บทที่ 7
                                                  การจัดการขอมูล ดวย
                                           โปรแกรมยอย Analyze Data

               การทําความเขาใจและเรียนรูเกี่ยวกับการจัดการขอมูลของโปรแกรมยอย Analyze Data
กอนวิเคราะหขอมูลสถิติเชิงพรรณนา ถือเปนอีกประเด็นหนึ่งที่มีความสําคัญในการชวยใหผูวิเคราะห
สามารถใชงานโปรแกรมยอยดังกลาวไดอยางคลองตัวและมีประสิทธิภาพ ดังนั้นในบทนี้จึงไดนําเอา
คําสั่งที่สําคัญและมีความจําเปนตองใชในการจัดการขอมูลมากลาวถึงวิธีการใชงาน ซึ่งประกอบดวย
คําสั่ง Delete Record / Undelete Record คําสั่ง List คําสั่ง Define / Undefine คําสั่ง Assign
คําสั่ง Record คําสั่ง Select / Cancel Select คําสั่ง If และคําสั่ง Sort / Cancel Sort

      7.1 การลบและเรียกคืนผลการลบเรคคอรด ดวยคําสัง Delete Record / Undelete Record
                                                   ่

                เปนการลบเรคคอรด และเรียกคืนผลการลบเรคคอรดของขอมูลในแฟมขอมูล
ซึ่งจําแนกตามรายการคําสั่งไดดังนี้

           9.1.1 การลบเรคคอรดดวยคําสั่ง Delete Record
                 เชน แฟมขอมูล : SICK ประกอบดวยตัวแปร(ฟดล) : ID SEX AGE SICKNESS
และมีขอมูลเปนดังรูปที่ 7.1




                                   รูปที่ 7.1 รายการขอมูลในแฟมชื่อ SICK

            ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
116                                บทที่ 7 การจัดการขอมูลดวยโปรแกรมยอย Analyze Data




                 โดยจากฐานข อ มู ล ข า งต น หากต อ งการลบเรคคอร ด ของข อ มู ล ในแฟ ม ข อ มู ล
สามารถปฏิบัติเปนขั้นตอนไดดังนี้

   . เรียกใชงานโปรแกรมยอย Analyze Data และคลิกใชคําสั่ง Read(Import) เพื่อเปดแฟมขอมูลชื่อ
SICK และคลิก Views เปน SICKNESS แลวเลื่อนเมาสไปคลิกที่ปุม                    ดังรูปที่ 7.2




                                          รูปที่ 7.2 หนาตางรายการคําสั่ง Read

      . ขอมูลที่มีอยูในแฟมขอมูล เมื่อใชคําสั่ง List เปนดังรูปที่ 7.3




                                     รูปที่ 7.3 รายการขอมูลจากการใชคําสั่ง List




                ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Info for Windows                                     117




   . กําหนดเปาหมายในการลบเรคคอรด เชน
    • ตองการลบเรคคอรดที่เปนเพศชาย
    • ตองการลบเรคคอรดที่มอายุระหวาง 20 – 30 ป
                            ี
                    เปนตน

   . เลื่อนเมาสไปคลิกที่รายการคําสั่ง Delete Record ในกลุมคําสั่ง Data ดังรูปที่ 7.4




                                     รูปที่ 7.4 รายการคําสั่ง Delete Records

   . จากนั้นจะปรากฏหนาตาง DELETE RECORDS ขึ้นมา โดยมีรายละเอียดดังนี้



        Permanent Deletion เปนการลบเรคคอรดออกจากแฟมขอมูลอยางถาวร และไมสามารถ
                                เรียกคืนดวยคําสั่ง Undelete Record ได
        Mark for Deletion เปนการลบเรคคอรดในแฟมขอมูลชั่วคราว ซึ่งเมื่อเรียกดูดวยคําสั่ง
                                List จะไมปรากฏเรคคอรดดังกลาว แตเมื่อเรียกดูในโปรแกรมยอย
                                Enter Data เรคคอรดนี้จะยังคงอยู แตจะถูกกําหนดไมใหแสดง
                                และหากตองการเรียกคืน ก็สามารถทําได โดยใชคําสั่ง Undelete
                                Record
       ขอสังเกตเพิ่มเติม: กรณีแฟมขอมูลที่ถูกจัดการดวยคําสั่ง Relate คําสั่ง Write และคําสั่ง
Merge เมื่อนํามาเปดใช หากตองการลบเรคคอรด จะไมปรากฏตัวเลือก Mark for Deletion ใหกําหนด




        เปนสวนในการกําหนดเงื่อนไขการลบเรคคอรด เชน

            ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
118                           บทที่ 7 การจัดการขอมูลดวยโปรแกรมยอย Analyze Data




              ตองการลบเรคคอรดที่มีหมายเลข ID ตั้งแต 5 ขึ้นไป
              การกําหนดเงื่อนไข : ID > 4
              ตองการลบเรคคอรดที่เปนเพศชาย
              การกําหนดเงื่อนไข : SEX=1
              ตองการลบเรคคอรดที่มีอายุนอยกวา 30
                                         
              การกําหนดเงื่อนไข : AGE < 30
              ตองการลบเรคคอรดที่มีอายุระหวาง 20 – 30 ป
              การกําหนดเงื่อนไข : AGE >19 AND AGE <31

          กรณี Run Silent มีความหมายดังนี้
                        Run Silent      แสดงขอความเตือนกอนลบทุกครั้ง
                        Run Silent      ไมตองแสดงขอความเตือนกอนลบทุกครั้ง




          ตัวเลือกเหลานี้ ถือเปนตัวชวยในการกําหนดเงื่อนไขของการลบเรคคอรด

   . ดังนั้นจากฐานขอมูล : SICK ถาตองการลบเรคคอรด ที่มีอายุ 63 ป จึงสามารถกําหนดเงื่อนไข
การลบเปน Age = 63 จากนั้นเลื่อนเมาสไปคลิกที่ปุม               ดังรูปที่ 7.5




            รูปที่ 7.5 การกําหนดเงื่อนไขการลบเรคคอรด บนหนาตาง Delete Records
           ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Info for Windows                                     119




  . จากนั้นจะปรากฏหนาตาง เพื่อยืนยันการลบ (กรณีที่ระบุตัวเลือก Run Silent จะไมปรากฏ
หนาตางดังกลาวนี้) คลิกปุม OK เมื่อตกลง หรือปุม Cancel เมื่อตองการยกเลิก ดังรูปที่ 7.6




                                   รูปที่ 7.6 หนาตางยืนยันการลบเรคคอรด

  . ผลที่ไดจากการลบเรคคอรด ที่มีอายุ 63 ป โดยใชคําสั่ง List พบวา เรคคอรดที่มีอายุ 63 ป จะถูก
ลบออกจากฐานขอมูลไปอยางถาวร ดังรูปที่ 7.7




                        รูปที่ 7.7 ผลการลบเรคคอรด จากการใชรายการคําสั่ง List

             9.1.2 การเรียกคืนผลการลบเรคคอรดดวยคําสั่ง Undelete Record
                   เชน แฟมขอมูล : MAIN ประกอบดวยตัวแปร(ฟดล) : ID SEX AGE และมีขอมูล
เปนดังรูปที่ 7.8




                                   รูปที่ 7.8 รายการขอมูลในแฟมชื่อ MAIN


            ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
120                               บทที่ 7 การจัดการขอมูลดวยโปรแกรมยอย Analyze Data




               โดยจากฐานขอมูลขางตน หากตองการลบเรคคอรดแบบชั่วคราวและเรียกคืนผล
การลบของขอมูลในแฟมขอมูล สามารถปฏิบัติเปนขั้นตอนไดดังนี้

  . เรียกใชงานโปรแกรมยอย Analyze Data และคลิกใชคําสั่ง Read(Import) เพื่อเปดแฟมขอมูลชื่อ
MAIN

      .เลื่อนเมาสไปคลิกที่รายการคําสั่ง Delete Record ในกลุมคําสั่ง Data ดังรูปที่ 7.9




                                        รูปที่ 7.9 รายการคําสั่ง Delete Recodrs

     .ตองการลบเรคคอรดที่มีอายุต่ํากวา 35 ปลงมาแบบชั่วคราว ซึ่งสามารถกําหนดตัวเลือกและ
เงื่อนไขการลบบนหนาตาง DELETE RECORDS ไดดังรูปที่ 7.10




                รูปที่ 7.10 การกําหนดเงื่อนไขการลบเรคคอรดบนหนาตาง Delete Records




               ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Info for Windows                                           121




   .ผลที่เกิดขึ้นจากการลบเรคคอรดแบบชั่วคราว เมื่อกําหนดการแสดงขอมูลดวยคําสั่ง List จะไม
ปรากฏเรคคอรดที่ถูกลบ แตหากนําแฟมดังกลาวไปเปดใชในโปรแกรมยอย Enter Data เรคคอรดที่
ถูกลบดังกลาวจะยังคงอยู เพียงแตถูกกําหนดไมใหแสดงผลเทานั้น ดังรูปที่ 7.11

                                                                                           คําสั่ง List ในโปรแกรมยอย
                                                                                                   Analyze Data


                                                                   ขอความบงชี้วาเรคคอรด
                                                                          นี้ถูกลบ


   โปรแกรมยอย Enter Data                                                                      จํานวนเรคคอรดทั้งหมด
                                                                                                     ยังเทาเดิม




                                                                                                 ขอมูลยังคงอยู แตถูก
                                                                                                กําหนดไมใหแสดงผล
                                                                                                (แกไข/เพิ่มเติมไมได)


                        รูปที่ 7.11 ผลลัพธที่ไดจากการลบเรคคอรดแบบชั่วคราว

  .เมื่อตองการเรียกคืนผลการลบเรคคอรด สามารถทําไดโดยเลื่อนเมาสไปคลิกที่รายการคําสั่ง
Undelete Record ในกลุมคําสั่ง Data ดังรูปที่ 7.12




                                 รูปที่ 7.12 รายการคําสั่ง Undelete Records
           ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
122                           บทที่ 7 การจัดการขอมูลดวยโปรแกรมยอย Analyze Data




   .จากนั้นจะปรากฏหนาตาง UNDELETE ซึ่งสามารถกําหนดตัวเลือกและเงื่อนไขการเรียกคืน
เหมือนเดิมไดดังรูปที่ 7.13




                  รูปที่ 7.13 การกําหนดเงื่อนไข การเรียกคืน บนหนาตาง Undelete

   . จากนั้นจะปรากฏหนาตาง เพื่อยืนยันการเรียกคืนผลการลบเรคคอรด (กรณีที่ระบุตัวเลือก
Run Silent จะไมปรากฏหนาตางดังกลาวนี้) คลิกปุม OK เมื่อตกลง หรือปุม Cancel เมื่อตองการ
ยกเลิก ดังรูปที่ 7.14




                       รูปที่ 7.14 หนาตางยืนยันการเรียกคืนเรคคอรด Undelete

    . ผลที่ได จะเปนการเรียกคืนเรคคอรดที่เคยถูกลบไปดวยเงื่อนไขกอนหนานี้ ซึ่งกรณีดังกลาว
ผูใชงานตองตระหนักวา การเรียกคืน(Undelete) จะสามารถทําไดก็ตอเมื่อมีการลบเรคคอรดแบบ
ชั่วคราว(Mark for Deletion)เทานั้น แตหากทําการลบเรคคอรดแบบถาวร(Permanent Deletion) การ
เรียกคืนจะไมสามารถทําได




           ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Info for Windows                                     123




                                7.2 การแสดงและแกไขขอมูล ดวยคําสัง List
                                                                   ่

           เปนคําสั่งที่ใชในการแสดงและแกไขขอมูลในตัวแปรตางๆซึ่งอยูในแฟมขอมูลที่ทําการ
วิเคราะห โดยจะแสดงผลทางหนาตาง Output ในทุกตัวแปร หรือบางตัวแปรที่ตองการ เชน
แฟมขอมูล : MAIN ประกอบดวยตัวแปร(ฟดล) : ID SEX AGE และมีขอมูลเปนดังรูปที่ 7.15




                                  รูปที่ 7.15 รายการขอมูลในแฟมชื่อ MAIN

                 โดยจากฐานขอมูลขางตน หากตองการแสดงผลและแกไขขอมูลในแฟมขอมูล
สามารถปฏิบัติเปนขั้นตอนไดดังนี้

  . เรียกใชงานโปรแกรมยอย Analyze Data และคลิกใชคําสั่ง Read(Import) เพื่อเปดแฟมขอมูลชื่อ
MAIN และ Views ชื่อ Baseline

   . เลื่อนเมาสไปคลิกที่รายการคําสั่ง List ในกลุมคําสั่ง Statistics ดังรูปที่ 7.16




                                            รูปที่ 7.16 รายการคําสั่ง List
            ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
124                              บทที่ 7 การจัดการขอมูลดวยโปรแกรมยอย Analyze Data




      . จากนั้นจะปรากฏหนาตาง LIST ขึ้นมา โดยมีรายละเอียดที่สําคัญดังนี้

                                                 • เปนสวนในการกําหนดตัวแปรที่ตองการแสดงผลของ
                                                   ขอมูล โดยการคลิกที่ตัวแปร
                                                 • กรณี All (*) Except ถามีการเลือก แสดงวา ตัวแปรที่
                                                   กําหนด จะเปนตัวแปรที่ถูกยกเวนไมใหแสดงผล

                                                 • เปนสวนในการกําหนดตัวเลือกในการแสดงผล ดังนี้
                                                           Web (HTML) แสดงแบบภาษา HTML
                                                           Grid          แสดงแบบตารางแกไขไมได
                                                           Allow Updates แสดงแบบตารางแกไขได

  . หากตองการแสดงผลขอมูลตัวแปร ID SEX AGE โดยกําหนดการแสดงผลเปน Web(HTML)
Grid และ Allow Updates มีผลการแสดงดังรูปที่ 7.17

      Web(HTML)                                        Grid (ไมสามารถแกไขคาขอมูลได)




                                                   Allow Updates (สามารถแกไขคาขอมูลได)




                   รูปที่ 7.17 รูปแบบตางๆในการแสดงผลขอมูลตามรายการคําสั่ง List
              ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Info for Windows                                     125




                  7.3 การสรางและยกเลิกตัวแปรใหม ดวยคําสัง Define / Undefine
                                                           ่

         เปนคําสั่งที่ใชในการสรางและยกเลิกตัวแปรใหม เพื่อทําใหการวิเคราะหขอมูลมีความ
ครอบคลุมมากขึ้น เชน แฟมขอมูล : DISEASE ประกอบดวยตัวแปร(ฟลด) :
                                HOSPITAL           โรงพยาบาล
                                DS1                จํานวนผูปวยดวยโรคเบาหวาน
                                DS2                จํานวนผูปวยดวยโรคหัวใจ
                                DS3                จํานวนผูปวยดวยโรคเกาท
         และมีฐานขอมูลเปนดังรูปที่ 7.18




                                รูปที่ 7.18 รายการขอมูลในแฟมชื่อ DISEASE

            หากในการวิเคราะหขอมูลตองการทราบจํานวนผูปวยทั้งหมดของโรงพยาบาล ซึ่งพบวา
ขอมูลดังกลาวไมมีในฐานขอมูล แตสามารถทราบไดจากการนําจํานวนผูปวยในแตละโรคมารวมกัน
ดังนั้นจึงสรางตัวแปรใหมขึ้นมาชื่อ TOTAL_DS โดยมีขึ้นตอนในการสรางตัวแปรใหม จําแนกได
ดังนี้

  . เรียกใชงานโปรแกรมยอย Analyze Data และคลิกใชคําสั่ง Read(Import) เพื่อเปดแฟมขอมูลชื่อ
DISEASE และ Views ชื่อ HospitalDisease

   . เลื่อนเมาสไปคลิกที่รายการคําสั่ง Define ในกลุมคําสั่ง Variables ดังรูปที่ 7.19




                                          รูปที่ 7.19 รายการคําสั่ง Define
            ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
126                              บทที่ 7 การจัดการขอมูลดวยโปรแกรมยอย Analyze Data




      . จากนั้นจะปรากฏหนาตาง DEFINE ขึ้นมา โดยมีรายละเอียดที่สําคัญดังนี้

                                                           • เปนสวนในการระบุชื่อตัวแปรใหมที่ตองการสราง
                                                             (ชื่อตองไมซํากับชื่อตัวแปรที่มีอยูเดิม)
                                                                           ้



      • เปนสวนในการกําหนดขอบเขตของตัวแปรใหมเพื่อการใชงาน โดยจําแนกไดดังนี้
           Standard      ตัวแปรที่สรางใหมจะมีสถานภาพใชไดเฉพาะในฐานขอมูลที่กาลังทํางาน
                                                                                     ํ
                         ขณะนั้น หากทําการเปดแฟมขอมูลใหมดวยคําสั่ง Read ตัวแปรใหมที่
                         สรางขึ้นทั้งหมดจะถูกยกเลิกไปโดยอัตโนมัติ
           Global        ตัวแปรที่สรางใหมจะมีสถานภาพใชไดหลายฐานขอมูล แมทําการเปด
                         แฟมขอมูลใหมดวยคําสั่ง Read ตัวแปรใหมที่สรางขึ้นก็ยังคงอยู และจะ
                         ถูกยกเลิกไปเมื่อใชคําสั่ง Undefine หรือออกจากโปรแกรมยอย Analyze
                         Data เทานั้น (ซึ่งกรณีกําหนดตัวแปรใหมเปน Global นี้ จะใชคําสั่ง
                         Assign ไดเฉพาะกําหนดเปนคาคงที่เทานั้น)
           Permanent ตัวแปรที่สรางใหมจะมีสถานภาพใชไดหลายฐานขอมูล แมทําการเปด
                         แฟมขอมูลใหมดวยคําสั่ง Read ตัวแปรใหมที่สรางขึ้นก็ยังคงอยู และจะ
                         ถูกยกเลิกไปเมื่อใชคําสั่ง Undefine หรือออกจากโปรแกรมยอย Analyze
                         Data เชนเดียวกันกับ Global (ซึ่งกรณีกําหนดตัวแปรใหมเปน Permanent
                         นี้ จะใชกับคําสั่ง Assign ไมได)

ขอสังเกตเพิ่มเติม ในทางปฏิบัติสวนใหญจะกําหนดขอบเขตตัวแปรเปน Standard และหากเมื่อ
ตองการจัดเก็บเปนตัวแปรถาวร หรือตองการใหตัวแปรใหมที่สรางขึ้นยังคงอยูในฐานขอมูล ก็จะใช
คําสั่ง Write(Export) ไปจัดเก็บเปนแฟมขอมูลใหม สวน Global จะใชในกรณีที่มีการวิเคราะห
เชื่อมโยงกับตาราง หรือ Views อื่น ซึ่งในการวิเคราะหจึงจําเปนตองกําหนดเปน Global เพื่อให
สามารถเรียกตัวแปรที่สรางใหมมาใชงานได สวนกรณี Permanent โดยทั่วไปมักไมกําหนด เนื่องจาก
ไมสามารถระบุคาดวยคําสั่ง Assign ได และที่สําคัญยังไมเห็นความจําเปนที่ตองกําหนดขอบเขตแบบ
                  
นี้ เพราะหากต อ งการกํ า หนดตั ว แปรสร า งใหม แ บบถาวร ยั ง มี วิ ธี ก ารใช ง านแบบอื่ น ที่ ง า ยและ
เหมาะสมมากกวา

              ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Info for Windows                                     127




  . หากตองการกําหนดตัวแปรใหมชื่อ TOTAL_DS และมีขอบเขตแบบ Standard สามารถระบุใน
หนาตาง DEFINE ไดดังรูปที่ 7.20




                          รูปที่ 7.20 การกําหนดรายละเอียดบนหนาตาง Define

  . หากตองการดูรายละเอียดของตัวแปรที่สรางใหม สามารถเรียกดูไดดวยคําสั่ง Display ในกลุม
Variables และไดผลลัพธดังรูปที่ 7.21




          รูปที่ 7.21 รายละเอียดของการกําหนดตัวแปร จากการใชรายการคําสั่ง Display

  . หากตองการลบตัวแปรที่สรางใหม ทําไดโดยเลื่อนเมาสไปคลิกที่รายการคําสั่ง Undefine
ในกลุมคําสั่ง Variables ดังรูปที่ 7.22




                                       รูปที่ 7.22 รายการคําสั่ง Undefine


           ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
128                            บทที่ 7 การจัดการขอมูลดวยโปรแกรมยอย Analyze Data




   . จากนั้นจะปรากฏหนาตาง UNDEFINE ใหระบุเลือกตัวแปรใหมที่สรางขึ้นแลวตองการยกเลิก
จากนั้นจึงคลิกที่ปม OK ดังรูปที่ 7.23
                   ุ




               รูปที่ 7.23 การระบุตัวแปรใหมที่ตองการยกเลิก บนหนาตาง Undefine

  . และหากเรียกดูรายละเอียดของตัวแปรดวยคําสั่ง Display ในกลุม Variables จะพบวา ตัวแปร
ใหมที่สรางขึ้น ไดถูกยกเลิกออกไปแลวดังรูปที่ 7.24




           รูปที่ 7.24 รายละเอียดการยกเลิกตัวแปรใหม จากการใชรายการคําสั่ง Display

                           7.4 การระบุหรือกําหนดคาตัวแปร ดวยคําสั่ง Assign

           เปนคําสั่งที่ใชในการระบุคา หรือคํานวณคาใหกับตัวแปรใหม ดังนั้นในทางปฏิบัติจึงมัก
ใชรวมกับคําสั่ง Define เพราะเมื่อมีการสรางตัวแปรใหม ก็จะตองกําหนดคาใหกับตัวแปรใหม เชน
จากขอมูลชุดเดิม (DISEASE) ที่ประกอบดวยตัวแปร(ฟลด) : HOSPITAL DS1 DS2 DS3 หาก
ตองการทราบจํานวนผูปวยทั้งหมดของโรงพยาบาล จึงตองสรางตัวแปรใหมขึ้นมาชื่อ TOTAL_DS
ตามขั้นตอนการใชคําสั่ง Define ดังที่กลาวไปขางตน ตอมาจึงเปนขั้นตอนการกําหนดคาใหกับ
ตัวแปรใหม ซึ่งจํานวนผูปวยทั้งหมด จะเกิดขึ้นจากจํานวนผูปวยในแตละโรคมารวมกัน ดังนั้นจึงอาจ
เปนในรูปสมการไดดังนี้
                                   TOTAL_DS = DS1 + DS2 + DS3
            ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Info for Windows                                     129




             ดังนั้นจึงนํารูปแบบสมการดังกลาวไปกําหนดเปนเงื่อนไขในการกําหนดคาตัวแปรดวย
คําสั่ง Assign ซึ่งจําแนกเปนขั้นตอนไดดังนี้

  . เรียกใชงานโปรแกรมยอย Analyze Data และคลิกใชคําสั่ง Read(Import) เพื่อเปดแฟมขอมูลชื่อ
DISEASE และ Views ชื่อ HospitalDisease

    . เลื่อนเมาสไปคลิกที่รายการคําสั่ง Define ในกลุมคําสั่ง Variables แลวกําหนดชื่อตัวแปรใหม
เปน TOTAL_DS ระบุขอบเขตเปน Standard ดังรูปที่ 7.25




                           รูปที่ 7.25 การกําหนดรายละเอียดบนหนาตาง Define

   . เลื่อนเมาสไปคลิกที่รายการคําสั่ง Assign ในกลุมคําสั่ง Variables ดังรูปที่ 7.26




                                         รูปที่ 7.26 รายการคําสั่ง Assign




            ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
130                              บทที่ 7 การจัดการขอมูลดวยโปรแกรมยอย Analyze Data




      . จากนั้นจะปรากฏหนาตาง ASSIGN ขึ้นมา โดยมีรายละเอียดที่สาคัญดังนี้
                                                                ํ

                                                              • ใชกําหนดตัวแปรที่ตองการระบุคาโดยการคลิก
                                                                ที่ปุม แลวเลือกตัวแปรที่ตองการระบุคา



      • ใชกําหนดเงื่อนไขเพื่อระบุคา หรือคํานวณคาของตัวแปร ซึ่งสวนนี้จะระบุเฉพาะสวนที่เปน
        เงื่อนและอยูหลังเครื่องหมายเทากับเทานั้น




                                  ตัวเลือกเหลานี้ ถือเปนตัวชวยในการกําหนดเงื่อนไข

  . หากตองการระบุคาใหกับตัวแปรใหมชื่อ TOTAL_DS และมีเงื่อนไขเทากับ DS1+DS2+DS3
สามารถระบุในหนาตาง ASSIGN ไดดังรูปที่ 7.27




                             รูปที่ 7.27 การกําหนดรายละเอียดบนหนาตาง Assign

  . และหากตองการเรียกดูรายละเอียดของขอมูล สามารถเรียกดูไดดวยคําสั่ง List ในกลุม Statistics
และไดผลลัพธดังรูปที่ 7.28




                                 รูปที่ 7.28 ผลการกําหนดรายการคําสั่ง Assign
              ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Info for Windows                                     131




           ดังที่กลาวไปขางตน ตัวแปรที่สรางใหมโดยกําหนดขอบเขตเปน Standard จะเปนการ
สรางและกําหนดคาตัวแปรชั่วคราวในระหวางการวิเคราะหเทานั้น ซึ่งหากมีการปด หรือเรียกเปด
แฟมขอมูลใหมดวยคําสั่ง Read ตัวแปรที่ถูกสรางดังกลาวจะถูกยกเลิกทันที ดังนั้นหากผูใชงาน
ต อ งการให ตั ว แปรที่ ส ร า งใหม แ ละค า ที่ ร ะบุ น้ั น ยั ง คงอยู ใ นแฟ ม ข อ มู ล จึ ง ควรใช ร ายการคํ า สั่ ง
Write(Export) ในการโอนยายขอมูลไปจัดเก็บในแฟมขอมูลใหมอีกครั้งหนึ่ง

                              7.5 การแปลงคาและจัดกลุมขอมูล ดวยคําสัง Recode
                                                                       ่

          เปนคําสั่งที่ใชในการแปลงคา และจัดกลุมขอมูล ซึ่งสามารถจําแนกออกตามวิธีการใชงาน
ที่พบบอยไดดังนี้

            7.5.1 การแปลงคาขอมูล
                  เปนการเปลี่ยนคาขอมูลเดิมของตัวแปรเปนคาใหม เพื่อรองรับการวิเคราะหทาง
สถิติใหมีความครอบคลุมมากขึ้น เชน แฟมขอมูล : MAIN ประกอบดวยตัวแปร(ฟดล) : ID SEX
AGE และมีขอมูลเปนดังรูปที่ 7.29
              




                                     รูปที่ 7.29 รายการขอมูลในแฟมชื่อ MAIN

                      โดยจากฐานขอมูลขางตน หากตองการ Label                                ใหกับตัวแปรเพศ(SEX) โดย
กําหนดให                  1 = Male
                           2 = Female
                      ซึ่งสามารถปฏิบัติจําแนกเปนขั้นตอนไดดังนี้

  . เรียกใชงานโปรแกรมยอย Analyze Data และคลิกใชคําสั่ง Read(Import) เพื่อเปดแฟมขอมูลชื่อ
MAIN และ Views ชื่อ Baseline
               ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
132                               บทที่ 7 การจัดการขอมูลดวยโปรแกรมยอย Analyze Data




      . เลื่อนเมาสไปคลิกที่รายการคําสั่ง Define ในกลุมคําสั่ง Variables ดังรูปที่ 7.30




                                             รูปที่ 7.30 รายการคําสั่ง Define

    . กําหนดชื่อตัวแปรใหมเพื่อรองรับการแปลงคาใหมชื่อ SEX1 ระบุขอบเขตแบบ Standard
ดังรูปที่ 7.31




                              รูปที่ 7.31 การกําหนดรายละเอียดบนหนาตาง Define

      . เลื่อนเมาสไปคลิกที่รายการคําสั่ง Recode ในกลุมคําสั่ง Variables ดังรูปที่ 7.32




                                            รูปที่ 7.32 รายการคําสั่ง Recode

               ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Info for Windows                                            133




   . จากนั้นจะปรากฏหนาตาง RECODE ขึ้นมา โดยมีรายละเอียดที่สําคัญดังนี้




        เปนสวนที่ใหระบุตัวแปร                 เปนสวนที่ใหระบุตัวแปร
            ที่ตองการแปลงคา                    เพื่อรองรับคาใหมที่แปลง

ขอสังเกตเพิ่มเติม : ในการแปลงคา หรือจัดกลุมขอมูลดวยคําสั่ง Recode ควรสรางตัวแปรใหม เพื่อ
มารองรับผลการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการ Recode เสมอ ทั้งนี้เพื่อใหตัวแปรเกาและคาขอมูลเกา
ยังคงอยูและสามารถใชวิเคราะหขอมูลในประเด็นอื่นไดอีกโดยไมสูญเสียคุณคาของขอมูลจริงไป




                                                                                                  ระบุไดไมเกิน 12 ระดับ
        ระบุคาเริ่มตนใน         ระบุคาสิ้นสุดใน           ระบุคา หรือตัวอักษร
          แตละระดับ                แตละระดับ                 ในแตละระดับ


เชน



                   ความหมาย : 1 – 4   =                                 1
                              5–9     =                                 2
                              10 - 14 =                                 3




                   ความหมาย : 0                          =              Not Risk
                              1                          =              Risk

            ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
134                              บทที่ 7 การจัดการขอมูลดวยโปรแกรมยอย Analyze Data




กรณีตองการแทรกแถว
         ใหคลิกเมาสบนแถบหัวแถวที่ตองการแทรก จากนั้นจึงกดปุม Ctrl – Insert




กรณีตองการลบแถว
         ใหคลิกเมาสบนแถบหัวแถวที่ตองการลบ จากนั้นจึงกดปุม Ctrl – Del



      • เปนปุมที่ใชในการกําหนดชวงของรหัส กรณีทราบคาเริ่มตนและคาสิ้นสุด และชวงในการ
        แบงแตละระดับเทากัน เชน
                                                                                                     ถาไมถูกเลือก คาของชวง
                                                                                                     ในแต ล ะระดั บ จะเรี ย ง
                  คาเริ่มตน                                                                        จากต่ําไปหาสูง
                   คาสิ้นสุด                                                                        ถาถูกเลือก คาของชวงใน
                                                                                                     แต ล ะระดั บ จะเรี ย งจาก
                                                                                                     สูงไปหาต่ํา
                             ใหแตละระดับแบงเทากันคือ 5

      . ระบุคาใหตัวแปรใหมชื่อ SEX1 โดยกําหนดเงื่อนไข 1 = Male และ 2 = Female ดังรูปที่ 7.33




                            รูปที่ 7.33 การกําหนดรายละเอียดบนหนาตาง Recode
              ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Info for Windows                                     135




   . ผลที่ไดเมื่อเรียกดูจากคําสั่ง List เปนดังรูปที่ 7.34




                                 รูปที่ 7.34 ผลจากการใชรายการคําสั่ง Recode

           7.5.2 การจัดกลุมขอมูล
                 เปนการจัดกลุมขอมูลโดยกําหนดชวงของคาขอมูลเดิม เปนคาใหม เพื่อรองรับการ
วิเคราะหทางสถิติใหมีความครอบคลุมมากขึ้น เชน แฟมขอมูล : MAIN ประกอบดวยตัวแปร(ฟดล) :
ID SEX AGE และมีขอมูลเปนดังรูปที่ 7.35




                                   รูปที่ 7.35 รายการขอมูลในแฟมชื่อ MAIN

                โดยจากฐานขอมูลขางตน หากตองการจัดกลุมขอมูลใหกับตัวแปรอายุ(AGE) โดย
สรางตัวแปรใหมช่อ AGE1 และมีเงื่อนไขการจัดกลุมดังนี้
                 ื
                    อายุต่ํากวา 30     =           1
                    30 – 35 ป          =           2
                    มากกวา 35 ปขึ้นไป =           3

                    ซึ่งสามารถปฏิบัติจําแนกเปนขั้นตอนไดดังนี้
             ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
136                               บทที่ 7 การจัดการขอมูลดวยโปรแกรมยอย Analyze Data




  . เรียกใชงานโปรแกรมยอย Analyze Data และคลิกใชคําสั่ง Read(Import) เพื่อเปดแฟมขอมูลชื่อ
MAIN และ Views ชื่อ Baseline

      . เลื่อนเมาสไปคลิกที่รายการคําสั่ง Define ในกลุมคําสั่ง Variables ดังรูปที่ 7.36




                                            รูปที่ 7.36 รายการคําสั่ง Define

      . กําหนดชื่อตัวแปรใหมชื่อ AGE1 ระบุขอบเขตแบบ Standard ดังรูปที่ 7.37




                              รูปที่ 7.37 การกําหนดรายละเอียดบนหนาตาง Define

      . เลื่อนเมาสไปคลิกที่รายการคําสั่ง Recode ในกลุมคําสั่ง Variables ดังรูป




                                            รูปที่ 7.38 รายการคําสั่ง Recode
               ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Info for Windows                                     137




   . ระบุคาใหกับตัวแปรใหมชื่อ AGE1 โดยกําหนดเงื่อนไขไดดังรูปที่ 7.39




                           รูปที่ 7.39 การกําหนดรายละเอียดบนหนาตาง Recode

   . ผลที่ไดเมื่อเรียกดูจากคําสั่ง List เปนดังรูปที่ 7.40




                                  รูปที่ 7.40 ผลที่ไดจากรายการคําสั่ง Recode

           การใชคําสั่ง Recode โดยจัดเก็บในตัวแปรใหมที่สรางขึ้น และระบุขอบเขตเปน Standard
ผลที่ไดจะเปนการจัดเก็บคาตัวแปรไวชั่วคราว ดังนั้นหากผูใชงานตองการบันทึกตัวแปรใหมและคา
ขอมูลใหมใหคงอยูในแฟมขอมูล จึงควรใชรายการคําสั่ง Write(Export) ในการโอนยายขอมูลไป
จัดเก็บในแฟมขอมูลใหมอีกครั้งหนึ่ง


             ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
138                               บทที่ 7 การจัดการขอมูลดวยโปรแกรมยอย Analyze Data




                      7.6 การคัดเลือกขอมูลบางสวน ดวยคําสัง Select / Cancel Select
                                                            ่

                 เปนคําสั่งที่ใชในการคัดเลือกขอมูลมาบางสวนตามเงื่อนไขที่กําหนด เพื่อรองรับ
การวิเคราะหทางสถิติใหมีความครอบคลุมมากขึ้น เชนแฟมขอมูล : MAIN ประกอบดวยตัวแปร
(ฟดล) : ID SEX AGE และมีขอมูลเปนดังรูปที่ 7.41




                                     รูปที่ 7.41 รายการขอมูลในแฟมชื่อ MAIN

                 ซึ่งหากตองการวิเคราะหขอมูลเฉพาะในกลุมเพศชาย (SEX = 1) สามารถนํา
เงื่อนไขดังกลาวไปกําหนดในการใชคําสั่ง Select ไดดังนี้

  . เรียกใชงานโปรแกรมยอย Analyze Data และคลิกใชคําสั่ง Read(Import) เพื่อเปดแฟมขอมูลชื่อ
MAIN และ Views ชื่อ Baseline

      . เลื่อนเมาสไปคลิกที่รายการคําสั่ง Select ในกลุมคําสั่ง Select/If ดังรูปที่ 7.42




                                             รูปที่ 7.42 รายการคําสั่ง Select
               ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Info for Windows                                     139




. จากนั้นจะปรากฏหนาตาง SELECT ขึ้นมา โดยมีรายละเอียดที่สําคัญดังนี้



• เปนสวนที่ใชในการกําหนดเงื่อนไขตามที่ตองการ โดยมีสัญลักษณที่สําคัญดังนี้
     =           แสดงความเทากัน               -         แสดงการลบ
     <>          แสดงความไมเทากัน            /         แสดงการหาร
     +           แสดงการบวก                    *         แสดงการคูณ
     AND         ตัวเชื่อม “และ”               OR        ตัวเชื่อม “หรือ”



                                    ตัวเลือกเหลานี้ ถือเปนตัวชวยในการกําหนดเงื่อนไข

. ระบุคาเงื่อนไข SEX = 1 ในหนาตาง SELECT ไดดังรูปที่ 7.43




                         รูปที่ 7.43 การกําหนดรายละเอียดบนหนาตาง Select

. ผลที่ไดเมื่อเรียกดูจากคําสั่ง List เปนดังรูปที่ 7.44




                              รูปที่ 7.44 ผลจากการใชรายการคําสั่ง Select


          ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
140                                บทที่ 7 การจัดการขอมูลดวยโปรแกรมยอย Analyze Data




              ภายหลังจากใชคําสั่ง Select ตามเงื่อนไขที่กําหนด การกระทําการใดๆกับขอมูลหรือการ
วิเคราะหขอมูล จะเปนไปเฉพาะในกลุมที่ถูกคัดเลือกมาตามเงื่อนไขดังกลาวเทานั้น และเมื่อทําการ
วิ เ คราะห เ รี ย บร อ ยแล ว ควรทํ า การยกเลิ ก การกํ า หนดเงื่ อ นไขการคั ด เลื อ กดั ง กล า วด ว ยคํ า สั่ ง
Cancel Select ดังนี้

      . เลื่อนเมาสไปคลิกที่รายการคําสั่ง Cancel Select ในกลุมคําสั่ง Select/If ดังรูปที่ 7.45




                                        รูปที่ 7.45 รายการคําสั่ง Cancel Select

      . จากนั้นจะปรากฏหนาตาง CANCEL SELECT ขึ้นมา และคลิกที่ปุม OK ดังรูปที่ 7.46




                             รูปที่ 7.46 หนาตางยืนยันการยกเลิกรายการคําสั่ง Select

      . ผลที่ไดเมื่อเรียกดูจากคําสั่ง List เปนดังรูปที่ 7.47




                                     รูปที่ 7.47 ผลการยกเลิกรายการคําสั่ง Select

                ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Info for Windows                                     141




          ดังนั้นในการกําหนดเงื่อนไขการคัดเลือกขอมูลบางสวนมาวิเคราะหดวยคําสั่ง Select
ภายหลังจากที่ทําการวิเคราะหในกลุมเงื่อนไขดังกลาวสิ้นสุด จึงควรยกเลิกการคัดเลือกโดยใชคําสั่ง
Cancel Select กอนทําการวิเคราะหสวนอื่นตอไป แตทั้งนี้คําสั่ง Select จะมีผลเฉพาะในขณะที่
แฟมขอมูลนั้นเปดอยูเทานั้น ซึ่งหากมีการปด หรือเรียกเปดแฟมขอมูลใหมดวยคําสั่ง Read คําสั่ง
ดังกลาวจะถูกยกเลิกไปโดยอัตโนมัติ

                                  7.7 การกําหนดเงือนไขขอมูล ดวยคําสัง If
                                                  ่                   ่

          เปนคําสั่งที่ใชในการระบุคา หรือคํานวณคา หรือกําหนดเงื่อนไขตามที่ตองการใหกับ
ตัวแปรใหม ดังนั้นในทางปฏิบัติจึงมักใชรวมกับคําสั่ง Define เพราะเมื่อมีการสรางตัวแปรใหม ก็
จะตองกําหนดคาใหกับตัวแปรใหม เชน จากแฟมขอมูล: DISEASE ประกอบดวยตัวแปร(ฟลด) :
HOSPITAL DS1 DS2 DS3 และมีขอมูลเปนดังรูปที่ 7.48




                               รูปที่ 7.48 รายการขอมูลในแฟมชื่อ DISEASE

         หากตองการประเมินขนาดปญหาของโรคหัวใจโดยพิจารณาจากจํานวนผูปวย สมมติวา
หากโรงพยาบาลใด มีจํานวนผูปวยตั้งแต 20 คนขึ้นไปถือวา รุนแรง
         ดังนั้นหากนํามากําหนดเปนเงื่อนไข เพื่อจัดการขอมูลและนําไปวิเคราะหผล โดยใชคําสั่ง
If สามารถปฏิบัติเปนขั้นตอนไดดังนี้

  . เรียกใชงานโปรแกรมยอย Analyze Data และคลิกใชคําสั่ง Read(Import) เพื่อเปดแฟมขอมูลชื่อ
DISEASE และ Views ชื่อ HospitalDisease

    . เลื่อนเมาสไปคลิกที่รายการคําสั่ง Define ในกลุมคําสั่ง Variables แลวกําหนดชื่อตัวแปรใหม
เปน LEVEL ระบุขอบเขตเปน Standard ดังรูปที่ 7.49



            ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
142                               บทที่ 7 การจัดการขอมูลดวยโปรแกรมยอย Analyze Data




                             รูปที่ 7.49 การกําหนดรายละเอียดบนหนาตาง Define

      . เลื่อนเมาสไปคลิกที่รายการคําสั่ง If ในกลุมคําสั่ง Select/If ดังรูปที่ 7.50




                                                รูปที่ 7.50 รายการคําสั่ง If

      . จากนั้นจะปรากฏหนาตาง IF ขึ้นมา โดยมีรายละเอียดที่สําคัญดังนี้



      • เปนสวนที่ใชในการกําหนดเงื่อนไขการตัดสินใจ



      • ตัวเลือกในการชวยกําหนดเงื่อนไข
               ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Info for Windows                                     143




                                                       • เปนสวนในการกําหนดการกระทําหรือกําหนด
                                                         ขั้นตอนคํานวณคา เมื่อเปนไปตามเงื่อนไข



                                                       • เปนสวนในการกําหนดการกระทํา หรือกําหนด
                                                         ขั้ น ตอนการคํ า นวณค า เมื่ อ ไม เ ป น ไปตาม
                                                         เงื่อนไข



. ระบุเงื่อนไขตามที่ตองการเปนดังนี้
          If Condition         กําหนดเปน                           DS2 >= 20
          Then                 กําหนดเปน                           ASSIGN LEVEL = “SEVERE”
          Else                 กําหนดเปน                           ASSIGN LEVEL = “NO SEVERE”
  ดังรูปที่ 7.51




                          รูปที่ 7.51 การกําหนดรายละเอียดบนหนาตาง If


        ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
144                                บทที่ 7 การจัดการขอมูลดวยโปรแกรมยอย Analyze Data




      . ผลที่ไดเมื่อเรียกดูจากคําสั่ง List เปนดังรูปที่ 7.52




                                       รูปที่ 7.52 ผลจากการใชรายการคําสั่ง If

           การกําหนดเงื่อนไขโดยใชคําสั่ง If โดยจัดเก็บในตัวแปรใหมที่สรางขึ้น และระบุขอบเขต
เปน Standard ผลที่ไดจะเปนการจัดเก็บคาตัวแปรไวชั่วคราว ดังนั้นหากผูใชงานตองการบันทึก
ตัวแปรใหมและคาขอมูลใหมใหคงอยูในแฟมขอมูล จึงควรใชรายการคําสั่ง Write(Export) ในการ
โอนยายขอมูลไปจัดเก็บในแฟมขอมูลใหมอีกครั้งหนึ่ง

                                7.8 การจัดเรียงขอมูล ดวยคําสัง Sort / Cancel Sort
                                                               ่

            เปนคําสั่งที่ใชในการจัดเรียงขอมูลตามตัวแปรที่ระบุ เพื่อรองรับการวิเคราะหทางสถิติให
มีความครอบคลุมมากขึ้น เชนแฟมขอมูล : MAIN ประกอบดวยตัวแปร(ฟดล) : ID SEX AGE และมี
ขอมูลเปนดังรูปที่ 7.53




                                      รูปที่ 7.53 รายการขอมูลในแฟมชื่อ MAIN

                    ซึ่งหากตองการจัดเรียงตัวแปรอายุ(AGE) จากนอยไปหามาก สามารถกําหนดโดย
ใชคําสั่ง Sort ไดดังนี้


                ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Info for Windows                                     145




  . เรียกใชงานโปรแกรมยอย Analyze Data และคลิกใชคําสั่ง Read(Import) เพื่อเปดแฟมขอมูลชื่อ
MAIN และ Views ชื่อ Baseline

   . เลื่อนเมาสไปคลิกที่รายการคําสั่ง Sort ในกลุมคําสั่ง Select/If

   . จากนั้นจะปรากฏหนาตาง SORT ขึ้นมา โดยมีรายละเอียดที่สําคัญดังนี้




    • เปนสวนแสดงรายชื่อตัวแปรทั้งหมด เพื่อใหผูใชงานระบุวาตองการใหจดเรียงโดยยึดตัวแปร
                                                                        ั
      ใดเปนหลัก




    • เปนสวนตัวเลือกในการกําหนดรูปแบบการจัดเรียง โดยมีรายละเอียดดังนี้
           Ascending(++) นอยไปหามาก
           Descending(--) มากไปหานอย
           Remove from Sort ลบออกจากการเปนตัวแปรหลักในการจัดเรียง




    • เปนสวนที่แสดงตัวแปรหลักที่ใชในการจัดเรียง




            ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
146                                บทที่ 7 การจัดการขอมูลดวยโปรแกรมยอย Analyze Data




   . เลื่อนเมาสดับเบิ้ลคลิกที่ตัวแปร AGE และกําหนดรูปแบบการจัดเรียงแบบ Ascending ดัง
รูปที่ 7.54




                                รูปที่ 7.54 การกําหนดรายละเอียดบนหนาตาง Sort

      . ผลที่ไดเมื่อเรียกดูจากคําสั่ง List เปนดังรูปที่ 7.55




                                      รูปที่ 7.55 ผลจากการใชรายการคําสั่ง Sort

          การจัดเรียงขอมูลโดยใชคําสั่ง List เปนการจัดเรียงแบบชั่วคราว ดังนั้นหากผูใชงาน
ตองการใหการจัดเรียงดังกลาวยังคงอยูในแฟมขอมูล จึงควรใชรายการคําสั่ง Write(Export) ในการ
โอนยายขอมูลไปจัดเก็บในแฟมขอมูลใหมอีกครั้งหนึ่ง



                ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Info for Windows                                     147




                                                      7.9 บทสรุป

             การจัดการขอมูล ดวยโปรแกรมยอย Analyze Data ถือเปนเทคนิควิธีการใชงานที่มี
ความสํ าคั ญ ในการวิเ คราะห ข อ มู ลทางสถิติ เพราะในการวิเ คราะหข อมู ล เพื่ อ ใหครอบคลุ ม ตาม
วัตถุประสงคของการวินิจฉัยชุมชน อาจจําเปนตองมีการเปลี่ยนแปลงคาของขอมูลเดิม หรือมีการ
กําหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมใหกับขอมูล เพื่อใหสอดคลองกับแนวทางที่ตองการวิเคราะห ดังนั้นการ
เรียนรูวธีการใชงานเกี่ยวกับคําสั่งในการจัดการขอมูลจึงมีความจําเปน และทําใหการวิเคราะหขอมูลมี
         ิ
ความคลองตัวและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น




            ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน

Epi info unit07

  • 1.
    บทที่ 7 การจัดการขอมูล ดวย โปรแกรมยอย Analyze Data การทําความเขาใจและเรียนรูเกี่ยวกับการจัดการขอมูลของโปรแกรมยอย Analyze Data กอนวิเคราะหขอมูลสถิติเชิงพรรณนา ถือเปนอีกประเด็นหนึ่งที่มีความสําคัญในการชวยใหผูวิเคราะห สามารถใชงานโปรแกรมยอยดังกลาวไดอยางคลองตัวและมีประสิทธิภาพ ดังนั้นในบทนี้จึงไดนําเอา คําสั่งที่สําคัญและมีความจําเปนตองใชในการจัดการขอมูลมากลาวถึงวิธีการใชงาน ซึ่งประกอบดวย คําสั่ง Delete Record / Undelete Record คําสั่ง List คําสั่ง Define / Undefine คําสั่ง Assign คําสั่ง Record คําสั่ง Select / Cancel Select คําสั่ง If และคําสั่ง Sort / Cancel Sort 7.1 การลบและเรียกคืนผลการลบเรคคอรด ดวยคําสัง Delete Record / Undelete Record ่ เปนการลบเรคคอรด และเรียกคืนผลการลบเรคคอรดของขอมูลในแฟมขอมูล ซึ่งจําแนกตามรายการคําสั่งไดดังนี้ 9.1.1 การลบเรคคอรดดวยคําสั่ง Delete Record เชน แฟมขอมูล : SICK ประกอบดวยตัวแปร(ฟดล) : ID SEX AGE SICKNESS และมีขอมูลเปนดังรูปที่ 7.1 รูปที่ 7.1 รายการขอมูลในแฟมชื่อ SICK ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 2.
    116 บทที่ 7 การจัดการขอมูลดวยโปรแกรมยอย Analyze Data โดยจากฐานข อ มู ล ข า งต น หากต อ งการลบเรคคอร ด ของข อ มู ล ในแฟ ม ข อ มู ล สามารถปฏิบัติเปนขั้นตอนไดดังนี้ . เรียกใชงานโปรแกรมยอย Analyze Data และคลิกใชคําสั่ง Read(Import) เพื่อเปดแฟมขอมูลชื่อ SICK และคลิก Views เปน SICKNESS แลวเลื่อนเมาสไปคลิกที่ปุม ดังรูปที่ 7.2 รูปที่ 7.2 หนาตางรายการคําสั่ง Read . ขอมูลที่มีอยูในแฟมขอมูล เมื่อใชคําสั่ง List เปนดังรูปที่ 7.3 รูปที่ 7.3 รายการขอมูลจากการใชคําสั่ง List ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 3.
    คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Infofor Windows 117 . กําหนดเปาหมายในการลบเรคคอรด เชน • ตองการลบเรคคอรดที่เปนเพศชาย • ตองการลบเรคคอรดที่มอายุระหวาง 20 – 30 ป ี เปนตน . เลื่อนเมาสไปคลิกที่รายการคําสั่ง Delete Record ในกลุมคําสั่ง Data ดังรูปที่ 7.4 รูปที่ 7.4 รายการคําสั่ง Delete Records . จากนั้นจะปรากฏหนาตาง DELETE RECORDS ขึ้นมา โดยมีรายละเอียดดังนี้ Permanent Deletion เปนการลบเรคคอรดออกจากแฟมขอมูลอยางถาวร และไมสามารถ เรียกคืนดวยคําสั่ง Undelete Record ได Mark for Deletion เปนการลบเรคคอรดในแฟมขอมูลชั่วคราว ซึ่งเมื่อเรียกดูดวยคําสั่ง List จะไมปรากฏเรคคอรดดังกลาว แตเมื่อเรียกดูในโปรแกรมยอย Enter Data เรคคอรดนี้จะยังคงอยู แตจะถูกกําหนดไมใหแสดง และหากตองการเรียกคืน ก็สามารถทําได โดยใชคําสั่ง Undelete Record ขอสังเกตเพิ่มเติม: กรณีแฟมขอมูลที่ถูกจัดการดวยคําสั่ง Relate คําสั่ง Write และคําสั่ง Merge เมื่อนํามาเปดใช หากตองการลบเรคคอรด จะไมปรากฏตัวเลือก Mark for Deletion ใหกําหนด เปนสวนในการกําหนดเงื่อนไขการลบเรคคอรด เชน ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 4.
    118 บทที่ 7 การจัดการขอมูลดวยโปรแกรมยอย Analyze Data ตองการลบเรคคอรดที่มีหมายเลข ID ตั้งแต 5 ขึ้นไป การกําหนดเงื่อนไข : ID > 4 ตองการลบเรคคอรดที่เปนเพศชาย การกําหนดเงื่อนไข : SEX=1 ตองการลบเรคคอรดที่มีอายุนอยกวา 30  การกําหนดเงื่อนไข : AGE < 30 ตองการลบเรคคอรดที่มีอายุระหวาง 20 – 30 ป การกําหนดเงื่อนไข : AGE >19 AND AGE <31 กรณี Run Silent มีความหมายดังนี้ Run Silent แสดงขอความเตือนกอนลบทุกครั้ง Run Silent ไมตองแสดงขอความเตือนกอนลบทุกครั้ง ตัวเลือกเหลานี้ ถือเปนตัวชวยในการกําหนดเงื่อนไขของการลบเรคคอรด . ดังนั้นจากฐานขอมูล : SICK ถาตองการลบเรคคอรด ที่มีอายุ 63 ป จึงสามารถกําหนดเงื่อนไข การลบเปน Age = 63 จากนั้นเลื่อนเมาสไปคลิกที่ปุม ดังรูปที่ 7.5 รูปที่ 7.5 การกําหนดเงื่อนไขการลบเรคคอรด บนหนาตาง Delete Records ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 5.
    คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Infofor Windows 119 . จากนั้นจะปรากฏหนาตาง เพื่อยืนยันการลบ (กรณีที่ระบุตัวเลือก Run Silent จะไมปรากฏ หนาตางดังกลาวนี้) คลิกปุม OK เมื่อตกลง หรือปุม Cancel เมื่อตองการยกเลิก ดังรูปที่ 7.6 รูปที่ 7.6 หนาตางยืนยันการลบเรคคอรด . ผลที่ไดจากการลบเรคคอรด ที่มีอายุ 63 ป โดยใชคําสั่ง List พบวา เรคคอรดที่มีอายุ 63 ป จะถูก ลบออกจากฐานขอมูลไปอยางถาวร ดังรูปที่ 7.7 รูปที่ 7.7 ผลการลบเรคคอรด จากการใชรายการคําสั่ง List 9.1.2 การเรียกคืนผลการลบเรคคอรดดวยคําสั่ง Undelete Record เชน แฟมขอมูล : MAIN ประกอบดวยตัวแปร(ฟดล) : ID SEX AGE และมีขอมูล เปนดังรูปที่ 7.8 รูปที่ 7.8 รายการขอมูลในแฟมชื่อ MAIN ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 6.
    120 บทที่ 7 การจัดการขอมูลดวยโปรแกรมยอย Analyze Data โดยจากฐานขอมูลขางตน หากตองการลบเรคคอรดแบบชั่วคราวและเรียกคืนผล การลบของขอมูลในแฟมขอมูล สามารถปฏิบัติเปนขั้นตอนไดดังนี้ . เรียกใชงานโปรแกรมยอย Analyze Data และคลิกใชคําสั่ง Read(Import) เพื่อเปดแฟมขอมูลชื่อ MAIN .เลื่อนเมาสไปคลิกที่รายการคําสั่ง Delete Record ในกลุมคําสั่ง Data ดังรูปที่ 7.9 รูปที่ 7.9 รายการคําสั่ง Delete Recodrs .ตองการลบเรคคอรดที่มีอายุต่ํากวา 35 ปลงมาแบบชั่วคราว ซึ่งสามารถกําหนดตัวเลือกและ เงื่อนไขการลบบนหนาตาง DELETE RECORDS ไดดังรูปที่ 7.10 รูปที่ 7.10 การกําหนดเงื่อนไขการลบเรคคอรดบนหนาตาง Delete Records ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 7.
    คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Infofor Windows 121 .ผลที่เกิดขึ้นจากการลบเรคคอรดแบบชั่วคราว เมื่อกําหนดการแสดงขอมูลดวยคําสั่ง List จะไม ปรากฏเรคคอรดที่ถูกลบ แตหากนําแฟมดังกลาวไปเปดใชในโปรแกรมยอย Enter Data เรคคอรดที่ ถูกลบดังกลาวจะยังคงอยู เพียงแตถูกกําหนดไมใหแสดงผลเทานั้น ดังรูปที่ 7.11 คําสั่ง List ในโปรแกรมยอย Analyze Data ขอความบงชี้วาเรคคอรด นี้ถูกลบ โปรแกรมยอย Enter Data จํานวนเรคคอรดทั้งหมด ยังเทาเดิม ขอมูลยังคงอยู แตถูก กําหนดไมใหแสดงผล (แกไข/เพิ่มเติมไมได) รูปที่ 7.11 ผลลัพธที่ไดจากการลบเรคคอรดแบบชั่วคราว .เมื่อตองการเรียกคืนผลการลบเรคคอรด สามารถทําไดโดยเลื่อนเมาสไปคลิกที่รายการคําสั่ง Undelete Record ในกลุมคําสั่ง Data ดังรูปที่ 7.12 รูปที่ 7.12 รายการคําสั่ง Undelete Records ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 8.
    122 บทที่ 7 การจัดการขอมูลดวยโปรแกรมยอย Analyze Data .จากนั้นจะปรากฏหนาตาง UNDELETE ซึ่งสามารถกําหนดตัวเลือกและเงื่อนไขการเรียกคืน เหมือนเดิมไดดังรูปที่ 7.13 รูปที่ 7.13 การกําหนดเงื่อนไข การเรียกคืน บนหนาตาง Undelete . จากนั้นจะปรากฏหนาตาง เพื่อยืนยันการเรียกคืนผลการลบเรคคอรด (กรณีที่ระบุตัวเลือก Run Silent จะไมปรากฏหนาตางดังกลาวนี้) คลิกปุม OK เมื่อตกลง หรือปุม Cancel เมื่อตองการ ยกเลิก ดังรูปที่ 7.14 รูปที่ 7.14 หนาตางยืนยันการเรียกคืนเรคคอรด Undelete . ผลที่ได จะเปนการเรียกคืนเรคคอรดที่เคยถูกลบไปดวยเงื่อนไขกอนหนานี้ ซึ่งกรณีดังกลาว ผูใชงานตองตระหนักวา การเรียกคืน(Undelete) จะสามารถทําไดก็ตอเมื่อมีการลบเรคคอรดแบบ ชั่วคราว(Mark for Deletion)เทานั้น แตหากทําการลบเรคคอรดแบบถาวร(Permanent Deletion) การ เรียกคืนจะไมสามารถทําได ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 9.
    คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Infofor Windows 123 7.2 การแสดงและแกไขขอมูล ดวยคําสัง List ่ เปนคําสั่งที่ใชในการแสดงและแกไขขอมูลในตัวแปรตางๆซึ่งอยูในแฟมขอมูลที่ทําการ วิเคราะห โดยจะแสดงผลทางหนาตาง Output ในทุกตัวแปร หรือบางตัวแปรที่ตองการ เชน แฟมขอมูล : MAIN ประกอบดวยตัวแปร(ฟดล) : ID SEX AGE และมีขอมูลเปนดังรูปที่ 7.15 รูปที่ 7.15 รายการขอมูลในแฟมชื่อ MAIN โดยจากฐานขอมูลขางตน หากตองการแสดงผลและแกไขขอมูลในแฟมขอมูล สามารถปฏิบัติเปนขั้นตอนไดดังนี้ . เรียกใชงานโปรแกรมยอย Analyze Data และคลิกใชคําสั่ง Read(Import) เพื่อเปดแฟมขอมูลชื่อ MAIN และ Views ชื่อ Baseline . เลื่อนเมาสไปคลิกที่รายการคําสั่ง List ในกลุมคําสั่ง Statistics ดังรูปที่ 7.16 รูปที่ 7.16 รายการคําสั่ง List ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 10.
    124 บทที่ 7 การจัดการขอมูลดวยโปรแกรมยอย Analyze Data . จากนั้นจะปรากฏหนาตาง LIST ขึ้นมา โดยมีรายละเอียดที่สําคัญดังนี้ • เปนสวนในการกําหนดตัวแปรที่ตองการแสดงผลของ ขอมูล โดยการคลิกที่ตัวแปร • กรณี All (*) Except ถามีการเลือก แสดงวา ตัวแปรที่ กําหนด จะเปนตัวแปรที่ถูกยกเวนไมใหแสดงผล • เปนสวนในการกําหนดตัวเลือกในการแสดงผล ดังนี้ Web (HTML) แสดงแบบภาษา HTML Grid แสดงแบบตารางแกไขไมได Allow Updates แสดงแบบตารางแกไขได . หากตองการแสดงผลขอมูลตัวแปร ID SEX AGE โดยกําหนดการแสดงผลเปน Web(HTML) Grid และ Allow Updates มีผลการแสดงดังรูปที่ 7.17 Web(HTML) Grid (ไมสามารถแกไขคาขอมูลได) Allow Updates (สามารถแกไขคาขอมูลได) รูปที่ 7.17 รูปแบบตางๆในการแสดงผลขอมูลตามรายการคําสั่ง List ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 11.
    คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Infofor Windows 125 7.3 การสรางและยกเลิกตัวแปรใหม ดวยคําสัง Define / Undefine ่ เปนคําสั่งที่ใชในการสรางและยกเลิกตัวแปรใหม เพื่อทําใหการวิเคราะหขอมูลมีความ ครอบคลุมมากขึ้น เชน แฟมขอมูล : DISEASE ประกอบดวยตัวแปร(ฟลด) : HOSPITAL โรงพยาบาล DS1 จํานวนผูปวยดวยโรคเบาหวาน DS2 จํานวนผูปวยดวยโรคหัวใจ DS3 จํานวนผูปวยดวยโรคเกาท และมีฐานขอมูลเปนดังรูปที่ 7.18 รูปที่ 7.18 รายการขอมูลในแฟมชื่อ DISEASE หากในการวิเคราะหขอมูลตองการทราบจํานวนผูปวยทั้งหมดของโรงพยาบาล ซึ่งพบวา ขอมูลดังกลาวไมมีในฐานขอมูล แตสามารถทราบไดจากการนําจํานวนผูปวยในแตละโรคมารวมกัน ดังนั้นจึงสรางตัวแปรใหมขึ้นมาชื่อ TOTAL_DS โดยมีขึ้นตอนในการสรางตัวแปรใหม จําแนกได ดังนี้ . เรียกใชงานโปรแกรมยอย Analyze Data และคลิกใชคําสั่ง Read(Import) เพื่อเปดแฟมขอมูลชื่อ DISEASE และ Views ชื่อ HospitalDisease . เลื่อนเมาสไปคลิกที่รายการคําสั่ง Define ในกลุมคําสั่ง Variables ดังรูปที่ 7.19 รูปที่ 7.19 รายการคําสั่ง Define ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 12.
    126 บทที่ 7 การจัดการขอมูลดวยโปรแกรมยอย Analyze Data . จากนั้นจะปรากฏหนาตาง DEFINE ขึ้นมา โดยมีรายละเอียดที่สําคัญดังนี้ • เปนสวนในการระบุชื่อตัวแปรใหมที่ตองการสราง (ชื่อตองไมซํากับชื่อตัวแปรที่มีอยูเดิม) ้ • เปนสวนในการกําหนดขอบเขตของตัวแปรใหมเพื่อการใชงาน โดยจําแนกไดดังนี้ Standard ตัวแปรที่สรางใหมจะมีสถานภาพใชไดเฉพาะในฐานขอมูลที่กาลังทํางาน ํ ขณะนั้น หากทําการเปดแฟมขอมูลใหมดวยคําสั่ง Read ตัวแปรใหมที่ สรางขึ้นทั้งหมดจะถูกยกเลิกไปโดยอัตโนมัติ Global ตัวแปรที่สรางใหมจะมีสถานภาพใชไดหลายฐานขอมูล แมทําการเปด แฟมขอมูลใหมดวยคําสั่ง Read ตัวแปรใหมที่สรางขึ้นก็ยังคงอยู และจะ ถูกยกเลิกไปเมื่อใชคําสั่ง Undefine หรือออกจากโปรแกรมยอย Analyze Data เทานั้น (ซึ่งกรณีกําหนดตัวแปรใหมเปน Global นี้ จะใชคําสั่ง Assign ไดเฉพาะกําหนดเปนคาคงที่เทานั้น) Permanent ตัวแปรที่สรางใหมจะมีสถานภาพใชไดหลายฐานขอมูล แมทําการเปด แฟมขอมูลใหมดวยคําสั่ง Read ตัวแปรใหมที่สรางขึ้นก็ยังคงอยู และจะ ถูกยกเลิกไปเมื่อใชคําสั่ง Undefine หรือออกจากโปรแกรมยอย Analyze Data เชนเดียวกันกับ Global (ซึ่งกรณีกําหนดตัวแปรใหมเปน Permanent นี้ จะใชกับคําสั่ง Assign ไมได) ขอสังเกตเพิ่มเติม ในทางปฏิบัติสวนใหญจะกําหนดขอบเขตตัวแปรเปน Standard และหากเมื่อ ตองการจัดเก็บเปนตัวแปรถาวร หรือตองการใหตัวแปรใหมที่สรางขึ้นยังคงอยูในฐานขอมูล ก็จะใช คําสั่ง Write(Export) ไปจัดเก็บเปนแฟมขอมูลใหม สวน Global จะใชในกรณีที่มีการวิเคราะห เชื่อมโยงกับตาราง หรือ Views อื่น ซึ่งในการวิเคราะหจึงจําเปนตองกําหนดเปน Global เพื่อให สามารถเรียกตัวแปรที่สรางใหมมาใชงานได สวนกรณี Permanent โดยทั่วไปมักไมกําหนด เนื่องจาก ไมสามารถระบุคาดวยคําสั่ง Assign ได และที่สําคัญยังไมเห็นความจําเปนที่ตองกําหนดขอบเขตแบบ  นี้ เพราะหากต อ งการกํ า หนดตั ว แปรสร า งใหม แ บบถาวร ยั ง มี วิ ธี ก ารใช ง านแบบอื่ น ที่ ง า ยและ เหมาะสมมากกวา ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 13.
    คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Infofor Windows 127 . หากตองการกําหนดตัวแปรใหมชื่อ TOTAL_DS และมีขอบเขตแบบ Standard สามารถระบุใน หนาตาง DEFINE ไดดังรูปที่ 7.20 รูปที่ 7.20 การกําหนดรายละเอียดบนหนาตาง Define . หากตองการดูรายละเอียดของตัวแปรที่สรางใหม สามารถเรียกดูไดดวยคําสั่ง Display ในกลุม Variables และไดผลลัพธดังรูปที่ 7.21 รูปที่ 7.21 รายละเอียดของการกําหนดตัวแปร จากการใชรายการคําสั่ง Display . หากตองการลบตัวแปรที่สรางใหม ทําไดโดยเลื่อนเมาสไปคลิกที่รายการคําสั่ง Undefine ในกลุมคําสั่ง Variables ดังรูปที่ 7.22 รูปที่ 7.22 รายการคําสั่ง Undefine ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 14.
    128 บทที่ 7 การจัดการขอมูลดวยโปรแกรมยอย Analyze Data . จากนั้นจะปรากฏหนาตาง UNDEFINE ใหระบุเลือกตัวแปรใหมที่สรางขึ้นแลวตองการยกเลิก จากนั้นจึงคลิกที่ปม OK ดังรูปที่ 7.23 ุ รูปที่ 7.23 การระบุตัวแปรใหมที่ตองการยกเลิก บนหนาตาง Undefine . และหากเรียกดูรายละเอียดของตัวแปรดวยคําสั่ง Display ในกลุม Variables จะพบวา ตัวแปร ใหมที่สรางขึ้น ไดถูกยกเลิกออกไปแลวดังรูปที่ 7.24 รูปที่ 7.24 รายละเอียดการยกเลิกตัวแปรใหม จากการใชรายการคําสั่ง Display 7.4 การระบุหรือกําหนดคาตัวแปร ดวยคําสั่ง Assign เปนคําสั่งที่ใชในการระบุคา หรือคํานวณคาใหกับตัวแปรใหม ดังนั้นในทางปฏิบัติจึงมัก ใชรวมกับคําสั่ง Define เพราะเมื่อมีการสรางตัวแปรใหม ก็จะตองกําหนดคาใหกับตัวแปรใหม เชน จากขอมูลชุดเดิม (DISEASE) ที่ประกอบดวยตัวแปร(ฟลด) : HOSPITAL DS1 DS2 DS3 หาก ตองการทราบจํานวนผูปวยทั้งหมดของโรงพยาบาล จึงตองสรางตัวแปรใหมขึ้นมาชื่อ TOTAL_DS ตามขั้นตอนการใชคําสั่ง Define ดังที่กลาวไปขางตน ตอมาจึงเปนขั้นตอนการกําหนดคาใหกับ ตัวแปรใหม ซึ่งจํานวนผูปวยทั้งหมด จะเกิดขึ้นจากจํานวนผูปวยในแตละโรคมารวมกัน ดังนั้นจึงอาจ เปนในรูปสมการไดดังนี้ TOTAL_DS = DS1 + DS2 + DS3 ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 15.
    คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Infofor Windows 129 ดังนั้นจึงนํารูปแบบสมการดังกลาวไปกําหนดเปนเงื่อนไขในการกําหนดคาตัวแปรดวย คําสั่ง Assign ซึ่งจําแนกเปนขั้นตอนไดดังนี้ . เรียกใชงานโปรแกรมยอย Analyze Data และคลิกใชคําสั่ง Read(Import) เพื่อเปดแฟมขอมูลชื่อ DISEASE และ Views ชื่อ HospitalDisease . เลื่อนเมาสไปคลิกที่รายการคําสั่ง Define ในกลุมคําสั่ง Variables แลวกําหนดชื่อตัวแปรใหม เปน TOTAL_DS ระบุขอบเขตเปน Standard ดังรูปที่ 7.25 รูปที่ 7.25 การกําหนดรายละเอียดบนหนาตาง Define . เลื่อนเมาสไปคลิกที่รายการคําสั่ง Assign ในกลุมคําสั่ง Variables ดังรูปที่ 7.26 รูปที่ 7.26 รายการคําสั่ง Assign ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 16.
    130 บทที่ 7 การจัดการขอมูลดวยโปรแกรมยอย Analyze Data . จากนั้นจะปรากฏหนาตาง ASSIGN ขึ้นมา โดยมีรายละเอียดที่สาคัญดังนี้ ํ • ใชกําหนดตัวแปรที่ตองการระบุคาโดยการคลิก ที่ปุม แลวเลือกตัวแปรที่ตองการระบุคา • ใชกําหนดเงื่อนไขเพื่อระบุคา หรือคํานวณคาของตัวแปร ซึ่งสวนนี้จะระบุเฉพาะสวนที่เปน เงื่อนและอยูหลังเครื่องหมายเทากับเทานั้น ตัวเลือกเหลานี้ ถือเปนตัวชวยในการกําหนดเงื่อนไข . หากตองการระบุคาใหกับตัวแปรใหมชื่อ TOTAL_DS และมีเงื่อนไขเทากับ DS1+DS2+DS3 สามารถระบุในหนาตาง ASSIGN ไดดังรูปที่ 7.27 รูปที่ 7.27 การกําหนดรายละเอียดบนหนาตาง Assign . และหากตองการเรียกดูรายละเอียดของขอมูล สามารถเรียกดูไดดวยคําสั่ง List ในกลุม Statistics และไดผลลัพธดังรูปที่ 7.28 รูปที่ 7.28 ผลการกําหนดรายการคําสั่ง Assign ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 17.
    คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Infofor Windows 131 ดังที่กลาวไปขางตน ตัวแปรที่สรางใหมโดยกําหนดขอบเขตเปน Standard จะเปนการ สรางและกําหนดคาตัวแปรชั่วคราวในระหวางการวิเคราะหเทานั้น ซึ่งหากมีการปด หรือเรียกเปด แฟมขอมูลใหมดวยคําสั่ง Read ตัวแปรที่ถูกสรางดังกลาวจะถูกยกเลิกทันที ดังนั้นหากผูใชงาน ต อ งการให ตั ว แปรที่ ส ร า งใหม แ ละค า ที่ ร ะบุ น้ั น ยั ง คงอยู ใ นแฟ ม ข อ มู ล จึ ง ควรใช ร ายการคํ า สั่ ง Write(Export) ในการโอนยายขอมูลไปจัดเก็บในแฟมขอมูลใหมอีกครั้งหนึ่ง 7.5 การแปลงคาและจัดกลุมขอมูล ดวยคําสัง Recode ่ เปนคําสั่งที่ใชในการแปลงคา และจัดกลุมขอมูล ซึ่งสามารถจําแนกออกตามวิธีการใชงาน ที่พบบอยไดดังนี้ 7.5.1 การแปลงคาขอมูล เปนการเปลี่ยนคาขอมูลเดิมของตัวแปรเปนคาใหม เพื่อรองรับการวิเคราะหทาง สถิติใหมีความครอบคลุมมากขึ้น เชน แฟมขอมูล : MAIN ประกอบดวยตัวแปร(ฟดล) : ID SEX AGE และมีขอมูลเปนดังรูปที่ 7.29  รูปที่ 7.29 รายการขอมูลในแฟมชื่อ MAIN โดยจากฐานขอมูลขางตน หากตองการ Label ใหกับตัวแปรเพศ(SEX) โดย กําหนดให 1 = Male 2 = Female ซึ่งสามารถปฏิบัติจําแนกเปนขั้นตอนไดดังนี้ . เรียกใชงานโปรแกรมยอย Analyze Data และคลิกใชคําสั่ง Read(Import) เพื่อเปดแฟมขอมูลชื่อ MAIN และ Views ชื่อ Baseline ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 18.
    132 บทที่ 7 การจัดการขอมูลดวยโปรแกรมยอย Analyze Data . เลื่อนเมาสไปคลิกที่รายการคําสั่ง Define ในกลุมคําสั่ง Variables ดังรูปที่ 7.30 รูปที่ 7.30 รายการคําสั่ง Define . กําหนดชื่อตัวแปรใหมเพื่อรองรับการแปลงคาใหมชื่อ SEX1 ระบุขอบเขตแบบ Standard ดังรูปที่ 7.31 รูปที่ 7.31 การกําหนดรายละเอียดบนหนาตาง Define . เลื่อนเมาสไปคลิกที่รายการคําสั่ง Recode ในกลุมคําสั่ง Variables ดังรูปที่ 7.32 รูปที่ 7.32 รายการคําสั่ง Recode ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 19.
    คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Infofor Windows 133 . จากนั้นจะปรากฏหนาตาง RECODE ขึ้นมา โดยมีรายละเอียดที่สําคัญดังนี้ เปนสวนที่ใหระบุตัวแปร เปนสวนที่ใหระบุตัวแปร ที่ตองการแปลงคา เพื่อรองรับคาใหมที่แปลง ขอสังเกตเพิ่มเติม : ในการแปลงคา หรือจัดกลุมขอมูลดวยคําสั่ง Recode ควรสรางตัวแปรใหม เพื่อ มารองรับผลการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการ Recode เสมอ ทั้งนี้เพื่อใหตัวแปรเกาและคาขอมูลเกา ยังคงอยูและสามารถใชวิเคราะหขอมูลในประเด็นอื่นไดอีกโดยไมสูญเสียคุณคาของขอมูลจริงไป ระบุไดไมเกิน 12 ระดับ ระบุคาเริ่มตนใน ระบุคาสิ้นสุดใน ระบุคา หรือตัวอักษร แตละระดับ แตละระดับ ในแตละระดับ เชน ความหมาย : 1 – 4 = 1 5–9 = 2 10 - 14 = 3 ความหมาย : 0 = Not Risk 1 = Risk ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 20.
    134 บทที่ 7 การจัดการขอมูลดวยโปรแกรมยอย Analyze Data กรณีตองการแทรกแถว ใหคลิกเมาสบนแถบหัวแถวที่ตองการแทรก จากนั้นจึงกดปุม Ctrl – Insert กรณีตองการลบแถว ใหคลิกเมาสบนแถบหัวแถวที่ตองการลบ จากนั้นจึงกดปุม Ctrl – Del • เปนปุมที่ใชในการกําหนดชวงของรหัส กรณีทราบคาเริ่มตนและคาสิ้นสุด และชวงในการ แบงแตละระดับเทากัน เชน ถาไมถูกเลือก คาของชวง ในแต ล ะระดั บ จะเรี ย ง คาเริ่มตน จากต่ําไปหาสูง คาสิ้นสุด ถาถูกเลือก คาของชวงใน แต ล ะระดั บ จะเรี ย งจาก สูงไปหาต่ํา ใหแตละระดับแบงเทากันคือ 5 . ระบุคาใหตัวแปรใหมชื่อ SEX1 โดยกําหนดเงื่อนไข 1 = Male และ 2 = Female ดังรูปที่ 7.33 รูปที่ 7.33 การกําหนดรายละเอียดบนหนาตาง Recode ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 21.
    คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Infofor Windows 135 . ผลที่ไดเมื่อเรียกดูจากคําสั่ง List เปนดังรูปที่ 7.34 รูปที่ 7.34 ผลจากการใชรายการคําสั่ง Recode 7.5.2 การจัดกลุมขอมูล เปนการจัดกลุมขอมูลโดยกําหนดชวงของคาขอมูลเดิม เปนคาใหม เพื่อรองรับการ วิเคราะหทางสถิติใหมีความครอบคลุมมากขึ้น เชน แฟมขอมูล : MAIN ประกอบดวยตัวแปร(ฟดล) : ID SEX AGE และมีขอมูลเปนดังรูปที่ 7.35 รูปที่ 7.35 รายการขอมูลในแฟมชื่อ MAIN โดยจากฐานขอมูลขางตน หากตองการจัดกลุมขอมูลใหกับตัวแปรอายุ(AGE) โดย สรางตัวแปรใหมช่อ AGE1 และมีเงื่อนไขการจัดกลุมดังนี้ ื อายุต่ํากวา 30 = 1 30 – 35 ป = 2 มากกวา 35 ปขึ้นไป = 3 ซึ่งสามารถปฏิบัติจําแนกเปนขั้นตอนไดดังนี้ ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 22.
    136 บทที่ 7 การจัดการขอมูลดวยโปรแกรมยอย Analyze Data . เรียกใชงานโปรแกรมยอย Analyze Data และคลิกใชคําสั่ง Read(Import) เพื่อเปดแฟมขอมูลชื่อ MAIN และ Views ชื่อ Baseline . เลื่อนเมาสไปคลิกที่รายการคําสั่ง Define ในกลุมคําสั่ง Variables ดังรูปที่ 7.36 รูปที่ 7.36 รายการคําสั่ง Define . กําหนดชื่อตัวแปรใหมชื่อ AGE1 ระบุขอบเขตแบบ Standard ดังรูปที่ 7.37 รูปที่ 7.37 การกําหนดรายละเอียดบนหนาตาง Define . เลื่อนเมาสไปคลิกที่รายการคําสั่ง Recode ในกลุมคําสั่ง Variables ดังรูป รูปที่ 7.38 รายการคําสั่ง Recode ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 23.
    คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Infofor Windows 137 . ระบุคาใหกับตัวแปรใหมชื่อ AGE1 โดยกําหนดเงื่อนไขไดดังรูปที่ 7.39 รูปที่ 7.39 การกําหนดรายละเอียดบนหนาตาง Recode . ผลที่ไดเมื่อเรียกดูจากคําสั่ง List เปนดังรูปที่ 7.40 รูปที่ 7.40 ผลที่ไดจากรายการคําสั่ง Recode การใชคําสั่ง Recode โดยจัดเก็บในตัวแปรใหมที่สรางขึ้น และระบุขอบเขตเปน Standard ผลที่ไดจะเปนการจัดเก็บคาตัวแปรไวชั่วคราว ดังนั้นหากผูใชงานตองการบันทึกตัวแปรใหมและคา ขอมูลใหมใหคงอยูในแฟมขอมูล จึงควรใชรายการคําสั่ง Write(Export) ในการโอนยายขอมูลไป จัดเก็บในแฟมขอมูลใหมอีกครั้งหนึ่ง ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 24.
    138 บทที่ 7 การจัดการขอมูลดวยโปรแกรมยอย Analyze Data 7.6 การคัดเลือกขอมูลบางสวน ดวยคําสัง Select / Cancel Select ่ เปนคําสั่งที่ใชในการคัดเลือกขอมูลมาบางสวนตามเงื่อนไขที่กําหนด เพื่อรองรับ การวิเคราะหทางสถิติใหมีความครอบคลุมมากขึ้น เชนแฟมขอมูล : MAIN ประกอบดวยตัวแปร (ฟดล) : ID SEX AGE และมีขอมูลเปนดังรูปที่ 7.41 รูปที่ 7.41 รายการขอมูลในแฟมชื่อ MAIN ซึ่งหากตองการวิเคราะหขอมูลเฉพาะในกลุมเพศชาย (SEX = 1) สามารถนํา เงื่อนไขดังกลาวไปกําหนดในการใชคําสั่ง Select ไดดังนี้ . เรียกใชงานโปรแกรมยอย Analyze Data และคลิกใชคําสั่ง Read(Import) เพื่อเปดแฟมขอมูลชื่อ MAIN และ Views ชื่อ Baseline . เลื่อนเมาสไปคลิกที่รายการคําสั่ง Select ในกลุมคําสั่ง Select/If ดังรูปที่ 7.42 รูปที่ 7.42 รายการคําสั่ง Select ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 25.
    คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Infofor Windows 139 . จากนั้นจะปรากฏหนาตาง SELECT ขึ้นมา โดยมีรายละเอียดที่สําคัญดังนี้ • เปนสวนที่ใชในการกําหนดเงื่อนไขตามที่ตองการ โดยมีสัญลักษณที่สําคัญดังนี้ = แสดงความเทากัน - แสดงการลบ <> แสดงความไมเทากัน / แสดงการหาร + แสดงการบวก * แสดงการคูณ AND ตัวเชื่อม “และ” OR ตัวเชื่อม “หรือ” ตัวเลือกเหลานี้ ถือเปนตัวชวยในการกําหนดเงื่อนไข . ระบุคาเงื่อนไข SEX = 1 ในหนาตาง SELECT ไดดังรูปที่ 7.43 รูปที่ 7.43 การกําหนดรายละเอียดบนหนาตาง Select . ผลที่ไดเมื่อเรียกดูจากคําสั่ง List เปนดังรูปที่ 7.44 รูปที่ 7.44 ผลจากการใชรายการคําสั่ง Select ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 26.
    140 บทที่ 7 การจัดการขอมูลดวยโปรแกรมยอย Analyze Data ภายหลังจากใชคําสั่ง Select ตามเงื่อนไขที่กําหนด การกระทําการใดๆกับขอมูลหรือการ วิเคราะหขอมูล จะเปนไปเฉพาะในกลุมที่ถูกคัดเลือกมาตามเงื่อนไขดังกลาวเทานั้น และเมื่อทําการ วิ เ คราะห เ รี ย บร อ ยแล ว ควรทํ า การยกเลิ ก การกํ า หนดเงื่ อ นไขการคั ด เลื อ กดั ง กล า วด ว ยคํ า สั่ ง Cancel Select ดังนี้ . เลื่อนเมาสไปคลิกที่รายการคําสั่ง Cancel Select ในกลุมคําสั่ง Select/If ดังรูปที่ 7.45 รูปที่ 7.45 รายการคําสั่ง Cancel Select . จากนั้นจะปรากฏหนาตาง CANCEL SELECT ขึ้นมา และคลิกที่ปุม OK ดังรูปที่ 7.46 รูปที่ 7.46 หนาตางยืนยันการยกเลิกรายการคําสั่ง Select . ผลที่ไดเมื่อเรียกดูจากคําสั่ง List เปนดังรูปที่ 7.47 รูปที่ 7.47 ผลการยกเลิกรายการคําสั่ง Select ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 27.
    คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Infofor Windows 141 ดังนั้นในการกําหนดเงื่อนไขการคัดเลือกขอมูลบางสวนมาวิเคราะหดวยคําสั่ง Select ภายหลังจากที่ทําการวิเคราะหในกลุมเงื่อนไขดังกลาวสิ้นสุด จึงควรยกเลิกการคัดเลือกโดยใชคําสั่ง Cancel Select กอนทําการวิเคราะหสวนอื่นตอไป แตทั้งนี้คําสั่ง Select จะมีผลเฉพาะในขณะที่ แฟมขอมูลนั้นเปดอยูเทานั้น ซึ่งหากมีการปด หรือเรียกเปดแฟมขอมูลใหมดวยคําสั่ง Read คําสั่ง ดังกลาวจะถูกยกเลิกไปโดยอัตโนมัติ 7.7 การกําหนดเงือนไขขอมูล ดวยคําสัง If ่ ่ เปนคําสั่งที่ใชในการระบุคา หรือคํานวณคา หรือกําหนดเงื่อนไขตามที่ตองการใหกับ ตัวแปรใหม ดังนั้นในทางปฏิบัติจึงมักใชรวมกับคําสั่ง Define เพราะเมื่อมีการสรางตัวแปรใหม ก็ จะตองกําหนดคาใหกับตัวแปรใหม เชน จากแฟมขอมูล: DISEASE ประกอบดวยตัวแปร(ฟลด) : HOSPITAL DS1 DS2 DS3 และมีขอมูลเปนดังรูปที่ 7.48 รูปที่ 7.48 รายการขอมูลในแฟมชื่อ DISEASE หากตองการประเมินขนาดปญหาของโรคหัวใจโดยพิจารณาจากจํานวนผูปวย สมมติวา หากโรงพยาบาลใด มีจํานวนผูปวยตั้งแต 20 คนขึ้นไปถือวา รุนแรง ดังนั้นหากนํามากําหนดเปนเงื่อนไข เพื่อจัดการขอมูลและนําไปวิเคราะหผล โดยใชคําสั่ง If สามารถปฏิบัติเปนขั้นตอนไดดังนี้ . เรียกใชงานโปรแกรมยอย Analyze Data และคลิกใชคําสั่ง Read(Import) เพื่อเปดแฟมขอมูลชื่อ DISEASE และ Views ชื่อ HospitalDisease . เลื่อนเมาสไปคลิกที่รายการคําสั่ง Define ในกลุมคําสั่ง Variables แลวกําหนดชื่อตัวแปรใหม เปน LEVEL ระบุขอบเขตเปน Standard ดังรูปที่ 7.49 ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 28.
    142 บทที่ 7 การจัดการขอมูลดวยโปรแกรมยอย Analyze Data รูปที่ 7.49 การกําหนดรายละเอียดบนหนาตาง Define . เลื่อนเมาสไปคลิกที่รายการคําสั่ง If ในกลุมคําสั่ง Select/If ดังรูปที่ 7.50 รูปที่ 7.50 รายการคําสั่ง If . จากนั้นจะปรากฏหนาตาง IF ขึ้นมา โดยมีรายละเอียดที่สําคัญดังนี้ • เปนสวนที่ใชในการกําหนดเงื่อนไขการตัดสินใจ • ตัวเลือกในการชวยกําหนดเงื่อนไข ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 29.
    คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Infofor Windows 143 • เปนสวนในการกําหนดการกระทําหรือกําหนด ขั้นตอนคํานวณคา เมื่อเปนไปตามเงื่อนไข • เปนสวนในการกําหนดการกระทํา หรือกําหนด ขั้ น ตอนการคํ า นวณค า เมื่ อ ไม เ ป น ไปตาม เงื่อนไข . ระบุเงื่อนไขตามที่ตองการเปนดังนี้ If Condition กําหนดเปน DS2 >= 20 Then กําหนดเปน ASSIGN LEVEL = “SEVERE” Else กําหนดเปน ASSIGN LEVEL = “NO SEVERE” ดังรูปที่ 7.51 รูปที่ 7.51 การกําหนดรายละเอียดบนหนาตาง If ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 30.
    144 บทที่ 7 การจัดการขอมูลดวยโปรแกรมยอย Analyze Data . ผลที่ไดเมื่อเรียกดูจากคําสั่ง List เปนดังรูปที่ 7.52 รูปที่ 7.52 ผลจากการใชรายการคําสั่ง If การกําหนดเงื่อนไขโดยใชคําสั่ง If โดยจัดเก็บในตัวแปรใหมที่สรางขึ้น และระบุขอบเขต เปน Standard ผลที่ไดจะเปนการจัดเก็บคาตัวแปรไวชั่วคราว ดังนั้นหากผูใชงานตองการบันทึก ตัวแปรใหมและคาขอมูลใหมใหคงอยูในแฟมขอมูล จึงควรใชรายการคําสั่ง Write(Export) ในการ โอนยายขอมูลไปจัดเก็บในแฟมขอมูลใหมอีกครั้งหนึ่ง 7.8 การจัดเรียงขอมูล ดวยคําสัง Sort / Cancel Sort ่ เปนคําสั่งที่ใชในการจัดเรียงขอมูลตามตัวแปรที่ระบุ เพื่อรองรับการวิเคราะหทางสถิติให มีความครอบคลุมมากขึ้น เชนแฟมขอมูล : MAIN ประกอบดวยตัวแปร(ฟดล) : ID SEX AGE และมี ขอมูลเปนดังรูปที่ 7.53 รูปที่ 7.53 รายการขอมูลในแฟมชื่อ MAIN ซึ่งหากตองการจัดเรียงตัวแปรอายุ(AGE) จากนอยไปหามาก สามารถกําหนดโดย ใชคําสั่ง Sort ไดดังนี้ ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 31.
    คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Infofor Windows 145 . เรียกใชงานโปรแกรมยอย Analyze Data และคลิกใชคําสั่ง Read(Import) เพื่อเปดแฟมขอมูลชื่อ MAIN และ Views ชื่อ Baseline . เลื่อนเมาสไปคลิกที่รายการคําสั่ง Sort ในกลุมคําสั่ง Select/If . จากนั้นจะปรากฏหนาตาง SORT ขึ้นมา โดยมีรายละเอียดที่สําคัญดังนี้ • เปนสวนแสดงรายชื่อตัวแปรทั้งหมด เพื่อใหผูใชงานระบุวาตองการใหจดเรียงโดยยึดตัวแปร  ั ใดเปนหลัก • เปนสวนตัวเลือกในการกําหนดรูปแบบการจัดเรียง โดยมีรายละเอียดดังนี้ Ascending(++) นอยไปหามาก Descending(--) มากไปหานอย Remove from Sort ลบออกจากการเปนตัวแปรหลักในการจัดเรียง • เปนสวนที่แสดงตัวแปรหลักที่ใชในการจัดเรียง ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 32.
    146 บทที่ 7 การจัดการขอมูลดวยโปรแกรมยอย Analyze Data . เลื่อนเมาสดับเบิ้ลคลิกที่ตัวแปร AGE และกําหนดรูปแบบการจัดเรียงแบบ Ascending ดัง รูปที่ 7.54 รูปที่ 7.54 การกําหนดรายละเอียดบนหนาตาง Sort . ผลที่ไดเมื่อเรียกดูจากคําสั่ง List เปนดังรูปที่ 7.55 รูปที่ 7.55 ผลจากการใชรายการคําสั่ง Sort การจัดเรียงขอมูลโดยใชคําสั่ง List เปนการจัดเรียงแบบชั่วคราว ดังนั้นหากผูใชงาน ตองการใหการจัดเรียงดังกลาวยังคงอยูในแฟมขอมูล จึงควรใชรายการคําสั่ง Write(Export) ในการ โอนยายขอมูลไปจัดเก็บในแฟมขอมูลใหมอีกครั้งหนึ่ง ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 33.
    คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Infofor Windows 147 7.9 บทสรุป การจัดการขอมูล ดวยโปรแกรมยอย Analyze Data ถือเปนเทคนิควิธีการใชงานที่มี ความสํ าคั ญ ในการวิเ คราะห ข อ มู ลทางสถิติ เพราะในการวิเ คราะหข อมู ล เพื่ อ ใหครอบคลุ ม ตาม วัตถุประสงคของการวินิจฉัยชุมชน อาจจําเปนตองมีการเปลี่ยนแปลงคาของขอมูลเดิม หรือมีการ กําหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมใหกับขอมูล เพื่อใหสอดคลองกับแนวทางที่ตองการวิเคราะห ดังนั้นการ เรียนรูวธีการใชงานเกี่ยวกับคําสั่งในการจัดการขอมูลจึงมีความจําเปน และทําใหการวิเคราะหขอมูลมี ิ ความคลองตัวและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน