Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
Rattanapron Tacomdee
PDF, PPTX
5,628 views
เรื่อง เครื่องใช้ไฟฟ้า
เรื่อง เครื่องใช้ไฟฟ้า ม.3/5
Read more
0
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Download as PDF, PPTX
1
/ 24
2
/ 24
Most read
3
/ 24
4
/ 24
Most read
5
/ 24
Most read
6
/ 24
7
/ 24
8
/ 24
9
/ 24
10
/ 24
11
/ 24
12
/ 24
13
/ 24
14
/ 24
15
/ 24
16
/ 24
17
/ 24
18
/ 24
19
/ 24
20
/ 24
21
/ 24
22
/ 24
23
/ 24
24
/ 24
More Related Content
PDF
ใบความรู้เรื่องแสง
by
พัน พัน
PDF
แรงในชีวิตประจำวัน
by
website22556
DOC
กล้องจุลทรรศน์ (Microscope)
by
Mew' Cifer
PDF
การปฏิสนธิและการเจริญเติบโตของพืชดอก
by
Thanyamon Chat.
PDF
ใบงาน 8.1 8.2
by
oraneehussem
PDF
ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ
by
พัน พัน
PDF
แรงโน้มถ่วงของโลก
by
Jiraporn
PPTX
บทที่ 8 เทคโนโลยีอวกาศ
by
Ta Lattapol
ใบความรู้เรื่องแสง
by
พัน พัน
แรงในชีวิตประจำวัน
by
website22556
กล้องจุลทรรศน์ (Microscope)
by
Mew' Cifer
การปฏิสนธิและการเจริญเติบโตของพืชดอก
by
Thanyamon Chat.
ใบงาน 8.1 8.2
by
oraneehussem
ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ
by
พัน พัน
แรงโน้มถ่วงของโลก
by
Jiraporn
บทที่ 8 เทคโนโลยีอวกาศ
by
Ta Lattapol
What's hot
PDF
สมุดบันทึกกิจกรรม ทัศนะศึกษาสัปดาห์วิทยาศาสตร์
by
แวมไพร์ แวมไพร์
PDF
บทที่3การสืบพันธุ์เจริญเติบโตพืชดอก
by
Wichai Likitponrak
PDF
แบบฝึกหัดเรื่องไฟฟ้าเคมี
by
Apinya Phuadsing
PDF
8. ชุดที่ 5 การลำเลียง
by
เอเดียน คุณาสิทธิ์
PDF
บทที่ 2 พันธะเคมี
by
oraneehussem
PDF
ใบงาน 3.1 3.2
by
oraneehussem
PDF
ชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ วงจรไฟฟ้ามหาสนุก
by
Suparat2804
PDF
ระบบย่อยอาหาร และ การสลายอาหารเพื่อให้ได้พลังงาน
by
พัน พัน
PDF
ตัวอย่างโครงงาน
by
Noonnu Ka-noon
PDF
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ๋ทางการเรียน หน่วย งานและพลังงาน
by
dnavaroj
PDF
ทฤษฎีอะตอมของโบร์
by
Chanthawan Suwanhitathorn
PDF
บทที่ 3 สารชีวโมเลกุล
by
Jariya Jaiyot
PDF
ระบบขับถ่าย
by
Wan Ngamwongwan
PDF
ระบบย่อยอาหารของสัตว์
by
Anissa Aromsawa
PDF
การแยกสาร (Purification)
by
ครูเสกสรรค์ สุวรรณสุข
PPTX
14.พืช C4 and CAM
by
Wichai Likitponrak
PDF
ราก (T)
by
Thitaree Samphao
PPT
Light[1]
by
รุ่งรัตน์ คงใจมั่น
PDF
การต่อแอมมิเตอร์ โวลต์มิเตอร์1
by
yasotornrit
PPTX
บรรยากาศ
by
Supaluk Juntap
สมุดบันทึกกิจกรรม ทัศนะศึกษาสัปดาห์วิทยาศาสตร์
by
แวมไพร์ แวมไพร์
บทที่3การสืบพันธุ์เจริญเติบโตพืชดอก
by
Wichai Likitponrak
แบบฝึกหัดเรื่องไฟฟ้าเคมี
by
Apinya Phuadsing
8. ชุดที่ 5 การลำเลียง
by
เอเดียน คุณาสิทธิ์
บทที่ 2 พันธะเคมี
by
oraneehussem
ใบงาน 3.1 3.2
by
oraneehussem
ชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ วงจรไฟฟ้ามหาสนุก
by
Suparat2804
ระบบย่อยอาหาร และ การสลายอาหารเพื่อให้ได้พลังงาน
by
พัน พัน
ตัวอย่างโครงงาน
by
Noonnu Ka-noon
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ๋ทางการเรียน หน่วย งานและพลังงาน
by
dnavaroj
ทฤษฎีอะตอมของโบร์
by
Chanthawan Suwanhitathorn
บทที่ 3 สารชีวโมเลกุล
by
Jariya Jaiyot
ระบบขับถ่าย
by
Wan Ngamwongwan
ระบบย่อยอาหารของสัตว์
by
Anissa Aromsawa
การแยกสาร (Purification)
by
ครูเสกสรรค์ สุวรรณสุข
14.พืช C4 and CAM
by
Wichai Likitponrak
ราก (T)
by
Thitaree Samphao
Light[1]
by
รุ่งรัตน์ คงใจมั่น
การต่อแอมมิเตอร์ โวลต์มิเตอร์1
by
yasotornrit
บรรยากาศ
by
Supaluk Juntap
Viewers also liked
DOCX
เครื่องใช้ไฟฟ้า
by
aing_siripatra
PDF
ประเภทของเครื่องใช้ไฟฟ้า
by
1560100453451
PPT
งานนำเสนอ4
by
Chonnikan Suebkrua
PPT
เครื่องใช้ไฟฟ้าในปัจจุบัน
by
Papungkorn
PPT
เครื่องใช้ไฟฟ้า
by
Up To You's Toey
PDF
งานวิทยาศาสตร์เครื่องใช้ไฟฟ้า
by
Jirachaya_chumwong
PDF
Sideshare เรื่องการใช้ไฟฟ้า
by
หัว' เห็ด.
PPT
งานนำเสนอ123
by
wantnan
PPT
งานนำเสนอ123
by
Chanukid Chaisri
PPT
งานนำเสนอ303
by
emeter121
PPT
เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน
by
Sujareenoot
เครื่องใช้ไฟฟ้า
by
aing_siripatra
ประเภทของเครื่องใช้ไฟฟ้า
by
1560100453451
งานนำเสนอ4
by
Chonnikan Suebkrua
เครื่องใช้ไฟฟ้าในปัจจุบัน
by
Papungkorn
เครื่องใช้ไฟฟ้า
by
Up To You's Toey
งานวิทยาศาสตร์เครื่องใช้ไฟฟ้า
by
Jirachaya_chumwong
Sideshare เรื่องการใช้ไฟฟ้า
by
หัว' เห็ด.
งานนำเสนอ123
by
wantnan
งานนำเสนอ123
by
Chanukid Chaisri
งานนำเสนอ303
by
emeter121
เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน
by
Sujareenoot
Similar to เรื่อง เครื่องใช้ไฟฟ้า
PDF
ประเภทของเครื่องใช้ไฟฟ้า
by
Panatsaya Jakkheaw
PDF
เครื่องใช้ไฟฟ้า
by
Siriporn Somkrue
PDF
เครื่องใช้ไฟฟ้า
by
Sarun Boonwong
PPT
เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน.Pdf
by
0841766393
PPT
เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน.Pdf
by
Kanoknat Kaosim
PDF
งาน Sideshare
by
Thananop
PDF
งาน Sideshare
by
Thananop Ngandee
PDF
สำเร็จ
by
Panatsaya
PDF
ประเภทของเครื่องใช้ไฟฟ้า
by
1560100453451
PDF
ประเภทของเครื่องใช้ไฟฟ้า
by
1560100453451
PDF
ประเภทของเครื่องใช้ไฟฟ้า
by
1560100453451
PDF
ประเภทของเครื่องใช้ไฟฟ้า
by
Panatsaya
PDF
ประเภทของเครื่องใช้ไฟฟ้า
by
1560100453451
PPT
เครื่องใช้ไฟฟ้า
by
Up To You's Toey
PPT
เครื่องใช้ไฟฟ้า
by
Up To You's Toey
PPT
งานนำเสนอ
by
wantnan
PPT
งานนำเสนอ123
by
wantnan
PPT
งานนำเสนอ
by
wantnan
PPT
งานนำเสนอ123
by
wantnan
PPT
งานนำเสนอ
by
sangzaclub
ประเภทของเครื่องใช้ไฟฟ้า
by
Panatsaya Jakkheaw
เครื่องใช้ไฟฟ้า
by
Siriporn Somkrue
เครื่องใช้ไฟฟ้า
by
Sarun Boonwong
เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน.Pdf
by
0841766393
เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน.Pdf
by
Kanoknat Kaosim
งาน Sideshare
by
Thananop
งาน Sideshare
by
Thananop Ngandee
สำเร็จ
by
Panatsaya
ประเภทของเครื่องใช้ไฟฟ้า
by
1560100453451
ประเภทของเครื่องใช้ไฟฟ้า
by
1560100453451
ประเภทของเครื่องใช้ไฟฟ้า
by
1560100453451
ประเภทของเครื่องใช้ไฟฟ้า
by
Panatsaya
ประเภทของเครื่องใช้ไฟฟ้า
by
1560100453451
เครื่องใช้ไฟฟ้า
by
Up To You's Toey
เครื่องใช้ไฟฟ้า
by
Up To You's Toey
งานนำเสนอ
by
wantnan
งานนำเสนอ123
by
wantnan
งานนำเสนอ
by
wantnan
งานนำเสนอ123
by
wantnan
งานนำเสนอ
by
sangzaclub
เรื่อง เครื่องใช้ไฟฟ้า
2.
เครื่องใช้ไฟฟ้า • คือ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังงานในรูแบบ ต่างๆ จาแนกหลักๆ
ได้ดังนี้ 1. อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเสียง 2. อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานกล 3. อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานแสง 4. อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานความร้อน
3.
– เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเสียง เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงาน ไฟฟ้าเป็นพลังงานเสียง
เช่น เครื่องรับวิทยุ เครื่องบันทึกเสียง เครื่อง ขยายเสียง เครื่องรับวิทยุ เป็นอุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานเสียง โดยเครื่องรับ วิทยุอาศัยการรับคลื่นวิทยุจากสถานีส่ง แล้วใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ขยายสัญญาณเสียงที่อยู่ในรูปของสัญญาณไฟฟ้าให้แรงขึ้นจนเพียงพอที่ ทาให้ลาโพงเสียงสั่นสะเทือนเป็นเสียงให้เราได้ยิน ดังแผนผัง
5.
• เครื่องบันทึกเสียง เครื่องบันทึกเสียงเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็น พลังงานเสียง โดยขณะบันทึกใช้การพูดผ่านไมโครโฟน
ซึ่งจะเปลี่ยน เสียงเป็นสัญญาณไฟฟ้า แล้วบันทึกลงในแถบบันทึกเสียงซึ่งฉาบด้วย สารแม่เหล็กในรูปของสัญญาณแม่เหล็ก เมื่อนาแถบบันทึกเสียงที่ บันทึกไว้มาเล่น สัญญาณแม่เหล็กจะถูกเปลี่ยนกลับไปเป็น สัญญาณไฟฟ้า และสัญญาณไฟฟ้าจะถูกขยายให้แรงขึ้นด้วยอุปกรณ์ ไฟฟ้า สัญญาณไฟฟ้าจะถูกส่งไปถึงลาโพง ทาให้ลาโพงสั่นสะเทือนกลับ เป็นเสียงขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ดังแผนผัง
7.
•
8.
• มอเตอร์ เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงาน กล
ประกอบด้วยขดลวดที่พันรอบแกนโลหะที่วางอยู่ระหว่างขั้วแม่เหล็ก โดยเมื่อผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าไปยังขดลวดที่อยู่ระหว่างขั้วแม่เหล็ก จะทาให้ ขดลวดหมุนไปรอบแกน และเมื่อสลับขั้วไฟฟ้า การหมุนของขดลวดจะหมุน กลับทิศทางเดิม มอเตอร์ มี 2 ประเภท คือ มอเตอร์กระแสตรง และมอร์กระแสสลับ มอเตอร์กระแสตรง เป็นมอเตอร์ที่ต้องใช้ไฟฟ้ากระแสตรงผ่านเข้าไป ในขดลวดอาร์เมเจอร์เพื่อทาให้เกิดการดูดและผลักกันของแม่เหล็กถาวรกับ แม่เหล็กไฟฟ้าที่เกิดจากขดลวดมอเตอร์จึงหมุนได้ มอเตอร์กระแสสลับ เป็นมอเตอร์ที่ต้องใช้กับไฟฟ้ากระแสสลับ โดยใช้หลักการดูดและผลักกันของแม่เหล็กถาวรกับแม่เหล็กไฟฟ้าจาก ขดลวดมาทาให้เกิดการหมุนของมอเตอร์
9.
ข้อควรระวังในการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีมอเตอรเป็น ส่วนประกอบ • คือ ห้ามใช้เครื่องใช้ประเภทนี้ในช่วงที่ไฟตก
หรือแรงดันไฟฟ้าไม่ถึง 220 โวลต์ เนื่องจากมอเตอร์จะไม่หมุนและทาให้เกิดกระแสไฟฟ้าดัน กลับ จะทาให้ขดลวดร้อนจัดจนเกิดไหม้เสียหายได้ • ขณะที่มอเตอร์กาลังหมุนจะเกิดการเหนี่ยวนาไฟฟ้าขึ้นทาให้ เกิดกระแสไฟฟ้าซ้อนขึ้นภายในขดลวด แต่มีทิศทางการไหลสวนทาง กับกระแสไฟฟ้าที่มาจากแหล่งกาเนิดพลังงานไฟฟ้าเดิม ทาให้ขดลวด ของมอเตอร์ไม่ร้อนจนเกิดไฟไหม้ได้
10.
• ทาได้โดย การเพิ่มหรือลดความต้านทานให้กระแสไฟฟ้าผ่านได้มากหรือ น้อยภานในเครื่องใช้ไฟฟ้านั้น
ซึ่งเป็นผลให้ความเร็วของการหมุนมอเตอร์ เปลี่ยนไปจากเดิม เช่น เมื่อต้องการให้พัดลมหมุนช้าลง ก็ให้เพิ่มความ ต้านทานเพื่อให้กระแสไฟฟ้าเข้าได้น้อยลงเป็นผลให้พัดลมหมุนช้า ลง ฉะนั้นในเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานกลจะต้องมีเครื่องควบคุมความเร็ว ของมอเตอร์เสมอ • การเลือก เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานกล จะต้องพิจารณาดูข้อกาหนดใน การใช้ เช่น ใช้กับความต่างศักย์ไฟฟ้าเท่าใด ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยในการ ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า และไม่ให้เกิดความเสียหายแก่เครื่องใช้ไฟฟ้านั้น และ เพื่อเป็นการประหยัดพลังงานไฟฟ้า ควรพิจารณากาลังไฟฟ้าของ เครื่องใช้ไฟฟ้านั้นๆด้วย
11.
เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้แสงสว่าง หลอดไฟฟ้า เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีใช้ในทุกบ้านที่มีการใช้พลังงาน ไฟฟ้า เป็นเครื่องใช้ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้า
ไปเป็นพลังงานแสง หลอด ไฟฟ้าที่ใช้ทั่วไป มี 3 ชนิด คือ • 1. หลอดไฟแบบธรรมดา • 2. หลอดไฟเรืองแสงหรือหลอดฟลูออเรสเซนต์ • 3. หลอดไฟโฆษณาหรือหลอดนีออน
12.
หลอดไฟฟ้าแบบธรรมดา • หลอดไฟฟ้าแบบธรรมดา มีการเปลี่ยนรูปพลังงานจากพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานความ ร้อน
แล้วจึงเปลี่ยนเป็นพลังงานแสง หลอดไฟฟ้าแบบธรรมดามี 2 แบบ คือแบบเกลียว และแบบเขี้ยว มีส่วนประกอบดังนี้ • 1. ไส้หลอด ทาด้วยโลหะที่มีจุดหลอดเหลวสูง ทนความร้อนได้มาก มีความทาน สูง เช่น ทังสเตน • 2. หลอดแก้วทาจากแก้วที่ทนความร้อนได้ดี ไม่แตกง่าย สูบอากาศออกจนหมด ภายในบรรจุก๊าซไนโตรเจนและอาร์กอนเล็กน้อย ก๊าซชนิดนี้ทาปฏิกิริยายาก ช่วยป้องกัน ไม่ให้ไส้หลอดระเหิดไปจับที่หลอดแก้ว และช่วยไม่ให้ไส้หลอดไม่ขาดง่าย ถ้าบรรจุก๊าซ ออกซิเจนจะทาปฏิกิริยากับไส้หลอด ซึ่งทาให้ไส้หลอดขาดง่าย • 3. ขั้วหลอดไฟ เป็นจุดต่อวงจรไฟฟ้า มี 2 แบบ คือ แบบเขี้ยวและแบบเกลียว • เนื่องจากหลอดไฟฟ้าประเภทนี้ให้แสงสว่างได้ด้วยการเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้า เป็นพลังงานความร้อนก่อนที่จะให้แสงสว่างออกมา จึงทาให้สิ้นเปลื่อง พลังงานไฟฟ้า มากกว่าหลอดชนิดอื่น ในขนาด กาลังไฟฟ้า ของหลอดไฟซึ่งจะกาหนดไว้ที่หลอดไฟทุก ดวง เช่น หลอดไฟฟ้าขนาด 100 วัตต์ เป็นต้น
13.
หลอดเรืองแสงหรือหลอดฟลูออเรสเซนต์ (Fluorescent Lamp) • หลอดเรืองแสงหรือหลอดฟลูออเรสเซนต์
(Fluorescent Lamp) ทาด้วย หลอดแก้วที่สูบอากาศออกจนหมดแล้วบรรจุไอปรอทไว้เล็กน้อย มีไส้ที่ปลายหลอด ทั้งสองข้าง หลอดเรืองแสงอาจทาเป็นหลอดตรง หรือครึ่งวงกลมก็ได้ ส่วนประกอบ และการทางานของหลอดเรืองแสง มีดังนี้ 1. ตัวหลอด ภายในสูบอากาศออกจนหมดแล้วบรรจุไอปรอทและก๊าซ อาร์กอน เล็กน้อย ผิวด้านในของหลอดเรืองแสงฉาบด้วยสารเรืองแสงชนิดต่างๆ แล้วแต่ความต้องการให้เรืองแสงเป็นสีใด เช่น ถ้าต้องการให้เรืองแสงสีเขียว ต้อง ฉาบด้วยสารซิงค์ซิลิเคต แสงสีขาวแกมฟ้าฉาบด้วยมักเนเซียมทังสเตน แสงสีชมพู ฉาบด้วยแคดเนียมบอเรต เป็นต้น 2. ไส้หลอด ทาด้วยทังสเตนหรือวุลแฟรมอยู่ที่ปลายทั้งสองข้าง เมื่อ กระแสไฟฟ้าผ่านไส้หลอดจะทาให้ไส้หลอดร้อนขึ้น ความร้อนที่เกิดขึ้นจะทาให้ไอ ปรอทที่บรรจุไว้ในหลอดกลายเป็นไอมากขึ้น แต่ขณะนั้นกระแสไฟฟ้ายังผ่านไอ ปรอทไม่สะดวก เพราะปรอทยังเป็นไอน้อยทาให้ความต้านทานของหลอดสูง
14.
• 3. สตาร์ตเตอร์
ทาหน้าที่เป็นสวิตซ์ไฟฟ้าอัตโนมัติของวงจรโดยต่อขนานกับหลอด ทา ด้วยหลอดแก้วภายในบรรจุก๊าซนีออนและแผ่นโลหะคู่ที่งอตัวได้ เมื่อได้รับความ ร้อน เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านก๊าซนีออน ก๊าซนีออนจะติดไฟเกิดความร้อนขึ้น ทาให้แผ่น โลหะคู่งอจนแตะติดกันทาให้กลายเป็นวงจรปิดทาให้กระแสไฟฟ้าผ่านแผ่นโลหะได้ครบ วงจร ก๊าซนีออนที่ติดไฟอยู่จะดับและเย็นลง แผ่นโลหะคู่จะแยกออกจากกันทาให้เกิด ความต้านทานสูงขึ้นอย่างทันทีซึ่งขณะเดียวกันกระแสไฟฟ้าจะผ่านไส้หลอดได้มากขึ้นทา ให้ไส้หลอดร้อนขึ้นมาก ปรอทก็จะเป็นไอมากขึ้นจนพอที่นากระแสไฟฟ้าได้ 4. แบลลัสต์ เป็นขดลวดที่พันอยู่บนแกนเหล็ก ขณะกระแสไฟฟ้าไหลผ่านจะ เกิดการเหนี่ยวนาแม่เหล็กไฟฟ้าทาให้เกิดแรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนี่ยวนาขึ้น เมื่อแผ่นโลหะคู่ ในสตาร์ต • แยกตัวออกจากกันนั้นจะเกิดวงจรเปิดชั่วขณะ แรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนี่ยวนาที่เกิดขึ้นใน แบลลัสต์จึงทาให้เกิดความต่างศักย์ระหว่างไส้หลอดทั้งสองข้างสูงขึ้นเพียงพอที่จะทาให้ กระแสไฟฟ้าไหลผ่านไอปรอทจากไส้หลอดข้างหนึ่งไปยังไส้หลอดอีกข้างหนึ่ง ได้ แรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนี่ยวนาที่เกิดจากแบลลัสต์นั้นจะทาให้เกิดกระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนา ไหลสวนทางกับกระแสไฟฟ้าจากวงจรไฟฟ้าในบ้าน ทาให้กระแส ไฟฟ้าที่จะเข้าสู่วงจรของ หลอดเรืองแสงลดลง
15.
หลักการทางานของหลอดเรืองแสง • เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านไอปรอทจะคายพลังงานไฟฟ้าให้อะตอมไอปรอท ทาให้อะตอมของไอปรอทอยู่ในสภาวะถูกกระตุ้น (excited state)
และอะตอมของปรอทจะคายพลังงานออกมาเพื่อลดระดับ พลังงาน ในรูปของรังสีอัลตราไวโอเลต ซึ่งอยู่ในช่วงของแสงที่มองไม่ เห็น เมื่อรังสีนี้กระทบสารเรืองแสงที่ฉาบไว้ที่ผิวหลอด สารเรืองแสงจะ เปล่งแสงสีต่างๆตามชนิดของสารเรืองแสงที่ฉาบไว้ในหลอดนั้น
16.
ข้อดีของหลอดเรืองแสง • 1. เมื่อให้พลังงานไฟฟ้าเท่ากันจะให้แสงสว่างมากกว่าหลอดไฟฟ้า แบบธรรมดาประมาณ
4 เท่า และมีอายุการใช้งานนานกว่าหลอด ไฟฟ้าธรรมดาประมาณ 8 เท่า 2. อุณหภูมิของหลอดไม่สูงเท่ากับหลอดไฟฟ้าแบบธรรมดา 3. ถ้าต้องการแสงสว่างเท่ากับหลอดไฟฟ้าธรรมดา จะใช้วัตต์ที่ต่ากว่า จึงเสียค่าไฟฟ้าน้อยกว่า
17.
ข้อเสียของหลอดเรืองแสง • 1. เมื่อติดตั้งจะเสียค่าใช้จ่ายสูงกว่าหลอดไฟฟ้าแบบธรรมดา
เพราะ ต้องใช้แบลลัสต์และสตาร์ตเตอร์ เสมอ • 2. หลอดเรืองแสงมักระพริบเล็กน้อยไม่เหมาะในการใช้อ่านหนังสือ
18.
• ตัวเลขที่ปรากฏบนหลอดไฟฟ้าธรรมดาและหลอดเรืองแสงซึ่ง บอก กาลังไฟฟ้าเป็นวัตต์(W)
เป็นการบอกถึงปริมาณพลังงานไฟฟ้า ที่ใช้ไปใน 1 วินาที เช่น 20 W หมายถึง หลอดไฟฟ้านี้จะใช้พลังงาน ไป 20 จูลในเวลา 1 วินาที ดังนั้นหลอดไฟฟ้าและหลอดเรืองแสงที่มี กาลังไฟฟ้ามาก เมื่อใช้งานก็ยิ่งสิ้นเปลืองกระแสไฟฟ้ามาก ทาให้เสีย ค่าใช้จ่ายมากขึ้นด้วย ปัจจุบันมีการผลิตหลอดไฟพร้อมอุปกรณ์ ประกอบ เช่น บัลลาสต์ แบบประหยัดพลังงานขึ้นมาใช้หลายชนิด เช่น หลอดตะเกียบ หลอดผอม บัลลาสต์เบอร์ 5 เป็นต้น
19.
หลอดไฟโฆษณาหรือหลอดนีออน • หลอดไฟโฆษณาหรือหลอดนีออน เป็นหลอดแก้วที่ถูกลนไฟแล้วดัด ให้เป็นรูปหรือตัวอักษร
ไม่มีไส้หลอดแต่ที่ปลายทั้งสองข้างจะมี ขั้วไฟฟ้าทาด้วยโลหะ ต่อกับแหล่งกาเนิดไฟฟ้า ที่มีความต่างศักย์สูง ประมาณ 10,000 โวลต์ ภายในหลอดสูบอากาศออกจนหมดแล้วใส่ ก๊าซบางชนิดที่ให้แสงสีต่างๆออกมาเมื่อมีกระแสไฟฟ้าผ่าน เช่นก๊าซ นีออนให้แสงสีแดงหรือส้ม ก๊าซฮีเลียมให้แสงสีชมพู ความต่างศักย์ที่ สูงมากๆ จะทาให้ก๊าซที่บรรจุไว้ในหลอดเกิดการแตกตัวเป็นนีออน และนาไฟฟ้าได้ เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านก๊าซเหล่านี้จะทาให้ก๊าซร้อนติด ไฟให้แสงสีต่างๆได้
20.
เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานความร้อน • เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานความร้อน เป็นเครื่องใช้ที่เปลี่ยนพลังงาน ไฟฟ้าเป็นพลังงานความร้อน
โดยใช้หลักการคือ เมื่อปล่อยกระแสไฟฟ้า ผ่านขดลวดตัวนาที่มีความต้านทานสูงๆ ลวดตัวนานั้นจะร้อนจนสามารถนา ความร้อนออกไปใช้ประโยชน์ได้ เนื่องจากเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงาน ความร้อนมาก จึงสิ้นเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้ามากเมื่อเปรียบกับการใช้ เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทอื่นๆ เมื่อใช้ในเวลาที่เท่ากัน ฉะนั้นขณะใช้ เครื่องใช้ไฟฟ้าให้พลังงานความร้อนจึงควรใช้ด้วยความระมัดระวัง ตัวอย่าง เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานความร้อน เช่น เตารีด หม้อหุงข้าว กระทะไฟฟ้า กาต้มน้า เครื่องต้มกาแฟ เตาไฟฟ้า ฯลฯ •
21.
ส่วนประกอบในเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานความร้อน • 1. ขดลวดความร้อน
หรือแผ่นความร้อน มักทาจากโลหะผสมระหว่างนิเกิลกับ โครเมียม เรียกว่า นิโครม ซึ่งมีสมบัติคือมีจุดหลอมเหลวสูงมากจึงทนความร้อนได้ สูงเมื่อมีความร้อนเกิดขึ้นมากๆจึงไม่ขาด และมีความต้านทานสูงมาก 2. เทอร์โมสตาร์ท หรือสวิตซ์ความร้อนอัตโนมัติ ทาหน้าที่ควบคุม อุณหภูมิไม่ให้ร้อนเกินไป มีส่วนประกอบเป็นโลหะต่างชนิดกัน 2 แผ่นมาประกบกัน เมื่อได้รับความร้อนจะขยายตัวได้ไม่เท่ากัน เช่น เหล็กกับทองเหลือง โดยให้แผ่น โลหะที่ขยายตัวได้น้อย(เหล็ก)อยู่ด้านบน ส่วนโลหะที่จะขยายตัวได้มาก (ทองเหลือง)อยู่ด้านล่าง เมื่อกระแสไฟฟ้าไหลผ่านแผ่นโลหะทั้งสองมากขึ้น จะทาให้ มีอุณหภูมิสูงจนแผ่นโลหะทั้งสองซึ่งขยายตัวได้ต่างกันโลหะที่ขยายตัวได้มากจะ ขยายตัวโค้งงอ เป็นเหตุให้จุดสัมผัสแยกออกจากกัน เกิดเป็นวงจรเปิด กระแสไฟฟ้า จึงไหลผ่านไม่ได้ และเมื่อแผ่นโลหะทั้งสองเย็นลงก็จะสัมผัสกันเหมือนเดิม เกิดเป็น วงจรปิด กระแสไฟฟ้าจึงไหลผ่านได้อีกครั้งหนึ่ง
22.
• 3. แผ่นไมกา
หรือ แผ่นใยหิน ซึ่งเป็นฉนวนไฟฟ้า ในเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ ให้พลังงาน ความร้อนบางชนิด เช่นเตารีด หม้อหุงข้าว เตาไฟฟ้า จะมีแผ่นไมกา หรือใยหิน เพื่อป้องกันไม่ให้ขดลวดหลอมละลาย และ ป้องกันไฟฟ้ารั่วขณะใช้งาน
23.
ข้อควรระวังในการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานความ ร้อน • เนื่องจากเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานความร้อนจะมีกระแสไฟฟ้าปริมาณ มากไหลผ่าน มากกว่าเครื่องใช้ประเภทอื่นๆ
จึงควรใช้ด้วยความระมัดระวัง ดังนี้ 1. หมั่นตรวจสอบดูแลสายไฟ เต้ารับ เต้าเสียบ ให้อยู่ใน สภาพเรียบร้อยไม่ชารุด 2. เมื่อเลิกใช้งานต้องถอดเต้าเสียบออกจากเต้ารับทุกครั้งไม่ ควรเสียบทิ้งไว้ • ในการเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดต้องพิจารณาถึงคุณภาพ ของเครื่องใช้ไฟฟ้า รู้จักวิธีใช้ที่ถูกต้อง รู้จักวิธีป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่ว และไฟฟ้าลักวงจรและตรวจดูแลอุปกรณ์อยู่เสมอ
Download