Discrimination ค่าอำนาจจำแนก เสนอ อ . ดร . ปิยะธิดา  ปัญญา การวิเคราะห์ข้อสอบ
หลักการประเมินผลทางการศึกษา  (1045102) สอนโดย อ . ดร . ปิยะธิดา  ปัญญา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม www.themegallery.com
www.themegallery.com นำเสนอโดย นายจีรภพ  แสงบุญมี  รหัส  538110170412 นางสาวชุติมา  มณีนิล  รหัส  538110170404 นักศึกษาปริญญาโทภาคพิเศษ สาขาวิชาวิจัยและวัดผลการศึกษา
ค่าอำนาจจำแนก www.themegallery.com - การวิเคราะห์หาค่าอำนาจจำแนกแบบทดสอบที่เป็นปรนัย - การวิเคราะห์หาค่าอำนาจจำแนกแบบทดสอบที่เป็นอัตนัย ความหมายค่าอำนาจจำแนกของแบบทดสอบ 1 เกณฑ์การแปลความหมายค่าอำนาจจำแนก 2 วิธีการวิเคราะห์ค่าอำนาจจำแนก 3
ความหมายของการวิเคราะห์คุณภาพข้อสอบรายข้อ การวิเคราะห์คุณภาพข้อสอบแบบรายข้อ หมายถึงกระบวนการการตรวจสอบคำตอบของผู้สอบ  ในแต่ละข้อเพื่อพิจารณาว่าข้อสอบแต่ละข้อมีระดับความยากง่าย และค้าอำนาจจำแนกเพียงใดรวมทั้งพิจารณาถึงประสิทธิภาพของตัวลวงในตัวเลือก  ของข้อสอบข้อนั้นด้วย  www.themegallery.com
ความหมายของการวิเคราะห์คุณภาพข้อสอบรายข้อ ข้อสอบที่จะทำการวิเคราะห์คุณภาพรายข้อนี้จะต้องเป็นข้อสอบแบบปรนัยที่ตอบถูกได้  1  คะแนน ตอบผิดได้  0  คะแนน ดังนั้นลักษณะข้อสอบจึงเป็นแบบเลือกตอบ  หรือ แบบถูกผิด หรือแบบเติมคำ  สั้น ๆ ก็ได้แต่ต้องมีรูปแบบเดียวกันทั้งฉบับ  ( พิชิต ฤทธิ์จรูญ ,  2550 : 139) www.themegallery.com
การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ  เป็นกระบวนการที่สำคัญและมีความจำเป็น  ในการสร้างเครื่องมือเพื่อรวบรวมข้อมูล  ในการวิจัย เนื่องจากเครื่องมือ  ต้องมี  ความเที่ยงตรง  ( validity)  ในสิ่งที่ต้องการวัด  เพื่อทำให้ข้อมูลที่ได้มีความถูกต้องน่าเชื่อถือ การตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ www.themegallery.com
ในการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือนั้นผู้วิจัยต้องคำนึงถึงคุณสมบัติที่สำคัญของเครื่องมือที่จำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบ ได้แก่ ความตรง ความเที่ยง ค่าอำนาจจำแนก ความยาก และความเป็นปรนัย  การตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ
www.themegallery.com คุณสมบัติของเครื่องมือวัดที่ดี 1 .  ความเที่ยงตรง  (Validity)     2.  ความเชื่อมั่น  (Reliability)  3.  ความยากง่าย  (Difficulty)   5.  ความเป็นปรนัย  (Objectivity) 6.  จำเพาะเจาะจง  (Definite) 7.   ความมีประสิทธิภาพ  (Efficiency) 8.  คำถามยั่วยุ  (Exemplary) 9.  คำถามลึก  (Searching) 10.  ความยุติธรรม  (Fair)  4.  อำนาจจำแนก (Discrimination)
ความยากง่าย  (Difficulty)   ความยากง่าย  (Difficulty)   ทฤษฎีการวัดผลแบบอิงกลุ่ม  ข้อสอบที่ดี คือข้อสอบที่ไม่ยาก หรือง่ายเกินไป เพราะข้อสอบจะสามารถจำแนกผู้สอบได้ว่าใครเก่งใครอ่อน www.themegallery.com
ความยากง่าย  (Difficulty)   www.themegallery.com ความยากง่าย  (Difficulty)   ทฤษฎีการวัดผลแบบอิงเกณฑ์  เน้นว่าข้อสอบวัดผู้เรียนได้บรรลุตามจุดประสงค์หรือไม่  ไม่สนใจเรื่องความยากง่าย สิ่งสำคัญอยู่ที่ข้อสอบนั้นได้วัดในจุดประสงค์  ที่ต้องการวัดได้จริงหรือไม่ ถ้าวัดได้จริงก็นับว่า  เป็นข้อสอบที่ดีได้
ค่าอำนาจ จำแนก  ( r )  หมายถึง ประสิทธิภาพ  ของแบบทดสอบในการจำแนกผู้ถูกทดสอบออกเป็นกลุ่มเก่งและกลุ่มอ่อน หรือกลุ่มที่ได้คะแนนสูงและกลุ่มได้คะแนนต่ำ ได้อย่างชัดเจน  ความหมายค่าอำนาจจำแนก ของแบบทดสอบ ความหมายค่าอำนาจจำแนกของแบบทดสอบ
ค่าอำนาจ จำแนก  ( r ) หมายถึง ความสามารถ  ของแบบทดสอบ  ที่จำแนกความแตกต่างของ  สิ่งที่ต้องการวัดโดยสามารถจำแนกกลุ่มผู้สอบ  ที่ได้คะแนนสูงออกจากกลุ่มผู้สอบที่ได้คะแนนต่ำ ความหมายค่าอำนาจจำแนก ของแบบทดสอบ ความหมายค่าอำนาจจำแนกของแบบทดสอบ
กล่าวโดยสรุป  ค่าอำนาจจำแนก ( r )  เป็นคุณสมบัติของข้อสอบ  ที่สามารถจำแนกผู้เรียนได้ตามความแตกต่าง ของบุคคล ว่าใครเก่ง ปานกลาง อ่อน  รอบรู้  -  ไม่รอบรู้ โดยยึดหลักการที่ว่า  คนเก่งย่อมตอบข้อสอบนั้นถูก คนไม่เก่งจะต้องตอบผิด  ข้อสอบที่ดีจะต้องสามารถแยกคนเก่งกับคนไม่เก่งออกจากกันได้  อำนาจจำแนกมีความสัมพันธ์กับค่าความเที่ยงตรงเชิงสภาพในทางบวก หมายถึง ถ้าเครื่องมือใดมีค่าอำนาจจำแนกสูง เครื่องมือนั้นก็มีความเที่ยงตรงเชิงสภาพสูงด้วย ( พิชิต  ฤทธ์จรูญ  2545  :  138) www.themegallery.com ความหมายค่าอำนาจจำแนกของแบบทดสอบ
อำนาจจำแนก  (Discrimination)   www.themegallery.com อำนาจจำแนก  (Discrimination)   ทฤษฎีการวัดผลแบบอิงกลุ่ม  (Norm  Referenced  Measurement)  ความสามารถของข้อสอบนั้นในการจำแนกผู้สอบออกเป็น  2  กลุ่ม คือ กลุ่มสูงหรือกลุ่มเก่งกับกลุ่มต่ำหรือกลุ่มอ่อน
อำนาจจำแนก  (Discrimination)   www.themegallery.com อำนาจจำแนก  (Discrimination)   ทฤษฎีการวัดผลแบบอิงเกณฑ์  (Criterion Referenced Measurement)  -  ความสามารถของข้อสอบนั้นในการจำแนก  ผู้สอบออกเป็น  2   กลุ่ม  คือ  กลุ่มรอบรู้  กับกลุ่ม ยังไม่รอบรู้
ประเภทของการวิเคราะห์ข้อสอบแบบรายข้อ การวิเคราะห์ข้อสอบแบบอิงกลุ่ม ข้อสอบแบบเลือกตอบ ข้อสอบแบบถูกผิด หรือข้อสอบที่ให้คะแนน ถูก  1   ผิด  0 ข้อสอบแบบอัตนัย หรือข้อสอบที่ให้คะแนนแต่ละข้อไม่เท่ากัน การวิเคราะห์ข้อสอบแบบอิงเกณฑ์ www.themegallery.com
www.themegallery.com
การวิเคราะห์ข้อสอบแบบอิงกลุ่ม  การวิเคราะห์ข้อสอบรายข้อแบบอิงกลุ่ม วิธีที่นิยมกันมากวิธีหนึ่งคือการใช้เทคนิค  27%   ซึ่งมีการวิเคราะห์ดังนี้ 1.  นำข้อสอบไปทำการทดสอบ ตรวจ ให้คะแนน และเรียงกระดาษคำตอบตามลำดับจากมากไปหาน้อย www.themegallery.com
การวิเคราะห์ข้อสอบแบบอิงกลุ่ม  2.  แบ่งกระดาษคำตอบออกเป็น  2  กลุ่ม  กลุ่มแรกเรียกว่า กลุ่มสูง  (P H  )  โดยนับจากคะแนนสูงสุดลงมาประมาณ  27%   ของกระดาษคำตอบทั้งหมด  และกลุ่มหลัง เรียกว่ากลุ่มต่ำ  (P L  )  โดยนับจากคะแนนต่ำสุดขึ้นไปประมาณ  27%   ของกระดาษคำตอบทั้งหมด www.themegallery.com
www.themegallery.com 1)   เทคนิค  27 %   ใช้ได้กับแบบทดสอบที่มีคำตอบถูกเพียงคำตอบเดียวและถ้าตอบถูกได้  1   คะแนน  ผิดได้  0   คะแนน  เทคนิค  27 %   ใช้ได้เหมาะกับแบบทดสอบปรนัยชนิดเลือกตอบ 2)   จำนวนตัวเลือกต้องเท่ากันทุกข้อ ถ้าหากตัวเลือกไม่เท่ากันต้องแยกวิเคราะห์เป็นตอนๆ 3)   จำนวนผู้สอบ หรือกระดาษคำตอบควรมีมากพอสมควร ประมาณ  100   คนขึ้นไป ซึ่งทำให้การกระจายของคะแนนเป็นโค้งปกติ การวิเคราะห์ข้อสอบแบบอิงกลุ่ม
www.themegallery.com 4)   การใช้เทคนิค  27%  สำหรับคัดเลือกกลุ่มสูงและกลุ่มต่ำนี้  ใช้ในกรณีที่กลุ่มตัวอย่าง หรือผู้สอบมีจำนวน มาก และคะแนนมีการแจกแจงแบบปกติ  ( Normal  Distribution) แต่ถ้าคะแนนไม่มีการแจกแจงแบบปกติควรใช้เทคนิค  35 %  แทน  การวิเคราะห์ข้อสอบแบบอิงกลุ่ม
การวิเคราะห์ข้อสอบแบบอิงกลุ่ม www.themegallery.com ใช้เทคนิค  27%  หรือ  33 %  แบ่งกระดาษคำตอบเป็น  2  กลุ่มคือ  กลุ่มสูง และกลุ่มต่ำ MAX MIN 27%
3.  หาจำนวนคนที่ตอบถูกของแต่ละข้อในกลุ่มสูงและกลุ่มต่ำ 4.  หาค่าความยาก (P)   ของแต่ละข้อ โดยรวมจำนวน  ที่ตอบถูกในกลุ่มสูงและของกลุ่มต่ำ แล้วหารด้วยจำนวนคนในกลุ่มสูงและกลุ่มต่ำรวมกัน  5.  หาค่าอำนาจจำแนก  ( r)   ของแต่ละข้อ โดยเอาจำนวนคนที่ตอบถูกในกลุ่มสูงตั้ง ลบด้วยจำนวนคนที่ตอบถูกในกลุ่มต่ำแล้วหารด้วยจำนวนคนในกลุ่มสูงหรือกลุ่มต่ำ www.themegallery.com การวิเคราะห์ข้อสอบแบบอิงกลุ่ม
การวิเคราะห์ข้อสอบแบบอิงกลุ่ม www.themegallery.com ค่าความยากรายข้อ  (p)   คือ  จำนวนผู้ตอบถูกข้อนั้นต่อจำนวนผู้ตอบทั้งหมด ที่นำมาวิเคราะห์ ค่าอำนาจจำแนก  (r)   คือ ความสามารถในการแยกเด็กเก่ง  -  อ่อนได้ถูกต้อง
สูตรที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อสอบแบบเลือกตอบ www.themegallery.com ค่าความยาก  ( p) ค่าอำนาจจำแนก   (r) ตัวถูก ถ้า ตัวลวง  L-H เมื่อ H =   จำนวนคนตอบถูกในกลุ่มสูง L = จำนวนคนตอบถูกในกลุ่มต่ำ n = จำนวนคนในกลุ่มสูงหรือกลุ่มต่ำ
เกณฑ์การพิจารณาความยาก  (P) ค่าความยาก  ( p)   ความหมาย 0.81 – 1.00     ง่ายมาก www.themegallery.com 0.61 – 0.80     ค่อนข้างง่าย 0.40 – 0.60     ยากง่ายพอเหมาะ 0.20 – 0.39     ค่อนข้างยาก 0.00 – 0.19     ยากมาก ช่วงค่าที่เหมาะสมที่สุด
เกณฑ์การแปลความหมายค่าอำนาจจำแนก  ( r)   ค่าอำนาจจำแนกมีเกณฑ์การแปลความหมายดังนี้  ( พิชิต  ฤทธิ์จรูญ  ,  2550 : 143 ) ค่าอำนาจจำแนก  ( r ) ความหมาย .04 ≤ r ≤ 1.00 .30 ≤ r ≤ .39 .20 ≤ r ≤ .29 -1.00 ≤ r ≤ .19 จำแนกได้ดี เป็นข้อสอบที่ดี จำแนกได้เป็นข้อสอบที่ดี  พอสมควร อาจต้องปรับปรุงบ้าง จำแนกพอใช้ได้ แต่ต้องปรับปรุง ไม่สามารถจำแนกได้ต้อง ปรับปรุงหรือตัดทิ้ง
ค่าอำนาจจำแนกที่เป็นบวกมีเกณฑ์การแปลความหมายดังนี้  ( รังสรรค์ มณีเล็ก และคณะ ,  2546 ) เกณฑ์การแปลความหมายค่าอำนาจจำแนก  ( r)   ค่าอำนาจจำแนก  ( r ) ความหมาย 1.00 0.80 - 0.99 0.60 - 0.79 0.40 - 0.59 0.20 - 0.39 0.00 - 0.19 จำแนกดีเลิศ จำแนกดีมาก จำแนกดี จำแนกได้ปานกลาง จำแนกได้บ้าง จำแนกไม่ค่อยได้
ถ้า  r  มีค่าเป็นลบหรือน้อย หรือน้อยกว่า  0  แสดงว่า ข้อสอบข้อนั้นจำแนกกลับ แสดงว่าคนเก่งทำไม่ได้ คนอ่อนทำได้ ต้องรับปรุงใหม่หรือตัดทิ้ง www.themegallery.com เกณฑ์การแปลความหมายค่าอำนาจจำแนก  ( r)
ประสิทธิภาพของตัวลวง  พ . ท . หญิง ปวรส  บุตะเขียว  ( สืบข้อมูล ออนไลน์ )  เมื่อวันที่  1   พฤศจิกายน  2553 ( www.rta.mi.th/630aQu/file/item_analysis) 1.  สัดส่วนของผู้ที่เลือกตัวลวง  (  P w   )  หมายถึง  สัดส่วนของจำนวนคนที่เลือกตัวลวงนั้น ๆ  เช่น ข้อสอบข้อหนึ่ง มีคนสอบ  100  คน มีคนเลือกตัวลวง ก . 25  คน แสดงว่า สัดส่วนผู้เลือกตัวลวง ก . =  0.25  หรือ  25 %   P w   จะมีค่า  0  ถึง  1 ตัวลวงที่ดีควรมีค่า  P w  ตั้งแต่  0.05  ขึ้นไป
2.  อำนาจจำแนกของตัวลวง  (  r w   )  หมายถึง  ผลต่างระหว่างสัดส่วนของคนในกลุ่มอ่อนที่เลือกตัวลวง  กับสัดส่วนของคนในกลุ่มเก่งที่เลือกตัวลวงนั้น ๆ  r w   มีค่าตั้งแต่  - 1  ถึง  1   ตัวลวงที่ดีควรมีค่า  r w  ตั้งแต่  0.05  ขึ้นไป ประสิทธิภาพของตัวลวง  www.themegallery.com
www.themegallery.com ค่าอำนาจจำแนกตัวลวง  ( r w ) มีค่าตั้งแต่  0.05  ขึ้นไป ตัวลวง เกณฑ์การแปลความหมายค่าอำนาจจำแนก  ( r)
ตัวอย่างการวิเคราะห์รายตัวเลือก www.themegallery.com (10+2)/28  = 0.42 (7-3)/14  = 0.28 (10-2)/14  = 0.57 ข้อที่ ตัว เลือก กลุ่มสูง H กลุ่มต่ำ L p r การแปลผล 1 ก ข * ค ง จ   3 10 1 - -  7 2 4 1 -  .42 .28 .57 .21 .07 .00 ยากพอเหมาะ จำแนกได้ดีมาก ตัวลวงใช้ได้ ปรับปรง  จ . คัดไว้โดยปรับปรุงข้อ  จ .
www.themegallery.com
การวิเคราะห์ข้อสอบแบบอิงเกณฑ์ เป็นการพิจารณาขอบเขตของเนื้อหาและพฤติกรรมที่จะวัดในแต่ละเรื่องว่าก่อนเรียนและหลังเรียน ผู้เรียนมีความรอบรู้เปลี่ยนแปลงหรือไม่ มากน้อยเพียงใด สนใจความสามารถในการจำแนกคนก่อนเรียนกับหลังเรียน ข้อสอบแบบอิงเกณฑ์ที่ดี คือก่อนเรียนผู้เรียนควรทำข้อสอบไม่ได้ แต่หลังจากเรียนแล้วผู้เรียนควรทำได้ ใช้วิธีการหาความแตกต่างของการสอบก่อนเรียน  (Pre-test)  และการสอบหลังเรียน  (Post-test)  ค่าที่ใช้วัดความสามารถของข้อสอบ คือ“ดัชนีความไว” www.themegallery.com
www.themegallery.com
ดัชนีความไวของการวัดผล  ( Sensitivity index) วิธีการหาความแตกต่างของการสอนและการสอบหลังสอน ซึ่งเรียกว่า ดัชนีความไวของการวัดผล  (Sensitivity index)  หรือดัชนีความไวของการวัดผลจากการสอน  ( Sensitivity to instructional effects)  ซึ่งมีวิธีการดังนี้  1.   นำแบบทดสอบไปทดสอบกับผู้สอบกลุ่มหนึ่งทั้งกลุ่มก่อนและหลังสอน ด้วยข้อสอบชุดเดิม 2.  ตรวจกระดาษคำตอบของผู้สอบที่สอบก่อนสอน และหลังสอน www.themegallery.com
3.   หาค่าความยากของแต่ละข้อโดยสูตรเช่นเดียวกับการวิเคราะห์ข้อสอบแบบอิงกลุ่ม คือ  4.  พิจารณาค่า  p  ก่อนสอบดังนี้ ค่า  p ≤ .30  แสดงว่ามีผู้ตอบถูกไม่เกิน  30%  ซึ่งเป็นค่าที่เป็นไปตามคาดหวังว่า ก่อนสอบไม่ควรจะมีผู้ตอบถูกเลย หรือตอบถูกไม่ควรมากกว่านี้ ดัชนีความไวของการวัดผล  ( Sensitivity index) www.themegallery.com ค่าความยาก  ( p)
ค่า  P  >  .30  เป็นข้อสอบที่ควรปรับปรุง หากค่า  P  สูงมาก แสดงว่าผู้เรียนมีความรู้ตั้งแต่ยังไม่ได้สอน ซึ่งจำเป็นต้องตัดข้อนั้นทิ้งโดยตัดจุดประสงค์ข้อนั้นทิ้งเพราะนักเรียนรู้แล้ว หรือปรับข้อสอบให้ยากขึ้น โดยปรับปรุงจุดประสงค์ข้อนั้นให้ยากขึ้น  ดัชนีความไวของการวัดผล  ( Sensitivity index) www.themegallery.com
สูตรค่าดัชนีความไว www.themegallery.com เมื่อ  S  =  ดัชนีความไว P post   =  จำนวนคนตอบถูกหลังเรียน P pre = จำนวนคนตอบถูกก่อนเรียน ( พิชิต  ฤทธิ์จรูญ , 2550 : 143)
ค่าดัชนีความไว  (s)  มีค่าตั้งแต่  - 1.00  ถึง  + 1.00  ข้อที่มีค่าดัชนีความไวสูงและเป็นบวก แสดงว่าข้อสอบข้อนั้นสามารถจำแนกการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปกติข้อสอบอิงเกณฑ์ ควรจะมีค่าดัชนีความไวตั้งแต่  0.40  ขึ้นไป เพราะการสอบครั้งแรกค่า  P pre   ไม่ควรเกิน  0.30  และการสอบครั้งหลังไม่ควรต่ำกว่า  0.70  นั่นคือ ค่า  S = 0.70 – 0.30 = 0.40  นั่นเอง  ซึ่งค่า  S  นี้แตกต่างจากค่าอำนาจจำแนก  (r)  ของข้อสอบแบบอิงกลุ่มตรงที่ อำนาจจำแนกของข้อสอบแบบอิงกลุ่มเป็นดัชนีชี้ให้เห็นว่าสามารถจำแนกคนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูง  และต่ำได้มากน้อยเพียงใด เกณฑ์การพิจารณาค่าดัชนีความไว www.themegallery.com
สรุปเกณฑ์การพิจารณาค่าดัชนีความไว www.themegallery.com ค่าความไวมีค่ายิ่งมาก แสดงว่าข้อสอบมีคุณภาพดี ถ้าค่า  S    0.50   แสดงว่ามี ความไวสูง ถ้าค่า  0    S  ≤   0.50   แสดงว่ามีความไวในระดับ  ปานกลาง ถ้าค่า  S  ≤  0  แสดงว่า ก่อนเรียนมีผู้ทำข้อสอบได้ มากกว่าหลังเรียน  อาจเป็นเพราะข้อสอบยากเกินไป หรือข้อสอบง่ายเกินไป
ตัวอย่างการวิเคราะห์ 0 10 10 10 0 0 10 0 3 10 รวม ข้อที่ คนที่ 1 2 3 4 5 Pre Post Pre Post Pre Post Pre Post Pre Post 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 1 0 0 1 0 0 0 1 0 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1
ตารางสรุปผล www.themegallery.com ข้อที่ P post P pre S 1 2 3 4 5 10 10 0 0 10 0 10 0 10 3 1.00 0.00 0.00 -1.00 0.70
สูตรที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อสอบอัตนัย www.themegallery.com ค่าความยาก  ( p) ค่าอำนาจจำแนก   (r) เมื่อ  H = ผลรวมของคะแนนในแต่ละข้อของกลุ่มสูง    L = ผลรวมของคะแนนในแต่ละข้อของกลุ่มต่ำ n = จำนวนคนในกลุ่มสูงหรือกลุ่มต่ำ m = คะแนนเต็มในแต่ละข้อ
ตารางบันทึกข้อมูลกลุ่มสูงกลุ่มต่ำ www.themegallery.com ข้อ 1 2 3 4 5 รวม ผู้สอบ กลุ่มสูง 1 2 3 4 5 2 2 3 1 3 4 2 4 3 4 4 3 3 4 2 4 5 3 4 2 4 4 2 0 1 18 16 15 12 12  H 11 17 16 18 11 73 กลุ่มต่ำ 1 2 3 4 5 2 2 1 2 1 1 1 2 0 0 1 3 1 1 1 4 3 2 1 3 2 1 0 2 0 10 10 6 6 5  L 8 4 7 13 5 37
ตารางการวิเคราะห์และสรุปผล  ( อัตนัย ) www.themegallery.com (7-3)/14  = 0.28 ข้อที่    H    L p r การแปลผล 1 2 3 4 5 11 17 16 18 11 8 4 7 13 5 .38 .42 .44 .62 .32 .12 .52 .36 .20 .24 ค่อนข้างยาก จำแนกต่ำ ยากง่ายพอเหมาะจำแนกดีมาก ยากง่ายพอเหมาะ จำแนกดี ค่อนข้างง่าย จำแนกพอใช้ ค่อนข้างยาก จำแนกพอใช้
www.themegallery.com
www.themegallery.com วิธีการวิเคราะห์ค่าอำนาจจำแนกของแบบทดสอบ แบบทดสอบที่เป็น แบบปรนัย แบบทดสอบที่เป็นแบบอัตนัย การวิเคราะห์หาค่าอำนาจจำแนก
www.themegallery.com การหาค่าอำนาจจำแนก แบบทดสอบที่เป็นแบบปรนัย การหาค่าอำนาจจำแนกแบบทดสอบปรนัยรายข้อแบบอิงกลุ่ม การหาค่าอำนาจจำแนกแบบทดสอบปรนัยรายข้อแบบอิงเกณฑ์
www.themegallery.com การหาค่าอำนาจจำแนกแบบทดสอบปรนัยรายข้อแบบอิงกลุ่ม เป็นวิธีการหาค่าอำนาจจำแนกแบบทดสอบปรนัยรายข้อ โดยพิจารณาจากคะแนนที่กลุ่มผู้ถูกทดสอบทำได้เป็นเกณฑ์ สามารถคำนวณโดยใช้สูตรอย่างง่าย และสูตรสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบพอยท์ไบซีเรียล  ( Point  Biserial Correlation Coefficient)   ดังรายละเอียด ดังนี้
www.themegallery.com การคำนวณค่าอำนาจจำแนกโดยใช้สูตรอย่างง่าย   เป็นการเปรียบเทียบจำนวนผู้ถูกทดสอบในการตอบแบบทดสอบ ในแต่ละข้อถูก โดยพิจารณาจากกลุ่มที่ได้คะแนนรวมสูง  กับกลุ่มที่ได้คะแนนรวมต่ำ โดยใช้ เทคนิค เทคนิค  27%  ของเคลลี่  ( Kelly’s Technique of 27 percent)
www.themegallery.com การคำนวณใช้สูตรอย่างง่าย r  =  สำหรับกลุ่มผู้ถูกทดสอบที่ได้คะแนนสูง  r  =  เมื่อ  R H   คือ จำนวนผู้ถูกทดสอบในกลุ่มที่ได้คะแนนรวมสูงที่ตอบตัวเลือกนั้น R L   คือ จำนวนผู้ถูกทดสอบในกลุ่มที่ได้คะแนนรวมต่ำที่ตอบตัวเลือกนั้น N H   คือ จำนวนผู้ถูกทดสอบในกลุ่มที่ได้คะแนนรวมสูง N L   คือ จำนวนผู้ถูกทดสอบในกลุ่มที่ได้คะแนนรวมต่ำ สำหรับกลุ่มผู้ถูกทดสอบที่ได้คะแนนต่ำ   r =
www.themegallery.com การคำนวณค่าอำนาจจำแนกโดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ แบบพอยท์ไบซีเรียล การหาค่าอำนาจจำแนกโดยวิธีนี้  ใช้ในกรณี  ที่การกระจายของคะแนนรวมหรือ  การกระจายคะแนนของ ผู้ถูกทดสอบ ที่ตอบแบบทดสอบถูก  หรือการกระจายคะแนนของผู้ถูกทดสอบที่ตอบแบบทดสอบผิดไม่เป็นโค้งปกติ  เงื่อนไขในการใช้สหสัมพันธ์ไบซีเรียลในการหาอำนาจจำแนก  4  ข้อ ดังนี้  ( กังวาล เทียนกัณฑ์เทศน์  (2540, 139-140) 1)   กลุ่มคะแนนมีความต่อเนื่อง และมี  2   ลักษณะ 2)   การกระจายของคะแนนเป็นโค้งปกติ 3)   กลุ่มคะแนนเป็นขนาดใหญ่ 4)   คะแนนที่แบ่งเป็น  2   กลุ่ม มีค่าใกล้  0.50   ในโค้งปกติ
www.themegallery.com การคำนวณค่า  r pb   ใช้สูตร   r pb   =  เมื่อ คือ  ค่าเฉลี่ยของคะแนนของผู้ถูกทดสอบที่ตอบแบบทดสอบข้อนั้นถูก   คือ  ค่าเฉลี่ยของคะแนนของผู้ถูกทดสอบที่ตอบแบบทดสอบข้อนั้นผิด S x   คือ  ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนนรวมของผู้ถูกทดสอบทั้งหมด P  คือ  สัดส่วนของผู้ถูกทดสอบที่ตอบแบบทดสอบข้อนั้นถูก q  คือ  สัดส่วนของผู้ถูกทดสอบที่ตอบแบบทดสอบข้อนั้นผิด การคำนวณค่าอำนาจจำแนกโดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์
www.themegallery.com เกณฑ์การพิจารณาค่าอำนาจจำแนกแบบทดสอบปรนัยรายข้อแบบอิงกลุ่ม เกณฑ์ค่าอำนาจจำแนกที่เป็นบวกการแปลความหมาย ค่าอำนาจจำแนก ความหมาย 1.00 จำแนกได้ดีเลิศ 0.80   ถึง  0.99 จำแนกได้ดีมาก 0.60   ถึง  0.79 จำแนกได้ดี 0.40   ถึง  0.59 จำแนกได้ปานกลาง 0.20   ถึง  0.39 จำแนกได้เล็กน้อย ต่ำกว่า  0.19 จำแนกไม่ได้เลย
www.themegallery.com ขณะที่ภัทรา นิคมานนท์  (2543, 156)   ได้ให้เกณฑ์ในการพิจารณาค่าอำนาจจำแนก ดังนี้ ค่าอำนาจจำแนก ความหมาย 0.20  ถึง  1.00 จำแนกได้ -0.19  ถึง  0.19 จำแนกไม่ได้ - 0.20  ถึง  -1.00 จำแนกกลับ
การหาค่าอำนาจจำแนกแบบทดสอบปรนัยรายข้อแบบอิงเกณฑ์ www.themegallery.com วิธีการหาค่าอำนาจจำแนกแบบทดสอบปรนัยรายข้อแบบอิงเกณฑ์ 1.  การหาค่าอำนาจจำแนกตามวิธีของเบรนแนน  ( Brennan)  2.  การหาค่าอำนาจจำแนกตามวิธีของคริสปีนและเฟลด์ลูเซน  ( Kryspin and Feldluson)
การหาค่าอำนาจจำแนกตามวิธีของเบรนแนน  ( Brennan)  เบรนแนน   (Brennan)  ได้เสนอสูตรในการหาค่าอำนาจจำแนกของแบบทดสอบ โดยตั้งชื่อ  การหาค่าอำนาจจำแนกด้วยดัชนีบี   (discrimination index B)  การหาค่าอำนาจจำแนกวิธีนี้จะทำการสอบครั้งเดียว หลังเรียนจากกลุ่มตัวอย่างเดียว แล้วแบ่งออกเป็น  2  กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ที่สอบได้คะแนนผ่านเกณฑ์ และกลุ่มผู้ที่สอบได้คะแนนไม่ผ่านเกณฑ์ การวิเคราะห์แบบทดสอบโดยใช้ดัชนีบี  ( B-index)  มีวิธีการดังนี้  ( สมนึก ภัททิยธนี , 2537  :  161 )  www.themegallery.com
ขั้นตอนการวิเคราะห์แบบทดสอบโดยใช้ดัชนีบี  ( B-index) 1)  นำแบบทดสอบไปทดสอบกับผู้ถูกทดสอบที่ต้องการวัด   2)  ตรวจให้คะแนนแบบทดสอบแต่ละข้อ และรวมคะแนนไว้   3)  ใช้จุดตัดหรือคะแนนการผ่านเกณฑ์ แบ่งผู้ถูกทดสอบออกเป็นกลุ่มรอบรู้ ( ผู้ที่ได้คะแนนผ่านเกณฑ์ )  กับกลุ่มไม่รอบรู้   ( ผู้ที่ได้คะแนนไม่ผ่านเกณฑ์ )   4 )   รวมจำนวนกลุ่มรอบรู้  ( N H )  และกลุ่มไม่รอบรู้  ( N L )  5 )   นับจำนวนคนรอบรู้ที่ตอบถูก ( R H )  และนับจำนวนคนที่ไม่รอบรู้ที่ตอบถูก  ( R L )  ในแต่ละข้อ 6 )   คำนวณหาค่าอำนาจจำแนก  ( BI)  www.themegallery.com
www.themegallery.com มีสูตรดังนี้  ( Brennan.  1972  :  292 )  เมื่อ  BI  แทน   ค่าอำนาจจำแนกของแบบทดสอบ   (B-index) R H   แทน   จำนวนผู้ทำแบบทดสอบข้อนั้นถูกของกลุ่มที่ผ่านเกณฑ์   R L   แทน   จำนวนผู้ทำแบบทดสอบข้อนั้นถูกของกลุ่มที่ไม่ผ่านเกณฑ์   N H   แทน   จำนวนผู้ที่สอบผ่านเกณฑ์   N L   แทน   จำนวนผู้ที่สอบไม่ผ่านเกณฑ์
เกณฑ์การพิจารณาค่าอำนาจจำแนกและการแปลความหมายค่าดัชนีบี   ( B-index) www.themegallery.com ค่า  ( B-index) หมายความว่าแบบทดสอบนั้นสามารถ + 1 . 00 บ่งชี้ผู้รอบรู้ - ไม่รอบรู้ ได้ถูกต้องทุกคน . 50  ถึง   . 99 บ่งชี้ผู้รอบรู้ - ไม่รอบรู้ ได้ถูกต้องเป็นส่วนใหญ่ . 20  ถึง  . 49 บ่งชี้ผู้รอบรู้ - ไม่รอบรู้ ได้ถูกต้องเป็นบางส่วน . 00  ถึง  . 19 บ่งชี้ผู้รอบรู้ - ไม่รอบรู้ ได้ถูกต้องน้อยมาก หรือไม่ถูกต้อง ติดลบ บ่งชี้ผู้รอบรู้ - ไม่รอบรู้ ผิดพลาด หรือตรงข้ามกับความจริง
การวิเคราะห์ค่าอำนาจจำแนกตามแนวคิดของเบรนแนน สามารถใช้ในการวิเคราะห์ค่าอำนาจจำแนกตัวลวงได้เช่นกัน ซึ่งทำได้ในกรณีคล้ายกัน แต่ใช้สัดส่วนของผู้ที่ไม่รอบรู้ หรือ กลุ่มผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ขึ้นก่อน คือ   เมื่อ  B  แทน   ค่าอำนาจจำแนกของข้อสอบ   U  แทน   จำนวนผู้ที่ทำแบบทดสอบผ่านเกณฑ์ตอบตัวลวงนั้น   L  แทน   จำนวนผู้ที่ทำแบบทดสอบไม่ผ่านเกณฑ์ตอบตัวลวงนั้น   N1  แทน   จำนวนผู้ที่ทำแบบทดสอบผ่านเกณฑ์   N2  แทน   จำนวนผู้ที่ทำแบบทดสอบไม่ผ่านเกณฑ์
กรณีที่ได้เครื่องหมายเป็นบวก แสดงว่าตัวลวง  มีประสิทธิภาพ สามารถลวงให้กลุ่มที่ไม่รอบรู้เลือกตอบได้มากกว่ากลุ่มผู้รอบรู้  แต่ในทางกลับกัน ถ้าเครื่องหมายเป็นลบ แสดงว่าตัวลวงนั้นไม่มีประสิทธิภาพ  คือเป็นตัวลวงที่ลวงกลุ่มที่รอบรู้ มากกว่ากลุ่มที่ไม่รอบรู้ ทั้งนี้ตัวลวงแต่  ละตัวควรมี ผู้เลือกตั้งแต่ร้อยละ  5   ขึ้นไป www.themegallery.com
การหาค่าอำนาจจำแนกตามวิธีของคริสปีนและเฟลด์ลูเซน  ( Kryspin and Feldluson)  www.themegallery.com คริสปีน และเฟลด์ลูเซน  ( Kryspin and Feldluson)  ได้เสนอการหาค่าอำนาจจำแนกที่เรียกว่า ดัชนี   S (index of sensitivity)  หรือดัชนีความไว  ในการวัด ซึ่งมีสูตรดังนี้  ( สำเริง บุญเรืองรัตน์ .  2527 : 88)  สูตร   สำหรับตัวเลือกถูก   เมื่อ  S  แทน   ค่าอำนาจจำแนกของแบบทดสอบ   RA  แทน   จำนวนผู้ที่ทำแบบทดสอบที่ตอบถูกหลังสอน   RB  แทน   จำนวนผู้ที่ทำแบบทดสอบที่ตอบถูกก่อนสอน   T  แทน   จำนวนผู้ที่ทำแบบทดสอบที่เข้าทดสอบทั้งสองครั้ง
www.themegallery.com   สูตร  เมื่อ  S  แทน  ค่าอำนาจจำแนกของแบบทดสอบของตัวลวง   RA  แทน   จำนวนผู้ที่ทำแบบทดสอบที่ตอบของตัวลวงนั้นหลังสอน   RB  แทน   จำนวนผู้ที่ทำแบบทดสอบที่ตอบตัวลวงนั้นก่อนสอน   T  แทน   จำนวนผู้ที่ทำแบบทดสอบที่เข้าทดสอบทั้งสองครั้ง   สำหรับตัวเลือกลวง
www.themegallery.com เกณฑ์การแปลความหมายค่า  S  การพิจารณาคุณภาพของแบบทดสอบในด้านความไว  ( index of sensitivity)   สำหรับตัวเลือกถูก พิจารณาตามระดับค่า  S  ดังนี้ ค่า   S ความหมาย 1.00 เป็นข้อสอบที่ดี เป็นไปตามทฤษฎี .80  ถึง   .99 เป็นข้อสอบที่ดี หาได้ในเชิงปฏิบัติ .30  ถึง   .79 เป็นข้อสอบที่พอใช้ได้ .00  ถึง   .29 เป็นข้อสอบที่ไม่ดี ควรตัดทิ้ง -1.00  ถึง   .00 เป็นข้อสอบที่ใช้ไม่ได้   ควรตัดทิ้ง
ในการพิจารณาค่าอำนาจจำแนก  ( S)  ถ้าค่า  S  เป็นบวกใกล้  + 1.00  หมายถึง การเรียนการสอนบรรลุตามเป้าหมาย คือ ก่อนเรียนผู้ถูกทดสอบไม่มีความรู้ หลังจากเรียนแล้วปรากฏว่ามีความรู้ตามจุดประสงค์ที่ตั้งไว้ แต่ถ้าค่า  S  เป็นลบใกล้   -1.00  หมายถึง ก่อนเรียน  ผู้ถูกทดสอบมีความรู้ แต่เมื่อเรียนจบเนื้อหาแล้วปรากฏว่าผู้ถูกทดสอบกลับไม่มีความรู้เลย  www.themegallery.com
ตัวอย่างการคำนวณการหาค่าอำนาจจำแนกค่าความไว   www.themegallery.com ในการสอบก่อนสอนและหลังสอน วิชาสถิติเบื้องต้นกับนักศึกษาจำนวน  5  คน จำนวน   20  ข้อ ดังนี้   ข้อที่ 1 2 3   20 ชื่อนักเรียน RB  RA  RB  RA  RB  RA      RB  RA  1.  พัชรี / / / / /         / 2.  มนต์ทิพย์ / / / / /         / 3.  เกรียงไกร / / / / /         / 4.  ธีรกร / /   / /         / 5.  นิวัตร / /   / /         / รวมผู้ตอบถูก 5 5 3 5 5 0     0 5 S 0 .40 -1.00   1.00
www.themegallery.com ผลการพิจารณา   ข้อ  1  ค่า  S = 0  หมายถึง  เป็นข้อสอบที่ไม่ดี ควรตัดทิ้งเพราะง่ายมาก ข้อ  2 ค่า  S = .40  หมายถึง  เป็นข้อสอบที่พอใช้ได้ ข้อ  3 ค่า  S = -1.00  หมายถึง  เป็นข้อสอบที่ใช้ไม่ได้ ควรตัดทิ้ง ข้อ  20 ค่า  S = 1.00  หมายถึง   เป็นข้อสอบที่ดี   เป็นไปตามทฤษฎี
การวิเคราะห์หาค่าอำนาจจำแนกแบบทดสอบที่เป็นแบบอัตนัย www.themegallery.com การวิเคราะห์หาค่าอำนาจจำแนกแบบทดสอบที่เป็นแบบอัตนัย จะต้องทำการแบ่งกลุ่มผู้ถูกทดสอบที่เข้าสอบออกเป็น   2  กลุ่ม คือ  กลุ่มเก่ง ( กลุ่มสูง )  และกลุ่มอ่อน ( กลุ่มต่ำ )  โดยใช้เทคนิค  2 7 %  ของจำนวนผู้ถูกทดสอบที่เข้าสอบ   วิธีการคำนวณจะต้องใช้สูตรของ วิธนี และชาแบอร์ส  ( Whithney and Sabers,  1970   อ้างถึงใน กังวาล เทียนกัณฑ์เทศน์  ,2540  :  152 )
การวิเคราะห์หาค่าอำนาจจำแนกแบบทดสอบที่เป็นแบบอัตนัย www.themegallery.com ดัชนีค่าอำนาจจำแนก  ( r)  มีสูตร ดังนี้    เมื่อ   r  แทน   ดัชนีค่าอำนาจจำแนก S U   แทน ผลรวมของคะแนนกลุ่มเก่ง S L   แทน ผลรวมของคะแนนกลุ่มอ่อน N H_or_ L   แทน   จำนวนผู้ถูกทดสอบเข้าสอบในกลุ่มเก่งหรือกลุ่มอ่อน X max   แทน คะแนนที่ผู้ถูกทดสอบทำได้สูงสุด X min   แทน คะแนนที่ผู้ถูกทดสอบทำได้ต่ำสุด
ตัวอย่างการคำนวณการหาค่าอำนาจจำแนกที่เป็นแบบอัตนัย www.themegallery.com แบบทดสอบอัตนัยฉบับหนึ่งหลังจากที่นำไปทดสอบกับผู้ถูกทดสอบ  40   คน และตรวจให้คะแนนแล้วจึงทำการแบ่งผู้ถูกทดสอบออกเป็น   2  กลุ่ม คือกลุ่มเก่ง และกลุ่มอ่อน กลุ่มละ  10   คน ด้วยเทคนิค  2 7 %  จากข้อมูลในตารางข้างล่างเป็นคะแนนของแบบทดสอบข้อที่   1  ( ซึ่งมีคะแนนเต็มเท่ากับ  5  คะแนน )  จงหาค่าความยากและอำนาจจำแนก คะแนน กลุ่มเก่ง คะแนน กลุ่มอ่อน F fX F fX 5 3 15 5 0 0 4 5 20 4 1 4 3 2 6 3 3 9 2 0 0 2 5 10 1 0 0 1 0 0 0 0 0 0 1 0 รวม 10 41 รวม 10 23
www.themegallery.com = 0.36 แทนค่าในสูตร แบบทดสอบอัตนัยข้อที่  1   มีค่าอำนาจจำแนกเท่ากับ  0 .36 การแปลความหมายค่าอำนาจจำแนกของแบบทดสอบอัตนัย   จะใช้หลักการเช่นเดียวกันกับการวิเคราะห์แบบทดสอบแบบอิงกลุ่ม   คือ  ค่าความยากของแบบทดสอบแต่ละข้อควรอยู่ในช่วง  0.2  - 0.8   และควร  มีค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่  0.20   ขึ้นไป
สรุป การตรวจสอบคุณภาพแบบทดสอบ เป็นการตรวจสอบว่าแบบทดสอบนั้น ๆ  มีคุณภาพดีเพียงใด หลังจากที่นำแบบทดสอบไปใช้ และตรวจให้คะแนนแล้ว การตรวจสอบคุณภาพแบบทดสอบจะกระทำใน  2  ลักษณะ คือ การตรวจสอบคุณภาพของแบบทดสอบรายข้อ หรือการวิเคราะห์ข้อสอบ โดยวิธีการหาค่าอำนาจจำแนก  ( discrimination)  ถือเป็นเรื่องสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบคุณภาพแบบทดสอบ   การวิเคราะห์ข้อสอบ มีแนวคิดในการหาคุณภาพ  2  แนวคิด คือ การวิเคราะห์ข้อสอบตามแนวคิดอิงกลุ่มและอิงเกณฑ์ โดยการวิเคราะห์ข้อสอบตามแนวคิดอิงกลุ่มจะพิจารณาในเรื่องความยากและอำนาจจำแนก ส่วนการวิเคราะห์ข้อสอบตามแนวคิดอิงเกณฑ์จะพิจารณาเฉพาะค่าอำนาจจำแนกเท่านั้น www.themegallery.com
www.themegallery.com Thank You !

ค่าอำนาจจำแนก

  • 1.
    Discrimination ค่าอำนาจจำแนก เสนออ . ดร . ปิยะธิดา ปัญญา การวิเคราะห์ข้อสอบ
  • 2.
    หลักการประเมินผลทางการศึกษา (1045102)สอนโดย อ . ดร . ปิยะธิดา ปัญญา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม www.themegallery.com
  • 3.
    www.themegallery.com นำเสนอโดย นายจีรภพ แสงบุญมี รหัส 538110170412 นางสาวชุติมา มณีนิล รหัส 538110170404 นักศึกษาปริญญาโทภาคพิเศษ สาขาวิชาวิจัยและวัดผลการศึกษา
  • 4.
    ค่าอำนาจจำแนก www.themegallery.com -การวิเคราะห์หาค่าอำนาจจำแนกแบบทดสอบที่เป็นปรนัย - การวิเคราะห์หาค่าอำนาจจำแนกแบบทดสอบที่เป็นอัตนัย ความหมายค่าอำนาจจำแนกของแบบทดสอบ 1 เกณฑ์การแปลความหมายค่าอำนาจจำแนก 2 วิธีการวิเคราะห์ค่าอำนาจจำแนก 3
  • 5.
    ความหมายของการวิเคราะห์คุณภาพข้อสอบรายข้อ การวิเคราะห์คุณภาพข้อสอบแบบรายข้อ หมายถึงกระบวนการการตรวจสอบคำตอบของผู้สอบ ในแต่ละข้อเพื่อพิจารณาว่าข้อสอบแต่ละข้อมีระดับความยากง่าย และค้าอำนาจจำแนกเพียงใดรวมทั้งพิจารณาถึงประสิทธิภาพของตัวลวงในตัวเลือก ของข้อสอบข้อนั้นด้วย www.themegallery.com
  • 6.
    ความหมายของการวิเคราะห์คุณภาพข้อสอบรายข้อ ข้อสอบที่จะทำการวิเคราะห์คุณภาพรายข้อนี้จะต้องเป็นข้อสอบแบบปรนัยที่ตอบถูกได้ 1 คะแนน ตอบผิดได้ 0 คะแนน ดังนั้นลักษณะข้อสอบจึงเป็นแบบเลือกตอบ หรือ แบบถูกผิด หรือแบบเติมคำ สั้น ๆ ก็ได้แต่ต้องมีรูปแบบเดียวกันทั้งฉบับ ( พิชิต ฤทธิ์จรูญ , 2550 : 139) www.themegallery.com
  • 7.
    การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ เป็นกระบวนการที่สำคัญและมีความจำเป็น ในการสร้างเครื่องมือเพื่อรวบรวมข้อมูล ในการวิจัย เนื่องจากเครื่องมือ ต้องมี ความเที่ยงตรง ( validity) ในสิ่งที่ต้องการวัด เพื่อทำให้ข้อมูลที่ได้มีความถูกต้องน่าเชื่อถือ การตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ www.themegallery.com
  • 8.
  • 9.
    www.themegallery.com คุณสมบัติของเครื่องมือวัดที่ดี 1. ความเที่ยงตรง (Validity) 2. ความเชื่อมั่น (Reliability) 3. ความยากง่าย (Difficulty) 5. ความเป็นปรนัย (Objectivity) 6. จำเพาะเจาะจง (Definite) 7. ความมีประสิทธิภาพ (Efficiency) 8. คำถามยั่วยุ (Exemplary) 9. คำถามลึก (Searching) 10. ความยุติธรรม (Fair) 4. อำนาจจำแนก (Discrimination)
  • 10.
    ความยากง่าย (Difficulty) ความยากง่าย (Difficulty) ทฤษฎีการวัดผลแบบอิงกลุ่ม ข้อสอบที่ดี คือข้อสอบที่ไม่ยาก หรือง่ายเกินไป เพราะข้อสอบจะสามารถจำแนกผู้สอบได้ว่าใครเก่งใครอ่อน www.themegallery.com
  • 11.
    ความยากง่าย (Difficulty) www.themegallery.com ความยากง่าย (Difficulty) ทฤษฎีการวัดผลแบบอิงเกณฑ์ เน้นว่าข้อสอบวัดผู้เรียนได้บรรลุตามจุดประสงค์หรือไม่ ไม่สนใจเรื่องความยากง่าย สิ่งสำคัญอยู่ที่ข้อสอบนั้นได้วัดในจุดประสงค์ ที่ต้องการวัดได้จริงหรือไม่ ถ้าวัดได้จริงก็นับว่า เป็นข้อสอบที่ดีได้
  • 12.
    ค่าอำนาจ จำแนก ( r ) หมายถึง ประสิทธิภาพ ของแบบทดสอบในการจำแนกผู้ถูกทดสอบออกเป็นกลุ่มเก่งและกลุ่มอ่อน หรือกลุ่มที่ได้คะแนนสูงและกลุ่มได้คะแนนต่ำ ได้อย่างชัดเจน ความหมายค่าอำนาจจำแนก ของแบบทดสอบ ความหมายค่าอำนาจจำแนกของแบบทดสอบ
  • 13.
    ค่าอำนาจ จำแนก ( r ) หมายถึง ความสามารถ ของแบบทดสอบ ที่จำแนกความแตกต่างของ สิ่งที่ต้องการวัดโดยสามารถจำแนกกลุ่มผู้สอบ ที่ได้คะแนนสูงออกจากกลุ่มผู้สอบที่ได้คะแนนต่ำ ความหมายค่าอำนาจจำแนก ของแบบทดสอบ ความหมายค่าอำนาจจำแนกของแบบทดสอบ
  • 14.
    กล่าวโดยสรุป ค่าอำนาจจำแนก( r ) เป็นคุณสมบัติของข้อสอบ ที่สามารถจำแนกผู้เรียนได้ตามความแตกต่าง ของบุคคล ว่าใครเก่ง ปานกลาง อ่อน รอบรู้ - ไม่รอบรู้ โดยยึดหลักการที่ว่า คนเก่งย่อมตอบข้อสอบนั้นถูก คนไม่เก่งจะต้องตอบผิด ข้อสอบที่ดีจะต้องสามารถแยกคนเก่งกับคนไม่เก่งออกจากกันได้ อำนาจจำแนกมีความสัมพันธ์กับค่าความเที่ยงตรงเชิงสภาพในทางบวก หมายถึง ถ้าเครื่องมือใดมีค่าอำนาจจำแนกสูง เครื่องมือนั้นก็มีความเที่ยงตรงเชิงสภาพสูงด้วย ( พิชิต ฤทธ์จรูญ 2545 : 138) www.themegallery.com ความหมายค่าอำนาจจำแนกของแบบทดสอบ
  • 15.
    อำนาจจำแนก (Discrimination) www.themegallery.com อำนาจจำแนก (Discrimination) ทฤษฎีการวัดผลแบบอิงกลุ่ม (Norm Referenced Measurement) ความสามารถของข้อสอบนั้นในการจำแนกผู้สอบออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มสูงหรือกลุ่มเก่งกับกลุ่มต่ำหรือกลุ่มอ่อน
  • 16.
    อำนาจจำแนก (Discrimination) www.themegallery.com อำนาจจำแนก (Discrimination) ทฤษฎีการวัดผลแบบอิงเกณฑ์ (Criterion Referenced Measurement) - ความสามารถของข้อสอบนั้นในการจำแนก ผู้สอบออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มรอบรู้ กับกลุ่ม ยังไม่รอบรู้
  • 17.
    ประเภทของการวิเคราะห์ข้อสอบแบบรายข้อ การวิเคราะห์ข้อสอบแบบอิงกลุ่ม ข้อสอบแบบเลือกตอบข้อสอบแบบถูกผิด หรือข้อสอบที่ให้คะแนน ถูก 1 ผิด 0 ข้อสอบแบบอัตนัย หรือข้อสอบที่ให้คะแนนแต่ละข้อไม่เท่ากัน การวิเคราะห์ข้อสอบแบบอิงเกณฑ์ www.themegallery.com
  • 18.
  • 19.
    การวิเคราะห์ข้อสอบแบบอิงกลุ่ม การวิเคราะห์ข้อสอบรายข้อแบบอิงกลุ่มวิธีที่นิยมกันมากวิธีหนึ่งคือการใช้เทคนิค 27% ซึ่งมีการวิเคราะห์ดังนี้ 1. นำข้อสอบไปทำการทดสอบ ตรวจ ให้คะแนน และเรียงกระดาษคำตอบตามลำดับจากมากไปหาน้อย www.themegallery.com
  • 20.
    การวิเคราะห์ข้อสอบแบบอิงกลุ่ม 2. แบ่งกระดาษคำตอบออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกเรียกว่า กลุ่มสูง (P H ) โดยนับจากคะแนนสูงสุดลงมาประมาณ 27% ของกระดาษคำตอบทั้งหมด และกลุ่มหลัง เรียกว่ากลุ่มต่ำ (P L ) โดยนับจากคะแนนต่ำสุดขึ้นไปประมาณ 27% ของกระดาษคำตอบทั้งหมด www.themegallery.com
  • 21.
    www.themegallery.com 1) เทคนิค 27 % ใช้ได้กับแบบทดสอบที่มีคำตอบถูกเพียงคำตอบเดียวและถ้าตอบถูกได้ 1 คะแนน ผิดได้ 0 คะแนน เทคนิค 27 % ใช้ได้เหมาะกับแบบทดสอบปรนัยชนิดเลือกตอบ 2) จำนวนตัวเลือกต้องเท่ากันทุกข้อ ถ้าหากตัวเลือกไม่เท่ากันต้องแยกวิเคราะห์เป็นตอนๆ 3) จำนวนผู้สอบ หรือกระดาษคำตอบควรมีมากพอสมควร ประมาณ 100 คนขึ้นไป ซึ่งทำให้การกระจายของคะแนนเป็นโค้งปกติ การวิเคราะห์ข้อสอบแบบอิงกลุ่ม
  • 22.
    www.themegallery.com 4) การใช้เทคนิค 27% สำหรับคัดเลือกกลุ่มสูงและกลุ่มต่ำนี้ ใช้ในกรณีที่กลุ่มตัวอย่าง หรือผู้สอบมีจำนวน มาก และคะแนนมีการแจกแจงแบบปกติ ( Normal Distribution) แต่ถ้าคะแนนไม่มีการแจกแจงแบบปกติควรใช้เทคนิค 35 % แทน การวิเคราะห์ข้อสอบแบบอิงกลุ่ม
  • 23.
    การวิเคราะห์ข้อสอบแบบอิงกลุ่ม www.themegallery.com ใช้เทคนิค 27% หรือ 33 % แบ่งกระดาษคำตอบเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มสูง และกลุ่มต่ำ MAX MIN 27%
  • 24.
    3. หาจำนวนคนที่ตอบถูกของแต่ละข้อในกลุ่มสูงและกลุ่มต่ำ4. หาค่าความยาก (P) ของแต่ละข้อ โดยรวมจำนวน ที่ตอบถูกในกลุ่มสูงและของกลุ่มต่ำ แล้วหารด้วยจำนวนคนในกลุ่มสูงและกลุ่มต่ำรวมกัน 5. หาค่าอำนาจจำแนก ( r) ของแต่ละข้อ โดยเอาจำนวนคนที่ตอบถูกในกลุ่มสูงตั้ง ลบด้วยจำนวนคนที่ตอบถูกในกลุ่มต่ำแล้วหารด้วยจำนวนคนในกลุ่มสูงหรือกลุ่มต่ำ www.themegallery.com การวิเคราะห์ข้อสอบแบบอิงกลุ่ม
  • 25.
    การวิเคราะห์ข้อสอบแบบอิงกลุ่ม www.themegallery.com ค่าความยากรายข้อ (p) คือ จำนวนผู้ตอบถูกข้อนั้นต่อจำนวนผู้ตอบทั้งหมด ที่นำมาวิเคราะห์ ค่าอำนาจจำแนก (r) คือ ความสามารถในการแยกเด็กเก่ง - อ่อนได้ถูกต้อง
  • 26.
    สูตรที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อสอบแบบเลือกตอบ www.themegallery.com ค่าความยาก ( p) ค่าอำนาจจำแนก (r) ตัวถูก ถ้า ตัวลวง L-H เมื่อ H = จำนวนคนตอบถูกในกลุ่มสูง L = จำนวนคนตอบถูกในกลุ่มต่ำ n = จำนวนคนในกลุ่มสูงหรือกลุ่มต่ำ
  • 27.
    เกณฑ์การพิจารณาความยาก (P)ค่าความยาก ( p) ความหมาย 0.81 – 1.00 ง่ายมาก www.themegallery.com 0.61 – 0.80 ค่อนข้างง่าย 0.40 – 0.60 ยากง่ายพอเหมาะ 0.20 – 0.39 ค่อนข้างยาก 0.00 – 0.19 ยากมาก ช่วงค่าที่เหมาะสมที่สุด
  • 28.
    เกณฑ์การแปลความหมายค่าอำนาจจำแนก (r) ค่าอำนาจจำแนกมีเกณฑ์การแปลความหมายดังนี้ ( พิชิต ฤทธิ์จรูญ , 2550 : 143 ) ค่าอำนาจจำแนก ( r ) ความหมาย .04 ≤ r ≤ 1.00 .30 ≤ r ≤ .39 .20 ≤ r ≤ .29 -1.00 ≤ r ≤ .19 จำแนกได้ดี เป็นข้อสอบที่ดี จำแนกได้เป็นข้อสอบที่ดี พอสมควร อาจต้องปรับปรุงบ้าง จำแนกพอใช้ได้ แต่ต้องปรับปรุง ไม่สามารถจำแนกได้ต้อง ปรับปรุงหรือตัดทิ้ง
  • 29.
    ค่าอำนาจจำแนกที่เป็นบวกมีเกณฑ์การแปลความหมายดังนี้ (รังสรรค์ มณีเล็ก และคณะ , 2546 ) เกณฑ์การแปลความหมายค่าอำนาจจำแนก ( r) ค่าอำนาจจำแนก ( r ) ความหมาย 1.00 0.80 - 0.99 0.60 - 0.79 0.40 - 0.59 0.20 - 0.39 0.00 - 0.19 จำแนกดีเลิศ จำแนกดีมาก จำแนกดี จำแนกได้ปานกลาง จำแนกได้บ้าง จำแนกไม่ค่อยได้
  • 30.
    ถ้า r มีค่าเป็นลบหรือน้อย หรือน้อยกว่า 0 แสดงว่า ข้อสอบข้อนั้นจำแนกกลับ แสดงว่าคนเก่งทำไม่ได้ คนอ่อนทำได้ ต้องรับปรุงใหม่หรือตัดทิ้ง www.themegallery.com เกณฑ์การแปลความหมายค่าอำนาจจำแนก ( r)
  • 31.
    ประสิทธิภาพของตัวลวง พ. ท . หญิง ปวรส บุตะเขียว ( สืบข้อมูล ออนไลน์ ) เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2553 ( www.rta.mi.th/630aQu/file/item_analysis) 1. สัดส่วนของผู้ที่เลือกตัวลวง ( P w ) หมายถึง สัดส่วนของจำนวนคนที่เลือกตัวลวงนั้น ๆ เช่น ข้อสอบข้อหนึ่ง มีคนสอบ 100 คน มีคนเลือกตัวลวง ก . 25 คน แสดงว่า สัดส่วนผู้เลือกตัวลวง ก . = 0.25 หรือ 25 % P w จะมีค่า 0 ถึง 1 ตัวลวงที่ดีควรมีค่า P w ตั้งแต่ 0.05 ขึ้นไป
  • 32.
    2. อำนาจจำแนกของตัวลวง ( r w ) หมายถึง ผลต่างระหว่างสัดส่วนของคนในกลุ่มอ่อนที่เลือกตัวลวง กับสัดส่วนของคนในกลุ่มเก่งที่เลือกตัวลวงนั้น ๆ r w มีค่าตั้งแต่ - 1 ถึง 1 ตัวลวงที่ดีควรมีค่า r w ตั้งแต่ 0.05 ขึ้นไป ประสิทธิภาพของตัวลวง www.themegallery.com
  • 33.
    www.themegallery.com ค่าอำนาจจำแนกตัวลวง ( r w ) มีค่าตั้งแต่ 0.05 ขึ้นไป ตัวลวง เกณฑ์การแปลความหมายค่าอำนาจจำแนก ( r)
  • 34.
    ตัวอย่างการวิเคราะห์รายตัวเลือก www.themegallery.com (10+2)/28 = 0.42 (7-3)/14 = 0.28 (10-2)/14 = 0.57 ข้อที่ ตัว เลือก กลุ่มสูง H กลุ่มต่ำ L p r การแปลผล 1 ก ข * ค ง จ 3 10 1 - - 7 2 4 1 - .42 .28 .57 .21 .07 .00 ยากพอเหมาะ จำแนกได้ดีมาก ตัวลวงใช้ได้ ปรับปรง จ . คัดไว้โดยปรับปรุงข้อ จ .
  • 35.
  • 36.
    การวิเคราะห์ข้อสอบแบบอิงเกณฑ์ เป็นการพิจารณาขอบเขตของเนื้อหาและพฤติกรรมที่จะวัดในแต่ละเรื่องว่าก่อนเรียนและหลังเรียน ผู้เรียนมีความรอบรู้เปลี่ยนแปลงหรือไม่มากน้อยเพียงใด สนใจความสามารถในการจำแนกคนก่อนเรียนกับหลังเรียน ข้อสอบแบบอิงเกณฑ์ที่ดี คือก่อนเรียนผู้เรียนควรทำข้อสอบไม่ได้ แต่หลังจากเรียนแล้วผู้เรียนควรทำได้ ใช้วิธีการหาความแตกต่างของการสอบก่อนเรียน (Pre-test) และการสอบหลังเรียน (Post-test) ค่าที่ใช้วัดความสามารถของข้อสอบ คือ“ดัชนีความไว” www.themegallery.com
  • 37.
  • 38.
    ดัชนีความไวของการวัดผล (Sensitivity index) วิธีการหาความแตกต่างของการสอนและการสอบหลังสอน ซึ่งเรียกว่า ดัชนีความไวของการวัดผล (Sensitivity index) หรือดัชนีความไวของการวัดผลจากการสอน ( Sensitivity to instructional effects) ซึ่งมีวิธีการดังนี้ 1. นำแบบทดสอบไปทดสอบกับผู้สอบกลุ่มหนึ่งทั้งกลุ่มก่อนและหลังสอน ด้วยข้อสอบชุดเดิม 2. ตรวจกระดาษคำตอบของผู้สอบที่สอบก่อนสอน และหลังสอน www.themegallery.com
  • 39.
    3. หาค่าความยากของแต่ละข้อโดยสูตรเช่นเดียวกับการวิเคราะห์ข้อสอบแบบอิงกลุ่ม คือ 4. พิจารณาค่า p ก่อนสอบดังนี้ ค่า p ≤ .30 แสดงว่ามีผู้ตอบถูกไม่เกิน 30% ซึ่งเป็นค่าที่เป็นไปตามคาดหวังว่า ก่อนสอบไม่ควรจะมีผู้ตอบถูกเลย หรือตอบถูกไม่ควรมากกว่านี้ ดัชนีความไวของการวัดผล ( Sensitivity index) www.themegallery.com ค่าความยาก ( p)
  • 40.
    ค่า P > .30 เป็นข้อสอบที่ควรปรับปรุง หากค่า P สูงมาก แสดงว่าผู้เรียนมีความรู้ตั้งแต่ยังไม่ได้สอน ซึ่งจำเป็นต้องตัดข้อนั้นทิ้งโดยตัดจุดประสงค์ข้อนั้นทิ้งเพราะนักเรียนรู้แล้ว หรือปรับข้อสอบให้ยากขึ้น โดยปรับปรุงจุดประสงค์ข้อนั้นให้ยากขึ้น ดัชนีความไวของการวัดผล ( Sensitivity index) www.themegallery.com
  • 41.
    สูตรค่าดัชนีความไว www.themegallery.com เมื่อ S = ดัชนีความไว P post = จำนวนคนตอบถูกหลังเรียน P pre = จำนวนคนตอบถูกก่อนเรียน ( พิชิต ฤทธิ์จรูญ , 2550 : 143)
  • 42.
    ค่าดัชนีความไว (s) มีค่าตั้งแต่ - 1.00 ถึง + 1.00 ข้อที่มีค่าดัชนีความไวสูงและเป็นบวก แสดงว่าข้อสอบข้อนั้นสามารถจำแนกการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปกติข้อสอบอิงเกณฑ์ ควรจะมีค่าดัชนีความไวตั้งแต่ 0.40 ขึ้นไป เพราะการสอบครั้งแรกค่า P pre ไม่ควรเกิน 0.30 และการสอบครั้งหลังไม่ควรต่ำกว่า 0.70 นั่นคือ ค่า S = 0.70 – 0.30 = 0.40 นั่นเอง ซึ่งค่า S นี้แตกต่างจากค่าอำนาจจำแนก (r) ของข้อสอบแบบอิงกลุ่มตรงที่ อำนาจจำแนกของข้อสอบแบบอิงกลุ่มเป็นดัชนีชี้ให้เห็นว่าสามารถจำแนกคนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูง และต่ำได้มากน้อยเพียงใด เกณฑ์การพิจารณาค่าดัชนีความไว www.themegallery.com
  • 43.
    สรุปเกณฑ์การพิจารณาค่าดัชนีความไว www.themegallery.com ค่าความไวมีค่ายิ่งมากแสดงว่าข้อสอบมีคุณภาพดี ถ้าค่า S  0.50 แสดงว่ามี ความไวสูง ถ้าค่า 0  S ≤ 0.50 แสดงว่ามีความไวในระดับ ปานกลาง ถ้าค่า S ≤ 0 แสดงว่า ก่อนเรียนมีผู้ทำข้อสอบได้ มากกว่าหลังเรียน อาจเป็นเพราะข้อสอบยากเกินไป หรือข้อสอบง่ายเกินไป
  • 44.
    ตัวอย่างการวิเคราะห์ 0 1010 10 0 0 10 0 3 10 รวม ข้อที่ คนที่ 1 2 3 4 5 Pre Post Pre Post Pre Post Pre Post Pre Post 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 1 0 0 1 0 0 0 1 0 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1
  • 45.
    ตารางสรุปผล www.themegallery.com ข้อที่P post P pre S 1 2 3 4 5 10 10 0 0 10 0 10 0 10 3 1.00 0.00 0.00 -1.00 0.70
  • 46.
    สูตรที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อสอบอัตนัย www.themegallery.com ค่าความยาก ( p) ค่าอำนาจจำแนก (r) เมื่อ  H = ผลรวมของคะแนนในแต่ละข้อของกลุ่มสูง  L = ผลรวมของคะแนนในแต่ละข้อของกลุ่มต่ำ n = จำนวนคนในกลุ่มสูงหรือกลุ่มต่ำ m = คะแนนเต็มในแต่ละข้อ
  • 47.
    ตารางบันทึกข้อมูลกลุ่มสูงกลุ่มต่ำ www.themegallery.com ข้อ1 2 3 4 5 รวม ผู้สอบ กลุ่มสูง 1 2 3 4 5 2 2 3 1 3 4 2 4 3 4 4 3 3 4 2 4 5 3 4 2 4 4 2 0 1 18 16 15 12 12  H 11 17 16 18 11 73 กลุ่มต่ำ 1 2 3 4 5 2 2 1 2 1 1 1 2 0 0 1 3 1 1 1 4 3 2 1 3 2 1 0 2 0 10 10 6 6 5  L 8 4 7 13 5 37
  • 48.
    ตารางการวิเคราะห์และสรุปผล (อัตนัย ) www.themegallery.com (7-3)/14 = 0.28 ข้อที่  H  L p r การแปลผล 1 2 3 4 5 11 17 16 18 11 8 4 7 13 5 .38 .42 .44 .62 .32 .12 .52 .36 .20 .24 ค่อนข้างยาก จำแนกต่ำ ยากง่ายพอเหมาะจำแนกดีมาก ยากง่ายพอเหมาะ จำแนกดี ค่อนข้างง่าย จำแนกพอใช้ ค่อนข้างยาก จำแนกพอใช้
  • 49.
  • 50.
    www.themegallery.com วิธีการวิเคราะห์ค่าอำนาจจำแนกของแบบทดสอบ แบบทดสอบที่เป็นแบบปรนัย แบบทดสอบที่เป็นแบบอัตนัย การวิเคราะห์หาค่าอำนาจจำแนก
  • 51.
    www.themegallery.com การหาค่าอำนาจจำแนก แบบทดสอบที่เป็นแบบปรนัยการหาค่าอำนาจจำแนกแบบทดสอบปรนัยรายข้อแบบอิงกลุ่ม การหาค่าอำนาจจำแนกแบบทดสอบปรนัยรายข้อแบบอิงเกณฑ์
  • 52.
    www.themegallery.com การหาค่าอำนาจจำแนกแบบทดสอบปรนัยรายข้อแบบอิงกลุ่ม เป็นวิธีการหาค่าอำนาจจำแนกแบบทดสอบปรนัยรายข้อโดยพิจารณาจากคะแนนที่กลุ่มผู้ถูกทดสอบทำได้เป็นเกณฑ์ สามารถคำนวณโดยใช้สูตรอย่างง่าย และสูตรสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบพอยท์ไบซีเรียล ( Point Biserial Correlation Coefficient) ดังรายละเอียด ดังนี้
  • 53.
    www.themegallery.com การคำนวณค่าอำนาจจำแนกโดยใช้สูตรอย่างง่าย เป็นการเปรียบเทียบจำนวนผู้ถูกทดสอบในการตอบแบบทดสอบ ในแต่ละข้อถูก โดยพิจารณาจากกลุ่มที่ได้คะแนนรวมสูง กับกลุ่มที่ได้คะแนนรวมต่ำ โดยใช้ เทคนิค เทคนิค 27% ของเคลลี่ ( Kelly’s Technique of 27 percent)
  • 54.
    www.themegallery.com การคำนวณใช้สูตรอย่างง่าย r = สำหรับกลุ่มผู้ถูกทดสอบที่ได้คะแนนสูง r = เมื่อ R H คือ จำนวนผู้ถูกทดสอบในกลุ่มที่ได้คะแนนรวมสูงที่ตอบตัวเลือกนั้น R L คือ จำนวนผู้ถูกทดสอบในกลุ่มที่ได้คะแนนรวมต่ำที่ตอบตัวเลือกนั้น N H คือ จำนวนผู้ถูกทดสอบในกลุ่มที่ได้คะแนนรวมสูง N L คือ จำนวนผู้ถูกทดสอบในกลุ่มที่ได้คะแนนรวมต่ำ สำหรับกลุ่มผู้ถูกทดสอบที่ได้คะแนนต่ำ r =
  • 55.
    www.themegallery.com การคำนวณค่าอำนาจจำแนกโดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ แบบพอยท์ไบซีเรียลการหาค่าอำนาจจำแนกโดยวิธีนี้ ใช้ในกรณี ที่การกระจายของคะแนนรวมหรือ การกระจายคะแนนของ ผู้ถูกทดสอบ ที่ตอบแบบทดสอบถูก หรือการกระจายคะแนนของผู้ถูกทดสอบที่ตอบแบบทดสอบผิดไม่เป็นโค้งปกติ เงื่อนไขในการใช้สหสัมพันธ์ไบซีเรียลในการหาอำนาจจำแนก 4 ข้อ ดังนี้ ( กังวาล เทียนกัณฑ์เทศน์ (2540, 139-140) 1) กลุ่มคะแนนมีความต่อเนื่อง และมี 2 ลักษณะ 2) การกระจายของคะแนนเป็นโค้งปกติ 3) กลุ่มคะแนนเป็นขนาดใหญ่ 4) คะแนนที่แบ่งเป็น 2 กลุ่ม มีค่าใกล้ 0.50 ในโค้งปกติ
  • 56.
    www.themegallery.com การคำนวณค่า r pb ใช้สูตร r pb = เมื่อ คือ ค่าเฉลี่ยของคะแนนของผู้ถูกทดสอบที่ตอบแบบทดสอบข้อนั้นถูก คือ ค่าเฉลี่ยของคะแนนของผู้ถูกทดสอบที่ตอบแบบทดสอบข้อนั้นผิด S x คือ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนนรวมของผู้ถูกทดสอบทั้งหมด P คือ สัดส่วนของผู้ถูกทดสอบที่ตอบแบบทดสอบข้อนั้นถูก q คือ สัดส่วนของผู้ถูกทดสอบที่ตอบแบบทดสอบข้อนั้นผิด การคำนวณค่าอำนาจจำแนกโดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์
  • 57.
    www.themegallery.com เกณฑ์การพิจารณาค่าอำนาจจำแนกแบบทดสอบปรนัยรายข้อแบบอิงกลุ่ม เกณฑ์ค่าอำนาจจำแนกที่เป็นบวกการแปลความหมายค่าอำนาจจำแนก ความหมาย 1.00 จำแนกได้ดีเลิศ 0.80 ถึง 0.99 จำแนกได้ดีมาก 0.60 ถึง 0.79 จำแนกได้ดี 0.40 ถึง 0.59 จำแนกได้ปานกลาง 0.20 ถึง 0.39 จำแนกได้เล็กน้อย ต่ำกว่า 0.19 จำแนกไม่ได้เลย
  • 58.
    www.themegallery.com ขณะที่ภัทรา นิคมานนท์ (2543, 156) ได้ให้เกณฑ์ในการพิจารณาค่าอำนาจจำแนก ดังนี้ ค่าอำนาจจำแนก ความหมาย 0.20 ถึง 1.00 จำแนกได้ -0.19 ถึง 0.19 จำแนกไม่ได้ - 0.20 ถึง -1.00 จำแนกกลับ
  • 59.
    การหาค่าอำนาจจำแนกแบบทดสอบปรนัยรายข้อแบบอิงเกณฑ์ www.themegallery.com วิธีการหาค่าอำนาจจำแนกแบบทดสอบปรนัยรายข้อแบบอิงเกณฑ์1. การหาค่าอำนาจจำแนกตามวิธีของเบรนแนน ( Brennan) 2. การหาค่าอำนาจจำแนกตามวิธีของคริสปีนและเฟลด์ลูเซน ( Kryspin and Feldluson)
  • 60.
    การหาค่าอำนาจจำแนกตามวิธีของเบรนแนน (Brennan) เบรนแนน (Brennan) ได้เสนอสูตรในการหาค่าอำนาจจำแนกของแบบทดสอบ โดยตั้งชื่อ การหาค่าอำนาจจำแนกด้วยดัชนีบี (discrimination index B) การหาค่าอำนาจจำแนกวิธีนี้จะทำการสอบครั้งเดียว หลังเรียนจากกลุ่มตัวอย่างเดียว แล้วแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ที่สอบได้คะแนนผ่านเกณฑ์ และกลุ่มผู้ที่สอบได้คะแนนไม่ผ่านเกณฑ์ การวิเคราะห์แบบทดสอบโดยใช้ดัชนีบี ( B-index) มีวิธีการดังนี้ ( สมนึก ภัททิยธนี , 2537 : 161 ) www.themegallery.com
  • 61.
    ขั้นตอนการวิเคราะห์แบบทดสอบโดยใช้ดัชนีบี (B-index) 1) นำแบบทดสอบไปทดสอบกับผู้ถูกทดสอบที่ต้องการวัด 2) ตรวจให้คะแนนแบบทดสอบแต่ละข้อ และรวมคะแนนไว้ 3) ใช้จุดตัดหรือคะแนนการผ่านเกณฑ์ แบ่งผู้ถูกทดสอบออกเป็นกลุ่มรอบรู้ ( ผู้ที่ได้คะแนนผ่านเกณฑ์ ) กับกลุ่มไม่รอบรู้ ( ผู้ที่ได้คะแนนไม่ผ่านเกณฑ์ ) 4 ) รวมจำนวนกลุ่มรอบรู้ ( N H ) และกลุ่มไม่รอบรู้ ( N L ) 5 ) นับจำนวนคนรอบรู้ที่ตอบถูก ( R H ) และนับจำนวนคนที่ไม่รอบรู้ที่ตอบถูก ( R L ) ในแต่ละข้อ 6 ) คำนวณหาค่าอำนาจจำแนก ( BI) www.themegallery.com
  • 62.
    www.themegallery.com มีสูตรดังนี้ ( Brennan. 1972 : 292 ) เมื่อ BI แทน ค่าอำนาจจำแนกของแบบทดสอบ (B-index) R H แทน จำนวนผู้ทำแบบทดสอบข้อนั้นถูกของกลุ่มที่ผ่านเกณฑ์ R L แทน จำนวนผู้ทำแบบทดสอบข้อนั้นถูกของกลุ่มที่ไม่ผ่านเกณฑ์ N H แทน จำนวนผู้ที่สอบผ่านเกณฑ์ N L แทน จำนวนผู้ที่สอบไม่ผ่านเกณฑ์
  • 63.
    เกณฑ์การพิจารณาค่าอำนาจจำแนกและการแปลความหมายค่าดัชนีบี ( B-index) www.themegallery.com ค่า ( B-index) หมายความว่าแบบทดสอบนั้นสามารถ + 1 . 00 บ่งชี้ผู้รอบรู้ - ไม่รอบรู้ ได้ถูกต้องทุกคน . 50 ถึง . 99 บ่งชี้ผู้รอบรู้ - ไม่รอบรู้ ได้ถูกต้องเป็นส่วนใหญ่ . 20 ถึง . 49 บ่งชี้ผู้รอบรู้ - ไม่รอบรู้ ได้ถูกต้องเป็นบางส่วน . 00 ถึง . 19 บ่งชี้ผู้รอบรู้ - ไม่รอบรู้ ได้ถูกต้องน้อยมาก หรือไม่ถูกต้อง ติดลบ บ่งชี้ผู้รอบรู้ - ไม่รอบรู้ ผิดพลาด หรือตรงข้ามกับความจริง
  • 64.
    การวิเคราะห์ค่าอำนาจจำแนกตามแนวคิดของเบรนแนน สามารถใช้ในการวิเคราะห์ค่าอำนาจจำแนกตัวลวงได้เช่นกัน ซึ่งทำได้ในกรณีคล้ายกันแต่ใช้สัดส่วนของผู้ที่ไม่รอบรู้ หรือ กลุ่มผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ขึ้นก่อน คือ เมื่อ B แทน ค่าอำนาจจำแนกของข้อสอบ U แทน จำนวนผู้ที่ทำแบบทดสอบผ่านเกณฑ์ตอบตัวลวงนั้น L แทน จำนวนผู้ที่ทำแบบทดสอบไม่ผ่านเกณฑ์ตอบตัวลวงนั้น N1 แทน จำนวนผู้ที่ทำแบบทดสอบผ่านเกณฑ์ N2 แทน จำนวนผู้ที่ทำแบบทดสอบไม่ผ่านเกณฑ์
  • 65.
    กรณีที่ได้เครื่องหมายเป็นบวก แสดงว่าตัวลวง มีประสิทธิภาพ สามารถลวงให้กลุ่มที่ไม่รอบรู้เลือกตอบได้มากกว่ากลุ่มผู้รอบรู้ แต่ในทางกลับกัน ถ้าเครื่องหมายเป็นลบ แสดงว่าตัวลวงนั้นไม่มีประสิทธิภาพ คือเป็นตัวลวงที่ลวงกลุ่มที่รอบรู้ มากกว่ากลุ่มที่ไม่รอบรู้ ทั้งนี้ตัวลวงแต่ ละตัวควรมี ผู้เลือกตั้งแต่ร้อยละ 5 ขึ้นไป www.themegallery.com
  • 66.
    การหาค่าอำนาจจำแนกตามวิธีของคริสปีนและเฟลด์ลูเซน (Kryspin and Feldluson) www.themegallery.com คริสปีน และเฟลด์ลูเซน ( Kryspin and Feldluson) ได้เสนอการหาค่าอำนาจจำแนกที่เรียกว่า ดัชนี S (index of sensitivity) หรือดัชนีความไว ในการวัด ซึ่งมีสูตรดังนี้ ( สำเริง บุญเรืองรัตน์ . 2527 : 88) สูตร สำหรับตัวเลือกถูก เมื่อ S แทน ค่าอำนาจจำแนกของแบบทดสอบ RA แทน จำนวนผู้ที่ทำแบบทดสอบที่ตอบถูกหลังสอน RB แทน จำนวนผู้ที่ทำแบบทดสอบที่ตอบถูกก่อนสอน T แทน จำนวนผู้ที่ทำแบบทดสอบที่เข้าทดสอบทั้งสองครั้ง
  • 67.
    www.themegallery.com   สูตร เมื่อ S แทน ค่าอำนาจจำแนกของแบบทดสอบของตัวลวง RA แทน จำนวนผู้ที่ทำแบบทดสอบที่ตอบของตัวลวงนั้นหลังสอน RB แทน จำนวนผู้ที่ทำแบบทดสอบที่ตอบตัวลวงนั้นก่อนสอน T แทน จำนวนผู้ที่ทำแบบทดสอบที่เข้าทดสอบทั้งสองครั้ง สำหรับตัวเลือกลวง
  • 68.
    www.themegallery.com เกณฑ์การแปลความหมายค่า S การพิจารณาคุณภาพของแบบทดสอบในด้านความไว ( index of sensitivity) สำหรับตัวเลือกถูก พิจารณาตามระดับค่า S ดังนี้ ค่า S ความหมาย 1.00 เป็นข้อสอบที่ดี เป็นไปตามทฤษฎี .80 ถึง .99 เป็นข้อสอบที่ดี หาได้ในเชิงปฏิบัติ .30 ถึง .79 เป็นข้อสอบที่พอใช้ได้ .00 ถึง .29 เป็นข้อสอบที่ไม่ดี ควรตัดทิ้ง -1.00 ถึง .00 เป็นข้อสอบที่ใช้ไม่ได้ ควรตัดทิ้ง
  • 69.
    ในการพิจารณาค่าอำนาจจำแนก (S) ถ้าค่า S เป็นบวกใกล้ + 1.00 หมายถึง การเรียนการสอนบรรลุตามเป้าหมาย คือ ก่อนเรียนผู้ถูกทดสอบไม่มีความรู้ หลังจากเรียนแล้วปรากฏว่ามีความรู้ตามจุดประสงค์ที่ตั้งไว้ แต่ถ้าค่า S เป็นลบใกล้ -1.00 หมายถึง ก่อนเรียน ผู้ถูกทดสอบมีความรู้ แต่เมื่อเรียนจบเนื้อหาแล้วปรากฏว่าผู้ถูกทดสอบกลับไม่มีความรู้เลย www.themegallery.com
  • 70.
    ตัวอย่างการคำนวณการหาค่าอำนาจจำแนกค่าความไว www.themegallery.com ในการสอบก่อนสอนและหลังสอน วิชาสถิติเบื้องต้นกับนักศึกษาจำนวน 5 คน จำนวน 20 ข้อ ดังนี้ ข้อที่ 1 2 3   20 ชื่อนักเรียน RB RA RB RA RB RA     RB RA 1. พัชรี / / / / /         / 2. มนต์ทิพย์ / / / / /         / 3. เกรียงไกร / / / / /         / 4. ธีรกร / /   / /         / 5. นิวัตร / /   / /         / รวมผู้ตอบถูก 5 5 3 5 5 0     0 5 S 0 .40 -1.00   1.00
  • 71.
    www.themegallery.com ผลการพิจารณา  ข้อ 1 ค่า S = 0 หมายถึง เป็นข้อสอบที่ไม่ดี ควรตัดทิ้งเพราะง่ายมาก ข้อ 2 ค่า S = .40 หมายถึง เป็นข้อสอบที่พอใช้ได้ ข้อ 3 ค่า S = -1.00 หมายถึง เป็นข้อสอบที่ใช้ไม่ได้ ควรตัดทิ้ง ข้อ 20 ค่า S = 1.00 หมายถึง เป็นข้อสอบที่ดี เป็นไปตามทฤษฎี
  • 72.
    การวิเคราะห์หาค่าอำนาจจำแนกแบบทดสอบที่เป็นแบบอัตนัย www.themegallery.com การวิเคราะห์หาค่าอำนาจจำแนกแบบทดสอบที่เป็นแบบอัตนัยจะต้องทำการแบ่งกลุ่มผู้ถูกทดสอบที่เข้าสอบออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มเก่ง ( กลุ่มสูง ) และกลุ่มอ่อน ( กลุ่มต่ำ ) โดยใช้เทคนิค 2 7 % ของจำนวนผู้ถูกทดสอบที่เข้าสอบ วิธีการคำนวณจะต้องใช้สูตรของ วิธนี และชาแบอร์ส ( Whithney and Sabers, 1970 อ้างถึงใน กังวาล เทียนกัณฑ์เทศน์ ,2540 : 152 )
  • 73.
    การวิเคราะห์หาค่าอำนาจจำแนกแบบทดสอบที่เป็นแบบอัตนัย www.themegallery.com ดัชนีค่าอำนาจจำแนก ( r) มีสูตร ดังนี้   เมื่อ r แทน ดัชนีค่าอำนาจจำแนก S U แทน ผลรวมของคะแนนกลุ่มเก่ง S L แทน ผลรวมของคะแนนกลุ่มอ่อน N H_or_ L แทน จำนวนผู้ถูกทดสอบเข้าสอบในกลุ่มเก่งหรือกลุ่มอ่อน X max แทน คะแนนที่ผู้ถูกทดสอบทำได้สูงสุด X min แทน คะแนนที่ผู้ถูกทดสอบทำได้ต่ำสุด
  • 74.
    ตัวอย่างการคำนวณการหาค่าอำนาจจำแนกที่เป็นแบบอัตนัย www.themegallery.com แบบทดสอบอัตนัยฉบับหนึ่งหลังจากที่นำไปทดสอบกับผู้ถูกทดสอบ 40 คน และตรวจให้คะแนนแล้วจึงทำการแบ่งผู้ถูกทดสอบออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มเก่ง และกลุ่มอ่อน กลุ่มละ 10 คน ด้วยเทคนิค 2 7 % จากข้อมูลในตารางข้างล่างเป็นคะแนนของแบบทดสอบข้อที่ 1 ( ซึ่งมีคะแนนเต็มเท่ากับ 5 คะแนน ) จงหาค่าความยากและอำนาจจำแนก คะแนน กลุ่มเก่ง คะแนน กลุ่มอ่อน F fX F fX 5 3 15 5 0 0 4 5 20 4 1 4 3 2 6 3 3 9 2 0 0 2 5 10 1 0 0 1 0 0 0 0 0 0 1 0 รวม 10 41 รวม 10 23
  • 75.
    www.themegallery.com = 0.36แทนค่าในสูตร แบบทดสอบอัตนัยข้อที่ 1 มีค่าอำนาจจำแนกเท่ากับ 0 .36 การแปลความหมายค่าอำนาจจำแนกของแบบทดสอบอัตนัย จะใช้หลักการเช่นเดียวกันกับการวิเคราะห์แบบทดสอบแบบอิงกลุ่ม   คือ ค่าความยากของแบบทดสอบแต่ละข้อควรอยู่ในช่วง 0.2 - 0.8 และควร มีค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ 0.20 ขึ้นไป
  • 76.
    สรุป การตรวจสอบคุณภาพแบบทดสอบ เป็นการตรวจสอบว่าแบบทดสอบนั้นๆ มีคุณภาพดีเพียงใด หลังจากที่นำแบบทดสอบไปใช้ และตรวจให้คะแนนแล้ว การตรวจสอบคุณภาพแบบทดสอบจะกระทำใน 2 ลักษณะ คือ การตรวจสอบคุณภาพของแบบทดสอบรายข้อ หรือการวิเคราะห์ข้อสอบ โดยวิธีการหาค่าอำนาจจำแนก ( discrimination) ถือเป็นเรื่องสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบคุณภาพแบบทดสอบ การวิเคราะห์ข้อสอบ มีแนวคิดในการหาคุณภาพ 2 แนวคิด คือ การวิเคราะห์ข้อสอบตามแนวคิดอิงกลุ่มและอิงเกณฑ์ โดยการวิเคราะห์ข้อสอบตามแนวคิดอิงกลุ่มจะพิจารณาในเรื่องความยากและอำนาจจำแนก ส่วนการวิเคราะห์ข้อสอบตามแนวคิดอิงเกณฑ์จะพิจารณาเฉพาะค่าอำนาจจำแนกเท่านั้น www.themegallery.com
  • 77.