1

ความมุ่งหมาย ของ การฟั งธรรม

ภาพ หลวงพ่อโกรกกราก วัดโกรกกราก อาเภอเมือง ฯ จังหวัดสมุทรสาคร

ความมุ่งหมายของการฟั งธรรม นัน มีอยู่ ๕ ประการ คือ
้

๑. ฟั งธรรมเอาบุญ
๒. ฟั งธรรมเอาความรู้
๓. ฟั งธรรมเพื่อเป็ นอุปนิสย
ั
๔. ฟั งธรรมเพื่อปฏิบติ
ั
๕. ฟั งธรรมเพื่ออุทิศส่วนบุญ
2

พิธีบวงสรวงพระพุทธโสธร 2556 ถวายไข่ 109,999 ใบ
๑. ฟั งธรรม เอาบุญ

หมายความว่า ฟั งธรรมแล้ วได้ บญ บุญแปลว่า ชาระ คือ ชาระกายวาจาใจให้ สะอาด เพราะกาย
ุ
วาจาใจของคนเราเปื อนบาป จึงจาเป็ นต้ องชาระด้ วยน ้า คือ บุญ ดุจชาระเสื ้อผ้ าที่สกปรกด้ วยผงซักฟอก
้
ฉะนัน บาปนันมีอยู่ ๓ ขัน คือ บาปอย่างหยาบ ๑ บาปอย่างกลาง ๑ บาปอย่างละเอียด ๑
้
้
้

บาปอย่างหยาบ คือ ความโลภ ความโกรธ ความหลง ล่วงออกมาทางกาย เช่น ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์
ประพฤติผิดประเวณี และล่วงออกมาทางวาจา เช่น พูดเท็จ พูดคาหยาบ พูดส่อเสียด พูดเพ้ อเจ้ อ เป็ นต้ น
ต้ องชาระด้ วยบุญขันต้ นคือ ศีล
้
3

บาปอย่างกลาง คือ นิวรณ์ทง้ั ๕ ได้ แก่ กามฉันทะ พอใจในรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ

๑

พยาบาท ใจโกรธ ใจขุน ๑ ถีนมิทธะ ง่วงเหงาหาวนอน ๑ อุทธัจจะกุกกุจจะ ฟุงซ่านราคาญ ๑ วิจิกิจฉา
่
้
สงสัยลังเลใจ ๑ บาปทัง้ ๕ นี ้ ต้ องชาระด้ วยบุญอย่างกลาง คือ สมาธิ

บาปอย่างละเอียด คือ อนุสย ได้ แก่กิเลสที่นอนดองอยูในใจ ดุจขี ้ตะกอนอยูก้นตุมฉะนัน มีอยู่ ๑๒
ั
่
่ ่
้
ตัว คือโลภะ ๘ โทสะ ๒ โมหะ ๒ อันเป็ นส่วนละเอียดติดมาแต่ภพก่อนชาติก่อน ต้ องชาระด้ วยบุญขัน
้
ละเอียด คือ วิปัสสนาปั ญญา

ในขณะที่ทานทังหลายกาลังฟั งธรรมอยูในขณะนี ้ กายกรรม ๓ วจีกรรม ๔ ของแต่ละท่านก็บริ สทธิ์
่ ้
่
ุ
เพราะอานาจแห่งศีล ศีลแปลว่ารักษากายวาจาให้ เรี ยบร้ อย ศีลนี่แหละเป็ นบุญขันต้ น เป็ นที่พงเบื ้องต้ น
้
ึ่
เป็ นแม่ของคุณงามความดีทงหลาย และเป็ นประมุขของกุศลธรรมทังปวง จะฟั งรู้เรื่ องหรื อไม่ร้ ูเรื่ องก็ตาม
ั้
้

ถ้ าตังใจฟั งแล้ วได้ บญทังนัน เพราะจิตดวงนี ้เป็ นมหากุศล ถ้ าตายลงในขณะนี ้ก็มีผลให้ ไปมนุษย์ก็ได้
้
ุ ้ ้
ไปเกิดสวรรค์ก็ได้ เช่น แม่ไก่ฟังธรรมถูกฆ่าตาย ได้ ไปเกิดเป็ นพระราชธิดา กบฟั งธรรมถูกฆ่าตายได้ ไปเกิด
เป็ นเทพบุตรชื่อว่า มัณฑูกเทพบุตร ค้ างคาว ๕๐๐ ตัว ฟั งพระอภิธรรม ตายแล้ วได้ ไ ปเกิดในสวรรค์ ผล
สุดท้ ายได้ กลับมาเกิดเป็ นมนุษย์ ได้ ออกบวชเป็ นพระ ได้ ฟังพระอภิธรรม ก็ได้ สาเร็จเป็ นพระอรหันต์ทงหมด
ั้
อย่างนี ้เรี ยกว่า ฟั งเอาบุญ

๒. ฟั งธรรม เอาความรู้

หมาย ความว่า ฟั งแล้ วต้ องจาได้ ใครจาได้ มากเท่าไร ก็เป็ นความรู้ของคนนัน ถ้ าจาไม่ ได้ ต้องจดไว้
้
บันทึกไว้ หรื ออัดใส่เทปไว้ เปิ ดฟั งบ่อยๆ ฟั งจนจาได้ สมดังคาโบราณท่านสอนลูกหลานไว้ วา “เห็นแล้ วจด
่
ไว้ ทาให้ แม่นยา เหมือนทราบแล้ วจา ไว้ ได้ ทงมวล เมื่อหลงลืมไป จักได้ สอบสวน คงไม่แปรปรวน จากที่จด
ั้
ลง”
4

๓. ฟั งธรรม เพื่อเป็ นอุปนิสัย

หมายความว่า ในขณะที่ฟังอยูนน ได้ ยินบ้ าง ไม่ได้ ยินบ้ าง มีเสียงอื่นรบกวน ทาให้ หนวกหูบ้าง ง่วง
่ ั้
นอนบ้ าง กาลังทากิจอย่างอื่น เช่น ล้ างถ้ วยล้ างชามบ้ าง โขลกหมากบ้ าง ถึงอย่างนันก็ยงเป็ นบุญอยู่
้ ั
ตัวอย่าง ในกาลแห่งพระพุทธเจ้ าพระนามว่า กัสสปะ งูเหลือมตั วหนึงได้ ยินเสียงพระนักอภิธรรมกาลังท่อง
่
อายตนะกถาอยู่ ถือเอานิมิตในเสียงนัน ตายแล้ วได้ ไปเกิดในสวรรค์ชนดาวดึงส์ เมื่อพระพุทธเจ้ าของเรา
้
ั้
ปรินิพพานแล้ ว ได้ มาบังเกิดในตระกูลพราหมณ์ ออกบวชเป็ นอาชีวกชื่อว่า ชนะโสณะ ได้ ฟังธรรมย่อๆใน
หัวข้ อว่า "อายตนะ " จากพระอุปคุต ตเถระ ก็เกิดความเลื่อมใสอย่างแก่กล้ า ขอบวชเป็ นพระใน
พระพุทธศาสนา เรี ยนพระกรรมฐาน เจริญวิปัสสนา จนได้ บรรลุมรรคผลนิพพานเป็ นพระอรหันต์

๔. ฟั งธรรม เพื่อปฏิบัติ

หมายความได้ ๒ อย่าง คือ ฟั งแล้ วจาไว้ มีโอกาสเมื่อใดก็นาไปปฏิบตได้ เมื่อนัน นี ้อย่าง หนึง ถ้ า
ัิ
้
่
เป็ นนักปฏิบตวิปัสสนา สามารถฟั งไปปฏิบตไปพร้ อมกันได้ เลย เพราะในขณะที่ได้ ยินเสียงพระแสดงธรรม
ัิ
ัิ
อยูนน ขันธ์ ๕ เกิดแล้ ว อารมณ์ของวิปัสสนาเกิดแล้ ว คือเสียงกับหูเป็ นรูปขันธ์ ได้ ยินเสียงธรรมะแล้ วสบาย
่ ั้
ใจ เป็ นเวทนาขันธ์ จาได้ เป็ นสัญญาขันธ์ แต่งให้ เห็นว่า ดีหรื อไม่ดีเป็ นสังขารขันธ์ ได้ ยินเป็ นวิญญาณขันธ์
ย่อให้ สนๆก็ได้ แก่รูปกับนาม รูปนามนี ้แหละเป็ นอารมณ์ของวิปัสสนา ดังนัน นักปฏิบตวิปัสสนาจึงลงมือ
ั้
้
ัิ
ปฏิบตได้ ทนที โดยตังสติไว้ ที่หู ตัวอย่าง พาหิยะทารุจีริยะ ได้ ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้ าที่ตรัสว่า “ได้ ยินก็สก
ัิ ั
้
ั
ว่าแค่ได้ ยิน” ไม่ช้าท่านก็ได้ สาเร็จเป็ นพระอรหันต์

๕. ฟั งธรรม เพื่ออุทศส่ วนบุญ
ิ

หมายความว่า เราตังใจฟั งธรรมได้ บญแล้ ว ก็อทิศส่วนบุญนันให้ แก่ บิดามารดา ครู อาจารย์ ท่าน
้
ุ
ุ
้
ผู้มีบญคุณ ท่านผู้มีพระคุณ.
ุ

ความมุ่งหมาย ของ การฟังธรรม

  • 1.
    1 ความมุ่งหมาย ของ การฟังธรรม ภาพ หลวงพ่อโกรกกราก วัดโกรกกราก อาเภอเมือง ฯ จังหวัดสมุทรสาคร ความมุ่งหมายของการฟั งธรรม นัน มีอยู่ ๕ ประการ คือ ้ ๑. ฟั งธรรมเอาบุญ ๒. ฟั งธรรมเอาความรู้ ๓. ฟั งธรรมเพื่อเป็ นอุปนิสย ั ๔. ฟั งธรรมเพื่อปฏิบติ ั ๕. ฟั งธรรมเพื่ออุทิศส่วนบุญ
  • 2.
    2 พิธีบวงสรวงพระพุทธโสธร 2556 ถวายไข่109,999 ใบ ๑. ฟั งธรรม เอาบุญ หมายความว่า ฟั งธรรมแล้ วได้ บญ บุญแปลว่า ชาระ คือ ชาระกายวาจาใจให้ สะอาด เพราะกาย ุ วาจาใจของคนเราเปื อนบาป จึงจาเป็ นต้ องชาระด้ วยน ้า คือ บุญ ดุจชาระเสื ้อผ้ าที่สกปรกด้ วยผงซักฟอก ้ ฉะนัน บาปนันมีอยู่ ๓ ขัน คือ บาปอย่างหยาบ ๑ บาปอย่างกลาง ๑ บาปอย่างละเอียด ๑ ้ ้ ้ บาปอย่างหยาบ คือ ความโลภ ความโกรธ ความหลง ล่วงออกมาทางกาย เช่น ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดประเวณี และล่วงออกมาทางวาจา เช่น พูดเท็จ พูดคาหยาบ พูดส่อเสียด พูดเพ้ อเจ้ อ เป็ นต้ น ต้ องชาระด้ วยบุญขันต้ นคือ ศีล ้
  • 3.
    3 บาปอย่างกลาง คือ นิวรณ์ทง้ั๕ ได้ แก่ กามฉันทะ พอใจในรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ๑ พยาบาท ใจโกรธ ใจขุน ๑ ถีนมิทธะ ง่วงเหงาหาวนอน ๑ อุทธัจจะกุกกุจจะ ฟุงซ่านราคาญ ๑ วิจิกิจฉา ่ ้ สงสัยลังเลใจ ๑ บาปทัง้ ๕ นี ้ ต้ องชาระด้ วยบุญอย่างกลาง คือ สมาธิ บาปอย่างละเอียด คือ อนุสย ได้ แก่กิเลสที่นอนดองอยูในใจ ดุจขี ้ตะกอนอยูก้นตุมฉะนัน มีอยู่ ๑๒ ั ่ ่ ่ ้ ตัว คือโลภะ ๘ โทสะ ๒ โมหะ ๒ อันเป็ นส่วนละเอียดติดมาแต่ภพก่อนชาติก่อน ต้ องชาระด้ วยบุญขัน ้ ละเอียด คือ วิปัสสนาปั ญญา ในขณะที่ทานทังหลายกาลังฟั งธรรมอยูในขณะนี ้ กายกรรม ๓ วจีกรรม ๔ ของแต่ละท่านก็บริ สทธิ์ ่ ้ ่ ุ เพราะอานาจแห่งศีล ศีลแปลว่ารักษากายวาจาให้ เรี ยบร้ อย ศีลนี่แหละเป็ นบุญขันต้ น เป็ นที่พงเบื ้องต้ น ้ ึ่ เป็ นแม่ของคุณงามความดีทงหลาย และเป็ นประมุขของกุศลธรรมทังปวง จะฟั งรู้เรื่ องหรื อไม่ร้ ูเรื่ องก็ตาม ั้ ้ ถ้ าตังใจฟั งแล้ วได้ บญทังนัน เพราะจิตดวงนี ้เป็ นมหากุศล ถ้ าตายลงในขณะนี ้ก็มีผลให้ ไปมนุษย์ก็ได้ ้ ุ ้ ้ ไปเกิดสวรรค์ก็ได้ เช่น แม่ไก่ฟังธรรมถูกฆ่าตาย ได้ ไปเกิดเป็ นพระราชธิดา กบฟั งธรรมถูกฆ่าตายได้ ไปเกิด เป็ นเทพบุตรชื่อว่า มัณฑูกเทพบุตร ค้ างคาว ๕๐๐ ตัว ฟั งพระอภิธรรม ตายแล้ วได้ ไ ปเกิดในสวรรค์ ผล สุดท้ ายได้ กลับมาเกิดเป็ นมนุษย์ ได้ ออกบวชเป็ นพระ ได้ ฟังพระอภิธรรม ก็ได้ สาเร็จเป็ นพระอรหันต์ทงหมด ั้ อย่างนี ้เรี ยกว่า ฟั งเอาบุญ ๒. ฟั งธรรม เอาความรู้ หมาย ความว่า ฟั งแล้ วต้ องจาได้ ใครจาได้ มากเท่าไร ก็เป็ นความรู้ของคนนัน ถ้ าจาไม่ ได้ ต้องจดไว้ ้ บันทึกไว้ หรื ออัดใส่เทปไว้ เปิ ดฟั งบ่อยๆ ฟั งจนจาได้ สมดังคาโบราณท่านสอนลูกหลานไว้ วา “เห็นแล้ วจด ่ ไว้ ทาให้ แม่นยา เหมือนทราบแล้ วจา ไว้ ได้ ทงมวล เมื่อหลงลืมไป จักได้ สอบสวน คงไม่แปรปรวน จากที่จด ั้ ลง”
  • 4.
    4 ๓. ฟั งธรรมเพื่อเป็ นอุปนิสัย หมายความว่า ในขณะที่ฟังอยูนน ได้ ยินบ้ าง ไม่ได้ ยินบ้ าง มีเสียงอื่นรบกวน ทาให้ หนวกหูบ้าง ง่วง ่ ั้ นอนบ้ าง กาลังทากิจอย่างอื่น เช่น ล้ างถ้ วยล้ างชามบ้ าง โขลกหมากบ้ าง ถึงอย่างนันก็ยงเป็ นบุญอยู่ ้ ั ตัวอย่าง ในกาลแห่งพระพุทธเจ้ าพระนามว่า กัสสปะ งูเหลือมตั วหนึงได้ ยินเสียงพระนักอภิธรรมกาลังท่อง ่ อายตนะกถาอยู่ ถือเอานิมิตในเสียงนัน ตายแล้ วได้ ไปเกิดในสวรรค์ชนดาวดึงส์ เมื่อพระพุทธเจ้ าของเรา ้ ั้ ปรินิพพานแล้ ว ได้ มาบังเกิดในตระกูลพราหมณ์ ออกบวชเป็ นอาชีวกชื่อว่า ชนะโสณะ ได้ ฟังธรรมย่อๆใน หัวข้ อว่า "อายตนะ " จากพระอุปคุต ตเถระ ก็เกิดความเลื่อมใสอย่างแก่กล้ า ขอบวชเป็ นพระใน พระพุทธศาสนา เรี ยนพระกรรมฐาน เจริญวิปัสสนา จนได้ บรรลุมรรคผลนิพพานเป็ นพระอรหันต์ ๔. ฟั งธรรม เพื่อปฏิบัติ หมายความได้ ๒ อย่าง คือ ฟั งแล้ วจาไว้ มีโอกาสเมื่อใดก็นาไปปฏิบตได้ เมื่อนัน นี ้อย่าง หนึง ถ้ า ัิ ้ ่ เป็ นนักปฏิบตวิปัสสนา สามารถฟั งไปปฏิบตไปพร้ อมกันได้ เลย เพราะในขณะที่ได้ ยินเสียงพระแสดงธรรม ัิ ัิ อยูนน ขันธ์ ๕ เกิดแล้ ว อารมณ์ของวิปัสสนาเกิดแล้ ว คือเสียงกับหูเป็ นรูปขันธ์ ได้ ยินเสียงธรรมะแล้ วสบาย ่ ั้ ใจ เป็ นเวทนาขันธ์ จาได้ เป็ นสัญญาขันธ์ แต่งให้ เห็นว่า ดีหรื อไม่ดีเป็ นสังขารขันธ์ ได้ ยินเป็ นวิญญาณขันธ์ ย่อให้ สนๆก็ได้ แก่รูปกับนาม รูปนามนี ้แหละเป็ นอารมณ์ของวิปัสสนา ดังนัน นักปฏิบตวิปัสสนาจึงลงมือ ั้ ้ ัิ ปฏิบตได้ ทนที โดยตังสติไว้ ที่หู ตัวอย่าง พาหิยะทารุจีริยะ ได้ ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้ าที่ตรัสว่า “ได้ ยินก็สก ัิ ั ้ ั ว่าแค่ได้ ยิน” ไม่ช้าท่านก็ได้ สาเร็จเป็ นพระอรหันต์ ๕. ฟั งธรรม เพื่ออุทศส่ วนบุญ ิ หมายความว่า เราตังใจฟั งธรรมได้ บญแล้ ว ก็อทิศส่วนบุญนันให้ แก่ บิดามารดา ครู อาจารย์ ท่าน ้ ุ ุ ้ ผู้มีบญคุณ ท่านผู้มีพระคุณ. ุ