การใหเหตุผล 
การใหเหตุผลทางตรรกศาสตร  แบงเปน  2  แบบ  คือ 
1.การใหเหตุผลแบบอุปนัย (Inductive Reasoning) 
  การใหเหตุผลแบบนี้เปนการสรุปผลโดยใชประสบการณ  หรือใชเหตุการณ 
  เฉพาะซึ่งเกิดขึนซ้ําๆกันหลายครั้งมาคาดคะเนผลสรุป 
                 ้
2.การใหเหตุผลแบบนิรนัย (Deductive Reasoning) 
  การใหเหตุผลแบบนี้เปนการใหเหตุผลที่อางวาสิ่งที่กําหนดใหยืนยันผลสรุป 
 โดยกําหนดใหเหตุ(หรือขอสมมติ)  เปนจริงหรือยอมรับวาเปนจริงแลวใช 
 เกณฑตางๆ  สรุปผลจากเหตุที่กําหนดให
การใหเหตุผลแบบอุปนัย 
•  การใหเหตุผลแบบอุปนัยเปนการใหเหตุผลโดยยึดความจริงจากสวนยอยที่พบเห็น 
   ไปสูความจริงที่เปนสวนรวม  เชน  เราพบวา  ทุกเชาพระอาทิตยขึ้นทางทิศ 
   ตะวันออกและตอนเย็นพระอาทิตยจะตกทางทิศตะวันตก  จึงใหขอสรุปวา 
   พระอาทิตยขนทางทิศตะวันออกและตกทางทิศตะวันตก 
               ึ้

•  ลายนิ้วมือของแตละคนนั้นแตกตางกัน  มีการทดลองโดยการนําลายนิ้วมือของคน 
   หนึ่งแสนคนมาเปรียบเทียบกัน  และพบวา  ไมมีลายนิ้วมือของใครที่ซ้ํากัน  จาก 
   การทดลองทดสอบความเหมือนของลายนิ้วมือขางตน  เราสามารถสรุปการให 
   เหตุผลแบบอุปนัยไดวา  ลายนิ้วมือของแตละคนไมเหมือนกัน  ซึ่งจากการให 
   ขอสรุปดังกลาว  สามารถใชเปนหลักฐานในการสอบสวนหาผูกระทําผิดของ 
   เจาหนาที่ตํารวจไดในปจจุบัน
ตัวอยาง  จงใชการใหเหตุผลแบบอุปนัย  เพื่อหาสมการหรือ 
           คําตอบจากแบบรูปที่กําหนดใหตอไปนี้ 
(1 x 9) + 2     =  11 
(12 x 9) + 3   =  111     เฉลย  1234x9 + 5 = 11111 
(123 x 9) + 4 =  1111 
………………………. 


9 x 9          =  81 
909 x 9      =  8181 
90,909 x 9 =  818181 
                           เฉลย  9090909 x 9 = 81818181
………………………… 
ตัวอยาง  จงใชการใหเหตุผลแบบอุปนัย  เพื่อหาคําตอบ 
          จากแบบรูปที่กําหนดใหตอไปนี้ 

 1,089 x 1  =  1,089 
 1,089 x 2  =  2,178         เฉลย
 1,089 x 3  =  3,267 
 1,089 x 4  =  ……..     →    4,356 
 1,089 x 5  =  ……..     →    5,445 
 1,089 x 6  =  ……..     →    6,534 
 1,089 x 7  =  ……..     →    7,623 
 1,089 x 8  =  ……..     →    8,712 
 1,089 x 9  =  ……..     →    9,801 
การใหเหตุผลแบบนิรนัย 

การใหเหตุผลแบบนิรนัยเปนการนําความรูพื้นฐานซึ่งอาจเปนความเชื่อ  ขอตกลง  กฎ  หรือ 
       บทนิยาม  ซึ่งเปนสิ่งที่รูมากอนและยอมรับวาเปนจริง  เพื่อหาเหตุผลนําไปสูขอสรุป 
 เชน 
     ถา  1)  รูปสี่เหลี่ยมดานขนานเปนรูปสี่เหลี่ยมที่มีดานตรงขามขนานกันสองคู 
     และ  2)  รูปสี่เหลี่ยมขนมเปยกปูนเปนรูปสี่เหลี่ยมที่มีดานตรงขามขนานกันสองคู 
                มีดานแตละดานยาวเทากัน  และไมมีมุมใดเปนมุมฉาก 
     แลว  3)  รูปสี่เหลี่ยมขนมเปยกปูนเปนรูปสี่เหลี่ยมดานขนาน 
               เรียกขอความหรือประโยค  1)  และ  2)  วา  เหตุ  หรือ  สมมติฐาน 
       และ  เรียกขอความหรือประโยคในขอ  3)  วา  ผล 

และเรียกวิธีการสรุปขอเท็จจริงซึ่งเปนผลมาจากเหตุ 
                  ซึ่งเปนความรูพื้นฐานวา    การใหเหตุผลแบบนิรนัย
ตัวอยางการใหเหตุผลแบบนิรนัย 
ตัวอยางที่  1  เหตุ  1.  จํานวนคูหมายถึงจํานวนที่หารดวย 2  ลงตัว 
                       2 .   10  หารดวย  2  ลงตัว 
                ผล  10  เปนจํานวนคู 
ตัวอยางที่  2  เหตุ  1.  คนที่ไมมีหนี้สินและมีเงินฝากในธนาคารมากกวา 
                          10  ลานบาทเปนเศรษฐี 
                  2 . คุณมานะไมมีหนี้สนและมีเงินฝากในธนาคาร  11  ลานบาท 
                                           ิ
                ผล  คุณมานะเปนเศรษฐี 
ตัวอยางที่  3  เหตุ  1.  นักกีฬากลางแจงทุกคนจะตองมีสุขภาพดี 
                      2.  เกียรติศักดิ์เปนนักฟุตบอลทีมชาติไทย 
                 ผล  เกียรติศกดิ์มีสุขภาพดี
                                ั
ใบกิจกรรม 
 ผลการเรียนรูที่คาดหวัง 
 นักเรียนสามารถบอกไดวาการใหเหตุผลที่กําหนดใหเปนแบบอุปนัยหรือนิรนัย 
ใหนักเรียนพิจารณาลักษณะการใหเหตุผลในแตละขอตอไปนี้วาเปนการใหเหตุผลแบบ 
    อุปนัยหรือนิรนัย 
        อุปนัย 
   .………..(1)  การใหเหตุผลโดยอางจากตัวอยางหรือประสบการณยอย 
                      หลายๆตัวอยาง  แลว  สรุปเปนความรูทั่วไป 
       อุปนัย 
   .………..(2)  การใหเหตุผลจากเหตุการณเฉพาะซึ่งเกิดขึ้นซ้ําๆกันหลายครั้ง 
       อุปนัย 
   .………..(3)  การใหเหตุผลโดยใชการคาดคะเน 
       นิรนัย
   .………..(4)  การใหเหตุผลโดยอางเหตุผลจากความรูพื้นฐานชุดหนึ่งที่ 
                      ยอมรับกันมากอน 
       อุปนัย 
   .………..(5)  การใหเหตุผลจากประสบการณ 
จงพิจารณาวาการใหเหตุผลในแตละขอตอไปนี้เปนการใหเหตุผลแบบ 
  อุปนัยหรือนิรนัย 
(1)     เหตุ      1.  เด็กชายกองชอบอานการตูน 
                  2.  เด็กหญิงนิดชอบอานการตูน 
      ผลสรุป  เด็กทุกคนชอบการตูน 
      เปนการใหเหตุผลแบบ…………. อุปนัย 
 (2)  เหตุ        1.หมอดูหม่ําทายถูกวา  มาลินีจะสอบเขามหาวิทยาลัยได 
                  2.หมอดูหม่ําทายถูกวา  คุณแมของมาลินีจะขายที่ดินได 
       ผลสรุป  หมอดูหม่ําเพิ่งทํานายวาคุณพอของมาลินีจะไดเลื่อนตําแหนงนาจะเปนการ 
                  ทํานาย 
     เปนการใหเหตุผลแบบ………… 
                             อุปนัย 
  (3)  เหตุ       1.นักเรียนโรงเรียนนานาชาติทุกคนพูดภาษาอังกฤษเกง 
                  2.พรทิพยเปนนักเรียนโรงเรียนนานาชาติ 
      ผลสรุป  พรทิพยพูดภาษาอังกฤษเกง 
                             นิรนัย
     เปนการใหเหตุผลแบบ………….. 
จงเขียนเครื่องหมาย  Pหนาขอความที่ถูก  และ 
               เขียนเครื่องหมาย  Oหนาขอความที่ผด 
                                                 ิ
  P
…….(1)  ความรูในทางวิทยาศาสตรที่สรางความเจริญใหกับโลกปจจุบันมีรากฐานมาจากการ 
P       ใหเหตุผลแบบอุปนัย 
…….(2)  การใหเหตุผลแบบอุปนัยมีจุดออน  คือ  เราสังเกตหรือทดลองจากตัวอยางจํานวน 
         หนึ่งแลวสรุปวาทั้งหมดเปนไปตามที่เราสังเกตหรือทดลองได  ซึ่งอาจมีตัวอยางอีก 
         จํานวนหนึ่งที่เราไมไดสังเกตหรือไมไดทดลอง  และผลสรุปอาจไมเปนไปตามที่เรา 
 P       สรุปไวก็ได 
…….(3)  การใหเหตุผลเปนเครื่องมือที่มนุษยใชในการแสวงหาความรู  วิธีหาความรูโดยการให 
         เหตุผลเปนการขยายวงความรูจากสิ่งที่เรารูแลววาจริงไปยังสิ่งที่เรายังไมรู 
 P
…….(4)  การใหเหตุผลที่ถูกตองแบบนิรนัย  คือ  การใหเหตุผลที่ถาเหตุเปนจริง 
         เปนไปไมไดที่ผลจะเปนเท็จ 

Reasoning55

  • 2.
    การใหเหตุผล  การใหเหตุผลทางตรรกศาสตร  แบงเปน  2 แบบ  คือ  1.การใหเหตุผลแบบอุปนัย (Inductive Reasoning)  การใหเหตุผลแบบนี้เปนการสรุปผลโดยใชประสบการณ  หรือใชเหตุการณ  เฉพาะซึ่งเกิดขึนซ้ําๆกันหลายครั้งมาคาดคะเนผลสรุป  ้ 2.การใหเหตุผลแบบนิรนัย (Deductive Reasoning)  การใหเหตุผลแบบนี้เปนการใหเหตุผลที่อางวาสิ่งที่กําหนดใหยืนยันผลสรุป  โดยกําหนดใหเหตุ(หรือขอสมมติ)  เปนจริงหรือยอมรับวาเปนจริงแลวใช  เกณฑตางๆ  สรุปผลจากเหตุที่กําหนดให
  • 3.
    การใหเหตุผลแบบอุปนัย  •  การใหเหตุผลแบบอุปนัยเปนการใหเหตุผลโดยยึดความจริงจากสวนยอยที่พบเห็น  ไปสูความจริงที่เปนสวนรวม  เชน  เราพบวา  ทุกเชาพระอาทิตยขึ้นทางทิศ  ตะวันออกและตอนเย็นพระอาทิตยจะตกทางทิศตะวันตก  จึงใหขอสรุปวา  พระอาทิตยขนทางทิศตะวันออกและตกทางทิศตะวันตก  ึ้ •  ลายนิ้วมือของแตละคนนั้นแตกตางกัน  มีการทดลองโดยการนําลายนิ้วมือของคน  หนึ่งแสนคนมาเปรียบเทียบกัน  และพบวา  ไมมีลายนิ้วมือของใครที่ซ้ํากัน  จาก  การทดลองทดสอบความเหมือนของลายนิ้วมือขางตน  เราสามารถสรุปการให  เหตุผลแบบอุปนัยไดวา  ลายนิ้วมือของแตละคนไมเหมือนกัน  ซึ่งจากการให  ขอสรุปดังกลาว  สามารถใชเปนหลักฐานในการสอบสวนหาผูกระทําผิดของ  เจาหนาที่ตํารวจไดในปจจุบัน
  • 4.
    ตัวอยาง  จงใชการใหเหตุผลแบบอุปนัย  เพื่อหาสมการหรือ  คําตอบจากแบบรูปที่กําหนดใหตอไปนี้  (1 x 9) + 2     =  11  (12 x 9) + 3   =  111  เฉลย  1234x9 + 5 = 11111  (123 x 9) + 4 =  1111  ……………………….  9 x 9          =  81  909 x 9      =  8181  90,909 x 9 =  818181  เฉลย  9090909 x 9 = 81818181 ………………………… 
  • 5.
    ตัวอยาง  จงใชการใหเหตุผลแบบอุปนัย  เพื่อหาคําตอบ  จากแบบรูปที่กําหนดใหตอไปนี้  1,089 x 1  =  1,089  1,089 x 2  =  2,178  เฉลย 1,089 x 3  =  3,267  1,089 x 4  =  ……..  →  4,356  1,089 x 5  =  ……..  →  5,445  1,089 x 6  =  ……..  →  6,534  1,089 x 7  =  ……..  →  7,623  1,089 x 8  =  ……..  →  8,712  1,089 x 9  =  ……..  →  9,801 
  • 6.
    การใหเหตุผลแบบนิรนัย  การใหเหตุผลแบบนิรนัยเปนการนําความรูพื้นฐานซึ่งอาจเปนความเชื่อ  ขอตกลง  กฎ หรือ  บทนิยาม  ซึ่งเปนสิ่งที่รูมากอนและยอมรับวาเปนจริง  เพื่อหาเหตุผลนําไปสูขอสรุป  เชน  ถา  1)  รูปสี่เหลี่ยมดานขนานเปนรูปสี่เหลี่ยมที่มีดานตรงขามขนานกันสองคู  และ  2)  รูปสี่เหลี่ยมขนมเปยกปูนเปนรูปสี่เหลี่ยมที่มีดานตรงขามขนานกันสองคู  มีดานแตละดานยาวเทากัน  และไมมีมุมใดเปนมุมฉาก  แลว  3)  รูปสี่เหลี่ยมขนมเปยกปูนเปนรูปสี่เหลี่ยมดานขนาน  เรียกขอความหรือประโยค  1)  และ  2)  วา  เหตุ  หรือ  สมมติฐาน  และ  เรียกขอความหรือประโยคในขอ  3)  วา  ผล  และเรียกวิธีการสรุปขอเท็จจริงซึ่งเปนผลมาจากเหตุ  ซึ่งเปนความรูพื้นฐานวา  การใหเหตุผลแบบนิรนัย
  • 7.
    ตัวอยางการใหเหตุผลแบบนิรนัย  ตัวอยางที่  1  เหตุ 1.  จํานวนคูหมายถึงจํานวนที่หารดวย 2  ลงตัว  2 .   10  หารดวย  2  ลงตัว  ผล  10  เปนจํานวนคู  ตัวอยางที่  2  เหตุ  1.  คนที่ไมมีหนี้สินและมีเงินฝากในธนาคารมากกวา  10  ลานบาทเปนเศรษฐี  2 . คุณมานะไมมีหนี้สนและมีเงินฝากในธนาคาร  11  ลานบาท  ิ ผล  คุณมานะเปนเศรษฐี  ตัวอยางที่  3  เหตุ  1.  นักกีฬากลางแจงทุกคนจะตองมีสุขภาพดี  2.  เกียรติศักดิ์เปนนักฟุตบอลทีมชาติไทย  ผล  เกียรติศกดิ์มีสุขภาพดี ั
  • 8.
    ใบกิจกรรม  ผลการเรียนรูที่คาดหวัง  นักเรียนสามารถบอกไดวาการใหเหตุผลที่กําหนดใหเปนแบบอุปนัยหรือนิรนัย  ใหนักเรียนพิจารณาลักษณะการใหเหตุผลในแตละขอตอไปนี้วาเปนการใหเหตุผลแบบ  อุปนัยหรือนิรนัย  อุปนัย  .………..(1)  การใหเหตุผลโดยอางจากตัวอยางหรือประสบการณยอย  หลายๆตัวอยาง  แลว  สรุปเปนความรูทั่วไป  อุปนัย  .………..(2)  การใหเหตุผลจากเหตุการณเฉพาะซึ่งเกิดขึ้นซ้ําๆกันหลายครั้ง  อุปนัย  .………..(3)  การใหเหตุผลโดยใชการคาดคะเน  นิรนัย .………..(4)  การใหเหตุผลโดยอางเหตุผลจากความรูพื้นฐานชุดหนึ่งที่  ยอมรับกันมากอน  อุปนัย  .………..(5)  การใหเหตุผลจากประสบการณ 
  • 9.
    จงพิจารณาวาการใหเหตุผลในแตละขอตอไปนี้เปนการใหเหตุผลแบบ  อุปนัยหรือนิรนัย  (1)  เหตุ  1.  เด็กชายกองชอบอานการตูน  2.  เด็กหญิงนิดชอบอานการตูน  ผลสรุป  เด็กทุกคนชอบการตูน  เปนการใหเหตุผลแบบ…………. อุปนัย  (2)  เหตุ  1.หมอดูหม่ําทายถูกวา  มาลินีจะสอบเขามหาวิทยาลัยได  2.หมอดูหม่ําทายถูกวา  คุณแมของมาลินีจะขายที่ดินได  ผลสรุป  หมอดูหม่ําเพิ่งทํานายวาคุณพอของมาลินีจะไดเลื่อนตําแหนงนาจะเปนการ  ทํานาย  เปนการใหเหตุผลแบบ…………  อุปนัย  (3)  เหตุ  1.นักเรียนโรงเรียนนานาชาติทุกคนพูดภาษาอังกฤษเกง  2.พรทิพยเปนนักเรียนโรงเรียนนานาชาติ  ผลสรุป  พรทิพยพูดภาษาอังกฤษเกง  นิรนัย เปนการใหเหตุผลแบบ………….. 
  • 10.
    จงเขียนเครื่องหมาย  Pหนาขอความที่ถูก  และ  เขียนเครื่องหมาย  Oหนาขอความที่ผด  ิ P …….(1)  ความรูในทางวิทยาศาสตรที่สรางความเจริญใหกับโลกปจจุบันมีรากฐานมาจากการ  P ใหเหตุผลแบบอุปนัย  …….(2)  การใหเหตุผลแบบอุปนัยมีจุดออน  คือ  เราสังเกตหรือทดลองจากตัวอยางจํานวน  หนึ่งแลวสรุปวาทั้งหมดเปนไปตามที่เราสังเกตหรือทดลองได  ซึ่งอาจมีตัวอยางอีก  จํานวนหนึ่งที่เราไมไดสังเกตหรือไมไดทดลอง  และผลสรุปอาจไมเปนไปตามที่เรา  P สรุปไวก็ได  …….(3)  การใหเหตุผลเปนเครื่องมือที่มนุษยใชในการแสวงหาความรู  วิธีหาความรูโดยการให  เหตุผลเปนการขยายวงความรูจากสิ่งที่เรารูแลววาจริงไปยังสิ่งที่เรายังไมรู  P …….(4)  การใหเหตุผลที่ถูกตองแบบนิรนัย  คือ  การใหเหตุผลที่ถาเหตุเปนจริง  เปนไปไมไดที่ผลจะเปนเท็จ