสำเร็จ แต่กระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน ติดตามความก้าวหน้าอย่าง
ต่อเนื่อง จะเป็นความท้าทายของทีมพัฒนาระบบสุขภาพของอำเภอ
สันกำแพง 
 	 บทเรียนนี้ ทำให้เห็นว่าวาระของการพัฒนาระบบสุขภาพอำเภอ
สามารถก่อรูปได้จากต้นทุนเครือข่ายที่มีไม่ว่าจะเป็นภาคส่วนสาธารณสุข
หรือภาคส่วนอื่นๆ สามารถนำการขับเคลื่อนการพัฒนาได้ และระบบ
สุขภาพชุมชนในประเด็นอาหารปลอดภัยของอำเภอนี้เป็นจุดตั้งต้นที่

ผลิดอกออกผลต่อความร่วมมือร่วมใจดำเนินการ เพื่อเป็นพลังการขับเคลื่อน
ธรรมนูญชีวิตของสันกำแพงในระยะต่อไปได้อย่างเป็นรูปธรรม
Û
Primary Care Value Added with DHS
60
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
DHS: จากอำเภอสู่การขับเคลื่อนตำบล ใน

เครือข่ายสุขภาพอำเภอหนองขาหย่าง อุทัยธานี
	 จากบทบาทของเครือข่ายบริการสุขภาพเดิมเชื่อมโยงกับนโยบาย
DHS ทำให้เกิดการทบทวนเป้าหมายและองค์ประกอบการพัฒนาที่สำคัญ
ของระบบสุขภาพอำเภอหนองขาหย่าง การก่อรูปกรอบแนวคิดการทำงาน
ระหว่างผู้แทนภาคีเครือข่ายพัฒนา DHS จึงเกิดขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางการ
สื่อสารและทำงานร่วมกัน พร้อมแบ่งบทบาทหน้าที่ตามภารกิจและศักยภาพ
ที่เสริมพลังของกันและกันในแต่ละภาคีเครือข่ายจากภาคส่วนต่างๆ
แผนภาพ กรอบแนวคิดการพัฒนา DHS
Unity District Health Team : DHS_NKY
1. ทีมอำนวยการ
2. ทีมขับเคลื่อนอำเภอ
3. ทีมขับเคลื่อนเชิงประเด็น
R2R
 CBL
Essential
Care
Self Care
ประเด็นสุขภาพ
SRM เชิงประเด็น
แนวทางดูแล
ระดับ รพ.สต.
แนวทางดูแลระดับ รพช.
แนวทางดูแลระดับชุมชน
มีความรู้ในการดูแล
สุขภาพของตนเอง
รู้ว่าเมื่อไรควรไปใช้
บริการสาธารณสุข และ
สามารถได้รับบริการ
อย่างทันท่วงที
PPA
1. CBL
2. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
กลุ่มป่วย
3. มาตรการตาม CPG
1. PPA CUP
2. กองทุนตำบล
กองทุนตำบล
1. SRM
2. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
กลุ่มเสี่ยง
3. วัสดุป้องกันควบคุม
โรค
การประเมินผล
DHS KPI + PP KPI
Essential Cares
ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย
ได้รับบริการขั้นพื้นฐานที่
จำเป็น ตาม CPG 

3 ระดับ 
ใน 3 ODOP
1. ปัญหาสุขภาพจิต
	 (การฆ่าตัวตาย)
2. โรคเรื้อรัง (DM/HT)
	 (ปรับเปลี่ยน
พฤติกรรม)
3. โรคไข้เลือดออก
	 (อำเภอควบคุมโรค/
	 SRRT คุณภาพ)
Primary Care Value Added with DHS
 61
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
	 ความสำคัญประการหนึ่งของการพัฒนา DHS ที่ยั่งยืน คือ การให้
ภาคองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (เทศบาลตำบล และองค์การบริหารส่วน
ตำบล) เข้ามามีบทบาทในการดำเนินงาน DHS โดยเริ่มต้นจากการแต่งตั้ง
คณะกรรมการ DHS เป็น 3 คณะโดยมีบทบาทแตกต่างแต่เชื่อมโยงกันทั้ง 
i)	 ระดับอำนวยการ ประกอบด้วยหัวหน้าส่วนราชการและ อปท.
โดยมีนายอำเภอหนองขาหย่าง เป็นประธานคณะกรรมการ 

สสอ. และ ผอ.รพ.หนองขาหย่าง เป็นเลขาฯ (มติจากที่ประชุม
หัวหน้าส่วนราชการอำเภอหนองขาหย่าง) 
ii)	 ระดับขับเคลื่อน ประกอบด้วย หน.กลุ่มงาน รพ., ผอ.รพ.สต. 

ผู้แทนจาก อปท. ประธาน อสม. ผู้แทนจากเครือข่ายต่างๆ
โดยมี สสอ. หนองขาหย่าง เป็นประธานฯ ผอ.รพ.หนองขาหย่าง
เป็นรองประธาน ผช. สสอ. และ หน.กลุ่มงานเวชปฏิบัติฯ เป็น
เลขาฯ (มติจากที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการอำเภอหนองขา-
หย่าง) 
iii)	 ระดับคณะทำงานรายประเด็นโดยมีผู้รับผิดชอบเป็นประธาน
คณะทำงานชัดเจน โดยมี 3 ประเด็นคือ สุขภาพจิต (การฆ่า
ตัวตาย), โรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง โรคไข้เลือดออก
(มติจากที่ประชุมร่วมของคณะกรรมการอำนวยการ และคณะ
ทำงานขับเคลื่อนฯ) เพื่อให้การดำเนินงานมีความกระชับ
รวดเร็วและเป็นเอกภาพ ให้คณะทำงานประกอบด้วยบุคลากร
สาธารณสุข ตัวแทนจาก อปท. ของพื้นที่ตำบลที่เป็นปัญหา
ตัวแทนจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในแต่ละประเด็น และ
ตัวแทน อสม. ของแต่ละพื้นที่
Primary Care Value Added with DHS
62
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
 	 รูปธรรมการขับเคลื่อนงาน คือ 
i)	 รวบรวม วิเคราะห์และคืนข้อมูลด้านสุขภาพให้แก่ชุมชนได้

รับทราบถึงสถานการณ์ปัญหาแต่ละประเด็นสุขภาพทั้งในระดับ
พื้นที่ตำบล และพื้นที่อำเภอซึ่งภาคีทุกส่วนได้มีส่วนร่วมในการ
ประชุมเพื่อร่วมกันรับทราบปัญหา ร่วมพิจารณาถึงสาเหตุ
ปัจจัยที่เกี่ยวข้องของปัญหาสุขภาพในแต่ละพื้นที่ 
ii)	 ทบทวน Strategic Route Map เชิงประเด็น และร่วม
พิจารณาวางแผนงาน/โครงการแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการ โดย
มองถึงกลุ่มวัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับประเด็นปัญหานั้นๆ
iii)	จัดระบบการจัดการด้านงบประมาณ โดยจัดให้แบ่งแหล่งงบ
ประมาณ 2 ส่วน คือ 1) จากงบฯ PP เพื่อดำเนินการในส่วน
ของการดูแลกลุ่มป่วย มาตรฐานบริการตามแนวทาง CPG
การเรียนรู้ปัญหา CBL และ 2) งบประมาณจาก อปท. กองทุน
หลักประกันสุขภาพ อปท. ศสมช. เพื่อดำเนินการในส่วนการ
ดูแลกลุ่มเสี่ยง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การจัดหาวัสดุ
ป้องกัน ควบคุมโรค และการจัดทำแผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์
เชิงประเด็น โดยให้คณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพ
อปท. พิจารณาโครงการที่ตรงกับประเด็นปัญหาทั้ง 3 ประเด็น
ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก อปท. อย่างกว้างขวาง
และครอบคลุมพื้นที่ตำบลทั้งหมด 
iv)	จัดระบบสนับสนุนด้านบุคลากร   โดยจัดให้คณะทำงาน

ขับเคลื่อนรายประเด็นปัญหา ลงพื้นที่สนับสนุนการดำเนินงาน
ในระดับพื้นที่ตำบลร่วมกับ อปท. และ อสม. ในพื้นที่ และจัด
ให้ทีมสหวิชาชีพ ร่วมจัดคลินิกโรคเรื้อรัง (ภาคเช้า) และร่วม
Primary Care Value Added with DHS
 63
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
ทีมเยี่ยมบ้านทุก รพ.สต. (ภาคบ่าย) เข้มข้นมากขึ้น รวมทั้ง
สร้างทีมสนับสนุนการขับเคลื่อนระดับตำบล โดยจัดการอบรม 

อสม. เชี่ยวชาญให้ได้ทั้งจำนวนและคุณภาพโดยระยะแรกเน้น
ให้เกิด อสม. เชี่ยวชาญทั้งสุขภาพจิต, เบาหวานและความดัน
โลหิตสูงและไข้เลือดออก 
 	 จากการดำเนินงานดังกล่าวทำให้ชุมชน โดยเฉพาะ อปท. เห็น
ความสำคัญต่อประเด็นพัฒนาสุขภาพและคุณภาพชีวิตโดย อปท. เข้ามามี
ส่วนร่วมคิด วางแผน ตัดสินใจ ให้งบประมาณ และประสานร่วมดำเนินงาน
อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ถือเป็นการเริ่มต้นที่จะทำให้ภาคประชาชน เข้า
มามีส่วนร่วมอย่างจริงจังเพื่อการพัฒนา DHS ที่ยั่งยืนต่อไป
Primary Care Value Added with DHS
64
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
ขยับการพัฒนากองทุนหลักประกันสุขภาพ อปท. 

ในเครือข่ายสุขภาพอำเภอบึงนาราง พิจิตร
 	 กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบาย DHS เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการ
เครือข่ายสุขภาพอย่างมีส่วนร่วมจากทุกฝ่ายอย่างเป็นเอกภาพ และเพื่อให้
เกิดระบบบริการปฐมภูมิอย่างมีคุณภาพตามบริบทปัญหาสุขภาพในพื้นที่ อัน
จะส่งผลให้ประชาชนและชุมชนพึ่งพาตนเองได้ด้านสุขภาพ อำเภอบึงนาราง
จึงได้อาศัยการบูรณาการ DHS ร่วมกับการทำงานกับชมรมคุ้มครองผู้บริโภค
อำเภอบึงนารางกับกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น (กองทุนฯ) ซึ่ง
ถือเป็นยุทธศาสตร์หลัก
 	 ต้นทุนเดิมในอำเภอ ทุกกองทุนฯ มีผลการบริหารจัดการระดับ

ยอดเยี่ยม A+ อย่างต่อเนื่อง 4 ปีซ้อนตั้งแต่ปีงบประมาณ 2553 ถึงปัจจุบัน
จากข้อมูลการวิเคราะห์งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556 ขององค์การ
บริหารส่วนตำบลในพื้นที่อำเภอบึงนารางพบว่าโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ
ตำบลทั้ง 6 แห่ง ได้รับการอุดหนุนเพียง ร้อยละ 2.09 ของงบประมาณ

รายจ่ายทั้งหมดขององค์การบริหารส่วนตำบล ไม่เพียงพอต่อความต้องการ
แก้ไขปัญหาสุขภาพของประชาชน ที่ส่วนใหญ่จะเป็นโรคที่เกิดจากมี
พฤติกรรมสุขภาพไม่เหมาะสม เช่น ตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ในวัยรุ่น โรค
เบาหวาน ความดันโลหิตสูง การบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพและอาหาร

ปนเปื้อนสารเคมีอันตราย ไข้เลือดออก และยังมีผู้พิการผู้สูงอายุที่มีความ
เสื่อมถอยด้านสุขภาพเป็นผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียง ที่ยังต้องการความ

ช่วยเหลือจากทุกภาคีที่เกี่ยวข้อง ปัญหาเหล่านี้ ไม่สามารถแก้ด้วยตัว

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพียงฝ่ายเดียว จำเป็นต้องมีพหุภาคีระดับอำเภอที่

เป็นระบบและกลไกประสานงานพัฒนาระบบสุขภาพระดับอำเภอที่เรียกว่า 

คณะกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพระดับอำเภอมาร่วมมือกันดำเนินงาน
แก้ไขสภาพปัญหาดังกล่าวให้ประสบผลสำเร็จ
Primary Care Value Added with DHS
 65
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
 	 เครือข่ายสุขภาพอำเภอจึงตั้งเป้าหมายการพัฒนาเพื่อให้ 
i)	 กองทุนสามารถหนุนการแก้ไขปัญหาสุขภาพโดยการมีส่วนร่วม
ของภาครัฐ ท้องถิ่นและชุมชน 
ii)	 เกิดผลงานด้านสุขภาพที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของท้องถิ่นและ
ชุมชน  
iii)	เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการบริหารจัดการของคณะกรรมการ
บริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพและคณะกรรมการบริหาร
ชมรมคุ้มครองผู้บริโภคระดับอำเภอ 
	 รูปธรรมการทำงาน DHS ร่วมกับคณะกรรมการกองทุนฯ คือ 
i)	 จัดทำแผนประเด็นร่วมเพื่อแก้ไขปัญหาที่สำคัญเร่งด่วน 5
ประเด็น คือ สุขภาพเด็ก 3-5 ปี, วัยรุ่นตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร,
โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง, การดูแลสุขภาพผู้พิการ, การ
ดูแลสุขภาพผู้สูงอายุและให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ และร่วมใช้
ทรัพยากรจากแต่ละแหล่งงบประมาณร่วมกันของแต่ละตำบล
ร่วมกับคณะกรรมการ DHS ในอำเภอ 
ii)	 มีเวทีประชุมสัญจรกรรมการกองทุนฯ และกิจกรรมเชิงรุกใน
ชุมชนตามแผนงาน/โครงการที่กองทุนฯ และโรงพยาบาล

ส่งเสริมสุขภาพตำบลแต่ละแห่งจัดทำขึ้น โดยวางแผนพัฒนา
สุขภาพระดับอำเภอร่วมกับคณกรรมการบริหารกองทุนฯ 
iii)	มีเวทีเรียนรู้จากนวัตกรรม/ผลงานเด่นกองทุนหลักประกัน
สุขภาพ และ 
iv)	ร่วมกันประเมินความคิดเห็นและความพึงพอใจที่มีต่อบทบาท
หน้าที่คณะกรรมการ DHS ของกรรมการกองทุนฯ
Primary Care Value Added with DHS
66
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
 	 ผลการดำเนินงาน เชิงกระบวนการบริหารจัดการ นอกจากการ
ทำงานร่วมภายใต้เป้าหมายร่วมแล้ว น่าสนใจที่พบว่ามีการร่วมใช้ทรัพยากร
ชุมชนจากกองทุนฯ อบต. ชมรมผู้สูงอายุ และ สสอ. บึงนารางร่วมลงขัน
แก้ไขปัญหาโดยพบว่า อปท. อุดหนุนงบประมาณด้านสาธารณสุขเพิ่มขึ้น

จากปี 2556 ถึงร้อยละ 44.27 และเมื่อเทียบอัตราการอุดหนุนงบ

ด้านสาธารณสุขกับงบประมาณรายจ่ายประจำปีขององค์กรปกครองส่วน

ท้องถิ่น ในปี 2556 คิดเป็นร้อยละ 2.09 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 2.84 ใน

ปี 2557 ในส่วนของการบริการสุขภาพมีระบบสนับสนุนจากเครือข่ายบริการ
สุขภาพที่ดีขึ้น สอดคล้องกับ แนวทางโดยเฉพาะการพัฒนาตามเกณฑ์
คุณภาพระบบบริการปฐมภูมิ (PCA) ที่เป็นงานประจำของโรงพยาบาล

ส่งเสริมสุขภาพตำบลที่ทำมาอย่างต่อเนื่องในเรื่องการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน
ความดันโลหิตสูง ทันตสุขภาพ การดูแลผู้สูงอายุ/ผู้พิการ อนามัยการ

เจริญพันธุ์ โดยผลการพัฒนาระบบสุขภาพระดับตำบลในพื้นที่ 5 ตำบลที่
โดดเด่น คือ การส่งเสริมพัฒนาการและทันตสุขภาพเด็ก 0-5 ปี (รพ.สต.

บึงนาราง), การดูแลสุขภาพผู้พิการ (รพ.สต.แหลมรัง), การดูแลสุขภาพ

ผู้สูงอายุ (รพ.สต.โพธิ์ไทรงาม), การดูแลผู้ป่วยเบาหวาน (รพ.สต.ห้วยแก้ว),
การคุ้มครองผู้บริโภคและอาหารปลอดภัย (รพ.สต.บางลาย) เป็นต้น
Primary Care Value Added with DHS
 67
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
	 อย่างไรก็ตาม ข้อมูลชี้วัดความสำเร็จเชิงการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหา
สุขภาพของรัฐ ท้องถิ่น และชุมชน พบว่า จากทั้งหมด 71 โครงการ มี

ส่วนร่วมของท้องถิ่นและชุมชน 63 โครงการ ร้อยละ 88.73 (เป้าหมาย 

ร้อยละ 80) ทุกโครงการได้รับการติดตามประเมิน (เรียนรู้ร่วม) จาก
กรรมการ DHS ทุกโครงการ ขณะที่ศักยภาพการบริหารจัดการของคณะ
กรรมการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพและชมรมคุ้มครองผู้บริโภค
อำเภอบึงนารางเพิ่มมากขึ้น คือ รู้และเข้าใจปัญหาสุขภาพ มีมุมมอง

มากขึ้น ทั้งยังได้ผลการประเมินกองทุนหลักประกันสุขภาพได้มาตรฐาน
ระดับ A ขึ้นไปครบทุกแห่ง กลุ่มเป้าหมายในโครงการทั้ง 63 โครงการได้

รับประโยชน์และมีส่วนร่วมในตลอดกระบวนการพัฒนาสุขภาพในชุมชน
Primary Care Value Added with DHS
68
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
ความท้าทายของการพัฒนา DHS ในเขตเมือง
กระทุ่มแบน สมุทรสาคร
	 การพัฒนา DHS ในบริบทเมืองภายใต้ความท้าทายของประชากร

ในเขตเมืองกระทุ่มแบน สมุทรสาครซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 10 ตำบลซึ่งมี
ประชากรทั้งหมด 156,907 คนไม่รวมกับประชากรแฝงที่ย้ายเข้ามาทำงาน
ในพื้นที่ประกอบกับสภาพปัญหาสุขภาพและสังคมที่ซับซ้อนของคนใน

พื้นที่ ทำให้เครือข่ายสุขภาพของอำเภอเมือง กระทุ่มแบนต้องวิเคราะห์
สถานการณ์และวางแผนการทำงานพัฒนาระบบสุขภาพอำเภอให้ชัดเจน
ด้วยการตั้งธงผลลัพธ์เริ่มจากประเด็น “การทำงานกับเด็กและเยาวชนเพื่อ
แก้ไขปัญหาของวัยุร่นในชุมชน”
 	 จากบทบาทเจ้าหน้าที่ที่เปลี่ยนแปลงเป็นผู้จัดกระบวนการเพื่อ

ขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในอำเภอและตำบล โดยเอื้อให้
เกิดการวิเคราะห์หาสาเหตุ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ร่วมกันแสวงหา
แนวทางการแก้ปัญหาจากการจัดเวทีประชาคมของแต่ละตำบล ทำให้วาระ
งานเพื่อแก้ไขปัญหาวัยรุ่นมีความโดดเด่นและชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะ
ปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งเรื่องท้องไม่พร้อม เด็กแว้น ฯลฯ ภาคีเครือข่ายได้ร่วมกัน
ค้นหาสาเหตุและแนวทางการแก้ปัญหาตามสภาพบริบทพื้นที่ และเมื่อภาคี
รับรู้ปัญหา ความรู้สึกถึงความรับผิดชอบที่จะต้องแบ่งปันทรัพยากรจึง

เกิดขึ้น ส่งผลให้มีการจัดสรรงบประมาณและมีการกำกับติดตามการแก้ไข
ปัญหาโดยพื้นที่ 
	 องค์ประกอบการพัฒนาเครือข่าย DHS ประกอบด้วย ผู้แทนวัยรุ่น
(จากสภาเด็กและวัยรุ่นของอำเภอ) ตัวแทนผู้ปกครอง ตัวแทนแกนนำชุมชน
อสม./ผู้แทน อปท. โดยมีกระบวนการทำงานหลักที่เน้นเรื่อง
Primary Care Value Added with DHS
 69
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
i)	 สร้างความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่ ท้องถิ่นและกลุ่มองค์กร
ภาคี 
ii)	 บูรณาการ งาน คน เงินให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาพื้นที่
ทำให้ลดภาระงาน เกิดพลังในการขับเคลื่อนงาน และแก้ปัญหา
ได้อย่างยั่งยืน 
iii)	หนุนเสริมความเข้มแข็งของกองทุนสุขภาพตำบล 
iv)	ใช้ข้อมูลและผลวิจัยที่มีอยู่เพื่อต่อยอดสู่การแก้ปัญหาอย่าง

มีส่วนร่วม เช่น งานวิจัยประเด็นพฤติกรรมหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่น

อายุต่ำกว่า 20 ปีในพื้นที่นำร่องของอำเภอ โครงการวัยใส
สวนหลวงห่วงใยสุขภาพ (SMART Teenage) เป็นต้น 
v)	 ภาวะนำเชิงนโยบายและศักยภาพผู้ประสานการพัฒนาในอำเภอ
vi)	ความเข้มแข็งของแกนนำเยาวชนที่มีศักยภาพและประสบการณ์
การพัฒนาอย่างยาวนาน
 	 ผลที่เกิดขึ้น ด้านผู้รับบริการโดยเฉพาะวัยรุ่นมีความพึงพอใจต่อ
การเข้าร่วมโครงการฯ เครือข่ายผู้ให้บริการได้รับความรู้และประสบการณ์ใน
การแก้ไขปัญหาวัยรุ่น ซึ่งเป็นความรู้และประสบการณ์ที่เกิดขึ้นโดยตรงจาก
การร่วมแลกเปลี่ยนกับสมาชิกในกลุ่มโดยตรง ชุมชนเข้าใจปัญหาและ

ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาดีขึ้น ความร่วมมือจาก อปท. ชัดเจนมากขึ้น เกิด
มาตรการแบบ flow chart แก้ไขปัญหาวัยรุ่นที่ทุกภาคส่วนนำใช้ประโยชน์
รวมทั้ง วัยรุ่นที่เป็นกลุ่มเป้าหมายมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ความท้าทายระยะ
ต่อไป คือ การจัดทำแผนยุทธศาสตร์/แผนปฏิบัติการตามประเด็นปัญหา
สุขภาพและกำหนดค่าเป้าหมายเพื่อติดตามประเมินความสำเร็จหรือความ
ก้าวหน้าในการดำเนินงาน, การเพิ่มการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (CBL/KM) และ
ถอดบทเรียนเพื่อการเผยแพร่ รวมทั้งการนำหลักการ DHS ขยายไปใช้ใน
ประเด็นปัญหาอื่นๆ ตามสภาพของพื้นที่
Primary Care Value Added with DHS
70
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
แผนภูมิ สรุปการดำเนินงานเครือข่ายสุขภาพอำเภอกระทุ่มแบน
สมุทรสาคร

เครือข่ายต่างๆ เข้มแข็ง
- เครือข่ายภาคประชาสังคม
- เครือข่าย อปท.
- เครือข่ายวัยรุ่น เช่น สภาเด็ก
- เครือข่าย อสม
- เครือข่ายโรงเรียน
คณะกรรมการ DHS
- สาธารณสุข รพท.  สสล.
- อปท.
- นักการเมือง สส/สจ/.
- ตัวแทนหน่วยงานทุกภาคส่วน
- ตัวแทนประชาชน
มีการถ่ายทอดนโยบาย
รพท./รพสต./อบต./เทศบาล
จัดทำแผนงานตามกลุ่มวัย
และสภาพปัญหาของพื้นที่
รพท./รพสต./เทศบาล
สนับสนุนงบประมาณใน
การดำเนินงาน
Apprecintion
-	รู้สึกมีคุณค่าในตัวเอง
เกิดจากการได้รับการ
ยอมรับและมีส่วนร่วม
ในขั้นตอนต่างๆ
-	เคารพเชื่อมั่นใน
ศักยภาพทีม
-	คณะกรรมการและ
ผู้รับบริการพึงพอใจ
DHS 
Unity of District
Health team
-	มีความเป็นเอกภาพ
- ร่วมคิด วางแผนงาน
- แบ่งปันงบประมาณ
Resource sharing
and human develment
-	มีการแบ่งปัน
	 งบประมาณ/กระจาย
	 ทรัพยากรอย่างทั่วถึง
-	มีการเรียนรู้ช่วยกัน
	 ของภาคี
แกนนำเข้มแข็ง
UCARE
ผลลัพธ์การดำเนินงาน
กระบวนการดำเนินงานเครือข่าย
ระบบสุขภาพระดับอำเภอ
ปัจจัยนำเข้าของเครือข่าย
ระบบสุขภาพระดับอำเภอ
บริบทของ
อ.กระุทุ่มแบน
ความหลากหลาย
- ชุมชนเมือง
- ชุมชนชนบท
- หลากหลายวัฒนธรรม
- หลากหลายเชื่อชาติ
ผู้บริหาร
- วิสัยทัศน์กว้างไกล
- เน้นบูรณาการ
- มนุษย์สัมพันธ์ดี
- ยอมรับความแตกต่าง
- ยอมรับศักยภาพของทีมงาน
- กำกับ ติดตาม ตรวจเยี่ยม
	 พื้นที่สม่ำเสมอง่าย
-	ง่ายต่อการเข้าถึง
ทรัพยากรและงบประมาณ
- ทุก รพสต. มีพยาบาล 1-2 คน
- งบประมาณเพียงพอ
- เทคโนโลยีสารสนเทศเข้าถึงง่าย
คปสอ. กระทุ่มแบนมีองค์ประกอบ
และกรรมการที่คล้ายกับ
คณะกรรมการ DHS
คณะกรรมการ DHS ร่วมคัดเลือกปัญหา
โดยใช้สถานการณ์ปัญหา
จัดลำดับความสำคัญของ
ปัญหาร่วมกับ
วางแผนแก้ไขปัญหาร่วมกัน
จัดเวทีประชาคมเพื่อค้นหาปัญหา
สาเหตุและแนวทางแก้ไขร่วมกัน
จากภาคส่วนต่างๆ เป็นรายพื้นที่
จัดทำโครงการแก้ไขปัญหาตาม
สถาพบริบทของแต่ละพื้นที่ตาม
จุดเด่น จุดเน้น/พันธกิจของ
แต่ละหน่วยงานแบ่งปัน
งบประมาณและบุคลากรร่วมกัน
Community
Participation
-	มีส่วนร่วมคัดเลือก
ปัญหาและวางแผน
แก้ไขและดำเนินการ
แก้ไข
Essential care
-	มีคณะอนุกรรมการ
ร่วมกันแก้ไขปัญหา

วัยรุ่น
- ปรับปรุงบริการทั้ง
เครือข่าย/ระบบ
สนับสนุน
- ดำเนินการแก้ไข
ปัญหาร่วมกันตาม
พันธกิจ
Primary Care Value Added with DHS
 71
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
หนุนเสริมวิธีคิด DHS และพัฒนาคนด้วย DHML
	 เดิมทีประชาชนส่วนใหญ่ในอำเภอสระโบสถ์ จังหวัดลพบุรี จะดูแล
สุขภาพของตนเองเฉพาะเวลาที่มีอาการเจ็บป่วยและละเลยการดูแลสุขภาพ
ของตัวเองก่อนป่วย ทำให้กลุ่มเสี่ยงเบาหวาน-ความดันโลหิตสูงกลายเป็น

กลุ่มป่วยมากยิ่งขึ้น ส่วนกลุ่มป่วยเบาหวาน-ความดันโลหิตสูงก็จะดูแลรักษา
สุขภาพของตัวเองเฉพาะทางกาย ไม่คำนึงถึงการดูแลสุขภาพให้ครบทั้ง 4
มิติ คือ กาย ใจ สังคม และปัญญา ขณะที่หน่วยงานสาธารณสุขเองก็

มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาสุขภาพของประชาชนตามนโยบายของกระทรวง
สาธารณสุข โดยที่ไม่ได้แก้ไขปัญหาตามบริบทของพื้นที่ ทำให้ปัญหา

โรคเบาหวาน - ความดันโลหิตสูงลุกลาม จนก่อเกิดผู้ป่วยและกลุ่มเสี่ยง

จำนวนมาก
	 อำเภอสระโบสถ์ได้นำระบบ DHS มาแก้ไขปัญหานี้ โดยใช้แนวคิด
“360 องศา สู่การพัฒนาสุขภาพเบาหวาน ความดันโลหิตสูงแนวใหม่” 

มาหมุนปรับวิธีคิดให้กับชาวบ้านแบบ 360 องศา โดยมีกระบวนการและ

ขั้นตอนดังนี้
จากแนวคิดภาคีเครือข่ายตกผลึกสู่กิจกรรมปรับ 360 องศา
Primary Care Value Added with DHS
72
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
	 หลังจากที่ทุกคนตกผลึกกับแนวคิด 360 องศาแล้ว ทีม DHS จะ
นำแนวคิดนี้ไปแปลงเป็นนวัตกรรม/กิจกรรมที่จะช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
สุขภาพของชาวบ้านแต่ละตำบล โดยแต่ละกิจกรรมจะตอบโจทย์แนวคิดการ
ดูแลก่อนป่วย การดูแลสุขภาพครอบคลุมทั้ง 4 มิติ และการทำกิจกรรมที่
เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ 
แผนผังที่ 1 กระบวนการใช้พลัง DHS
พัฒนา DHML ด้วยแนวคิด 360 องศา
แผนผังที่ 2 บันได 5 ขั้น 360 องศา

สู่การพัฒนาสุขภาพเบาหวาน-ความดัน
โลหิตสูงแนวใหม่
แต่งตั้งคณะทำงาน DHS อำเภอ/ชี้แจง
นโยบายและร่วมวางแผนตามบันได 5 ขั้นของ
360 องศา สู่การพัฒนาสุขภาพเบาหวาน -
ความดันโลหิตสูงแนวใหม่
แต่งตั้งคณะทำงาน DHS ระดับตำบล

นำแผนสู่การปฏิบัติเน้นดูแลก่อนป่วยหรือมี
ภาวะแทรกซ้อนครอบคลุม 4 และเหมาะสม
กับบริบทชุมชน
ประเมินผล/ยกย่อง DHS ดีเด่น
ระดับอำเภอ
5.	นำสู่การปฏิบัติแบบ 4 มิติ
(กาย/จิต/สังคม/ปัญญา) ที่
สอดคล้องกับบริบท
4.	ร่วมวางแผนที่ทางเดิน
ยุทธศาสตร์และกำหนด
มาตรการทางสังคม
3. สร้างการมีส่วนร่วม
2. ระดมความคิดปลูกจิตสำนึก
ตระหนัก
1. ฉายภาพปัญหาชุมชนสร้าง
ความตระหนัก
 	 การใช้พลังของ DHS ของอำเภอสระโบสถ์ในการจัดการเบาหวาน-
ความดันโลหิต จะต้องมีการเสริมพลังทีมงานด้วยการจัดเวทีแลกเปลี่ยน
เรียนรู้ จัดประกวดผลการดำเนินงาน DHS และมีเวทีเชิดชูเกียรติเครือข่าย
สุขภาพเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับทีมงาน อีกทั้งยังมีการทำ CQI หรือ
การถอดบทเรียนประเมินความเหมาะสมของนวัตกรรม/กิจกรรมที่เกิดขึ้น
ภายใต้แนวคิด 360 องศาฯ เพื่อให้ทีม DHS นำข้อบกพร่องมาปรับเปลี่ยน
ในเกิดคุณภาพและความเหมาะสมต่อไป
Primary Care Value Added with DHS
 73
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
	 ผลลัพธ์ที่ได้ คือ ผลการดำเนินงานเฝ้าระวังป้องกันโรคเบาหวาน
และความดันโลหิตสูง มีแนวโน้มดีขึ้น เกิด “เครือข่ายสุขภาพ 360 องศา สู่
การพัฒนาเบาหวาน-ความดันโลหิตสูงแนวใหม่” ทุกตำบล ชุมชนสามารถ
ดูแลสุขภาพตนเองได้ดีขึ้น เกิดแกนนำสุขภาพภาคีเครือข่ายในการเฝ้าระวัง
ป้องกันโรคเบาหวาน-ความดันโลหิตสูงมากขึ้นในรูปแบบ “บ้านใกล้เรือน
เคียง” มีการจัดตั้งชมรมเบาหวานความดันทุกหมู่บ้านให้มีการดูแลเพื่อน
ช่วยเพื่อน โดยหลักคิดและกระบวนการพัฒนาสมรรถนะการบริการจัดการ
ระบบสุขภาพอำเภอ (District Health Management Learning)
Primary Care Value Added with DHS
74
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
สภาสุขภาพอำเภอ: กลไกขับเคลื่อน DHS 
จังหวัดสกลนคร
 	 การพัฒนาระบบสุขภาพอำเภอจังหวัดสกลนคร ใช้วิธีการขับเคลื่อน
ผ่านสภาสุขภาพอำเภอ โดยการนำทิศทางของ นพ.ปรเมศร์ กิ่งโก้ 

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ก่อนที่จะเป็นสภาสุขภาพอำเภอ การพัฒนา
ระบบสุขภาพอำเภอเป็นไปตาม 
i) นโยบายจังหวัด คือ ให้เกิดกิจกรรมอำเภอท้าทายดำเนินการ

ทุกอำเภอ 
ii) นโยบายกระทรวงสาธารณสุข คือ ต่อยอดจากโครงการ Context
Based Learning 4 อำเภอ 
iii) นโยบายผู้ว่าราชการจังหวัด คือ กิจกรรมสกลนครสร้างสุข อีก
ทั้งมีนโยบายพัฒนาอำเภอต้นแบบซึ่งต่อยอดจากกิจกรรม
อำเภอท้าทาย 
 	 ด้วยปัญหาสุขภาพที่ซับซ้อนมากขึ้น ฝ่ายสาธารณสุขฝ่ายเดียว

ไม่สามารถจัดการแก้ไขปัญหาได้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องบูรณาการทุก

ภาคส่วนเพื่อช่วยกันแก้ปัญหาสุขภาพทุกมิติ จึงมีการทบทวน วิเคราะห์ 

ใครบ้างที่มีหน้าที่/บทบาท รับผิดชอบดูแลสุขภาพในระดับอำเภอ ทบทวน
จาก พรบ.ลักษณะปกครองท้องถิ่น พ.ศ. 2547 ทำให้พบว่ามีภาคีเครือข่าย
หลากหลายหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดูแลสุขภาพระดับอำเภอ จึง
ก่อให้เกิด สภาสุขภาพอำเภอ ที่ประกอบด้วยภาคีจากภาครัฐ ท้องถิ่น
ประชาชนที่จะเป็นกลไกร่วมกันขับเคลื่อน การพัฒนาสุขภาพประชาชนใน
ภาพรวมระดับอำเภอเพื่อนำสู่ประชาชนมีสุขภาพที่ดี โดยมีหลักการที่ว่า
สภาสุขภาพอำเภอ คือกระบวนการขับเคลื่อนการพัฒนาสุขภาพในภาพรวม
Primary Care Value Added with DHS
 75
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
ระดับอำเภอ โดยเปิดโอกาสให้ภาคีเครือข่ายทั้ง ภาครัฐ ภาคท้องถิ่น ภาค
ประชาชน ได้ร่วมกันตัดสินใจ ในการพัฒนาสุขภาพได้มากขึ้น ในลักษณะ
ของ เวทีสาธารณะ 
 	 การจัดโครงสร้างคณะกรรมการสภาสุขภาพอำเภอ ผู้แทนภาครัฐ :
มหาดไทย สาธารณสุข วัฒนธรรม เกษตรและสหกรณ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ ชมรม
กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้แทนภาคท้องถิ่น : นายกเทศมนตรี นายกอบต. 

ทุกแห่ง ผู้แทนภาคประชาชน : อสม. ผู้สูงอายุ ผู้พิการ เยาวชน สตรี 

ผู้ประกอบการร้านค้า สื่อวิทยุชุมชน โดยมีนายอำเภอเป็นประธานสภา
สาธารณสุขอำเภอ เป็นเลขา คณะทำงาน โดยมีประเด็นรูปธรรมงานที่มา
จากการร่วมกันทำข้อตกลงร่วม (MOU) จำนวน 10 แผนงาน/โครงการ
ภายในอำเภอตามสภาพบริบทของปัญหาในพื้นที่ คือ ด้านเมืองน่าอยู่/ด้าน
การมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย/โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ/ศูนย์เด็กเล็กน่าอยู่
และปลอดโรค/การแพทย์พื้นบ้าน/การจัดบริการปฐมภูมิเชิงรุก/การป้องกัน
ควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง/อำเภอควบคุมโรคเข้มแข็ง/การส่งเสริมสุขภาพ/
การป้องกันยาเสพติด 
 	 คณะกรรมการสภาสุขภาพอำเภอ ได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์สุขภาพ
อำเภอ (ทำแผนยุทธศาสตร์ ทำบันทึกความร่วมมือ : MOU ประเมินผลงาน
รอบ 6 เดือน สรุปผลงานรอบ 1 ปี และจัดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้)
ประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ จัดตั้งคณะกรรมการตามแผนงาน สนับสนุน
ให้ภาคีต่างๆ ดำเนินกิจกรรมตามแผนงาน ประชุมคณะกรรมการทุก 3
เดือนและสรุปผลการดำเนินงาน โดยผลที่เกิดจากดำเนินงาน DHS ผ่าน
สภาสุขภาพอำเภอ คือ อำเภอควบคุมโรคเข้มแข็งยั่งยืน, คปสอ.ติดดาว
(บริหารจัดการได้ดี), ตัวชี้วัดที่กำหนดทุกเรื่องผ่านเกณฑ์มากกว่าร้อยละ 80
ขึ้นไป, สกลนครรักษ์อนามัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (ส้วม HAS, วัดส่งเสริม
Primary Care Value Added with DHS
76
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
สุขภาพ, ตลาดสดน่าซื้อ, โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ, การบริหารการเงินการ
คลังที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัมพันธภาพและความเข้าใจ
ที่ดีขึ้นทั้งเรื่องการพัฒนาคน การทำงานร่วม การร่วมมือเรื่องทรัพยากรใน
การทำงานด้วยกลไกของสภาสุขภาพอำเภอ
 	 การที่จะดูแลให้ประชาชนมีสุขภาวะที่ดี ปราศจากความทุกข์ยาก
ภาคสาธารณสุขฝ่ายเดียวไม่สามารถจัดการแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ จำเป็น
ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมด้วย

ช่วยกัน ฉะนั้นการจัดตั้งให้เกิดทีมงานจากทุกภาคส่วนที่สำคัญในพื้นที่ ให้มี
ส่วนร่วมในการรับรู้สถานการณ์ปัญหา ตัดสินใจดำเนินการแก้ไขและพัฒนา
สุขภาพ โดยกำหนดรูปแบบวิธีการ บทบาทความรับผิดชอบที่ชัดเจน ผ่าน
การประชุมที่ต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสามารถส่งผลให้เกิดความสำเร็จใน
การพัฒนาได้มากยิ่งขึ้น
Primary Care Value Added with DHS
 77
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
“การรื้อและประกอบสร้าง” 

บทเรียนการขับเคลื่อน DHS จังหวัดจันทบุรี
 	 จังหวัดจันทบุรี เริ่มต้นการขับเคลื่อน DHS ด้วยการนำร่องใน 3
อำเภอ โดยใช้วิธีส่งไม้ต่อ (รับจากนโยบายแล้วส่งตรงลงพื้นที่) แต่เป็น

การเริ่มต้นการพัฒนาจากความไม่เข้าใจ ว่าจะเริ่มทำตรงไหนอย่างไร ส่งผล
ให้การดำเนินการไม่ชัดเจนทั้งการกำหนดขั้นตอน กระบวนการ เกณฑ์
UCARE ทำให้การจัดบริการในระดับอำเภอไม่มีผลลัพธ์ที่ตอบสนอง

เป้าหมายตามประเด็น ODOP จากปัญหาดังกล่าวทำให้จังหวัดต้องหันกลับ
มาทบทวนตัวเองเพื่อให้เกิดการพัฒนา DHS ที่มีความหลากหลายและ
สวยงาม ต้องมีหลักการและอยู่ภายใต้ฐานความรู้ ความเข้าใจที่แข็งแรง 

ทีมงานเริ่มจากการใช้คำถามหลัก 2 ข้อ คือ 
1.	 เมื่อพูดถึง DHS มีสิ่งที่ต้องนึกถึงและทำอะไรบ้าง 
2.	 กระบวนการหลักของ DHS ที่เข้าใจแล้วสามารถนำไปใช้กับ
งานอื่นๆ อย่างไร 
 	 จากการทบทวนทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน 
1.	 วิเคราะห์/ดัดแปลง/ปรับปรุง/พัฒนา ก่อนส่งไม้ DHS ต่อ 
2.	 ใช้กรอบแนวคิดและเกณฑ์ DHS ที่มีอยู่เป็นจุดเริ่มต้น แนวคิด
คือ “รื้อและประกอบสร้าง” 
3.	 ไม้ DHS ที่ส่ง ต้องเห็นความเป็นระบบ ง่ายต่อความเข้าใจ มี
องค์ความรู้ที่จำเป็นและนำไปใช้กับงานอื่นๆ ได้
Primary Care Value Added with DHS
78
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
CEET Model: นวตกรรมขับเคลื่อน DHS จันทบุรี
กำหนดพัฒนาตามช่วงเวลา
(Timing: T)
การเสริมพลังที่เกี่ยวข้อง
(Empowerment: E)
การสร้างความชัดเจน
ในประเด็นต่างๆ
(Clarlty: C)
การแลกเปลี่ยนความรู้
ความเข้าใจ
(Exchange: E)
การขับเคลื่อน
DHS
 	 การขับเคลื่อน DHS ปี 2557 จึงกำหนดเป็นนโยบาย อำเภอ
ลิขสิทธิ์ ที่มีประเด็นการพัฒนาที่สอดคล้องกัน โดยใช้ CEET Model เป็น
เครื่องมือสำคัญเป็นตัวขับเคลื่อนระดับจังหวัด มีการกำหนดโครงสร้าง
กิจกรรมในโครงการระดับอำเภอ ทำให้เกิดรูปแบบการดำเนินกิจกรรมใน
การดำเนินงานแต่ละอำเภอที่ชัดเจน และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน อำเภอ
ลิขสิทธิ์ คือ อำเภอที่มุ่งสร้างผลงาน ความโดดเด่นในการนำปัญหา หรือ
เป้าหมาย ของพื้นที่ มาเร่งทำให้เกิดผลงานเป็นรูปธรรมให้เห็นเด่นชัด
ครอบคลุมมิติพื้นฐาน กระบวนการเน้นภาคีเครือข่ายและประชาชน สรุป
กระบวนการตามหลัก CEET Model ดังนี้
Primary Care Value Added with DHS
 79
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
	 จากการกำหนดขั้นตอน กระบวนการขับเคลื่อนและพัฒนา DHS
ในระดับอำเภอได้อย่างชัดเจน ทำให้จังหวัดจันทบุรี มีการเรียนรู้และทำงาน
ร่วมกันภายใต้หลักการพัฒนา DHS ทุกอำเภอ คือ นำมาเชื่อมโยงกับการ
พัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ ชุมชน และท้องถิ่นอย่างมีคุณภาพโดยใช้
Strategic Route Map (SRM) หรือเครื่องมืออื่นๆ ในการทำแผนพัฒนา
สุขภาพ โดยหลักการประเมินแบบ UCARE ที่นำมาปรับขยายผ่าน
กระบวนการสร้างความเข้าใจแล้ว ทำให้เกิดอำเภอที่ผ่านเกณฑ์ UCARE
ระดับ 3 จำนวน 5 อำเภอ และอำเภอที่สามารถยกระดับเกณฑ์ UCARE
ได้อย่างน้อย 1 ขั้น ทุกองค์ประกอบการพัฒนาจำนวน 5 อำเภอ อย่างไร
ก็ตาม การพัฒนาและทำงานเพื่อตอบโจทย์ประชาชนในพื้นที่ก็ยังคงต้อง
ทำงานต่อเนื่อง เครื่องมือที่ระดับจังหวัดปรับปรุงเพื่อสร้างความเข้าใจ
ระหว่างผู้เกี่ยวข้อง และใช้เป็นแนวทางการสนับสนุน DHS ได้ในเชิงระบบ
และยังใช้เป็นโอกาสเพื่อขยายผลงานในประเด็นอื่นๆ ของพื้นที่ได้ต่อไป 
ขั้นดำเนินการ
-	กำหนดและจัดระบบกิจกรรมการดำเนินงานที่
	 สอดคล้องกับเกณฑ์การประเมินเครือข่ายสุขภาพ
	 ระดับอำเภอ 5 ข้อ และครบถ้วนตามกรอบแนวคิด
-	นำกิจกรรมต่างๆ ที่ได้จากการวิเคราะห์ไปปฏิบัติ
	 พร้อมกับมีหลักฐานการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม
-	ทีมสุขภาพระดับอำเภอติดตาม ตรวจสอบ และ
	 ประเมินผลการดำเนินกิจกรรม
-	กำหนดแนวทางการแก้ไขปรับปรุงพัฒนางานอย่าง
	 ต่อเนื่อง
รูปแบบการพัฒนา DHS
ขั้นเตรียมการ
-	วิเคราะห์บริบทและความพร้อมของตนเอง
-	ศึกษาเกณฑ์การประเมินเครือข่ายสุขภาพ
	 ระดับอำเภอ 5 ข้อ ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้
-	ประเมินตนเอง (Self assessment)
	 ตามเกณฑ์การประเมินเครือข่ายสุขภาพ
	 ระดับอำเภอ 5 ข้อ และตั้งเป้าหมาย
	 ระดับการพัฒนา	 
ประเมินความสำเร็จหลัง
การดำเนินงานพัฒนา
ตามเกณฑ์การประเมิน
เครือข่ายสุขภาพระดับอำเภอ 5 ข้อ
สรุปเป็นรูปแบบระบบ/ขั้นตอนหรือ
วิธีการทำงานที่ชัดเจนที่จะเป็นต้นแบบ
นำต้นแบบไปขยายผลในงานอื่นๆ
จนเป็นรูปแบบการดำเนินงานที่เป็น
มาตรฐาน
เป้าหมาย
ประเด็น ODOP
Primary Care Value Added with DHS
80
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
 	 การดำเนินการเพื่อพัฒนาเรื่องใดก็ตาม ถ้าจะทำให้ได้ดีมีคุณภาพ
บรรลุเป้าหมาย ต้องทำความเข้าใจตั้งแต่แนวคิด เป้าหมาย กระบวนการ
ผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้น หากมีความชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้น โดยเฉพาะ
หน่วยงานที่กำหนดนโยบาย เป้าหมายที่ชัดเจนภายใต้กรอบการพัฒนาที่
สามารถปรับได้ในพื้นที่ตามบริบท รวมทั้งการถ่ายทอดและการสนับสนุนที่มี
ประสิทธิภาพของระดับจังหวัดสู่พื้นที่ระดับปฏิบัติ ย่อมส่งผลที่เกื้อหนุนการ
ทำงานในพื้นที่และทำให้เกิดผลลัพธ์ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้
Primary Care Value Added with DHS
 81
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
บทสรุปที่มีคุณค่าจาก
รศ.นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ

	 1. ทำงานให้เป็นไปตามธรรมชาติ อย่าปรุงแต่งให้มาก ให้เกิดเป็น
ขั้นตอนตามธรรมชาติ ต้องรู้จัก เข้าใจตัวเอง อย่างลึกพอ รู้เขา รู้เรา 

รู้บริบทอย่างลึกซึ้ง ศึกษาธรรมชาติของบริบท “อย่ายึด ติดคัมภีร์” อย่าติด
ODOP อย่าติด UCARE ODOP ไม่จำเป็นต้องทำทั้งอำเภอ อาจทำเรื่องที่
จำเพาะของแต่ละตำบลก็ได้ (แต่ละตำบลมีปัญหาหรือความต้องการของ
ชุมชน และความพร้อมที่อาจไม่เหมือนกัน) ขอเพียงให้เริ่มจากความพร้อม
หรือทุนที่มีอยู่ในแต่ละตำบล โดยให้เป็นไปตามธรรมชาติ
	 2. Appreciate ต้องไปด้วยใจ ไม่ใช่ไปด้วยเครื่องมือ เครื่องมือเป็น
สิ่งที่เอื้อเรา แต่อย่าไปจริงจังกับการให้คะแนนมากนัก เพราะแม้จะมีเกณฑ์
การให้คะแนน แต่มักจะตีความได้แตกต่างกันเสมอ (ในเรื่องเดียวกัน 

บางคนอาจให้ 3 คะแนน แต่บางคนอาจให้ 2, 2.5, หรือ 3.5 คะแนน)
วัตถุประสงค์ไม่ใช่ไปเพื่อประกวดหรือรับรองเพราะถ้ารับรองเมื่อไรเกิด
ปัญหา จะพากันปลูกผักชีกัน จะไม่ทราบความจริง จะถูกหลอก ให้ไป

ด้วยใจ ไปชื่นชมทุนเดิมที่เขามีอยู่แล้วเสริมพลังให้เขาพัฒนาให้ก้าวหน้าไป
จากเดิม
Primary Care Value Added with DHS
82
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
	 ในการชื่นชมตามหลัก ”Appreciative inquiry” จะมีขั้นตอนอยู่ 

4 D ในการชื่นชม ได้แก่
1)	 Discovery: ชื่นชมค้นหา พูดคุยสำรวจค้นหาสิ่งดีๆ ของเขา
ให้เขาเล่างานอะไรก็ได้ ที่ทีมภูมิใจ ชุมชนภูมิใจ อาจจะมีแค่
หนึ่งตำบล หนึ่งหมู่บ้านก็ได้ ขอให้มีคนที่เริ่มงานที่เข้มแข็งได้
2)	 Dream: พาวาดภาพฝัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างภาพฝัน
ร่วมกัน ภาพฝันนั้นอาจจะเกิดขึ้นใน 5 ปี 10 ปี ก็ได้ ด้วยการ
กระตุ้นด้วยคำถาม : คุณทำตำบลนี้ได้ สามารถทำตำบลอื่น

ได้ไม่ ทำตำบลนี้เรื่องนี้ได้สามารถขยายไปเรื่องอื่นได้ไม่ ไม่
ต้องไปรับรองว่าเขาทำผิดทำถูก
3)	 Design: หันหาภาพจริง ร่วมคิดออกแบบ ทำ Action plan ปี
ต่อปี
4) Destiny: วิ่งสู่เป้าหมาย ไปสู่เป้าหมายที่ดีกว่าเดิม ขยายผลได้
อย่างจริงจัง
	 4D นี้ผูกเป็นคำกลอนได้ว่า “ชื่นชมค้นหา พาวาดภาพฝัน หันหา
ภาพจริง วิ่งสู่เป้าหมาย” เริ่มจากชื่นชม แม้เพียงเรื่องเดียว ตำบลเดียว 

ไม่ต้องให้คะแนน เขาจะเกิดกำลังใจ พาวาดภาพฝันต่อขยายผล เขาจะคิด
ต่อทำปีต่อปี วิ่งสู่เป้าหมายที่ดีกว่าเก่า ขยายผลงานได้ดีอย่างจริงจัง เหล่านี้
น่าจะเป็นวัตถุประสงค์ของการไปชื่นชม อย่าติดรูปแบบเก่าๆ ที่ใช้อำนาจ
ของการเป็นผู้เยี่ยม ยึด KPI จะสำลัก KPI ตาย เพื่อใบรับรองใบเดียว มัน
ไม่เกิดวัฒนธรรมที่ยั่งยืนเท่าไรนัก
Primary Care Value Added with DHS
 83
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
 	 ฉะนั้นการไปชื่นชมด้วยใจ ใจที่จะเกิดขึ้นที่ผมพูดบ่อยให้ใช้หลักการ
“การจัดการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ : Humanistic management” ซึ่งมี
หลัก 3 ข้อ 
1. เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ผู้ที่ลงไปเยี่ยมชื่นชมต้องเคารพ
ด้วยใจ ด้วยท่าที ด้วยภาษาทางกาย ที่ไม่ไปใช้อำนาจ (ความรู้
ตำแหน่ง ฐานะ) เราอย่าคิดว่าเรามีอำนาจมีความรู้มากกว่าเขา
ไปเพื่อเรียนรู้ ไม่ได้มาจับผิดหรือรับรองมาเพื่อชื่นชม ทุก

หน่วยงานทุกคนมีต้นทุนอยู่ไม่มากก็น้อย ไม่ได้มาติดลบไม่ได้
มาเป็นศูนย์ ชื่นชมด้วยใจจริงก็จะเกิดความภูมิใจ
2. พูดคุยสนทนาแลกเปลี่ยน (dialogue) และส่งเสริมการมี

ส่วนร่วมในการตัดสินใจ ไม่ใช้ one way หรือ top down ไม่
ใช้อำนาจทางวิชาการ อำนาจทางตำแหน่ง 
3. ทั้งหมดทำอยู่บนพื้นฐานของหลักจริยธรรมและความดีงาม ทำ
เพื่อให้พิสูจน์สิ่งที่ดีงาม เรื่องของการทำงานเพื่อประชาชน
เรื่องของกำลังใจ
 	 ถ้าใช้หลัก 3 ข้อนี้ รับรองซื้อใจเขาได้ ใช้กับลูกก็ได้ ลูกน้อง 

ลูกศิษย์ หรือผู้รับบริการก็ได้ ถ้าเรามีใจแบบนี้เราสามารถทำการจัดการ

กับผู้คนด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ ถ้าเราจะลงพื้นที่ขอให้เรามีใจด้วย

หัวใจความเป็นมนุษย์ อย่าติดเครื่องมือหรือยึดติดเครื่องมือลงไป 

(การตีความจากเกณฑ์ไม่มีทางตีความได้ตรงกันเป๊ะ เป็นความรู้สึกอาจจะมี
Bias ด้วยซ้ำ)
Primary Care Value Added with DHS
84
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
	 3. บทบาทของ Facilitator ทำ 3 หน้าที่ “กระตุ้น-หนุนเสริม-เติมเต็ม”
	 3.1	กระตุ้น ด้วยการพูดตั้งคำถาม (อย่าตั้งคำถามแบบจับผิด

	 เขา) ตั้งประเด็นให้คิด เปิดมุมมอง ปรับกระบวนทัศน์และ

	 กระบวนการทำงาน 
	 3.2	หนุนเสริม ชื่นชมทุนเดิมหรือจุดแข็งที่มีอยู่ ให้กำลังใจ 

	 รวมพลังทีมทำงาน 
 	 ลงไปดูเขาด้วยใจที่เคารพเขา เห็นเขามีจุดแข็งก็
ถามให้ลึกว่าที่ทำสำเร็จเริ่มต้นอย่างไรย้อนถามความเป็น
มา จุดเริ่มต้นจุดคานงัดที่เกิดขึ้นไปชื่นชมประวัติตรงนี้
แล้วเขาผ่านอุปสรรคล้มลุกคลุกคลานมาอย่างไร กว่าจะ
สำเร็จตรงนี้ได้ ต้องมีอุปสรรค มีบทเรียนมาอย่างไร ทำไม
ถึงก้าวพ้นไปได้ คุยแบบนี้อันนี้เท่ากับชื่นชมเขา
	 ใช้กระบวนการ “บวกเสริมบวก” จะช่วยปลดปล่อย
พลังศักยภาพที่มีอยู่   จะทำให้เกิดพลังมหาศาลที่จะ

ทำงานต่อ 
	 ตรงกันข้ามกับกระบวนการ “ลบเสริมลบ” เช่น
การลงไปนิเทศ จับผิด หรือตัดสินรับรองความถูกผิด ซึ่ง
บางครั้งคนภายนอกที่ลงไปพื้นที่อาจไม่เข้าใจบริบทของ
พื้นที่ แล้วใช้ความคิดหรือเกณฑ์มาตรฐานสำเร็จรูปของ
เราไปตัดสินเขา อาจผิดพลาดได้ ทำให้บั่นทอนกำลังใจ
คนทำงาน และทำให้เขาไม่เปิดใจพูดความจริง แต่จะพูด
เอาใจคนที่ลงไปมากกว่า 
	 3.3 เติมเต็ม ในสิ่งที่เขาขาดหรือยังไม่รู้ ด้วยการสนทนา

	 แลกเปลี่ยน ไม่ใช่ไปสอนเขาแบบยัดเยียดหรือสั่งการด้วย

	 อำนาจของความเป็นผู้รู้หรือผู้เยี่ยมสำรวจ (surveyor)
Primary Care Value Added with DHS
 85
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
	 4. PCA เราพยายามให้เข้าใจว่าเป็น PCA ระดับ CUP แต่ในพื้นที่
ทำไมถึงเข้าใจว่าเป็นแค่ในระดับ รพ.สต. ผมแค่คิดเล่นๆ ว่าศัพท์เก่าๆ มัน
เกิดการผูกโปรแกรม (conditioning) ไว้แล้ว มันเปลี่ยนยาก ยังคิดว่าเป็น
PCA ในรูปแบบเก่าๆ เป็นไปได้หรือไม่ที่จะหาศัพท์ใหม่แทน เช่น ใช้คำว่า
PCA-CUP หรือคำอะไรที่เห็นควร เพื่อการสื่อสาร ถ่ายทอดให้เข้าใจ ศัพท์ก็
มีความหมายนะ อย่าคิดว่าเขาจะอ่านหนังสือคู่มือกันนะไม่อ่านหรอกถ้ามี

โลโก้ชัดๆ ว่านี้คือแบรนด์ใหม่นะเป็นเนื้อใหม่ไม่ใช่เนื้อเก่า อยากจะฝากว่า
ชื่อเปลี่ยนได้หรือไม่ เป็นคำที่ต่างจากคำว่า PCA เดิมถ้าไม่ติดขัดอะไร
	 5. แกนนำเขตอยากให้ผนวกทุกงานเข้าไป ขณะนี้งาน DHS มีงาน
ที่เสริมเข้ามาคือ DHML สองเรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวกัน อย่ามองว่าไม่เกี่ยวกัน
 	 DHS: เป็นการขับเคลื่อนวิธีคิดวิธีการทำงานปรับตามบริบทปรับการ
บริหารจัดการ เพื่อขับเคลื่อนงานพัฒนาสุขภาพชุมชน
 	 DHML: เป็นการพัฒนาคน พัฒนานักจัดการในระดับอำเภอ มีทีม
เรียนจากภาคประชาชน ภาคสาธารณสุข ภาคโรงพยาบาล 3 ภาค ที่จะมา
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ให้มีสมรรถนะที่จะวิเคราะห์ปัญหาได้ลึกและกว้าง ใน 1
ปีที่ทำโครงการนี้ไม่ใช่ไปมุ่งทำ ODOP ให้สำเร็จ ODOP เป็นเรื่องใหญ่มาก
ในกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ขอให้ทีมเรียนนำเนื้อหาในโครงการ
ODOP หรือประเด็นที่มีความสำคัญในชุมชนก็ได้มาเป็นตัวเดินเรื่อง ถอด
บทเรียนเอาประเด็นเล็กๆ ประเด็นเดียวที่เป็นจุดคานงัดเอามาเรียนรู้ มา
เป็นแบบฝึกหัด เช่น ผู้ป่วยเบาหวานไม่สามารถคลุมน้ำตาลได้ อย่าพึ่งไป
คิดหาออกแบบวิธีการแก้ไขปัญหาไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรม (โดยลอกเลียน
วิธีการเดิมๆ ที่เคยทำกัน แต่ไม่ได้ผลยั่งยืน) ให้ไปศึกษาปัญหา กลับไป
ย้อนสำรวจศึกษาพฤติกรรมของผู้ป่วยเบาหวานเป็นแบบฝึกหัดมาวิเคราะห์
ปัญหาที่ลึกและกว้างพอ กลับไปคุยกับชาวบ้าน คนไข้ หรือชุมชน เพื่อเจาะ
ลึกพฤติกรรมที่เกิดขึ้นเพราะอะไร ห้ามเอาความรู้เราไปใส่ ไม่ใช่ไปสอน ขอ
Primary Care Value Added with DHS
86
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
ให้ไปสำรวจใช้หลัก family medicine ไปสำรวจปัญหาลึกๆ ให้เขาเปิดใจ
กับเราให้ได้ที่เขาไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพราะอะไรแน่ อาจคุยสัก 5 คน
10 คน ฝึกตั้งคำถามที่ถูกต้องไม่ sensitive มาก ห้ามไปใช้อารมณ์ อำนาจ
สั่งเขา ฝึก self-control 
 	 วัตถุประสงค์ของ DHML คือ เสริมสมรรถนะในการบริหารจัดการ
พัฒนาคน พัฒนามุมมอง วิธีคิดยอมรับศักยภาพของทุกฝ่าย ทำงานร่วมกับ
ทุกฝ่ายได้ ด้วยใจที่มีเป้าหมายร่วมกัน เกิดกระบวนการร่วมคิด ร่วมทำ
ร่วมเรียนรู้อย่างแท้จริง ที่ผ่านมาเราตีความว่าการมีส่วนร่วมคือเราเป็นคน
คิด ออกแบบแทน แล้วไปขอความร่วมมือให้เขาทำตาม เราคิดจากมุมมอง
ของเราทั้งหมด คิดจากข้อมูลของเราทั้งหมด การคืนข้อมูลเป็นคำที่พูดกัน
บ่อยมาก การคืนข้อมูลอย่าคิดว่าการเอาตัวเลขไปคืนให้ชาวบ้านเท่านั้น เรา
ต้องรับข้อมูลคืนจากเขาคนละชุด เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูล ใช้วิธี
dialogue เราต้องถ่อมตัวไม่คิดว่าเรามีอำนาจ มีความรู้เก่งกว่าเขา ต้อง
ทำตัวเป็นนักเรียนน้อย ก่อนจะสอนใครต้องเป็นนักเรียนของคนนั้นก่อน
	 6. การขับเคลื่อนงาน อย่ารีบขับเคลื่อนงานเพรียวๆ การขับเคลื่อน
งานไม่ว่างานอะไรก็ตาม ต้องขับเคลื่อนบนพื้นฐาน 3 ส่วนได้แก่ 
	 1) ขับเคลื่อนการเรียนรู้
	 2) ขับเคลื่อนความสัมพันธ์
	 3) ขับเคลื่อนงาน
 	 ต้องมี 3 ส่วนนี้ที่สมดุล โดยเฉพาะถ้าขาดการเรียนรู้ (ไม่เรียนรู้ ไม่
ยอมเรียนรู้ ใช้ความคิดเก่าๆ รูปแบบเก่าๆ โจทย์เก่าๆ ยังใช้คำตอบเก่าๆ)
และไม่พยายามสร้างความสัมพันธ์ (รู้จักกันลึกๆ เปิดใจกัน เกื้อกูลกัน)
เอาแต่ขับเคลื่อนงานเพียงอย่างเดียว ก็ยากที่จะประสบผลสำเร็จอย่างยั่งยืน
เช่น หมอตรวจคนไข้เบาหวาน บอกคนไข้ให้ทำโน่นทำนี่ ในเวลาตรวจแค่ 3
นาที ก็ไม่มีทางทำได้หรอก คนไข้ไม่ทำตามก็โกรธ ขู่ อันนี้ไม่เกิดความ
Primary Care Value Added with DHS
 87
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
สัมพันธ์ นั่นแสดงว่าแพทย์ไม่เข้าใจว่า เขามีอุปสรรคอะไร เขามีวิธีคิด
อย่างไร แพทย์ ต้องมีวิธีคิดใหม่ ต้องสอบถามมุมมองคนไข้และญาติ อย่า
ตัดสินจากมุมมองของเรา อย่าเอาทฤษฎีไปจับ เพราะแต่ละคนมีภูมิหลัง

พื้นฐานไม่เหมือนกัน จึงต้องทำการเรียนรู้รู้จักเขาก่อน และต้องสร้าง
สัมพันธ์ให้ได้ก่อน เขาจะเปิดใจกับเรา ฉะนั้นต้องขับเคลื่อนทั้ง 3 ส่วน เริ่ม
จากการเรียนรู้ และความสัมพันธ์ ผลงานที่คาดหวังก็จะมาทีหลัง นำไปใช้
กับทุกงาน ทุกบริบทได้หมด อย่าคิดแค่ขับเคลื่อนงานอย่างเดียว จะไปไม่ได้
ไกล เกิดการทะเลาะเบาะแว้ง เกิดความทุกข์ทุกฝ่าย แต่ควรเริ่มจากการ
เรียนรู้ มีความสัมพันธ์ ซื้อใจ..... 
 	 งานเป็น hard side ส่วนการเรียนรู้ และ ความสัมพันธ์นั่น คือ ใจ
เป็น soft side hard side 1 ตัว แต่ soft side 2 ตัว ....เราถูกสอนเป็น
hard side จึงทุกข์ ตลอด เรามุ่ง “Doing” ตลอดเวลา เราไม่เคยพัฒนา
ตัวเอง (Being) Being สำคัญกว่า Doing Doing ต้องรับใช้ Being 

การงานต้องรับใช้การพัฒนาตัวเราให้สมบูรณ์ 
 	 อย่ามีเป้าหมายทำงานเพื่องานตามเป้าหมายที่คนข้างบนสั่งมาแบบ
ทุกวันนี้ เรา care ข้างบนมาก เรากลัวข้างบนมาก กลัวระบบราชการ ก็จะ
ไม่คิดถึงการพัฒนาตัวเอง (เราต้องพัฒนา Being คือพัฒนาชีวิตเรา พัฒนา
ตน พัฒนาจิตวิญญาณ พัฒนาสติปัญญา) การทำอะไรทุกอย่างต้องรับใช้
Being ให้ได้ จึงจะไปได้ไกล และ Doing ก็จะสอดคล้องกับ Being ไม่ใช่
ทำแต่ Doing ตามคู่มือ ตาม guideline ตามเครื่องมืออะไรเยอะแยะ แล้ว
ไม่ได้ทำให้ Being ดีขึ้น
Primary Care Value Added with DHS
88
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
 	 ฉะนั้นพัฒนางานต้องเริ่มต้นจากการพัฒนาการเรียนรู้และความ
สัมพันธ์ ตรงกับที่ในหลวงท่านตรัสไว้ คือ “เข้าใจ-เข้าถึง-พัฒนา” (การ
เรียนรู้คือ “เข้าใจ” ความสัมพันธ์ คือ “เข้าถึง” และงานคือ ”พัฒนา”)
 	 เริ่มจาก “การเข้าใจ เข้าถึง จึงจะไปพัฒนา” “ถ้าไม่เข้าใจ ไม่

เข้าถึง ก็พัฒนาไม่สำเร็จ”
 	 หมายเหตุ ได้คุยกับท่านอาจารย์เพิ่มเติม ท่านอาจารย์บอกว่าอย่า
ไปคาดหวังให้คนอื่นเปลี่ยน แต่ขอให้เราเริ่มต้นที่จะเปลี่ยนที่ตัวเราเองก่อน
เปลี่ยนมุมมอง เปลี่ยนวิธีคิด แล้วทำให้เห็น อย่ามัวมองและโทษคนอื่นว่าไม่
เปลี่ยน ไม่ต้องสนใจ ให้เปลี่ยนที่ตัวเราก่อน แล้วจะเกิดผลสะเทือนด้านบวก
ต่อคนอื่นและการทำงานและการอยู่ร่วมกันในหน่วยงานในที่สุด 
นุชนภางค์ ภูวสันติ สรุปบันทึก
(23 ตุลาคม 2557)
สุรเกียรติ อาชานานุภาพ แก้ไขเพิ่มเติม
(24 ตุลาคม 2557)
Primary Care Value Added with DHS
 89
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
	 Six Building Blocks
	 Six Building Blocks ที่นำเสนอโดยองค์การอนามัยโลกตีพิมพ์

ครั้งแรกใน World Health Report (2007): Strengthening Health
Systems to Improve Health Outcomes, WHO’s Framework for
Action: Everybody’s Business
ภาคผนวก
THE WHO HEALTH SYSTEM FRAMEWORK
SYSTEM BUILDING BLOCKS
 OVERALL GOALS/OUTCOMES
ACCESS
COVERAGE
QUALITY
SAFETY
SERVICE DELIVERY
HEALTH WORKFORCE
INFORMATION
MEDICAL PRODUCTS, VACCINES 
TECHNOLOGIES
FINANCING
LEADERSHIP/GOVERNANCE
IMPROVED HEALTH 
(LEVEL AND EQUITY)
RESPONSIVENESS
SOCIAL AND FINANCIAL RISK
PROTECTION
IMPROVED EFFICIENCY
Primary Care Value Added with DHS
90
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
เกณฑ์การให้คะแนนตามแนวทาง U-CARE
แนวทางการเยี่ยมเสริมพลัง เพื่อการพัฒนา DHS - PCA
1
 มีแนวทางที่ชัดเจน และ/หรือ เริ่มดำเนินการ
(แนวทาง ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ ได้แก่ วัตถุประสงค์เป็น
อย่างไร, แผนขั้นตอนเป็นอย่างไร และตัววัดเป้าหมาย วิธีการติดตาม
ประเมินผลเป็นอย่างไร)
2
 มีการขยายการดำเนินการเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ครอบคลุม
3
 ดำเนินการอย่างเป็นระบบ และ/หรือ มีการทบทวน ประเมินและ
ปรับปรุงกระบวนการที่สำคัญและ/หรือ มีการดำเนินการครอบคลุม
(ระบบ หมายถึง สามารถทำซ้ำได้ มีขั้นตอนชัดเจน) 
(การดำเนินการ ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ ได้แก่ ทำได้ครอบคลุม
ทุกขั้นตอนตามแผนหรือไม่อย่างไร, คนที่ได้รับมอบหมายทำหน้าที่

ทุกคนหรือไม่อย่างไร และคนที่ทำทำอย่างมุ่งมั่นหรือไม่อย่างไร)
4
 มีการทบทวน ประเมินผลและปรับปรุงโดยใช้ข้อมูลจริงและมีการเรียนรู้
เพื่อปรับพัฒนาให้ดีขึ้น 
(การเรียนรู้ ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ ได้แก่ ผลลัพธ์ตรงเป้าหรือไม่
อย่างไร, มีการแลกเปลี่ยนบทเรียนที่ได้รับหรือไม่อย่างไร และมีการนำ
บทเรียนไปปรับปรุงหรือไม่อย่างไร)
5
 มีการบูรณาการการพัฒนาใหม่เข้าสู่ระบบงานหลักขององค์กร เริ่มเห็น
ผลการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น และตอบสนองต่อเป้าหมาย/พันธกิจองค์กร
(การบูรณาการ ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ ได้แก่ ความสอดคล้อง
ของเป้า แผน ปฏิบัติ วัด ปรับ, ความสอดคล้องกับกระบวนการอื่นที่
เกี่ยวข้อง และความสอดคล้องกับเป้าหมายของเครือข่ายบริการปฐมภูมิ)
Primary Care Value Added with DHS
 91
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
UCARE
1
เริ่มมีแนวทาง
และ/หรือ
เริ่มดำเนินการ
2
ขยายการ
ดำเนินการ
3
ดำเนินการเป็น
ระบบและ/หรือ
ครอบคลุม
4
เรียนรู้
5
บูรณาการ
คำสำคัญและนิยามปฏิบัติการ
มีแนวทางที่จะ
ทำงานร่วมกัน
และดำเนินงาน
ตามหน้าที่ใน
ส่วนที่
รับผิดชอบ
มีการทำงาน
ร่วมกันเป็นทีม
ในบางประเด็น
และ/หรือมี
ภาคีภาคส่วน
ร่วมด้วย
cross
functional
เป็นteam
ระหว่างฝ่ายคิด
วางแผนและ
ดำเนินการ
ร่วมกันโดยมี
ภาคีภาคส่วน
ร่วมด้วย

บางส่วน
fullyintegrate
เป็นโครงข่าย
ทีมเดียวกัน
ทั้งแนวตั้งและ
แนวราบโดยมี
ภาคีภาคส่วน
ร่วมด้วย
ชุมชนภาคี
ภาคส่วนต่างๆ
ร่วมเป็นทีมกับ
เครือข่าย
สุขภาพในทุก
ประเด็นสุขภาพ
สำคัญ
ทีมสุขภาพ(HealthTeam)
หมายถึงทีมภายในหน่วยงาน
เดียวกัน(ทีมรพ.กับรพ.,ทีม
รพ.สต.กับทีมรพ.สต.),
ทีมระหว่างหน่วยงาน(ทีมรพ.กับ
ทีมรพ.สต.),ทีมแนวตั้งและทีม
แนวราบและ/หรือทีมข้ามสายงาน
(ภาคีภาคส่วนต่างๆ)
UnityTeam
0.5
1
1.5
2
2.5
3
3.5
4
4.5
5
Primary Care Value Added with DHS
92
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
UCARE
1
เริ่มมีแนวทาง
และ/หรือ
เริ่มดำเนินการ
2
ขยายการ
ดำเนินการ
3
ดำเนินการเป็น
ระบบและ/หรือ
ครอบคลุม
4
เรียนรู้
5
บูรณาการ
คำสำคัญและนิยามปฏิบัติการ
มีช่องทางใน
การรับรู้และ
เข้าใจความ
ต้องการของ
ประชาชนและ
ผู้รับบริการเป็น
แบบreactive
มีช่องทางใน
การรับรู้และ
เข้าใจความ
ต้องการของ
ประชาชนและ
ผู้รับบริการที่
หลากหลาย
อย่างน้อยใน
กลุ่มที่มีปัญหา
สูง
มีช่องทางการ
รับรู้และเข้าใจ
ความต้องการ
ของประชาชน
และผู้รับบริการ
แต่ละกลุ่ม
ครอบคลุม
ประชากร

ส่วนใหญ่และ
นำมาแก้ไข
ปรับปรุงระบบ
งาน
มีการเรียนรู้
และพัฒนา

ช่องทางการ

รับรู้ความ
ต้องการของ
ประชาชน
แต่ละกลุ่มให้
สอดคล้องและ
มีประสิทธิภาพ
มากขึ้น
ความต้องการ
ของประชาชน
และผู้รับบริการ
ถูกนำมาบูรณา-
การกับระบบ
งานต่างๆจน
ทำให้ประชาชน
เชื่อมั่นศรัทธา
ผูกพันและมี
ส่วนร่วมกับ
เครือข่าย
บริการปฐมภูมิ

ความต้องการของประชาชนและผู้รับ
บริการ(HealthNeed)
หมายถึงประเด็นปัญหาหรือประเด็น
พัฒนาที่ประชาชนและผู้รับบริการ
จำเป็นต้องได้รับโดยหมายรวมทั้งใน
ส่วนของfeltneed(เช่นการรักษา
ฟื้นฟู)และunfeltneed(เช่น
บริการส่งเสริมป้องกัน)

CustomerFocus
0.5
1
1.5
2
2.5
3
3.5
4
4.5
5
Primary Care Value Added with DHS
 93
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
UCARE
1
เริ่มมีแนวทาง
และ/หรือ
เริ่มดำเนินการ
2
ขยายการ
ดำเนินการ
3
ดำเนินการเป็น
ระบบและ/หรือ
ครอบคลุม
4
เรียนรู้
5
บูรณาการ
คำสำคัญและนิยามปฏิบัติการ
มีแนวทางหรือ
เริ่มให้ชุมชน
และภาคี
เครือข่ายมี
ส่วนร่วมในการ
ดำเนินงาน
ด้านสุขภาพ
ดำเนินการให้
ชุมชนและ
ภาคีเครือข่าย
ร่วมรับรู้ร่วม
ดำเนินการด้าน
สุขภาพในงาน
ที่หลากหลาย
และขยายวง
กว้างเพิ่มขึ้น
ชุมชนและ
ภาคีเครือข่ายมี
ส่วนร่วมคิด
ร่วมดำเนินการ
ด้านสุขภาพ
อย่างเป็นระบบ
กับเครือข่าย
บริการปฐมภูมิ
และมีการขยาย
วงได้ค่อนข้าง
ครอบคลุม

ชุมชนและ
ภาคีเครือข่าย
ร่วมคิด
ร่วมวางแผน
ร่วมดำเนินการ
ด้านสุขภาพ
และมีการ
ทบทวนเรียนรู้
ปรับปรุง
กระบวนการมี
ส่วนร่วมให้
เหมาะสม

มากขึ้น
ชุมชนและ
ภาคีเครือข่าย
ร่วมดำเนินการ
อย่างครบวงจร
รวมทั้งการ
ประเมินผลจน
ร่วมเป็นเจ้าของ
การดำเนินงาน
เครือข่าย
บริการปฐมภูมิ
ระดับของการมีส่วนร่วม:
ร่วมรับรู้ร่วมคิด
ร่วมดำเนินการ
และร่วมประเมินผล
CommunityParticipation
0.5
1
1.5
2
2.5
3
3.5
4
4.5
5
Primary Care Value Added with DHS
94
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
UCARE
1
เริ่มมีแนวทาง
และ/หรือ
เริ่มดำเนินการ
2
ขยายการ
ดำเนินการ
3
ดำเนินการเป็น
ระบบและ/หรือ
ครอบคลุม
4
เรียนรู้
5
บูรณาการ
คำสำคัญและนิยามปฏิบัติการ
มีแนวทางหรือ
วิธีการที่ชัดเจน
หรือเริ่ม
ดำเนินการใน
การดูแล
พัฒนาและ
สร้างความ
พึงพอใจของ
ทีมงานและ
เครือข่าย
มีการขยายการ
ดำเนินการตาม
แนวทางหรือวิธี
การในการดูแล
พัฒนาและ
สร้างความพึง
พอใจของ
ทีมงานและ
เครือข่าย
เพิ่มขึ้นในแต่ละ
หน่วยงานหรือ
ในแต่ละระดับ

ดำเนินการตาม
แนวทางหรือวิธี
การดูแลพัฒนา
และสร้างความ
พึงพอใจและ
ความผูกพัน
(engagement)
ของทีมงานและ
เครือข่ายให้
สอดคล้องกับ
ภารกิจที่จำเป็น
อย่างเป็นระบบ
เครือข่าย
สุขภาพมีการ
เรียนรู้ทบทวน
กระบวนการ
ดูแลพัฒนา
และสร้างความ
ผูกพันของ
ทีมงานและ
เครือข่ายให้
สอดคล้องกับ
บริบท
สร้างวัฒนธรรม
เครือข่ายให้
ทีมงานและ
เครือข่ายมี
ความสุขภูมิใจ
รับรู้คุณค่าและ
เกิดความ
ผูกพันในงาน
ของเครือข่าย
บริการปฐมภูมิ
ความผูกพัน(engagement)
หมายถึงการที่ทีมงานและเครือข่าย
มีความกระตือรือร้นในการปฏิบัติ
งานในหน้าที่และในงานที่ได้รับ
มอบหมายด้วยความมุ่งมั่นเพื่อให้
บรรลุพันธกิจขององค์กร
Appreciaton
0.5
1
1.5
2
2.5
3
3.5
4
4.5
5
Primary Care Value Added with DHS
 95
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
UCARE
1
เริ่มมีแนวทาง
และ/หรือ
เริ่มดำเนินการ
2
ขยายการ
ดำเนินการ
3
ดำเนินการเป็น
ระบบและ/หรือ
ครอบคลุม
4
เรียนรู้
5
บูรณาการ
คำสำคัญและนิยามปฏิบัติการ
มีแนวทางหรือ
เริ่มวางแผน
การใช้
ทรัพยากร
ร่วมกันและ
พัฒนาบุคลากร
ร่วมกันเพื่อ
สนับสนุนการ
พัฒนาระบบ
สุขภาพชุมชน
มีการดำเนิน
การร่วมกัน 

ในการใช้
ทรัพยากรและ
พัฒนาบุคลากร
ในบางประเด็น
หรือบางระบบ
มีการจัดการ
ทรัพยากรและ
พัฒนาบุคลากร
ร่วมกันอย่าง
เป็นระบบและ
ครอบคลุมตาม
บริบทและ
ความจำเป็น
ของพื้นที่เพื่อ
สนับสนุนให้
บรรลุตาม

เป้าหมายของ
เครือข่าย
สุขภาพ
มีการทบทวน
และปรับปรุง
การจัดการ
ทรัพยากรและ
พัฒนาบุคลากร
ให้เหมาะสม
และมี
ประสิทธิภาพ
เพิ่มขึ้น
มีการจัดการ
ทรัพยากร

ร่วมกันโดยยึด
เป้าหมายของ
เครือข่าย
สุขภาพ(ไม่มี
กำแพงกั้น)
และมีการใช้
ทรัพยากรจาก
ชุมชนส่งผลให้
เกิดระบบ
สุขภาพชุมชนที่
ยั่งยืน
Resourceหมายถึงคนเงินของ
ความรู้รวมทั้งข้อมูลซึ่งเป็นปัจจัย
นำเข้า(input)ของการทำงาน
ResourcesSharingand
HumanDevelopment
0.5
1
1.5
2
2.5
3
3.5
4
4.5
5
Primary Care Value Added with DHS
96
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
UCARE
1
เริ่มมีแนวทาง
และ/หรือ

เริ่มดำเนินการ
2
ขยายการ
ดำเนินการ
3
ดำเนินการเป็น
ระบบและ/หรือ
ครอบคลุม
4
เรียนรู้
5
บูรณาการ
คำสำคัญและนิยามปฏิบัติการ
มีแนวทางหรือ
เริ่มดำเนินการ
จัดระบบดูแล
สุขภาพพื้นฐาน
ที่จำเป็นใน
แต่ละกลุ่ม
ตามบริบทของ
ชุมชน
มีการจัดระบบ
ดูแลสุขภาพ
ตามบริบท
และตามความ
ต้องการของ
ผู้รับบริการ
ประชาชนและ
ชุมชนบางส่วน
โดยเฉพาะกลุ่ม
ที่มีปัญหาสูง
มีการจัดระบบ
ดูแลสุขภาพ
ตามบริบทตาม
ความต้องการ
ของผู้รับบริการ
ประชาชนแต่ละ
กลุ่มและชุมชน
ที่ครอบคลุม
ประชากร

ส่วนใหญ่
มีการเรียนรู้
ทบทวนการ
จัดระบบดูแล
สุขภาพและ
พัฒนาอย่าง
ต่อเนื่องเพื่อ
ให้เกิดการดูแล
สุขภาพที่
เหมาะสม
สอดคล้อง
มากขึ้น
มีการจัดระบบ
ดูแลสุขภาพ
อย่างบูรณาการ
ร่วมกับ
ประชาชน
ชุมชนภาคี

ภาคส่วนที่
เกี่ยวข้องส่ง
ผลให้ประชาชน
มีสถานะ
สุขภาพดี
EssentialCareหมายถึงบริการ
ด้านสุขภาพที่จำเป็นสำหรับ
ประชาชนโดยสอดคล้องกับบริบท
ของชุมชนและเป็นไปตามศักยภาพ
ของเครือข่ายบริการปฐมภูมิ

EssentialCare
0.5
1
1.5
2
2.5
3
3.5
4
4.5
5
Primary Care Value Added with DHS
 97
เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)
กองบรรณาธิการ
	1.	 นพ.สุวัฒน์ วิริยะพงศ์สุกิจ	 ผอ.รพ.สมเด็จพระราชินีนาถ ณ อำเภอนาทวี สงขลา
	 2.	 นพ.ประสิทธิ์ชัย มั่งจิตร	 ผอ.รพ.แก่งคอย สระบุรี
	 3.	 นพ.ปวิตร วณิชชานนท์	 ผอ.รพ.สตูล ละงู
	 4.	 นพ.สุธี สุดดี	 ร.พ.วารินชำราบ อุบลราชธานี
	 5.	 นพ.สิริชัย นามทรรศนีย์	 ร.พ.สมเด็จพระยุพราชกุฉินารายณ์ กาฬสินธุ์
	 6. 	นพ.วิศรุต เจริญพันธ์	 ผอ.รพ.โนนสัง หนองบัวลำภู 
	 7. 	อาจารย์อาภากร สุปัญญา	 สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.)
	 8.	 ทญ.วราภรณ์ จิระพงษา	 สถาบันวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน 
	 9.	 คุณจุฬาดา สุขุมาลวรรณ	 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
	10.	 คุณบำรุง ชลอเดช	 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
	11.	 ดร.นพดล บุญเปล่ง	 นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ สสจ. ชลบุรี
	12.	 ดร.อัจฉรา อ่วมเครือ 	 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ราชบุรี
	13. 	ดร.วรเดช ช้างแก้ว	 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ราชบุรี
	14. 	ดร.อุไรรัชต์ บุญแท้	 วิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า เพชรบุรี
	15. 	ดร.ธัญพร ชื่นกลิ่น	 วิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า เพชรบุรี
	16. 	คุณสถาพร แถวจันทึก	 วิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า เพชรบุรี
	17. 	ดร.ธีรนันท์ วรรณศรี 	 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม
	18. 	ดร.วุธิพงษ์ ภักดีกุล 	 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตฯ สกลนคร
	19.	 อ.นิติกร ภู่สุวรรณ 	 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตฯ สกลนคร
	20. 	คุณนิตยา โชตินอก 	 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา
	21. 	คุณเบญญาภา มโนธรรม 	 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา
	22. 	คุณคนึงนิจ หุตะวัฒนะ 	 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา
	23. 	คุณนุชนภางค์ ภูวสันติ	 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระบุรี
	24. 	ดร.จุฑาทิพย์ พิทักษ์ 	 สำนักบริหารการสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข
	25. 	คุณลดาวัลย์ นกหมุด 	 สำนักบริหารการสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข
	26.	 คุณวิวรรณ เอกรินทรากุล	 สำนักงานกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
	27. 	คุณเอื้อมพร จันทร์ทอง 	 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี
	28.	 คุณอุสาห์ เพ็งภารา	 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปัตตานี

หนังสือ เสริมคุณค่าปฐมภูมิ

  • 2.
    เสริมคุณค่าปฐมภูมิด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) Primary CareValue Added with DHS จัดพิมพ์และเผยแพร่ โครงการพัฒนาองค์ความรู้ แนวคิดและจัดพิมพ์ผลงาน การพัฒนากลไกสนับสนุนระบบสุขภาพระดับอำเภอ มูลนิธิแพทย์ชนบท ภายใต้การสนับสนุนจาก สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พิมพ์ครั้งที่ 1 1 ธันวาคม 2557 จำนวนพิมพ์ 10,000 เล่ม ที่ปรึกษา รองศาสตราจารย์ นายแพทย์สุรเกียรติ อาชานานุภาพ นายแพทย์อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล นายแพทย์ทวีเกียรติ บุญยไพศาลเจริญ แพทย์หญิงสุพัตรา ศรีวณิชชากร นายแพทย์ชูชัย ศรชำนิ นายแพทย์ยงยุทธ พงษ์สุภาพ นายแพทย์ชาญวิทย์ วสันต์ธนารัตน์ นายแพทย์ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล บรรณาธิการ นายแพทย์เดชา แซ่หลี นายแพทย์กฤตพงษ์ โรจนวิภาต แพทย์หญิงสุกัญญา หังสพฤกษ์ นางชิตสุภางค์ ทิพย์เที่ยงแท้ นางชาลีมาศ ตันสุเทพวีรวงศ์ นางทัศนีย์ ญาณะ ISBN 978-616-90416-5-8
  • 3.
    รัฐบาลมีนโยบายพัฒนาระบบบริการสุขภาพ ให้ประชาชนทุกคนบน แผ่นดินไทย สามารถเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงใช้ทรัพยากร สุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นระบบที่ยั่งยืน โดยจะต้องมีการเข้าไป ดูแลสุขภาพประชาชน ถึงในระดับครอบครัว ซึ่งเป็นหน่วยเล็กที่สุดของ สังคม และมีความสำคัญที่สุดในการส่งเสริมพัฒนาสุขภาพของประชาชนไว้ ให้ยาวนานที่สุด รวมทั้งเน้นการดูแลแบบองค์รวม ตั้งแต่การป้องกัน ดูแล และรักษา จนถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพหลังเจ็บป่วย การดำเนินงานในระบบ สุขภาพระดับอำเภอ (District Health System) ที่มีการทำงานสุขภาพ โดยใช้อำเภอเป็นฐาน มีเป้าหมายสูงสุดในการดำเนินการ คือ การทำให้ ประชาชนมีสุขภาพดี มีความรู้ดี เพื่อดูแลตนเองไม่ให้มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อ การเกิดโรค เป็นคนดี ไม่ทอดทิ้งกัน และมีรายได้พอดี นับว่าเป็นระบบที่ ตอบสนองนโยบายรัฐบาลเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งหลักในการดำเนินงานของระบบ สุขภาพระดับอำเภอจะต้องสร้างการมีส่วนร่วมขององค์กรในระดับอำเภอ และการมีส่วนร่วมของประชาชน ให้มีจิตสำนึกในการพึ่งตนเองให้ได้มาก ที่สุด ขนาดประชากร และพื้นที่ระดับอำเภอจะต้องมีความเหมาะสม ใน การประสานและบูรณาการนโยบายจากส่วนกลาง ให้ตอบสนองต่อความ ต้องการของประชาชนได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ มีทรัพยากรบุคคล และองค์ ความรู้ที่เพียงพอต่อการขับเคลื่อนงานสุขภาพปฐมภูมิ มีการสร้างทีมหมอ ครอบครัวที่จะมาสนับสนุนให้ประชาชนสนใจดูแลสุขภาพตนเอง และ ถ้าเจ็บป่วยก็จะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมกับความรุนแรงของโรค สาร
  • 4.
    นอกจากนั้น ยังต้องร่วมกับภาคีอื่นๆ ในการสร้างสิ่งแวดล้อมวัฒนธรรมที่ ส่งเสริมสุขภาพด้วยกระทรวงสาธารณสุขจึงถือว่าภารกิจในการสร้างระบบ สุขภาพอำเภอ เป็นนโยบายที่สำคัญ ผู้บริหารระดับอำเภออันประกอบด้วย โรงพยาบาล และสำนักงานสาธารณสุขอำเภอต้องสร้างทีมนำที่เข้มแข็ง ร่วมกับภาคีทุกภาคส่วนมาบริหารจัดการให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ท้ายที่สุดนี้ ผมขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ทุกท่าน เคารพนับถือ โปรดดลบันดาลให้ท่านผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ สาธารณสุขทุกท่าน โดยเฉพาะทีมหมอครอบครัว ประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีสุขภาพที่แข็งแรง มีพลังกาย พลังใจที่เข้มแข็งในการดูแล รักษาสุขภาพเบื้องต้นให้แก่ประชาชนทุกครอบครัวในชุมชน ให้เข้าถึงบริการ และได้รับการดูแลสุขภาพอย่างมีคุณภาพยิ่งขึ้น (ศาสตราจารย์ นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
  • 5.
    กระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายส่งเสริมการพัฒนาระบบสุขภาพ ระดับอำเภอ (DistrictHealth System : DHS) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ เกิดการบริหารจัดการเครือข่ายสุขภาพที่มีความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่ เกี่ยวข้องในการจัดการปัญหาสุขภาพอย่างเป็นเอกภาพในแต่ละอำเภอ โดยส่งเสริมให้เกิดการปรับปรุงการบริหารจัดการระบบบริการปฐมภูมิอย่างมี คุณภาพและมีความสอดคล้องกับปัญหาสุขภาพในพื้นที่ หลักการสำคัญข้อหนึ่งของระบบสุขภาพระดับอำเภอ คือ การที่ ประชาชนและภาคีต่างๆ ในพื้นที่ มีโอกาสร่วมคิด ร่วมการค้นหาปัญหา ร่วมกันวางแผนแก้ปัญหาร่วมกันวางจุดหมายไปสู่การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ของคนในชุมชน เพราะคนในชุมชน เพราะคนในพื้นที่ย่อมเข้าใจถึงความ ต้องการของตนเอง เข้าใจบริบทของตนเองมากกว่าผู้อื่น การสร้างองค์ ความรู้กับบริบทของพื้นที่เพื่อการพัฒนาสุขภาพในระดับชุมชนจึงเป็นสิ่ง จำเป็น สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ ต้องมีกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากการ ทำงานที่เรียกว่า “ร่วมเรียนรู้ ร่วมปฏิบัติ” (Participatory Interactive Learning through Action) ในโอกาสที่ภาคีเครือข่ายต่างๆ ได้ร่วมกันจัดทำหนังสือ “เสริม คุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.)” เพื่อเป็นแนวทางใน การทำให้เกิดการร่วมเรียนรู้ ร่วมปฏิบัติ ขับเคลื่อนระบบสุขภาพระดับ อำเภอให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เกิดประโยชน์กับประชาชนและเป็นพื้นฐานใน การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ต้องปรับเปลี่ยนไปกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม ตลอดเวลา ผมขออำนวยพรให้คณะผู้จัดทำมีความเจริญก้าวหน้าและ สร้างสรรค์สิ่งที่ดีงาม เป็นประโยชน์ต่อสังคมเช่นนี้สืบไป นายแพทย์สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข คำนิยม
  • 6.
    สารจากผู้บริหาร สปสช. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ตระหนักถึง ความสำคัญของนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน) ผ่านกลไกการบริหารระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ที่จะ พัฒนาระบบบริการสุขภาพให้ทุกคนบนแผ่นดินไทย เข้าถึงบริการที่มี คุณภาพอย่างทั่วถึง มีการใช้ทรัพยากรสุขภาพอย่างมีคุณภาพและเป็นระบบ ที่ยั่งยืน เครือข่ายสุขภาพระดับอำเภอ (District health system; DHS) เป็น เป้าหมายการส่งเสริมการพัฒนาความเข้มแข็งระบบบริการปฐมภูมิ ตาม ยุทธศาสตร์การพัฒนาหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (2555 - 2559) ที่เป็น ปณิธานอันแน่วแน่ของสำนักงาน ที่จะให้ประชาชนชาวไทยถ้วนหน้า ได้ รับบริการที่ใกล้บ้านใกล้ใจ ทั้งในเขตเมืองและชนบท การดูแลสุขภาพแบบ องค์รวมต่อเนื่องครอบคลุมทุกมิติ ซึ่งระบบบริการปฐมภูมินับว่าเป็นการ พัฒนาเพื่อความอยู่ดีมีสุขของผู้คน (Health and Well being) ตามนิยาม ใหม่ขององค์การอนามัยโลก (ปี 2008) ด้วย ซึ่งครอบคลุมเป้าหมาย ตามนโยบายทั้ง 10 ข้อของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะ ประธานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ อาทิระบบบริการดูแล ระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุในชุมชน การดูแลระยะสุดท้าย การสร้างเสริม สุขภาพและการรับมือกับปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพตามกลุ่มวัย ที่เน้นความ ปลอดภัยของผู้ป่วยด้วยการพัฒนาระบบส่งต่อ การดำเนินงานที่จะสนับสนุนการพัฒนาความเข้มแข็งระบบบริการ ปฐมภูมิ และเครือข่ายสุขภาพระดับอำเภอ (DHS) คือ การให้ความสำคัญ กับยุทธศาสตร์การพัฒนาบุคลากรที่มีสมรรถนะด้านเวชศาสตร์ครอบครัว และพัฒนาทีมหมอครอบครัว (Family care team) ให้ดูแลประชาชน ครอบคลุมทั่วถึง กอปรกับมาตรการทางการเงินที่เน้นคุณภาพและผลลัพธ์
  • 7.
    ทางสุขภาพของประชาชน เพื่อกระตุ้นให้หน่วยบริการร่วมมือกับหน่วยงาน อื่นๆ ในระดับอำเภอและภาคประชาสังคมในการแก้ไขปัญหาความ ต้องการด้านสุขภาพของประชาชน ให้เหมาะสมสอดคล้องกับบริบทของ พื้นที่ ตอบสนองต่อปัจจัยเสี่ยงทางสังคมที่จะส่งผลคุกคามต่อสุขภาพและ สุขภาวะโดยรวม ตลอดจนส่งเสริมการจัดบริการที่จำเป็น (Essential Care) เพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างเท่าเทียมและชุมชนมีส่วนร่วม “เครือข่ายสุขภาพระดับอำเภอ” เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่เหมาะสม แก่การปฏิรูประบบบริการสุขภาพและการสาธารณสุข การสร้างการมีส่วนร่วม จากทุกภาคส่วนและหน่วยราชการ ที่ระดับอำเภอ จะก่อให้เกิด “ความ ประหยัดและเหมาะสม” ต่อสภาพเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยมาก ที่สุดในเวลานี้ ด้วยความพร้อมทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ด้านกายภาพ ด้าน บุคลากร ความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีต่างๆ สามารถพัฒนาบริหาร จัดการเชิงบูรณาการ มุ่งประสิทธิผลแบบใหม่ เพื่อสร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำได้ การสร้างความเข้มแข็งของทีมนำระดับอำเภอ การจัดสรรทรัพยากรที่เหมาะสมเพียงพอ จะสามารถปฏิรูประบบบริการ สาธารณสุขทั้งระบบให้เป็นรูปธรรม ท้ายนี้ ขอขอบคุณผู้ทรงคุณวุฒิ และกองบรรณาธิการ ใน กระบวนการพัฒนาระบบสุขภาพระดับอำเภอ ที่ได้มาร่วมผสานพลังความรู้ ความร่วมมือ และประสบการณ์ที่มีค่าของทุกท่าน จนเกิดการรวบรวม ความรู้ แนวปฏิบัติและตัวอย่างการปฏิบัติงานที่ดี เพื่อเป็นเครื่องมือ การสื่อสารและขยายแนวคิดการพัฒนางานระบบสุขภาพระดับอำเภอ และ หวังว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการพลิกโฉมปฏิรูประบบบริการ สุขภาพให้ทุกครอบครัวทั่วไทย ได้รับบริการใกล้บ้านใกล้ใจอย่างถ้วนหน้า (นายแพทย์วินัย สวัสดิวร) เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๗
  • 8.
    คำนำ เรื่องระบบสุขภาพอำเภอ(District Health System) เป็นระบบการ ทำงานด้านสุขภาพในระดับพื้นที่ มุ่งหวังจะให้องค์กรทุกภาคีในพื้นที่สร้าง ความร่วมมือพึ่งพาตนเอง กำหนดวิถีในการแก้ปัญหาสุขภาพของประชาชน ในพื้นที่ ให้มีสุขภาวะดี คือ สุขภาพกายดี ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยง ให้ลดลง มีความรู้ดี มีรายได้พอดี ไม่ทอดทิ้งกัน ดูแลสิ่งแวดล้อมภายใน อำเภอไม่ให้เป็นบ่อเกิดปัญหาด้านสุขภาพ ถือเป็นนโยบายกระทรวง สาธารณสุขที่เลือกทำในสิ่งที่ถูกต้องตั้งแต่ 20 ธันวาคม พ.ศ.2555 ผู้บริหาร ทุกระดับจึงต้องเลือกวิธีการทำที่ถูกต้องไปสู่การสร้างสุขภาวะที่ดีของ ประชาชนโดยประชาชนเพื่อประชาชน การจัดทำเอกสารฉบับนี้จึงมี ความสำคัญที่จะบอกถึงแนวทางการปฏิบัติให้ถูกต้องเป็นทิศทางเดียวกัน และเป็นพื้นฐานสำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใน เชิงพัฒนาให้มีความก้าวหน้ามากขึ้นโดยยึดกรอบ UCARE คือ 1) Unity Team การสร้างทีมนำที่เข้มแข็ง มีธรรมาภิบาล หมั่น ประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน เลิกประชุมพร้อมเพรียงกัน กระทำ กิจที่พึงกระทำ 2) Community Participation การมีส่วนร่วมของชุมชน ร่วมคิด ร่วมทำ และสร้างจิตสำนึกการมีจิตอาสาไม่ทอดทิ้งกัน 3) Appreciation การมองเห็นคุณค่าของงานที่ทำ เชิดชูความ ตั้งใจของชุมชนและผู้ร่วมงานเพื่อเป็นกำลังในการขับเคลื่อน อย่างต่อเนื่อง 4) Resource Sharing and Health Man Power Development การระดมทุนในชุมชนช่วยเหลือกันทั้งเงิน สิ่งของ ความรู้ และ การพัฒนาคนด้วยกระบวนการเรียนรู้ที่เป็น Context Based Learning หรือ Participation Interactive Learning Through Action เรียนจากสิ่งที่ทำ ทำในสิ่งที่เรียน
  • 9.
    5) Essential Care การสร้างFamily Care Team หรือทีมหมอ ครอบครัว ให้เป็นผู้กระตุ้นให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและ แก้ปัญหาสุขภาพของชุมชนอย่างเป็นองค์รวมต่อเนื่องเชื่อมโยง เป็นหนึ่งเดียว ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้ก็จะสอดคล้องกับ Six Building Blocks ของ องค์การอนามัยโลก และเมื่อมีการดำเนินการแล้วก็จะมีกระบวนการสร้าง ความภูมิใจ เชิดชูความดีของผู้ปฏิบัติงานด้วยกันคือ DHS-PCA ซึ่งเป็น กระบวนการประเมินผลด้วยการเยี่ยมเสริมเติมพลังมากกว่าการคาดหวังให้ เกิดผลสำเร็จตามตัวชี้วัด (นายแพทย์ทวีเกียรติ บุญยไพศาลเจริญ)
  • 10.
    ระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) 1 เป้าหมาย(Purpose) 3 กรอบแนวคิด (Conceptual Framework) 4 หลักการดำเนินงานของระบบสุขภาพระดับอำเภอ 13 การสร้างระบบสุขภาพระดับอำเภอให้เข้มแข็ง ในมิติมุมมองการจัดการ 15 1. การสร้างทีมนำที่มีธรรมาภิบาล (Unity District Health Team) 15 2. การสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน (Community participation) 15 3. การพัฒนารูปแบบบริการที่ตอบสนองต่อความจำเป็นและ ความต้องการของประชาชน (Essential care) 15 Family Care Team: ทีมหมอครอบครัว 16 นโยบาย Family Care Team (FCT) กับการหนุนเสริม ระบบสุขภาพระดับอำเภอ : DHS 19 4. การแบ่งปันทรัพยากรและการพัฒนาคนปฐมภูมิ (Resource sharing and human development) 20 การจัดการทางการเงิน (Financing) 21 5. การทำงานจนเกิดคุณค่า ทั้งกับผู้รับบริการและผู้ให้บริการ (Appreciation and Quality) 27 แนวทางการเยี่ยมเสริมพลังเพื่อการพัฒนา DHS-PCA 28 แนวทางการนำเครื่องมือ DHS-PCA สู่การปฏิบัติ 30 I. การทำงานเป็นทีม (Unity Team) 30 II. การให้ความสำคัญกับกลุ่มเป้าหมายและประชาชน (Customer Focus) 32 III. การมีส่วนร่วมของชุมชน และภาคี (Community Participation) 34 IV. การชื่นชม และให้คุณค่า (Appreciation) 36 สารบัญ
  • 11.
    V. การแบ่งปันทรัพยากร และการพัฒนาทรัพยากรบุคคล (Resources Sharing and Human Development) 38 VI. การดูแลผู้ป่วยและประชาชน (Essential Care) 41 ความงดงามที่งอกเงยจาก DHS 44 ยกระดับ EPI ด้วยพลัง DHS: อำเภอเมือง ปัตตานี 46 ระบบบริการคุณภาพสู่การเรียนรู้เพื่อต่อยอดการพัฒนา DHS (Chronic Care) : วารินชำราบ อุบลราชธานี 50 สานเครือข่ายการพัฒนา DHS ด้วยข้อมูลโรคเรื้อรัง : จากเครือข่ายสุขภาพอำเภอวังจันทร์ ระยอง 54 วางรากฐานระบบสุขภาพชุมชนที่อำเภอสันกำแพง เชียงใหม่ 58 DHS: จากอำเภอสู่การขับเคลื่อนตำบลในเครือข่ายสุขภาพ อำเภอหนองขาหย่าง อุทัยธานี 60 ขยับการพัฒนากองทุนหลักประกันสุขภาพ อปท. ในเครือข่ายสุขภาพ อำเภอบึงนาราง พิจิตร 64 ความท้าทายของการพัฒนา DHS ในเขตเมืองกระทุ่มแบน สมุทรสาคร 68 หนุนเสริมวิธีคิด DHS และพัฒนาคนด้วย DHML อำเภอสระโบสถ์ จังหวัดลพบุรี 71 สภาสุขภาพอำเภอ: กลไกขับเคลื่อน DHS จังหวัดสกลนคร 74 “การรื้อและประกอบสร้าง” บทเรียนการขับเคลื่อน DHS จังหวัดจันทบุรี 77 บทสรุปที่มีคุณค่าจาก รศ.นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ 81 ภาคผนวก 89 Six Building Blocks 89 เกณฑ์การให้คะแนนตามแนวทาง U-CARE 90
  • 13.
    Primary Care ValueAdded with DHS เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) ระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) District Health System (DHS) คือระบบการทำงานด้านสุขภาพระดับอำเภอร่วมกันของทุกภาคส่วน ด้วยการบูรณาการทรัพยากรภายใต้บริบทของพื้นที่ผ่านกระบวนการชื่นชม และการจัดการความรู้ ส่งเสริมให้ประชาชนและชุมชนพึ่งตนเองได้ และ ไม่ทอดทิ้งกัน โดยมีเป้าหมายร่วมเพื่อสุขภาวะของประชาชน ระบบการทำงานด้านสุขภาพระดับอำเภอ หมายถึง การทำงานด้านสุขภาพ ระดับอำเภอร่วมกันของทุกภาคส่วนที่มีลักษณะซับซ้อน มีความสัมพันธ์ สามารถประสาน และเชื่อมโยงเข้ากันได้โดยมีเป้าหมายเดียวกัน ทุกภาคส่วน หมายถึง องค์กรภาคีในพื้นที่ อาทิ โรงพยาบาลชุมชน (รพช.) สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ (สสอ.) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) องค์การ ปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) วัด โรงเรียน หน่วยงานเอกชน ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และ ภาคประชาสังคม เป็นต้น การบูรณาการทรัพยากร หมายถึง การจัดการและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทั้ง ด้านบุคลากร งบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ ระบบข้อมูล สารสนเทศและเทคโนโลยีร่วมกับ องค์กรภาคีต่างๆ ในพื้นที่ตามสภาพปัญหา บริบท จำแนกเป็นบริบทชุมชน และบริบทองค์กร 1. บริบทชุมชน : เชื่อมโยงกับความจำเป็นด้านสุขภาพและการจัดบริการทั้ง ปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต 1) สภาพทางกายภาพและสังคมของชุมชน และแนวโน้มการเปลี่ยนแปลง เช่น ความเป็นชุมชนเมือง ชุมชนกึ่งชนบทกึ่งเมือง การประกอบอาชีพ พฤติกรรมการกินการอยู่ การเลี้ยงดูบุตรหลาน ฯลฯ ซึ่งส่งผลต่อ “ปัญหา ความจำเป็น ความต้องการด้านสุขภาพ” ของผู้คนในชุมชน ที่เป็นอยู่ใน ปัจจุบันและมีแนวโน้มจะเกิดขึ้นในอนาคต
  • 14.
    Primary Care ValueAdded with DHS เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) 2) ศักยภาพของผู้นำชุมชน ในการจัดการกับ “ปัญหา ความจำเป็น ความ ต้องการด้านสุขภาพ” ของผู้คนในชุมชน 3) ทุนทางสังคม ศักยภาพ ความพร้อมของชุมชนในการจัดการกับ “ปัญหา ความจำเป็น ความต้องการด้านสุขภาพ” ของผู้คนในชุมชน เช่น ภูมิ ปัญญา ความคิด ความเชื่อ ทรัพยากร องค์กร กลุ่มคน การจัดการ ระบบ ที่มีอยู่ในชุมชน ฯลฯ 2. บริบทองค์กร : ข้อมูลพื้นฐานของเครือข่ายสุขภาพระดับอำเภอและระบบ บริการปฐมภูมิ สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมในการจัดบริการเพื่อตอบสนองความจำเป็น ด้านสุขภาพของประชาชน กลุ่มเป้าหมายสำคัญ และโจทย์หลักของพื้นที่ ของเครือข่าย สุขภาพระดับอำเภอและแต่ละ รพ.สต. 1) โครงสร้างและลักษณะการบริหารจัดการร่วมกันเป็นเครือข่ายสุขภาพระดับ อำเภอ เป็นเงื่อนไขที่เอื้อต่อการพัฒนาคน และ พัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ 2) ลักษณะหน่วยบริการ เช่น ภาระงาน จำนวนประชากรแยกตามกลุ่มอายุ ภาระโรค 3) ความพร้อมของทรัพยากร คน เงิน ความรู้ การใช้ประโยชน์ข้อมูล ในการ จัดการและให้บริการปฐมภูมิ 4) ภาวะการนำองค์กร ทีม การเรียนรู้ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง การออกแบบ ระบบงาน วัฒนธรรมองค์กร กระบวนการชื่นชม หมายถึง วิธีการ ขั้นตอน หรือกรรมวิธี เพื่อสร้างความปิติ ยินดี และให้คุณค่าต่อการดำเนินงานระบบสุขภาพระดับอำเภอ การจัดการความรู้ หมายถึง การรวบรวม สร้าง จัดระเบียบ แลกเปลี่ยน และ ประยุกต์ใช้ความรู้จากการเรียนรู้ และการปฏิบัติ โดยพัฒนาระบบจาก ข้อมูลไปสู่ สาร สนเทศ เพื่อให้เกิดความรู้และปัญญา รวมทั้งเพื่อประโยชน์ในการนำไปใช้ เกิดการเรียนรู้ ขยายผลได้ การพึ่งตนเอง หมายถึง ความสามารถในการดำรงตนอยู่ได้อย่างอิสระ มั่นคง สมบูรณ์ ซึ่งการพึ่งตนเองได้นั้น มีทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชน สุขภาวะ หมายถึง ภาวะที่สมบูรณ์ ทั้งทางกาย ทางจิต ทางสังคม และทาง ปัญญา
  • 15.
    Primary Care ValueAdded with DHS เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) เป้าหมาย (Purpose) 1) ทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น สามารถพึ่งตนเองและ ดูแลสุขภาพตนเองได้ดีเพิ่มมากขึ้นและชุมชนไม่ทอดทิ้งกัน 2) สถานะสุขภาพ (health status) ของประชาชนในอำเภอดีขึ้น สามารถจัดการปัญหาสุขภาพได้ด้วยตนเอง ลดค่าใช้จ่ายใน การรักษาพยาบาล และมีศักยภาพพอที่จะเผชิญกับปัญหา สุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไป 3) เกิดเครือข่ายความร่วมมือในการจัดการสุขภาพที่เข้มแข็ง มี พลังในการขับเคลื่อนการสร้างสุขภาวะในอำเภอ และพร้อม รับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้น 4) ทำให้การบริการสุขภาพมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ผู้รับบริการมี ความพึงพอใจ ผู้ให้บริการมีความสุขในการทำงาน
  • 16.
    Primary Care ValueAdded with DHS เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) กรอบแนวคิด (Conceptual Framework)
  • 17.
    Primary Care ValueAdded with DHS เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) จากกรอบแนวคิดระบบสุขภาพระดับอำเภอดังกล่าวข้างต้น รสอ. เปรียบเสมือนบ้าน โดยองค์ประกอบพื้นฐาน 6 ประการ (six building blocks) เบรียบเสมือน ฐานรากของบ้าน ถือเป็นงานโครงสร้างที่สำคัญ ขั้นตอนหนึ่งของการสร้างบ้าน เพราะว่าต่อให้ทำบ้านให้สวยงามแค่ไหน ก็ตาม ถ้าก่อสร้างฐานรากของบ้านไม่ดีหรือไม่ได้มาตรฐานก็อาจเป็นสาเหตุ ทำให้บ้านเกิดการทรุดตัวหรือโครงสร้างเกิดการแตกร้าวได้ในภายหลัง ได้แก่ 1) การให้บริการ (Service Delivery) 2) กำลังคนด้านสุขภาพ (Health Workforce) 3) ระบบข้อมูล (Information System) 4) การมีเวชภัณฑ์-วัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์-เทคโนโลยีทาง การแพทย์-และวัคซีน (Medical products, Vaccine Technology) 5) กลไกการเงิน (Financing Mechanism) 6) ภาวะการนำและธรรมาภิบาล (Leadership/Governance) ผลลัพธ์ของการนำกรอบแนวคิดระบบสุขภาพขององค์การอนามัยโลก ทั้ง 6 องค์ประกอบ (six building blocks) ส่วนหลักการดำเนินงานของ ระบบสุขภาพระดับอำเภอ (UCARE) 5 ประการ เปรียบเหมือนเสาบ้าน เทียบได้กับโครงกระดูกของบ้าน ซึ่งหมายถึงความแข็งแรงมั่นคงของบ้านทั้ง หลัง เสาทั้งห้าประกอบด้วย 1) การทำงานร่วมกันในระดับอำเภอ (Unity District Health Team) 2) การมีส่วนร่วมของเครือข่ายและชุมชน (Community partici- pation)
  • 18.
    Primary Care ValueAdded with DHS เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) 3) การทำงานจนเกิดคุณค่า ทั้งกับผู้รับบริการ และผู้ให้บริการเอง (Appreciation and Quality) 4) การแบ่งปันทรัพยากร และการพัฒนาบุคลากร (Resource sharing and human development) 5) การให้บริการสุขภาพตามบริบทที่จำเป็น (Essential care) ส่วนของคานบ้าน ประกอบด้วย กลยุทธทั้งสี่ คือ w สร้างเครือข่ายความร่วมมือทุกภาคส่วนในการจัดการสุขภาพ ชุมชน w ส่งเสริมและสนับสนุนประชาชนและชุมชนร่วมกันดูแล สุขภาพพึ่งตนเองได้และไม่ทอดทิ้งกัน w พัฒนาระบบบริการสุขภาพให้ครอบคลุมมีคุณภาพ และมี ประสิทธิภาพ w พัฒนาการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อการรับ ความเสี่ยงจากปัจจัยทางสังคมอันคุกคามสุขภาพ สุดท้ายของโครงสร้างบ้าน ในส่วนของหลังคาเปรียบเทียบกับ เป้าหมายของระบบสุขภาพอำเภอ ความสำเร็จของการทำงานด้านสุขภาพ ที่คาดหวังจะเกิดขึ้น คือระบบบริการที่มีคุณภาพ ครอบคลุมทุกกลุ่มวัย ตอบสนองความต้องการของประชาชน สถานะสุขภาพของประชาชนดี สามารถป้องกันภาวะเสี่ยงด้านสุขภาพ และเป้าหมายสูงสุดคือ ประชาชนมี สุขภาวะนั่นเอง จากกรอบแนวคิดข้างต้น สามารถขยายความดังนี้
  • 19.
    Primary Care ValueAdded with DHS เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) ระบบสุขภาพระดับอำเภอกับองค์ประกอบ 6 ประการของระบบ สุขภาพ องค์ประกอบ 6 ประการของระบบสุขภาพเริ่มใช้ครั้งแรกโดย องค์การอนามัยโลกในปี 20071 ทั้งนี้มักเรียกทับศัพท์ว่า “Six Building Blocks” ของระบบสุขภาพ ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับระบบสุขภาพ โดยทั่วไปรวมถึง “ระบบสุขภาพอำเภอ (District Health System)2 ” โดยที่ ทั้งระบบสุขภาพอำเภอ และ Six building block มีสาธารณสุขมูลฐาน (Primary health care)3,4 เป็นฐานร่วมของพัฒนาการ5 โดยที่องค์ประกอบ ทั้ง 6 ประการ มีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน และมีการพัฒนาไปด้วยกัน ตาม คุณลักษณะของปฏิกริยาลูกโซ่ (Chain reactions) ที่มีต่อกัน ทั้งนี้ ความหมายของแต่ละองค์ประกอบในการทำให้ปฏิสัมพันธ์ที่มีต่อกัน นำไป สู่การทำให้ระบบสุขภาพอำเภอมีความเข้มแข็ง (DHS Strengthening) อาจอธิบายความหมายของแต่ละองค์ประกอบพอสังเขปในบริบทของระบบ สุขภาพอำเภอได้ดังนี้ 1) การให้บริการ (Service Delivery) หมายถึง บริการที่มีอยู่ใน ระบบสุขภาพอำเภอมีความเชื่อมโยงอย่างไม่มีช่องว่าง-และไม่มีความซ้ำซ้อน ระหว่างโรงพยาบาล-สถานบริการที่อยู่ในชุมชน-การให้บริการในชุมชน-การ ให้บริการที่บ้าน-การดูแลกันเอง-และการดูแลตนเองบนพื้นฐานของการมี 1 World Health Report (WHO 2007): Strengthening Health Systems to improve Health Outcomes: Everybody’s Business 2 Harare Declaration (WHO 1987): Strengthening District Health Systems based on Primary Health Care 3 Alma Ata Declaration (WHO 1978): Primary Health Care: the need for actions to protect and promote health of all people 4 World Health Report (WHO 2008): Primary Health Care: Now More Than Ever 5 WHO (2010): Monitoring the Building Blocks of Health Systems: a hand book of indicators and their measurement strategies
  • 20.
    Primary Care ValueAdded with DHS เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) ส่วนร่วมในทุกระดับ ทั้งในระดับรายบุคคล-ครอบครัว-และชุมชน ตาม คุณลักษณะของการให้บริการที่มีประสิทธิผล-ต่อเนื่อง-ผสมผสาน-และเป็น องค์รวม ทั้งนี้รวมถึงการเชื่อมโยง-ส่งต่อ-และรับกลับกับบริการทีมีอยู่ ภายนอกระบบสุขภาพอำเภอ ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องใช้บริการที่เกิน กว่าศักยภาพของบริการที่มีอยู่ภายในระบบสุขภาพอำเภอ 2) กำลังคนด้านสุขภาพ (Health Workforce) หมายถึง การใช้ ประโยชน์สูงสุดจากทรัพยากรบุคคลที่มีอยู่ในระบบสุขภาพอำเภอ ทั้ง บุคลากรที่อยู่ในสังกัดโรงพยาบาล-สังกัดสถานบริการที่อยู่ในชุมชน-อาสา สมัครสาธารณสุข-จิตอาสา-เพื่อนบ้าน-และสมาชิกในครอบครัว เพื่อร่วมกัน ให้บริการ และให้การดูแลประชาชนของแต่ละระบบสุขภาพอำเภอตาม ความจำเป็นที่ต้องได้รับบริการหรือได้รับการดูแล โดยให้บริการและให้การ ดูแลร่วมกันเป็นทีม ทั้งการให้การให้บริการและการให้การดูแลร่วมกันเป็น ทีมภายในสถานบริการ และการให้บริการและการให้การดูแลร่วมกันเป็นทีม ที่เชื่อมโยงจากสถานบริการ-สู่บ้าน-และในชุมชน 3) ระบบข้อมูล (Information System) หมายถึง การบันทึก-การ เก็บรวบรวม-การวิเคราะห์-การสังเคราะห์-และการใช้ข้อมูล อยู่บนพื้นฐาน ของการทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดในขณะให้บริการทั้งในระดับรายบุคคลและ รายครอบครัว ตลอดจนการทำให้เกิดการรับรู้-เข้าใจ เพื่อติดตาม-ควบคุม กำกับ-และประเมินสถานการณ์ อันนำไปสู่การแก้ปัญหาสุขภาพอย่างเป็น ระบบและต่อเนื่อง ทั้งในระดับรายชุมชนและในภาพรวมของทั้งระบบ สุขภาพอำเภอ โดยมีข้อมูลที่ใช้ส่งเป็นรายงาน เพื่อเชื่อมโยงกับระบบใหญ่ เช่น จังหวัด-เขต-หรือส่วนกลาง และข้อมูลที่ใช้ส่งเพื่อประสานงานกับองค์ ประกอบอื่นๆ ที่อยู่ภายนอกระบบสุขภาพอำเภอ เป็นผลพลอยได้จากการมี ระบบข้อมูลดังกล่าว
  • 21.
    Primary Care ValueAdded with DHS เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) 4) การมีเวชภัณฑ์-วัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์-เทคโนโลยีทางการ แพทย์-และวัคซีน (Medical products, Vaccine Technology) หมายถึง เวชภัณฑ์-วัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์-เทคโนโลยีทางการแพทย์- และวัคซีนที่มีอยู่ในระบบสุขภาพอำเภอ ถูกใช้อย่างมีประสิทธิผลโดย ทรัพยากรบุคคลที่มีสมรรถนะในการใช้ ทั้งในระดับรายบุคคลและการใช้ ร่วมกันเป็นทีม ในกรณีที่สมรรถนะที่มีอยู่ภายในระบบสุขภาพอำเภอมีไม่ เพียงพอ ควรให้ความสำคัญกับการเพิ่มสมรรถนะของทรัพยากรบุคคลที่ มีอยู่ภายในระบบก่อน ซึ่งสามารถดำเนินการได้ในทันที เช่น การเพิ่ม สมรรถนะโดยการจัดการเรียนโดยใช้บริบทเป็นฐาน (Context Based Learning: CBL) เพื่อทำให้สามารถใช้ทรัพยากรเท่าที่มีอยู่ทั้งหมดใน ระบบสุขภาพอำเภอให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้การเพิ่มจำนวนบุคลากรที่ มีสมรรถนะในการใช้เข้ามาในระบบ และการเชื่อมโยงกับบุคคลากรที่มี สมรรถนะจากภายนอกระบบ ควรได้รับการพิจารณาควบคู่กันไปเพื่อการ พัฒนาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ในกรณีที่เวชภัณฑ์-วัสดุอุปกรณ์ทางการ แพทย์-เทคโนโลยีทางการแพทย์-และวัคซีน ที่ยังไม่มีในระบบสุขภาพอำเภอ แต่มีความจำเป็นต้องใช้ จำเป็นต้องมีการเชื่อมโยงตามความจำเป็นของการ ใช้ กับองค์ประกอบต่างๆ ภายนอกระบบสุขภาพอำเภอ 5) กลไกการเงิน (Financing Mechanism) หมายถึง กลไก การเงินที่นอกจากมีพื้นฐานของการทำให้เงินไม่ใช่อุปสรรคของการเข้าถึง บริการที่มีคุณภาพของประชาชนทุกคนแล้ว ยังมีพื้นฐานของการเป็นองค์ ประกอบของการช่วยเหลือซึ่งกันและกันและไม่ทอดทิ้งกันอยู่ในกลไกการเงิน ดังกล่าว ทั้งนี้กลไกการเงินเป็นเครื่องมือสำคัญของการบริหารจัดการที่มีผล ต่อผลิตภาพ (Productivities) ของระบบสุขภาพอำเภอโดยรวม การทำให้ ประชาชนรับรู้ถึงสถานะทางการเงินบนพื้นฐานของความโปร่งใส-ตรวจสอบ
  • 22.
    Primary Care ValueAdded with DHS 10 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) ได้ มีส่วนช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมรู้สึกเป็นเจ้าของระบบสุขภาพอำเภอ มีผล ต่อการส่งเสริมให้เกิดการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การไม่ทอดทิ้งกัน ทั้งนี้การ เพิ่มความรู้สึกถึงการมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของดังกล่าว มีผลต่อความอยู่รอด และความมั่นคงของสถานะทางด้านการเงินของระบบสุขภาพอำเภอโดยรวม 6) ภาวะการนำและธรรมาภิบาล (Leadership/Governance) หมายถึง การมีทีมนำที่มี “สมรรถนะในการทำหน้าที่บริหารจัดการระบบ สุขภาพอำเภอ (DHS Management Competencies)” บนพื้นฐานของการ มีส่วนร่วม-โปร่งใส-ตรวจสอบได้ เพื่อทำให้ปฏิสัมพันธ์ที่มีต่อกันขององค์ ประกอบต่างๆ ภายในระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์ประกอบทั้ง 5 ประการ ดังกล่าวข้างต้น ส่งผลให้ประชาชนในระบบสุขภาพอำเภอเข้าถึงบริการที่มี คุณภาพ มีความปลอดภัย ครอบคลุมประชาชนทุกคนในระบบสุขภาพ อำเภอ ทั้งการให้บริการและการให้การดูแลด้านการส่งเสริม-ป้องกัน-รักษา- เสริมสร้าง-ฟื้นฟู-ตลอดจนการให้บริการและให้การดูแลในระยะสุดท้ายของ ชีวิต ทำให้เกิดเป็นผลิตภาพ (Productivities) ทั้งในระหว่างการดำเนินการ หรือการมีปฏิสัมพันธ์ของกระบวนการต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในระบบ (Processes) อันนำไปสู่การทำให้เกิดเป็นผลลัพธ์อันพึงประสงค์ (Desirable Outputs/ Outcomes/Impacts) ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั้งในระดับรายบุคคล- ครอบครัว-ชุมชน-ตลอดจนภาพรวมของระบบสุขภาพอำเภอ ซึ่งประกอบ ด้วย w สภาวะสุขภาพของประชาชนดีขึ้น มี “สุขภาวะ (Well-being)” บนพื้นฐานของการมีการกระจายทรัพยากรไปยังสถานบริการ และผู้ให้บริการที่มีอยู่ในระบบสุขภาพอำเภออย่างทั่วถึงและเป็น ธรรม (Improved Health: Level and Equity)
  • 23.
    Primary Care ValueAdded with DHS 11 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) w ระบบบริการตอบสนองตามความจำเป็นที่สอดคล้องกับความ พึงพอใจของประชาชนทุกคนบนความคาดหวังที่แตกต่างใน ขณะรับบริการ (Responsiveness6 ) ทั้งนี้องค์การอนามัยโลกได้ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มของการตอบสนองประกอบด้วย - การเคารพในความเป็นบุคคล (Respect for person) ประกอบด้วย การให้เกียรติ (Dignity) การสร้างการมี ส่วนร่วมตัดสินใจ-เพิ่มสมรรถนะ-เพิ่มความมั่นใจในการดูแล สุขภาพตนเอง (Autonomy) การเก็บความลับ (Con- fidentiality) และการสื่อสาร (Communication) - การให้ความสำคัญกับผู้รับบริการ (Patient/Client Orientation) ประกอบด้วย การใส่ใจในทันที (Prompt attention) การเปิดโอกาสให้เลือกผู้ให้บริการ (Choice) การทำให้มีความสะดวกสบายขั้นพื้นฐาน (Basic amenities) และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสมาชิกในครอบครัวและ ชุมชน (Family/Community Involvement) w ประชาชนในระบบสุขภาพอำเภอทุกคนได้รับการปกป้องจาก ความเสี่ยงทางการเงินและทางสังคม อันเกิดจากผลกระทบ ที่เกิดจากสภาวะสุขภาพ (Social and Financial Risk Protection) บนพื้นฐานของการมีกลไกของช่วยเหลือซึ่งกัน และกันและไม่ทอดทิ้งกันตามการเกิดขึ้นของระบบหลักประกัน สุขภาพในภาพรวมของประเทศ (Universal Health Coverage: Mandatory Solidarity) ผสมผสานกับการเกิดความรู้สึกที่ว่า 6 World Health Report (WHO 2000): Health Systems: Improving Performance:
  • 24.
    Primary Care ValueAdded with DHS 12 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) “คนภายในระบบสุขภาพอำเภอเดียวกันไม่ทอดทิ้งกันสามารถ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน (Consciousness of Solidarity)” เพื่อ ปกป้องความเสี่ยงทางการเงินและทางสังคม อันเป็นผลกระทบ จากสภาวะสุขภาพของคนภายในอำเภอเดียวกันร่วมกัน w ระบบสุขภาพอำเภอมีและมีการเพิ่มประสิทธิภาพ (Improved Efficiency) โดยมีองค์ประกอบของ - การจัดสรรทรัพยากรไปยังสถานบริการและผู้ให้บริการ เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ บนพื้นฐานของการไม่ลด พร้อมไปกับกระตุ้นและส่งเสริมให้การเพิ่มผลิตภาพให้กับ ระบบสุขภาพอำเภอ (Allocated Efficiency) - การใช้ทรัพยากรที่มีการเลือกใช้อย่างประหยัดตามความ จำเป็นทางสุขภาพของประชาชน โดยที่ไม่ลดประโยชน์หรือ ประสิทธิผลที่เกิดจากผลิตภาพของระบบสุขภาพอำเภอที่ ประชาชนสมควรได้รับ จากการเลือกใช้ทรัพยากรดังกล่าว (Technical Efficiency)
  • 25.
    Primary Care ValueAdded with DHS 13 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) หลักการดำเนินงานของระบบสุขภาพระดับอำเภอ 1. การทำงานร่วมกันในระดับอำเภอ (Unity District Health Team) ของภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้ความสำคัญกับ working relationship คือ ความสัมพันธ์ที่นำไปสู่ผลลัพธ์ทางสุขภาพที่ดีขึ้นของ ประชาชน มีการกำหนดผู้รับผิดชอบในการขับเคลื่อนและกำหนดบทบาท หน้าที่ของทีมอย่างชัดเจน และมีการบริหารจัดการที่ดี (Good gover- nance) 2. การมีส่วนร่วมของเครือข่ายและชุมชน (Community participation) เน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในระดับอำเภอ ในทุก ขั้นตอนของการพัฒนา (ร่วมรับรู้ ร่วมคิด ร่วมดำเนินการ ร่วมประเมินผล) โดยมีเป้าหมายร่วมกัน คือ การทำงานด้านสุขภาพเพื่อยกระดับการ พึ่งตนเอง ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและไม่ทอดทิ้งกัน 3. การทำงานจนเกิดคุณค่า ทั้งกับผู้รับบริการ และผู้ให้บริการเอง (Appreciation and Quality) คุณค่าที่สำคัญของการบริการปฐมภูมิ เป็น คุณค่าที่เกิดขึ้นทั้งฝ่ายผู้ให้บริการและผู้รับบริการ การสร้างคุณค่าทำได้ หลากหลายวิธี เช่น การพัฒนาคุณภาพเครือข่ายบริการปฐมภูมิโดยไม่นิ่ง ดูดายต่อความทุกข์ของผู้ป่วย การพัฒนาคุณภาพไม่เน้นที่เชิงปริมาณเพียง อย่างเดียว แต่ต้องเน้นที่เนื้อหาและคุณภาพบริการที่ประชาชนได้รับร่วมด้วย จึงเป็นการสร้างคุณค่าให้เกิดขึ้น เป็นเหมือนน้ำหล่อเลี้ยงจิตใจให้เข้มแข็ง เกิดกำลังใจ เป็นความสุขและทำให้เกิดพลังที่จะก้าวเดินไปข้างหน้า ขณะ เดียวกันผู้รับบริการและประชาชนก็มีความพึงพอใจต่อบริการที่ได้รับ
  • 26.
    Primary Care ValueAdded with DHS 14 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) 4. การแบ่งปันทรัพยากร และการพัฒนาบุคลากร (Resource sharing and human development) โดยให้ความสำคัญกับการระดม ทรัพยากรมาใช้ร่วมกันภายใต้การบริหารจัดการที่ดีและมีการแบ่งปัน ทรัพยากรทั้งคน เงิน เครื่องมือ ความรู้ เทคโนโลยี และฐานข้อมูล เพื่อใช้ ในภารกิจทางสุขภาพ ส่วนการพัฒนาบุคลากรให้ความสำคัญกับการพัฒนา โดยวิเคราะห์ส่วนขาดและเติมเต็มตามสภาพปัญหา และความต้องการทั้ง ของบุคคลและหน่วยงาน รูปแบบการพัฒนาทำได้หลากหลายวิธีการ เช่น การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การฝึกอบรม การดูงาน การใช้ระบบพี่เลี้ยง เป็นต้น 5. การให้บริการสุขภาพตามบริบทที่จำเป็น (Essential care) เน้นการจัดการปัญหาสุขภาพที่ตอบสนองต่อปัญหาของประชาชนในพื้นที่ สอดคล้องตามบริบทและวัฒนธรรม รวมทั้งสภาพปัญหาสุขภาพครอบคลุม ทั้งด้านการส่งเสริม ป้องกัน รักษาและฟื้นฟู ตามหลักการบริการสุขภาพ ระดับปฐมภูมิ (1A4C) คือ การเข้าถึงบริการ (Accessibility) การให้บริการ อย่างต่อเนื่อง (Continuity) การเชื่อมโยงประสาน (Coordination) การ ให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ (Comprehensiveness) และชุมชนมีส่วนร่วม (Community Participation)
  • 27.
    Primary Care ValueAdded with DHS 15 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) การสร้างระบบสุขภาพระดับอำเภอให้เข้มแข็ง ในมิติมุมมองการจัดการ 1. การสร้างทีมนำที่มีธรรมาภิบาล (Unity District Health Team) การดำเนินการ ระบบสุขภาพระดับอำเภอ จำเป็นต้องมีแกนนำที่มี สมรรถนะในการนำการเปลี่ยนแปลงพัฒนา ทีมนำนี้ต้องมาจากทุกภาคส่วน ในพื้นที่ ตั้งแต่ผู้บริหารโรงพยาบาล สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ฯลฯ แล้วแต่บริบทของพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้พัฒนาโครงการผู้นำสุขภาพระดับอำเภอ ที่เรียกว่า DHML (District Health Management Learning) ให้เกิดสมรรถนะ 6 ด้าน อันได้แก่ การมีจิตสำนึกที่ดี การกำหนดวิสัยทัศน์ การจัดทำแผน ปฏิบัติการ การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง การทำงานเป็นทีม และการใช้ เครื่องมือเพื่อการบริหารจัดการ ถ้ามีทีมงานที่เข้มแข็ง ก็จะสามารถนำการ เปลี่ยนแปลงอย่างมีพลังได้ 2. การสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน (Community partici- pation) สิ่งที่สำคัญในการมีส่วนร่วมของประชาชน คือ การทำให้ประชาชน มีส่วนในการได้รับข้อมูล และสามารถเรียงลำดับความสำคัญของปัญหาได้ เพื่อเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจในการดำเนินงาน รวมทั้งสนับสนุน ทรัพยากร พลังกาย พลังใจในการร่วมงาน การมีส่วนร่วมเรามีพื้นฐานเรื่อง อสม. อยู่แล้ว แต่ไม่ควรจำกัดอยู่เพียงบทบาทของ อสม. ที่เป็นอยู่ทำ อย่างไรให้ประชาชนมีความรู้สึกเป็นหุ้นส่วนในการดำเนินงาน DHS 3. การพัฒนารูปแบบบริการที่ตอบสนองต่อความจำเป็นและ ความต้องการของประชาชน (Essential care) การจัดบริการสุขภาพที่มี คุณภาพนำ จะใช้หลักการของเวชศาสตร์ครอบครัวเป็นแนวทางให้บุคลากร สาธารณสุขนำไปใช้ ซึ่งน่าจะเป็นบทบาทของทีมหมอครอบครัว (Family Care Team) ไปดูแลประชาชนในพื้นที่ที่รับผิดชอบ
  • 28.
    Primary Care ValueAdded with DHS 16 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) Family Care Team: ทีมหมอครอบครัว เป้าหมายของการมีทีมหมอครอบครัว: w มีทีมหมอครอบครัวที่ให้การดูแล ให้คำปรึกษา ช่วยเหลือ โดย ทีมทำงานร่วมกัน ดูแลประดุจ ญาติมิตร ถึงบ้านอย่างใกล้ชิด และทั่วถึง ทุกครอบครัว w ได้รับการดูแลครอบคลุมทุกมิติ (รักษา ส่งเสริม ป้องกัน ฟื้นฟู องค์รวม ต่อเนื่อง ผสมผสาน) w มีการรับ-ส่งต่อทุกระดับ ตั้งแต่ครอบครัว ชุมชน รพ.สต. รพ. อย่างใกล้ชิดเหมาะสม w ประชาชน “อุ่นใจ” มีญาติทั่วไทย เป็นหมอครอบครัว ประชาชน กลุ่มเสี่ยงได้รับการดูแลครอบคลุมครบถ้วน ทำให้เกิดครอบครัว ชุมชน มีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทีมหมอครอบครัว คือ ทีมที่ประกอบด้วย สหสาขาวิชาชีพทั้งด้าน การแพทย์และการสาธารณสุข รวมถึง อสม. อปท. ชุมชน ภาคประชาชน และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดูแลสุขภาพของประชาชน เพื่อดูแลปัญหา ด้านกาย ครอบคลุมทั้งรักษา ส่งเสริม ป้องกัน และดูแลด้านจิตใจ สังคม บรรเทาทุกข์ พัฒนาคุณภาพชีวิต ของผู้ป่วย ครอบครัว ชุมชน อย่าง ใกล้ชิด เข้าใจ เข้าถึง ß หมอครอบครัว คือ บุคลากรสาธารณสุขที่สำเร็จการศึกษา ระดับประกาศนียบัตรขึ้นไปที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับด้าน สาธารณสุขในพื้นที่ที่รับผิดชอบของ รพ.สต./ศสม. โดย รับผิดชอบประชากรประมาณ 1,250-2,500 คน/หมอประจำ ครอบครัว
  • 29.
    Primary Care ValueAdded with DHS 17 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) ß แพทย์ที่ปรึกษา: แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป/แพทย์เวชศาสตร์ ครอบครัว/แพทย์เฉพาะทางที่มีความสนใจในงานบริการระดับ ปฐมภูมิ องค์ประกอบทีม: ระดับอำเภอ ประกอบด้วย แพทย์ และสหสาขาวิชาชีพ เช่น แพทย์เวชศาสตร์/แพทย์เฉพาะทาง/แพทย์ทั่วไป/ทันตแพทย์/เภสัชกร/ พยาบาลเวชปฎิบัติ/พยาบาลวิชาชีพ/กายภาพบำบัด/นักสังคมสงเคราะห์/ นักสุขภาพจิต ใน รพ. และทีมจาก สสอ. มีหน้าที่เป็น ที่ปรึกษา พี่เลี้ยง ให้การสนับสนุนวิชาการ พัฒนาศักยภาพทางคลินิกทีมตำบล ชุมชน รวม ถึงสนับสนุนทรัพยากรทุกประเภทที่จำเป็นเพื่อให้เกิดระบบบริการสุขภาพที่ดี ที่สุดกับครอบครัวในเขตรับผิดชอบประสานงานส่งต่อและติดตามความคืบ หน้าของผู้ป่วยในการไปรับบริการสุขภาพยังสถานบริการในทุกระดับ ระดับตำบล ประกอบด้วย บุคลากรใน รพ.สต. เช่น พยาบาล เวชปฏิบัติ นักวิชาการสาธารณสุข เจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชน เจ้าหน้าที่ บริหารงานสาธารณสุข ทันตาภิบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอื่นๆ ซึ่งทำหน้าที่ เป็นหมอครอบครัว ดูแลปัญหาสุขภาพด้านการรักษาพยาบาลเบื้องต้น ประสานส่งต่อผู้ป่วยที่เกินขีดความสามารถ มุ่งเน้นงานด้านการส่งเสริม สุขภาพ และป้องกันโรคให้แก่ครอบครัวชุมชน เชื่อมประสานกับองค์กร ท้องถิ่น ภาครัฐอื่นๆ เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาด้านสังคม สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ ขจัดทุกข์ เพิ่มสุขก่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิต ให้กับครอบครัว และชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มพลังอำนาจในการพึ่งพาตนเองของ ครอบครัว ชุมชน
  • 30.
    Primary Care ValueAdded with DHS 18 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) ระดับชุมชน ประกอบด้วย ภาคประชาชนในพื้นที่นั้น เช่น อสม. อปท. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จิตอาสา แกนนำครอบครัว นักบริบาล มีหน้าที่ ช่วยเหลือผู้ป่วยและครอบครัวในการดูแลตนเองหรือการให้การบริบาล เบื้องต้น ทำหน้าที่ประดุจญาติของผู้ป่วยและครอบครัว ช่วยประสานงานกับ เจ้าหน้าที่ทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข ทั้งในยามที่ต้องไปรับการ รักษาพยาบาลที่ รพ.สต. หรือที่โรงพยาบาลชุมชน อีกทั้งช่วยเหลือดูแล ขจัดทุกข์ด้านสังคม สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ เสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของ ครอบครัว ชุมชน ผังโครงสร้างทีมหมอประจำครอบครัว ทีมอำเภอ ทีมสหสาขาวิชาชีพ จาก รพช. เช่น แพทย์/ ทันตแพทย์/เภสัช/ พยาบาลเวช/ นักจิต/นักกาย/ นักโภชนาการและ ทีมตำบล จนท.สธ.จาก รพ.สต. เช่น พยาบาลเวช/นวด/ ทันตาภิบาล/จพง./ แพทย์/แผนไทย/ จนท.สธ. อื่นๆ ทีมชุมชน เช่น อสม./อปท.กำนัน/ ผู้ใหญ่บ้าน/แกนนำ/จิต อาสา/ภาคอื่นๆ อสม. อสม. ครอบครัว 1 ... 2 1,250-2,500 1,250-2,500 1 ... 2 ดูแลความเสี่ยง ตามกลุ่มมอายุ ดูแล รพ.สต. 1-3 แห่ง/ทีม ที่ปรึกษา/พี่ เลี้ยงทีมตำบล CBL,KM หมอครอบครัว/ พี่เลี้ยงทีมชุมชน ช่วยเหลือดูแล ครอบครัว/ผู้ป่วย ระบบให้คำปรึกษา-รับและส่งต่อ
  • 31.
    Primary Care ValueAdded with DHS 19 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) นโยบาย Family Care Team (FCT) กับการหนุนเสริมระบบ สุขภาพระดับอำเภอ : DHS Family Care Team : ทีมหมอครอบครัว เป็นเครื่องมือในการ พัฒนาให้ระบบสุขภาพอำเภอ เข้มแข็ง โดยมิติองค์ประกอบของทีมหมอ ครอบครัว มีแนวทางในการดำเนินการในรูปแบบเดียวกับ DHS ตามเกณฑ์ UCARE ซึ่งองค์ประกอบทีมหมอครอบครัวในระดับอำเภอ ตำบล และชุมชน เปรียบเสมือน Unity Team ของ DHS ส่วน Community Participation อยู่ในเรื่องของภาคีเครือข่ายหรือชุมชนที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีส่วนร่วม ในการเป็นทีมหมอครอบครัว เรื่องของ Resources Sharing and Human Development จะมีการดำเนินการโดยใช้กระบวนการเป็นพี่เลี้ยงของทีม หมอครอบครัว ทั้งในระดับอำเภอ ตำบล และชุมชน โดยใช้กระบวนการใน การพัฒนาศักยภาพของทีมด้วยเครื่องมือ CBL และ KM โดยมีการดำเนิน การให้เกิดเป็นรูปธรรมของทีมหมอครอบครัว โดยใช้ Essential Care เป็น Tracer เริ่มแรกอาจดำเนินการในเรื่องของผู้สูงอายุติดเตียง Palliative care ผู้พิการ ที่จะตรวจสอบระบบการทำงานของทีมหมอครอบครัว ให้เกิด รูปธรรมและมีความชัดเจน การจัดบริการสุขภาพที่มีคุณภาพนำ จะใช้หลัก การของเวชศาสตร์ครอบครัวเป็นแนวทางให้บุคลากรสาธารณสุขนำไปใช้ ซึ่ง น่าจะเป็นบทบาทของทีมหมอครอบครัว (Family Care Team) ไปดูแล ประชาชนเพื่อให้เกิดการบริการที่มีลักษณะอย่างน้อย 3 ประการ คือ (1) สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัว คือ ประชาชนกับทีมหมอ ครอบครัว ต้องมีความรู้จักมักคุ้นกัน ทั้งในชุมชนและในหน่วย บริการ
  • 32.
    Primary Care ValueAdded with DHS 20 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) (2) สามารถระบุความเสี่ยงทางด้านสุขภาพตามกลุ่มวัยใน ครอบครัว และร่วมกันลดละความเสี่ยงด้วยการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม (3) สามารถดูแลผู้ป่วยที่มีปัญหาสุขภาพในชุมชนให้เหมาะสมกับ ระดับความเชี่ยวชาญแต่ละที่ เช่น ถ้าเป็นโรคหัวใจขาดเลือด ก็สามารถส่งต่อไปโรงพยาบาลที่มีผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจ ถ้า เป็นผู้พิการในชุมชนที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ก็สามารถส่งทีม หมอครอบครัวไปดูแลที่บ้านด้วย 4. การแบ่งปันทรัพยากรและการพัฒนาคนปฐมภูมิ (Resource sharing and human development) การทำงานสุขภาพระดับอำเภอ จำเป็นต้องอาศัยทรัพยากร ทั้งเงิน ความรู้ กำลังคนมามีส่วนร่วม ปัจจุบันมี กองทุนสุขภาพตำบลที่สนับสนุนจากรัฐและท้องถิ่น เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ ไปแก้ปัญหาสุขภาพในระดับพื้นที่ ถ้านำเงินนี้มาใช้ในระบบ DHS ก็จะเกิด ประโยชน์กับประชาชนอย่างมาก ที่สำคัญ การจะเป็นทีมหมอครอบครัว ที่มีคุณภาพจะต้องมีการเตรียมคนให้มีความพร้อม มีความรู้ตามบริบทของ พื้นที่ การพัฒนาโดยใช้กระบวนการ Content Based Learning (CBL) มา เป็นกลไกพัฒนาคนในพื้นที่เป็นวิธีที่เหมาะสม โดยเฉพาะการนำหลักการ เวชศาสตร์ครอบครัวมาเรียนรู้ในกลุ่มทีมหมอครอบครัว โดยใช้โรงพยาบาล ชุมชนเป็นฐาน การพัฒนาผู้นำสุขภาพระดับอำเภอโดยใช้หลักการ DHML ก็เป็น CBL แบบหนึ่ง แต่เป็นการพัฒนาสมรรถนะคนในระดับอำเภอแทน ด้านบริหาร
  • 33.
    Primary Care ValueAdded with DHS 21 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) การจัดการทางการเงิน (Financing) กลไกทางการเงิน และจัดสรรบริหารเงินงบประมาณ มีส่วนสำคัญ ยิ่งต่อการสร้างระบบสุขภาพอำเภอเข้มแข็ง การจัดการทางการเงินใช้เป็น เครื่องมือในการชี้นำการเคลื่อนย้ายทรัพยากร (Resources mobilization), สรรสร้างให้เกิดความเป็นธรรมไม่เลื่อมล้ำ มีประสิทธิภาพในอำเภอนั้น และ ยกระดับคุณภาพได้ การจัดสรรงบประมาณในระดับอำเภอ (Financing) เมื่ออำเภอได้รับงบประมาณจากแหล่งต่างๆ มา ทีมหรือคณะ กรรมการสุขภาพระดับอำเภอ จะต้องวางแผนร่วมกันเพื่อจัดสรรงบประมาณ ลงในบริการต่างๆ ตามระดับอำเภอ จะต้องวางแผนร่วมกันเพื่อจัดสรรงบ ประมาณลงในบริการต่างๆ ตามลำดับความสำคัญ หลักการทั่วไป ต้องมี การจัดสรรให้แก่ชุมชน หรือระบบสุขภาพชุมชนซึ่งมีศักยภาพจะได้รับ ประโยชน์จากการจัดสรรนี้ การจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดในอำเภอ งบประมาณรายจ่าย เป็นการประมาณการค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต้อง ใช้ในการดำเนินงานตามแผนการจัดบริการ (Service plans) เงินที่จัด เป็นงบประมาณอาจน้อยกว่าที่ขอประมาณการไว้ได้ แม้ว่าในระดับอำเภอ ปัจจุบัน จะมีเงินค่าใช้จ่ายประจำ เงินช่วยเหลือ กองทุนหลักประกันสุขภาพ ท้องถิ่น อบต. เทศบาล เงินบำรุง เงินอุดหนุนทั่วไปจาก อบต. หรือ เทศบาล กองทุนที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะ เช่น กองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี กองทุน SML กองทุน พัฒนาเมือง ฯลฯ ซึ่งมีหลากหลาย จำนวนมาก และ สนับสนุนมาจาก หลายหน่วยงาน
  • 34.
    Primary Care ValueAdded with DHS 22 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) ด้วยเหตุผลข้างต้น ทีมระบบสุขภาพระดับอำเภอ จะต้องวางแผน สร้างสรรค์การจัดสรรและกระจายทรัพยากรให้เกิดความเป็นธรรม มี ประสิทธิภาพสูง และเป็นไปตามลำดับความสำคัญเพื่อให้ทุกตำบลและ หมู่บ้านในอำเภอ สามารถสร้างกิจกรรมสุขภาวะได้ทั่วถึง การดำเนินงานเพื่อจัดสรรงบประมาณ และใช้ทรัพยากรให้เกิด ประสิทธิภาพสูง w ทบทวนแผนการจัดบริการ (Review the service plan) ที่ระดับอำเภอ หรือคณะกรรมการระบบสุขภาพระดับอำเภอ และแผนการจัดบริการของเขตบริการสุขภาพ w ทบทวนโปรแกรมหรือบริการสุขภาพที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน - โปรแกรมด้านการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม บริการ สุขภาพ นำมาพิจารณาร่วมกันว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง หรือไม่ อย่างไร มีวิธีการบริหารที่เปลี่ยนแปลง เช่น จ้างเหมาภายนอก (Outsource) เลื่อน (postpone) หรือ หยุดให้บริการ โครงการจบแล้ว (terminate) w จัดสรรเงินงบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพสูงในระดับอำเภอทั้ง อำเภอ - อำเภอเป็นพื้นที่ที่เหมาะสม ในการประหยัดจากขอบเขต (Economy of scope) เพราะในปัจจุบัน แต่ละอำเภอ มี บุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถต่างๆ มากมาย หลาย สาขาวิชาชีพ หน่วยงานที่แตกต่างกัน จะมีการใช้เทคโนโลยี ที่เหมาะสม เมื่อมีการใช้เทคโนโลยีร่วมกัน จะเกิดการลด
  • 35.
    Primary Care ValueAdded with DHS 23 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) ต้นทุน การพัฒนาเทคโนโลยี-นวัตกรรมชุมชน ยกระดับ ความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตประชาชนและการถ่ายทอด ความรู้แก่กันตามบริบท (Context based Learning) จะ ทำให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิผล ประสิทธิภาพ วิธีการ ดำเนินการคือ ก. ปกป้องแผนงานโครงการที่ลำดับความสำคัญแรกๆ (Protecting priorities) การประมาณการต้นทุน ค่าใช้จ่ายต่อ สถานบริการ หน่วยบริการ การปรับ ค่าใช้จ่ายไปตามแนวโน้มอดีต ข้อมูลปัจจุบันแนวโน้ม อนาคต บริการสุขภาพชนิดใดชนิดหนึ่งซึ้งต้องคงไว้ ในทางปฏิบัติ ข้อความในวรรคข้างต้น ต้องการการ ร่วมคิดร่วมวางแผนใน Unity Team ภายใต้ข้อมูล สารสนเทศ ที่เที่ยงตรง ไม่ลำเอียง มีธรรมาภิบาล ข. ปรับลดงบประมาณ ในโครงการที่ไม่จำเป็น และสื่อสาร สาธารณะให้ทราบว่า เป็นการปรับลดจาก Community participation, Appreciation, Resources sharing, และพิจารณา Essential care
  • 36.
    Primary Care ValueAdded with DHS 24 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) 1) มีการจัดการทรัพยากรบุคคลและทรัพยากรทางการแพทย์และ สาธารณสุข (Human and Physical resources) การที่คณะกรรมการระบบสุขภาพระดับอำเภอ จะได้ร่วมกัน พิจารณาถึงการรับบุคลากรเข้าไว้ในระบบ (Recruitment) ไม่ว่าจะเป็น สหสาขาวิชาชีพ หรืออาสาสมัคร หรือจิตอาสาเป็นเรื่องที่สำคัญควรมอง ภาพรวมของระดับอำเภอ (เช่น พิจารณาถึงทีมสหสาขาวิชาชีพ หมอ อนามัย อสม. เครือข่ายจิตอาสา ฯลฯ) การฝึกอบรมให้มีความตระหนัก ความรู้ หรือสามารถปฏิบัติได้ (เช่น อสม. เชี่ยวชาญ ต่อยอดเพื่อให้ สามารถเป็น skill caregivers) และมีความมั่นใจให้ระบบบริการปฐมภูมิเป็น ที่น่าเชื่อถือแก่ประชาชน (Training) การกระจายบุคลากร (deployment) ที่ดีจะสามารถทำให้หน่วยบริการประจำ เครือข่ายหน่วยบริการสามารถ ทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ และการดำรงคงไว้ของบุคลากรที่มีขวัญ กำลังใจ (retention) ของบุคลการที่มีความสามารถ มีความรู้ทักษะใน ภาพรวมเพื่อให้ปฏิบัติงานในอำเภอ อีกประการหนึ่ง การจัดซื้อ จัดหา จัด จ้างอุปกรณ์เครื่องมือ เทคโนโลยีทางการแพทย์ วัคซีน ยาและเวชภัณฑ์ (เช่น บัญชียา รพ.สต. บัญชียาโรงพยาบาลชุมชน) หรือแผนการลงทุนใน โครงสร้างก็เป็นเรื่องที่สำคัญ โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างเพื่อการจัด บริการที่ขยายของเขตขึ้น ที่ทันสมัยขึ้น หรือตอบสนองต่อความต้องการของ ประชากรในอำเภอมากขึ้น
  • 37.
    Primary Care ValueAdded with DHS 25 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) ตารางประกอบการวิเคราะห์การจัดการทรัพยากร ประเด็น การจัดการที่อาจเป็นไปได้ บุคลากรที่ปฏิบัติงานในทีมที่หน่วยบริการ ประจำเครือข่ายบริการปฐมภูมิหน่วยร่วมให้ บริการมีจำนวนและสัดส่วนผสม(Number andmixofhealthworkers)ในอำเภอของ เราที่จะสามารถตอบสนองปัญหาสุขภาพและ ความอยู่ดีมีสุขในอำเภอของเราสถานภาพเป็น เช่นใด ß วางแผนระยะสั้นที่จะมีการปฏิบัติการตามserviceplanปีงบประมาณนี้และปี งบประมาณหน้าโดยบริหารเป็นเครือข่ายและถ้าไม่สามารถทำได้ก็ทำPublic PrivateMix ß วางแผนระยะยาวกับสถาบันผลิตและพัฒนาต่างๆและทำการเจรจาแหล่งทุนสนับสนุน การรับรองคุณภาพของกระบวนการทำงาน บริการปฐมภูมิบริการสุขภาพในชุมชนบริการ ส่งต่อการสวัสดิภาพสวัสดิการชุมชนที่มีการ บูรณาการทรัพยากรในอำเภอ ß นำขบวนการDHSA/PCAมาปรับประยุกต์ใช้ทั้งภาพรวมของอำเภอในทุกกระบวนการ ทุกหน่วยบริการและสถานบริการและทุกเป้าหมาย ß นำข้อมูลHCIS,JHCIS,HospXP,etc.มาประยุกต์ใช้ให้เป็นKMของอำเภอ ß ประสานกับคณะกรรมการขับเคลื่อนDHSเขตตามคำสั่ง๑เมษายน๒๕๕๗ให้ สนับสนุนในประเด็นที่เป็นปัญหาของอำเภอ ค่าแรงค่าตอบแทนค่าตอบแทนพิเศษการ จ้างเหมาบุคคลมาทำภารกิจจำเพาะหรือจ้าง เหมาเป็นโครงการเพื่อให้บรรลุความมุ่งหมายที่ เป็นลำดับความสำคัญเร่งด่วนของอำเภอ ß พิจารณาทางเลือกที่จะให้บทบาทที่สำคัญต่างๆแก่อสม.เชี่ยวชาญจิตอาสา ß พิจารณาทางเลือกที่จะให้NGO,Socialenterprise,CSR,เอกชนเครือข่ายอื่นๆ เข้ามาร่วมจัดบริการโดยการเห็นชอบจากคณะกรรมการสุขภาพระดับอำเภอ
  • 38.
    Primary Care ValueAdded with DHS 26 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) ประเด็น การจัดการที่อาจเป็นไปได้ ยาวัคซีนเทคโนโลยีทางการแพทย์ ß พิจารณาการบริหารระบบบัญชียาสต็อกยาแนวปฏิบัติที่เกี่ยวกับการจ่ายยา การสมานฉันท์ยา(Medicalreconciliation)ภาพรวมของระบบการให้บริการระดับ อำเภอทั้งที่โรงพยาบาลรพ.สต.ยาสำหรับการส่งต่อหรือรับส่งกลับมาดูแลต่อเนื่อง ß พิจารณาโควต้าColdchainระบบการจัดส่งขนส่ง(Logistic)และการจัดบริการ ให้วัคซีนทั้งวัคซีนEPIและวัคซีนเพื่อการรณรงค์ ßเครื่องวัดความดันโลหิตเครื่องดูแลเบาหวานเองที่บ้าน ß การตรวจคัดกรองและป้องกันระดับทุติยภูมิสำหรับเบาหวานความดันที่รพ.สต. หรือเครือข่ายบริการ โครงสร้างทางกายภาพและการลงทุนทาง เทคโนโลยีภาพรวมของอำเภอ ß พิจารณาการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ที่มีอยู่และแผนการปรับปรุงพัฒนาพื้นที่ ß พิจารณากลยุทธ์การลงทุนที่โรงพยาบาลลงทุนที่รพ.สต.ที่ศสม.หรือที่อื่นเพื่อ การจัดบริการครอบคลุมทั่วถึงตอบสนองต่อความต้องการด้านสุขภาพ ß พิจารณาเทคโนโลยีทางการแพทย์ครุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่เหมาะสมสำหรับบริการ สาธารณสุขในอำเภอ ตารางประกอบการวิเคราะห์การจัดการทรัพยากร(ต่อ)
  • 39.
    Primary Care ValueAdded with DHS 27 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) 5. การทำงานจนเกิดคุณค่า ทั้งกับผู้รับบริการ และผู้ให้บริการเอง (Appreciation and Quality) การประเมินผลด้วยหลักการเชิดชูผู้ปฏิบัติ งาน DHS และการมองให้เห็นคุณค่าของปฐมภูมิ DHS - PCA โครงการทุก โครงการ ย่อมต้องมีการประเมินผล แต่การประเมินผลในโครงการ DHS มี ความประสงค์ที่จะเน้นให้การประเมินเป็นการไปเพิ่มพลังใจ เติมกำลังใจ ให้กับผู้ปฏิบัติงาน และถือเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วย ที่เรียกว่า Appreciation ไม่ยึดติดกับความสำคัญของงาน แต่ยึดเรื่องให้คนทำงาน มีการพัฒนาตนเอง มองเห็นคุณค่าของงานที่ทำ เพื่อทำให้มีความสุขในการ ทำงาน การกำหนดตัวชี้วัดต่างๆ มีความสำคัญเพียงเป็นกรอบทิศทางใน การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ไม่ใช้เป็นตัวบอกความสำเร็จ เพียงแต่บอกการ เปลี่ยนแปลงหลังจากดำเนินงาน DHS การประเมินแบบนี้ จะทำให้คน ทำงานมีความสุข และมีความรู้สึกอยากเอาความมี Appreciation ไป ขับเคลื่อนงานให้ดีขึ้นต่อไป
  • 40.
    Primary Care ValueAdded with DHS 28 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) แนวทางการเยี่ยมเสริมพลัง เพื่อการพัฒนา DHS–PCA การประเมินคุณภาพของเครือข่ายบริการปฐมภูมิ หรือ คปสอ. หรือ CUP ก่อนหน้านี้มีรูปแบบการประเมินที่เป็นเกณฑ์มาตรฐานต่างๆ มากมาย ส่วนใหญ่มักจะเป็นแบบ Check List ว่า มี/ไม่มี, ทำ/ไม่ทำ, ตัวชี้วัดผ่าน/ ไม่ผ่านเกณฑ์ โดยมักไม่มองว่า เพราะอะไรจึงเกิดปรากฏการณ์ของการ มี/ไม่มี ทำ/ไม่ทำ ตัวชี้วัดผ่าน/ไม่ผ่านเกณฑ์ เพราะอะไรจึงควรที่จะมีการมองให้ลึกลงไปกว่าปรากฏการณ์ที่ เกิดขึ้นของการ มี/ไม่มี, ทำ/ไม่ทำ, ตัวชี้วัดผ่าน/ไม่ผ่านเกณฑ์ หลายครั้ง เมื่อพบว่า เครือข่ายบริการปฐมภูมิหนึ่ง ไม่มี ไม่ทำ และไม่ผ่านเกณฑ์ ตัวชี้วัด การมองให้ลึกลงไปว่า อะไรทำให้เกิดปรากฎการณ์เช่นนี้ จะทำให้ เกิดความเข้าใจสถานการณ์ที่แท้จริงที่พื้นที่กำลังเผชิญอยู่ อาจนำมาสู่การ พูดคุยหาทางออกร่วมกันระหว่างพื้นที่และผู้ประเมินหรือผู้เยี่ยมสำรวจก็เป็น ได้ การมองให้ลึกไปกว่าสิ่งที่ผู้ประเมินหรือผู้เยี่ยมสำรวจเห็น อาจนำมาซึ่ง การรับรู้ที่นำไปสู่ความเข้าใจในความเป็นตัวตนและสถานการณ์ของพื้นที่ นั้นๆ อย่างแท้จริง ท่าทีที่แสดงถึงการรับรู้และเข้าใจความเป็นตัวตนที่ แท้จริงของพื้นที่นั้นๆ ว่า มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงของแต่ละพื้นที่ใน สถานการณ์ที่เขาติดขัด อัตคัด ลำบาก เป็นกระบวนการหนึ่งในการประเมิน ตามแนวทางของ DHS - PCA เพราะก่อนที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะไปดูแล ประชาชน เจ้าหน้าที่เหล่านั้นควรจะได้รับการดูแลก่อน การเข้าใจและรับรู้ สิ่งที่เขาดำรงอยู่เป็นกระบวนการหนึ่งที่เรียกว่า การดูแลกันและกัน (Caring) ที่ไม่ใช่การตัดสินว่า ไม่มี, ไม่ทำ และไม่ผ่านเกณฑ์
  • 41.
    Primary Care ValueAdded with DHS 29 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) ส่วนในสถานการณ์ที่เครือข่ายบริการปฐมภูมินั้นๆ สามารถ ดำเนินการขับเคลื่อนงานต่างๆ ได้ จนมี, ทำ และผ่านเกณฑ์ตัวชี้วัด ต่างๆ นั้น การมองให้ลึกไปกว่าปรากฏการณ์ที่เป็นอยู่ยังคงสำคัญเช่นกัน ว่าเขาลำบากอย่างไร ต้องใช้ความพยายามอย่างไร เขาผ่านอะไรมาบ้าง จนมาเป็นเขาในทุกวันนี้ การมองและให้ความสำคัญกับที่มาที่ไปเป็น กระบวนการหนึ่งที่สำคัญของการให้คุณค่า (Appreciation) กับความ พยายาม ความลำบาก ความสามารถที่ทำให้เกิดปรากฎการณ์ของการมี ทำ และผ่านเกณฑ์ตัวชี้วัดต่างๆ กล่าวโดยสรุปแนวทางการทบทวน DHS - PCA นี้ เน้นแนวทาง การเยี่ยมสำรวจด้วยกระบวนการดูแล (Caring) และ การให้คุณค่า (Appreciation) ในสิ่งที่เครือข่ายบริการปฐมภูมินั้นๆ เป็นอยู่ ไม่ใช่การ ตัดสิน หรือเพียงแค่ชื่นชมโดยปราศจากการให้คุณค่า เหล่านี้คือเจตจำนง ที่แท้จริงของการทบทวนหรือเยี่ยมสำรวจตามแนวทางของ DHS - PCA คณะผู้ทบทวนหรือผู้เยี่ยมสำรวจมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าให้พื้นที่ เครือข่ายบริการปฐมภูมิทุกพื้นที่วางใจ และสบายใจ ไม่ต้องเปลี่ยนวิถีและ ความเป็นตัวตนที่เป็นอยู่เพื่อตอบโจทย์ของผู้ทบทวนหรือผู้เยี่ยมสำรวจ ขอ ให้พื้นที่ภูมิใจในสิ่งที่เป็นตัวเรา และขอให้ผู้ทบทวนและผู้เยี่ยมสำรวจได้เห็น และรู้จักตัวตนที่แท้จริงของเครือข่ายบริการปฐมภูมิ ด้วยการนำเสนอข้อมูล และสถานการณ์จริงของพื้นที่อย่างเต็มภาคภูมิ
  • 42.
    Primary Care ValueAdded with DHS 30 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) แนวทางการนำเครื่องมือ DHS-PCA สู่การปฏิบัติ I. การทำงานเป็นทีม (Unity Team) การพัฒนาระบบสุขภาพอำเภอที่ประสานสอดคล้องกันในทุกระดับ ก. การสนับสนุนจากผู้นำ (1) ผู้นำและทีมนำระดับสูงกำหนดนโยบาย เป้าประสงค์ ลำดับความสำคัญ และความคาดหวังด้านการพัฒนา ระบบสุขภาพอำเภอแบบมีส่วนร่วม (2) ผู้นำทุกระดับให้การสนับสนุน ติดตามกำกับความ พยายามในการพัฒนาระบบสุขภาพ I. การทำงานเป็นทีม (Unity Team) ก. การสนับสนุน จากผู้นำ ส่งเสริมความร่วมมือ นโยบาย เป้าประสงค์ ประเด็นสำคัญ ความคาดหวัง สนับสนุน ติดตามกำกับ ข. การเชื่อมโยงและประสานงาน กำหนดโครงสร้าง บทบาท สัมพันธภาพของทีม ทีมในหน่วยย่อย ทีมแนวราบ ทีมแนวดิ่ง สื่อสาร แก้ปัญหา ค. การสร้างทีม และการสื่อสาร ความร่วมมือที่ดี ของทีมเครือข่าย อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน/ชุมชน ภาคี/ผู้มี ส่วนได้ ส่วนเสีย
  • 43.
    Primary Care ValueAdded with DHS 31 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) ข. การเชื่อมโยงและประสานงาน (1) กำหนดโครงสร้าง บทบาทของการประสานงานระหว่าง ทีมนำและทีมย่อย ที่มีประสิทธิผลและเหมาะสมกับ บริบทของพื้นที่เพื่อเชื่อมโยงและช่วยเหลือสนับสนุนการ พัฒนาระบบสุขภาพ (2) ส่งเสริมให้มีการสร้างสัมพันธภาพที่ดีในทีมทุกระดับ อย่างต่อเนื่อง ค. การสร้างทีมและการสื่อสาร (1) การส่งเสริมให้มีทีมที่หลากหลาย ทั้งทีมที่เป็นทางการ และไม่เป็นทางการ ทีมภายในหน่วยงานสาธารณสุข และทีมความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายและผู้มีส่วนได้ ส่วนเสีย (2) จัดให้มีทีมที่ติดตามกำกับการพัฒนาระบบสุขภาพ อำเภอ ทีมรับผิดชอบระบบงาน หรือกระบวนการต่างๆ ที่สำคัญ (3) การสื่อสารและแก้ปัญหาที่ได้ผล ทั้งภายในหน่วยงาน ระหว่างหน่วยงาน ระหว่างหน่วยงานกับชุมชน และ ระหว่างทีมเครือข่ายสุขภาพ ระดับอำเภอ ตำบล และ หมู่บ้าน *การพัฒนาการทำงานเป็นทีม (Unity team) อาจเริ่มจาก การ สนับสนุนจากผู้นำ การเชื่อมโยงและประสานงาน หรือการสร้างทีมและการ สื่อสาร กระบวนใดก่อนก็ได้ตามบริบทของพื้นที่แต่ละอำเภอ
  • 44.
    Primary Care ValueAdded with DHS 32 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) II. การให้ความสำคัญกับกลุ่มเป้าหมายและประชาชน (Customer Focus) การเรียนรู้ความต้องการ ความคาดหวัง และความพึงพอใจของ กลุ่มเป้าหมาย/ประชาชน นำมาใช้ปรับปรุงการดำเนินงาน เพื่อสร้างความ สัมพันธ์ ความเชื่อมั่นศรัทธาและความร่วมมือ ก. ความรู้เกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมาย (1) ระบุการจำแนกส่วนของกลุ่มเป้าหมาย/ประชาชน ที่ เหมาะสมกับบริบท เพื่อให้สามารถนำไปใช้พัฒนา ตอบ สนองความต้องการ ความจำเป็นด้านสุขภาพสำคัญ (2) การรับฟังและเรียนรู้ ความต้องการและความคาดหวัง ของ กลุ่มเป้าหมาย/ประชาชน มีวิธีการรับฟังที่เหมาะสมกับ แต่ละกลุ่ม II. การให้ความสำคัญกับกลุ่มเป้าหมายและประชาชน (Customer Focus) ก. ความรู้เกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมาย ข. ความพึงพอใจ 1. จำแนกกลุ่ม (Segmented) 2. ความต้องการ ความคาดหวัง รับฟัง/เรียนรู้ ด้วยวิธีการที่เหมาะสมกับแต่ละกลุ่ม กำหนดกลุ่มที่มุ่งเน้น กลุ่มเป้าหมาย, ประชาชน เรียนรู้ ปรับปรุง วิธีรับรู้ความต้องการ 1. ประเมินความพึงพอใจ วิธีเหมาะสม ช่องทางที่เหมาะสมเพียงพอ 2. การรับข้อร้องเรียน รวบรวม วิเคราะห์ สนองความต้องการ ความเชื่อมั่นศรัทธา ความพึงพอใจ ความร่วมมือ วางแผนจัดการ ปรับปรุง กระบวนการ/ระบบงาน
  • 45.
    Primary Care ValueAdded with DHS 33 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) (3) ใช้ความเห็นและเสียงสะท้อนของกลุ่มเป้าหมาย/ประชาชน แต่ละกลุ่ม เพื่อตอบสนอง พัฒนาการดำเนินงาน และเพื่อ ค้นหาโอกาสสร้างนวตกรรม (4) ปรับปรุงวิธีการรับฟังและเรียนรู้ให้ทันความต้องการของผู้ เกี่ยวข้องและทิศทางการเปลี่ยนแปลงของระบบสุขภาพ ข. ความพึงพอใจ (1) การประเมินความพึงพอใจ และ/หรือ ความไม่พึงพอใจ ของกลุ่มเป้าหมาย/ประชาชน และใช้ข้อมูลเพื่อการพัฒนา ปรับปรุงวิธีการดำเนินงาน (2) สร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมาย/ประชาชน โดยมี ช่องทางรับข้อร้องเรียน ข้อเสนอแนะ ที่เหมาะสม มีการ แสดงความรับผิดชอบต่อสาธารณะในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ระบบสุขภาพที่มี และช่องทางการรับรู้เพื่อการพัฒนา (3) การจัดการกับข้อร้องเรียน ข้อเสนอแนะ ของกลุ่มเป้าหมาย/ ประชาชน ที่ทันท่วงที รวมทั้งรวบรวม วิเคราะห์ ในภาพรวม เพื่อใช้ปรับปรุงการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ (4) การปรับปรุงวิธีประเมินความพึงพอใจ วิธีการรับข้อร้องเรียน ข้อเสนอแนะ ให้ทันกับความต้องการของผู้เกี่ยวข้องและ ทิศทางการเปลี่ยนแปลงของระบบสุขภาพ
  • 46.
    Primary Care ValueAdded with DHS 34 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) III. การมีส่วนร่วมของชุมชน และภาคี (Community Participation) ทีมเครือข่ายสุขภาพและชุมชนร่วมกันพัฒนาความสามารถของ ชุมชนในการปรับปรุงสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชน ก. การวิเคราะห์ชุมชน (1) ทีมเครือข่ายร่วมกันวิเคราะห์ กำหนดชุมชนที่รับผิดชอบ ตามพื้นที่ทางกายภาพ ตามกลุ่มประชากรหรือกลุ่มเสี่ยง ทางสุขภาพ หรือตามวิถีชีวิตทางสังคมชุมชน เพื่อให้ สามารถเข้าใจความต้องการและความจำเป็นด้านสุขภาพ ของชุมชน III. การมีส่วนร่วมของชุมชน และภาคี (Community Participation) ก. การวิเคราะห์ชุมชน ข. การเสริมพลังชุมชน พื้นที่เป้าหมาย - ตามพื้นที่ทางกายภาพ - ตามกลุ่มประชากร - ตามวิถีชุมชน ข้อมูลสุขภาพชุมชน - ข้อมูลพื้นฐาน สถานะสุขภาพ - โรค/ปัญหาสุขภาพ - ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง - ความเสี่ยงที่สำคัญ ทุนและศักยภาพของชุมชน - แกนนำชุมชน ปราชญ์ - ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย - ทรัพยากร ภูมิปัญญาฯ - ร่วมวางแผน ออกแบบระบบ สุขภาพประชาชนแต่ละกลุ่ม - การจัดการมีส่วนร่วม ร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมดำเนินการ ร่วมทบทวน/ประเมินผล คืนข้อมูล/ สื่อสารสองทาง สร้างความ สัมพันธ์ เรียนรู้ ปรับปรุง สื่อสารสองทาง เรียนรู้ ปรับปรุง ชุมชน ภาคี มีศักยภาพ ร่วมเป็นเจ้าของ ระบบสุขภาพ ข้อตกลงร่วม นโยบายสาธารณะ
  • 47.
    Primary Care ValueAdded with DHS 35 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) (2) รวบรวมข้อมูลและสารสนเทศที่เกี่ยวกับสุขภาพชุมชน ครอบคลุมและเหมาะสมตามบริบท ได้แก่ ข้อมูลพื้นฐาน สถานะสุขภาพ ข้อมูลการเจ็บป่วย/โรค รวมทั้งปัจจัยที่มีผล ต่อสุขภาพ และความเสี่ยงด้านสุขภาพในชุมชน (3) ร่วมกับชุมชนในการค้นหาทุนและศักยภาพของชุมชน ได้แก่ แกนนำชุมชน ปราชญ์ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ภาคี เครือข่ายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งทรัพยากรที่สำคัญหรือภูมิปัญญา (4) การรวบรวมข้อมูลสำคัญของ ข้อมูลสุขภาพ ทุนและ ศักยภาพของชุมชน เพื่อร่วมกันวางแผน ออกแบบระบบ จัดลำดับความสำคัญ พัฒนา และประเมินติดตามระบบ สุขภาพประชาชน อย่างต่อเนื่อง ข. การเสริมพลังชุมชน (1) แลกเปลี่ยนข้อมูล สารสนเทศที่สำคัญของชุมชน ข้อมูล สุขภาพชุมชน เพื่อร่วมกันวางแผน ออกแบบระบบสุขภาพ ประชาชนในแต่ละกลุ่ม (ร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมดำเนินการ ร่วมทบทวน และประเมินผล) (2) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการสร้างเครือข่ายของชุมชนที่ เข้มแข็ง และสนับสนุนการเกิดข้อตกลงร่วม หรือนโยบาย สาธารณะเพื่อสุขภาพ ด้วยการสร้างความสัมพันธ์ ร่วมมือ กับผู้เกี่ยวข้อง และแลกเปลี่ยนข้อมูล สารสนเทศอย่าง ต่อเนื่อง (3) การทบทวน เรียนรู้ร่วมกันเกี่ยวกับระบบสุขภาพประชาชน ในชุมชน และแลกเปลี่ยนข้อมูล สารสนเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดชุมชนเข้มแข็ง มีศักยภาพมากขึ้น สร้างความ เป็นเจ้าของระบบสุขภาพ ของชุมชนและภาคีเครือข่าย
  • 48.
    Primary Care ValueAdded with DHS 36 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) IV. การชื่นชม และให้คุณค่า (Appreciation) การสร้างความพึงพอใจ ความผูกพันของทีมงานและเครือข่าย เพื่อ บรรลุความสำเร็จของทีมในระดับเครือข่าย และระดับบุคคลที่ยั่งยืน ก. การให้คุณค่าบุคลากร (1) การกำหนด วิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจ ความ ผูกพันของทีมงานและเครือข่ายแต่ละกลุ่ม และแต่ละส่วน ทั้งในทีมสาธารณสุข ภาคีเครือข่าย และชุมชน (2) ส่งเสริมให้มีการรวบรวม วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการพัฒนา ระบบบุคลากรที่สร้างความพึงพอใจ ความผูกพันมากขึ้น ได้แก่ การสร้างแรงจูงใจ/ความร่วมมือ การให้อำนาจ ตัดสินใจ การให้ความสำคัญระดับบุคคลในแต่ละระดับ IV. การชื่นชม และให้คุณค่า (Appreciation) กำหนด วิเคราะห์ปัจจัยสำคัญ - การสร้างแรงจูงใจ ความร่วมมือ - การให้อำนาจตัดสินใจ - การให้ความสำคัญ ระดับบุคคล - การยกย่องชมเชย รับรู้คุณค่าที่ แท้จริง ก. การให้คุณค่ากับทีมงานและเครือข่าย ข. บรรยากาศการทำงาน ระบุกลุ่มทีมสุขภาพและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เครือข่าย บริการ ภาคี ภาคส่วน ต่างๆ วางแผนจัดการ ดำเนินการ กระบวนการ/ระบบที่ตอบสนอง ความพึงพอใจ ความผูกพัน ความสำเร็จที่ยั่งยืน ของเครือข่าย บรรยากาศ สภาพแวดล้อม คุณภาพชีวิต ความสุขในการทำงาน ดูแล เกื้อหนุน ในรูปแบบเครือข่าย เรียนรู้ ปรับปรุง
  • 49.
    Primary Care ValueAdded with DHS 37 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) การยกย่องชมเชยที่เหมาะสม เพื่อเรียนรู้ ออกแบบวิธีการ ตอบสนองที่ตรงประเด็น ข. บรรยากาศในการทำงาน (1) บุคลากร และทีมเครือข่ายสุขภาพมีแนวทางร่วมกันในการ สร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงานแต่ละระดับ ทั้งสภาวะ แวดล้อมภายนอก สถานที่ และลักษณะการทำงานที่เอื้อต่อ การทำงานที่มีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี (2) การทบทวน เรียนรู้ปัจจัยที่มีผลต่อระบบการทำงานที่ทำให้ ทีมงานเครือข่ายสุขภาพมีบรรยากาศการทำงานที่ดี เพื่อนำ มาออกแบบ ตอบสนองที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง *ความผูกพัน หมายถึง ระดับความมุ่งมั่นทั้งทางอารมณ์และสติ ปัญญา เพื่อให้งาน พันธกิจ และเป้าหมาย บรรลุผล บางคนอาจแปลว่า “การผูกใจบุคลากร” หรือใช้คำง่ายๆ ว่า “ร่วมด้วย ช่วยกัน” วิธีการยกย่องชมเชย อาจเป็นตัวเงินและไม่เป็นตัวเงิน เป็นทางการ และไม่เป็นทางการ เป็นรายบุคคลและเป็นรายกลุ่ม
  • 50.
    Primary Care ValueAdded with DHS 38 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) V. การแบ่งปันทรัพยากร และการพัฒนาทรัพยากรบุคคล (Resources Sharing and Human Development) กำหนดกลยุทธ์ที่ตอบสนองความท้าทายของระบบสุขภาพตาม บริบท สามารถถ่ายทอดนำไปสู่การปฏิบัติด้วยความเพียงพอด้านกำลังคน การเงิน ทรัพยากรและระบบสนับสนุนที่สำคัญ รวมทั้งติดตามความ ก้าวหน้าเพื่อให้บรรลุเป้าประสงค์ ก. การบริหารเชิงกลยุทธ์ 1. การวางแผนเชิงกลยุทธ์ (1) ทีมเครือข่ายสุขภาพและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญร่วมกัน ดำเนินการวางแผนกลยุทธ์ตามขั้นตอนและกรอบเวลาที่ เหมาะสม โดยมีการวิเคราะห์ และกำหนดปัญหาร่วมหรือ ความท้าทายเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ จากข้อมูล สารสนเทศที่ เชื่อถือได้และเพียงพอ V. การแบ่งปันทรัพยากร และการพัฒนาทรัพยากรบุคคล (Resources Sharing and Human Development) ก. การบริหารเชิงกลยุทธ์ ข. ระบบสนับสนุนที่สำคัญ 1. การวางแผนเชิงกลยุทธ์ - ผู้มีส่วนร่วม: ทีมและภาคีเครือข่าย - ความท้าทายตามบริบท - วิเคราะห์ข้อมูล ปัจจัยภายในภายนอก 2. การนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ แผนปฏิบัติการ ตัวชี้วัดสำคัญ ครอบครัว คาดการณ์ผล ติดตามความก้าวหน้า คน เงิน ทรัพยากร ปรับ แผน 1. การทำงานเครือข่ายสุขภาพ - ความร่วมมือ สนับสนุน - ระบบงานสำคัญ - การจัดการความรู้ เทคโนโลยี 2. การพัฒนาทรัพยากรบุคคล - บุคลากรแต่ละระดับ - ภาคีเครือข่ายสุขภาพ - เวชศาสตร์ครอบครัว สอดคล้องกับเป้าหมายและ บริบท มีประสิทธิภาพ บรรลุเป้าประสงค์ เรียนรู้ ประเมิน ปรับปรุง
  • 51.
    Primary Care ValueAdded with DHS 39 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) (2) ในกระบวนการวางแผนเชิงกลยุทธ์มีการวิเคราะห์ปัญหา และความต้องการด้านสุขภาพของชุมชน จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส สิ่งคุกคาม รวมทั้งปัจจัยสำคัญอื่น และความสามารถ ในการนำแผนกลยุทธ์ไปปฏิบัติ 2. การนำกลยุทธ์ไปปฎิบัติ (1) การจัดทำแผนปฏิบัติการ ถ่ายทอดแผนไปสู่การปฏิบัติ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ หรือเป้าหมายที่สำคัญ บุคลากร ตระหนักถึงบทบาทและมีส่วนต่อการบรรลุเป้าหมาย (2) สร้างความมั่นใจว่ามีความเพียงพอด้านกำลังคน การเงิน และทรัพยากรอื่น ที่จะนำแผนปฏิบัติการไปปฏิบัติให้บรรลุผล (3) การปรับเปลี่ยนแผนปฏิบัติการ และนำแผนที่ปรับเปลี่ยนไป สู่การปฏิบัติ ในกรณีที่มีความจำเป็น (4) การจัดทำตัวชี้วัดสำคัญเพื่อติดตามความก้าวหน้า ระบบ การวัดผลครอบคลุมประเด็นสำคัญ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และหนุนเสริมให้ระบบสุขภาพอำเภอมุ่งไปในทิศทางเดียวกัน ข. ระบบสนับสนุนที่สำคัญ 1. การทำงานเครือข่ายสุขภาพ (1) เครือข่ายสุขภาพแต่ละระดับร่วมกันออกแบบแนวทางการ พัฒนา ดำเนินการ และติดตามระบบสนับสนุนที่สำคัญเพื่อ ให้การดำเนินการของเครือข่ายบรรลุเป้าหมาย • การจัดโครงสร้าง อาคาร สถานที่ สิ่งแวดล้อมให้มีความ สะอาด สะดวก ปลอดภัย • ระบบข้อมูลสารสนเทศ ที่มีความน่าเชื่อถือ ทันเหตุการณ์ ตอบสนองความต้องการที่จำเป็น • การจัดการความรู้ทั้งเพื่อให้เกิดการพัฒนานำไปสู่การ ปฏิบัติที่ดี หรือที่เป็นเลิศ
  • 52.
    Primary Care ValueAdded with DHS 40 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) • ระบบการบริหารยาและเวชภัณฑ์ให้มีความพียงพอ ถูกต้อง ปลอดภัย • ระบบเฝ้าระวังป้องกันการติดเชื้อและแพร่กระจายเชื้อที่ เป็นมาตรฐาน บุคลากรมีความรู้ เข้าใจ • การตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการที่จำเป็นสอดคล้อง มีการควบคุมคุณภาพ • การจัดหา บำรุงรักษาเครื่องมือแพทย์ และวัสดุอุปกรณ์ที่ เกี่ยวข้องกับระบบสุขภาพให้มีความเพียงพอ เชื่อถือได้ ปลอดภัยและพร้อมใช้งาน (2) การทบทวนเรียนรู้ร่วมกันในเครือข่าย เพื่อพัฒนาระบบ สนับสนุนที่สำคัญสอดคล้องกับบริบทและทิศทางของระบบ สุขภาพที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง 2. การพัฒนาทรัพยากรบุคคล (1) การวางแผนด้านทรัพยากรบุคคลแต่ละระดับร่วมกับภาคี เครือข่ายที่สำคัญตามบริบท เพื่อให้สามารถบรรลุวัตถุ- ประสงค์และแผนปฏิบัติการที่กำหนดไว้ได้ (2) การใช้โอกาสและรูปแบบการพัฒนาบุคลากรทีมเครือข่ายที่ หลากหลาย รวมทั้งการศึกษา การฝึกอบรม การเป็นพี่เลี้ยง หรือที่ปรึกษา การสะสมประสบการณ์จากการทำงาน ฯลฯ (3) การพัฒนาทีมเครือข่ายในกระบวนการดูแลผู้ป่วยในรูปแบบ สหวิชาชีพโดยใช้แนวคิดเวชศาสตร์ครอบครัว ที่เชื่อมโยง กันในเครือข่ายแต่ละระดับอย่างเหมาะสม (4) การประเมินประสิทธิผลของระบบการพัฒนา และเรียนรู้ สำหรับทีมเครือข่ายและผู้นำแต่ละระดับ เพื่อการพัฒนาที่ ตอบสนองต่อระบบสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
  • 53.
    Primary Care ValueAdded with DHS 41 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) VI. การดูแลผู้ป่วยและประชาชน (Essential Care) การพัฒนากระบวนการดูแลผู้ป่วยและประชาชนที่เหมาะสมกับ บริบทและความจำเป็น มีความพร้อมต่อภัยสุขภาพ และภาวะฉุกเฉินทาง สาธารณสุขเพื่อให้ประชาชนมีสถานะสุขภาพที่ดี ปลอดภัย ก. กลุ่มผู้ป่วย กลุ่มประชากร (1) ทีมเครือข่ายสุขภาพกำหนดกลุ่มผู้ป่วย หรือกลุ่มประชากร เช่น ตามกลุ่มอายุ กลุ่มโรค พื้นที่ อาชีพ วิถีชีวิต หรือกลุ่ม ผู้ด้อยโอกาส เพื่อวิเคราะห์กระบวนการและประเด็นสำคัญ ของแต่ละกลุ่มที่สอดคล้องกับบริบทเพื่อออกแบบการพัฒนา ที่เหมาะสม VI. การดูแลผู้ป่วยและประชาชน (Essential Care) ก. กลุ่มผู้ป่วย กลุ่มประชากร 1. การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มประชากรสำคัญ ตามอายุ, โรค, พื้นที่, อาชีพ, วิถีชีวิต, ด้อยโอกาส/พิการ ประชาชน มีสถานะสุขภาพดี ข. กระบวนการดูแลผู้ป่วย 2. วิเคราะห์กระบวนการสำคัญ ประเด็นสำคัญ - ประเด็นสำคัญของแต่ละกลุ่ม - อิงบริบทของพื้นที่ ทบทวน เรียนรู้ ปรับปรุง 3. พัฒนากระบวนการ - ตั้งเป้าหมาย - พัฒนา ดำเนินการ - ประเมินผล 1. การเข้าถึง บริการ 2. บริการที่ ครอบคลุม 3. การดูแล 4 มิติ, มีมาตรฐาน 4. การประสาน เชื่อมโยง ภายใน - ภายนอก 5. การดูแลต่อเนื่อง ในชุมชน ในสถานบริการ การใช้แนวคิดองค์รวม และเวชศาสตร์ครอบครัวในกระบวนการดูแล วิเคราะห์ เฝ้าระวัง ตอบสนอง ค. ภัยสุขภาพ ภัยพิบัติ
  • 54.
    Primary Care ValueAdded with DHS 42 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) (2) กำหนดเป้าหมายร่วมในการดูแลผู้ป่วยและประชากรแต่ละ กลุ่มโดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง พัฒนา ดำเนินการ ติดตามประเมินผล และทบทวน เรียนรู้พัฒนา อย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับสุขภาพประชาชนแต่ละกลุ่ม ข. กระบวนการดูแลผู้ป่วย และประชาชน (1) ระบบบริการเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการที่จำเป็นได้ง่าย เหมาะสม ทันเวลา (2) ระบบบริการที่ครอบคลุมผู้ป่วย เฉียบพลัน ฉุกเฉิน เรื้อรัง และส่งเสริมป้องกันโรค (3) ระบบบริการผู้ป่วยและประชาชน 4 มิติ ได้แก่ ส่งเสริม ป้องกัน รักษา และฟื้นฟู รวมทั้งเป็นไปตามมาตรฐานทาง คลินิก (4) ระบบบริการที่เชื่อมประสานภายในหน่วยงาน ระหว่าง หน่วยงาน รวมทั้งการประสานกับหน่วยงานภายนอกที่ดี เช่น ศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียน วัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น (5) ระบบนัดหมายติดตามที่เหมาะสม มีการสร้างความร่วมมือ ประสานงานกับหน่วยบริการสุขภาพ ชุมชน และองค์กรอื่น เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการติดตามผู้ป่วย (6) การใช้แนวคิดการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม (กาย จิตใจ สังคมและจิตวิญญาณ) และใช้แนวคิดเวชศาสตร์ครอบครัว ในการดูแล เข้าใจ สร้างความสัมพันธ์ และเสริมพลัง ใน กระบวนการดูแลผู้ป่วยและประชาชน ทั้งในระดับบุคคล ครอบครัวและภาพรวม
  • 55.
    Primary Care ValueAdded with DHS 43 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) ค. ภัยสุขภาพ ภัยพิบัติ (1) ทีมเครือข่ายสุขภาพ วิเคราะห์บริบทสำคัญของพื้นที่ เกี่ยวกับภัยพิบัติและภาวะฉุกเฉินที่มีโอกาสเกิดในพื้นที่ เพื่อ การออกแบบวิธีเฝ้าระวังอย่างเหมาะสม (2) สร้างความมั่นใจในการเตรียมพร้อมของทีมงานและ เครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ระบบงาน เครื่องมือ สถานที่ สำหรับ รองรับภัยพิบัติ หรือภาวะฉุกเฉิน เพื่อให้เกิดความปลอดภัย แก่ผู้ป่วยและประชาชนในพื้นที่
  • 56.
    Primary Care ValueAdded with DHS 44 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) ความงดงามที่งอกเงยจาก DHS เครือข่ายสุขภาพอำเภอมีพัฒนาการของการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง จากการพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิและระบบบสุขภาพชุมชนภายใต้ความ หลากหลายของบริบทการเปลี่ยนแปลงของสภาพปัญหาสุขภาพและสังคม ของประชาชนซึ่งมีความซับซ้อนมากขึ้น นโยบายการพัฒนา DHS ในช่วงปี ที่ผ่านมา เปิดโอกาสให้ภาคส่วนต่างๆ ในอำเภอทั้งหน่วยงานภาครัฐ ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ร่วมมือทำงาน มีประสบการณ์และ บทเรียนจากการทำงานร่วมกันมากขึ้น ความงดงามที่งอกเงยจากบทเรียนพื้นที่อำเภอต่างๆ ได้ถูก ถ่ายทอดในเวทีมหกรรม DHS ของแต่ละภูมิภาคในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เกิด การเก็บเกี่ยวประเด็นและเนื้อหาที่ได้จากการพัฒนามากมายหลายประเด็น เพราะแต่ละพื้นที่มีความหลากหลายของบริบทเชิงนโยบายและการจัดการ ของภาวะนำในองค์กร ความหลากหลายของสภาพปัญหาของประชาชน ในพื้นที่ซึ่งเครือข่ายอำเภอนั้นได้นำมาเป็นประเด็นเพื่อการพัฒนา ความ หลากหลายของบทบาทและวิธีการทำงานที่ปรับเปลี่ยนและผสมผสานกันให้ ได้อย่างลงตัวที่สุดของเครือข่ายภาคีภาคส่วนต่างๆ ในพื้นที่เพื่อให้เกิด ผลงานที่ตรงเป้าและมีประสิทธิภาพสูงสุดต่อประชาชนกลุ่มเป้าหมาย พื้นที่กรณีศึกษาที่นำเสนอนี้ เป็นเพียงบางส่วนที่ทำให้ทีมเครือข่าย สุขภาพอำเภอ ได้ภาคภูมิใจว่างานเหล่านั้นได้สะท้อนออกมาให้เห็นถึง บทเรียนที่หลากหลาย ทั้งในเชิงการตั้งต้นของการมีทีมนำที่ชัดเจน การตั้ง โจทย์พัฒนาของพื้นที่ การสร้างบทบาทร่วมที่ชัดเจนและเข้มแข็งมากขึ้น ระหว่างภาคีภาคส่วนต่างๆ ที่เพิ่มมากกว่าเครือข่ายหน่วยงานสาธารณสุข การบริหารจัดการที่มีส่วนร่วมและนำใช้ทรัพยากรจากแต่ละภาคส่วนร่วมกัน
  • 57.
    Primary Care ValueAdded with DHS 45 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) ทั้งเรื่องงบประมาณ องค์ความรู้วิชาการและบุคลากร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การขับเคลื่อน DHS แบบต่อยอด ยกระดับคุณภาพโดยบูรณาการจากต้นทุน เดิมที่มีในพื้นที่แต่ละอำเภออย่างน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นฐานจากการพัฒนา ระบบคุณภาพของเครือข่ายบริการ ฐานการพัฒนาตำบลจัดการสุขภาพและ ระบบสุขภาพชุมชนด้วยกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นในพื้นที่ รวมไปถึง ฐานจากวิธีคิดเรื่องการเรียนรู้และการสร้างสรรค์นวตกรรมเพื่อ จัดการความท้าทายในพื้นที่ด้วยเครื่องมือและวิธีการทำงานใหม่ เพื่อขยาย ผลระหว่างเครือข่ายอำเภอโดยบทบาทสนับสนุนของจังหวัด และสุดท้าย ไม่ว่าจะใช้รูปแบบการพัฒนาภายใต้กลไกขับเคลื่อน DHS อย่างไร ผล ชัดเจนที่ต้องได้ คือ สุขภาวะที่ดีขึ้นของประชาชนกลุ่มเป้าหมาย ขอบคุณคนทำงานในพื้นที่ที่ร่วมกันสร้างสรรค์การพัฒนา DHS ได้ อย่างน่าสนใจ เรื่องราวสั้นๆ ที่นำเสนอในมิติการพัฒนาดังกล่าวจะทำให้ เกิดการเรียนรู้ของผู้ปฏิบัติงาน นับว่าเป็นการเก็บเกี่ยวความงดงามที่งอกเงย จากเมล็ดพันธุ์ DHS ในพื้นที่เพื่อเติบโตและส่งผลที่งดงามให้ผู้คนที่เกี่ยวข้อง ได้ชื่นชมร่วมกันต่อไป
  • 58.
    Primary Care ValueAdded with DHS 46 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) ยกระดับ EPI ด้วยพลัง DHS: อำเภอเมือง ปัตตานี พื้นที่เขตบริการสุขภาพที่ 12 พบการระบาดของโรคติดต่อที่ ป้องกันได้ด้วยวัคซีน เช่น โรคคอตีบ หัด คางทูม และหัดเยอรมัน โดย จังหวัดปัตตานีเป็นจังหวัดที่มีรายงานผู้ป่วยโรคคอตีบสูงสุดในเขต อัตรา ป่วยเท่ากับ 1.25 ต่อประชากรแสนคน อีกทั้งยังพบเด็กอายุ 0-5 ปี ได้รับวัคซีนไม่ครบจำนวนมาก โดยในปี 2555 มีเด็กอายุ 0-5 ปี ได้ รับวัคซีนเพียงร้อยละ 70.38 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานของกระทรวง สาธารณสุขที่กำหนดว่าให้เด็กอายุ 0-5 ปี รับวัคซีนครบ มากกว่าร้อยละ 90 จากปัญหาดังกล่าว ทำให้ สสอ. เมืองปัตตานี ตระหนักถึง ความสำคัญในการนำ DHS มาใช้ในการพัฒนาการดำเนินงานสร้างเสริม ภูมิคุ้มกันโรค หรือ EPI โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การทำให้เด็กอายุ 0-5 ปี ได้รับวัคซีนครบถึงร้อยละ 90 ตามเกณฑ์มาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อไม่ให้มีอัตราการป่วยและอัตราการตายของเด็กอายุ 0-5 ปี ด้วยโรคที่ ป้องกันได้ด้วยวัคซีน ทั้งโรคคอตีบ บาดทะยักและโปลิโอ และสุดท้ายคือ ทำให้ชุมชนเป็นผู้ขับเคลื่อนหลักในการดำเนินงาน EPI จากการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน พบว่าที่ผ่านมา มีปัญหา 4 ส่วน คือ 1) คน - ผู้ปกครองยังมีความเชื่อที่ไม่ดีเกี่ยวกับการฉีดวัคซีน เช่น วัคซีนไม่ฮาลาล ความกังวล บุตรจะมีไข้ ส่วนเจ้าหน้าที่ หน่วยงานสาธารณสุขก็มีปัญหาเรื่องการเปลี่ยนแปลงผู้รับผิดชอบ งานส่วนนี้ทำให้เกิดความไม่ต่อเนื่อง และยังทำงานในลักษณะ เชิงรับอยู่ 2) เงิน - งบกองทุนได้เพียงบางตำบล งบสาธารณสุขมีการบริหาร ระดับอำเภอ
  • 59.
    Primary Care ValueAdded with DHS 47 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) 3) ของ - วัคซีนไม่ครบ ไม่มีประสิทธิภาพ สถานที่ไม่เป็นสัดส่วน 4) การดำเนินงาน - มีการประชุมคณะทำงานน้อย ทำงานเฉพาะ สาธารณสุข การวางแผนดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่า ปี 2552-2553 การ ดำเนินงานยังยึดกรอบการแก้ไขปัญหา EPI ด้วยระบบการทำงานแบบเดิม ซึ่งดำเนินงานโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ต่อมาในปี 2554-2555 มีการ ปรับเปลี่ยนแผนตามนโยบาย “อำเภอควบคุมโรคเข้มแข็ง” โดยให้ภาคี เครือข่ายในระดับอำเภอเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการการทำงาน แก้ไขปัญหา EPI แต่การลงมือปฏิบัติหรือการให้บริการยังคงเป็นหน้าที่ของ หน่วยงานสาธารณสุขฝ่ายเดียวเช่นเดิม ปี 2556 มีการเปลี่ยนแปลงการวางแผนการดำเนินงาน โดยการนำ อำเภอควบคุมโรคเข้มแข็ง มาเชื่อมร้อยเข้ากับนโยบาย DHS เพื่อให้ภาคี เครือข่ายได้มีส่วนร่วมในการควบคุมโรคอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน โดยภาคี เครือข่ายจะมีบทบาทสำคัญในการเป็นเจ้าของงานที่สามารถวางแผน บริหารจัดการ ระดมทุนและทรัพยากรในพื้นที่เพื่อนำมาใช้ในการแก้ไข ปัญหา EPI โดยวางแผนกิจกรรม ดังนี้ - ปี 2556 พัฒนาคนสาธารณสุข หางบ เติมของ - ปี 2557 พัฒนาเครือข่ายระดับตำบล พัฒนามัสยิดเป็นฐานใน การดูแลเด็กให้ได้รับวัคซีนในพื้นที่ - ปี 2558 ชุมชนบริหารจัดการ EPI ในพื้นที่ของตนเอง เกิด ต้นแบบ 3 จังหวัดภาคใต้
  • 60.
    Primary Care ValueAdded with DHS 48 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) ผลการดำเนินงานในปี 2556 มีการสร้างเครือข่ายระดับอำเภอ โดยการจัดตั้งคณะทำงาน DHS ซึ่งประกอบด้วยภาคีเครือข่ายต่างๆ ในระดับอำเภอ ไม่ว่าจะเป็น นายอำเภอ ปศุสัตว์ เทศบาล อบต. ครู ผู้นำ ทางศาสนา สาธารณสุข ผู้นำชุมชน และ อสม. โดยจะมีการประชุมปีละ 4 ครั้ง มีการเชื่อมงานอำเภอควบคุมโรคเข้มแข็งเข้ากับ DHS ส่วนการพัฒนา งานได้มีการหยิบหลักบริหาร 4M มาใช้ คือ การพัฒนาและบริหาร คน เงิน ของ รวมทั้งการจัดการ ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด จากนั้น กระตุ้นให้ภาคีเครือข่ายเข้ามามีส่วนร่วมโดยการทำประชาคมในพื้นที่นำร่อง ระดับตำบล 3 แห่ง พัฒนาองค์ความรู้ให้กับเครือข่าย วางมาตรการทาง สังคมโดยให้ภาคีเครือข่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการติดตามเด็กให้ได้รับวัคซีน ครบถ้วน และสุดท้ายคือการขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงฐานการ ติดตามเด็กในพื้นที่ให้ได้รับวัคซีน จากหน่วยงานสาธารณสุขมาเป็นมัสยิด โดยให้โต๊ะอิหม่ามเป็นบุคคลสำคัญในการติดตามและการประกาศรายชื่อ เด็กที่จะต้องมาเข้ารับวัคซีนที่มัสยิดแต่ละสัปดาห์ ส่วนในปี 2557-2558 จะ มีการดำเนินการตามแผนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ตามเป้าหมายที่ วางไว้ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นพบว่าปี 2556 ไม่มีเด็กเสียชีวิตด้วยโรค ที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน ส่วนเด็กอายุ 0-5 ปีในพื้นที่ ก็ได้รับวัคซีนเพิ่มขึ้นเป็น ร้อยละ 83.87 (ปี 2555 ร้อยละ 70.38) และล่าสุดในเดือน กันยายน 2557 อัตราส่วนเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 87.71 ทำให้ชุมชนเกิดความภาคภูมิใจใน ผลลัพธ์ที่ได้จากการแก้ปัญหาร่วมกัน อีกทั้งยังมีการสร้างนวัตกรรม “แยก กลุ่มเด็กที่ได้รับวัคซีนด้วยสี” โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ
  • 61.
    Primary Care ValueAdded with DHS 49 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) 1) กลุ่มสีดำ คือกลุ่มเด็กที่ได้รับวัคซีนนอกพื้นที่ ข้อมูลของเด็ก กลุ่มนี้จะถูกส่งให้ สสอ. เพื่อทำการคืนข้อมูลให้กับพื้นที่ของ เด็ก 2) กลุ่มสีเหลือง คือกลุ่มเด็กที่ไม่มารับวัคซีนตามนัด จะได้รับการ ติดตามโดยใช้มาตรการตามขั้นตอนดังนี้ 1. ให้เจ้าหน้าที่ รพ.สต. นัดและโทรเตือน 2. ภาคีเครือข่ายร่วมติดตามเด็กมารับวัคซีน 3. มาฉีดวัคซีนให้เด็กถึงบ้าน และกลุ่มที่ 3) กลุ่มสีเขียว คือกลุ่มเด็กที่ได้รับวัคซีนอย่างต่อเนื่อง เด็กกลุ่มนี้ จะรับการฉีดวัคซีนตามปกติ *บทเรียน คือ การดำเนินงานยกระดับ EPI ด้วยพลัง DHS ทำให้ พบว่าการจัดการให้เด็กอายุ 0-5 ปีได้รับวัคซีนครบจะต้องอาศัยความ ร่วมมือกันจากภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ทั้ง อปท. ครู ผู้นำศาสนา สาธารณสุข ผู้นำชุมชน อสม. และส่วนราชการอื่นๆ โดยทุกฝ่ายต้องถือเป็นภารกิจร่วม กัน และต้องรู้สึกถึงการเป็นเจ้าของในการทำงานร่วมกัน จึงจะทำให้งาน สำเร็จได้ตามเป้าหมาย
  • 62.
    Primary Care ValueAdded with DHS 50 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) ระบบบริการคุณภาพสู่การเรียนรู้เพื่อต่อยอด การพัฒนา DHS : วารินชำราบ อุบลราชธานี อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ให้ความสำคัญกับการ พัฒนาระบบบริการเครือข่ายโรคเรื้อรัง มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ขณะ เดียวกันก็ยกระดับและต่อยอดคุณภาพงานด้วยนโยบายและกลไกที่เกื้อหนุน เนื่องจาก ทีมนำในพื้นที่พบว่ามีจำนวนผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง ที่มีภาวะแทรกซ้อนทางตา ไต และเท้าค่อนข้างสูง ทำให้เกิดจุดมุ่งเน้นใน งานเพื่อจัดการปัญหาจากโรคเรื้อรัง ประกอบกับวิสัยทัศน์ของเครือข่าย DHS ว่า “ประชาชนได้รับบริการจากระบบสุขภาพที่ละเอียดอ่อนต่อ ความเป็นมนุษย์ มีการดูแลการเจ็บป่วยอย่างต่อเนื่อง ทุกระดับบริการ (Continuity Seamless) สามารถพึ่งตนเองได้ และมีภูมิคุ้มกันต่อภัย สุขภาพ” โดยมุ่งเน้นเรื่อง i) การพัฒนาระบบบริการ ii) การพัฒนามาตรฐานบริการ iii) การสนับสนุนภาคีเครือข่ายเข้ามามีส่วนร่วม iv) การพัฒนาบุคลากรให้เกิดการพัฒนางานที่ยั่งยืน เพื่อไปสู่เป้าหมายการทำงานที่วางไว้คือ “ผู้ถูกทอดทิ้ง ผู้ด้อย โอกาส ผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ได้รับการดูแล โรคเรื้อรังในชุมชน ได้รับการควบคุม และชุมชนมีความเข้มแข็ง มีภูมิคุ้มกันต่อภัยสุขภาพ”
  • 63.
    Primary Care ValueAdded with DHS 51 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) ต่อมามีการจัดตั้ง ศูนย์ประสานงานระบบสุขภาพอำเภอวารินชำราบ และแต่งตั้งคณะทำงาน DHS เพื่อวางแผนและขับเคลื่อนงาน ภายใต้ สโลแกน “สร้างทีม สร้างงาน สร้างคุณค่า สู่ DHS” รวมทั้งทำบันทึก ข้อตกลงการทำงานร่วมกัน (MOU) เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนงานตาม นโยบายอย่างมีส่วนร่วม โดยในเบื้องต้น คณะทำงานฯ และภาคีเครือข่ายใน ชุมชน ไม่ว่าจะเป็น อปท. รพ.สต. คณะกรรมการพัฒนา รพ.สต. อสม./ อสม. จิตอาสา วัด โรงเรียน และผู้นำชุมชน ได้ร่วมกันค้นหาข้อมูลรวมทั้ง วิเคราะห์สถานการณ์เพื่อกำหนดประเด็นสุขภาพร่วมกัน จนกระทั่งได้ หัวข้อ “การพัฒนาและจัดระบบบริการเครือข่ายโรคเรื้อรัง สุขภาพหัวใจ และหลอดเลือด” เป็นประเด็นหลักที่จะขับเคลื่อน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อน ลดการสูญเสีย ลดความแออัด ลดค่า ใช้จ่ายและเวลา และให้ประชาชนมีชีวิตปกติสุข การพัฒนาและจัดระบบบริการเครือข่ายโรคเรื้อรังฯ เริ่มต้นในปี 2545 โดย 9 ปีแรกได้เน้นการพัฒนามาตรฐานระบบบริการ เพื่อให้ เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยการสร้างทีมระบบสุขภาพ ซึ่งประกอบด้วย แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว พยาบาล เภสัชกร ทีมสุขภาพชุมชน และ นักกายภาพ จากนั้นจึงพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้เกิดความเชื่อมั่น และ จัดการทรัพยากรความรู้ บุคคล การชันสูตร เทคโนโลยี ทั้งในและนอก อำเภอ พร้อมทั้งเชื่อมโยงระบบบริการ การให้คำปรึกษาและการส่งต่อ ปี 2554 เป็นต้นมา ได้มีการต่อยอดการพัฒนาระบบบริการด้วย การจัดขอบเขตบริการ โดยแบ่งเป็น 4 โซน มีผู้รับผิดชอบแต่ละโซนที่ เรียกว่า “หมอครอบครัว” ทำงานร่วมกับทีมสหวิชาชีพซึ่งเป็นที่ปรึกษา พร้อมทั้งจัดระบบ Case manager nurse ในตึกผู้ป่วยใน ผู้ป่วยนอก เพื่อ ดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องที่บ้าน ทำงานร่วมกับ Case manager nurse ที่
  • 64.
    Primary Care ValueAdded with DHS 52 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) รพ.สต. มีการขยายฐานการดูแลสุขภาพสู่ชุมชน โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วม ในการบริการผู้ป่วยเชิงรุกดุจญาติมิตร เช่น อสม. ทำหน้าที่วัดความดัน เจาะเลือด และนำกระเป๋ายาไปให้ผู้ป่วยโดยที่ผู้ป่วยไม่ต้องไปพบแพทย์ โดย อสม. จะได้รับการอบรมความรู้จากหมอครอบครัวและทำงานร่วมกับ ทีมสหสาขาวิชาชีพ ส่วนชาวบ้านจะมีส่วนร่วมในการผลิตนวัตกรรมสุขภาพ “กะลานวดเท้า” นอกจากนี้ยังพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสาร ด้วยการสร้าง “ฐานข้อมูลในพื้นที่” พร้อมทั้งจัดทำระบบ Data center เพื่อรวบรวม ข้อมูลหลัก นอกจากการวางระบบบริการและสนับสนุนจากเครือข่ายหน่วย บริการแล้ว จากนโยบายของ DHS อำเภอ วารินชำราบเน้นการหนุนเสริม บทบาทของท้องถิ่น องค์กรชุมชนและภาคประชาชนให้ได้มีส่วนร่วมจัด บริการและดูแลตนเองภายใต้บทบาทและทรัพยากรที่มีอยู่โดย i) เพิ่มความเข้มข้นคุณภาพของบริการ เช่น คัดกรองภาวะแทรกซ้อน เยี่ยมบ้านผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องและผู้ป่วยที่ต้องมีภาวะ พึ่งพิงอื่นๆ ในชุมชน โดยความร่วมมือกันระหว่าง รพ. สสอ. รพ.สต. อสม. และ อปท. เป็นต้น ii) พัฒนาศักยภาพทีมบริการและเครือข่าย เช่น เพิ่มทักษะให้ กับเจ้าหน้าที่ รพ.สต. โดยการฝึกปฏิบัติจริง จัดการอบรม อสม. จิตอาสาเรื่องการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง สอนผู้ป่วยเบาหวาน ให้รู้จักวิธีการนวดเท้าตนเอง เป็นต้น โดยได้รับการสนับสนุน งบประมาณจาก สปสช. เขต 10 สสจ. งบส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคจากเครือข่าย โดยเฉพาะจากกองทุนหลักประกัน สุขภาพ อปท. รวมทั้งภาคประชาชน
  • 65.
    Primary Care ValueAdded with DHS 53 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) iii) จัดระบบประเมินผลการบริการอย่างต่อเนื่องด้วยการรับฟังเสียง สะท้อนจากผู้ป่วย ญาติ รวมทั้งเครือข่ายสุขภาพเพื่อปรับปรุง ระบบบริการให้มีคุณภาพและสอดคล้องกับความต้องการของ ประชาชนมากยิ่งขึ้น โดยทำให้ทุกภาคส่วนได้ทำงานและเรียนรู้ ซึ่งกันและกันอย่างต่อเนื่องภายใต้เรื่องการทำงานเพื่อพัฒนา ระบบบริการเครือข่ายโรคเรื้อรังดังกล่าว จากการเก็บข้อมูล วิเคราะห์ และเปรียบเทียบ ในช่วงปี 2545 - ปัจจุบัน พบว่าอัตราส่วน ภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยโรคเบาหวาน - ความดัน รวมทั้งความแออัดของผู้มารับบริการ ค่าใช้จ่ายและเวลาในการรอรับบริการ มีแนวโน้มที่ลดลง ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถดำเนินชีวิตประจำวัน ที่บ้านได้ตามปกติ บทเรียน คือ ต้นทุนที่ดีของการพัฒนาระบบบริการที่มีคุณภาพ ของพื้นที่ สามารถนำไปสู่การขยับการเรียนรู้และพัฒนาระบบสุขภาพอำเภอ ที่ลงสู่เครือข่ายชุมชน ท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยความเข้าใจของ ผู้นำการพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ นโยบายที่ชัดเจนต่อเรื่อง DHS การมี ส่วนร่วมของหุ้นส่วนสุขภาพ รวมทั้งการให้คุณค่าร่วมกันของภาคีเครือข่าย พัฒนาวารินชำราบ
  • 66.
    Primary Care ValueAdded with DHS 54 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) สานเครือข่ายการพัฒนา DHS ด้วยข้อมูลโรคเรื้อรัง : จากเครือข่ายสุขภาพอำเภอวังจันทร์ ระยอง อำเภอวังจันทร์เป็นพื้นที่เขตชนบทที่มีโรงพยาบาลชุมชนขนาด 30 เตียงและมีประสบการณ์การทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่นในเรื่องระบบการ ทำงานสุขภาพจิตในชุมชนที่เข้มแข็ง เมื่อมีนโยบาย DHS และมีแนวทางการ ดำเนินงานในลักษณะที่ชัดเจน คือ การแสวงหาความร่วมมือจากชุมชน ร่วมกันสร้างมุมมองของการพัฒนาระบบสุขภาพและแก้ไขปัญหาสาธารณสุข ที่สอดคล้องกับสภาพสิ่งแวดล้อมของอำเภอวังจันทร์ที่บูรณาการการบริหาร จัดการเครือข่ายต่างๆ เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมและความยั่งยืนของพื้นที่ เกิดเป็นเครือข่ายการพัฒนา DHS อำเภอวังจันทร์ โดยเริ่มจากการจัดความ สัมพันธ์และเป้าหมายร่วมระหว่างเครือข่ายของทั้งอำภอดำเนินงานผ่าน ODOP กลยุทธ์หลัก คือ การต่อยอดจากต้นทุนเดิมที่มีมิติความ หลากหลายให้เกิดผลลัพธ์มากขึ้น เพื่อเป็นจุดร่วมของทีมงานเครือข่าย อำเภอวังจันทร์ด้วยประเด็นการดูแลผู้ป่วยเรื้อรัง ในกลุ่มผู้ป่วยความดัน โลหิตสูงและเบาหวานในอำเภอ โดยมีแผนภาพโครงสร้างกระบวนการ ทำงานและเชื่อมโยงของภารกิจร่วมในการพัฒนา DHS-ODOP ที่บูรณาการ กับต้นทุนเดิมร่วมกับการจัดการระบบข้อมูลในอำเภอให้เกิดประโยชน์ ร่วมกันสูงสุด
  • 67.
    Primary Care ValueAdded with DHS 55 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) จากเป้าหมายสู่กลยุทธ์ “บูรณาการและกระบวนการหลัก” ของทีม จากโรงพยาบาลและเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิและชุมชน ท้องถิ่น แต่ละตำบล ทำให้เกิดผลการจัดทำแผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์ DHS ระดับ อำเภอ และได้ประเด็นการพัฒนาระดับตำบลที่หลากหลายตามสภาพบริบท และปัญหา โดยคณะกรรมการ ODOP ของทั้ง 8 ตำบล หากแต่มีระบบ สนับสนุนจาก รพ. สสอ. ทั้งเรื่องระบบบริการที่ต่อเนื่อง เชื่อมโยง วิชาการ แบบ CBL และการบริหารจัดการอื่นๆ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพทีมงาน ทุกระดับ ภายใต้การบริหารจัดการที่มีนายอำเภอเป็นประธานที่ปรึกษา และสาธารณสุขอำเภอเป็นกรรมการและเลขานุการคณะทำงานฯ โดย องค์ประกอบทีมงานมาจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาในพื้นที่
  • 68.
    Primary Care ValueAdded with DHS 56 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) คณะกรรมการ DHS อำเภอ รพช.+สสอ.+รพ.สต.+ อปท.+ภาคีเครือข่าย+ หัวหน้าส่วนราชการ ขับเคลื่อน การจัดการระบบบริการ และแก้ไขปัญหาสาธารณสุข ประชุม คณะทำงานและประเมินผล คป.สอ. ทีมสนับสนุนบริการ จัดลำดับปัญหาสาธารณสุข เลือกประเด็น ODOP:DM/HT KM คณะกรรมการ ODOP:DM/HT รพช.+สสอ.+รพ.สต.+อปท.+ภาคี ขับเคลื่อน การจัดการระบบบริการ และแก้ไขปัญหาสาธารณสุข จากเป้าหมายสู่กลยุทธ์ “บูรณาการและกระบวนการหลัก” ของทีม จากโรงพยาบาลและเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิและชุมชน ท้องถิ่น แต่ละตำบล ทำให้เกิดผลการจัดทำแผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์ DHS ระดับ อำเภอ และได้ประเด็นการพัฒนาระดับตำบลที่หลากหลายตามสภาพบริบท และปัญหา โดยคณะกรรมการ ODOP ของทั้ง 8 ตำบล หากแต่มีระบบ สนับสนุนจาก รพ. สสอ. ทั้งเรื่องระบบบริการที่ต่อเนื่อง เชื่อมโยง วิชาการ แบบ CBL และการบริหารจัดการอื่นๆ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพทีมงาน ทุกระดับ ภายใต้การบริหารจัดการที่มีนายอำเภอเป็นประธานที่ปรึกษา และสาธารณสุขอำเภอเป็นกรรมการและเลขานุการคณะทำงานฯ โดยองค์ ประกอบทีมงานมาจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาในพื้นที่
  • 69.
    Primary Care ValueAdded with DHS 57 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) แนวทางกิจกรรมสำคัญที่ทุกพื้นที่ตำบลได้ดำเนินการ คือ การสร้าง การมีส่วนร่วมของชุมชน การสร้างแกนนำพัฒนาการดูแล การจัดกิจกรรม service mind สำหรับผู้ป่วยและครอบครัว การสร้างบทบาททีมสหสาขา วิชาชีพ การสร้างบทบาทแกนนำสุขภาพ การจัดกิจกรรมการดูแลผู้ป่วยที่ เป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก อีกทั้งหนุนให้ร่วมกันบันทึกข้อมูลด้วยโปรแกรม excel ซึ่งมีการนำใช้ประโยชน์สำหรับกลุ่มผู้ป่วยความดันโลหิตสูงและ เบาหวานในทุกพื้นที่ตำบลของอำเภอวังจันทร์ เพื่อบริหารจัดการข้อมูล การ ทำฐานข้อมูล การคัดกรองกลุ่มประชากรปกติ กลุ่มเสี่ยง กลุ่มป่วย และ กลุ่มที่มีภาวะแทรกซ้อนต้องการการดูแลที่บ้านต่อเนื่องต่างๆ ทั้งยังสามารถ ประมวลผลการทำงานและแผนภาพข้อมูลได้พร้อม ทำให้เกิดแนวทางการ ประยุกต์ใช้ในกลุ่มประชากรเป้าหมายอื่นๆ ต่อไป ซึ่งถือเป็นความท้าทาย ก้าวต่อไปของระบบสุขภาพอำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง
  • 70.
    Primary Care ValueAdded with DHS 58 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) วางรากฐานระบบสุขภาพชุมชนที่ อำเภอสันกำแพง เชียงใหม่ พื้นที่สันกำแพงที่กำลังเติบโตมุ่งสู่ความเป็นเมือง จึงต้องเตรียมตัว รองรับกับการเปลี่ยนแปลงนี้ นโยบายการพัฒนาระบบสุขภาพอำเภอเป็น โอกาสที่ทำให้คนสันกำแพงจากภาคสาธารณสุขและภาคส่วนอื่นมาร่วมกัน คิดถึงระบบสุขภาพที่มาจากหลัก Health is the whole โดยมีฐานรากที่ ชุมชน ท้องถิ่นต้องเป็นตัวตั้งต้น ด้วยการนำเครื่องมือที่เรียกว่า “แผนที่ ทางเดินยุทธศาสตร์” (SRM) ร่วมกับการประชาคมในตำบลและอำเภอได้ ประเด็นที่ต้องการพัฒนาทั้งหมด 17 ประเด็น ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าเป็น ประเด็นที่สามารถต่อยอดได้ เป็นไปได้ มีความยั่งยืน และส่งผลต่อคน ส่วนใหญ่ในพื้นที่ เครือข่ายจัดทำแผนการพัฒนาระยะ 3 ปี (2557- 2559) เพื่อให้คนสันกำแพงทุกคนมีสุขภาวะ โดยมุ่งเน้นการพัฒนา 3 ประเด็นหลัก คือ การพัฒนาคน อาหารปลอดภัย และการสร้างการมีส่วนร่วม รูปธรรมการขับเคลื่อนในระดับอำเภอภายใต้การประสานงานจาก สสอ. และทีม รพ.สันกำแพงที่เข้มแข็ง ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ทั้งรัฐ เอกชน ชุมชน ท้องถิ่นต่างร่วมมือกันมีกิจกรรมหลายลักษณะที่ผ่านมาต่อเนื่อง คือ i) กำหนดนโยบายสาธารณะ โดยเป็นธรรมนูญคุณภาพชีวิตของ คนสันกำแพง ii) การกำหนดภาพฝันในประเด็นอาหารปลอดภัย ประกอบด้วย การมีอาหารปลอดภัยเพื่อบริโภค ตลาดชุมชนอาหารปลอดภัย แหล่งเรียนรู้อาหารปลอดภัยและเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งมีมาตรการทางสังคมของร้านค้าและผู้ประกอบการทั่วไป ในชุมชน iii) สำรวจต้นทุนและศักยภาพเครือข่ายทั้งระดับบุคคล ชุมชน องค์กรที่เกี่ยวข้องในตำบลและอำเภอเพื่อกำหนดแนวทางการ ขับเคลื่อนด้วยแผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์
  • 71.
    Primary Care ValueAdded with DHS 59 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) iv) ขยายภาคีเครือข่ายสู่ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง v) พัฒนาศักยภาพโดยการจัดเวทีการประชุมทีมแกนนำ การ แลกเปลี่ยนเรียนรู้: จากบุคคลต้นแบบ ชุมชนต้นแบบ vi) ติดตามความก้าวหน้าด้วยเวทีนำเสนอผลงานระดับตำบลและ เครือข่ายอำเภอในเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งเครือข่ายเกษตร เครือข่ายปศุสัตว์ เครือข่ายการศึกษานอกโรงเรียนเครือข่าย รพ.สต. เครือข่ายชุมชน รวมทั้งเวทีมหกรรมตามโอกาสเพื่อ เผยแพร่ผลงานและกระตุ้นการมีส่วนร่วมในวงกว้าง โดยแกนนำเครือข่าย ยังได้ประเมินติดตามและปรับการสื่อสาร กรอบแนวคิดและรูปแบบกิจกรรมไปตามระยะของการพัฒนาตามโอกาส และความเหมาะสม เช่น ปัจจุบันใช้เส้นทางอาหารปลอดภัยที่เน้นเส้นทาง การพัฒนาต้นน้ำ (แหล่งผลิต) กลางน้ำ (แหล่งแปรรูป-จำหน่าย) และ ปลายน้ำ (ผู้บริโภคและการคุ้มครองผู้บริโภค พฤติกรรมการบริโภค) ซึ่ง ดำเนินการร่วมกับการพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้และทักษะคนที่เกี่ยวข้อง ในเครือข่าย และ จัดกระบวนการมีส่วนร่วมให้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เส้นทางการพัฒนายังอีกยาวไกล ความสำเร็จของกิจกรรมแต่ละครั้งไม่ได้ ยืนยันผลสำเร็จ แต่กระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน ติดตามความก้าวหน้าอย่าง ต่อเนื่อง จะเป็นความท้าทายของทีมพัฒนาระบบสุขภาพของอำเภอ สันกำแพง บทเรียนนี้ ทำให้เห็นว่าวาระของการพัฒนาระบบสุขภาพอำเภอ สามารถก่อรูปได้จากต้นทุนเครือข่ายที่มีไม่ว่าจะเป็นภาคส่วนสาธารณสุข หรือภาคส่วนอื่นๆ สามารถนำการขับเคลื่อนการพัฒนาได้ และระบบ สุขภาพชุมชนในประเด็นอาหารปลอดภัยของอำเภอนี้เป็นจุดตั้งต้นที่ ผลิดอกออกผลต่อความร่วมมือร่วมใจดำเนินการ เพื่อเป็นพลังการขับเคลื่อน ธรรมนูญชีวิตของสันกำแพงในระยะต่อไปได้อย่างเป็นรูปธรรม Û
  • 72.
    Primary Care ValueAdded with DHS 60 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) DHS: จากอำเภอสู่การขับเคลื่อนตำบล ใน เครือข่ายสุขภาพอำเภอหนองขาหย่าง อุทัยธานี จากบทบาทของเครือข่ายบริการสุขภาพเดิมเชื่อมโยงกับนโยบาย DHS ทำให้เกิดการทบทวนเป้าหมายและองค์ประกอบการพัฒนาที่สำคัญ ของระบบสุขภาพอำเภอหนองขาหย่าง การก่อรูปกรอบแนวคิดการทำงาน ระหว่างผู้แทนภาคีเครือข่ายพัฒนา DHS จึงเกิดขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางการ สื่อสารและทำงานร่วมกัน พร้อมแบ่งบทบาทหน้าที่ตามภารกิจและศักยภาพ ที่เสริมพลังของกันและกันในแต่ละภาคีเครือข่ายจากภาคส่วนต่างๆ แผนภาพ กรอบแนวคิดการพัฒนา DHS Unity District Health Team : DHS_NKY 1. ทีมอำนวยการ 2. ทีมขับเคลื่อนอำเภอ 3. ทีมขับเคลื่อนเชิงประเด็น R2R CBL Essential Care Self Care ประเด็นสุขภาพ SRM เชิงประเด็น แนวทางดูแล ระดับ รพ.สต. แนวทางดูแลระดับ รพช. แนวทางดูแลระดับชุมชน มีความรู้ในการดูแล สุขภาพของตนเอง รู้ว่าเมื่อไรควรไปใช้ บริการสาธารณสุข และ สามารถได้รับบริการ อย่างทันท่วงที PPA 1. CBL 2. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม กลุ่มป่วย 3. มาตรการตาม CPG 1. PPA CUP 2. กองทุนตำบล กองทุนตำบล 1. SRM 2. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม กลุ่มเสี่ยง 3. วัสดุป้องกันควบคุม โรค การประเมินผล DHS KPI + PP KPI Essential Cares ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย ได้รับบริการขั้นพื้นฐานที่ จำเป็น ตาม CPG 3 ระดับ ใน 3 ODOP 1. ปัญหาสุขภาพจิต (การฆ่าตัวตาย) 2. โรคเรื้อรัง (DM/HT) (ปรับเปลี่ยน พฤติกรรม) 3. โรคไข้เลือดออก (อำเภอควบคุมโรค/ SRRT คุณภาพ)
  • 73.
    Primary Care ValueAdded with DHS 61 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) ความสำคัญประการหนึ่งของการพัฒนา DHS ที่ยั่งยืน คือ การให้ ภาคองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (เทศบาลตำบล และองค์การบริหารส่วน ตำบล) เข้ามามีบทบาทในการดำเนินงาน DHS โดยเริ่มต้นจากการแต่งตั้ง คณะกรรมการ DHS เป็น 3 คณะโดยมีบทบาทแตกต่างแต่เชื่อมโยงกันทั้ง i) ระดับอำนวยการ ประกอบด้วยหัวหน้าส่วนราชการและ อปท. โดยมีนายอำเภอหนองขาหย่าง เป็นประธานคณะกรรมการ สสอ. และ ผอ.รพ.หนองขาหย่าง เป็นเลขาฯ (มติจากที่ประชุม หัวหน้าส่วนราชการอำเภอหนองขาหย่าง) ii) ระดับขับเคลื่อน ประกอบด้วย หน.กลุ่มงาน รพ., ผอ.รพ.สต. ผู้แทนจาก อปท. ประธาน อสม. ผู้แทนจากเครือข่ายต่างๆ โดยมี สสอ. หนองขาหย่าง เป็นประธานฯ ผอ.รพ.หนองขาหย่าง เป็นรองประธาน ผช. สสอ. และ หน.กลุ่มงานเวชปฏิบัติฯ เป็น เลขาฯ (มติจากที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการอำเภอหนองขา- หย่าง) iii) ระดับคณะทำงานรายประเด็นโดยมีผู้รับผิดชอบเป็นประธาน คณะทำงานชัดเจน โดยมี 3 ประเด็นคือ สุขภาพจิต (การฆ่า ตัวตาย), โรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง โรคไข้เลือดออก (มติจากที่ประชุมร่วมของคณะกรรมการอำนวยการ และคณะ ทำงานขับเคลื่อนฯ) เพื่อให้การดำเนินงานมีความกระชับ รวดเร็วและเป็นเอกภาพ ให้คณะทำงานประกอบด้วยบุคลากร สาธารณสุข ตัวแทนจาก อปท. ของพื้นที่ตำบลที่เป็นปัญหา ตัวแทนจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในแต่ละประเด็น และ ตัวแทน อสม. ของแต่ละพื้นที่
  • 74.
    Primary Care ValueAdded with DHS 62 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) รูปธรรมการขับเคลื่อนงาน คือ i) รวบรวม วิเคราะห์และคืนข้อมูลด้านสุขภาพให้แก่ชุมชนได้ รับทราบถึงสถานการณ์ปัญหาแต่ละประเด็นสุขภาพทั้งในระดับ พื้นที่ตำบล และพื้นที่อำเภอซึ่งภาคีทุกส่วนได้มีส่วนร่วมในการ ประชุมเพื่อร่วมกันรับทราบปัญหา ร่วมพิจารณาถึงสาเหตุ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องของปัญหาสุขภาพในแต่ละพื้นที่ ii) ทบทวน Strategic Route Map เชิงประเด็น และร่วม พิจารณาวางแผนงาน/โครงการแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการ โดย มองถึงกลุ่มวัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับประเด็นปัญหานั้นๆ iii) จัดระบบการจัดการด้านงบประมาณ โดยจัดให้แบ่งแหล่งงบ ประมาณ 2 ส่วน คือ 1) จากงบฯ PP เพื่อดำเนินการในส่วน ของการดูแลกลุ่มป่วย มาตรฐานบริการตามแนวทาง CPG การเรียนรู้ปัญหา CBL และ 2) งบประมาณจาก อปท. กองทุน หลักประกันสุขภาพ อปท. ศสมช. เพื่อดำเนินการในส่วนการ ดูแลกลุ่มเสี่ยง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การจัดหาวัสดุ ป้องกัน ควบคุมโรค และการจัดทำแผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์ เชิงประเด็น โดยให้คณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพ อปท. พิจารณาโครงการที่ตรงกับประเด็นปัญหาทั้ง 3 ประเด็น ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก อปท. อย่างกว้างขวาง และครอบคลุมพื้นที่ตำบลทั้งหมด iv) จัดระบบสนับสนุนด้านบุคลากร โดยจัดให้คณะทำงาน ขับเคลื่อนรายประเด็นปัญหา ลงพื้นที่สนับสนุนการดำเนินงาน ในระดับพื้นที่ตำบลร่วมกับ อปท. และ อสม. ในพื้นที่ และจัด ให้ทีมสหวิชาชีพ ร่วมจัดคลินิกโรคเรื้อรัง (ภาคเช้า) และร่วม
  • 75.
    Primary Care ValueAdded with DHS 63 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) ทีมเยี่ยมบ้านทุก รพ.สต. (ภาคบ่าย) เข้มข้นมากขึ้น รวมทั้ง สร้างทีมสนับสนุนการขับเคลื่อนระดับตำบล โดยจัดการอบรม อสม. เชี่ยวชาญให้ได้ทั้งจำนวนและคุณภาพโดยระยะแรกเน้น ให้เกิด อสม. เชี่ยวชาญทั้งสุขภาพจิต, เบาหวานและความดัน โลหิตสูงและไข้เลือดออก จากการดำเนินงานดังกล่าวทำให้ชุมชน โดยเฉพาะ อปท. เห็น ความสำคัญต่อประเด็นพัฒนาสุขภาพและคุณภาพชีวิตโดย อปท. เข้ามามี ส่วนร่วมคิด วางแผน ตัดสินใจ ให้งบประมาณ และประสานร่วมดำเนินงาน อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ถือเป็นการเริ่มต้นที่จะทำให้ภาคประชาชน เข้า มามีส่วนร่วมอย่างจริงจังเพื่อการพัฒนา DHS ที่ยั่งยืนต่อไป
  • 76.
    Primary Care ValueAdded with DHS 64 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) ขยับการพัฒนากองทุนหลักประกันสุขภาพ อปท. ในเครือข่ายสุขภาพอำเภอบึงนาราง พิจิตร กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบาย DHS เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการ เครือข่ายสุขภาพอย่างมีส่วนร่วมจากทุกฝ่ายอย่างเป็นเอกภาพ และเพื่อให้ เกิดระบบบริการปฐมภูมิอย่างมีคุณภาพตามบริบทปัญหาสุขภาพในพื้นที่ อัน จะส่งผลให้ประชาชนและชุมชนพึ่งพาตนเองได้ด้านสุขภาพ อำเภอบึงนาราง จึงได้อาศัยการบูรณาการ DHS ร่วมกับการทำงานกับชมรมคุ้มครองผู้บริโภค อำเภอบึงนารางกับกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น (กองทุนฯ) ซึ่ง ถือเป็นยุทธศาสตร์หลัก ต้นทุนเดิมในอำเภอ ทุกกองทุนฯ มีผลการบริหารจัดการระดับ ยอดเยี่ยม A+ อย่างต่อเนื่อง 4 ปีซ้อนตั้งแต่ปีงบประมาณ 2553 ถึงปัจจุบัน จากข้อมูลการวิเคราะห์งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556 ขององค์การ บริหารส่วนตำบลในพื้นที่อำเภอบึงนารางพบว่าโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตำบลทั้ง 6 แห่ง ได้รับการอุดหนุนเพียง ร้อยละ 2.09 ของงบประมาณ รายจ่ายทั้งหมดขององค์การบริหารส่วนตำบล ไม่เพียงพอต่อความต้องการ แก้ไขปัญหาสุขภาพของประชาชน ที่ส่วนใหญ่จะเป็นโรคที่เกิดจากมี พฤติกรรมสุขภาพไม่เหมาะสม เช่น ตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ในวัยรุ่น โรค เบาหวาน ความดันโลหิตสูง การบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพและอาหาร ปนเปื้อนสารเคมีอันตราย ไข้เลือดออก และยังมีผู้พิการผู้สูงอายุที่มีความ เสื่อมถอยด้านสุขภาพเป็นผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียง ที่ยังต้องการความ ช่วยเหลือจากทุกภาคีที่เกี่ยวข้อง ปัญหาเหล่านี้ ไม่สามารถแก้ด้วยตัว เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพียงฝ่ายเดียว จำเป็นต้องมีพหุภาคีระดับอำเภอที่ เป็นระบบและกลไกประสานงานพัฒนาระบบสุขภาพระดับอำเภอที่เรียกว่า คณะกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพระดับอำเภอมาร่วมมือกันดำเนินงาน แก้ไขสภาพปัญหาดังกล่าวให้ประสบผลสำเร็จ
  • 77.
    Primary Care ValueAdded with DHS 65 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) เครือข่ายสุขภาพอำเภอจึงตั้งเป้าหมายการพัฒนาเพื่อให้ i) กองทุนสามารถหนุนการแก้ไขปัญหาสุขภาพโดยการมีส่วนร่วม ของภาครัฐ ท้องถิ่นและชุมชน ii) เกิดผลงานด้านสุขภาพที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของท้องถิ่นและ ชุมชน iii) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการบริหารจัดการของคณะกรรมการ บริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพและคณะกรรมการบริหาร ชมรมคุ้มครองผู้บริโภคระดับอำเภอ รูปธรรมการทำงาน DHS ร่วมกับคณะกรรมการกองทุนฯ คือ i) จัดทำแผนประเด็นร่วมเพื่อแก้ไขปัญหาที่สำคัญเร่งด่วน 5 ประเด็น คือ สุขภาพเด็ก 3-5 ปี, วัยรุ่นตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร, โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง, การดูแลสุขภาพผู้พิการ, การ ดูแลสุขภาพผู้สูงอายุและให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ และร่วมใช้ ทรัพยากรจากแต่ละแหล่งงบประมาณร่วมกันของแต่ละตำบล ร่วมกับคณะกรรมการ DHS ในอำเภอ ii) มีเวทีประชุมสัญจรกรรมการกองทุนฯ และกิจกรรมเชิงรุกใน ชุมชนตามแผนงาน/โครงการที่กองทุนฯ และโรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตำบลแต่ละแห่งจัดทำขึ้น โดยวางแผนพัฒนา สุขภาพระดับอำเภอร่วมกับคณกรรมการบริหารกองทุนฯ iii) มีเวทีเรียนรู้จากนวัตกรรม/ผลงานเด่นกองทุนหลักประกัน สุขภาพ และ iv) ร่วมกันประเมินความคิดเห็นและความพึงพอใจที่มีต่อบทบาท หน้าที่คณะกรรมการ DHS ของกรรมการกองทุนฯ
  • 78.
    Primary Care ValueAdded with DHS 66 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) ผลการดำเนินงาน เชิงกระบวนการบริหารจัดการ นอกจากการ ทำงานร่วมภายใต้เป้าหมายร่วมแล้ว น่าสนใจที่พบว่ามีการร่วมใช้ทรัพยากร ชุมชนจากกองทุนฯ อบต. ชมรมผู้สูงอายุ และ สสอ. บึงนารางร่วมลงขัน แก้ไขปัญหาโดยพบว่า อปท. อุดหนุนงบประมาณด้านสาธารณสุขเพิ่มขึ้น จากปี 2556 ถึงร้อยละ 44.27 และเมื่อเทียบอัตราการอุดหนุนงบ ด้านสาธารณสุขกับงบประมาณรายจ่ายประจำปีขององค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น ในปี 2556 คิดเป็นร้อยละ 2.09 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 2.84 ใน ปี 2557 ในส่วนของการบริการสุขภาพมีระบบสนับสนุนจากเครือข่ายบริการ สุขภาพที่ดีขึ้น สอดคล้องกับ แนวทางโดยเฉพาะการพัฒนาตามเกณฑ์ คุณภาพระบบบริการปฐมภูมิ (PCA) ที่เป็นงานประจำของโรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตำบลที่ทำมาอย่างต่อเนื่องในเรื่องการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ทันตสุขภาพ การดูแลผู้สูงอายุ/ผู้พิการ อนามัยการ เจริญพันธุ์ โดยผลการพัฒนาระบบสุขภาพระดับตำบลในพื้นที่ 5 ตำบลที่ โดดเด่น คือ การส่งเสริมพัฒนาการและทันตสุขภาพเด็ก 0-5 ปี (รพ.สต. บึงนาราง), การดูแลสุขภาพผู้พิการ (รพ.สต.แหลมรัง), การดูแลสุขภาพ ผู้สูงอายุ (รพ.สต.โพธิ์ไทรงาม), การดูแลผู้ป่วยเบาหวาน (รพ.สต.ห้วยแก้ว), การคุ้มครองผู้บริโภคและอาหารปลอดภัย (รพ.สต.บางลาย) เป็นต้น
  • 79.
    Primary Care ValueAdded with DHS 67 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) อย่างไรก็ตาม ข้อมูลชี้วัดความสำเร็จเชิงการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหา สุขภาพของรัฐ ท้องถิ่น และชุมชน พบว่า จากทั้งหมด 71 โครงการ มี ส่วนร่วมของท้องถิ่นและชุมชน 63 โครงการ ร้อยละ 88.73 (เป้าหมาย ร้อยละ 80) ทุกโครงการได้รับการติดตามประเมิน (เรียนรู้ร่วม) จาก กรรมการ DHS ทุกโครงการ ขณะที่ศักยภาพการบริหารจัดการของคณะ กรรมการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพและชมรมคุ้มครองผู้บริโภค อำเภอบึงนารางเพิ่มมากขึ้น คือ รู้และเข้าใจปัญหาสุขภาพ มีมุมมอง มากขึ้น ทั้งยังได้ผลการประเมินกองทุนหลักประกันสุขภาพได้มาตรฐาน ระดับ A ขึ้นไปครบทุกแห่ง กลุ่มเป้าหมายในโครงการทั้ง 63 โครงการได้ รับประโยชน์และมีส่วนร่วมในตลอดกระบวนการพัฒนาสุขภาพในชุมชน
  • 80.
    Primary Care ValueAdded with DHS 68 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) ความท้าทายของการพัฒนา DHS ในเขตเมือง กระทุ่มแบน สมุทรสาคร การพัฒนา DHS ในบริบทเมืองภายใต้ความท้าทายของประชากร ในเขตเมืองกระทุ่มแบน สมุทรสาครซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 10 ตำบลซึ่งมี ประชากรทั้งหมด 156,907 คนไม่รวมกับประชากรแฝงที่ย้ายเข้ามาทำงาน ในพื้นที่ประกอบกับสภาพปัญหาสุขภาพและสังคมที่ซับซ้อนของคนใน พื้นที่ ทำให้เครือข่ายสุขภาพของอำเภอเมือง กระทุ่มแบนต้องวิเคราะห์ สถานการณ์และวางแผนการทำงานพัฒนาระบบสุขภาพอำเภอให้ชัดเจน ด้วยการตั้งธงผลลัพธ์เริ่มจากประเด็น “การทำงานกับเด็กและเยาวชนเพื่อ แก้ไขปัญหาของวัยุร่นในชุมชน” จากบทบาทเจ้าหน้าที่ที่เปลี่ยนแปลงเป็นผู้จัดกระบวนการเพื่อ ขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในอำเภอและตำบล โดยเอื้อให้ เกิดการวิเคราะห์หาสาเหตุ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ร่วมกันแสวงหา แนวทางการแก้ปัญหาจากการจัดเวทีประชาคมของแต่ละตำบล ทำให้วาระ งานเพื่อแก้ไขปัญหาวัยรุ่นมีความโดดเด่นและชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะ ปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งเรื่องท้องไม่พร้อม เด็กแว้น ฯลฯ ภาคีเครือข่ายได้ร่วมกัน ค้นหาสาเหตุและแนวทางการแก้ปัญหาตามสภาพบริบทพื้นที่ และเมื่อภาคี รับรู้ปัญหา ความรู้สึกถึงความรับผิดชอบที่จะต้องแบ่งปันทรัพยากรจึง เกิดขึ้น ส่งผลให้มีการจัดสรรงบประมาณและมีการกำกับติดตามการแก้ไข ปัญหาโดยพื้นที่ องค์ประกอบการพัฒนาเครือข่าย DHS ประกอบด้วย ผู้แทนวัยรุ่น (จากสภาเด็กและวัยรุ่นของอำเภอ) ตัวแทนผู้ปกครอง ตัวแทนแกนนำชุมชน อสม./ผู้แทน อปท. โดยมีกระบวนการทำงานหลักที่เน้นเรื่อง
  • 81.
    Primary Care ValueAdded with DHS 69 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) i) สร้างความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่ ท้องถิ่นและกลุ่มองค์กร ภาคี ii) บูรณาการ งาน คน เงินให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาพื้นที่ ทำให้ลดภาระงาน เกิดพลังในการขับเคลื่อนงาน และแก้ปัญหา ได้อย่างยั่งยืน iii) หนุนเสริมความเข้มแข็งของกองทุนสุขภาพตำบล iv) ใช้ข้อมูลและผลวิจัยที่มีอยู่เพื่อต่อยอดสู่การแก้ปัญหาอย่าง มีส่วนร่วม เช่น งานวิจัยประเด็นพฤติกรรมหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่น อายุต่ำกว่า 20 ปีในพื้นที่นำร่องของอำเภอ โครงการวัยใส สวนหลวงห่วงใยสุขภาพ (SMART Teenage) เป็นต้น v) ภาวะนำเชิงนโยบายและศักยภาพผู้ประสานการพัฒนาในอำเภอ vi) ความเข้มแข็งของแกนนำเยาวชนที่มีศักยภาพและประสบการณ์ การพัฒนาอย่างยาวนาน ผลที่เกิดขึ้น ด้านผู้รับบริการโดยเฉพาะวัยรุ่นมีความพึงพอใจต่อ การเข้าร่วมโครงการฯ เครือข่ายผู้ให้บริการได้รับความรู้และประสบการณ์ใน การแก้ไขปัญหาวัยรุ่น ซึ่งเป็นความรู้และประสบการณ์ที่เกิดขึ้นโดยตรงจาก การร่วมแลกเปลี่ยนกับสมาชิกในกลุ่มโดยตรง ชุมชนเข้าใจปัญหาและ ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาดีขึ้น ความร่วมมือจาก อปท. ชัดเจนมากขึ้น เกิด มาตรการแบบ flow chart แก้ไขปัญหาวัยรุ่นที่ทุกภาคส่วนนำใช้ประโยชน์ รวมทั้ง วัยรุ่นที่เป็นกลุ่มเป้าหมายมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ความท้าทายระยะ ต่อไป คือ การจัดทำแผนยุทธศาสตร์/แผนปฏิบัติการตามประเด็นปัญหา สุขภาพและกำหนดค่าเป้าหมายเพื่อติดตามประเมินความสำเร็จหรือความ ก้าวหน้าในการดำเนินงาน, การเพิ่มการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (CBL/KM) และ ถอดบทเรียนเพื่อการเผยแพร่ รวมทั้งการนำหลักการ DHS ขยายไปใช้ใน ประเด็นปัญหาอื่นๆ ตามสภาพของพื้นที่
  • 82.
    Primary Care ValueAdded with DHS 70 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) แผนภูมิ สรุปการดำเนินงานเครือข่ายสุขภาพอำเภอกระทุ่มแบน สมุทรสาคร เครือข่ายต่างๆ เข้มแข็ง - เครือข่ายภาคประชาสังคม - เครือข่าย อปท. - เครือข่ายวัยรุ่น เช่น สภาเด็ก - เครือข่าย อสม - เครือข่ายโรงเรียน คณะกรรมการ DHS - สาธารณสุข รพท. สสล. - อปท. - นักการเมือง สส/สจ/. - ตัวแทนหน่วยงานทุกภาคส่วน - ตัวแทนประชาชน มีการถ่ายทอดนโยบาย รพท./รพสต./อบต./เทศบาล จัดทำแผนงานตามกลุ่มวัย และสภาพปัญหาของพื้นที่ รพท./รพสต./เทศบาล สนับสนุนงบประมาณใน การดำเนินงาน Apprecintion - รู้สึกมีคุณค่าในตัวเอง เกิดจากการได้รับการ ยอมรับและมีส่วนร่วม ในขั้นตอนต่างๆ - เคารพเชื่อมั่นใน ศักยภาพทีม - คณะกรรมการและ ผู้รับบริการพึงพอใจ DHS Unity of District Health team - มีความเป็นเอกภาพ - ร่วมคิด วางแผนงาน - แบ่งปันงบประมาณ Resource sharing and human develment - มีการแบ่งปัน งบประมาณ/กระจาย ทรัพยากรอย่างทั่วถึง - มีการเรียนรู้ช่วยกัน ของภาคี แกนนำเข้มแข็ง UCARE ผลลัพธ์การดำเนินงาน กระบวนการดำเนินงานเครือข่าย ระบบสุขภาพระดับอำเภอ ปัจจัยนำเข้าของเครือข่าย ระบบสุขภาพระดับอำเภอ บริบทของ อ.กระุทุ่มแบน ความหลากหลาย - ชุมชนเมือง - ชุมชนชนบท - หลากหลายวัฒนธรรม - หลากหลายเชื่อชาติ ผู้บริหาร - วิสัยทัศน์กว้างไกล - เน้นบูรณาการ - มนุษย์สัมพันธ์ดี - ยอมรับความแตกต่าง - ยอมรับศักยภาพของทีมงาน - กำกับ ติดตาม ตรวจเยี่ยม พื้นที่สม่ำเสมอง่าย - ง่ายต่อการเข้าถึง ทรัพยากรและงบประมาณ - ทุก รพสต. มีพยาบาล 1-2 คน - งบประมาณเพียงพอ - เทคโนโลยีสารสนเทศเข้าถึงง่าย คปสอ. กระทุ่มแบนมีองค์ประกอบ และกรรมการที่คล้ายกับ คณะกรรมการ DHS คณะกรรมการ DHS ร่วมคัดเลือกปัญหา โดยใช้สถานการณ์ปัญหา จัดลำดับความสำคัญของ ปัญหาร่วมกับ วางแผนแก้ไขปัญหาร่วมกัน จัดเวทีประชาคมเพื่อค้นหาปัญหา สาเหตุและแนวทางแก้ไขร่วมกัน จากภาคส่วนต่างๆ เป็นรายพื้นที่ จัดทำโครงการแก้ไขปัญหาตาม สถาพบริบทของแต่ละพื้นที่ตาม จุดเด่น จุดเน้น/พันธกิจของ แต่ละหน่วยงานแบ่งปัน งบประมาณและบุคลากรร่วมกัน Community Participation - มีส่วนร่วมคัดเลือก ปัญหาและวางแผน แก้ไขและดำเนินการ แก้ไข Essential care - มีคณะอนุกรรมการ ร่วมกันแก้ไขปัญหา วัยรุ่น - ปรับปรุงบริการทั้ง เครือข่าย/ระบบ สนับสนุน - ดำเนินการแก้ไข ปัญหาร่วมกันตาม พันธกิจ
  • 83.
    Primary Care ValueAdded with DHS 71 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) หนุนเสริมวิธีคิด DHS และพัฒนาคนด้วย DHML เดิมทีประชาชนส่วนใหญ่ในอำเภอสระโบสถ์ จังหวัดลพบุรี จะดูแล สุขภาพของตนเองเฉพาะเวลาที่มีอาการเจ็บป่วยและละเลยการดูแลสุขภาพ ของตัวเองก่อนป่วย ทำให้กลุ่มเสี่ยงเบาหวาน-ความดันโลหิตสูงกลายเป็น กลุ่มป่วยมากยิ่งขึ้น ส่วนกลุ่มป่วยเบาหวาน-ความดันโลหิตสูงก็จะดูแลรักษา สุขภาพของตัวเองเฉพาะทางกาย ไม่คำนึงถึงการดูแลสุขภาพให้ครบทั้ง 4 มิติ คือ กาย ใจ สังคม และปัญญา ขณะที่หน่วยงานสาธารณสุขเองก็ มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาสุขภาพของประชาชนตามนโยบายของกระทรวง สาธารณสุข โดยที่ไม่ได้แก้ไขปัญหาตามบริบทของพื้นที่ ทำให้ปัญหา โรคเบาหวาน - ความดันโลหิตสูงลุกลาม จนก่อเกิดผู้ป่วยและกลุ่มเสี่ยง จำนวนมาก อำเภอสระโบสถ์ได้นำระบบ DHS มาแก้ไขปัญหานี้ โดยใช้แนวคิด “360 องศา สู่การพัฒนาสุขภาพเบาหวาน ความดันโลหิตสูงแนวใหม่” มาหมุนปรับวิธีคิดให้กับชาวบ้านแบบ 360 องศา โดยมีกระบวนการและ ขั้นตอนดังนี้ จากแนวคิดภาคีเครือข่ายตกผลึกสู่กิจกรรมปรับ 360 องศา
  • 84.
    Primary Care ValueAdded with DHS 72 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) หลังจากที่ทุกคนตกผลึกกับแนวคิด 360 องศาแล้ว ทีม DHS จะ นำแนวคิดนี้ไปแปลงเป็นนวัตกรรม/กิจกรรมที่จะช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม สุขภาพของชาวบ้านแต่ละตำบล โดยแต่ละกิจกรรมจะตอบโจทย์แนวคิดการ ดูแลก่อนป่วย การดูแลสุขภาพครอบคลุมทั้ง 4 มิติ และการทำกิจกรรมที่ เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ แผนผังที่ 1 กระบวนการใช้พลัง DHS พัฒนา DHML ด้วยแนวคิด 360 องศา แผนผังที่ 2 บันได 5 ขั้น 360 องศา สู่การพัฒนาสุขภาพเบาหวาน-ความดัน โลหิตสูงแนวใหม่ แต่งตั้งคณะทำงาน DHS อำเภอ/ชี้แจง นโยบายและร่วมวางแผนตามบันได 5 ขั้นของ 360 องศา สู่การพัฒนาสุขภาพเบาหวาน - ความดันโลหิตสูงแนวใหม่ แต่งตั้งคณะทำงาน DHS ระดับตำบล นำแผนสู่การปฏิบัติเน้นดูแลก่อนป่วยหรือมี ภาวะแทรกซ้อนครอบคลุม 4 และเหมาะสม กับบริบทชุมชน ประเมินผล/ยกย่อง DHS ดีเด่น ระดับอำเภอ 5. นำสู่การปฏิบัติแบบ 4 มิติ (กาย/จิต/สังคม/ปัญญา) ที่ สอดคล้องกับบริบท 4. ร่วมวางแผนที่ทางเดิน ยุทธศาสตร์และกำหนด มาตรการทางสังคม 3. สร้างการมีส่วนร่วม 2. ระดมความคิดปลูกจิตสำนึก ตระหนัก 1. ฉายภาพปัญหาชุมชนสร้าง ความตระหนัก การใช้พลังของ DHS ของอำเภอสระโบสถ์ในการจัดการเบาหวาน- ความดันโลหิต จะต้องมีการเสริมพลังทีมงานด้วยการจัดเวทีแลกเปลี่ยน เรียนรู้ จัดประกวดผลการดำเนินงาน DHS และมีเวทีเชิดชูเกียรติเครือข่าย สุขภาพเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับทีมงาน อีกทั้งยังมีการทำ CQI หรือ การถอดบทเรียนประเมินความเหมาะสมของนวัตกรรม/กิจกรรมที่เกิดขึ้น ภายใต้แนวคิด 360 องศาฯ เพื่อให้ทีม DHS นำข้อบกพร่องมาปรับเปลี่ยน ในเกิดคุณภาพและความเหมาะสมต่อไป
  • 85.
    Primary Care ValueAdded with DHS 73 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) ผลลัพธ์ที่ได้ คือ ผลการดำเนินงานเฝ้าระวังป้องกันโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง มีแนวโน้มดีขึ้น เกิด “เครือข่ายสุขภาพ 360 องศา สู่ การพัฒนาเบาหวาน-ความดันโลหิตสูงแนวใหม่” ทุกตำบล ชุมชนสามารถ ดูแลสุขภาพตนเองได้ดีขึ้น เกิดแกนนำสุขภาพภาคีเครือข่ายในการเฝ้าระวัง ป้องกันโรคเบาหวาน-ความดันโลหิตสูงมากขึ้นในรูปแบบ “บ้านใกล้เรือน เคียง” มีการจัดตั้งชมรมเบาหวานความดันทุกหมู่บ้านให้มีการดูแลเพื่อน ช่วยเพื่อน โดยหลักคิดและกระบวนการพัฒนาสมรรถนะการบริการจัดการ ระบบสุขภาพอำเภอ (District Health Management Learning)
  • 86.
    Primary Care ValueAdded with DHS 74 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) สภาสุขภาพอำเภอ: กลไกขับเคลื่อน DHS จังหวัดสกลนคร การพัฒนาระบบสุขภาพอำเภอจังหวัดสกลนคร ใช้วิธีการขับเคลื่อน ผ่านสภาสุขภาพอำเภอ โดยการนำทิศทางของ นพ.ปรเมศร์ กิ่งโก้ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ก่อนที่จะเป็นสภาสุขภาพอำเภอ การพัฒนา ระบบสุขภาพอำเภอเป็นไปตาม i) นโยบายจังหวัด คือ ให้เกิดกิจกรรมอำเภอท้าทายดำเนินการ ทุกอำเภอ ii) นโยบายกระทรวงสาธารณสุข คือ ต่อยอดจากโครงการ Context Based Learning 4 อำเภอ iii) นโยบายผู้ว่าราชการจังหวัด คือ กิจกรรมสกลนครสร้างสุข อีก ทั้งมีนโยบายพัฒนาอำเภอต้นแบบซึ่งต่อยอดจากกิจกรรม อำเภอท้าทาย ด้วยปัญหาสุขภาพที่ซับซ้อนมากขึ้น ฝ่ายสาธารณสุขฝ่ายเดียว ไม่สามารถจัดการแก้ไขปัญหาได้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องบูรณาการทุก ภาคส่วนเพื่อช่วยกันแก้ปัญหาสุขภาพทุกมิติ จึงมีการทบทวน วิเคราะห์ ใครบ้างที่มีหน้าที่/บทบาท รับผิดชอบดูแลสุขภาพในระดับอำเภอ ทบทวน จาก พรบ.ลักษณะปกครองท้องถิ่น พ.ศ. 2547 ทำให้พบว่ามีภาคีเครือข่าย หลากหลายหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดูแลสุขภาพระดับอำเภอ จึง ก่อให้เกิด สภาสุขภาพอำเภอ ที่ประกอบด้วยภาคีจากภาครัฐ ท้องถิ่น ประชาชนที่จะเป็นกลไกร่วมกันขับเคลื่อน การพัฒนาสุขภาพประชาชนใน ภาพรวมระดับอำเภอเพื่อนำสู่ประชาชนมีสุขภาพที่ดี โดยมีหลักการที่ว่า สภาสุขภาพอำเภอ คือกระบวนการขับเคลื่อนการพัฒนาสุขภาพในภาพรวม
  • 87.
    Primary Care ValueAdded with DHS 75 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) ระดับอำเภอ โดยเปิดโอกาสให้ภาคีเครือข่ายทั้ง ภาครัฐ ภาคท้องถิ่น ภาค ประชาชน ได้ร่วมกันตัดสินใจ ในการพัฒนาสุขภาพได้มากขึ้น ในลักษณะ ของ เวทีสาธารณะ การจัดโครงสร้างคณะกรรมการสภาสุขภาพอำเภอ ผู้แทนภาครัฐ : มหาดไทย สาธารณสุข วัฒนธรรม เกษตรและสหกรณ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ ชมรม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้แทนภาคท้องถิ่น : นายกเทศมนตรี นายกอบต. ทุกแห่ง ผู้แทนภาคประชาชน : อสม. ผู้สูงอายุ ผู้พิการ เยาวชน สตรี ผู้ประกอบการร้านค้า สื่อวิทยุชุมชน โดยมีนายอำเภอเป็นประธานสภา สาธารณสุขอำเภอ เป็นเลขา คณะทำงาน โดยมีประเด็นรูปธรรมงานที่มา จากการร่วมกันทำข้อตกลงร่วม (MOU) จำนวน 10 แผนงาน/โครงการ ภายในอำเภอตามสภาพบริบทของปัญหาในพื้นที่ คือ ด้านเมืองน่าอยู่/ด้าน การมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย/โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ/ศูนย์เด็กเล็กน่าอยู่ และปลอดโรค/การแพทย์พื้นบ้าน/การจัดบริการปฐมภูมิเชิงรุก/การป้องกัน ควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง/อำเภอควบคุมโรคเข้มแข็ง/การส่งเสริมสุขภาพ/ การป้องกันยาเสพติด คณะกรรมการสภาสุขภาพอำเภอ ได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์สุขภาพ อำเภอ (ทำแผนยุทธศาสตร์ ทำบันทึกความร่วมมือ : MOU ประเมินผลงาน รอบ 6 เดือน สรุปผลงานรอบ 1 ปี และจัดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้) ประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ จัดตั้งคณะกรรมการตามแผนงาน สนับสนุน ให้ภาคีต่างๆ ดำเนินกิจกรรมตามแผนงาน ประชุมคณะกรรมการทุก 3 เดือนและสรุปผลการดำเนินงาน โดยผลที่เกิดจากดำเนินงาน DHS ผ่าน สภาสุขภาพอำเภอ คือ อำเภอควบคุมโรคเข้มแข็งยั่งยืน, คปสอ.ติดดาว (บริหารจัดการได้ดี), ตัวชี้วัดที่กำหนดทุกเรื่องผ่านเกณฑ์มากกว่าร้อยละ 80 ขึ้นไป, สกลนครรักษ์อนามัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (ส้วม HAS, วัดส่งเสริม
  • 88.
    Primary Care ValueAdded with DHS 76 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) สุขภาพ, ตลาดสดน่าซื้อ, โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ, การบริหารการเงินการ คลังที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัมพันธภาพและความเข้าใจ ที่ดีขึ้นทั้งเรื่องการพัฒนาคน การทำงานร่วม การร่วมมือเรื่องทรัพยากรใน การทำงานด้วยกลไกของสภาสุขภาพอำเภอ การที่จะดูแลให้ประชาชนมีสุขภาวะที่ดี ปราศจากความทุกข์ยาก ภาคสาธารณสุขฝ่ายเดียวไม่สามารถจัดการแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ จำเป็น ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมด้วย ช่วยกัน ฉะนั้นการจัดตั้งให้เกิดทีมงานจากทุกภาคส่วนที่สำคัญในพื้นที่ ให้มี ส่วนร่วมในการรับรู้สถานการณ์ปัญหา ตัดสินใจดำเนินการแก้ไขและพัฒนา สุขภาพ โดยกำหนดรูปแบบวิธีการ บทบาทความรับผิดชอบที่ชัดเจน ผ่าน การประชุมที่ต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสามารถส่งผลให้เกิดความสำเร็จใน การพัฒนาได้มากยิ่งขึ้น
  • 89.
    Primary Care ValueAdded with DHS 77 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) “การรื้อและประกอบสร้าง” บทเรียนการขับเคลื่อน DHS จังหวัดจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี เริ่มต้นการขับเคลื่อน DHS ด้วยการนำร่องใน 3 อำเภอ โดยใช้วิธีส่งไม้ต่อ (รับจากนโยบายแล้วส่งตรงลงพื้นที่) แต่เป็น การเริ่มต้นการพัฒนาจากความไม่เข้าใจ ว่าจะเริ่มทำตรงไหนอย่างไร ส่งผล ให้การดำเนินการไม่ชัดเจนทั้งการกำหนดขั้นตอน กระบวนการ เกณฑ์ UCARE ทำให้การจัดบริการในระดับอำเภอไม่มีผลลัพธ์ที่ตอบสนอง เป้าหมายตามประเด็น ODOP จากปัญหาดังกล่าวทำให้จังหวัดต้องหันกลับ มาทบทวนตัวเองเพื่อให้เกิดการพัฒนา DHS ที่มีความหลากหลายและ สวยงาม ต้องมีหลักการและอยู่ภายใต้ฐานความรู้ ความเข้าใจที่แข็งแรง ทีมงานเริ่มจากการใช้คำถามหลัก 2 ข้อ คือ 1. เมื่อพูดถึง DHS มีสิ่งที่ต้องนึกถึงและทำอะไรบ้าง 2. กระบวนการหลักของ DHS ที่เข้าใจแล้วสามารถนำไปใช้กับ งานอื่นๆ อย่างไร จากการทบทวนทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน 1. วิเคราะห์/ดัดแปลง/ปรับปรุง/พัฒนา ก่อนส่งไม้ DHS ต่อ 2. ใช้กรอบแนวคิดและเกณฑ์ DHS ที่มีอยู่เป็นจุดเริ่มต้น แนวคิด คือ “รื้อและประกอบสร้าง” 3. ไม้ DHS ที่ส่ง ต้องเห็นความเป็นระบบ ง่ายต่อความเข้าใจ มี องค์ความรู้ที่จำเป็นและนำไปใช้กับงานอื่นๆ ได้
  • 90.
    Primary Care ValueAdded with DHS 78 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) CEET Model: นวตกรรมขับเคลื่อน DHS จันทบุรี กำหนดพัฒนาตามช่วงเวลา (Timing: T) การเสริมพลังที่เกี่ยวข้อง (Empowerment: E) การสร้างความชัดเจน ในประเด็นต่างๆ (Clarlty: C) การแลกเปลี่ยนความรู้ ความเข้าใจ (Exchange: E) การขับเคลื่อน DHS การขับเคลื่อน DHS ปี 2557 จึงกำหนดเป็นนโยบาย อำเภอ ลิขสิทธิ์ ที่มีประเด็นการพัฒนาที่สอดคล้องกัน โดยใช้ CEET Model เป็น เครื่องมือสำคัญเป็นตัวขับเคลื่อนระดับจังหวัด มีการกำหนดโครงสร้าง กิจกรรมในโครงการระดับอำเภอ ทำให้เกิดรูปแบบการดำเนินกิจกรรมใน การดำเนินงานแต่ละอำเภอที่ชัดเจน และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน อำเภอ ลิขสิทธิ์ คือ อำเภอที่มุ่งสร้างผลงาน ความโดดเด่นในการนำปัญหา หรือ เป้าหมาย ของพื้นที่ มาเร่งทำให้เกิดผลงานเป็นรูปธรรมให้เห็นเด่นชัด ครอบคลุมมิติพื้นฐาน กระบวนการเน้นภาคีเครือข่ายและประชาชน สรุป กระบวนการตามหลัก CEET Model ดังนี้
  • 91.
    Primary Care ValueAdded with DHS 79 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) จากการกำหนดขั้นตอน กระบวนการขับเคลื่อนและพัฒนา DHS ในระดับอำเภอได้อย่างชัดเจน ทำให้จังหวัดจันทบุรี มีการเรียนรู้และทำงาน ร่วมกันภายใต้หลักการพัฒนา DHS ทุกอำเภอ คือ นำมาเชื่อมโยงกับการ พัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ ชุมชน และท้องถิ่นอย่างมีคุณภาพโดยใช้ Strategic Route Map (SRM) หรือเครื่องมืออื่นๆ ในการทำแผนพัฒนา สุขภาพ โดยหลักการประเมินแบบ UCARE ที่นำมาปรับขยายผ่าน กระบวนการสร้างความเข้าใจแล้ว ทำให้เกิดอำเภอที่ผ่านเกณฑ์ UCARE ระดับ 3 จำนวน 5 อำเภอ และอำเภอที่สามารถยกระดับเกณฑ์ UCARE ได้อย่างน้อย 1 ขั้น ทุกองค์ประกอบการพัฒนาจำนวน 5 อำเภอ อย่างไร ก็ตาม การพัฒนาและทำงานเพื่อตอบโจทย์ประชาชนในพื้นที่ก็ยังคงต้อง ทำงานต่อเนื่อง เครื่องมือที่ระดับจังหวัดปรับปรุงเพื่อสร้างความเข้าใจ ระหว่างผู้เกี่ยวข้อง และใช้เป็นแนวทางการสนับสนุน DHS ได้ในเชิงระบบ และยังใช้เป็นโอกาสเพื่อขยายผลงานในประเด็นอื่นๆ ของพื้นที่ได้ต่อไป ขั้นดำเนินการ - กำหนดและจัดระบบกิจกรรมการดำเนินงานที่ สอดคล้องกับเกณฑ์การประเมินเครือข่ายสุขภาพ ระดับอำเภอ 5 ข้อ และครบถ้วนตามกรอบแนวคิด - นำกิจกรรมต่างๆ ที่ได้จากการวิเคราะห์ไปปฏิบัติ พร้อมกับมีหลักฐานการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม - ทีมสุขภาพระดับอำเภอติดตาม ตรวจสอบ และ ประเมินผลการดำเนินกิจกรรม - กำหนดแนวทางการแก้ไขปรับปรุงพัฒนางานอย่าง ต่อเนื่อง รูปแบบการพัฒนา DHS ขั้นเตรียมการ - วิเคราะห์บริบทและความพร้อมของตนเอง - ศึกษาเกณฑ์การประเมินเครือข่ายสุขภาพ ระดับอำเภอ 5 ข้อ ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ - ประเมินตนเอง (Self assessment) ตามเกณฑ์การประเมินเครือข่ายสุขภาพ ระดับอำเภอ 5 ข้อ และตั้งเป้าหมาย ระดับการพัฒนา ประเมินความสำเร็จหลัง การดำเนินงานพัฒนา ตามเกณฑ์การประเมิน เครือข่ายสุขภาพระดับอำเภอ 5 ข้อ สรุปเป็นรูปแบบระบบ/ขั้นตอนหรือ วิธีการทำงานที่ชัดเจนที่จะเป็นต้นแบบ นำต้นแบบไปขยายผลในงานอื่นๆ จนเป็นรูปแบบการดำเนินงานที่เป็น มาตรฐาน เป้าหมาย ประเด็น ODOP
  • 92.
    Primary Care ValueAdded with DHS 80 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) การดำเนินการเพื่อพัฒนาเรื่องใดก็ตาม ถ้าจะทำให้ได้ดีมีคุณภาพ บรรลุเป้าหมาย ต้องทำความเข้าใจตั้งแต่แนวคิด เป้าหมาย กระบวนการ ผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้น หากมีความชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้น โดยเฉพาะ หน่วยงานที่กำหนดนโยบาย เป้าหมายที่ชัดเจนภายใต้กรอบการพัฒนาที่ สามารถปรับได้ในพื้นที่ตามบริบท รวมทั้งการถ่ายทอดและการสนับสนุนที่มี ประสิทธิภาพของระดับจังหวัดสู่พื้นที่ระดับปฏิบัติ ย่อมส่งผลที่เกื้อหนุนการ ทำงานในพื้นที่และทำให้เกิดผลลัพธ์ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้
  • 93.
    Primary Care ValueAdded with DHS 81 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) บทสรุปที่มีคุณค่าจาก รศ.นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ 1. ทำงานให้เป็นไปตามธรรมชาติ อย่าปรุงแต่งให้มาก ให้เกิดเป็น ขั้นตอนตามธรรมชาติ ต้องรู้จัก เข้าใจตัวเอง อย่างลึกพอ รู้เขา รู้เรา รู้บริบทอย่างลึกซึ้ง ศึกษาธรรมชาติของบริบท “อย่ายึด ติดคัมภีร์” อย่าติด ODOP อย่าติด UCARE ODOP ไม่จำเป็นต้องทำทั้งอำเภอ อาจทำเรื่องที่ จำเพาะของแต่ละตำบลก็ได้ (แต่ละตำบลมีปัญหาหรือความต้องการของ ชุมชน และความพร้อมที่อาจไม่เหมือนกัน) ขอเพียงให้เริ่มจากความพร้อม หรือทุนที่มีอยู่ในแต่ละตำบล โดยให้เป็นไปตามธรรมชาติ 2. Appreciate ต้องไปด้วยใจ ไม่ใช่ไปด้วยเครื่องมือ เครื่องมือเป็น สิ่งที่เอื้อเรา แต่อย่าไปจริงจังกับการให้คะแนนมากนัก เพราะแม้จะมีเกณฑ์ การให้คะแนน แต่มักจะตีความได้แตกต่างกันเสมอ (ในเรื่องเดียวกัน บางคนอาจให้ 3 คะแนน แต่บางคนอาจให้ 2, 2.5, หรือ 3.5 คะแนน) วัตถุประสงค์ไม่ใช่ไปเพื่อประกวดหรือรับรองเพราะถ้ารับรองเมื่อไรเกิด ปัญหา จะพากันปลูกผักชีกัน จะไม่ทราบความจริง จะถูกหลอก ให้ไป ด้วยใจ ไปชื่นชมทุนเดิมที่เขามีอยู่แล้วเสริมพลังให้เขาพัฒนาให้ก้าวหน้าไป จากเดิม
  • 94.
    Primary Care ValueAdded with DHS 82 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) ในการชื่นชมตามหลัก ”Appreciative inquiry” จะมีขั้นตอนอยู่ 4 D ในการชื่นชม ได้แก่ 1) Discovery: ชื่นชมค้นหา พูดคุยสำรวจค้นหาสิ่งดีๆ ของเขา ให้เขาเล่างานอะไรก็ได้ ที่ทีมภูมิใจ ชุมชนภูมิใจ อาจจะมีแค่ หนึ่งตำบล หนึ่งหมู่บ้านก็ได้ ขอให้มีคนที่เริ่มงานที่เข้มแข็งได้ 2) Dream: พาวาดภาพฝัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างภาพฝัน ร่วมกัน ภาพฝันนั้นอาจจะเกิดขึ้นใน 5 ปี 10 ปี ก็ได้ ด้วยการ กระตุ้นด้วยคำถาม : คุณทำตำบลนี้ได้ สามารถทำตำบลอื่น ได้ไม่ ทำตำบลนี้เรื่องนี้ได้สามารถขยายไปเรื่องอื่นได้ไม่ ไม่ ต้องไปรับรองว่าเขาทำผิดทำถูก 3) Design: หันหาภาพจริง ร่วมคิดออกแบบ ทำ Action plan ปี ต่อปี 4) Destiny: วิ่งสู่เป้าหมาย ไปสู่เป้าหมายที่ดีกว่าเดิม ขยายผลได้ อย่างจริงจัง 4D นี้ผูกเป็นคำกลอนได้ว่า “ชื่นชมค้นหา พาวาดภาพฝัน หันหา ภาพจริง วิ่งสู่เป้าหมาย” เริ่มจากชื่นชม แม้เพียงเรื่องเดียว ตำบลเดียว ไม่ต้องให้คะแนน เขาจะเกิดกำลังใจ พาวาดภาพฝันต่อขยายผล เขาจะคิด ต่อทำปีต่อปี วิ่งสู่เป้าหมายที่ดีกว่าเก่า ขยายผลงานได้ดีอย่างจริงจัง เหล่านี้ น่าจะเป็นวัตถุประสงค์ของการไปชื่นชม อย่าติดรูปแบบเก่าๆ ที่ใช้อำนาจ ของการเป็นผู้เยี่ยม ยึด KPI จะสำลัก KPI ตาย เพื่อใบรับรองใบเดียว มัน ไม่เกิดวัฒนธรรมที่ยั่งยืนเท่าไรนัก
  • 95.
    Primary Care ValueAdded with DHS 83 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) ฉะนั้นการไปชื่นชมด้วยใจ ใจที่จะเกิดขึ้นที่ผมพูดบ่อยให้ใช้หลักการ “การจัดการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ : Humanistic management” ซึ่งมี หลัก 3 ข้อ 1. เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ผู้ที่ลงไปเยี่ยมชื่นชมต้องเคารพ ด้วยใจ ด้วยท่าที ด้วยภาษาทางกาย ที่ไม่ไปใช้อำนาจ (ความรู้ ตำแหน่ง ฐานะ) เราอย่าคิดว่าเรามีอำนาจมีความรู้มากกว่าเขา ไปเพื่อเรียนรู้ ไม่ได้มาจับผิดหรือรับรองมาเพื่อชื่นชม ทุก หน่วยงานทุกคนมีต้นทุนอยู่ไม่มากก็น้อย ไม่ได้มาติดลบไม่ได้ มาเป็นศูนย์ ชื่นชมด้วยใจจริงก็จะเกิดความภูมิใจ 2. พูดคุยสนทนาแลกเปลี่ยน (dialogue) และส่งเสริมการมี ส่วนร่วมในการตัดสินใจ ไม่ใช้ one way หรือ top down ไม่ ใช้อำนาจทางวิชาการ อำนาจทางตำแหน่ง 3. ทั้งหมดทำอยู่บนพื้นฐานของหลักจริยธรรมและความดีงาม ทำ เพื่อให้พิสูจน์สิ่งที่ดีงาม เรื่องของการทำงานเพื่อประชาชน เรื่องของกำลังใจ ถ้าใช้หลัก 3 ข้อนี้ รับรองซื้อใจเขาได้ ใช้กับลูกก็ได้ ลูกน้อง ลูกศิษย์ หรือผู้รับบริการก็ได้ ถ้าเรามีใจแบบนี้เราสามารถทำการจัดการ กับผู้คนด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ ถ้าเราจะลงพื้นที่ขอให้เรามีใจด้วย หัวใจความเป็นมนุษย์ อย่าติดเครื่องมือหรือยึดติดเครื่องมือลงไป (การตีความจากเกณฑ์ไม่มีทางตีความได้ตรงกันเป๊ะ เป็นความรู้สึกอาจจะมี Bias ด้วยซ้ำ)
  • 96.
    Primary Care ValueAdded with DHS 84 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) 3. บทบาทของ Facilitator ทำ 3 หน้าที่ “กระตุ้น-หนุนเสริม-เติมเต็ม” 3.1 กระตุ้น ด้วยการพูดตั้งคำถาม (อย่าตั้งคำถามแบบจับผิด เขา) ตั้งประเด็นให้คิด เปิดมุมมอง ปรับกระบวนทัศน์และ กระบวนการทำงาน 3.2 หนุนเสริม ชื่นชมทุนเดิมหรือจุดแข็งที่มีอยู่ ให้กำลังใจ รวมพลังทีมทำงาน ลงไปดูเขาด้วยใจที่เคารพเขา เห็นเขามีจุดแข็งก็ ถามให้ลึกว่าที่ทำสำเร็จเริ่มต้นอย่างไรย้อนถามความเป็น มา จุดเริ่มต้นจุดคานงัดที่เกิดขึ้นไปชื่นชมประวัติตรงนี้ แล้วเขาผ่านอุปสรรคล้มลุกคลุกคลานมาอย่างไร กว่าจะ สำเร็จตรงนี้ได้ ต้องมีอุปสรรค มีบทเรียนมาอย่างไร ทำไม ถึงก้าวพ้นไปได้ คุยแบบนี้อันนี้เท่ากับชื่นชมเขา ใช้กระบวนการ “บวกเสริมบวก” จะช่วยปลดปล่อย พลังศักยภาพที่มีอยู่ จะทำให้เกิดพลังมหาศาลที่จะ ทำงานต่อ ตรงกันข้ามกับกระบวนการ “ลบเสริมลบ” เช่น การลงไปนิเทศ จับผิด หรือตัดสินรับรองความถูกผิด ซึ่ง บางครั้งคนภายนอกที่ลงไปพื้นที่อาจไม่เข้าใจบริบทของ พื้นที่ แล้วใช้ความคิดหรือเกณฑ์มาตรฐานสำเร็จรูปของ เราไปตัดสินเขา อาจผิดพลาดได้ ทำให้บั่นทอนกำลังใจ คนทำงาน และทำให้เขาไม่เปิดใจพูดความจริง แต่จะพูด เอาใจคนที่ลงไปมากกว่า 3.3 เติมเต็ม ในสิ่งที่เขาขาดหรือยังไม่รู้ ด้วยการสนทนา แลกเปลี่ยน ไม่ใช่ไปสอนเขาแบบยัดเยียดหรือสั่งการด้วย อำนาจของความเป็นผู้รู้หรือผู้เยี่ยมสำรวจ (surveyor)
  • 97.
    Primary Care ValueAdded with DHS 85 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) 4. PCA เราพยายามให้เข้าใจว่าเป็น PCA ระดับ CUP แต่ในพื้นที่ ทำไมถึงเข้าใจว่าเป็นแค่ในระดับ รพ.สต. ผมแค่คิดเล่นๆ ว่าศัพท์เก่าๆ มัน เกิดการผูกโปรแกรม (conditioning) ไว้แล้ว มันเปลี่ยนยาก ยังคิดว่าเป็น PCA ในรูปแบบเก่าๆ เป็นไปได้หรือไม่ที่จะหาศัพท์ใหม่แทน เช่น ใช้คำว่า PCA-CUP หรือคำอะไรที่เห็นควร เพื่อการสื่อสาร ถ่ายทอดให้เข้าใจ ศัพท์ก็ มีความหมายนะ อย่าคิดว่าเขาจะอ่านหนังสือคู่มือกันนะไม่อ่านหรอกถ้ามี โลโก้ชัดๆ ว่านี้คือแบรนด์ใหม่นะเป็นเนื้อใหม่ไม่ใช่เนื้อเก่า อยากจะฝากว่า ชื่อเปลี่ยนได้หรือไม่ เป็นคำที่ต่างจากคำว่า PCA เดิมถ้าไม่ติดขัดอะไร 5. แกนนำเขตอยากให้ผนวกทุกงานเข้าไป ขณะนี้งาน DHS มีงาน ที่เสริมเข้ามาคือ DHML สองเรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวกัน อย่ามองว่าไม่เกี่ยวกัน DHS: เป็นการขับเคลื่อนวิธีคิดวิธีการทำงานปรับตามบริบทปรับการ บริหารจัดการ เพื่อขับเคลื่อนงานพัฒนาสุขภาพชุมชน DHML: เป็นการพัฒนาคน พัฒนานักจัดการในระดับอำเภอ มีทีม เรียนจากภาคประชาชน ภาคสาธารณสุข ภาคโรงพยาบาล 3 ภาค ที่จะมา แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ให้มีสมรรถนะที่จะวิเคราะห์ปัญหาได้ลึกและกว้าง ใน 1 ปีที่ทำโครงการนี้ไม่ใช่ไปมุ่งทำ ODOP ให้สำเร็จ ODOP เป็นเรื่องใหญ่มาก ในกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ขอให้ทีมเรียนนำเนื้อหาในโครงการ ODOP หรือประเด็นที่มีความสำคัญในชุมชนก็ได้มาเป็นตัวเดินเรื่อง ถอด บทเรียนเอาประเด็นเล็กๆ ประเด็นเดียวที่เป็นจุดคานงัดเอามาเรียนรู้ มา เป็นแบบฝึกหัด เช่น ผู้ป่วยเบาหวานไม่สามารถคลุมน้ำตาลได้ อย่าพึ่งไป คิดหาออกแบบวิธีการแก้ไขปัญหาไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรม (โดยลอกเลียน วิธีการเดิมๆ ที่เคยทำกัน แต่ไม่ได้ผลยั่งยืน) ให้ไปศึกษาปัญหา กลับไป ย้อนสำรวจศึกษาพฤติกรรมของผู้ป่วยเบาหวานเป็นแบบฝึกหัดมาวิเคราะห์ ปัญหาที่ลึกและกว้างพอ กลับไปคุยกับชาวบ้าน คนไข้ หรือชุมชน เพื่อเจาะ ลึกพฤติกรรมที่เกิดขึ้นเพราะอะไร ห้ามเอาความรู้เราไปใส่ ไม่ใช่ไปสอน ขอ
  • 98.
    Primary Care ValueAdded with DHS 86 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) ให้ไปสำรวจใช้หลัก family medicine ไปสำรวจปัญหาลึกๆ ให้เขาเปิดใจ กับเราให้ได้ที่เขาไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพราะอะไรแน่ อาจคุยสัก 5 คน 10 คน ฝึกตั้งคำถามที่ถูกต้องไม่ sensitive มาก ห้ามไปใช้อารมณ์ อำนาจ สั่งเขา ฝึก self-control วัตถุประสงค์ของ DHML คือ เสริมสมรรถนะในการบริหารจัดการ พัฒนาคน พัฒนามุมมอง วิธีคิดยอมรับศักยภาพของทุกฝ่าย ทำงานร่วมกับ ทุกฝ่ายได้ ด้วยใจที่มีเป้าหมายร่วมกัน เกิดกระบวนการร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมเรียนรู้อย่างแท้จริง ที่ผ่านมาเราตีความว่าการมีส่วนร่วมคือเราเป็นคน คิด ออกแบบแทน แล้วไปขอความร่วมมือให้เขาทำตาม เราคิดจากมุมมอง ของเราทั้งหมด คิดจากข้อมูลของเราทั้งหมด การคืนข้อมูลเป็นคำที่พูดกัน บ่อยมาก การคืนข้อมูลอย่าคิดว่าการเอาตัวเลขไปคืนให้ชาวบ้านเท่านั้น เรา ต้องรับข้อมูลคืนจากเขาคนละชุด เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูล ใช้วิธี dialogue เราต้องถ่อมตัวไม่คิดว่าเรามีอำนาจ มีความรู้เก่งกว่าเขา ต้อง ทำตัวเป็นนักเรียนน้อย ก่อนจะสอนใครต้องเป็นนักเรียนของคนนั้นก่อน 6. การขับเคลื่อนงาน อย่ารีบขับเคลื่อนงานเพรียวๆ การขับเคลื่อน งานไม่ว่างานอะไรก็ตาม ต้องขับเคลื่อนบนพื้นฐาน 3 ส่วนได้แก่ 1) ขับเคลื่อนการเรียนรู้ 2) ขับเคลื่อนความสัมพันธ์ 3) ขับเคลื่อนงาน ต้องมี 3 ส่วนนี้ที่สมดุล โดยเฉพาะถ้าขาดการเรียนรู้ (ไม่เรียนรู้ ไม่ ยอมเรียนรู้ ใช้ความคิดเก่าๆ รูปแบบเก่าๆ โจทย์เก่าๆ ยังใช้คำตอบเก่าๆ) และไม่พยายามสร้างความสัมพันธ์ (รู้จักกันลึกๆ เปิดใจกัน เกื้อกูลกัน) เอาแต่ขับเคลื่อนงานเพียงอย่างเดียว ก็ยากที่จะประสบผลสำเร็จอย่างยั่งยืน เช่น หมอตรวจคนไข้เบาหวาน บอกคนไข้ให้ทำโน่นทำนี่ ในเวลาตรวจแค่ 3 นาที ก็ไม่มีทางทำได้หรอก คนไข้ไม่ทำตามก็โกรธ ขู่ อันนี้ไม่เกิดความ
  • 99.
    Primary Care ValueAdded with DHS 87 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) สัมพันธ์ นั่นแสดงว่าแพทย์ไม่เข้าใจว่า เขามีอุปสรรคอะไร เขามีวิธีคิด อย่างไร แพทย์ ต้องมีวิธีคิดใหม่ ต้องสอบถามมุมมองคนไข้และญาติ อย่า ตัดสินจากมุมมองของเรา อย่าเอาทฤษฎีไปจับ เพราะแต่ละคนมีภูมิหลัง พื้นฐานไม่เหมือนกัน จึงต้องทำการเรียนรู้รู้จักเขาก่อน และต้องสร้าง สัมพันธ์ให้ได้ก่อน เขาจะเปิดใจกับเรา ฉะนั้นต้องขับเคลื่อนทั้ง 3 ส่วน เริ่ม จากการเรียนรู้ และความสัมพันธ์ ผลงานที่คาดหวังก็จะมาทีหลัง นำไปใช้ กับทุกงาน ทุกบริบทได้หมด อย่าคิดแค่ขับเคลื่อนงานอย่างเดียว จะไปไม่ได้ ไกล เกิดการทะเลาะเบาะแว้ง เกิดความทุกข์ทุกฝ่าย แต่ควรเริ่มจากการ เรียนรู้ มีความสัมพันธ์ ซื้อใจ..... งานเป็น hard side ส่วนการเรียนรู้ และ ความสัมพันธ์นั่น คือ ใจ เป็น soft side hard side 1 ตัว แต่ soft side 2 ตัว ....เราถูกสอนเป็น hard side จึงทุกข์ ตลอด เรามุ่ง “Doing” ตลอดเวลา เราไม่เคยพัฒนา ตัวเอง (Being) Being สำคัญกว่า Doing Doing ต้องรับใช้ Being การงานต้องรับใช้การพัฒนาตัวเราให้สมบูรณ์ อย่ามีเป้าหมายทำงานเพื่องานตามเป้าหมายที่คนข้างบนสั่งมาแบบ ทุกวันนี้ เรา care ข้างบนมาก เรากลัวข้างบนมาก กลัวระบบราชการ ก็จะ ไม่คิดถึงการพัฒนาตัวเอง (เราต้องพัฒนา Being คือพัฒนาชีวิตเรา พัฒนา ตน พัฒนาจิตวิญญาณ พัฒนาสติปัญญา) การทำอะไรทุกอย่างต้องรับใช้ Being ให้ได้ จึงจะไปได้ไกล และ Doing ก็จะสอดคล้องกับ Being ไม่ใช่ ทำแต่ Doing ตามคู่มือ ตาม guideline ตามเครื่องมืออะไรเยอะแยะ แล้ว ไม่ได้ทำให้ Being ดีขึ้น
  • 100.
    Primary Care ValueAdded with DHS 88 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) ฉะนั้นพัฒนางานต้องเริ่มต้นจากการพัฒนาการเรียนรู้และความ สัมพันธ์ ตรงกับที่ในหลวงท่านตรัสไว้ คือ “เข้าใจ-เข้าถึง-พัฒนา” (การ เรียนรู้คือ “เข้าใจ” ความสัมพันธ์ คือ “เข้าถึง” และงานคือ ”พัฒนา”) เริ่มจาก “การเข้าใจ เข้าถึง จึงจะไปพัฒนา” “ถ้าไม่เข้าใจ ไม่ เข้าถึง ก็พัฒนาไม่สำเร็จ” หมายเหตุ ได้คุยกับท่านอาจารย์เพิ่มเติม ท่านอาจารย์บอกว่าอย่า ไปคาดหวังให้คนอื่นเปลี่ยน แต่ขอให้เราเริ่มต้นที่จะเปลี่ยนที่ตัวเราเองก่อน เปลี่ยนมุมมอง เปลี่ยนวิธีคิด แล้วทำให้เห็น อย่ามัวมองและโทษคนอื่นว่าไม่ เปลี่ยน ไม่ต้องสนใจ ให้เปลี่ยนที่ตัวเราก่อน แล้วจะเกิดผลสะเทือนด้านบวก ต่อคนอื่นและการทำงานและการอยู่ร่วมกันในหน่วยงานในที่สุด นุชนภางค์ ภูวสันติ สรุปบันทึก (23 ตุลาคม 2557) สุรเกียรติ อาชานานุภาพ แก้ไขเพิ่มเติม (24 ตุลาคม 2557)
  • 101.
    Primary Care ValueAdded with DHS 89 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) Six Building Blocks Six Building Blocks ที่นำเสนอโดยองค์การอนามัยโลกตีพิมพ์ ครั้งแรกใน World Health Report (2007): Strengthening Health Systems to Improve Health Outcomes, WHO’s Framework for Action: Everybody’s Business ภาคผนวก THE WHO HEALTH SYSTEM FRAMEWORK SYSTEM BUILDING BLOCKS OVERALL GOALS/OUTCOMES ACCESS COVERAGE QUALITY SAFETY SERVICE DELIVERY HEALTH WORKFORCE INFORMATION MEDICAL PRODUCTS, VACCINES TECHNOLOGIES FINANCING LEADERSHIP/GOVERNANCE IMPROVED HEALTH (LEVEL AND EQUITY) RESPONSIVENESS SOCIAL AND FINANCIAL RISK PROTECTION IMPROVED EFFICIENCY
  • 102.
    Primary Care ValueAdded with DHS 90 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) เกณฑ์การให้คะแนนตามแนวทาง U-CARE แนวทางการเยี่ยมเสริมพลัง เพื่อการพัฒนา DHS - PCA 1 มีแนวทางที่ชัดเจน และ/หรือ เริ่มดำเนินการ (แนวทาง ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ ได้แก่ วัตถุประสงค์เป็น อย่างไร, แผนขั้นตอนเป็นอย่างไร และตัววัดเป้าหมาย วิธีการติดตาม ประเมินผลเป็นอย่างไร) 2 มีการขยายการดำเนินการเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ครอบคลุม 3 ดำเนินการอย่างเป็นระบบ และ/หรือ มีการทบทวน ประเมินและ ปรับปรุงกระบวนการที่สำคัญและ/หรือ มีการดำเนินการครอบคลุม (ระบบ หมายถึง สามารถทำซ้ำได้ มีขั้นตอนชัดเจน) (การดำเนินการ ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ ได้แก่ ทำได้ครอบคลุม ทุกขั้นตอนตามแผนหรือไม่อย่างไร, คนที่ได้รับมอบหมายทำหน้าที่ ทุกคนหรือไม่อย่างไร และคนที่ทำทำอย่างมุ่งมั่นหรือไม่อย่างไร) 4 มีการทบทวน ประเมินผลและปรับปรุงโดยใช้ข้อมูลจริงและมีการเรียนรู้ เพื่อปรับพัฒนาให้ดีขึ้น (การเรียนรู้ ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ ได้แก่ ผลลัพธ์ตรงเป้าหรือไม่ อย่างไร, มีการแลกเปลี่ยนบทเรียนที่ได้รับหรือไม่อย่างไร และมีการนำ บทเรียนไปปรับปรุงหรือไม่อย่างไร) 5 มีการบูรณาการการพัฒนาใหม่เข้าสู่ระบบงานหลักขององค์กร เริ่มเห็น ผลการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น และตอบสนองต่อเป้าหมาย/พันธกิจองค์กร (การบูรณาการ ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ ได้แก่ ความสอดคล้อง ของเป้า แผน ปฏิบัติ วัด ปรับ, ความสอดคล้องกับกระบวนการอื่นที่ เกี่ยวข้อง และความสอดคล้องกับเป้าหมายของเครือข่ายบริการปฐมภูมิ)
  • 103.
    Primary Care ValueAdded with DHS 91 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) UCARE 1 เริ่มมีแนวทาง และ/หรือ เริ่มดำเนินการ 2 ขยายการ ดำเนินการ 3 ดำเนินการเป็น ระบบและ/หรือ ครอบคลุม 4 เรียนรู้ 5 บูรณาการ คำสำคัญและนิยามปฏิบัติการ มีแนวทางที่จะ ทำงานร่วมกัน และดำเนินงาน ตามหน้าที่ใน ส่วนที่ รับผิดชอบ มีการทำงาน ร่วมกันเป็นทีม ในบางประเด็น และ/หรือมี ภาคีภาคส่วน ร่วมด้วย cross functional เป็นteam ระหว่างฝ่ายคิด วางแผนและ ดำเนินการ ร่วมกันโดยมี ภาคีภาคส่วน ร่วมด้วย บางส่วน fullyintegrate เป็นโครงข่าย ทีมเดียวกัน ทั้งแนวตั้งและ แนวราบโดยมี ภาคีภาคส่วน ร่วมด้วย ชุมชนภาคี ภาคส่วนต่างๆ ร่วมเป็นทีมกับ เครือข่าย สุขภาพในทุก ประเด็นสุขภาพ สำคัญ ทีมสุขภาพ(HealthTeam) หมายถึงทีมภายในหน่วยงาน เดียวกัน(ทีมรพ.กับรพ.,ทีม รพ.สต.กับทีมรพ.สต.), ทีมระหว่างหน่วยงาน(ทีมรพ.กับ ทีมรพ.สต.),ทีมแนวตั้งและทีม แนวราบและ/หรือทีมข้ามสายงาน (ภาคีภาคส่วนต่างๆ) UnityTeam 0.5 1 1.5 2 2.5 3 3.5 4 4.5 5
  • 104.
    Primary Care ValueAdded with DHS 92 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) UCARE 1 เริ่มมีแนวทาง และ/หรือ เริ่มดำเนินการ 2 ขยายการ ดำเนินการ 3 ดำเนินการเป็น ระบบและ/หรือ ครอบคลุม 4 เรียนรู้ 5 บูรณาการ คำสำคัญและนิยามปฏิบัติการ มีช่องทางใน การรับรู้และ เข้าใจความ ต้องการของ ประชาชนและ ผู้รับบริการเป็น แบบreactive มีช่องทางใน การรับรู้และ เข้าใจความ ต้องการของ ประชาชนและ ผู้รับบริการที่ หลากหลาย อย่างน้อยใน กลุ่มที่มีปัญหา สูง มีช่องทางการ รับรู้และเข้าใจ ความต้องการ ของประชาชน และผู้รับบริการ แต่ละกลุ่ม ครอบคลุม ประชากร ส่วนใหญ่และ นำมาแก้ไข ปรับปรุงระบบ งาน มีการเรียนรู้ และพัฒนา ช่องทางการ รับรู้ความ ต้องการของ ประชาชน แต่ละกลุ่มให้ สอดคล้องและ มีประสิทธิภาพ มากขึ้น ความต้องการ ของประชาชน และผู้รับบริการ ถูกนำมาบูรณา- การกับระบบ งานต่างๆจน ทำให้ประชาชน เชื่อมั่นศรัทธา ผูกพันและมี ส่วนร่วมกับ เครือข่าย บริการปฐมภูมิ ความต้องการของประชาชนและผู้รับ บริการ(HealthNeed) หมายถึงประเด็นปัญหาหรือประเด็น พัฒนาที่ประชาชนและผู้รับบริการ จำเป็นต้องได้รับโดยหมายรวมทั้งใน ส่วนของfeltneed(เช่นการรักษา ฟื้นฟู)และunfeltneed(เช่น บริการส่งเสริมป้องกัน) CustomerFocus 0.5 1 1.5 2 2.5 3 3.5 4 4.5 5
  • 105.
    Primary Care ValueAdded with DHS 93 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) UCARE 1 เริ่มมีแนวทาง และ/หรือ เริ่มดำเนินการ 2 ขยายการ ดำเนินการ 3 ดำเนินการเป็น ระบบและ/หรือ ครอบคลุม 4 เรียนรู้ 5 บูรณาการ คำสำคัญและนิยามปฏิบัติการ มีแนวทางหรือ เริ่มให้ชุมชน และภาคี เครือข่ายมี ส่วนร่วมในการ ดำเนินงาน ด้านสุขภาพ ดำเนินการให้ ชุมชนและ ภาคีเครือข่าย ร่วมรับรู้ร่วม ดำเนินการด้าน สุขภาพในงาน ที่หลากหลาย และขยายวง กว้างเพิ่มขึ้น ชุมชนและ ภาคีเครือข่ายมี ส่วนร่วมคิด ร่วมดำเนินการ ด้านสุขภาพ อย่างเป็นระบบ กับเครือข่าย บริการปฐมภูมิ และมีการขยาย วงได้ค่อนข้าง ครอบคลุม ชุมชนและ ภาคีเครือข่าย ร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมดำเนินการ ด้านสุขภาพ และมีการ ทบทวนเรียนรู้ ปรับปรุง กระบวนการมี ส่วนร่วมให้ เหมาะสม มากขึ้น ชุมชนและ ภาคีเครือข่าย ร่วมดำเนินการ อย่างครบวงจร รวมทั้งการ ประเมินผลจน ร่วมเป็นเจ้าของ การดำเนินงาน เครือข่าย บริการปฐมภูมิ ระดับของการมีส่วนร่วม: ร่วมรับรู้ร่วมคิด ร่วมดำเนินการ และร่วมประเมินผล CommunityParticipation 0.5 1 1.5 2 2.5 3 3.5 4 4.5 5
  • 106.
    Primary Care ValueAdded with DHS 94 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) UCARE 1 เริ่มมีแนวทาง และ/หรือ เริ่มดำเนินการ 2 ขยายการ ดำเนินการ 3 ดำเนินการเป็น ระบบและ/หรือ ครอบคลุม 4 เรียนรู้ 5 บูรณาการ คำสำคัญและนิยามปฏิบัติการ มีแนวทางหรือ วิธีการที่ชัดเจน หรือเริ่ม ดำเนินการใน การดูแล พัฒนาและ สร้างความ พึงพอใจของ ทีมงานและ เครือข่าย มีการขยายการ ดำเนินการตาม แนวทางหรือวิธี การในการดูแล พัฒนาและ สร้างความพึง พอใจของ ทีมงานและ เครือข่าย เพิ่มขึ้นในแต่ละ หน่วยงานหรือ ในแต่ละระดับ ดำเนินการตาม แนวทางหรือวิธี การดูแลพัฒนา และสร้างความ พึงพอใจและ ความผูกพัน (engagement) ของทีมงานและ เครือข่ายให้ สอดคล้องกับ ภารกิจที่จำเป็น อย่างเป็นระบบ เครือข่าย สุขภาพมีการ เรียนรู้ทบทวน กระบวนการ ดูแลพัฒนา และสร้างความ ผูกพันของ ทีมงานและ เครือข่ายให้ สอดคล้องกับ บริบท สร้างวัฒนธรรม เครือข่ายให้ ทีมงานและ เครือข่ายมี ความสุขภูมิใจ รับรู้คุณค่าและ เกิดความ ผูกพันในงาน ของเครือข่าย บริการปฐมภูมิ ความผูกพัน(engagement) หมายถึงการที่ทีมงานและเครือข่าย มีความกระตือรือร้นในการปฏิบัติ งานในหน้าที่และในงานที่ได้รับ มอบหมายด้วยความมุ่งมั่นเพื่อให้ บรรลุพันธกิจขององค์กร Appreciaton 0.5 1 1.5 2 2.5 3 3.5 4 4.5 5
  • 107.
    Primary Care ValueAdded with DHS 95 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) UCARE 1 เริ่มมีแนวทาง และ/หรือ เริ่มดำเนินการ 2 ขยายการ ดำเนินการ 3 ดำเนินการเป็น ระบบและ/หรือ ครอบคลุม 4 เรียนรู้ 5 บูรณาการ คำสำคัญและนิยามปฏิบัติการ มีแนวทางหรือ เริ่มวางแผน การใช้ ทรัพยากร ร่วมกันและ พัฒนาบุคลากร ร่วมกันเพื่อ สนับสนุนการ พัฒนาระบบ สุขภาพชุมชน มีการดำเนิน การร่วมกัน ในการใช้ ทรัพยากรและ พัฒนาบุคลากร ในบางประเด็น หรือบางระบบ มีการจัดการ ทรัพยากรและ พัฒนาบุคลากร ร่วมกันอย่าง เป็นระบบและ ครอบคลุมตาม บริบทและ ความจำเป็น ของพื้นที่เพื่อ สนับสนุนให้ บรรลุตาม เป้าหมายของ เครือข่าย สุขภาพ มีการทบทวน และปรับปรุง การจัดการ ทรัพยากรและ พัฒนาบุคลากร ให้เหมาะสม และมี ประสิทธิภาพ เพิ่มขึ้น มีการจัดการ ทรัพยากร ร่วมกันโดยยึด เป้าหมายของ เครือข่าย สุขภาพ(ไม่มี กำแพงกั้น) และมีการใช้ ทรัพยากรจาก ชุมชนส่งผลให้ เกิดระบบ สุขภาพชุมชนที่ ยั่งยืน Resourceหมายถึงคนเงินของ ความรู้รวมทั้งข้อมูลซึ่งเป็นปัจจัย นำเข้า(input)ของการทำงาน ResourcesSharingand HumanDevelopment 0.5 1 1.5 2 2.5 3 3.5 4 4.5 5
  • 108.
    Primary Care ValueAdded with DHS 96 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) UCARE 1 เริ่มมีแนวทาง และ/หรือ เริ่มดำเนินการ 2 ขยายการ ดำเนินการ 3 ดำเนินการเป็น ระบบและ/หรือ ครอบคลุม 4 เรียนรู้ 5 บูรณาการ คำสำคัญและนิยามปฏิบัติการ มีแนวทางหรือ เริ่มดำเนินการ จัดระบบดูแล สุขภาพพื้นฐาน ที่จำเป็นใน แต่ละกลุ่ม ตามบริบทของ ชุมชน มีการจัดระบบ ดูแลสุขภาพ ตามบริบท และตามความ ต้องการของ ผู้รับบริการ ประชาชนและ ชุมชนบางส่วน โดยเฉพาะกลุ่ม ที่มีปัญหาสูง มีการจัดระบบ ดูแลสุขภาพ ตามบริบทตาม ความต้องการ ของผู้รับบริการ ประชาชนแต่ละ กลุ่มและชุมชน ที่ครอบคลุม ประชากร ส่วนใหญ่ มีการเรียนรู้ ทบทวนการ จัดระบบดูแล สุขภาพและ พัฒนาอย่าง ต่อเนื่องเพื่อ ให้เกิดการดูแล สุขภาพที่ เหมาะสม สอดคล้อง มากขึ้น มีการจัดระบบ ดูแลสุขภาพ อย่างบูรณาการ ร่วมกับ ประชาชน ชุมชนภาคี ภาคส่วนที่ เกี่ยวข้องส่ง ผลให้ประชาชน มีสถานะ สุขภาพดี EssentialCareหมายถึงบริการ ด้านสุขภาพที่จำเป็นสำหรับ ประชาชนโดยสอดคล้องกับบริบท ของชุมชนและเป็นไปตามศักยภาพ ของเครือข่ายบริการปฐมภูมิ EssentialCare 0.5 1 1.5 2 2.5 3 3.5 4 4.5 5
  • 109.
    Primary Care ValueAdded with DHS 97 เสริมคุณค่าปฐมภูมิ ด้วยระบบสุขภาพระดับอำเภอ (รสอ.) กองบรรณาธิการ 1. นพ.สุวัฒน์ วิริยะพงศ์สุกิจ ผอ.รพ.สมเด็จพระราชินีนาถ ณ อำเภอนาทวี สงขลา 2. นพ.ประสิทธิ์ชัย มั่งจิตร ผอ.รพ.แก่งคอย สระบุรี 3. นพ.ปวิตร วณิชชานนท์ ผอ.รพ.สตูล ละงู 4. นพ.สุธี สุดดี ร.พ.วารินชำราบ อุบลราชธานี 5. นพ.สิริชัย นามทรรศนีย์ ร.พ.สมเด็จพระยุพราชกุฉินารายณ์ กาฬสินธุ์ 6. นพ.วิศรุต เจริญพันธ์ ผอ.รพ.โนนสัง หนองบัวลำภู 7. อาจารย์อาภากร สุปัญญา สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.) 8. ทญ.วราภรณ์ จิระพงษา สถาบันวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน 9. คุณจุฬาดา สุขุมาลวรรณ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) 10. คุณบำรุง ชลอเดช สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) 11. ดร.นพดล บุญเปล่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ สสจ. ชลบุรี 12. ดร.อัจฉรา อ่วมเครือ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ราชบุรี 13. ดร.วรเดช ช้างแก้ว วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ราชบุรี 14. ดร.อุไรรัชต์ บุญแท้ วิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า เพชรบุรี 15. ดร.ธัญพร ชื่นกลิ่น วิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า เพชรบุรี 16. คุณสถาพร แถวจันทึก วิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า เพชรบุรี 17. ดร.ธีรนันท์ วรรณศรี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม 18. ดร.วุธิพงษ์ ภักดีกุล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตฯ สกลนคร 19. อ.นิติกร ภู่สุวรรณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตฯ สกลนคร 20. คุณนิตยา โชตินอก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา 21. คุณเบญญาภา มโนธรรม สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา 22. คุณคนึงนิจ หุตะวัฒนะ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา 23. คุณนุชนภางค์ ภูวสันติ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระบุรี 24. ดร.จุฑาทิพย์ พิทักษ์ สำนักบริหารการสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข 25. คุณลดาวัลย์ นกหมุด สำนักบริหารการสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข 26. คุณวิวรรณ เอกรินทรากุล สำนักงานกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) 27. คุณเอื้อมพร จันทร์ทอง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี 28. คุณอุสาห์ เพ็งภารา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปัตตานี