การสื่อสารเพื่อความปลอดภัย
Withaya Chanchai,Ph.D.,CRCST
Department of Public Health, Major of Occupational Health & Safety
Faculty of Medicine, Siam University.
2025 All rights reserved.
การสื่อสาร เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์
ปัจจุบันการสื่อสารและการประสานงาน ในงานด้านความ
ปลอดภัยในการทำงาน มักมีอุปสรรคไม่ประสบผลสำเร็จอยู่ไม่
น้อย ทำให้ไม่สามารถป้องกันหรือลดอุบัติเหตุ อุบัติภัยใน
องค์กรลงได้มากนัก เนื่องจากมีคนจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับ
ด้านความปลอดภัย จึงต้องใช้เทคนิคการสื่อสารและประสาน
งานที่มีประสิทธิภาพในการทำความเข้าใจให้บุคลากรในองค์กร
ยอมรับและปฏิบัติตาม
การสื่อสารและการประสานงานในงานด้านความปลอดภัย มีความสำคัญเป็น
อย่างยิ่ง เพื่อป้องกันหรือลดอุบัติเหตุในองค์กรได้มาก ดังนั้นเราจึงต้องใช้เทคนิค
การสื่อสารและประสานงานที่มีประสิทธิภาพในการทำความเข้าใจให้บุคลากรใน
องค์กรยอมรับและปฏิบัติตาม การสื่อสารจึงถือเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่สามารถนำไปใช้
ในการบริหารจัดการงานทั้งภายในและภายนอกองค์กร การสื่อสารที่ถูกต้อง
ชัดเจน ตรงประเด็น สั้นกระชับ ได้ใจความ และรวดเร็ว ย่อมเป็นผลดีแก่องค์กร
หลักการและเหตุผล
วัตถุประสงค์
1. ให้มีความรู้ ทักษะการสื่อสารและประสานงาน ในการเพิ่มประสิทธิภาพงานด้านความ
ปลอดภัย
2. ให้สามารถใช้เทคนิคการสื่อสารและประสานงาน ระหว่างบุคคลในหน่วยงานและระหว่าง
ฝ่ายงาน รวมถึงผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชา
3. ให้เข้าใจขั้นตอนและวิธีการสื่อสารและการประสานงานด้านความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ
ถูกวิธีถูกต้อง นำไปเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติงาน
การพูดคุยความปลอดภัย คือ การสื่อสาร (Communication) ด้านความปลอดภัย เป็น
กระบวนการถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารความคิดเห็นหรือสิ่งต่าง ๆ ที่ผู้สื่อสารต้องการให้ผู้รับ
สารทราบและเข้าใจรวมถึงการนำไปปฏิบัติการสื่อสารเป็นสิ่งที่สำคัญในการทำงานของงาน
ทุกงาน หากการสื่อสารดีย่อมก่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันไม่คลาดเคลื่อนซึ่งในปัจจุบัน
สถานประกอบกิจการมีการสื่อสารในหลายรูปแบบซึ่งการสื่อสารวิธีหนึ่งที่ดีสำหรับการสื่อสาร
ก่อนเริ่มการทำงานประจำวัน คือ Morning Talk
ก่อนเริ่มทำงานประจำวัน จป.หัวหน้างาน
ควรมีการพูดคุยความปลอดภัยอย่างไร
Morning Talk เป็นการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อม สำหรับการเริ่มการทำงานในแต่ละ
วัน เพื่อชี้แจง พูดคุย ในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานในแผนกนั้น ๆ โดยจะใช้ระยะ
เวลาสั้นๆ เพียง 15 นาที โดยการทำ Morning Talk ควรพูดให้รัดกุมและให้สมาชิกในทีม
เข้าใจเป้าหมายในการทำงานที่ตรงกัน ไม่ควรใช้ระยะเวลาที่สั้นหรือยาวจนเกินไป
หัวข้อการพูดคุยก่อนเริ่มงานประจำวัน
กล่าวทักทาย
การกล่าวทักทาย เป็นการเริ่มการ Morning Talk ที่ดี เพื่อให้ผู้ฟังรู้สึกถึงความห่วงใย และ
ความเอาใจใส่และพร้อมที่จะรับฟังในสิ่งที่ จป.หัวหน้างาน จะพูดในลำดับต่อไป เช่น กล่าว
ทักทายลูกน้องก่อนการเริ่มพูดคุยว่า สบายดีไหม เช้านี้เป็นอย่างไรบ้าง เพื่อให้เกิดความเป็น
กันเอง ก่อนที่จะเข้าเนื้อหาของการ Morning Talk
หัวข้อการพูดคุยก่อนเริ่มงานประจำวัน
พูดคุยถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในการทำงานและแนวทางแก้ไข
จุดประสงค์หลักของการ Morning Talk คือ การแก้ปัญหาร่วมกัน เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิด
พลาดเดิม ๆ ซ้ำขึ้นอีก ซึ่งหัวหน้างานต้องรับฟังปัญหาของลูกน้อง รวมถึงข้อเสนอแนะและ
แนวทางในการแก้ไขปัญหา และการรับฟังความคิดเห็นยังเป็นการฝึกให้ลูกน้องได้คิด มีความ
รับผิดชอบ และเกิดความระมัดระวังในการทำงานมากขึ้น
หัวข้อการพูดคุยก่อนเริ่มงานประจำวัน
เป้าหมายในการทำงานวันนี้
หลังจากมีการพูดคุยถึงปัญหาในการทำงานแล้ว ก็ต้องมีการพูดถึงเป้าหมายในการทำงาน
ของวันนี้ให้ชัดเจน เพื่อให้การทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และที่สำคัญ ก่อนการเริ่มงาน
ในแต่ละวันหัวหน้างาน ต้องแจ้งเป้าหมายที่สำคัญที่สุดในการทำงาน คือ อุบัติเหตุต้องเป็น
ศูนย์ เพราะหากการทำงานจะดีแค่ไหน แต่ถ้ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ย่อมไม่ส่งผลดีแน่นอน
หัวข้อการพูดคุยก่อนเริ่มงานประจำวัน
เรื่องที่ต้องเน้นย้ำและตระหนักให้เกิดนิสัยในเชิงบวก
ข้อนี้มีความจำเป็นอย่างมาก เพราะหัวหน้างานต้องปลูกฝังความคิดให้กับพนักงานทุกวัน
โดยบอกถึงวัตถุประสงค์ของการทำงานเชิงบวก เพื่อให้เกิดความรับรู้ร่วมกันว่า เมื่อทำงาน
สำเร็จตามที่ตั้งไว้จะเกิดผลดีอย่างไร นอกจากนี้ต้องบอกผลเสียหากทำงานผิดพลาด โดย
เน้นย้ำถึงสิ่งที่ต้องระมัดระวังในขั้นตอนการทำงานแต่ละขั้นตอน รววมถึงเน้นย้ำในเรื่องของ
ความปลอดภัยในการทำงาน จุดที่ต้องระมัดระวัง จุดที่ต้องทำการตรวจเช็ค
หัวข้อการพูดคุยก่อนเริ่มงานประจำวัน
1. ให้มีความรู้ ทักษะการสื่อสารและประสานงาน ในการเพิ่มประสิทธิภาพงานด้านความ
ปลอดภัย
2. ให้สามารถใช้เทคนิคการสื่อสารและประสานงาน ระหว่างบุคคลในหน่วยงานและระหว่าง
ฝ่ายงาน รวมถึงผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชา
3. ให้เข้าใจขั้นตอนและวิธีการสื่อสารและการประสานงานด้านความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ
ถูกวิธี ถูกต้อง นำไปเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติงาน
การสนทนาความปลอดภัย (SAFETY TALK)
ปัจจัยการทำ Safety Talk ให้ประสบความสำเร็จ
1. เสียงดังฟังชัด
2. สีหน้าสอดคล้องจริงใจ
3. สายตาสบกับคู่สนทนา
4. ท่าทางเป็นธรรมชาติ และสื่อความหมาย
5. ภาษาเข้าใจง่าย
6. เนื้อหาได้ประโยชน์
7. สร้างบรรยากาศที่ดี
การจัดเตรียม Safety Talk
จัดทำแผนงาน อาจจะเป็นแผนปี หรือเป็นช่วงกิจกรรม ขึ้นอยู่กับแต่ละสถาน
ประกอบกิจการ
1.
จัดทำเอกสารเนื้อหาเรื่องที่จะพูด Safety Talk
2.
มีเอกสารให้พนักงานลงชื่อผู้เข้าร่วมกิจกรรม
3.
มีภาพถ่าย หรือวีดีโอ ในขณะที่เราดำเนินการทำ Safety Talk
4.
มีการตั้งเป็นเป้าหมาย หรือ KPI เช่น ดำเนินการได้ครบ 100% ตามแผน, มี
พนักงานเข้าร่วมได้เกิน 95% ของพนักงานในหน่วยงาน เป็นต้น
5.
มีการประเมินผลเป็นระยะ ๆ ถ้าไม่ได้ตามเป้าหมาย ก็มีกระบวนการในการ
ปรับปรุง-ปรับเปลี่ยน-แก้ไข โดยใช้หลักการ PDCA
6.
ในตอนจบส่งท้ายให้สรุปเนื้อหา ที่พูดมาทั้งหมด 10-20 นาทีมา
เป็นข้อที่ต้องปฏิบัติ เป็นประโยคสั้น ๆ ได้ใจความ (เพิ่มความ
คล้องจอง ให้จดจำได้ง่าย) เพื่อให้ผู้ฟัง - ผู้อ่าน - จดจำและนำไป
ปฏิบัติ เช่น
"ชุดเครื่องเชื่อมแก๊ส ต้อง ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไฟย้อนกลับ
ทุกเครื่อง"
"เครื่องเชื่อมแก๊ส ต้อง ตรวจสอบทุกวัน และ อบรมผู้ใช้ทุกคน"
"ห้าม! หยอกล้อเล่นกันขณะปฏิบัติงาน"
สรุปตอนจบ
PDCA คืออะไร
ขั้นตอนแรกคือตั้งเป้าหมายและการวางแผนงานว่าเราจะปรับปรุง
แผนงานอะไร (what) ปรับปรุงอย่างไร (how) ใครเป็นผู้รับผิดชอบ
(who) ต้องทำเมื่อไหร่ (when) ที่สำคัญที่สุดคือการกำหนดผลลัพธ์ที่
ต้องการจะได้ (outcome) ว่าจะมีหน้าตาเป็นอย่างไรและกำหนดตัวชี้
วัดที่เหมาะสม (KPI) จากนั้นทำให้ออกมาเป็นแผนการดำเนินงาน
(Action plan)
P – Plan : การวางแผน
ขั้นตอนนี้คือการลงมือปฏิบัติตามแผนการดำเนินงานที่ทำไว้ในข้อ 1
เนื่องจากการปรับปรุงกระบวนการนั้นยังใหม่อยู่ อาจจะปรับปรุงแล้ว
ประสบความสำเร็จหรือไม่ก็ได้ ในขั้นตอนนี้อาจจะเริ่มปฏิบัติจากคนกลุ่ม
เล็กหรือเป็นโปรเจ็คเล็ก ๆ ก่อน เพื่อป้องกันการเกิดความเสียหายไป
ทั้งบริษัท
D – DO : การลงมือทำ
จากการปฏิบัติตามแผนการดำเนินงานแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการ
ประเมินว่าได้ตามแผนที่วางไว้ว่าเป็นไปตามความคาดหวังหรือไม่ โดยใช้
ตัวชี้วัดที่กำหนดไว้มาตรวจสอบ ในการตรวจสอบจะมีทั้งส่วนที่เป็นไป
ตามแผนและไม่เป็นไปตามแผน ผู้ตรวจสอบควรรู้ว่า ถ้าเป็นไปตามแผน
ปัจจัยอะไรที่ทำให้สำเร็จ ในทางกลับกัน หากไม่เป็นไปตามแผนก็ต้องหา
สาเหตุด้วยว่าทำไมถึงไม่สำเร็จ
C – Check : การตรวจสอบ
จากผลลัพธ์ที่ได้จากการตรวจสอบ ทีมงานจะต้องนำผลลัพธ์นั้นมาเข้าสู่
กระบวนการปรับปรุงอย่างเหมาะสม วิเคราะห์ว่าปัจจัยใดที่ทำให้ไม่สำเร็จใน
แผนการที่ตั้งมาตอนแรก เมื่อปรับปรุงแผนการดำเนินงานเสร็จ เราก็จะกลับ
เข้าสู่วงจรการทำ PDCA แบบนี้วนไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นการปรับปรุง
กระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement)
A – Act : การปฎิบัติเชิงนโยบาย
เทคนิค 5P
การนำ เทคนิค 5P มาใช้ เพื่อให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพ จะทำให้ทั้ง จป.ที่เป็นผู้ส่งสาร และผู้
ปฎิบัติงาน ที่เป็นผู้รับสาร จะทำให้เกิดความเข้าใจ เห็นคุณค่าของการป้องกันการบาดเจ็บ เจ็บป่วย
อันจะนำไปสู่การปลูกฝังจิตสำนึกความปลอดภัย เพื่อความปลอดภัย สุขภาพอนามัย และความ
ผาสุข ( Safety Health Wellbeing ) อย่างยั่งยืนต่อไป
Prepare เตรียมความพร้อม
Pinpoint ตรงประเด็น
Personalize ต้องใกล้ตัว
Picturize ต้องเห็นภาพ
Prescribe ต้องสรุปการพูดอย่างมีเงื่อนไข
เทคนิค 5P
ใช้ทั้ง 3 ภาษา อย่างผสมผสานและกลมกลืน กล่าวคือ
ภาษากาย ลีลาท่าทาง ลีลาบนใบหน้าและสายตา
ภาษาใจ ใจสนุก เปิดใจกว้างยอมรับ
ภาษาเสียง ลีลาน้ำเสียง เป็นมิตร
การสื่อสารความปลอดภัยมีประสิทธิภาพ
1.ความถูกต้องและน่าเชื่อถือ (Credibility)
2.ความเหมาะสมกับกาละเทศะ (Context)
3.เนื้อหาสาระ (Content)
4.ความชัดเจน (Clarity)
5.ความสม่ำเสมอและต่อเนื่อง (Continuety and Consistency)
6.ช่องทางในการติดต่อสื่อสาร (Channel)
7.ความสามารถของผู้รับ (Capability of audience)
หลักการติดต่อสื่อสารเพื่อความปลอดภัย
ขอขอบคุณ
หัวหน้าภาควิชาสาธารณสุขศาสตร์
สาขาวิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม
ดร.วิทยา ชาญชัย
Certified Registered Central Service Technician (CRCST)
Purdue University, United States
Ph.D. (Public Health)
College of Public Health Sciences, Chulalongkorn University
withaya.cha@siam.edu โทร : 093-569-4151

บทที่ 10 การสื่อสารเพื่อความปลอดภัย.pdf