Recommended
PPT
PDF
Chapter 12 design thinking in product
PDF
PPT
PDF
คอศ.1 คอมพิวเตอร์ธุรกิจ...1 ต.ค.55
PDF
PDF
PPT
การจัดการนวัตกรรมทางการศึกษา
PPTX
เทคโนโลยีนวัตกรรมและสื่อการศึกษา
PPTX
PDF
PDF
Chapter1 เทคโนโลยีนวัตกรรม และสื่อการศึกษา
PDF
PPT
PDF
906702 Enhancing Business Processes Using Enterprise Information Systems
PDF
1เทคโนโลยีนวัตกรรมและสื่อการศึกษา
PDF
PDF
เทคโนโลยีนวัตกรรมและสื่อการศึกษา
PPTX
การเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญระดับอุดมศึกษา
DOC
PDF
PPT
PPT
Respuestas de Exámenes de ESO
PPT
PPTX
CONSTRUÇÃO DE UM MURO DE ARRIMO
PPS
PDF
SANTA MARIA XADANI, SU CONTEXTO Y SU TELESECUNDARIA
PPTX
PPTX
SIN - Sorriso Itinerante Nacional
PPT
More Related Content
PPT
PDF
Chapter 12 design thinking in product
PDF
PPT
PDF
คอศ.1 คอมพิวเตอร์ธุรกิจ...1 ต.ค.55
PDF
PDF
PPT
การจัดการนวัตกรรมทางการศึกษา
What's hot
PPTX
เทคโนโลยีนวัตกรรมและสื่อการศึกษา
PPTX
PDF
PDF
Chapter1 เทคโนโลยีนวัตกรรม และสื่อการศึกษา
PDF
PPT
PDF
906702 Enhancing Business Processes Using Enterprise Information Systems
PDF
1เทคโนโลยีนวัตกรรมและสื่อการศึกษา
PDF
PDF
เทคโนโลยีนวัตกรรมและสื่อการศึกษา
PPTX
การเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญระดับอุดมศึกษา
DOC
PDF
Viewers also liked
PPT
PPT
Respuestas de Exámenes de ESO
PPT
PPTX
CONSTRUÇÃO DE UM MURO DE ARRIMO
PPS
PDF
SANTA MARIA XADANI, SU CONTEXTO Y SU TELESECUNDARIA
PPTX
PPTX
SIN - Sorriso Itinerante Nacional
PPT
PDF
PDF
PMO em LISARB - GP3 Consulting - GP-10 / For-CE
PDF
Natal GP02 Integração GALC Consultoria
PPT
Recife gp11-fundamentos-recicla vida
PDF
Rlatório oficina -_forum_social_mundial_2012
PDF
matogrosso-gp7-integração-natalfeliz
PPT
PDF
PPTX
ODP
PDF
Estrellita.vargas cuaderno_ct[1]
Similar to Km16-17
PPT
Introduction to Knowledge Management
ODP
ODP
ODP
PDF
PDF
โมเดลและทฤษฏีที่สำคัญ เกี่ยวกับการจัดการความรู้
PDF
DOC
คู่มือการจัดทำแผนการจัดการความรู้
PPSX
Power point โมเดลและทฤษฏีที่สำคัญเกี่ยวกับการจัดการความรู้
PDF
PPT
PDF
แนวคิดทฤษฏีเกี่ยวกับการจัดการความรู้
PDF
สานต่อ คุณธรรม คุณค่า และคุณภาพ สังคม Online - Ha forum gotoknow 2018
PPSX
Power Point แนวคิดทฤษฏีเกี่ยวกับการจัดการความรู้
PPT
PDF
การจัดการความรู้ 2.0 - KM 2.0
PPT
PDF
PPT
DOC
Km16-17 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10. 11. มีการแบ่งความรู้ออกเป็น 3 ประเภท (Leif Edvinsson)Individual Knowledge : ความรู้เฉพาะบุคคล เป็นความรู้ที่อยู่ในตัวพนักงานแต่ละคน หรือเป็นความรู้ที่อยู่ในหัวของพนักงานOrganizational Knowledge : ความรู้ขององค์กร เป็นความรู้ที่ได้จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างพนักงานที่อยู่ในกลุ่มหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กร ทำให้เกิดเป็นความรู้โดยรวมขององค์กรStructural Knowledge: ความรู้ที่เป็นระบบ เป็นความรู้ที่เกิดจาการสร้างหรือต่อยอดองค์ความรู้ ผ่านกระบวนการ คู่มือ จรรยาบรรณต่างๆ ในองค์กร 12. 13. นิยามของ “การจัดการความรู้”ศ. นพ. วิจารณ์ พานิช กล่าวว่า การจัดการความรู้ หมายถึง การยกระดับความรู้ขององค์กร เพื่อสร้างผลประโยชน์จากต้นทุนทางปัญญา โดยเป็นกิจกรรม ที่ซับซ้อนและกว้างขวาง ไม่สามารถให้นิยามด้วยถ้อยคำสั้นๆ ได้ ดังนั้น ต้องให้นิยามหลายข้อจึงจะครอบคลุมความหมายได้แก่ - การรวบรวม การจัดระบบ การจัดเก็บ และการเข้าถึงข้อมูลเพื่อสร้างเป็นความรู้ - การจัดการความรู้เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนความรู้ - การจัดการความรู้ต้องอาศัยผู้รู้ในการตีความและประยุกต์ใช้ความรู้ ในการสร้างนวัตกรรมและเป็นผู้นำทางในองค์กร - การเพิ่มประสิทธิผลขององค์กร การจัดการความรู้เกิดขึ้นเพราะมีความเชื่อว่าจะช่วยสร้างความมีชีวิตชีวาและความสำเร็จในองค์กร 14. 15. 16. 17. 18. 19. องค์ประกอบหลักทั้ง 6 องค์ประกอบของวงจร KMประกอบด้วยการจัดการการเปลี่ยนแปลงและพฤติกรรม (Transition and Behavior)การสื่อสาร (Communication)กระบวนการและเครื่องมือ (Process and Tools)การฝึกอบรมและการเรียนรู้(Training and Learning)การวัดผล (Measurements)การยกย่องชมเชยและให้รางวัล (Recognition and Rewards) 20. 1. การจัดการการเปลี่ยนแปลงและพฤติกรรม (Transition and Behavior Management)องค์กรควรที่จะทำการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป เน้นในเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนในองค์กรให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ โดยการส่งเสริมและสนับสนุนอย่างต่อเนื่องควรเริ่มต้นจากผู้บริหารก่อนและขยายผลออกไปสู่บุคลากรใน ทุกระดับผู้บริหารระดับสูงต้องให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ รวมถึงมีส่วนร่วมกับกิจกรรมต่างๆ อย่างสม่ำเสมอจัดตั้งทีมงานเพื่อทำหน้าที่ดำเนินการวางแผนและจัดกิจกรรมต่างๆ 21. 1. การจัดการการเปลี่ยนแปลงและพฤติกรรม (ต่อ) (Transition and Behavior Management)กำหนดว่าอะไรคือปัจจัยแห่งความสำเร็จ (Critical Success Factors) และต้องมั่นใจได้ว่าปัจจัยเหล่านี้มีอยู่หรือสามารถสร้างให้เกิดขึ้นได้ภายในองค์กรผู้บริหารระดับสูงต้องเป็นแบบอย่างที่ดี (Role Model) ในการแลกเปลี่ยนและจัดการความรู้สร้างสภาพแวดล้อมภายในองค์กรที่เปิดโอกาสให้พนักงานสามารถลองผิดลองถูกได้และเปิดกว้างให้มีการทดลองนำเอาความคิดริเริ่มสร้างสรรค์มาปฏิบัติจริง 22. 23. กระบวนการและเครื่องมือ (Process and Tools)กระบวนการและเครื่องมือจะช่วยให้กระบวนการความรู้สามารถเกิดขึ้นได้รวดเร็วและสะดวกยิ่งขึ้นการเลือกใช้เครื่องมือและกระบวนการจะต้องให้ความสำคัญ กับความรู้ทั้ง 2 ประเภท คือ Tacit และ Explicitกระบวนการและเครื่องมือสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วนหลัก ๆ คือ ส่วนที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศการที่องค์กรจะเลือกใช้กระบวนการหรือเครื่องมือใด ควรพิจารณาปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ประเภทของความรู้ภายในองค์กร พฤติกรรมหรือลักษณะการทำงานของคนในองค์กร รวมถึงวัฒนธรรมขององค์กร 24. 4. การฝึกอบรมและการเรียนรู้ (Training and Learning)เพื่อเตรียมความพร้อมของบุคลากรทุกระดับสำหรับการจัดการความรู้ โดยองค์กรจะต้องจัดให้มีการฝึกอบรมเกี่ยวกับแนวทางและหลักการของการจัดการความรู้แก่บุคลากรเพื่อสร้างความเข้าใจและความตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการและการแลกเปลี่ยนความรู้ภายในองค์กรองค์กรควรพิจารณาให้มีการจัดฝึกอบรมในหลายรูปแบบ เพื่อเปิดโอกาส ให้บุคลากรในองค์กรสามารถเข้ารับการฝึกอบรมได้อย่างสะดวก โดยพิจารณาเพื่อให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของการทำงานของบุคลากรองค์กรต้องตระหนักว่า การฝึกอบรมเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยให้การจัดการความรู้ประสบความสำเร็จ บุคลากรจะไม่สามารถเข้าใจแนวคิดและ วิธีปฏิบัติของการจัดการความรู้ได้อย่างชัดเจน ถ้าได้รับเพียงแค่การฝึกอบรม โดยปราศจากการศึกษาค้นคว้าและการเรียนรู้ด้วยตัวเอง 25. 5. การวัดผล (Measurement)การวัดผลช่วยบอกสถานะของกระบวนการหรือกิจกรรมต่างๆ ภายในองค์กรช่วยให้องค์กรสามารถทบทวน แก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ รวมถึงปรับปรุง ให้กระบวนการต่างๆ ประสบผลสำเร็จมากยิ่งขึ้นวัตถุประสงค์ของการวัดผลจริงๆ จึงไม่ใช่เป็นการควบคุมแต่เป็นการบริหารจัดการและการเรียนรู้พัฒนาการวัดผลโดยวิธี DON (Department of the Navy)ของสหรัฐอเมริกา จะแบ่งการวัดผลจากการจัดการความรู้ออกเป็น 3 ส่วน คือ การวัดระบบหรือกิจกรรมต่างๆ ในการจัดการความรู้ (System Measures)การวัดปัจจัยส่งออก (Output Measures)การวัดผลลัพธ์ (Outcome Measures) 26. 6. การยกย่องชมเชยและให้รางวัล (Recogniation and Rewards)องค์กรอาจจะต้องใช้การยกย่องชมเชยและให้รางวัลเป็นแรงจูงใจ ในช่วยเริ่มต้นเพื่อโน้มน้าวให้บุคลกรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการแลกเปลี่ยนความรู้และเข้าร่วมกิจกรรมการจัดการความรู้ในระยะยาวสิ่งที่จะสามารถโน้มน้าวให้บุคลากรในองค์กรสนใจแลกเปลี่ยนความรู้ได้ดีที่สุดคือ “ประโยชน์” ที่จะเกิดขึ้นกับตนเอง 27. กระบวนการความรู้ (Knowledge Process)การค้นหาความรู้ (Knowledge Identification)การสร้างและแสวงหาความรู้ (Knowledge Creation and Acquisition)การจัดความรู้ให้เป็นระบบ (Knowledge Organization)การประมวลและกลั่นกรองความรู้ (Knowledge Codification and Refinement)การเข้าถึงความรู้ (Knowledge Access)การแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้(Knowledge Sharing)การเรียนรู้(Learning) 28. 29. 2. การสร้างและแสวงหาความรู้ (Knowledge Creation and Acquisition)หัวใจสำคัญของขั้นตอนนี้คือ การกำหนดเนื้อหาของความรู้ ที่ต้องการและการดักจับความรู้ดังกล่าวให้ได้ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ขั้นตอนนี้ประสบความสำเร็จคือ บรรยากาศและวัฒนธรรมขององค์กรที่เอื้อให้บุคลากรกระตือรือร้นในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เพื่อใช้ในการสร้างความรู้ใหม่ๆ ตลอดเวลาระบบสารสนเทศมีส่วนช่วยให้บุคลากรสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากกันได้รวดเร็วขึ้น และทำให้การเสาะหาความรู้ใหม่ๆ จากภายนอกทำได้รวดเร็วขึ้น 30. 3. การจัดความรู้ให้เป็นระบบ (Knowledge Organzation)องค์กรต้องจัดความรู้ให้เป็นระบบเพื่อให้ผู้ใช้สามารถค้นหาและ นำความรู้ดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ได้การจัดความรู้ให้เป็นระบบ หมายถึง การจัดทำสารบัญ และจัดเก็บความรู้ประเภทต่างๆ เพื่อให้การเก็บรวบรวม การค้นหา การนำมาใช้ทำได้ง่ายและรวดเร็วประเภทความรู้แบ่งตามสิ่งต่างๆ ได้แก่ ความชำนาญ หรือความเชี่ยวชาญของบุคลากร, หัวข้อ/หัวเรื่อง, หน้าที่/กระบวนการ, ประเภทของผลิตภัณฑ์ บริการ กลุ่มตลาด หรือกลุ่มลูกค้าความครอบคลุม (แนวราบ) และความละเอียด (แนวดิ่ง) ของการแบ่งประเภทของความรู้ขึ้นอยู่กับการใช้ความรู้นั้นๆ 31. 4. การประมวลและกลั่นกรองความรู้ (Knowledge Codification and Refinement)การจัดทำหรือปรับปรุงรูปแบบของเอกสารให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ทั้งองค์กร ช่วยทำให้การป้อนข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ การจัดเก็บ การค้นหา และการใช้ข้อมูลทำได้สะดวก รวดเร็วการใช้ “ภาษา” เดียวกันทั่วทั้งองค์กร คือ องค์กรควรจัดทำอภิธานศัพท์ของคำจำกัดความ ความหมายของคำต่างๆ ที่แต่ละหน่วยงานใช้ในการปฏิบัติงานเพื่อให้มีความเข้าใจตรงกัน ซึ่งจะช่วยให้การป้อนข้อมูล/ความรู้ การแบ่งประเภทและการจัดเก็บได้มาตรฐานเดียวกัน ที่สำคัญต้องมีการปรับปรุงอภิธานศัพท์ให้ทันสมัยตลอดเวลา รวมทั้งต้องให้ผู้ใช้สามารถค้นหา และเปิดใช้ได้อย่างรวดเร็วการเรียบเรียง ตัดต่อ และปรับปรุงเนื้อหาให้มีคุณภาพดีในแง่ต่างๆ เช่น ความครบถ้วน เที่ยงตรง ทันสมัย สอดคล้องและตรงตามความต้องการของผู้ใช้ 32. 5. การเข้าถึงความรู้ (Knowledge Access)การส่งหรือการกระจายความรู้ให้ผู้ใช้ มี 2 ลักษณะ คือ“Push” (การป้อนความรู้) คือ การส่งข้อมูล/ความรู้ให้ผู้รับไม่ได้ร้องขอหรือต้องการหรือเรียกง่ายๆ ว่าเป็นแบบ “Supply-based” เช่น หนังสือเวียนซึ่งโดยทั่วๆ ไปมักจะทำให้ผู้รับข้อมูลรู้สึกว่าได้รับข้อมูล/ความรู้มากเกินไปหรือไม่ตรงตามความต้องการ“Pull”(การให้โอกาสเลือกใช้ความรู้) คือ การที่ผู้รับสามารถเลือกรับหรือใช้แต่เฉพาะข้อมูล/ความรู้ที่ต้องการเท่านั้น ซึ่งทำให้ลดปัญหาการได้รับข้อมูล/ความรู้ที่ไม่ต้องการมากเกินไป (Information Overload) การกระจายความรู้แบบนี้เรียกว่า “Demand-based” 33. 6. การแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้ (Knowledge Sharing)ความรู้ประเภท Explicit จะใช้การจัดทำเอกสาร จัดทำฐานความรู้ รวมทั้ง การทำสมุดหน้าเหลืองโดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยให้เข้าถึงความรู้ได้ง่ายและรวดเร็วขึ้นความรู้ประเภท Tacit ทำได้หลายรูปแบบขึ้นอยู่กับความต้องการและวัฒนธรรมองค์กร วิธีหลักๆ มีดังต่อไปนี้ทีมข้ามสายงาน (Cross – Functional Team)Innovation & Quality Circles (IQCs)ชุมชนแห่งการเรียนรู้ (Community of Practice)ระบบพี่เลี้ยง (Mentoring System)การสับเปลี่ยนงาน (Job Rotation)และการยืมตัวบุคลากรมาช่วยงาน (Secondment)เวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้ (Knowledge Forum) 34. 7. การเรียนรู้ (Learning)องค์กรจะต้องกระตุ้นและสร้างบรรยากาศที่ทำให้บุคลากรทุกคนกล้าคิด กล้าทำ กล้าลองผิดลองถูก ผู้บริหารจะต้องยอมรับผลลัพธ์ที่ออกมาไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จหรือความล้มเหลวกระบวนการการเรียนรู้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ แต่มาจากประสบการณ์ที่ได้รับ ในการลองนำความรู้ที่ได้มาฝึกปฏิบัติการเรียนรู้จะต้องสอดคล้องกับทิศทางและค่านิยมขององค์กรด้วย“วงจรการเรียนรู้” คือ การเรียนรู้ของบุคลากรซึ่งทำให้เกิดความรู้ใหม่ๆ ขึ้นมากมาย ซึ่งไปเพิ่มพูนองค์ความรู้ขององค์กรที่มีอยู่แล้วให้มากขึ้นเรื่อยๆ ความรู้เหล่านี้จะถูกนำไปใช้เพื่อสร้างความรู้ใหม่ๆ อีกเป็นวงจรที่ไม่มีที่สิ้นสุด 35. 36. 37. 1. ภาวะผู้นำและกลยุทธ์ (Leadership and Stragegy)ผู้บริหารต้องเข้าใจแนวคิดและตระหนักถึงประโยชน์ที่องค์กร จะได้รับจากการจัดการความรู้เพื่อที่จะสามารถสื่อสารและผลักดันให้มีการจัดการความรู้ในองค์กรองค์กรจะต้องสามารถตอบคำถามได้ว่า จะจัดการความรู้ภายในองค์กรเพื่ออะไร เพื่อนำเอาเป้าหมายของกาจัดการความรู้นั้น มากำหนดเป็นแผนงานและกิจกรรมต่างๆ ที่จำเป็นเพื่อช่วยให้องค์กรสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ได้กลยุทธ์ของการจัดการความรู้จะต้องสนับสนุนและสอดคล้องกับทิศทางในการดำเนินธุรกิจขององค์กร เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้ 38. 2. วัฒนธรรมองค์กร (Culture)สิ่งที่องค์กรควรพิจารณาคือ การทำความเข้าใจถึงอุปสรรคต่างๆ ที่ขัดขวางไม่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และพยายามหาวิธีการ ที่จะกำจัดอุปสรรคต่างๆ เหล่านั้นออกไป การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรให้เอื้อต่อการแลกเปลี่ยนความรู้ จะต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะทำให้บุคลากรในองค์กรตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นของการเปลี่ยนแปลง 39. 3. เทคโนโลยีสารสนเทศทางด้านการจัดการความรู้ (Technology)ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีสารเสนเทศ โดยเฉพาะอินเตอร์เน็ตและอินทราเน็ต เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยให้การแลกเปลี่ยนความรู้สามารถทำได้ง่ายขึ้นเทคโนโลยีสารสนเทศมีส่วนสำคัญในการช่วยให้คนในองค์กรสามารถค้นหาความรู้ ดังเอาความรู้ไปใช้ ช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ รวมถึงช่วยให้ข้อมูลความรู้ต่างๆ ถูกจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบ องค์กรต้องมั่นใจว่าระบบเทคโนโลยีนั้นๆ สามารถเชื่อมต่อหรือบูรณาการ เข้ากับระบบเดิมที่องค์กรมีอยู่ได้อย่างแนบสนิท รวมถึงต้องตอบสอนองความต้องการของผู้ใช้และใช้ได้ง่ายองค์กรต้องตระหนักว่าเทคโนโลยีไม่ได้ช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ แต่ทำให้การแลกเปลี่ยนความรู้เกิดได้รวดเร็วและสะดวกยิ่งขึ้น 40. 41. 42. 43. การจัดการความรู้แบบบูรณาการพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546หมวด 3 มาตรา 11 “ส่วนราชการมีหน้าที่พัฒนาความรู้ในส่วนราชการเพื่อให้มีลักษณะเป็น องค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ โดยต้อง รับรู้ข้อมูลข่าวสารและสามารถ ประมวลผลความรู้ในด้านต่างๆ เพื่อนำมา ประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติราชการได้อย่าง ถูกต้อง รวดเร็วและเหมาะสมกับสถานการณ์รวมทั้งต้อง ส่งเสริมและพัฒนาความรู้ความสามารถสร้างวิสัยทัศน์และปรับเปลี่ยนทัศนคติของข้าราชการในสังกัดให้เป็นบุคลากรที่ มีประสิทธิภาพ และ มีการเรียนรู้ร่วมกันทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติราชการของ ส่วนราชการให้สอดคล้องกับการบริหารราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามพระราช กฤษฎีกานี้” 44. การจัดการความรู้แบบบูรณาการองค์กรแห่งการเรียนรู้คืออะไร✪ องค์กรที่ ประกอบด้วยคน ที่มีความมุ่งมั่นที่จะขยายขีดความสามารถของตนผ่านกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันเป็นทีมอย่างต่อเนื่อง ✪ องค์กรที่มี บรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ รวมทั้งมีการจัดหา สร้าง ถ่ายโอนความรู้ และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอันเป็นผลมาจากการใช้ความรู้ใหม่ ๆ ✪ ใช้แนวคิด การจัดการความรู้และเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อสร้างองค์ความรู้หรือนวัตกรรมที่มีคุณค่าต่อตนเอง ทีมงาน และองค์กร ✪ มีเป้าหมายเพื่อให้เป็น องค์กรที่มีคุณภาพ และสามารถดำรงอยู่ได้ในสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาของสังคมโลกได้อย่างสง่างาม 45. 46. ภูมิหลัง : กรอบการประเมินผลการปฏิบัติราชการประเด็นการประเมินผล การปฏิบัติราชการ6020ประสิทธิผล ตามยุทธศาสตร์การพัฒนา องค์กร1010ประสิทธิภาพ ของการปฏิบัติ ราชการคุณภาพการ ให้บริการมิติที่ 4: มิติด้านการพัฒนาองค์กร (น้ำหนักร้อยละ 20)1. การบริหารความรู้ในองค์กร (น้ำหนักร้อยละ 5)2. การจัดการสารสนเทศ (น้ำหนักร้อยละ 5)3. การบริหารการเปลี่ยนแปลง (น้ำหนักร้อยละ 10) 47. 48. 49. 50. 51. 52. 53. 54. 55. 56. 57. 58. 59. 60. 61. 62. 63. 64. 65. 66. 67. ประเด็นการประเมินผล : การบริหารการศึกษาตัวชี้วัดที่ 20 ระดับความสำเร็จของการดำเนินการตามแผนการจัดการความรู้ เพื่อสนับสนุนประเด็นยุทธศาสตร์น้ำหนัก: ร้อยละ 2คำอธิบาย: 1. สถาบันอุดมศึกษามีแผนการจัดการความรู้เพื่อสนับสนุนประเด็นยุทธศาสตร์ 2. การจัดการความรู้ในองค์กร หมายถึง การรวบรวมองค์ความรู้ที่มีอยู่ในองค์กรซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในตัวบุคคลหรือเอกสาร มาพัฒนาให้เป็นระบบ เพื่อให้ทุกคนในองค์กรสามารถเข้าถึงความรู้ และพัฒนาตนเองให้เป็นผู้รู้ รวมทั้งปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลให้สถาบันอุดมศึกษา มีความสามารถในเชิงแข่งขันสูงสุด 68. ประเด็นการประเมินผล : การบริหารการศึกษา (ต่อ)คำอธิบาย: 3. กระบวนการในการบริหารจัดการความรู้ในองค์กร ประกอบด้วย การระบุความรู้ การคัดเลือก การรวบรวม การจัดระบบจัดเก็บความรู้ การเข้าถึงข้อมูลเพื่อสร้างเป็นความรู้ และการแลกเปลี่ยนความรู้ทั้งภายในและนอกองค์กร การสร้างบรรยากาศและวัฒนธรรมการเรียนรู้ภายในองค์กร การกำหนดแนววิธีปฏิบัติงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการความรู้ใน องค์กรให้ดียิ่งขึ้น 69. ประเด็นการประเมินผล : การบริหารการศึกษา (ต่อ)เหตุผล: พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546 มาตรา 11 กำหนดไว้ว่า สถาบันอุดมศึกษา มีหน้าที่ในการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา ให้มีลักษณะเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ โดยต้องส่งเสริมและพัฒนาความรู้ความสามารถ สร้างวิสัยทัศน์ และปรับเปลี่ยนทัศนคติของข้าราชการในสังกัดให้เป็นบุคลากรที่มีประสิทธิภาพและมีการเรียนรู้ร่วมกัน 70. ประเด็นการประเมินผล : การบริหารการศึกษา (ต่อ)เกณฑ์การให้คะแนน: กำหนดเป็นระดับขั้นของความสำเร็จ แบ่งเกณฑ์การให้คะแนนเป็น 5 ระดับ พิจารณาจากความก้าวหน้าของขั้นตอนการดำเนินงาน ตามเป้าหมายแต่ละระดับ ดังนี้ 71. 72. ประเด็นการประเมินผล : การบริหารการศึกษา (ต่อ)เงื่อนไข: 1. ให้สถาบันอุดมศึกษาจัดส่งแผนการจัดการความรู้ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2550 ให้สำนักงาน ก.พ.ร. พร้อมกับการรายงานผลการปฏิบัติราชการรอบ 6 เดือน 2. ในกรณีที่มีการดำเนินการตามแผนและเกิดผลสำเร็จตามเป้าหมายของแผนงานน้อยกว่าร้อยละ 50 ค่าคะแนนที่ได้รับสูงสุดไม่เกินระดับ 2 3. ในกรณีที่มีการดำเนินการตามแผนและเกิดผลสำเร็จตามเป้าหมายของแผนงานอยู่ระหว่าง ร้อยละ50-100 จะคิดคะแนนที่ได้โดยวิธีบัญญัติไตรยางค์ 73. 74. 75. 76. 77. ตัวบ่งชี้ที่ 4.2 ระบบและกลไกจัดการความรู้จากงานวิจัยหรืองานสร้างสรรค์ชนิดของตัวบ่งชี้: กระบวนการคำอธิบายตัวบ่งชี้: การบริหารจัดการความรู้จากผลงานวิจัยหรืองานสร้างสรรค์ เพื่อเผยแพร่ไปยังคณาจารย์ นักศึกษา วงการวิชาการ หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนชุมชนเป้าหมายที่จะนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญสำหรับทุกสถาบันอุดมศึกษา ดังนั้น สถาบันต้องจัดระบบส่งเสริมสนับสนุนให้มีการรวบรวม เผยแพร่ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในทรัพย์สินทางปัญญาจากงานวิจัยหรืองานสร้างสรรค์อย่างเหมาะสมกับผู้ใช้แต่ละกลุ่ม โดยสิ่งที่เผยแพร่ต้องมีคุณภาพเชื่อถือได้และรวดเร็วทันเหตุการณ์ 78. 79. 80. 81. ตัวบ่งชี้ที่ 7.2 : การพัฒนาสถาบันสู่สถาบันเรียนรู้ชนิดของตัวบ่งชี้ : กระบวนการ คำอธิบายตัวบ่งชี้: มาตรฐานการอุดมศึกษาข้อที่ 3 กำหนดให้สถาบันมีการสร้างและพัฒนาสังคมฐานความรู้และสังคมแห่งการเรียนรู้ ซึ่งต้องมีการจัดการความรู้เพื่อมุ่งสู่สถาบันแห่งการเรียนรู้ โดยมีการรวบรวมองค์ความรู้ที่มีอยู่ในสถาบันซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในตัวบุคคลหรือเอกสารมาพัฒนาให้เป็นระบบ เพื่อให้ทุกคนในสถาบันสามารถเข้าถึงความรู้ และพัฒนาตนเอง ให้เป็นผู้รู้ รวมทั้งปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลให้สถาบันอุดมศึกษา มีความสามารถในเชิงแข่งขันสูงสุด กระบวนการในการบริหารจัดการความรู้ในสถาบัน ประกอบด้วย การระบุความรู้ การคัดเลือก การรวบรวม การจัดเก็บความรู้ การเข้าถึงข้อมูล และการแลกเปลี่ยนความรู้ทั้งภายในและภายนอกสถาบัน การสร้างบรรยากาศและวัฒนธรรมการเรียนรู้ภายในสถาบัน การกำหนดแนววิธีปฏิบัติงาน ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการความรู้ในสถาบันให้ดียิ่งขึ้น 82. เกณฑ์มาตรฐาน1. มีการกำหนดประเด็นความรู้และเป้าหมายของการจัดการความรู้ที่สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ของสถาบันอย่างน้อยครอบคลุม พันธกิจด้านการผลิตบัณฑิตและด้านการวิจัย 2. กำหนดบุคลากรกลุ่มเป้าหมายที่จะพัฒนาความรู้และทักษะด้านการผลิตบัณฑิตและด้านการวิจัยอย่างชัดเจนตามประเด็นความรู้ที่กำหนดในข้อ 1 3. มีการแบ่งปันและแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากความรู้ ทักษะของผู้ที่มีประสบการณ์ตรง (Tacit Knowledge) เพื่อค้นหาแนวปฏิบัติที่ดีตามประเด็นความรู้ที่กำหนดในข้อ 1 และเผยแพร่ไปสู่บุคลากรกลุ่มเป้าหมายที่กำหนด4. มีการรวบรวมความรู้ตามประเด็นความรู้ที่กำหนดในข้อ 1 ทั้งที่มีอยู่ในตัวบุคคลและแหล่งเรียนรู้อื่นๆ ที่เป็นแนวปฏิบัติที่ดีมาพัฒนาและจัดเก็บอย่างเป็นระบบ โดยเผยแพร่ออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร (Explicit Knowledge) 5. มีการนำความรู้ที่ได้จากการจัดการความรู้ในปีการศึกษาปัจจุบันหรือปีการศึกษา ที่ผ่านมาที่เป็นลายลักษณ์อักษร (Explicit Knowledge) และจากความรู้ ทักษะของผู้มีประสบการณ์ของตรง (Tacit Knowledge) ที่เป็นแนวปฏิบัติที่ดีมาปรับใช้ในการปฏิบัติงานจริง