More Related Content
PDF
ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการวัด ประเมินผลการศึกษา PPT
บทที่8การวัดผลประเมินผลการเรียนรู้ PDF
๑ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการวัดผลการศึกษา PDF
PDF
มโนทัศน์เบื้องต้นสู่การวัดผล PPT
PPTX
PPT
What's hot
PDF
PPT
PPT
การวัดผลประเมินผลการเรียนรู้ PPT
PPT
PPT
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ DOCX
PPT
PPTX
PPT
PPT
PPTX
PPSX
PPT
PPT
Similar to บทที่+8
PDF
บทที่ 8 การวัดผลและประเมินการเรียนรู้ PPT
PPT
PPT
PPT
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ PPS
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้555 PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
บทที่ 8 การวัดเเละการประเมินผลการเรียนรู้ PPT
บทที่ 8 การวัดเเละการประเมินผลการเรียนรู้ PPT
PPT
PPT
PPS
PPS
PPS
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้555 PPS
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้555 PPS
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้555 บทที่+8
- 1.
- 2.
การวัดผลการ หมายถึง กระบวนการหาปริมาณหรือจำนวนของสิ่งต่างๆโดยใช้เครื่องมือ การทดสอบการศึกษา หมายถึง กระบวนการวัดผลอย่างหนึ่งที่กระทำอย่างมีระบบเพื่อใช้ในการเปรียบเทียบความสามารถของบุคคล การประเมิน หมายถึง การตัดสิน หรือวินิจฉัยสิ่งต่างๆที่ได้จากการวัดผล - 3.
บลูม (Bloom) และคณะ ได้แบ่งพฤติกรรมที่วัดออกเป็น 3 ลักษณะ วัดพฤติกรรมด้านพุทธิพิสัย ได้แก่ การวัดเกี่ยวกับ ความรู้ ความคิด ( วัดด้านสมอง ) วัดพฤติกรรมด้านจิตพิสัย ได้แก่ การวัดเกี่ยวกับความรู้สึกนึกคิด ( วัดด้านจิตใจ ) วัดพฤติกรรมด้านทักษะพิสัย ได้แก่ การวัดเกี่ยวกับการใช้กล้ามเนื้อ และประสาทสัมผัสต่างๆของร่างกาย ( วัดด้านการปฏิบัติ ) จุดมุ่งหมายของการการวัดผลการศึกษา 1. วัดผลเพื่อพัฒนาสมรรถภาพของผู้เรียน 2. วัดผลเพื่อวินิจฉัย 3. วัดผลเพื่อจัดอันดับหรือจัดตำแหน่ง 4. วัดผลเพื่อเปรียบเทียบเพื่อทราบพัฒนาการของนักเรียน 5. วัดเพื่อพยากรณ์ 6. วัดผลเพื่อการประเมินผล - 4.
หลักการวัดผลการศึกษา 1. ต้องวัดให้ตรงกับจุดมุ่งหมายของการเรียนการสอน2. เลือกใช้เครื่องมือวัดที่ดีและมีความเหมาะสม 3. ระวังความคลาดเคลื่อนหรือความผิดพลาดของการวัด 4. ประเมินการวัดให้ถูกต้อง 5. ใช้ผลการวัดให้คุ้มค่า เครื่องมือที่ใช้ในการวัดผล 1. การสังเกต คือ การพิจารณาปรากฎการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อค้นคว้าหาความจริงบางประการโดยอาศัยประสาท สัมผัสของผู้สังเกตโดยตรง รูปแบบของการสังเกต 1. การสังเกตโดยผู้สังเกตเข้าไปร่วมในเหตุการณ์หรือกิจกรรม หมายถึง การสังเกตที่ผู้สังเกตเข้าไปมีส่วนร่วม 2. การสังเกตโดยผู้สังเกตไม่ได้เข้าไปร่วมเหตุการณ์ หมายถึง การสังเกตที่ผู้สังเกตอยู่ภายนอกวงของผู้สังเกต แบ่งออกเป็น 2 ชนิด - 5.
2.1 การสังเกตแบบไม่มีโครงสร้าง 2.2การสังเกตแบบมีโครงสร้าง การสัมภาษณ์ คือ การสนทนาหรือการพูดโต้ตอบกันอย่างมีจุดมุ่งหมาย เพื่อค้นหาความรู้ความจริง รูปแบบของการสัมภาษณ์ 1. การสังเกตแบบไม่มีโครงสร้าง หมายถึง การสัมภาษณ์ที่ไม่ใช่แบบสัมภาษณ์ คือไม่จำเป็นต้องใช้คำถามที่เหมือนกันหมดกับผู้สัมภาษณ์ทุกคน 2. การสังเกตแบบมีโครงสร้าง หมายถึง การสัมภาษณ์ที่ผู้สัมภาษณ์จะใช้แบบสัมภาษณ์ที่สร้างขึ้นมาเอง แบบสอบถาม แบบสอบถามเป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งที่นิยมใช้กันมาก โดยเฉพาะการเก็บข้อมูลทางสังคมศาสตร์ ทั้งนี้เพราะเป็นวิธีการที่สะดวก และสามารถใช้วัดได้อย่างกว้างขวาง - 6.
รูปแบบของแบบสอบถาม 1.แบบสอบถามชนิดปลายเปิด ไม่ได้กำหนดคำตอบไว้ ให้ผู้ตอบเขียนตอบเอง 2. แบบสอบถามชนิดปลายปิด มีตัวเลือกให้ตอบ แบ่งเป็น 4 แบบ 2.1 แบบตรวจสอบรายการ 2.2 มาตราส่วนประมาณค่า 2.3 แบบจัดอันดับ 2.4 แบบเติมคำสั้นๆ การจัดอันดับ เป็นเครื่องมือวัดผลให้นักเรียน หรือผู้ได้รับแบบสอบถามเป็นผู้ตอบ โดยการจัดอันดับ ความสำคัญ หรือจัดอันดับคุณภาพ และใช้จัดอันดับของข้อมูลหรือผลงานต่างๆของนักเรียนแล้วจึงให้คะแนน ภายหลังการประเมิน - 7.
การประเมินผลจากสภาพจริง กระบวนการสังเกต การบันทึกและรวบรวมข้อมูลและวิธีการที่นักเรียนทำการประเมินผลจากสภาพจริงจะเน้นให้นักเรียนสามารถแก้ปัญหา รวมทั้งเน้นพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียน ความสำคัญของการประเมินผลจากสภาพจริง 1. การเรียนการสอนและการวัดประเมินผลจากสภาพจริง 2. เป็นการเอื้อต่อการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 3. เป็นการเน้นให้นักเรียนได้สร้างงาน 4. เป็นการผสมผสานให้กิจกรรมการเรียนรู้และการประเมิน 5. เป็นการลดภาระงานซ่อมเสริมของครู - 8.
การวัดผลภาคปฏิบัติ เป็นการให้นักเรียนลงมือปฏิบัติ ซึ่งสามารถวัดได้ทั้งกระบวนการและผลงานในสถานการณ์จริง หรือนาสถานการณ์จำลอง สิ่งที่ควรคำนึงถึงในการสอบวัดภาคปฏิบัติ คือ 1. ขั้นเตรียมงาน 2. ขั้นปฏิบัติงาน 3. เวลาที่ใช้ในการทำงาน 4. ผลงาน การประเมินผลโดยใช้แฟ้มสะสมงาน เป็นแนวทางการประเมินผลโดยการรวมข้อมูลที่ครูและผู้เรียนทำกิจกรรมต่างๆร่วมกัน โดยการทำอย่างต่อเนื่องตลอดภาคเรียน ดังนั้นการวัดผลและประเมินผลโดยใช้แฟ้มสะสมงานส่วนหนึ่ง จะเป็นกิจกรรมที่สอดแทรกอยู่ในสภาพการเรียนการสอน โดยกิจกรรมที่สอดแทรกเหล่านี้จะวัด เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสภาพชีวิตประจำวัน - 9.
แบบทดสอบ ชุดคำถามหรือกลุ่มงานใดๆที่สร้างขึ้นเพื่อชักนำให้ผู้ถูกทดสอบ แสดงพฤติกรรม หรือปฏิกิริยาโต้ตอบอย่างใดอย่างหนึ่งออกให้สามารถสังเกตได้ ประเภทของแบบทดสอบ สามารถแบ่งประเภทออกได้หลายลักษณะ ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่จะใช้ ดังนี้ 8.1 แบ่งตามพฤติกรรมหรือสมรรถภาพ ที่จะวัดเป็น 3 ประเภท 1. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ หมายถึง แบบทดสอบที่วัดสมรรถภาพสมองด้านต่างๆ ที่นักเรียนได้รับการเรียนรู้ผ่านมาแล้วว่าอยู่ที่ใด แบบทดสอบแบ่งออกเป็น 2 ชนิด 1.1 แบบทดสอบที่ครูสร้างขึ้น 1.1.1 แบบทดสอบอัตนัยหรือแบบความเรียง 1.1.2 แบบทดสอบแบบถูกต้อง 1.1.3 แบบทดสอบแบบเติมค่า 1.1.4 แบบทดสอบแบจับคู่ 1.1.5 แบบทดสอบแบบเลือกคำตอบ - 10.
2. แบบทดสอบมาตรฐาน หมายถึงแบบทดสอบสมรรถภาพของผู้เรียน 2 แบบ คือ 1.1 แบบทดสอบแบบวัดความถนัดทางการเรียน 1.2 แบบทดสอบวัดความถนัดเฉพาะ 3. แบบทดสอบวัดบุคลิกภาพทางสังคม หมายถึง แบบทดสอบที่ใช้วัดบุคลิกภาพและการปรับตัวให้เข้ากับสังคม ซึ่งเป็นเรื่องที่วัดได้ยาก ผลที่ได้ไม่คงที่แน่นอน ได้แก่ 1. แบบทดสอบวัดเจตคติที่มีต่อบุคคล สิ่งของ เรื่องราว 2. แบบทดสอบวัดความสนใจที่มีต่ออาชีพ การศึกษา 3. แบบทดสอบวัดการปรับตัว เช่น การปรับตัวเข้ากับเพื่อนๆ 8.2 แบ่งตามลักษณะการตอบ 1. แบบทดสอบภาคปฏิบัติ 2. แบบทดสอบข้อเขียน 3. แบบทดสอบปากเปล่า - 11.
8.3 แบ่งตามเวลาที่กำหนดให้ตอบ 1.แบบทดสอบที่จำกัดเวลาในการตอบ 2. แบบทดสอบที่ไม่จำกัดเวลาในการตอบ 8.4 แบ่งตามจำนวนผู้เข้าสอบ 1. แบบทดสอบเป็นรายบุคคล 2. แบบทดสอบเป็นชั้นหรือเป็นหมู่ 8.5 แบ่งตามสิ่งเร้าของการถาม 1. แบบทดสอบทางภาษา 2. แบบทดสอบที่ไม่ใช้ภาษา 8.6 แบ่งตามลักษณะของการใช้ประโยชน์ 1. แบบทดสอบย่อย 2. แบบทดสอบรวม - 12.
8.7 แบ่งตามเนื้อหาของข้อสอบในฉบับ 1.แบบทดสอบอัตนัย 2. แบบทดสอบปรนัย การสังเกต เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้ประสาทสัมผัสต่างๆของผู้สังเกตเป็นเครื่องมือ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กา หู เก็บข้อมูลตามที่ปรากฎโดยไม่แปลความหมายของข้อมูลนั้นตามความนึกคิดของผู้สงเกต ธรรมชาติของข้อมูลจากการสังเกต ข้อมูลที่ได้จากการสังเกต แบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ 1. เป็นรูปธรรม ข้อมูลเช่นนี้สามารถสังเกตได้โดยตรง 2. เป็นนามธรรม เป็นข้อมูลที่มาสามารถสังเกตได้โดยตรง ชนิดของการสังเกต การสังเกตแบ่งออกเป็น 2 ชนิดใหญ่ๆคือ 1. การสังเกตแบบมีส่วนร่วม 2. การสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม - 13.
ลักษณะของการสังเกตที่ดี 1. กำหนดจุดมุ่งหมายของการสังเกตให้แน่นอน2. วางแผนการสังเกตไว้ล่วงหน้า 3. ควรสังเกตโดยที่ผู้สังเกตไม่รู้ตัว 4. ควรระวังอย่าให้เกิดความลำเอียงในขณะที่สังเกต 5. ควรสังเกตหลายๆครั้ง เพื่อเป็นการตรวจสอบ 6. ควรมีการบันทึกการสังเกตทุกครั้ง การสัมภาษณ์ เป็นการสนทนาอย่างมีจุดมุ่งหมาย เพื่อต้องการผลอย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นกระบวนการสื่อสารระหว่างบุคคลสองคน หรือระหว่างบุคคลกับกลุ่มคนจำนวนจำกัด โดยมีจุดมุ่งหมายที่แน่นอน การสัมภาษณ์จะช่วยให้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถูกสัมภาษณ์ ในด้านบุคลิกภาพ ท่วงทีวาจา เจคติ ปฏิภาณ ไหวพริบ หรือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า - 14.
ประเภทของการสัมภาษณ์ 1. การสัมภาษณ์มีโครงสร้างแน่นอน2. การสัมภาษณ์ที่มีโครงสร้างแน่นอน แบบสอบถามและแบบสำรวจ แบบสอบถามเป็นชุดของคำถามที่สร้างขึ้นเพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับตัวบุคคลในด้านต่างๆเช่น ความคิดเห็น ความรู้สึก เป็นต้น แบบสอบถามเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการหาข้อมูลเกี่ยวกับตัวบุคคลอย่างแพร่หลาย ประเภทของแบบสอบถาม แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ 1. แบบสอบถามปลายเปิด เช่น - ทำไมท่านจึงต้องการเป็นครู 2. แบบสอบถามปลายเปิด มีรูปแบบของคำถาม 2 ประเภทคือ - แบบให้เลือกคำถามเดียว - แบบให้เลือกตอบได้หลายคำตอบ - 15.
- 16.
ประเภทของการวิเคราะห์ข้อมูล แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 1. การวิเคราะห์โดยไม่ใช้วิธีการทางสถิติ 2. การวิเคราะห์โดยใช้วิธีการทางสถิติ การประเมินผลทางการศึกษา คือ กระบวนการในการตัดสินใจสรุปคุณลักษณะหรือพฤติกรรรมของนักเรียนว่ามี คุณภาพดีระดับใด มีองค์ประกอบ 3 ประการ คือ 1. ผลการวัด 2. เกณฑ์การพิจารณา 3. การตัดสินใจ ขอบข่ายของการประเมินผลทางการศึกษา การประเมินทางการศึกษาขอบข่ายกว้าง - แคบเพียงใดและครอบคลุมสิ่งใดนั้นขึ้นอยู่กับความเข้าใจและการมองภาพของคำว่า ประกอบด้วยสิ่งใดบ้าง การประเมินทางการศึกษาก็จะต้องคลอบคลุมไปถึงองค์ประกอบดังกล่าวด้วย Input ได้แก่ ตัวนักเรียนทั้งในแง่ของระดับปัญญา ความสนใจสภาพแวดล้อม - 17.
Process ได้แก่การวางแผนการดำเนินการ การบริหาร Product หรือ Output ได้แก่ ผลที่ได้จากผลรวมของ Input และ Process เช่น ความรู้ ความสามารถ สติปัญญา คุณธรรม เป็นต้น การประเมินทางการศึกษามีความหมายทางการประเมินทางการประเมิน พอสรุปได้ 3 ประการ ดังนี้ 1. การประเมินเพื่อวินิจฉัย 2. การประเมินเพื่อปรับปรุง 3. การประเมินเพื่อตัดสินเพื่อลงสรุป ความสำคัญของการประเมินผลทางการศึกษา 1. ช่วยชี้ให้เห็นว่าการดำเนินงานเหมาะสมเพียงใด 2. ทำให้ทราบว่าการดำเนินงานบรรลุตามจุดประสงค์หรือไม่ 3. ช่วยกระตุ้นให้มีการเร่งรัด ปรับปรุง และการดำเนินงาน 4. ช่วยเห็นข้อบกพร่องในการดำเนินงานในแต่ละขั้นตอนเป็นหลักในการปรับปรุงในการดำเนินงาน - 18.
5. ช่วยควบคุมการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ 6.เป็นแนวทางในการกำหนดวิธีการในการดำเนินงานครั้งต่อไป หลักการของการประเมินผลทางการศึกษา 1. กำหนดสิ่งที่จะประเมินให้ชัดเจนและวัดได้ 2. วางแผนการประเมินให้รัดกุม 3. เกณฑ์ที่ใช้ในการประเมินต้องสัมพันธ์กับสิ่งที่ต้องการวัด 4. เลือกใช้เครื่องมือในการประเมินที่มีคุณภาพให้เหมาะสมกับสิ่งที่จะประเมิน 5. ปราศจากการลำเอียง การกำหนดสิ่งที่จะประเมินเกี่ยวกับการเรียนการสอน 1. การประเมินก่อนมีการเรียนการสอน 2. การประเมินขณะทำการเรียนการสอน 3. การประเมินผลเมื่อสิ้นสุดการเรียนการสอน 3.1 พฤติกรรมด้านพุทธิพิสัย แบ่งย่อยได้ - 19.
1. ความรู้ความจำ 2.ความเข้าใจ 3. การนำไปใช้ 4. การวิเคราะห์ 5. การสังเคราะห์ 6. การประเมินค่า 3.2 พฤติกรรมด้านจิตพิสัย เป็นพฤติกรรมทางด้านจิตใจที่แสดงออกมาในรูปของค่านิยม เจตคติ ความสนใจ 3.2 พฤติกรรมด้านทักษะพิสัย เป็นพฤติกรรมที่เกี่ยวกับทักษะในการเคลื่อนไหว การใช้อวัยวะต่างของร่างกาย ตลอดจนการประสานงานของประสาทและกล้ามเนื้อ - 20.
จากการเรียนรู้โดยทั่วไปอาจแยกลักษณะการประเมินผลจากข้อมูลออกเป็น 2 วิธี ที่สำคัญ คือ 1. การประเมินแบบอิงเกณฑ์ 2. การประเมินแบบอิงกลุ่ม การประเมินผลแบบอิงเกณฑ์ เป็นการวัดเพื่อต้องการทราบว่าบุคคลนั้นๆมีความสามารถถึงเกณฑ์ที่กำหนดไว้หรือไม่ การประเมินผลต้องนำคะแนนที่ได้จากผลงานไปเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนดไว้ การวัดผลใช้ในการวักสมรรถภาพเป็นรายบุคคล ถ้านักเรียนทำข้อสอบได้ถูกต้องถึงเกณฑ์ที่กำหนดไว้ถือว่าได้เรียนรู้ ตามจุดหมายแล้ว ข้อควรคำนึงการประเมินแบบอิงเกณฑ์ 1. วัตถุประสงค์การสอนต้องชัดเจน 2. ข้อสอบมีความเที่ยงตรงสูงและครอบคลุมวัตถุประสงค์การสอน 3. เกณฑ์ที่วัดต้องเด่นชัด มีหลักเกณฑ์ที่อ้างอย่างยุติธรรม - 21.
การประเมินแบบอิงกลุ่มเป็นการวัดเพื่อเปรียบเทียบคะแนนของบุคคลใดบุคคลหนึ่งกับบุคคลอื่น คือจำแนกคะแนนสูงสุดจนต่ำสุดแล้วจึงนำคะแนนเหล่านั้นมาเปรียบเทียบเพื่อ ประเมินต่อไป เช่น การสอบคัดเลือกนักศึกษาสอบเข้ามหาวิทยาลัย ข้อควรคำนึงการประเมินแบบอิงกลุ่ม 1. ข้อสอบต้องมีคุณภาพสูง มีความเชื่อมั่นและเที่ยงตรง 2. ข้อสอบที่ใช้จะต้องครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมด การประเมินจะต้องมีความยุติธรรม ตามสภาพความเป็นจริงของผลการเรียน