2/24/2016
1
การสร้างเครื่องมือ
และเกณฑ์ประเมินแบบ
SCORING RUBRICS
อ.ดร.สาธิดา สกุลรัตนกุลชัย 25/2/2559
การประเมินผลการเรียนรู้
จุดมุ่งหมายทางการศึกษา
Objective
การประเมิน
Evaluation
การจัดประสบการณ์
การเรียนรู้
Learning
experience
 ด้านพุทธิพิสัย (ความรู้ความคิด)
(cognitive domain)
 ด้านจิตพิสัย (อารมณ์ความรู้สึก)
(affective domain)
 ด้านทักษะพิสัย (การปฏิบัติ)
(psychomotor domain)
กระบวนการทางการศึกษา จุดมุ่งหมายทางการศึกษา
Bloom’s taxonomy การวัดและการประเมิน
 การวัด (measurement)
การกําหนดตัวเลขให้กับสิ่งต่าง ๆ ตามกฎเกณฑ์
 การประเมิน (evaluation)
การตัดสินคุณค่า
Evaluation = Measurement + Judgment
การวัด ดุลพินิจ
การ
ประเมิน
2/24/2016
2
บทบาทของการประเมิน
 การประเมินความก้าวหน้า (formative evaluation)
เพื่อการปรับปรุงและพัฒนา
 การประเมินสรุปรวม (summative evaluation)
เพื่อตัดสินคุณค่า
Formative • ระหว่างการดําเนินงาน
Summative • สิ้นสุดการดําเนินงาน
แนวคิดการประเมิน
วัตถุประสงค์ของการประเมิน ประเมินทําไม
 การประเมินที่เน้นการตัดสินใจ (Decision-oriented evaluation)
นําเสนอสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจ / นักประเมินไม่ควรมีบทบาทการตัดสินใจ
 การประเมินที่เน้นการตัดสินคุณค่า (Value-oriented evaluation)
ตัดสินคุณค่า / นักประเมินเป็นผู้ตัดสินคุณค่า
วิธีการประเมิน ประเมินอย่างไร
 วิธีเชิงระบบ (Systematic approach)
ปรนัย / มีการวางแผน สร้างเครื่องมือ อย่างเป็นระบบ
 วิธีเชิงธรรมชาติ (Naturalistic approach)
อัตนัย / ยืดหยุ่น เน้นการเก็บข้อมูลในสภาพธรรมชาติ
ตัวบ่งชี้ เกณฑ์ มาตรฐาน
 ตัวบ่งชี้ /ตัวชี้ วัด (indicator)
ตัวแปร/คุณลักษณะซึ่งใช้บ่งบอกสถานภาพการดําเนินงาน
หรือผลการดําเนินงาน
 เกณฑ์ (criteria)
คุณลักษณะหรือระดับ ซึ่งเป็นคุณภาพหรือความสําเร็จของ
การดําเนินงาน
 มาตรฐาน (standard)
คุณลักษณะหรือระดับ ซึ่งเป็นคุณภาพหรือความสําเร็จของ
การดําเนินงาน ที่เป็นมาตรฐานที่ยอมรับโดยทั่วไป
ตัวอย่างตัวบ่งชี้ (indicator)
คุณลักษณะที่ประเมิน ตัวบ่งชี้เชิงปริมาณ
(วัดเป็นตัวเลข)
ตัวบ่งชี้เชิงคุณภาพ
(ใช้การบรรยาย)
คุณภาพนํ้า ค่า BOD สีของนํ้า
ความสนใจในการเรียน จํานวนครั้งการเข้าชั้นเรียน การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้สอน
ความทุ่มเท
ในการทํางาน
• % เวลาทํางาน
• จํานวนครั้งการมา
ทํางานสาย
• การให้ความร่วมมือกับ
ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
• คุณภาพของผลงาน
คุณภาพการให้บริการ • เวลาที่ใช้ในการรอคิว • ความพึงพอใจของ
ผู้รับบริการ
2/24/2016
3
คุณสมบัติของตัวบ่งชี้ที่ดี
 ความตรง (validity)
 ความเที่ยง (reliability)
 ความเป็นกลาง (neutrality)
 ความไว (sensitivity)
 ความสะดวกในการนําไปใช้ (practicality)
ประเภทของการประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน
 การประเมินเพื่อจัดวางตําแหน่ง
(placement evaluation)
 การประเมินความก้าวหน้า
(formative evaluation)
 การประเมินเพื่อวินิจฉัย
(diagnostic evaluation)
 การประเมินสรุปรวม
(summative evaluation)
 การประเมินตามสภาพจริง
(authentic assessment)
 การประเมินการปฏิบัติ
(performance
assessment)
 การประเมินแฟ้ มสะสมงาน
(portfolio assessment)
การประเมินตามสภาพจริง
(Authentic assessment)
 เป็นกระบวนการตัดสินความรู้ความสามารถและทักษะต่าง ๆ ของ
ผู้เรียนในสภาพที่สอดคล้องกับชีวิตจริง
 ใช้เรื่องราว เหตุการณ์ สภาพจริง เป็นสิ่งเร้าให้ผู้เรียนตอบสนอง
โดยการแสดงออก ลงมือทํา
 เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ประเมินตนเอง สามารถนําผลการประเมิน
ไปปรับปรุงและพัฒนาตนเองได้
 คํานึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลเป็นการตีค่าการปฏิบัติและ
ความสามารถที่แท้จริงของผู้เรียน
 เกณฑ์ในการประเมินเป็นเกณฑ์ที่เปิดเผยแสดงถึงความหลากหลาย
ในมุมมองของผู้เกี่ยวข้อง
 เน้นการประเมินการปฏิบัติ (performance assessment)
 วิธีการประเมินมีความหลากหลาย เช่น การสังเกต การสัมภาษณ์
การทดสอบภาคปฏิบัติ การใช้แฟ้ มสะสมงาน (portfolio)
 เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน เช่น แบบสังเกต แบบสัมภาษณ์
แบบบันทึก แบบประเมินการปฏิบัติงาน แบบตรวจสอบรายการ
(checklist)
2/24/2016
4
ในชั้นเรียนของท่าน...
 ปัญหาในการประเมินที่เกิดขึ้นมีอะไรบ้าง
 ท่านแก้ไขปัญหาเหล่านั้นอย่างไร
วิธีการและเครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน
วิธีการประเมิน เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน
การสังเกต แบบสังเกต ซึ่งมีลักษณะมาตรวัดแบบต่าง ๆ เช่น
• แบบตรวจสอบรายการ (checklist)
• แบบมาตรประเมินค่า (rating scale)
แบบบันทึก
การสัมภาษณ์ แบบสัมภาษณ์
การทดสอบภาคปฏิบัติ แบบทดสอบภาคปฏิบัติ
การใช้แฟ้ มสะสมงาน แบบประเมิน ซึ่งมีเกณฑ์การให้คะแนนแบบรูบริค
(scoring rubric)
ตัวอย่างเครื่องมือ : Checklist
แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนของนักศึกษา
ชื่อ-สกุล.............................วันที่....................
1. การเข้าชั้นเรียน ตรงเวลา สาย ไม่มาเรียน
2. การส่งงาน ครบถ้วน ส่งงานไม่ครบ ไม่มีงานส่ง
3. การมีปฏิสัมพันธ์ในชั้นเรียน
ชอบซักถาม/แสดงความคิดเห็น ตอบเฉพาะเวลาอาจารย์ถาม
ไม่แสดงความคิดเห็น/เฉยๆ เงียบๆ
ประเภทของแบบตรวจสอบรายการ (checklist)
 Laundry list: ใช้เพื่อแยกประเภท
 Sequential checklist: ใช้ตรวจสอบลําดับการดําเนินงาน
 Diagnostic checklist: ใช้วิเคราะห์สาเหตุ
 Criteria of merit checklist (comlist): ใช้ตรวจสอบ
ความถูกต้องหรือสอดคล้องตามเกณฑ์ที่กําหนด
2/24/2016
5
ตัวอย่างเครื่องมือ : Rating scale
พฤติกรรมการเรียนของนักศึกษา มากที่สุด
5
มาก
4
ปานกลาง
3
น้อย
2
น้อยที่สุด
1
1. ความตรงต่อเวลา
2. ความรับผิดชอบในการส่งงาน
3. การมีปฏิสัมพันธ์ในชั้นเรียน
แบบประเมินพฤติกรรมการเรียนของนักศึกษา
ชื่อ-สกุล...........................................................
การประเมินการปฏิบัติ
(Performance assessment)
ประเมินอะไร…
 กระบวนการปฏิบัติงาน (process)
ประสิทธิภาพในการทํางานและความถูกต้องของกระบวนการทํางาน
 คุณภาพของผลงาน (product)
ขั้นตอนการประเมินการปฏิบัติ
กําหนด
จุดมุ่งหมาย
กําหนด
สถานการณ์
ในการปฏิบัติ
กําหนด
คุณลักษณะที่
ต้องการวัด/
ตัวบ่งชี้/
เครื่องมือ
กําหนด
วิธีการ
ประเมิน
วิธีการประเมินการปฏิบัติทําอย่างไร...
 การสังเกต
 การสัมภาษณ์
 การทดสอบภาคปฏิบัติ
 การใช้แฟ้ มสะสมงาน
2/24/2016
6
การประเมินแฟ้ มสะสมงาน
(Portfolio assessment)
ประเภทของแฟ้ มสะสมงาน
 แฟ้ มสะสมงานที่เน้นกระบวนการ
 แฟ้ มสะสมงานที่เน้นผลผลิต
การประเมินแฟ้ มสะสมงาน
 เกณฑ์การให้คะแนนแบบรูบริค (scoring rubric)
เกณฑ์การให้คะแนนแบบรูบริค (scoring rubric)
รูบริค (rubric)
เป็นชุดของเกณฑ์ที่ใช้สําหรับให้คะแนนในการประเมินหรือตัดสิน
ความสําเร็จของผลงานหรือผลการปฏิบัติงาน มีลักษณะเป็นระดับคะแนน
ตั้งแต่ระดับดีเยี่ยมจนถึงต้องปรับปรุง
ข้อดีของการใช้เกณฑ์การให้คะแนนแบบรูบริค
 ช่วยให้ผู้สอนและผู้เรียนเข้าใจตรงกัน
 เกิดความเที่ยงในการประเมิน
 ทําให้ผู้เรียนทราบขอบเขตที่ผู้สอนจะประเมิน ทั้งการประเมิน
กระบวนการและผลการปฏิบัติงาน
ประเภทของรูบริค
รูบริคแบบองค์รวมหรือภาพรวม (holistic scoring rubric)
 เป็นเกณฑ์การให้คะแนนการปฏิบัติ/ผลงาน โดยพิจารณาภาพรวมของการ
ปฏิบัติ/ผลงาน ที่มีการบรรยายคุณภาพลดหลั่นตามระดับคุณภาพ
รูบริคแบบแยกองค์ประกอบ (analytic scoring rubric)
 เป็นเกณฑ์การให้คะแนนการปฏิบัติ/ผลงาน โดยพิจารณาคุณภาพของชิ้นงาน
เป็นรายองค์ประกอบหรือรายมิติ ที่มีการบรรยายคุณภาพลดหลั่นตามระดับ
คุณภาพ
 เหมาะสําหรับการประเมินความก้าวหน้าที่ต้องการให้ข้อมูลย้อนกลับ
(feedback) เพื่อให้ผู้เรียนได้ปรับปรุงและพัฒนา
ตัวอย่างรูบริคแบบองค์รวม
คะแนน แนวความคิดในการออกแบบ
5 แนวความคิดมีความโดดเด่นแปลกใหม่ สะท้อนความเป็นไทยอย่างชัดเจน
สะดวกในการนําไปใช้ และประหยัดทรัพยากร
4 แนวความคิดมีความโดดเด่น สะท้อนความเป็นไทยอย่างชัดเจน สะดวกในการ
นําไปใช้ และประหยัดทรัพยากร
3 แนวความคิดมีความน่าสนใจ สะท้อนความเป็นไทย สะดวกในการนําไปใช้ แต่
ยังไม่ประหยัดทรัพยากร
2 แนวความคิดมีความน่าสนใจ สะท้อนความเป็นไทย แต่ไม่สะดวกในการ
นําไปใช้ และไม่ประหยัดทรัพยากร
1 แนวความคิดสับสน ไม่สะท้อนความเป็นไทย ไม่สะดวกในการนําไปใช้ และไม่
ประหยัดทรัพยากร
2/24/2016
7
ตัวอย่างรูบริคแบบแยกองค์ประกอบ
องค์ประกอบ ระดับคุณภาพ คะแนน
ดี (3 คะแนน) พอใช้ (2 คะแนน) ควรปรับปรุง (1 คะแนน)
ความคิด
สร้างสรรค์
มีความโดดเด่นและ
แปลกใหม่ ไม่ซํ้างาน
อื่น ๆ
มีความน่าสนใจ แต่
ยังไม่โดดเด่นมากนัก
ไม่มีความน่าสนใจ คล้าย
งานอื่น ๆ ทั่วไป
ความเป็นไทย สะท้อนความเป็นไทย
อย่างชัดเจน สื่อสาร
ให้เข้าใจได้ตรงกัน
สะท้อนความเป็นไทย
แต่ยังสื่อสารให้เข้าใจ
ได้ไม่ตรงกัน
ไม่มีความเป็นไทย
การนําไปใช้ ใช้งานได้ตรง
วัตถุประสงค์ และ
สะดวกในการนําไปใช้
ใช้งานได้ตรง
วัตถุประสงค์ แต่ไม่
สะดวกในการ
นําไปใช้
ใช้งานไม่ตรงวัตถุประสงค์
และไม่สะดวกในการ
นําไปใช้
ตัวอย่างเกณฑ์การให้คะแนนรูบริค
(กําหนดนํ้าหนักแต่ละองค์ประกอบเท่ากัน)
คะแนน ความหมาย
8-9 ดี
5-7 พอใช้
2-4 ต้องปรับปรุง
องค์ประกอบ ระดับคุณภาพ คะแนน
ดี (3 คะแนน) พอใช้ (2 คะแนน) ควรปรับปรุง (1 คะแนน)
ความคิด
สร้างสรรค์
มีความโดดเด่นและแปลก
ใหม่ ไม่ซํ้างานอื่น ๆ
มีความน่าสนใจ แต่ยังไม่
โดดเด่นมากนัก
ไม่มีความน่าสนใจ คล้ายงานอื่น ๆ
ทั่วไป
ความเป็นไทย สะท้อนความเป็นไทยอย่าง
ชัดเจน สื่อสารให้เข้าใจได้
ตรงกัน
สะท้อนความเป็นไทย แต่ยัง
สื่อสารให้เข้าใจได้ไม่ตรงกัน
ไม่มีความเป็นไทย
การนําไปใช้ ใช้งานได้ตรงวัตถุประสงค์
และสะดวกในการนําไปใช้
ใช้งานได้ตรงวัตถุประสงค์
แต่ไม่สะดวกในการนําไปใช้
ใช้งานไม่ตรงวัตถุประสงค์ และไม่
สะดวกในการนําไปใช้
 ผ่าน
 ไม่ผ่าน (ต้องปรับปรุง)
ตัวอย่างเกณฑ์การให้คะแนนรูบริค
(กําหนดนํ้าหนักแต่ละองค์ประกอบไม่เท่ากัน)
องค์ประกอบ ค่านํ้าหนัก ระดับคุณภาพ คะแนน
ดี (3 คะแนน) พอใช้ (2 คะแนน) ควรปรับปรุง (1 คะแนน)
ความคิด
สร้างสรรค์
3 มีความโดดเด่นและแปลก
ใหม่ ไม่ซํ้างานอื่น ๆ
มีความน่าสนใจ แต่ยัง
ไม่โดดเด่นมากนัก
ไม่มีความน่าสนใจ คล้ายงาน
อื่น ๆ ทั่วไป
ความเป็นไทย 2 สะท้อนความเป็นไทยอย่าง
ชัดเจน สื่อสารให้เข้าใจได้
ตรงกัน
สะท้อนความเป็นไทย
แต่ยังสื่อสารให้เข้าใจ
ได้ไม่ตรงกัน
ไม่มีความเป็นไทย
การนําไปใช้ 1 ใช้งานได้ตรงวัตถุประสงค์
และสะดวกในการนําไปใช้
ใช้งานได้ตรง
วัตถุประสงค์ แต่ไม่
สะดวกในการนําไปใช้
ใช้งานไม่ตรงวัตถุประสงค์ และ
ไม่สะดวกในการนําไปใช้
คะแนน ความหมาย
16-18 ดี
11-15 พอใช้
6-10 ต้องปรับปรุง
 ผ่าน
 ไม่ผ่าน (ต้องปรับปรุง)
ขั้นตอนการสร้างรูบริค
กําหนดเนื้ อหา/
วัตถุประสงค์ของการ
ประเมิน
ระบุตัวบ่งชี้/รายการ
พฤติกรรม/คุณลักษณะ/
มิติที่ต้องการประเมิน
คัดเลือกตัวบ่งชี้/รายการ
พฤติกรรม/คุณลักษณะ/
มิติที่ต้องการประเมิน
จัดลําดับความสําคัญ/
กําหนดระดับคุณภาพ
บรรยายคุณภาพของ
เกณฑ์การประเมินแต่ละ
ระดับให้ชัดเจน
2/24/2016
8
ตัวอย่างงานวิจัย
รูปแบบการสอนศิลปะแบบบูรณาการเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และ
ความคิดเชื่อมโยงของนักเรียนในศิลปะกับวัฒนธรรมไทย
วิธีการสอน
ความคิดสร้างสรรค์
รูปแบบการสอนแบบเน้น
ประสบการณ์ 4 ขั้นตอนของ Kolb
ความคิดเชื่อมโยง
สุมิตรา เทียนตระกูล. (2548). วารสารครุศาสตร์, 34(2), 164-179.
แผนผังการเรียนรู้แบบเน้นประสบการณ์ 4 ขั้นตอนของ Kolb
(Experiential Learning)
1. ขั้นรับ
ประสบการณ์
ที่เป็นรูปธรรม
2. ขั้นอภิปราย
สะท้อนความคิดที่
ได้จาก
ประสบการณ์
3. สรุปเป็น
แนวคิด
4. ขั้นนําไป
ประยุกต์ใช้
ความคิดสร้างสรรค์
ระดับ 1 ไม่ได้ขนาดและสัดส่วนที่เหมาะสม
ระดับ 2 ได้ขนาด สัดส่วน แต่ยังด้อยเรื่องการออกแบบตกแต่งใบหน้า
ระดับ 3 ได้ขนาด สัดส่วน ตกแต่งใบหน้าได้ดี แต่ยังไม่โดดเด่นเรื่องการใช้สี
ระดับ 4 สวยงาม สมบูรณ์ ได้ขนาด สัดส่วน และมีสีสันที่เด่นสะดุดตา
นักเรียนสามารถนํารูปร่าง รูปทรง เส้น และสี
มาใช้ในการออกแบบหน้ากากผีตาโขนได้ตาม
ความคิดของตัวเอง
ระดับ 1 ส่วนหัวของหน้ากากทุกประเภท
ระดับ 2 ของใช้ ของประดับ ตกแต่ง หรือของเล่น ที่ไม่มีวัสดุอื่นประกอบ
ระดับ 3 ของใช้ ของประดับ ตกแต่ง หรือของเล่น ที่มีวัสดุอื่นประกอบ
ระดับ 4 ของใช้ ของประดับ ตกแต่ง หรือของเล่น ที่มีวัสดุอื่นประกอบ
และมีการดัดแปลงตัด ต่อ เติม รูปทรงของหวดนึ่งข้าวเหนียว
ความคิดเชื่อมโยง
นักเรียนสามารถคิดนําหวดนึ่งข้าวเหนียวไป
สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ ได้โดยการเขียนแบบ
บนกระดาษ
2/24/2016
9
ฝึกปฏิบัติการ: สร้างเครื่องมือในการประเมิน
 ฝึกปฏิบัติสร้างเครื่องมือโดยใช้เกณฑ์การให้คะแนนแบบรูบริค
 นําเสนอและอภิปรายร่วมกัน
สถานการณ์การประเมินผลงาน
1. การประเมินโครงงาน รายวิชาโครงงาน/การปฏิบัติการ
2. การประเมินรายงาน รายวิชาทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
3. การประเมินรายงานวิจัย รายวิชาระเบียบวิธีวิจัยทางธุรกิจ
4. การประเมินภาพถ่าย/ภาพวาด รายวิชาถ่ายภาพ คณะนิเทศศาสตร์/สถาปัตย์/ดิจิทัลมีเดีย
5. การประเมินการนําเสนอ รายวิชาทางนิติศาสตร์
6. อื่นๆ
รายการอ้างอิง
 กมลวรรณ ตังธนกานนท์. (2549). การประเมินตามสภาพจริง. วารสารครุศาสตร์, 34(3), 1-13.
 ศิริชัย กาญจนวาสี. (2548). ทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิม. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ:
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
 ศิริชัย กาญจนวาสี. (2550). ทฤษฎีการประเมิน. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย.
 สมหวัง พิธิยานุวัฒน์. (2549). วิธีวิทยาการประเมิน ศาสตร์แห่งคุณค่า. พิมพ์ครั้งที่ 3.
กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

การสร้างเครื่องมือและเกณฑ์ประเมิน แบบ Scoring Rubrics

  • 1.
    2/24/2016 1 การสร้างเครื่องมือ และเกณฑ์ประเมินแบบ SCORING RUBRICS อ.ดร.สาธิดา สกุลรัตนกุลชัย25/2/2559 การประเมินผลการเรียนรู้ จุดมุ่งหมายทางการศึกษา Objective การประเมิน Evaluation การจัดประสบการณ์ การเรียนรู้ Learning experience  ด้านพุทธิพิสัย (ความรู้ความคิด) (cognitive domain)  ด้านจิตพิสัย (อารมณ์ความรู้สึก) (affective domain)  ด้านทักษะพิสัย (การปฏิบัติ) (psychomotor domain) กระบวนการทางการศึกษา จุดมุ่งหมายทางการศึกษา Bloom’s taxonomy การวัดและการประเมิน  การวัด (measurement) การกําหนดตัวเลขให้กับสิ่งต่าง ๆ ตามกฎเกณฑ์  การประเมิน (evaluation) การตัดสินคุณค่า Evaluation = Measurement + Judgment การวัด ดุลพินิจ การ ประเมิน
  • 2.
    2/24/2016 2 บทบาทของการประเมิน  การประเมินความก้าวหน้า (formativeevaluation) เพื่อการปรับปรุงและพัฒนา  การประเมินสรุปรวม (summative evaluation) เพื่อตัดสินคุณค่า Formative • ระหว่างการดําเนินงาน Summative • สิ้นสุดการดําเนินงาน แนวคิดการประเมิน วัตถุประสงค์ของการประเมิน ประเมินทําไม  การประเมินที่เน้นการตัดสินใจ (Decision-oriented evaluation) นําเสนอสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจ / นักประเมินไม่ควรมีบทบาทการตัดสินใจ  การประเมินที่เน้นการตัดสินคุณค่า (Value-oriented evaluation) ตัดสินคุณค่า / นักประเมินเป็นผู้ตัดสินคุณค่า วิธีการประเมิน ประเมินอย่างไร  วิธีเชิงระบบ (Systematic approach) ปรนัย / มีการวางแผน สร้างเครื่องมือ อย่างเป็นระบบ  วิธีเชิงธรรมชาติ (Naturalistic approach) อัตนัย / ยืดหยุ่น เน้นการเก็บข้อมูลในสภาพธรรมชาติ ตัวบ่งชี้ เกณฑ์ มาตรฐาน  ตัวบ่งชี้ /ตัวชี้ วัด (indicator) ตัวแปร/คุณลักษณะซึ่งใช้บ่งบอกสถานภาพการดําเนินงาน หรือผลการดําเนินงาน  เกณฑ์ (criteria) คุณลักษณะหรือระดับ ซึ่งเป็นคุณภาพหรือความสําเร็จของ การดําเนินงาน  มาตรฐาน (standard) คุณลักษณะหรือระดับ ซึ่งเป็นคุณภาพหรือความสําเร็จของ การดําเนินงาน ที่เป็นมาตรฐานที่ยอมรับโดยทั่วไป ตัวอย่างตัวบ่งชี้ (indicator) คุณลักษณะที่ประเมิน ตัวบ่งชี้เชิงปริมาณ (วัดเป็นตัวเลข) ตัวบ่งชี้เชิงคุณภาพ (ใช้การบรรยาย) คุณภาพนํ้า ค่า BOD สีของนํ้า ความสนใจในการเรียน จํานวนครั้งการเข้าชั้นเรียน การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้สอน ความทุ่มเท ในการทํางาน • % เวลาทํางาน • จํานวนครั้งการมา ทํางานสาย • การให้ความร่วมมือกับ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง • คุณภาพของผลงาน คุณภาพการให้บริการ • เวลาที่ใช้ในการรอคิว • ความพึงพอใจของ ผู้รับบริการ
  • 3.
    2/24/2016 3 คุณสมบัติของตัวบ่งชี้ที่ดี  ความตรง (validity) ความเที่ยง (reliability)  ความเป็นกลาง (neutrality)  ความไว (sensitivity)  ความสะดวกในการนําไปใช้ (practicality) ประเภทของการประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน  การประเมินเพื่อจัดวางตําแหน่ง (placement evaluation)  การประเมินความก้าวหน้า (formative evaluation)  การประเมินเพื่อวินิจฉัย (diagnostic evaluation)  การประเมินสรุปรวม (summative evaluation)  การประเมินตามสภาพจริง (authentic assessment)  การประเมินการปฏิบัติ (performance assessment)  การประเมินแฟ้ มสะสมงาน (portfolio assessment) การประเมินตามสภาพจริง (Authentic assessment)  เป็นกระบวนการตัดสินความรู้ความสามารถและทักษะต่าง ๆ ของ ผู้เรียนในสภาพที่สอดคล้องกับชีวิตจริง  ใช้เรื่องราว เหตุการณ์ สภาพจริง เป็นสิ่งเร้าให้ผู้เรียนตอบสนอง โดยการแสดงออก ลงมือทํา  เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ประเมินตนเอง สามารถนําผลการประเมิน ไปปรับปรุงและพัฒนาตนเองได้  คํานึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลเป็นการตีค่าการปฏิบัติและ ความสามารถที่แท้จริงของผู้เรียน  เกณฑ์ในการประเมินเป็นเกณฑ์ที่เปิดเผยแสดงถึงความหลากหลาย ในมุมมองของผู้เกี่ยวข้อง  เน้นการประเมินการปฏิบัติ (performance assessment)  วิธีการประเมินมีความหลากหลาย เช่น การสังเกต การสัมภาษณ์ การทดสอบภาคปฏิบัติ การใช้แฟ้ มสะสมงาน (portfolio)  เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน เช่น แบบสังเกต แบบสัมภาษณ์ แบบบันทึก แบบประเมินการปฏิบัติงาน แบบตรวจสอบรายการ (checklist)
  • 4.
    2/24/2016 4 ในชั้นเรียนของท่าน...  ปัญหาในการประเมินที่เกิดขึ้นมีอะไรบ้าง  ท่านแก้ไขปัญหาเหล่านั้นอย่างไร วิธีการและเครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน วิธีการประเมินเครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน การสังเกต แบบสังเกต ซึ่งมีลักษณะมาตรวัดแบบต่าง ๆ เช่น • แบบตรวจสอบรายการ (checklist) • แบบมาตรประเมินค่า (rating scale) แบบบันทึก การสัมภาษณ์ แบบสัมภาษณ์ การทดสอบภาคปฏิบัติ แบบทดสอบภาคปฏิบัติ การใช้แฟ้ มสะสมงาน แบบประเมิน ซึ่งมีเกณฑ์การให้คะแนนแบบรูบริค (scoring rubric) ตัวอย่างเครื่องมือ : Checklist แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนของนักศึกษา ชื่อ-สกุล.............................วันที่.................... 1. การเข้าชั้นเรียน ตรงเวลา สาย ไม่มาเรียน 2. การส่งงาน ครบถ้วน ส่งงานไม่ครบ ไม่มีงานส่ง 3. การมีปฏิสัมพันธ์ในชั้นเรียน ชอบซักถาม/แสดงความคิดเห็น ตอบเฉพาะเวลาอาจารย์ถาม ไม่แสดงความคิดเห็น/เฉยๆ เงียบๆ ประเภทของแบบตรวจสอบรายการ (checklist)  Laundry list: ใช้เพื่อแยกประเภท  Sequential checklist: ใช้ตรวจสอบลําดับการดําเนินงาน  Diagnostic checklist: ใช้วิเคราะห์สาเหตุ  Criteria of merit checklist (comlist): ใช้ตรวจสอบ ความถูกต้องหรือสอดคล้องตามเกณฑ์ที่กําหนด
  • 5.
    2/24/2016 5 ตัวอย่างเครื่องมือ : Ratingscale พฤติกรรมการเรียนของนักศึกษา มากที่สุด 5 มาก 4 ปานกลาง 3 น้อย 2 น้อยที่สุด 1 1. ความตรงต่อเวลา 2. ความรับผิดชอบในการส่งงาน 3. การมีปฏิสัมพันธ์ในชั้นเรียน แบบประเมินพฤติกรรมการเรียนของนักศึกษา ชื่อ-สกุล........................................................... การประเมินการปฏิบัติ (Performance assessment) ประเมินอะไร…  กระบวนการปฏิบัติงาน (process) ประสิทธิภาพในการทํางานและความถูกต้องของกระบวนการทํางาน  คุณภาพของผลงาน (product) ขั้นตอนการประเมินการปฏิบัติ กําหนด จุดมุ่งหมาย กําหนด สถานการณ์ ในการปฏิบัติ กําหนด คุณลักษณะที่ ต้องการวัด/ ตัวบ่งชี้/ เครื่องมือ กําหนด วิธีการ ประเมิน วิธีการประเมินการปฏิบัติทําอย่างไร...  การสังเกต  การสัมภาษณ์  การทดสอบภาคปฏิบัติ  การใช้แฟ้ มสะสมงาน
  • 6.
    2/24/2016 6 การประเมินแฟ้ มสะสมงาน (Portfolio assessment) ประเภทของแฟ้มสะสมงาน  แฟ้ มสะสมงานที่เน้นกระบวนการ  แฟ้ มสะสมงานที่เน้นผลผลิต การประเมินแฟ้ มสะสมงาน  เกณฑ์การให้คะแนนแบบรูบริค (scoring rubric) เกณฑ์การให้คะแนนแบบรูบริค (scoring rubric) รูบริค (rubric) เป็นชุดของเกณฑ์ที่ใช้สําหรับให้คะแนนในการประเมินหรือตัดสิน ความสําเร็จของผลงานหรือผลการปฏิบัติงาน มีลักษณะเป็นระดับคะแนน ตั้งแต่ระดับดีเยี่ยมจนถึงต้องปรับปรุง ข้อดีของการใช้เกณฑ์การให้คะแนนแบบรูบริค  ช่วยให้ผู้สอนและผู้เรียนเข้าใจตรงกัน  เกิดความเที่ยงในการประเมิน  ทําให้ผู้เรียนทราบขอบเขตที่ผู้สอนจะประเมิน ทั้งการประเมิน กระบวนการและผลการปฏิบัติงาน ประเภทของรูบริค รูบริคแบบองค์รวมหรือภาพรวม (holistic scoring rubric)  เป็นเกณฑ์การให้คะแนนการปฏิบัติ/ผลงาน โดยพิจารณาภาพรวมของการ ปฏิบัติ/ผลงาน ที่มีการบรรยายคุณภาพลดหลั่นตามระดับคุณภาพ รูบริคแบบแยกองค์ประกอบ (analytic scoring rubric)  เป็นเกณฑ์การให้คะแนนการปฏิบัติ/ผลงาน โดยพิจารณาคุณภาพของชิ้นงาน เป็นรายองค์ประกอบหรือรายมิติ ที่มีการบรรยายคุณภาพลดหลั่นตามระดับ คุณภาพ  เหมาะสําหรับการประเมินความก้าวหน้าที่ต้องการให้ข้อมูลย้อนกลับ (feedback) เพื่อให้ผู้เรียนได้ปรับปรุงและพัฒนา ตัวอย่างรูบริคแบบองค์รวม คะแนน แนวความคิดในการออกแบบ 5 แนวความคิดมีความโดดเด่นแปลกใหม่ สะท้อนความเป็นไทยอย่างชัดเจน สะดวกในการนําไปใช้ และประหยัดทรัพยากร 4 แนวความคิดมีความโดดเด่น สะท้อนความเป็นไทยอย่างชัดเจน สะดวกในการ นําไปใช้ และประหยัดทรัพยากร 3 แนวความคิดมีความน่าสนใจ สะท้อนความเป็นไทย สะดวกในการนําไปใช้ แต่ ยังไม่ประหยัดทรัพยากร 2 แนวความคิดมีความน่าสนใจ สะท้อนความเป็นไทย แต่ไม่สะดวกในการ นําไปใช้ และไม่ประหยัดทรัพยากร 1 แนวความคิดสับสน ไม่สะท้อนความเป็นไทย ไม่สะดวกในการนําไปใช้ และไม่ ประหยัดทรัพยากร
  • 7.
    2/24/2016 7 ตัวอย่างรูบริคแบบแยกองค์ประกอบ องค์ประกอบ ระดับคุณภาพ คะแนน ดี(3 คะแนน) พอใช้ (2 คะแนน) ควรปรับปรุง (1 คะแนน) ความคิด สร้างสรรค์ มีความโดดเด่นและ แปลกใหม่ ไม่ซํ้างาน อื่น ๆ มีความน่าสนใจ แต่ ยังไม่โดดเด่นมากนัก ไม่มีความน่าสนใจ คล้าย งานอื่น ๆ ทั่วไป ความเป็นไทย สะท้อนความเป็นไทย อย่างชัดเจน สื่อสาร ให้เข้าใจได้ตรงกัน สะท้อนความเป็นไทย แต่ยังสื่อสารให้เข้าใจ ได้ไม่ตรงกัน ไม่มีความเป็นไทย การนําไปใช้ ใช้งานได้ตรง วัตถุประสงค์ และ สะดวกในการนําไปใช้ ใช้งานได้ตรง วัตถุประสงค์ แต่ไม่ สะดวกในการ นําไปใช้ ใช้งานไม่ตรงวัตถุประสงค์ และไม่สะดวกในการ นําไปใช้ ตัวอย่างเกณฑ์การให้คะแนนรูบริค (กําหนดนํ้าหนักแต่ละองค์ประกอบเท่ากัน) คะแนน ความหมาย 8-9 ดี 5-7 พอใช้ 2-4 ต้องปรับปรุง องค์ประกอบ ระดับคุณภาพ คะแนน ดี (3 คะแนน) พอใช้ (2 คะแนน) ควรปรับปรุง (1 คะแนน) ความคิด สร้างสรรค์ มีความโดดเด่นและแปลก ใหม่ ไม่ซํ้างานอื่น ๆ มีความน่าสนใจ แต่ยังไม่ โดดเด่นมากนัก ไม่มีความน่าสนใจ คล้ายงานอื่น ๆ ทั่วไป ความเป็นไทย สะท้อนความเป็นไทยอย่าง ชัดเจน สื่อสารให้เข้าใจได้ ตรงกัน สะท้อนความเป็นไทย แต่ยัง สื่อสารให้เข้าใจได้ไม่ตรงกัน ไม่มีความเป็นไทย การนําไปใช้ ใช้งานได้ตรงวัตถุประสงค์ และสะดวกในการนําไปใช้ ใช้งานได้ตรงวัตถุประสงค์ แต่ไม่สะดวกในการนําไปใช้ ใช้งานไม่ตรงวัตถุประสงค์ และไม่ สะดวกในการนําไปใช้  ผ่าน  ไม่ผ่าน (ต้องปรับปรุง) ตัวอย่างเกณฑ์การให้คะแนนรูบริค (กําหนดนํ้าหนักแต่ละองค์ประกอบไม่เท่ากัน) องค์ประกอบ ค่านํ้าหนัก ระดับคุณภาพ คะแนน ดี (3 คะแนน) พอใช้ (2 คะแนน) ควรปรับปรุง (1 คะแนน) ความคิด สร้างสรรค์ 3 มีความโดดเด่นและแปลก ใหม่ ไม่ซํ้างานอื่น ๆ มีความน่าสนใจ แต่ยัง ไม่โดดเด่นมากนัก ไม่มีความน่าสนใจ คล้ายงาน อื่น ๆ ทั่วไป ความเป็นไทย 2 สะท้อนความเป็นไทยอย่าง ชัดเจน สื่อสารให้เข้าใจได้ ตรงกัน สะท้อนความเป็นไทย แต่ยังสื่อสารให้เข้าใจ ได้ไม่ตรงกัน ไม่มีความเป็นไทย การนําไปใช้ 1 ใช้งานได้ตรงวัตถุประสงค์ และสะดวกในการนําไปใช้ ใช้งานได้ตรง วัตถุประสงค์ แต่ไม่ สะดวกในการนําไปใช้ ใช้งานไม่ตรงวัตถุประสงค์ และ ไม่สะดวกในการนําไปใช้ คะแนน ความหมาย 16-18 ดี 11-15 พอใช้ 6-10 ต้องปรับปรุง  ผ่าน  ไม่ผ่าน (ต้องปรับปรุง) ขั้นตอนการสร้างรูบริค กําหนดเนื้ อหา/ วัตถุประสงค์ของการ ประเมิน ระบุตัวบ่งชี้/รายการ พฤติกรรม/คุณลักษณะ/ มิติที่ต้องการประเมิน คัดเลือกตัวบ่งชี้/รายการ พฤติกรรม/คุณลักษณะ/ มิติที่ต้องการประเมิน จัดลําดับความสําคัญ/ กําหนดระดับคุณภาพ บรรยายคุณภาพของ เกณฑ์การประเมินแต่ละ ระดับให้ชัดเจน
  • 8.
    2/24/2016 8 ตัวอย่างงานวิจัย รูปแบบการสอนศิลปะแบบบูรณาการเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และ ความคิดเชื่อมโยงของนักเรียนในศิลปะกับวัฒนธรรมไทย วิธีการสอน ความคิดสร้างสรรค์ รูปแบบการสอนแบบเน้น ประสบการณ์ 4 ขั้นตอนของKolb ความคิดเชื่อมโยง สุมิตรา เทียนตระกูล. (2548). วารสารครุศาสตร์, 34(2), 164-179. แผนผังการเรียนรู้แบบเน้นประสบการณ์ 4 ขั้นตอนของ Kolb (Experiential Learning) 1. ขั้นรับ ประสบการณ์ ที่เป็นรูปธรรม 2. ขั้นอภิปราย สะท้อนความคิดที่ ได้จาก ประสบการณ์ 3. สรุปเป็น แนวคิด 4. ขั้นนําไป ประยุกต์ใช้ ความคิดสร้างสรรค์ ระดับ 1 ไม่ได้ขนาดและสัดส่วนที่เหมาะสม ระดับ 2 ได้ขนาด สัดส่วน แต่ยังด้อยเรื่องการออกแบบตกแต่งใบหน้า ระดับ 3 ได้ขนาด สัดส่วน ตกแต่งใบหน้าได้ดี แต่ยังไม่โดดเด่นเรื่องการใช้สี ระดับ 4 สวยงาม สมบูรณ์ ได้ขนาด สัดส่วน และมีสีสันที่เด่นสะดุดตา นักเรียนสามารถนํารูปร่าง รูปทรง เส้น และสี มาใช้ในการออกแบบหน้ากากผีตาโขนได้ตาม ความคิดของตัวเอง ระดับ 1 ส่วนหัวของหน้ากากทุกประเภท ระดับ 2 ของใช้ ของประดับ ตกแต่ง หรือของเล่น ที่ไม่มีวัสดุอื่นประกอบ ระดับ 3 ของใช้ ของประดับ ตกแต่ง หรือของเล่น ที่มีวัสดุอื่นประกอบ ระดับ 4 ของใช้ ของประดับ ตกแต่ง หรือของเล่น ที่มีวัสดุอื่นประกอบ และมีการดัดแปลงตัด ต่อ เติม รูปทรงของหวดนึ่งข้าวเหนียว ความคิดเชื่อมโยง นักเรียนสามารถคิดนําหวดนึ่งข้าวเหนียวไป สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ ได้โดยการเขียนแบบ บนกระดาษ
  • 9.
    2/24/2016 9 ฝึกปฏิบัติการ: สร้างเครื่องมือในการประเมิน  ฝึกปฏิบัติสร้างเครื่องมือโดยใช้เกณฑ์การให้คะแนนแบบรูบริค นําเสนอและอภิปรายร่วมกัน สถานการณ์การประเมินผลงาน 1. การประเมินโครงงาน รายวิชาโครงงาน/การปฏิบัติการ 2. การประเมินรายงาน รายวิชาทางเทคโนโลยีสารสนเทศ 3. การประเมินรายงานวิจัย รายวิชาระเบียบวิธีวิจัยทางธุรกิจ 4. การประเมินภาพถ่าย/ภาพวาด รายวิชาถ่ายภาพ คณะนิเทศศาสตร์/สถาปัตย์/ดิจิทัลมีเดีย 5. การประเมินการนําเสนอ รายวิชาทางนิติศาสตร์ 6. อื่นๆ รายการอ้างอิง  กมลวรรณ ตังธนกานนท์. (2549). การประเมินตามสภาพจริง. วารสารครุศาสตร์, 34(3), 1-13.  ศิริชัย กาญจนวาสี. (2548). ทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิม. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.  ศิริชัย กาญจนวาสี. (2550). ทฤษฎีการประเมิน. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย.  สมหวัง พิธิยานุวัฒน์. (2549). วิธีวิทยาการประเมิน ศาสตร์แห่งคุณค่า. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.