Recommended
PPT
PDF
230111167342525149 (1).pdf
PPT
PPT
PPT
01 ความรู้เกี่ยวกับสารเสพติดเพื่อการบำบัดรักษา
PDF
PPT
PPTX
การใช้ยาอย่างไรให้ถูกต้องปลอดภัยเหมาะสม.pptx
PPT
PDF
PDF
PDF
PDF
PPTX
PPTX
PPTX
PDF
บฝ.การกำหนดเพศและยีนที่เกี่ยวเนื่องกับเพศ
PPT
PPTX
PPT
PDF
กระบวนการบำบัดรักษาผู้ป่วยยาและสารเสพติดแนวใหม่
PPT
PDF
PDF
ใบงานที่ 1 เรื่อง รู้จักกับโปรแกรมเพ้นท์
PDF
เอกสารประกอบการเรียนวิชาโภชนบำบัด
PPTX
สรุปเรื่องโรคติดต่อและโรคไม่ติดต่อ
PPT
DOC
PDF
PPTX
More Related Content
PPT
PDF
230111167342525149 (1).pdf
PPT
PPT
PPT
01 ความรู้เกี่ยวกับสารเสพติดเพื่อการบำบัดรักษา
PDF
PPT
PPTX
การใช้ยาอย่างไรให้ถูกต้องปลอดภัยเหมาะสม.pptx
What's hot
PPT
PDF
PDF
PDF
PDF
PPTX
PPTX
PPTX
PDF
บฝ.การกำหนดเพศและยีนที่เกี่ยวเนื่องกับเพศ
PPT
PPTX
PPT
PDF
กระบวนการบำบัดรักษาผู้ป่วยยาและสารเสพติดแนวใหม่
PPT
PDF
PDF
ใบงานที่ 1 เรื่อง รู้จักกับโปรแกรมเพ้นท์
PDF
เอกสารประกอบการเรียนวิชาโภชนบำบัด
PPTX
สรุปเรื่องโรคติดต่อและโรคไม่ติดต่อ
PPT
DOC
Similar to ยาเสพติด.ppt
PDF
PPTX
PDF
กระบวนการบำบัดรักษาผู้ป่วยยาและสารเสพติดแนวใหม่
PDF
PPT
PDF
PDF
DOC
PDF
PDF
PPTX
PDF
PPTX
Presentation-final ปัญหายาเสพติดในวัยรุ่นปัจจุบัน
PDF
PDF
DOCX
PDF
PPT
PPTX
อบรมทีมติดตามผู้ผ่านค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมระดับตำบลปี 56
PPTX
More from ssuser4255cc
PPT
PPTX
การใช้งานระบบเฝ้าระวัง.pptx
PPTX
PPT
PPT
PPT
PPT
ยาเสพติด.ppt 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 3.ป
ระเภ
ท
ก
ล่
อ
ม
ป
ระส
า
ท(Tranquilizers)ได ้
แ
ก่ย
า
จา
พ
วก
ที่
ทา
ให ้
ระงับห
รือ
สงบแ
ต่
ไม่
ทา
ให ้
นอ
นห
ลั
บใก
ล ้
เคี
ย
งกั
บย
า
จา
พ
วก
บา
ร์บิ
ทู
เรต
มา
กมี
ทั้
งช
นิด
กล่
อ
ม
ประสา
ทอ
ย่
างแ
รงแ
ล
ะอ
ย่
างอ่
อนเช่
นเมโปรบาเมตโค
รได
ซี
โปไซ
ด์เป็นต ้
น
4.ป
ระเภ
ท
ห
ล
อ
น
ป
ระส
า
ท(HallucinogenicD
rugs)ได ้
แ
ก่ย
า
จา
พ
วก
ที่
ทา
ให ้
เกิ
ด
ค
วา
มรู้
สึ
ก
ในท
า
งสัมผั
สประสา
ท
โด
ย
ไม่
มี
สิ่
งเกิ
ด
ขึ้
นจริงเป็นก
า
รห
ล
อนตั
วเอ
ง
เช่
นแ
อ
ล
.เอ
ส.ดี
.(Lysergicaciddiethylam
ide)ดี
.เอ็
ม.ที
.(dim
ethyltyptam
ine)
เอ
ส.ที
.พี
.m
ethyldinethoxym
ethylphenylethylam
ineเมสค
า
ลิ
นรวมทั้
งแ
อ
ลเอ
ส
ดีกั
ญ
ช
าก
าวย
า
เคเป็นต ้
น
8. เสพยากับติดยา
• ในช่วงเริ่มต ้นของการใช ้ยานั้น ผู้ใช ้ยังอาจไม่
มีภาวะเสพติดเกิดขึ้น โดยเฉพาะหากใช ้สาร
ที่มีฤทธิ์เสพติดไม่สูง แต่เมื่อมีการใช ้ต่อเนื่อง
ฤทธิ์เสพติดที่สารนั้นมีต่อร่างกายจึงจะทาให ้
เกิด ภาวะเสพติดขึ้น
9. Substance used disorders
• มีอาการอย่างน้อยสองข ้อ เกิดขึ้นในช่วง
ระยะเวลาสิบสองเดือน
• 1 มีการใช ้สารนั้นจานวนมากหรือนานกว่า
ที่ตั้งใจไว ้
• 2 มีความต ้องการอย่างต่อเนื่องหรือความ
พยายามที่ไม่เคยสาเร็จในการที่จะลดหรือ
ควบคุมการใช ้สารนั้นๆ
• 3 ใช ้เวลาไปกับกิจกรรมต่างๆเพื่อให ้ได ้มาซึ้ง
สารนั้นเพื่อเสพสารหรือฟื้นจากฤทธิ์ของสาร
10. • 5 มีการใช ้สารนั้นซ้าแล ้วซ้าอีก ส่งผลให ้
บทบาทภาระหน้าที่ที่สาคัญ ที่ทางาน ที่
โรงเรียน หรือที่บ ้านล ้มเหลว
• 6 ใช ้สารอย่างต่อเนื่องแม ้ว่าจะมีปัญหาต่างๆ
ทางด ้านสังคมหรือปัญหาระหว่างบุคคลที่มี
สาเหตุหรือทาให ้แย่ลงจากสารนั้นๆ อยู่อย่าง
ต่อเนื่องหรือซ้าแล ้วซ้าอีก
• 7 กิจกรรมสาคัญๆทางสังคม หน้าที่การงาน
หรือการพักผ่อนหย่อนใจต ้องถูกล ้มเลิกหรือ
ลดลงเนื่องมาจากการใช ้สาร
• 8 มีการใช ้สารนั้นซ้าแล ้วซ้าอีกใน
สถานการณ์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
11. • 10 มีการดื้อยา(tolerance)ตามข ้อใดข ้อหนึ่ง
ดังนี้
– มีความต ้องการที่จะใช ้สารนั้นเพิ่มขึ้นอย่างมาก
เพื่อให ้ได ้ซึ่งผลหรืออากรที่ต ้องการ
– ผลของสารนั้นจะลดลงไปอย่างมาก เมื่อมีการใช ้
สารนั้นอย่างต่อเนื่องในจานวนเท่าเดิม
• 11 มีอาการขาดยา(withdrawal)ตามข ้อใด
ข ้อหนึ่งดังนี้
– เกิดลักษณะของกลุ่มอาการขาดยา
– มีการใช ้สารนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงหรือบรรเทาอาการ
ขาดยา
12. Substance abuse
• การใช ้ยาในทางที่ผิด หมายถึง การใช ้ยา
เสพติดในลักษณะที่ก่อให ้เกิดอันตรายต่อ
สุขภาพ ทั้งด ้านร่างกาย หรือด ้านจิตใจ มี
อาการดังต่อไปนี้ร่วมด ้วย
– มีการใช ้สารนั้นอยู่เรื่อยๆ ซึ่งทาให ้ไม่สามารถ
ทางานต่างๆได ้เต็มที่
– มีการใช ้สารนั้นอยู่เรื่อยๆ ในสถานการณ์ต่างๆ ที่
จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพได ้
13. Substance abuse
– ก่อให ้เกิดปัญหาทางกฏหมายจากการใช ้สาร
เช่น การถูกจับกุม
– มีการใช ้สารอยางต่อเนื่อง แม ้ว่าสารนั้นจะ
ก่อให ้เกิดปัญหาต่างๆในด ้านสังคม หรือ
ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล
14. Substance dependence
• การติดสารเสพติด หมายถึง ภาวะผิดปกติ
ทางด ้านพฤติกรรม สติปัญญา ความคิดอ่าน
และระบบสรีระร่างกาย ซึ่งเกิดภายหลังจาก
การใช ้สารเสพติด หรือเสพซ้าๆ และมีอาการ
ต่างๆดังต่อไปนี้ร่วมด ้วย
– มีอาการดื้อยา
– มีอาการขาดยา
15. Substance dependence
– มักจะใช ้สารนั้นในจานวนที่เพิ่มมากขึ้น หรือใช ้
ติดต่อกันนานมากกว่าที่คิดไว ้
– ต ้องการใช ้สารนี้อยู่ตลอดเวลาอย่างต่อเนื่อง
หรือมักไม่สาเร็จในการพยายามที่จะหยุด หรือ
เลิกใช ้สารนั้น
– เวลาในแต่ละวัน หมดไปกับกิจกรรมต่างๆเพื่อให ้
ได ้สารนั้นมา, การเสพสาร, การฟื้นจากผลของ
สารนั้น
16. Substance dependence
– การใช ้สารนั้นมีผลทาให ้กิจกรรมสาคัญๆในด ้าน
สังคม อาชีพ และกิจกรรมส่วนตัวเสื่อมลง
– มีการใช ้สารนั้นอยู่ต่อไปเรื่อยๆ แม ้จะทราบว่าสาร
นั้นก่อให ้เกิดปัญหาทางกายและจิตใจอยู่เป็ น
ประจาก็ตาม
17. 18. 19. 20. 25. สาเหตุ
• ปัจจัยทางด ้าน learning และ conditioning
–ผลจากการใช ้ยาจะ reinforce ให ้มีการใช ้
ยาอยู่ หรือการใช ้ยาอาจถูก condition กับ
สิ่งแวดล ้อม
• ปัจจัยทางด ้านสิ่งแวดล ้อม
–ปัญหาในโรงเรียน ครอบครัว ค่านิยมใน
สังคม เศรษฐฐานะต่า และการชักชวนจาก
กลุ่มเพื่อน
26. 27. 28. 29. พฤติกรรมเปลี่ยนไป
• ไม่มีสมาธิ เหม่อลอย
• ไม่สนใจการเรียน ผลการเรียนแย่ลง
• ละทิ้งกิจกรรมที่เคยชอบ เช่น กีฬา หรืองาน
อดิเรกที่เคยทา
• ไม่ใส่ใจเรื่องการแต่งกาย ปล่อยให ้ผมรุงรัง
หรือสกปรก
• ใช ้เงินเปลือง เป็นหนี้เป็นสินคนรอบข ้าง
30. ข ้อสังเกตอื่นๆ
• พบเครื่องไม ้เครื่องมือในการเสพยา เช่น ไฟ
แช็ค ผ ้าชุบทินเนอร์ กระบอกฉีดยา กระดาษ
ตะกั่ว เป็นต ้น
• พบตัวยาหรือสิ่งที่มีจากยา
• เงินทองและข ้าวของในบ ้านหายไป
• ตาแดง น้ามูกไหลทั้งๆที่ไม่เป็นหวัด
31. 33. 34. Harm Reduction – ลาดับขั้นของ
เป้ าหมาย
• ถ ้าหากคุณต ้องการหลีกเลี่ยงอันตรายที่
อาจเกิดได ้จากสารเสพติด อย่าใช ้สาร
เสพติด;
• หากคุณอยากจะใช ้สารเสพติด ควร
ทราบข ้อมูลของมันก่อน;
• ถ ้าคุณใช ้สารเสพติด อย่าฉีด;
• ถ ้าคุณฉีด อย่าใช ้อุปกรณ์การฉีดร่วมกับ
ผู้อื่น
35. กิจกรรมของ Harm
Reduction
• การเข ้าถึงในพื้นที่ในกลุ่มประชากรที่ยังไม่
ปรากฎตัว Outreach;
• การให ้ความรู้ในกลุ่มเพื่อน เพื่อนช่วยเพื่อน
Peer education;
• ศูนย์บริการ Drop-In Centres (DIC);
• โครงการแลกเปลี่ยนเข็มสะอาด
Needle and Syringe Exchange
Programs (NSEP);
• การให ้เอกสารข ้อมูล ความรู้ และการ
ื่
36. Harm Reduction Interventions
• Harm Reduction สามารถรวม:
• การบาบัดด ้วยยา Pharmacotherapy
(เช่น การให ้เมทาโดนต่อเนื่องระยะยาว
methadone maintenance,
buprenorphine);
• การถอนพิษยาและการฟื้นฟู
Detoxification and rehabilitation;
• การให ้ยาด ้านไวรัส Anti-Retroviral
(ARV) treatment;
37. 12 components of a comprehensive service for IDUs
adapted from slide by Dr Fabio Mesquita
Peer
Education Primary
Health
Services
CST
HIV/AIDS
Oral
Substitution
Drug
Treatment
Condoms
Outreach
Counseling
VCT
STI
NSEP
Clean Up/
Syringe
Incineration
Comprehensiveness
Continuity
Quality
Scale
38. 39. 40. การรักษาแบบผู้ป่ วยใน
• การรักษาแบบผู้ป่ วยใน การรักษาแบบนี้จะรวมการ
รักษาซึ่งประกอบด ้วยการดูแลทางการแพทย์อย่าง
ใกล ้ชิด ทั้งในแง่การเจ็บป่ วยทางกาย ทางจิตใจและ
การปรับตัวทางสังคม โดยใช ้เวลาตลอด 24 ชั่วโมง
ของแต่ละวันภายในสถานบาบัด เหมาะสมหรับผู้ป่ วย
ที่เสพสารปริมาณมากๆ และยังมีการใช ้ต่อเนื่องอยู่
หรือผู้มีอาการเป็นพิษจากการเสพติด หรือกรณี
ต ้องการสภาพแวดล ้อมที่ช่วยในกระบวนการถอนพิษ
41. • นอกจากนี้ ยังจาเป็นสาหรับผู้เสพติดที่ต ้องการการ
รักษาด ้วยยา การบาบัดภาวะเกลือแร่ไม่สมดุลของ
ร่างกายหรือการที่ผู้ป่ วยต ้องอยู่ในสภาพแวดล ้อมที่
ปลอดภัยต่อการทาร ้ายตนเองหรือทาร ้ายผู้อื่น
• บ ้านกึ่งวิถี เป็นรูปแบบการรักษาที่เสมือรอยต่อระหว่าง
การกลับคืนสู่สภาพครอบครัวและสังคมที่แท ้จริงกับ
การบาบัดในสถานบาบัด โดยผู้ป่ วยใช ้ชีวิตอยู่ในบ ้าน
กึ่งวิถีแต่สามารถมีโอกาสทางการศึกษา การทางาน
ตลอดจนการรักษาจากหน่วยงานภายนอกบ ้านกึ่งวิถี
โดยต ้องเคารพกฎเกณฑ์ของบ ้าน ซึ่งมีเจ ้าหน้าที่คอย
กากับดูแลด ้วย ระยะเวลาการบาบัดในบ ้านกึ่งวิถีขึ้นอยู่
กับเป้าหมายที่ตั้งไว ้
42. 43. 44. ชุมชนบาบัด
• ชุมชนจะประกอบด ้วยสภาพแวดล ้อมทางสังคม กลุ่ม
เพื่อน และบุคลากรผู้รับบทบาทเป็นตัวอย่างสังคม
การจัดสรรหน้าที่รับผิดชอบต่างๆ ในชุมชน
เปรียบเสมือนกลไกที่จะช่วยพัฒนาตนเองสาหรับ
สมาชิกทุกราย การจัดตารางเวลาในแต่ละวันจึง
เป็นไปอย่างรัดกุม มีโครงสร ้างชัดเจนทั้งในเรื่องของ
การทางาน กิจกรรมกลุ่ม การสัมมนา มื้ออาหาร ปฎิ
สัมพันธ์ระหว่างกลุ่มเพื่อนและบุคลากรทั้งที่เป็นแบบมี
ั ่
45. 48. 50. 51. 52. • ใจสั่น
• คลื่นไส ้อาเจียน
• หายใจเร็ว
• มือสั่น เดินเซ
• ในผู้หญิงท ้องจะทาให ้ลูกน้าหนักน้อย, รอบ
หัวเล็ก, คลอดก่อนกาหนดและมีการ
เจริญเติบโตช ้า
53. กระท่อม
• เป็นพืชเสพติดชนิดหนึ่ง ลักษณะเป็น
ต ้นไม ้ยืนต ้นขนาดกลาง ใช ้ส่วนของใบ
ในการเสพ
• เคี้ยวใบดิบ หรือใช ้ใบตากแห ้งแล ้ว
นามาบดเป็นผงรับประทานแล ้วดื่มน้า
ตามหรือใช ้ใบที่บดเป็นผงชงกับน้าร ้อน
แบบชาจีน
• ใบกระท่อมมีสารไมตราจัยนิน ที่ออก
ฤทธิ์กระตุ้นประสาท มีอาการเสพติด
54. 56. 57. 60. ยากล่อมประสาท,ยานอนหลับ,
ยาคลายกังวล
( hypnotics, sedatives and
anxiolytics)
• สารกลุ่มนี้ได ้แก่ benzodiazepine,
carbamate, barbiturates
• ออกฤทธิ์โดยลดการทางานของระบบ
ประสาท
• ลักษณะทางคลินิกภาวะเป็นพิษ กดระบบ
ประสาทส่วนกลาง ขาดความยับยั้งชั่งใจใน
เรื่องของความก ้าวร ้าวและความต ้องการทาง
เพศ ขาดความสามารถในการตัดสินใจ
อารมณ์แปรปรวน โคมา
61. 63. Alcohol and the Body
• Group of large organic molecules with a
hydroxyl group ( - OH )
• Ethanol or beverage alcohol
• CH3-CH3-OH
• ถูกดูดซึมประมาณร ้อยละสิบในกระเพาะที่
เหลือดูดซึมในลาไส ้เล็ก
• ระดับความเข ้มข ้นในกระแสเลือดสูงสุดใน
เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมงครึ่ง
64. • 90% ถูกทาลายโดยตับ
• 10% ถูกขับออกทางไตและลมหายใจ
• Alc + alcohol dehydrogenase
acetaldehyde + aldehyde
dehydrogenase acetic acid
70. Sleep effects
• ทาให ้รู้สึกง่วงนอนมากขึ้น
• ทาลายโครงสร ้างการนอนหลับ
• ทาให ้นอนหลับไม่ลึกและการหลับไม่
สม่าเสมอ
74. 75. 79. 80. อาการแสดง
• ขนาดต่า
• เคลิ้ม ตื่นเต ้นและให ้ความรู้สึกเหมือนลอยได ้
• ขนาดสูง
• พูดอ ้อแอ ้
• ความเร็วในการพูดลดลง พูดยานคาง
• ใช ้ติดต่อกันนานๆ
• หงุดหงิดง่าย ความจาไม่ดี
81. 82. 84. ยาหลอนประสาท
• Psilocybin, mescaline,
dimethyltriptamine( DMT ), lysergic acid
diethylamine
• ถูกดูดซึมอย่างรวดเร็วหลังการกิน
• ดื้อง่ายหลังการใช ้ติดต่อกันสามถึงสี่วัน
• อาการดื้อหายได ้ในเวลาหนึ่งสัปดาห์
• เริ่มออกฤทธิ์ในเวลาไม่ถึงชั่วโมง
• ออกฤทธิ์เต็มที่ในสองถึงสี่ชั่วโมงและอยู่ได ้
นานแปดถึงสิบสองชั่วโมง
85. 86. 4x100( สี่คูณร ้อย )
• 4x100 เป็นสารเสพติดที่แพร่หลายมากขึ้นใน
กลุ่มเยาวชนในเขตสามจังหวัดชายแดนและ
บางอาเภอของจังหวัดสงขลาเช่น จะนะ
เทพา สะเดา
• สารเสพติดที่ว่าเป็นการนาเอา ยาแก ้ไอ น้า
กระท่อม( น้าที่ได ้จากการนาใบกระท่อมมา
ต ้มคล ้ายๆน้าชา ) ยาอัลปราโซแลม และ
เครื่องดื่มน้าอัดลมที่มีส่วนผสมของโคคามา
ผสมร่วมกัน
87. • ส่วนประกอบอาจมีการเปลี่ยนแปลงได ้เช่น
ใช ้กัญชาแทนยาอัลปราโซแลมหรือยาแก ้ไอ
ใช ้ยาบ ้าแทนน้ากระท่อม บางครั้งพบว่าผสม
ยากันยุงชนิดขดเข ้าไปด ้วย
• ใช ้โดยวิธีการดื่ม จากส่วนประกอบพออนุมาน
ได ้ว่าเป็นสารที่ออกฤทธิ์ผสมผสานทั้งกด
ประสาท กระตุ้นประสาทและหลอนประสาท
• มากนิยมดื่มเวลาอยู่ร่วมกันกับเพื่อนหลายๆ
คนทาให ้มีอารมณ์สนุกสนาน คึกคัก บางครั้ง
89. 92. อาการแสดง
• ทาให ้สมาธิ การเรียน การแก ้ปัญหาต่างๆดีขึ้น
• ลดความเครียดและอารมณ์ซึมเศร ้า
• การไหลเวียนของเลือดในสมองดีขึ้น
• กล ้ามเนื้อผ่อนคลาย
93. 94. 95. 98. กาแฟ( คาเฟอีน)
• ค่าครึ่งชีวิตประมาณ สามถึงสิบชั่วโมง
• ความเข ้มข ้นในกระเลือดสูงสุดในครึ่งถึงหนึ่ง
ชั่วโมง
• ในขนาดต่าๆ ( 100 mg )ทาให ้มีความสุข
• ลดการไหลเวียนของเลือดสู่สมองโดยทาให ้
เส ้นเลือดหดตัว
99. 100. 102.