พลตรี มารวย ส่งทานินทร์
maruays@hotmail.com
18 มิถุนายน 2562
สุนทรียสนทนา (Dialogue)
 เป็นการสื่อสารสองทิศทาง ที่เน้นการฟังไปที่บริบทของผู้พูด เพื่อให้รู้ถึงเบื้องหลังความ
เชื่อและค่านิยม โดยอาศัยการไม่ตัดสินใจถูกผิด ไม่วิจารณ์ และให้ข้อมูลป้อนกลับแบบ
ตรงไปตรงมา ที่ทาให้คู่สนทนายอมรับได้อย่างกลมกลืน
การทบทวนผลงานด้วยสุนทรียสนทนา (Performance Dialogue)
 เป็นกระบวนการสาคัญที่หัวหน้าใช้ในการสื่อสารกับลูกน้องและทีมงาน ว่าอะไรคือสิ่งที่
องค์กรคาดหวังในการทางาน แนวทางการทางานที่มีประสิทธิภาพ ความรู้สึกของ
พนักงาน สิ่งที่ต้องการให้พนักงานแก้ไขปรับปรุง สิ่งที่พนักงานทาได้ดี และอะไรคือสิ่งที่
อยากให้องค์กรหรือหัวหน้าสนับสนุน
 ทาให้หัวหน้าเข้าใจความคาดหวังของพนักงานที่มีต่อองค์กร ช่วยให้หัวหน้าเป็นผู้รับฟัง
ที่ดี ได้ข้อมูลชัดเจนยิ่งขึ้น เข้าใจลูกน้องมากขึ้น
 ทาให้พนักงานรู้สึกว่า ตนเองมีคุณค่าต่อองค์กร เกิดพลังในการทางาน ประสิทธิภาพใน
การทางานเพิ่มขึ้น และมีผลต่อความผูกพันกับองค์กร
หลักการของการทบทวนด้วยสุนทรียสนทนา
 เข้าใจหลักจิตวิทยา
 การสนทนาที่ไม่ก่อเกิดความขัดแย้ง
 ให้ความสาคัญกับการยกย่องชมเชย และ
การให้คาแนะนา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
การทางาน
Performance Dialogue
By Mike Caracalas on September 25, 2012
https://www.managementexchange.com/content/performance-dialogue
การทบทวนผลงานแบบดั้งเดิม
 บริษัทใช้กลไกการควบคุม เพื่อควบคุมค่าตอบแทนและโบนัสเป็นหลัก รวมถึงควบคุม
วิธีการประเมินพนักงาน
 ความต้องการการควบคุมนี้ เกิดจากความกลัวของบริษัท (กลัวว่าจะถูกเอาเปรียบ กลัว
การสูญเสียการควบคุมค่าใช้จ่าย กลัวการสูญเสียการควบคุม) และส่งผลสร้างความกลัว
ให้กับพนักงาน (กลัวที่จะถูกตัดสิน กลัวว่าจะได้รับคาติชมเชิงลบ กลัวที่จะต้องแสดง
ความคิดเห็นเชิงลบ และกลัวที่จะสูญเสียงาน)
 ความกลัวทาให้ผลงานลดลง หรืออาจเรียกว่าเป็นการทาลายผลงาน
กระบวนการทบทวนผลงานด้วยสุนทรียสนทนา
 ความสาเร็จของผู้นานั้น ถูกกาหนดโดยการทางานของผู้อื่น ดังนั้นส่วนหนึ่งที่สาคัญที่สุด
ของผู้นาคือ การชี้แนะการทางานให้กับลูกน้อง
 ด้วยการใช้ กระบวนการทบทวนผลงานด้วยสุนทรียสนทนา (performance dialogue
process) หัวหน้าสามารถทางานอย่างใกล้ชิดกับพนักงานแต่ละคน เพื่อชี้แจงและ
กาหนดความคาดหวัง ติดตามและวัดผลงาน วิเคราะห์ปัญหา และมุ่งเน้นการแก้ปัญหา
ที่มีเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงร่วมกัน
กระบวนการทบทวนผลงานด้วยสุนทรียสนทนา (ต่อ)
 วิธีการทบทวนผลงานนี้ ใช้ความคิดเห็นแทนการประเมิน และใช้การสนทนาแทนการ
ประเมินผล เพื่ออธิบายและเพื่อการบรรลุผลงานที่เป็นเลิศ
 กระบวนการนี้ เริ่มต้นด้วยการพัฒนาเป้าหมายที่ SMART (Specific, Measurable,
Achievable, Realistic, Timed) จากนั้นดาเนินการติดตามผลงานผ่านบันทึกรายละเอียด
และเอกสารที่เป็นลายลักษณ์อักษร ที่พนักงานและผู้จัดการต่างถือไว้คนละชุด
สุนทรียสนทนา
 Peter Senge นิยาม สุนทรียสนทนา ใน The Fifth Discipline ว่า เป็นความสามารถ เพื่อ
ระงับการตั้งสมมติฐาน และเพื่อการเข้าถึงความคิดที่แท้จริงด้วยกัน
 สุนทรียสนทนาในบริบทนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับความเข้าใจซึ่งกันและกัน โดยไม่มีการ
ตัดสิน หรือยึดติดในตาแหน่งหน้าที่
 เป็นการเปลี่ยนจากการทบทวนผลงานแบบดั้งเดิม โดยเปลี่ยนวัฒนธรรมเป็น ความ
ไว้วางใจและความโปร่งใส (trust and transparency)
การทบทวนผลงานด้วยสุนทรียสนทนา มี 3 ขั้นตอน
 ขั้นแรก ผู้จัดการและพนักงานมีส่วนร่วมในสุนทรียสนทนา เกี่ยวกับสิ่งที่สาคัญที่ต้องการ
ให้บรรลุตามระยะเวลาที่กาหนด
 อาจเป็นรายปี เพื่อให้สอดคล้องกับวัฏจักรการวางแผนขององค์กร แต่ก็อาจแปรผันตาม
วงจรการทางานที่แตกต่างกันได้
การทบทวนผลงานด้วยสุนทรียสนทนา (ต่อ)
 ขั้นที่สอง กาหนดและปรับแต่งผลลัพธ์ที่ต้องการบรรลุ
 ผู้จัดการมีหน้าที่กาหนดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม บนพื้นฐานของบทสนทนาในขั้นตอนที่ 1
 พนักงานที่ได้รับมอบหมาย ตอบสนองต่อผลลัพธ์แต่ละรายการ ด้วยการประเมินว่ามี
ความชัดเจนแค่ไหน (ต้องชัดเจนต่อพนักงาน) ท้าทายแค่ไหน (ต้องท้าทาย แต่เชื่อว่า
ทาได้) และเป็นเหตุเป็นผลอย่างไร (มีการเชื่อมโยงที่มองเห็นได้ ระหว่างผลลัพธ์และ
เป้าหมายขององค์กร)
การทบทวนผลงานด้วยสุนทรียสนทนา (ต่อ)
 ขั้นที่สาม ผู้จัดการและพนักงานประเมินคุณภาพผลลัพธ์ที่เสร็จสมบูรณ์ (ไม่ใช่รายปี แต่
เมื่อผลลัพธ์เสร็จสมบูรณ์) เป็นการประเมินที่ต่างคนต่างทา ซึ่งจะต้องตอบคาถาม 3 ข้อ
คือ ความสาเร็จคืออะไร เหตุใดจึงไม่สาเร็จ ได้เรียนรู้อะไร
 ควรทาการทบทวนและเฉลิมฉลองความสาเร็จโดยรวมเป็นประจาทุกปี และสรุปการ
เรียนรู้เพื่อที่จะดาเนินการต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผนการพัฒนาอาชีพ
 หากใครบางคนไม่ประสบความสาเร็จอย่างต่อเนื่อง ทั้งสองฝ่ ายต้องรับผิดชอบว่า ทาไม
Performance Dialogue
by Dan Bruma
https://colorfulcultures.co.uk/blog/2017/07/28/performance_dialogue/
กระบวนการทบทวนผลงานด้วยสุนทรียสนทนา (Performance Dialogue Process: PDP)
 การทบทวนผลงานด้วยสุนทรียสนทนา เป็นการสื่อสารที่มีความหมายระหว่างหัวหน้า
และพนักงาน เกี่ยวกับการทางาน และการมีส่วนร่วมของพวกเขา
 ซึ่งเป็นงานที่ท้าทายที่สุดสาหรับผู้จัดการในทุกอุตสาหกรรม ในการสนทนาที่เกี่ยวข้อง
กับการทบทวนผลงานของสมาชิกในทีม
 ความจริงแสดงให้เห็นแล้วว่า การสนทนาเกี่ยวกับผลงาน มีผลกระทบสาคัญต่อความ
ผูกพันของพนักงาน ซึ่งนาไปสู่…ผลการดาเนินการทางธุรกิจ
5 ขั้นตอนที่ควรกระทาในการสนทนา คือ
 1. สร้างสภาพแวดล้อม (Set up the environment)
 2. พูดคุยเกี่ยวกับผลกระทบ (Talk about the impact)
 3. ฟังความคิดเห็นสะท้อนกลับของคู่สนทนา (Get the other person’s feedback)
 4. เปิดโอกาสให้แสดงสิ่งที่เป็นจุดแข็งและข้อกังวล (Allow space for strong points and
concerns)
 5. จบด้วยมีแผนงาน (Leave with a plan)
1. สร้างสภาพแวดล้อม
 การสนทนา เป็นมากกว่าการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
 เป็นการเปิดกว้างและยุติธรรมที่เกี่ยวกับจุดประสงค์ของสุนทรียสนทนา
 ช่วยให้สมาชิกในทีมได้คิดเกี่ยวกับบทบาทของพวกเขา และวิธีที่พวกเขาสนับสนุนทีมใน
ระยะยาว
 ทาให้ผู้คนมีความพร้อมมากขึ้นและเต็มใจ ที่จะมีส่วนร่วมในการสนทนาที่มีคุณภาพกับ
ผู้จัดการของพวกเขา มากกว่าเพียงแค่ได้ยินเรื่องเกี่ยวกับผลงานของพวกเขา
1. สร้างสภาพแวดล้อม (ต่อ)
 เรื่องสาคัญเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับปริมาณก็คือ จานวนครั้งของการเกิดขึ้น
ของกิจกรรมนี้
 ซึ่งเป็นตัวเลือกส่วนบุคคลของผู้จัดการ (นอกเหนือจากขั้นตอนขององค์กร ในการ
ประเมินพนักงาน) โดยแนะนาให้จัดขึ้นมากกว่าหนึ่งครั้งต่อรอบการปฏิบัติงาน
 และขึ้นกับลักษณะโครงการด้วย แต่ควรมีอย่างน้อยทุก ๆ 3 เดือน ซึ่งเป็นทางออกที่
ปลอดภัย
2. พูดคุยเกี่ยวกับผลกระทบ
 บทสนทนาที่มีคุณภาพนั้น จะเกี่ยวกับเพราะเหตุใดมากกว่ามีอะไรบ้าง
 ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีทัศนวิสัยหรือประสบการณ์ที่ทาให้เข้าใจว่า พวกเขามีผลกระทบ
อย่างไรต่อองค์กร ดังนั้นอย่าคิดว่าพวกเขารู้ ให้อธิบายว่า งานของพวกเขาส่งผลกระทบ
ต่อโครงการและองค์กรโดยรวมอย่างไร ทาให้เข้าใจง่าย เน้นงานที่มีผลกระทบสูง และ
ตรวจสอบความเข้าใจอีกครั้ง
 การมีผลกระทบต่อสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเรานั้น เป็นปัจจัยสร้างแรงบันดาลใจที่ได้รับการ
พิสูจน์แล้ว ดังนั้น อย่าปล่อยให้มันผ่านไป
 สาหรับตัวผู้จัดการด้วย อะไรคือผลกระทบต่อองค์กรของคุณ?
3. ฟังความคิดเห็นสะท้อนกลับของคู่สนทนา
 ให้ฟังความคิดเห็นเขา ก่อนพูดความคิดเห็นของเรา
 ทาไม? เพราะคุณอาจพบแนวทางที่ไม่คาดคิดหรือแนวคิดที่ยอดเยี่ยม และทาให้คุณ
สามารถตรวจสอบได้ว่า คุณเข้าใจในระดับของผลงานเหมือนกันกับเขาหรือไม่
 ขั้นตอนนี้ จะให้โอกาสคุณในการรับฟังสิ่งที่ถูกพูด แล้วปรับแต่งคาพูดและข้อโต้แย้งของ
คุณว่า ตรงตามความหมายที่ต้องการสื่อสารของเขาหรือไม่ โดยไม่เข้าข้างตนเอง
4. เปิดโอกาสให้แสดงสิ่งที่เป็นจุดแข็งและข้อกังวล
 พฤติกรรมของเขาที่มีคุณค่าสาหรับธุรกิจและทีม ควรได้รับการพิจารณาก่อน เพราะใน
ชีวิตจริง ผู้คนมีแรงจูงใจจากสิ่งที่พวกเขาภูมิใจ (สิ่งที่ทาได้ดี)
 แน่นอนว่า ไม่ได้หมายถึงให้ซ่อนข้อกังวลของคุณเกี่ยวกับพฤติกรรมหรือผลงาน (ที่ยังทา
ได้ไม่ดี) ในทางตรงกันข้าม การมีความสมดุลในการพิจารณาทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน
มักจะเปิดทางสู่การสนทนาที่มีประสิทธิผลมากขึ้น เนื่องจากผู้คนจะป้องกันตนเอง
น้อยลง และมุ่งเน้นการพัฒนามากขึ้น
5. จบด้วยมีแผนงาน
 การสนทนาด้านผลงาน เป็นมากกว่าการคุยที่ดี มีจุดมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาคนและธุรกิจ
โดยรวม
 แผนงานที่เกี่ยวกับพฤติกรรมในอนาคต แผนงานที่เสนอใหม่ต่างไปจากเดิม หรือการ
ดาเนินการแผนงานใหม่ เป็นตัวอย่างของการกระทาที่ขับเคลื่อนด้วยการสนทนา
 การมีข้อตกลงเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ เป็นการย้ายจุดสนใจจากอดีตไปสู่อนาคต ทาให้ผู้คนไม่
เพียงแต่พูด แต่สามารถใช้ในการพัฒนาได้ด้วย
Sample document from:
Cornell University, Facilities Services
Mukesh Gupta
Digitalis Magazine
29-November-2018 | Future of Work
https://www.digitalistmag.com/future-of-work/2018/11/29/5-
cs-of-effective-performance-dialogue-06194265
การทบทวนผลงานด้วยสุนทรียสนทนาอย่างต่อเนื่อง
 องค์กรทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก มีการใช้ การทบทวนผลงานด้วยสุนทรียสนทนาอย่าง
ต่อเนื่อง (ongoing performance dialogue) แทนการทบทวนผลงานประจาปีแบบดั้งเดิม
โดยไม่คานึงถึงวงรอบการทบทวนผลงานขององค์กร
 เป็นความคิดที่ดี ที่จะส่งเสริมสุนทรียสนทนาอย่างต่อเนื่องกับทุกคนในทีม เพื่อป้องกัน
ความประหลาดใจอันไม่พึงประสงค์ ช่วยแก้ไขความสับสนล่วงหน้า และเพิ่มโอกาสใน
การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
 อย่างไรก็ตาม สุนทรียสนทนาอย่างต่อเนื่องอาจได้ประสิทธิผลไม่เท่ากัน และนี่คือห้า
ลักษณะที่ดี ของการทบทวนผลงานด้วยสุนทรียสนทนา:
1. ตรงไปตรงมา (Candid)
 ทุกคนที่เกี่ยวข้องจะต้องเปิดเผยและซื่อสัตย์ตลอดกระบวนการ
 หากมีคาถามยาก ๆ ที่ต้องการได้รับการแก้ไข อย่าได้ละเลย และไม่ควรมีวาระซ่อนเร้น
 นี่คือคุณลักษณะที่สาคัญที่สุด ของการทบทวนผลงานด้วยสุนทรียสนทนาอย่างต่อเนื่อง
ที่มีประสิทธิผล
2. การสนทนา (Conversational)
 การทบทวนนี้ เป็นการสนทนาโดยธรรมชาติ เป็นการประเมินผลงาน ตามที่ถูกร้องขอใน
การส่งมอบผลงาน
 งานของพนักงาน คือการมอบผลงานที่มีคุณภาพสูง เช่นเดียวกัน เป็นความรับผิดชอบ
ของหัวหน้า ในการสร้างหรือจัดสภาพแวดล้อม ที่เหมาะสมกับการทางานที่มีคุณภาพสูง
 สิ่งหนึ่งไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากไม่มีอีกสิ่งหนึ่ง ดังนั้นการสนทนาที่มีประสิทธิผล เป็น
ความรับผิดชอบของทั้งสองฝ่ าย
3. ทาให้ชัดเจน (Clear)
 อธิบายพฤติกรรมถึงผลงานที่ดี ว่ามีลักษณะและความรู้สึกเช่นไร
 เป็นเรื่องที่น่าผิดหวังอย่างยิ่ง ที่ไม่รู้ว่าเขาคาดหวังอะไรจากเรา จึงไม่น่าแปลกใจ ถ้าทีม
ไม่บรรลุผลงานสูงสุด เพราะพวกเขาไม่รู้ว่า ผลงานสูงสุดเป็นอย่างไร
 เหมือนกับการคาดหวังว่าผู้เล่นฟุตบอลให้ทาประตู แต่พวกเขาไม่เห็นเสาประตู (เพราะ
ถูกซ่อนไว้) และถูกลงโทษหากพวกเขาทาคะแนนไม่ได้ ซึ่งเป็นวิธีกาจัดความคิดริเริ่ม
ของพนักงาน และเปลี่ยนพวกเขาให้ทางานแบบซังกะตาย
4. ความสร้างสรรค์ (Constructive)
 วัตถุประสงค์การทบทวนนี้ คือ ช่วยให้พนักงานปรับปรุงผลงานโดยไม่ตาหนิ
 เมื่อคุณมีความชัดเจนในวัตถุประสงค์นี้ คุณสามารถมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุง และ
ความคิดที่จะปรับปรุง
 การปรับปรุงเหล่านี้ จะต้องมีการสังเกตและรับรู้เมื่อเวลาผ่านไป
 ไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้รับผลตอบกลับเชิงสร้างสรรค์ ที่จะช่วยให้งานของพวกเขาดีขึ้น
 ทุกคนในทีม ควรเรียนรู้วิธีการให้และรับข้อเสนอแนะที่สร้างสรรค์ มันอาจฟังดูง่าย แต่
เป็นหนึ่งในทักษะที่ยากที่สุดในการฝึกฝน
5. ทาอย่างต่อเนื่อง (Continuous)
 การเปลี่ยนแปลงให้ยั่งยืนต้องใช้เวลา ดังนั้น ให้มุ่งเน้นไปที่คุณลักษณะของผลงาน
บางอย่างในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ๆ และทาสิ่งนี้ อย่างสม่าเสมอ
 เป็นการบอกว่า คุณกาลังปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา
 ความก้าวหน้า ทาให้เกิดขวัญและกาลังใจสูง และช่วยให้ทุกคนมีความรู้สึกที่ดีเกี่ยวกับ
งานที่พวกเขาทา
สุดท้ายนี้
 หากคุณสามารถใช้สุนทรียสนทนาอย่างต่อเนื่องด้วยห้าคุณสมบัติเหล่านี้ กับสมาชิกใน
ทีมของคุณได้ คุณกาลังนาหน้าในการเล่นเกมนี้ แล้ว
 กลยุทธ์นี้ สร้างสภาพแวดล้อม ที่ส่งเสริมศักยภาพในการปรับปรุงที่ยอดเยี่ยมให้กับทีม
ทั้งด้านผลงานและผลิตผล
 ประโยชน์ที่ได้เพิ่มเติมคือ ปรับปรุงความผูกพัน และผลักดันความพึงพอใจของพนักงาน
John Foster
Nov 11, 2016
https://medium.com/@jfconnex/moving-from-performance-management-to-performance-
dialogue-6f821cc39c2
การทบทวนผลงาน
 การประเมินผลงานอย่างเปิดเผย เป็นความสัมพันธ์ที่สร้างสรรค์ของมนุษย์ ดังนั้นจึงเป็น
การทาลายล้างที่จะประเมินผลงานเบื้องหลังแบบลับ ๆ
 การแก้ปัญหาด้วยการทบทวนผลงานโดยทั่วไป ไม่ได้เกี่ยวกับการส่งมอบให้ดีขึ้ น ทาให้
ต้องมองย้อนกลับไปสู่ข้อสงสัยที่ว่า วิธีที่ดีที่สุดในการช่วยให้ผู้คนทางานได้ดีที่สุดคือ
อะไร
 ในขณะที่การทบทวนผลงานเป็นเรื่องเกี่ยวกับการประเมินผลงานเมื่อเวลาผ่านไป ส่วน
การทบทวนผลงานด้วยสุนทรียสนทนาที่เป็นกระบวนทัศน์ใหม่นั้น เกี่ยวกับการพูดคุยใน
เรื่องของการมุ่งเน้นและคุณภาพของงาน
บทสนทนา 2 ประเภทของกระบวนทัศน์ใหม่
 บทสนทนา 2 บทที่ผู้คนควรปฏิบัติในที่ทางาน (ให้พนักงานหาคาตอบเอง) มีดังนี้
 บทสนทนาที่ 1: การประเมินผลงานของฉัน: นี่เป็นงานที่เหมาะสมสาหรับฉันหรือไม่
งานนี้ ฉันทาดีพอหรือยัง
 บทสนทนาที่ 2: การก้าวหน้าในอาชีพของฉัน: ฉันมีความสามารถที่จาเป็นต่อการประสบ
ความสาเร็จในงานนี้ หรือไม่ ฉันต้องมีความสามารถอะไรบ้างในการก้าวหน้าในอาชีพการ
งานของฉัน
กระบวนทัศน์ใหม่
 จาก 2 บทสนทนา คาถามที่เกี่ยวข้องในกระบวนทัศน์ใหม่อาจมีลักษณะดังนี้ :
 ใครช่วยฉันตอบคาถามนี้ ได้ (ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สาคัญเช่นผู้จัดการ เพื่อนร่วมงาน
ลูกค้า)
 อะไรคือวิธีที่ดีในการรวบรวมข้อมูลจากผู้อื่น (อยู่บนพื้นฐานความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง)
 ฉันจะได้รับการป้อนข้อมูล/มุมมอง ที่ทาให้เป็นเรื่องง่ายจากผู้มีส่วนได้เสียของฉันได้
อย่างไร (เป็นภาระของฉันไม่ใช่พวกเขา)
 คาตอบของพวกเขามีเหตุผลอย่างไร (ที่สามารถใช้เพื่อเพิ่มทักษะ/ประสิทธิภาพของฉัน)
 ฉันควรถามคาถามเหล่านี้ บ่อยแค่ไหน (เพื่อช่วยกาหนดลักษณะของงานของฉัน)
การเปลี่ยนกระบวนทัศน์
 เป็นการเปลี่ยนจาก การนาโดยผู้จัดการไปสู่การขับเคลื่อนโดยบุคคล (from manager-
led to individual-driven) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงสาหรับคนส่วนใหญ่
 เพื่อให้การทบทวนผลงานด้วยสุนทรียสนทนาและการพัฒนาอาชีพให้ประสบ
ความสาเร็จ ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องดาเนินการจาก ความคิดการเติบโตไม่ใช่ความคิดที่ตายตัว
(growth mindset, not a fixed one) และใช้คาถามและความอยากรู้อยากเห็น เป็น
แรงจูงใจในการเข้าร่วมกิจกรรม
 พวกเขายังคงมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน หัวหน้างาน และลูกค้า ในรูปแบบหุ้นส่วน
ซึ่งกันและกัน (reciprocal partnership) และให้หลีกเลี่ยงแนวโน้มความสัมพันธ์ระหว่าง
ผู้จัดการและพนักงานแบบเดิม ๆ
ความสัมพันธ์แบบต่างตอบแทนซึ่งกันและกัน
 ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนบทสนทนาให้กลายเป็นฉันทามติ หรือความพยายามที่ทาให้ทุก
คนรู้สึกดีขึ้น
 ผู้จัดการยังคงมีอานาจในการตัดสินใจ และมีความรับผิดชอบ เพื่อให้มั่นใจว่า งานบรรลุ
ตามเป้าหมายและได้มาตรฐาน แต่พนักงานสามารถควบคุมทางเลือกในอาชีพของ
ตนเองได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
 ความแตกต่างในความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันคือ การใช้คาถามและข้อตกลง ไม่ใช่คาสั่ง
และเอกสาร ซึ่งขึ้นอยู่กับ คาถามเชิงบวกอย่างไม่มีเงื่อนไข (unconditional, positive
question) ไม่ใช่คาแถลงเชิงก้าวร้าวที่แฝงตัวเป็นคาถาม
สรุป
 ในโลกของการทบทวนผลงานด้วยสุนทรียสนทนา ไม่มีใครควรเดินออกไปด้วยความรู้สึก
ว่าถูก "มอบหมาย" เพื่อทาอะไรบางอย่าง ... นั่นคือกระบวนทัศน์เก่า ๆ ที่กาลังคืบคลาน
กลับมา
 การทบทวนผลงานด้วยสุนทรียสนทนานี้ อาจต้องใช้เวลายาวนานขึ้น แต่องค์กรสมควร
ลงทุนในการพัฒนารูปแบบนี้ เพราะทาให้ผู้คนเป็นผู้ควบคุมตนเองและแก้ไขตนเองด้วย
ตนเอง มากกว่าการถูกออกแบบโดยใช้ระบบควบคุม ที่ถือว่าคนเป็นแค่เบี้ยตัวหนึ่ง
 ทบทวนผลงานด้วยสุนทรียสนทนา Performance dialogue

ทบทวนผลงานด้วยสุนทรียสนทนา Performance dialogue

  • 1.
  • 2.
    สุนทรียสนทนา (Dialogue)  เป็นการสื่อสารสองทิศทางที่เน้นการฟังไปที่บริบทของผู้พูด เพื่อให้รู้ถึงเบื้องหลังความ เชื่อและค่านิยม โดยอาศัยการไม่ตัดสินใจถูกผิด ไม่วิจารณ์ และให้ข้อมูลป้อนกลับแบบ ตรงไปตรงมา ที่ทาให้คู่สนทนายอมรับได้อย่างกลมกลืน
  • 3.
    การทบทวนผลงานด้วยสุนทรียสนทนา (Performance Dialogue) เป็นกระบวนการสาคัญที่หัวหน้าใช้ในการสื่อสารกับลูกน้องและทีมงาน ว่าอะไรคือสิ่งที่ องค์กรคาดหวังในการทางาน แนวทางการทางานที่มีประสิทธิภาพ ความรู้สึกของ พนักงาน สิ่งที่ต้องการให้พนักงานแก้ไขปรับปรุง สิ่งที่พนักงานทาได้ดี และอะไรคือสิ่งที่ อยากให้องค์กรหรือหัวหน้าสนับสนุน  ทาให้หัวหน้าเข้าใจความคาดหวังของพนักงานที่มีต่อองค์กร ช่วยให้หัวหน้าเป็นผู้รับฟัง ที่ดี ได้ข้อมูลชัดเจนยิ่งขึ้น เข้าใจลูกน้องมากขึ้น  ทาให้พนักงานรู้สึกว่า ตนเองมีคุณค่าต่อองค์กร เกิดพลังในการทางาน ประสิทธิภาพใน การทางานเพิ่มขึ้น และมีผลต่อความผูกพันกับองค์กร
  • 4.
    หลักการของการทบทวนด้วยสุนทรียสนทนา  เข้าใจหลักจิตวิทยา  การสนทนาที่ไม่ก่อเกิดความขัดแย้ง ให้ความสาคัญกับการยกย่องชมเชย และ การให้คาแนะนา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การทางาน
  • 5.
    Performance Dialogue By MikeCaracalas on September 25, 2012 https://www.managementexchange.com/content/performance-dialogue
  • 6.
    การทบทวนผลงานแบบดั้งเดิม  บริษัทใช้กลไกการควบคุม เพื่อควบคุมค่าตอบแทนและโบนัสเป็นหลักรวมถึงควบคุม วิธีการประเมินพนักงาน  ความต้องการการควบคุมนี้ เกิดจากความกลัวของบริษัท (กลัวว่าจะถูกเอาเปรียบ กลัว การสูญเสียการควบคุมค่าใช้จ่าย กลัวการสูญเสียการควบคุม) และส่งผลสร้างความกลัว ให้กับพนักงาน (กลัวที่จะถูกตัดสิน กลัวว่าจะได้รับคาติชมเชิงลบ กลัวที่จะต้องแสดง ความคิดเห็นเชิงลบ และกลัวที่จะสูญเสียงาน)  ความกลัวทาให้ผลงานลดลง หรืออาจเรียกว่าเป็นการทาลายผลงาน
  • 7.
    กระบวนการทบทวนผลงานด้วยสุนทรียสนทนา  ความสาเร็จของผู้นานั้น ถูกกาหนดโดยการทางานของผู้อื่นดังนั้นส่วนหนึ่งที่สาคัญที่สุด ของผู้นาคือ การชี้แนะการทางานให้กับลูกน้อง  ด้วยการใช้ กระบวนการทบทวนผลงานด้วยสุนทรียสนทนา (performance dialogue process) หัวหน้าสามารถทางานอย่างใกล้ชิดกับพนักงานแต่ละคน เพื่อชี้แจงและ กาหนดความคาดหวัง ติดตามและวัดผลงาน วิเคราะห์ปัญหา และมุ่งเน้นการแก้ปัญหา ที่มีเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงร่วมกัน
  • 8.
    กระบวนการทบทวนผลงานด้วยสุนทรียสนทนา (ต่อ)  วิธีการทบทวนผลงานนี้ใช้ความคิดเห็นแทนการประเมิน และใช้การสนทนาแทนการ ประเมินผล เพื่ออธิบายและเพื่อการบรรลุผลงานที่เป็นเลิศ  กระบวนการนี้ เริ่มต้นด้วยการพัฒนาเป้าหมายที่ SMART (Specific, Measurable, Achievable, Realistic, Timed) จากนั้นดาเนินการติดตามผลงานผ่านบันทึกรายละเอียด และเอกสารที่เป็นลายลักษณ์อักษร ที่พนักงานและผู้จัดการต่างถือไว้คนละชุด
  • 9.
    สุนทรียสนทนา  Peter Sengeนิยาม สุนทรียสนทนา ใน The Fifth Discipline ว่า เป็นความสามารถ เพื่อ ระงับการตั้งสมมติฐาน และเพื่อการเข้าถึงความคิดที่แท้จริงด้วยกัน  สุนทรียสนทนาในบริบทนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับความเข้าใจซึ่งกันและกัน โดยไม่มีการ ตัดสิน หรือยึดติดในตาแหน่งหน้าที่  เป็นการเปลี่ยนจากการทบทวนผลงานแบบดั้งเดิม โดยเปลี่ยนวัฒนธรรมเป็น ความ ไว้วางใจและความโปร่งใส (trust and transparency)
  • 10.
    การทบทวนผลงานด้วยสุนทรียสนทนา มี 3ขั้นตอน  ขั้นแรก ผู้จัดการและพนักงานมีส่วนร่วมในสุนทรียสนทนา เกี่ยวกับสิ่งที่สาคัญที่ต้องการ ให้บรรลุตามระยะเวลาที่กาหนด  อาจเป็นรายปี เพื่อให้สอดคล้องกับวัฏจักรการวางแผนขององค์กร แต่ก็อาจแปรผันตาม วงจรการทางานที่แตกต่างกันได้
  • 11.
    การทบทวนผลงานด้วยสุนทรียสนทนา (ต่อ)  ขั้นที่สองกาหนดและปรับแต่งผลลัพธ์ที่ต้องการบรรลุ  ผู้จัดการมีหน้าที่กาหนดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม บนพื้นฐานของบทสนทนาในขั้นตอนที่ 1  พนักงานที่ได้รับมอบหมาย ตอบสนองต่อผลลัพธ์แต่ละรายการ ด้วยการประเมินว่ามี ความชัดเจนแค่ไหน (ต้องชัดเจนต่อพนักงาน) ท้าทายแค่ไหน (ต้องท้าทาย แต่เชื่อว่า ทาได้) และเป็นเหตุเป็นผลอย่างไร (มีการเชื่อมโยงที่มองเห็นได้ ระหว่างผลลัพธ์และ เป้าหมายขององค์กร)
  • 12.
    การทบทวนผลงานด้วยสุนทรียสนทนา (ต่อ)  ขั้นที่สามผู้จัดการและพนักงานประเมินคุณภาพผลลัพธ์ที่เสร็จสมบูรณ์ (ไม่ใช่รายปี แต่ เมื่อผลลัพธ์เสร็จสมบูรณ์) เป็นการประเมินที่ต่างคนต่างทา ซึ่งจะต้องตอบคาถาม 3 ข้อ คือ ความสาเร็จคืออะไร เหตุใดจึงไม่สาเร็จ ได้เรียนรู้อะไร  ควรทาการทบทวนและเฉลิมฉลองความสาเร็จโดยรวมเป็นประจาทุกปี และสรุปการ เรียนรู้เพื่อที่จะดาเนินการต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผนการพัฒนาอาชีพ  หากใครบางคนไม่ประสบความสาเร็จอย่างต่อเนื่อง ทั้งสองฝ่ ายต้องรับผิดชอบว่า ทาไม
  • 13.
    Performance Dialogue by DanBruma https://colorfulcultures.co.uk/blog/2017/07/28/performance_dialogue/
  • 14.
    กระบวนการทบทวนผลงานด้วยสุนทรียสนทนา (Performance DialogueProcess: PDP)  การทบทวนผลงานด้วยสุนทรียสนทนา เป็นการสื่อสารที่มีความหมายระหว่างหัวหน้า และพนักงาน เกี่ยวกับการทางาน และการมีส่วนร่วมของพวกเขา  ซึ่งเป็นงานที่ท้าทายที่สุดสาหรับผู้จัดการในทุกอุตสาหกรรม ในการสนทนาที่เกี่ยวข้อง กับการทบทวนผลงานของสมาชิกในทีม  ความจริงแสดงให้เห็นแล้วว่า การสนทนาเกี่ยวกับผลงาน มีผลกระทบสาคัญต่อความ ผูกพันของพนักงาน ซึ่งนาไปสู่…ผลการดาเนินการทางธุรกิจ
  • 15.
    5 ขั้นตอนที่ควรกระทาในการสนทนา คือ 1. สร้างสภาพแวดล้อม (Set up the environment)  2. พูดคุยเกี่ยวกับผลกระทบ (Talk about the impact)  3. ฟังความคิดเห็นสะท้อนกลับของคู่สนทนา (Get the other person’s feedback)  4. เปิดโอกาสให้แสดงสิ่งที่เป็นจุดแข็งและข้อกังวล (Allow space for strong points and concerns)  5. จบด้วยมีแผนงาน (Leave with a plan)
  • 16.
    1. สร้างสภาพแวดล้อม  การสนทนาเป็นมากกว่าการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น  เป็นการเปิดกว้างและยุติธรรมที่เกี่ยวกับจุดประสงค์ของสุนทรียสนทนา  ช่วยให้สมาชิกในทีมได้คิดเกี่ยวกับบทบาทของพวกเขา และวิธีที่พวกเขาสนับสนุนทีมใน ระยะยาว  ทาให้ผู้คนมีความพร้อมมากขึ้นและเต็มใจ ที่จะมีส่วนร่วมในการสนทนาที่มีคุณภาพกับ ผู้จัดการของพวกเขา มากกว่าเพียงแค่ได้ยินเรื่องเกี่ยวกับผลงานของพวกเขา
  • 17.
    1. สร้างสภาพแวดล้อม (ต่อ) เรื่องสาคัญเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับปริมาณก็คือ จานวนครั้งของการเกิดขึ้น ของกิจกรรมนี้  ซึ่งเป็นตัวเลือกส่วนบุคคลของผู้จัดการ (นอกเหนือจากขั้นตอนขององค์กร ในการ ประเมินพนักงาน) โดยแนะนาให้จัดขึ้นมากกว่าหนึ่งครั้งต่อรอบการปฏิบัติงาน  และขึ้นกับลักษณะโครงการด้วย แต่ควรมีอย่างน้อยทุก ๆ 3 เดือน ซึ่งเป็นทางออกที่ ปลอดภัย
  • 18.
    2. พูดคุยเกี่ยวกับผลกระทบ  บทสนทนาที่มีคุณภาพนั้นจะเกี่ยวกับเพราะเหตุใดมากกว่ามีอะไรบ้าง  ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีทัศนวิสัยหรือประสบการณ์ที่ทาให้เข้าใจว่า พวกเขามีผลกระทบ อย่างไรต่อองค์กร ดังนั้นอย่าคิดว่าพวกเขารู้ ให้อธิบายว่า งานของพวกเขาส่งผลกระทบ ต่อโครงการและองค์กรโดยรวมอย่างไร ทาให้เข้าใจง่าย เน้นงานที่มีผลกระทบสูง และ ตรวจสอบความเข้าใจอีกครั้ง  การมีผลกระทบต่อสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเรานั้น เป็นปัจจัยสร้างแรงบันดาลใจที่ได้รับการ พิสูจน์แล้ว ดังนั้น อย่าปล่อยให้มันผ่านไป  สาหรับตัวผู้จัดการด้วย อะไรคือผลกระทบต่อองค์กรของคุณ?
  • 19.
    3. ฟังความคิดเห็นสะท้อนกลับของคู่สนทนา  ให้ฟังความคิดเห็นเขาก่อนพูดความคิดเห็นของเรา  ทาไม? เพราะคุณอาจพบแนวทางที่ไม่คาดคิดหรือแนวคิดที่ยอดเยี่ยม และทาให้คุณ สามารถตรวจสอบได้ว่า คุณเข้าใจในระดับของผลงานเหมือนกันกับเขาหรือไม่  ขั้นตอนนี้ จะให้โอกาสคุณในการรับฟังสิ่งที่ถูกพูด แล้วปรับแต่งคาพูดและข้อโต้แย้งของ คุณว่า ตรงตามความหมายที่ต้องการสื่อสารของเขาหรือไม่ โดยไม่เข้าข้างตนเอง
  • 20.
    4. เปิดโอกาสให้แสดงสิ่งที่เป็นจุดแข็งและข้อกังวล  พฤติกรรมของเขาที่มีคุณค่าสาหรับธุรกิจและทีมควรได้รับการพิจารณาก่อน เพราะใน ชีวิตจริง ผู้คนมีแรงจูงใจจากสิ่งที่พวกเขาภูมิใจ (สิ่งที่ทาได้ดี)  แน่นอนว่า ไม่ได้หมายถึงให้ซ่อนข้อกังวลของคุณเกี่ยวกับพฤติกรรมหรือผลงาน (ที่ยังทา ได้ไม่ดี) ในทางตรงกันข้าม การมีความสมดุลในการพิจารณาทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน มักจะเปิดทางสู่การสนทนาที่มีประสิทธิผลมากขึ้น เนื่องจากผู้คนจะป้องกันตนเอง น้อยลง และมุ่งเน้นการพัฒนามากขึ้น
  • 21.
    5. จบด้วยมีแผนงาน  การสนทนาด้านผลงานเป็นมากกว่าการคุยที่ดี มีจุดมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาคนและธุรกิจ โดยรวม  แผนงานที่เกี่ยวกับพฤติกรรมในอนาคต แผนงานที่เสนอใหม่ต่างไปจากเดิม หรือการ ดาเนินการแผนงานใหม่ เป็นตัวอย่างของการกระทาที่ขับเคลื่อนด้วยการสนทนา  การมีข้อตกลงเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ เป็นการย้ายจุดสนใจจากอดีตไปสู่อนาคต ทาให้ผู้คนไม่ เพียงแต่พูด แต่สามารถใช้ในการพัฒนาได้ด้วย
  • 22.
    Sample document from: CornellUniversity, Facilities Services
  • 27.
    Mukesh Gupta Digitalis Magazine 29-November-2018| Future of Work https://www.digitalistmag.com/future-of-work/2018/11/29/5- cs-of-effective-performance-dialogue-06194265
  • 28.
    การทบทวนผลงานด้วยสุนทรียสนทนาอย่างต่อเนื่อง  องค์กรทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก มีการใช้การทบทวนผลงานด้วยสุนทรียสนทนาอย่าง ต่อเนื่อง (ongoing performance dialogue) แทนการทบทวนผลงานประจาปีแบบดั้งเดิม โดยไม่คานึงถึงวงรอบการทบทวนผลงานขององค์กร  เป็นความคิดที่ดี ที่จะส่งเสริมสุนทรียสนทนาอย่างต่อเนื่องกับทุกคนในทีม เพื่อป้องกัน ความประหลาดใจอันไม่พึงประสงค์ ช่วยแก้ไขความสับสนล่วงหน้า และเพิ่มโอกาสใน การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง  อย่างไรก็ตาม สุนทรียสนทนาอย่างต่อเนื่องอาจได้ประสิทธิผลไม่เท่ากัน และนี่คือห้า ลักษณะที่ดี ของการทบทวนผลงานด้วยสุนทรียสนทนา:
  • 29.
    1. ตรงไปตรงมา (Candid) ทุกคนที่เกี่ยวข้องจะต้องเปิดเผยและซื่อสัตย์ตลอดกระบวนการ  หากมีคาถามยาก ๆ ที่ต้องการได้รับการแก้ไข อย่าได้ละเลย และไม่ควรมีวาระซ่อนเร้น  นี่คือคุณลักษณะที่สาคัญที่สุด ของการทบทวนผลงานด้วยสุนทรียสนทนาอย่างต่อเนื่อง ที่มีประสิทธิผล
  • 30.
    2. การสนทนา (Conversational) การทบทวนนี้ เป็นการสนทนาโดยธรรมชาติ เป็นการประเมินผลงาน ตามที่ถูกร้องขอใน การส่งมอบผลงาน  งานของพนักงาน คือการมอบผลงานที่มีคุณภาพสูง เช่นเดียวกัน เป็นความรับผิดชอบ ของหัวหน้า ในการสร้างหรือจัดสภาพแวดล้อม ที่เหมาะสมกับการทางานที่มีคุณภาพสูง  สิ่งหนึ่งไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากไม่มีอีกสิ่งหนึ่ง ดังนั้นการสนทนาที่มีประสิทธิผล เป็น ความรับผิดชอบของทั้งสองฝ่ าย
  • 31.
    3. ทาให้ชัดเจน (Clear) อธิบายพฤติกรรมถึงผลงานที่ดี ว่ามีลักษณะและความรู้สึกเช่นไร  เป็นเรื่องที่น่าผิดหวังอย่างยิ่ง ที่ไม่รู้ว่าเขาคาดหวังอะไรจากเรา จึงไม่น่าแปลกใจ ถ้าทีม ไม่บรรลุผลงานสูงสุด เพราะพวกเขาไม่รู้ว่า ผลงานสูงสุดเป็นอย่างไร  เหมือนกับการคาดหวังว่าผู้เล่นฟุตบอลให้ทาประตู แต่พวกเขาไม่เห็นเสาประตู (เพราะ ถูกซ่อนไว้) และถูกลงโทษหากพวกเขาทาคะแนนไม่ได้ ซึ่งเป็นวิธีกาจัดความคิดริเริ่ม ของพนักงาน และเปลี่ยนพวกเขาให้ทางานแบบซังกะตาย
  • 32.
    4. ความสร้างสรรค์ (Constructive) วัตถุประสงค์การทบทวนนี้ คือ ช่วยให้พนักงานปรับปรุงผลงานโดยไม่ตาหนิ  เมื่อคุณมีความชัดเจนในวัตถุประสงค์นี้ คุณสามารถมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุง และ ความคิดที่จะปรับปรุง  การปรับปรุงเหล่านี้ จะต้องมีการสังเกตและรับรู้เมื่อเวลาผ่านไป  ไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้รับผลตอบกลับเชิงสร้างสรรค์ ที่จะช่วยให้งานของพวกเขาดีขึ้น  ทุกคนในทีม ควรเรียนรู้วิธีการให้และรับข้อเสนอแนะที่สร้างสรรค์ มันอาจฟังดูง่าย แต่ เป็นหนึ่งในทักษะที่ยากที่สุดในการฝึกฝน
  • 33.
    5. ทาอย่างต่อเนื่อง (Continuous) การเปลี่ยนแปลงให้ยั่งยืนต้องใช้เวลา ดังนั้น ให้มุ่งเน้นไปที่คุณลักษณะของผลงาน บางอย่างในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ๆ และทาสิ่งนี้ อย่างสม่าเสมอ  เป็นการบอกว่า คุณกาลังปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา  ความก้าวหน้า ทาให้เกิดขวัญและกาลังใจสูง และช่วยให้ทุกคนมีความรู้สึกที่ดีเกี่ยวกับ งานที่พวกเขาทา
  • 34.
    สุดท้ายนี้  หากคุณสามารถใช้สุนทรียสนทนาอย่างต่อเนื่องด้วยห้าคุณสมบัติเหล่านี้ กับสมาชิกใน ทีมของคุณได้คุณกาลังนาหน้าในการเล่นเกมนี้ แล้ว  กลยุทธ์นี้ สร้างสภาพแวดล้อม ที่ส่งเสริมศักยภาพในการปรับปรุงที่ยอดเยี่ยมให้กับทีม ทั้งด้านผลงานและผลิตผล  ประโยชน์ที่ได้เพิ่มเติมคือ ปรับปรุงความผูกพัน และผลักดันความพึงพอใจของพนักงาน
  • 35.
    John Foster Nov 11,2016 https://medium.com/@jfconnex/moving-from-performance-management-to-performance- dialogue-6f821cc39c2
  • 37.
    การทบทวนผลงาน  การประเมินผลงานอย่างเปิดเผย เป็นความสัมพันธ์ที่สร้างสรรค์ของมนุษย์ดังนั้นจึงเป็น การทาลายล้างที่จะประเมินผลงานเบื้องหลังแบบลับ ๆ  การแก้ปัญหาด้วยการทบทวนผลงานโดยทั่วไป ไม่ได้เกี่ยวกับการส่งมอบให้ดีขึ้ น ทาให้ ต้องมองย้อนกลับไปสู่ข้อสงสัยที่ว่า วิธีที่ดีที่สุดในการช่วยให้ผู้คนทางานได้ดีที่สุดคือ อะไร  ในขณะที่การทบทวนผลงานเป็นเรื่องเกี่ยวกับการประเมินผลงานเมื่อเวลาผ่านไป ส่วน การทบทวนผลงานด้วยสุนทรียสนทนาที่เป็นกระบวนทัศน์ใหม่นั้น เกี่ยวกับการพูดคุยใน เรื่องของการมุ่งเน้นและคุณภาพของงาน
  • 38.
    บทสนทนา 2 ประเภทของกระบวนทัศน์ใหม่ บทสนทนา 2 บทที่ผู้คนควรปฏิบัติในที่ทางาน (ให้พนักงานหาคาตอบเอง) มีดังนี้  บทสนทนาที่ 1: การประเมินผลงานของฉัน: นี่เป็นงานที่เหมาะสมสาหรับฉันหรือไม่ งานนี้ ฉันทาดีพอหรือยัง  บทสนทนาที่ 2: การก้าวหน้าในอาชีพของฉัน: ฉันมีความสามารถที่จาเป็นต่อการประสบ ความสาเร็จในงานนี้ หรือไม่ ฉันต้องมีความสามารถอะไรบ้างในการก้าวหน้าในอาชีพการ งานของฉัน
  • 39.
    กระบวนทัศน์ใหม่  จาก 2บทสนทนา คาถามที่เกี่ยวข้องในกระบวนทัศน์ใหม่อาจมีลักษณะดังนี้ :  ใครช่วยฉันตอบคาถามนี้ ได้ (ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สาคัญเช่นผู้จัดการ เพื่อนร่วมงาน ลูกค้า)  อะไรคือวิธีที่ดีในการรวบรวมข้อมูลจากผู้อื่น (อยู่บนพื้นฐานความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง)  ฉันจะได้รับการป้อนข้อมูล/มุมมอง ที่ทาให้เป็นเรื่องง่ายจากผู้มีส่วนได้เสียของฉันได้ อย่างไร (เป็นภาระของฉันไม่ใช่พวกเขา)  คาตอบของพวกเขามีเหตุผลอย่างไร (ที่สามารถใช้เพื่อเพิ่มทักษะ/ประสิทธิภาพของฉัน)  ฉันควรถามคาถามเหล่านี้ บ่อยแค่ไหน (เพื่อช่วยกาหนดลักษณะของงานของฉัน)
  • 40.
    การเปลี่ยนกระบวนทัศน์  เป็นการเปลี่ยนจาก การนาโดยผู้จัดการไปสู่การขับเคลื่อนโดยบุคคล(from manager- led to individual-driven) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงสาหรับคนส่วนใหญ่  เพื่อให้การทบทวนผลงานด้วยสุนทรียสนทนาและการพัฒนาอาชีพให้ประสบ ความสาเร็จ ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องดาเนินการจาก ความคิดการเติบโตไม่ใช่ความคิดที่ตายตัว (growth mindset, not a fixed one) และใช้คาถามและความอยากรู้อยากเห็น เป็น แรงจูงใจในการเข้าร่วมกิจกรรม  พวกเขายังคงมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน หัวหน้างาน และลูกค้า ในรูปแบบหุ้นส่วน ซึ่งกันและกัน (reciprocal partnership) และให้หลีกเลี่ยงแนวโน้มความสัมพันธ์ระหว่าง ผู้จัดการและพนักงานแบบเดิม ๆ
  • 41.
    ความสัมพันธ์แบบต่างตอบแทนซึ่งกันและกัน  ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนบทสนทนาให้กลายเป็นฉันทามติ หรือความพยายามที่ทาให้ทุก คนรู้สึกดีขึ้น ผู้จัดการยังคงมีอานาจในการตัดสินใจ และมีความรับผิดชอบ เพื่อให้มั่นใจว่า งานบรรลุ ตามเป้าหมายและได้มาตรฐาน แต่พนักงานสามารถควบคุมทางเลือกในอาชีพของ ตนเองได้ชัดเจนยิ่งขึ้น  ความแตกต่างในความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันคือ การใช้คาถามและข้อตกลง ไม่ใช่คาสั่ง และเอกสาร ซึ่งขึ้นอยู่กับ คาถามเชิงบวกอย่างไม่มีเงื่อนไข (unconditional, positive question) ไม่ใช่คาแถลงเชิงก้าวร้าวที่แฝงตัวเป็นคาถาม
  • 42.
    สรุป  ในโลกของการทบทวนผลงานด้วยสุนทรียสนทนา ไม่มีใครควรเดินออกไปด้วยความรู้สึก ว่าถูก"มอบหมาย" เพื่อทาอะไรบางอย่าง ... นั่นคือกระบวนทัศน์เก่า ๆ ที่กาลังคืบคลาน กลับมา  การทบทวนผลงานด้วยสุนทรียสนทนานี้ อาจต้องใช้เวลายาวนานขึ้น แต่องค์กรสมควร ลงทุนในการพัฒนารูปแบบนี้ เพราะทาให้ผู้คนเป็นผู้ควบคุมตนเองและแก้ไขตนเองด้วย ตนเอง มากกว่าการถูกออกแบบโดยใช้ระบบควบคุม ที่ถือว่าคนเป็นแค่เบี้ยตัวหนึ่ง