สมรรถนะ
(competency)
ความหมายของสมรรถนะความเป็นมาของมรรถนะ
แนวคิดเกี่ยวกับสมรรถนะเริ่มจากการนาเสนอบทความทางวิชาการของ
เดวิด แมคเคลแลนด์ (David C. McClelland) นักจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยฮาววาร์ด
เมื่อปี ค.ศ.1960ซึ่งกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างคุณลักษณะที่ดีของบุคคล
(Excellent Performer) ในองค์การกับระดับทักษะความรู้ ความสามารถ โดยกล่าวว่า
การวัดไอคิว (IQ) และการทดสอบบุคลิกภาพยังไม่เหมาะสมในการทานาย
ความสามารถหรือสมรรถนะของบุคคลได้เพราะไม่ได้สะท้อนความสามารถที่
แท้จริงออกมาได้
ความเป็นมาของมรรถนะ
ในปี ค.ศ. 1973 แมคเคลแลนด์ (McClelland)ได้เขียนบทความวิชาการเรื่อง
“Testingfor Competence ratherthan Intelligence” ซึ่งถือเป็นจุดกาเนิดของแนวคิดเรื่องสมรรถนะ
ที่สามารถอธิบายบุคลิกลักษณะของคนว่าเปรียบเสมือนกับภูเขาน้าแข็ง (Iceberg)
แผนภูมิที่ 1 แบบจาลองภูเขาน้าแข็ง (The lceberg Model)
ความหมายของสมรรถนะ
สมรรถนะ หมายถึง คุณลักษณะของบุคคลซึ่งได้แก่ความรู้ ทักษะ
ความสามารถ และคุณสมบัติต่างๆอันได้แก่ ค่านิยม จริยธรรม บุคลิกภาพ คุณลักษณะทาง
กายภาพและอื่นๆ ซึ่งจาเป็นและสอดคล้องกับความเหมาะสมกับองค์การโดยเฉพาะอย่าง
ยิ่งต้องสามารถจาแนกได้ว่าผู้ที่จะประสบความสาเร็จในการทางานได้ต้องมีคุณลักษณะ
เด่นๆอะไร หรือลักษณะสาคัญๆ อะไรบางอย่าง หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง คือ สาเหตุที่ทางาน
แล้วไม่ประสบความสาเร็จเพราะขาดคุณลักษณะบางประการคืออะไร
-ความรู้ (Knowledge)
-ทักษะ (Skill)
- ความคิดเห็นเกี่ยวกับตนเอง (Self –Concept)
- บุคลิกลักษณะประจาตัวของบุคคล (Traits)
- แรงจูงใจ / เจตคติ (Motives / Attitude)
องค์ประกอบของสมรรถนะ
ประเภทของสมรรถนะ
สมรรถนะส่วน
บุคคล
สมรรถนะ
องค์การ
สมรรถนะหลัก
สมรรถนะ
ในงาน
สมรรถนะเฉพาะงาน
คุณลักษณะของสมรรถนะ
1.แรงจูงใจ
(Motive) 2.คุณสมบัติ
ส่วนบุคคล
(Trait)
3.แนวคิด
ตนเอง
(Seif Concept )
5.ทักษะ
(Skill)
4.ความรู้
(Knowledge)
ศักยภาพของครู
เป็ นพลังที่สร้างอยู่ในสมองของมนุษย์ เกิดขึ้นโดยการกระตุ้นจาก
สิ่งแวดล้อม สะสม พัฒนา เชื่อมโยงเส้นใยประสาทเป็นประสบการณ์แห่ง
การเรียนรู้
คุณสมบัติศักยภาพของครู
1.คุณสมบัติด้าน
ความรู้
2.คุณสมบัติด้าน
บุคลิกภาพ
3.คุณสมบัติด้าน
สุขภาพอนามัย
1.คุณสมบัติ
ด้านความรู้
1.วิชาภาษาและเทคโนโลยีสาหรับครู
2.วิชาการพัฒนาหลักสูตร
3.วิชาการจัดการเรียนรู้
4.วิชาจิตวิทยาสาหรับครู
5.วิชาการวัดและการประเมินผลการศึกษา
6.วิชาการบริหารจัดการในห้องเรียน
7.วิชาการวิจัยทางการศึกษา
8.วิชานวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา
9.วิชาความเป็นครู
2.คุณสมบัติ
ด้านบุคลิกภาพ
- การแต่งกาย
- กิริยามารยาท
- การยืน การเดิน การนั่ง
- การพูดจา
- บุคลิกภาพที่ดีของครู
3.คุณสมบัติ
ด้านสุขภาพ
อนามัย
การพัฒนาร่างกายให้สัมพันธ์กับ
สภาพแวดล้อมโดยการรักษาอายตนะ
ทั้ง5คือ ตา จมูก ลิ้น และกายให้
สมบูรณ์
1.การใช้สายตาให้เป็นประโยชน์
2. การดูแลรักษาหู
3. การดูแลจมูก
4. การดูแลรักษาลิ้น
5.การดูแลรักษากายให้เป็นปกติ
การดูแลสุขภาพให้สมบูรณ์ตามหลัก “10-อ”
อ-1 อาหาร รับประทานอาหารให้ถูกสุขลักษณะ
อ-2 อากาศ อยู่ที่อากาศที่ถ่ายเทสะดวก
อ-3 อารมณ์ รักษาอารมณ์ให้ดี ไม่เครียด ทาจิตให้สงบ
อ-4 ออกกาลังกาย ควรออกกาลังกายอย่างสม่าเสมอ
อ-5 อุจจาระ ถ่ายให้เป็นเวลาเป็นกิจวัตร
อ-6 อุบัติเหตุ ไม่ประมาทมีสติอยู่เสมอ
อ-7 เอวองค์ รักษารูปร่างให้พอเหมาะพอดี
อ-8 อบายมุข งดอบายมุขทั้งปวง
อ-9 อบอุ่น สร้างความอบอุ่นทั้งร่างกายและจิตใจ
อ-10 อดิเรก สร้างความเพลิดเพลินให้แก่ชีวิต
เช่น เลี้ยงสัตว์เล่นดนตรี
บุคลิกภาพ
ความหมายของบุคลิกภาพ
ลักษณะทั้งภายนอกและภายในที่ได้แสดงออกทางพฤติกรรมต่างๆ เช่น
ความคิด ความเชื่อ ทัศคติ ค่านิยม รสนิยม หรือ อารมณ์ เป็นต้น อันเป็น
ปฏิกิริยาโต้ตอบต่อสภาพแวดล้อมที่แสดงถึงตัวตนจริงๆของบุคคลนั้นๆ
บุคลิกภาพ มีความสาคัญต่อบุคคลทั้งในด้าน
ส่วนตัวและอาชีพการงาน กล่าวคือในด้านส่วนตัว
หากบุคคลใดมีบุคลิกภาพดี ย่อมเป็นที่ชื่นชอบของ
บุคคลที่พบเห็นและยินดีที่จะมีปฏิสัมพันธ์ด้วย
ความสาคัญของบุคลิกภาพ
ลักษณะของบุคลิกภาพ
1.บุคลิกภาพภายนอก (External Personality) คือ คุณลักษณะทุกสิ่งทุกอย่าง
ของบุคคลอื่นสามารถฟังได้ด้วยหูหรือด้วยตา
2.บุคลิกภายใน(Internal Personality)คือ สิ่งที่ซ่อน อยู่ภายในตัวบุคคล เป็นสิ่ง
ที่มองไม่เห็น สัมผัสได้ยาก
1.การแต่งกาย ควรแต่งกายให้เรียบร้อยเหมาะสมกับกาลเทศะ
2.กิริยามารยาท เน้นเฉพาะกิริยาซึ่งบุคคลต้อง มีปฏิสัมพันธ์ต่อกันเป็น
3.การยืน ชาย – ยืนลาตัวให้ตรง เข่าชิดปลายเท้าแยกห่างกันพอสมควรปล่อยมือตามสบาย
หญิง – ยืนลาตัวตรง ปลายเท้าและส้นเท้าชิดกัน ปล่อยมือตามสบาย
4.การเดิน การเดินมีความสาคัญ ยืนหรือนั่ง หากเดินไม่สวย ไม่สง่างามแล้ว ย่อมทาลายบุคลิกภาพ
5. การนั่ง การนั่งมีความสาคัญต่อสุขภาพและบุคลิกภาพ ดังนั้นครูอาจารย์จึงควรระมัดระวังและ
ฝึกฝนการนั่งให้สง่างามอยู่เสมอ
6. การพูดจา ผู้ที่เป็นครูอาจารย์ทุกคนจึงจาเป็นต้องพัฒนาการพูดของตนอยู่เสมอ
7. การรับประทานอาหาร บางคนรับประทานอาหารไม่ค่อยระมัดระวังหือไม่สารวมในการ
รับประทานอาหารทาให้ดูน่าเกลียด เสียภาพลักษณ์ที่ดี
บุคลิกพื้นฐานที่จาเป็น
สาหรับครู
บุคลิกภาพภายนอกที่ดีของครู
ตัวอย่าง เช่น ร่างกายสมส่วนไม่อ้วนผอม
สุขภาพแข็งแรง
ร่างกายสะอาดผิวพรรณผ่องใส
หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส
กิริยาอาการสงบ ยืน เดิน นั่ง เรียบร้อย
ทางานคล่องแคล่วว่องไว
พูดจาชัดถ้อยชัดคา เสียงดังฟังชัด
แต่งกายเรียบร้อย
บุคลิกภาพที่ดีของครู
บุคลิกภาพภายในที่ดีของครู
ตัวอย่าง เช่น ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ดี
ความรู้รอบตัว
ปฏิภาณไหวพริบดีความจาดี
อารมณ์ดีมีอารมณ์ขัน
กะตืนรือร้นตรงต่อเวลา
ซื่อสัตย์จริงใจ
เมตตากรุณากตัญญูกตเวที
ช่างสังเกต
มีความอดทน
มั่นใจในตนเอง
การพัฒนาบุคลิกภาพของครู
4.การประเมินตนเอง (Self
evaluation)
การประเมินผล เป็นการ
สารวจตรวจสอบครั้ ง
สุดท้ายหลังจากได้กระทา
ตามขั้นตอนที่วางแผนไว้
3.การฝึ กฝนตนเอง (Self
training) หมายถึง การ
ควบคุมตนเองให้ปฏิบัติ
ตามพฤติกรรมหรือสิ่งที่
ได้รับการปรับปรุงแก้ไข
แล้วอย่างสม่าเสมอ โดย
การหมั่นฝึ กฝนปฏิบัติ
เป็นประจาจนเกิดเป็น
นิสัย
2.การปรับปรุงตนเอง
(Self improvement) การ
ปรับปรุงตนเองจะมีขึ้น
ไ ด้ ต้ อ ง อ า ศั ย ก า ร
วิเคราะห์ตนเองเบื้องตน
ก่อน นั่นคือจะต้องฝึกฝน
ตนให้เป็นคน
“ รู้เหตุ-รู้ผล “
1.การวิเคราะห์ตนเอง
(Self analysis) หมายถึง
การสารวจตรวจสอบว่า
ตัวเองมีสิ่งใดดีหรือสิ่ง
ใดบกพร่องหรือมีสิ่งใด
เหมาะสมกับงานที่ทา
บ้าง
ค่านิยม คือ แนวคิด ความประพฤติหรือสภาพของการกระทาใดๆ
ที่บุคคลในสังคมนิยมชมชอบและเห็นว่าเป็นสิ่งที่มีคุณค่าควรแก่การ
ประพฤติปฏิบัติเพื่อเป็ นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติตามอย่าง
สม่าเสมอ หรือชั่วระยะเวลาหนึ่ง เพื่อให้บรรลุถึงจุดมั่งหมายของตนเอง
หรือของสังคม
ค่านิยมของครู
1.การเลือก (Choosing) ประกอบด้วยการเลือกทางอย่างอิสระ ไม่ถูก
บังคับเลือกจากทางเลือกหลายๆ ทาง และเลือกจากผลการพิจารณาทางเลือก
ทุกทาง
2.การให้คุณค่า (Prizing) ประกอบด้วยการให้คุณค่าในผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
จากทางเลือกหลายๆ ทาง และยืนยันการตัดสินใจเลือกตามที่ตนคิดอย่าง
เปิดเผย
3.การปฏิบัติ (Acting) ประกอบด้วยการกระทาตามที่ตนเองตัดสินใจ
เลือก และการปฏิบัติซ้าจนเกิดเป็นลักษณะนิสัย
ลักษณะสาคัญของค่านิยม
การเกิดค่านิยม
1.ความคิดและประสบการณ์
2.การอบรมสั่งสอน
3.การชักชวนจากบุคคลอื่น
4.การศึกษาเล่าเรียน
5.การปลูกฝังอุดมการณ์
6.การเห็นตามกัน
7.การใช้กฎข้อบังคับ
8.ความนิยมตามยุคสมัย
9.ความเปลี่ยนแปลงทาง
สังคมและวันธรรม
1.ค่านิยมทางวัตถุ (Material Values)
2.ค่านิยมทางสังคม (Social Values)
3.ค่านิยมทางความจริง (Truth Values)
4.ค่านิยมทางจริยธรรม (Moral Values)
5.ค่านิยมทางสุนทรียะภาพ (Aesthetic Values)
6.ค่านิยมทางศาสนา (Religious Values)
ชนิดของค่านิยม
ค่านิยมที่ครูควรนิยมและไม่
ควรนิยม
1.ค่านิยมที่ครูควรนิยม 2.ค่านิยมที่ครูไม่ควรนิยม
การพัฒนาค่านิยมในวิชาชีพครู
การพัฒนาค่านิยมในวิชาชีพครู หมายถึง การทาให้ครูยอมรับ
ความสาคัญของวิชาชีพความเจริญงอกงามของผู้ประกอบวิชาชีพและ
สถาบันวิชาชีพครูด้วย หรือการพัฒนาฝนวิชาชีพ คือ ทาความเชื่อมั่น
ใจในคุณค่าของความเป็นครูให้ดีขึ้น
สร้างศรัทธาในวิชาชีพ
ครูโดยการตระหนักใน
คุณค่าของความเป็นครู
-เกียรติและศักดิ์ศรีของวิชาชีพ
-เป้าประสงค์ของ
วิชาชีพ
-สถานภาพทาง
วิชาชีพ
-ความเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ
การพัฒนาค่านิยมในวิชาชีพครูโดยอาศัยปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ
-ผู้บริหารหรือผู้บังคับบัญชา
-จัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างค่านิยม
-ประกาศเกียรติคุณยกย่องครูอาจารย์ที่มีความสามารถดีเด่น
-ทาการวิจัยเพื่อหาทางแก้ไขปรับปรุงคุณธรรม
-จัดหาเอกสารเพื่อการสร้างคุณธรรม
-สถาบันวิชาชีพครูต้องเร่งรัดพัฒนาวิชาชีพครูให้เจริญ
-คัดเลือกนักศึกษาที่จะมาเรียนครูอย่างเคร่งครัด
ความศรัทธาในวิชาชีพครู
ความหมายของความศรัทธา
ความศรัทธาจะต้องเป็นความเชื่อ ความเลื่อมใส หรือความรู้สึกซาบซึ้ง ซึ่งเกิด
จากความมั่นใจในเหตุผล ความมั่นใจที่เกิดจากความศรัทธานี้สามารถแยก
ออกเป็นองค์ประกอบได้3 ประการ คือ
1) มั่นใจว่าเป็นไปได้
2) มั่นใจว่ามีคุณค่า
3) มั่นใจว่าพิสูจน์ให้เห็นความจริงได้
ประการที่สอง คือ
ศรัทธาต่ออาชีพครู
ประการที่สาม คือ
ศรัทธาต่อองค์กร
วิชาชีพครู
ประการที่หนึ่ง คือ
ศรัทธาต่อตนเอง
การสร้างศรัทธาในอาชีพครู
ข้อคิดเกี่ยวกับศรัทธา
1.ศรัทธาเป็นธรรมขั้นต้น เป็นเครื่องมือชักนาให้ก้าวไปสู่จุดหมายได้ผลรวดเร็วขึ้น
2.ศรัทธาในพุทธธรรมมีเหตุผลเป็นฐานรองรับ มีปัญญาคอยควบคุม จึงยากที่จะผิดนอกจากพ้นวิสัย
จริงๆ ถ้าผิดแล้วสามารถแก้ไขให้ถูกต้องได้จะไม่ผิดตลอดกาล เพราะต้องค้นคว้าทดลองหาเหตุผลอยู่เสมอ
3.ถ้าคนเราศรัทธาด้วยอารมณ์ด้านเดียวถือว่าเป็นความเชื่องมงายจาเป็นต้องกาจัดต้นตอแก้ไขให้ถูกต้อง
4.คนทุกคนเมื่อเข้าสู้อาชีพที่ตนเลือกแล้ว ควรศรัทธาในอาชีพนั้นๆ
1.นายชัยนรินท์จันทร์คงสุวรรณ 5521154027 เลขที่ 9
2.นางสาว วรรณิษา อันทะไชย์ 5521154035 เลขที่ 12
3.นางสาว รัชฎากรณ์ พรมบุตร 5521154102 เลขที่ 38
4นางสาว นิลาวรรณ มูลเมือง 5521154112 เลขที่ 39
5.นางสาว วุฒิพร จี๋คีรี 5521154113 เลขที่ 40
6.นางสาว พรนฤมล กรุดบาง 5521154121 เลขที่ 42
7.นางสาว มุทิตา สว่างไพบูลย์ 5521154129 เลขที่ 44
8.นางสาว สมฤทัย พึ่งภูมิ 5521154140 เลขที่ 46
9.นางสาว พัชญา ล้าจุมจัง 5521154142 เลขที่ 48
10.นางสาว สุกัญญา ดอกรักษ์ 5521154158 เลขที่ 54

สมรรถนะและศักยภาพของครู โดยอาจารย์ดร.ทรงพล เจริญคำ