บทที่ 5
                                       การตรวจสอบขอมูลนําเขา ดวย
                                      โปรแกรมยอย Data Compare

             การสรางแบบฟอรมดวยโปรแกรมยอย Make View (Questionnaire) และการนําเขา
ขอมูลดวยโปรแกรมยอย Enter Data สามารถควบคุมและกลั่นกรองความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากการ
นําเขาขอมูลไดระดับหนึ่ง แตยังไมสามารถครอบคลุมความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากผูนําเขาขอมูล
ได ดังนั้นเพื่อลดความผิดพลาดดังกลาว จึงกําหนดใหมีการนําเขาขอมูล 2 ครั้ง(Double Data Entry)
จากแบบฟอรมเก็บขอมูลชุดเดียวกัน และจัดเก็บแฟมแยกเปน 2 แฟม เพื่อนํามาเปรียบเทียบคนหา
ความแตกตางที่เกิดขึ้น ซึ่งโปรแกรมยอยที่นํามาใชกับงานลักษณะเชนนี้ เรียกวา Data Compare

                                 5.1 แนะนําโปรแกรมยอย Data Compare

           เมื่อเขาสูโปรแกรม Data Compare จะมีหนาตางหลัก 3 สวน ดังรูปที่ 5.1

       สวนที่ 1

       สวนที่ 2



       สวนที่ 3




                          รูปที่ 5.1 หนาตางหลักของโปรแกรม Data Compare
           ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
70                                  บทที่ 5 การตรวจสอบขอมูลนําเขาดวย Data Compare




          ซึ่งจากรูปหนาแรกของโปรแกรมยอย Data Compare ขางตน สามารถอธิบายในสวน
รายละเอียดยอยภายในหนาตางหลักของแตละสวนไดดังนี้

              5.1.1 หนาตางหลักสวนที่ 1
                    เปนสวนของแถบรายการคําสั่งหลักในการทํางาน ประกอบดวยรายละเอียด
ตางๆดังนี้
                       (1) แถบรายการคําสั่งหลัก(Main menu)ในสวนที่ 1



                       รูปที่ 5.2 แถบรายการคําสั่งหลักของโปรแกรม Data Compare

                  (2) รายการคําสั่งหลัก File เปนรายการคําสั่งยอยที่ใชในการเปดหนาตางการ
ทํางานเพื่อเปรียบเทียบแฟมขอมูลใหม เรียกผลการเปรียบเทียบที่เคยบันทึกไว การบันทึก การ
บันทึกเปนแฟมอื่น การกําหนดคุณสมบัติของการเปรียบเทียบและการออกจากโปรแกรม




                      รูปที่ 5.3 รายการคําสั่งหลัก File ของโปรแกรม Data Compare

                (3) รายการคําสั่งหลัก Edit เปนรายการคําสั่งยอยที่ใชในการแกไขขอมูล ไดแก
การตัด การคัดลอก การวางขอมูล และการคัดลอก หรือการลบในตาราง




                      รูปที่ 5.4 รายการคําสั่งหลัก Edit ของโปรแกรม Data Compare
              ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Info for Windows                                         71




                  (4) รายการคําสั่งหลัก View เปนรายการคําสั่งยอยที่ใชในการกําหนดการแสดง
ของขอมูล ไดแก การแสดงคาขอมูลที่แตกตางเพียงอยางเดียว การแสดงรายละเอียดหนา การแสดง
รายละเอียดขอความ/โครงสราง




                      รูปที่ 5.5 รายการคําสั่งหลัก View ของโปรแกรม Data Compare

                  (5) รายการคําสั่งหลัก Help เปนรายการคําสั่งยอยที่ใชในการชวยเหลือเกี่ยวกับ
เนื้อหา และขอมูลเกี่ยวกับโปรแกรมยอย Data Compare




                       รูปที่ 5.6 รายการคําสั่งหลัก Help ของโปรแกรม Data Compare

               5.1.2 หนาตางหลักสวนที่ 2
                     เปน สวนของแถบเครื่องมือในการทํ างาน ประกอบดวยรายละเอียดตางๆ ดัง
รูปที่ 5.7
                                                            Copy
                                                                                 แสดงชื่อตารางที่ 1 เทียบกับชื่อตารางที่ 2
                                                         Cut Paste


             New Script
         Open Script
                                                                         Edit Mode On
             Edit Script
                                                                                        Read-Only Mode On



                    รูปที่ 5.7 แถบเครื่องมือในการทํางานของโปรแกรม Data Compare

               ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
72                              บทที่ 5 การตรวจสอบขอมูลนําเขาดวย Data Compare




         5.1.3 หนาตางหลักสวนที่ 3
               เปนสวนแสดงขอมูลที่แตกตางของแตละแฟม ของแถบเครื่องมือในการทํางาน
ประกอบดวยรายละเอียดตางๆ ดังรูปที่ 5.8


                                                                            เปนสวนที่แสดงคาขอมูลที่แตกตาง
                                                                            จาก Table 2 จะถูกระบายดวยสี
                                                                            เหลือง




                                                                            เปนสวนที่แสดงคาขอมูลที่แตกตาง
                                                                            จาก Table 1 จะถูกระบายดวยสี
                                                                            เหลืองเชนเดียวกัน

                               รูปที่ 5.8 หนาตางแสดงผลการเปรียบเทียบ

รายละเอียดสวนอื่น
                           เปนสวนที่แสดงจํานวนความแตกตางของคาขอมูลที่พบทั้งหมด จากการ
                           เปรียบเทียบทั้งสองแฟมขอมูล




เปนสวนที่ใชในการแกไขคาขอมูลที่พบความแตกตาง โดยควบคุมการเคลื่อนยายไปยังคาขอมูลที่
แตกตางโดยใชเมาสคลิกที่ลูกศรซาย-ขวา และแรกสุด-หลังสุด สวนกรณีปุมจะคลิกเมื่อตองการ
แทนที่คาขอมูลดังนี้

                                                        เมื่อเห็นวาคาขอมูลที่แตกตางกันที่อยูใน Table 1 ถูก
                                                        จะคลิกที่นี่ เพื่อใหคาขอมูลที่ผิดใน Table 2 แกไข
                                                                              
                                                        ตามที่ปรากฏคาใน Table 1


          ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Info for Windows                                    73




                                                                   เมื่อเห็นวาคาขอมูลที่แตกตางกันที่อยูใน Table 2 ถูก
                                                                   จะคลิกที่นี่ เพื่อใหคาขอมูลที่ผิดใน Table 1 แกไข
                                                                                         
                                                                   ตามที่ปรากฏคาใน Table 2

                     5.2 ขั้นตอนการตรวจสอบขอมูลนําเขาดวยโปรแกรมยอย Data Compare

                    กอนทําการตรวจสอบขอมูลนําเขาดวยการเปรียบเทียบแฟมขอมูลของโปรแกรมยอย
       Data Compare ตองมีการจัดเตรียมและวางแผนการดําเนินงานเพื่อรองรับการเปรียบเทียบ
       แฟมขอมูลกอน ซึ่งสามารถอธิบายแนวทางเปนหลักการไดดังนี้คือ เริ่มตนจากทําการคัดลอกแฟม
       แบบฟอรมนําเขาขอมูลที่สรางจากโปรแกรมยอย Make View ออกเปน 2 แฟมขอมูล จากนั้นให
       ผูนําเขาขอมูลคนที่ 1 พิมพขอมูลลงในแบบฟอรมแฟมที่ 1 และคนที่ 2 พิมพขอมูลลงในแบบฟอรม
       แฟมที่ 2 โดยในการนําเขานี้ ตองเปนแบบสอบถามชุดเดียวกันทั้งหมด เมื่อนําเขาขอมูลครบทั้ง
       สองแฟมแลว จะถือวาไดแฟมฐานขอมูลที่ถูกนําเขาขอมูลจากแบบสอบถามชุดเดียวกัน จํานวน
       สองแฟมที่มีชื่อแตกตางกัน ดังรูป

                                             สรางแบบฟอรมนําเขาขอมูล

                                                                   กําหนดชื่อ Project เปน Garbage
                                                                   กําหนดชื่อ View เปน Method

               แฟม Garbage_A                           คัดลอกเปน                       แฟม Garbage_B
                                                         สองแฟม




                                                      แบบสอบถาม
     ผูนําเขาคนที่ 1                                                                                    ผูนําเขาคนที่ 2


แฟมขอมูล Garbage_A                                                                              แฟมขอมูล Garbage_B

                                             รูปที่ 5.9 แผนผังการนําเขาขอมูล 2 ครั้ง
                     ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
74                                 บทที่ 5 การตรวจสอบขอมูลนําเขาดวย Data Compare




            ภายหลังจากนําเขาขอมูลสองครั้ง จากแบบสอบถามชุดเดียวกัน จะไดแฟมขอมูลสอง
แฟมที่ควรจะมีขอมูลภายในแฟมเหมือนกันทุกประการ แตหากพบความแตกตางที่เกิดขึ้น แสดงวา
ตองมีแฟมขอมูลใด แฟมขอมูลหนึ่งที่ผิดพลาด จากหลักการนี้เอง จึงเปนแนวทางในการตรวจสอบ
ขอมูลนําเขาดวยการเปรียบเทียบแฟมขอมูลสองแฟมของโปรแกรมยอย Data Compare ซึ่งมี
ขั้นตอนในการปฏิบัติ ดังนี้

        5.2.1 การเขาสูโปรแกรม
              เปนการเริ่มตนเรียกใชงานโปรแกรมยอย Data Compare ซึ่งสามารถเขาสู
โปรแกรมได โดยผานรายการคําสั่งหลัก(Main Menu)ของโปรแกรม Epi Info ดังรูปที่ 5.10




        รูปที่ 5.10 รายการคําสั่ง Data Compare บนหนาตางโปรแกรม Epi Info for Windows

           5.2.2 การกําหนดแฟมขอมูลและตารางขอมูล
                 โดยกําหนดแฟมฐานขอมูล(Project)ที่ 1 ชื่อ Garbage_A และกําหนดชื่อ
ตารางขอมูล(Table) หรือ View ที่ 1 ชื่อ Method ขณะเดียวกันกําหนดแฟมฐานขอมูล(Project)ที่ 2
ชื่อ Garbage_B และกําหนดชื่อตารางขอมูล(Table) หรือ View ที่ 2 ชื่อ Method เชนเดียวกัน ซึ่งมี
แนวทางในการปฏิบัติดังนี้

     . เลื่อนเมาสไปคลิกที่ปุมแถบเครื่องมือชื่อ New ดังรูปที่ 5.11




                 รูปที่ 5.11 แถบเครื่องมือ New บนหนาตางโปรแกรม Data Compare

             ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Info for Windows                                    75




          หรือเลื่อนเมาสไปคลิกรายการคําสั่งหลัก File แลวเลื่อนเมาสไปคลิกที่รายการคําสั่งยอย
New Script ดังรูปที่ 5.12




             รูปที่ 5.12 รายการคําสั่ง New Script บนหนาตางโปรแกรม Data Compare

  . จากนั้นจะปรากฏหนาตางของการกําหนดชื่อแฟมขอมูลและตารางขอมูล โดยมีรายละเอียด
ของตัวเลือกที่สําคัญดังนี้

                                                      เป น ส ว นที่ใ ช ใ นการกํ า หนดชนิ ด ของ
                                                      ตารางขอมูล ประกอบดวย Epi Info
View (กรณีสรางแบบนําเขาขอมูลดวย Make View ) กับ Standard Table (กรณีสรางฐานขอมูลดวย
โปรแกรม Microsoft Access )

                                                    เปนสวนที่ใชในการกําหนดชื่อและตําแหนงที่
                                                    อยูข องแฟ ม ขอมู ล ที่ 1        ที่ตอ งการนํ า มา
                                                    เปรียบเทียบโดยการคลิกที่ปุม จากนั้นจึง
                                                    คลิ ก ที่ ปุ ม     เพื่ อ เลื อ กตารางข อ มู ล ของ
แฟมขอมูลที่ 1 ที่ตองการเปรียบเทียบ ขณะที่ตัวเลือก Make Backup เปนการกําหนดวา ตองการทํา
สํารองแฟมขอมูลชุดนี้หรือไม

                                                     เปนสวนที่ใชในการกําหนดชื่อและตําแหนง
                                                     ที่อยูของแฟมขอมูล ที่ 2 ที่ตองการนํามา
                                                     เปรียบเทียบโดยการคลิกที่ปม จากนั้นจึง
                                                                                    ุ
                                                     คลิ ก ที่ ปุ ม  เพื่ อ เลื อ กตารางข อ มู ล ของ
แฟมขอมูลที่ 2 ที่ตองการเปรียบเทียบ ขณะที่ตัวเลือก Make Backup เปนการกําหนดวา ตองการทํา
สํารองแฟมขอมูลชุดนี้หรือไม
            ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
76                                 บทที่ 5 การตรวจสอบขอมูลนําเขาดวย Data Compare




      รูปที่ 5.13 หนาตางการกําหนดชื่อแฟมขอมูลและตารางขอมูลของโปรแกรม Data Compare

  . จากขอมูลชื่อ Project และ Table ในขอขางตน สามารถนํามาระบุบนหนาตางเริ่มตนของ
โปรแกรมยอย Data Compare ได เมื่อแลวเสร็จจึงเลื่อนเมาสไปคลิกที่ปุม  ดังรูปที่ 5.14




                                                                                          แฟมที่ 1



                                                                                          แฟมที่ 2




     รูปที่ 5.14 หนาตางผลการกําหนดชื่อแฟมขอมูลและตารางขอมูลของโปรแกรม Data Compare
             ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Info for Windows                                    77




             5.2.3 การระบุโครงสรางของตาราง
                   เปนหนาตางที่ใชในการกําหนดกรณีโครงสรางของตารางเหมือนกัน หรือไม
เหมือนกัน ซึ่งกรณีเหมือนกันทั้งสองแฟมที่นํามาเปรียบเทียบ จะคลิกเมาสที่กลองหนาขอความเพื่อ
ไม ใ ห แ สดงหน า ต า งนี้ และโดยส ว นใหญ ใ นทางปฏิ บั ติ มั ก เป น กรณี นี้ จากนั้ น จึ ง คลิ ก ที่
ปุม              ดังรูปที่ 5.15




                  รูปที่ 5.15 หนาตางการระบุโครงสรางของโปรแกรม Data Compare

           5.2.4 การระบุ Match Fields
                 เป น การเลื อ กฟ ล ด ที่ มี ค า เดี ย ว(Unique Identifiers) เพื่ อ เป น จุ ด อ า งอิ ง ในการ
เปรียบเทียบระหวางสองแฟมขอมูล โดยมีขั้นตอนในการปฏิบัติดังนี้

    . ภายหลังจากที่คลิกปุม                             จากนั้นจะเขาสูหนาตางในการกําหนด Match Fields
ดังรูปที่ 5.16




             ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
78                               บทที่ 5 การตรวจสอบขอมูลนําเขาดวย Data Compare




           รูปที่ 5.16 หนาตางการกําหนด Match Fields ของโปรแกรม Data Compare

   . เลื่อนเมาสไปคลิกกลองชื่อฟลด ID เพื่อกําหนดใหเปน Match Fields จากนั้นจึงเลื่อนเมาสไป
คลิกที่ปุม            ดังรูปที่ 5.17




            รูปที่ 5.17 ผลการระบุ Match Fields เปน ID ของโปรแกรม Data Compare

           ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Info for Windows                                    79




          5.2.5 การระบุฟลดที่ตองการนํามาเปรียบเทียบ
                  เป น หน า ต า งที่ ใ ช ใ นการระบุ ฟ ล ด ที่ ต อ งการนํ า มาเปรี ย บเที ย บระหว า งสอง
แฟมขอมูล ซึ่งโดยสวนใหญมักระบุใหนํามาเปรียบเทียบทุกฟลด ดังนั้นจึงเลื่อนเมาสไปคลิกที่
ปุม            จากนั้นจึงคลิกที่ปุม                   ดังรูปที่ 5.18




                         รูปที่ 5.18 หนาตางการระบุ Fields ที่ตองการเปรียบเทียบ

            5.2.6 การสรางแฟมเก็บผลการเปรียบเทียบในรูปแบบ HTML
                  เปนการกําหนดใหโปรแกรมสรางรายงานผลการเปรียบเทียบ ในรูปแบบภาษา
HTML นั่นคือ เปนภาษาที่สามารถนําไปแสดงผลบนเว็บไซตในระบบอินเทอรเน็ตได โดยกําหนด
ชื่อแฟมเปน Garbage_AB.html จากนั้นจึงคลิกที่ปุม        ดังรูปที่ 5.19




                  รูปที่ 5.19 หนาตางการระบุชื่อแฟมในการบันทึกผลการเปรียบเทียบ
             ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
80                              บทที่ 5 การตรวจสอบขอมูลนําเขาดวย Data Compare




          5.2.7 การบันทึกรายละเอียดของคําสั่ง(Script)
                เปนการบันทึกรายละเอียดของคําสั่งที่เคยระบุไวกอนหนานี้ โดยกําหนดชื่อแฟม
เปน Garbage_AB จากนั้นจึงคลิกที่ปุม            ดังรูปที่ 5.20




                          รูปที่ 5.20 การบันทึกรายละเอียดของคําสั่ง(Script)



          ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Info for Windows                                    81




            5.2.8 การเปรียบเทียบและผลการเปรียบเทียบ
                  ภายหลังจากที่ไดบันทึกรายละเอียดของคําสั่งเปนแฟม Script และเลื่อนเมาสไป
คลิกที่ปุม            จากนั้นโปรแกรมจะทําการเปรียบเทียบขอมูลตามเงื่อนไขรายละเอียดตางๆ
ที่กําหนดไว และแสดงผลการเปรียบเทียบขอมูล ดังรูปที่ 5.21




                                รูปที่ 5.21 หนาตางแสดงผลการเปรียบเทียบ

ผลการเปรียบเทียบที่บันทึกไวในแฟม Garbage_AB.html ดังรูปที่ 5.22




                                                      ชื่อแฟม Script

                                                       ชื่อแฟมและตารางที่นํามาเปรียบเทียบ
                                                                           สถิติผลการเปรียบเทียบ


                                                                            ผลการเปรียบเทียบ



        รูปที่ 5.22 หนาตางแสดงผลการเปรียบเทียบที่บันทึกไวในแฟมขอมูลรูป HTML

           ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
82                                 บทที่ 5 การตรวจสอบขอมูลนําเขาดวย Data Compare




             5.2.9 การตรวจสอบคาขอมูลที่แตกตางกัน
                   ภายหลังจากพบวา ผลการเปรียบเทียบมีคาขอมูลแตกตางกัน แสดงวา ตองมีคา
ขอมูลในแฟมใดแฟมหนึ่งผิด ดังนั้นจึงตองทําการตรวจสอบขอเท็จจริงวา คาขอมูลที่แทจริงเปน
อยางไร เพื่อตัดสินใจและนําไปสูการแกไขคาที่ผิดใหถูกตอง โดยมีขั้นตอนในการปฏิบัติดังนี้

     . พิจารณาผลการเปรียบเทียบที่เกิดขึ้นจากแฟม Garbage_AB.html ดังรูปที่ 5.23
      ฟลดที่พบคาขอมูลแตกตางกัน
                     ID ที่พบคาขอมูลแตกตางกัน                            คาขอมูลแตกตางกัน




                                   รูปที่ 5.23 การพิจารณาผลการเปรียบเทียบ

     สรุปผลการเปรียบเทียบ พบวา มี ID = 5, 16, 31, 43 และ 45 ที่พบความแตกตาง

   . นําหมายเลข ID ทั้ง 5 หมายเลข ไปตรวจสอบคาที่ถูกตองจากแบบสอบถามตนฉบับ แลวขีดฆา
ขอมูลที่ไมถูกตอง และเขียนขอมูลที่ถูกตอง โดยใชปากกาหมึกเขม ดังรูปที่ 5.24

                         1
                         2
                         47                                                 o
                                                                            2
                         2
                                  รูปที่ 5.24 การตรวจสอบผลการเปรียบเทียบ




             ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Info for Windows                                    83




    หมายเลข ID              ชื่อฟลด(ตัวแปร)               คาที่ถูกตอง              คาที่ผิด
        5                      METHOD3                              1                     0
       16                      STATUS                               2                     1
       31                      AGE                                47                    41
                               METHOD2                              0                     1
        43                     STATUS                                2                    1
        45                   COM                                    2                     1

          5.2.10 การแกไขคาขอมูลในหนาตางแสดงผลการเปรียบเทียบ
                 ภายหลังจากตรวจสอบความถูกตองของคาขอมูลที่แตกตางกันแลว ขั้นตอน
ตอไปเปนการแกไขคาขอมูลที่ผิดใหมีคาถูกตอง โดยใชหนาตางแสดงผลการเปรียบเทียบของ
โปรแกรมยอย Data Compare โดยมีขั้นตอนในการปฏิบัติดังนี้

  .เลื่อนเมาสไปคลิกที่ปุม                  หรือ Read-Only Mode On บนแถบเครื่องมือเพื่อเขาสูโหมด
ของการแกไขขอมูลดังรูปที่ 5.25




  รูปที่ 5.25 ปุมเครื่องมือรายการ Read-Only Mode On บนหนาตางโปรแกรมยอย Analyze Data

   . จากนั้นปุม Read-Only Mode On จะเปลี่ยนไปเปน Edit Mode On และปุม Accept Table 1
Value กับ Accept Table 2 Value จะเปลี่ยนเปนปุมที่สามารถใชงานได(Active) ดังรูปที่ 5.26




           ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
84                               บทที่ 5 การตรวจสอบขอมูลนําเขาดวย Data Compare




     รูปที่ 5.26 ปุมเครื่องมือรายการ Edit Mode On บนหนาตางโปรแกรมยอย Analyze Data

     . พิจารณา ID = 5 ในคอลัมนหรือฟลดชื่อ METHOD3 จะพบวา ใน Table 1 มีคา METHOD3 =
0 และใน Table 2 มีคา METHOD3 = 1 ซึ่งจากการตรวจสอบจากตนฉบับพบวา คา METHOD3 = 1
เปนคาที่ถูกตอง แสดงวา คาใน Table 1 ผิด ดังนั้นการแกไขคาดังกลาวใหถูกตอง จึงสามารถทําได
โดยการแทนที่คาผิดดวยคาที่ถูก นั่นคือ เลื่อนเมาสไปคลิกที่คา METHOD3 = 1 ใน Table 2 จากนั้น
เลื่อนเมาสไปคลิกที่ปุม Accept Table 2 Value ผลที่ไดจะทําใหคาของ METHOD3 ใน Table 1
เปลี่ยนคาจาก 0 เปน 1 เชนเดียวกับ Table 2 ทันที ดังรูปที่ 5.27




           ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Info for Windows                                    85




 รูปที่ 5.27 การแสดงผลแกไขคาใหถูกตองจากหนาตางผลการเปรียบเทียบ


ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
86                               บทที่ 5 การตรวจสอบขอมูลนําเขาดวย Data Compare




    . พิจารณา ID = 16 ในคอลัมนหรือฟลดชื่อ STATUS จะพบวา ใน Table 1 มีคา STATUS = 1
และใน Table 2 มีคา STATUS = 2 ซึ่งจากการตรวจสอบจากตนฉบับพบวา คา STATUS = 2 เปน
คาที่ถูกตอง แสดงวา คาใน Table 1 ผิด ดังนั้นการแกไขคาดังกลาวใหถูกตอง จึงสามารถทําไดโดย
การแทนที่คาผิดดวยคาที่ถูก นั่นคือ เลื่อนเมาสไปคลิกที่คา STATUS = 2 ใน Table 2 จากนั้นเลื่อน
เมาสไปคลิกที่ปุม Accept Table 2 Value ผลที่ไดจะทําใหคาของ STATUS ใน Table 1 เปลี่ยนคา
จาก 1 เปน 2 เชนเดียวกับ Table 2 ทันที ดังรูปที่ 5.28




            รูปที่ 5.28 การแสดงผลแกไขคาใหถูกตองจากหนาตางผลการเปรียบเทียบ
           ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Info for Windows                                    87




     . กรณี ID อื่น ก็พิจารณาและปฏิบัติไดตามแนวเดียวกัน โดยมีหลักการวา หากพบคาถูกอยูใน
Table ใด ใหเลื่อนเมาสไปคลิกที่คานั้น แลวคลิกที่ปุมยอมรับคา Table นั้น เชน ถาคาใน Table 1 ถูก
ใหเลื่อนเมาสไปคลิกที่คานั้น แลวคลิกที่ปุม Accept Table 1 Value หรือถาคาใน Table 2 ถูก ให
เลื่อนเมาสไปคลิกที่คานั้น แลวคลิกที่ปุม Accept Table 2 Value เปนตน และกรณีคาขอมูลใน Table
ผิดทั้งคู ใหเลื่อนเมาสไปดับเบิ้ลคลิกที่คาใดคาหนึ่งของ Table ใดก็ได จากนั้นแกไขคาใหถูกตอง
แลวดําเนินการตอไปโดยใชหลักการเดิม

  . แกไขคาขอมูลใหครบ จนปรากฏขอความ No Differences นั่นแสดงวา ไมพบความแตกตาง
ใดๆ ของขอมูลทั้งสองแฟม ดังรูปที่ 5.29




                     รูปที่ 5.29 การแสดงผลการเปรียบเทียบทีไมพบความแตกตาง
                                                          ่

          ขั้นตอนที่ปรากฏขอความ No Differences ดังกลาวขางตน ถือเปนขั้นตอนสุดทายใน
การตรวจสอบขอมูลนําเขา ดวยโปรแกรมยอย Data Compare เพราะเมื่อไมพบความแตกตางของคา
ขอมูล แสดงวา คาขอมูลนําเขาทุกตัวแปร ทุกเรคคอรดของทั้งสองแฟมเปนคาเดียวกัน ดังนั้นเมื่อ
ตองการนําแฟมขอมูลไปใชงาน จึงสามารถทําได โดยเลือกเพียงแฟมขอมูลใดแฟมขอมูลหนึ่งไป


            ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
88                                  บทที่ 5 การตรวจสอบขอมูลนําเขาดวย Data Compare




                                                        5.3 บทสรุป

                 การตรวจสอบขอมูลนําเขาดวยโปรแกรมยอย Data Compare เปนขั้นตอนการตรวจสอบ
ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากการนําเขาขอมูล ซึ่งเมื่อดําเนินการแลวเสร็จ จะไดคาขอมูลที่เกิดจากการ
นํ า เข า ทั้ ง สองครั้ ง ตรงกั น นั่ น เป น สิ่ ง ยื น ยั น ว า ค า ข อ มู ล ที่ นํ า เข า จะถู ก ต อ งและครบถ ว น
ตามแบบฟอร ม เก็ บ ข อ มู ล ต น ฉบั บ ในทางปฏิ บั ติ วิ ธี ก ารนํ า เข า ข อ มู ล ดั ง กล า ว มั ก ถู ก นํ า มาใช
เพื่อควบคุม และตรวจสอบคุณ ภาพของขอมู ลในงานวินิจ ฉั ย ชุม ชน แตทั้ งนี้ห ากผูเ กี่ย วข องไม
สามารถดํ า เนิ น การได ต ามวิ ธี ก ารดั ง กล า วข า งต น ซึ่ ง อาจเนื่ อ งมาจากข อ จํ า กั ด เรื่ อ งของเวลา
งบประมาณ หรือบุคลากร ก็ควรชี้แจง หรือระบุเหตุจําเปนที่ไมสามารถดําเนินการไดในรายงานผล
การสํารวจ ทั้งนี้เพื่อเปนขอมูลพื้นฐานประกอบในการชี้แจงและตรวจสอบคุณภาพของขอมูลใน
งานวินจฉัยชุมชนตอไป
           ิ




              ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน

Epi info unit05

  • 1.
    บทที่ 5 การตรวจสอบขอมูลนําเขา ดวย โปรแกรมยอย Data Compare การสรางแบบฟอรมดวยโปรแกรมยอย Make View (Questionnaire) และการนําเขา ขอมูลดวยโปรแกรมยอย Enter Data สามารถควบคุมและกลั่นกรองความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากการ นําเขาขอมูลไดระดับหนึ่ง แตยังไมสามารถครอบคลุมความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากผูนําเขาขอมูล ได ดังนั้นเพื่อลดความผิดพลาดดังกลาว จึงกําหนดใหมีการนําเขาขอมูล 2 ครั้ง(Double Data Entry) จากแบบฟอรมเก็บขอมูลชุดเดียวกัน และจัดเก็บแฟมแยกเปน 2 แฟม เพื่อนํามาเปรียบเทียบคนหา ความแตกตางที่เกิดขึ้น ซึ่งโปรแกรมยอยที่นํามาใชกับงานลักษณะเชนนี้ เรียกวา Data Compare 5.1 แนะนําโปรแกรมยอย Data Compare เมื่อเขาสูโปรแกรม Data Compare จะมีหนาตางหลัก 3 สวน ดังรูปที่ 5.1 สวนที่ 1 สวนที่ 2 สวนที่ 3 รูปที่ 5.1 หนาตางหลักของโปรแกรม Data Compare ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 2.
    70 บทที่ 5 การตรวจสอบขอมูลนําเขาดวย Data Compare ซึ่งจากรูปหนาแรกของโปรแกรมยอย Data Compare ขางตน สามารถอธิบายในสวน รายละเอียดยอยภายในหนาตางหลักของแตละสวนไดดังนี้ 5.1.1 หนาตางหลักสวนที่ 1 เปนสวนของแถบรายการคําสั่งหลักในการทํางาน ประกอบดวยรายละเอียด ตางๆดังนี้ (1) แถบรายการคําสั่งหลัก(Main menu)ในสวนที่ 1 รูปที่ 5.2 แถบรายการคําสั่งหลักของโปรแกรม Data Compare (2) รายการคําสั่งหลัก File เปนรายการคําสั่งยอยที่ใชในการเปดหนาตางการ ทํางานเพื่อเปรียบเทียบแฟมขอมูลใหม เรียกผลการเปรียบเทียบที่เคยบันทึกไว การบันทึก การ บันทึกเปนแฟมอื่น การกําหนดคุณสมบัติของการเปรียบเทียบและการออกจากโปรแกรม รูปที่ 5.3 รายการคําสั่งหลัก File ของโปรแกรม Data Compare (3) รายการคําสั่งหลัก Edit เปนรายการคําสั่งยอยที่ใชในการแกไขขอมูล ไดแก การตัด การคัดลอก การวางขอมูล และการคัดลอก หรือการลบในตาราง รูปที่ 5.4 รายการคําสั่งหลัก Edit ของโปรแกรม Data Compare ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 3.
    คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Infofor Windows 71 (4) รายการคําสั่งหลัก View เปนรายการคําสั่งยอยที่ใชในการกําหนดการแสดง ของขอมูล ไดแก การแสดงคาขอมูลที่แตกตางเพียงอยางเดียว การแสดงรายละเอียดหนา การแสดง รายละเอียดขอความ/โครงสราง รูปที่ 5.5 รายการคําสั่งหลัก View ของโปรแกรม Data Compare (5) รายการคําสั่งหลัก Help เปนรายการคําสั่งยอยที่ใชในการชวยเหลือเกี่ยวกับ เนื้อหา และขอมูลเกี่ยวกับโปรแกรมยอย Data Compare รูปที่ 5.6 รายการคําสั่งหลัก Help ของโปรแกรม Data Compare 5.1.2 หนาตางหลักสวนที่ 2 เปน สวนของแถบเครื่องมือในการทํ างาน ประกอบดวยรายละเอียดตางๆ ดัง รูปที่ 5.7 Copy แสดงชื่อตารางที่ 1 เทียบกับชื่อตารางที่ 2 Cut Paste New Script Open Script Edit Mode On Edit Script Read-Only Mode On รูปที่ 5.7 แถบเครื่องมือในการทํางานของโปรแกรม Data Compare ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 4.
    72 บทที่ 5 การตรวจสอบขอมูลนําเขาดวย Data Compare 5.1.3 หนาตางหลักสวนที่ 3 เปนสวนแสดงขอมูลที่แตกตางของแตละแฟม ของแถบเครื่องมือในการทํางาน ประกอบดวยรายละเอียดตางๆ ดังรูปที่ 5.8 เปนสวนที่แสดงคาขอมูลที่แตกตาง จาก Table 2 จะถูกระบายดวยสี เหลือง เปนสวนที่แสดงคาขอมูลที่แตกตาง จาก Table 1 จะถูกระบายดวยสี เหลืองเชนเดียวกัน รูปที่ 5.8 หนาตางแสดงผลการเปรียบเทียบ รายละเอียดสวนอื่น เปนสวนที่แสดงจํานวนความแตกตางของคาขอมูลที่พบทั้งหมด จากการ เปรียบเทียบทั้งสองแฟมขอมูล เปนสวนที่ใชในการแกไขคาขอมูลที่พบความแตกตาง โดยควบคุมการเคลื่อนยายไปยังคาขอมูลที่ แตกตางโดยใชเมาสคลิกที่ลูกศรซาย-ขวา และแรกสุด-หลังสุด สวนกรณีปุมจะคลิกเมื่อตองการ แทนที่คาขอมูลดังนี้ เมื่อเห็นวาคาขอมูลที่แตกตางกันที่อยูใน Table 1 ถูก จะคลิกที่นี่ เพื่อใหคาขอมูลที่ผิดใน Table 2 แกไข  ตามที่ปรากฏคาใน Table 1 ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 5.
    คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Infofor Windows 73 เมื่อเห็นวาคาขอมูลที่แตกตางกันที่อยูใน Table 2 ถูก จะคลิกที่นี่ เพื่อใหคาขอมูลที่ผิดใน Table 1 แกไข  ตามที่ปรากฏคาใน Table 2 5.2 ขั้นตอนการตรวจสอบขอมูลนําเขาดวยโปรแกรมยอย Data Compare กอนทําการตรวจสอบขอมูลนําเขาดวยการเปรียบเทียบแฟมขอมูลของโปรแกรมยอย Data Compare ตองมีการจัดเตรียมและวางแผนการดําเนินงานเพื่อรองรับการเปรียบเทียบ แฟมขอมูลกอน ซึ่งสามารถอธิบายแนวทางเปนหลักการไดดังนี้คือ เริ่มตนจากทําการคัดลอกแฟม แบบฟอรมนําเขาขอมูลที่สรางจากโปรแกรมยอย Make View ออกเปน 2 แฟมขอมูล จากนั้นให ผูนําเขาขอมูลคนที่ 1 พิมพขอมูลลงในแบบฟอรมแฟมที่ 1 และคนที่ 2 พิมพขอมูลลงในแบบฟอรม แฟมที่ 2 โดยในการนําเขานี้ ตองเปนแบบสอบถามชุดเดียวกันทั้งหมด เมื่อนําเขาขอมูลครบทั้ง สองแฟมแลว จะถือวาไดแฟมฐานขอมูลที่ถูกนําเขาขอมูลจากแบบสอบถามชุดเดียวกัน จํานวน สองแฟมที่มีชื่อแตกตางกัน ดังรูป สรางแบบฟอรมนําเขาขอมูล กําหนดชื่อ Project เปน Garbage กําหนดชื่อ View เปน Method แฟม Garbage_A คัดลอกเปน แฟม Garbage_B สองแฟม แบบสอบถาม ผูนําเขาคนที่ 1 ผูนําเขาคนที่ 2 แฟมขอมูล Garbage_A แฟมขอมูล Garbage_B รูปที่ 5.9 แผนผังการนําเขาขอมูล 2 ครั้ง ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 6.
    74 บทที่ 5 การตรวจสอบขอมูลนําเขาดวย Data Compare ภายหลังจากนําเขาขอมูลสองครั้ง จากแบบสอบถามชุดเดียวกัน จะไดแฟมขอมูลสอง แฟมที่ควรจะมีขอมูลภายในแฟมเหมือนกันทุกประการ แตหากพบความแตกตางที่เกิดขึ้น แสดงวา ตองมีแฟมขอมูลใด แฟมขอมูลหนึ่งที่ผิดพลาด จากหลักการนี้เอง จึงเปนแนวทางในการตรวจสอบ ขอมูลนําเขาดวยการเปรียบเทียบแฟมขอมูลสองแฟมของโปรแกรมยอย Data Compare ซึ่งมี ขั้นตอนในการปฏิบัติ ดังนี้ 5.2.1 การเขาสูโปรแกรม เปนการเริ่มตนเรียกใชงานโปรแกรมยอย Data Compare ซึ่งสามารถเขาสู โปรแกรมได โดยผานรายการคําสั่งหลัก(Main Menu)ของโปรแกรม Epi Info ดังรูปที่ 5.10 รูปที่ 5.10 รายการคําสั่ง Data Compare บนหนาตางโปรแกรม Epi Info for Windows 5.2.2 การกําหนดแฟมขอมูลและตารางขอมูล โดยกําหนดแฟมฐานขอมูล(Project)ที่ 1 ชื่อ Garbage_A และกําหนดชื่อ ตารางขอมูล(Table) หรือ View ที่ 1 ชื่อ Method ขณะเดียวกันกําหนดแฟมฐานขอมูล(Project)ที่ 2 ชื่อ Garbage_B และกําหนดชื่อตารางขอมูล(Table) หรือ View ที่ 2 ชื่อ Method เชนเดียวกัน ซึ่งมี แนวทางในการปฏิบัติดังนี้ . เลื่อนเมาสไปคลิกที่ปุมแถบเครื่องมือชื่อ New ดังรูปที่ 5.11 รูปที่ 5.11 แถบเครื่องมือ New บนหนาตางโปรแกรม Data Compare ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 7.
    คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Infofor Windows 75 หรือเลื่อนเมาสไปคลิกรายการคําสั่งหลัก File แลวเลื่อนเมาสไปคลิกที่รายการคําสั่งยอย New Script ดังรูปที่ 5.12 รูปที่ 5.12 รายการคําสั่ง New Script บนหนาตางโปรแกรม Data Compare . จากนั้นจะปรากฏหนาตางของการกําหนดชื่อแฟมขอมูลและตารางขอมูล โดยมีรายละเอียด ของตัวเลือกที่สําคัญดังนี้ เป น ส ว นที่ใ ช ใ นการกํ า หนดชนิ ด ของ ตารางขอมูล ประกอบดวย Epi Info View (กรณีสรางแบบนําเขาขอมูลดวย Make View ) กับ Standard Table (กรณีสรางฐานขอมูลดวย โปรแกรม Microsoft Access ) เปนสวนที่ใชในการกําหนดชื่อและตําแหนงที่ อยูข องแฟ ม ขอมู ล ที่ 1 ที่ตอ งการนํ า มา เปรียบเทียบโดยการคลิกที่ปุม จากนั้นจึง คลิ ก ที่ ปุ ม เพื่ อ เลื อ กตารางข อ มู ล ของ แฟมขอมูลที่ 1 ที่ตองการเปรียบเทียบ ขณะที่ตัวเลือก Make Backup เปนการกําหนดวา ตองการทํา สํารองแฟมขอมูลชุดนี้หรือไม เปนสวนที่ใชในการกําหนดชื่อและตําแหนง ที่อยูของแฟมขอมูล ที่ 2 ที่ตองการนํามา เปรียบเทียบโดยการคลิกที่ปม จากนั้นจึง ุ คลิ ก ที่ ปุ ม เพื่ อ เลื อ กตารางข อ มู ล ของ แฟมขอมูลที่ 2 ที่ตองการเปรียบเทียบ ขณะที่ตัวเลือก Make Backup เปนการกําหนดวา ตองการทํา สํารองแฟมขอมูลชุดนี้หรือไม ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 8.
    76 บทที่ 5 การตรวจสอบขอมูลนําเขาดวย Data Compare รูปที่ 5.13 หนาตางการกําหนดชื่อแฟมขอมูลและตารางขอมูลของโปรแกรม Data Compare . จากขอมูลชื่อ Project และ Table ในขอขางตน สามารถนํามาระบุบนหนาตางเริ่มตนของ โปรแกรมยอย Data Compare ได เมื่อแลวเสร็จจึงเลื่อนเมาสไปคลิกที่ปุม ดังรูปที่ 5.14 แฟมที่ 1 แฟมที่ 2 รูปที่ 5.14 หนาตางผลการกําหนดชื่อแฟมขอมูลและตารางขอมูลของโปรแกรม Data Compare ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 9.
    คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Infofor Windows 77 5.2.3 การระบุโครงสรางของตาราง เปนหนาตางที่ใชในการกําหนดกรณีโครงสรางของตารางเหมือนกัน หรือไม เหมือนกัน ซึ่งกรณีเหมือนกันทั้งสองแฟมที่นํามาเปรียบเทียบ จะคลิกเมาสที่กลองหนาขอความเพื่อ ไม ใ ห แ สดงหน า ต า งนี้ และโดยส ว นใหญ ใ นทางปฏิ บั ติ มั ก เป น กรณี นี้ จากนั้ น จึ ง คลิ ก ที่ ปุม ดังรูปที่ 5.15 รูปที่ 5.15 หนาตางการระบุโครงสรางของโปรแกรม Data Compare 5.2.4 การระบุ Match Fields เป น การเลื อ กฟ ล ด ที่ มี ค า เดี ย ว(Unique Identifiers) เพื่ อ เป น จุ ด อ า งอิ ง ในการ เปรียบเทียบระหวางสองแฟมขอมูล โดยมีขั้นตอนในการปฏิบัติดังนี้ . ภายหลังจากที่คลิกปุม จากนั้นจะเขาสูหนาตางในการกําหนด Match Fields ดังรูปที่ 5.16 ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 10.
    78 บทที่ 5 การตรวจสอบขอมูลนําเขาดวย Data Compare รูปที่ 5.16 หนาตางการกําหนด Match Fields ของโปรแกรม Data Compare . เลื่อนเมาสไปคลิกกลองชื่อฟลด ID เพื่อกําหนดใหเปน Match Fields จากนั้นจึงเลื่อนเมาสไป คลิกที่ปุม ดังรูปที่ 5.17 รูปที่ 5.17 ผลการระบุ Match Fields เปน ID ของโปรแกรม Data Compare ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 11.
    คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Infofor Windows 79 5.2.5 การระบุฟลดที่ตองการนํามาเปรียบเทียบ เป น หน า ต า งที่ ใ ช ใ นการระบุ ฟ ล ด ที่ ต อ งการนํ า มาเปรี ย บเที ย บระหว า งสอง แฟมขอมูล ซึ่งโดยสวนใหญมักระบุใหนํามาเปรียบเทียบทุกฟลด ดังนั้นจึงเลื่อนเมาสไปคลิกที่ ปุม จากนั้นจึงคลิกที่ปุม ดังรูปที่ 5.18 รูปที่ 5.18 หนาตางการระบุ Fields ที่ตองการเปรียบเทียบ 5.2.6 การสรางแฟมเก็บผลการเปรียบเทียบในรูปแบบ HTML เปนการกําหนดใหโปรแกรมสรางรายงานผลการเปรียบเทียบ ในรูปแบบภาษา HTML นั่นคือ เปนภาษาที่สามารถนําไปแสดงผลบนเว็บไซตในระบบอินเทอรเน็ตได โดยกําหนด ชื่อแฟมเปน Garbage_AB.html จากนั้นจึงคลิกที่ปุม ดังรูปที่ 5.19 รูปที่ 5.19 หนาตางการระบุชื่อแฟมในการบันทึกผลการเปรียบเทียบ ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 12.
    80 บทที่ 5 การตรวจสอบขอมูลนําเขาดวย Data Compare 5.2.7 การบันทึกรายละเอียดของคําสั่ง(Script) เปนการบันทึกรายละเอียดของคําสั่งที่เคยระบุไวกอนหนานี้ โดยกําหนดชื่อแฟม เปน Garbage_AB จากนั้นจึงคลิกที่ปุม ดังรูปที่ 5.20 รูปที่ 5.20 การบันทึกรายละเอียดของคําสั่ง(Script) ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 13.
    คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Infofor Windows 81 5.2.8 การเปรียบเทียบและผลการเปรียบเทียบ ภายหลังจากที่ไดบันทึกรายละเอียดของคําสั่งเปนแฟม Script และเลื่อนเมาสไป คลิกที่ปุม จากนั้นโปรแกรมจะทําการเปรียบเทียบขอมูลตามเงื่อนไขรายละเอียดตางๆ ที่กําหนดไว และแสดงผลการเปรียบเทียบขอมูล ดังรูปที่ 5.21 รูปที่ 5.21 หนาตางแสดงผลการเปรียบเทียบ ผลการเปรียบเทียบที่บันทึกไวในแฟม Garbage_AB.html ดังรูปที่ 5.22 ชื่อแฟม Script ชื่อแฟมและตารางที่นํามาเปรียบเทียบ สถิติผลการเปรียบเทียบ ผลการเปรียบเทียบ รูปที่ 5.22 หนาตางแสดงผลการเปรียบเทียบที่บันทึกไวในแฟมขอมูลรูป HTML ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 14.
    82 บทที่ 5 การตรวจสอบขอมูลนําเขาดวย Data Compare 5.2.9 การตรวจสอบคาขอมูลที่แตกตางกัน ภายหลังจากพบวา ผลการเปรียบเทียบมีคาขอมูลแตกตางกัน แสดงวา ตองมีคา ขอมูลในแฟมใดแฟมหนึ่งผิด ดังนั้นจึงตองทําการตรวจสอบขอเท็จจริงวา คาขอมูลที่แทจริงเปน อยางไร เพื่อตัดสินใจและนําไปสูการแกไขคาที่ผิดใหถูกตอง โดยมีขั้นตอนในการปฏิบัติดังนี้ . พิจารณาผลการเปรียบเทียบที่เกิดขึ้นจากแฟม Garbage_AB.html ดังรูปที่ 5.23 ฟลดที่พบคาขอมูลแตกตางกัน ID ที่พบคาขอมูลแตกตางกัน คาขอมูลแตกตางกัน รูปที่ 5.23 การพิจารณาผลการเปรียบเทียบ สรุปผลการเปรียบเทียบ พบวา มี ID = 5, 16, 31, 43 และ 45 ที่พบความแตกตาง . นําหมายเลข ID ทั้ง 5 หมายเลข ไปตรวจสอบคาที่ถูกตองจากแบบสอบถามตนฉบับ แลวขีดฆา ขอมูลที่ไมถูกตอง และเขียนขอมูลที่ถูกตอง โดยใชปากกาหมึกเขม ดังรูปที่ 5.24 1 2 47 o 2 2 รูปที่ 5.24 การตรวจสอบผลการเปรียบเทียบ ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 15.
    คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Infofor Windows 83 หมายเลข ID ชื่อฟลด(ตัวแปร) คาที่ถูกตอง คาที่ผิด 5 METHOD3 1 0 16 STATUS 2 1 31 AGE 47 41 METHOD2 0 1 43 STATUS 2 1 45 COM 2 1 5.2.10 การแกไขคาขอมูลในหนาตางแสดงผลการเปรียบเทียบ ภายหลังจากตรวจสอบความถูกตองของคาขอมูลที่แตกตางกันแลว ขั้นตอน ตอไปเปนการแกไขคาขอมูลที่ผิดใหมีคาถูกตอง โดยใชหนาตางแสดงผลการเปรียบเทียบของ โปรแกรมยอย Data Compare โดยมีขั้นตอนในการปฏิบัติดังนี้ .เลื่อนเมาสไปคลิกที่ปุม หรือ Read-Only Mode On บนแถบเครื่องมือเพื่อเขาสูโหมด ของการแกไขขอมูลดังรูปที่ 5.25 รูปที่ 5.25 ปุมเครื่องมือรายการ Read-Only Mode On บนหนาตางโปรแกรมยอย Analyze Data . จากนั้นปุม Read-Only Mode On จะเปลี่ยนไปเปน Edit Mode On และปุม Accept Table 1 Value กับ Accept Table 2 Value จะเปลี่ยนเปนปุมที่สามารถใชงานได(Active) ดังรูปที่ 5.26 ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 16.
    84 บทที่ 5 การตรวจสอบขอมูลนําเขาดวย Data Compare รูปที่ 5.26 ปุมเครื่องมือรายการ Edit Mode On บนหนาตางโปรแกรมยอย Analyze Data . พิจารณา ID = 5 ในคอลัมนหรือฟลดชื่อ METHOD3 จะพบวา ใน Table 1 มีคา METHOD3 = 0 และใน Table 2 มีคา METHOD3 = 1 ซึ่งจากการตรวจสอบจากตนฉบับพบวา คา METHOD3 = 1 เปนคาที่ถูกตอง แสดงวา คาใน Table 1 ผิด ดังนั้นการแกไขคาดังกลาวใหถูกตอง จึงสามารถทําได โดยการแทนที่คาผิดดวยคาที่ถูก นั่นคือ เลื่อนเมาสไปคลิกที่คา METHOD3 = 1 ใน Table 2 จากนั้น เลื่อนเมาสไปคลิกที่ปุม Accept Table 2 Value ผลที่ไดจะทําใหคาของ METHOD3 ใน Table 1 เปลี่ยนคาจาก 0 เปน 1 เชนเดียวกับ Table 2 ทันที ดังรูปที่ 5.27 ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 17.
    คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Infofor Windows 85 รูปที่ 5.27 การแสดงผลแกไขคาใหถูกตองจากหนาตางผลการเปรียบเทียบ ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 18.
    86 บทที่ 5 การตรวจสอบขอมูลนําเขาดวย Data Compare . พิจารณา ID = 16 ในคอลัมนหรือฟลดชื่อ STATUS จะพบวา ใน Table 1 มีคา STATUS = 1 และใน Table 2 มีคา STATUS = 2 ซึ่งจากการตรวจสอบจากตนฉบับพบวา คา STATUS = 2 เปน คาที่ถูกตอง แสดงวา คาใน Table 1 ผิด ดังนั้นการแกไขคาดังกลาวใหถูกตอง จึงสามารถทําไดโดย การแทนที่คาผิดดวยคาที่ถูก นั่นคือ เลื่อนเมาสไปคลิกที่คา STATUS = 2 ใน Table 2 จากนั้นเลื่อน เมาสไปคลิกที่ปุม Accept Table 2 Value ผลที่ไดจะทําใหคาของ STATUS ใน Table 1 เปลี่ยนคา จาก 1 เปน 2 เชนเดียวกับ Table 2 ทันที ดังรูปที่ 5.28 รูปที่ 5.28 การแสดงผลแกไขคาใหถูกตองจากหนาตางผลการเปรียบเทียบ ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 19.
    คูมือการใชงานโปรแกรม Epi Infofor Windows 87 . กรณี ID อื่น ก็พิจารณาและปฏิบัติไดตามแนวเดียวกัน โดยมีหลักการวา หากพบคาถูกอยูใน Table ใด ใหเลื่อนเมาสไปคลิกที่คานั้น แลวคลิกที่ปุมยอมรับคา Table นั้น เชน ถาคาใน Table 1 ถูก ใหเลื่อนเมาสไปคลิกที่คานั้น แลวคลิกที่ปุม Accept Table 1 Value หรือถาคาใน Table 2 ถูก ให เลื่อนเมาสไปคลิกที่คานั้น แลวคลิกที่ปุม Accept Table 2 Value เปนตน และกรณีคาขอมูลใน Table ผิดทั้งคู ใหเลื่อนเมาสไปดับเบิ้ลคลิกที่คาใดคาหนึ่งของ Table ใดก็ได จากนั้นแกไขคาใหถูกตอง แลวดําเนินการตอไปโดยใชหลักการเดิม . แกไขคาขอมูลใหครบ จนปรากฏขอความ No Differences นั่นแสดงวา ไมพบความแตกตาง ใดๆ ของขอมูลทั้งสองแฟม ดังรูปที่ 5.29 รูปที่ 5.29 การแสดงผลการเปรียบเทียบทีไมพบความแตกตาง ่ ขั้นตอนที่ปรากฏขอความ No Differences ดังกลาวขางตน ถือเปนขั้นตอนสุดทายใน การตรวจสอบขอมูลนําเขา ดวยโปรแกรมยอย Data Compare เพราะเมื่อไมพบความแตกตางของคา ขอมูล แสดงวา คาขอมูลนําเขาทุกตัวแปร ทุกเรคคอรดของทั้งสองแฟมเปนคาเดียวกัน ดังนั้นเมื่อ ตองการนําแฟมขอมูลไปใชงาน จึงสามารถทําได โดยเลือกเพียงแฟมขอมูลใดแฟมขอมูลหนึ่งไป ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 20.
    88 บทที่ 5 การตรวจสอบขอมูลนําเขาดวย Data Compare 5.3 บทสรุป การตรวจสอบขอมูลนําเขาดวยโปรแกรมยอย Data Compare เปนขั้นตอนการตรวจสอบ ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากการนําเขาขอมูล ซึ่งเมื่อดําเนินการแลวเสร็จ จะไดคาขอมูลที่เกิดจากการ นํ า เข า ทั้ ง สองครั้ ง ตรงกั น นั่ น เป น สิ่ ง ยื น ยั น ว า ค า ข อ มู ล ที่ นํ า เข า จะถู ก ต อ งและครบถ ว น ตามแบบฟอร ม เก็ บ ข อ มู ล ต น ฉบั บ ในทางปฏิ บั ติ วิ ธี ก ารนํ า เข า ข อ มู ล ดั ง กล า ว มั ก ถู ก นํ า มาใช เพื่อควบคุม และตรวจสอบคุณ ภาพของขอมู ลในงานวินิจ ฉั ย ชุม ชน แตทั้ งนี้ห ากผูเ กี่ย วข องไม สามารถดํ า เนิ น การได ต ามวิ ธี ก ารดั ง กล า วข า งต น ซึ่ ง อาจเนื่ อ งมาจากข อ จํ า กั ด เรื่ อ งของเวลา งบประมาณ หรือบุคลากร ก็ควรชี้แจง หรือระบุเหตุจําเปนที่ไมสามารถดําเนินการไดในรายงานผล การสํารวจ ทั้งนี้เพื่อเปนขอมูลพื้นฐานประกอบในการชี้แจงและตรวจสอบคุณภาพของขอมูลใน งานวินจฉัยชุมชนตอไป ิ ผูชวยศาสตราจารยพงษเดช สารการ ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน