ห้องเรียนต้นแบบ
            (Smart Classroom)




                    เสนอ
         อาจารย์ ดร. อิศรา ก้านจักร


      คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ประกอบการเรียนวิชาทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
         ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555
ห้องเรียนต้นแบบ
                    (Smart Classroom)



                              จัดทาโดย

1.นางสาวชัญญกัญญา                 ทิพย์รักษ์          543050216-7
2.นายประสาน                       ไปใหม่              543050226-4
3.นายสุรพงศ์                      เทศประสิทธิ์        543050237-9
4.นางสาวฐิดารัตน์                 ชื่นธงชัย           543050380-4
5.นางสาวเกศวภรณ์                  ต้องโพนทอง          543050544-0
6.นางสาวธนาพร                     โนเปลือย            543050547-4




                    สาขาคอมพิวเตอร์ศึกษาชั้นปีที่ 2
               คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น


      ประกอบการเรียนวิชาทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
                    ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555
ห้องเรียนต้นแบบ (Smart classroom) ก

ชื่อ   : นางสาวชัญญกัญญา ทิพย์รักษ์          543050216-7
         นายประสาน            ไปใหม่         543050226-4
         นายสุรพงศ์            เทศประสิทธิ์ 543050237-9
          นางสาวฐิดารัตน์      ชื่นธงชัย     543050380-4
          นางสาวเกศวภรณ์       ต้องโพนทอง 543050544-0
          นางสาวธนาพร          โนเปลือย      543050547-4
ชื่อเรื่อง : ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom)
สาขา : คอมพิวเตอร์ศึกษา
คณะ     : ศึกษาศาสตร์
ที่ปรึกษา : อาจารย์ ดร. อิศรา ก้านจักร
ปีการศึกษา : ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555




                                             บทคัดย่อ
         รายงานฉบับนี้ จัดทาขึ้นเพื่อประกอบการเรียนวิชา ทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เนื้อหาในเล่ม
เกี่ยวกับการออกแบบห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom) ซึ่งเราได้ทาการออกแบบห้องปฏิบัติการ
วิทยาศาสตร์ของโรงเรียนบ้านโนนม่วง และหลักการและเหตุผลในการออกแบบ รวมถึงกระบวนการที่ทาให้
สามารถพัฒนา Literacy ของผู้เรียน
         หากมีข้อผิดพลาดประการใดก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ




                                                                                        คณะผู้จัดทา
ห้องเรียนต้นแบบ (Smart classroom) ข


                                      กิตติกรรมประกาศ
ขอขอบพระคุณ           อาจารย์ ดร. อิศรา ก้านจักร พี่ทีเอ เพื่อนๆสาขาคอมพิวเตอร์ที่คอยให้
คาปรึกษาจนรายงานฉบับนี้สาเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
ขอขอบคุณ สมาชิกในกลุ่มทุกคนที่ช่วยและสามัคคีกันทางานจันงานสาเร็จไปได้ด้วยดี
ขอขอบพระคุณ ผู้ปกครองของสมาชิกทุกในกลุ่มทุกท่าน ที่คอยให้คาปรึกษา คอยให้กาลังใจ
ตลอดเวลาในการทางาน ขอขอบพระคุณค่ะ/ครับ




                                                                                     คณะผู้จัดทา
ห้องเรียนต้นแบบ (Smart classroom) ค


                                                    สารบัญ
เรื่อง                       หน้า
บทคัดย่อ               ก
กิตติกรรมประกาศ                ข
สารบัญรูป               จ
บทที่ 1 บทนา                                                                             1
         1.1ความเป็นมาและความสาคัญ                                                       2
        1.2 วัตถุประสงค์                                                                 3
        1.3 ขอบเขตของโครงการ                                                             3
        1.4 ประโยชน์ของการดาเนินการ                                                      3
        1.5 วิธีการดาเนินการ                                                             3
        1.6 นิยามศัพท์                                                                   4
บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง                                                   5
        2.1 Smart classroom                                                              6
        2.2 การรู้สารสนเทศ(Information literacy)                                         6
        2.3 ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ (Constructivist Theory)                                 8
         2.4 การจัดการชั้นเรียน                                                          15
         2.5 องค์ประกอบของการจัดการชั้นเรียน                                             17
         2.6 .การจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้                                    19
         2.7 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง                                                       22
บทที่ 3 วิธีดาเนินการ                                                                    24
        3.1 ขั้นตอนการดาเนินงาน                                                          25
บทที่ 4 ผลการทดลอง/วิจัยและการวิเคราะห์ข้อมูล                                            28
         4.1 ผลจากการออกแบบห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom)                             29
         4.2 โปสเตอร์                                                                    34
         4.3 อุปกรณ์ที่ใช้ภายในห้อง                                                      35
         4.4 การนาไปใช้                                                                  48
         4.5 ผลการนาเสนอการออกแบบ                                                        49
ห้องเรียนต้นแบบ (Smart classroom) ง


                                       สารบัญ(ต่อ)

บทที่ 5 สรุป อธิบายผลและข้อเสนอแนะ                                                50
       5.1 สรุปผลการทดลอง                                                         51
       5.2 ปัญหาและอุปสรรคในการทดลอง                                              51
       5.3 ข้อเสนอแนะและแนวทางในการพัฒนา                                          51
บรรณานุกรม                                                                        ช
ภาคผนวก
แบบประเมิน
ภาพกิจกรรม
ห้องเรียนต้นแบบ (Smart classroom) จ


                                                สารบัญรูป
                                                                                          หน้า
ภาพที่ 1 : โรงเรียนบ้านโนนม่วง                                                            25
ภาพที่ 2 : วันออกสารวจโรงเรียน                                                            25
ภาพที่ 3 : ประตูห้องเรียน                                                                 26
ภาพที่ 4 : บริเวณหน้าห้องเรียน                                                            26
ภาพที่ 5 : บรรยากาศภายในห้อง                                                              27
ภาพที่ 6 : ภาพรวมห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom)ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์                29
ภาพที่ 7 : ภาพจากออกแบบห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom)ด้านประตู                          30
ภาพที่ 8 : ภาพจากออกแบบห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom)ด้านหน้าต่าง                       31
ภาพที่ 9 : ภาพจากออกแบบห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom)ด้านหน้าห้อง                       32
ภาพที่ 10 : ภาพจากออกแบบห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom)ด้านหลังห้อง                      33
ภาพที่ 11 : โปสเตอร์                                                                      34
ภาพที่ 12 : โต๊ะปฏิบัติงานครูอเนกประสงค์                                                  35
ภาพที่ 13 : ตู้เก็บสารเคมี                                                                35
ภาพที่ 14 : เก้าอี้สานักงาน CF16                                                          36
ภาพที่ 15 : แอร์ MITSUBISHI MS-SGH13VC                                                    37
ภาพที่ 16 : HP ALL-in-One 200-526d PC                                                     37
ภาพที่ 17 : ชุดหูฟังคอมพิวเตอร์ OKER SM-6008 ดา                                           38
ภาพที่ 18 : ROMEO (R)โซฟาผ้า L-SHAPE DGY                                                  39
ภาพที่ 19 : ชุดโต๊ะคอมพิวเตอร์(เมลามีน) พร้อมเก้าอี้พนักงาน                               40
ภาพที่ 20 : กูดมอร์รอน/ อูเดนส์วีค้อ่างล้างหน้า 2 ลิ้นชัก
                                 ตู                                                       40
ภาพที่ 21 : ชั้นหนังสือ                                                                   41
ภาพที่ 22 : ตู้เก็บ Tablet                                                                42
ภาพที่ 23 : โต๊ะสาธิตพร้อมอ่างน้าและก๊อกน้า                                               42
ภาพที่ 24 : จอฉาย มอเตอร์ไฟฟ้า สกรีนบอร์ด ขนาดทแยงมุม 100 นิ้ว                            43
ภาพที่ 25 : เครื่องฉายโปรเจคเตอร์                                                         44
ภาพที่ 26 : Razr LX-75S เครื่องฉายภาพ วิชวลไลเซอร์ ( Visualizer )                         44
ภาพที่ 27 : กระดานทัชสกรีน                                                                45
ห้องเรียนต้นแบบ (Smart classroom) ฉ


                                สารบัญรูป(ต่อ)

ภาพที่ 28 : โต๊ะเรียนแบบกลุ่ม                                                46
ภาพที่ 29 : หน้าต่าง                                                         46
ภาพที่ 30 : ประตู                                                            47
ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom)   1




บทที่ 1
 บทนา
ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom)    2



                                                  บทที่ 1
                                                  บทนา

    1. ความเป็นมาและความสาคัญ

        โรงเรียนเป็นสถานศึกษาที่ให้การศึกษาแก่นักเรียนทุกคนให้มีความรู้ และเป็นความหวังของ
ประเทศชาติในอนาคต ปัจจุบันห้องเรียนปฏิบัติการทางด้านวิทยาศาสตร์ มีความสาคัญอย่างมากต่อการเรียนรู้
ของนักเรียน ทั้งในด้านการเรียนทฤษฎีและปฏิบัติ (ทดลอง) แต่ทางโรงเรียนบ้านโนนม่วง หมู่ที่ 12 ถนน
มิตรภาพ บ้านโนนม่วง ตาบลศิลา อาเภอเมืองขอนแก่นจังหวัดขอนแก่น ยังมีสภาพห้องเรียนยังไม่สมบูรณ์ ขาด
อุปกรณ์การเรียนรู้ต่าง ๆ จะส่งผลให้โอกาสการเรียนรู้จะบรรลุเป้าหมายเป็นไปได้ยากตามที่ หลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธสักราช 2551 ได้กล่าวไว้ว่า “ การออกแบบการจัดการเรียนรู้ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธสักราช 2551 นั้น จะต้องใช้กระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย
สาหรับเป็นเครื่องมือพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุตามเป้าหมายของหลักสูตร ซึ่งครูผู้สอนจะต้องรู้และเข้าใจแนวคิด
หลักการจัดการเรียนรู้ตลอดจนกระบวนการจัดการเรียนรู้และผลที่เกิดกับผู้เรียนของกระบวนการเรียนรู้แต่ละ
วิธี แล้วนามาจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับการพัฒนาผู้เรียนเพื่อเตรียมเข้าสู่คนไทยยุคใหม่ ได้แก่

              กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ
              กระบวนการสร้างความรู้
              กระบวนการคิด
              กระบวนการทางสังคม
              กระบวนการเผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา
              กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง
              กระบวนการปฏิบัติ ลงมือทาจริง
              กระบวนการจัดการ
              กระบวนการเรียนรู้ของตนเอง
              กระบวนการพัฒนาลักษณะนิสัย ”

         ดังนั้นกลุ่มพวกเรามองเห็นความสาคัญของการจัดสภาพแวดล้อมของการออกแบบห้องเรียนต้นแบบ
(Smart classroom) และต้องการพัฒนาให้โรงเรียนที่ยังเข้าไม่ถึงด้านเทคโนโลยี การการประยุกต์ใช้ Literacy
ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom)        3



Computer literacy , Cultural literacy , Information literacy , Media literacy , Traditional
literacy , Visual literacy จึงมีความประสงค์ปรับปรุงสภาพห้องเรียนเดิมที่ยังขาดอุปกรณ์ไม่เอื้ออานวยต่อ
การเรียนการสอนหลายอย่าง และประยุกต์ให้สอดคล้องกับยุคปัจจุบัน


    2. วัตถุประสงค์
       1. เพื่อออกแบบห้องเรียน Smart Classroom ที่สามารถนาไปปรับใช้งานได้จริง
       2. เพื่อสารวจความพึงพอใจเกี่ยวกับการออกแบบห้องเรียน Smart Classroom
       3. อุปกรณ์ภายในห้องต้องสามารถทาให้เกิดการพัฒนา Literacy ของแต่ละบุคคล

   3. ขอบเขตของโครงการ
               การออกแบบห้องเรียนต้นแบบ (Smart classroom) ที่จะสามารถนาไปปรับใช้งานได้จริง
และเพื่อให้สอดคล้องกับการการประยุกต์ใช้ Literacy ในแต่ละด้าน

    4. ประโยชน์ของการดาเนินการ
       1. ได้ห้องเรียนที่มีความเหมาะสมในการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับยุคปัจจุบัน
       2. นักเรียนมีการเรียนรู้เข้าใจ บรรลุตามวัตถุประสงค์ได้ง่ายขึ้น
       3. สะดวก ประหยัดเวลา และมีแรงดึงดูดให้นักเรียนสนใจในการเรียนรู้มากขึ้น
       4. นักเรียนสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจาวันได้
       5. ผู้สอนมีความง่ายในการควบคุม บริหารการจัดการชั้นเรียน

    5. วิธีการดาเนินการ
       1. ปรึกษากันในกลุ่มเลือกโรงเรียนที่จะออกไปสารวจห้องเรียน
       2. ทาเรื่องขอสารวจห้อง (สารวจห้องที่โรงเรียนบ้านโน่นม่วง)
       3. ไปสารวจห้องที่สถานที่จริง ทาการถ่ายภาพห้อง และวัดขนาดห้อง( ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ )
       4. หาข้อมูลเกี่ยวกับการออกแบบ Smart Classroom
       5. หาข้อมูลเกี่ยวกับราคาและสมรรถภาพของอุปกรณ์ต่างๆ ที่จะต้องใช้ใน Smart Classroom
       6. ปรึกษาระดมความคิด ร่างออกแบบห้อง Smart Classroom ลงกระดาษ
       7. ออกแบบห้องจริงในคอมพิวเตอร์
       8. ตรวจสอบงาน
       10. ทาโปสเตอร์และนาเสนอ
ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom)       4



6. นิยามศัพท์
   1. Smart Classroom หมายถึง ห้องเรียนที่นักเรียนสามารถใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการ
       แสวงหาความรู้และนา เสนอ ผลงานจากการศึกษาค้นคว้าของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
   2. Computer Literacy หมายถึง การที่บุคคลมีความรู้ความเข้าใจคุณสมบัติระบบ และการ
       ประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ให้เกิดประโยชน์กับงานของตน" จากความหมายของ "การรู้
       คอมพิวเตอร์" จะทราบว่าความรู้ ทักษะ และเจตคติเกี่ยวกับการรู้คอมพิวเตอร์ของบุคคล
   3. Cultural Literacy หมายถึง การมีความรู้พื้นฐานทางวัฒนธรรมเกี่ยวกับผู้คน สถานที่ ภาษิต
       เรื่องราว และแนวคิดต่างๆ สามารถเข้าใจ และเห็นคุณค่าของความแตกต่างและความ
       เหมือนทางประเพณี ความเชื่อ ค่านิยม และวัฒนธรรมของตนเองและผู้อื่น
   4. Information Literacy หมายถึง หมายถึง ความรู้ ความสามารถและทักษะของบุคคล ใน
       การ เข้าถึงสารสนเทศ ประเมินสารสนเทศที่ค้นมาได้และใช้สารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
       ผู้รู้สารสนเทศจะต้องมีทักษะในด้านต่าง ๆ
   5. Media Literacy หมายถึง การรู้สื่อ ผลิตสื่อ และอ่านความหมายของสื่อได้ ซึ่งในที่นี่คือยิ่ง
       เก่งมาก ก็ยิ่งมองสื่อทะลุปรุโปร่งมากเท่านั้น เช่น ถ้าสื่อกาลังทาโฆษณาชวนเชื่อ
       (Propaganda) แล้วเราสามารถมองออกว่าทาอย่างไร วิธีดีใด ส่งผลต่อจิตใจและความคิด
       ผู้รับสารอย่างไร ก็นับว่าเราอ่านสื่อออกมาก
   6. Traditional Literacy หมายถึง การที่ผู้เรียนสามารถรู้จักความถูกต้องที่เรายึดถือปฏิบัติสืบ
       ต่อกันมาจากอดีตสู่ปัจจุบัน หรือจารีตประเพณี
   7. Visual Literacy หมายถึงความชานาญที่สามารถทาให้คนเรา เข้าใจ แปลความและ
       สร้างสรรค์ภาพ อันได้จากจักษุสัมผัส (จักษุสัมผัส หมายถึง การสื่อความหมายโดยใช้ภาษา
       ภาพ) และนามาใช้ในการติดต่อสื่อสารได้
ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom)   5




          บทที่ 2
เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom)      6



                                                 บทที่ 2
                                      เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

    1. Smart classroom
       Smart classroom หมายถึง ห้องเรียนที่นักเรียนสามารถใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการแสวงหา
ความรู้และนาเสนอผลงานจากการศึกษาค้นคว้าของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้เรียนได้รับการพัฒนา
ทักษะการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ (Learning Skills) และศึกษาจากการสืบค้น (Researching Skills) ได้
ด้วยตนเอง การจัดการเรียนรู้แบบผู้เรียนมีส่วนร่วม (Interactive Learning) ใน Smart Classroom ผู้เรียน
จะสามารถทางานเป็นกลุ่ม รวมทั้งแสดงความคิดเห็นได้เต็มตามศักยภาพ

การพัฒนาห้องเรียน Smart Classroom
       การพัฒนาห้องเรียน Smart Classroom เป็นศูนย์การเรียนรู้ได้นาเทคโนโลยีมาใช้มีทั้ง Hardware
และ Software ในห้อง Smart classroom เป็นห้อง ICT ซึ่งประกอบด้วย Computer ที่ บรรจุ Software
และ การใช้ระบบอินเตอร์เน็ตในการสืบค้นข้อมูล สื่อวัสดุและอุปกรณ์อื่น ที่นามาใช้ในการจัดการเรียนรู้ที่
จัดหามา และผลิตขึ้นได้เอง ได้แก่ วีดีโอ กล้องดิจิตอล เครื่องเล่น VCD/DVD เครื่อง Visualizer เครื่อง
Scanner บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน แบบฝึกทักษะ บทเรียนสาเร็จรูป เกม และอื่น ๆ ซึ่งเป็นสื่อที่ทันสมัย
สาหรับการเรียนการสอน และจัดให้มีมุมเสริมประสบการณ์ความรู้ให้กับผู้เรียน

    2. การรู้สารสนเทศ(Information literacy)
       การรู้สารสนเทศ (Information literacy) หมายถึง ความรู้ ความสามารถและทักษะของบุคคล ใน
การ เข้าถึงสารสนเทศ ประเมินสารสนเทศที่ค้นมาได้และใช้สารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้รู้สารสนเทศ
จะต้องมีทักษะในด้านต่าง ๆ เช่น ทักษะการคิดวิเคราะห์ ทักษะการใช้ภาษา ทักษะการใช้ห้องสมุด ทักษะการ
ใช้คอมพิวเตอร์ เป็นต้น
Information literacy แบ่งออกได้เป็น 7 ประเภท ดังนี้
        1.   การรู้ห้องสมุด
        2.   การรู้คอมพิวเตอร์
        3.   การรู้เครือข่าย
        4.   การรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เห็น
        5.   การรู้สื่อ
        6.   การรู้วัฒนธรรม
        7.   การรู้การสืบทอดอักขระ
ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom)          7



         1. การรู้ห้องสมุด (Library literacy)
         ห้องสมุดเป็นแหล่งรวบรวมสารสนเทศสาขาวิชาต่าง ๆ ไว้ในรูปแบบที่หลากหลายทั้งในรูปสื่อสิ่งพิมพ์
สื่อโสตทัศน์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยผู้ใช้จะต้องรู้วิธีการจัดเก็บสื่อ รู้จักใช้เครื่องมือช่วยค้นต่าง ๆ รู้จักกล
ยุทธ์ในการสืบค้นสารสนเทศ แต่ละประเภท รวมทั้งบริการต่าง ๆ ของห้องสมุด
         2. การรู้คอมพิวเตอร์ (Computer Literacy)
ผู้เรียนต้องรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เบื้องต้นในเรื่องของฮาร์ดแวร์ ซอฟแวร์ การเชื่อมประสาน
และการใช้ประโยชน์จากคอมพิวเตอร์ เช่น การพิมพ์เอกสาร การส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) การใช้
อินเตอร์เน็ตในการติดต่อสื่อสาร รวมถึงการรู้ที่ตั้งของแหล่งสารสนเทศ เป็นต้น
         3. การรู้เครือข่าย (Network Literacy)
ผู้เรียนต้องรู้ขอบเขตและมีความสามารถในการใช้สารสนเทศทางเครือข่ายที่เชื่อมโยงถึงกันทั่วโลก
สามารถใช้กลยุทธ์การสืบค้นสารสนเทศจากเครือข่าย และการบูรณาการสารสนเทศจากเครือข่ายกับ
สารสนเทศจากแหล่งอื่น ๆ
         4. การรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เห็น (Visual Literacy)
ผู้เรียนสามารถเข้าใจและแปลความหมายสิ่งที่เห็นได้รวมถึงความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การ
เรียนรู้ การแสดงความคิดเห็น และสามารถใช้สิ่งที่เห็นนั้นช่วยในการทางานและการดารงชีวิตประจาวันของ
ตนเองได้
         5. การรู้สื่อ (Media Literacy)
ผู้เรียนต้องสามารถเข้าถึง วิเคราะห์ และผลิตสารสนเทศจากสื่อต่าง ๆ เช่น โทรทัศน์ ภาพยนตร์ วิทยุ
ดนตรี หนังสือพิมพ์ นิตยสาร เป็นต้น รู้จักเลือกรับสารสนเทศจากสื่อที่แตกต่างกัน รู้ขอบเขตและการเผยแพร่
สารสนเทศของสื่อ เข้าใจถึงอิทธิพลของสื่อ และสามารถพิจารณาตัดสินได้ว่าสื่อนั้น ๆ มีความน่าเชื่อถือมาก
น้อยเพียงไร
         6. การรู้วัฒนธรรม (Cultural literacy)
การมีความรู้พื้นฐานทางวัฒนธรรมเกี่ยวกับผู้คน สถานที่ ภาษิต เรื่องราว พร้อมทั้งแนวคิดต่าง ๆ
สามารถเข้าใจ และเห็นคุณค่าของความแตกต่างและความเหมือนทางประเพณี ความเชื่อ ค่านิยม และ
วัฒนธรรมของตนเองและผู้อื่น
         7. การรู้การสืบทอดอักขระ (Traditional Alphabetic literacy)
         การที่ผู้เรียนสามารถรู้จักความถูกต้องที่เรายึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมาจากอดีตสู่ปัจจุบัน หรือจารีต
ประเพณี
ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom)       8



      3. ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ (Constructivist Theory)

      ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ (Constructivist Theory) เป็นทฤษฎีที่ว่าด้วยการสร้างความรู้ ได้มีการเปลี่ยน
จากเดิมที่เน้นการศึกษาปัจจัยภายนอกมาเป็น สิ่งเร้าภายใน ซึ่งได้แก่ ความรู้ความเข้าใจ หรือกระบวนการรู้
คิด กระบวนการคิด(Cognitive processes) ที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ จากผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยภายใน
มีส่วนช่วยทาให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมาย และความรู้เดิมมีส่วนเกี่ยวข้องและเสริมสร้างความเข้าใจของ
ผู้เรียน แนวคิดของทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึม(Constructivism) หรือ เรียกชื่อแตกต่างกันไป ได้แก่ สร้างสรรค์
ความรู้นิยม หรือสรรสร้างความรู้นิยม หรือ การสร้างความรู้(โครงการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ , 2544)
        จากการศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับคอนสตรัคติวิสซึม สรุปเป็นสาระสาคัญได้ดังนี้
        1. ความรู้ของบุคคลใด คือ โครงสร้างทางปัญญาของบุคคลนั้นที่สร้างขึ้นจากประสบการณ์ในการ
คลี่คลายสถานการณ์ที่เป็นปัญหาและสามารถนาไปใช้เป็นฐานในการแก้ปัญหาหรืออธิบายสถานการณ์อื่น ๆ
ได้
        2. นักเรียนเป็นผู้สร้างความรู้ด้วยวิธีการที่ต่าง ๆ กัน โดยอาศัยประสบการณ์และโครงสร้างทางปัญญา
ที่มีอยู่เดิม ความสนใจและแรงจูงใจภายในตนเองเป็นจุดเริ่มต้น
        3. ครูมีหน้าที่จัดการให้นักเรียนได้ปรับขยายโครงสร้างทางปัญญาของนักเรียนเอง ภายใต้ ข้อ
สมมติฐานต่อไปนี้
             3.1 สถานการณ์ที่เป็นปัญหาและปฏิสัมพันธ์ทางสังคมก่อให้เกิด ความขัดแย้งทางปัญญา
            3.2 ความขัดแย้งทางปัญญาเป็นแรงจูงใจภายในให้เกิดกิจกรรมการไตร่ตรองเพื่อขจัดความ
ขัดแย้งนั้น Dewey ได้อธิบายเกี่ยวกับลักษณะการไตร่ตรอง(Reflection) เป็นการพิจารณาอย่างรอบคอบ
กิจกรรมการไตร่ตรองจะเริ่มต้นด้วยสถานการณ์ที่เป็นปัญหา น่าสงสัย งงงวย ยุ่งยาก ซับซ้อน เรียกว่า
สถานการณ์ก่อนไตร่ตรอง และจะจบลงด้วยความแจ่มชัดที่สามารถอธิบายสถานการณ์ดังกล่าว สามารถ
แก้ปัญหาได้ ตลอดจนได้เรียนรู้และพึงพอใจกับผลที่ได้รับ
             3.3 การไตร่ตรองบนฐานแห่งประสบการณ์และโครงสร้างทางปัญญาที่มีอยู่เดิมภายใต้การมีปฎิ
สัมพันธ์ทางสังคม กระตุ้นให้มีการสร้างโครงสร้างใหม่ทางปัญญา
        จากแนวคิดข้างต้นนี้กระบวนการเรียนการสอนในแนวคอนสตรัคติวิสซึม จึงมักเป็นไปในแบบที่ให้
นักเรียนสร้างความรู้จากการช่วยกันแก้ปัญหา (Cooperative problem solving) กระบวนการเรียนการ
สอนจะเริ่มต้นด้วยปัญหาที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางปัญญา (Cognitive conflict) นั่นคือประสบการณ์
และโครงสร้างทางปัญญาที่มีอยู่เดิม ไม่สามารถจัดการแก้ปัญหานั้นได้ลงตัวพอดีเหมือนปัญหาที่เคยแก้มาแล้ว
ต้องมีการคิดค้นเพิ่มเติมที่เรียกว่า “การปรับโครงสร้าง” หรือ “การสร้างโครงสร้างใหม่” ทางปัญญา
ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom)         9



(Cognitive restructuring) โดยการจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้ถกเถียงปัญหา ซักค้านจนกระทั่งหาเหตุผล หรือ
หลักฐานในเชิงประจักษ์มาขจัดความขัดแย้งทางปัญญาภายในตนเอง และระหว่างบุคคลได้ (ไพจิตร, 2543)
 ความแตกต่างระหว่างทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึมกับทฤษฎีพฤติกรรมนิยม
           ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึม(Constructivism) ได้เสนอทางเลือกของกระบวนทัศน์การสอน จากเดิมซึ่งเป็น
การสอนแบบยึดวัตถุประสงค์แบบดั้งเดิม (Objectivist tradition) ซึ่งอาศัยพื้นฐานทางพฤติกรรมนิยม ที่
แท้จริงแล้วพบว่ามีความแตกต่างกับกระบวนทัศน์ของทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึม ซึ่งจะได้กล่าวในรายละเอียด
ดังนี้
          1) ผู้เรียนไม่เพียงแต่จะรับรู้ชิ้นส่วนต่างๆของความรู้และเก็บไว้ในสมองเท่านั้น แต่ยังนาข้อมูลต่างๆจาก
สภาพจริงมาสร้างเป็นแนวความคิดของตนเอง
          2)ความรู้ทั้งหมดจะถูกเก็บและนามาใช้โดยผ่านประสบการณ์ของแต่ละบุคคลโดยการเชื่อมโยงกับความรู้
ในขอบเขตเฉพาะ
          ถ้ามีการเปรียบเทียบกับการเรียนรู้ในแนวคิดทั้ง 2 ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึมจะเกี่ยวข้องกับการสร้าง
ความรู้ ในขณะที่แนวคิดที่เป็นแบบยึดวัตถุประสงค์ดั้งเดิมจะเกี่ยวข้องกับ การรู้ (Knowing)
                    ทฤษฎีรังสรรค์นิยม                              ทฤษฎีการสอนแบบยึดวัตถุประสงค์
         1) การสร้างความรู้ (Constructing)                     1) การรู้ (knowing) เนื้อหา
         2) เน้นกระบวนการภายใน (Mind process)ที่               2) เน้น เนื้อหา ซึ่งเป็นสิ่งป้อนจากภายนอกและ
            สร้างความหมายจากสิ่งที่ป้อนจากภายนอก                   สันนิษฐานว่าจะถูกนาไปเก็บไว้ที่ใน
                                                                   โครงสร้างทางปัญญา ซึ่งอยู่ภายในสมองของ
                                                                   ผู้เรียน



จากแนวคิดพื้นฐานของทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึมที่เป็นรากฐานสาคัญซึ่งปรากฏจากรายงานของนักจิตวิทยา
และนักการศึกษา คือ Jean Piaget ชาวสวิส และ Lev Vygotsky ชาวรัสเซีย ซึ่งแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
Cognitive Construtivism และ Social Construtivism ดังมีรายละเอียด ดังนี้
           1. Cognitive Constructivism มีพื้นฐานมาจากแนวคิดของ Piaget แนวคิดของทฤษฎีนี้ เน้นผู้เรียน
เป็นผู้สร้างความรู้ โดยเป็นผู้สร้างความรู้ โดยการลงมือกระทา Piaget เชื่อว่าถ้าผู้เรียนถูกกระตุ้นด้วยปัญหาที่
ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางปัญญา (Cognitive conflict) หรือเรียกว่าเกิดการเสียสมดุลย์ทางปัญญา
(Disequilibrium) ผู้เรียนต้องพยายามปรับโครงสร้างทางปัญญา (Cognitive structuring)ให้เข้าสู่ภาวะ
สมดุลย์(Equilibrium) โดยวิธีการดูดซึม (Assimilation) ได้แก่ การรับข้อมูลใหม่จากสิ่งแวดล้อมเข้าไปไว้ใน
ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom)       10



โครงสร้างทางปัญญา และ การปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางปัญญา(Accomodation) คือ การเชื่อมโยง
โครงสร้างทางปัญญาเดิม หรือความรู้เดิมที่มีมาก่อนกับข้อมูลข่าวสารใหม่ จนกระทั่งผู้เรียนสามารถปรับ
โครงสร้างทางปัญญาเข้าสู่สภาพสมดุลย์ หรือสามารถที่จะสร้างความรู้ใหม่ขึ้นมาได้ หรือเกิดการเรียนรู้นั่นเอง
      2. Social Constructivism เป็นทฤษฎีที่มีรากฐานมาจาก Vygotsky ซึ่งมีแนวคิดที่สาคัญที่ว่า
"ปฏิสัมพัธ์ทางสังคม มีบทบาทสาคัญในการพัฒนาด้านพุทธิปัญญา"รวมทั้งแนวคิดเกี่ยวกับศักยภาพในการ
พัฒนาด้านพุทธิปัญญาที่อาจมีข้อจากัดเกี่ยวกับช่วงของการพัฒนาที่รียกว่า Zone of Proximal
Development ถ้าผู้เรียนอยู่ต่ากว่า Zone of Proximal Development จาเป็นที่จะต้องได้รับการ
ช่วยเหลือในการเรียนรู้ ที่เรียกว่า Scaffolding และVygotskyเชื่อว่าผู้เรียนสร้างความรู้โดยผ่านทางการมี
ปฏิสัมพันธ์ทางสังคมกับผู้อื่น ได้แก่ เด็ก กับ ผู้ใหญ่ พ่อแม่ ครูและเพื่อน ในขณะที่เด็กอยู่ในบริบทของสังคม
และวัฒนธรรม(Sociocultural context )
        หลักสาคัญ 2 ประการสาหรับการนาทฤษฎีตามแนว Cognitive constructivism ไปใช้ในการจัดการ
เรียนการสอนได้แก่
     1. การเรียนรู้เป็นกระบวนการที่ลงมือปฏิบัติ (Learning is active process) ประสบการณ์ตรง การ
ลองผิดลองถูกและค้นหาวิธีการแก้ปัญหาเป็นสิ่งที่จาเป็นต่อการดูดซึมและการปรับเปลี่ยนของข้อมูล วิธีการที่
สารสนเทศถูกนาเสนอ เป็นสิ่งสาคัญ เมื่อสารสนเทศถูกนาเข้ามาในฐานะเป็นสิ่งที่ช่วยแก้ปัญหา อาจทาหน้าที่
เป็นเครื่องมือมากกว่าจะเป็นข้อเท็จจริงอย่างแท้จริง
     2. การเรียนรู้ควรเป็นองค์รวม เน้นสภาพจริงและสิ่งที่เป็นจริง (Learning should be whole,
authentic, and "real" )
     เพียเจต์ได้ให้ความกระจ่างเกี่ยวกับ "การสร้างความหมาย จะมีการสร้างขึ้นโดยเด็กมีปฏิสัมพันธ์อย่าง
มีความหมายกับโลกโลกที่อยู่รอบตัวของพวกเขา" นั่นหมายความว่าสิ่งที่เด็กเรียนจะมีความหมายต่อเด็ก
น้อยถ้าแยกฝึกทักษะของแบบฝึกหัดในการสอนโดยตัดตอนเป็นช่วงๆ เป็นส่วน ๆ จนจบประโยค เด็กจะยังคง
เรียนรู้สิ่งเหล่านี้ในห้องเรียนของเพียต์เจต์แต่จะแตกต่างกันที่ว่าพวกเขาจะเข้าไปเรียนในกิจกรรมที่มี
ความหมาย เช่น ในชั้นเรียนที่เรียนเรื่อง การเก็บสะสมเงินหรือการฝากธนาคาร หรือการเขียนการทาข่าวในชั้น
เรียนเกี่ยวกับหนังสือพิมพ์ กิจกรรมทั้งหมดจะตรงข้ามกับการฝึกทักษะในแบบฝึกหัด กิจกรรมการเรียนตาม
สภาพจริง (Authentic learning) ซึงเด็กให้ความสนใจและมีความหมายต่อพวกเขาในห้องเรียนตาม
                                ่
แนวเพียเจต์จะเน้นกิจกรรมตามสภาพจริง จะมีผลต่อพวกเด็กมากกว่าระดับคะแนนที่ได้จากการทดสอบหรือ
คาชมว่าดีมาก ในสาขาวิชา คอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา(Educational Computing) ทฤษฎีที่เป็นที่รู้จักกันดี
คือ Cognitive Constructivist หรือที่เรียกว่า "Dirty teaching" ซึ่งมีการเน้นที่ตรงกันข้ามกับวิธีการที่
ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom)          11



แบ่งแยกเนื้อหาเป็นส่วน ๆ หรือที่เรียกว่า "Clean teaching" กับวิชาที่เป็นองค์รวมและสภาพจริงหรือที่
เรียกว่า"Dirty teaching"
เทคโนโลยีจัดเตรียมเครื่องมือที่จาเป็นที่จะช่วยให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของห้องเรียนตามแนวทาง Social
Constructivism ตัวอย่างข้างล่างนี้จะแสดงเกี่ยวกับวิธีการที่เทคโนโลยีสารสนเทศสามารถสนับสนุนการเรียน
การสอนตามแนวทาง Social Constructivism ต่อไปนี้
       เครื่องมือการสื่อสารทางไกล เช่น การใช้อีเมล(E-mail) และอินเทอร์เนต ช่วยเป็นสื่อกลางสาหรับ
        การสนทนา อภิปราย แก้ปัญหา ที่มีปฏิสัมพันธ์ที่นาไปสู่ การสร้างความหมายทางสังคม ผู้เรียน
        สามารถสนทนากับผู้เรียนอื่น ๆครู และผู้เชี่ยวชาญในวงวิชาชีพที่อาจอยู่ไกลจากชั้นเรียนของพวกเขา
        เครื่องมือสื่อสารทางไกลยังคงสามารถช่วยผู้เรียนเข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ ที่มีรูปแบบแตกต่างกัน
        จะช่วยทาให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจวัฒนธรรมของพวกเขาเองและของผู้อื่น
       โปรแกรมการเรียนเกี่ยวกับการเรียนบนเครือข่าย ช่วยทาให้เกิดการร่วมมือในการเรียน ผู้เรียน
        สามารถเขียนข้อความ ร่วมเรียนจริงซึ่งตอบสนองในทันที และผู้อื่นสามารถที่จะเข้ามาร่วมกิจกรรม
        การเรียนก็ได้
       สถานการณ์จาลองสามารถทาให้การเรียนรู้มีความหมายโดยสถานการณ์การเรียนในบริบทของ
        กิจกรรมในชีวิตจริง เช่น running a nuclear power plant, การเขียนเรื่องในหนังสือพิมพ์ การ
        จัดการเกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อม

ต่อไปนี้จะเป็นสรุปแนวคิดของทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึม โดยเน้นเกี่ยวกับลักษณะของสิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้
ดังรายละเอียดต่อไปนี้
      - ผู้เรียนลงมือกระทาด้วยตนเอง (Learning are active) ความสาคัญของการเรียนตามแนวทฤษฎี
คอนสตรัคติวิสซึม เป็นกระบวนการ ที่ผู้เรียนบูรณาการข้อมูลใหม่กับประสบการณ์ที่มีมาก่อนหรือความรู้เดิม
ของผู้เรียน และสิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้ แนวคิดที่หลากหลายเป็นสิ่งที่มีค่าและจาเป็น (Multiple
perspective are valued and necessary) ตามแนวทางทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึม กล่าวว่า ผู้เรียนจะต้อง
สร้างแนวคิดของตนเอง แนวคิดนี้จาเป็นต้องประกอบด้วยแนวคิดที่หลากหลายและ กว้างขวาง อาจมาจาก
แหล่งข้อมูลต่างๆ โดยที่ผู้เรียนจะต้องเรียนรู้ เช่น ครู กลุ่มเพื่อน นักเขียน และหนังสือ เป็นต้น ทฤษฎีคอน
สตรัคติวิสซึมส่งเสริมให้ผู้เรียนรวบรวมแนวคิดที่หลากหลายและสังเคราะห์สิ่งเหล่านี้เป็นแนวคิดที่บูรณาการ
ขึ้นมาใหม่
       - การเรียนรู้ควรสนับสนุนการร่วมมือกันไม่ใช่การแข่งขัน (Learning should support
collaboration , not competition) จากการแลกเปลี่ยนแนวคิดที่หลากหลายนั้นหมายถึงการร่วมมือ ใน
ระหว่างที่มีการร่วมมือ ผู้เรียนต้องมีการสนทนากับคนอื่นๆเกี่ยวกับเรื่องที่กาลังเรียนรู้ กระบวนการนี้คือ การ
ร่วมมือและแลกเปลี่ยน หรือการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งเป็นการทาให้ผู้เรียนตกผลึกและกลั่นกรองสิ่งที่สร้างขึ้น
แทนความรู้ภายในสมอง มาเป็นคาพูดที่ใช้ในการสนทนาที่แสดงออกมาภายนอกที่เป็นรูปธรรม และส่งเสริม
ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom)           12



การสังเคราะห์ความรู้ที่จาเป็นต่อการเรียนรู้ และการสร้างความหมายในการเรียนรู้ของตนเอง ดังนั้น
สิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้ที่จัดให้มีการร่วมมือกันจะเป็นการส่งเสริมการสร้างความรู้ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความจาเป็น
จาเป็นต่อการเรียนรู้
       - ให้ความสาคัญกับการควบคุมตนเองตามระดับของผู้เรียน (Focuses control at the leaner
level) ถ้าผู้เรียนลงมือกระทาในบริบท การเรียนรู้ โดยการร่วมมือกับผู้เรียนคนอื่น และผู้สอน และจาเป็นต้อง
ควบคุมกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเองมากกว่าการที่เรียนในลักษณะที่เป็นผู้รับฟัง (Passive listening) จาก
การบรรยายของผู้สอน นี่แสดงเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานกิจกรรมการเรียนรู้ในห้องเรียน

      - นาเสนอประสบการณ์การเรียนรู้ที่ตรงกับสภาพที่เป็นจริงหรือประสบการณ์การเรียนรู้ในชีวิตจริ ง
(Provides authentic,real-world learning experiences) ความรู้ที่ถูกแยกออกจากบริบทในสภาพจริง
ในระหว่างการสอนสิ่งที่เรียนเป็นสิ่งที่ไม่ใช่สภาพจริงนั้น มักจะเป็น สิ่งที่ไม่มีความหมายต่อผู้เรียนมากนัก แต่
สภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึม ที่จัดสภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้ใน
สถานการณ์ต่างๆที่อยู่ในบริบทของสภาพจริง ดังนั้นประสบการณ์ การเรียนรู้ที่ประยุกต์ไปสู่ปัญหาในชีวิตจริง
(Real world problems)จะช่วยสร้างการเชื่อมโยงที่แข็งแกร่ง และส่งผลให้ผู้เรียนสามารถประยุกต์สิ่งที่ได้
เรียนไปสู่สถานการณ์ใหม่ในสภาพชีวิตจริงได้

ข้อตกลงเบื้องต้นของการออกแบบการสอนที่มีพื้นฐานจากทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึม (Constructivism)
Bednar etal (1991) ได้ให้ข้อตกลงไว้ดังนี้
      1. การสร้างการเรียนรู้ (Learning Constructed) ความรู้จะถูกสร้างจากประสบการณ์การเรียนรู้เป็น
กระบวนการสร้าง สิ่งขึ้นแทนความรู้(Representation)ในสมองที่ผู้เรียนเป็นผู้สร้างขึ้น
      2. การแปลความหมายของแต่ละคน (Interpretation personal) การเรียนรู้เป็นการแปล
ความหมายตามสภาพจริง (Real world) ของแต่ละคน" การเรียนรู้เป็นผลจากการแปลความหมายตาม
ประสบการณ์ของแต่ละคน
      3. การเรียนรู้เกิดจาการลงมือกระทา (Learning active) การเรียนรู้เป็นการที่ผู้เรียนได้ลงมือกระทา
ซึ่งเป็นการสร้าง ความหมายที่พัฒนาโดยอาศัยพื้นฐานของประสบการณ์
      4. การเรียนรู้ที่เกิดจากการร่วมมือ (Learning Collaborative) ความหมายในการเรียนรู้เป็นการ
ต่อรองจากแนวคิด ที่หลากหลาย "การพัฒนาความคิดรวบยอดของตนเอง ได้มาจากการร่วมแบ่งปัน แนวคิดที่
หลากหลายในกลุ่ม และในขณะเดียวกันก็ปรับเปลี่ยนการสร้างสิ่งที่แทนความรู้ในสมอง(Knowledge
representation)ที่สนองตอบต่อแนวคิดที่หลากหลายนั้น หรืออาจกล่าวได้ว่า ในขณะที่มีการแลกเปลี่ยน
เรียนรู้โดยการอภิปรายเสนอความคิดเห็นที่หลากหลายของแต่ละคน ผู้เรียนจะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง
ความรู้ของตนด้วยและสร้างความหมายของตนเองขึ้นมาใหม่ ซึ่งตรงกับแนวคิด Cunningham ที่กล่าวว่า
"บทบาทของการศึกษา คือ การส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือกับคนอื่นจากการร่วมแสดงแนวคิดที่หลากหลายที่
จะทาให้เกิดปัญหาเฉพาะและนาไปสู่การเลือกจุดหรือสถานการณ์ที่พวกเขาจะยอมรับในระหว่างกัน …."
ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom)         13



      5. การเรียนรู้ที่เหมาะสม (Learning Situated)ควรเกิดขึ้นในสภาพชั้นเรียนจริง (Situated or
anchored) " การเรียนรู้ต้องเหมาะสมกับบริบทของสภาพจริง หรือสะท้อนบริบทที่เป็นสภาพจริง"
      6. การทดสอบเชิงการบูรณาการ (Testing Integrated) การทดสอบควรจะเป็นการบูรณาการเข้ากับ
ภารกิจการเรียน (Task) ไม่ควรเป็นกิจกรรมที่แยกออกจากบริบท การเรียนรู้ " การวัดการเรียนรู้ เป็นวิธีการที่
ผู้เรียนใช้โครงสร้างความรู้เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมให้เกิดการคิดในเนื้อหาการเรียนรู้นั้น ๆ "

คุณลักษณะของการออกแบบการสอนตามแนวทางคอนสตรัคติวิสซึม
       1. กระบวนการในการออกแบบเป็นลักษณะย้อนกลับไปมา (Recursive)ไม่เป็นเส้นตรง บางครั้งก็มี
การย้อนกลับไปกลับมาอย่างไม่เป็นระเบียบ (Chaotic)การพัฒนาเป็นสิ่งที่มีการย้อนกลับ หรือย้า ซึ่งนัก
ออกแบบอาจจะกาหนดเรื่องเดียวกันเช่น วิเคราะห์ผู้เรียน วัตถุประสงค์การสอนหลาย ๆ ครั้ง การพัฒนาจะไม่
เป็นเชิงเส้นตรงไม่ต้องการภารกิจการเรียนรู้เบื้องต้นที่ต้องทาก่อนที่ประกอบกิจกรรมอื่น ๆ ต่อไป ปัญหาบาง
ปัญหา การปรับปรุง การเปลี่ยนแปลงจะต้องค้นพบหรือปรับเปลี่ยนตามบริบทการใช้ แผนการสาหรับการ
ประเมินผลที่ย้อนกลับมา โดยผู้ใช้(User) และผู้เชี่ยวชาญ(Expert)และแผนการสาหรับการเริ่มต้นที่ไม่ถูกต้อง
และการออกแบบใหม่เช่นเดียวกับการปรับปรุง
       2. การวางแผนเป็นการจัดระบบ การพัฒนา การไตร่ตรองและการร่วมมือเริ่มต้นจากแผนการที่คร่าว ๆ
และเติมรายละเอียดที่เป็นความก้าวหน้า วิสัยทัศน์ (Vision) และการวางแผนเชิงกลยุทธ์ของสิ่งที่พัฒนามา
วิสัยทัศน์และการวางแผนอาจเริ่มต้นอย่างไม่สมบูรณ์ก็ได้ การพัฒนาควรเป็นความร่วมมือกันทา กลุ่มการ
ออกแบบ รวมถึงผู้ที่จะใช้สื่อการเรียนการสอน ควรร่วมงานกัน ในการที่จะแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ ซึ่งควร
ดาเนินการทั้งกระบวนการในการพัฒนา วิสัยทัศน์ เป็นสิ่งสาคัญของบุคคลหรือกลุ่ม หรือหน่วยงาน ซึ่งถ้า
บุคคลใดขาดวิสัยทัศน์ของตนเอง อาจจะไม่สามารถกระทาการใดเพื่อคนอื่น ๆ ได้
     3. วัตถุประสงค์ วัตถุประสงค์ อาจปรากฏมาจากงานที่ออกแบบและพัฒนา Constructivism เชื่อว่า
วัตถุประสงค์ไม่ควรเป็นสิ่งที่นาทาง แทนที่จะเป็นสิ่งที่กาหนดแนวทางไว้ วัตถุประสงค์อาจปรากฏออกมา
ในขณะที่มีกระบวนการร่วมมือพัฒนา มากขึ้นภายหลัง
     4.สิ่งที่การออกแบบการสอนอื่นไม่มี สิ่งที่นักออกแบบผู้มีความเชี่ยวชาญด้านเนื้อหาไม่มี คือ การได้มี
ประสบการณ์ตรงกับสิ่งนั้น ๆ ตัวอย่างเช่น เกม ก็คือ การได้เล่นเกมนั้น ๆ การที่ผู้เชี่ยวชาญได้มีประสบการณ์
ในการใช้สิ่งที่ออกแบบ โดยที่พวกเขาได้มีโอกาสไปลงคลุกในสิ่งแวดล้อมการใช้ก่อน เป็นสิ่งที่ช่วยประสิทธิภาพ
ในการออกแบบสิ่งนั้น
     5. การสอนที่เน้นการเรียนรู้ในบริบทที่มีความหมาย (เป้าหมาย: เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับความเข้าใจของ
แต่ละบุคคลภายใต้บริบทที่มีความหมาย)ตามมาตรฐานการสอนโดยตรงทั่วไป เน้นการสอนเนื้อหา ซึ่ง
ปราศจากบริบทที่มีความหมายสาหรับชีวิตจริง เป็นผลที่ทาให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า ความรู้ที่เฉื่อย (Inert
Knowledge) ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ การสอนควรเน้นการพัฒนาความเข้าใจในบริบท กลยุทธ์ของวิธีการนี้
ได้แก่ Anchored instruction Situated Cognition Cognitive apprenticeships และCognition
Flexibility ซึ่งมีกระบวนการเรียนรู้ที่ผู้เรียนสร้างความรู้ด้วยตนเองโดยมีส่วนเข้าไปคลุกในบริบทตามสภาพ
ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom)            14



จริงและยังเป็นการเรียนการสอนที่เน้นให้ผู้เรียนเข้าถึงการแก้ปัญหาและวิธีการนี้ได้พัฒนาแหล่งข้อมูล ของ
Hypermedia หรือ Multimedia สารนุกรมที่เป็น electronic ตลอดจนการเข้าถึงแหล่งข่าวสารต่าง ๆ
      6. การประเมินผลเพื่อปรับปรุง (Formative Evaluation)การประเมินผลเพื่อปรับปรุง เป็นสิ่งจาเป็น ใน
การออกแบบการสอนตามแนวนี้จะใช้ความพยายามในการประเมินผลเพื่อปรับปรุงมากที่สุด เพราะว่าการ
ให้ผลย้อนกลับทาให้สามารถนาข้อมูลเหล่านั้นมาช่วยปรับปรุงผลผลิตแต่การประเมินผลลัพธ์ไม่ได้ช่วยในการ
ปรับปรุงผลผลิต
      7.ข้อมูลเชิงอัตนัย เป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด (Subjective data may be the may valuable) เป้าหมายและ
วัตถุประสงค์ที่สาคัญ ไม่เพียงพอที่สามารถวัดโดยข้อสอบประเภทเลือกตอบเพราะบางครั้งการเลือกตอบมี
ข้อจากัดเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ ความคิดเห็น ค่านิยมของการสอน บางสิ่งบางอย่างไม่สามารถแสดงออกและสังเกต
ได้ด้วยเชิงปริมาณ การประเมินหลายประเภท รวมถึงการประเมินตามสภาพจริง (Authentic assessment)
แฟ้มสะสมงาน (Portfolios) การศึกษาชาติพรรณวรรณา (Ethnographic studies) ความคิดเห็นของมือ
อาชีพเป็นสิ่งที่ควรพิจารณา นอกจากนี้ในระหว่างกระบวนการการออกแบบการสอน มีหลายจุดที่ต้องเป็น
ทางการหรือเชิงคุณภาพ เช่น การสัมภาษณ์ การสังเกต focus groups การวิพากษ์ของผู้เชี่ยวชาญ ผล
ย้อนกลับจากผู้เรียน เป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากกว่า 10 รายข้อจาก Likert Scale

ข้อตกลงเบื้องต้นเกี่ยวกับ เทคโนโลยีตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสซึม
        1. เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่มากกว่าเครื่องมือ เทคโนโลยีประกอบด้วยการออกแบบที่จะช่วยเหลือสนับสนุน
ผู้เรียนกลยุทธ์การเรียนรู้ทางพุทธิปัญญา ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และ Replicable และเทคนิค
ความสามารถในการประยุกต์
        2. เทคโนโลยีการเรียนรู้เป็นสิ่งแวดล้อมใด ๆ หรือชุดที่สามารถนิยามของกิจกรรมที่ สนับสนุนผู้เรียนใน
การสร้างความรู้และสร้างความหมาย
        3. การสร้างความรู้ (Knowledge Construction) ไม่ใช่สนับสนุนจากการใช้เทคโนโลยีที่ใช้เป็นผู้
ส่งหรือทาหน้าที่เป็นพาหะขนส่ง ความรู้ หรือ การสอน ที่จะควบคุมปฏิสัมพันธ์ผู้เรียนทั้งหมด
        4. ยิ่งไปกว่านั้น เทคโนโลยีสนับสนุนการสร้างความรู้ จะเป็นการดีถ้าผู้เรียนต้องการหรือมีแรงขับ เมื่อ
มีปฏิสัมพันธ์นั่นเป็นการที่ผู้เรียนเป็นผู้สร้างและผู้เรียนเป็นผู้ควบคุมและเมื่อมีปฏิสัมพันธ์กับเทคโนโลยีจะเป็น
การสนับสนุนหรือช่วยเหลือให้เกิดความคิดรวบยอดและสติปัญญา
        5. เทคโนโลยีเสมือนชุดเครื่องมือ ที่จะกระตุ้นผู้เรียนให้สร้างการอธิบายของตนเองอย่างมีความหมาย
และนาเสนอในชีวิตจริง ชุดเครื่องมือนี้ต้องสนับสนุนองค์ประกอบทางสติปัญญาของความต้องการในการ
เรียนรู้ของรายวิชาที่จะเรียน
        6. ผู้เรียนและเทคโนโลยี เทคโนโลยีควรเปรียบเสมือนเพื่อนทางสติปัญญาของผู้เรียน และช่วยส่งเสริม
ความรับผิดชอบทางพุทธิปัญญาสาหรับการแสดงออก
ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom)      15



     4. การจัดการชั้นเรียน
         แนวคิดการจัดการชั้นเรียนตามรูปแบบจิตวิทยาตั้งอยู่บนพื้นฐานของความคิดที่ว่า การ
เปลี่ยนพฤติกรรมจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อครูเข้าใจถึงสาเหตุของพฤติกรรมเด็ก เข้าใจว่าอะไรเป็นแรงจูงใจ
ทาให้เด็กมีพฤติกรรมเช่นนั้น เข้าใจถึงความคิด ความรู้สึก ความต้องการ และความตั้งใจ (อุทุมพร
พรายอินทร์. 2542: 31-35)
         ยุทธนา แซ่เตียว (2547: 245-246) มีแนวคิดเกี่ยวกับการจัดการความรู้ว่า เป็นการ
จัดการเพื่อนาความรู้มาใช้พัฒนาขีดความสามารถขององค์กร โดยมีกระบวนการในการสรรหา
ความรู้เพื่อถ่ายทอดและแบ่งปันไปยังบุคลากรเป้าหมายอย่างถูกต้องและเหมาะสม
         รวีวรรณ ชินตระกูล (2540: 101) กล่าวว่า สิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ได้แก่ บริเวณ
โรงเรียน อาคารเรียน สิ่งก่อสร้าง แสงสว่าง มีความสัมพันธ์กับชีวิตประจาวันของนักเรียน ครู และ
ทุกคนในโรงเรียนอย่างมาก
         เทื้อน ทองแก้ว (2538: 74-81) ได้ให้แนวคิดว่า สภาพแวดล้อมมีอิทธิพลต่อการเรียนรู้
ของบุคคล บุคคลที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ย่อมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองตาม
สภาพแวดล้อมไปในแนวทางที่ดี ในทางการศึกษาหรือการเรียนการสอนจึงได้เน้นให้มีการจัด
สภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้โดยรอบตัวผู้เรียน โดยเฉพาะการจัดสภาพแวดล้อมในห้องเรียน ซึ่งจะ
มีอิทธิพลต่อนักเรียนเป็นอย่างยิ่ง
         หรรษา นิลวิเชียร (2535: 33) เชื่อว่า เจตคติที่ดีต่อกันระหว่างครูและนักเรียนเป็นพื้นฐาน
สาคัญของการสอน สนับสนุนให้ครูมีความสัมพันธ์กับนักเรียนด้วยความจริงใจ ครูตระหนักและ
ยอมรับถึงความรู้สึกของตนเอง และยินดีที่จะแสดงความรู้สึกนั้นต่อชั้นเรียน นอกจากนี้แล้ว ครูก็
ควรจะตระหนักต่อความรู้สึกของเด็กด้วย ซึ่งจะทาให้เกิดความเข้าใจที่ดีต่อกัน
         แนวคิดด้านจิตวิทยาเกี่ยวกับการจัดการชั้นเรียนอีกแนวคิดหนึ่งคือ แนวคิดของ Glasser
(หรรษา นิลวิเชียร. 2535: 30; อ้างอิงจาก Glasser. 1965) ได้เสนอแนะวิธีการแก้ปัญหา
พฤติกรรมในชั้นเรียนด้วยความร่วมมือกันระหว่างครูและนักเรียน ซึ่งต้องอาศัยความจาเป็นพื้นฐานทางด้าน
จิตวิทยาสองประการคือ ความรักและความรู้สึกมีค่า หมายถึง ครูจะต้องช่วยขจัดปัญหาทางอารมณ์ของเด็กที่
มีปัญหาด้านการปกครอง อันจะส่งผลต่อความประพฤติของเด็กคือทาให้เด็กมี
ความรับผิดชอบ และได้รับการศึกษาดีขึ้น
         การวางแผนการจัดการระบบการจัดการชั้นเรียน ควรเริ่มที่การมีจุดประสงค์ที่แน่นอนและ
ชัดเจน หลักการสาคัญพื้นฐานของการจัดการชั้นเรียน มีดังต่อไปนี้ (ชาติชาย พิทักษ์ธนาคม.
2544: 236-243)
         1. ครูควรมีระบบการจัดการที่ได้ผล
         2. กฎของห้องควรสอดคล้องกับเป้าหมายของโปรแกรม
         3. เป้าหมายของวินัยก็คือ การที่เด็กมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้
         4. การจัดการชั้นเรียนคือ การจัดการเกี่ยวกับพฤติกรรมของเด็ก เพื่อให้มีการเรียนการสอน
ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom)           16



          5. ครูจะต้องรับผิดชอบที่จะพัฒนาและคงสภาพระบบการจัดการที่มีประสิทธิภาพ
          ปราณี สาระจิตต์ (2537: 2) กล่าวว่า การจัดการเรียนการสอน มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เด็ก
เกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ ส่วนการจัดการชั้นเรียนมีจุดหมายเพื่อสร้างบรรยากาศในการเรียน
ช่วยให้การเรียนการสอนดาเนินไปด้วยดีมีประสิทธิภาพสูง
          อาภรณ์ ใจเที่ยง (2546: 239-240) ได้เสนอหลักการการจัดชั้นเรียนไว้ดังนี้
          1. การจัดชั้นเรียนควรให้ยืดหยุ่นได้ตามความเหมาะสม ชั้นเรียนควรเป็นห้องใหญ่หรือ
กว้าง เพื่อสะดวกในการโยกย้ายโต๊ะเก้าอี้ จัดรูปแบบต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ในการเรียนการสอน
          2. ควรจัดชั้นเรียนเพื่อสร้างเสริมความรู้ทุกด้าน โดยจัดอุปกรณ์ในการทากิจกรรมหรือ
หนังสืออ่านประกอบที่น่าสนใจไว้ตามมุมห้อง เพื่อนักเรียนจะได้ค้นคว้าทากิจกรรม ควรคิดอุปกรณ์
รูปภาพ และผลงานไว้เพื่อให้เกิดการเรียนรู้
          3. ควรจัดชั้นเรียนให้มีสภาพแวดล้อมที่ดี ได้แก่ สภาพแวดล้อมทางกาย สติปัญญา
อารมณ์ และสังคม
          4. ควรจัดชั้นเรียนเพื่อเสริมสร้างลักษณะนิสัยที่ดีงาม ชั้นเรียนจะน่าอยู่ก็ตรงที่นักเรียน
รู้จักรักษาความสะอาด
          5. ควรจัดชั้นเรียนเพื่อสร้างเสริมประชาธิปไตย โดยครูอาจจัดดังนี้
          5.1 จัดให้นักเรียนเข้ากลุ่มทางาน โดยให้มีการหมุนเวียนกลุ่มกันไป เพื่อให้ได้ฝึกการทางานร่วมกับ
ผู้อื่น
          5.2 จัดที่นั่งของนักเรียนให้สลับที่กันเสมอ เพื่อให้ทุกคนได้มีสิทธิที่จะนั่งในจุดต่าง ๆของห้องเรียน
          6. ควรจัดชั้นเรียนให้เอื้อต่อหลักสูตร หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ฉะนั้น ปัจจุบันเน้นการจัดการ
เรียนการสอนโดยให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และใช้กระบวนการสอนต่าง ๆ
          สุพิน บุญชูวงศ์ (2544: 128-129) ได้สรุปหลักการจัดชั้นเรียนไว้ ดังนี้
          1. ชั้นเรียนควรมีสีสันที่น่าดู สบายตา มีอากาศถ่ายเทได้ดี แสงสว่างเพียงพอ ไม่มีเสียงรบกวน อากาศ
ไม่เป็นพิษ ไม่ร้อนจนเกินไป และมีขนาดกว้างขวางอย่างเพียงพอ
          2. สะอาดถูกสุขลักษณะ เป็นระเบียบเรียบร้อย น่าอยู่ มีบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมคล้ายคลึงกับชีวิต
ในบ้าน ในครอบครัวของนักเรียน
          3. สิ่งที่อยู่ในชั้นเรียนไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ มุมหนังสือ ป้ายนิเทศ สื่อการสอนประเภทต่าง ๆ
สามารถเคลื่อนไหว เคลื่อนที่ได้ สามารถจัดหรือดัดแปลงชั้นเรียนให้มีลักษณะเอื้ออานวยต่อการสอนและ
กิจกรรมประเภทต่าง ๆ ได้
          4. นักเรียนเรียนรู้ในชั้นเรียนอย่างมีความสุข มีอิสระเสรีภาพในเรื่องของการเรียนรู้และใน
ขณะเดียวกันก็มีวินัยในการดูแลตนเองและการอยู่ร่วมกับผู้อื่น ปฏิสัมพันธ์ของนักเรียนกับครู นักเรียนกับ
นักเรียนเป็นไปด้วยดี ที่ส่งเสริมบรรยากาศและมีความเข้าใจในบทบาทของตนเอง
          5. จัดมุมหนังสือ มุมประสบการณ์ สื่อการสอนบางประเภทให้เพียงพอและมีประโยชน์ต่อการเรียนรู้
ของนักเรียน
ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom)         17



          6. ชั้นเรียนที่ดีไม่จากัดเฉพาะในห้องเรียนสี่เหลี่ยมที่กาหนดให้เท่านั้น แต่ยังมีชั้นเรียน
แบบเปิด แบบธรรมชาติ เป็นการศึกษานอกชั้นเรียนที่นักเรียนมีความต้องการและสนใจเช่นเดียวกัน
          7. การเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม เนื้อหาสาระ กระบวนการเรียนรู้ ต้องกระทาอยู่เสมอตาม
เหตุการณ์ ข่าวคราวความเคลื่อนไหว สิ่งที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ช่วงปิดเรียน
          8. ควรมีการจัดเตรียมชั้นเรียนให้พร้อมต่อการสอนในแต่ละครั้ง เพื่อพัฒนาทักษะสาคัญ ๆ บาง
ประการ
          การจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ ครูต้องจัดกิจกรรมทุกอย่างที่จะทาให้การสอนมี
ประสิทธิภาพ และนักเรียนมีสัมฤทธิ์ผลในการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้สาหรับบทเรียน(สุรางค์ โค้วตระ
กูล. 2548: 436) ตลอดจนการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างนักเรียนกับครู และนักเรียนกับนักเรียน และ
การที่นักเรียนจะต้องอยู่ที่โรงเรียนกับครูเป็นระยะเวลาในแต่ละวันหลายชั่วโมง และสถานที่ส่วนใหญ่ก็คือชั้น
เรียน การจัดการชั้นเรียนให้เอื้ออานวยต่อแนวคิดของหลักสูตรและพัฒนาการของเด็ก จึงเป็นพื้นฐานสาคัญยิ่ง
ต่อคุณภาพของการเรียนรู้ในแต่ละครั้ง
          สุพิน บุญชูวงศ์ (2544: 159) ได้เสนอแนวคิดที่สาคัญในการจัดการชั้นเรียนไว้ดังนี้
          1. การสร้างบรรยากาศสิ่งแวดล้อมที่ดีของห้องเรียน มีผลต่อพัฒนาการ ลักษณะนิสัยเจตคติที่ดีของ
นักเรียนเป็นอย่างมาก
          2. ห้องเรียนควรมีลักษณะยืดหยุ่น ปรับให้เหมาะกับสภาพการณ์และสถานการณ์ในการจัดการเรียน
การสอนได้เสมอ
          3. ชั้นเรียนควรเปิดในเรื่องของเสรีภาพ ความเป็นอิสระของการเรียนรู้ การอยู่ร่วมกันและความ
เคลื่อนไหวในกิจกรรมการเรียนการสอนทุกประเภท
          4. การจัดสื่อการสอน โสตทัศนูปกรณ์ และหนังสือบางประเภทมีความจาเป็นต่อการเสริมการเรียนรู้
ในชั้นเรียนเป็นอันมาก
          จากหลักการแนวคิดดังกล่าว การจัดการชั้นเรียนเป็นการปฏิบัติเกี่ยวกับการกากับ ดูแลสร้าง
กฎระเบียบ ข้อตกลงในชั้นเรียน การจัดการพฤติกรรมของนักเรียน การแก้ไขปัญหาร่วมกัน ในชั้นเรียน การจัด
บรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่ดี ห้องเรียนมีลักษณะยืดหยุ่น เป็นแหล่งวิชาการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดี ส่งเสริมชีวิต
แบบประชาธิปไตย ส่งเสริมลักษณะนิสัยที่ดีและมีการจัดทาข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับเอกสารประจาชั้น

5.องค์ประกอบของการจัดการชั้นเรียน

        บูล และ โจนาธัน โซลิที (Bull; & Solity. 1987: 15-33) กล่าวว่า องค์ประกอบการจัดการชั้นเรียน
ประกอบด้วย 3 ส่วนคือ
        1. องค์ประกอบทางกายภาพ หมายถึง สภาพแวดล้อมในการเรียนการสอนของนักเรียนและครู ส่วน
ใหญ่คือสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบ ๆ ชั้นเรียนนั้นเอง ลักษณะการจัดออกแบบก็จะแตกต่างกันไป แต่ในกิจกรรม
การเรียนการสอนแต่ละกิจกรรมก็ต้องใช้วัสดุอุปกรณ์และสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน หลักการทั่ว ๆ ไปคือจะ
ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom)          18



กาหนดพอให้เป็นแนวที่จะใช้กับการเรียนการสอนได้ทุกโอกาส เนื่องจากสภาพแวดล้อมสามารถมีอิทธิพลต่อ
พฤติกรรมของนักเรียน ทั้งโดยตรงและโดยผลกระทบที่สภาพแวดล้อมมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของคนอื่น ๆ ที่
ทางานในบริเวณนั้นด้วย
2. องค์ประกอบทางสังคม หมายถึง สิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากที่ครูและนักเรียนได้อยู่รวมในบริเวณแวดล้อม
เดียวกันในรูปหนึ่งรูปใด อาจก่อให้เกิดส่วนประกอบทางสังคมที่มีความแตกต่างกันในบางลักษณะได้ เช่น ครู
อาจจะทางานร่วมกับนักเรียนกลุ่มต่าง ๆ กัน (กลุ่มใหญ่และกลุ่มเล็ก กลุ่มคละความสามารถ หรือจาแนก
ความสามารถ ความถนัด) และทางานร่วมกับเด็กเป็นรายบุคคลภายในกลุ่มใหญ่ในหลายโอกาส ทาให้เกิด
ประสบการณ์ต่าง ๆ กันในสถานการณ์นั้น ๆสภาพทางพลวัตรหรือการเคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่งของกลุ่มการสอน
ดังกล่าวก็จะต้องแตกต่างกันในแต่ละกลุ่มด้วย เป้าหมายหลักประการหนึ่งก็คือ ประสิทธิภาพทางการเรียนของ
นักเรียน
          3. องค์ประกอบด้านการศึกษา หมายถึง เนื้อหาในหลักสูตรของโรงเรียนและผลการตัดสินใจที่ครู
เลือกความรู้และทักษะต่าง ๆ ที่จาเป็นและเหมาะสมสาหรับนักเรียนมาสอนในระดับอายุ และขั้นตอนการ
เรียนรู้ของนักเรียน การจัดแผนการเรียนการสอน การให้งานนักเรียน การจัดระบบการเรียนการสอน และการ
จัดกิจกรรมต่าง ๆ ในแต่ละวัน เหล่านี้คือลักษณะสาคัญขององค์ประกอบด้านการศึกษา
          สมจิต สวธนไพบูลย์ (2534: 14-21) ได้นาเสนอแนวคิดของการจัดการชั้นเรียนซึ่งเป็นพื้นฐานที่สาคัญ
ในการพัฒนาการสอนได้เป็นอย่างดี เพราะการจัดการชั้นเรียนเป็นการสร้างสรรค์สถานภาพที่ก่อให้เกิดการ
เรียนรู้มากที่สุด ซึ่งจาแนกการจัดการชั้นเรียนเป็น 8 ด้านมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
          1. การจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ หมายถึง บริเวณสถานที่ที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอน ซึง
                                                                                                         ่
ได้แก่ อาคารเรียน ห้องเรียน บรรยากาศโดยรอบสะอาด สวยงาม มีระเบียบ ปลอดภัย และมีบรรยากาศที่เอื้อ
ต่อการเรียนรู้ ซึ่งเป็นสภาพที่มีอิทธิพลต่อผู้เรียน ทาให้นักเรียนสบายใจ มีความสุข ส่งผลต่อการเรียนรู้ของ
ผู้เรียน รวมทั้งการจัดรูปแบบทางโครงสร้างสิ่งของวัตถุ ตลอดจนการจัดกิจกรรมต่าง ๆ กระตุ้นให้เกิด
ขบวนการเรียนรู้ ซึ่งประกอบด้วยการเลือกสิ่งที่สนใจ การแก้ปัญหา และการค้นพบ
          2. การดาเนินการสอนอย่างเป็นระบบ หมายถึง กระบวนการที่มุ่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
ในตัวผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะ และเจตคติที่ดี โดยผู้สอนได้จัดเตรียมการวางแผน การสอนอย่างมีระบบ โดย
ผู้สอนมีกิจกรรม 5 ประการ คือ การเตรียมการสอน การประเมินผู้เรียน การวางแผนการสอน การสอน และ
การประเมินผล
          3. บุคลิกภาพของผู้เรียน หมายถึง ลักษณะนิสัยที่รวมกันเป็นแบบฉบับเฉพาะตัวของแต่ละบุคคล อัน
ได้แก่ ลักษณะท่าที การแสดงออก รูปร่างหน้าตา ความรู้สึก และพฤติกรรมต่าง ๆ กล่าวคือบุคลิกภาพขึ้นอยู่
กับปัจจัยที่เป็นตัวกาหนด ได้แก่ 1) ตัวกาหนดทางสรีระ ซึ่งได้รับการถ่ายพันธุกรรมมาแต่กาเนิด 2) ตัวกาหนด
ทางด้านการเป็นสมาชิกกลุ่ม 3) ตัวกาหนดบทบาท4) ตัวกาหนดทางด้านสถานการณ์หรือสภาวะแวดล้อม 5)
การยอมรับของกลุ่ม
          4. การสร้างวินัยในชั้นเรียน หมายถึง หลักการควบคุมชั้น โดยถือเอาความสัมพันธ์อันดีระหว่างครูกับ
นักเรียน การที่ให้นักเรียนทุกคนในชั้นเรียนรู้จักปกครองตนเอง การกระทาตามระเบียบหรือข้อบังคับต่าง ๆ
ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom)            19



อันเกิดจากความสมัครใจของผู้ปฏิบัติ โดยที่มองเห็นว่ามีคุณค่า และการปฏิบัติดังกล่าวจะทาให้เกิดความ
เรียบร้อยและความเสมอภาคแก่สมาชิกทุกคน
          5. การคานึงความแตกต่างระหว่างบุคคล หมายถึง ลักษณะและพฤติกรรมต่าง ๆของบุคคลนั้นที่
แสดงออกหรือตอบสนองที่สังเกตเห็นได้ หรือความสามารถในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ซึ่งประกอบไปด้วย เชาวน์
ปัญญา ความสนใจ ยุทธวิธีในการเรียน พื้นฐานความรู้เดิม ทักษะในการรับรู้รูปแบบการเรียนรู้ ความสามารถ
ในการจา แรงจูงใจ ทัศนคติ และสิ่งแวดล้อมทางสังคม ซึ่งส่งผลให้แต่ละคนมีรายละเอียดที่แตกต่างกันใน
หลายด้าน เช่น ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ ด้านความคิด ด้านสติปัญญา ความแตกต่างดังกล่าวทาให้มีศักยภาพ
ไม่เท่าเทียมกัน
          6. กระบวนการกลุ่ม (Group Process) คือสภาพการเรียนการสอนในชั้นเรียนที่ผู้เรียนจะมี
จุดมุ่งหมายเพื่อสัมฤทธิ์ผลในการเรียนเหมือนกัน นอกจากนั้นผู้เรียนจะต้องมีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ซึ่งมี
ครูผู้สอนอยู่ในฐานะผู้นา (Leadership) ทั้งนี้นักจิตวิทยาเชื่อว่า กลุ่มที่มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีย่อมทากิจกรรมต่าง ๆ
ได้อย่างประสบความสาเร็จมากกว่ากลุ่มที่ขาดปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ทาให้เกิดสัมฤทธิ์ผล
ในการเรียนได้มากยิ่งขึ้น
          7. เทคนิคและกระบวนการคิด เป็นการเน้นกระบวนการคิด ค้นคว้าหาข้อเท็จจริงและการนาไป
ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน เพื่อเป็นการปลูกฝังพฤติกรรมการคิดค้นคว้าหาความรู้และเทคโนโลยีใหม่ ๆ
          8. การจัดกิจกรรมให้นักเรียนประสบความสาเร็จ เป็นการใช้สื่อการเรียนการสอนแบบการเน้น
บทบาทของนักเรียน และแบบเน้นบทบาทของครู ซึ่งเป็นแนวทางการจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้ประสบการณ์
ตรง และนักเรียนเป็นผู้คิดตามรูปแบบของนักเรียนแบบกระบวนการกลุ่มฝึกการคิดแก้ปัญหา คิดสร้างสรรค์
คิดออกแบบ และคิดตัดสินใจ
          การจัดการชั้นเรียน หมายถึง กระบวนการในด้านการจัดเตรียมสภาพห้องเรียน วัสดุอุปกรณ์ และ
กิจกรรม รวมทั้งวิธีการสร้างระเบียบวินัยในชั้นเรียน เพื่อรักษาสภาพบรรยากาศในชั้นเรียน ช่วยให้การเรียน
การสอนดาเนินไปได้อย่างราบรื่น นักเรียนเกิดความร่วมมือในกิจกรรมการเรียนรู้ ดังนั้นผู้วิจัยได้นาแนวคิดของ
สมจิต สวธนไพบูลย์ 8 ด้าน โดยเลือกมาเพียง 5 ด้าน คือ1)การจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ 2)การ
ดาเนินการสอนอย่างเป็นระบบ 3)การจัดกิจกรรมให้นักเรียนประสบความสาเร็จ 4)การสร้างวินัยในชั้นเรียน 5)
การคานึงความแตกต่างระหว่างบุคคลเป็นตัวแปรตาม

6.การจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้
         พิมพ์พันธ์ เดชะคุปต์ (2545: 5-6) กล่าวว่า สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ซึ่งเป็นตัวแปรสาคัญที่
ช่วยส่งเสริม สนับสนุนให้การเรียนมีประสิทธิผลอย่างมีประสิทธิภาพ โดยลักษณะบรรยากาศทางกายภาพที่
เหมาะสม ควรเป็นดังนี้
         1. ห้องเรียนมีสิสันน่าดู และเหมาะสม สบายตา อากาศถ่ายเทได้ดี ปราศจากเสียงรบกวน และมี
ขนาดกว้างขวางเพียงพอกับจานวนผู้เรียน
ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom)           20



           2. ห้องเรียนควรมีบรรยากาศความเป็นอิสระของการเรียน การทางานร่วมกันเป็นกลุ่ม ตลอดจนการ
เคลื่อนไหวในกิจกรรมการเรียนการสอนทุกประเภท
           3. ห้องเรียนต้องสะอาดถูกสุขลักษณะ น่าอยู่ ตลอดจนมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย
           4. สิ่งที่อยู่ภายในห้องเรียน เช่น โต๊ะ เก้าอี้ สื่อการสอนประเภทต่าง ๆ เช่น กระดานจอรับภาพ เครื่อง
ฉายภาพข้ามศีรษะ สามารถเคลื่อนไหวได้ และสามารถดัดแปลงให้เอื้ออานวยต่อการสอน และการจัดกิจกรรม
ประเภทต่าง ๆ ได้
           5. ควรจัดเตรียมห้องเรียนให้พร้อมต่อการสอนในแต่ละครั้ง เช่น ให้มีความเหมาะสมต่อการสอนวิธี
ต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น เหมาะต่อวิธีสอนโดยกระบวนการกลุ่ม วิธีการบรรยาย และวิธีการแสดงละคร เป็นต้น
           อาภรณ์ ใจเที่ยง (2546: 229-232) กล่าวว่า การจัดสภาพแวดล้อมห้องเรียนให้มีความเป็นระเบียบ
เรียบร้อย มีความสะอาด มีสิ่งอานวยความสะดวก จะส่งเสริมให้การเรียนของนักเรียนสะดวกขึ้น ทาให้เกิด
ความสบายใจ โดยจัดสิ่งต่าง ๆ ในลักษณะดังนี้
           1. การจัดโต๊ะเรียนและเก้าอี้ของนักเรียน
           1.1 ให้มีขนาดเหมาะสมกับรูปร่าง และวัยของนักเรียน
           1.2 ให้มีช่องว่างระหว่างแถวที่นักเรียนจะลุกนั่งได้สะดวก และทากิจกรรมได้คล่องตัว
           1.3 ให้ความสะดวกต่อการทาความสะอาด และการเคลื่อนย้ายเปลี่ยนรูปแบบที่นั่งเรียน
           1.4 ให้มีรูปแบบที่ไม่จาเจ เช่น อาจเปลี่ยนรูปตัวที ตัวยู รูปครึ่งวงกลม หรือเข้ากลุ่มเป็นวงกลมได้
อย่างเหมาะสมกับกิจกรรมการเรียนการสอน
           1.5 ให้นักเรียนที่นั่งทุกจุดอ่านกระดานดาได้ชัดเจน
           1.6 แถวหน้าของโต๊ะเรียนควรอยู่ห่างจากกระดานดาพอสมควร ไม่น้อยกว่า 3 เมตร ไม่ควรจัดโต๊ะจน
ติดกระดานดาจนเกินไป ทาให้นักเรียนต้องแหงนมองกระดานดา และหายใจเอาฝุ่นชอล์กเข้าไปมาก ทาให้เสีย
สุขภาพ
           2. การจัดโต๊ะครู
           2.1 ให้อยู่ในจุดที่เหมาะสม อาจจัดไว้หน้าห้อง ข้างห้อง หรือหลังห้องก็ได้ จากงานวิจัยบางเครื่อง
เสนอแนะให้จัดโต๊ะครูไว้ด้านหลังห้อง เพื่อให้มองเห็นนักเรียนได้อย่างทั่วถึงอย่างไรก็ตาม การจัดโต๊ะครูนั้น
ขึ้นอยู่กับรูปแบบการจัดที่นั่งของนักเรียนด้วย
           2.2 ให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ทั้งบนโต๊ะ และในลิ้นชักโต๊ะ เพื่อสะดวกต่อการนั่งทางานของครู
และการวางสมุดงานของนักเรียน ตลอดจนเพื่อปลูกฝังลักษณะสินัยความเป็นระเบียบเรียบร้อยแก่นักเรียน
           3. การจัดป้ายนิเทศ ป้ายนิเทศจะติดไว้ที่ฝาผนังของห้องเรียน ส่วนใหญ่จะติดไว้ที่ข้างกระดานดาทั้ง 2
ข้าง ครูควรใช้ป้ายนิเทศนี้ให้เป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอน ดังนี้
           3.1 จัดตกแต่ง ออกแบบให้สวยงาม น่าดู สร้างความสนใจแก่นักเรียน
           3.2 จัดเนื้อหาสาระให้สอดคล้องกับบทเรียน อาจใช้ติดสรุปบทเรียน ทบทวนบทเรียน หรือเสริม
ความรู้แก่นักเรียน
           3.3 จัดให้ใหม่อยู่เสมอ สอดคล้องกับเหตุการณ์สาคัญ หรือวันสาคัญต่าง ๆ ที่นักเรียนเรียนและควรรู้
ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom)          21



            3.4 จัดติดผลงานนักเรียน และแผนภูมิแสดงความก้าวหน้าในการเรียนของนักเรียนจะเป็นการให้
แรงจูงใจที่น่าสนใจวิธีหนึ่ง
            จารัส นองมาก (2547: 7-8) กล่าวว่า สภาพแวดล้อมที่ส่งผลต่อการเรียนอย่างมีความสุข ห้องเรียน
สภาพทั่วไป ต้องสะอาดเรียบร้อยนักเรียนได้เรียนอยู่ในสภาพแวดล้อม และบรรยากาศที่เหมาะสม เช่น มีป้าย
นิเทศให้ความรู้ มุมประสบการณ์ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองมากที่สุด มีกฎ หรือ
ระเบียบในการปฏิบัติตน มีความผูกพันกับเพื่อนฝูงในทางที่ดี และมีกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้นเพื่อเสริมผลสัมฤทธิ์
ของผู้เรียน เช่น ผลงานของผู้เรียนที่ทาให้ผู้เรียนมีความภาคภูมิใจในผลงานของตนเอง และชื่นชมผลงานของ
ผู้อื่น เป็นต้นการจัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียนต้องเอื้อต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน มีแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย
เช่น ห้องสมุด ห้องปฏิบัติการต่าง ๆ สวนหย่อม ไม้ดอก ไม้ประดับ ฯลฯ ต้องพร้อมที่จะให้นักเรียนมีโอกาส
ศึกษาหาความรู้ นอกจากนั้นปฏิสัมพันธ์ของบุคลากรในโรงเรียนกับนักเรียนกับผู้ปกครองนักเรียน และกับ
บุคลากรในโรงเรียนด้วยกันต้องเป็นไปในทางที่ดี เป็นที่ประทับใจของผู้พบเห็น
            สุจินดา ขจรรุ่งศิลป์ (2540: 52-58) กล่าวถึง กระบวนการจัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียนว่ามุ่งให้ทุกคน
ที่เข้ามาสัมผัสกับโรงเรียนแล้วรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่ในบ้านที่เปี่ยมไปด้วยไมตรีจิต (An Amiable School)
ลักษณะตัวอาคารและพื้นที่ในโรงเรียนจะส่งเสริมให้มีการพบปะการติดต่อสื่อสารกัน และมีความสัมพันธ์กัน
ของบุคคลทุกระดับที่เกี่ยวข้องกับระบบโรงเรียนการจัดรูปแบบทางโครงสร้างสิ่งของวัตถุ ตลอดจนการจัด
กิจกรรมต่าง ๆ กระตุ้น ให้เกิดขบวนการเรียนรู้ซึ่งประกอบด้วยการเลือกสิ่งที่สนใจ การแก้ปัญหาและการ
ค้นพบ
            การจัดสถานที่ในอาคารเรียน ครูจัดที่สาหรับครูพบกับนักเรียนทั้งกลุ่ม ที่สาหรับนักเรียนทากิจกรรม
กันเอง ที่ที่ครูจะพบปะกับเด็กกลุ่มเล็ก หรือแม้กระทั่งที่นักเรียนจะอยู่ตามลาพัง โดยนักเรียนสามารถเรียนรู้
จากสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัวที่มีผลเอื้อต่อการเรียนรู้
            ธีระ รุญเจริญ (2545: 43) ได้ทาการวิจัยเรื่อง สภาพและปัญหาการหารและการจัดการศึกษาขั้น
พื้นฐานของสถานศึกษาในประเทศไทย โดยใช้การปฏิรูปการเรียนรู้และการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการ
เรียนรู้ดังนี้
            1. สถานศึกษาจัดสิ่งแวดล้อมเอื้อต่อการเรียนรู้ และพัฒนาคุณธรรมแก่ผู้เรียนทุกระดับอย่างเหมาะสม
            2. สถานศึกษาจัดแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายและมีวัสดุอุปกรณ์การเรียนรู้เหมาะสมเพียงพอกับจานวน
และกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน
            3. สถานศึกษาจัดแหล่งการเรียนรู้และการบริการวัสดุอุปกรณ์การเรียนรู้ที่เพียงพอสาหรับครูหรือ
บุคลากร
            4. สถานศึกษา การจัดสภาพแวดล้อม สะอาดร่มรื่น เป็นระเบียบสวยงาม และมีความปลอดภัยสูง
            ชาติชาย พิทักษ์ธนาคม (2544: 108) ได้เสนอแนวคิดของนักจิตวิทยาในกลุ่มของทฤษฎีการเรียนรู้
(Learning theories) มักจะเน้นอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมว่ามีผลต่อตัวบุคคลมากสิ่งแวดล้อมจึงมีความสาคัญต่อ
มนุษย์มาก เพราะมนุษย์จะเรียนรู้จากสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวเองและนามาผสมผสานเข้ากับตนเอง
ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom)          22



          สุจินดา ขจรรุ่งศิลป์ (2540: 52-58) กล่าวถึง กระบวนการจัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียนว่ามุ่งให้ทุกคน
ที่เข้ามาสัมผัสกับโรงเรียนแล้วรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่ในบ้านที่เปี่ยมไปด้วยไมตรีจิต (An Amiable School)
ลักษณะตัวอาคารและพื้นที่ในโรงเรียนจะส่งเสริมให้มีการพบปะการติดต่อสื่อสารกัน และมีความสัมพันธ์กัน
ของบุคคลทุกระดับที่เกี่ยวข้องกับระบบโรงเรียนการจัดรูปแบบทางโครงสร้างสิ่งของวัตถุ ตลอดจนการจัด
กิจกรรมต่าง ๆ กระตุ้นให้เกิดขบวนการเรียนรู้ซึ่งประกอบด้วยการเลือกสิ่งที่สนใจ การแก้ปัญหาและการ
ค้นพบการจัดสถานที่ในอาคารเรียน ครูจัดที่สาหรับครูพบกับนักเรียนทั้งกลุ่ม ที่สาหรับนักเรียนทากิจกรรม
กันเอง ที่ที่ครูจะพบปะกับเด็กกลุ่มเล็ก หรือแม้กระทั่งที่นักเรียนจะอยู่ตามลาพัง โดยนักเรียนสามารถเรียนรู้
จากสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัวที่มีผลเอื้อต่อการเรียนรู้การจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ หมายถึง บริเวณ
สถานที่ที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอน ซึ่งได้แก่ อาคารเรียน ห้องเรียน บรรยากาศโดยรอบสะอาด สวยงาม มี
ระเบียบ ปลอดภัยและมีบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เช่น การจัดโต๊ะเก้าอี้ การจัดมุมวิชาการต่าง ๆ ความ
เป็นกันเองระหว่างครูกับนักเรียน และนักเรียนกับนักเรียน รวมทั้งการส่งเสริมให้นักเรียนแสดงความคิดเห็น
ต่าง ๆ ซึ่งเป็นสภาพที่มีอิทธิพลต่อผู้เรียน ทาให้นักเรียนสบายใจ มีความสุข ส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน

7.งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
          สุจินดา ขจรรุ่งศิลป์ (2540: 52-58) กล่าวถึง กระบวนการจัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียนว่ามุ่งให้ทุกคน
ที่เข้ามาสัมผัสกับโรงเรียนแล้วรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่ในบ้านที่เปี่ยมไปด้วยไมตรีจิต (An Amiable School)
ลักษณะตัวอาคารและพื้นที่ในโรงเรียนจะส่งเสริมให้มีการพบปะการติดต่อสื่อสารกัน และมีความสัมพันธ์กัน
ของบุคคลทุกระดับที่เกี่ยวข้องกับระบบโรงเรียนการจัดรูปแบบทางโครงสร้างสิ่งของวัตถุ ตลอดจนการจัด
กิจกรรมต่าง ๆ กระตุ้นให้เกิดขบวนการเรียนรู้ซึ่งประกอบด้วยการเลือกสิ่งที่สนใจ การแก้ปัญหาและการ
ค้นพบการจัดสถานที่ในอาคารเรียน ครูจัดที่สาหรับครูพบกับนักเรียนทั้งกลุ่ม ที่สาหรับนักเรียนทากิจกรรม
กันเอง ที่ที่ครูจะพบปะกับเด็กกลุ่มเล็ก หรือแม้กระทั่งที่นักเรียนจะอยู่ตามลาพัง โดยนักเรียนสามารถเรียนรู้
จากสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัวที่มีผลเอื้อต่อการเรียนรู้
          ประมวล โหระสิงห์ (2542: บทคัดย่อ) ได้ศึกษาเปรียบเทียบบุคลิกภาพด้านการปรับตัวของนักเรียนที่
จัดการเรียนการสอนโดยใช้กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์กับการสอนปกติ : ศึกษาเฉพาะกรณีนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี
ที่ 6 โรงเรียนบ้านทุ่งฝน อาเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรธานีพบว่า นักเรียนในกลุ่มทดลองที่ได้รับการจัดกิจกรรม
กลุ่มสัมพันธ์คะแนนเฉลี่ยบุคลิกภาพด้านการปรับตัว หลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลอง อย่างมีนัยสาคัญ
ทางสถิติที่ระดับ .05 แต่นักเรียนในกลุ่มควบคุมที่ได้รับการจัดการเรียนการสอนตามปกติมีคะแนนเฉลี่ย
บุคลิกภาพด้านการปรับตัวก่อนและหลังการทดลองไม่แตกต่างกัน และนักเรียนในกลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ย
บุคลิกภาพด้านการปรับตัวหลังการทดลองสูงกว่านักเรียนในกลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
          อุทุมพร พรายอินทร์ (2542: 31-35) ได้ศึกษาการจัดการชั้นเรียนของครูอนุบาลในกรุงเทพมหานคร
พบว่า ครูอนุบาลจัดบรรยากาศในชั้นเรียนมากที่สุด รองลงมาคือ ด้านวัสดุอุปกรณ์ และด้านการจัดพื้นที่ให้มี
ความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรระหว่างเด็ก ๆ การจัดวัสดุและอุปกรณ์มีการจัดวางอย่างมีระบบและอยู่ในระดับ
ความสามารถของเด็กในการช่วยเหลือตนเอง
ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom)       23



        สุพล อนามัย (2549: บทคัดย่อ) ได้ศึกษาการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของนักเรียน
โรงเรียนเอกชน สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพชรบุรี เขต 1 ใน 2 ด้าน ได้แก่1) สภาพแวดล้อมด้าน
กายภาพ ซึ่งประกอบด้วย สภาพแวดล้อมภายในห้องเรียน และสภาพแวดล้อมภายนอกห้องเรียน และ 2)
สภาพแวดล้อมด้านวิชาการ ซึ่งประกอบด้วย บรรยากาศในชั้นเรียน และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อ
เปรียบเทียบการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของนักเรียน จาแนกตามโรงเรียนเอกชน ประสบการณ์
ในการสอน และกลุ่มสาระการเรียนรู้พบว่า 1) การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของนักเรียนใน
ภาพรวมและรายด้าน ได้แก่สภาพแวดล้อมด้านกายภาพและสภาพแวดล้อมด้านวิชาการ มีการปฏิบัติอยู่ใน
ระดับมาก2) การเปรียบเทียบการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ จาแนกตามโรงเรียนเอกชน พบว่า
ทั้งในภาพรวมและรายด้านมีการปฏิบัติแตกต่างกัน อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .01 เมื่อจาแนกตาม
ประสบการณ์ในการสอน พบว่า ทั้งโดยรวมและรายด้านมีการปฏิบัติแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่
ระดับ .01 โดยครูที่มีประสบการณ์ในการสอนมากมีการปฏิบัติมากกว่าครูที่มีประสบการณ์ในการสอนน้อย
และเมื่อจาแนกตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ พบว่า ในภาพรวมมีการปฏิบัติไม่แตกต่างกันและเมื่อพิจารณาเป็น
รายด้านพบว่าด้านสภาพแวดล้อมภายในห้องเรียนมีการปฏิบัติแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom)   24




   บทที่ 3
วิธีการดาเนินงาน
ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom)      25




                                                บทที่ 3
                                            วิธีการดาเนินงาน


1. ขั้นตอนการดาเนินงาน
1. ประชุมวางแผนการทางานภายในกลุ่มว่าจะเลือกโรงเรียนที่จะสารวจเป็นต้นแบบในการออกแบบห้อง




                                    ภาพที่ 1 : โรงเรียนบ้านโนนม่วง


        ซึ่งจากการประชุม สรุปได้ว่า กลุ่มของพวกเราได้เลือกโรงเรียนบ้านโน่นม่วง เป็นโรงเรียนที่จะทาการ
  สารวจห้องเรียน จากนั้นทางคณะผู้จัดทา จึงมีการจัดทาและนาส่งหนังสือขออนุญาตสารวจบริบทภายใน
  โรงเรียน ในวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2555

2. ออกสารวจ เก็บข้อมูลห้องเรียนที่ออกแบบ
ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom)          26



                                    ภาพที่ 2 : วันออกสารวจโรงเรียน


     ทาการออกสารวจบริบทโรงเรียนบ้านโนนม่วงเพือเลือกห้องเรียนทีมีความเหมาะสม ภายในบริเวณที่
                                             ่                ่
อนุญาตให้สารวจเท่านั้น ซึ่งกลุ่มของวกเราได้รับอนุญาตให้สารวจห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ โดยได้รับ
คาแนะนาจากนักศึกษาฝึกสอนสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษาคือ นางสาวจุราพร ชินรัตน์ (คนที่ 4 นับจากซ้ายมือ)




  ห้องเรียนที่เลือกมีขนาด 6x9 m.
     ประตูหน้าห้อง มี 2 ประตู
      และหน้าต่างจานวนมาก
  เปิดทิ้งไว้ตลอดการเรียนการสอน




                                                             ภาพที่ 3 : ประตูห้องเรียน


                                                                                     หน้าชั้นเรียน
                                                                        มีกระดานหน้าห้อง เป็นแบบกระดานดา
                                                                      มีโต๊ะอาจารย์ 1 โต๊ะ พร้อมเครื่อง
                                                                      คอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง มีอ่างล้างมือ 1 อ่าง




                   ภาพที่ 4 : บริเวณหน้าห้องเรียน
ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom)        27




    ห้องเรียนมีโต๊ะเรียนทั้งหมด 4 โต๊ะ
          การนั่งจะนั่งเป็นกลุ่ม
        กลุ่มละประมาณ 5-6 คน
      เนื่องจากเป็นห้องวิทยาศาสตร์
เพื่อความสะดวกในการทาการทดลองต่างๆ


                                                             ภาพที่ 5 : บรรยากาศภายในห้อง


    3. ประชุมวางแผนแบ่งหน้าที่การทางานในแต่ละฝ่าย
     โดยมีการแบ่งหน้าที่การทางาน ดังนี้
            1.นายประสาน ไปใหม่                      หน้าที่ หาข้อมูลเอกสารอ้างอิงในการออกแบบห้องเรียน
            2.นางสาวธนาพร โนเปลือย                  หน้าที่ ออกแบบงานออกแบบทางโปสเตอร์
            3.นายสุรพงศ์ เทศประสิทธิ์               หน้าที่ ออกแบบห้องเรียน
            4.นางสาวชัญญกัญญา ทิพย์รักษ์            หน้าที่ จัดทารูปเล่มรายงาน
            5.นางสาวฐิดารัตน์ ชื่นธงชัย             หน้าที่ วิเคราะห์ข้อมูลการสารวจบริบทโรงเรียนและสัมภาษณ์
            6.นางสาวเกศวภรณ์         ต้องโพนทอง     หน้าที่ หาข้อมูลประกอบเลือกซื้อสินค้าที่มีในการออกแบบ


    4. ออกสารวจความคิดเห็นในการออกแบบห้องเรียน
           หลังจากมีการออกแบบห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom) และเอกสารอ้างอิงการออกแบบเสร็จ
    เรียบร้อยแล้ว ได้มีการออกแบบสารวจความคิดเห็นต่อการออกแบบห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom)
    จานวน 50 คน โดยแบ่งเป็น นักเรียน คุณครู ภายในโรงเรียนบ้านโนนม่วง ในวันที่ 10 กรกฎาคม 2555 ณ
    โรงเรียนโนนม่วง

    5. สรุปผลการสารวจความคิดเห็น
           สรุปผลการสารวจความคิดเห็นรวมทั้งรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้เป็นระเบียบ
    6. ประมวลข้อมูลจากทุกฝ่ายจัดทาเป็นรูปเล่มรายงานและโปสเตอร์
            ประมวลผลข้อมูลจากแต่ละหน้าที่เพื่อจัดทาเป็นรูปเล่มรายงานและโปสเตอร์
ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom)   28




              บทที่ 4
ผลการทดลอง/วิจัยและการวิเคราะห์ข้อมูล
ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom)      29



                                              บทที่ 4
                           ผลการทดลอง/วิจัยและการวิเคราะห์ข้อมูล

        จากการที่เราได้ไปสารวจห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ของโรงเรียนบ้านโนนม่วง เราจึงได้นามาพัฒนา
เป็นห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom) ซึ่งเราได้มีการปรับเปลี่ยนวัสดุอุปกรณ์ภายในห้องเพื่อเสริมสร้าง
Literacy ของแต่ละบุคคล


1. ผลจากการออกแบบห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom)




           ภาพที่ 6 : ภาพรวมห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom)ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์
ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom)   30




                                                                              




                  ภาพที่ 7 : ภาพจากออกแบบห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom)ด้านประตู



 : ชั้นหนังสือ
 : โต๊ะเรียนแบบกลุ่ม+เก้าอี้
 : โต๊ะครู ซึ่งมีเครื่องคอมพิวเตอร์และเครื่องวิชวลไลเซอร์เพื่ออานวยความสะดวกในการสอน
ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom)   31




                                                                  ❺
                                        




                                                                                              ❻




               ภาพที่ 8 : ภาพจากออกแบบห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom)ด้านหน้าต่าง



 : อ่างล้างมือ ซึ่งด้านล่างจะเป็นลิ้นชักไว้เก็บอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์

❺   : ตู้เก็บสารเคมี

❻:   โซฟา
ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom)   32




                                             ❼

                                                               ❽




            ภาพที่ 9 : ภาพจากออกแบบห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom)ด้านหน้าห้อง


❼    : กระดาน Smart Board
❽:   โต๊ะสาธิตการทดลองวิทยาศาสตร์สาหรับครู
ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom)   33




                                 ❾
                                                      ❿




          ภาพที่ 10 : ภาพจากออกแบบห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom)ด้านหลังห้อง


❾:   ตู้เก็บ Tablet


❿   : คอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา
ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom)   34



2. โปสเตอร์




              ภาพที่ 11 : โปสเตอร์
ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom)   35



3. อุปกรณ์ที่ใช้ภายในห้อง
1.โต๊ะปฏิบัติงานครูอเนกประสงค์




                             ภาพที่ 12 : โต๊ะปฏิบัติงานครูอเนกประสงค์


รายละเอียด: รุ่น GW 1212
       - โต๊ะทางานขนาด 120(ก)*60(ล)*75(ส) ซม. (คิ้วยาง)
       - ลิ้นชัก 3 ช่อง ( พร้อมกุญแจ )
       Material : Particle Board( cover with PVC )
       ราคา: 2,350 บาท

2.ตู้เก็บสารเคมี




                                     ภาพที่ 13 : ตู้เก็บสารเคมี
ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom)           36



รายละเอียด: เป็นตู้ทรงสูง สาหรับ เก็บสารเคมีทางวิทยาสาศตร์ โครงสร้างเป็นไม้ปาติเกิ้ลบอร์ด
                ขนาด ลึก 0.50 ยาว 1.20 สูง 2.00ม.
             ราคา :8,500 บาท


3.เก้าอี้สานักงาน CF16




                                    ภาพที่ 14 : เก้าอี้สานักงาน CF16

      รายละเอียด : โครงสร้างเก้าอี้ : เป็นเหล็กแป็ปหนาดัดขึ้นรูปทรงเก้าอี้ เพื่อรองรับน้าหนักได้ดีกว่าโครง
                   ไม้ทั่วไป ทนต่อการใช้งานอย่างต่อเนื่อง โครงสร้างไม่มีฉีกหักเหมือนไม้ทั่วไป
                   ชนิดฟองน้า : เบาะนั่งและที่พิงเป็นฟองน้าวิทยาศาสตร์ (Foam - CHX-A ) ตัดแต่งขึ้น
                   รูปตามแบบ ของลักษณะของเก้าอี้ ซึ่งทนต่อการใช้งานที่ดี
                   อุปกรณ์พิเศษ : Mechanism ก้อนโยกเป็นระบบ Back Lock ควบคุมการใช้งานโยก
                   เอนของเก้าอี้ เพื่อปรับความนุ่ม และ แข็งของสปริงในการใช้งานของแต่ละบุคคลที่
                   ต้องการ
                   ปรับสูง - ต่า : ด้วยระบบไฮดรอริทแก๊ส (GAS Lift)สามารถปรับสูงต่าเบาะนั่งได้ระหว่าง
                   45-50 ซม.
                   ประเภทท้าวแขน : ผลิตจากพลาสติคอย่างดี. (Polypropylene PP) ฉีดขึ้นรูปสีดายึด
                   ติดกับเบาะนั่ง
                   ขาเก้าอี้ 5 แฉก : ผลิตจากพลาสติกอย่างดี (Polypropylene PP) ฉีดขึ้นรูปแบบห้า
                   แฉกขนาด. 650 มม
                   ลูกล้อรับน้าหนัก : เป็นลูกล้อคู่ Nylon ขนาด 50 มม. สามารถรับน้าหนักได้ถึง. 38 กก/
                   ล้อ ประกอบยึดติดกับขาด้วยบูชเปเปอร์เพื่อให้การคล้องตัวต่อการทางานที่ดีกว่า
                   วัสดุที่หุ้ม : สามารถเลือกหุ้มได้ถึง3แบบ คือ 1.หนังเทียม 2.หนังพียู 3.ผ้าฝ้าย
              ราคา :2,350 บาท
ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom)   37



4.แอร์ MITSUBISHI MS-SGH13VC




                           ภาพที่ 15 : แอร์ MITSUBISHI MS-SGH13VC

รายละเอียด : Nano Platinum Filter แผ่นกรอง อากาศที่ผสมอนุภาคแพลตินั่มที่มีขนาดเล็กระดับนาโน
          ช่วยในการยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย เชื้อรา และกลิ่นไม่พึ่งประสงค์
       Air Cleanning Filter: แผ่นฟอกอากาศไฟฟ้าสถิตย์ดักจับฝุ่นละอองและเชื้อโรค
       Econo Cool :ช่วยประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้น 20 %
       Powerful Cool :เพิ่มพลังการทาความเย็นได้อย่างรวดเร็ว
       Fuzzy Logic " I FEEL " Control :ระบบควบคุมอุณหภูมิจากความรู้สึก
       Auto Restart: ระบบเปิดเครื่องอัตโนมัติหลังเกิดกระแสไฟขัดข้อง
       12 Hour ON/OFF Timer: โปรแกรมการตั้งเวลาเปิด หรือ ปิด ล่วงหน้า 12 ชั่วโมง
       รับประกัน คอมเพรสเซอร์ 5 ปี แผงคอล์ยเย็น 3 ปี อะไหล่ภายในเครื่อง 1 ปี
       ราคาพิเศษ: 19,500 บาท
       จานวน 2 ตัว: 39,000 บาท


5. HP ALL-in-One 200-526d PC




                           ภาพที่ 16 : HP ALL-in-One 200-526d PC
ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom)   38




รายละเอียด: HP ALL-in-One 200-526d PC
       Product Form Factor: All-in-one
       Processor: Intel Pentium Dual-Core Processor E6700 (3.2 GHz, 2MB L2 Cahe)
       OS : Windows7 Home Basci(64 bit) ของแท้
       Harddisk: 500 GB SATA-3G 7200 RPM
       RAM : 2GB DDR3
       Graphic: Intel Graphics X4500 HD Integrated uo to 782MB
       DVD Drive: DVD+- RW/+-R SuperMulti Drive With LigthtScribe Tehnologh
       Display : 21.5 “widescreen LCD
 ราคา        : 23,000 บาท
จานวน         4 เครื่อง ราคา :115,000 บาท


6. ชุดหูฟังคอมพิวเตอร์ OKER SM-6008 ดา




                       ภาพที่ 17 : ชุดหูฟังคอมพิวเตอร์ OKER SM-6008 ดา


รายละเอียด : ตอบสนอง ความถี่ 20 Hz-20kHz
             ขนาดไมโครโฟน 2×4x0.8 ซม.
             ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางหูฟัง 6 ซม.
             ความยาวสาย 2 เมตร (200 ซม.)
          ราคา     : 289 บาท
จานวน            5 ชุด :ราคา 1,445 บาท
ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom)        39



7. ROMEO (R)โซฟาผ้า L-SHAPE DGY




                            ภาพที่ 18 : ROMEO (R)โซฟาผ้า L-SHAPE DGY


รายละเอียด:Color: เทาเข้ม
        Material: หุ้มผ้า โครงไม้จริง
        Key Features
       - บุด้วยผ้าคุณภาพสูงนาเข้าจากต่างประเทศ
       - โครงไม้เนื้อแข็งเพื่อความแข็งแรงทนทาน การใช้งานยาวนาน
       - หุ้มด้วยฟองน้าอย่างดี มีความยืดหยุ่นสูง นั่งสบาย
        Care Instructions
       - หลีกเลี่ยงการกรีด ขูดขีด ด้วยของแข็งและของมีคม
       - หลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดจัด
       - ใช้เครื่องดูดฝุ่นทาความสะอาด
       - ใช้ผ้านุ่มหรือไม้ขนไก่ปัดฝุ่นเบาๆ กรณีมีคราบสกปรก ใช้ผ้าชุบน้าหรือน้าสบู่บิดหมาดเช็ด แล้วเช็ด
       ตามด้วยผ้าแห้ง
       - ใช้น้ายาทาความสะอาดที่ใช้สาหรับซักเบาะผ้าในรถยนต์เท่านั้น
       - ซักแห้งเท่านั้น (สาหรับชิ้นส่วนที่ถอดซักได้)
       ราคา : 32,900 บาท
ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom)   40



8.ชุดโต๊ะคอมพิวเตอร์(เมลามีน) พร้อมเก้าอี้พนักงาน




                      ภาพที่ 19 : ชุดโต๊ะคอมพิวเตอร์(เมลามีน) พร้อมเก้าอี้พนักงาน



รายละเอียด รุ่น: BF800C+CH004/BA
                ยีหอ: GNA OfficeFurniture
                  ่ ้
               ราคาพิเศษ 2,750 บาท
        จานวน 5 ชุด ราคา 13,750 บาท


9. กูดมอร์รอน/ อูเดนส์วีค้อ่างล้างหน้า 2 ลิ้นชัก
                        ตู




                         ภาพที่ 20 : กูดมอร์รอน/ อูเดนส์วีค้อ่างล้างหน้า 2 ลิ้นชัก
                                                          ตู
ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom)   41



รายละเอียด: โครง: พาร์ติเคิลบอร์ด, ฟอยล์, พลาสติก ABS
  ราวด้านหลัง/ แผ่นข้างลิ้นชัก/ แผ่นหลังลิ้นชัก: ไม้เบิร์ช     , แล็กเกอร์อะคริลิคใส
           แผ่นหน้าลิ้นชัก: ไฟเบอร์บอร์ด, ฟอยล์เมลามีน, ฟอยล์, พลาสติก ABS
          พืนลินชัก: พาร์ติเคิลบอร์ด, ฟอยล์เมลามีน, พลาสติก ABS
            ้ ้
        ราคา: 14,890 บาท
        จานวน 2 ชุด :ราคา 29,780 บาท


10. ชั้นหนังสือ




                                           ภาพที่ 21 : ชั้นหนังสือ


รายละเอียด : ชั้นหนังสือ MICKEY สีแดง ขนาด ก800xล360xส1700 มม.
                  ราคาหลังละ: 4,100 บาท
ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom)   42



11. ตู้เก็บ Tablet




                                      ภาพที่ 22 : ตู้เก็บ Tablet


รายละเอียด : [กว้าง x ยาว x สูง] : 40 x 80 x 160 ซม.
         ราคา: 8,000 บาท


12. โต๊ะสาธิตพร้อมอ่างน้าและก๊อกน้า




                             ภาพที่ 23 : โต๊ะสาธิตพร้อมอ่างน้าและก๊อกน้า
ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom)      43



       รายละเอียด : ลึก60ซม.x กว้าง180ซม.x สูง90ซม
       ราคา: 24,300 บาท


13.จอฉาย มอเตอร์ไฟฟ้า สกรีนบอร์ด ขนาดทแยงมุม 100 นิ้ว




                 ภาพที่ 24 : จอฉาย มอเตอร์ไฟฟ้า สกรีนบอร์ด ขนาดทแยงมุม 100 นิ้ว

รายละเอียด: - จอภาพขนาดเส้นแทยงมุม 100 นิ้ว ( 212 * 160 ซม.)
            - เป็นแบบ Video format (4:3)
            - เป็นจอรับภาพแบบชนิดควบคุมการขึ้นลงของจอภาพ และม้วนเก็บด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า
            - มอเตอร์ไฟฟ้า เป็นชนิดที่สามารถหมุนย้อนกลับได้ ซึ่งสามารถควบคุมการหยุดของจอได้ทุกตา
            แหน่งและจะหยุดอัตโนมัติเมื่อขึ้นสุดหรือลงสุด
            - มีสวิทซ์เพื่อควบคุมการขึ้นลงและการหยุดของจอภาพได้ทุกตาแหน่ง
            - เนื้อจอสีขาว ชนิด Matt White (Gain 1.0) ทาจากวัสดุ Fiber Glass ด้านหลังเคลือบสีดาทน
            ต่อการฉีกขาด ป้องกันติดไฟ และสามารถทาความสะอาดได้
            - กระบอกจอออกแบบให้สามารถติดตั้งกับผนังหรือเพดาน
            - ใช้ไฟฟ้า 220 Volt 50 Hz
            - มี Wireless Remote Control เป็นอุปกรณ์เสริม
            - รับประกัน 1 ปี
       ราคา: 5,992 บาท
ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom)   44



14. เครื่องฉายโปรเจคเตอร์




                                    ภาพที่ 25 : เครื่องฉายโปรเจคเตอร์

รายละเอียด
             ความละเอียด(พิกเซล) 1024x768(XGA)
             ค่า Contrast เท่ากับ 600
             ขนาดภาพ(นิ้ว) 33-300
             ขนาดเครื่อง(มม.) H/W/D:69x307x210
             น้าหนัก 2.3kg
          การรับประกัน ตัวเครื่อง 2 ปี หลอดภาพ 1 ปีหรือ 1000
          ชม.
       ราคา: 19,900 บาท



15. Razr LX-75S เครื่องฉายภาพ วิชวลไลเซอร์ ( Visualizer )




                ภาพที่ 26 : Razr LX-75S เครื่องฉายภาพ วิชวลไลเซอร์ ( Visualizer )
ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom)   45



รายละเอียด : -ให้ความละเอียดสูงถึง 800,000 พิกเซล
       - หมุนกล้องด้วยระบบไฟฟ้า เพื่อความสะดวกในการใช้งานได้ถึง 330 องศา และแนวนอนได้
           ถึง 270 องศา
       - สามารถซูมภาพด้วยเลนส์ได้ 22 เท่า และซูมดิจิตอลได้ถึง 10 เท่า

       - สามารถแสดงภาพได้ 2 ภาพ ในจอเดียวกัน (Split Screen)
       - มีช่องสัญญาณความเร็วสูง USB 2.0
       ราคา: 55,000 บาท


16.กระดานทัชสกรีน




                                   ภาพที่ 27 : กระดานทัชสกรีน

รายละเอียดสินค้า : กระดานอัจฉริยะ (ขนาด 88 นิ้ว)
                  - สามารถใช้ปากกา White Board เขียนที่แผ่นกระดานได้
                  - Surface Nano Technology
                  - เทคโนโลยี Infrared
                  - มีเมนูภาษาไทย
                  - ความละเอียด USB Report 32,768 x 32,768
                  - ความเร็ว 120 point/sec up to 300 point/sec
                  - มีคาสั่ง Shortcut ด้านละ 25 คาสั่ง
                  - รองรับระบบมัลติทัช สามารถเขียนได้พร้อมกัน 2 คน
                  - สามารถบันทึกสิ่งที่เขียนเป็นไฟล์วิดิโอได้ทันที
ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom)   46



                  - สามารถบันทึกสิ่งที่เขียนเป็นไฟล์ JPG,BMP,PDF,HTML
                  - รองรับระบบปฏิบัติการ XP,Vista
                  - สามารถใช้นิ้วมือ หรือ วัสดุอื่นๆ ในการสัมผัสได้
                  - เปรียบเสมือนสมาร์ทบอร์ด (Smartboard)
                  - สินค้ารับประกัน 2 ปี
                  ราคา: 95,000 บาท

18.โต๊ะเรียนแบบกลุ่ม




                                     ภาพที่ 28 : โต๊ะเรียนแบบกลุ่ม


รายละเอียด :โต๊ะโครงเหล็กหน้าไม้ ปิดผิวโฟเมก้าสีขาว ขาพับเก็บได้
        ราคาพิเศษ: 3,650 บาท
           จานวน 4 ชุด ราคา: 14,600 บาท


19.หน้าต่าง




                                          ภาพที่ 29 : หน้าต่าง
ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom)   47



รายละเอียดสิ้นค้า : - หน้าต่างบานเลื่อนแบ่ง 4 อลูมิเนียมสีอบขาว + กระจกใสเขียว
                  - แบบมีกล่องอลูมิเนียมครอบ
                  - ขนาดสูง 150*260 cm.
                  - พร้อมมุ้งบานเลื่อน
        ราคา : 7000 บาท
        จานวน 2 ชุด ราคา: 14,000 บาท


20.ประตู




                                          ภาพที่ 30 : ประตู

รายละเอียดสินค้า : - ประตูบานสวิงเดี่ยว
                  - กระจกใสเขียว
                  - มือจับสแตนเลส
                  - ขนาด 100 x 200 cm.
                  - กระจกหนา 6 mm.
                  - ขอบอลูมิเนียมสีอบขาว 1.5 มิล
        ราคา : 6,500 บาท
        จานวน 2 บาน ราคา: 13,000 บาท
ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom)         48



สรุปรายรับ-จ่าย
        งบประมาณที่ให้มา เป็นเงิน : 500,000 บาท
        งบประมาณที่ใช้ไปทั้งหมด เป็นเงิน : 498,967 บาท
        ยอดคงเหลือ เป็นเงิน : 1,033 บาท


4. การนาไปใช้
        เนื่องจาก Smart Classroom คือห้องเรียนที่นักเรียนสามารถใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการ
แสวงหาความรู้และนา เสนอ ผลงานจากการศึกษาค้นคว้าของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังสามารถ
พัฒนา Literacy ของนักเรียนแต่ละบุคคล ดังนี้
        1.มุมหนังสือ สามารถพัฒนา “Information Literacy”คือในการค้นคว้าหาข้อมูลในแต่ละครั้งของ
นักเรียนจะช่วยพัฒนาทักษะในการรู้วิธีการจัดเก็บสื่อ รู้จักใช้เครื่องมือช่วยค้นต่างๆ รู้จักกลยุทธ์ในการค้น หา
สารสนเทศแต่ละประเภท และยังเป็นการก่อให้เกิดนิสัยรักการอ่านและการค้นคว้า จนกระทั่งทาให้ผู้ใช้
สามารถมองเห็นความแตกต่างของหนังสือ ว่าเล่มไหนเขียนได้ดี และสามารถจดจาแนวทางการเขียนที่ดี เพื่อ
นามาประยุกต์ใช้ได้ ทั้งยังช่วยให้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
        2.มุมคอมพิวเตอร์ สามารถพัฒนา “Computer Literacy” คือในการค้นหาข้อมูลต่างๆโดยใช้เครื่อง
คอมพิวเตอร์เป็นตัวกลางในการหาข้อมูลนั้น นอกจากนักเรียนจะได้ข้อมูลที่ต้องการแล้วยังเป็นการฝึกทักษะ
และเจตคติเกี่ยวกับการรู้คอมพิวเตอร์ ซึ่งประกอบด้วย
1) ระบบคอมพิวเตอร์ (Computer Systems)
2) การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ (Computer Applications)
3) โปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Computer Programming)
4) เจตคติต่อคอมพิวเตอร์ (Computer Attitude)
ในการเรียนการสอนที่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ครูต้องมีความจาเป็นอย่างยิ่งในการคุมพฤติกรรมเด็กให้อยู่กับ
เนื้อหาโดยที่ไม่ให้นักเรียนสนใจอย่างอื่น เช่น เล่นเกมส์ ดูรูปภาพต่างๆ
        3.เนื่องจากในห้องเรียนแบบ Smart Classroom จะเป็นการบูรนาการเครื่องมือในการเรียนการสอน
การแสวงหาความรู้ต่างๆ ส่งผลให้มีการพัฒนา “Information literacy”และ “Media Literacy” คือทา
ให้มีการเข้าใจถึงสารสนเทศแต่ละชนิด สามารถประเมินสารสนเทศได้ว่าอันไหนจริง เท็จ มีประโยชน์ต่อผู้ใช้
มาก-น้อยเพียงใด สื่อนั้นมีความสร้างสรรค์หรือไม่ เป็นการเพิ่มทักษะในด้านต่างๆด้วยเช่นกัน
ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom)       49



        4.การพัฒนา “Visual Literacy” หมายถึง ความชานาญที่สามารถทาให้คนเรา เข้าใจ แปลความ
และสร้างสรรค์ภาพ อันได้จากจักษุสัมผัส จะเห็นได้ว่าการเรียนรู้เพื่อให้ได้รับการศึกษามีความรู้ ความเข้าใจ
แล้ว แม้จะอ่านหนังสือไม่ออก แต่ก็สามารถเข้าใจได้โดยดูจากภาพ ซึ่งในปัจจุบันนี้การโฆษณา ประชาสัมพันธ์
ของภาครัฐ และเอกชน ร้านค้าต่าง ๆ นิยมใช้ภาพผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ ภาพยนตร์ สไลด์ โทรทัศน์ นิทรรศการ
ตลอดจนสื่อทัศนะอื่น ๆ อย่างมากมาย ซึ่งในการเรียนการสอนนั้น ถ้าหากเราได้มีการนาภาพมาใช้แทนการ
อธิบายจะช่วยให้เด็กเกิดการเรียนรู้และจดจามากขึ้น ซึ่งภายในห้องเรียนแบบ Smart Classroom จะมี
อุปกรณ์ที่ช่วยในการส่งข้อมูลรูปภาพต่างๆไปยังนักเรียน เช่น เครื่องวิชวลไลเซอร์, เครื่องคอมพิวเตอร์ ,
กระดาน Smart Board เป็นต้น
        5.ช่วยในการพัฒนา “Traditional Literacy” และ “CULTURAL LITERACY” ในการเรียนการ
นั้นนอกจากครูจะมีหน้าที่สอนนักเรียนในเนื้อหาวิชาการแล้วครูยังจาเป็นที่จะต้องมีการสอนนักเรียนเกี่ยวกับ
การใช้ชีวิตประจาวัน มารยาทในสังคม และควรฝึกความรับผิดชอบให้แก่นักเรียนด้วย เช่นก่อนเข้าห้องควรจะ
มีการถอดรองเท้าก่อนเช้าห้องเรียน หลังเลิกเรียนควรสอดเก้าอี้เก็บใต้โต๊ะทุกครั้ง การแต่งกายให้สุภาพตาม
ระเบียบของโรงเรียน ความสามัคคีกันภายในห้อง และที่สาคัญภายในห้องจะมีตู้เก็บ Tablet ซึ่งนักเรียนทุกคน
ต้องมีความซื้อสัตย์ในการใช้งานและการเก็บทุกครั้ง

5. ผลการนาเสนอการออกแบบ
       ผลการนาเสนอการออกแบบห้องเรียนโดยสอบถามจากอาจารย์และนักเรียนโรงเรียนบ้านโนนม่วง
จานวน16คน แบ่งเป็นชาย 14 คน หญิง 2 คน แบ่งเป็นนักเรียน 15 คน อาจารย์ 1 คน พบว่า
        1. พึงพอใจในการออกแบบชั้นเรียน อยู่ในระดับดีมาก เฉลี่ย 4.81 หรือร้อยละ 96.2
        2. เข้าใจการใช้ห้องและอุปกรณ์ อยู่ในระดับดี เฉลี่ย 4.18 หรือร้อยละ 83.6
        3. อุปกรณ์ภายในห้องเหมาะสมกับผู้เรียนและผู้สอน อยู่ในระดับดี เฉลี่ย4.43 หรือร้อยละ 88.6
        4. อุปกรณ์และเครื่องมือมีความทันสมัยในการเรียนการสอน อยู่ในระดับดี เฉลี่ย4.50 หรือร้อยละ
90.0
        5. งบประมาณในการออกแบบห้องมีความเหมาะสม อยู่ในระดับดี เฉลี่ย3.62 หรือร้อยละ 72.4
        6. งบประมาณในการซื้ออุปกรณ์มีความเหมาะสม อยู่ในระดับดี เฉลี่ย4.25 หรือร้อยละ 85.0
        7. ความพึงพอใจการออกแบบชั้นเรียนในภาพรวม อยู่ในระดับดี เฉลี่ย4.25 หรือร้อยละ 85.0
        8. ความพึงพอใจในแบบสอบถาม อยู่ในระดับดี เฉลี่ย 4.29 หรือร้อยละ 85.8
ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom)   50




         บทที่ 5
สรุป อธิบายผลและข้อเสนอแนะ
ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom)     51



                                              บทที่ 5
                                 สรุป อธิบายผลและข้อเสนอแนะ
1. สรุปผลการทดลอง
         ผลจากการออกแบบห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom) สามารถนาไปปรับใช้ได้ในสภาพจริง
และทาให้เกิดประโยชน์ต่อทั้งผู้เรียนและผู้สอนเอง คือ ในด้านของผู้สอน ช่วยให้การเรียนการสอน
สะดวกสบายและง่ายยิ่งขึ้นเนื่องจากมีอุปกรณ์ที่ทันสมัยและครบครันช่วยในการสอน ส่วนประโยชน์ที่เกิดกับ
ผู้เรียนคือ ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพราะ มีอุปกรณ์ในการค้นหาความรู้ด้วยตนเอง
และมีอุปกรณ์อานวยความสะดวกในการเรียนรู้ ค้นหาข้อมูลมากมาย อีกทั้งยังช่วยเสริมทักษะให้ผู้เรียนเกิด
การพัฒนา Literacy ด้านต่างๆ ของแต่ละบุคคลอีกด้วย


2. ปัญหาและอุปสรรคในการทดลอง
         1. เนื่องจากถนนที่ใช้เดินทางไปสารวจโรงเรียนมีการก่อสร้าง ทาให้การเดินทางในการไปสารวจ
โรงเรียนลาบากนิดหน่อย
         2. เนื่องจากการขอสารวจห้องเรียนเป็นไปอย่างกะทันหัน โดยไม่ได้แจ้งให้ทางโรงเรียนทราบล่วงหน้า
ทาให้เสียเวลาในการอธิบายเกี่ยวกับการขอสารวจห้อง
         3. เนื่องจากเวลาในการสารวจห้องตรงกับเวลาที่มีการเรียนการสอน ทาให้การสารวจไม่สะดวก
เท่าที่ควร


3. ข้อเสนอแนะและแนวทางในการพัฒนา
ในการออกแบบห้องเรียนต้นแบบ (             Smart Classroom)   ครั้งต่อไปควรจะมีการติดต่อเรื่องขอสารวจ
ห้องเรียนและแจ้งรายละเอียดให้ทางโรงเรียนทราบก่อนวันไปสารวจจริง และควรไปสารวจในเวลาที่ไม่มี
การเรียนการสอนเพื่อความสะดวกในการสารวจห้องและการเก็บภาพ
ห้องเรียนต้นแบบ (Smart classroom) ช


                                       บรรณานุกรม

http://www.innolifefurniture.com/innolifeproducts/?action=view&catID=0000007&pid=000002
5 (ค้นหาเมื่อ 16/07/55)
http://fct.tarad.com/product.detail_232345_th_1052990 (ค้นหาเมื่อ 16/07/55)
http://www.suksapan.or.th/index.php?page=shop.product_details&flypage=flypage.tpl&produ
ct_id=740&category_id=50&option=com_virtuemart&Itemid=154&vmcchk=1
(ค้นหาเมื่อ 16/07/55)
http://www.xn--b3c3bncc3d0a3k6d.com/?lang=th (ค้นหาเมื่อ 18/07/55)
http://checkpricecomputer.com/hp-all-in-one-200-526d-pc/ (ค้นหาเมื่อ 18/07/55)
http://market.onlineoops.com/67570 (ค้นหาเมื่อ 19/07/55)
http://www.trendyday.com/Department/341/%E0%B8%AB%E0%B8%B9%E0%B8%9F%E0%B8
%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8
%A7%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C (ค้นหาเมื่อ 15/07/55)
http://www.ikea.com/th/th/catalog/products/S89894732/ (ค้นหาเมื่อ 15/07/55)
http://www.sounddd.com/%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%A0
%E0%B8%B2%E0%B8%9E-Visual/Visualizer/Razr-LX-75S.html (ค้นหาเมื่อ 16/07/55)
http://pratima-ishop.tarad.com/product.detail_164998_th_1029830 (ค้นหาเมื่อ 16/07/55)
http://fct.tarad.com/product.detail_232345_th_1053774 (ค้นหาเมื่อ 16/07/55)
ภาคผนวก
แบบประเมิน
ภาพกิจกรรม
รวมภาพกิจกรรม




                    (โรงเรียนที่กลุ่มเราไปสารวจห้อง ^^)




(หน้าชั้นเรียนในห้องวิทยาศาสตร์ห้องที่กลุ่มเราจะทาเป็นห้อง Smart Classroom)
(ด้านข้างฝั่งติดประตูของห้องเรียน)




(ด้านข้างฝั่งหน้าต่างของห้องเรียน)
(ด้านหลังของห้องเรียน)




(เพดานของห้องเรียน)
(บรรยากาศโดยรวมของห้องเรียน)




(ถ่ายกับพี่คอมพิวเตอร์ศึกษาปี 5 นักศึกษาฝึกสอน)
Smart classroom

Smart classroom

  • 1.
    ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom) เสนอ อาจารย์ ดร. อิศรา ก้านจักร คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประกอบการเรียนวิชาทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555
  • 2.
    ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom) จัดทาโดย 1.นางสาวชัญญกัญญา ทิพย์รักษ์ 543050216-7 2.นายประสาน ไปใหม่ 543050226-4 3.นายสุรพงศ์ เทศประสิทธิ์ 543050237-9 4.นางสาวฐิดารัตน์ ชื่นธงชัย 543050380-4 5.นางสาวเกศวภรณ์ ต้องโพนทอง 543050544-0 6.นางสาวธนาพร โนเปลือย 543050547-4 สาขาคอมพิวเตอร์ศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประกอบการเรียนวิชาทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555
  • 3.
    ห้องเรียนต้นแบบ (Smart classroom)ก ชื่อ : นางสาวชัญญกัญญา ทิพย์รักษ์ 543050216-7 นายประสาน ไปใหม่ 543050226-4 นายสุรพงศ์ เทศประสิทธิ์ 543050237-9 นางสาวฐิดารัตน์ ชื่นธงชัย 543050380-4 นางสาวเกศวภรณ์ ต้องโพนทอง 543050544-0 นางสาวธนาพร โนเปลือย 543050547-4 ชื่อเรื่อง : ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom) สาขา : คอมพิวเตอร์ศึกษา คณะ : ศึกษาศาสตร์ ที่ปรึกษา : อาจารย์ ดร. อิศรา ก้านจักร ปีการศึกษา : ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555 บทคัดย่อ รายงานฉบับนี้ จัดทาขึ้นเพื่อประกอบการเรียนวิชา ทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เนื้อหาในเล่ม เกี่ยวกับการออกแบบห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom) ซึ่งเราได้ทาการออกแบบห้องปฏิบัติการ วิทยาศาสตร์ของโรงเรียนบ้านโนนม่วง และหลักการและเหตุผลในการออกแบบ รวมถึงกระบวนการที่ทาให้ สามารถพัฒนา Literacy ของผู้เรียน หากมีข้อผิดพลาดประการใดก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ คณะผู้จัดทา
  • 4.
    ห้องเรียนต้นแบบ (Smart classroom)ข กิตติกรรมประกาศ ขอขอบพระคุณ อาจารย์ ดร. อิศรา ก้านจักร พี่ทีเอ เพื่อนๆสาขาคอมพิวเตอร์ที่คอยให้ คาปรึกษาจนรายงานฉบับนี้สาเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ขอขอบคุณ สมาชิกในกลุ่มทุกคนที่ช่วยและสามัคคีกันทางานจันงานสาเร็จไปได้ด้วยดี ขอขอบพระคุณ ผู้ปกครองของสมาชิกทุกในกลุ่มทุกท่าน ที่คอยให้คาปรึกษา คอยให้กาลังใจ ตลอดเวลาในการทางาน ขอขอบพระคุณค่ะ/ครับ คณะผู้จัดทา
  • 5.
    ห้องเรียนต้นแบบ (Smart classroom)ค สารบัญ เรื่อง หน้า บทคัดย่อ ก กิตติกรรมประกาศ ข สารบัญรูป จ บทที่ 1 บทนา 1 1.1ความเป็นมาและความสาคัญ 2 1.2 วัตถุประสงค์ 3 1.3 ขอบเขตของโครงการ 3 1.4 ประโยชน์ของการดาเนินการ 3 1.5 วิธีการดาเนินการ 3 1.6 นิยามศัพท์ 4 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 5 2.1 Smart classroom 6 2.2 การรู้สารสนเทศ(Information literacy) 6 2.3 ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ (Constructivist Theory) 8 2.4 การจัดการชั้นเรียน 15 2.5 องค์ประกอบของการจัดการชั้นเรียน 17 2.6 .การจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ 19 2.7 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 22 บทที่ 3 วิธีดาเนินการ 24 3.1 ขั้นตอนการดาเนินงาน 25 บทที่ 4 ผลการทดลอง/วิจัยและการวิเคราะห์ข้อมูล 28 4.1 ผลจากการออกแบบห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom) 29 4.2 โปสเตอร์ 34 4.3 อุปกรณ์ที่ใช้ภายในห้อง 35 4.4 การนาไปใช้ 48 4.5 ผลการนาเสนอการออกแบบ 49
  • 6.
    ห้องเรียนต้นแบบ (Smart classroom)ง สารบัญ(ต่อ) บทที่ 5 สรุป อธิบายผลและข้อเสนอแนะ 50 5.1 สรุปผลการทดลอง 51 5.2 ปัญหาและอุปสรรคในการทดลอง 51 5.3 ข้อเสนอแนะและแนวทางในการพัฒนา 51 บรรณานุกรม ช ภาคผนวก แบบประเมิน ภาพกิจกรรม
  • 7.
    ห้องเรียนต้นแบบ (Smart classroom)จ สารบัญรูป หน้า ภาพที่ 1 : โรงเรียนบ้านโนนม่วง 25 ภาพที่ 2 : วันออกสารวจโรงเรียน 25 ภาพที่ 3 : ประตูห้องเรียน 26 ภาพที่ 4 : บริเวณหน้าห้องเรียน 26 ภาพที่ 5 : บรรยากาศภายในห้อง 27 ภาพที่ 6 : ภาพรวมห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom)ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ 29 ภาพที่ 7 : ภาพจากออกแบบห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom)ด้านประตู 30 ภาพที่ 8 : ภาพจากออกแบบห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom)ด้านหน้าต่าง 31 ภาพที่ 9 : ภาพจากออกแบบห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom)ด้านหน้าห้อง 32 ภาพที่ 10 : ภาพจากออกแบบห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom)ด้านหลังห้อง 33 ภาพที่ 11 : โปสเตอร์ 34 ภาพที่ 12 : โต๊ะปฏิบัติงานครูอเนกประสงค์ 35 ภาพที่ 13 : ตู้เก็บสารเคมี 35 ภาพที่ 14 : เก้าอี้สานักงาน CF16 36 ภาพที่ 15 : แอร์ MITSUBISHI MS-SGH13VC 37 ภาพที่ 16 : HP ALL-in-One 200-526d PC 37 ภาพที่ 17 : ชุดหูฟังคอมพิวเตอร์ OKER SM-6008 ดา 38 ภาพที่ 18 : ROMEO (R)โซฟาผ้า L-SHAPE DGY 39 ภาพที่ 19 : ชุดโต๊ะคอมพิวเตอร์(เมลามีน) พร้อมเก้าอี้พนักงาน 40 ภาพที่ 20 : กูดมอร์รอน/ อูเดนส์วีค้อ่างล้างหน้า 2 ลิ้นชัก ตู 40 ภาพที่ 21 : ชั้นหนังสือ 41 ภาพที่ 22 : ตู้เก็บ Tablet 42 ภาพที่ 23 : โต๊ะสาธิตพร้อมอ่างน้าและก๊อกน้า 42 ภาพที่ 24 : จอฉาย มอเตอร์ไฟฟ้า สกรีนบอร์ด ขนาดทแยงมุม 100 นิ้ว 43 ภาพที่ 25 : เครื่องฉายโปรเจคเตอร์ 44 ภาพที่ 26 : Razr LX-75S เครื่องฉายภาพ วิชวลไลเซอร์ ( Visualizer ) 44 ภาพที่ 27 : กระดานทัชสกรีน 45
  • 8.
    ห้องเรียนต้นแบบ (Smart classroom)ฉ สารบัญรูป(ต่อ) ภาพที่ 28 : โต๊ะเรียนแบบกลุ่ม 46 ภาพที่ 29 : หน้าต่าง 46 ภาพที่ 30 : ประตู 47
  • 9.
  • 10.
    ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom) 2 บทที่ 1 บทนา 1. ความเป็นมาและความสาคัญ โรงเรียนเป็นสถานศึกษาที่ให้การศึกษาแก่นักเรียนทุกคนให้มีความรู้ และเป็นความหวังของ ประเทศชาติในอนาคต ปัจจุบันห้องเรียนปฏิบัติการทางด้านวิทยาศาสตร์ มีความสาคัญอย่างมากต่อการเรียนรู้ ของนักเรียน ทั้งในด้านการเรียนทฤษฎีและปฏิบัติ (ทดลอง) แต่ทางโรงเรียนบ้านโนนม่วง หมู่ที่ 12 ถนน มิตรภาพ บ้านโนนม่วง ตาบลศิลา อาเภอเมืองขอนแก่นจังหวัดขอนแก่น ยังมีสภาพห้องเรียนยังไม่สมบูรณ์ ขาด อุปกรณ์การเรียนรู้ต่าง ๆ จะส่งผลให้โอกาสการเรียนรู้จะบรรลุเป้าหมายเป็นไปได้ยากตามที่ หลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธสักราช 2551 ได้กล่าวไว้ว่า “ การออกแบบการจัดการเรียนรู้ตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธสักราช 2551 นั้น จะต้องใช้กระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย สาหรับเป็นเครื่องมือพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุตามเป้าหมายของหลักสูตร ซึ่งครูผู้สอนจะต้องรู้และเข้าใจแนวคิด หลักการจัดการเรียนรู้ตลอดจนกระบวนการจัดการเรียนรู้และผลที่เกิดกับผู้เรียนของกระบวนการเรียนรู้แต่ละ วิธี แล้วนามาจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับการพัฒนาผู้เรียนเพื่อเตรียมเข้าสู่คนไทยยุคใหม่ ได้แก่  กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ  กระบวนการสร้างความรู้  กระบวนการคิด  กระบวนการทางสังคม  กระบวนการเผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา  กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง  กระบวนการปฏิบัติ ลงมือทาจริง  กระบวนการจัดการ  กระบวนการเรียนรู้ของตนเอง  กระบวนการพัฒนาลักษณะนิสัย ” ดังนั้นกลุ่มพวกเรามองเห็นความสาคัญของการจัดสภาพแวดล้อมของการออกแบบห้องเรียนต้นแบบ (Smart classroom) และต้องการพัฒนาให้โรงเรียนที่ยังเข้าไม่ถึงด้านเทคโนโลยี การการประยุกต์ใช้ Literacy
  • 11.
    ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom) 3 Computer literacy , Cultural literacy , Information literacy , Media literacy , Traditional literacy , Visual literacy จึงมีความประสงค์ปรับปรุงสภาพห้องเรียนเดิมที่ยังขาดอุปกรณ์ไม่เอื้ออานวยต่อ การเรียนการสอนหลายอย่าง และประยุกต์ให้สอดคล้องกับยุคปัจจุบัน 2. วัตถุประสงค์ 1. เพื่อออกแบบห้องเรียน Smart Classroom ที่สามารถนาไปปรับใช้งานได้จริง 2. เพื่อสารวจความพึงพอใจเกี่ยวกับการออกแบบห้องเรียน Smart Classroom 3. อุปกรณ์ภายในห้องต้องสามารถทาให้เกิดการพัฒนา Literacy ของแต่ละบุคคล 3. ขอบเขตของโครงการ การออกแบบห้องเรียนต้นแบบ (Smart classroom) ที่จะสามารถนาไปปรับใช้งานได้จริง และเพื่อให้สอดคล้องกับการการประยุกต์ใช้ Literacy ในแต่ละด้าน 4. ประโยชน์ของการดาเนินการ 1. ได้ห้องเรียนที่มีความเหมาะสมในการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับยุคปัจจุบัน 2. นักเรียนมีการเรียนรู้เข้าใจ บรรลุตามวัตถุประสงค์ได้ง่ายขึ้น 3. สะดวก ประหยัดเวลา และมีแรงดึงดูดให้นักเรียนสนใจในการเรียนรู้มากขึ้น 4. นักเรียนสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจาวันได้ 5. ผู้สอนมีความง่ายในการควบคุม บริหารการจัดการชั้นเรียน 5. วิธีการดาเนินการ 1. ปรึกษากันในกลุ่มเลือกโรงเรียนที่จะออกไปสารวจห้องเรียน 2. ทาเรื่องขอสารวจห้อง (สารวจห้องที่โรงเรียนบ้านโน่นม่วง) 3. ไปสารวจห้องที่สถานที่จริง ทาการถ่ายภาพห้อง และวัดขนาดห้อง( ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ ) 4. หาข้อมูลเกี่ยวกับการออกแบบ Smart Classroom 5. หาข้อมูลเกี่ยวกับราคาและสมรรถภาพของอุปกรณ์ต่างๆ ที่จะต้องใช้ใน Smart Classroom 6. ปรึกษาระดมความคิด ร่างออกแบบห้อง Smart Classroom ลงกระดาษ 7. ออกแบบห้องจริงในคอมพิวเตอร์ 8. ตรวจสอบงาน 10. ทาโปสเตอร์และนาเสนอ
  • 12.
    ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom) 4 6. นิยามศัพท์ 1. Smart Classroom หมายถึง ห้องเรียนที่นักเรียนสามารถใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการ แสวงหาความรู้และนา เสนอ ผลงานจากการศึกษาค้นคว้าของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. Computer Literacy หมายถึง การที่บุคคลมีความรู้ความเข้าใจคุณสมบัติระบบ และการ ประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ให้เกิดประโยชน์กับงานของตน" จากความหมายของ "การรู้ คอมพิวเตอร์" จะทราบว่าความรู้ ทักษะ และเจตคติเกี่ยวกับการรู้คอมพิวเตอร์ของบุคคล 3. Cultural Literacy หมายถึง การมีความรู้พื้นฐานทางวัฒนธรรมเกี่ยวกับผู้คน สถานที่ ภาษิต เรื่องราว และแนวคิดต่างๆ สามารถเข้าใจ และเห็นคุณค่าของความแตกต่างและความ เหมือนทางประเพณี ความเชื่อ ค่านิยม และวัฒนธรรมของตนเองและผู้อื่น 4. Information Literacy หมายถึง หมายถึง ความรู้ ความสามารถและทักษะของบุคคล ใน การ เข้าถึงสารสนเทศ ประเมินสารสนเทศที่ค้นมาได้และใช้สารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้รู้สารสนเทศจะต้องมีทักษะในด้านต่าง ๆ 5. Media Literacy หมายถึง การรู้สื่อ ผลิตสื่อ และอ่านความหมายของสื่อได้ ซึ่งในที่นี่คือยิ่ง เก่งมาก ก็ยิ่งมองสื่อทะลุปรุโปร่งมากเท่านั้น เช่น ถ้าสื่อกาลังทาโฆษณาชวนเชื่อ (Propaganda) แล้วเราสามารถมองออกว่าทาอย่างไร วิธีดีใด ส่งผลต่อจิตใจและความคิด ผู้รับสารอย่างไร ก็นับว่าเราอ่านสื่อออกมาก 6. Traditional Literacy หมายถึง การที่ผู้เรียนสามารถรู้จักความถูกต้องที่เรายึดถือปฏิบัติสืบ ต่อกันมาจากอดีตสู่ปัจจุบัน หรือจารีตประเพณี 7. Visual Literacy หมายถึงความชานาญที่สามารถทาให้คนเรา เข้าใจ แปลความและ สร้างสรรค์ภาพ อันได้จากจักษุสัมผัส (จักษุสัมผัส หมายถึง การสื่อความหมายโดยใช้ภาษา ภาพ) และนามาใช้ในการติดต่อสื่อสารได้
  • 13.
    ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom) 5 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
  • 14.
    ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom) 6 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 1. Smart classroom Smart classroom หมายถึง ห้องเรียนที่นักเรียนสามารถใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการแสวงหา ความรู้และนาเสนอผลงานจากการศึกษาค้นคว้าของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้เรียนได้รับการพัฒนา ทักษะการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ (Learning Skills) และศึกษาจากการสืบค้น (Researching Skills) ได้ ด้วยตนเอง การจัดการเรียนรู้แบบผู้เรียนมีส่วนร่วม (Interactive Learning) ใน Smart Classroom ผู้เรียน จะสามารถทางานเป็นกลุ่ม รวมทั้งแสดงความคิดเห็นได้เต็มตามศักยภาพ การพัฒนาห้องเรียน Smart Classroom การพัฒนาห้องเรียน Smart Classroom เป็นศูนย์การเรียนรู้ได้นาเทคโนโลยีมาใช้มีทั้ง Hardware และ Software ในห้อง Smart classroom เป็นห้อง ICT ซึ่งประกอบด้วย Computer ที่ บรรจุ Software และ การใช้ระบบอินเตอร์เน็ตในการสืบค้นข้อมูล สื่อวัสดุและอุปกรณ์อื่น ที่นามาใช้ในการจัดการเรียนรู้ที่ จัดหามา และผลิตขึ้นได้เอง ได้แก่ วีดีโอ กล้องดิจิตอล เครื่องเล่น VCD/DVD เครื่อง Visualizer เครื่อง Scanner บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน แบบฝึกทักษะ บทเรียนสาเร็จรูป เกม และอื่น ๆ ซึ่งเป็นสื่อที่ทันสมัย สาหรับการเรียนการสอน และจัดให้มีมุมเสริมประสบการณ์ความรู้ให้กับผู้เรียน 2. การรู้สารสนเทศ(Information literacy) การรู้สารสนเทศ (Information literacy) หมายถึง ความรู้ ความสามารถและทักษะของบุคคล ใน การ เข้าถึงสารสนเทศ ประเมินสารสนเทศที่ค้นมาได้และใช้สารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้รู้สารสนเทศ จะต้องมีทักษะในด้านต่าง ๆ เช่น ทักษะการคิดวิเคราะห์ ทักษะการใช้ภาษา ทักษะการใช้ห้องสมุด ทักษะการ ใช้คอมพิวเตอร์ เป็นต้น Information literacy แบ่งออกได้เป็น 7 ประเภท ดังนี้ 1. การรู้ห้องสมุด 2. การรู้คอมพิวเตอร์ 3. การรู้เครือข่าย 4. การรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เห็น 5. การรู้สื่อ 6. การรู้วัฒนธรรม 7. การรู้การสืบทอดอักขระ
  • 15.
    ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom) 7 1. การรู้ห้องสมุด (Library literacy) ห้องสมุดเป็นแหล่งรวบรวมสารสนเทศสาขาวิชาต่าง ๆ ไว้ในรูปแบบที่หลากหลายทั้งในรูปสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโสตทัศน์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยผู้ใช้จะต้องรู้วิธีการจัดเก็บสื่อ รู้จักใช้เครื่องมือช่วยค้นต่าง ๆ รู้จักกล ยุทธ์ในการสืบค้นสารสนเทศ แต่ละประเภท รวมทั้งบริการต่าง ๆ ของห้องสมุด 2. การรู้คอมพิวเตอร์ (Computer Literacy) ผู้เรียนต้องรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เบื้องต้นในเรื่องของฮาร์ดแวร์ ซอฟแวร์ การเชื่อมประสาน และการใช้ประโยชน์จากคอมพิวเตอร์ เช่น การพิมพ์เอกสาร การส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) การใช้ อินเตอร์เน็ตในการติดต่อสื่อสาร รวมถึงการรู้ที่ตั้งของแหล่งสารสนเทศ เป็นต้น 3. การรู้เครือข่าย (Network Literacy) ผู้เรียนต้องรู้ขอบเขตและมีความสามารถในการใช้สารสนเทศทางเครือข่ายที่เชื่อมโยงถึงกันทั่วโลก สามารถใช้กลยุทธ์การสืบค้นสารสนเทศจากเครือข่าย และการบูรณาการสารสนเทศจากเครือข่ายกับ สารสนเทศจากแหล่งอื่น ๆ 4. การรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เห็น (Visual Literacy) ผู้เรียนสามารถเข้าใจและแปลความหมายสิ่งที่เห็นได้รวมถึงความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การ เรียนรู้ การแสดงความคิดเห็น และสามารถใช้สิ่งที่เห็นนั้นช่วยในการทางานและการดารงชีวิตประจาวันของ ตนเองได้ 5. การรู้สื่อ (Media Literacy) ผู้เรียนต้องสามารถเข้าถึง วิเคราะห์ และผลิตสารสนเทศจากสื่อต่าง ๆ เช่น โทรทัศน์ ภาพยนตร์ วิทยุ ดนตรี หนังสือพิมพ์ นิตยสาร เป็นต้น รู้จักเลือกรับสารสนเทศจากสื่อที่แตกต่างกัน รู้ขอบเขตและการเผยแพร่ สารสนเทศของสื่อ เข้าใจถึงอิทธิพลของสื่อ และสามารถพิจารณาตัดสินได้ว่าสื่อนั้น ๆ มีความน่าเชื่อถือมาก น้อยเพียงไร 6. การรู้วัฒนธรรม (Cultural literacy) การมีความรู้พื้นฐานทางวัฒนธรรมเกี่ยวกับผู้คน สถานที่ ภาษิต เรื่องราว พร้อมทั้งแนวคิดต่าง ๆ สามารถเข้าใจ และเห็นคุณค่าของความแตกต่างและความเหมือนทางประเพณี ความเชื่อ ค่านิยม และ วัฒนธรรมของตนเองและผู้อื่น 7. การรู้การสืบทอดอักขระ (Traditional Alphabetic literacy) การที่ผู้เรียนสามารถรู้จักความถูกต้องที่เรายึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมาจากอดีตสู่ปัจจุบัน หรือจารีต ประเพณี
  • 16.
    ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom) 8 3. ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ (Constructivist Theory) ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ (Constructivist Theory) เป็นทฤษฎีที่ว่าด้วยการสร้างความรู้ ได้มีการเปลี่ยน จากเดิมที่เน้นการศึกษาปัจจัยภายนอกมาเป็น สิ่งเร้าภายใน ซึ่งได้แก่ ความรู้ความเข้าใจ หรือกระบวนการรู้ คิด กระบวนการคิด(Cognitive processes) ที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ จากผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยภายใน มีส่วนช่วยทาให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมาย และความรู้เดิมมีส่วนเกี่ยวข้องและเสริมสร้างความเข้าใจของ ผู้เรียน แนวคิดของทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึม(Constructivism) หรือ เรียกชื่อแตกต่างกันไป ได้แก่ สร้างสรรค์ ความรู้นิยม หรือสรรสร้างความรู้นิยม หรือ การสร้างความรู้(โครงการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ , 2544) จากการศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับคอนสตรัคติวิสซึม สรุปเป็นสาระสาคัญได้ดังนี้ 1. ความรู้ของบุคคลใด คือ โครงสร้างทางปัญญาของบุคคลนั้นที่สร้างขึ้นจากประสบการณ์ในการ คลี่คลายสถานการณ์ที่เป็นปัญหาและสามารถนาไปใช้เป็นฐานในการแก้ปัญหาหรืออธิบายสถานการณ์อื่น ๆ ได้ 2. นักเรียนเป็นผู้สร้างความรู้ด้วยวิธีการที่ต่าง ๆ กัน โดยอาศัยประสบการณ์และโครงสร้างทางปัญญา ที่มีอยู่เดิม ความสนใจและแรงจูงใจภายในตนเองเป็นจุดเริ่มต้น 3. ครูมีหน้าที่จัดการให้นักเรียนได้ปรับขยายโครงสร้างทางปัญญาของนักเรียนเอง ภายใต้ ข้อ สมมติฐานต่อไปนี้ 3.1 สถานการณ์ที่เป็นปัญหาและปฏิสัมพันธ์ทางสังคมก่อให้เกิด ความขัดแย้งทางปัญญา 3.2 ความขัดแย้งทางปัญญาเป็นแรงจูงใจภายในให้เกิดกิจกรรมการไตร่ตรองเพื่อขจัดความ ขัดแย้งนั้น Dewey ได้อธิบายเกี่ยวกับลักษณะการไตร่ตรอง(Reflection) เป็นการพิจารณาอย่างรอบคอบ กิจกรรมการไตร่ตรองจะเริ่มต้นด้วยสถานการณ์ที่เป็นปัญหา น่าสงสัย งงงวย ยุ่งยาก ซับซ้อน เรียกว่า สถานการณ์ก่อนไตร่ตรอง และจะจบลงด้วยความแจ่มชัดที่สามารถอธิบายสถานการณ์ดังกล่าว สามารถ แก้ปัญหาได้ ตลอดจนได้เรียนรู้และพึงพอใจกับผลที่ได้รับ 3.3 การไตร่ตรองบนฐานแห่งประสบการณ์และโครงสร้างทางปัญญาที่มีอยู่เดิมภายใต้การมีปฎิ สัมพันธ์ทางสังคม กระตุ้นให้มีการสร้างโครงสร้างใหม่ทางปัญญา จากแนวคิดข้างต้นนี้กระบวนการเรียนการสอนในแนวคอนสตรัคติวิสซึม จึงมักเป็นไปในแบบที่ให้ นักเรียนสร้างความรู้จากการช่วยกันแก้ปัญหา (Cooperative problem solving) กระบวนการเรียนการ สอนจะเริ่มต้นด้วยปัญหาที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางปัญญา (Cognitive conflict) นั่นคือประสบการณ์ และโครงสร้างทางปัญญาที่มีอยู่เดิม ไม่สามารถจัดการแก้ปัญหานั้นได้ลงตัวพอดีเหมือนปัญหาที่เคยแก้มาแล้ว ต้องมีการคิดค้นเพิ่มเติมที่เรียกว่า “การปรับโครงสร้าง” หรือ “การสร้างโครงสร้างใหม่” ทางปัญญา
  • 17.
    ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom) 9 (Cognitive restructuring) โดยการจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้ถกเถียงปัญหา ซักค้านจนกระทั่งหาเหตุผล หรือ หลักฐานในเชิงประจักษ์มาขจัดความขัดแย้งทางปัญญาภายในตนเอง และระหว่างบุคคลได้ (ไพจิตร, 2543) ความแตกต่างระหว่างทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึมกับทฤษฎีพฤติกรรมนิยม ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึม(Constructivism) ได้เสนอทางเลือกของกระบวนทัศน์การสอน จากเดิมซึ่งเป็น การสอนแบบยึดวัตถุประสงค์แบบดั้งเดิม (Objectivist tradition) ซึ่งอาศัยพื้นฐานทางพฤติกรรมนิยม ที่ แท้จริงแล้วพบว่ามีความแตกต่างกับกระบวนทัศน์ของทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึม ซึ่งจะได้กล่าวในรายละเอียด ดังนี้ 1) ผู้เรียนไม่เพียงแต่จะรับรู้ชิ้นส่วนต่างๆของความรู้และเก็บไว้ในสมองเท่านั้น แต่ยังนาข้อมูลต่างๆจาก สภาพจริงมาสร้างเป็นแนวความคิดของตนเอง 2)ความรู้ทั้งหมดจะถูกเก็บและนามาใช้โดยผ่านประสบการณ์ของแต่ละบุคคลโดยการเชื่อมโยงกับความรู้ ในขอบเขตเฉพาะ ถ้ามีการเปรียบเทียบกับการเรียนรู้ในแนวคิดทั้ง 2 ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึมจะเกี่ยวข้องกับการสร้าง ความรู้ ในขณะที่แนวคิดที่เป็นแบบยึดวัตถุประสงค์ดั้งเดิมจะเกี่ยวข้องกับ การรู้ (Knowing) ทฤษฎีรังสรรค์นิยม ทฤษฎีการสอนแบบยึดวัตถุประสงค์ 1) การสร้างความรู้ (Constructing) 1) การรู้ (knowing) เนื้อหา 2) เน้นกระบวนการภายใน (Mind process)ที่ 2) เน้น เนื้อหา ซึ่งเป็นสิ่งป้อนจากภายนอกและ สร้างความหมายจากสิ่งที่ป้อนจากภายนอก สันนิษฐานว่าจะถูกนาไปเก็บไว้ที่ใน โครงสร้างทางปัญญา ซึ่งอยู่ภายในสมองของ ผู้เรียน จากแนวคิดพื้นฐานของทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึมที่เป็นรากฐานสาคัญซึ่งปรากฏจากรายงานของนักจิตวิทยา และนักการศึกษา คือ Jean Piaget ชาวสวิส และ Lev Vygotsky ชาวรัสเซีย ซึ่งแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Cognitive Construtivism และ Social Construtivism ดังมีรายละเอียด ดังนี้ 1. Cognitive Constructivism มีพื้นฐานมาจากแนวคิดของ Piaget แนวคิดของทฤษฎีนี้ เน้นผู้เรียน เป็นผู้สร้างความรู้ โดยเป็นผู้สร้างความรู้ โดยการลงมือกระทา Piaget เชื่อว่าถ้าผู้เรียนถูกกระตุ้นด้วยปัญหาที่ ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางปัญญา (Cognitive conflict) หรือเรียกว่าเกิดการเสียสมดุลย์ทางปัญญา (Disequilibrium) ผู้เรียนต้องพยายามปรับโครงสร้างทางปัญญา (Cognitive structuring)ให้เข้าสู่ภาวะ สมดุลย์(Equilibrium) โดยวิธีการดูดซึม (Assimilation) ได้แก่ การรับข้อมูลใหม่จากสิ่งแวดล้อมเข้าไปไว้ใน
  • 18.
    ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom) 10 โครงสร้างทางปัญญา และ การปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางปัญญา(Accomodation) คือ การเชื่อมโยง โครงสร้างทางปัญญาเดิม หรือความรู้เดิมที่มีมาก่อนกับข้อมูลข่าวสารใหม่ จนกระทั่งผู้เรียนสามารถปรับ โครงสร้างทางปัญญาเข้าสู่สภาพสมดุลย์ หรือสามารถที่จะสร้างความรู้ใหม่ขึ้นมาได้ หรือเกิดการเรียนรู้นั่นเอง 2. Social Constructivism เป็นทฤษฎีที่มีรากฐานมาจาก Vygotsky ซึ่งมีแนวคิดที่สาคัญที่ว่า "ปฏิสัมพัธ์ทางสังคม มีบทบาทสาคัญในการพัฒนาด้านพุทธิปัญญา"รวมทั้งแนวคิดเกี่ยวกับศักยภาพในการ พัฒนาด้านพุทธิปัญญาที่อาจมีข้อจากัดเกี่ยวกับช่วงของการพัฒนาที่รียกว่า Zone of Proximal Development ถ้าผู้เรียนอยู่ต่ากว่า Zone of Proximal Development จาเป็นที่จะต้องได้รับการ ช่วยเหลือในการเรียนรู้ ที่เรียกว่า Scaffolding และVygotskyเชื่อว่าผู้เรียนสร้างความรู้โดยผ่านทางการมี ปฏิสัมพันธ์ทางสังคมกับผู้อื่น ได้แก่ เด็ก กับ ผู้ใหญ่ พ่อแม่ ครูและเพื่อน ในขณะที่เด็กอยู่ในบริบทของสังคม และวัฒนธรรม(Sociocultural context ) หลักสาคัญ 2 ประการสาหรับการนาทฤษฎีตามแนว Cognitive constructivism ไปใช้ในการจัดการ เรียนการสอนได้แก่ 1. การเรียนรู้เป็นกระบวนการที่ลงมือปฏิบัติ (Learning is active process) ประสบการณ์ตรง การ ลองผิดลองถูกและค้นหาวิธีการแก้ปัญหาเป็นสิ่งที่จาเป็นต่อการดูดซึมและการปรับเปลี่ยนของข้อมูล วิธีการที่ สารสนเทศถูกนาเสนอ เป็นสิ่งสาคัญ เมื่อสารสนเทศถูกนาเข้ามาในฐานะเป็นสิ่งที่ช่วยแก้ปัญหา อาจทาหน้าที่ เป็นเครื่องมือมากกว่าจะเป็นข้อเท็จจริงอย่างแท้จริง 2. การเรียนรู้ควรเป็นองค์รวม เน้นสภาพจริงและสิ่งที่เป็นจริง (Learning should be whole, authentic, and "real" ) เพียเจต์ได้ให้ความกระจ่างเกี่ยวกับ "การสร้างความหมาย จะมีการสร้างขึ้นโดยเด็กมีปฏิสัมพันธ์อย่าง มีความหมายกับโลกโลกที่อยู่รอบตัวของพวกเขา" นั่นหมายความว่าสิ่งที่เด็กเรียนจะมีความหมายต่อเด็ก น้อยถ้าแยกฝึกทักษะของแบบฝึกหัดในการสอนโดยตัดตอนเป็นช่วงๆ เป็นส่วน ๆ จนจบประโยค เด็กจะยังคง เรียนรู้สิ่งเหล่านี้ในห้องเรียนของเพียต์เจต์แต่จะแตกต่างกันที่ว่าพวกเขาจะเข้าไปเรียนในกิจกรรมที่มี ความหมาย เช่น ในชั้นเรียนที่เรียนเรื่อง การเก็บสะสมเงินหรือการฝากธนาคาร หรือการเขียนการทาข่าวในชั้น เรียนเกี่ยวกับหนังสือพิมพ์ กิจกรรมทั้งหมดจะตรงข้ามกับการฝึกทักษะในแบบฝึกหัด กิจกรรมการเรียนตาม สภาพจริง (Authentic learning) ซึงเด็กให้ความสนใจและมีความหมายต่อพวกเขาในห้องเรียนตาม ่ แนวเพียเจต์จะเน้นกิจกรรมตามสภาพจริง จะมีผลต่อพวกเด็กมากกว่าระดับคะแนนที่ได้จากการทดสอบหรือ คาชมว่าดีมาก ในสาขาวิชา คอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา(Educational Computing) ทฤษฎีที่เป็นที่รู้จักกันดี คือ Cognitive Constructivist หรือที่เรียกว่า "Dirty teaching" ซึ่งมีการเน้นที่ตรงกันข้ามกับวิธีการที่
  • 19.
    ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom) 11 แบ่งแยกเนื้อหาเป็นส่วน ๆ หรือที่เรียกว่า "Clean teaching" กับวิชาที่เป็นองค์รวมและสภาพจริงหรือที่ เรียกว่า"Dirty teaching" เทคโนโลยีจัดเตรียมเครื่องมือที่จาเป็นที่จะช่วยให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของห้องเรียนตามแนวทาง Social Constructivism ตัวอย่างข้างล่างนี้จะแสดงเกี่ยวกับวิธีการที่เทคโนโลยีสารสนเทศสามารถสนับสนุนการเรียน การสอนตามแนวทาง Social Constructivism ต่อไปนี้  เครื่องมือการสื่อสารทางไกล เช่น การใช้อีเมล(E-mail) และอินเทอร์เนต ช่วยเป็นสื่อกลางสาหรับ การสนทนา อภิปราย แก้ปัญหา ที่มีปฏิสัมพันธ์ที่นาไปสู่ การสร้างความหมายทางสังคม ผู้เรียน สามารถสนทนากับผู้เรียนอื่น ๆครู และผู้เชี่ยวชาญในวงวิชาชีพที่อาจอยู่ไกลจากชั้นเรียนของพวกเขา เครื่องมือสื่อสารทางไกลยังคงสามารถช่วยผู้เรียนเข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ ที่มีรูปแบบแตกต่างกัน จะช่วยทาให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจวัฒนธรรมของพวกเขาเองและของผู้อื่น  โปรแกรมการเรียนเกี่ยวกับการเรียนบนเครือข่าย ช่วยทาให้เกิดการร่วมมือในการเรียน ผู้เรียน สามารถเขียนข้อความ ร่วมเรียนจริงซึ่งตอบสนองในทันที และผู้อื่นสามารถที่จะเข้ามาร่วมกิจกรรม การเรียนก็ได้  สถานการณ์จาลองสามารถทาให้การเรียนรู้มีความหมายโดยสถานการณ์การเรียนในบริบทของ กิจกรรมในชีวิตจริง เช่น running a nuclear power plant, การเขียนเรื่องในหนังสือพิมพ์ การ จัดการเกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อม ต่อไปนี้จะเป็นสรุปแนวคิดของทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึม โดยเน้นเกี่ยวกับลักษณะของสิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้ ดังรายละเอียดต่อไปนี้ - ผู้เรียนลงมือกระทาด้วยตนเอง (Learning are active) ความสาคัญของการเรียนตามแนวทฤษฎี คอนสตรัคติวิสซึม เป็นกระบวนการ ที่ผู้เรียนบูรณาการข้อมูลใหม่กับประสบการณ์ที่มีมาก่อนหรือความรู้เดิม ของผู้เรียน และสิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้ แนวคิดที่หลากหลายเป็นสิ่งที่มีค่าและจาเป็น (Multiple perspective are valued and necessary) ตามแนวทางทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึม กล่าวว่า ผู้เรียนจะต้อง สร้างแนวคิดของตนเอง แนวคิดนี้จาเป็นต้องประกอบด้วยแนวคิดที่หลากหลายและ กว้างขวาง อาจมาจาก แหล่งข้อมูลต่างๆ โดยที่ผู้เรียนจะต้องเรียนรู้ เช่น ครู กลุ่มเพื่อน นักเขียน และหนังสือ เป็นต้น ทฤษฎีคอน สตรัคติวิสซึมส่งเสริมให้ผู้เรียนรวบรวมแนวคิดที่หลากหลายและสังเคราะห์สิ่งเหล่านี้เป็นแนวคิดที่บูรณาการ ขึ้นมาใหม่ - การเรียนรู้ควรสนับสนุนการร่วมมือกันไม่ใช่การแข่งขัน (Learning should support collaboration , not competition) จากการแลกเปลี่ยนแนวคิดที่หลากหลายนั้นหมายถึงการร่วมมือ ใน ระหว่างที่มีการร่วมมือ ผู้เรียนต้องมีการสนทนากับคนอื่นๆเกี่ยวกับเรื่องที่กาลังเรียนรู้ กระบวนการนี้คือ การ ร่วมมือและแลกเปลี่ยน หรือการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งเป็นการทาให้ผู้เรียนตกผลึกและกลั่นกรองสิ่งที่สร้างขึ้น แทนความรู้ภายในสมอง มาเป็นคาพูดที่ใช้ในการสนทนาที่แสดงออกมาภายนอกที่เป็นรูปธรรม และส่งเสริม
  • 20.
    ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom) 12 การสังเคราะห์ความรู้ที่จาเป็นต่อการเรียนรู้ และการสร้างความหมายในการเรียนรู้ของตนเอง ดังนั้น สิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้ที่จัดให้มีการร่วมมือกันจะเป็นการส่งเสริมการสร้างความรู้ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความจาเป็น จาเป็นต่อการเรียนรู้ - ให้ความสาคัญกับการควบคุมตนเองตามระดับของผู้เรียน (Focuses control at the leaner level) ถ้าผู้เรียนลงมือกระทาในบริบท การเรียนรู้ โดยการร่วมมือกับผู้เรียนคนอื่น และผู้สอน และจาเป็นต้อง ควบคุมกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเองมากกว่าการที่เรียนในลักษณะที่เป็นผู้รับฟัง (Passive listening) จาก การบรรยายของผู้สอน นี่แสดงเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานกิจกรรมการเรียนรู้ในห้องเรียน - นาเสนอประสบการณ์การเรียนรู้ที่ตรงกับสภาพที่เป็นจริงหรือประสบการณ์การเรียนรู้ในชีวิตจริ ง (Provides authentic,real-world learning experiences) ความรู้ที่ถูกแยกออกจากบริบทในสภาพจริง ในระหว่างการสอนสิ่งที่เรียนเป็นสิ่งที่ไม่ใช่สภาพจริงนั้น มักจะเป็น สิ่งที่ไม่มีความหมายต่อผู้เรียนมากนัก แต่ สภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึม ที่จัดสภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้ใน สถานการณ์ต่างๆที่อยู่ในบริบทของสภาพจริง ดังนั้นประสบการณ์ การเรียนรู้ที่ประยุกต์ไปสู่ปัญหาในชีวิตจริง (Real world problems)จะช่วยสร้างการเชื่อมโยงที่แข็งแกร่ง และส่งผลให้ผู้เรียนสามารถประยุกต์สิ่งที่ได้ เรียนไปสู่สถานการณ์ใหม่ในสภาพชีวิตจริงได้ ข้อตกลงเบื้องต้นของการออกแบบการสอนที่มีพื้นฐานจากทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึม (Constructivism) Bednar etal (1991) ได้ให้ข้อตกลงไว้ดังนี้ 1. การสร้างการเรียนรู้ (Learning Constructed) ความรู้จะถูกสร้างจากประสบการณ์การเรียนรู้เป็น กระบวนการสร้าง สิ่งขึ้นแทนความรู้(Representation)ในสมองที่ผู้เรียนเป็นผู้สร้างขึ้น 2. การแปลความหมายของแต่ละคน (Interpretation personal) การเรียนรู้เป็นการแปล ความหมายตามสภาพจริง (Real world) ของแต่ละคน" การเรียนรู้เป็นผลจากการแปลความหมายตาม ประสบการณ์ของแต่ละคน 3. การเรียนรู้เกิดจาการลงมือกระทา (Learning active) การเรียนรู้เป็นการที่ผู้เรียนได้ลงมือกระทา ซึ่งเป็นการสร้าง ความหมายที่พัฒนาโดยอาศัยพื้นฐานของประสบการณ์ 4. การเรียนรู้ที่เกิดจากการร่วมมือ (Learning Collaborative) ความหมายในการเรียนรู้เป็นการ ต่อรองจากแนวคิด ที่หลากหลาย "การพัฒนาความคิดรวบยอดของตนเอง ได้มาจากการร่วมแบ่งปัน แนวคิดที่ หลากหลายในกลุ่ม และในขณะเดียวกันก็ปรับเปลี่ยนการสร้างสิ่งที่แทนความรู้ในสมอง(Knowledge representation)ที่สนองตอบต่อแนวคิดที่หลากหลายนั้น หรืออาจกล่าวได้ว่า ในขณะที่มีการแลกเปลี่ยน เรียนรู้โดยการอภิปรายเสนอความคิดเห็นที่หลากหลายของแต่ละคน ผู้เรียนจะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง ความรู้ของตนด้วยและสร้างความหมายของตนเองขึ้นมาใหม่ ซึ่งตรงกับแนวคิด Cunningham ที่กล่าวว่า "บทบาทของการศึกษา คือ การส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือกับคนอื่นจากการร่วมแสดงแนวคิดที่หลากหลายที่ จะทาให้เกิดปัญหาเฉพาะและนาไปสู่การเลือกจุดหรือสถานการณ์ที่พวกเขาจะยอมรับในระหว่างกัน …."
  • 21.
    ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom) 13 5. การเรียนรู้ที่เหมาะสม (Learning Situated)ควรเกิดขึ้นในสภาพชั้นเรียนจริง (Situated or anchored) " การเรียนรู้ต้องเหมาะสมกับบริบทของสภาพจริง หรือสะท้อนบริบทที่เป็นสภาพจริง" 6. การทดสอบเชิงการบูรณาการ (Testing Integrated) การทดสอบควรจะเป็นการบูรณาการเข้ากับ ภารกิจการเรียน (Task) ไม่ควรเป็นกิจกรรมที่แยกออกจากบริบท การเรียนรู้ " การวัดการเรียนรู้ เป็นวิธีการที่ ผู้เรียนใช้โครงสร้างความรู้เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมให้เกิดการคิดในเนื้อหาการเรียนรู้นั้น ๆ " คุณลักษณะของการออกแบบการสอนตามแนวทางคอนสตรัคติวิสซึม 1. กระบวนการในการออกแบบเป็นลักษณะย้อนกลับไปมา (Recursive)ไม่เป็นเส้นตรง บางครั้งก็มี การย้อนกลับไปกลับมาอย่างไม่เป็นระเบียบ (Chaotic)การพัฒนาเป็นสิ่งที่มีการย้อนกลับ หรือย้า ซึ่งนัก ออกแบบอาจจะกาหนดเรื่องเดียวกันเช่น วิเคราะห์ผู้เรียน วัตถุประสงค์การสอนหลาย ๆ ครั้ง การพัฒนาจะไม่ เป็นเชิงเส้นตรงไม่ต้องการภารกิจการเรียนรู้เบื้องต้นที่ต้องทาก่อนที่ประกอบกิจกรรมอื่น ๆ ต่อไป ปัญหาบาง ปัญหา การปรับปรุง การเปลี่ยนแปลงจะต้องค้นพบหรือปรับเปลี่ยนตามบริบทการใช้ แผนการสาหรับการ ประเมินผลที่ย้อนกลับมา โดยผู้ใช้(User) และผู้เชี่ยวชาญ(Expert)และแผนการสาหรับการเริ่มต้นที่ไม่ถูกต้อง และการออกแบบใหม่เช่นเดียวกับการปรับปรุง 2. การวางแผนเป็นการจัดระบบ การพัฒนา การไตร่ตรองและการร่วมมือเริ่มต้นจากแผนการที่คร่าว ๆ และเติมรายละเอียดที่เป็นความก้าวหน้า วิสัยทัศน์ (Vision) และการวางแผนเชิงกลยุทธ์ของสิ่งที่พัฒนามา วิสัยทัศน์และการวางแผนอาจเริ่มต้นอย่างไม่สมบูรณ์ก็ได้ การพัฒนาควรเป็นความร่วมมือกันทา กลุ่มการ ออกแบบ รวมถึงผู้ที่จะใช้สื่อการเรียนการสอน ควรร่วมงานกัน ในการที่จะแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ ซึ่งควร ดาเนินการทั้งกระบวนการในการพัฒนา วิสัยทัศน์ เป็นสิ่งสาคัญของบุคคลหรือกลุ่ม หรือหน่วยงาน ซึ่งถ้า บุคคลใดขาดวิสัยทัศน์ของตนเอง อาจจะไม่สามารถกระทาการใดเพื่อคนอื่น ๆ ได้ 3. วัตถุประสงค์ วัตถุประสงค์ อาจปรากฏมาจากงานที่ออกแบบและพัฒนา Constructivism เชื่อว่า วัตถุประสงค์ไม่ควรเป็นสิ่งที่นาทาง แทนที่จะเป็นสิ่งที่กาหนดแนวทางไว้ วัตถุประสงค์อาจปรากฏออกมา ในขณะที่มีกระบวนการร่วมมือพัฒนา มากขึ้นภายหลัง 4.สิ่งที่การออกแบบการสอนอื่นไม่มี สิ่งที่นักออกแบบผู้มีความเชี่ยวชาญด้านเนื้อหาไม่มี คือ การได้มี ประสบการณ์ตรงกับสิ่งนั้น ๆ ตัวอย่างเช่น เกม ก็คือ การได้เล่นเกมนั้น ๆ การที่ผู้เชี่ยวชาญได้มีประสบการณ์ ในการใช้สิ่งที่ออกแบบ โดยที่พวกเขาได้มีโอกาสไปลงคลุกในสิ่งแวดล้อมการใช้ก่อน เป็นสิ่งที่ช่วยประสิทธิภาพ ในการออกแบบสิ่งนั้น 5. การสอนที่เน้นการเรียนรู้ในบริบทที่มีความหมาย (เป้าหมาย: เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับความเข้าใจของ แต่ละบุคคลภายใต้บริบทที่มีความหมาย)ตามมาตรฐานการสอนโดยตรงทั่วไป เน้นการสอนเนื้อหา ซึ่ง ปราศจากบริบทที่มีความหมายสาหรับชีวิตจริง เป็นผลที่ทาให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า ความรู้ที่เฉื่อย (Inert Knowledge) ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ การสอนควรเน้นการพัฒนาความเข้าใจในบริบท กลยุทธ์ของวิธีการนี้ ได้แก่ Anchored instruction Situated Cognition Cognitive apprenticeships และCognition Flexibility ซึ่งมีกระบวนการเรียนรู้ที่ผู้เรียนสร้างความรู้ด้วยตนเองโดยมีส่วนเข้าไปคลุกในบริบทตามสภาพ
  • 22.
    ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom) 14 จริงและยังเป็นการเรียนการสอนที่เน้นให้ผู้เรียนเข้าถึงการแก้ปัญหาและวิธีการนี้ได้พัฒนาแหล่งข้อมูล ของ Hypermedia หรือ Multimedia สารนุกรมที่เป็น electronic ตลอดจนการเข้าถึงแหล่งข่าวสารต่าง ๆ 6. การประเมินผลเพื่อปรับปรุง (Formative Evaluation)การประเมินผลเพื่อปรับปรุง เป็นสิ่งจาเป็น ใน การออกแบบการสอนตามแนวนี้จะใช้ความพยายามในการประเมินผลเพื่อปรับปรุงมากที่สุด เพราะว่าการ ให้ผลย้อนกลับทาให้สามารถนาข้อมูลเหล่านั้นมาช่วยปรับปรุงผลผลิตแต่การประเมินผลลัพธ์ไม่ได้ช่วยในการ ปรับปรุงผลผลิต 7.ข้อมูลเชิงอัตนัย เป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด (Subjective data may be the may valuable) เป้าหมายและ วัตถุประสงค์ที่สาคัญ ไม่เพียงพอที่สามารถวัดโดยข้อสอบประเภทเลือกตอบเพราะบางครั้งการเลือกตอบมี ข้อจากัดเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ ความคิดเห็น ค่านิยมของการสอน บางสิ่งบางอย่างไม่สามารถแสดงออกและสังเกต ได้ด้วยเชิงปริมาณ การประเมินหลายประเภท รวมถึงการประเมินตามสภาพจริง (Authentic assessment) แฟ้มสะสมงาน (Portfolios) การศึกษาชาติพรรณวรรณา (Ethnographic studies) ความคิดเห็นของมือ อาชีพเป็นสิ่งที่ควรพิจารณา นอกจากนี้ในระหว่างกระบวนการการออกแบบการสอน มีหลายจุดที่ต้องเป็น ทางการหรือเชิงคุณภาพ เช่น การสัมภาษณ์ การสังเกต focus groups การวิพากษ์ของผู้เชี่ยวชาญ ผล ย้อนกลับจากผู้เรียน เป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากกว่า 10 รายข้อจาก Likert Scale ข้อตกลงเบื้องต้นเกี่ยวกับ เทคโนโลยีตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสซึม 1. เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่มากกว่าเครื่องมือ เทคโนโลยีประกอบด้วยการออกแบบที่จะช่วยเหลือสนับสนุน ผู้เรียนกลยุทธ์การเรียนรู้ทางพุทธิปัญญา ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และ Replicable และเทคนิค ความสามารถในการประยุกต์ 2. เทคโนโลยีการเรียนรู้เป็นสิ่งแวดล้อมใด ๆ หรือชุดที่สามารถนิยามของกิจกรรมที่ สนับสนุนผู้เรียนใน การสร้างความรู้และสร้างความหมาย 3. การสร้างความรู้ (Knowledge Construction) ไม่ใช่สนับสนุนจากการใช้เทคโนโลยีที่ใช้เป็นผู้ ส่งหรือทาหน้าที่เป็นพาหะขนส่ง ความรู้ หรือ การสอน ที่จะควบคุมปฏิสัมพันธ์ผู้เรียนทั้งหมด 4. ยิ่งไปกว่านั้น เทคโนโลยีสนับสนุนการสร้างความรู้ จะเป็นการดีถ้าผู้เรียนต้องการหรือมีแรงขับ เมื่อ มีปฏิสัมพันธ์นั่นเป็นการที่ผู้เรียนเป็นผู้สร้างและผู้เรียนเป็นผู้ควบคุมและเมื่อมีปฏิสัมพันธ์กับเทคโนโลยีจะเป็น การสนับสนุนหรือช่วยเหลือให้เกิดความคิดรวบยอดและสติปัญญา 5. เทคโนโลยีเสมือนชุดเครื่องมือ ที่จะกระตุ้นผู้เรียนให้สร้างการอธิบายของตนเองอย่างมีความหมาย และนาเสนอในชีวิตจริง ชุดเครื่องมือนี้ต้องสนับสนุนองค์ประกอบทางสติปัญญาของความต้องการในการ เรียนรู้ของรายวิชาที่จะเรียน 6. ผู้เรียนและเทคโนโลยี เทคโนโลยีควรเปรียบเสมือนเพื่อนทางสติปัญญาของผู้เรียน และช่วยส่งเสริม ความรับผิดชอบทางพุทธิปัญญาสาหรับการแสดงออก
  • 23.
    ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom) 15 4. การจัดการชั้นเรียน แนวคิดการจัดการชั้นเรียนตามรูปแบบจิตวิทยาตั้งอยู่บนพื้นฐานของความคิดที่ว่า การ เปลี่ยนพฤติกรรมจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อครูเข้าใจถึงสาเหตุของพฤติกรรมเด็ก เข้าใจว่าอะไรเป็นแรงจูงใจ ทาให้เด็กมีพฤติกรรมเช่นนั้น เข้าใจถึงความคิด ความรู้สึก ความต้องการ และความตั้งใจ (อุทุมพร พรายอินทร์. 2542: 31-35) ยุทธนา แซ่เตียว (2547: 245-246) มีแนวคิดเกี่ยวกับการจัดการความรู้ว่า เป็นการ จัดการเพื่อนาความรู้มาใช้พัฒนาขีดความสามารถขององค์กร โดยมีกระบวนการในการสรรหา ความรู้เพื่อถ่ายทอดและแบ่งปันไปยังบุคลากรเป้าหมายอย่างถูกต้องและเหมาะสม รวีวรรณ ชินตระกูล (2540: 101) กล่าวว่า สิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ได้แก่ บริเวณ โรงเรียน อาคารเรียน สิ่งก่อสร้าง แสงสว่าง มีความสัมพันธ์กับชีวิตประจาวันของนักเรียน ครู และ ทุกคนในโรงเรียนอย่างมาก เทื้อน ทองแก้ว (2538: 74-81) ได้ให้แนวคิดว่า สภาพแวดล้อมมีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ ของบุคคล บุคคลที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ย่อมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองตาม สภาพแวดล้อมไปในแนวทางที่ดี ในทางการศึกษาหรือการเรียนการสอนจึงได้เน้นให้มีการจัด สภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้โดยรอบตัวผู้เรียน โดยเฉพาะการจัดสภาพแวดล้อมในห้องเรียน ซึ่งจะ มีอิทธิพลต่อนักเรียนเป็นอย่างยิ่ง หรรษา นิลวิเชียร (2535: 33) เชื่อว่า เจตคติที่ดีต่อกันระหว่างครูและนักเรียนเป็นพื้นฐาน สาคัญของการสอน สนับสนุนให้ครูมีความสัมพันธ์กับนักเรียนด้วยความจริงใจ ครูตระหนักและ ยอมรับถึงความรู้สึกของตนเอง และยินดีที่จะแสดงความรู้สึกนั้นต่อชั้นเรียน นอกจากนี้แล้ว ครูก็ ควรจะตระหนักต่อความรู้สึกของเด็กด้วย ซึ่งจะทาให้เกิดความเข้าใจที่ดีต่อกัน แนวคิดด้านจิตวิทยาเกี่ยวกับการจัดการชั้นเรียนอีกแนวคิดหนึ่งคือ แนวคิดของ Glasser (หรรษา นิลวิเชียร. 2535: 30; อ้างอิงจาก Glasser. 1965) ได้เสนอแนะวิธีการแก้ปัญหา พฤติกรรมในชั้นเรียนด้วยความร่วมมือกันระหว่างครูและนักเรียน ซึ่งต้องอาศัยความจาเป็นพื้นฐานทางด้าน จิตวิทยาสองประการคือ ความรักและความรู้สึกมีค่า หมายถึง ครูจะต้องช่วยขจัดปัญหาทางอารมณ์ของเด็กที่ มีปัญหาด้านการปกครอง อันจะส่งผลต่อความประพฤติของเด็กคือทาให้เด็กมี ความรับผิดชอบ และได้รับการศึกษาดีขึ้น การวางแผนการจัดการระบบการจัดการชั้นเรียน ควรเริ่มที่การมีจุดประสงค์ที่แน่นอนและ ชัดเจน หลักการสาคัญพื้นฐานของการจัดการชั้นเรียน มีดังต่อไปนี้ (ชาติชาย พิทักษ์ธนาคม. 2544: 236-243) 1. ครูควรมีระบบการจัดการที่ได้ผล 2. กฎของห้องควรสอดคล้องกับเป้าหมายของโปรแกรม 3. เป้าหมายของวินัยก็คือ การที่เด็กมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ 4. การจัดการชั้นเรียนคือ การจัดการเกี่ยวกับพฤติกรรมของเด็ก เพื่อให้มีการเรียนการสอน
  • 24.
    ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom) 16 5. ครูจะต้องรับผิดชอบที่จะพัฒนาและคงสภาพระบบการจัดการที่มีประสิทธิภาพ ปราณี สาระจิตต์ (2537: 2) กล่าวว่า การจัดการเรียนการสอน มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เด็ก เกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ ส่วนการจัดการชั้นเรียนมีจุดหมายเพื่อสร้างบรรยากาศในการเรียน ช่วยให้การเรียนการสอนดาเนินไปด้วยดีมีประสิทธิภาพสูง อาภรณ์ ใจเที่ยง (2546: 239-240) ได้เสนอหลักการการจัดชั้นเรียนไว้ดังนี้ 1. การจัดชั้นเรียนควรให้ยืดหยุ่นได้ตามความเหมาะสม ชั้นเรียนควรเป็นห้องใหญ่หรือ กว้าง เพื่อสะดวกในการโยกย้ายโต๊ะเก้าอี้ จัดรูปแบบต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ในการเรียนการสอน 2. ควรจัดชั้นเรียนเพื่อสร้างเสริมความรู้ทุกด้าน โดยจัดอุปกรณ์ในการทากิจกรรมหรือ หนังสืออ่านประกอบที่น่าสนใจไว้ตามมุมห้อง เพื่อนักเรียนจะได้ค้นคว้าทากิจกรรม ควรคิดอุปกรณ์ รูปภาพ และผลงานไว้เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ 3. ควรจัดชั้นเรียนให้มีสภาพแวดล้อมที่ดี ได้แก่ สภาพแวดล้อมทางกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม 4. ควรจัดชั้นเรียนเพื่อเสริมสร้างลักษณะนิสัยที่ดีงาม ชั้นเรียนจะน่าอยู่ก็ตรงที่นักเรียน รู้จักรักษาความสะอาด 5. ควรจัดชั้นเรียนเพื่อสร้างเสริมประชาธิปไตย โดยครูอาจจัดดังนี้ 5.1 จัดให้นักเรียนเข้ากลุ่มทางาน โดยให้มีการหมุนเวียนกลุ่มกันไป เพื่อให้ได้ฝึกการทางานร่วมกับ ผู้อื่น 5.2 จัดที่นั่งของนักเรียนให้สลับที่กันเสมอ เพื่อให้ทุกคนได้มีสิทธิที่จะนั่งในจุดต่าง ๆของห้องเรียน 6. ควรจัดชั้นเรียนให้เอื้อต่อหลักสูตร หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ฉะนั้น ปัจจุบันเน้นการจัดการ เรียนการสอนโดยให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และใช้กระบวนการสอนต่าง ๆ สุพิน บุญชูวงศ์ (2544: 128-129) ได้สรุปหลักการจัดชั้นเรียนไว้ ดังนี้ 1. ชั้นเรียนควรมีสีสันที่น่าดู สบายตา มีอากาศถ่ายเทได้ดี แสงสว่างเพียงพอ ไม่มีเสียงรบกวน อากาศ ไม่เป็นพิษ ไม่ร้อนจนเกินไป และมีขนาดกว้างขวางอย่างเพียงพอ 2. สะอาดถูกสุขลักษณะ เป็นระเบียบเรียบร้อย น่าอยู่ มีบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมคล้ายคลึงกับชีวิต ในบ้าน ในครอบครัวของนักเรียน 3. สิ่งที่อยู่ในชั้นเรียนไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ มุมหนังสือ ป้ายนิเทศ สื่อการสอนประเภทต่าง ๆ สามารถเคลื่อนไหว เคลื่อนที่ได้ สามารถจัดหรือดัดแปลงชั้นเรียนให้มีลักษณะเอื้ออานวยต่อการสอนและ กิจกรรมประเภทต่าง ๆ ได้ 4. นักเรียนเรียนรู้ในชั้นเรียนอย่างมีความสุข มีอิสระเสรีภาพในเรื่องของการเรียนรู้และใน ขณะเดียวกันก็มีวินัยในการดูแลตนเองและการอยู่ร่วมกับผู้อื่น ปฏิสัมพันธ์ของนักเรียนกับครู นักเรียนกับ นักเรียนเป็นไปด้วยดี ที่ส่งเสริมบรรยากาศและมีความเข้าใจในบทบาทของตนเอง 5. จัดมุมหนังสือ มุมประสบการณ์ สื่อการสอนบางประเภทให้เพียงพอและมีประโยชน์ต่อการเรียนรู้ ของนักเรียน
  • 25.
    ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom) 17 6. ชั้นเรียนที่ดีไม่จากัดเฉพาะในห้องเรียนสี่เหลี่ยมที่กาหนดให้เท่านั้น แต่ยังมีชั้นเรียน แบบเปิด แบบธรรมชาติ เป็นการศึกษานอกชั้นเรียนที่นักเรียนมีความต้องการและสนใจเช่นเดียวกัน 7. การเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม เนื้อหาสาระ กระบวนการเรียนรู้ ต้องกระทาอยู่เสมอตาม เหตุการณ์ ข่าวคราวความเคลื่อนไหว สิ่งที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ช่วงปิดเรียน 8. ควรมีการจัดเตรียมชั้นเรียนให้พร้อมต่อการสอนในแต่ละครั้ง เพื่อพัฒนาทักษะสาคัญ ๆ บาง ประการ การจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ ครูต้องจัดกิจกรรมทุกอย่างที่จะทาให้การสอนมี ประสิทธิภาพ และนักเรียนมีสัมฤทธิ์ผลในการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้สาหรับบทเรียน(สุรางค์ โค้วตระ กูล. 2548: 436) ตลอดจนการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างนักเรียนกับครู และนักเรียนกับนักเรียน และ การที่นักเรียนจะต้องอยู่ที่โรงเรียนกับครูเป็นระยะเวลาในแต่ละวันหลายชั่วโมง และสถานที่ส่วนใหญ่ก็คือชั้น เรียน การจัดการชั้นเรียนให้เอื้ออานวยต่อแนวคิดของหลักสูตรและพัฒนาการของเด็ก จึงเป็นพื้นฐานสาคัญยิ่ง ต่อคุณภาพของการเรียนรู้ในแต่ละครั้ง สุพิน บุญชูวงศ์ (2544: 159) ได้เสนอแนวคิดที่สาคัญในการจัดการชั้นเรียนไว้ดังนี้ 1. การสร้างบรรยากาศสิ่งแวดล้อมที่ดีของห้องเรียน มีผลต่อพัฒนาการ ลักษณะนิสัยเจตคติที่ดีของ นักเรียนเป็นอย่างมาก 2. ห้องเรียนควรมีลักษณะยืดหยุ่น ปรับให้เหมาะกับสภาพการณ์และสถานการณ์ในการจัดการเรียน การสอนได้เสมอ 3. ชั้นเรียนควรเปิดในเรื่องของเสรีภาพ ความเป็นอิสระของการเรียนรู้ การอยู่ร่วมกันและความ เคลื่อนไหวในกิจกรรมการเรียนการสอนทุกประเภท 4. การจัดสื่อการสอน โสตทัศนูปกรณ์ และหนังสือบางประเภทมีความจาเป็นต่อการเสริมการเรียนรู้ ในชั้นเรียนเป็นอันมาก จากหลักการแนวคิดดังกล่าว การจัดการชั้นเรียนเป็นการปฏิบัติเกี่ยวกับการกากับ ดูแลสร้าง กฎระเบียบ ข้อตกลงในชั้นเรียน การจัดการพฤติกรรมของนักเรียน การแก้ไขปัญหาร่วมกัน ในชั้นเรียน การจัด บรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่ดี ห้องเรียนมีลักษณะยืดหยุ่น เป็นแหล่งวิชาการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดี ส่งเสริมชีวิต แบบประชาธิปไตย ส่งเสริมลักษณะนิสัยที่ดีและมีการจัดทาข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับเอกสารประจาชั้น 5.องค์ประกอบของการจัดการชั้นเรียน บูล และ โจนาธัน โซลิที (Bull; & Solity. 1987: 15-33) กล่าวว่า องค์ประกอบการจัดการชั้นเรียน ประกอบด้วย 3 ส่วนคือ 1. องค์ประกอบทางกายภาพ หมายถึง สภาพแวดล้อมในการเรียนการสอนของนักเรียนและครู ส่วน ใหญ่คือสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบ ๆ ชั้นเรียนนั้นเอง ลักษณะการจัดออกแบบก็จะแตกต่างกันไป แต่ในกิจกรรม การเรียนการสอนแต่ละกิจกรรมก็ต้องใช้วัสดุอุปกรณ์และสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน หลักการทั่ว ๆ ไปคือจะ
  • 26.
    ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom) 18 กาหนดพอให้เป็นแนวที่จะใช้กับการเรียนการสอนได้ทุกโอกาส เนื่องจากสภาพแวดล้อมสามารถมีอิทธิพลต่อ พฤติกรรมของนักเรียน ทั้งโดยตรงและโดยผลกระทบที่สภาพแวดล้อมมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของคนอื่น ๆ ที่ ทางานในบริเวณนั้นด้วย 2. องค์ประกอบทางสังคม หมายถึง สิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากที่ครูและนักเรียนได้อยู่รวมในบริเวณแวดล้อม เดียวกันในรูปหนึ่งรูปใด อาจก่อให้เกิดส่วนประกอบทางสังคมที่มีความแตกต่างกันในบางลักษณะได้ เช่น ครู อาจจะทางานร่วมกับนักเรียนกลุ่มต่าง ๆ กัน (กลุ่มใหญ่และกลุ่มเล็ก กลุ่มคละความสามารถ หรือจาแนก ความสามารถ ความถนัด) และทางานร่วมกับเด็กเป็นรายบุคคลภายในกลุ่มใหญ่ในหลายโอกาส ทาให้เกิด ประสบการณ์ต่าง ๆ กันในสถานการณ์นั้น ๆสภาพทางพลวัตรหรือการเคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่งของกลุ่มการสอน ดังกล่าวก็จะต้องแตกต่างกันในแต่ละกลุ่มด้วย เป้าหมายหลักประการหนึ่งก็คือ ประสิทธิภาพทางการเรียนของ นักเรียน 3. องค์ประกอบด้านการศึกษา หมายถึง เนื้อหาในหลักสูตรของโรงเรียนและผลการตัดสินใจที่ครู เลือกความรู้และทักษะต่าง ๆ ที่จาเป็นและเหมาะสมสาหรับนักเรียนมาสอนในระดับอายุ และขั้นตอนการ เรียนรู้ของนักเรียน การจัดแผนการเรียนการสอน การให้งานนักเรียน การจัดระบบการเรียนการสอน และการ จัดกิจกรรมต่าง ๆ ในแต่ละวัน เหล่านี้คือลักษณะสาคัญขององค์ประกอบด้านการศึกษา สมจิต สวธนไพบูลย์ (2534: 14-21) ได้นาเสนอแนวคิดของการจัดการชั้นเรียนซึ่งเป็นพื้นฐานที่สาคัญ ในการพัฒนาการสอนได้เป็นอย่างดี เพราะการจัดการชั้นเรียนเป็นการสร้างสรรค์สถานภาพที่ก่อให้เกิดการ เรียนรู้มากที่สุด ซึ่งจาแนกการจัดการชั้นเรียนเป็น 8 ด้านมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 1. การจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ หมายถึง บริเวณสถานที่ที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอน ซึง ่ ได้แก่ อาคารเรียน ห้องเรียน บรรยากาศโดยรอบสะอาด สวยงาม มีระเบียบ ปลอดภัย และมีบรรยากาศที่เอื้อ ต่อการเรียนรู้ ซึ่งเป็นสภาพที่มีอิทธิพลต่อผู้เรียน ทาให้นักเรียนสบายใจ มีความสุข ส่งผลต่อการเรียนรู้ของ ผู้เรียน รวมทั้งการจัดรูปแบบทางโครงสร้างสิ่งของวัตถุ ตลอดจนการจัดกิจกรรมต่าง ๆ กระตุ้นให้เกิด ขบวนการเรียนรู้ ซึ่งประกอบด้วยการเลือกสิ่งที่สนใจ การแก้ปัญหา และการค้นพบ 2. การดาเนินการสอนอย่างเป็นระบบ หมายถึง กระบวนการที่มุ่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ในตัวผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะ และเจตคติที่ดี โดยผู้สอนได้จัดเตรียมการวางแผน การสอนอย่างมีระบบ โดย ผู้สอนมีกิจกรรม 5 ประการ คือ การเตรียมการสอน การประเมินผู้เรียน การวางแผนการสอน การสอน และ การประเมินผล 3. บุคลิกภาพของผู้เรียน หมายถึง ลักษณะนิสัยที่รวมกันเป็นแบบฉบับเฉพาะตัวของแต่ละบุคคล อัน ได้แก่ ลักษณะท่าที การแสดงออก รูปร่างหน้าตา ความรู้สึก และพฤติกรรมต่าง ๆ กล่าวคือบุคลิกภาพขึ้นอยู่ กับปัจจัยที่เป็นตัวกาหนด ได้แก่ 1) ตัวกาหนดทางสรีระ ซึ่งได้รับการถ่ายพันธุกรรมมาแต่กาเนิด 2) ตัวกาหนด ทางด้านการเป็นสมาชิกกลุ่ม 3) ตัวกาหนดบทบาท4) ตัวกาหนดทางด้านสถานการณ์หรือสภาวะแวดล้อม 5) การยอมรับของกลุ่ม 4. การสร้างวินัยในชั้นเรียน หมายถึง หลักการควบคุมชั้น โดยถือเอาความสัมพันธ์อันดีระหว่างครูกับ นักเรียน การที่ให้นักเรียนทุกคนในชั้นเรียนรู้จักปกครองตนเอง การกระทาตามระเบียบหรือข้อบังคับต่าง ๆ
  • 27.
    ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom) 19 อันเกิดจากความสมัครใจของผู้ปฏิบัติ โดยที่มองเห็นว่ามีคุณค่า และการปฏิบัติดังกล่าวจะทาให้เกิดความ เรียบร้อยและความเสมอภาคแก่สมาชิกทุกคน 5. การคานึงความแตกต่างระหว่างบุคคล หมายถึง ลักษณะและพฤติกรรมต่าง ๆของบุคคลนั้นที่ แสดงออกหรือตอบสนองที่สังเกตเห็นได้ หรือความสามารถในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ซึ่งประกอบไปด้วย เชาวน์ ปัญญา ความสนใจ ยุทธวิธีในการเรียน พื้นฐานความรู้เดิม ทักษะในการรับรู้รูปแบบการเรียนรู้ ความสามารถ ในการจา แรงจูงใจ ทัศนคติ และสิ่งแวดล้อมทางสังคม ซึ่งส่งผลให้แต่ละคนมีรายละเอียดที่แตกต่างกันใน หลายด้าน เช่น ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ ด้านความคิด ด้านสติปัญญา ความแตกต่างดังกล่าวทาให้มีศักยภาพ ไม่เท่าเทียมกัน 6. กระบวนการกลุ่ม (Group Process) คือสภาพการเรียนการสอนในชั้นเรียนที่ผู้เรียนจะมี จุดมุ่งหมายเพื่อสัมฤทธิ์ผลในการเรียนเหมือนกัน นอกจากนั้นผู้เรียนจะต้องมีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ซึ่งมี ครูผู้สอนอยู่ในฐานะผู้นา (Leadership) ทั้งนี้นักจิตวิทยาเชื่อว่า กลุ่มที่มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีย่อมทากิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างประสบความสาเร็จมากกว่ากลุ่มที่ขาดปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ทาให้เกิดสัมฤทธิ์ผล ในการเรียนได้มากยิ่งขึ้น 7. เทคนิคและกระบวนการคิด เป็นการเน้นกระบวนการคิด ค้นคว้าหาข้อเท็จจริงและการนาไป ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน เพื่อเป็นการปลูกฝังพฤติกรรมการคิดค้นคว้าหาความรู้และเทคโนโลยีใหม่ ๆ 8. การจัดกิจกรรมให้นักเรียนประสบความสาเร็จ เป็นการใช้สื่อการเรียนการสอนแบบการเน้น บทบาทของนักเรียน และแบบเน้นบทบาทของครู ซึ่งเป็นแนวทางการจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้ประสบการณ์ ตรง และนักเรียนเป็นผู้คิดตามรูปแบบของนักเรียนแบบกระบวนการกลุ่มฝึกการคิดแก้ปัญหา คิดสร้างสรรค์ คิดออกแบบ และคิดตัดสินใจ การจัดการชั้นเรียน หมายถึง กระบวนการในด้านการจัดเตรียมสภาพห้องเรียน วัสดุอุปกรณ์ และ กิจกรรม รวมทั้งวิธีการสร้างระเบียบวินัยในชั้นเรียน เพื่อรักษาสภาพบรรยากาศในชั้นเรียน ช่วยให้การเรียน การสอนดาเนินไปได้อย่างราบรื่น นักเรียนเกิดความร่วมมือในกิจกรรมการเรียนรู้ ดังนั้นผู้วิจัยได้นาแนวคิดของ สมจิต สวธนไพบูลย์ 8 ด้าน โดยเลือกมาเพียง 5 ด้าน คือ1)การจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ 2)การ ดาเนินการสอนอย่างเป็นระบบ 3)การจัดกิจกรรมให้นักเรียนประสบความสาเร็จ 4)การสร้างวินัยในชั้นเรียน 5) การคานึงความแตกต่างระหว่างบุคคลเป็นตัวแปรตาม 6.การจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ พิมพ์พันธ์ เดชะคุปต์ (2545: 5-6) กล่าวว่า สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ซึ่งเป็นตัวแปรสาคัญที่ ช่วยส่งเสริม สนับสนุนให้การเรียนมีประสิทธิผลอย่างมีประสิทธิภาพ โดยลักษณะบรรยากาศทางกายภาพที่ เหมาะสม ควรเป็นดังนี้ 1. ห้องเรียนมีสิสันน่าดู และเหมาะสม สบายตา อากาศถ่ายเทได้ดี ปราศจากเสียงรบกวน และมี ขนาดกว้างขวางเพียงพอกับจานวนผู้เรียน
  • 28.
    ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom) 20 2. ห้องเรียนควรมีบรรยากาศความเป็นอิสระของการเรียน การทางานร่วมกันเป็นกลุ่ม ตลอดจนการ เคลื่อนไหวในกิจกรรมการเรียนการสอนทุกประเภท 3. ห้องเรียนต้องสะอาดถูกสุขลักษณะ น่าอยู่ ตลอดจนมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย 4. สิ่งที่อยู่ภายในห้องเรียน เช่น โต๊ะ เก้าอี้ สื่อการสอนประเภทต่าง ๆ เช่น กระดานจอรับภาพ เครื่อง ฉายภาพข้ามศีรษะ สามารถเคลื่อนไหวได้ และสามารถดัดแปลงให้เอื้ออานวยต่อการสอน และการจัดกิจกรรม ประเภทต่าง ๆ ได้ 5. ควรจัดเตรียมห้องเรียนให้พร้อมต่อการสอนในแต่ละครั้ง เช่น ให้มีความเหมาะสมต่อการสอนวิธี ต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น เหมาะต่อวิธีสอนโดยกระบวนการกลุ่ม วิธีการบรรยาย และวิธีการแสดงละคร เป็นต้น อาภรณ์ ใจเที่ยง (2546: 229-232) กล่าวว่า การจัดสภาพแวดล้อมห้องเรียนให้มีความเป็นระเบียบ เรียบร้อย มีความสะอาด มีสิ่งอานวยความสะดวก จะส่งเสริมให้การเรียนของนักเรียนสะดวกขึ้น ทาให้เกิด ความสบายใจ โดยจัดสิ่งต่าง ๆ ในลักษณะดังนี้ 1. การจัดโต๊ะเรียนและเก้าอี้ของนักเรียน 1.1 ให้มีขนาดเหมาะสมกับรูปร่าง และวัยของนักเรียน 1.2 ให้มีช่องว่างระหว่างแถวที่นักเรียนจะลุกนั่งได้สะดวก และทากิจกรรมได้คล่องตัว 1.3 ให้ความสะดวกต่อการทาความสะอาด และการเคลื่อนย้ายเปลี่ยนรูปแบบที่นั่งเรียน 1.4 ให้มีรูปแบบที่ไม่จาเจ เช่น อาจเปลี่ยนรูปตัวที ตัวยู รูปครึ่งวงกลม หรือเข้ากลุ่มเป็นวงกลมได้ อย่างเหมาะสมกับกิจกรรมการเรียนการสอน 1.5 ให้นักเรียนที่นั่งทุกจุดอ่านกระดานดาได้ชัดเจน 1.6 แถวหน้าของโต๊ะเรียนควรอยู่ห่างจากกระดานดาพอสมควร ไม่น้อยกว่า 3 เมตร ไม่ควรจัดโต๊ะจน ติดกระดานดาจนเกินไป ทาให้นักเรียนต้องแหงนมองกระดานดา และหายใจเอาฝุ่นชอล์กเข้าไปมาก ทาให้เสีย สุขภาพ 2. การจัดโต๊ะครู 2.1 ให้อยู่ในจุดที่เหมาะสม อาจจัดไว้หน้าห้อง ข้างห้อง หรือหลังห้องก็ได้ จากงานวิจัยบางเครื่อง เสนอแนะให้จัดโต๊ะครูไว้ด้านหลังห้อง เพื่อให้มองเห็นนักเรียนได้อย่างทั่วถึงอย่างไรก็ตาม การจัดโต๊ะครูนั้น ขึ้นอยู่กับรูปแบบการจัดที่นั่งของนักเรียนด้วย 2.2 ให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ทั้งบนโต๊ะ และในลิ้นชักโต๊ะ เพื่อสะดวกต่อการนั่งทางานของครู และการวางสมุดงานของนักเรียน ตลอดจนเพื่อปลูกฝังลักษณะสินัยความเป็นระเบียบเรียบร้อยแก่นักเรียน 3. การจัดป้ายนิเทศ ป้ายนิเทศจะติดไว้ที่ฝาผนังของห้องเรียน ส่วนใหญ่จะติดไว้ที่ข้างกระดานดาทั้ง 2 ข้าง ครูควรใช้ป้ายนิเทศนี้ให้เป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอน ดังนี้ 3.1 จัดตกแต่ง ออกแบบให้สวยงาม น่าดู สร้างความสนใจแก่นักเรียน 3.2 จัดเนื้อหาสาระให้สอดคล้องกับบทเรียน อาจใช้ติดสรุปบทเรียน ทบทวนบทเรียน หรือเสริม ความรู้แก่นักเรียน 3.3 จัดให้ใหม่อยู่เสมอ สอดคล้องกับเหตุการณ์สาคัญ หรือวันสาคัญต่าง ๆ ที่นักเรียนเรียนและควรรู้
  • 29.
    ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom) 21 3.4 จัดติดผลงานนักเรียน และแผนภูมิแสดงความก้าวหน้าในการเรียนของนักเรียนจะเป็นการให้ แรงจูงใจที่น่าสนใจวิธีหนึ่ง จารัส นองมาก (2547: 7-8) กล่าวว่า สภาพแวดล้อมที่ส่งผลต่อการเรียนอย่างมีความสุข ห้องเรียน สภาพทั่วไป ต้องสะอาดเรียบร้อยนักเรียนได้เรียนอยู่ในสภาพแวดล้อม และบรรยากาศที่เหมาะสม เช่น มีป้าย นิเทศให้ความรู้ มุมประสบการณ์ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองมากที่สุด มีกฎ หรือ ระเบียบในการปฏิบัติตน มีความผูกพันกับเพื่อนฝูงในทางที่ดี และมีกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้นเพื่อเสริมผลสัมฤทธิ์ ของผู้เรียน เช่น ผลงานของผู้เรียนที่ทาให้ผู้เรียนมีความภาคภูมิใจในผลงานของตนเอง และชื่นชมผลงานของ ผู้อื่น เป็นต้นการจัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียนต้องเอื้อต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน มีแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น ห้องสมุด ห้องปฏิบัติการต่าง ๆ สวนหย่อม ไม้ดอก ไม้ประดับ ฯลฯ ต้องพร้อมที่จะให้นักเรียนมีโอกาส ศึกษาหาความรู้ นอกจากนั้นปฏิสัมพันธ์ของบุคลากรในโรงเรียนกับนักเรียนกับผู้ปกครองนักเรียน และกับ บุคลากรในโรงเรียนด้วยกันต้องเป็นไปในทางที่ดี เป็นที่ประทับใจของผู้พบเห็น สุจินดา ขจรรุ่งศิลป์ (2540: 52-58) กล่าวถึง กระบวนการจัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียนว่ามุ่งให้ทุกคน ที่เข้ามาสัมผัสกับโรงเรียนแล้วรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่ในบ้านที่เปี่ยมไปด้วยไมตรีจิต (An Amiable School) ลักษณะตัวอาคารและพื้นที่ในโรงเรียนจะส่งเสริมให้มีการพบปะการติดต่อสื่อสารกัน และมีความสัมพันธ์กัน ของบุคคลทุกระดับที่เกี่ยวข้องกับระบบโรงเรียนการจัดรูปแบบทางโครงสร้างสิ่งของวัตถุ ตลอดจนการจัด กิจกรรมต่าง ๆ กระตุ้น ให้เกิดขบวนการเรียนรู้ซึ่งประกอบด้วยการเลือกสิ่งที่สนใจ การแก้ปัญหาและการ ค้นพบ การจัดสถานที่ในอาคารเรียน ครูจัดที่สาหรับครูพบกับนักเรียนทั้งกลุ่ม ที่สาหรับนักเรียนทากิจกรรม กันเอง ที่ที่ครูจะพบปะกับเด็กกลุ่มเล็ก หรือแม้กระทั่งที่นักเรียนจะอยู่ตามลาพัง โดยนักเรียนสามารถเรียนรู้ จากสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัวที่มีผลเอื้อต่อการเรียนรู้ ธีระ รุญเจริญ (2545: 43) ได้ทาการวิจัยเรื่อง สภาพและปัญหาการหารและการจัดการศึกษาขั้น พื้นฐานของสถานศึกษาในประเทศไทย โดยใช้การปฏิรูปการเรียนรู้และการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการ เรียนรู้ดังนี้ 1. สถานศึกษาจัดสิ่งแวดล้อมเอื้อต่อการเรียนรู้ และพัฒนาคุณธรรมแก่ผู้เรียนทุกระดับอย่างเหมาะสม 2. สถานศึกษาจัดแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายและมีวัสดุอุปกรณ์การเรียนรู้เหมาะสมเพียงพอกับจานวน และกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน 3. สถานศึกษาจัดแหล่งการเรียนรู้และการบริการวัสดุอุปกรณ์การเรียนรู้ที่เพียงพอสาหรับครูหรือ บุคลากร 4. สถานศึกษา การจัดสภาพแวดล้อม สะอาดร่มรื่น เป็นระเบียบสวยงาม และมีความปลอดภัยสูง ชาติชาย พิทักษ์ธนาคม (2544: 108) ได้เสนอแนวคิดของนักจิตวิทยาในกลุ่มของทฤษฎีการเรียนรู้ (Learning theories) มักจะเน้นอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมว่ามีผลต่อตัวบุคคลมากสิ่งแวดล้อมจึงมีความสาคัญต่อ มนุษย์มาก เพราะมนุษย์จะเรียนรู้จากสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวเองและนามาผสมผสานเข้ากับตนเอง
  • 30.
    ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom) 22 สุจินดา ขจรรุ่งศิลป์ (2540: 52-58) กล่าวถึง กระบวนการจัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียนว่ามุ่งให้ทุกคน ที่เข้ามาสัมผัสกับโรงเรียนแล้วรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่ในบ้านที่เปี่ยมไปด้วยไมตรีจิต (An Amiable School) ลักษณะตัวอาคารและพื้นที่ในโรงเรียนจะส่งเสริมให้มีการพบปะการติดต่อสื่อสารกัน และมีความสัมพันธ์กัน ของบุคคลทุกระดับที่เกี่ยวข้องกับระบบโรงเรียนการจัดรูปแบบทางโครงสร้างสิ่งของวัตถุ ตลอดจนการจัด กิจกรรมต่าง ๆ กระตุ้นให้เกิดขบวนการเรียนรู้ซึ่งประกอบด้วยการเลือกสิ่งที่สนใจ การแก้ปัญหาและการ ค้นพบการจัดสถานที่ในอาคารเรียน ครูจัดที่สาหรับครูพบกับนักเรียนทั้งกลุ่ม ที่สาหรับนักเรียนทากิจกรรม กันเอง ที่ที่ครูจะพบปะกับเด็กกลุ่มเล็ก หรือแม้กระทั่งที่นักเรียนจะอยู่ตามลาพัง โดยนักเรียนสามารถเรียนรู้ จากสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัวที่มีผลเอื้อต่อการเรียนรู้การจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ หมายถึง บริเวณ สถานที่ที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอน ซึ่งได้แก่ อาคารเรียน ห้องเรียน บรรยากาศโดยรอบสะอาด สวยงาม มี ระเบียบ ปลอดภัยและมีบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เช่น การจัดโต๊ะเก้าอี้ การจัดมุมวิชาการต่าง ๆ ความ เป็นกันเองระหว่างครูกับนักเรียน และนักเรียนกับนักเรียน รวมทั้งการส่งเสริมให้นักเรียนแสดงความคิดเห็น ต่าง ๆ ซึ่งเป็นสภาพที่มีอิทธิพลต่อผู้เรียน ทาให้นักเรียนสบายใจ มีความสุข ส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน 7.งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง สุจินดา ขจรรุ่งศิลป์ (2540: 52-58) กล่าวถึง กระบวนการจัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียนว่ามุ่งให้ทุกคน ที่เข้ามาสัมผัสกับโรงเรียนแล้วรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่ในบ้านที่เปี่ยมไปด้วยไมตรีจิต (An Amiable School) ลักษณะตัวอาคารและพื้นที่ในโรงเรียนจะส่งเสริมให้มีการพบปะการติดต่อสื่อสารกัน และมีความสัมพันธ์กัน ของบุคคลทุกระดับที่เกี่ยวข้องกับระบบโรงเรียนการจัดรูปแบบทางโครงสร้างสิ่งของวัตถุ ตลอดจนการจัด กิจกรรมต่าง ๆ กระตุ้นให้เกิดขบวนการเรียนรู้ซึ่งประกอบด้วยการเลือกสิ่งที่สนใจ การแก้ปัญหาและการ ค้นพบการจัดสถานที่ในอาคารเรียน ครูจัดที่สาหรับครูพบกับนักเรียนทั้งกลุ่ม ที่สาหรับนักเรียนทากิจกรรม กันเอง ที่ที่ครูจะพบปะกับเด็กกลุ่มเล็ก หรือแม้กระทั่งที่นักเรียนจะอยู่ตามลาพัง โดยนักเรียนสามารถเรียนรู้ จากสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัวที่มีผลเอื้อต่อการเรียนรู้ ประมวล โหระสิงห์ (2542: บทคัดย่อ) ได้ศึกษาเปรียบเทียบบุคลิกภาพด้านการปรับตัวของนักเรียนที่ จัดการเรียนการสอนโดยใช้กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์กับการสอนปกติ : ศึกษาเฉพาะกรณีนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 โรงเรียนบ้านทุ่งฝน อาเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรธานีพบว่า นักเรียนในกลุ่มทดลองที่ได้รับการจัดกิจกรรม กลุ่มสัมพันธ์คะแนนเฉลี่ยบุคลิกภาพด้านการปรับตัว หลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลอง อย่างมีนัยสาคัญ ทางสถิติที่ระดับ .05 แต่นักเรียนในกลุ่มควบคุมที่ได้รับการจัดการเรียนการสอนตามปกติมีคะแนนเฉลี่ย บุคลิกภาพด้านการปรับตัวก่อนและหลังการทดลองไม่แตกต่างกัน และนักเรียนในกลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ย บุคลิกภาพด้านการปรับตัวหลังการทดลองสูงกว่านักเรียนในกลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 อุทุมพร พรายอินทร์ (2542: 31-35) ได้ศึกษาการจัดการชั้นเรียนของครูอนุบาลในกรุงเทพมหานคร พบว่า ครูอนุบาลจัดบรรยากาศในชั้นเรียนมากที่สุด รองลงมาคือ ด้านวัสดุอุปกรณ์ และด้านการจัดพื้นที่ให้มี ความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรระหว่างเด็ก ๆ การจัดวัสดุและอุปกรณ์มีการจัดวางอย่างมีระบบและอยู่ในระดับ ความสามารถของเด็กในการช่วยเหลือตนเอง
  • 31.
    ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom) 23 สุพล อนามัย (2549: บทคัดย่อ) ได้ศึกษาการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของนักเรียน โรงเรียนเอกชน สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพชรบุรี เขต 1 ใน 2 ด้าน ได้แก่1) สภาพแวดล้อมด้าน กายภาพ ซึ่งประกอบด้วย สภาพแวดล้อมภายในห้องเรียน และสภาพแวดล้อมภายนอกห้องเรียน และ 2) สภาพแวดล้อมด้านวิชาการ ซึ่งประกอบด้วย บรรยากาศในชั้นเรียน และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อ เปรียบเทียบการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของนักเรียน จาแนกตามโรงเรียนเอกชน ประสบการณ์ ในการสอน และกลุ่มสาระการเรียนรู้พบว่า 1) การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของนักเรียนใน ภาพรวมและรายด้าน ได้แก่สภาพแวดล้อมด้านกายภาพและสภาพแวดล้อมด้านวิชาการ มีการปฏิบัติอยู่ใน ระดับมาก2) การเปรียบเทียบการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ จาแนกตามโรงเรียนเอกชน พบว่า ทั้งในภาพรวมและรายด้านมีการปฏิบัติแตกต่างกัน อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .01 เมื่อจาแนกตาม ประสบการณ์ในการสอน พบว่า ทั้งโดยรวมและรายด้านมีการปฏิบัติแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ ระดับ .01 โดยครูที่มีประสบการณ์ในการสอนมากมีการปฏิบัติมากกว่าครูที่มีประสบการณ์ในการสอนน้อย และเมื่อจาแนกตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ พบว่า ในภาพรวมมีการปฏิบัติไม่แตกต่างกันและเมื่อพิจารณาเป็น รายด้านพบว่าด้านสภาพแวดล้อมภายในห้องเรียนมีการปฏิบัติแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
  • 32.
    ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom) 24 บทที่ 3 วิธีการดาเนินงาน
  • 33.
    ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom) 25 บทที่ 3 วิธีการดาเนินงาน 1. ขั้นตอนการดาเนินงาน 1. ประชุมวางแผนการทางานภายในกลุ่มว่าจะเลือกโรงเรียนที่จะสารวจเป็นต้นแบบในการออกแบบห้อง ภาพที่ 1 : โรงเรียนบ้านโนนม่วง ซึ่งจากการประชุม สรุปได้ว่า กลุ่มของพวกเราได้เลือกโรงเรียนบ้านโน่นม่วง เป็นโรงเรียนที่จะทาการ สารวจห้องเรียน จากนั้นทางคณะผู้จัดทา จึงมีการจัดทาและนาส่งหนังสือขออนุญาตสารวจบริบทภายใน โรงเรียน ในวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2555 2. ออกสารวจ เก็บข้อมูลห้องเรียนที่ออกแบบ
  • 34.
    ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom) 26 ภาพที่ 2 : วันออกสารวจโรงเรียน ทาการออกสารวจบริบทโรงเรียนบ้านโนนม่วงเพือเลือกห้องเรียนทีมีความเหมาะสม ภายในบริเวณที่ ่ ่ อนุญาตให้สารวจเท่านั้น ซึ่งกลุ่มของวกเราได้รับอนุญาตให้สารวจห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ โดยได้รับ คาแนะนาจากนักศึกษาฝึกสอนสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษาคือ นางสาวจุราพร ชินรัตน์ (คนที่ 4 นับจากซ้ายมือ) ห้องเรียนที่เลือกมีขนาด 6x9 m. ประตูหน้าห้อง มี 2 ประตู และหน้าต่างจานวนมาก เปิดทิ้งไว้ตลอดการเรียนการสอน ภาพที่ 3 : ประตูห้องเรียน หน้าชั้นเรียน มีกระดานหน้าห้อง เป็นแบบกระดานดา มีโต๊ะอาจารย์ 1 โต๊ะ พร้อมเครื่อง คอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง มีอ่างล้างมือ 1 อ่าง ภาพที่ 4 : บริเวณหน้าห้องเรียน
  • 35.
    ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom) 27 ห้องเรียนมีโต๊ะเรียนทั้งหมด 4 โต๊ะ การนั่งจะนั่งเป็นกลุ่ม กลุ่มละประมาณ 5-6 คน เนื่องจากเป็นห้องวิทยาศาสตร์ เพื่อความสะดวกในการทาการทดลองต่างๆ ภาพที่ 5 : บรรยากาศภายในห้อง 3. ประชุมวางแผนแบ่งหน้าที่การทางานในแต่ละฝ่าย โดยมีการแบ่งหน้าที่การทางาน ดังนี้ 1.นายประสาน ไปใหม่ หน้าที่ หาข้อมูลเอกสารอ้างอิงในการออกแบบห้องเรียน 2.นางสาวธนาพร โนเปลือย หน้าที่ ออกแบบงานออกแบบทางโปสเตอร์ 3.นายสุรพงศ์ เทศประสิทธิ์ หน้าที่ ออกแบบห้องเรียน 4.นางสาวชัญญกัญญา ทิพย์รักษ์ หน้าที่ จัดทารูปเล่มรายงาน 5.นางสาวฐิดารัตน์ ชื่นธงชัย หน้าที่ วิเคราะห์ข้อมูลการสารวจบริบทโรงเรียนและสัมภาษณ์ 6.นางสาวเกศวภรณ์ ต้องโพนทอง หน้าที่ หาข้อมูลประกอบเลือกซื้อสินค้าที่มีในการออกแบบ 4. ออกสารวจความคิดเห็นในการออกแบบห้องเรียน หลังจากมีการออกแบบห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom) และเอกสารอ้างอิงการออกแบบเสร็จ เรียบร้อยแล้ว ได้มีการออกแบบสารวจความคิดเห็นต่อการออกแบบห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom) จานวน 50 คน โดยแบ่งเป็น นักเรียน คุณครู ภายในโรงเรียนบ้านโนนม่วง ในวันที่ 10 กรกฎาคม 2555 ณ โรงเรียนโนนม่วง 5. สรุปผลการสารวจความคิดเห็น สรุปผลการสารวจความคิดเห็นรวมทั้งรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้เป็นระเบียบ 6. ประมวลข้อมูลจากทุกฝ่ายจัดทาเป็นรูปเล่มรายงานและโปสเตอร์ ประมวลผลข้อมูลจากแต่ละหน้าที่เพื่อจัดทาเป็นรูปเล่มรายงานและโปสเตอร์
  • 36.
    ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom) 28 บทที่ 4 ผลการทดลอง/วิจัยและการวิเคราะห์ข้อมูล
  • 37.
    ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom) 29 บทที่ 4 ผลการทดลอง/วิจัยและการวิเคราะห์ข้อมูล จากการที่เราได้ไปสารวจห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ของโรงเรียนบ้านโนนม่วง เราจึงได้นามาพัฒนา เป็นห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom) ซึ่งเราได้มีการปรับเปลี่ยนวัสดุอุปกรณ์ภายในห้องเพื่อเสริมสร้าง Literacy ของแต่ละบุคคล 1. ผลจากการออกแบบห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom) ภาพที่ 6 : ภาพรวมห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom)ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์
  • 38.
    ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom) 30    ภาพที่ 7 : ภาพจากออกแบบห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom)ด้านประตู  : ชั้นหนังสือ  : โต๊ะเรียนแบบกลุ่ม+เก้าอี้  : โต๊ะครู ซึ่งมีเครื่องคอมพิวเตอร์และเครื่องวิชวลไลเซอร์เพื่ออานวยความสะดวกในการสอน
  • 39.
    ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom) 31 ❺  ❻ ภาพที่ 8 : ภาพจากออกแบบห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom)ด้านหน้าต่าง  : อ่างล้างมือ ซึ่งด้านล่างจะเป็นลิ้นชักไว้เก็บอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ ❺ : ตู้เก็บสารเคมี ❻: โซฟา
  • 40.
    ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom) 32 ❼ ❽ ภาพที่ 9 : ภาพจากออกแบบห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom)ด้านหน้าห้อง ❼ : กระดาน Smart Board ❽: โต๊ะสาธิตการทดลองวิทยาศาสตร์สาหรับครู
  • 41.
    ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom) 33 ❾ ❿ ภาพที่ 10 : ภาพจากออกแบบห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom)ด้านหลังห้อง ❾: ตู้เก็บ Tablet ❿ : คอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา
  • 42.
    ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom) 34 2. โปสเตอร์ ภาพที่ 11 : โปสเตอร์
  • 43.
    ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom) 35 3. อุปกรณ์ที่ใช้ภายในห้อง 1.โต๊ะปฏิบัติงานครูอเนกประสงค์ ภาพที่ 12 : โต๊ะปฏิบัติงานครูอเนกประสงค์ รายละเอียด: รุ่น GW 1212 - โต๊ะทางานขนาด 120(ก)*60(ล)*75(ส) ซม. (คิ้วยาง) - ลิ้นชัก 3 ช่อง ( พร้อมกุญแจ ) Material : Particle Board( cover with PVC ) ราคา: 2,350 บาท 2.ตู้เก็บสารเคมี ภาพที่ 13 : ตู้เก็บสารเคมี
  • 44.
    ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom) 36 รายละเอียด: เป็นตู้ทรงสูง สาหรับ เก็บสารเคมีทางวิทยาสาศตร์ โครงสร้างเป็นไม้ปาติเกิ้ลบอร์ด ขนาด ลึก 0.50 ยาว 1.20 สูง 2.00ม. ราคา :8,500 บาท 3.เก้าอี้สานักงาน CF16 ภาพที่ 14 : เก้าอี้สานักงาน CF16 รายละเอียด : โครงสร้างเก้าอี้ : เป็นเหล็กแป็ปหนาดัดขึ้นรูปทรงเก้าอี้ เพื่อรองรับน้าหนักได้ดีกว่าโครง ไม้ทั่วไป ทนต่อการใช้งานอย่างต่อเนื่อง โครงสร้างไม่มีฉีกหักเหมือนไม้ทั่วไป ชนิดฟองน้า : เบาะนั่งและที่พิงเป็นฟองน้าวิทยาศาสตร์ (Foam - CHX-A ) ตัดแต่งขึ้น รูปตามแบบ ของลักษณะของเก้าอี้ ซึ่งทนต่อการใช้งานที่ดี อุปกรณ์พิเศษ : Mechanism ก้อนโยกเป็นระบบ Back Lock ควบคุมการใช้งานโยก เอนของเก้าอี้ เพื่อปรับความนุ่ม และ แข็งของสปริงในการใช้งานของแต่ละบุคคลที่ ต้องการ ปรับสูง - ต่า : ด้วยระบบไฮดรอริทแก๊ส (GAS Lift)สามารถปรับสูงต่าเบาะนั่งได้ระหว่าง 45-50 ซม. ประเภทท้าวแขน : ผลิตจากพลาสติคอย่างดี. (Polypropylene PP) ฉีดขึ้นรูปสีดายึด ติดกับเบาะนั่ง ขาเก้าอี้ 5 แฉก : ผลิตจากพลาสติกอย่างดี (Polypropylene PP) ฉีดขึ้นรูปแบบห้า แฉกขนาด. 650 มม ลูกล้อรับน้าหนัก : เป็นลูกล้อคู่ Nylon ขนาด 50 มม. สามารถรับน้าหนักได้ถึง. 38 กก/ ล้อ ประกอบยึดติดกับขาด้วยบูชเปเปอร์เพื่อให้การคล้องตัวต่อการทางานที่ดีกว่า วัสดุที่หุ้ม : สามารถเลือกหุ้มได้ถึง3แบบ คือ 1.หนังเทียม 2.หนังพียู 3.ผ้าฝ้าย ราคา :2,350 บาท
  • 45.
    ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom) 37 4.แอร์ MITSUBISHI MS-SGH13VC ภาพที่ 15 : แอร์ MITSUBISHI MS-SGH13VC รายละเอียด : Nano Platinum Filter แผ่นกรอง อากาศที่ผสมอนุภาคแพลตินั่มที่มีขนาดเล็กระดับนาโน ช่วยในการยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย เชื้อรา และกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ Air Cleanning Filter: แผ่นฟอกอากาศไฟฟ้าสถิตย์ดักจับฝุ่นละอองและเชื้อโรค Econo Cool :ช่วยประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้น 20 % Powerful Cool :เพิ่มพลังการทาความเย็นได้อย่างรวดเร็ว Fuzzy Logic " I FEEL " Control :ระบบควบคุมอุณหภูมิจากความรู้สึก Auto Restart: ระบบเปิดเครื่องอัตโนมัติหลังเกิดกระแสไฟขัดข้อง 12 Hour ON/OFF Timer: โปรแกรมการตั้งเวลาเปิด หรือ ปิด ล่วงหน้า 12 ชั่วโมง รับประกัน คอมเพรสเซอร์ 5 ปี แผงคอล์ยเย็น 3 ปี อะไหล่ภายในเครื่อง 1 ปี ราคาพิเศษ: 19,500 บาท จานวน 2 ตัว: 39,000 บาท 5. HP ALL-in-One 200-526d PC ภาพที่ 16 : HP ALL-in-One 200-526d PC
  • 46.
    ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom) 38 รายละเอียด: HP ALL-in-One 200-526d PC Product Form Factor: All-in-one Processor: Intel Pentium Dual-Core Processor E6700 (3.2 GHz, 2MB L2 Cahe) OS : Windows7 Home Basci(64 bit) ของแท้ Harddisk: 500 GB SATA-3G 7200 RPM RAM : 2GB DDR3 Graphic: Intel Graphics X4500 HD Integrated uo to 782MB DVD Drive: DVD+- RW/+-R SuperMulti Drive With LigthtScribe Tehnologh Display : 21.5 “widescreen LCD ราคา : 23,000 บาท จานวน 4 เครื่อง ราคา :115,000 บาท 6. ชุดหูฟังคอมพิวเตอร์ OKER SM-6008 ดา ภาพที่ 17 : ชุดหูฟังคอมพิวเตอร์ OKER SM-6008 ดา รายละเอียด : ตอบสนอง ความถี่ 20 Hz-20kHz ขนาดไมโครโฟน 2×4x0.8 ซม. ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางหูฟัง 6 ซม. ความยาวสาย 2 เมตร (200 ซม.) ราคา : 289 บาท จานวน 5 ชุด :ราคา 1,445 บาท
  • 47.
    ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom) 39 7. ROMEO (R)โซฟาผ้า L-SHAPE DGY ภาพที่ 18 : ROMEO (R)โซฟาผ้า L-SHAPE DGY รายละเอียด:Color: เทาเข้ม Material: หุ้มผ้า โครงไม้จริง Key Features - บุด้วยผ้าคุณภาพสูงนาเข้าจากต่างประเทศ - โครงไม้เนื้อแข็งเพื่อความแข็งแรงทนทาน การใช้งานยาวนาน - หุ้มด้วยฟองน้าอย่างดี มีความยืดหยุ่นสูง นั่งสบาย Care Instructions - หลีกเลี่ยงการกรีด ขูดขีด ด้วยของแข็งและของมีคม - หลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดจัด - ใช้เครื่องดูดฝุ่นทาความสะอาด - ใช้ผ้านุ่มหรือไม้ขนไก่ปัดฝุ่นเบาๆ กรณีมีคราบสกปรก ใช้ผ้าชุบน้าหรือน้าสบู่บิดหมาดเช็ด แล้วเช็ด ตามด้วยผ้าแห้ง - ใช้น้ายาทาความสะอาดที่ใช้สาหรับซักเบาะผ้าในรถยนต์เท่านั้น - ซักแห้งเท่านั้น (สาหรับชิ้นส่วนที่ถอดซักได้) ราคา : 32,900 บาท
  • 48.
    ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom) 40 8.ชุดโต๊ะคอมพิวเตอร์(เมลามีน) พร้อมเก้าอี้พนักงาน ภาพที่ 19 : ชุดโต๊ะคอมพิวเตอร์(เมลามีน) พร้อมเก้าอี้พนักงาน รายละเอียด รุ่น: BF800C+CH004/BA ยีหอ: GNA OfficeFurniture ่ ้ ราคาพิเศษ 2,750 บาท จานวน 5 ชุด ราคา 13,750 บาท 9. กูดมอร์รอน/ อูเดนส์วีค้อ่างล้างหน้า 2 ลิ้นชัก ตู ภาพที่ 20 : กูดมอร์รอน/ อูเดนส์วีค้อ่างล้างหน้า 2 ลิ้นชัก ตู
  • 49.
    ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom) 41 รายละเอียด: โครง: พาร์ติเคิลบอร์ด, ฟอยล์, พลาสติก ABS ราวด้านหลัง/ แผ่นข้างลิ้นชัก/ แผ่นหลังลิ้นชัก: ไม้เบิร์ช , แล็กเกอร์อะคริลิคใส แผ่นหน้าลิ้นชัก: ไฟเบอร์บอร์ด, ฟอยล์เมลามีน, ฟอยล์, พลาสติก ABS พืนลินชัก: พาร์ติเคิลบอร์ด, ฟอยล์เมลามีน, พลาสติก ABS ้ ้ ราคา: 14,890 บาท จานวน 2 ชุด :ราคา 29,780 บาท 10. ชั้นหนังสือ ภาพที่ 21 : ชั้นหนังสือ รายละเอียด : ชั้นหนังสือ MICKEY สีแดง ขนาด ก800xล360xส1700 มม. ราคาหลังละ: 4,100 บาท
  • 50.
    ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom) 42 11. ตู้เก็บ Tablet ภาพที่ 22 : ตู้เก็บ Tablet รายละเอียด : [กว้าง x ยาว x สูง] : 40 x 80 x 160 ซม. ราคา: 8,000 บาท 12. โต๊ะสาธิตพร้อมอ่างน้าและก๊อกน้า ภาพที่ 23 : โต๊ะสาธิตพร้อมอ่างน้าและก๊อกน้า
  • 51.
    ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom) 43 รายละเอียด : ลึก60ซม.x กว้าง180ซม.x สูง90ซม ราคา: 24,300 บาท 13.จอฉาย มอเตอร์ไฟฟ้า สกรีนบอร์ด ขนาดทแยงมุม 100 นิ้ว ภาพที่ 24 : จอฉาย มอเตอร์ไฟฟ้า สกรีนบอร์ด ขนาดทแยงมุม 100 นิ้ว รายละเอียด: - จอภาพขนาดเส้นแทยงมุม 100 นิ้ว ( 212 * 160 ซม.) - เป็นแบบ Video format (4:3) - เป็นจอรับภาพแบบชนิดควบคุมการขึ้นลงของจอภาพ และม้วนเก็บด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า - มอเตอร์ไฟฟ้า เป็นชนิดที่สามารถหมุนย้อนกลับได้ ซึ่งสามารถควบคุมการหยุดของจอได้ทุกตา แหน่งและจะหยุดอัตโนมัติเมื่อขึ้นสุดหรือลงสุด - มีสวิทซ์เพื่อควบคุมการขึ้นลงและการหยุดของจอภาพได้ทุกตาแหน่ง - เนื้อจอสีขาว ชนิด Matt White (Gain 1.0) ทาจากวัสดุ Fiber Glass ด้านหลังเคลือบสีดาทน ต่อการฉีกขาด ป้องกันติดไฟ และสามารถทาความสะอาดได้ - กระบอกจอออกแบบให้สามารถติดตั้งกับผนังหรือเพดาน - ใช้ไฟฟ้า 220 Volt 50 Hz - มี Wireless Remote Control เป็นอุปกรณ์เสริม - รับประกัน 1 ปี ราคา: 5,992 บาท
  • 52.
    ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom) 44 14. เครื่องฉายโปรเจคเตอร์ ภาพที่ 25 : เครื่องฉายโปรเจคเตอร์ รายละเอียด ความละเอียด(พิกเซล) 1024x768(XGA) ค่า Contrast เท่ากับ 600 ขนาดภาพ(นิ้ว) 33-300 ขนาดเครื่อง(มม.) H/W/D:69x307x210 น้าหนัก 2.3kg การรับประกัน ตัวเครื่อง 2 ปี หลอดภาพ 1 ปีหรือ 1000 ชม. ราคา: 19,900 บาท 15. Razr LX-75S เครื่องฉายภาพ วิชวลไลเซอร์ ( Visualizer ) ภาพที่ 26 : Razr LX-75S เครื่องฉายภาพ วิชวลไลเซอร์ ( Visualizer )
  • 53.
    ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom) 45 รายละเอียด : -ให้ความละเอียดสูงถึง 800,000 พิกเซล - หมุนกล้องด้วยระบบไฟฟ้า เพื่อความสะดวกในการใช้งานได้ถึง 330 องศา และแนวนอนได้ ถึง 270 องศา - สามารถซูมภาพด้วยเลนส์ได้ 22 เท่า และซูมดิจิตอลได้ถึง 10 เท่า - สามารถแสดงภาพได้ 2 ภาพ ในจอเดียวกัน (Split Screen) - มีช่องสัญญาณความเร็วสูง USB 2.0 ราคา: 55,000 บาท 16.กระดานทัชสกรีน ภาพที่ 27 : กระดานทัชสกรีน รายละเอียดสินค้า : กระดานอัจฉริยะ (ขนาด 88 นิ้ว) - สามารถใช้ปากกา White Board เขียนที่แผ่นกระดานได้ - Surface Nano Technology - เทคโนโลยี Infrared - มีเมนูภาษาไทย - ความละเอียด USB Report 32,768 x 32,768 - ความเร็ว 120 point/sec up to 300 point/sec - มีคาสั่ง Shortcut ด้านละ 25 คาสั่ง - รองรับระบบมัลติทัช สามารถเขียนได้พร้อมกัน 2 คน - สามารถบันทึกสิ่งที่เขียนเป็นไฟล์วิดิโอได้ทันที
  • 54.
    ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom) 46 - สามารถบันทึกสิ่งที่เขียนเป็นไฟล์ JPG,BMP,PDF,HTML - รองรับระบบปฏิบัติการ XP,Vista - สามารถใช้นิ้วมือ หรือ วัสดุอื่นๆ ในการสัมผัสได้ - เปรียบเสมือนสมาร์ทบอร์ด (Smartboard) - สินค้ารับประกัน 2 ปี ราคา: 95,000 บาท 18.โต๊ะเรียนแบบกลุ่ม ภาพที่ 28 : โต๊ะเรียนแบบกลุ่ม รายละเอียด :โต๊ะโครงเหล็กหน้าไม้ ปิดผิวโฟเมก้าสีขาว ขาพับเก็บได้ ราคาพิเศษ: 3,650 บาท จานวน 4 ชุด ราคา: 14,600 บาท 19.หน้าต่าง ภาพที่ 29 : หน้าต่าง
  • 55.
    ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom) 47 รายละเอียดสิ้นค้า : - หน้าต่างบานเลื่อนแบ่ง 4 อลูมิเนียมสีอบขาว + กระจกใสเขียว - แบบมีกล่องอลูมิเนียมครอบ - ขนาดสูง 150*260 cm. - พร้อมมุ้งบานเลื่อน ราคา : 7000 บาท จานวน 2 ชุด ราคา: 14,000 บาท 20.ประตู ภาพที่ 30 : ประตู รายละเอียดสินค้า : - ประตูบานสวิงเดี่ยว - กระจกใสเขียว - มือจับสแตนเลส - ขนาด 100 x 200 cm. - กระจกหนา 6 mm. - ขอบอลูมิเนียมสีอบขาว 1.5 มิล ราคา : 6,500 บาท จานวน 2 บาน ราคา: 13,000 บาท
  • 56.
    ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom) 48 สรุปรายรับ-จ่าย งบประมาณที่ให้มา เป็นเงิน : 500,000 บาท งบประมาณที่ใช้ไปทั้งหมด เป็นเงิน : 498,967 บาท ยอดคงเหลือ เป็นเงิน : 1,033 บาท 4. การนาไปใช้ เนื่องจาก Smart Classroom คือห้องเรียนที่นักเรียนสามารถใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการ แสวงหาความรู้และนา เสนอ ผลงานจากการศึกษาค้นคว้าของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังสามารถ พัฒนา Literacy ของนักเรียนแต่ละบุคคล ดังนี้ 1.มุมหนังสือ สามารถพัฒนา “Information Literacy”คือในการค้นคว้าหาข้อมูลในแต่ละครั้งของ นักเรียนจะช่วยพัฒนาทักษะในการรู้วิธีการจัดเก็บสื่อ รู้จักใช้เครื่องมือช่วยค้นต่างๆ รู้จักกลยุทธ์ในการค้น หา สารสนเทศแต่ละประเภท และยังเป็นการก่อให้เกิดนิสัยรักการอ่านและการค้นคว้า จนกระทั่งทาให้ผู้ใช้ สามารถมองเห็นความแตกต่างของหนังสือ ว่าเล่มไหนเขียนได้ดี และสามารถจดจาแนวทางการเขียนที่ดี เพื่อ นามาประยุกต์ใช้ได้ ทั้งยังช่วยให้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ 2.มุมคอมพิวเตอร์ สามารถพัฒนา “Computer Literacy” คือในการค้นหาข้อมูลต่างๆโดยใช้เครื่อง คอมพิวเตอร์เป็นตัวกลางในการหาข้อมูลนั้น นอกจากนักเรียนจะได้ข้อมูลที่ต้องการแล้วยังเป็นการฝึกทักษะ และเจตคติเกี่ยวกับการรู้คอมพิวเตอร์ ซึ่งประกอบด้วย 1) ระบบคอมพิวเตอร์ (Computer Systems) 2) การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ (Computer Applications) 3) โปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Computer Programming) 4) เจตคติต่อคอมพิวเตอร์ (Computer Attitude) ในการเรียนการสอนที่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ครูต้องมีความจาเป็นอย่างยิ่งในการคุมพฤติกรรมเด็กให้อยู่กับ เนื้อหาโดยที่ไม่ให้นักเรียนสนใจอย่างอื่น เช่น เล่นเกมส์ ดูรูปภาพต่างๆ 3.เนื่องจากในห้องเรียนแบบ Smart Classroom จะเป็นการบูรนาการเครื่องมือในการเรียนการสอน การแสวงหาความรู้ต่างๆ ส่งผลให้มีการพัฒนา “Information literacy”และ “Media Literacy” คือทา ให้มีการเข้าใจถึงสารสนเทศแต่ละชนิด สามารถประเมินสารสนเทศได้ว่าอันไหนจริง เท็จ มีประโยชน์ต่อผู้ใช้ มาก-น้อยเพียงใด สื่อนั้นมีความสร้างสรรค์หรือไม่ เป็นการเพิ่มทักษะในด้านต่างๆด้วยเช่นกัน
  • 57.
    ห้องเรียนต้นแบบ(Smart Classroom) 49 4.การพัฒนา “Visual Literacy” หมายถึง ความชานาญที่สามารถทาให้คนเรา เข้าใจ แปลความ และสร้างสรรค์ภาพ อันได้จากจักษุสัมผัส จะเห็นได้ว่าการเรียนรู้เพื่อให้ได้รับการศึกษามีความรู้ ความเข้าใจ แล้ว แม้จะอ่านหนังสือไม่ออก แต่ก็สามารถเข้าใจได้โดยดูจากภาพ ซึ่งในปัจจุบันนี้การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ของภาครัฐ และเอกชน ร้านค้าต่าง ๆ นิยมใช้ภาพผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ ภาพยนตร์ สไลด์ โทรทัศน์ นิทรรศการ ตลอดจนสื่อทัศนะอื่น ๆ อย่างมากมาย ซึ่งในการเรียนการสอนนั้น ถ้าหากเราได้มีการนาภาพมาใช้แทนการ อธิบายจะช่วยให้เด็กเกิดการเรียนรู้และจดจามากขึ้น ซึ่งภายในห้องเรียนแบบ Smart Classroom จะมี อุปกรณ์ที่ช่วยในการส่งข้อมูลรูปภาพต่างๆไปยังนักเรียน เช่น เครื่องวิชวลไลเซอร์, เครื่องคอมพิวเตอร์ , กระดาน Smart Board เป็นต้น 5.ช่วยในการพัฒนา “Traditional Literacy” และ “CULTURAL LITERACY” ในการเรียนการ นั้นนอกจากครูจะมีหน้าที่สอนนักเรียนในเนื้อหาวิชาการแล้วครูยังจาเป็นที่จะต้องมีการสอนนักเรียนเกี่ยวกับ การใช้ชีวิตประจาวัน มารยาทในสังคม และควรฝึกความรับผิดชอบให้แก่นักเรียนด้วย เช่นก่อนเข้าห้องควรจะ มีการถอดรองเท้าก่อนเช้าห้องเรียน หลังเลิกเรียนควรสอดเก้าอี้เก็บใต้โต๊ะทุกครั้ง การแต่งกายให้สุภาพตาม ระเบียบของโรงเรียน ความสามัคคีกันภายในห้อง และที่สาคัญภายในห้องจะมีตู้เก็บ Tablet ซึ่งนักเรียนทุกคน ต้องมีความซื้อสัตย์ในการใช้งานและการเก็บทุกครั้ง 5. ผลการนาเสนอการออกแบบ ผลการนาเสนอการออกแบบห้องเรียนโดยสอบถามจากอาจารย์และนักเรียนโรงเรียนบ้านโนนม่วง จานวน16คน แบ่งเป็นชาย 14 คน หญิง 2 คน แบ่งเป็นนักเรียน 15 คน อาจารย์ 1 คน พบว่า 1. พึงพอใจในการออกแบบชั้นเรียน อยู่ในระดับดีมาก เฉลี่ย 4.81 หรือร้อยละ 96.2 2. เข้าใจการใช้ห้องและอุปกรณ์ อยู่ในระดับดี เฉลี่ย 4.18 หรือร้อยละ 83.6 3. อุปกรณ์ภายในห้องเหมาะสมกับผู้เรียนและผู้สอน อยู่ในระดับดี เฉลี่ย4.43 หรือร้อยละ 88.6 4. อุปกรณ์และเครื่องมือมีความทันสมัยในการเรียนการสอน อยู่ในระดับดี เฉลี่ย4.50 หรือร้อยละ 90.0 5. งบประมาณในการออกแบบห้องมีความเหมาะสม อยู่ในระดับดี เฉลี่ย3.62 หรือร้อยละ 72.4 6. งบประมาณในการซื้ออุปกรณ์มีความเหมาะสม อยู่ในระดับดี เฉลี่ย4.25 หรือร้อยละ 85.0 7. ความพึงพอใจการออกแบบชั้นเรียนในภาพรวม อยู่ในระดับดี เฉลี่ย4.25 หรือร้อยละ 85.0 8. ความพึงพอใจในแบบสอบถาม อยู่ในระดับดี เฉลี่ย 4.29 หรือร้อยละ 85.8
  • 58.
    ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom) 50 บทที่ 5 สรุป อธิบายผลและข้อเสนอแนะ
  • 59.
    ห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom) 51 บทที่ 5 สรุป อธิบายผลและข้อเสนอแนะ 1. สรุปผลการทดลอง ผลจากการออกแบบห้องเรียนต้นแบบ (Smart Classroom) สามารถนาไปปรับใช้ได้ในสภาพจริง และทาให้เกิดประโยชน์ต่อทั้งผู้เรียนและผู้สอนเอง คือ ในด้านของผู้สอน ช่วยให้การเรียนการสอน สะดวกสบายและง่ายยิ่งขึ้นเนื่องจากมีอุปกรณ์ที่ทันสมัยและครบครันช่วยในการสอน ส่วนประโยชน์ที่เกิดกับ ผู้เรียนคือ ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพราะ มีอุปกรณ์ในการค้นหาความรู้ด้วยตนเอง และมีอุปกรณ์อานวยความสะดวกในการเรียนรู้ ค้นหาข้อมูลมากมาย อีกทั้งยังช่วยเสริมทักษะให้ผู้เรียนเกิด การพัฒนา Literacy ด้านต่างๆ ของแต่ละบุคคลอีกด้วย 2. ปัญหาและอุปสรรคในการทดลอง 1. เนื่องจากถนนที่ใช้เดินทางไปสารวจโรงเรียนมีการก่อสร้าง ทาให้การเดินทางในการไปสารวจ โรงเรียนลาบากนิดหน่อย 2. เนื่องจากการขอสารวจห้องเรียนเป็นไปอย่างกะทันหัน โดยไม่ได้แจ้งให้ทางโรงเรียนทราบล่วงหน้า ทาให้เสียเวลาในการอธิบายเกี่ยวกับการขอสารวจห้อง 3. เนื่องจากเวลาในการสารวจห้องตรงกับเวลาที่มีการเรียนการสอน ทาให้การสารวจไม่สะดวก เท่าที่ควร 3. ข้อเสนอแนะและแนวทางในการพัฒนา ในการออกแบบห้องเรียนต้นแบบ ( Smart Classroom) ครั้งต่อไปควรจะมีการติดต่อเรื่องขอสารวจ ห้องเรียนและแจ้งรายละเอียดให้ทางโรงเรียนทราบก่อนวันไปสารวจจริง และควรไปสารวจในเวลาที่ไม่มี การเรียนการสอนเพื่อความสะดวกในการสารวจห้องและการเก็บภาพ
  • 60.
    ห้องเรียนต้นแบบ (Smart classroom)ช บรรณานุกรม http://www.innolifefurniture.com/innolifeproducts/?action=view&catID=0000007&pid=000002 5 (ค้นหาเมื่อ 16/07/55) http://fct.tarad.com/product.detail_232345_th_1052990 (ค้นหาเมื่อ 16/07/55) http://www.suksapan.or.th/index.php?page=shop.product_details&flypage=flypage.tpl&produ ct_id=740&category_id=50&option=com_virtuemart&Itemid=154&vmcchk=1 (ค้นหาเมื่อ 16/07/55) http://www.xn--b3c3bncc3d0a3k6d.com/?lang=th (ค้นหาเมื่อ 18/07/55) http://checkpricecomputer.com/hp-all-in-one-200-526d-pc/ (ค้นหาเมื่อ 18/07/55) http://market.onlineoops.com/67570 (ค้นหาเมื่อ 19/07/55) http://www.trendyday.com/Department/341/%E0%B8%AB%E0%B8%B9%E0%B8%9F%E0%B8 %B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8 %A7%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C (ค้นหาเมื่อ 15/07/55) http://www.ikea.com/th/th/catalog/products/S89894732/ (ค้นหาเมื่อ 15/07/55) http://www.sounddd.com/%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%A0 %E0%B8%B2%E0%B8%9E-Visual/Visualizer/Razr-LX-75S.html (ค้นหาเมื่อ 16/07/55) http://pratima-ishop.tarad.com/product.detail_164998_th_1029830 (ค้นหาเมื่อ 16/07/55) http://fct.tarad.com/product.detail_232345_th_1053774 (ค้นหาเมื่อ 16/07/55)
  • 61.
  • 62.
  • 63.
  • 64.
    รวมภาพกิจกรรม (โรงเรียนที่กลุ่มเราไปสารวจห้อง ^^) (หน้าชั้นเรียนในห้องวิทยาศาสตร์ห้องที่กลุ่มเราจะทาเป็นห้อง Smart Classroom)
  • 65.
  • 66.
  • 67.