งานนาเสนอ
         เครื่องใช้ไฟฟ้า


รายวิชาวิทยาศาสตร์
จัดทาโดย
ด.ญ.   วรรณารัตน์ บุญวงศ์ เลขที่26
ด.ญ.   วราภรณ์         วงค์ราษฎร์ เลขที27 ่
ด.ญ.   วัชราภรณ์        ฟองฟู เลขที28       ่
ด.ญ.   ศิรพร
          ิ            สมเครือ เลขที29่
ด.ญ.   ศิวพร           หล่อวงค์ เลขที30 ่
            ชันมัธยมศึกษา ม.3/1
              ้
                 เสนอ
            ครู จิราภรณ์ ไชยมงคล
เครืองใช้ไฟฟ้าคือ อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้า
             ่
เป็นพลังงานรูปอื่น เพื่อนาไปใช้ในชีวิตประจาวัน
ไม่ว่าจะเป็น เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ภายในบ้าน
ในสานักงาน ตลอดจนเครื่องมือ เครื่องจักร
ในโรงงานอุตสาหกรรม ล้วนแต่ต้องอาศัยพลังงานจากไฟฟ้าทั้งสิ้น
1.   เครืองใช้ไฟฟ้าที่ให้แสงสว่าง
         ่
2.   เครืองใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน
           ่
3.   เครืองใช้ไฟฟ้าทีให้พลังงานกล
               ่      ่
4.   เครืองใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเสียง
             ่
เครืองใช้ไฟฟ้าที่ให้แสงสว่าง
                     ่
     อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานแสงสว่าง
คือหลอดไฟฟ้า หลอดไฟฟ้าที่ใช้ในบ้าน แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ดังนี้
1. หลอดไฟฟ้าแบบธรรมดา
 1.1 ไส้หลอด ทาด้วยโลหะที่มจุดหลอดเหลวสูง ทนความร้อนได้มาก
                             ี
 มีความทานสูง เช่น ทังสเตน
 1.2 หลอดแก้ว ทาจากแก้วที่ทนความร้อนได้ดี ไม่แตกง่าย สูบอากาศออกจนหมด
     ภายในบรรจุก๊าซไนโตรเจนและอาร์กอนเล็กน้อย ก๊าซชนิดนี้ทาปฏิกิริยา
          ยาก ช่วยป้องกันไม่ให้ไส้หลอดระเหิดไปจับที่หลอดแก้ว
หลักการทางานของหลอดไฟฟ้า

การที่หลอด ไฟฟ้าให้แสงสว่างได้เป็นไปตามหลักการดังนี้ เมื่อ
กระแสไฟฟ้าไหลผ่านไส้หลอด ซึ่งมีความต้านทานสูง พลังงานไฟฟ้าจะ
เปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน ทาให้ไส้หลอดร้อนจัดจนเปล่งแสง
ออกมาได้ ซึ่งมีการเปลี่ยนรูปพลังงานดังนี้
พลังงานไฟฟ้า ----> พลังงานความร้อน ----> พลังงานแสง
2. หลอดเรืองแสงหรือหลอดฟลูออเรสเซนต์

      ส่วนประกอบของหลอดฟลูออเรสเซนต์มีดังนี้
               2.1 ตัวหลอด ภายในสูบอากาศออกจนหมดแล้วบรรจุ
ไอปรอทและก๊าซอาร์กอน เล็กน้อย ผิวด้านในของหลอดเรืองแสงฉาบ
ด้วยสารเรืองแสงชนิดต่างๆ แล้วแต่ความต้องการให้เรืองแสงเป็นสีใด
เช่น ถ้าต้องการให้เรืองแสงสีเขียว ต้องฉาบด้วยสารซิงค์ซลิเคต แสงสี
                                                      ิ
ขาวแกม ฟ้าฉาบด้วยมักเนเซียมทังสเตน แสงสีชมพูฉาบด้วยแคดเนียม
     บอเรต เป็นต้น
2.2 สตาร์ตเตอร์ ทาหน้าทีเป็นสวิตซ์ไฟฟ้าอัตโนมัติของ
                                          ่
วงจรโดยต่อขนานกับหลอด ทาด้วยหลอดแก้วภายในบรรจุกาซนีออนและ๊
แผ่นโลหะคู่ที่งอตัวได้เมื่อได้รับความร้อน เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านก๊าซนีออน
ก๊าซนีออนจะติดไฟเกิดความร้อนขึ้น ทาให้แผ่นโลหะคู่งอจนแตะติดกันทาให้
กลายเป็นวงจรปิดทาให้กระแสไฟฟ้าผ่านแผ่นโลหะได้ครบวงจร ก๊าซ
นีออนที่ติดไฟอยู่จะดับและเย็น
ลง แผ่นโลหะคู่จะแยกออกจากกันทาให้เกิดความต้านทานสูงขึ้นอย่างทันทีซึ่ง
ขณะเดียวกันกระแสไฟฟ้าจะผ่านไส้หลอดได้มากขึ้นทาให้ไส้หลอดร้อน
ขึ้นมาก ปรอทก็จะเป็นไอมากขึ้นจนพอที่นากระแสไฟฟ้าได้
หลักการทางานของหลอดเรืองแสง
         เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านไอปรอทจะคายพลังงานไฟฟ้าให้อะตอมไอ
ปรอท ทาให้อะตอมของไอปรอทอยู่ในสภาวะถูกกระตุ้น (excited state)
และอะตอมของปรอทจะคายพลังงานออกมาเพื่อลดระดับพลังงาน ในรูป
ของรังสีอัลตราไวโอเลต ซึ่งอยู่ในช่วงของแสงที่มองไม่เห็น เมื่อรังสีนี้กระทบ
สารเรืองแสงที่ฉาบไว้ที่ผิวหลอด สารเรืองแสงจะเปล่งแสงสีต่างๆตามชนิด
ของสารเรืองแสงที่ฉาบไว้ในหลอดนั้น
เครืองใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน
                        ่
             อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานความร้อน
       มีส่วนประกอบที่สาคัญ คือ
    1. ขดลวดความร้อน หรือแผ่นความร้อน มักทาจากโลหะผสมระหว่างนิเกิล
กับโครเมียม เรียกว่า นิโครม ซึงมีสมบัติคือมีจุดหลอมเหลวสูงมากจึงทนความร้อน
                                  ่
ได้สูงเมื่อมีความร้อนเกิดขึ้นมากๆจึงไม่ขาดและมีความต้านทานสูงมาก
      2. เทอร์โมสตาร์ท ทาหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิไม่ให้ร้อนเกินไป มีส่วนประกอบ
เป็นโลหะต่างชนิดกัน 2 แผ่นมาประกบกัน เมื่อได้รับความร้อนจะขยายตัวได้ไม่
เท่ากัน โดยให้แผ่นโลหะที่ขยายตัวได้น้อย(เหล็ก)อยู่ด้านบน ส่วนโลหะที่จะขยายตัว
ได้มาก(ทองเหลือง)อยู่ด้านล่าง
เมื่อกระแสไฟฟ้าไหลผ่านแผ่นโลหะทั้งสองมากขึ้นจะทาให้
     มีอุณหภูมิสงจนแผ่นโลหะทั้งสองซึ่งขยายตัวได้ต่างกันโลหะที่ขยายตัว
                 ู
    ได้มากจะขยายตัวโค้งงอ เป็นเหตุให้จุดสัมผัสแยกออกจากกัน
เกิดเป็นวงจรเปิด กระแสไฟฟ้าจึงไหลผ่านไม่ได้ และเมื่อแผ่นโลหะทั้งสองเย็นลง
ก็จะสัมผัสกันเหมือนเดิม เกิดเป็นวงจรปิด กระแสไฟฟ้าจึงไหลผ่านได้อีกครั้งหนึ่ง
หลักการทางาน
คือเมื่อปล่อยกระแสไฟฟ้าผ่านขดลวดตัวนาที่มีความต้านทานสูงๆ ลวดตัวนานั้น
จะร้อน จนสามารถนาความร้อนออกไปใช้ประโยชน์ได้
เครืองใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานกล
                     ่
         อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล มีดังนี้
1.มอเตอร์ เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าทีเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงา
                                 ่
    กล ประกอบด้วย
ขดลวด ที่พันรอบแกนโลหะที่วางอยู่ ระหว่างขั้วแม่เหล็กโดยเมื่อผ่านกระแสไฟฟ้า
เข้าไปยังขดลวดที่อยู่ระหว่างขั้วแม่เหล็ก จะทาให้ขดลวดหมุนไปรอบแกน
และเมื่อสลับขั้วไฟฟ้า การหมุนของขดลวดจะหมุนกลับทิศทางเดิม
2. เครื่องควบคุมความเร็วของมอเตอร์ ทาได้โดย การเพิ่มหรือลดความต้านทาน
ให้กระแสไฟฟ้าผ่านได้มากหรือน้อยภายในเครื่องใช้ไฟฟ้านั้น ซึ่งเป็นผล
                          ให้ความเร็ว ของการหมุนมอเตอร์เปลี่ยนไปจากเดิม
หลักการทางาน
           โดยอาศัยหลักการเหนี่ยวนาแม่เหล็กไฟฟ้า ด้วยอุปกรณ์
ที่เรียกว่า มอเตอร์ และ เครืองควบคุมความเร็ว ซึ่งเป็นอุปกรณ์หลัก
                              ่
ในเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานกล ตัวอย่าง เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานกล
เช่น พัดลม เครื่องซักผ้า เป็นต้น
เครืองใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเสียง
                      ่
      อุปกรณ์ที่สาคัญในเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานเสียง คือ
1. ไมโครโฟน เป็นอุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานเสียงเป็นพลังงานไฟฟ้า
2. ลาโพง           เป็นอุปกรณ์ที่เปลี่ยนสัญญาณไฟฟ้าเป็นพลังงานเสียง
3. เครืองรับวิทยุ เป็นอุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานเสียง
       ่
โดยรับคลื่นวิทยุ จากสถานีส่งแล้วใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขยายสัญญาณเสียงที่มี
อยู่ในรูปของสัญญาณไฟฟ้าให้แรงขึ้นเมื่อผ่านสัญญาณไฟฟ้านี้ไปยังลาโพงจะ
ทาให้ลาโพงสั่นสะเทือนเปลี่ยนเป็นเสียงที่สามารถรับฟังได้ ดังแผนผัง

   เสาอากาศ           ขยายสัญญาณ             ลาโพง                  เสียง
                                        (รับคลื่นวิทยุ)
เครืองขยายเสียง คือ เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็น
                  ่
         พลังงานเสียงโดยรับสัญญาณไฟฟ้าจากไมโครโฟน หัวเทป หรือจากเครื่องกาเนิด
สัญญาณไฟฟ้าจากเสียงต่างๆ มาขยายสัญญาณไฟฟ้าจนมีกาลังมากพอจึงส่งออกสู่ลาโพงเสียง

เสียง           ไมโครโฟน       สัญญาณไฟฟ้า             บันทึกเป็นสัญญาณแม่เหล็กลง
                                                           บนแถบบันทึกเสียง

             แผนผังการเปลี่ยนพลังงานของเครื่องบันทึกเสียงขณะบันทึก
เมื่อนาแถบบันทึกเสียงที่บันทึกได้มาเล่น สัญญาณแม่เหล็กจะถูก
         เปลี่ยนกลับ เป็นสัญญาณไฟฟ้า และสัญญาณนี้จะถูกขยายให้แรงขึ้นด้วยอุปกรณ์
   ไฟฟ้าจนทาให้ลาโพงสั่นสะเทือนเป็นเสียงขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ดังแผนผัง

สัญญาณแม่เหล็กจาก     สัญญาณไฟฟ้า      ขยายสัญญาณ     ลาโพง     เสียง
   แถบบันทึกเสียง

                แผนผังการเปลี่ยนพลังงานของเครื่องบันทึกเสียงขณะเล่น
วิธีการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า
แต่ละประเภทอย่าง
ประหยัด
เครืองใช้ไฟฟ้าที่ให้แสงสว่าง
        ่
-      เลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าให้เหมาะสม
-       ปิดไฟบางบริเวณให้เร็วกว่าที่เคยปฏิบัติ
-       เลิกเปิดไฟทิ้งไว้เมื่อไม่มีคนอยู่ หรือเมื่อเลิกใช้งาน
-       ลดจานวนหลอดไฟในบริเวณที่อาศัยแสงธรรมชาติได้
-       เลิกใช้หลอดไฟที่ไม่ได้มาตรฐาน
-       หมั่นทาความสะอาดตัวหลอดไม่ให้มีฝุ่นละอองเกาะ
       เพราะจะทาให้ความสว่างลดน้อยลง
-  สารวจปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ที่หมดอายุการใช้งาน
    หรือไม่ได้คณภาพ
               ุ
- บารุงรักษาอุปกรณ์อย่างสม่าเสมอ ตรวจสอบการ
   ทางานและความสว่าง
- หลอดไส้ใช้สาหรับบริเวณที่ต้องการปรับหรือหรี่แสง
    แต่ไม่ประหยัดพลังงาน
 - หลอดตะเกียบประหยัดพลังงานกว่า
    หลอดไส้
เครืองใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน
                      ่
    วิธีใช้เตารีดไฟฟ้าให้ประหยัดพลังงาน
-       ควรรีดผ้าคราวละมากๆติดต่อกันจนเสร็จและควรเริ่มรีดผ้าบางๆก่อนในขณะ
        ที่เตารีดยังไม่ร้อนและก่อน
-       รีดเสร็จประมาณ 2-3นาที ให้ถอดปลั๊กออก
-      เมื่อไม่ได้ใช้งานควรถอดปลั๊กออกและก่อนจะเก็บควรทิ้งเตารีดให้เย็นก่อน
-       ควรระวังไม่ให้ความร้อนจากเตารีดสัมผัสสายไฟฟ้า
-       สายปลักของเตารีด-เปลือกสาย(ฉนวน) ต้องไม่เสื่อมสภาพหรือฉีกขาด
                ๊
เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานกล
วิธใช้พดลมเพือประหยัดพลังงาน
   ี ั       ่
-        ควรใช้พัดลมตั้งพื้นหรือตั้งโต๊ะแทนพัดลมติดเพดานเพราะจะกินไฟ
         น้อยกว่าพัดลมติดเพดานประมาณครึ่งหนึ่ง
-       อย่าเปิดพัดลมทิ้งไว้เมื่อไม่มีคนอยู่
-       เมื่อเลิกใช้ควรปิดพัดลมและถอดปลั๊กออก
-       ปรับระดับความเร็วลมพอสมควร
-       เลือกขนาดให้เหมาะสมกับการใช้งาน
-       ควรเปิดหน้าต่างใช้ลมธรรมชาติแทนถ้าทาได้
วิธใช้เครื่องซักผ้าให้ประหยัดพลังงานและปลอดภัย
    ี
- เลือกขนาดให้เหมาะสมกับงานที่ใช้ ซักผ้าตามพิกัดของเครื่อง
  อย่าใส่ผ้าอัดแน่นเกินกาลังของเครื่อง
- การซักผ้าทีละ2-3 ชิ้นไม่เป็นการประหยัดและควรใช้น้าร้อนซักผ้าเมื่อจาเป็น
  เท่านั้น
- ซักผ้าแล้ว ไม่จาเป็นต้องใช้เครื่องอบผ้าแห้งด้วยไฟฟ้า ควรใช้วิธีการ
  ผึ่งลมหรือผึ่งแดด
- ต้องต่อสายดินและหมั่นตรวจสอบไฟรั่วด้วยไขควงลองไฟ
  อยู่เสมอ
เครืองใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเสียง
                ่
-   เลิกเปิดวิทยุเพียงเพื่อเป็นเพื่อนโดยไม่ได้สนใจฟัง
-   เลิกเปิดวิทยุคู่กับการเปิดดูโทรทัศน์
-   เลิกเสียบปลั๊กไว้เพื่อใช้ดูเวลา หากมีนาฬิกาอื่นๆ ใช้ดูเวลาอยู่แล้ว
-   เลิกปิดเครื่องโดยใช้รีโมทคอนโทรล ให้ปิดจากสวิตซ์ที่เครื่องแทน
เครื่องใช้ไฟฟ้า

เครื่องใช้ไฟฟ้า

  • 1.
    งานนาเสนอ เครื่องใช้ไฟฟ้า รายวิชาวิทยาศาสตร์
  • 2.
    จัดทาโดย ด.ญ. วรรณารัตน์ บุญวงศ์ เลขที่26 ด.ญ. วราภรณ์ วงค์ราษฎร์ เลขที27 ่ ด.ญ. วัชราภรณ์ ฟองฟู เลขที28 ่ ด.ญ. ศิรพร ิ สมเครือ เลขที29่ ด.ญ. ศิวพร หล่อวงค์ เลขที30 ่ ชันมัธยมศึกษา ม.3/1 ้ เสนอ ครู จิราภรณ์ ไชยมงคล
  • 3.
    เครืองใช้ไฟฟ้าคือ อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้า ่ เป็นพลังงานรูปอื่น เพื่อนาไปใช้ในชีวิตประจาวัน ไม่ว่าจะเป็น เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ภายในบ้าน ในสานักงาน ตลอดจนเครื่องมือ เครื่องจักร ในโรงงานอุตสาหกรรม ล้วนแต่ต้องอาศัยพลังงานจากไฟฟ้าทั้งสิ้น
  • 5.
    1. เครืองใช้ไฟฟ้าที่ให้แสงสว่าง ่ 2. เครืองใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน ่ 3. เครืองใช้ไฟฟ้าทีให้พลังงานกล ่ ่ 4. เครืองใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเสียง ่
  • 7.
    เครืองใช้ไฟฟ้าที่ให้แสงสว่าง ่ อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานแสงสว่าง คือหลอดไฟฟ้า หลอดไฟฟ้าที่ใช้ในบ้าน แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ดังนี้ 1. หลอดไฟฟ้าแบบธรรมดา 1.1 ไส้หลอด ทาด้วยโลหะที่มจุดหลอดเหลวสูง ทนความร้อนได้มาก ี มีความทานสูง เช่น ทังสเตน 1.2 หลอดแก้ว ทาจากแก้วที่ทนความร้อนได้ดี ไม่แตกง่าย สูบอากาศออกจนหมด ภายในบรรจุก๊าซไนโตรเจนและอาร์กอนเล็กน้อย ก๊าซชนิดนี้ทาปฏิกิริยา ยาก ช่วยป้องกันไม่ให้ไส้หลอดระเหิดไปจับที่หลอดแก้ว
  • 8.
    หลักการทางานของหลอดไฟฟ้า การที่หลอด ไฟฟ้าให้แสงสว่างได้เป็นไปตามหลักการดังนี้ เมื่อ กระแสไฟฟ้าไหลผ่านไส้หลอดซึ่งมีความต้านทานสูง พลังงานไฟฟ้าจะ เปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน ทาให้ไส้หลอดร้อนจัดจนเปล่งแสง ออกมาได้ ซึ่งมีการเปลี่ยนรูปพลังงานดังนี้ พลังงานไฟฟ้า ----> พลังงานความร้อน ----> พลังงานแสง
  • 9.
    2. หลอดเรืองแสงหรือหลอดฟลูออเรสเซนต์ ส่วนประกอบของหลอดฟลูออเรสเซนต์มีดังนี้ 2.1 ตัวหลอด ภายในสูบอากาศออกจนหมดแล้วบรรจุ ไอปรอทและก๊าซอาร์กอน เล็กน้อย ผิวด้านในของหลอดเรืองแสงฉาบ ด้วยสารเรืองแสงชนิดต่างๆ แล้วแต่ความต้องการให้เรืองแสงเป็นสีใด เช่น ถ้าต้องการให้เรืองแสงสีเขียว ต้องฉาบด้วยสารซิงค์ซลิเคต แสงสี ิ ขาวแกม ฟ้าฉาบด้วยมักเนเซียมทังสเตน แสงสีชมพูฉาบด้วยแคดเนียม บอเรต เป็นต้น
  • 10.
    2.2 สตาร์ตเตอร์ ทาหน้าทีเป็นสวิตซ์ไฟฟ้าอัตโนมัติของ ่ วงจรโดยต่อขนานกับหลอด ทาด้วยหลอดแก้วภายในบรรจุกาซนีออนและ๊ แผ่นโลหะคู่ที่งอตัวได้เมื่อได้รับความร้อน เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านก๊าซนีออน ก๊าซนีออนจะติดไฟเกิดความร้อนขึ้น ทาให้แผ่นโลหะคู่งอจนแตะติดกันทาให้ กลายเป็นวงจรปิดทาให้กระแสไฟฟ้าผ่านแผ่นโลหะได้ครบวงจร ก๊าซ นีออนที่ติดไฟอยู่จะดับและเย็น ลง แผ่นโลหะคู่จะแยกออกจากกันทาให้เกิดความต้านทานสูงขึ้นอย่างทันทีซึ่ง ขณะเดียวกันกระแสไฟฟ้าจะผ่านไส้หลอดได้มากขึ้นทาให้ไส้หลอดร้อน ขึ้นมาก ปรอทก็จะเป็นไอมากขึ้นจนพอที่นากระแสไฟฟ้าได้
  • 11.
    หลักการทางานของหลอดเรืองแสง เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านไอปรอทจะคายพลังงานไฟฟ้าให้อะตอมไอ ปรอท ทาให้อะตอมของไอปรอทอยู่ในสภาวะถูกกระตุ้น (excited state) และอะตอมของปรอทจะคายพลังงานออกมาเพื่อลดระดับพลังงาน ในรูป ของรังสีอัลตราไวโอเลต ซึ่งอยู่ในช่วงของแสงที่มองไม่เห็น เมื่อรังสีนี้กระทบ สารเรืองแสงที่ฉาบไว้ที่ผิวหลอด สารเรืองแสงจะเปล่งแสงสีต่างๆตามชนิด ของสารเรืองแสงที่ฉาบไว้ในหลอดนั้น
  • 12.
    เครืองใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน ่ อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานความร้อน มีส่วนประกอบที่สาคัญ คือ 1. ขดลวดความร้อน หรือแผ่นความร้อน มักทาจากโลหะผสมระหว่างนิเกิล กับโครเมียม เรียกว่า นิโครม ซึงมีสมบัติคือมีจุดหลอมเหลวสูงมากจึงทนความร้อน ่ ได้สูงเมื่อมีความร้อนเกิดขึ้นมากๆจึงไม่ขาดและมีความต้านทานสูงมาก 2. เทอร์โมสตาร์ท ทาหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิไม่ให้ร้อนเกินไป มีส่วนประกอบ เป็นโลหะต่างชนิดกัน 2 แผ่นมาประกบกัน เมื่อได้รับความร้อนจะขยายตัวได้ไม่ เท่ากัน โดยให้แผ่นโลหะที่ขยายตัวได้น้อย(เหล็ก)อยู่ด้านบน ส่วนโลหะที่จะขยายตัว ได้มาก(ทองเหลือง)อยู่ด้านล่าง
  • 13.
    เมื่อกระแสไฟฟ้าไหลผ่านแผ่นโลหะทั้งสองมากขึ้นจะทาให้ มีอุณหภูมิสงจนแผ่นโลหะทั้งสองซึ่งขยายตัวได้ต่างกันโลหะที่ขยายตัว ู ได้มากจะขยายตัวโค้งงอ เป็นเหตุให้จุดสัมผัสแยกออกจากกัน เกิดเป็นวงจรเปิด กระแสไฟฟ้าจึงไหลผ่านไม่ได้ และเมื่อแผ่นโลหะทั้งสองเย็นลง ก็จะสัมผัสกันเหมือนเดิม เกิดเป็นวงจรปิด กระแสไฟฟ้าจึงไหลผ่านได้อีกครั้งหนึ่ง หลักการทางาน คือเมื่อปล่อยกระแสไฟฟ้าผ่านขดลวดตัวนาที่มีความต้านทานสูงๆ ลวดตัวนานั้น จะร้อน จนสามารถนาความร้อนออกไปใช้ประโยชน์ได้
  • 14.
    เครืองใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานกล ่ อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล มีดังนี้ 1.มอเตอร์ เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าทีเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงา ่ กล ประกอบด้วย ขดลวด ที่พันรอบแกนโลหะที่วางอยู่ ระหว่างขั้วแม่เหล็กโดยเมื่อผ่านกระแสไฟฟ้า เข้าไปยังขดลวดที่อยู่ระหว่างขั้วแม่เหล็ก จะทาให้ขดลวดหมุนไปรอบแกน และเมื่อสลับขั้วไฟฟ้า การหมุนของขดลวดจะหมุนกลับทิศทางเดิม 2. เครื่องควบคุมความเร็วของมอเตอร์ ทาได้โดย การเพิ่มหรือลดความต้านทาน ให้กระแสไฟฟ้าผ่านได้มากหรือน้อยภายในเครื่องใช้ไฟฟ้านั้น ซึ่งเป็นผล ให้ความเร็ว ของการหมุนมอเตอร์เปลี่ยนไปจากเดิม
  • 15.
    หลักการทางาน โดยอาศัยหลักการเหนี่ยวนาแม่เหล็กไฟฟ้า ด้วยอุปกรณ์ ที่เรียกว่า มอเตอร์ และ เครืองควบคุมความเร็ว ซึ่งเป็นอุปกรณ์หลัก ่ ในเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานกล ตัวอย่าง เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานกล เช่น พัดลม เครื่องซักผ้า เป็นต้น
  • 16.
    เครืองใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเสียง ่ อุปกรณ์ที่สาคัญในเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานเสียง คือ 1. ไมโครโฟน เป็นอุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานเสียงเป็นพลังงานไฟฟ้า 2. ลาโพง เป็นอุปกรณ์ที่เปลี่ยนสัญญาณไฟฟ้าเป็นพลังงานเสียง 3. เครืองรับวิทยุ เป็นอุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานเสียง ่ โดยรับคลื่นวิทยุ จากสถานีส่งแล้วใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขยายสัญญาณเสียงที่มี อยู่ในรูปของสัญญาณไฟฟ้าให้แรงขึ้นเมื่อผ่านสัญญาณไฟฟ้านี้ไปยังลาโพงจะ ทาให้ลาโพงสั่นสะเทือนเปลี่ยนเป็นเสียงที่สามารถรับฟังได้ ดังแผนผัง เสาอากาศ ขยายสัญญาณ ลาโพง เสียง (รับคลื่นวิทยุ)
  • 17.
    เครืองขยายเสียง คือ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็น ่ พลังงานเสียงโดยรับสัญญาณไฟฟ้าจากไมโครโฟน หัวเทป หรือจากเครื่องกาเนิด สัญญาณไฟฟ้าจากเสียงต่างๆ มาขยายสัญญาณไฟฟ้าจนมีกาลังมากพอจึงส่งออกสู่ลาโพงเสียง เสียง ไมโครโฟน สัญญาณไฟฟ้า บันทึกเป็นสัญญาณแม่เหล็กลง บนแถบบันทึกเสียง แผนผังการเปลี่ยนพลังงานของเครื่องบันทึกเสียงขณะบันทึก
  • 18.
    เมื่อนาแถบบันทึกเสียงที่บันทึกได้มาเล่น สัญญาณแม่เหล็กจะถูก เปลี่ยนกลับ เป็นสัญญาณไฟฟ้า และสัญญาณนี้จะถูกขยายให้แรงขึ้นด้วยอุปกรณ์ ไฟฟ้าจนทาให้ลาโพงสั่นสะเทือนเป็นเสียงขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ดังแผนผัง สัญญาณแม่เหล็กจาก สัญญาณไฟฟ้า ขยายสัญญาณ ลาโพง เสียง แถบบันทึกเสียง แผนผังการเปลี่ยนพลังงานของเครื่องบันทึกเสียงขณะเล่น
  • 19.
  • 20.
    เครืองใช้ไฟฟ้าที่ให้แสงสว่าง ่ - เลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าให้เหมาะสม - ปิดไฟบางบริเวณให้เร็วกว่าที่เคยปฏิบัติ - เลิกเปิดไฟทิ้งไว้เมื่อไม่มีคนอยู่ หรือเมื่อเลิกใช้งาน - ลดจานวนหลอดไฟในบริเวณที่อาศัยแสงธรรมชาติได้ - เลิกใช้หลอดไฟที่ไม่ได้มาตรฐาน - หมั่นทาความสะอาดตัวหลอดไม่ให้มีฝุ่นละอองเกาะ เพราะจะทาให้ความสว่างลดน้อยลง
  • 21.
    - สารวจปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ที่หมดอายุการใช้งาน หรือไม่ได้คณภาพ ุ - บารุงรักษาอุปกรณ์อย่างสม่าเสมอ ตรวจสอบการ ทางานและความสว่าง - หลอดไส้ใช้สาหรับบริเวณที่ต้องการปรับหรือหรี่แสง แต่ไม่ประหยัดพลังงาน - หลอดตะเกียบประหยัดพลังงานกว่า หลอดไส้
  • 22.
    เครืองใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน ่ วิธีใช้เตารีดไฟฟ้าให้ประหยัดพลังงาน - ควรรีดผ้าคราวละมากๆติดต่อกันจนเสร็จและควรเริ่มรีดผ้าบางๆก่อนในขณะ ที่เตารีดยังไม่ร้อนและก่อน - รีดเสร็จประมาณ 2-3นาที ให้ถอดปลั๊กออก - เมื่อไม่ได้ใช้งานควรถอดปลั๊กออกและก่อนจะเก็บควรทิ้งเตารีดให้เย็นก่อน - ควรระวังไม่ให้ความร้อนจากเตารีดสัมผัสสายไฟฟ้า - สายปลักของเตารีด-เปลือกสาย(ฉนวน) ต้องไม่เสื่อมสภาพหรือฉีกขาด ๊
  • 23.
    เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานกล วิธใช้พดลมเพือประหยัดพลังงาน ี ั ่ - ควรใช้พัดลมตั้งพื้นหรือตั้งโต๊ะแทนพัดลมติดเพดานเพราะจะกินไฟ น้อยกว่าพัดลมติดเพดานประมาณครึ่งหนึ่ง - อย่าเปิดพัดลมทิ้งไว้เมื่อไม่มีคนอยู่ - เมื่อเลิกใช้ควรปิดพัดลมและถอดปลั๊กออก - ปรับระดับความเร็วลมพอสมควร - เลือกขนาดให้เหมาะสมกับการใช้งาน - ควรเปิดหน้าต่างใช้ลมธรรมชาติแทนถ้าทาได้
  • 24.
    วิธใช้เครื่องซักผ้าให้ประหยัดพลังงานและปลอดภัย ี - เลือกขนาดให้เหมาะสมกับงานที่ใช้ ซักผ้าตามพิกัดของเครื่อง อย่าใส่ผ้าอัดแน่นเกินกาลังของเครื่อง - การซักผ้าทีละ2-3 ชิ้นไม่เป็นการประหยัดและควรใช้น้าร้อนซักผ้าเมื่อจาเป็น เท่านั้น - ซักผ้าแล้ว ไม่จาเป็นต้องใช้เครื่องอบผ้าแห้งด้วยไฟฟ้า ควรใช้วิธีการ ผึ่งลมหรือผึ่งแดด - ต้องต่อสายดินและหมั่นตรวจสอบไฟรั่วด้วยไขควงลองไฟ อยู่เสมอ
  • 25.
    เครืองใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเสียง ่ - เลิกเปิดวิทยุเพียงเพื่อเป็นเพื่อนโดยไม่ได้สนใจฟัง - เลิกเปิดวิทยุคู่กับการเปิดดูโทรทัศน์ - เลิกเสียบปลั๊กไว้เพื่อใช้ดูเวลา หากมีนาฬิกาอื่นๆ ใช้ดูเวลาอยู่แล้ว - เลิกปิดเครื่องโดยใช้รีโมทคอนโทรล ให้ปิดจากสวิตซ์ที่เครื่องแทน