แผนการจัดการเรียนรู 



ผลการเรียนรู 

      1.  หาระยะทางระหวางจุดสองจุด จุดกึ่งกลาง ระยะหางระหวางเสนตรงกับจุดได 

      2.  หาความชันของเสนตรง สมการเสนตรง เสนขนาน เสนตั้งฉาก และนําไปใชได 

      3.  เขียนความสัมพันธที่มีกราฟเปนภาคตัดกรวย เมื่อกําหนดสวนตางๆของภาคตัดกรวยให 
          และเขียนกราฟของความสัมพันธนั้นได 

      4.  นําความรูเรื่องการเลื่อนแกนขนานไปใชในการเขียนกราฟได 

      5.  นําความรูเรื่องเรขาคณิตวิเคราะหไปใชแกปญหาได
กรอบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและการประเมินผลตามสภาพจริง 


กลุมสาระการเรียนรู  คณิตศาสตร 

รหัสวิชา ค31202  คณิตศาสตรเพิ่มเติม          เรื่อง  เรขาคณิตวิเคราะห  ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่  4  จํานวน  25  ชั่วโมง 

         ผลการเรียนรู              ภาระงาน / กิจกรรมหลัก        ผลงาน / ชิ้นงาน / คุณลักษณะ           เกณฑการประเมิน           มาตรฐานคุณภาพที่สงผล 
 1.  สรุปความคิดรวบยอด          1.  นักเรียนแตละกลุมสรุป       1.  สรุปความคิดรวบยอด            1.การสรุปความคิดรวบยอด 
 เกี่ยวกับการหาระยะทาง              ความคิดรวบยอดเกี่ยวกับ       เกี่ยวกับการหาระยะทาง            เกี่ยวกับการหาระยะทาง 
 ระหวางจุดสองจุดจุดกึ่งกลาง    การหาระยะทางระหวางจุด           ระหวางจุดสองจุด  จุดกึ่งกลาง    ระหวางจุดสองจุดจุดกึ่งกลาง 
 ระยะหางระหวางเสนตรงกับ      สองจุด  จุดกึ่งกลาง  ระยะหาง    ระยะหางระหวางเสนตรงกับ        ระยะหางระหวางเสนตรงกับ 
 จุดได                         ระหวางเสนตรงกับจุดได          จุดได                           จุดได (KและP) 
 2.  หาความชันของเสนตรง        2.  นักเรียนแตละกลุมสรุป       2.  หาความชันของเสนตรง          2.สรุปความคิดรวบยอด 
 สมการเสนตรง  เสนขนาน         ความคิดรวบยอดเกี่ยวกับ           สมการเสนตรง เสนขนาน เสน       เกี่ยวกับการหาความชันของ 
 เสนตั้งฉาก และนําไปใชได     การหาความชันของเสนตรง           ตั้งฉาก และนําไปใชได           เสนตรง สมการเสนตรง 
                                สมการเสนตรง เสนขนาน เสน                                        เสนขนาน เสนตั้งฉาก 
                                ตั้งฉาก และนําไปใชได                                            และนําไปใชได(KและP)
3.สรุปความคิดรวมยอด 
3.  เขียนความสัมพันธที่มี  3.  นักเรียนแตละกลุม         3.  เขียนความสัมพันธที่มี 
                                                                                           เกี่ยวกับการเขียนความสัมพันธ 
    กราฟเปนภาคตัดกรวย          สามารถสรุปความคิดรวม          กราฟเปนภาคตัดกรวย เมื่อ 
                                                                                           ที่มีกราฟเปนภาคตัดกรวย  เมื่อ 
    เมื่อกําหนดสวนตางๆ        ยอดเกี่ยวกับการเขียน           กําหนดสวนตางๆของภาค 
                                                                                           กําหนดสวนตางๆของภาคตัด 
    ของภาคตัดกรวยใหและ         ความสัมพันธที่มีกราฟเปน      ตัดกรวยใหและเขียนกราฟ 
                                                                                           กรวยใหและเขียนกราฟของ 
    เขียนกราฟของ                ภาคตัดกรวย เมื่อกําหนด         ของความสัมพันธนนได 
                                                                                ั้
                                                                                           ความสัมพันธนั้นได(KและP) 
    ความสัมพันธนั้นได         สวนตางๆของภาคตัด 
                                กรวยใหและเขียนกราฟ 
                                ของความสัมพันธนนได 
                                                    ั้

4. นําความรูเรื่องการเลื่อน  4. นักเรียนทุกคนสามารถนํา  4. สามารถนําความรูเรื่องการ      4. นําความรูเรื่องการเลื่อนแกน 
แกนขนานไปใชในการเขียน  ความรูเรื่องการเลื่อนแกน         เลื่อนแกนขนานไปใชในการ          ขนานไปใชในการเขียนกราฟ 
กราฟได                       ขนานไปใชในการเขียนกราฟ  เขียนกราฟได                        ได(KและP) 
                              ได 
                                                          5.นําความรูเรื่องเรขาคณิต       5.นําความรูเรื่องเรขาคณิต 
                              5.นําความรูเรื่องเรขาคณิต  วิเคราะหไปใชแกปญหาได        วิเคราะหไปใชแกปญหาได 
5.นําความรูเรื่องเรขาคณิต  วิเคราะหไปใชแกปญหาได 
วิเคราะหไปใชแกปญหาได                                 คุณลักษณะ  ( A )                 (KและP)
                                                           1.  การทํางานรวมกับผูอื่น 
                                                           2.  มีเจตคติทดีตอการเรียน 
                                                                        ี่
                                                               การสอน 
เกณฑระดับคุณภาพ  ( Rubrics ) 



                                                                                           ระดับคุณภาพ 
           เกณฑ 
                                       4  ( ดีเยี่ยม )                        3  ( ดี )                   2 ( พอใช )                  1 ( ปรับปรุง ) 
1. สรุปความคิดรวบยอด           สรุปความคิดรวบยอด                สรุปความคิดรวบยอด                สรุปความคิดรวบยอด              สรุปความคิดรวบยอด 
เกี่ยวกับการหาระยะทาง          เกี่ยวกับการหาระยะทาง            เกี่ยวกับการหาระยะทาง            เกี่ยวกับการหาระยะทาง          เกี่ยวกับการหาระยะทาง 
ระหวางจุดสองจุดจุดกึ่งกลาง    ระหวางจุดสองจุด  จุดกึ่งกลาง    ระหวางจุดสองจุดจุดกึ่งกลาง      ระหวางจุดสองจุดจุดกึ่งกลาง    ระหวางจุดสองจุดจุดกึ่งกลาง 
ระยะหางระหวางเสนตรงกับ      ระยะหางระหวางเสนตรงกับ        ระยะหางระหวางเสนตรงกับ        ระยะหางระหวางเสนตรงกับ      ระยะหางระหวางเสนตรงกับ 
จุดได                         จุดไดถูกตองครบถวน             จุดได ถูกตองครบถวน            จุดได  ถูกตองครบถวน         จุดได ถูกตองครบถวน 

                               รอยละ  80                       รอยละ  70                       รอยละ  65                     รอยละ  60 
2.  หาความชันของเสนตรง 
                            หาความชันของเสนตรง         หาความชันของเสนตรง         หาความชันของเสนตรง         หาความชันของเสนตรง 
สมการเสนตรง เสนขนาน เสน 
                            สมการเสนตรง เสนขนาน เสน  สมการเสนตรง เสนขนาน เสน  สมการเสนตรง เสนขนาน เสน  สมการเสนตรง เสนขนาน เสน 
ตั้งฉาก และนําไปใชได 
                            ตั้งฉาก และนําไปใชได      ตั้งฉาก และนําไปใชได      ตั้งฉาก และนําไปใชได      ตั้งฉาก และนําไปใชได 

                               ถูกตองรอยละ  80                 ไดถูกตองรอยละ  70             ไดถูกตองรอยละ  65           ไดถูกตองรอยละ  60
3. เขียนความสัมพันธที่มีกราฟ    เขียนความสัมพันธที่มีกราฟ    เขียนความสัมพันธที่มีกราฟ    เขียนความสัมพันธที่มีกราฟ     เขียนความสัมพันธที่มีกราฟ 
เปนภาคตัดกรวย เมื่อกําหนด       เปนภาคตัดกรวย เมื่อกําหนด    เปนภาคตัดกรวย เมื่อกําหนด    เปนภาคตัดกรวย เมื่อกําหนด     เปนภาคตัดกรวย เมื่อกําหนด 
สวนตางๆของภาคตัดกรวยให        สวนตางๆของภาคตัดกรวยให     สวนตางๆของภาคตัดกรวยให     สวนตางๆของภาคตัดกรวยให      สวนตางๆของภาคตัดกรวยให 
และเขียนกราฟของ                  และเขียนกราฟของ               และเขียนกราฟของ               และเขียนกราฟของ                และเขียนกราฟของ 
ความสัมพันธนั้นได              ความสัมพันธนั้นได           ความสัมพันธนั้นได           ความสัมพันธนั้นได            ความสัมพันธนั้นได 

                                 ถูกตองรอยละ  80             ถูกตองรอยละ  70             ถูกตองรอยละ  65              ถูกตองรอยละ  60 

4. นําความรูเรื่องการเลื่อนแกน  นําความรูเรื่องการเลื่อนแกน  นําความรูเรื่องการเลื่อนแกน  นําความรูเรื่องการเลื่อนแกน  นําความรูเรื่องการเลื่อนแกน 
ขนานไปใชในการเขียนกราฟ  ขนานไปใชในการเขียนกราฟ  ขนานไปใชในการเขียนกราฟ  ขนานไปใชในการเขียนกราฟ  ขนานไปใชในการเขียนกราฟ 
ได                              ได                           ได                           ได                           ได 

                                 ถูกตองรอยละ  80             ถูกตองรอยละ  70             ถูกตองรอยละ  65              ถูกตองรอยละ  60 

5.นําความรูเรื่องเรขาคณิต       นําความรูเรื่องเรขาคณิต      นําความรูเรื่องเรขาคณิต      นําความรูเรื่องเรขาคณิต       นําความรูเรื่องเรขาคณิต 
วิเคราะหไปใชแกปญหาได        วิเคราะหไปใชแกปญหาได     วิเคราะหไปใชแกปญหาได     วิเคราะหไปใชแกปญหาได      วิเคราะหไปใชแกปญหาได 

                                 ถูกตองรอยละ  80             ถูกตองรอยละ  70             ถูกตองรอยละ  65              ถูกตองรอยละ  60
เกณฑระดับคุณภาพ  (Rubrics) 

คุณลักษณะ  :  การทํางานรวมกับผูอื่น 
                                

พฤติกรรมบงชี้  1.  มีปฎิสัมพันธรวมกับกลุม  2.  แสดงความคิดเห็นสนใจความรูสึกและยอมรับฟงความคิดเห็นของผูอื่น  3. ปฏิบัติงานตามที่รับมอบหมาย 

                                                                                      ระดับคุณภาพ 
           เกณฑ 
                                        4  ( ดีเยี่ยม )                  3  ( ดี )                      2 ( พอใช )                    1 ( ปรับปรุง ) 

คุณลักษณะ  :  การทํางาน  ปฏิบัติงานตามที่ไดรับ              ปฏิบัติงานตามที่ไดรับมอบหมาย      ปฏิบัติงานตามที่ไดรับ          ไมปฏิบัติงานตามที่รับ 
รวมกับผูอื่น           มอบหมายและขอตกลงของ                และขอตกลงของกลุมจนสําเร็จ  มี    มอบหมายและขอตกลงของ            มอบหมายและขอตกลงของ 
                         กลุมจนสําเร็จ  มีปฏิสัมพันธ       ปฏิสัมพันธรวมกับกลุมดวยความ    กลุมจนสําเร็จ            มี    กลุม    ขาดแสดงความคิดเห็น 
                         รวมกับกลุมดวยความเอาใจใส        เอาใจใสและแสดงความคิดเห็น         ปฏิสัมพันธรวมกับกลุมดวย     และไมยอมรับความคิดเห็น 
                         และแสดงความคิดเห็นโดย               โดยคํานึงถึงความรูสกของผูอื่น 
                                                                                  ึ            ความไมคอยเอาใจใสและไม       ของผูอื่น
                         คํานึงถึงความรูสึกของผูอื่น 
                                                            และยอมรับความคิดเห็นของผูอื่น     แสดงความคิดเห็น 
                         และยอมรับความคิดเห็นของ             บางประเด็น 
                         ผูอื่น 
เกณฑระดับคุณภาพ  ( Rubrics ) 

คุณลักษณะ  :  ดานการมีเจตคติที่ดตอการเรียนการสอน 
                                 ี

พฤติกรรมบงชี้  1.  มีความสุขกับการเรียน  2.  มีความภาคภูมใจในผลงาน  3.  เห็นประโยชนหรือคุณคาที่ไดรับจากการปฏิบัติงาน 
                                                          ิ

4.  มองเห็นสิ่งที่จะนําไปใชในชีวิตประจําวัน 



                                                                                    ระดับคุณภาพ 
            เกณฑ 
                                          4  ( ดีเยี่ยม )              3  ( ดี )                   2 ( พอใช )                1 ( ปรับปรุง ) 

คุณลักษณะ  :  ดานการมีเจต  นักเรียนแสดงความรูสกที่ 
                                                ึ            นักเรียนแสดงความรูสกที่ 
                                                                                 ึ        นักเรียนแสดงความรูสกที่ 
                                                                                                              ึ       นักเรียนแสดงความรูสกที่ 
                                                                                                                                          ึ
คติที่ดีตอการเรียนการสอน   สะทอนตามพฤติกรรมบงชี้          สะทอนตามพฤติกรรมบงชี้      สะทอนตามพฤติกรรมบงชี้     สะทอนตามพฤติกรรมบงชี้ 

                                 4 ขอ                       3 ขอ                        2 ขอ                       1 ขอ
การสรุปภาพรวมของผลการเรียนรู 

        นําผลการประเมินจากผลงานหรือคุณลักษณะ  รวมกันแลวเทียบกับชวงคะแนนในการตัดสินผลการเรียนรูที่คาดหวัง 

                                                      ระดับคุณภาพ                 ชวงคะแนน 

                                                            4                       13 – 16 

                                                            3                       11 – 12 

                                                            2                       9  -  10 

                                                            1                      ต่ํากวา 9 

การประกันผลการเรียนรูและการประกันการสอน 

รายบุคคล       ผูเรียนมีผลการเรียนรูในผลการเรียนรูที่คาดหวัง 

               ระดับคุณภาพ  ดี  ขึ้นไปถือวา  ผาน 

รายกลุม       รอยละ  80  ของจํานวนที่ไดระดับผลการเรียนรู  ดี  ขึ้นไป   ถือวาผูสอนประสบผลสําเร็จในการสอน
แผนการจัดการเรียนรู 
             กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร  เรื่อง  เรขาคณิตวิเคราะห 
     รหัสวิชา  ค 31202  คณิตศาสตรเพิ่มเติม  ภาคเรียนที่ 2      ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 
ชื่อหนวยการเรียนรู  เรื่อง เรขาคณิตวิเคราะห                            จํานวน  25  คาบ 




ผลการเรียนรู 

        1.  หาระยะทางระหวางจุดสองจุด จุดกึ่งกลาง ระยะหางระหวางเสนตรงกับจุดได 

        2.  หาความชันของเสนตรง สมการเสนตรง เสนขนาน เสนตั้งฉาก และนําไปใชได 

        3.  เขียนความสัมพันธที่มีกราฟเปนภาคตัดกรวย เมื่อกําหนดสวนตางๆของภาคตัดกรวย 
            ใหและเขียนกราฟของความสัมพันธนั้นได 

        4.  นําความรูเรื่องการเลื่อนแกนขนานไปใชในการเขียนกราฟได 

        5.  นําความรูเรื่องเรขาคณิตวิเคราะหไปใชแกปญหาได
3.  สาระการเรียนรู 
     3.1  ความรูเบื้องตนเกี่ยวกับเรขาคณิตวิเคราะห 
              3.1.1  ระยะทางระหวางจุดสองจุด 
              3.1.2  จุดกึ่งกลางระหวางจุดสองจุด 
              3.1.3  ความชันของเสนตรง 
              3.1.4  เสนขนาน 
              3.1.5  เสนตั้งฉาก 
              3.1.6  ความสัมพันธซึ่งมีกราฟเปนเสนตรง 
              3.1.7  ระยะหางระหวางเสนตรงกับจุด 
     3.2  ภาคตัดกรวย 
              3.2.1  วงกลม 
              3.2.2  วงรี 
              3.2.3  พาราโบลา 
              3.2.4  ไฮเพอรโบลา 
              3.2.5  การเลื่อนกราฟ 
4.  กิจกรรมการเรียนรู 

ชั่งโมงที่ 1 
      ครูใหนกเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน เพื่อวัดผลประเมินความรูของนักเรียน 
               ั                                               
ชั่วโมงที่  2-9 

    ขั้นนํา 
    1 .  ครูอธิบายถึงประโยชนของการวัดผลกอนเรียนและแจงผลการประเมินใหนักเรียนทราบ 
    2.  แบงกลุมนักเรียนคละความสามารถ  กลุมละ  7  คน 
    ขั้นสอน 
    3.  ครูใหนักเรียนแตละกลุมศึกษาใบความรู 
    4.  สรุปผลที่ไดจากการทํากิจกรรมในใบความรู 
    5.  ทําใบงานที่ครูกําหนดให 
    6.  ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความคิดรวมยอดเกี่ยวกับการหาระยะทางระหวางจุดสองจุด 
         จุดกึ่งกลาง ระยะหางระหวางเสนตรงกับจุด 
    7.  ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความคิดรวมยอดเกี่ยวกับ การหาคาความชัน สมการเสนตรง 
          เสนตั้งฉาก
ชั่วโมงที่ 10 
      ใหนักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน แลแจงผลการสอบ เพื่อเปรียบเทียบกับคะแนนกอนเรียน 
ชั่วโมงที่ 11 
      ครูใหนกเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน เพื่อวัดผลประเมินความรูของนักเรียน 
               ั                                               
ชั่วโมงที่  12-19 

     ขั้นนํา 
     1 .  ครูอธิบายถึงประโยชนของการวัดผลกอนเรียนและแจงผลการประเมินใหนักเรียนทราบ 
     2.  แบงกลุมนักเรียนคละความสามารถ  กลุมละ  7  คน 
ขั้นสอน

   3.  ครูใหนักเรียนแตละกลุมศึกษาใบความรู 
   4.  สรุปผลที่ไดจากการทํากิจกรรมในใบความรู 
   5.  ทําใบงานที่ครูกําหนดให 
   6.  ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความคิดรวมยอดเกี่ยวกับภาคตัดกรวย ในเรื่องของ วงกลมและ 
       พาราโบลา 
        6.  ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความคิดรวมยอดเกี่ยวกับภาคตัดกรวย  ในเรื่องของ  วงรี 
            และไฮเพอรโบลา 

ชั่วโมงที่ 20 
      ใหนักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน แลแจงผลการสอบ เพื่อเปรียบเทียบกับคะแนนกอนเรียน 

ชั่วโมงที่ 21 
      ครูใหนกเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน เพื่อวัดผลประเมินความรูของนักเรียน 
               ั                                               
ชั่วโมงที่  22-24 

    ขั้นนํา 
    1 .  ครูอธิบายถึงประโยชนของการวัดผลกอนเรียนและแจงผลการประเมินใหนักเรียนทราบ 
    2.  แบงกลุมนักเรียนคละความสามารถ  กลุมละ  7  คน
ขั้นสอน 
3.  ครูใหนักเรียนแตละกลุมศึกษาใบความรู 
4.  สรุปผลที่ไดจากการทํากิจกรรมในใบความรู 
5.  ทําใบงานที่ครูกําหนดให 
6.  ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความคิดรวมยอด เรื่องการเลื่อนแกนขนานไปใชในการเขียนกราฟ 
7.  ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความคิดรวมยอดเกี่ยวกับ  ความรูเรื่องเรขาคณิตวิเคราะหไปใช 
     แกปญหา 
ชั่วโมงที่ 25 
      ใหนักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน แลแจงผลการสอบ เพื่อเปรียบเทียบกับคะแนนกอนเรียน 
4.  การวัดผลประเมินผล
                                                                การประเมินผล 
       การวัดผล 
       1.  สังเกตจากการตอบคําถาม                              1. 
       2.  สังเกตจากการรวมกิจกรรม                            2. 
       3.  ทําเอกสารแนะแนวทาง                                 3. 
       4.  ทําเอกสารฝกหัด                                    4. 
       5.  ทําโจทยพิเศษทายชัวโมง 
                              ่                               5. 
       6.  ทําแบบฝกหัดเพิ่มเติม                              6. 

5.  สื่อการเรียนรู 
               -  เอกสารประกอบการเรียนรู 
               -  เอกสารแนะแนวทาง 
    แหลงการเรียนรู 
               -  หองสมุดคณิตศาสตร 
               -  คลินิคคณิตศาสตร 
               -  ครู  ,  รุนพี่  ,  เพื่อน  หรือผูที่มีความรูในเรื่องนี้
                                                                
6.  บันทึกหลังผลการจัดการเรียนรู 

        ผลการเรียนรู 
1.  ดานความรู 
    ............................................................................................................................................................ 
    ............................................................................................................................................................ 
    ............................................................................................................................................................ 
    ...................................................................................................................................................... 
    ........................................................................................................................................................ 
2.  ดานทักษะ/กระบวนการ 
    ............................................................................................................................................................ 
    ........................................................................................................................................................ 
    ............................................................................................................................................................ 
    ............................................................................................................................................................ 
    ...................................................................................................................................................... 
    ...................................................................................................................................................... 
3.  ดานคุณลักษณะที่พึงประสงค 
    ............................................................................................................................................................ 
    ........................................................................................................................................................ 

      ...................................................................................................................................................... 
      ............................................................................................................................................................ 
      ...................................................................................................................................................... 

             ปญหาที่ควรแกไข/พัฒนา                               วิธีดําเนินการแกไข/พัฒนา                                   ผลการแกไข/พัฒนา 
      ............................................          ............................................           ............................................ 
      ..................................................    ..................................................     .................................................. 
      ..................................................    ..................................................     .................................................. 
      ..................................................    ..................................................     .................................................. 
      ..................................................    ..................................................     .................................................. 


                                                                ลงชือ...........................................ผูจัดกิจกรรมการเรียนรู 
                                                                    ่
                                                                             (นายอุดม  วงศศรีดา) 
                                                                       ตําแหนง ครู  ชํานาญการพิเศษ
สาระการเรียนรู 


                                  เรขาคณิตวิเคราะห 
1.  ระบบพิกัดฉาก  ประกอบดวยเสนตรง สองเสนเสนหนึ่งอยูในแนวนอน เรียกวา 
    แกน x  อีกเสนหนึ่งอยูในแนวตังเรียกวาแกน  y ทั้งสองเสนนี้ตัดกันเปนมุมฉาก 
                                  ้
    และเรียกจุดตัดวา จุดกําเนิด 
                                            y 

                        ควอดรันตที่  II            ควอดรันตที่  I 
                           (­,+)                          (+,+) 
x 
                   ควอดรันตที่  III        ควอดรันตที่  IV 
                               (­,­)               (+,­) 
2.  การหาระยะทางระหวางจุด 2 จุด 
       ถา P(x1,y1)  และ P(x2,y2) เปนจุด 2 จุดในระนาบ ระยะทางระหวางจุด 
       P และจุด Q หาไดโดย 

              PQ  = Ö  (x2­x1)  + (y2­y1) 2 
                              2 



3.  จุดกึ่งกลางระหวางสองจุด 
    ถา P(x1,y1)  และ P(x2,y2) เปนจุด 2 จุดในระนาบและให M(x,y)  เปน 
    จุดกึ่งกลางระหวาง P และ Q เราสามารถหาจุด M ไดดังนี้ 

              จุดกึ่งกลาง  M คือ            x1+ x2 , y1+ y2 
                                              2        2
4.  สมการของเสนตรง                                               Q(x2,y2) 
      4.1 ความชัน(slop)=tanq=m 

                                                Q(x1,y1) 


                ความชัน =   m  =         y2  ­ y1 
                                         x2  ­ x1 

         4.2  สมการเสนตรงที่ผานจุด (x1,y1) และมีความชันเทากับ m คือ 

                y ­ y1  =  m(x ­ x1) 

         4.3  สมการเสนตรงทีมี y ­intercept เทากับ b และมีความชันเทากับ 
                            ่
m คือ 

                      y = mx + b 

         4.4  จาก 4.2 และ 4.3 สามารถเขียนสมการเสนตรงใหมในรูปของ 

                Ax + By + C = 0 

         ตัวอยาง    จงหาความชันของเสนตรง  3x + 4y ­ 5 = 0 
         วิธีทํา     4y = ­3x + 5 
                      y =  (­3/4)x +(5/4)
                      ความชันคือ ­3/4 
         4.5  เสนตรง l1  ขนานกับ l2  ก็ตอเมือ m1=m2 
                                               ่
              เสนตรง l1  ตั้งฉากกับ l2  ก็ตอเมื่อ m1m2  = ­1
5.  การหาระยะทางจากจุดไปยังเสนตรง 
       กําหนดให  l เปนเสนตรงทีมีสมการ  Ax + By + C = 0 และ 
                                 ่
       P(x1,y1) เปนทีอยูนอกเสน l ดังรูป 
                         ่ 

                            P(x1,y1) 
                                  d                    l 
                                                Ax + By + C = 0 


             ถา d เปนระยะทางจากจุด P ไปยังเสนตรง l 

                    d  =      Ax1  + By1  + C
                               2     2 
                            Ö A  + B 

ทดสอบความเขาใจ 

ขอ 1. เสนตรงซึ่งตั้งฉากและแบงครึงสวนของเสนตรงทีเ่ ชื่อมจุดระหวาง(­1,3) และ 
                                   ่
       (5, 7)  คือกราฟขอใด 
       1.  2y + 3x ­ 8 = 0                2.  2y + 3x ­ 3 = 0 
       3.  2y + 3x ­ 16 = 0               4.  3y + 2x ­ 19 = 0 
ขอ 2. จงหาวาจุด(1,1) , (4,4) , และ (9,­1) เปนจุดยอดของสามเหลี่ยมชนิดใด 
       1.  รูปสามเหลี่ยมดานเทา          2. รูปสามเหลี่ยมหนาจั่ว 
       3.  รูปสามเหลี่ยมมุมฉาก            4.  รูปสามเหลี่ยมมุมฉากหนาจั่ว 


เฉลย 
ขอ 1. ตอบ 3        ขอ 2. ตอบขอ 3
ภาคตัดกรวย 

1.  วงกลม (circle) คือ  เซตของจุดทุกจุดบนระนาบ ซึ่งอยูหางจากจุดคงที่จุดหนึ่ง 
    เปนระยะทางคงทีเ่ สมอ เรียกจุดคงทีวา จุดศูนยกลางของวงกลม  ระยะทางคงที่ 
                                           ่
    เรียกวา รัศมี  (r ) 
    สมการวงกลม 
        ถาวงกลมมีจุดศูนยกลางอยูทจุดกําเนิด และรัศมีเทากับ r 
                                   ี่
                         สมการวงกลมคือ  x  + y  = r 
                                             2     2     2 

        ถาวงกลมมีจุดศูนยกลางอยูทจุด(h,k) และรัศมีเทากับ r 
                                      ี่
                         สมการวงกลมคือ  (x­h)  + (y­k)  + r 
                                                 2           2   2 

                สมการวงกลมในรูปทัวไป คือ x  + y  +Ax + By + C = 0 
                                         ่      2     2 



2.  พาราโบลา  คือ เซตของจุดทุกจุดบนระนาบ ซึ่งในเซตดังกลางจะอยูหางจากจุดคงที่ 
    จุดหนึ่งเทากับอยูหางจากเสนคงที่เสนหนึงเสมอ 
                                              ่
       จุดคงทีเ่ รียกวาจุด โฟกัส 
       เสนคงที่เรียกวา ไดเรกทริกซ 
       เสนทีลากผานโฟกัสและตังฉากกับไดเรกทริกซ เรียกวา แกนของพาราโบลา 
              ่                    ้
       จุดที่เกิดจากพาราโบลาตัดกับแกนของพาราโบลา เรียกวา จุดยอด 

             สมการ  y  = 4cx 
                     2 
                                         สมการ  y  = ­4cx 
                                                 2 



               ไดเรกทริกซ                                         ไดเรกทริกซ 

                              o     F(c,0)             F(­c,0)    o 

                    x = ­c                                           x  = c
สมการ  x  = 4cy 
                     2 
                                                        สมการ  x  = ­4cy 
                                                                 2 

                                                         ไดเรกทริกซ y = c 
                                 F(0,c) 
                                                               o 
                            o 
                                                                  F(0,­c) 
             ไดเรกทริกซ     y = ­c 

        สมการ พาราโบลาซึ่งมีจุดยอดอยูทจุด (h,k) 
                                       ี่
        หลักพิจารณาเชนเดียวกับวงกลม คือ  แทน  x ดวย x­h 
                                                แทน  y ดวย y­k 
3.  วงรี คือ เซตของจุดซึ่งผลบวกของระยะทางจากจุดในเซตไปยังจุดคงที่ 2 จุดมีคาคง 
    ตัวเสมอ 
               ขอควรจํา 
    ผลบวกของระยะทางจากจุดบนวงรีไปยังจุดคงที่สองจุดมีคาเทากับ  2a 
                                          Y 


                   /                / 
                  V               F          O      F           V 
   X                 (­a,0)       (­c,0)         (c,0)        (a,0) 


            สมการวงรีทมีจุดศูนยกลางอยูทจุดกําเนิด 
                       ี่                ี่
      กรณีโฟกัสอยูบนแกน x 
                                       2      2 
                                   x     y 
                                      +  = 1 
                                     a 2    b 2 


                                     y 2 x 2 
      กรณีโฟกัสอยูบนแกน  y              +  = 1 
                                     a 2  b 2 
สมการ วงรีซงมีจุดยอดอยูทจุด (h,k) 
           ึ่            ี่
     หลักพิจารณาเชนเดียวกับวงกลม คือ  แทน  x ดวย x­h 
                                       แทน  y ดวย y­k 


                           ความสัมพันธ  a  = b  + c 
                                          2    2    2 




4.  ไฮเปอรโบลา คือ เซตของจุดซึงผลตางของระยะทางจากจุดใดๆ ในเซตนี้ไปยังจุด 
                               ่
    คงที่สองจุดมีคาคงตัวเสมอ 


   ผลตางของระยะทางจากจุดบนไฮเปอรโบลาไปยังจุดคงที่สองจุดมีคาเทากับ 2a 
                                      y 

                                         B(0,b) 
                           /       / 
                          F       v  o    v          F 
                      (­c,0)    (­a,0)     (a,0)  (c,0) 
                                        / 
                                       B (0,­b) 



                           ความสัมพันธ  c  = a  + b 
                                          2    2    2
สมการ ไฮเปอรโบลาซึ่งมีจุดยอดอยูที่จุด (h,k) 
                                         
       หลักพิจารณาเชนเดียวกับวงกลม คือ  แทน  x ดวย x­h 
                                                 แทน  y ดวย y­k 
ทดสอบความเขาใจ               2    2 
                            y     x 
ขอ 1. วงรีวงหนึ่งมีสมการ  169 + 144  = 1  จุดโฟกัสจุดหนึงของวงรีนี้คอ 
                                                         ่           ื
       1.  (0,0)  2.  (0,5)  3.  (5,0)  4.(0,13) 
เฉลย          ขอ 1. ตอบขอ 2 




                                   ลงชื่อ………………………………..ผูจัดทํา 
                                          (นายอุดม  วงศศรีดา) 
                                          ครู  ชํานาญการพิเศษ

Analytic geometry

  • 1.
    แผนการจัดการเรียนรู  ผลการเรียนรู  1.  หาระยะทางระหวางจุดสองจุด จุดกึ่งกลาง ระยะหางระหวางเสนตรงกับจุดได  2.  หาความชันของเสนตรง สมการเสนตรง เสนขนาน เสนตั้งฉาก และนําไปใชได  3.  เขียนความสัมพันธที่มีกราฟเปนภาคตัดกรวย เมื่อกําหนดสวนตางๆของภาคตัดกรวยให  และเขียนกราฟของความสัมพันธนั้นได  4.  นําความรูเรื่องการเลื่อนแกนขนานไปใชในการเขียนกราฟได  5.  นําความรูเรื่องเรขาคณิตวิเคราะหไปใชแกปญหาได
  • 2.
    กรอบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและการประเมินผลตามสภาพจริง  กลุมสาระการเรียนรู  คณิตศาสตร  รหัสวิชา ค31202  คณิตศาสตรเพิ่มเติม  เรื่อง  เรขาคณิตวิเคราะห  ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่  4  จํานวน  25  ชั่วโมง  ผลการเรียนรู  ภาระงาน / กิจกรรมหลัก  ผลงาน / ชิ้นงาน / คุณลักษณะ  เกณฑการประเมิน  มาตรฐานคุณภาพที่สงผล  1.  สรุปความคิดรวบยอด  1.  นักเรียนแตละกลุมสรุป  1.  สรุปความคิดรวบยอด  1.การสรุปความคิดรวบยอด  เกี่ยวกับการหาระยะทาง  ความคิดรวบยอดเกี่ยวกับ  เกี่ยวกับการหาระยะทาง  เกี่ยวกับการหาระยะทาง  ระหวางจุดสองจุดจุดกึ่งกลาง  การหาระยะทางระหวางจุด  ระหวางจุดสองจุด  จุดกึ่งกลาง  ระหวางจุดสองจุดจุดกึ่งกลาง  ระยะหางระหวางเสนตรงกับ  สองจุด  จุดกึ่งกลาง  ระยะหาง  ระยะหางระหวางเสนตรงกับ  ระยะหางระหวางเสนตรงกับ  จุดได  ระหวางเสนตรงกับจุดได  จุดได  จุดได (KและP)  2.  หาความชันของเสนตรง  2.  นักเรียนแตละกลุมสรุป  2.  หาความชันของเสนตรง  2.สรุปความคิดรวบยอด  สมการเสนตรง  เสนขนาน  ความคิดรวบยอดเกี่ยวกับ  สมการเสนตรง เสนขนาน เสน  เกี่ยวกับการหาความชันของ  เสนตั้งฉาก และนําไปใชได  การหาความชันของเสนตรง  ตั้งฉาก และนําไปใชได  เสนตรง สมการเสนตรง  สมการเสนตรง เสนขนาน เสน  เสนขนาน เสนตั้งฉาก  ตั้งฉาก และนําไปใชได  และนําไปใชได(KและP)
  • 3.
    3.สรุปความคิดรวมยอด  3.  เขียนความสัมพันธที่มี  3. นักเรียนแตละกลุม  3.  เขียนความสัมพันธที่มี  เกี่ยวกับการเขียนความสัมพันธ  กราฟเปนภาคตัดกรวย  สามารถสรุปความคิดรวม  กราฟเปนภาคตัดกรวย เมื่อ  ที่มีกราฟเปนภาคตัดกรวย  เมื่อ  เมื่อกําหนดสวนตางๆ  ยอดเกี่ยวกับการเขียน  กําหนดสวนตางๆของภาค  กําหนดสวนตางๆของภาคตัด  ของภาคตัดกรวยใหและ  ความสัมพันธที่มีกราฟเปน  ตัดกรวยใหและเขียนกราฟ  กรวยใหและเขียนกราฟของ  เขียนกราฟของ  ภาคตัดกรวย เมื่อกําหนด  ของความสัมพันธนนได  ั้ ความสัมพันธนั้นได(KและP)  ความสัมพันธนั้นได  สวนตางๆของภาคตัด  กรวยใหและเขียนกราฟ  ของความสัมพันธนนได  ั้ 4. นําความรูเรื่องการเลื่อน  4. นักเรียนทุกคนสามารถนํา  4. สามารถนําความรูเรื่องการ  4. นําความรูเรื่องการเลื่อนแกน  แกนขนานไปใชในการเขียน  ความรูเรื่องการเลื่อนแกน  เลื่อนแกนขนานไปใชในการ  ขนานไปใชในการเขียนกราฟ  กราฟได  ขนานไปใชในการเขียนกราฟ  เขียนกราฟได  ได(KและP)  ได  5.นําความรูเรื่องเรขาคณิต  5.นําความรูเรื่องเรขาคณิต  5.นําความรูเรื่องเรขาคณิต  วิเคราะหไปใชแกปญหาได  วิเคราะหไปใชแกปญหาได  5.นําความรูเรื่องเรขาคณิต  วิเคราะหไปใชแกปญหาได  วิเคราะหไปใชแกปญหาได  คุณลักษณะ  ( A )  (KและP) 1.  การทํางานรวมกับผูอื่น  2.  มีเจตคติทดีตอการเรียน  ี่ การสอน 
  • 4.
    เกณฑระดับคุณภาพ  ( Rubrics )  ระดับคุณภาพ  เกณฑ  4  ( ดีเยี่ยม )  3  ( ดี )  2 ( พอใช )  1 ( ปรับปรุง )  1. สรุปความคิดรวบยอด  สรุปความคิดรวบยอด  สรุปความคิดรวบยอด  สรุปความคิดรวบยอด  สรุปความคิดรวบยอด  เกี่ยวกับการหาระยะทาง  เกี่ยวกับการหาระยะทาง  เกี่ยวกับการหาระยะทาง  เกี่ยวกับการหาระยะทาง  เกี่ยวกับการหาระยะทาง  ระหวางจุดสองจุดจุดกึ่งกลาง  ระหวางจุดสองจุด  จุดกึ่งกลาง  ระหวางจุดสองจุดจุดกึ่งกลาง  ระหวางจุดสองจุดจุดกึ่งกลาง  ระหวางจุดสองจุดจุดกึ่งกลาง  ระยะหางระหวางเสนตรงกับ  ระยะหางระหวางเสนตรงกับ  ระยะหางระหวางเสนตรงกับ  ระยะหางระหวางเสนตรงกับ  ระยะหางระหวางเสนตรงกับ  จุดได  จุดไดถูกตองครบถวน  จุดได ถูกตองครบถวน  จุดได  ถูกตองครบถวน  จุดได ถูกตองครบถวน  รอยละ  80  รอยละ  70  รอยละ  65  รอยละ  60  2.  หาความชันของเสนตรง  หาความชันของเสนตรง  หาความชันของเสนตรง  หาความชันของเสนตรง  หาความชันของเสนตรง  สมการเสนตรง เสนขนาน เสน  สมการเสนตรง เสนขนาน เสน  สมการเสนตรง เสนขนาน เสน  สมการเสนตรง เสนขนาน เสน  สมการเสนตรง เสนขนาน เสน  ตั้งฉาก และนําไปใชได  ตั้งฉาก และนําไปใชได  ตั้งฉาก และนําไปใชได  ตั้งฉาก และนําไปใชได  ตั้งฉาก และนําไปใชได  ถูกตองรอยละ  80  ไดถูกตองรอยละ  70  ไดถูกตองรอยละ  65  ไดถูกตองรอยละ  60
  • 5.
    3. เขียนความสัมพันธที่มีกราฟ  เขียนความสัมพันธที่มีกราฟ  เขียนความสัมพันธที่มีกราฟ  เขียนความสัมพันธที่มีกราฟ  เขียนความสัมพันธที่มีกราฟ  เปนภาคตัดกรวย เมื่อกําหนด  เปนภาคตัดกรวย เมื่อกําหนด  เปนภาคตัดกรวย เมื่อกําหนด  เปนภาคตัดกรวย เมื่อกําหนด  เปนภาคตัดกรวย เมื่อกําหนด  สวนตางๆของภาคตัดกรวยให  สวนตางๆของภาคตัดกรวยให  สวนตางๆของภาคตัดกรวยให  สวนตางๆของภาคตัดกรวยให  สวนตางๆของภาคตัดกรวยให  และเขียนกราฟของ  และเขียนกราฟของ  และเขียนกราฟของ  และเขียนกราฟของ  และเขียนกราฟของ  ความสัมพันธนั้นได  ความสัมพันธนั้นได  ความสัมพันธนั้นได  ความสัมพันธนั้นได  ความสัมพันธนั้นได  ถูกตองรอยละ  80  ถูกตองรอยละ  70  ถูกตองรอยละ  65  ถูกตองรอยละ  60  4. นําความรูเรื่องการเลื่อนแกน  นําความรูเรื่องการเลื่อนแกน  นําความรูเรื่องการเลื่อนแกน  นําความรูเรื่องการเลื่อนแกน  นําความรูเรื่องการเลื่อนแกน  ขนานไปใชในการเขียนกราฟ  ขนานไปใชในการเขียนกราฟ  ขนานไปใชในการเขียนกราฟ  ขนานไปใชในการเขียนกราฟ  ขนานไปใชในการเขียนกราฟ  ได  ได  ได  ได  ได  ถูกตองรอยละ  80  ถูกตองรอยละ  70  ถูกตองรอยละ  65  ถูกตองรอยละ  60  5.นําความรูเรื่องเรขาคณิต  นําความรูเรื่องเรขาคณิต  นําความรูเรื่องเรขาคณิต  นําความรูเรื่องเรขาคณิต  นําความรูเรื่องเรขาคณิต  วิเคราะหไปใชแกปญหาได  วิเคราะหไปใชแกปญหาได  วิเคราะหไปใชแกปญหาได  วิเคราะหไปใชแกปญหาได  วิเคราะหไปใชแกปญหาได  ถูกตองรอยละ  80  ถูกตองรอยละ  70  ถูกตองรอยละ  65  ถูกตองรอยละ  60
  • 6.
    เกณฑระดับคุณภาพ  (Rubrics)  คุณลักษณะ  : การทํางานรวมกับผูอื่น   พฤติกรรมบงชี้  1.  มีปฎิสัมพันธรวมกับกลุม  2.  แสดงความคิดเห็นสนใจความรูสึกและยอมรับฟงความคิดเห็นของผูอื่น  3. ปฏิบัติงานตามที่รับมอบหมาย  ระดับคุณภาพ  เกณฑ  4  ( ดีเยี่ยม )  3  ( ดี )  2 ( พอใช )  1 ( ปรับปรุง )  คุณลักษณะ  :  การทํางาน  ปฏิบัติงานตามที่ไดรับ  ปฏิบัติงานตามที่ไดรับมอบหมาย  ปฏิบัติงานตามที่ไดรับ  ไมปฏิบัติงานตามที่รับ  รวมกับผูอื่น  มอบหมายและขอตกลงของ  และขอตกลงของกลุมจนสําเร็จ  มี  มอบหมายและขอตกลงของ  มอบหมายและขอตกลงของ  กลุมจนสําเร็จ  มีปฏิสัมพันธ  ปฏิสัมพันธรวมกับกลุมดวยความ  กลุมจนสําเร็จ  มี  กลุม    ขาดแสดงความคิดเห็น  รวมกับกลุมดวยความเอาใจใส  เอาใจใสและแสดงความคิดเห็น  ปฏิสัมพันธรวมกับกลุมดวย  และไมยอมรับความคิดเห็น  และแสดงความคิดเห็นโดย  โดยคํานึงถึงความรูสกของผูอื่น  ึ  ความไมคอยเอาใจใสและไม  ของผูอื่น คํานึงถึงความรูสึกของผูอื่น   และยอมรับความคิดเห็นของผูอื่น  แสดงความคิดเห็น  และยอมรับความคิดเห็นของ  บางประเด็น  ผูอื่น 
  • 7.
    เกณฑระดับคุณภาพ  ( Rubrics )  คุณลักษณะ  : ดานการมีเจตคติที่ดตอการเรียนการสอน  ี พฤติกรรมบงชี้  1.  มีความสุขกับการเรียน  2.  มีความภาคภูมใจในผลงาน  3.  เห็นประโยชนหรือคุณคาที่ไดรับจากการปฏิบัติงาน  ิ 4.  มองเห็นสิ่งที่จะนําไปใชในชีวิตประจําวัน  ระดับคุณภาพ  เกณฑ  4  ( ดีเยี่ยม )  3  ( ดี )  2 ( พอใช )  1 ( ปรับปรุง )  คุณลักษณะ  :  ดานการมีเจต  นักเรียนแสดงความรูสกที่  ึ นักเรียนแสดงความรูสกที่  ึ นักเรียนแสดงความรูสกที่  ึ นักเรียนแสดงความรูสกที่  ึ คติที่ดีตอการเรียนการสอน  สะทอนตามพฤติกรรมบงชี้  สะทอนตามพฤติกรรมบงชี้  สะทอนตามพฤติกรรมบงชี้  สะทอนตามพฤติกรรมบงชี้  4 ขอ  3 ขอ  2 ขอ  1 ขอ
  • 8.
    การสรุปภาพรวมของผลการเรียนรู  นําผลการประเมินจากผลงานหรือคุณลักษณะ  รวมกันแลวเทียบกับชวงคะแนนในการตัดสินผลการเรียนรูที่คาดหวัง  ระดับคุณภาพ  ชวงคะแนน  4  13 – 16  3  11 – 12  2  9  -  10  1  ต่ํากวา 9  การประกันผลการเรียนรูและการประกันการสอน  รายบุคคล  ผูเรียนมีผลการเรียนรูในผลการเรียนรูที่คาดหวัง  ระดับคุณภาพ  ดี  ขึ้นไปถือวา  ผาน  รายกลุม  รอยละ  80  ของจํานวนที่ไดระดับผลการเรียนรู  ดี  ขึ้นไป   ถือวาผูสอนประสบผลสําเร็จในการสอน
  • 9.
    แผนการจัดการเรียนรู  กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร  เรื่อง  เรขาคณิตวิเคราะห  รหัสวิชา  ค 31202  คณิตศาสตรเพิ่มเติม  ภาคเรียนที่ 2  ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4  ชื่อหนวยการเรียนรู  เรื่อง เรขาคณิตวิเคราะห  จํานวน  25  คาบ  ผลการเรียนรู  1.  หาระยะทางระหวางจุดสองจุด จุดกึ่งกลาง ระยะหางระหวางเสนตรงกับจุดได  2.  หาความชันของเสนตรง สมการเสนตรง เสนขนาน เสนตั้งฉาก และนําไปใชได  3.  เขียนความสัมพันธที่มีกราฟเปนภาคตัดกรวย เมื่อกําหนดสวนตางๆของภาคตัดกรวย  ใหและเขียนกราฟของความสัมพันธนั้นได  4.  นําความรูเรื่องการเลื่อนแกนขนานไปใชในการเขียนกราฟได  5.  นําความรูเรื่องเรขาคณิตวิเคราะหไปใชแกปญหาได
  • 10.
    3.  สาระการเรียนรู  3.1  ความรูเบื้องตนเกี่ยวกับเรขาคณิตวิเคราะห  3.1.1  ระยะทางระหวางจุดสองจุด  3.1.2  จุดกึ่งกลางระหวางจุดสองจุด  3.1.3  ความชันของเสนตรง  3.1.4  เสนขนาน  3.1.5  เสนตั้งฉาก  3.1.6  ความสัมพันธซึ่งมีกราฟเปนเสนตรง  3.1.7  ระยะหางระหวางเสนตรงกับจุด  3.2  ภาคตัดกรวย  3.2.1  วงกลม  3.2.2  วงรี  3.2.3  พาราโบลา  3.2.4  ไฮเพอรโบลา  3.2.5  การเลื่อนกราฟ  4.  กิจกรรมการเรียนรู  ชั่งโมงที่ 1  ครูใหนกเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน เพื่อวัดผลประเมินความรูของนักเรียน  ั  ชั่วโมงที่  2-9  ขั้นนํา  1 .  ครูอธิบายถึงประโยชนของการวัดผลกอนเรียนและแจงผลการประเมินใหนักเรียนทราบ  2.  แบงกลุมนักเรียนคละความสามารถ  กลุมละ  7  คน  ขั้นสอน  3.  ครูใหนักเรียนแตละกลุมศึกษาใบความรู  4.  สรุปผลที่ไดจากการทํากิจกรรมในใบความรู  5.  ทําใบงานที่ครูกําหนดให  6.  ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความคิดรวมยอดเกี่ยวกับการหาระยะทางระหวางจุดสองจุด  จุดกึ่งกลาง ระยะหางระหวางเสนตรงกับจุด  7.  ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความคิดรวมยอดเกี่ยวกับ การหาคาความชัน สมการเสนตรง  เสนตั้งฉาก
  • 11.
    ชั่วโมงที่ 10  ใหนักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน แลแจงผลการสอบ เพื่อเปรียบเทียบกับคะแนนกอนเรียน  ชั่วโมงที่ 11  ครูใหนกเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน เพื่อวัดผลประเมินความรูของนักเรียน  ั  ชั่วโมงที่  12-19  ขั้นนํา  1 .  ครูอธิบายถึงประโยชนของการวัดผลกอนเรียนและแจงผลการประเมินใหนักเรียนทราบ  2.  แบงกลุมนักเรียนคละความสามารถ  กลุมละ  7  คน  ขั้นสอน 3.  ครูใหนักเรียนแตละกลุมศึกษาใบความรู  4.  สรุปผลที่ไดจากการทํากิจกรรมในใบความรู  5.  ทําใบงานที่ครูกําหนดให  6.  ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความคิดรวมยอดเกี่ยวกับภาคตัดกรวย ในเรื่องของ วงกลมและ  พาราโบลา  6.  ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความคิดรวมยอดเกี่ยวกับภาคตัดกรวย  ในเรื่องของ  วงรี  และไฮเพอรโบลา  ชั่วโมงที่ 20  ใหนักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน แลแจงผลการสอบ เพื่อเปรียบเทียบกับคะแนนกอนเรียน  ชั่วโมงที่ 21  ครูใหนกเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน เพื่อวัดผลประเมินความรูของนักเรียน  ั  ชั่วโมงที่  22-24  ขั้นนํา  1 .  ครูอธิบายถึงประโยชนของการวัดผลกอนเรียนและแจงผลการประเมินใหนักเรียนทราบ  2.  แบงกลุมนักเรียนคละความสามารถ  กลุมละ  7  คน
  • 12.
    ขั้นสอน  3.  ครูใหนักเรียนแตละกลุมศึกษาใบความรู  4.  สรุปผลที่ไดจากการทํากิจกรรมในใบความรู  5. ทําใบงานที่ครูกําหนดให  6.  ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความคิดรวมยอด เรื่องการเลื่อนแกนขนานไปใชในการเขียนกราฟ  7.  ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความคิดรวมยอดเกี่ยวกับ  ความรูเรื่องเรขาคณิตวิเคราะหไปใช  แกปญหา  ชั่วโมงที่ 25  ใหนักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน แลแจงผลการสอบ เพื่อเปรียบเทียบกับคะแนนกอนเรียน  4.  การวัดผลประเมินผล การประเมินผล  การวัดผล  1.  สังเกตจากการตอบคําถาม  1.  2.  สังเกตจากการรวมกิจกรรม  2.  3.  ทําเอกสารแนะแนวทาง  3.  4.  ทําเอกสารฝกหัด  4.  5.  ทําโจทยพิเศษทายชัวโมง  ่ 5.  6.  ทําแบบฝกหัดเพิ่มเติม  6.  5.  สื่อการเรียนรู  -  เอกสารประกอบการเรียนรู  -  เอกสารแนะแนวทาง  แหลงการเรียนรู  -  หองสมุดคณิตศาสตร  -  คลินิคคณิตศาสตร  -  ครู  ,  รุนพี่  ,  เพื่อน  หรือผูที่มีความรูในเรื่องนี้ 
  • 13.
    6.  บันทึกหลังผลการจัดการเรียนรู  ผลการเรียนรู  1.  ดานความรู  ............................................................................................................................................................  ............................................................................................................................................................  ............................................................................................................................................................  ......................................................................................................................................................  ........................................................................................................................................................  2.  ดานทักษะ/กระบวนการ  ............................................................................................................................................................  ........................................................................................................................................................  ............................................................................................................................................................  ............................................................................................................................................................  ......................................................................................................................................................  ......................................................................................................................................................  3.  ดานคุณลักษณะที่พึงประสงค  ............................................................................................................................................................  ........................................................................................................................................................  ......................................................................................................................................................  ............................................................................................................................................................  ......................................................................................................................................................  ปญหาที่ควรแกไข/พัฒนา  วิธีดําเนินการแกไข/พัฒนา  ผลการแกไข/พัฒนา  ............................................  ............................................  ............................................  ..................................................  ..................................................  ..................................................  ..................................................  ..................................................  ..................................................  ..................................................  ..................................................  ..................................................  ..................................................  ..................................................  ..................................................  ลงชือ...........................................ผูจัดกิจกรรมการเรียนรู  ่ (นายอุดม  วงศศรีดา)  ตําแหนง ครู  ชํานาญการพิเศษ
  • 14.
    สาระการเรียนรู  เรขาคณิตวิเคราะห  1.  ระบบพิกัดฉาก  ประกอบดวยเสนตรง สองเสนเสนหนึ่งอยูในแนวนอน เรียกวา  แกน x  อีกเสนหนึ่งอยูในแนวตังเรียกวาแกน  y ทั้งสองเสนนี้ตัดกันเปนมุมฉาก  ้ และเรียกจุดตัดวา จุดกําเนิด  y  ควอดรันตที่  II  ควอดรันตที่  I  (­,+)  (+,+)  x  ควอดรันตที่  III  ควอดรันตที่  IV  (­,­)  (+,­)  2.  การหาระยะทางระหวางจุด 2 จุด  ถา P(x1,y1)  และ P(x2,y2) เปนจุด 2 จุดในระนาบ ระยะทางระหวางจุด  P และจุด Q หาไดโดย  PQ  = Ö  (x2­x1)  + (y2­y1) 2  2  3.  จุดกึ่งกลางระหวางสองจุด  ถา P(x1,y1)  และ P(x2,y2) เปนจุด 2 จุดในระนาบและให M(x,y)  เปน  จุดกึ่งกลางระหวาง P และ Q เราสามารถหาจุด M ไดดังนี้  จุดกึ่งกลาง  M คือ  x1+ x2 , y1+ y2  2  2
  • 15.
    4.  สมการของเสนตรง  Q(x2,y2)  4.1 ความชัน(slop)=tanq=m  Q(x1,y1)  ความชัน =   m  =  y2  ­ y1  x2  ­ x1  4.2  สมการเสนตรงที่ผานจุด (x1,y1) และมีความชันเทากับ m คือ  y ­ y1  =  m(x ­ x1)  4.3  สมการเสนตรงทีมี y ­intercept เทากับ b และมีความชันเทากับ  ่ m คือ  y = mx + b  4.4  จาก 4.2 และ 4.3 สามารถเขียนสมการเสนตรงใหมในรูปของ  Ax + By + C = 0  ตัวอยาง  จงหาความชันของเสนตรง  3x + 4y ­ 5 = 0  วิธีทํา  4y = ­3x + 5  y =  (­3/4)x +(5/4) ความชันคือ ­3/4  4.5  เสนตรง l1  ขนานกับ l2  ก็ตอเมือ m1=m2  ่ เสนตรง l1  ตั้งฉากกับ l2  ก็ตอเมื่อ m1m2  = ­1
  • 16.
    5.  การหาระยะทางจากจุดไปยังเสนตรง  กําหนดให  l เปนเสนตรงทีมีสมการ  Ax + By + C = 0 และ  ่ P(x1,y1) เปนทีอยูนอกเสน l ดังรูป  ่  P(x1,y1)  d  l  Ax + By + C = 0  ถา d เปนระยะทางจากจุด P ไปยังเสนตรง l  d  =  Ax1  + By1  + C 2  2  Ö A  + B  ทดสอบความเขาใจ  ขอ 1. เสนตรงซึ่งตั้งฉากและแบงครึงสวนของเสนตรงทีเ่ ชื่อมจุดระหวาง(­1,3) และ  ่ (5, 7)  คือกราฟขอใด  1.  2y + 3x ­ 8 = 0  2.  2y + 3x ­ 3 = 0  3.  2y + 3x ­ 16 = 0  4.  3y + 2x ­ 19 = 0  ขอ 2. จงหาวาจุด(1,1) , (4,4) , และ (9,­1) เปนจุดยอดของสามเหลี่ยมชนิดใด  1.  รูปสามเหลี่ยมดานเทา  2. รูปสามเหลี่ยมหนาจั่ว  3.  รูปสามเหลี่ยมมุมฉาก  4.  รูปสามเหลี่ยมมุมฉากหนาจั่ว  เฉลย  ขอ 1. ตอบ 3  ขอ 2. ตอบขอ 3
  • 17.
    ภาคตัดกรวย  1.  วงกลม (circle) คือ  เซตของจุดทุกจุดบนระนาบซึ่งอยูหางจากจุดคงที่จุดหนึ่ง  เปนระยะทางคงทีเ่ สมอ เรียกจุดคงทีวา จุดศูนยกลางของวงกลม  ระยะทางคงที่  ่ เรียกวา รัศมี  (r )  สมการวงกลม  ถาวงกลมมีจุดศูนยกลางอยูทจุดกําเนิด และรัศมีเทากับ r  ี่ สมการวงกลมคือ  x  + y  = r  2  2  2  ถาวงกลมมีจุดศูนยกลางอยูทจุด(h,k) และรัศมีเทากับ r  ี่ สมการวงกลมคือ  (x­h)  + (y­k)  + r  2  2  2  สมการวงกลมในรูปทัวไป คือ x  + y  +Ax + By + C = 0  ่ 2  2  2.  พาราโบลา  คือ เซตของจุดทุกจุดบนระนาบ ซึ่งในเซตดังกลางจะอยูหางจากจุดคงที่  จุดหนึ่งเทากับอยูหางจากเสนคงที่เสนหนึงเสมอ  ่ จุดคงทีเ่ รียกวาจุด โฟกัส  เสนคงที่เรียกวา ไดเรกทริกซ  เสนทีลากผานโฟกัสและตังฉากกับไดเรกทริกซ เรียกวา แกนของพาราโบลา  ่ ้ จุดที่เกิดจากพาราโบลาตัดกับแกนของพาราโบลา เรียกวา จุดยอด  สมการ  y  = 4cx  2  สมการ  y  = ­4cx  2  ไดเรกทริกซ  ไดเรกทริกซ  o  F(c,0)  F(­c,0)    o  x = ­c  x  = c
  • 18.
    สมการ  x  = 4cy  2  สมการ  x  = ­4cy  2  ไดเรกทริกซ y = c  F(0,c)  o  o  F(0,­c)  ไดเรกทริกซ  y = ­c  สมการ พาราโบลาซึ่งมีจุดยอดอยูทจุด (h,k)  ี่ หลักพิจารณาเชนเดียวกับวงกลม คือ  แทน  x ดวย x­h  แทน  y ดวย y­k  3.  วงรี คือ เซตของจุดซึ่งผลบวกของระยะทางจากจุดในเซตไปยังจุดคงที่ 2 จุดมีคาคง  ตัวเสมอ  ขอควรจํา  ผลบวกของระยะทางจากจุดบนวงรีไปยังจุดคงที่สองจุดมีคาเทากับ  2a  Y  /  /  V  F  O      F           V  X  (­a,0)  (­c,0)         (c,0)        (a,0)  สมการวงรีทมีจุดศูนยกลางอยูทจุดกําเนิด  ี่ ี่ กรณีโฟกัสอยูบนแกน x  2 2  x  y  +  = 1  a 2  b 2  y 2 x 2  กรณีโฟกัสอยูบนแกน  y +  = 1  a 2  b 2 
  • 19.
    สมการ วงรีซงมีจุดยอดอยูทจุด (h,k)  ึ่ ี่ หลักพิจารณาเชนเดียวกับวงกลม คือ  แทน  x ดวย x­h  แทน  y ดวย y­k  ความสัมพันธ  a  = b  + c  2  2  2  4.  ไฮเปอรโบลา คือ เซตของจุดซึงผลตางของระยะทางจากจุดใดๆ ในเซตนี้ไปยังจุด  ่ คงที่สองจุดมีคาคงตัวเสมอ  ผลตางของระยะทางจากจุดบนไฮเปอรโบลาไปยังจุดคงที่สองจุดมีคาเทากับ 2a  y  B(0,b)  /  /  F  v  o    v          F  (­c,0)    (­a,0)     (a,0)  (c,0)  /  B (0,­b)  ความสัมพันธ  c  = a  + b  2  2  2
  • 20.
    สมการ ไฮเปอรโบลาซึ่งมีจุดยอดอยูที่จุด (h,k)   หลักพิจารณาเชนเดียวกับวงกลม คือ  แทน  x ดวย x­h  แทน  y ดวย y­k  ทดสอบความเขาใจ  2 2  y  x  ขอ 1. วงรีวงหนึ่งมีสมการ  169 + 144  = 1  จุดโฟกัสจุดหนึงของวงรีนี้คอ  ่ ื 1.  (0,0)  2.  (0,5)  3.  (5,0)  4.(0,13)  เฉลย  ขอ 1. ตอบขอ 2  ลงชื่อ………………………………..ผูจัดทํา  (นายอุดม  วงศศรีดา)  ครู  ชํานาญการพิเศษ