ยาเสพติด
      <Drug Addiction>
ความหมายของยาเสพติด

      ยาเสพติด หมายถึง สารหรือยาที่อาจเป็นผลิตภัณฑ์
ธรรมชาติ หรือจากการสังเคราะห์ ซึ่งเมื่อเสพเข้าสู่ร่างกาย
ไม่ว่าจะโดย การกิน ดม สูบ ฉีด หรือ ด้วยประการใด ๆ
แล้วจะทาให้เกิดผลต่อร่างกายและจิตใจในลักษณะสาคัญ
เช่น
* ต้องเพิ่มขนาดการเสพขึ้นเรื่อยๆ

* มีอาการอยากยาเมื่อขาดยา

* มีความต้องการเสพทั้งร่างกายและจิตใจอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง

* สุขภาพโดยทั่วไปจะทรุดโทรมลง

* มีความต้องการเสพอย่างแรงกล้า สามารถทาทุกทางเพื่อหามาเสพให้ได้
การแบ่งประเภทของยาเสพย์ติดให้โทษออกเป็น 5 ประเภท คือ

• ประเภทที่ 1 เป็นยาเสพย์ติดให้โทษร้ายแรง เช่น เฮโรอีน แอมเฟตามีน ยาบ้า

• ประเภทที่ 2 เป็นยาเสพย์ติดให้โทษทั่วไปและยังนามาใช้ในการแพทย์กรณี
  จาเป็น เช่น มอร์ฟีน โคดีอีน โคคาอีน ฝิ่น เป็นต้น

• ประเภทที่ 3 เป็นยาเสพย์ติดให้โทษที่มีลักษณะเป็นตารับยาและมียาเสพย์ติด
  ให้โทษในประเภท 2 ผสมอยู่และได้ขึ้นทะเบียนตารับยาไว้แล้ว เช่น ยาแก้ไอ
  บางชนิด และยาแก้ท้องเสียบางชนิด
การแบ่งประเภทของยาเสพย์ติดให้โทษออกเป็น 5 ประเภท คือ


• ประเภทที่ 4 เป็นสารเคมีที่ใช้ในการผลิตยาเสพย์ติดให้โทษประเภทที่ 1 หรือ
  ประเภทที่ 2 ไม่มีการนามาใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ เช่น อาเซติคแอนไฮ
  ไดรต์ อาเซติลคลอไรด์

• ประเภทที่ 5 เป็นยาเสพย์ติดให้โทษที่ไม่ได้อยู่ในประเภท 1-4 เช่น กัญชา
  กระท่อม เห็ดขี้ควาย
  เป็นต้น
ประเภทของยาเสพติด

   จาแนกตามการออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท แบ่งเป็น ๔ ประเภท ๑.
     ประเภทกดประสาท ได้แก่ ฝิน มอร์ฟีน เฮโรอีน ยานอนหลับ ยา
                                  ่
     ระงับประสาท ยากล่อมประสาทเครื่องดื่มมึนเมา ทุกชนิด
     รวมทั้ง สารระเหย เช่น ทินเนอร์ แล็กเกอร์ น้ามันเบนซิน กาว
     เป็นต้น มักพบว่าผู้เสพติดมี ร่างกายซูบซีด ผอมเหลือง
     อ่อนเพลีย ฟุ้งซ่าน อารมณ์ เปลี่ยนแปลงง่าย
EXAMPLE




          ฝิ่น
EXAMPLE




          เฮโรอีน
๒. ประเภทกระตุ้นประสาท ได้แก่ยาบ้า ยาอี กระท่อม
 โคเคน มักพบว่าผู้เสพติดจะมีอาการ หงุดหงิด กระวน
 กระวาย จิตสับสนหวาดระแวง บางครั้งมีอาการคลุ้มคลั่ง
 หรือทาในสิ่งที่คนปกติ ไม่กล้าทา เช่น ทาร้ายตนเอง
 หรือฆ่าผู้อื่น เป็นต้น
EXAMPLE




          ยาบ้า
๓. ประเภทหลอนประสาท ได้แก่ แอลเอสดี และเห็ด
  ขี้ควาย เป็นต้น ผู้เสพติดจะมีอาการประสาทหลอน ฝัน
  เฟื่องเห็นแสงสีวิจิตรพิสดาร หูแว่ว ได้ยินเสียง ประหลาด
  หรือเห็นภาพหลอนที่น่าเกลียดน่ากลัว ควบคุมตนเอง
  ไม่ได้ ในที่สุดมักป่วยเป็นโรคจิต
• ๔. ประเภทออกฤทธิ์ผสมผสาน คือทั้งกระตุ้นกดและหลอน
  ประสาทร่วมกันได้แก่ ผู้เสพติดมักมี อาการหวาดระแวง
  ความคิดสับสนเห็นภาพลวงตา หูแว่ว ควบคุมตนเองไม่ได้
  และป่วยเป็นโรคจิตได้
สาเหตุของการติดยาเสพติด

  1. ความอยากรู้อยากลอง ด้วยความคึกคะนอง
  2. เพื่อนชวน หรือต้องการให้เป็นที่ยอมรับจากกลุ่มเพื่อน
  3. มีความเชื่อในทางที่ผิด เช่น เชื่อว่ายาเสพติดบางชนิด
    อาจช่วยให้สบายใจลืมความทุกข์ หรือช่วยให้ทางานได้มากๆ
  4. ฤทธิ์ของยาที่พึงประสงค์ต่อผู้เสพ (Drug as reinforcers)
  5. อาการถอนยาที่ทาให้ต้องกลับมาเสพ
  6. ปัจจัยทางสังคมอื่น ๆ เช่น สภาพสิ่งแวดล้อม ถูกหลอกเนื่องจากความ
    รู้เท่าไม่ถึงการ หรือความต้องการหนีปัญหา
การสังเกตผู้ติดยาเสพติด

   * ร่างกายทรุดโทรม ซูบผอม

   * อารมณ์ฉุนเฉียว หรือเงียบขรึมผิดปกติ จึงมักพบผู้เสพติดชอบทะเลาะ
      วิวาทหรือทาร้ายผู้อื่นหรือในทางกลับกัน บางคนอาจชอบแยกตัวอยู่คน
      เดียวและหนีออกจากพรรคพวกเพื่อนฝูง

   * ใส่เสื้อแขนยาวตลอดเวลา เพื่อปกปิดรอยเข็มที่ฉีดยาตรงท้องแขนด้านใน
      หรือรอยกรีดตรงต้นแขนด้านใน
* ขอเงินจากผู้ปกครองเพิ่ม หรือยืมเงินจากเพื่อนฝูงเสมอเพื่อนาไป
   ซื้อยาเสพติด

* ขโมย ฉกชิง วิ่งราว เพื่อหาเงินไปซื้อยาเสพติด

* ผู้ติดยาเสพติดบางชนิด เช่น เฮโรอีน จะมีอาการอยากยาบางคน
   จะมีอาการรุนแรงถึงขั้นลงแดง
วิธีตรวจหาสารเสพติด
1. ชุดตรวจหาสารเสพติดแบบขั้นตอนเดียวในปัสสาวะ เป็นการตรวจกรองแบบ
   เร่งด่วนขั้นต้น ในการตรวจหา ยาบ้า / ยาอี / กัญชา / เฮโรอีน / โคเคน ในปัสสาวะ
   ใช้เวลาในการทดสอบสั้น
2. วิธี CCR ใช้เวลาเพียง 2-5 นาที / วิธี CICA ใช้เวลาเพียง 10-15 นาที
• ชุดตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะ สามารถแบ่งวิธีการตรวจออกได้เป็น 3 กลุ่มตาม
   ประสิทธิภาพและความจาเพาะ
   1. วิธีการตรวจขั้นต้น แบบ CCR โดยใช้ปฏิกริยาทางเคมีในการตรวจหา ยาบ้า / ยาอี
   / ยาเค ในปัสสาวะ
   2. วิธีการตรวจแบบสกรีน แบบ CICA โดยหลักการอิมมูโนแอนติบอดีย์ ในการ
   ตรวจหา ยาบ้า / กัญชา / เฮโรอีน / โคเคนวิธีการ
3. การตรวจแบบยืนยัน เป็นการตรวจขั้นสูงที่อาศัยน้ายา และเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจ
   ที่มีราคาแพงและจาเป็นต้องใช้เจ้าหน้าที่ที่มีความชานาญ ให้ผลการตรวจที่แม่นยา
   ถูกต้องสูง แม้จะมีระดับสารเสพติดในปริมาณต่าง ๆ ก็สามารถตรวจได้
ชุดเครื่องมือตรวจ
การป้องกัน
• ป้องกันตนเอง
• ป้องกันครอบครัว ควรสอดส่งดูแลเด็กและบุคคลในครอบครัวต้อง
  คอบอบรม สั่งสอนให้รู้ถึงโทษและภัยของยาเสพย์ติด ทีสาคัญ ควร
                                                      ่
  ให้ความรักความอบอุ่นกับลูกหลาน หากมีผู้เสพยา ในครอบครัว
  ควรจัดการให้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลให้หายเด็ดขาด อย่าแสดง
  ความรังเกียจควรให้กาลังใจให้ความรักต่อเขา และการรักษาแต่
  เริ่มแรกที่ติดยามีโอกาสหายได้เร็วกว่าปล่อย ไว้นาน ๆ
• ป้องกันเพื่อนบ้าน
• ป้องกันโดยให้ความร่วมือกับทางราชการ
การปฐมพยาบาล
           หากพบเห็นบุคคลใดมีอาการลงแดงอันเนื่องจากการติด
    ยาเสพย์ติด ขอให้ปฏิบัติตาม ดังต่อไปนี้
•   อย่าตื่นตระหนก พยายามสงบสติอารมณ์ตนเอง
•   พยายามให้ผู้ติดยาอยู่ในที่ทมีอากาศบริสุทธิ์อย่างเพียงพอ
                               ี่
•   ให้ผู้ติดยานอนตะแคง ข้างใดข้างหนึ่ง เพื่อไม่ให้อาเจียน ปิดกั้น
    ทางเดิน หายใจ พร้อมทั้งปลด เสื้อผ้าออกให้สบายที่สุด
•   อย่าปล่อยให้ผติดยาอยู่เพียงลาพัง
                  ู้
•   เรียกรถพยาบาลโดยเร็วที่สุด
•   เก็บตัวอย่างยาเสพย์ติดไว้ให้แพทย์วินิจฉัย
สถานที่ให้คาปรึกษาและบาบัด
•    สานักงานศึกษาป้องกันการติดยา (กระทรวงสาธารณสุข)
•    สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ศูนย์อาสาสมัครยาเสพย์ติด ตึกมหิดล
•    ศูนย์สุขวิทยาจิต
•    สมาคมสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย
•    สานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพย์ติด (ป.ป.ส.)
•    โรงพยาบาลตารวจ แผนกจิตเวช
•    โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า แผนกจิตเวช
•    โรงพยาบาลธัญญารักษ์ รังสิต
•    โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า
•    โรงพยาบาลทหารเรือ
•    ศูนย์บริการสาธารณสุข ลุมพินี
•    ศูนย์บริการสาธารณสุข สี่พระยา

สิ่งเสพติด4

  • 1.
    ยาเสพติด <Drug Addiction>
  • 2.
    ความหมายของยาเสพติด ยาเสพติด หมายถึง สารหรือยาที่อาจเป็นผลิตภัณฑ์ ธรรมชาติ หรือจากการสังเคราะห์ ซึ่งเมื่อเสพเข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะโดย การกิน ดม สูบ ฉีด หรือ ด้วยประการใด ๆ แล้วจะทาให้เกิดผลต่อร่างกายและจิตใจในลักษณะสาคัญ เช่น
  • 3.
    * ต้องเพิ่มขนาดการเสพขึ้นเรื่อยๆ * มีอาการอยากยาเมื่อขาดยา *มีความต้องการเสพทั้งร่างกายและจิตใจอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง * สุขภาพโดยทั่วไปจะทรุดโทรมลง * มีความต้องการเสพอย่างแรงกล้า สามารถทาทุกทางเพื่อหามาเสพให้ได้
  • 4.
    การแบ่งประเภทของยาเสพย์ติดให้โทษออกเป็น 5 ประเภทคือ • ประเภทที่ 1 เป็นยาเสพย์ติดให้โทษร้ายแรง เช่น เฮโรอีน แอมเฟตามีน ยาบ้า • ประเภทที่ 2 เป็นยาเสพย์ติดให้โทษทั่วไปและยังนามาใช้ในการแพทย์กรณี จาเป็น เช่น มอร์ฟีน โคดีอีน โคคาอีน ฝิ่น เป็นต้น • ประเภทที่ 3 เป็นยาเสพย์ติดให้โทษที่มีลักษณะเป็นตารับยาและมียาเสพย์ติด ให้โทษในประเภท 2 ผสมอยู่และได้ขึ้นทะเบียนตารับยาไว้แล้ว เช่น ยาแก้ไอ บางชนิด และยาแก้ท้องเสียบางชนิด
  • 5.
    การแบ่งประเภทของยาเสพย์ติดให้โทษออกเป็น 5 ประเภทคือ • ประเภทที่ 4 เป็นสารเคมีที่ใช้ในการผลิตยาเสพย์ติดให้โทษประเภทที่ 1 หรือ ประเภทที่ 2 ไม่มีการนามาใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ เช่น อาเซติคแอนไฮ ไดรต์ อาเซติลคลอไรด์ • ประเภทที่ 5 เป็นยาเสพย์ติดให้โทษที่ไม่ได้อยู่ในประเภท 1-4 เช่น กัญชา กระท่อม เห็ดขี้ควาย เป็นต้น
  • 6.
    ประเภทของยาเสพติด จาแนกตามการออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท แบ่งเป็น ๔ ประเภท ๑. ประเภทกดประสาท ได้แก่ ฝิน มอร์ฟีน เฮโรอีน ยานอนหลับ ยา ่ ระงับประสาท ยากล่อมประสาทเครื่องดื่มมึนเมา ทุกชนิด รวมทั้ง สารระเหย เช่น ทินเนอร์ แล็กเกอร์ น้ามันเบนซิน กาว เป็นต้น มักพบว่าผู้เสพติดมี ร่างกายซูบซีด ผอมเหลือง อ่อนเพลีย ฟุ้งซ่าน อารมณ์ เปลี่ยนแปลงง่าย
  • 7.
    EXAMPLE ฝิ่น
  • 8.
    EXAMPLE เฮโรอีน
  • 10.
    ๒. ประเภทกระตุ้นประสาท ได้แก่ยาบ้ายาอี กระท่อม โคเคน มักพบว่าผู้เสพติดจะมีอาการ หงุดหงิด กระวน กระวาย จิตสับสนหวาดระแวง บางครั้งมีอาการคลุ้มคลั่ง หรือทาในสิ่งที่คนปกติ ไม่กล้าทา เช่น ทาร้ายตนเอง หรือฆ่าผู้อื่น เป็นต้น
  • 11.
    EXAMPLE ยาบ้า
  • 12.
    ๓. ประเภทหลอนประสาท ได้แก่แอลเอสดี และเห็ด ขี้ควาย เป็นต้น ผู้เสพติดจะมีอาการประสาทหลอน ฝัน เฟื่องเห็นแสงสีวิจิตรพิสดาร หูแว่ว ได้ยินเสียง ประหลาด หรือเห็นภาพหลอนที่น่าเกลียดน่ากลัว ควบคุมตนเอง ไม่ได้ ในที่สุดมักป่วยเป็นโรคจิต
  • 13.
    • ๔. ประเภทออกฤทธิ์ผสมผสานคือทั้งกระตุ้นกดและหลอน ประสาทร่วมกันได้แก่ ผู้เสพติดมักมี อาการหวาดระแวง ความคิดสับสนเห็นภาพลวงตา หูแว่ว ควบคุมตนเองไม่ได้ และป่วยเป็นโรคจิตได้
  • 14.
    สาเหตุของการติดยาเสพติด 1.ความอยากรู้อยากลอง ด้วยความคึกคะนอง 2. เพื่อนชวน หรือต้องการให้เป็นที่ยอมรับจากกลุ่มเพื่อน 3. มีความเชื่อในทางที่ผิด เช่น เชื่อว่ายาเสพติดบางชนิด อาจช่วยให้สบายใจลืมความทุกข์ หรือช่วยให้ทางานได้มากๆ 4. ฤทธิ์ของยาที่พึงประสงค์ต่อผู้เสพ (Drug as reinforcers) 5. อาการถอนยาที่ทาให้ต้องกลับมาเสพ 6. ปัจจัยทางสังคมอื่น ๆ เช่น สภาพสิ่งแวดล้อม ถูกหลอกเนื่องจากความ รู้เท่าไม่ถึงการ หรือความต้องการหนีปัญหา
  • 15.
    การสังเกตผู้ติดยาเสพติด * ร่างกายทรุดโทรม ซูบผอม * อารมณ์ฉุนเฉียว หรือเงียบขรึมผิดปกติ จึงมักพบผู้เสพติดชอบทะเลาะ วิวาทหรือทาร้ายผู้อื่นหรือในทางกลับกัน บางคนอาจชอบแยกตัวอยู่คน เดียวและหนีออกจากพรรคพวกเพื่อนฝูง * ใส่เสื้อแขนยาวตลอดเวลา เพื่อปกปิดรอยเข็มที่ฉีดยาตรงท้องแขนด้านใน หรือรอยกรีดตรงต้นแขนด้านใน
  • 16.
    * ขอเงินจากผู้ปกครองเพิ่ม หรือยืมเงินจากเพื่อนฝูงเสมอเพื่อนาไป ซื้อยาเสพติด * ขโมย ฉกชิง วิ่งราว เพื่อหาเงินไปซื้อยาเสพติด * ผู้ติดยาเสพติดบางชนิด เช่น เฮโรอีน จะมีอาการอยากยาบางคน จะมีอาการรุนแรงถึงขั้นลงแดง
  • 17.
    วิธีตรวจหาสารเสพติด 1. ชุดตรวจหาสารเสพติดแบบขั้นตอนเดียวในปัสสาวะ เป็นการตรวจกรองแบบ เร่งด่วนขั้นต้น ในการตรวจหา ยาบ้า / ยาอี / กัญชา / เฮโรอีน / โคเคน ในปัสสาวะ ใช้เวลาในการทดสอบสั้น 2. วิธี CCR ใช้เวลาเพียง 2-5 นาที / วิธี CICA ใช้เวลาเพียง 10-15 นาที • ชุดตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะ สามารถแบ่งวิธีการตรวจออกได้เป็น 3 กลุ่มตาม ประสิทธิภาพและความจาเพาะ 1. วิธีการตรวจขั้นต้น แบบ CCR โดยใช้ปฏิกริยาทางเคมีในการตรวจหา ยาบ้า / ยาอี / ยาเค ในปัสสาวะ 2. วิธีการตรวจแบบสกรีน แบบ CICA โดยหลักการอิมมูโนแอนติบอดีย์ ในการ ตรวจหา ยาบ้า / กัญชา / เฮโรอีน / โคเคนวิธีการ 3. การตรวจแบบยืนยัน เป็นการตรวจขั้นสูงที่อาศัยน้ายา และเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจ ที่มีราคาแพงและจาเป็นต้องใช้เจ้าหน้าที่ที่มีความชานาญ ให้ผลการตรวจที่แม่นยา ถูกต้องสูง แม้จะมีระดับสารเสพติดในปริมาณต่าง ๆ ก็สามารถตรวจได้
  • 18.
  • 19.
    การป้องกัน • ป้องกันตนเอง • ป้องกันครอบครัวควรสอดส่งดูแลเด็กและบุคคลในครอบครัวต้อง คอบอบรม สั่งสอนให้รู้ถึงโทษและภัยของยาเสพย์ติด ทีสาคัญ ควร ่ ให้ความรักความอบอุ่นกับลูกหลาน หากมีผู้เสพยา ในครอบครัว ควรจัดการให้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลให้หายเด็ดขาด อย่าแสดง ความรังเกียจควรให้กาลังใจให้ความรักต่อเขา และการรักษาแต่ เริ่มแรกที่ติดยามีโอกาสหายได้เร็วกว่าปล่อย ไว้นาน ๆ • ป้องกันเพื่อนบ้าน • ป้องกันโดยให้ความร่วมือกับทางราชการ
  • 20.
    การปฐมพยาบาล หากพบเห็นบุคคลใดมีอาการลงแดงอันเนื่องจากการติด ยาเสพย์ติด ขอให้ปฏิบัติตาม ดังต่อไปนี้ • อย่าตื่นตระหนก พยายามสงบสติอารมณ์ตนเอง • พยายามให้ผู้ติดยาอยู่ในที่ทมีอากาศบริสุทธิ์อย่างเพียงพอ ี่ • ให้ผู้ติดยานอนตะแคง ข้างใดข้างหนึ่ง เพื่อไม่ให้อาเจียน ปิดกั้น ทางเดิน หายใจ พร้อมทั้งปลด เสื้อผ้าออกให้สบายที่สุด • อย่าปล่อยให้ผติดยาอยู่เพียงลาพัง ู้ • เรียกรถพยาบาลโดยเร็วที่สุด • เก็บตัวอย่างยาเสพย์ติดไว้ให้แพทย์วินิจฉัย
  • 21.
    สถานที่ให้คาปรึกษาและบาบัด • สานักงานศึกษาป้องกันการติดยา (กระทรวงสาธารณสุข) • สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ศูนย์อาสาสมัครยาเสพย์ติด ตึกมหิดล • ศูนย์สุขวิทยาจิต • สมาคมสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย • สานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพย์ติด (ป.ป.ส.) • โรงพยาบาลตารวจ แผนกจิตเวช • โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า แผนกจิตเวช • โรงพยาบาลธัญญารักษ์ รังสิต • โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า • โรงพยาบาลทหารเรือ • ศูนย์บริการสาธารณสุข ลุมพินี • ศูนย์บริการสาธารณสุข สี่พระยา