การจัดทาเอกสาร มคอ 3 - 7
ดร. ครรชิต มาลัยวงศ์ ราชบัณฑิต
25 กุมภาพันธ์ 2558
เนื้อหาคาบรรยาย
• แนวโน้มการปฏิบัติงานในยุคปัจจุบัน
• ความสาคัญของ มาตรฐานคุณวุฒิอุดมศึกษา
• ปัญหาในการจัดทาเอกสาร มคอ ๓ และ ๕ พร้อมกับคาแนะนา
ในการแก้ไขการจัดทาเอกสารให้ดีขึ้น
• สรุป
การปฏิบัติงานทั่วไป
• หน่วยงานหลายแห่งประสบปัญหาในการปฏิบัติงานมาก โดยเฉพาะ
หน่วยงานขนาดใหญ่ที่มีหน่วยงานย่อยปฏิบัติงานลักษณะเดียวกัน เช่น
มหาวิทยาลัยมีคณะต่างๆจานวนมาก หรือ กระทรวงมหาดไทยมีจังหวัด
ถึง 76 จังหวัด.
• ความสาเร็จของหน่วยงานย่อยส่วนมากขึ้นอยู่กับผู้ปฏิบัติที่มีทักษะและ
ความสามารถสูง
• การเปรียบเทียบความสาเร็จของหน่วยงานย่อยกระทาได้ยาก
• เมื่อผู้ปฏิบัติงานที่มีความสามารถสูงถูกโยกย้ายไป หน่วยงานก็มีปัญหา
• Performance จึงขึ้นๆลงๆ ตามตัวผู้บริหารที่มีความสามารถ
ความสามารถในการปฏิบัติงานขึ้นอยู่กับอะไร?
• บุคลากร หน่วยงานต้องการได้บุคลากรที่เก่งที่สุด แต่ไม่มี
หน่วยงานใดสามารถมีบุคลากรที่เก่งที่สุดในทุกด้าน
• เทคโนโลยี หน่วยงานสามารถซื้อเทคโนโลยีที่เยี่ยมยอดที่สุดมา
ใช้ แต่ความสามารถในการใช้ก็ขึ้นอยู่กับทักษะและ
ความสามารถของคน รวมทั้งการมีบุคลากรด้านเทคโนโลยีที่เก่ง
และมีความสามารถสูงมาเป็นผู้พัฒนา, จัดฝึกอบรม, และ ให้
ความช่วยเหลือ
• กระบวนงาน หน่วยงานต้องมีกระบวนงานเพื่อให้บุคลากร
สามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิผล
เป้าหมายของการปฏิบัติงานได้เปลี่ยนไป
• เดิมเป้าหมายของการปฏิบัติงานคือทางานให้เสร็จสิ้นตามหน้าที่
และที่สาคัญที่สุดคือให้หัวหน้าและผู้บริหารพอใจ
• แต่ปัจจุบันนี้เป้าหมายได้เปลี่ยนไปแล้ว นั่นคือ
– การปฏิบัติงานต้องให้ถูกต้องตรงตามกฎหมาย, กฎระเบียบ, มาตรฐาน
– การปฏิบัติงานต้องทาให้ลูกค้าและผู้รับบริการพอใจ
– การปฏิบัติงานต้องมีประสิทธิภาพ, ประสิทธิผล และ คุณภาพ
– การปฏิบัติงานต้องได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นตลอดเวลา เพื่อให้
หน่วยงานมีความยั่งยืน
– การปฏิบัติงานต้องทาให้ผู้ปฏิบัติได้รับความรู้เพิ่มมากขึ้น
การพัฒนาตนเองของหน่วยงานต่างๆ
• เพื่อตอบสนองต่อแนวทางการปฏิบัติงานแบบใหม่ หน่วยงานจานวน
มากจึงได้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติงานของตนเองด้วยวิธี
ต่างๆ
– การรื้อปรับระบบ (Business Process Reengineering)
– การนามาตรฐาน ISO มาใช้ เช่น ISO 9000 ที่มีหลักการง่ายๆว่า จดบันทึก
วิธีการที่คุณทา แล้ว ทาตามวิธีการที่คุณบันทึก
– การทางานที่หลากหลาย ทาให้หน่วยงานที่ต้องกากับดูแลงานเฉพาะกิจต้อง
ศึกษาและพัฒนามาตรฐานกลางมากขึ้น เช่น กระทรวงศึกษาธิการต้อง
พัฒนาวิธีการaccreditation, กระทรวงสาธารณสุขกาหนดให้มีการ
ประเมินมาตรฐาน HA, สถาบันวิศวกรรมซอฟต์แวร์ (ในสหรัฐฯ) กาหนดให้
มีการประเมิน CMMI.
Based on material from:
Bruegge and Dutoit 7
มาตรฐานในงานวิศวกรรมซอฟต์แวร์
การสะท้อนให้เห็นเป้าหมายที่เปลี่ยนไป
• การทางานในแต่ละแผนกจะมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเหมือนกัน
หมดได้ต่อเมื่อมีการเขียนขั้นตอนการทางานนั้นเป็นมาตรฐานลาย
ลักษณอักษร ขั้นตอนที่เขียนนั้นต้องได้มาจากการวิเคราะห์ศึกษาข้อดี
ข้อเสียของการปฏิบัติงานเดิม และศึกษา Best practices ของผู้อี่น
• กระบวนงานมาตรฐานนั้นจะต้องปรับเปลี่ยนได้ตามความจาเป็นในการ
นาไปใช้งานในสถานการณ์ต่างๆ
• ผู้ปฏิบัติงานได้รับการฝึกอบรมให้รู้จักใช้ขั้นตอนมาตรฐานนั้น
• มีการกากับดูแลเพื่อให้แน่ใจว่า ผู้ปฏิบัติได้ปฏิบัติตามขั้นตอนจริง
การสะท้อนให้เห็นเป้าหมายที่เปลี่ยนไป 2
• มีการจัดเก็บตัวชี้วัดเพื่อใช้ในการวัด performance และคุณภาพ ของ
การปฏิบัติงาน, ความสอดคล้องกับระเบียบปฏิบัติ, ความสาเร็จของ
ผลลัพธ์
• มีการวางแผนและบันทึกรายละเอียดการปฏิบัติงาน
• มีการพิจารณาจัดหาทรัพยากรที่ต้องการใช้ในการปฏิบัติงาน
• มีการพิจารณาประเด็นปัญหาและตัดสินใจแก้ปัญหา โดยบันทึก
ประเด็นปัญหาและการตัดสินใจเอาไว้ด้วย
• มีการเสนอแนะแนวทางการปรับปรุงการปฏิบัติงานสาหรับอนาคต
• มีการจัดทารายงานเสนอผู้บริหารให้ทราบผลการปฏิบัติงาน
กล่าวโดยย่อ การปฏิบัติงานยุคใหม่มีลักษณะดังนี้
1. การปฏิบัติงานมีลักษณะเป็นกระบวนงาน ซึ่งอาจจะมีขั้นตอนข้าม
ฟังก์ชันงานหลายแผนกได้
2. กระบวนงานระบุขั้นตอนปฏิบัติไว้อย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร
โดยมีหลักคิดว่า หากผู้ปฏิบัติงานทาตามขั้นตอนที่กาหนดไว้อย่าง
ถูกต้องครบถ้วนแล้ว ผลงานจะต้องดีเสมอ
3. ผู้ปฏิบัติสามารถปรับเปลี่ยนกระบวนงานมาตรฐานให้เหมาะสมกับ
สภาวการณ์ได้ แต่ต้องทาตามกฎเกณฑ์ที่กาหนด
4. กระบวนงานมีหัวข้อปฏิบัติสองด้าน
1. หัวข้อปฏิบัติที่เป็นงานหลักตามภารกิจของกระบวนงานนั้น
2. หัวข้อปฏิบัติที่เป็นงานจัดการกระบวนงานนั้น
งานของอาจารย์คือ การสอนและให้คาปรึกษา
• การสอนอาจจัดว่าเป็นกระบวนงานได้ เพราะเป็นงานที่มีกิจกรรม
เกี่ยวเนื่องกับฟังก์ชันงานอื่นๆหลายงาน
• ขั้นตอนหลักคือ
– การรับทราบชื่อรายวิชาที่จะสอน
– การรับทราบรายชื่อนักศึกษาที่ได้ลงทะเบียนเรียน
– การจัดเตรียมทรัพยากรสาหรับใช้
– การจัดเตรียมเอกสารการสอนและงานที่จะมอบหมาย
– การสอนและการมอบหมายงาน
– การจัดเตรียมข้อสอบ
– การสอบ
– การตรวจข้อสอบ, การคิดคะแนนสอบและส่งคะแนนสอบ
มคอ เป็นกรอบเพื่อให้มหาวิทยาลัยมีคุณภาพ
• มคอ ๑ เป็นมาตรฐานหลักสูตรแต่ละสาขาที่ คกก กาหนดขึ้น
• มคอ ๒ เป็นหลักสูตรที่แต่ละสถาบันจัดทาขึ้น ตาม มคอ 1 หรือ
ตามที่สถาบันเห็นว่าควรจะเป็นในกรณีที่ไม่มี มคอ 1
• มคอ ๓ - ๔ เป็นเอกสารการวางแผนและเตรียมการสอน
• มคอ ๕ - ๖ เป็นเอกสารสรุปผลการสอน
• มคอ ๗ เป็นเอกสารแสดงผลการประชุมพิจารณาประเมินผลการ
สอนของอาจารย์ในรอบปี เพื่อปรับปรุงเนื้อหาวิชาและหลักสูตร
มคอ มายุ่งเกี่ยวกับการสอนอย่างไรบ้าง?
• ในบางสาขา มคอ ๑ กาหนดวิชาที่จะต้องเปิดสอน
• มคอ ๒ ต้องให้รายละเอียดต่างๆ มากมาย
– ชื่อหลักสูตร ฯลฯ และ อาชีพที่จะปฏิบัติได้
– ปรัชญาและแนวคิดของหลักสูตร
– ทักษะอย่างน้อย ๕ ประการที่นักศึกษาจะต้องได้รับ
– จานวนและรายชื่อวิชากลุ่มต่างๆ
– ทรัพยากรของหลักสูตร
– ตัวชี้วัด
– แผนการพัฒนาอาจารย์
– ฯลฯ.
รายละเอียดของ มคอ ๓
หมวดที่ ๑ ข้อมูลทั่วไป
หมวดที่ ๒ จุดมุ่งหมายและวัตถุประสงค์
หมวดที่ ๓ ลักษณะและการดาเนินการ
หมวดที่ ๔ การพัฒนาผลการเรียนรู้ของนักศึกษา
หมวดที่ ๕ แผนการสอนและการประเมิน
หมวดที่ ๖ ทรัพยากรประกอบการเรียนการสอน
หมวดที่ ๗ การประเมินและการปรับปรุงของรายวิชา
อาจารย์ใช้ มคอ ๓ ทาอะไร
มคอ ๓ คือเครื่องมือในการวางแผนการสอนของอาจารย์ และ อาจารย์จะต้องทา
ให้เสร็จสิ้นก่อนการเปิดสอนในภาคการศึกษานั้น
• อาจารย์กาหนดจุดมุ่งหมายของรายวิชา
• อาจารย์ทราบคาอธิบายรายวิชาจาก มคอ ๒
• อาจารย์แจกแจงคาอธิบายรายวิชาลงในแผนการสอนได้
• อาจารย์นาผลการเรียนรู้ของรายวิชาจาก มคอ ๒ มาเป็นตัวตั้งในการสอน
และการประเมินผลการเรียนรู้ได้
• อาจารย์กาหนดวิธีการประเมินรายวิชาและประกาศให้ นศ รู้
• อาจารย์ทราบผลการประเมินการสอนจากการให้ นศ ประเมิน
• อาจารย์สามารถเสนอแนะแนวทางการปรับปรุงรายวิชา
ปัญหาที่พบในการเขียน มคอ ๓
• ข้อมูลในหมวดที่ ๑ ผิดพลาด เพราะอาจารย์ไม่ได้ใส่ใจเขียน
เช่น วันที่จัดทาหรือปรับปรุงรายละเอียดของรายวิชาครั้งล่าสุด
ไม่ถูกต้อง
• จุดมุ่งหมายของรายวิชา (หมวดที่ ๒) ไม่ตรงกับคาอธิบายรายวิชา
• วัตถุประสงค์ในการพัฒนา/ปรับปรุงรายวิชา ไม่สะท้อนถึง
ความคิดว่าทาไมจึงต้องมีรายวิชานี้ในหลักสูตร ส่วนมากมักจะ
เขียนซ้ากับวัตถุประสงค์ของรายวิชา
• จานวนชั่วโมงที่ใช้ต่อภาคการศึกษา (หมวดที่ ๓) ไม่ถูกต้อง (ให้
พิจารณาจากหน่วยกิต และ การสอนจริง ๑๕ สัปดาห์)
ปัญหาที่พบในการเขียน มคอ ๓
• จานวนชั่วโมงต่อสัปดาห์ที่อาจารย์ให้คาปรึกษาแนะนาฯ (หมวด
ที่ ๓) ถ้ามีให้อ้างถึงประกาศ หรือ ข้อมูลในเว็บ.
• การพัฒนาผลการเรียนรู้ของ นศ. (หมวดที่ ๔) อาจารย์หลายคน
ไม่ได้พิจารณารายละเอียด คือเพียงแต่ก๊อปปีจาก มคอ ๒ มาลง
เท่านั้น. อาจารย์จะต้องพิจารณาผลการเรียนรู้ที่เป็นจุดดา ใน
มคอ ๒ แล้วนามาพิจารณาว่าตรงกับเนื้อหาอะไรในวิชา เช่น ใน
ด้านคุณธรรมนั้น ถ้าเป็นวิชา ภ ไทย, ภ อังกฤษ, สังคมศาสตร์ จะ
มีคุณธรรมอะไรที่จะต้องสอน, จะสอนอย่างไร, และจะ
ประเมินผลด้วยการสอบในแบบใด.
ปัญหาที่พบในการเขียน มคอ ๓
• แผนการสอน (หมวดที่ ๕) มักจะเขียนหยาบเกินไป
• ถ้าตอนทา มคอ ๒ ได้แยกย่อยคาอธิบายรายวิชาลงไปถึง ๑๒-๑๕
เรื่องแล้ว จะทาให้จัดเตรียมแผนการสอนได้ง่าย.
• ถ้าการสอนตรงกับบทใดในตาราหลัก ให้ระบุไว้ด้วย (อาจารย์หลาย
คนมักจะไม่ระบุ ซึ่งเท่ากับไม่ได้วางแผน).
• กิจกรรมการเรียนการสอน ควรพิจารณาให้สอดคล้องกับเนื้อหา
(อย่ามีแต่เพียงบรรยายด้วย PPT อย่างเดียว).
• ผู้สอน ถ้ามีหลายคน ให้ระบุให้ชัด.
• เรื่องใหญ่คือ เขียนจานวนสัปดาห์ที่ใช้สอนไม่ครบ ๑๕ สัปดาห์
ปัญหาที่พบในการเขียน มคอ ๓
• แผนการประเมินการเรียนรู้ คือการระบุว่าจะประเมินนักศึกษา
ออกมาเป็นคาแนนสอบ (หรือเกรด) ได้อย่างไร. อาจารย์จะต้อง
ตรวจสอบว่าคะแนนสอบย่อยทั้งหมดนั้นเมื่อรวมแล้วได้ ๑๐๐% จริง
• หมวดที่ ๖ ทรัพยากรประกอบการเรียนการสอน
– เอกสารและตาราหลัก คือเอกสารและตาราที่กาหนดให้นักศึกษาทุกคน
จะต้องมีเพื่ออ่าน อาจจะเป็นเอกสารการสอนอย่างละเอียดที่อาจารย์
จัดเตรียมให้ก็ได้ ถ้าเป็นตาราควรเป็นเล่มที่ยังหาซื้อได้ในปัจจุบัน
– เอกสารและข้อมูลสาคัญ คือเอกสารและตาราที่มีอยู่ในห้องสมุด และเป็น
ส่วนที่นักศึกษาควรจะอ่านประกอบเพื่อขยายความรู้ให้กว้างขวาง. ควรเป็น
เล่มที่มีในห้องสมุดและให้กาหนด ISBN ไว้ด้วย.
– เอกสารและข้อมูลแนะนา คือเอกสารอื่นๆ รวมทั้ง URL ของเว็บ ซึ่ง
นักศึกษาอาจจะอ่านหรือไม่อ่านก็ได้.
ปัญหาที่พบในการเขียน มคอ ๓
• อาจารย์หลายท่านไม่ชอบหมวดที่ ๗ การประเมินและการ
ปรับปรุงการดาเนินการของรายวิชา. แต่หมวดนี้ก็คือการประกัน
คุณภาพ และเป็นหมวดที่สามารถช่วยให้อาจารย์สอนได้ดีขึ้น.
• มหาวิทยาลัยควรมีนโยบายในการประเมินการสอนของอาจารย์?
• การปรับปรุงการสอนในหมวดนี้ไม่ใช่ปรับปรุงหลังเสร็จสิ้นการ
สอน แต่เป็นการปรับปรุงระหว่างที่ยังสอนอยู่
• การทวนสอบผลสัมฤทธิ์ หากให้ คกก ทวนสอบ จะต้องจัดเก็บ
รายงานการประชุมไว้เป็นหลักฐาน.
รายละเอียดของมคอ ๕
หมวดที่ ๑ ข้อมูลทั่วไป
หมวดที่ ๒ การจัดการเรียนการสอนที่เปรียบเทียบกับแผนการสอน
หมวดที่ ๓ สรุปผลการจัดการเรียนการสอนของรายวิชา
หมวดที่ ๔ ปัญหาและผลกระทบต่อการดาเนินการ
หมวดที่ ๕ การประเมินรายวิชา
หมวดที่ ๖ แผนการปรับปรุง
ปัญหาที่พบในการเขียน มคอ ๕
• แบบฟอร์มที่ สกอ กาหนด ไม่ได้มีคอลัมน์สาหรับระบุสัปดาห์
ควรเติมเข้าไปเพื่อให้ตรวจสอบกับแผนการสอนใน มคอ ๓ ได้
ง่าย
• ข้อเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาที่ระบุในหมวดที่ ๒ ไม่ได้รับการ
ประมวลไปพิจารณาในหมวดที่ ๖
• อาจารย์ไม่ได้พิจารณากรอกเนื้อหาในหมวดที่ ๒ อย่างจริงจัง
เพราะอาจไม่ใส่ใจ หรือ ไม่ได้จดบันทึกรายละเอียดเอาไว้ หรือ
ไม่ได้แก้ไขปัญหาระหว่างการสอน
ปัญหาที่พบในการเขียน มคอ ๕
• หมวดที่ ๓ สรุปผลการจัดการเรียนการสอนของรายวิชา มักจะมี
ปัญหาเรื่องการนับจานวน นศ ในประเภทต่างๆ ไม่ตรงกันกับใบ
แจ้งระดับคะแนนนักศึกษา.
• ระดับคะแนนที่ผิดปกติ ไม่ได้รับการอธิบายอย่างชัดเจนว่าเป็น
เพราะสาเหตุอะไร. ส่วนใหญ่อาจารย์มักจะบอกว่า นศ มี
พื้นฐานค่อนข้างต่า แต่ คาถามก็คือ แล้วอาจารย์ได้ปรับปรุงการ
สอนอย่างไรเพื่อรับมือกับปัญหานี้บ้าง?
• ประเด็นด้านการคลาดเคลื่อนจากแผนการประเมินมักจะไม่มีใคร
รายงาน
ปัญหาที่พบในการเขียน มคอ ๕
• หมวดที่ ๔ ปัญหาและผลกระทบต่อการดาเนินการ เป็นหมวดที่
อาจารย์ควรจะใช้ในการแจ้งให้มหาวิทยาลัยทราบว่ามีปัญหาใน
ด้านทรัพยากร หรือ การบริหารของคณะอย่างไรบ้าง?
• หมวดที่ ๕ การประเมินรายวิชา และ ความเห็นของอาจารย์
ผู้สอน ควรให้ความเห็นในเชิงสร้างสรรค์เกี่ยวกับผลการประเมิน
โดยเฉพาะให้เน้นว่าอาจารย์จะช่วยปรับปรุงการสอนได้อย่างไร?
• หมวดที่ ๖ แผนการปรับปรุง ส่วนใหญ่ที่พบมาอาจารย์ยังเขียน
น้อยเกินไป
การจัดทารายงาน มคอ ๕ และ ๗
• อาจารย์แต่ละวิชาที่สอนในภาคการศึกษานั้นๆ จะต้องจัดทารายงาน
มคอ ๕ ให้เสร็จภายใน ๓๐ วันหลังสิ้นสุดภาคการศึกษา และ ให้ส่ง
รายงานนั้นให้อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร.
• อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรพิจารณาปัญหาที่ได้รับทราบจาก
รายงาน. หากเห็นว่าเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับการบริหารหรือการจัดสรร
ทรัพยากรให้รีบแก้ไขทันที.
• เมื่อสิ้นสุดปีการศึกษาแล้ว คณะกรรมการประจาหลักสูตรจะต้อง
ประชุมพิจารณารายงาน มคอ ๕ ทั้งหมด แล้วนารายละเอียดมาจัดทา
เป็นรายงาน มคอ ๗ เพื่อเสนอแนะวิธีการแก้ไขปรับปรุงหลักสูตร
ต่อไป.
กรอบมาตรฐาคุณวุฒิ
อุดมศึกษาแห่งชาติ
ติดตามโดยการประกัน
คุณภาพ
การวิจัยในห้องเรียน
Teaching Unit
กลวิธีการสอนแบบต่าง ๆ
TQF ระดับสาขาวิชา
รายละเอียดของหลักสูตร
(มคอ2)
รายละเอียด
ของรายวิชา
(มคอ3,4)
กระบวนการเรียนการสอน
การวัดผลประเมินผล
วางแผนปรับปรุง + พัฒนา
การรายงานผล
รายวิชา(มคอ5,6
)
การรายงานผลหลักสูตรประจาปี(มคอ.7)
(รายงานผลการดาเนินการในภาพรวม
และเสนอแนวทางในการปรับปรุง)
เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตร
เกณฑ์กาหนดชื่อปริญญา
หลักเกณฑ์การเทียบโอน
เกณฑ์แนวทางอื่น ๆ
 ติดตามผลการดาเนินการโดยประกันคุณภาพ (IQA)
ภาควิชา
คณะกรรมการ
จัดทาหลักสูตร
อาจารย์ผู้สอน
อาจารย์ผู้สอน
อาจารย์ประจาหลักสูตร
หัวหน้าภาควิชา
เอกสาร มคอ.3-7 เป็นเอกสารภายในของสถาบัน ต้องมีให้ตรวจสอบ
สรุปการดาเนินงานตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิการศึกษา (TQF)
สรุป
• การจัดทาเอกสาร มคอ ทั้งหลายให้มีความถูกต้องเป็นเรื่องสาคัญ
ไม่ใช่เพราะ สกอ บังคับ แต่เพราะเป็นการปฏิบัติที่ดี.
• มาตรฐานคุณวุฒิอุดมศึกษา หรือ มคอ นี้ หากพิจารณาให้ถี่ถ้วนแล้ว
จะเห็นว่าเป็นวิธีการปฏิบัติที่ดี และ ได้จัดทาขึ้นตามหลักการที่ดี
เยี่ยม.
• อาจารย์สมควรศึกษารายละเอียดในแต่ละรายงานให้เข้าใจ.
• อาจารย์จะต้องฝึกการสอนให้นักศึกษาได้ความรู้ตามที่กาหนดไว้ใน
เอกสาร มคอ, นักศึกษาเกิดทักษะ ๕ ประการจริง, อาจารย์ได้รับ
ความรู้และทักษะที่ดีในการสอนและการปรับปรุงการสอน,
มหาวิทยาลัยได้อาจารย์และนักศึกษาที่มีคุณภาพ

การจัดทำเอกสาร มคอ 3 - 7

  • 1.
    การจัดทาเอกสาร มคอ 3- 7 ดร. ครรชิต มาลัยวงศ์ ราชบัณฑิต 25 กุมภาพันธ์ 2558
  • 2.
    เนื้อหาคาบรรยาย • แนวโน้มการปฏิบัติงานในยุคปัจจุบัน • ความสาคัญของมาตรฐานคุณวุฒิอุดมศึกษา • ปัญหาในการจัดทาเอกสาร มคอ ๓ และ ๕ พร้อมกับคาแนะนา ในการแก้ไขการจัดทาเอกสารให้ดีขึ้น • สรุป
  • 3.
    การปฏิบัติงานทั่วไป • หน่วยงานหลายแห่งประสบปัญหาในการปฏิบัติงานมาก โดยเฉพาะ หน่วยงานขนาดใหญ่ที่มีหน่วยงานย่อยปฏิบัติงานลักษณะเดียวกันเช่น มหาวิทยาลัยมีคณะต่างๆจานวนมาก หรือ กระทรวงมหาดไทยมีจังหวัด ถึง 76 จังหวัด. • ความสาเร็จของหน่วยงานย่อยส่วนมากขึ้นอยู่กับผู้ปฏิบัติที่มีทักษะและ ความสามารถสูง • การเปรียบเทียบความสาเร็จของหน่วยงานย่อยกระทาได้ยาก • เมื่อผู้ปฏิบัติงานที่มีความสามารถสูงถูกโยกย้ายไป หน่วยงานก็มีปัญหา • Performance จึงขึ้นๆลงๆ ตามตัวผู้บริหารที่มีความสามารถ
  • 4.
    ความสามารถในการปฏิบัติงานขึ้นอยู่กับอะไร? • บุคลากร หน่วยงานต้องการได้บุคลากรที่เก่งที่สุดแต่ไม่มี หน่วยงานใดสามารถมีบุคลากรที่เก่งที่สุดในทุกด้าน • เทคโนโลยี หน่วยงานสามารถซื้อเทคโนโลยีที่เยี่ยมยอดที่สุดมา ใช้ แต่ความสามารถในการใช้ก็ขึ้นอยู่กับทักษะและ ความสามารถของคน รวมทั้งการมีบุคลากรด้านเทคโนโลยีที่เก่ง และมีความสามารถสูงมาเป็นผู้พัฒนา, จัดฝึกอบรม, และ ให้ ความช่วยเหลือ • กระบวนงาน หน่วยงานต้องมีกระบวนงานเพื่อให้บุคลากร สามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิผล
  • 5.
    เป้าหมายของการปฏิบัติงานได้เปลี่ยนไป • เดิมเป้าหมายของการปฏิบัติงานคือทางานให้เสร็จสิ้นตามหน้าที่ และที่สาคัญที่สุดคือให้หัวหน้าและผู้บริหารพอใจ • แต่ปัจจุบันนี้เป้าหมายได้เปลี่ยนไปแล้วนั่นคือ – การปฏิบัติงานต้องให้ถูกต้องตรงตามกฎหมาย, กฎระเบียบ, มาตรฐาน – การปฏิบัติงานต้องทาให้ลูกค้าและผู้รับบริการพอใจ – การปฏิบัติงานต้องมีประสิทธิภาพ, ประสิทธิผล และ คุณภาพ – การปฏิบัติงานต้องได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นตลอดเวลา เพื่อให้ หน่วยงานมีความยั่งยืน – การปฏิบัติงานต้องทาให้ผู้ปฏิบัติได้รับความรู้เพิ่มมากขึ้น
  • 6.
    การพัฒนาตนเองของหน่วยงานต่างๆ • เพื่อตอบสนองต่อแนวทางการปฏิบัติงานแบบใหม่ หน่วยงานจานวน มากจึงได้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติงานของตนเองด้วยวิธี ต่างๆ –การรื้อปรับระบบ (Business Process Reengineering) – การนามาตรฐาน ISO มาใช้ เช่น ISO 9000 ที่มีหลักการง่ายๆว่า จดบันทึก วิธีการที่คุณทา แล้ว ทาตามวิธีการที่คุณบันทึก – การทางานที่หลากหลาย ทาให้หน่วยงานที่ต้องกากับดูแลงานเฉพาะกิจต้อง ศึกษาและพัฒนามาตรฐานกลางมากขึ้น เช่น กระทรวงศึกษาธิการต้อง พัฒนาวิธีการaccreditation, กระทรวงสาธารณสุขกาหนดให้มีการ ประเมินมาตรฐาน HA, สถาบันวิศวกรรมซอฟต์แวร์ (ในสหรัฐฯ) กาหนดให้ มีการประเมิน CMMI.
  • 7.
    Based on materialfrom: Bruegge and Dutoit 7 มาตรฐานในงานวิศวกรรมซอฟต์แวร์
  • 8.
    การสะท้อนให้เห็นเป้าหมายที่เปลี่ยนไป • การทางานในแต่ละแผนกจะมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเหมือนกัน หมดได้ต่อเมื่อมีการเขียนขั้นตอนการทางานนั้นเป็นมาตรฐานลาย ลักษณอักษร ขั้นตอนที่เขียนนั้นต้องได้มาจากการวิเคราะห์ศึกษาข้อดี ข้อเสียของการปฏิบัติงานเดิมและศึกษา Best practices ของผู้อี่น • กระบวนงานมาตรฐานนั้นจะต้องปรับเปลี่ยนได้ตามความจาเป็นในการ นาไปใช้งานในสถานการณ์ต่างๆ • ผู้ปฏิบัติงานได้รับการฝึกอบรมให้รู้จักใช้ขั้นตอนมาตรฐานนั้น • มีการกากับดูแลเพื่อให้แน่ใจว่า ผู้ปฏิบัติได้ปฏิบัติตามขั้นตอนจริง
  • 9.
    การสะท้อนให้เห็นเป้าหมายที่เปลี่ยนไป 2 • มีการจัดเก็บตัวชี้วัดเพื่อใช้ในการวัดperformance และคุณภาพ ของ การปฏิบัติงาน, ความสอดคล้องกับระเบียบปฏิบัติ, ความสาเร็จของ ผลลัพธ์ • มีการวางแผนและบันทึกรายละเอียดการปฏิบัติงาน • มีการพิจารณาจัดหาทรัพยากรที่ต้องการใช้ในการปฏิบัติงาน • มีการพิจารณาประเด็นปัญหาและตัดสินใจแก้ปัญหา โดยบันทึก ประเด็นปัญหาและการตัดสินใจเอาไว้ด้วย • มีการเสนอแนะแนวทางการปรับปรุงการปฏิบัติงานสาหรับอนาคต • มีการจัดทารายงานเสนอผู้บริหารให้ทราบผลการปฏิบัติงาน
  • 10.
    กล่าวโดยย่อ การปฏิบัติงานยุคใหม่มีลักษณะดังนี้ 1. การปฏิบัติงานมีลักษณะเป็นกระบวนงานซึ่งอาจจะมีขั้นตอนข้าม ฟังก์ชันงานหลายแผนกได้ 2. กระบวนงานระบุขั้นตอนปฏิบัติไว้อย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร โดยมีหลักคิดว่า หากผู้ปฏิบัติงานทาตามขั้นตอนที่กาหนดไว้อย่าง ถูกต้องครบถ้วนแล้ว ผลงานจะต้องดีเสมอ 3. ผู้ปฏิบัติสามารถปรับเปลี่ยนกระบวนงานมาตรฐานให้เหมาะสมกับ สภาวการณ์ได้ แต่ต้องทาตามกฎเกณฑ์ที่กาหนด 4. กระบวนงานมีหัวข้อปฏิบัติสองด้าน 1. หัวข้อปฏิบัติที่เป็นงานหลักตามภารกิจของกระบวนงานนั้น 2. หัวข้อปฏิบัติที่เป็นงานจัดการกระบวนงานนั้น
  • 11.
    งานของอาจารย์คือ การสอนและให้คาปรึกษา • การสอนอาจจัดว่าเป็นกระบวนงานได้เพราะเป็นงานที่มีกิจกรรม เกี่ยวเนื่องกับฟังก์ชันงานอื่นๆหลายงาน • ขั้นตอนหลักคือ – การรับทราบชื่อรายวิชาที่จะสอน – การรับทราบรายชื่อนักศึกษาที่ได้ลงทะเบียนเรียน – การจัดเตรียมทรัพยากรสาหรับใช้ – การจัดเตรียมเอกสารการสอนและงานที่จะมอบหมาย – การสอนและการมอบหมายงาน – การจัดเตรียมข้อสอบ – การสอบ – การตรวจข้อสอบ, การคิดคะแนนสอบและส่งคะแนนสอบ
  • 12.
    มคอ เป็นกรอบเพื่อให้มหาวิทยาลัยมีคุณภาพ • มคอ๑ เป็นมาตรฐานหลักสูตรแต่ละสาขาที่ คกก กาหนดขึ้น • มคอ ๒ เป็นหลักสูตรที่แต่ละสถาบันจัดทาขึ้น ตาม มคอ 1 หรือ ตามที่สถาบันเห็นว่าควรจะเป็นในกรณีที่ไม่มี มคอ 1 • มคอ ๓ - ๔ เป็นเอกสารการวางแผนและเตรียมการสอน • มคอ ๕ - ๖ เป็นเอกสารสรุปผลการสอน • มคอ ๗ เป็นเอกสารแสดงผลการประชุมพิจารณาประเมินผลการ สอนของอาจารย์ในรอบปี เพื่อปรับปรุงเนื้อหาวิชาและหลักสูตร
  • 13.
    มคอ มายุ่งเกี่ยวกับการสอนอย่างไรบ้าง? • ในบางสาขามคอ ๑ กาหนดวิชาที่จะต้องเปิดสอน • มคอ ๒ ต้องให้รายละเอียดต่างๆ มากมาย – ชื่อหลักสูตร ฯลฯ และ อาชีพที่จะปฏิบัติได้ – ปรัชญาและแนวคิดของหลักสูตร – ทักษะอย่างน้อย ๕ ประการที่นักศึกษาจะต้องได้รับ – จานวนและรายชื่อวิชากลุ่มต่างๆ – ทรัพยากรของหลักสูตร – ตัวชี้วัด – แผนการพัฒนาอาจารย์ – ฯลฯ.
  • 14.
    รายละเอียดของ มคอ ๓ หมวดที่๑ ข้อมูลทั่วไป หมวดที่ ๒ จุดมุ่งหมายและวัตถุประสงค์ หมวดที่ ๓ ลักษณะและการดาเนินการ หมวดที่ ๔ การพัฒนาผลการเรียนรู้ของนักศึกษา หมวดที่ ๕ แผนการสอนและการประเมิน หมวดที่ ๖ ทรัพยากรประกอบการเรียนการสอน หมวดที่ ๗ การประเมินและการปรับปรุงของรายวิชา
  • 15.
    อาจารย์ใช้ มคอ ๓ทาอะไร มคอ ๓ คือเครื่องมือในการวางแผนการสอนของอาจารย์ และ อาจารย์จะต้องทา ให้เสร็จสิ้นก่อนการเปิดสอนในภาคการศึกษานั้น • อาจารย์กาหนดจุดมุ่งหมายของรายวิชา • อาจารย์ทราบคาอธิบายรายวิชาจาก มคอ ๒ • อาจารย์แจกแจงคาอธิบายรายวิชาลงในแผนการสอนได้ • อาจารย์นาผลการเรียนรู้ของรายวิชาจาก มคอ ๒ มาเป็นตัวตั้งในการสอน และการประเมินผลการเรียนรู้ได้ • อาจารย์กาหนดวิธีการประเมินรายวิชาและประกาศให้ นศ รู้ • อาจารย์ทราบผลการประเมินการสอนจากการให้ นศ ประเมิน • อาจารย์สามารถเสนอแนะแนวทางการปรับปรุงรายวิชา
  • 16.
    ปัญหาที่พบในการเขียน มคอ ๓ •ข้อมูลในหมวดที่ ๑ ผิดพลาด เพราะอาจารย์ไม่ได้ใส่ใจเขียน เช่น วันที่จัดทาหรือปรับปรุงรายละเอียดของรายวิชาครั้งล่าสุด ไม่ถูกต้อง • จุดมุ่งหมายของรายวิชา (หมวดที่ ๒) ไม่ตรงกับคาอธิบายรายวิชา • วัตถุประสงค์ในการพัฒนา/ปรับปรุงรายวิชา ไม่สะท้อนถึง ความคิดว่าทาไมจึงต้องมีรายวิชานี้ในหลักสูตร ส่วนมากมักจะ เขียนซ้ากับวัตถุประสงค์ของรายวิชา • จานวนชั่วโมงที่ใช้ต่อภาคการศึกษา (หมวดที่ ๓) ไม่ถูกต้อง (ให้ พิจารณาจากหน่วยกิต และ การสอนจริง ๑๕ สัปดาห์)
  • 17.
    ปัญหาที่พบในการเขียน มคอ ๓ •จานวนชั่วโมงต่อสัปดาห์ที่อาจารย์ให้คาปรึกษาแนะนาฯ (หมวด ที่ ๓) ถ้ามีให้อ้างถึงประกาศ หรือ ข้อมูลในเว็บ. • การพัฒนาผลการเรียนรู้ของ นศ. (หมวดที่ ๔) อาจารย์หลายคน ไม่ได้พิจารณารายละเอียด คือเพียงแต่ก๊อปปีจาก มคอ ๒ มาลง เท่านั้น. อาจารย์จะต้องพิจารณาผลการเรียนรู้ที่เป็นจุดดา ใน มคอ ๒ แล้วนามาพิจารณาว่าตรงกับเนื้อหาอะไรในวิชา เช่น ใน ด้านคุณธรรมนั้น ถ้าเป็นวิชา ภ ไทย, ภ อังกฤษ, สังคมศาสตร์ จะ มีคุณธรรมอะไรที่จะต้องสอน, จะสอนอย่างไร, และจะ ประเมินผลด้วยการสอบในแบบใด.
  • 18.
    ปัญหาที่พบในการเขียน มคอ ๓ •แผนการสอน (หมวดที่ ๕) มักจะเขียนหยาบเกินไป • ถ้าตอนทา มคอ ๒ ได้แยกย่อยคาอธิบายรายวิชาลงไปถึง ๑๒-๑๕ เรื่องแล้ว จะทาให้จัดเตรียมแผนการสอนได้ง่าย. • ถ้าการสอนตรงกับบทใดในตาราหลัก ให้ระบุไว้ด้วย (อาจารย์หลาย คนมักจะไม่ระบุ ซึ่งเท่ากับไม่ได้วางแผน). • กิจกรรมการเรียนการสอน ควรพิจารณาให้สอดคล้องกับเนื้อหา (อย่ามีแต่เพียงบรรยายด้วย PPT อย่างเดียว). • ผู้สอน ถ้ามีหลายคน ให้ระบุให้ชัด. • เรื่องใหญ่คือ เขียนจานวนสัปดาห์ที่ใช้สอนไม่ครบ ๑๕ สัปดาห์
  • 19.
    ปัญหาที่พบในการเขียน มคอ ๓ •แผนการประเมินการเรียนรู้ คือการระบุว่าจะประเมินนักศึกษา ออกมาเป็นคาแนนสอบ (หรือเกรด) ได้อย่างไร. อาจารย์จะต้อง ตรวจสอบว่าคะแนนสอบย่อยทั้งหมดนั้นเมื่อรวมแล้วได้ ๑๐๐% จริง • หมวดที่ ๖ ทรัพยากรประกอบการเรียนการสอน – เอกสารและตาราหลัก คือเอกสารและตาราที่กาหนดให้นักศึกษาทุกคน จะต้องมีเพื่ออ่าน อาจจะเป็นเอกสารการสอนอย่างละเอียดที่อาจารย์ จัดเตรียมให้ก็ได้ ถ้าเป็นตาราควรเป็นเล่มที่ยังหาซื้อได้ในปัจจุบัน – เอกสารและข้อมูลสาคัญ คือเอกสารและตาราที่มีอยู่ในห้องสมุด และเป็น ส่วนที่นักศึกษาควรจะอ่านประกอบเพื่อขยายความรู้ให้กว้างขวาง. ควรเป็น เล่มที่มีในห้องสมุดและให้กาหนด ISBN ไว้ด้วย. – เอกสารและข้อมูลแนะนา คือเอกสารอื่นๆ รวมทั้ง URL ของเว็บ ซึ่ง นักศึกษาอาจจะอ่านหรือไม่อ่านก็ได้.
  • 20.
    ปัญหาที่พบในการเขียน มคอ ๓ •อาจารย์หลายท่านไม่ชอบหมวดที่ ๗ การประเมินและการ ปรับปรุงการดาเนินการของรายวิชา. แต่หมวดนี้ก็คือการประกัน คุณภาพ และเป็นหมวดที่สามารถช่วยให้อาจารย์สอนได้ดีขึ้น. • มหาวิทยาลัยควรมีนโยบายในการประเมินการสอนของอาจารย์? • การปรับปรุงการสอนในหมวดนี้ไม่ใช่ปรับปรุงหลังเสร็จสิ้นการ สอน แต่เป็นการปรับปรุงระหว่างที่ยังสอนอยู่ • การทวนสอบผลสัมฤทธิ์ หากให้ คกก ทวนสอบ จะต้องจัดเก็บ รายงานการประชุมไว้เป็นหลักฐาน.
  • 21.
    รายละเอียดของมคอ ๕ หมวดที่ ๑ข้อมูลทั่วไป หมวดที่ ๒ การจัดการเรียนการสอนที่เปรียบเทียบกับแผนการสอน หมวดที่ ๓ สรุปผลการจัดการเรียนการสอนของรายวิชา หมวดที่ ๔ ปัญหาและผลกระทบต่อการดาเนินการ หมวดที่ ๕ การประเมินรายวิชา หมวดที่ ๖ แผนการปรับปรุง
  • 22.
    ปัญหาที่พบในการเขียน มคอ ๕ •แบบฟอร์มที่ สกอ กาหนด ไม่ได้มีคอลัมน์สาหรับระบุสัปดาห์ ควรเติมเข้าไปเพื่อให้ตรวจสอบกับแผนการสอนใน มคอ ๓ ได้ ง่าย • ข้อเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาที่ระบุในหมวดที่ ๒ ไม่ได้รับการ ประมวลไปพิจารณาในหมวดที่ ๖ • อาจารย์ไม่ได้พิจารณากรอกเนื้อหาในหมวดที่ ๒ อย่างจริงจัง เพราะอาจไม่ใส่ใจ หรือ ไม่ได้จดบันทึกรายละเอียดเอาไว้ หรือ ไม่ได้แก้ไขปัญหาระหว่างการสอน
  • 23.
    ปัญหาที่พบในการเขียน มคอ ๕ •หมวดที่ ๓ สรุปผลการจัดการเรียนการสอนของรายวิชา มักจะมี ปัญหาเรื่องการนับจานวน นศ ในประเภทต่างๆ ไม่ตรงกันกับใบ แจ้งระดับคะแนนนักศึกษา. • ระดับคะแนนที่ผิดปกติ ไม่ได้รับการอธิบายอย่างชัดเจนว่าเป็น เพราะสาเหตุอะไร. ส่วนใหญ่อาจารย์มักจะบอกว่า นศ มี พื้นฐานค่อนข้างต่า แต่ คาถามก็คือ แล้วอาจารย์ได้ปรับปรุงการ สอนอย่างไรเพื่อรับมือกับปัญหานี้บ้าง? • ประเด็นด้านการคลาดเคลื่อนจากแผนการประเมินมักจะไม่มีใคร รายงาน
  • 24.
    ปัญหาที่พบในการเขียน มคอ ๕ •หมวดที่ ๔ ปัญหาและผลกระทบต่อการดาเนินการ เป็นหมวดที่ อาจารย์ควรจะใช้ในการแจ้งให้มหาวิทยาลัยทราบว่ามีปัญหาใน ด้านทรัพยากร หรือ การบริหารของคณะอย่างไรบ้าง? • หมวดที่ ๕ การประเมินรายวิชา และ ความเห็นของอาจารย์ ผู้สอน ควรให้ความเห็นในเชิงสร้างสรรค์เกี่ยวกับผลการประเมิน โดยเฉพาะให้เน้นว่าอาจารย์จะช่วยปรับปรุงการสอนได้อย่างไร? • หมวดที่ ๖ แผนการปรับปรุง ส่วนใหญ่ที่พบมาอาจารย์ยังเขียน น้อยเกินไป
  • 25.
    การจัดทารายงาน มคอ ๕และ ๗ • อาจารย์แต่ละวิชาที่สอนในภาคการศึกษานั้นๆ จะต้องจัดทารายงาน มคอ ๕ ให้เสร็จภายใน ๓๐ วันหลังสิ้นสุดภาคการศึกษา และ ให้ส่ง รายงานนั้นให้อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร. • อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรพิจารณาปัญหาที่ได้รับทราบจาก รายงาน. หากเห็นว่าเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับการบริหารหรือการจัดสรร ทรัพยากรให้รีบแก้ไขทันที. • เมื่อสิ้นสุดปีการศึกษาแล้ว คณะกรรมการประจาหลักสูตรจะต้อง ประชุมพิจารณารายงาน มคอ ๕ ทั้งหมด แล้วนารายละเอียดมาจัดทา เป็นรายงาน มคอ ๗ เพื่อเสนอแนะวิธีการแก้ไขปรับปรุงหลักสูตร ต่อไป.
  • 26.
    กรอบมาตรฐาคุณวุฒิ อุดมศึกษาแห่งชาติ ติดตามโดยการประกัน คุณภาพ การวิจัยในห้องเรียน Teaching Unit กลวิธีการสอนแบบต่าง ๆ TQFระดับสาขาวิชา รายละเอียดของหลักสูตร (มคอ2) รายละเอียด ของรายวิชา (มคอ3,4) กระบวนการเรียนการสอน การวัดผลประเมินผล วางแผนปรับปรุง + พัฒนา การรายงานผล รายวิชา(มคอ5,6 ) การรายงานผลหลักสูตรประจาปี(มคอ.7) (รายงานผลการดาเนินการในภาพรวม และเสนอแนวทางในการปรับปรุง) เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตร เกณฑ์กาหนดชื่อปริญญา หลักเกณฑ์การเทียบโอน เกณฑ์แนวทางอื่น ๆ  ติดตามผลการดาเนินการโดยประกันคุณภาพ (IQA) ภาควิชา คณะกรรมการ จัดทาหลักสูตร อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ประจาหลักสูตร หัวหน้าภาควิชา เอกสาร มคอ.3-7 เป็นเอกสารภายในของสถาบัน ต้องมีให้ตรวจสอบ สรุปการดาเนินงานตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิการศึกษา (TQF)
  • 27.
    สรุป • การจัดทาเอกสาร มคอทั้งหลายให้มีความถูกต้องเป็นเรื่องสาคัญ ไม่ใช่เพราะ สกอ บังคับ แต่เพราะเป็นการปฏิบัติที่ดี. • มาตรฐานคุณวุฒิอุดมศึกษา หรือ มคอ นี้ หากพิจารณาให้ถี่ถ้วนแล้ว จะเห็นว่าเป็นวิธีการปฏิบัติที่ดี และ ได้จัดทาขึ้นตามหลักการที่ดี เยี่ยม. • อาจารย์สมควรศึกษารายละเอียดในแต่ละรายงานให้เข้าใจ. • อาจารย์จะต้องฝึกการสอนให้นักศึกษาได้ความรู้ตามที่กาหนดไว้ใน เอกสาร มคอ, นักศึกษาเกิดทักษะ ๕ ประการจริง, อาจารย์ได้รับ ความรู้และทักษะที่ดีในการสอนและการปรับปรุงการสอน, มหาวิทยาลัยได้อาจารย์และนักศึกษาที่มีคุณภาพ