ก้าวต่อไปกับการพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิที่มี
คุณภาพมาตรฐาน(DHS&PCA)
นายแพทย์จรัส สิงห์แก้ว
ทบทวนแนวคิดปฐมภูมิ
@ แนวคิดปฐมภูมิ
@ แนวคิดปฐมภูมิ
ปัญหาการทางานที่เกิดขึ้น
มีความแตกต่างของ:
1. มาตรฐานการทางาน เชิงกระบวนการ เชิง
ผลลัพธ์ เชิงคุณภาพ
2. ทิศทางการทางาน
3. เป้ าหมายการทางาน
4. การมีส่วนร่วมของประชาชน
ระบบการทางาน
1
53
2 แนวทางเริ่มเป็นระบบ
มุ่งเป็นทิศทางเดียวกัน บูรณาการเป็นหนึ่ง
0 ไม่มีระบบใดเลย
4 แนวทางบูรณาการ
1
1 แก้ปัญหาเฉพาะหน้า
ทาความเข้าใจกับ PCA
(Primary Care
Award)
PCA เป็นการประยุกต์จาก TQM
เป็นการพิจารณาคุณภาพของระบบ ของ
องค์กรทั้งองค์กร มิใช่เฉพาะงานใดงาน
หนึ่ง
PCA ต่างจาก HCA เดิมอย่างไร
HCA=มาตรฐาน PCUเดิม
ทาไมจึงต้องนา PCA มาเป็นเครื่องมือ
ในการพัฒนาคุณภาพของบริการสุขภาพ
• เพราะเชื่อว่า ระบบเครือข่ายบริการปฐมภูมิ
ที่ดีจะนาไปสู่บริการสุขภาพที่มีคุณภาพ
ของหน่วยบริการปฐมภูมิ
CUP
PCU, รพ.สต., สอ.
การประเมินเป็นขั้น หรือ ระยะการพัฒนา แสดงให้เห็นจุดแข็ง จุดอ่อน
ในแต่ละองค์ประกอบ และการบูรณาการ
บุคคลภายนอก จะเข้าไปสะท้อนมุมมองที่กว้างขึ้น และช่วยเรื่องแก่นคิด
หลักการทางาน เข้าไปดูความสอดคล้อง ความเชื่อมโยงของกระบวน
การพัฒนา กับสถานการณ์
กระบวนการ เริ่มจากตรวจสอบตนเองอย่างรอบด้าน และนาไปสู่การ
ปรับปรุงแก้ไขที่บูรณาการเข้ากับแผนการทางานขององค์กรนั้นๆ
หมอองค์กร
• คนไข้
• ไข้ ไอ หอบ
• ตรวจร่างกาย วัดไข้, BP, PR,
RR, Heart, Lung
• วินิจฉัยแยกโรค
• Investigation
• Diagnosis
• ยารักษา
• องค์กร (CUP...)
• แบบประเมินตนเอง
(วิเคราะห์ปัจจัยภายใน 7 หมวด,
PEST)
• จุดแข็ง/ จุดอ่อน (SWOT)
• Root cause(ผังก้างปลา)
• หาสาเหตุเจอ (จุดอ่อนที่ควรพัฒนา)
• Tools, Standard (R2R,
BSC, KM)
PCA Model
Approach
A
Deployment
D
Learning
L
Result
Integration
I
Plan
Do
Check/Share/Act
PDCA Alignment
A : P
D : D
L : C A
I : P
A - Approach
แนวทาง – วิธีการที่
ใช้เพื่อให้กระบวนการ
นั้นบรรลุผล
-มีเป้ าหมาย
วัตถุประสงค์
-มีวิธีการ/แผน
พร้อมผู้รับผิดชอบ
-มีตัววัดเป้ าหมาย
และการประเมินผล
D – Deployment
การถ่ายทอดเพื่อนาไปสู่การ
ปฏิบัติ - การนาแนวทางการ
ถ่ายทอดไปดาเนินการอย่าง
ครอบคลุม
ประเมินจาก ประเมินจาก
- ความครอบคลุม
ขั้นตอนการนา
แนวทางไปดาเนินการ
- การใช้แนวทางทุก
หน่วยงาน ทุนคนที่
เกี่ยวข้อง
- ทาทุกขั้นตอนอย่าง
จริงจัง
L-Learning
การปรับปรุงแนวทางให้ดี
ขึ้น (PDCA)
ประเมินจาก
- การติดตาม
ประเมินผลลัพธ์
- การแลกเปลี่ยน/
แบ่งปันความรู้การ
ปรับปรุงที่ดีขึ้นและ
นวัตกรรมให้ทั่วทั้ง
องค์กร
I-Integration
ความครอบคลุม
และทั่วถึงในการใช้
แนวทางตรงกับ
ความต้องการของ
องค์กร
ประเมินจาก
-ความสอดคล้อง
ของเป้ าหมาย
แผนปฏิบัติ
-ความสอดคล้อง
กับกระบวนการอื่น
-ความสอดคล้อง
กับเป้ าหมาย
องค์กร
ระดับการพัฒนา เครือข่ายบริการปฐมภูมิ(CUP)
(CUPอาเภอ............)
เข้าสู่กระบวนการ มีการทาความเข้าใจกับเกณฑ์คุณภาพเครือข่ายบริการปฐมภูมิและมีการประเมิน
ตนเอง
ขั้นที่ 1 รู้จักสภาพปัญหาระบบ
สุขภาพ/ความเสี่ยงที่สาคัญของ
เครือข่ายบริการ(PCU+ร.พ.)
และมีแนวทางในการสนับสนุน
ทรัพยากรในการจัดการปัญหา
และความเสี่ยงที่สาคัญ
1.ประเมินตนเองหมวด P หมวด 1 หมวด 3
หมวด 6 ข้อ 6.2
2.ประเมินและจัดระบบพัฒนาระบบ
สนับสนุนในปัญหาที่พบบ่อย
ขั้นที่ 2 วิเคราะห์ปัญหา/ความเสี่ยงที่
สาคัญและวางแผนสนับสนุน
ทรัพยากรอย่างเป็นระบบปัญหา
และความเสี่ยงที่สาคัญของ
เครือข่ายได้รับการแก้ไข
1.ประเมินตนเองครบ 7 หมวด
กาหนดความสาคัญ (เรียงลาดับความสาคัญ)
กระบวนการไหนที่จะทาการบริหาร
ความเสี่ยง
2. จัดทาแผนหรือแนวทางพัฒนาในระบบที่
เป็นปัญหาสาคัญในพื้นที่ โดยการวิเคราะห์
ระดับการพัฒนาคุณภาพหน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่ายบริการปฐมภูมิ
ตามมาตรฐานเกณฑ์คุณภาพเครือข่ายบริการปฐมภูมิ (Primary Care Award)
ระดับการพัฒนา
หน่วยบริการปฐมภูมิ (PCU, รพ.สต.)
เข้าสู่กระบวนการ มีการทาความเข้าใจกับเกณฑ์คุณภาพเครือข่ายบริการปฐมภูมิและมีการประเมิน
ตนเอง
ขั้นที่ 1 รู้จักตนเอง ทราบปัญหาสุขภาพ
และความเสี่ยงที่สาคัญและ
มีการจัดการปัญหาความเสี่ยง
ที่สาคัญ
1.ประเมินตนเองหมวด P หมวด 3 หมวด 6
ข้อ 6.1.1, 6.1.2
2.ประเมินและจัดระบบพัฒนาปัญหา
สุขภาพที่พบบ่อย (Common Health
Problem)
ขั้นที่ 2 วิเคราะห์สาเหตุ มีแนวทาง
มาตรการแก้ไขปัญหาความเสี่ยง
ที่สาคัญ รวมทั้งปัญหาและความ
เสี่ยงที่สาคัญได้รับการแก้ไข
1.ประเมินตนเองครบ 7 หมวด
2.จัดทาแผนพัฒนาปัญหาที่พบบ่อยในพื้นที่
 ปัญหายังคงอยู่เพราะ........
เน้นเรื่องมาตรฐาน7บท
( มี/ไม่มี )
การเรียนรู้เพื่อพัฒนาไม่ชัด
ทีมไม่ชัด กระบวนการพัฒนาเชิงคุณค่าและการเรียนรู้
น้อยกว่าที่ควร (ระดับอาเภอ)
ผล รพสต. ก็มีการพัฒนาตนเองได้อย่างหลากหลาย
ยุคDHS
ระบบสุขภาพอาเภอ
1. ชุมชนไม่ทอดทิ้งกัน
2. พึ่งตนเองได้ในความเจ็บป่วยที่พบบ่อย
3. โรคเรื้อรังสาคัญ เบาหวาน ความดันโลหิต
สูง สามารถควบคุม และดูแลได้ในชุมชน
4. มีความเข้มแข็ง ของการควบคุมโรค ใน
ท้องถิ่น เช่น ไข้เลือดออก และโรคไม่
ติดต่อ
5. ผู้สูงอายุ ผู้ที่ต้องพึ่งพา สามารถได้รับการ
ดูแล ได้ในชุมชน และที่บ้าน
6. เกิดการสร้างสุขภาวะของชุมชน โดย ความ
เข้มแข็งของชุมชน มีภูมิคุ้มกัน
สุขภาวะ เป้ าหมายไปให้ถึง Goal
Begin with the end in mind
๑. แนวคิด ทัศนคติและ
นโยบาย
๒. การปรับโครงสร้าง
๓. การจัดการบูรณาการ
ทรัพยากร
๔. การพัฒนาบุคลากร
๕. พัฒนาสารสนเทศ
๖. ระบบสนับสนุนต่างๆ
๗. การพัฒนาการทางาน
แบบมีส่วนร่วมและ
เครือข่าย
1. ระบบส่งเสริม ป้ องกันโรค
2. แม่และเด็ก
3. ระบบฉุกเฉิน
4. โรคเฉียบพลัน โรคติดต่อ
5. ทันตสาธารณสุข
6. โรคเรื้อรัง
7. สุขภาพจิต โรคทางจิตเวช
8. ผู้พิการ
9. การดูแลประคับประคอง
ในช่วงสุดท้าย
10.กลุ่มเสี่ยง เด็กเล็ก วัยรุ่น
ผู้สูงอายุ วัยทางาน
ผู้ด้อยโอกาส
Essential Care
1. ผู้สูงอายุ ผู้ที่ต้องพึ่งพา สามารถได้รับการดูแล ได้ในชุมชน และที่บ้าน
2. โรคเรื้อรัง (เบาหวาน ความดันสูง ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจ หืด
ถุงลมปอดโป่งพอง วัณโรคปอด เอดส์ โรคไต โรคตับ มะเร็ง)
3. มีความเข้มแข็ง ของการควบคุมโรค ในท้องถิ่น เช่น ไข้เลือดออก และโรคไม่
ติดต่อ
4 . งานส่งเสริมสุขภาพ - ป้ องกันโรค - ควบคุมโรค - คัดกรองโรค
อนามัยสิ่งแวดล้อม อนามัยแม่และเด็ก อาชีวอนามัย
5. ระบบการแพทย์ฉุกเฉิน
6. สุขภาพฟัน
7. โรคจิตเวช - สุขภาพจิต
8. ผู้พิการ ( อัมพาต เบาหวานถูกตัดเท้า แผลเรื้อรัง)
9. เด็กเล็ก วัยรุ่น วัยทางาน ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส คนยากคนจน
10. ผู้ป่วยระยะท้าย
ที่มา อ.สุรเกียรติ อาชานุภาพ
35
การขับเคลื่อนDHS
ประเด็น essential care 10 กลุ่ม
1 รูปแบบ
: hospital care และ community care
ดูตาม area base ระดับ....ตาบล / อาเภอ
2 กระบวนการ : การสารวจกลุ่ม การจัดระดับและ กระบวนการดูแล
3 การวัดผลลัพธ์การดูแล
อยากทราบปัญหาการขับเคลือน ว่า มีอะไรบ้างและเราควรสนับสนุนอะไร
2 การนา DHS สู่งานประจาอื่นๆ
ใช้หลัก UCCARE ทุกงาน
ความเป็นทีม* – หลากหลาย มืออาชีพสาหรับ
เรื่องนั้น
ทะลุไปที่ส่งเสริมป้องกัน*
กระบวนการที่มีชีวิต มีความสุข มีคุณค่า
เน้นการเรียนรู้ตามบริบท สุ่การพัฒนาที่ยั่งยืน
1 รู้โลกทั้งใบ
โจทย์
สวล.
ปชช
สังคม
2
โยงคน
• กลุ่มก่อการดี
• มีเวที
• มีความเป็นอิสระ
โยงข้อมูล
โยงความรู้
• มีข้อมูล
• มีความรู้
• ได้ประเด็นร่วม
เกิดเครือข่าย
ช่วยกันขับเคลื่อน
• ร่วมใจกันทา
• วัดผลเป็น
3
Community
Focus
Unity of
Team
Resource
Sharing
Essential
Care
Appreciate
Process
ข้อมูล
เป้ าหมาย
ความรู้
การปฏิบัติ
H E A LT H
I S S U E
จัดการ
ควบคุม
ป้ องกัน
5 การจัดการ เริ่มอย่างไร
I
P
DC
A
Initiator …..
1. มีจิตวิญญาณเป็นนักการสาธารณสุข..นอกเหนือจากการเป็นนัก
การแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญวิชาชีพ
2. มีข้อมูล....ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน
3. มีการวิเคราะห์ที่ดี เชื่อมโยงไปที่....เหตุปัจจัย
4. มีต้นทุนทางสังคม.....มีเครือข่ายที่จะเชื่อมโยงไปถึง
5. เป็นนักบูรณาการ..มีความสามารถในการสร้างสานึกหน้าหมู่ได้ดี
..........จากโจทย์เดี่ยวของหมอ สู่ โจทย์ร่วมในสังคม
System
Play maker
Stategy
ชาวเชียงใหม่อุ่นใจที่มีหมอประจาครอบครัว
หมอครอบครัว กับ ผู้พิการ
สารวจ
วิเคราะห์
ปัญหา
จัดบริการ
หมอครอบครัว กับ palliative care
หมอครอบครัว...LTC
เกณฑ์การประเมินตาบลต้นแบบการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว
(Long term Care)ตามเกณฑ์ชี้วัดของกรมอนามัย
1. มีข้อมูลผู้สูงอายุตามกลุ่มศักยภาพตามความสามารถในการประกอบ
กิจวัตรประจาวัน (ADL)
2. มีชมรมผู้สูงอายุผ่านเกณฑ์ชมรมผู้สูงอายุคุณภาพ
3. มีอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุในชุมชน
4. มีบริการการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุที่บ้านที่มีคุณภาพ
(Home Health Care) โดยบุคลากรสาธารณสุข
5. มีบริการส่งเสริมป้ องกันทันตสุขภาพในระดับตาบล
6. มีระบบการดูแลผู้สูงอายุ 2 กลุ่ม – กลุ่ม 2 กลุ่มติดบ้าน
- กลุ่ม 3 กลุ่มติดเตียง
1. มีข้อมูลผู้สูงอายุตามกลุ่มศักยภาพตามความสามารถในการ
ประกอบกิจวัตรประจาวัน (ADL)
การจาแนกผู้สูงอายุตามการประเมินกิจวัตรประจาวัน (Activity of Daily Living, ADL)
เพื่อให้การช่วยเหลือส่งเสริมสุขภาพอนามัยผู้สูงอายุตรงตามบริบทและความต้องการของ
ผู้สูงอายุมีดังนี้
- ผู้สูงอายุกลุ่มที่ 1: ผู้สูงอายุกลุ่มที่ช่วยเหลือตนเองได้ ช่วยเหลือผู้อื่น สังคมและชุมชนได้
(ติดสังคม; ผลการประเมิน ADL มีค่าคะแนนตั้งแต่ 12 คะแนนขึ้นไป)
- ผู้สูงอายุกลุ่มที่ 2 : ผู้สูงอายุกลุ่มที่ช่วยเหลือตนเองได้บ้าง
(ติดบ้าน; ผลการประเมิน ADL มีค่าคะแนน ระหว่าง 5 -11 คะแนน)
- ผู้สูงอายุกลุ่มที่ 3 : ผู้สูงอายุที่ป่ วยและช่วยเหลือตนเองไม่ได้ พิการ / ทุพพลภาพ
(ติดเตียง; ผลการประเมิน ADL มีค่าคะแนน ไม่เกิน 4 คะแนน)
โยงคน
• กลุ่มก่อการดี
• มีเวที
• มีความเป็นอิสระ
โยงข้อมูล
โยงความรู้
• มีข้อมูล
• มีความรู้
• ได้ประเด็นร่วม
เกิดเครือข่าย
ช่วยกันขับเคลื่อน
• ร่วมใจกันทา
• วัดผลเป็น
INFORMATION
1. กาหนดdatabase เองใหม่
2. ใช้ในระบบios หรือ android
3. เก็บข้อมูลแบบ real timeได้
4. ประมวลผลได้ทันที
5. ชุมชนมีส่วนร่วม
6. ได้รับความร่วมมือจากtrue
&google plus
7. มองเห็นความลึก 5 ระดับ ตั้งแต่
บุคคลถึงอาเภอตามสิทธิ์
ข้อคิดในใจ
มีข้อมูล ยังไม่ดีพอ
ใช้ข้อมูล ยังไม่ดีพอ
ต้องนาไปพัฒนา
ถึงจะดีที่สุด
เวทีคืนข้อมูลรายประเด็น
–Johnny Appleseed
“Type a quote here.”
คุณค่าข้อมูลต่อ Essential care
1. ทราบกลุ่มเป้ าหมาย
2. วางแผนดูแลได้ดีขึ้น
3. พัฒนาสานต่อ โดยระบบapplication
4. สร้างเครือข่ายระดับจังหวัด
–Johnny Appleseed
“Type a quote here.”
บทสรุป
ร้อยละ 80 ของอำเภอผ่ำน DHS PCAคุณภำพ
ร้อยละ 60 ของหน่วยบริกำรปฐมภูมิ ผ่ำนเกณฑ์ PCA ขั้น 3
ก้าวต่อไปกับการพัฒนาระบบบริการปฐม

ก้าวต่อไปกับการพัฒนาระบบบริการปฐม