เครองใชไ้ ฟฟา
   ื่       ้


                รายวิชาวิทยาศาสตร์
ผู้จัดทํา
นางสาว พธิตา
          ุ      ขันธะกิจ        เลขที่ 31
นางสาว ภัทราภรณ์ จํารัส         เลขท32
                                     ี่
นางสาว รุ่งนภา    ต่อมดวงแก้ว   เลขท34  ี่
นางสาว ลักษมี พันธ์ ปัญญา       เลขท35     ี่

 ชนมัธยมศกษาปีท่ ี3 ห้อง2
  ั้     ึ
เครื่องใช้ ไฟฟา ช่วยใหความเป็นอยของคนในบาน ในชุมชน ในสงคม มี
                        ้         ้       ู่       ้                ั
ความสุข และสะดวกสบาย แต่ถาใชกนอยางไม่ถูกตอง หรื อไม่เหมาะสม ก็จะส่งผล
                                ้ ้ั ่         ้
กรทบต่อสภาพแวดล้อม เช่น การสร้างเขื่อนเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าทาใหเ้ น้ือที่ป่าถูก
                                                            ํ
   ทาลายท้ งสตวต่างๆที่ดารงชิวตอยในบริเวณน้ นหรือการผลิตกระแสไฟฟ้าจาก
    ํ       ั ั ์         ํ      ิ ู่        ั
       เช้ือเพลิงก็ส่งผลกระทบ โดยเกิดมลภาวะทางอากาศ และ ทางนาได้
                                                              ํ

          เครื่องใช้ ไฟฟา หมายถึง เครื่องมือที่เปลี่ยนพลงงานไฟฟ้าเป็นพลงงาน
                        ้                               ั              ั
  รูปต่างๆที่ตองการ เช่น พลงงานความร้อน พลงงานเสียง พลงงานกล พลงงานเคมี
              ้            ั                 ั             ั         ั
ข้อควรระวงในการใช้เครื่องใช้ไฟฟา- ใชเ้ ครื่องใชไฟฟ้า และอุปกรณ์ไฟฟ้าอยาง
         ั                     ้               ้                      ่
                   ั่                                         ้ ู่
 ระมัดระวัง- หมนตรวจดูแลสายไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้าใหอยในสภาพที่ใชไดดีและ           ้ ้
  ปลอดภย- ถ้าไม่มีความรู ้จริ ง อย่าแก้หรื อซ่อมแซมเครื่ องใช้ไฟฟ้ าเองเป็ นอันขาด
            ั
ผลเสี ยที่จะเกิดขึ้น เมื่อใช้เครื่ องใช้ไฟฟ้ าอย่างไม่ระมัดระวัง- ถูกไฟฟ้าช็อต เนื่องจาก
 ไฟฟ้าลดวงจร หรือไฟฟ้าร่ัว- เกิดเพลิงไหม ้ เนื่องจากไฟฟ้าลดวงจร หรือไฟฟ้าร่ัว
          ั                                                        ั
เครื่องใช้ ไฟฟาทีให้ แสงสว่ าง
                                         ้ ่
อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลงงานไฟฟ้าเป็นพลงงานแสง ไดแก่ หลอดไฟฟ้า หลอดฟลูออเรส
                    ั                  ั           ้
เซนต์ และหลอดไฟโฆษณา โธมส แอลวา เอดิสน (Thomas AlvaEdison) นักฟิ สิ กส์
                                ั                ั
           ั ้
ชาวอเมริกน ไดประดิษฐหลอดไฟฟ้า ข้ ึนเป็นคร้ ังแรกเมื่อ พ.ศ.2422 โดยใช้คาร์บอน
                       ์
                  ้           ่
   เสนเลกๆเป็นไสหลอดและตอมาไดมีการพฒนาข้ ึน จนเป็นหลอดไฟฟ้าที่ใชใน
     ้ ็                             ้         ั                        ้
                                     ปัจจุบน ั
หลอดไฟฟา เป็นเครื่องใชไฟฟ้าที่มีใชในทุกบานที่มีการใชพลงงานไฟฟ้าเป็น
         ้              ้           ้     ้           ้ ั
เครื่องใชที่เปลี่ยนพลงงานไฟฟ้า ไปเป็นพลงงานแสง หลอดไฟฟ้าที่ใชทวไปมี 3 ชนิด
         ้           ั                   ั                   ้ ั่
คือ1. หลอดไฟฟ้าแบบธรรมดา หลอดไฟฟ้าแบบธรรมดา มีการเปลี่ยนรูปพลงงานจาก
                                                                  ั
  พลงงานไฟฟ้าเป็นพลงงานความร้อน แลวจึงเปลี่ยนเป็นพลงงานแสง หลอดไฟฟ้า
      ั                ั               ้             ั
        แบบธรรมดามี 2แบบ คือแบบเกลียวและแบบเขี้ยว มีส่วนประกอบดังนี้
ไสหลอด ทาดวยโลหะที่มีจุดหลอดเหลวสูง ทนความร้อนไดมาก มีความทานสูง เช่น
       ้         ้                                             ้
 ทงสเตน 1.2 หลอดแกวทาจากแกวที่ทนความร้อนไดดี ไม่แตกง่าย สูบอากาศออกจน
    ั                  ้         ้                  ้
หมดภายในบรรจุก๊าซไนโตรเจนและอาร์กอนเลกนอย ก๊าซชนิดน้ ีทาปฏิกิริยายาก ช่วย
                                              ็ ้
ป้ องกันไม่ให้ไส้หลอดระเหิ ดไปจับที่หลอดแก้ว และช่วยไม่ให้ไส้หลอดไม่ขาดง่าย ถ้า
      บรรจุก๊าซออกซิเจนจะทาปฏิกิริยากบไสหลอด ซ่ ึงทาใหไสหลอดขาดง่าย 1.3 ขั้ว
                                     ั ้                   ้ ้
      หลอดไฟ เป็นจุดต่อวงจรไฟฟ้า มี 2 แบบ คือ แบบเขี้ยวและแบบเกลียว เนื่องจาก
                           ้    ่ ้ ้
หลอดไฟฟ้าประเภทน้ ีใหแสงสวางไดดวยการเปลี่ยนพลงงานไฟฟ้าเป็นพลงงานความ
                                                       ั             ั
   ร้อนก่อนที่จะใหแสงสวางออกมา จึงทาใหสิ้นเปลือง พลงงานไฟฟ้ามากกวาหลอด
                   ้         ่            ้              ั              ่
   ชนิดอื่น ในขนาดกาลงไฟฟ้า ของหลอดไฟซ่ ึงจะกาหนดไวที่หลอดไฟทุกดวง เช่น
                         ั                                   ้
                           หลอดไฟฟ้าขนาด 100 วัตต์ เป็ นต้น
หลกการทางานของหลอดไฟฟาธรรมดา การที่หลอด ไฟฟ้ าให้แสงสว่างได้
    ั                        ้
                 ั     ั                        ่
  เป็นไปตามหลกการดงน้ ี เมื่อกระแสไฟฟ้าไหลผานไส้หลอด ซ่ ึ งมีความ
ต้านทานสูง พลงงานไฟฟ้าจะเปลี่ยนเป็นพลงงานความร้อน ทาใหไส้หลอด
               ั                          ั                 ้
      ร้อนจดจนเปล่งแสง ออกมาได้ ซ่ ึ งมีการเปลี่ยนรูปพลงงานดงน้ ี
            ั                                           ั     ั
         พลังงานไฟฟ้ า ----> พลงงานความร้อน ----> พลงงานแสง
                               ั                      ั
หลอดเรืองแสงหรือหลอดฟลูออเรสเซนต์(Fluorescent Lamp) หลอดเรื องแสงหรื อ
  หลอดฟลูออเรสเซนต์ (Fluorescent Lamp) ทาด้วยหลอดแก้วที่สูบอากาศออกจน
หมดแล้วบรรจุไอปรอทไว้เล็กน้อย มีไส้ที่ปลายหลอดทั้งสองข้าง หลอดเรื องแสงอาจ
 ทาเป็นหลอดตรง หรือคร่ ึ งวงกลมก็ได้ ส่วนประกอบและการทางานของหลอดเรือง
                                  แสง มีดงน้ ี
                                         ั
ตวหลอด ภายในสูบอากาศออกจนหมดแล้วบรรจุไอปรอทและก๊าซอาร์กอน เล็กน้อย
    ั
ผิวด้านในของหลอดเรื องแสงฉาบด้วยสารเรื องแสงชนิดต่างๆ แล้วแต่ความต้องการให้
เรื องแสงเป็ นสี ใด เช่น ถ้าต้องการให้เรื องแสงสี เขียว ต้องฉาบด้วยสารซิงคซิลิเคต แสง
                                                                          ์
 สีขาวแกมฟ้าฉาบดวยมักเนเซียมทังสเตน แสงสี ชมพูฉาบด้วยแคดเนียมบอเรตเป็นตน
                      ้                                                                ้
                    ้ ั             ุ          ู่
2.2 ไสหลอด ทาดวยทงสเตนหรือวลแฟรมอยที่ปลายท้ งสองขาง เมื่อกระแสไฟฟ้าผาน
        ้                                                 ั    ้                     ่
 ไสหลอดจะทาใหไสหลอดร้อนข้ ึน ความร้อนที่เกิดข้ ึนจะทาใหไอปรอทที่บรรจุไวใน
      ้              ้ ้                                         ้                 ้
 หลอดกลายเป็นไอมากข้ ึน แต่ขณะน้ นกระแสไฟฟ้ายงผานไอปรอทไม่สะดวกเพราะ
                                       ั                 ั ่
                  ปรอทยังเป็ นไอน้อยทาให้ความต้านทานของหลอดสูง
3
  สตาร์ตเตอร์ ทาหนาที่เป็นสวตซ์ไฟฟ้าอตโนมติของวงจรโดยต่อขนานกบหลอด ทา
                     ํ ้               ิ             ั    ั                            ั
ด้วยหลอดแก้วภายในบรรจุก๊าซนีออนและแผ่นโลหะคูที่งอตัวได้ เมื่อได้รับความร้อน
   เมื่อกระแสไฟฟ้าผานก๊าซนีออน ก๊าซนีออนจะติดไฟเกิดความร้อนข้ ึน ทาใหแผน
                           ่                                                                           ้ ่
โลหะคู่งอจนแตะติดกนทาใหกลายเป็นวงจรปิดทาใหกระแสไฟฟ้าผานแผน โลหะได้
                                  ั  ้                            ้              ่       ่
ครบวงจร ก๊าซนีออนที่ติดไฟอยจะดบและเยนลงแผนโลหะคูจะแยกออกจากกนทาให้
                                         ู่ ั          ็        ่          ่                         ั
 เกิดความตานทานสูงข้ ึนอยางทนทีซ่ ึงขณะ เดียวกนกระแสไฟฟ้าจะผานไสหลอดได้
              ้                     ่ ั                       ั                    ่         ้
มากข้ ึนทาใหไสหลอดร้อนข้ ึนมาก ปรอทก็จะเป็นไอมากข้ ึนจนพอที่นากระแสไฟฟ้า
                  ้ ้
ได้ 2.4 แบลลสต์ เป็นขดลวดที่พนอยบนแกนเหลก ขณะกระแสไฟฟ้าไหลผานจะเกิด
                   ั                        ั ู่            ็                                    ่
การเหนี่ยวนาแม่เหลกไฟฟ้าทาใหเ้ กิดแรงเคลื่อน ไฟฟ้าเหนี่ยวนาข้ ึน เมื่อแผนโลหะคู่
                                ็                                                              ่
ในสตาร์ตเตอร์แยกตวออกจากกนน้ นจะเกิดวงจรเปิดชวขณะ แรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนี่ยว
                              ั            ั ั                      ั่
นาที่เกิดข้ ึนในแบลลสตจึงทาใหเ้ กิดความต่าง ศกยระหวางไสหลอดท้ งสองขางสูงข้ ึน
                             ั ์                         ั ์           ่ ้           ั             ้
                                                 ่
   เพียงพอที่จะทาใหกระแสไฟฟ้าไหลผาน ไอปรอทจากไสหลอดขางหน่ ึงไปยงไส้
                         ้                                               ้     ้                        ั
  หลอดอีกขางหน่ ึงได้ แรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนี่ยวนาที่เกิดจากแบลลสตน้ นจะทาใหเ้ กิด
                ้                                                            ั ์ ั
                                                   ั
  กระแสไฟฟ้า เหนี่ยวนาไหลสวนทางกบกระแสไฟฟ้าจากวงจรไฟฟ้าในบานทาให้                          ้
                     กระแส ไฟฟ้าที่จะเขาสู่วงจรของหลอดเรืองแสงลดลง
                                               ้
หลกการทางานของหลอดฟลูออเรสเซนต์ เมื่อกระแสไฟฟ้าผานไอปรอท จะคาย
       ั                                                           ่
พลงงานไฟฟ้าใหแก่ไอปรอท ซ่ ึงจะทาใหอะตอม ของไอปรอทอยในสภาวะถูกกระตน
    ั              ้                          ้                      ู่                    ุ้
  (exited state) เป็นผลใหอะตอมปรอทคายพลงงานออกมาเพื่อ ลดระดบพลงงานใน
                            ้                      ั                       ั ั
 ตวเองในรูปของรังสีอลตราไวโอเลต ซ่ ึงมองไม่เห็น เมื่อรังสีชนิดน้ ีไปกระทบกบสาร
  ั                    ั                                                               ั
  วาวแสงที่ฉาบไว้ที่ผิวด้านในของหลอดฟลูออเรส เซนต์ สารเหล่าน้ ีจะเปลงแสงได้    ่
โดยใหแสงสีต่างๆตามชนิดของสารวาวแสงที่ฉาบไวภายในหลอดน้ น เช่น ซิงคซิลิเคท
         ้                                               ้              ั          ์
(Zinc silicate)ให้แสงสี เขียว ซิงคเ์ บริ ลเลียมซิลิเคท (Zinc Beryllium silicate) ใหแสงสี
                                                                                     ้
 เหลืองนวล นอกจากน้ ียงอาจผสมสารวาวแสงเหล่าน้ ี เพื่อใหไดแสงสีผสมที่แตกตาง
                          ั                                     ้ ้                      ่
                                  กันออกไปได้อีกด้วย
.หลอดไฟโฆษณาหรือหลอดนีออน หลอดไฟโฆษณาหรือหลอดนออน เป็ นหลอดแก้ว ี
  ที่ถูกลนไฟแล้วดัดให้เป็ นรู ปหรื อตัวอักษร ไม่มีไส้หลอดแต่ที่ปลายทั้งสองข้างจะมี
 ข้ วไฟฟ้าทาดวยโลหะ ต่อกบแหลงกาเนิดไฟฟ้า ที่มีความต่างศกยสูงประมาณ 10,000
    ั         ้            ั       ่                         ั ์
โวลต์ ภายในหลอดสูบอากาศออกจนหมดแลวใส่ก๊าซบางชนิดที่ใหแสงสีต่างๆออกมา
                                               ้                  ้
 เมื่อมีกระแสไฟฟ้ าผ่านเช่นก๊าซนีออนให้แสงสี แดงหรื อส้ม ก๊าซฮีเลียมให้แสงสี ชมพู
  ความต่างศกยที่สูงมากๆจะทาใหก๊าซที่บรรจุไวในหลอดเกิดการแตกตวเป็นนีออน
             ั ์                     ้            ้                    ั
   และนาไฟฟ้าได้ เมื่อกระแสไฟฟ้าผานก๊าซเหล่าน้ ีจะทาใหก๊าซร้อนติดไฟใหแสงสี
                                       ่                  ้                 ้
                                         ต่างๆได้
เครื่องใช้ไฟฟาทให้พลงงานความร้อน เป็ นเครื่ องใช้ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้ าเป็ น
             ้ ี่   ั
 พลงงานความร้อน โดยใชหลกการคือ เมื่อปล่อยกระแสไฟฟ้าผานขดลวดตวนาที่มี
    ั                             ้ ั                           ่        ั
ความตานทานสูงๆ ลวดตวนาน้ นจะร้อนจนสามารถนาความร้อนออกไปใชประโยชน์
          ้                    ั       ั                              ้
  ได้ เนื่องจากเป็นเครื่องใชไฟฟ้าที่ใหพลงงานความร้อนมาก จึงสินเปลี่ยนพลงงาน
                                   ้         ้ ั                           ั
ไฟฟ้ามากเมื่อเปรียบ ◌้กบการใชเ้ ครื่องใชไฟฟ้าประเภทอื่นๆ เมื่อใชในเวลาที่เท่ากน
                           ั                     ้                  ้         ั
  ฉะน้ นขณะใชเ้ ครื่องใชไฟฟ้าใหพลงงานความร้อนจึงควรใชดวยความระมดระวง
        ั                    ้           ้ ั                ้ ้         ั ั
 ตวอยางเครื่องใชไฟฟ้าที่ใหพลงงานความร้อน เช่น เตารีด หมอหุงขาว กระทะไฟฟ้า
  ั ่             ้                  ้ ั                  ้       ้
                         กาตมนา เครื่องตมกาแฟเตาไฟฟ้า ฯลฯ
                                 ้ ้           ้
ส่วนประกอบในเครื่องใช้ไฟฟาทให้พลงงานความร้อน มดงนี้ 1. ขดลวดความร้อน
                                       ้ ี่    ั            ี ั
         ่                                        ่       ั
หรือแผนความร้อน มกทาจากโลหะผสมระหวางนิเกิลกบโครเมียม เรียกวา นิโครม ซ่ ึง
                           ั                                                   ่
มีสมบัติคือมีจุดหลอมเหลวสูงมากจึงทนความร้อนได้สูงเมื่อมีความร้อนเกิดขึ้นมากๆ
จึงไม่ขาด และมีความตานทานสูงมาก 2. เทอโมสตาร์ท หรื อสวิตซ์ความร้อนอัตโนมัติ
                               ้
  ทาหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิไม่ให้ร้อนเกินไป มีส่วนประกอบเป็ นโลหะต่างชนิดกัน 2
      แผนมาประกบกน เมื่อไดรับความร้อนจะขยายตวไดไม่เท่ากน เช่น เหลกกบ
             ่               ั       ้                  ั ้              ั       ็ ั
                                                                ่ ้
    ทองเหลือง โดยให้แผ่นโลหะที่ขยายตัวได้นอย(เหล็ก)อยูดานบน ส่วนโลหะที่จะ
                                                    ้
 ขยายตัวได้มาก(ทองเหลือง)อยดานล่าง เมื่อกระแสไฟฟ้าไหลผานแผนโลหะท้ งสอง
                                        ู่ ้                         ่       ่     ั
    มากข้ ึน จะทาใหมีอุณหภูมิสูงจนแผนโลหะท้ งสองซ่ ึงขยายตวไดต่างกนโลหะที่
                         ้                   ่        ั             ั ้ ั
 ขยายตวได้ มากจะขยายตวโคงงอ เป็นเหตุใหจุดสมผสแยกออกจากกน เกิดเป็นวงจร
           ั                     ั ้             ้ ั ั                     ั
  เปิ ด กระแสไฟฟ้ าจึงไหลผ่านไม่ได้ และเมื่อแผ่นโลหะทั้งสองเย็นลงก็จะสัมผัสกัน
               เหมือนเดิม เกิดเป็นวงจรปิด กระแสไฟฟ้าจึงไหลผานไดอีกคร้ ังหน่ ึง
                                                              ่        ้
ข้อควรระวงในการใช้เครื่องใช้ไฟฟาที่ใหพลงงานความร้อน เนื่องจาก
                 ั                    ้        ้ ั
เครื่ องใช้ไฟฟ้ าที่ให้พลังงานความร้อนจะมีกระแสไฟฟ้ าปริ มาณมากไหลผ่าน
  มากกว่าเครื่องใชประเภทอื่นๆ จึงควรใชดวยความระมดระวงดงน้ ี - หมัน
                      ้                  ้ ้         ั ั ั             ่
                                             ่
ตรวจสอบดูแลสายไฟ เต้ารับ เต้าเสี ยบ ให้อยูในสภาพเรี ยบร้อยไม่ชารุ ด - เมื่อ
       เลิกใชงานตองถอดเตาเสียบออกจากเตารับทุกคร้ ังไม่ควรเสียบทิ้งไว ้
             ้ ้             ้            ้
หลกการทางานของเครื่องใช้ไฟฟาทให้ความร้อน เครื่องใชไฟฟ้าที่ใหความร้อน
  ั                        ้ ี่                   ้         ้
       ั                              ่
 มีหลกการคือเมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผานความตานทานไฟฟ้าสูง พลงงานไฟฟ้าจะ
                                            ้               ั
             ั              ั ั         ้           ่
เปลี่ยนเป็นพลงงานความร้อน ดงน้ น จึงใหกระแสไฟฟ้าไหลผานขดลวดนิโครมหรือ
  ่
แผนความร้อนซ่ ึงมีความตานทานไฟฟ้า สูงพลงงานไฟฟ้าจะเปลี่ยนเป็นพลงงานความ
                       ้                  ั                    ั
               ร้อนมากแลวถ่ายเทพลงงานความร้อนไป ยงภาชนะ
                         ้          ั             ั
เครื่องใช้ไฟฟาทให้พลงงานความร้อน ใชพลงงานไฟฟ้ามากกวาเครื่องใชไฟฟ้า
             ้ ี่   ั              ้ ั             ่         ้
 อื่นหลายเท่า กระแสไฟฟ้าที่ผานเครื่องใชไฟฟ้าเหล่าน้ ีมีปริมาณมากจึงตองใชดวย
                            ่          ้                            ้ ้ ้
ความระมดระวง เช่น คอยตรวจสอบสภาพของสายไฟ และเตาเสียบให้อยูในสภาพดี
          ั ั                                              ้
อยูเ่ สมอ ◌่เพื่อป้องกนอนตรายจากกระแสไฟฟ้ารั่ว ขณะใชเ้ ครื่องใชไฟฟ้าควรดูแล
                      ั ั                                       ้
       ้           ่ ้ ้ั
 ใกลชิด และอยาใชใกลกบสารไวไฟ เมื่อเลิกใชแลวตองถอดเตาเสียบออกทุกคร้ ัง
                                            ้ ้ ้            ้
เครื่องใช้ไฟฟาทให้พลงงานกล มีการเปลี่ยนรูปพลงงานไฟฟ้าเป็นพลงงานกล โดย
               ้ ี่      ั                            ั              ั
   อาศยหลกการเหนี่ยวนาแม่เหลกไฟฟ้า ดวยอุปกรณ์ ที่เรียกวามอเตอร์ และ เครื่อง
        ั ั                     ็           ้                ่
   ควบคุมความเร็ว ซ่ ึงเป็นอุปกรณ์หลกในเครื่องใชไฟฟ้าที่ใหพลงงานกล ตวอยาง
                                        ั           ้          ้ ั       ั ่
เครื่องใชไฟฟ้าที่ใหพลงงานกล เช่น เครื่องปรับอากาศ ตเู ้ ยน พดลม เครื่องซกผา เครื่อง
          ้         ้ ั                                  ็ ั            ั ้
                                  ปั่ นน้าผลไม้ ฯลฯ
ส่ วนประกอบของเครื่องใช้ ไฟฟาทีให้ พลังงานกล
                                       ้ ่
   มอเตอร์ มอเตอร์ เป็นเครื่องใชไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลงงานไฟฟ้าเป็นพลงงานกล
                                  ้               ั             ั
                                                ่
 ประกอบด้วยขดลวดที่พนรอบแกนโลหะที่วางอยูระหว่างขั้วแม่เหล็กโดยเมื่อผาน
                         ั                                            ่
                                ่
กระแสไฟฟ้าเขาไปยงขดลวดที่อยูระหว่างขั้วแม่เหล็ก จะทาให้ขดลวดหมุนไปรอบ
             ้ ั
    แกนและเมื่อสลับข้ วไฟฟ้า การหมุนของขดลวดจะหมนกลบทิศทางเดิม
                       ั                              ุ ั
ประเภทของมอเตอร์ มี 2 ประเภท คือ มอเตอร์กระแสตรง และมอเตอร์
กระแสสลับ - มอเตอร์กระแสตรง เป็ นมอเตอร์ที่ตองใช้ไฟฟ้ ากระแสตรงผ่านเข้าไปใน
                                                 ้
        ขดลวดอาร์เมเจอร์เพื่อทาให้ เกิดการดูดและผลกกนของแมเ่ หลกถาวรกบ
                                                      ั ั            ็      ั
แม่เหลกไฟฟ้าที่เกิดจากขดลวด มอเตอร์จึงหมนได้ - มอเตอร์กระแสสลับ เป็ นมอเตอร์
         ็                                   ุ
  ที่ตองใชกบไฟฟ้ากระแสสลบโดยใชหลกการดูดและผลกกนของแม่เหลกถาวรกบ
       ้ ้ั                      ั      ้ ั               ั ั             ็      ั
  แม่เหลกไฟฟ้าจากขดลวดมาทาให้ เกิดการหมุนของมอเตอร์ ขอควรระวงในการใช้
           ็                                                    ้       ั
เครื่ องใช้ไฟฟ้ าที่มีมอเตอรเป็ นส่วนประกอบ คือห้ามใช้เครื่ องใช้ประเภทนี้ในช่วงที่ไฟ
   ตก หรือแรงดนไฟฟ้าไม่ถึง 220 โวลต์เนื่องจากมอเตอร์จะไม่หมุนและทาให้เกิด
                    ั
             กระแสไฟฟ้าดนกลบ จะทาใหขดลวดร้อนจดจนเกิดไหมเ้ สียหายได้
                          ั ั            ้          ั
หลกการทางานของเครื่องใช้ ไฟฟ้ า
       ั
            ที่ใหพลงงานกล พลงงานกล ประกอบดวยขดลวดที่พนรอบแกน
                  ้ ั            ั            ้          ั
โลหะที่วางอยระหว่างข้ วแม่เหลก โดยเมื่อผานกระแสไฟฟ้าเขาไปยงขดลวดที่
               ู่       ั      ็        ่             ้ ั
อยูระหว่างข้ วแม่เหลก จะทาใหขดลวดหมุนไปรอบแกน และเมื่อสลบ
     ่       ั        ็      ้                             ั
ข้ วไฟฟ้า การหมุนของขดลวดจะหมุนกลบทิศทางเดิม
   ั                                  ั
เครื่องใช้ ไฟฟาทีเ่ ปลียนพลังงานไฟฟาเป็ นพลังงานเสี ยง ได้แก่ เครื่ องรับวิทยุ
              ้        ่           ้
เครื่ องขยายเสี ยง เครื่ องบันทึกเสี ยง ฯลฯ 1.เครื่ องรับวิทยุ เป็ นอุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงาน
 ไฟฟ้าเป็นพลงงานเสียง โดยรับคลื่นวทยุ จากสถานีส่งแลวใชอุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์
                 ั                        ิ                      ้ ้             ็
                             ่
ขยายสัญญาณเสี ยงที่มีอยูในรู ปของ สัญญาณไฟฟ้ าให้แรงขึ้นเมื่อผ่านสัญญาณไฟฟ้ านี้
ไปยงลาโพงจะทาใหลาโพงสนสะเทือนเปลี่ยนเป็นเสียงที่สามารถรับฟังได้ ดงแผนผง
       ั                  ้      ั่                                                  ั     ั
          แผนผงการเปลี่ยนพลงงานไฟฟ้าเป็นพลงงานเสียงของเครื่องรับวทยุ
                   ั                ั                  ั                           ิ
เครื่องขยายเสี ยง(Amplifier) คือ เครื่องใชไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลงงานไฟฟ้าเป็น
                                            ้                ั
  พลงงานเสียงโดยรับสญญาณไฟฟ้าจากไมโครโฟน หวเทปหรือจาก เครื่องกาเนิด
     ั                ั                            ั
สญญาณไฟฟ้าจากเสียงต่างๆ มาขยายสญญาณไฟฟ้าจนมีกาลงมากพอจึงส่งออกสู่ลา
  ั                                 ั                    ั
 โพงเสี ยง ส่วนประกอบของเครื่ องขยายเสี ยง 1. ไมโครโฟน เปลี่ยนพลงงานเสียงให้
                                                                ั
เป็นสญญาณไฟฟ้า 2. เครื่องขยายสญญาณไฟฟ้า ขยายสญญาณไฟฟ้าใหแรงข้ ึน 3. ลา
       ั                        ั                    ั            ้
                 โพง เปลี่ยนสญญาณไฟฟ้าใหเ้ ป็นพลงงานเสียง
                              ั                        ั
เครื่องบันทึกเสี ยง (Tape recorder) ขณะบันทึกด้วยการพูดผ่านไมโครโฟน ซึ่ ง
จะเปลี่ยนพลงงานเสียงเป็นสัญญาณไฟฟ้า แลวบนทึกลงในแถบบนทึกเสียงซ่ ึ ง
             ั                              ้ ั               ั
ฉาบดวยสารแม่เหลกในรูปของสัญญาณแม่เหลก ดงแผนผง แผนผงการเปลี่ยน
       ้             ็                        ็ ั       ั       ั
                   พลังงานของเครืองบันทึกเสี ยงขณะบันทึก
เมื่อนาแถบบนทึกเสียงที่บนทึกไดมาเล่น สญญาณแม่เหลกจะถูกเปลี่ยนกลบเป็น
            ั             ั          ้        ั       ็            ั
สญญาณไฟฟ้า และสญญาณน้ ีจะถูกขยายใหแรงข้ ึนดวยอุปกรณ์ไฟฟ้าจนทาใหลาโพง
     ั            ั                         ้       ้                  ้
สนสะเทือนเป็นเสียงข้ ึนอีกคร้ ังหน่ ึง ดงแผนผง สญญาณแม่เหลกจาก แผนผงการ
  ั่                                    ั       ั ั       ็          ั
เปลี่ยนพลงงานของเครืองบนทึกเสียงขณะเล่น
          ั                 ั




          ในการใชเ้ ครื่องใชไฟฟ้าที่ใหพลงงานเสียง พวก วทยุ หรือเครื่องเสียงประเภท
                              ้       ้ ั                ิ
   ตางๆ ส่วนใหญ่สิ้นเปลืองพลงงานไฟฟ้าไม่มาก แต่ท้ งน้ ีข้ ึนอยกบ กาลงไฟฟ้าของ
     ่                             ั                   ั        ู่ ั   ั
                                 ่
   เครื่ องเสี ยงนั้นๆ และขึ้นอยูกบความดังของเสี ยงในการเปิ ดฟังด้วย
ขอบคุณค่ะ
ทีตดตามชมผลงานของพวกเรา
  ่ ิ

งานเครื่องใช้ไฟฟ้า

  • 1.
    เครองใชไ้ ฟฟา ื่ ้ รายวิชาวิทยาศาสตร์
  • 2.
    ผู้จัดทํา นางสาว พธิตา ุ ขันธะกิจ เลขที่ 31 นางสาว ภัทราภรณ์ จํารัส เลขท32 ี่ นางสาว รุ่งนภา ต่อมดวงแก้ว เลขท34 ี่ นางสาว ลักษมี พันธ์ ปัญญา เลขท35 ี่ ชนมัธยมศกษาปีท่ ี3 ห้อง2 ั้ ึ
  • 3.
    เครื่องใช้ ไฟฟา ช่วยใหความเป็นอยของคนในบานในชุมชน ในสงคม มี ้ ้ ู่ ้ ั ความสุข และสะดวกสบาย แต่ถาใชกนอยางไม่ถูกตอง หรื อไม่เหมาะสม ก็จะส่งผล ้ ้ั ่ ้ กรทบต่อสภาพแวดล้อม เช่น การสร้างเขื่อนเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าทาใหเ้ น้ือที่ป่าถูก ํ ทาลายท้ งสตวต่างๆที่ดารงชิวตอยในบริเวณน้ นหรือการผลิตกระแสไฟฟ้าจาก ํ ั ั ์ ํ ิ ู่ ั เช้ือเพลิงก็ส่งผลกระทบ โดยเกิดมลภาวะทางอากาศ และ ทางนาได้ ํ เครื่องใช้ ไฟฟา หมายถึง เครื่องมือที่เปลี่ยนพลงงานไฟฟ้าเป็นพลงงาน ้ ั ั รูปต่างๆที่ตองการ เช่น พลงงานความร้อน พลงงานเสียง พลงงานกล พลงงานเคมี ้ ั ั ั ั
  • 4.
    ข้อควรระวงในการใช้เครื่องใช้ไฟฟา- ใชเ้ ครื่องใชไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าอยาง ั ้ ้ ่ ั่ ้ ู่ ระมัดระวัง- หมนตรวจดูแลสายไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้าใหอยในสภาพที่ใชไดดีและ ้ ้ ปลอดภย- ถ้าไม่มีความรู ้จริ ง อย่าแก้หรื อซ่อมแซมเครื่ องใช้ไฟฟ้ าเองเป็ นอันขาด ั ผลเสี ยที่จะเกิดขึ้น เมื่อใช้เครื่ องใช้ไฟฟ้ าอย่างไม่ระมัดระวัง- ถูกไฟฟ้าช็อต เนื่องจาก ไฟฟ้าลดวงจร หรือไฟฟ้าร่ัว- เกิดเพลิงไหม ้ เนื่องจากไฟฟ้าลดวงจร หรือไฟฟ้าร่ัว ั ั
  • 5.
    เครื่องใช้ ไฟฟาทีให้ แสงสว่าง ้ ่ อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลงงานไฟฟ้าเป็นพลงงานแสง ไดแก่ หลอดไฟฟ้า หลอดฟลูออเรส ั ั ้ เซนต์ และหลอดไฟโฆษณา โธมส แอลวา เอดิสน (Thomas AlvaEdison) นักฟิ สิ กส์ ั ั ั ้ ชาวอเมริกน ไดประดิษฐหลอดไฟฟ้า ข้ ึนเป็นคร้ ังแรกเมื่อ พ.ศ.2422 โดยใช้คาร์บอน ์ ้ ่ เสนเลกๆเป็นไสหลอดและตอมาไดมีการพฒนาข้ ึน จนเป็นหลอดไฟฟ้าที่ใชใน ้ ็ ้ ั ้ ปัจจุบน ั
  • 6.
    หลอดไฟฟา เป็นเครื่องใชไฟฟ้าที่มีใชในทุกบานที่มีการใชพลงงานไฟฟ้าเป็น ้ ้ ้ ้ ้ ั เครื่องใชที่เปลี่ยนพลงงานไฟฟ้า ไปเป็นพลงงานแสง หลอดไฟฟ้าที่ใชทวไปมี 3 ชนิด ้ ั ั ้ ั่ คือ1. หลอดไฟฟ้าแบบธรรมดา หลอดไฟฟ้าแบบธรรมดา มีการเปลี่ยนรูปพลงงานจาก ั พลงงานไฟฟ้าเป็นพลงงานความร้อน แลวจึงเปลี่ยนเป็นพลงงานแสง หลอดไฟฟ้า ั ั ้ ั แบบธรรมดามี 2แบบ คือแบบเกลียวและแบบเขี้ยว มีส่วนประกอบดังนี้
  • 7.
    ไสหลอด ทาดวยโลหะที่มีจุดหลอดเหลวสูง ทนความร้อนไดมากมีความทานสูง เช่น ้ ้ ้ ทงสเตน 1.2 หลอดแกวทาจากแกวที่ทนความร้อนไดดี ไม่แตกง่าย สูบอากาศออกจน ั ้ ้ ้ หมดภายในบรรจุก๊าซไนโตรเจนและอาร์กอนเลกนอย ก๊าซชนิดน้ ีทาปฏิกิริยายาก ช่วย ็ ้ ป้ องกันไม่ให้ไส้หลอดระเหิ ดไปจับที่หลอดแก้ว และช่วยไม่ให้ไส้หลอดไม่ขาดง่าย ถ้า บรรจุก๊าซออกซิเจนจะทาปฏิกิริยากบไสหลอด ซ่ ึงทาใหไสหลอดขาดง่าย 1.3 ขั้ว ั ้ ้ ้ หลอดไฟ เป็นจุดต่อวงจรไฟฟ้า มี 2 แบบ คือ แบบเขี้ยวและแบบเกลียว เนื่องจาก ้ ่ ้ ้ หลอดไฟฟ้าประเภทน้ ีใหแสงสวางไดดวยการเปลี่ยนพลงงานไฟฟ้าเป็นพลงงานความ ั ั ร้อนก่อนที่จะใหแสงสวางออกมา จึงทาใหสิ้นเปลือง พลงงานไฟฟ้ามากกวาหลอด ้ ่ ้ ั ่ ชนิดอื่น ในขนาดกาลงไฟฟ้า ของหลอดไฟซ่ ึงจะกาหนดไวที่หลอดไฟทุกดวง เช่น ั ้ หลอดไฟฟ้าขนาด 100 วัตต์ เป็ นต้น
  • 8.
    หลกการทางานของหลอดไฟฟาธรรมดา การที่หลอด ไฟฟ้าให้แสงสว่างได้ ั ้ ั ั ่ เป็นไปตามหลกการดงน้ ี เมื่อกระแสไฟฟ้าไหลผานไส้หลอด ซ่ ึ งมีความ ต้านทานสูง พลงงานไฟฟ้าจะเปลี่ยนเป็นพลงงานความร้อน ทาใหไส้หลอด ั ั ้ ร้อนจดจนเปล่งแสง ออกมาได้ ซ่ ึ งมีการเปลี่ยนรูปพลงงานดงน้ ี ั ั ั พลังงานไฟฟ้ า ----> พลงงานความร้อน ----> พลงงานแสง ั ั
  • 9.
    หลอดเรืองแสงหรือหลอดฟลูออเรสเซนต์(Fluorescent Lamp) หลอดเรืองแสงหรื อ หลอดฟลูออเรสเซนต์ (Fluorescent Lamp) ทาด้วยหลอดแก้วที่สูบอากาศออกจน หมดแล้วบรรจุไอปรอทไว้เล็กน้อย มีไส้ที่ปลายหลอดทั้งสองข้าง หลอดเรื องแสงอาจ ทาเป็นหลอดตรง หรือคร่ ึ งวงกลมก็ได้ ส่วนประกอบและการทางานของหลอดเรือง แสง มีดงน้ ี ั
  • 10.
    ตวหลอด ภายในสูบอากาศออกจนหมดแล้วบรรจุไอปรอทและก๊าซอาร์กอน เล็กน้อย ั ผิวด้านในของหลอดเรื องแสงฉาบด้วยสารเรื องแสงชนิดต่างๆ แล้วแต่ความต้องการให้ เรื องแสงเป็ นสี ใด เช่น ถ้าต้องการให้เรื องแสงสี เขียว ต้องฉาบด้วยสารซิงคซิลิเคต แสง ์ สีขาวแกมฟ้าฉาบดวยมักเนเซียมทังสเตน แสงสี ชมพูฉาบด้วยแคดเนียมบอเรตเป็นตน ้ ้ ้ ั ุ ู่ 2.2 ไสหลอด ทาดวยทงสเตนหรือวลแฟรมอยที่ปลายท้ งสองขาง เมื่อกระแสไฟฟ้าผาน ้ ั ้ ่ ไสหลอดจะทาใหไสหลอดร้อนข้ ึน ความร้อนที่เกิดข้ ึนจะทาใหไอปรอทที่บรรจุไวใน ้ ้ ้ ้ ้ หลอดกลายเป็นไอมากข้ ึน แต่ขณะน้ นกระแสไฟฟ้ายงผานไอปรอทไม่สะดวกเพราะ ั ั ่ ปรอทยังเป็ นไอน้อยทาให้ความต้านทานของหลอดสูง
  • 11.
    3 สตาร์ตเตอร์ทาหนาที่เป็นสวตซ์ไฟฟ้าอตโนมติของวงจรโดยต่อขนานกบหลอด ทา ํ ้ ิ ั ั ั ด้วยหลอดแก้วภายในบรรจุก๊าซนีออนและแผ่นโลหะคูที่งอตัวได้ เมื่อได้รับความร้อน เมื่อกระแสไฟฟ้าผานก๊าซนีออน ก๊าซนีออนจะติดไฟเกิดความร้อนข้ ึน ทาใหแผน ่ ้ ่ โลหะคู่งอจนแตะติดกนทาใหกลายเป็นวงจรปิดทาใหกระแสไฟฟ้าผานแผน โลหะได้ ั ้ ้ ่ ่ ครบวงจร ก๊าซนีออนที่ติดไฟอยจะดบและเยนลงแผนโลหะคูจะแยกออกจากกนทาให้ ู่ ั ็ ่ ่ ั เกิดความตานทานสูงข้ ึนอยางทนทีซ่ ึงขณะ เดียวกนกระแสไฟฟ้าจะผานไสหลอดได้ ้ ่ ั ั ่ ้ มากข้ ึนทาใหไสหลอดร้อนข้ ึนมาก ปรอทก็จะเป็นไอมากข้ ึนจนพอที่นากระแสไฟฟ้า ้ ้ ได้ 2.4 แบลลสต์ เป็นขดลวดที่พนอยบนแกนเหลก ขณะกระแสไฟฟ้าไหลผานจะเกิด ั ั ู่ ็ ่ การเหนี่ยวนาแม่เหลกไฟฟ้าทาใหเ้ กิดแรงเคลื่อน ไฟฟ้าเหนี่ยวนาข้ ึน เมื่อแผนโลหะคู่ ็ ่ ในสตาร์ตเตอร์แยกตวออกจากกนน้ นจะเกิดวงจรเปิดชวขณะ แรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนี่ยว ั ั ั ั่ นาที่เกิดข้ ึนในแบลลสตจึงทาใหเ้ กิดความต่าง ศกยระหวางไสหลอดท้ งสองขางสูงข้ ึน ั ์ ั ์ ่ ้ ั ้ ่ เพียงพอที่จะทาใหกระแสไฟฟ้าไหลผาน ไอปรอทจากไสหลอดขางหน่ ึงไปยงไส้ ้ ้ ้ ั หลอดอีกขางหน่ ึงได้ แรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนี่ยวนาที่เกิดจากแบลลสตน้ นจะทาใหเ้ กิด ้ ั ์ ั ั กระแสไฟฟ้า เหนี่ยวนาไหลสวนทางกบกระแสไฟฟ้าจากวงจรไฟฟ้าในบานทาให้ ้ กระแส ไฟฟ้าที่จะเขาสู่วงจรของหลอดเรืองแสงลดลง ้
  • 12.
    หลกการทางานของหลอดฟลูออเรสเซนต์ เมื่อกระแสไฟฟ้าผานไอปรอท จะคาย ั ่ พลงงานไฟฟ้าใหแก่ไอปรอท ซ่ ึงจะทาใหอะตอม ของไอปรอทอยในสภาวะถูกกระตน ั ้ ้ ู่ ุ้ (exited state) เป็นผลใหอะตอมปรอทคายพลงงานออกมาเพื่อ ลดระดบพลงงานใน ้ ั ั ั ตวเองในรูปของรังสีอลตราไวโอเลต ซ่ ึงมองไม่เห็น เมื่อรังสีชนิดน้ ีไปกระทบกบสาร ั ั ั วาวแสงที่ฉาบไว้ที่ผิวด้านในของหลอดฟลูออเรส เซนต์ สารเหล่าน้ ีจะเปลงแสงได้ ่ โดยใหแสงสีต่างๆตามชนิดของสารวาวแสงที่ฉาบไวภายในหลอดน้ น เช่น ซิงคซิลิเคท ้ ้ ั ์ (Zinc silicate)ให้แสงสี เขียว ซิงคเ์ บริ ลเลียมซิลิเคท (Zinc Beryllium silicate) ใหแสงสี ้ เหลืองนวล นอกจากน้ ียงอาจผสมสารวาวแสงเหล่าน้ ี เพื่อใหไดแสงสีผสมที่แตกตาง ั ้ ้ ่ กันออกไปได้อีกด้วย
  • 13.
    .หลอดไฟโฆษณาหรือหลอดนีออน หลอดไฟโฆษณาหรือหลอดนออน เป็นหลอดแก้ว ี ที่ถูกลนไฟแล้วดัดให้เป็ นรู ปหรื อตัวอักษร ไม่มีไส้หลอดแต่ที่ปลายทั้งสองข้างจะมี ข้ วไฟฟ้าทาดวยโลหะ ต่อกบแหลงกาเนิดไฟฟ้า ที่มีความต่างศกยสูงประมาณ 10,000 ั ้ ั ่ ั ์ โวลต์ ภายในหลอดสูบอากาศออกจนหมดแลวใส่ก๊าซบางชนิดที่ใหแสงสีต่างๆออกมา ้ ้ เมื่อมีกระแสไฟฟ้ าผ่านเช่นก๊าซนีออนให้แสงสี แดงหรื อส้ม ก๊าซฮีเลียมให้แสงสี ชมพู ความต่างศกยที่สูงมากๆจะทาใหก๊าซที่บรรจุไวในหลอดเกิดการแตกตวเป็นนีออน ั ์ ้ ้ ั และนาไฟฟ้าได้ เมื่อกระแสไฟฟ้าผานก๊าซเหล่าน้ ีจะทาใหก๊าซร้อนติดไฟใหแสงสี ่ ้ ้ ต่างๆได้
  • 14.
    เครื่องใช้ไฟฟาทให้พลงงานความร้อน เป็ นเครื่องใช้ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้ าเป็ น ้ ี่ ั พลงงานความร้อน โดยใชหลกการคือ เมื่อปล่อยกระแสไฟฟ้าผานขดลวดตวนาที่มี ั ้ ั ่ ั ความตานทานสูงๆ ลวดตวนาน้ นจะร้อนจนสามารถนาความร้อนออกไปใชประโยชน์ ้ ั ั ้ ได้ เนื่องจากเป็นเครื่องใชไฟฟ้าที่ใหพลงงานความร้อนมาก จึงสินเปลี่ยนพลงงาน ้ ้ ั ั ไฟฟ้ามากเมื่อเปรียบ ◌้กบการใชเ้ ครื่องใชไฟฟ้าประเภทอื่นๆ เมื่อใชในเวลาที่เท่ากน ั ้ ้ ั ฉะน้ นขณะใชเ้ ครื่องใชไฟฟ้าใหพลงงานความร้อนจึงควรใชดวยความระมดระวง ั ้ ้ ั ้ ้ ั ั ตวอยางเครื่องใชไฟฟ้าที่ใหพลงงานความร้อน เช่น เตารีด หมอหุงขาว กระทะไฟฟ้า ั ่ ้ ้ ั ้ ้ กาตมนา เครื่องตมกาแฟเตาไฟฟ้า ฯลฯ ้ ้ ้
  • 15.
    ส่วนประกอบในเครื่องใช้ไฟฟาทให้พลงงานความร้อน มดงนี้ 1.ขดลวดความร้อน ้ ี่ ั ี ั ่ ่ ั หรือแผนความร้อน มกทาจากโลหะผสมระหวางนิเกิลกบโครเมียม เรียกวา นิโครม ซ่ ึง ั ่ มีสมบัติคือมีจุดหลอมเหลวสูงมากจึงทนความร้อนได้สูงเมื่อมีความร้อนเกิดขึ้นมากๆ จึงไม่ขาด และมีความตานทานสูงมาก 2. เทอโมสตาร์ท หรื อสวิตซ์ความร้อนอัตโนมัติ ้ ทาหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิไม่ให้ร้อนเกินไป มีส่วนประกอบเป็ นโลหะต่างชนิดกัน 2 แผนมาประกบกน เมื่อไดรับความร้อนจะขยายตวไดไม่เท่ากน เช่น เหลกกบ ่ ั ้ ั ้ ั ็ ั ่ ้ ทองเหลือง โดยให้แผ่นโลหะที่ขยายตัวได้นอย(เหล็ก)อยูดานบน ส่วนโลหะที่จะ ้ ขยายตัวได้มาก(ทองเหลือง)อยดานล่าง เมื่อกระแสไฟฟ้าไหลผานแผนโลหะท้ งสอง ู่ ้ ่ ่ ั มากข้ ึน จะทาใหมีอุณหภูมิสูงจนแผนโลหะท้ งสองซ่ ึงขยายตวไดต่างกนโลหะที่ ้ ่ ั ั ้ ั ขยายตวได้ มากจะขยายตวโคงงอ เป็นเหตุใหจุดสมผสแยกออกจากกน เกิดเป็นวงจร ั ั ้ ้ ั ั ั เปิ ด กระแสไฟฟ้ าจึงไหลผ่านไม่ได้ และเมื่อแผ่นโลหะทั้งสองเย็นลงก็จะสัมผัสกัน เหมือนเดิม เกิดเป็นวงจรปิด กระแสไฟฟ้าจึงไหลผานไดอีกคร้ ังหน่ ึง ่ ้
  • 16.
    ข้อควรระวงในการใช้เครื่องใช้ไฟฟาที่ใหพลงงานความร้อน เนื่องจาก ั ้ ้ ั เครื่ องใช้ไฟฟ้ าที่ให้พลังงานความร้อนจะมีกระแสไฟฟ้ าปริ มาณมากไหลผ่าน มากกว่าเครื่องใชประเภทอื่นๆ จึงควรใชดวยความระมดระวงดงน้ ี - หมัน ้ ้ ้ ั ั ั ่ ่ ตรวจสอบดูแลสายไฟ เต้ารับ เต้าเสี ยบ ให้อยูในสภาพเรี ยบร้อยไม่ชารุ ด - เมื่อ เลิกใชงานตองถอดเตาเสียบออกจากเตารับทุกคร้ ังไม่ควรเสียบทิ้งไว ้ ้ ้ ้ ้
  • 17.
    หลกการทางานของเครื่องใช้ไฟฟาทให้ความร้อน เครื่องใชไฟฟ้าที่ใหความร้อน ั ้ ี่ ้ ้ ั ่ มีหลกการคือเมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผานความตานทานไฟฟ้าสูง พลงงานไฟฟ้าจะ ้ ั ั ั ั ้ ่ เปลี่ยนเป็นพลงงานความร้อน ดงน้ น จึงใหกระแสไฟฟ้าไหลผานขดลวดนิโครมหรือ ่ แผนความร้อนซ่ ึงมีความตานทานไฟฟ้า สูงพลงงานไฟฟ้าจะเปลี่ยนเป็นพลงงานความ ้ ั ั ร้อนมากแลวถ่ายเทพลงงานความร้อนไป ยงภาชนะ ้ ั ั
  • 18.
    เครื่องใช้ไฟฟาทให้พลงงานความร้อน ใชพลงงานไฟฟ้ามากกวาเครื่องใชไฟฟ้า ้ ี่ ั ้ ั ่ ้ อื่นหลายเท่า กระแสไฟฟ้าที่ผานเครื่องใชไฟฟ้าเหล่าน้ ีมีปริมาณมากจึงตองใชดวย ่ ้ ้ ้ ้ ความระมดระวง เช่น คอยตรวจสอบสภาพของสายไฟ และเตาเสียบให้อยูในสภาพดี ั ั ้ อยูเ่ สมอ ◌่เพื่อป้องกนอนตรายจากกระแสไฟฟ้ารั่ว ขณะใชเ้ ครื่องใชไฟฟ้าควรดูแล ั ั ้ ้ ่ ้ ้ั ใกลชิด และอยาใชใกลกบสารไวไฟ เมื่อเลิกใชแลวตองถอดเตาเสียบออกทุกคร้ ัง ้ ้ ้ ้
  • 19.
    เครื่องใช้ไฟฟาทให้พลงงานกล มีการเปลี่ยนรูปพลงงานไฟฟ้าเป็นพลงงานกล โดย ้ ี่ ั ั ั อาศยหลกการเหนี่ยวนาแม่เหลกไฟฟ้า ดวยอุปกรณ์ ที่เรียกวามอเตอร์ และ เครื่อง ั ั ็ ้ ่ ควบคุมความเร็ว ซ่ ึงเป็นอุปกรณ์หลกในเครื่องใชไฟฟ้าที่ใหพลงงานกล ตวอยาง ั ้ ้ ั ั ่ เครื่องใชไฟฟ้าที่ใหพลงงานกล เช่น เครื่องปรับอากาศ ตเู ้ ยน พดลม เครื่องซกผา เครื่อง ้ ้ ั ็ ั ั ้ ปั่ นน้าผลไม้ ฯลฯ
  • 20.
    ส่ วนประกอบของเครื่องใช้ ไฟฟาทีให้พลังงานกล ้ ่ มอเตอร์ มอเตอร์ เป็นเครื่องใชไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลงงานไฟฟ้าเป็นพลงงานกล ้ ั ั ่ ประกอบด้วยขดลวดที่พนรอบแกนโลหะที่วางอยูระหว่างขั้วแม่เหล็กโดยเมื่อผาน ั ่ ่ กระแสไฟฟ้าเขาไปยงขดลวดที่อยูระหว่างขั้วแม่เหล็ก จะทาให้ขดลวดหมุนไปรอบ ้ ั แกนและเมื่อสลับข้ วไฟฟ้า การหมุนของขดลวดจะหมนกลบทิศทางเดิม ั ุ ั
  • 21.
    ประเภทของมอเตอร์ มี 2ประเภท คือ มอเตอร์กระแสตรง และมอเตอร์ กระแสสลับ - มอเตอร์กระแสตรง เป็ นมอเตอร์ที่ตองใช้ไฟฟ้ ากระแสตรงผ่านเข้าไปใน ้ ขดลวดอาร์เมเจอร์เพื่อทาให้ เกิดการดูดและผลกกนของแมเ่ หลกถาวรกบ ั ั ็ ั แม่เหลกไฟฟ้าที่เกิดจากขดลวด มอเตอร์จึงหมนได้ - มอเตอร์กระแสสลับ เป็ นมอเตอร์ ็ ุ ที่ตองใชกบไฟฟ้ากระแสสลบโดยใชหลกการดูดและผลกกนของแม่เหลกถาวรกบ ้ ้ั ั ้ ั ั ั ็ ั แม่เหลกไฟฟ้าจากขดลวดมาทาให้ เกิดการหมุนของมอเตอร์ ขอควรระวงในการใช้ ็ ้ ั เครื่ องใช้ไฟฟ้ าที่มีมอเตอรเป็ นส่วนประกอบ คือห้ามใช้เครื่ องใช้ประเภทนี้ในช่วงที่ไฟ ตก หรือแรงดนไฟฟ้าไม่ถึง 220 โวลต์เนื่องจากมอเตอร์จะไม่หมุนและทาให้เกิด ั กระแสไฟฟ้าดนกลบ จะทาใหขดลวดร้อนจดจนเกิดไหมเ้ สียหายได้ ั ั ้ ั
  • 22.
    หลกการทางานของเครื่องใช้ ไฟฟ้ า ั ที่ใหพลงงานกล พลงงานกล ประกอบดวยขดลวดที่พนรอบแกน ้ ั ั ้ ั โลหะที่วางอยระหว่างข้ วแม่เหลก โดยเมื่อผานกระแสไฟฟ้าเขาไปยงขดลวดที่ ู่ ั ็ ่ ้ ั อยูระหว่างข้ วแม่เหลก จะทาใหขดลวดหมุนไปรอบแกน และเมื่อสลบ ่ ั ็ ้ ั ข้ วไฟฟ้า การหมุนของขดลวดจะหมุนกลบทิศทางเดิม ั ั
  • 23.
    เครื่องใช้ ไฟฟาทีเ่ ปลียนพลังงานไฟฟาเป็นพลังงานเสี ยง ได้แก่ เครื่ องรับวิทยุ ้ ่ ้ เครื่ องขยายเสี ยง เครื่ องบันทึกเสี ยง ฯลฯ 1.เครื่ องรับวิทยุ เป็ นอุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงาน ไฟฟ้าเป็นพลงงานเสียง โดยรับคลื่นวทยุ จากสถานีส่งแลวใชอุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์ ั ิ ้ ้ ็ ่ ขยายสัญญาณเสี ยงที่มีอยูในรู ปของ สัญญาณไฟฟ้ าให้แรงขึ้นเมื่อผ่านสัญญาณไฟฟ้ านี้ ไปยงลาโพงจะทาใหลาโพงสนสะเทือนเปลี่ยนเป็นเสียงที่สามารถรับฟังได้ ดงแผนผง ั ้ ั่ ั ั แผนผงการเปลี่ยนพลงงานไฟฟ้าเป็นพลงงานเสียงของเครื่องรับวทยุ ั ั ั ิ
  • 24.
    เครื่องขยายเสี ยง(Amplifier) คือเครื่องใชไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลงงานไฟฟ้าเป็น ้ ั พลงงานเสียงโดยรับสญญาณไฟฟ้าจากไมโครโฟน หวเทปหรือจาก เครื่องกาเนิด ั ั ั สญญาณไฟฟ้าจากเสียงต่างๆ มาขยายสญญาณไฟฟ้าจนมีกาลงมากพอจึงส่งออกสู่ลา ั ั ั โพงเสี ยง ส่วนประกอบของเครื่ องขยายเสี ยง 1. ไมโครโฟน เปลี่ยนพลงงานเสียงให้ ั เป็นสญญาณไฟฟ้า 2. เครื่องขยายสญญาณไฟฟ้า ขยายสญญาณไฟฟ้าใหแรงข้ ึน 3. ลา ั ั ั ้ โพง เปลี่ยนสญญาณไฟฟ้าใหเ้ ป็นพลงงานเสียง ั ั
  • 25.
    เครื่องบันทึกเสี ยง (Taperecorder) ขณะบันทึกด้วยการพูดผ่านไมโครโฟน ซึ่ ง จะเปลี่ยนพลงงานเสียงเป็นสัญญาณไฟฟ้า แลวบนทึกลงในแถบบนทึกเสียงซ่ ึ ง ั ้ ั ั ฉาบดวยสารแม่เหลกในรูปของสัญญาณแม่เหลก ดงแผนผง แผนผงการเปลี่ยน ้ ็ ็ ั ั ั พลังงานของเครืองบันทึกเสี ยงขณะบันทึก
  • 26.
    เมื่อนาแถบบนทึกเสียงที่บนทึกไดมาเล่น สญญาณแม่เหลกจะถูกเปลี่ยนกลบเป็น ั ั ้ ั ็ ั สญญาณไฟฟ้า และสญญาณน้ ีจะถูกขยายใหแรงข้ ึนดวยอุปกรณ์ไฟฟ้าจนทาใหลาโพง ั ั ้ ้ ้ สนสะเทือนเป็นเสียงข้ ึนอีกคร้ ังหน่ ึง ดงแผนผง สญญาณแม่เหลกจาก แผนผงการ ั่ ั ั ั ็ ั เปลี่ยนพลงงานของเครืองบนทึกเสียงขณะเล่น ั ั ในการใชเ้ ครื่องใชไฟฟ้าที่ใหพลงงานเสียง พวก วทยุ หรือเครื่องเสียงประเภท ้ ้ ั ิ ตางๆ ส่วนใหญ่สิ้นเปลืองพลงงานไฟฟ้าไม่มาก แต่ท้ งน้ ีข้ ึนอยกบ กาลงไฟฟ้าของ ่ ั ั ู่ ั ั ่ เครื่ องเสี ยงนั้นๆ และขึ้นอยูกบความดังของเสี ยงในการเปิ ดฟังด้วย
  • 27.