Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
Strisuksa Roi-Et
4,045 views
การจำลองความคิด
Education
◦
Read more
1
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Downloaded 21 times
1
/ 17
2
/ 17
Most read
3
/ 17
Most read
4
/ 17
5
/ 17
6
/ 17
7
/ 17
8
/ 17
9
/ 17
10
/ 17
11
/ 17
12
/ 17
13
/ 17
14
/ 17
15
/ 17
16
/ 17
17
/ 17
More Related Content
PPT
การปฐมพยาบาลเบื้องต้นตามหลักการที่ถูกต้อง
by
pongppmaesuai
PDF
แนวคิดเชิงนามธรรม
by
Janchai Pokmoonphon
PDF
ความหมาย ความสำคัญของหลักสูตร
by
maturos1984
PDF
1.สรุป พรบ.ข้าราชการพลเรือน 2551
by
วายุ วรเลิศ
PDF
ตัวอย่างโครงการสอน
by
Krupol Phato
PDF
ความเร่ง (Acceleration)
by
นายสมพร เหล่าทองสาร โรงเรียนดงบังพิสัยนวการนุสรณ์ อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม
PPT
Schizophrenia
by
Sunshine Friday
PDF
Challenge Based Learning(CBL) : การเรียนรู้บนความท้าทาย :
by
DrDanai Thienphut
การปฐมพยาบาลเบื้องต้นตามหลักการที่ถูกต้อง
by
pongppmaesuai
แนวคิดเชิงนามธรรม
by
Janchai Pokmoonphon
ความหมาย ความสำคัญของหลักสูตร
by
maturos1984
1.สรุป พรบ.ข้าราชการพลเรือน 2551
by
วายุ วรเลิศ
ตัวอย่างโครงการสอน
by
Krupol Phato
ความเร่ง (Acceleration)
by
นายสมพร เหล่าทองสาร โรงเรียนดงบังพิสัยนวการนุสรณ์ อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม
Schizophrenia
by
Sunshine Friday
Challenge Based Learning(CBL) : การเรียนรู้บนความท้าทาย :
by
DrDanai Thienphut
What's hot
PDF
2.แบบฝึกหัดการเคลื่อนที่แนวตรง
by
เซิฟ กิ๊ฟ ติวเตอร์
PDF
สารบัญ
by
Kot สุรศักดิ์
PDF
โลก ดาราศาสตร์ อวกาศ ม.4 เล่ม 2_บทที่ 5 ทรัพยากรธรณี
by
soysuwanyuennan
PDF
วิทยาศาสตร์กายภาพ 1 เรื่อง อากาศ
by
Katewaree Yosyingyong
PDF
บทที่ 2การเคลื่อนที่
by
thanakit553
PDF
แบบจำลองอะตอม
by
Chanthawan Suwanhitathorn
PDF
บทที่ 3 สมบัติของธาตุและสารประกอบ
by
oraneehussem
PPTX
ยุคโรแมนติคหรือจินตนิยม (Romanticism)
by
Kanpitcha Sandra
PDF
แรงดันในของเหลว
by
tewin2553
PDF
แผนการสอนคอมพิวเตอร์ ม.1-3
by
ครูหลวง ดอทคอม
PDF
บทที่ 20 ฟิสิกส์นิวเคลียร์ แก้ไขครั้งที่ 1
by
Wijitta DevilTeacher
PDF
บท5แรงในชีวิตประจำวัน
by
Wichai Likitponrak
PDF
การทำให้วัตถุตัวนำเกิดประจุไฟฟ้า
by
นายสมพร เหล่าทองสาร โรงเรียนดงบังพิสัยนวการนุสรณ์ อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม
PDF
ไขสันหลัง
by
Wan Ngamwongwan
PDF
การเคลื่อนที่
by
พัน พัน
PPT
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
by
Janjira Majai
PPTX
ม.2/1 การทดสอบวิตามินซี
by
Janejira Meezong
PPTX
กรรมฐาน (สื่อการสอน ๒) สัปดาห์ที่ ๓ กสิณ ๑๐
by
วัดดอนทอง กาฬสินธุ์
PDF
Lab4
by
Jariya Jaiyot
DOCX
แบบประเมินโครงการ
by
จตุรพล ชานันโท
2.แบบฝึกหัดการเคลื่อนที่แนวตรง
by
เซิฟ กิ๊ฟ ติวเตอร์
สารบัญ
by
Kot สุรศักดิ์
โลก ดาราศาสตร์ อวกาศ ม.4 เล่ม 2_บทที่ 5 ทรัพยากรธรณี
by
soysuwanyuennan
วิทยาศาสตร์กายภาพ 1 เรื่อง อากาศ
by
Katewaree Yosyingyong
บทที่ 2การเคลื่อนที่
by
thanakit553
แบบจำลองอะตอม
by
Chanthawan Suwanhitathorn
บทที่ 3 สมบัติของธาตุและสารประกอบ
by
oraneehussem
ยุคโรแมนติคหรือจินตนิยม (Romanticism)
by
Kanpitcha Sandra
แรงดันในของเหลว
by
tewin2553
แผนการสอนคอมพิวเตอร์ ม.1-3
by
ครูหลวง ดอทคอม
บทที่ 20 ฟิสิกส์นิวเคลียร์ แก้ไขครั้งที่ 1
by
Wijitta DevilTeacher
บท5แรงในชีวิตประจำวัน
by
Wichai Likitponrak
การทำให้วัตถุตัวนำเกิดประจุไฟฟ้า
by
นายสมพร เหล่าทองสาร โรงเรียนดงบังพิสัยนวการนุสรณ์ อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม
ไขสันหลัง
by
Wan Ngamwongwan
การเคลื่อนที่
by
พัน พัน
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
by
Janjira Majai
ม.2/1 การทดสอบวิตามินซี
by
Janejira Meezong
กรรมฐาน (สื่อการสอน ๒) สัปดาห์ที่ ๓ กสิณ ๑๐
by
วัดดอนทอง กาฬสินธุ์
Lab4
by
Jariya Jaiyot
แบบประเมินโครงการ
by
จตุรพล ชานันโท
Viewers also liked
PDF
Cpg and care map alcohol
by
Loveis1able Khumpuangdee
PDF
ความหมายของผังงาน
by
9inglobin
PPTX
รหัสเทียม Psuedo code
by
ปณพล ดาดวง
PPT
Cơ hội kinh doanh cùng qnet việt nam
by
Jos Trần Danh Đàn
PDF
Cisco 2014 Midyear Security Report
by
Cisco Security
PPT
Fathers day
by
amartaindale
DOC
Jawaban 1
by
Arya Ningrat
DOCX
Jawaban kuis
by
Arya Ningrat
DOC
Bab 1 nifas 2
by
Arya Ningrat
PPT
ทบทวนการประเมินภายนอกรอบสอง
by
Strisuksa Roi-Et
PPT
รหัสเทียม ปฏิพัทธ์
by
finverok
DOCX
Lks cut lah
by
Arya Ningrat
PPTX
Smarter comm"The Future of Privacy". Aurélie Pols at IBM Smarter Commerce Glo...
by
FLUZO
ODP
Conseqüències de la II Guerra Mundial
by
malueva
DOC
Rizkan
by
Arya Ningrat
PPS
Bersyukurlah
by
hamdEy
DOCX
Bab
by
Arya Ningrat
PPTX
Privacy in Europe eMetrics Summit London2012
by
FLUZO
DOC
Dapodik ltj 1
by
Arya Ningrat
PPTX
มอสซี่ บัสเตอร์
by
Neannapa Khajornmot
Cpg and care map alcohol
by
Loveis1able Khumpuangdee
ความหมายของผังงาน
by
9inglobin
รหัสเทียม Psuedo code
by
ปณพล ดาดวง
Cơ hội kinh doanh cùng qnet việt nam
by
Jos Trần Danh Đàn
Cisco 2014 Midyear Security Report
by
Cisco Security
Fathers day
by
amartaindale
Jawaban 1
by
Arya Ningrat
Jawaban kuis
by
Arya Ningrat
Bab 1 nifas 2
by
Arya Ningrat
ทบทวนการประเมินภายนอกรอบสอง
by
Strisuksa Roi-Et
รหัสเทียม ปฏิพัทธ์
by
finverok
Lks cut lah
by
Arya Ningrat
Smarter comm"The Future of Privacy". Aurélie Pols at IBM Smarter Commerce Glo...
by
FLUZO
Conseqüències de la II Guerra Mundial
by
malueva
Rizkan
by
Arya Ningrat
Bersyukurlah
by
hamdEy
Bab
by
Arya Ningrat
Privacy in Europe eMetrics Summit London2012
by
FLUZO
Dapodik ltj 1
by
Arya Ningrat
มอสซี่ บัสเตอร์
by
Neannapa Khajornmot
Similar to การจำลองความคิด
PDF
อัลกอริทึมและการวิเคราะห์ปัญหา
by
skiats
PPT
อัลกอริทึมและการวิเคราะห์ปัญหา
by
supatra178
PDF
ใบความรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาด้วยกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ
by
Nattapon
PDF
ใบความรู้ที่2
by
Orapan Chamnan
PDF
ใบความรู้ที่1.2
by
Orapan Chamnan
PDF
งานนำเสนอ1 คอม
by
Passawan' Koohar
PPT
Problem solution
by
Prae Uraiwan
PDF
หลักการแก้ปัญหา
by
Sarun Suksri
PDF
กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ
by
JL'mind Chutimon
PDF
ใบความรู้ที่1.2
by
Orapan Chamnan
PDF
ใบความรู้ที่ 9
by
Rattana Wongphu-nga
PDF
Chepter3
by
สุรจักษ์ ชีวิตคือการเรียนรู้
PPT
งานคอม อลิตา
by
alita122
PDF
การแก้ปัญหาด้วยกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ
by
Meaw Sukee
PPT
งานนำเสนอ1 คอม
by
nuknook
PDF
งาน Pbl4.1
by
Supasawat Setapun
PDF
งาน Pbl4.1
by
Naynoyjolii
DOC
ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศ
by
Paweena Kittitongchaikul
PPTX
การแก้ปัญหาด้วยกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ
by
น้อย วิภาภรณ์
PPTX
งานกลุ่ม2
by
Bam'nunnaput Sabangban
อัลกอริทึมและการวิเคราะห์ปัญหา
by
skiats
อัลกอริทึมและการวิเคราะห์ปัญหา
by
supatra178
ใบความรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาด้วยกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ
by
Nattapon
ใบความรู้ที่2
by
Orapan Chamnan
ใบความรู้ที่1.2
by
Orapan Chamnan
งานนำเสนอ1 คอม
by
Passawan' Koohar
Problem solution
by
Prae Uraiwan
หลักการแก้ปัญหา
by
Sarun Suksri
กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ
by
JL'mind Chutimon
ใบความรู้ที่1.2
by
Orapan Chamnan
ใบความรู้ที่ 9
by
Rattana Wongphu-nga
Chepter3
by
สุรจักษ์ ชีวิตคือการเรียนรู้
งานคอม อลิตา
by
alita122
การแก้ปัญหาด้วยกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ
by
Meaw Sukee
งานนำเสนอ1 คอม
by
nuknook
งาน Pbl4.1
by
Supasawat Setapun
งาน Pbl4.1
by
Naynoyjolii
ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศ
by
Paweena Kittitongchaikul
การแก้ปัญหาด้วยกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ
by
น้อย วิภาภรณ์
งานกลุ่ม2
by
Bam'nunnaput Sabangban
การจำลองความคิด
1.
บทที่ 5
การจําลองความคิด ที่มา http://www.seubsan.net/th/images/stories/yt/p4_Cap.gif เนื้อหา 5.1 ขั้นตอนการพัฒนาซอฟตแวร o การวิเคราะหและกําหนดรายละเอียดของปญหา o การเลือกเครืองมือและออกแบบขั้นตอนวิธี ่ o การดําเนินการแกปญหา o การตรวจสอบและปรับปรุง 5.2 การจําลองความคิด o ขอความหรือคําบรรยาย (Pseudo code) o สัญลักษณหรือแผนภาพ (Flowchart) - แบบลําดับ - แบบทางเลือก - แบบทําซ้ํา 5.3 การเขียนโปรแกรม o โครงสรางแบบลําดับ o โครงสรางแบบมีทางเลือก o โครงสรางแบบทําซ้ํา ผลการเรียนรูที่คาดหวัง 1. อธิบายขั้นตอนการพัฒนาซอฟตแวรและอธิบายถึงวิธการในแตละขันตอนได ี ้ 2. อธิบายความหมายและเหตุผลในการเขียนแผนภาพที่ใชในการออกแบบโปรแกรมได 3. บอกสัญลักษณและสามารถเขียนผังงานที่ใชในการออกแบบโปรแกรมได
2.
-2- 5.1 ขั้นตอนการพัฒนาซอฟตแวร
ในชีวิตประจําวันทุกคนตองเคยพบกับปญหาตางๆ ไมวาจะเปนปญหาดานการเรียน การงาน การเงิน หรือ แมแตการเลนเกม เมื่อพบกับปญหาแตละคนมีวิธีท่จะจัดการหรือแกปญหาเหลานั้นแตกตางกันไป ซึ่งแตละวิธีการอาจ ี ใหผลลัพธที่เหมือนหรือแตกตางกันเล็กนอย ทั้งนี้ขึ้นอยูกับความรู ความสามารถ และประสบการณของบุคคลผูนั้น อยางไรก็ตาม หากเรานําวิธีการแกปญหาตางวิธีนั้นมาวิเคราะหใหดี จะพบวาสามารถสรุปวิธีการเหลานั้นเปนทฤษฎี ซึ่งมีรูปแบบที่แนนอนได และบางครั้งตองอาศัยการเรียนรูในระดับสูงเพื่อแกปญหาบางอยางใหสมบูรณแบบ แตกอนที่ เราจะศึกษาตอไป ลองพิจารณาปญหาตอไปนี้ ตัวอยางที่ 1 เกมทายใจ คือ เกมใหผูเลนทายตัวเลข 3 ตัว ในการเลนเกมตองใชผูเลน 2 คน คนที่หนึ่ง คือ ผูกําหนด เปนคนกําหนดเลข 3 ตัว ที่ไมซ้ํากันโดยเลือกจากกลุมตัวเลข 1-9 และอีกคนหนึ่งคือ ผูทาย เปนผูทายเลข 3 ตัว ที่ไมซ้ํากัน ที่ผูกําหนดไดกําหนดเอาไวแลว หลังจากที่ผูทายทายเลขแตละครั้ง ผูกําหนดตองใหรายละเอียดวา ตัวเลขที่ทายมานั้นถูกตองกี่ตัว และในกรณีที่ตัวเลขที่ทายมาถูกตําแหนงดวยก็ตองบอกวาถูกตําแหนงกี่ตัว เชน ถา ตัวเลขที่กําหนดไวเปน 815 และ ผูทายทายวา 123 ผูกําหนดตองแจงวาตัวเลขที่ทายนั้นถูก 1 ตัว และไมมีตัวใดถูก ตําแหนง รูปที่ 1 เปนตารางแสดงขอมูลการเลนเกมทายใจ ตัวเลขที่ทาย จํานวนตัวเลขที่ถูก จํานวนตําแหนงที่ถูก 123 1 - 415 2 2 425 1 1 416 1 1 715 2 2 815 3 3 รูปที่ 1 ขอมูลการเลนเกมทายใจ จะเห็นวาการแกปญหาดังกลาวขางตน นอกจากจะใชวิธีลองผิดลองถูกในการทายครั้งแรกๆ แลวยังมีการใช เหตุผลประกอบการแกปญหาซึ่งเราเรียกวิธีการดังกลาววา "วิธีขจัด" (method of elimination) กลาวคือ จะแยกขอมูล ออกเปนกรณีที่เปนไปไมไดทิ้ง จนเหลือกรณีที่เปนไปได วิธีการดังกลาวสามารถอธิบายไดวาทําไมจึงคิดหรือทํา เชนนั้น รูปแบบของการใชเหตุผลประกอบการแกปญหาอาจแตกตางกัน ขึ้นอยูกับเงื่อนไข ในปญหาบางปญหา อาจจะ ขจัดใหเหลือกรณีเดียวไมได ก็อาจจะทําใหเหลือกรณีนอยที่สุด นอกจากเกมทายใจเรายังมีเกมลับสมองที่นาสนใจและ ทาทายความสามารถในการแกปญหาอยูอีกมากมายที่หาเลนไดตามเว็บไซต นอกจากวิธีการแกปญหาที่ยกตัวอยางมาซึ่งไดแก วิธีการลองผิดลองถูก การใชเหตุผล การใชวิธีขจัด ยังมีวิธี การแกป ญหาอีกมากมายที่ผูแกป ญหาสามารถเลือกใชใ ห เข ากับ ตั ว ปญหาและประสบการณของผู แกปญหาเอง แตอยางไรก็ตาม วิธการเหลานี้ลวนมีขั้นตอนที่คลายคลึงกัน และจากการศึกษาพฤติกรรมในการ ี เรียนรูและแกปญหาของมนุษยพบวาโดยปกติมนุษยมีกระบวนการในการแกปญหาประกอบดวย 4 ขั้นตอนดัง รูปที่ 2
3.
-3-
วิเคราะหและกําหนด รายละเอียดของปญหา เลือกเครื่องมือ / ออกแบบ ดําเนินการแกปญหา ตรวจสอบและปรับปรุง รูปที่ 2 แสดงกระบวนการแกปญหา 1) การวิเคราะหและกําหนดรายละเอียดของปญหา (State the problem) ขั้นตอนนี้เปนขั้นตอนแรกสุดกอนที่จะลงมือแกปญหา แตผูแกปญหามักจะมองขามความสําคัญของ ขั้นตอนนี้อยูเสมอ จุดประสงคของขั้นตอนนี้ คือ การทําความเขาใจกับปญหาเพื่อแยกใหออกวาขอมูลที่ กําหนดมาในปญหาหรือเงื่อนไขของปญหาคืออะไร และสิ่งที่ตองการคืออะไร อีกทั้งวิธีการที่ใชประมวลผล ใน การวิเคราะหปญหาใด กลาวโดยสรุปแลวองคประกอบในการวิเคราะหมีอยู 3 องคประกอบ 1.1) การระบุขอมูลเขา ไดแก การพิจารณาขอมูลและเงื่อนไขที่กําหนดมาในปญหา 1.2) การระบุขอมูลออก ไดแก การพิจารณาเปาหมายหรือสิ่งที่ตองหาคําตอบ 1.3) การกําหนดวิธีประมวลผล ไดแก การพิจารณาขั้นตอนวิธการไดมาซึ่งคําตอบหรือขอมูลออก ี ตัวอยางที่ 2 แสดงการวิเคราะหและกําหนดรายละเอียดของการหาคาเฉลี่ยของจํานวนเต็ม 5 จํานวน ไดแก 0 3 4 8 และ 12 1. การระบุขอมูลเขา ในที่น้ีโจทยกําหนดใหหาคาเฉลี่ยของจํานวนเต็ม 5 จํานวน ดังนั้น ขอมูลเขา ไดแกจํานวน 0 3 4 8 และ 12 2. การระบุขอมูลออก จากโจทยสิ่งที่เปนคําตอบของปญหา คือคาเฉลี่ย (x) ของจํานวนทั้งหา 3. การกําหนดวิธีการประมวลผล จากสิ่งที่โจทยตองการ "คาเฉลี่ย" หมายถึง ผลรวมของจํานวนทั้ง 5 หารดวย 5 ดังนั้น ขั้นตอนของการประมวลผลประกอบดวย 3.1 รับคาจํานวนทั้ง 5 จํานวน 3.2 นําจํานวนเต็มทั้ง 5 มาบวกเขาดวยกัน 3.3 นําผลลัพธจากขอ 3.2 มาหารดวย 5
4.
-4-
ตัวอยางที่ 3 แสดงการวิเคราะหและกําหนดรายละเอียดของการหาคา x เมื่อ x คือจํานวนเต็มจํานวนหนึ่ง ในกลุมจํานวนเต็ม 5 จํานวนที่มีคาเฉลี่ยเปน 10 และจํานวนอีก 4 จํานวนไดแก 3 4 8 และ 12 1. การระบุขอมูลเขา จากโจทยขอมูลเขา ไดแก 2.1 จํานวนอีก 4 จํานวน คือ 3 4 8 12 คาเฉลี่ย ของจํานวนทั้ง 5 จํานวน คือ 10 2. การระบุขอมูลออก จากโจทยสิ่งที่เปนผลลัพธ คือ คา x 3. การกําหนดวิธีการประมวลผล จากโจทยและความหมายของ "คาเฉลี่ย" เราสามารถสรุปขั้นตอน ของการประมวลผลไดดังนี้ 3.1 หาคาผลรวมของจํานวนเต็มทั้ง 5 โดยนําคาเฉลี่ยคูณดวยจํานวนของเลขจํานวนเต็ม นั่นคือ 10 * 5 = 50 3.2 จากความหมายของ "ผลรวม" จะได 3+4+8+12+x = 50 3.3 แกสมการ 27 + x = 50 (จะได x = 23 ซึ่งคือผลลัพธ) 2) การเลือกเครื่องมือและออกแบบขั้นตอนวิธี (Tools and Algorithm development) ขั้นตอนนี้เปนขั้นตอนของการวางแผนในการแกปญหาอยางละเอียดถี่ถวน หลังจากที่เราทําความ เขาใจกั บปญ หา พิจารณาขอ มูลและเงื่อ นไขที่ มีอยู และสิ่ งที่ต องการหาแล วในขั้น ตอนที่ 1 เราสามารถ คาดคะเนวิธีการที่เราจะใชในการแกปญหากระบวนการนี้จําเปนอาศัยประสบการณของผูแกปญหาเปนหลัก หากผูแกปญหาเคยพบกับปญหาทํานองนี้มาแลวก็สามารถดําเนินการตามแนวทางที่เคยปฏิบัตมา ขั้นตอนนี้ ิ จะเริ่มจากการเลือกเครื่องมือที่ใชในการแกปญหา โดยพิจารณาความเหมาะสมระหวางเครื่องมือกับเงื่อนไข ตางๆ ของปญหา ซึ่งหมายรวมถึงความสามารถของเครื่องมือในการแกปญหาดังกลาว และสิ่งที่สําคัญคือ ความคุนเคยในการใชงานเครื่องมือนั้นๆ ของผูแกปญหา อีกสิ่งหนึ่งที่สําคัญในการแกปญหา คือ ยุทธวิธีที่ใชในการแกปญหาหรือที่เราเรียกวา ขั้นตอนวิธี (algorithm) ในการแกปญหา หลังจากที่เราไดเครื่องมือชวยแกปญหาแลว ผูแกปญหาตองวางแผนวาจะใช เครื่องมือดังกลาวอยางเพื่อใหไดผลลัพธที่ถูกตองและดีที่สุด ในการออกแบบขั้นตอนวิธีในการแกปญหา ผู แกปญหาควรใชแผนภาพหรือเครื่องมือในการแสดงขั้นตอนการทํางานเพื่อใหงายตอความเขาใจเชน ผังงาน (flowchart) รหัสลําลอง (pseudo code) การใชเครื่องมือชวยออกแบบดังกลาวนอกจากแสดงกระบวนการที่ ชัดเจนแลว ยังชวยใหผูแกปญหาสามารถหาขอผิพลาดของวิธีการที่ใชไดงายและแกไขไดอยางรวด 3) การดําเนินการแกปญหา (Implementation) หลังจากที่ไดออกแบบขั้นตอนวิธีเรียบรอยแลว ขั้นตอนนี้เปนขั้นตอนที่ตองลงมือแกปญหาโดยใช เครื่ อ งมื อ ที่ไ ด เ ลื อ กไว หากการแก ป ญ หาดั ง กล า วใชค อมพิ ว เตอร เ ข ามาช ว ยงาน ขั้ น ตอนนี้ ก็เ ป น การใช โปรแกรมสําเร็จ หรือใชภาษาคอมพิวเตอรเขียนโปรแกรมแกปญหา ขั้นตอนนี้ตองอาศัยความรูเกี่ยวกับ เครื่องมือที่เลือกใช ซึ่งผูแกปญหาตองศึกษาที่เขาใจและเชี่ยวชาญ ในการดําเนินการอาจพบแนวทางที่ดีกวาที่ ออกแบบไวก็สามารถปรับเปลี่ยนได
5.
-5-
4) การตรวจสอบและปรับปรุง (Refinement) หลังจากที่ลงมือแกปญหาแลว ตองตรวจสอบใหแนใจวาวิธีการนี้ใหผลลัพธที่ถูกตอง โดยผูแกปญหาตอง ตรวจสอบวาขั้นตอนวิธีที่สรางขึ้นสอดคลองกับรายละเอียดของปญหา ซึ่งไดแก ขอมูลเขา และขอมูลออก เพื่อใหมั่นใจ วาสามารถรองรับขอมูลเขาไดในทุกกรณีอยางถูกตองและสมบูรณ ในขณะเดียวกันก็ตองปรับปรุงวิธีการเพื่อใหการ แกปญหานี้ไดผลลัพธที่ดีท่สุด ี 5.2 การจําลองความคิด ขั้นตอนที่สําคัญในการแกปญหาคือการวางแผน การวางแผนที่ดีจะชวยใหการแกปญหาเปนไปไดโดยงาย ผูที่ สามารถวางแผนในการแกปญหาไดดีนอกจากจะตองใชประสบการณ ความรู และความมีเหตุผลแลว ยังควรรูจัก วางแผนใหเปนขั้นตอนอยางเปนระเบียบดวย การจําลองความคิดเปนสวนหนึ่งในขั้นตอนที่สองของการแกปญหา การ จําลองความคิดออกมาในลักษณะเปนขอความ หรือเปนแผนภาพจะชวยใหสามารถแกปญหาไดดีโดยเฉพาะปญหาที่ ยุงยากซับซอน การวางแผนจะเปนแนวทางในการดําเนินการแกปญหาตอไป อีกทั้งเปนการแสดงแบบเพื่อใหผูที่ เกี่ยวของไดเขาใจ และสามารถปฏิบัติตามในแนวทางเดียวกัน ทั้งนี้ก็ดวยวัตถุประสงคอยางเดียวกับกลุมกิจการ กอสราง ซึ่งจําเปนตองมีแบบแปลนเปนเครื่องมือติดตอสื่อสารระหวางผูออกแบบและผูกอสราง แบบแปลนเหลานั้นจะอยูในรูปลักษณะของการวาดภาพหรือแสดงเครื่องหมายซึ่งเปนที่เขาใจกันระหวาง ผูเกี่ยวของ แบบแปลนจะตองจัดทําใหเสร็จกอนที่จะลงมือกอสราง โดยผานการตรวจสอบทบทวนและพิจารณาจาก ผูเกี่ยวของหลายฝาย เมื่อเห็นวาเปนที่ถูกตองและพอใจของทุกฝายแลว จึงกอสรางตามแบบนั้น แตถายังไมเปนที่ พอใจ ก็จะพิจารณาแกไขแบบแปลนสวนนั้น ๆ เสียกอนจะไดไมตองรื้อถอนหรือทุบทิ้งภายหลัง และเมื่อตองการ ซอมแซมหรือตอเติมก็นําเอาแบบแปลนเดิมมาตรวจสอบและเพิ่มแบบแปลนในสวนนั้นไดโดยงาย การใชแบบแปลนจึง เปนสิ่งที่จําเปนระหวางชางกอสราง ผูออกแบบและผูเกี่ยวของอื่น ๆ เปนอยางมาก เพราะประหยัดเวลา คาใชจายและ เขาใจงาย เมื่อสรุปรวมแลวแบบแปลนเหลานั้นก็คื อขอตกลงใหสรางอาคารของผูจางกับผู รับจางที่อ ยูในรูป แบบ กะทัดรัด แทนที่จะเขียนเปนขอความที่เปนลายลักษณอักษรอยางยืดยาว และยังเปนเครื่องมือใหชางใชในการกอสราง อีกดวย เครื่องมือที่ใชในการจําลองความคิดมักจะประกอบขึ้นดวยเครื่องหมายที่แตกตางกันหลายอยาง แตพอสรุปได เปน 2 ลักษณะ ไดแก 1. ขอความหรือคําบรรยาย 2. สัญลักษณ 5.2.1) ขอความหรือคําบรรยาย เปนการเขียนเคาโครงดวยการบรรยายเปนภาษาที่มนุษยใชสื่อสารกัน เพื่อใหทราบถึงขั้นตอนการ ทํางานของโปรแกรมแตละตอน ในบางครั้งอาจใชคําสั่งของภาษาที่ใชเขียนโปรแกรมก็ได การเขียนขอความเพื่อการบรรยายขั้นตอนวิธีในการแกปญหาทางคอมพิวเตอร สามารถเรียกอีก อยางหนึ่งไดวา รหัสเทียม (pseudo code)
6.
-6- ตัวอยางที่ 4 คําบรรยายแสดงขั้นตอนการเปลี่ยนยางรถเมื่อยางแตกขณะขับรถ
1. คลายสกรูยึดลอ 2. จอดรถหลบขางทาง 3. นําแมแรงออกยกรถ 4. ถอดลอออก นํายางอะไหลมาเปลี่ยน 5. ขันสกรูเขา เก็บยางที่ชํารุดเพื่อไปซอม 6. คลายแมแรง เก็บแมแรง หลักการทั่วไปในการเขียนรหัสเทียม 1. สัญลักษณที่ใชในการดําเนินการทางคณิตศาสตรตางๆ จะถูกใชงานตามปกติ คือ “+” สําหรับ การบวก “-” สําหรับการลบ “*” สําหรับการคูณ และ “/” สําหรับการหาร 2. ชื่อขอมูลแทนจํานวนที่จะถูกดําเนินการ 3. การกําหนดคาใหกับชื่อขอมูล เชน เมื่อเราตองการกําหนดให ขอมูล pi มีคาเทากับ 3.14 สามารถเขียนไดดวยขอความ pi←3.14 หรือ pi:=3.14 หรือ pi=3.14 ในการกําหนดคาทางคอมพิวเตอรดานซายของเครื่องหมายมักใชแทน ที่เก็บขอมูล และ ดานขวาแทน ขอมูลที่ตองการนําไปเก็บ (ดังนั้นหากใชขอความวา 3.14=pi ถือวาไมถูกตอง ตามความหมายนี้) 4. คําสงวนบางคําที่ใชในภาษาระดับสูงทั่วไปอาจถูกนํามาใช เชน Read หรือ Enter สําหรับ การรับขอมูลเขา และ Write หรือ Print สําหรับการแสดงขอมูลออก 5. การเพิ่ ม หรื อ ลดระยะย อ หน า อย า งเหมาะสม เพื่ อ แสดงระดั บ ของขั้ น ตอนการทํ า งานใน โครงสรางควบคุมการทํางานในกลุมเดียวกัน 5.2.2) สัญลักษณหรือแผนภาพ เครื่องหมายรูปแบบตางๆ ซึ่งใชสําหรับสื่อสารความหมายใหเขาใจตรงกัน สถาบันมาตรฐานแหงชาติ อเมริกัน (The American National Standard Institute, ANSI) ไดกําหนดสัญลักษณไวเปนมาตรฐานแลว สมควรนําไปใชไดตามความเหมาะสมตอไป ซึ่งมีรายละเอียดรูปแบบและความหมายที่ควรทราบตามตาราง ตอไปนี้ การนําสัญลักษณไปใชเพื่อแสดงขั้นตอนการทํางานตางๆ ของงานหรือโปรแกรม รวมถึงแสดงการ ไหลของขอมูลในระบบตั้งแตแรกจนไดผลลัพธตามตองการเรียกวา การเขียนผังงาน(Flowchart) ซึ่งสามารถ แบงออกไดเปน 2 แบบคือ
7.
-7-
1. ผังงานระบบ(System Flowchart) หมายถึง ผังงานที่แสดงขั้นตอนตางๆ ในการทํางานของ ระบบ ชวยอธิบายลําดับการทํางานของสวนตางๆ ในระบบ เชน การนําขอมูลเขา(Input) ถูกเก็บ อยูที่ใดบาง ใช สื่อบัน ทึกขอ มูลแบบใด ลักษณะของการประมวลผล ตลอดจนลักษณะของ ผลลัพธ(Output) ผังงานระบบจะชวยอํานวยความสะดวกใหแกผูเขียนโปรแกรมและผูที่ เกี่ยวของที่ตองการทําความเขาใจการทํางานของระบบ ตัวอยางดังรูปที่ 3 เอกสารขอมูล โปรแกรมปรับปรุงขอมูล แฟมขอมูล รายงาน รูปที่ 3 ผังงานระบบ 2. ผังงานโปรแกรม(Program Flowchart) หมายถึง ผังงานที่ใชในการแสดงการทํางานของ โปรแกรมโดยละเอียดในแตละขั้นตอน ผังงานโปรแกรมเปนสิ่งจําเปนสําหรับผูเขียนโปรแกรม เพราะตองใชเปนแนวทางในการเขียนโปรแกรมและเมื่อโปรแกรมเกิดขอผิดพลาดการเขาไป วิเคราะหผังงานโปรแกรมจะทําไดงายกวาการเขาไปวิเคราะหตัวโปรแกรมโดยตรง ประโยชนของผังงาน 1. ใชแทนการจําลองความคิด ชวยใหเขาใจลําดับและความสัมพันธระหวางขั้นตอนในการทํางาน ตางๆ 2. ใช เ ปน สื่ อ กลางในการติ ดต อ ประสานความคิ ด ระหวา งผู ที่เ กี่ ยวข อ ง เชน นั กวิ เ คราะหร ะบบ (systems analyst) นักเขียนโปรแกรม(programmer) 3. ชวยในการทดสอบหรือทบทวนขั้นตอนการทํางาน เพื่อหาขอผิดพลาด
8.
-8- ตารางที่ 1 แสดงสัญลักษณและความหมายของสัญลักษณ
สัญลักษณ ความหมาย การทํางานดวยมือ ( Manual Operation ) แทนจุดที่มี การทํางานดวยแรงคน การนําขอมูลเขา-ออกโดยทั่วไป(General input/output) แทนจุดที่จะนําขอมูล เขาหรือออกจากระบบคอมพิวเตอรโดยไมระบุชนิดอุปกรณ แถบบันทึกขอมูล(Magnetic tape) แทนจุดที่จะนําขอมูลเขาหรือออกจาก โปรแกรมดวยแถบบันทึกขอมูล จานบันทึกขอมูล(Magnetic disk) แทนจุดที่จะนําขอมูลเขาหรือออกจากโปรแกรม ดวยจานบันทึกขอมูล การปอนขอมูลเขาดวยมือ ( Manual Input ) แทนจุดที่จะนําขอมูลเขา ดวยมือ การแสดงขอมูล ( Display ) แทนจุดที่จะนําขอมูลเขาดวยจอภาพ การทําเอกสาร ( Document ) แทนจุดที่มีขอมูลเปนเอกสารหรือแสดงขอมูลดวย เครื่องพิมพ การตัดสินใจ ( Decision ) แทนจุดที่จะตองเลือกปฏิบัติอยางใดอยางหนึ่ง การปฏิบัติงาน ( Process) แทนจุดที่มการปฏิบัติงานอยางใดอยางหนึ่ง ี
9.
-9- การเตรียมการ (Preparation) แทนจุดกําหนดชื่อขอมูลหรือคาเริ่มตนตางๆ การเรียกโปรแกรมภายนอก
(External subroutine) แทนจุดเรียกใชโปรแกรม ยอยที่ไมไดอยูในโปรแกรมนั้น การเรียกโปรแกรมภายใน (Internal subroutine) แทนจุดเรียกใชโปรแกรมยอยที่ อยูในโปรแกรมนั้น การเรียงขอมูล (Sort) แทนจุดที่มีการเรียงขอมูลใหมตามขอกําหนด ทิศทาง (Flow line) แทนทิศทางขั้นตอนการดําเนินงานซึ่งจะปฏิบัติตอเนื่องกัน ตามหัวลูกศรชี้ หมายเหตุ (Annotation) แทนจุดที่แสดงรายละเอียดเพิ่มเติมหรือหมายเหตุของจุด ตางๆ ที่แสดงในผังงานดวยสัญลักษณไมชัดเจน การติดตอทางไกล (Communication Link) แทนชวงที่มีการติดตอหรือการยาย ขอมูลดวยระบบติดตอทางไกล จุดเชื่อมตอ (Connector) แทนจุดเชื่อมตอของผังงานเมื่อใชสัญลักษณเพื่อให ดูงาย จุดเชื่อมตอหนากระดาษ (Off page Connector) แทนจุดเชื่อมตอของ ผังงานที่อยูคนละหนากระดาษ เริ่มตนและลงทาย (Terminal) แทนจุดเริ่มตนและลงทายของผังงานของ โปรแกรมหลักและโปรแกรมยอย
10.
- 10 - ตัวอยางที่
5 การวางแผนไปโรงเรียน การจําลองความคิดดวยรหัสเทียม การจําลองความคิดเปนสัญลักษณ เริ่มตน ตื่นนอน เริ่มตน อาบน้ําแตงตัว ไปโรงเรียน ตื่นนอน จบ อาบน้ําแตงตัว ไปโรงเรียน จบ ตัวอยางที่ 6 การคํานวณพื้นที่รปวงกลม ู การจําลองความคิดดวยรหัสเทียม การจําลองความคิดเปนสัญลักษณ เริ่มตน รับคา radius เริ่มตน คํานวณพื้นที่ดวยสูตร area= 22/7*radius*radius รับคา radius แสดงคา area จบ area = 22/7 * radius * radius แสดงคา area จบ
11.
- 11 - ตัวอยางที่
7 การจําลองความคิดในการหาผลบวก 1,2,3,4,5,… จนถึง 20 การจําลองความคิดดวยรหัสเทียม เริ่มตน 1. กําหนดให N มีคาเริ่มตนเปน 0 2. กําหนดให K มีคาเริ่มตนเปน 1 3. นําคา K มารวมกับคา N เดิม ไดผลลัพธเทาไรเก็บไวท่ี N 4. นําคา 1 มารวมกับคา K เดิม ไดผลลัพธเทาไรเก็บไวที่ K 5. เปรียบเทียบคา K กับ 20 ถา K นอยกวาหรือเทากับ 20 ใหวนกลับไปทําในขั้น 3 และ ทําคําสั่งถัดลงมาตามลําดับ แตถา K มากกวา 20 ใหแสดงคําตอบ จบ การจําลองความคิดเปนสัญลักษณ เริ่มตน N=0 K=1 N=N+K K=K+1 จริง K≤20 เท็จ แสดงคา N จบ
12.
- 12 - 5.3
การเขียนโปรแกรม จากการศึกษาหลักการขั้นตอนการแกปญหา ในหัวขอ 5.1 และ 5.2 หลังจากที่เราสามารถวิเคราะหปญหา และสรางแบบจําลองความคิดเพื่อแสดงขั้นตอนในการแกปญหาแลว ขั้นตอนตอไปคือ การลงมือแกปญหาตามขั้นตอน ที่ไดออกแบบไว โดยใชเครื่องมือชวยในการแกปญหา ในที่นี้หากเครื่องมือที่นักเรียนเลือก คือ ภาษาคอมพิวเตอรซึ่ง ถือไดวาเปนขั้นตอนหนึ่งที่สําคัญในการแกปญหาดวยคอมพิวเตอร การเขียนโปรแกรม (programming) หมายถึง กระบวนการใชภาษาคอมพิวเตอรเพื่อกําหนดโครงสรางของ ข อ มู ล และกํ า หนดขั้ น ตอนวิ ธี เ พื่ อ ใช แ ก ป ญ หาตามที่ ไ ด อ อกแบบไว โ ดยอาศั ย หลั ก เกณฑ ก ารเขี ย นโปรแกรม คอมพิวเตอรของแตละภาษา กอนการเขียนโปรแกรม ผูพัฒนาโปรแกรมจะตองเลือกภาษาที่จะนํามาชวยใชงานโดยพิจารณาจากปจจัย ตางๆ ในการทํางาน เชน ลักษณะของปญหา ความถนัดของผูเขียนโปรแกรม สภาพแวดลอมในการทํางานของระบบ ค อ ม พิ ว เ ต อ ร เ ป น ต น เ นื่ อ ง จ า ก ใ น ป จ จุ บั น มี ภ า ษ า ค อ ม พิ ว เ ต อ ร ใ ห เ ลื อ ก ไ ด ห ล า ย ภ า ษ า เ ช น ภาษาปาสคาล ภาษาซี ภาษาจาวา ภาษาเดลฟาย เปนตน ถึงแมแตละภาษาจะมีรูปแบบและหลักการในการสรางงาน ที่ แ ตกต า งกั น แต ทุ ก ภาษาจะต อ งมี โ ครงสร า งควบคุ ม หลั ก ทั้ ง 3 แบบได แ ก โครงสร า งแบบลํ า ดั บ (sequential structure) โครงสรางแบบมีทางเลือก (selection structure) และโครงสรางแบบทําซ้ํา (repetition structure) 5.3.1) โครงสรางแบบลําดับ โครงสรางแบบลําดับ คือโครงสรางแสดงขั้นตอนการทํางานที่เปนไปตามลําดับกอนหลัง และแตละ ขั้นตอนจะถูกประมวลผลเพียงครั้งเดียวเทานั้น สามารถแสดงการทํางานของโครงสรางนี้โดยใชผงงานไดดังรูป ั คําสั่งที่ 1 คําสั่งที่ 2 คําสั่งที่ 3 ……. คําสั่งที่ n รูปที่ 4 แสดงการทํางานของโครงสรางแบบลําดับ
13.
- 13 -
5.3.2) โครงสรางแบบมีทางเลือก โครงสรางแบบมีทางเลือก คือโครงสรางที่มีเงื่อนไข ขั้นตอนการทํางานบางขั้นตอนตองมีการตัดสินใจ เพื่อเลือกวิธีการประมวลผลขั้นตอไป และจะมีบางขั้นตอนที่ไมไดรับการประมวลผล การตัดสินใจอาจมี 2 ทางหรือ มากกวาก็ได โครงสรางที่มีทางเลือกเพียง 2 ทางเราเรียกชื่อวา โครงสรางแบบ if…then…else… และโครงสรางที่มี ทางเลือกมากกวา 2 ทาง เราเรียกชื่อวาโครงสรางแบบ case ซึ่งสามารถแสดงการทํางานของโครงสรางนี้โดยใชผังงาน ดังรูป เท็จ เงื่อนไข จริง คําสั่ง คําสั่ง รูปที่ 5 แสดงการทํางานของโครงสราง if…then…else… เงื่อนไข กรณีท่ี 1 กรณีที่ 2 กรณีที่ 3 กรณีที่ n คําสั่ง คําสั่ง คําสั่ง ….. คําสั่ง รูปที่ 6 แสดงการทํางานของโครงสราง case
14.
- 14 - ตัวอยางที่
8 แสดงผังงานที่จําลองขั้นตอนวิธการเขียนและสงจดหมายใหอยูในรูปของสัญลักษณ ี เริ่มตน เขียนจดหมาย พับจดหมายใสซอง จาหนาซอง ปดซองจดหมาย เท็จ มีแสตมป จริง ซื้อแสตมป ติดแสตมป สงจดหมาย จบ
15.
- 15 -
ตัวอยางที่ 9 แสดงผังงานทีจําลองขั้นตอนวิธีของเกมหยิบลูกบอลใหอยูในรูปของสัญลักษณ โดยมีเงื่อนไขวา ่ มีลูกบอลซึ่ง มี 5 สี กรณีหยิบไดสีแดง จะได 10 คะแนน กรณีหยิบไดสีฟา จะได 8 คะแนน กรณีหยิบไดสีเขียว จะได 6 คะแนน กรณีหยิบไดสีเหลือง จะได 4 คะแนน กรณีหยิบไดสีสม จะได 2 คะแนน เริ่มตน หยิบลูกบอล 1 ลูก สีของลูกบอล สีแดง สีฟา สีเขียว สีเหลือง สีสม ได 10 คะแนน ได 8 คะแนน ได 6 คะแนน ได 4 คะแนน ได 2 คะแนน จบ 5.3.3) โครงสรางแบบทําซ้า ํ โครงสรางแบบทําซ้ํา คือโครงสรางที่ขั้นตอนการทํางานบางขั้นตอนไดรับการประมวลผลมากกวา 1 ครั้ง ทังนี้ขนอยูกับเงื่อนไขบางประการ โครงสรางแบบทําซ้ํานี้ตองมีการตัดสินใจในการทํางานซ้ํา และลักษณะการ ้ ึ้ ทํางานของโครงสรางแบบนี้มี 2 ลักษณะ ไดแก แบบที่มีการตรวจสอบเงื่อนไขในการทําซ้ําทุกครั้งกอนดําเนินการกิจกรรมใดๆ ถาเงื่อนไขเปนจริงจะ ทํางานซ้ําไปเรื่อยๆ และหยุดเมื่อเงื่อนไขเปนเท็จ การทํางานลักษณะนี้แบงไดเปน 2 แบบยอย ไดแก การทําซ้ําแบบ for และแบบ while ลักษณะการทํางานของทั้งสองแบบนี้จะเหมือนกัน โดยสําหรับแบบ for นั้นมักใชกรณีที่ตองการ กําหนดจํานวนรอบการทํางานที่ชัดเจน แบบที่มีการดําเนินการกิจกรรมใดๆ กอนจํานวนหนึ่งรอบ แลวจึงคอยตรวจสอบเงื่อนไขในการทําซ้ํา ถาเงื่อนไขเปนจริงจะทํางานซ้ําไปเรื่อยๆ และหยุดเมื่อเงื่อนไขเปนเท็จ เรียกการทํางานแบบนี้วา การทําซ้ําแบบ do…while ผังงานแสดงขั้นตอนการทํางานซ้ําทั้งสองแบบแสดงดังรูปที่ 7 และ 8
16.
- 16 -
คําสั่ง … คําสั่ง จริง เงื่อนไข เท็จ รูปที่ 7 แสดงการทํางานของการทําซ้ําแบบ for และแบบ while คําสั่ง … คําสั่ง จริง เงื่อนไข เท็จ รูปที่ 8 แสดงการทํางานของการทําซ้ําแบบ do…while โครงสรางควบคุมทั้ง 2 แบบที่กลาวมาขางตนก็คือ ขั้นตอนที่เราใชในการแกปญหานั้นเอง พิจารณา ตัวอยางที่ 10 เปนขั้นตอนการเลือกเครื่องมือและการออกแบบขั้นตอนวิธี คือ ขั้นตอนที่ 2 ในหัวขอ 5.1 เราเลือกสราง ผังงานมาจําลองขั้นตอนวิธีในการหาคาเฉลี่ยของจํานวน 5 จํานวน จากตัวอยางที่ 2 และในตัวอยางที่ 10 มีการแสดง โครงสรางควบคุมแบบลําดับและแบบทําซ้ําที่ใชในการแกปญหาดวย
17.
- 17 - ตัวอยางที่
10 แสดงผังงานที่จําลองขั้นตอนวิธีการหาคาเฉลี่ยของจํานวนเต็ม 5 จํานวน ใหอยูในรูปของ สัญลักษณ เริ่มตน กําหนดคาเริ่มตน sum=0 กําหนดคาเริ่มตน N=1 เพิ่มคาตัวนับจํานวน N=N+1 เพิ่มคาผลบวก sum=sum+data รับตัวเลขเปนขอมูลเขาทีละตัว เก็บในตัวแปรชื่อ data N≤5 จริง เท็จ คํานวณคาเฉลี่ยเก็บในตัวแปร A A=sum/5 แสดงคา A จบ
Download