บทที่ 4
 แผนภาพกระแสข ้อมูล

(Data Flow Diagram)




                 ิ ิ
        อาจารย์ ศรรัตน์ ตรงวัฒนาวุฒ ิ
เนือหา
   ้


  ความหมายของแผนภาพกระแสข ้อมูล

    ั       ี่ ้
  สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล

       ่ ้
  กฎทีใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล

  ประเภทของแผนภาพกระแสข ้อมูล

  การพัฒนาแผนภาพกระแสข ้อมูล
วัตถุประสงค์

 1) ทราบความส าคั ญ และวั ต ถุป ระสงค์ข องแผนภาพกระแสข ้อมู ล
     (Data Flow Diagram)
 2) เข ้าใจสั ญ ลั ก ษณ์ ต่ า งๆ และขั น ตอนการเขีย นแผนภาพกระแส
                                       ้
     ข ้อมูล
 3) สามารถวิเคราะห์และเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูลได ้
เอกสาร
แบบฟอร์ม                           ิ
                   สร ้างแบบจาลองเชงตรรกะ
รายงาน                 (Logical Model)
          ั
บทสรุปการสมภาษณ์
ความหมายของแผนภาพกระแสข ้อมูล (Data Flow Diagram)


 แผนภาพกระแสข ้อมูล (Data Flow Diagram: DFD) หรือเรียกอีก
 อย่างหนึงว่า แผนภาพการไหลของข ้อมูล
         ่


                         ้
 เป็ นเครื่อ งมือ ที่ใ ช เพื่อ แสดงการไหลของข ้อมูล และการประมวลผล
 ต่างๆ ในระบบ สมพันธ์กบแหล่งเก็บข ้อมูลทีใช ้
               ั      ั                  ่


 เป็ นส ื่อ ที่ช ่ว ยให ้การวิเ คราะห์เ ป็ นไปได ้โดยง่ า ย และมีค วามเข ้าใจ
 ตรงกัน ระหว่า งผู ้วิเ คราะห์ร ะบบเอง หรือ ระหว่า งผู ้วิเ คราะห์ร ะบบกับ
                                                   ้
 โปรแกรมเมอร์ หรือระหว่างผู ้วิเคราะห์ระบบกับผู ้ใชระบบ
้
ประโยชน์ทได ้จากการใชแผนภาพกระแสข ้อมูล
         ี่

 1) มีค วามอิส ระในการใช งาน โดยไม่ ต ้องมีเ ทคนิ ค อื่น มาช ่ ว ย เนื่ อ งจาก
                         ้
            ้ ั              ิ่ ่ ิ
    สามารถใชสญลักษณ์ตางๆ แทนสงทีวเคราะห์มา
                     ่

 2) เป็ นสอทีง่ายต่อการแสดงความสัมพั นธ์ระหว่างระบบใหญ่และระบบย่อ ย
          ื่ ่
     ึ่                   ั
    ซงจะทาให ้เข ้าใจความสมพันธ์ตาง ๆ ได ้ดี
                                 ่

 3) เป็ นส อ ที่ช ่ว ยในการวิเ คราะห์ร ะบบให ้เป็ นไปได ้ง่า ย และมีค วามเข ้าใจ
           ื่
    ตร ง กั น ระ ห ว่ า ง ผู ว ิ เ ค รา ะ ห์ ร ะบ บ ห รื อ ร ะ ห ว่ า ง ผู ว ิ เ ค ร า ะ ห์ ร ะ บ บ กั บ
                             ้                                             ้
    โปรแกรมเมอร์ หรือระหว่างผู ้วิเคราะห์ระบบกับผู ้ใช ้

     ่
 4) ชว ยในการวิเ คราะห์ร ะบบให ้สะดวก โดยสามารถเห็น ข ้อมูล และขัน ตอน
                                                                 ้
    ต่างๆ เป็ นแผนภาพ
ั       ี่ ้
สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล


สัญลักษณ์ท ใช ในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล ประกอบด ้วย
           ี่ ้                                          4
 ั
สญลักษณ์ คือ


    ั
1) สญลักษณ์การประมวลผล (Process Symbol)

    ั
2) สญลักษณ์กระแสข ้อมูล (Data Flow Symbol)

    ั
3) สญลักษณ์แหล่งเก็บข ้อมูล (Data Store Symbol)

    ั       ิ่ ่ ่
4) สญลักษณ์สงทีอยูภายนอก (External Entity Symbol)
ั       ี่ ้
สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล
ั       ี่ ้
สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล

 ั
สญลักษณ์การประมวลผล (Process Symbol)

การประมวลผล (Process) เป็ นการเปลียนแปลงข ้อมูลจากรูปแบบหนึง (Input)
                                  ่                        ่
ไปเป็ นอีกรูปแบบหนึง (Output)
                   ่


  ่
เชน การคานวณรายได ้สุทธิของลูกจ ้างรายวัน จะต ้องประกอบด ้วยข ้อมูลนาเข ้า
                          ั่               ั่
ทีเป็ น ”อัตราค่าจ ้างต่อชวโมง” และ “จานวนชวโมงการทางาน” เมือผ่านการ
  ่                                                         ่
ประมวลผลแล ้วจะได ้ “รายได ้สุทธิ”
ั       ี่ ้
สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล

 ั
สญลักษณ์การประมวลผล (Process Symbol)


 ตัวอย่างการประมวลผล ได ้แก่
                   ั
 1) คานวณค่าคอมมิชชน
              ั่ ื้
 2) ตรวจสอบใบสงซอ
 3) ลงทะเบียน
 เป็ นต ้น
ั       ี่ ้
สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล

 ั
สญลักษณ์การประมวลผล (Process Symbol)

      ้ ั
 การใชสญลักษณ์การประมวลผล

           ้ ั                                 ั
 1) ต ้องใชสญลักษณ์การประมวลผล (Process) คูกับสญลักษณ์ กระแสข ้อมูล
                                           ่
                                    ี้
    (Data Flow) เสมอ โดยทีถ ้าลูกศรชเข ้าหมายถึงเป็ นข ้อมูลนาเข ้า ถ ้าลูกศร
                          ่
     ี้                                       ึ่
    ชออกหมายถึงเป็ นข ้อมูลออกจากการประมวลผล ซง 1 Process สามารถมี
                              ้                           ้
    ข ้อมูลนาเข ้ามากกว่า 1 เสน หรือข ้อมูลออกมากกว่า 1 เสนได ้



     ข ้อมูลนาเข ้า                           ข ้อมูลออก
ั       ี่ ้
สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล

 ั
สญลักษณ์การประมวลผล (Process Symbol)

      ้ ั
 การใชสญลักษณ์การประมวลผล

         ้ ื่
 2) การตังชอของ Process ควรเป็ นวลีเดียวทีอธิบายการทางานทังหมดได ้
                                          ่               ้
    และควรอธิบายการทางานอย่างใดอย่างหนึงโดยเฉพาะมากกว่าทีจะอธิบาย
                                       ่                 ่
                           ่
    การทางานอย่างกว ้างๆ เชน หากแสดงถึงการประมวลผล                “ตรวจสอบ
    รายการ”      ควรจะระบุว่าเป็ น   “การตรวจสอบรายการถอนเงิน ”            หรือ
                       ้       ั
    “ตรวจสอบรายการค่าใชจ่ายรายสปดาห์” เป็ นต ้น


 3) แต่ละ Process จะมีแต่ข ้อมูลเข ้าอย่างเดียว หรือออกอย่างเดียวไม่ได ้
ั       ี่ ้
สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล

 ั
สญลักษณ์การประมวลผล (Process Symbol)

              ้ ั
 ตัวอย่างการใชสญลักษณ์การประมวลผล (Process)
ั       ี่ ้
สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล

 ั
สญลักษณ์กระแสข ้อมูล (Data Flow Symbol)

เป็ นเส นทางในการไหลของข ้อมูลจากส ่ว นหนึ่ง ไปยั ง อีก ส ่ว นหนึ่ง ของระบบ
        ้
                                                             ึ่
สารสนเทศ โดยจะมีลกศรแสดงถึงการไหลจากปลายลูกศร ไปยังหัวลูกศร ซง
                 ู
         ่        ้
ข ้อมูลทีปรากฏบนเสนนี้จะเป็ นได ้ทังข ้อความ ตัวเลข รายการเรคคอร์ดทีระบบ
                                   ้                                ่
คอมพิวเตอร์สามารถนาไปประมวลผลได ้
ั       ี่ ้
สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล

 ั
สญลักษณ์กระแสข ้อมูล (Data Flow Symbol)


ตัวอย่างกระแสข ้อมูล ได ้แก่

      ั่ ื้ ิ
1) ใบสงซอสนค ้า

2) ใบเสร็จรับเงิน

               ึ
3) เกรดของนั กศกษา

      ่
4) ใบสงของทีผานการตรวจสอบแล ้ว
            ่ ่

เป็ นต ้น
ั       ี่ ้
สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล

 ั
สญลักษณ์กระแสข ้อมูล (Data Flow Symbol)
     ้ ั
การใชสญลักษณ์กระแสข ้อมูล

                       ้ ่                          ิ่ ่ ่
1) กระแสข ้อมูลสามารถใชคูกับการประมวลผล (Process), สงทีอยูนอกระบบ

   (External Entities) หรือแหล่งเก็บข ้อมูล (Data Store) ก็ได ้ ขึนอยูกับ
                                                                  ้   ่

                        ้            ่                 ้           ่
   ระบบงานว่า ข ้อมูลนั นจะนาไปไว ้ทีไหน หรือข ้อมูลนั นจะนาออกจากสวนใด
ั       ี่ ้
สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล

 ั
สญลักษณ์กระแสข ้อมูล (Data Flow Symbol)
     ้ ั
การใชสญลักษณ์กระแสข ้อมูล
2) การตั ้ง ช ื่อ กระแสข อ มู ล โดยทั่ ว ไปจะตั ง ช ื่อ ด ว ยค าเพี ย งค าเดี ย ว ที่ ม ี
                         ้                      ้         ้
    ความหมายชั ด เจนและเข ้าใจง่า ย ควรก ากั บ ช อ บนเส นด ้วย ค านาม เช ่น
                                                 ื่     ้
                    ั่ ื้ ิ
    “เวลาทางาน”, ใบสงซอสนค ้า” เป็ นต ้น
ั       ี่ ้
สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล

 ั
สญลักษณ์กระแสข ้อมูล (Data Flow Symbol)
     ้ ั
การใชสญลักษณ์กระแสข ้อมูล
        ้ ื่
3) ควรตังช อ กระแสข ้อมูล ตามข ้อมูล ทีไ ด ้เปลีย นแปลงไปแล ้วหลัง จากออก
                                       ่        ่
                                                     ้
   จากการประมวลผล เนื่องจากการประมวลผลหรือ Process ใชแสดงถึงการ
                         ่
   เปลียนข ้อมูล หรือการสงผ่านข ้อมูล
       ่


      ้             ่                              ื่
ดังนั น Data Flow ทีออกจาก Process มักจะมีการเขียนชอกากับให ้แตกต่าง
   ออกไปจาก Data Flow ทีเข ้ามาใน Process เสมอ
                        ่


       ข ้อมูลนาเข ้า                        ข ้อมูลออก
ั       ี่ ้
สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล

 ั
สญลักษณ์แหล่งเก็บข ้อมูล (Data Store Symbol)


      ่   ่ ้   ื่
เป็ นสวนทีใชแทนชอแฟ้ มข ้อมูลทีเก็บข ้อมูล เพราะมีการประมวลผลหลายแบบ
                               ่

  ่                             ่ ่            ้
ทีจะต ้องมีการเก็บข ้อมูลไว ้เพือทีจะได ้นาไปใชภายหลัง


 ึ่
ซงแหล่งเก็บข ้อมูลจะต ้องมีทังข ้อมูลเข ้าและข ้อมูลออก
                             ้
ั       ี่ ้
สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล

 ั
สญลักษณ์แหล่งเก็บข ้อมูล (Data Store Symbol)

ตัวอย่างแหล่งเก็บข ้อมูล ได ้แก่

1) แฟ้ มคนไข ้

2) แฟ้ มพนั กงาน

เป็ นต ้น
ั       ี่ ้
สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล

 ั
สญลักษณ์แหล่งเก็บข ้อมูล (Data Store Symbol)
     ้ ั
การใชสญลักษณ์แหล่งเก็บข ้อมูล
1) ต ้องใชสัญลักษณ์แหล่งเก็บข ้อมูล (Data Store) คูกับสญลักษณ์ กระแส
          ้                                        ่   ั
    ข ้อมูล (Data Flow) เสมอ
โดยที่
   ถ ้าลูก ศรช ้เ ข ้าหมายถึง เป็ นข ้อมู ล น าเข ้าไปเก็ บ ยั ง แหล่ง เก็ บ (เพิ่ม -ลบ
                 ี
    แก ้ไข)
   ถ า ลู ก ศรช ี้อ อกหมายถึง อ่ า นข อ มู ล จากแหล่ ง เก็ บ ข อ มู ล ไปใช ใ นการ
      ้                                ้                        ้           ้
    ประมวลผล
ั       ี่ ้
สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล

 ั
สญลักษณ์แหล่งเก็บข ้อมูล (Data Store Symbol)
     ้ ั
การใชสญลักษณ์แหล่งเก็บข ้อมูล

                     ื่                                  ื่
2) Data Store ต ้องเชอมต่อการประมวลผล (Process) เสมอโดยเชอมผ่าน

   กระแสข ้อมูล (Data Flow)

                          ้   ิ่ ่
3) เนื่องจาก Data Store ใชแทนสงทีเก็บข ้อมูลเกียวกับคน, สถานที, หรือ
                                               ่              ่

    ิ่
   สงของ

                   ื่                 ่               ิ
   ดังนั นควรเขียนชอกากับด ้วยคานาม เชน “แฟ้ มข ้อมูลสนค ้า”, “แฟ้ มเวลา
         ้

   ทางานของพนั กงาน” เป็ นต ้น
ั       ี่ ้
สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล

 ั
สญลักษณ์แหล่งเก็บข ้อมูล (Data Store Symbol)
             ้ ั
ตัวอย่างการใชสญลักษณ์แหล่งทีเก็บข ้อมูล (Data Store)
                            ่
ั       ี่ ้
สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล

 ั
สญลักษณ์แหล่งเก็บข ้อมูล (Data Store Symbol)
     ้ ั
การใชสญลักษณ์แหล่งเก็บข ้อมูล
     ้                                    ้        ั
4) ใชอักษรย่อ D1, D2 เป็ นต ้น เขียนด ้านซายมือของสญลักษณ์ เพือแสดงว่า
                                                              ่
   เป็ นแหล่ ง เก็ บ ข ้อมู ล อั น ที่ เ ท่ า ใด สามารถเขีย นซ้ า ในระดั บ ต่ า งๆ ของ
   แผนภาพกระแสข ้อมูลได ้
                ้   ิ่ ่                   ึ่
5) Data Store ใชแทนสงทีเป็ นทีเก็บข ้อมูล ซงอาจเป็ นการทาด ้วยมือ หรือ
                              ่
   เก็บในรูปแบบคอมพิวเตอร์คอแฟ้ มข ้อมูลหรือฐานข ้อมูล ก็ได ้
                           ื
ั       ี่ ้
สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล

 ั        ิ่ ่ ่
สญลักษณ์ สงทีอยูภายนอก (External Entity Symbol)


      ่   ่ ้
เป็ นสวนทีใชแทนคน แผนกภายในองค์กร และแผนกภายนอกองค์กร หรือระบบ

          ่ ่      ่
สารสนเทศอืนทีเป็ นสวนทีจะให ้ข ้อมูลหรือรับข ้อมูล
                       ่



 ิ่ ่               ้
สงทีอยู่นอกระบบนี้ใชแสดงถึงขอบเขตของระบบสารสนเทศ และแสดงถึงว่า

      ่ ึ                   ิ่ ่ ่
ระบบทีศกษาอยูนี้จะติดต่อกับสงทีอยูภายนอกด ้วยวิธใด (นาข ้อมูลเข ้ามา หรือ
             ่                                  ี

ได ้ข ้อมูลออกไป)
ั       ี่ ้
สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล

 ั        ิ่ ่ ่
สญลักษณ์ สงทีอยูภายนอก (External Entity Symbol)

         ่ิ ่ ่
ตัวอย่างสงทีอยูภายนอก ได ้แก่
        ึ
1) นั กศกษา
    ิ
2) สนค ้าคงคลัง เป็ นต ้น
       ิ
3) สมาชก
เป็ นต ้น
ั       ี่ ้
สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล

 ั        ิ่ ่ ่
สญลักษณ์ สงทีอยูภายนอก (External Entity Symbol)
     ้ ั      ิ่ ่ ่
การใชสญลักษณ์สงทีอยูภายนอก

     ้ ั      ิ่ ่ ่        ่ ั ั
1) ใชสญลักษณ์สงทีอยูภายนอกคูกบสญลักษณ์กระแสข ้อมูลเสมอ
 โดยที่
         ้ี                                                     ่
   ลูกศรชเข ้า หมายถึง เป็ นการนาข ้อมูลจากหน่วยงานภายนอกเข ้าสูระบบ
         ้ี           ่
   ลูกศรชออก หมายถึง สงข ้อมูลจากระบบไปให ้หน่วยงานภายนอก
่ ้
กฎทีใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล

 การประมวลผล(Process)




  ในการประมวลผลจะมีข ้อมูลเข ้าอย่างเดียวไม่ได ้
่ ้
กฎทีใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล

 การประมวลผล(Process)




  ในการประมวลผลจะมีข ้อมูลออกอย่างเดียวไม่ได ้
่ ้
กฎทีใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล

 การประมวลผล(Process)




  ข ้อความที่บ รรจุ อ ยู่ ใ นการประมวลผลจะต ้องเป็ นค ากริย า หรื อ
  คานามทีแสดงถึงกริยาเท่านัน
         ่                 ้
่ ้
กฎทีใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล

 แหล่งเก็บข ้อมูล(Data Store)




  ไม่ ส ามารถส่ง ข ้อมูล โดยตรงจาก แหล่ง เก็ บ ข ้อมูล อั น หนึ่ง ไปยั ง
  แ ห ล่ ง เ ก็ บ ข อ มู ล อี ก อั น ได โ ด ย ต ร ง ข อ มู ล ต อ ง ผ่ า น ก า ร จ า ก
                    ้                   ้             ้        ้
  ประมวลผลจึงจะไปที่ แหล่งเก็บข ้อมูลได ้
่ ้
กฎทีใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล

 แหล่งเก็บข ้อมูล(Data Store)




 ไม่ส ามารถส่งข ้อมูล จากส งทีอยู่ภ ายนอก(External
                           ิ่ ่                          Entity)ไปยั ง
 แหล่งเก็บข ้อมูลได ้โดยตรง ข ้อมูลต ้องผ่านจากการประมวลผล ทีได ้รับ
                                                             ่
                                      ่
 ข ้อมูลจากแหล่งข ้อมูลภายนอกแล ้วจึงสงต่อให ้ แหล่งเก็บข ้อมูล
่ ้
กฎทีใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล

 แหล่งเก็บข ้อมูล(Data Store)




 ไม่สามารถส่งข ้อมูลจากแหล่งเก็บข ้อมูลไปยังสงทีอยู่ภายนอกระบบ
                                             ิ่ ่
 ปลายทางได โ ดยตรง ต อ งส่ ง ผ่ า น การประมวลผลไปยั ง ส ิ่ง ที่ อ ยู่
           ้         ้
 ภายนอกระบบ
่ ้
กฎทีใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล

 แหล่งเก็บข ้อมูล(Data Store)




 ข ้อความทีบรรจุอยูในแหล่งเก็บข ้อมูลต ้องเป็ นคานาม
           ่       ่
่ ้
กฎทีใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล

 กระแสข ้อมูล(Data Flow)




 กระแสข ้อมูล จะมีทศทางการไหลของข ้อมูลเพียงทิศเดียวใน 1 กระแส
                   ิ
 ข ้อมูล เนืองจากไม่มการทางานใดทีเกิดขึนพร ้อมกัน
            ่        ี           ่     ้
่ ้
กฎทีใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล

 กระแสข ้อมูล(Data Flow)




 การแยกของข ้อมูลออกจาก เสนกระแสข ้อมูล ไปสู่ การประมวลผล อืน
                          ้                                 ่
 ๆ พร ้อมกัน ต ้องเป็ นข ้อมูลเดียวกัน
่ ้
กฎทีใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล

 กระแสข ้อมูล(Data Flow)




 การเช อ มข ้อมู ล จากข ้อมูล มากกว่า 1 แหล่ง เข ้าสู่ เส นกระแสข ้อมู ล
       ื่                                                 ้
 เดียวกันต ้องเป็ นข ้อมูลเดียวกัน
่ ้
กฎทีใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล

 กระแสข ้อมูล(Data Flow)




 กระแสข ้อมู ล ไม่ ส ามารถไหลกลั บ เข ้าสู่ก ารประมวลเดิม ได ้โดยตรง
 จะต ้องมีการประมวลอย่างน ้อยหนึ่งอย่างมาจั ดการกับข ้อมูลดังกล่าว
 ก่อน สร ้างกระแสข ้อมูล อืน แล ้วจึงคืน ค่ากระแสข ้อมูลเดิมกลับมายั ง
                           ่
 การประมวลผลเริมต ้น
               ่
่ ้
กฎทีใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล

 กระแสข ้อมูล(Data Flow)




 ข ้อความทีอยูบน Data Flow จะเป็ นคานาม
           ่ ่
่ ้
กฎทีใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล

  ิ่ ่ ่
 สงทีอยูภายนอก(External Entity)




           ่                  ิ่ ่ ่                       ิ่
 ไม่สามารถสงข ้อมูลโดยตรงจาก สงทีอยูภายนอกระบบอันหนึงไปยังสง
                                                    ่
 ที่ อ ยู่ ภ า ย นอ ก ร ะ บ บ อี ก อั น ไ ด โ ด ย ต ร ง ข อ มู ล ต อ ง ผ่ า น ก า ร จ า ก
                                            ้             ้        ้
 ประมวลผลภายในระบบก่อ นจึง ส่ง ไปยั ง ส ง ที่อ ยู่ ภ ายนอกระบบภาย
                                        ิ่
 ปลายทางได ้
่ ้
กฎทีใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล

  ิ่ ่ ่
 สงทีอยูภายนอก(External Entity)




           ่       ่  ิ่ ่ ่
 ข ้อความทีบรรจุอยูในสงทีอยูภายนอกระบบต ้องเป็ นคานาม
ประเภทของแผนภาพกระแสข ้อมูล

 การเขียน DFD นันสามารถเขียนได ้ 2 แบบ คือ
                ้
 1) แบบตรรกะ (Logical Data Flow Diagram)
     แผนภาพนี้จ ะเป็ นการเน ้นในส่วนของธุร กิจ ว่าธุร กิจ มีการท างาน
     อย่า งไร มีเ หตุก ารณ์ อ ะไรบ ้างที่เ กิด ขึน ,
                                                 ้     ข ้อมูล ที่ต ้องการมี
     อะไรบ ้าง และได ้ข ้อมูลอะไรจากเหตุการณ์นันๆ แต่ไม่ได ้บอกว่า
                                               ้
     ระบบจะถูกสร ้างอย่างไร
 2) แบบกายภาพ (Physical Data Flow Diagram)
     แผนภาพนี้ จ ะบอกได ว่ า จะสร า งระบบอย่ า งไร ประกอบด ว ย
                        ้         ้                        ้
     ฮาร์ดแวร์, ซอฟต์แวร์, แฟ้ มข ้อมูล และบุคคลใดทีเกียวข ้องบ ้างใน
                                                    ่ ่
     ระบบ
ประเภทของแผนภาพกระแสข ้อมูล

ข ้อแตกต่างระหว่างแผนภาพกระแสข ้อมูลแบบตรรกะ กับแบบกายภาพ

  ขันตอนการประมวลผล
     ้

 Logical DFD -> แสดงถึง ธุรกิจสามารถทีจะดาเนินการได ้อย่างไร
                                      ่

 Physical DFD -> แสดงถึง ระบบสามารถทีจะทางานได ้อย่างไร
                                     ่


 Logical DFD -> เป็ นกิจกรรมทางธุรกิจ

 Physical DFD -> เป็ นโปรแกรม หรือโมดูล หรือขันตอนการทางานที่
                                              ้
                  ทาด ้วยมือ
ประเภทของแผนภาพกระแสข ้อมูล

ข ้อแตกต่างระหว่างแผนภาพกระแสข ้อมูลแบบตรรกะ กับแบบกายภาพ

  แหล่งเก็บข ้อมูล

 Logical DFD -> เป็ นแหล่งทีเก็บรวบรวมข ้อมูลลักษณะใดก็ได ้
                            ่

 Physical DFD -> เป็ น Physical File, Database และ Manual File

  ชนิดของแหล่งเก็บข ้อมูล

 Logical DFD -> เป็ นการเก็บข ้อมูลแบบถาวร

 Physical DFD -> เป็ นการเก็บข ้อมูลทีแยกเป็ นแฟ้ มหลัก และแฟ้ ม
                                      ่
                  รายการ ต ้องการประมวลผลในเวลาทีแตกต่างกัน
                                                        ่
                             ื่                 ้
                  สามารถเชอมต่อกันได ้โดยใชแหล่งเก็บข ้อมูล
ประเภทของแผนภาพกระแสข ้อมูล

ข ้อแตกต่างระหว่างแผนภาพกระแสข ้อมูลแบบตรรกะ กับแบบกายภาพ

  การควบคุมระบบ

 Logical DFD -> เป็ นการควบคุมทีเกียวข ้องกับธุรกิจ
                                ่ ่

 Physical DFD -> แสดงถึง การควบคุมสาหรับการป้ อนข ้อมูลที่
                   ถูกต ้อง
ประเภทของแผนภาพกระแสข ้อมูล

ประโยชน์ของการสร ้างแผนภาพกระแสข ้อมูลแบบตรรกะ (Logical DFD)

1)    ่         ื่               ้
     ชวยให ้การสอสารระหว่างผู ้ใชงานให ้ดีขน
                                           ึ้

2)    ่
     ชวยให ้ระบบมีความมั่นคงมากขึน
                                 ้

3)   ช ่ว ยให ้นั ก วิเ คราะห์ร ะบบมีค วามเข ้าใจกั บ การด าเนิน งานของระบบได ้

      ั
     ชดเจน

4)    ่
     ชวยในการบารุงรักษาและมีความยืดหยุนมากขึน
                                      ่     ้

5)   ชว ยลดความซับ ซอน และง่า ยต่อ การสร ้างแผนภาพกระแสข ้อมูล แบบ
      ่             ้

     กายภาพต่อไป
ประเภทของแผนภาพกระแสข ้อมูล

ประโยชน์ของการสร ้างแผนภาพกระแสข ้อมูลแบบกายภาพ (Physical DFD)

1) ขันตอนการประมวลผลนั นเป็ นการทางานด ้วยระบบมือ หรือระบบอัตโนมัต ิ
     ้                 ้

2) แผนภาพแบบกายภาพจะอธิบ ายรายละเอีย ดขั น ตอนการประมวลผลได ้
                                         ้

   ละเอียด

3) มีการแสดงถึงลาดับขันตอนการทางาน
                      ้
การพัฒนาแผนภาพกระแสข ้อมูล

 1)        ก าหนดรายการกิจ กรรมต่า งๆ ของธุร กิจ และแยกออกมาว่า อยู่ใ น
 รูปแบบใด (External Entities หรือ Data Flows หรือ Processes หรือ Data
 Stores)
 2)        สร ้างแผนภาพระดับสูงสุด (Context         Diagram)        ึ่
                                                                   ซงแสดงถึง
 External Entities และข ้อมูลทีไหลเข ้าและออกจากระบบหลัก โดยไม่สนใจ
                               ่
 แหล่งเก็บข ้อมูล
 3)        เขีย น Diagram       ระดั บ ถั ด ไป คือ แผนภาพระดั บ ล่า ง (เรีย กว่า
                                 ึ่
 Diagram 0 หรือ Parent Diagram) ซงแสดงถึง Process ต่างๆ ทีม ี แต่เขียน
                                                          ่
 ให ้อยูในรูปแบบทั่วไป พร ้อมกันนั นให ้แสดง Data Store ในระดับนีด ้วย
        ่                          ้                             ้
การพัฒนาแผนภาพกระแสข ้อมูล

 4)      สร ้างแผนภาพระดับลูกของแต่ละ Process ใน Diagram 0 เรียก
 แผนภาพในระดับนี้วา แผนภาพกระแสข ้อมูลระดับ 1 (Level-1 diagram) ถ ้า
                  ่
 หากมีรายละเอียดของการทางานย่อยจากระดับนี้อก ก็ให ้แตกรายละเอียด ลง
                                           ี
             ิ้    ่  ื่
 ไปจนกระทั่งสนสุด สวนชอของระดับก็จะเป็ น Level-2 diagram , Level-3
 diagram ไปเรือยๆ จนกระทั่งหมด
              ่
 5)                                             ้
         ตรวจสอบหาข ้อผิดพลาด และดูวาคากากับบนเสน Data Flow แต่
                                    ่
     ้                              ื่
 ละเสน รวมถึง Process แต่ละอันนั น สอความหมายหรือไม่
                                 ้
 6)      หลั ง จากเขี ย นแผนภาพจนครบทุ ก การท างานแล ว ให ท าการ
                                                     ้    ้
 ตรวจสอบสมดุล ระหว่างข ้อมูลเข ้าและข ้อมูลออกของแผนภาพ DFD      กับ
 Context diagram
การพัฒนาแผนภาพกระแสข ้อมูล

 7)       พัฒนารูปแบบใหม่ จาก Logical Data Flow Diagram ให ้ไปอยูใน
                                                                 ่
 รูป Physical Data Flow Diagram เพือแยกระหว่างระบบทีทาด ้วยมือ กับ
                                   ่                ่
 ระบบทีทางานอัตโนมัต ิ
       ่
 8)            ่
          แบ่งสวนของ Physical Data Flow Diagram โดยการแยกหรือ
 แบ่งกลุมของ Diagram
        ่                ออก เพือให ้สามารถนาไปเขียนโปรแกรม หรือเพือ
                                ่                                  ่
 การดาเนินการระบบได ้
การพัฒนาแผนภาพกระแสข ้อมูล

แผนภาพกระแสข ้อมูลระดับสูงสุด (Context Diagram)




 แผนภาพกระแสข ้อมู ล ระดั บ สู ง สุ ด เป็ นแผนภาพที่แ สดงถึง ขอบเขตของ
 สารสนเทศนั น โดยจะเป็ นมุมมองระดับสูงว่ามีหน่วยงานใดเกียวข ้องบ ้าง ติดต่อ
            ้                                           ่
 กั บ ระบบโดยมีก ารรั บ และส ่ง ข ้อมูล ใดกั บ ระบบ ซ ง แผนภาพระดั บ นี้ จ ะยั ง ไม่
                                                      ึ่
           ั
 กล่าวถึง สญลักษณ์การเก็บข ้อมูล (Data Store Symbol)
การพัฒนาแผนภาพกระแสข ้อมูล

แผนภาพกระแสข ้อมูลระดับสูงสุด (Context Diagram)


 หลักการสร ้าง Context Diagram ทีด ี
                                 ่
 1) ควรจะเขียนให ้ครอบคลุมระบบ ให ้อยูใน 1 หน ้ากระดาษ
                                      ่
     ื่                    ื่
 2) ชอของ Process ควรเป็ นชอของระบบสารสนเทศ นั น
                                               ้
 3) ช ื่อ ที่เ ขีย นก ากั บ สั ญ ลั ก ษณ์ ต่ า งๆ จะต ้องเขีย นโดยไม่ ใ ห ้ช ื่อ ซ้ า กั น ถ ้า
  ั             ิ่ ่
 สญลักษณ์นันแทนสงทีแตกต่างกัน
           ้
                  ้ ่                   ้
 4) ควรหลีกเลียงเสนทีจะต ้องเขียนคร่อมเสนกัน
              ่
                 ื่
 5) ในการเขีย นช อ ย่อ จะต ้องเขีย นโดยบั น ทึก ความหมายของตั ว ย่อ นั ้น ใน
 พจนานุกรมข ้อมูล (Data Dictionary)
การพัฒนาแผนภาพกระแสข ้อมูล

แผนภาพกระแสข ้อมูลระดับสูงสุด (Context Diagram)




                                                 ่ั ื้ ิ
     ตัวอย่างการเขียน Context Diagram ของระบบการสงซอสนค ้
การพัฒนาแผนภาพกระแสข ้อมูล

แผนภาพกระแสข ้อมูลระดับล่าง (Diagram 0 หรือ Parent Diagram)




แผนภาพกระแสข ้อมูล ระดั บ ล่า ง เป็ นแผนภาพที่ใ ห ้รายละเอีย ดเพิม เติม จาก
                                                                 ่
                                                                ึ่
แผนภาพระดั บ สูง สุด ท าให ้เห็ น ภาพรวมของแผนภาพกระแสข ้อมูล ซ ง จะมี
รายละเอียดมากกว่าแผนภาพกระแสข ้อมูลระดับสูงสุด
การพัฒนาแผนภาพกระแสข ้อมูล

แผนภาพกระแสข ้อมูลระดับล่าง (Diagram 0 หรือ Parent Diagram)

หลักการสร ้างแผนภาพกระแสข ้อมูลระดับล่าง
1) การเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูลควรเขียนให ้ดูงายและให ้แสดงอยูในกระดาษ
                                            ่               ่
แผ่นเดียว
2) ลูกศรไม่ควรทับหรือข ้ามกัน
3) แต่ละ Process จะต ้องมีหมายเลขกากับเป็ นเลขจานวนเต็ม โดยการลาดับ
หมายเลข Process        ไม่ไ ด ้ หมายถึง การทางานต ้องทางานตามลาดับของ
Process และ Process ไม่สามารถทาการซ้าได ้
การพัฒนาแผนภาพกระแสข ้อมูล

แผนภาพกระแสข ้อมูลระดับล่าง (Diagram 0 หรือ Parent Diagram)




                                        ั่ ื้ ิ
  ตัวอย่างการเขียน Diagram 0 ของระบบการสงซอสนค ้า
การพัฒนาแผนภาพกระแสข ้อมูล

แผนภาพกระแสข ้อมูลระดับล่าง (Diagram 0 หรือ Parent Diagram)

หลักการสร ้างแผนภาพกระแสข ้อมูลระดับล่าง
4)        External Entity ทังหมดของระบบ ทีเขียนใน Context Diagram
                            ้             ่
จะต ้องแสดงอยู่ใน Diagram     0     ด ้วย โดยทีส ามารถทาการซ้ า ได ้ ด ้วย
                                               ่
                        ้     ั
เครืองหมาย  ตรงมุมล่างซายของสญลักษณ์ External Entity
    ่




            สงทีอยูนอกระบบและการทาซ้าสงทีอยูนอกระบบ
             ิ่ ่ ่                   ิ่ ่ ่
5)        จ านวน Process     ไม่ค วรมีม ากเกิน ไป หรือ น อ ยเกิน ไป จ านวน
                                                         ้
Process    ทีมากเกินไปจะทาให ้แผนภาพกระแสข ้อมูลอ่านยาก และมีความ
             ่
 ั ้
ซบซอนยิงขึน
       ่ ้
การพัฒนาแผนภาพกระแสข ้อมูล

แผนภาพกระแสข ้อมูลระดับตา (Lower Level Data Flow Diagram)
                        ่

                                             Diagram 0

                                             (DFD Level 0)




       Lower Level

      (DFD Level 1)
การพัฒนาแผนภาพกระแสข ้อมูล

แผนภาพกระแสข ้อมูลระดับตา (Lower Level Data Flow Diagram)
                        ่

หลักการสร ้างแผนภาพกระแสข ้อมูลระดับตา
                                     ่
1) แต่ละ Process บน Diagram 0 (หรือ Parent Process) สามารถนามาสร ้าง
Diagram ย่อย (เรียกว่า Child Diagram) ได ้
2) ในการสร ้าง Child    Diagram      นั ้น ข ้อมูล ทีเข ้ามาและออกจาก Child
                                                     ่
Diagram จะต ้องเป็ นข ้อมูลทีเข ้ามาและออกจาก Parent Process
                             ่
3) เมือมีการแยก Process
      ่                    ออกเป็ น Child    Diagram    จะต ้องมีการกาหนด
                                     ้       ้                      ่
หมายเลขลาดับให ้กับ Child Diagram นั นโดยจะตังตาม Parent Process (เชน
Process 3 แยกเป็ น Diagram Level-1 ของ Process ที่ 3)
การพัฒนาแผนภาพกระแสข ้อมูล

แผนภาพกระแสข ้อมูลระดับตา (Lower Level Data Flow Diagram)
                        ่

หลักการสร ้างแผนภาพกระแสข ้อมูลระดับตา
                                     ่
                                                    ้
4) หมายเลขกากับแต่ละ Process ใน Child Diagram ก็จะใชหมายเลขขึนต ้น
                                                             ้
เหมือน Parent   Process   แล ้วตามด ้วยจุดทศนิยม และหมายเลขย่อยลงไป
   ่
(เชน Parent Process เป็ น Process 3 ดังนั นใน Diagram 3 ก็จะมี Process
                                          ้
3.1,3.2,3.3 ไปเรือยๆจนกว่าจะหมด)
                 ่
5) โดยปกติแล ้ว External Entity มักจะไม่แสดงบน Child Diagram ทีตากว่า
                                                               ่ ่
Diagram 0
6) บน Child Diagram อาจมี Data Store ปรากฏขึนมา โดยทีไม่มใน Parent
                                            ้        ่   ี
Process ได ้
7) Process ต่างๆ อาจมีการแตกหรือไม่แตกเป็ น Child Diagram ก็ได ้ ขึนอยู่
                                                                   ้
             ั ้
กับระดับความซบซอนของ Process นั นๆ
                                ้
การพัฒนาแผนภาพกระแสข ้อมูล

แผนภาพกระแสข ้อมูลระดับตา (Lower Level Data Flow Diagram)
                        ่
การพัฒนาแผนภาพกระแสข ้อมูล

การตรวจสอบแผนภาพกระแสข ้อมูลเพือหาข ้อผิดพลาด
                               ่

 1) ตรวจสอบว่า มีก ารใช สัญ ลัก ษณ์ ต่างๆ ถูก ต ้องตามกฎการเขีย นแผนภาพ
                        ้
กระแสข ้อมูล หรือไม่
                                           ้                  ้
2) ตรวจสอบหาข ้อผิดพลาด และดูวา คากากับบนเสน Data Flow แต่ละเสน
                              ่
                             ื่
รวมถึง Process แต่ละอันนั น สอความหมายหรือไม่
                          ้
3) ตรวจสอบสมดุ ล ระหว่ า งข ้อมู ล เข ้าและข ้อมู ล ออกของแผนภาพ นั่ น คือ
ตรวจสอบว่าแผนภาพระดับสูงสุด (Context Diagram) มีความสมดุลระหว่าง
ข ้อมูลเข ้าและข ้อมูลออก กับแผนภาพระดับล่าง (Diagram    0)   หรือไม่ และ
ตรวจสอบว่าแผนภาพระดับล่าง มีความสมดุลระหว่างข ้อมูลเข ้าและข ้อมูลออก
กับแผนภาพระดับตา (Child Diagram) หรือไม่
               ่

การเขียนแผนภาพ DFD

  • 1.
    บทที่ 4 แผนภาพกระแสข้อมูล (Data Flow Diagram) ิ ิ อาจารย์ ศรรัตน์ ตรงวัฒนาวุฒ ิ
  • 2.
    เนือหา ้  ความหมายของแผนภาพกระแสข ้อมูล ั ี่ ้  สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล ่ ้  กฎทีใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล  ประเภทของแผนภาพกระแสข ้อมูล  การพัฒนาแผนภาพกระแสข ้อมูล
  • 3.
    วัตถุประสงค์ 1) ทราบความสาคั ญ และวั ต ถุป ระสงค์ข องแผนภาพกระแสข ้อมู ล (Data Flow Diagram) 2) เข ้าใจสั ญ ลั ก ษณ์ ต่ า งๆ และขั น ตอนการเขีย นแผนภาพกระแส ้ ข ้อมูล 3) สามารถวิเคราะห์และเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูลได ้
  • 4.
    เอกสาร แบบฟอร์ม ิ สร ้างแบบจาลองเชงตรรกะ รายงาน (Logical Model) ั บทสรุปการสมภาษณ์
  • 5.
    ความหมายของแผนภาพกระแสข ้อมูล (DataFlow Diagram) แผนภาพกระแสข ้อมูล (Data Flow Diagram: DFD) หรือเรียกอีก อย่างหนึงว่า แผนภาพการไหลของข ้อมูล ่ ้ เป็ นเครื่อ งมือ ที่ใ ช เพื่อ แสดงการไหลของข ้อมูล และการประมวลผล ต่างๆ ในระบบ สมพันธ์กบแหล่งเก็บข ้อมูลทีใช ้ ั ั ่ เป็ นส ื่อ ที่ช ่ว ยให ้การวิเ คราะห์เ ป็ นไปได ้โดยง่ า ย และมีค วามเข ้าใจ ตรงกัน ระหว่า งผู ้วิเ คราะห์ร ะบบเอง หรือ ระหว่า งผู ้วิเ คราะห์ร ะบบกับ ้ โปรแกรมเมอร์ หรือระหว่างผู ้วิเคราะห์ระบบกับผู ้ใชระบบ
  • 6.
    ้ ประโยชน์ทได ้จากการใชแผนภาพกระแสข ้อมูล ี่ 1) มีค วามอิส ระในการใช งาน โดยไม่ ต ้องมีเ ทคนิ ค อื่น มาช ่ ว ย เนื่ อ งจาก ้ ้ ั ิ่ ่ ิ สามารถใชสญลักษณ์ตางๆ แทนสงทีวเคราะห์มา ่ 2) เป็ นสอทีง่ายต่อการแสดงความสัมพั นธ์ระหว่างระบบใหญ่และระบบย่อ ย ื่ ่ ึ่ ั ซงจะทาให ้เข ้าใจความสมพันธ์ตาง ๆ ได ้ดี ่ 3) เป็ นส อ ที่ช ่ว ยในการวิเ คราะห์ร ะบบให ้เป็ นไปได ้ง่า ย และมีค วามเข ้าใจ ื่ ตร ง กั น ระ ห ว่ า ง ผู ว ิ เ ค รา ะ ห์ ร ะบ บ ห รื อ ร ะ ห ว่ า ง ผู ว ิ เ ค ร า ะ ห์ ร ะ บ บ กั บ ้ ้ โปรแกรมเมอร์ หรือระหว่างผู ้วิเคราะห์ระบบกับผู ้ใช ้ ่ 4) ชว ยในการวิเ คราะห์ร ะบบให ้สะดวก โดยสามารถเห็น ข ้อมูล และขัน ตอน ้ ต่างๆ เป็ นแผนภาพ
  • 7.
    ี่ ้ สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล สัญลักษณ์ท ใช ในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล ประกอบด ้วย ี่ ้ 4 ั สญลักษณ์ คือ ั 1) สญลักษณ์การประมวลผล (Process Symbol) ั 2) สญลักษณ์กระแสข ้อมูล (Data Flow Symbol) ั 3) สญลักษณ์แหล่งเก็บข ้อมูล (Data Store Symbol) ั ิ่ ่ ่ 4) สญลักษณ์สงทีอยูภายนอก (External Entity Symbol)
  • 8.
    ี่ ้ สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล
  • 9.
    ี่ ้ สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล ั สญลักษณ์การประมวลผล (Process Symbol) การประมวลผล (Process) เป็ นการเปลียนแปลงข ้อมูลจากรูปแบบหนึง (Input) ่ ่ ไปเป็ นอีกรูปแบบหนึง (Output) ่ ่ เชน การคานวณรายได ้สุทธิของลูกจ ้างรายวัน จะต ้องประกอบด ้วยข ้อมูลนาเข ้า ั่ ั่ ทีเป็ น ”อัตราค่าจ ้างต่อชวโมง” และ “จานวนชวโมงการทางาน” เมือผ่านการ ่ ่ ประมวลผลแล ้วจะได ้ “รายได ้สุทธิ”
  • 10.
    ี่ ้ สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล ั สญลักษณ์การประมวลผล (Process Symbol) ตัวอย่างการประมวลผล ได ้แก่ ั 1) คานวณค่าคอมมิชชน ั่ ื้ 2) ตรวจสอบใบสงซอ 3) ลงทะเบียน เป็ นต ้น
  • 11.
    ี่ ้ สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล ั สญลักษณ์การประมวลผล (Process Symbol) ้ ั การใชสญลักษณ์การประมวลผล ้ ั ั 1) ต ้องใชสญลักษณ์การประมวลผล (Process) คูกับสญลักษณ์ กระแสข ้อมูล ่ ี้ (Data Flow) เสมอ โดยทีถ ้าลูกศรชเข ้าหมายถึงเป็ นข ้อมูลนาเข ้า ถ ้าลูกศร ่ ี้ ึ่ ชออกหมายถึงเป็ นข ้อมูลออกจากการประมวลผล ซง 1 Process สามารถมี ้ ้ ข ้อมูลนาเข ้ามากกว่า 1 เสน หรือข ้อมูลออกมากกว่า 1 เสนได ้ ข ้อมูลนาเข ้า ข ้อมูลออก
  • 12.
    ี่ ้ สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล ั สญลักษณ์การประมวลผล (Process Symbol) ้ ั การใชสญลักษณ์การประมวลผล ้ ื่ 2) การตังชอของ Process ควรเป็ นวลีเดียวทีอธิบายการทางานทังหมดได ้ ่ ้ และควรอธิบายการทางานอย่างใดอย่างหนึงโดยเฉพาะมากกว่าทีจะอธิบาย ่ ่ ่ การทางานอย่างกว ้างๆ เชน หากแสดงถึงการประมวลผล “ตรวจสอบ รายการ” ควรจะระบุว่าเป็ น “การตรวจสอบรายการถอนเงิน ” หรือ ้ ั “ตรวจสอบรายการค่าใชจ่ายรายสปดาห์” เป็ นต ้น 3) แต่ละ Process จะมีแต่ข ้อมูลเข ้าอย่างเดียว หรือออกอย่างเดียวไม่ได ้
  • 13.
    ี่ ้ สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล ั สญลักษณ์การประมวลผล (Process Symbol) ้ ั ตัวอย่างการใชสญลักษณ์การประมวลผล (Process)
  • 14.
    ี่ ้ สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล ั สญลักษณ์กระแสข ้อมูล (Data Flow Symbol) เป็ นเส นทางในการไหลของข ้อมูลจากส ่ว นหนึ่ง ไปยั ง อีก ส ่ว นหนึ่ง ของระบบ ้ ึ่ สารสนเทศ โดยจะมีลกศรแสดงถึงการไหลจากปลายลูกศร ไปยังหัวลูกศร ซง ู ่ ้ ข ้อมูลทีปรากฏบนเสนนี้จะเป็ นได ้ทังข ้อความ ตัวเลข รายการเรคคอร์ดทีระบบ ้ ่ คอมพิวเตอร์สามารถนาไปประมวลผลได ้
  • 15.
    ี่ ้ สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล ั สญลักษณ์กระแสข ้อมูล (Data Flow Symbol) ตัวอย่างกระแสข ้อมูล ได ้แก่ ั่ ื้ ิ 1) ใบสงซอสนค ้า 2) ใบเสร็จรับเงิน ึ 3) เกรดของนั กศกษา ่ 4) ใบสงของทีผานการตรวจสอบแล ้ว ่ ่ เป็ นต ้น
  • 16.
    ี่ ้ สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล ั สญลักษณ์กระแสข ้อมูล (Data Flow Symbol) ้ ั การใชสญลักษณ์กระแสข ้อมูล ้ ่ ิ่ ่ ่ 1) กระแสข ้อมูลสามารถใชคูกับการประมวลผล (Process), สงทีอยูนอกระบบ (External Entities) หรือแหล่งเก็บข ้อมูล (Data Store) ก็ได ้ ขึนอยูกับ ้ ่ ้ ่ ้ ่ ระบบงานว่า ข ้อมูลนั นจะนาไปไว ้ทีไหน หรือข ้อมูลนั นจะนาออกจากสวนใด
  • 17.
    ี่ ้ สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล ั สญลักษณ์กระแสข ้อมูล (Data Flow Symbol) ้ ั การใชสญลักษณ์กระแสข ้อมูล 2) การตั ้ง ช ื่อ กระแสข อ มู ล โดยทั่ ว ไปจะตั ง ช ื่อ ด ว ยค าเพี ย งค าเดี ย ว ที่ ม ี ้ ้ ้ ความหมายชั ด เจนและเข ้าใจง่า ย ควรก ากั บ ช อ บนเส นด ้วย ค านาม เช ่น ื่ ้ ั่ ื้ ิ “เวลาทางาน”, ใบสงซอสนค ้า” เป็ นต ้น
  • 18.
    ี่ ้ สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล ั สญลักษณ์กระแสข ้อมูล (Data Flow Symbol) ้ ั การใชสญลักษณ์กระแสข ้อมูล ้ ื่ 3) ควรตังช อ กระแสข ้อมูล ตามข ้อมูล ทีไ ด ้เปลีย นแปลงไปแล ้วหลัง จากออก ่ ่ ้ จากการประมวลผล เนื่องจากการประมวลผลหรือ Process ใชแสดงถึงการ ่ เปลียนข ้อมูล หรือการสงผ่านข ้อมูล ่ ้ ่ ื่ ดังนั น Data Flow ทีออกจาก Process มักจะมีการเขียนชอกากับให ้แตกต่าง ออกไปจาก Data Flow ทีเข ้ามาใน Process เสมอ ่ ข ้อมูลนาเข ้า ข ้อมูลออก
  • 19.
    ี่ ้ สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล ั สญลักษณ์แหล่งเก็บข ้อมูล (Data Store Symbol) ่ ่ ้ ื่ เป็ นสวนทีใชแทนชอแฟ้ มข ้อมูลทีเก็บข ้อมูล เพราะมีการประมวลผลหลายแบบ ่ ่ ่ ่ ้ ทีจะต ้องมีการเก็บข ้อมูลไว ้เพือทีจะได ้นาไปใชภายหลัง ึ่ ซงแหล่งเก็บข ้อมูลจะต ้องมีทังข ้อมูลเข ้าและข ้อมูลออก ้
  • 20.
    ี่ ้ สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล ั สญลักษณ์แหล่งเก็บข ้อมูล (Data Store Symbol) ตัวอย่างแหล่งเก็บข ้อมูล ได ้แก่ 1) แฟ้ มคนไข ้ 2) แฟ้ มพนั กงาน เป็ นต ้น
  • 21.
    ี่ ้ สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล ั สญลักษณ์แหล่งเก็บข ้อมูล (Data Store Symbol) ้ ั การใชสญลักษณ์แหล่งเก็บข ้อมูล 1) ต ้องใชสัญลักษณ์แหล่งเก็บข ้อมูล (Data Store) คูกับสญลักษณ์ กระแส ้ ่ ั ข ้อมูล (Data Flow) เสมอ โดยที่  ถ ้าลูก ศรช ้เ ข ้าหมายถึง เป็ นข ้อมู ล น าเข ้าไปเก็ บ ยั ง แหล่ง เก็ บ (เพิ่ม -ลบ ี แก ้ไข)  ถ า ลู ก ศรช ี้อ อกหมายถึง อ่ า นข อ มู ล จากแหล่ ง เก็ บ ข อ มู ล ไปใช ใ นการ ้ ้ ้ ้ ประมวลผล
  • 22.
    ี่ ้ สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล ั สญลักษณ์แหล่งเก็บข ้อมูล (Data Store Symbol) ้ ั การใชสญลักษณ์แหล่งเก็บข ้อมูล ื่ ื่ 2) Data Store ต ้องเชอมต่อการประมวลผล (Process) เสมอโดยเชอมผ่าน กระแสข ้อมูล (Data Flow) ้ ิ่ ่ 3) เนื่องจาก Data Store ใชแทนสงทีเก็บข ้อมูลเกียวกับคน, สถานที, หรือ ่ ่ ิ่ สงของ ื่ ่ ิ ดังนั นควรเขียนชอกากับด ้วยคานาม เชน “แฟ้ มข ้อมูลสนค ้า”, “แฟ้ มเวลา ้ ทางานของพนั กงาน” เป็ นต ้น
  • 23.
    ี่ ้ สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล ั สญลักษณ์แหล่งเก็บข ้อมูล (Data Store Symbol) ้ ั ตัวอย่างการใชสญลักษณ์แหล่งทีเก็บข ้อมูล (Data Store) ่
  • 24.
    ี่ ้ สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล ั สญลักษณ์แหล่งเก็บข ้อมูล (Data Store Symbol) ้ ั การใชสญลักษณ์แหล่งเก็บข ้อมูล ้ ้ ั 4) ใชอักษรย่อ D1, D2 เป็ นต ้น เขียนด ้านซายมือของสญลักษณ์ เพือแสดงว่า ่ เป็ นแหล่ ง เก็ บ ข ้อมู ล อั น ที่ เ ท่ า ใด สามารถเขีย นซ้ า ในระดั บ ต่ า งๆ ของ แผนภาพกระแสข ้อมูลได ้ ้ ิ่ ่ ึ่ 5) Data Store ใชแทนสงทีเป็ นทีเก็บข ้อมูล ซงอาจเป็ นการทาด ้วยมือ หรือ ่ เก็บในรูปแบบคอมพิวเตอร์คอแฟ้ มข ้อมูลหรือฐานข ้อมูล ก็ได ้ ื
  • 25.
    ี่ ้ สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล ั ิ่ ่ ่ สญลักษณ์ สงทีอยูภายนอก (External Entity Symbol) ่ ่ ้ เป็ นสวนทีใชแทนคน แผนกภายในองค์กร และแผนกภายนอกองค์กร หรือระบบ ่ ่ ่ สารสนเทศอืนทีเป็ นสวนทีจะให ้ข ้อมูลหรือรับข ้อมูล ่ ิ่ ่ ้ สงทีอยู่นอกระบบนี้ใชแสดงถึงขอบเขตของระบบสารสนเทศ และแสดงถึงว่า ่ ึ ิ่ ่ ่ ระบบทีศกษาอยูนี้จะติดต่อกับสงทีอยูภายนอกด ้วยวิธใด (นาข ้อมูลเข ้ามา หรือ ่ ี ได ้ข ้อมูลออกไป)
  • 26.
    ี่ ้ สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล ั ิ่ ่ ่ สญลักษณ์ สงทีอยูภายนอก (External Entity Symbol) ่ิ ่ ่ ตัวอย่างสงทีอยูภายนอก ได ้แก่ ึ 1) นั กศกษา ิ 2) สนค ้าคงคลัง เป็ นต ้น ิ 3) สมาชก เป็ นต ้น
  • 27.
    ี่ ้ สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล ั ิ่ ่ ่ สญลักษณ์ สงทีอยูภายนอก (External Entity Symbol) ้ ั ิ่ ่ ่ การใชสญลักษณ์สงทีอยูภายนอก ้ ั ิ่ ่ ่ ่ ั ั 1) ใชสญลักษณ์สงทีอยูภายนอกคูกบสญลักษณ์กระแสข ้อมูลเสมอ โดยที่ ้ี ่ ลูกศรชเข ้า หมายถึง เป็ นการนาข ้อมูลจากหน่วยงานภายนอกเข ้าสูระบบ ้ี ่ ลูกศรชออก หมายถึง สงข ้อมูลจากระบบไปให ้หน่วยงานภายนอก
  • 28.
    ่ ้ กฎทีใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล การประมวลผล(Process) ในการประมวลผลจะมีข ้อมูลเข ้าอย่างเดียวไม่ได ้
  • 29.
    ่ ้ กฎทีใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล การประมวลผล(Process) ในการประมวลผลจะมีข ้อมูลออกอย่างเดียวไม่ได ้
  • 30.
    ่ ้ กฎทีใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล การประมวลผล(Process) ข ้อความที่บ รรจุ อ ยู่ ใ นการประมวลผลจะต ้องเป็ นค ากริย า หรื อ คานามทีแสดงถึงกริยาเท่านัน ่ ้
  • 31.
    ่ ้ กฎทีใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล แหล่งเก็บข ้อมูล(Data Store) ไม่ ส ามารถส่ง ข ้อมูล โดยตรงจาก แหล่ง เก็ บ ข ้อมูล อั น หนึ่ง ไปยั ง แ ห ล่ ง เ ก็ บ ข อ มู ล อี ก อั น ได โ ด ย ต ร ง ข อ มู ล ต อ ง ผ่ า น ก า ร จ า ก ้ ้ ้ ้ ประมวลผลจึงจะไปที่ แหล่งเก็บข ้อมูลได ้
  • 32.
    ่ ้ กฎทีใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล แหล่งเก็บข ้อมูล(Data Store) ไม่ส ามารถส่งข ้อมูล จากส งทีอยู่ภ ายนอก(External ิ่ ่ Entity)ไปยั ง แหล่งเก็บข ้อมูลได ้โดยตรง ข ้อมูลต ้องผ่านจากการประมวลผล ทีได ้รับ ่ ่ ข ้อมูลจากแหล่งข ้อมูลภายนอกแล ้วจึงสงต่อให ้ แหล่งเก็บข ้อมูล
  • 33.
    ่ ้ กฎทีใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล แหล่งเก็บข ้อมูล(Data Store) ไม่สามารถส่งข ้อมูลจากแหล่งเก็บข ้อมูลไปยังสงทีอยู่ภายนอกระบบ ิ่ ่ ปลายทางได โ ดยตรง ต อ งส่ ง ผ่ า น การประมวลผลไปยั ง ส ิ่ง ที่ อ ยู่ ้ ้ ภายนอกระบบ
  • 34.
    ่ ้ กฎทีใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล แหล่งเก็บข ้อมูล(Data Store) ข ้อความทีบรรจุอยูในแหล่งเก็บข ้อมูลต ้องเป็ นคานาม ่ ่
  • 35.
    ่ ้ กฎทีใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล กระแสข ้อมูล(Data Flow) กระแสข ้อมูล จะมีทศทางการไหลของข ้อมูลเพียงทิศเดียวใน 1 กระแส ิ ข ้อมูล เนืองจากไม่มการทางานใดทีเกิดขึนพร ้อมกัน ่ ี ่ ้
  • 36.
    ่ ้ กฎทีใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล กระแสข ้อมูล(Data Flow) การแยกของข ้อมูลออกจาก เสนกระแสข ้อมูล ไปสู่ การประมวลผล อืน ้ ่ ๆ พร ้อมกัน ต ้องเป็ นข ้อมูลเดียวกัน
  • 37.
    ่ ้ กฎทีใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล กระแสข ้อมูล(Data Flow) การเช อ มข ้อมู ล จากข ้อมูล มากกว่า 1 แหล่ง เข ้าสู่ เส นกระแสข ้อมู ล ื่ ้ เดียวกันต ้องเป็ นข ้อมูลเดียวกัน
  • 38.
    ่ ้ กฎทีใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล กระแสข ้อมูล(Data Flow) กระแสข ้อมู ล ไม่ ส ามารถไหลกลั บ เข ้าสู่ก ารประมวลเดิม ได ้โดยตรง จะต ้องมีการประมวลอย่างน ้อยหนึ่งอย่างมาจั ดการกับข ้อมูลดังกล่าว ก่อน สร ้างกระแสข ้อมูล อืน แล ้วจึงคืน ค่ากระแสข ้อมูลเดิมกลับมายั ง ่ การประมวลผลเริมต ้น ่
  • 39.
    ่ ้ กฎทีใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล กระแสข ้อมูล(Data Flow) ข ้อความทีอยูบน Data Flow จะเป็ นคานาม ่ ่
  • 40.
    ่ ้ กฎทีใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล ิ่ ่ ่ สงทีอยูภายนอก(External Entity) ่ ิ่ ่ ่ ิ่ ไม่สามารถสงข ้อมูลโดยตรงจาก สงทีอยูภายนอกระบบอันหนึงไปยังสง ่ ที่ อ ยู่ ภ า ย นอ ก ร ะ บ บ อี ก อั น ไ ด โ ด ย ต ร ง ข อ มู ล ต อ ง ผ่ า น ก า ร จ า ก ้ ้ ้ ประมวลผลภายในระบบก่อ นจึง ส่ง ไปยั ง ส ง ที่อ ยู่ ภ ายนอกระบบภาย ิ่ ปลายทางได ้
  • 41.
    ่ ้ กฎทีใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล ิ่ ่ ่ สงทีอยูภายนอก(External Entity) ่ ่ ิ่ ่ ่ ข ้อความทีบรรจุอยูในสงทีอยูภายนอกระบบต ้องเป็ นคานาม
  • 42.
    ประเภทของแผนภาพกระแสข ้อมูล การเขียนDFD นันสามารถเขียนได ้ 2 แบบ คือ ้ 1) แบบตรรกะ (Logical Data Flow Diagram) แผนภาพนี้จ ะเป็ นการเน ้นในส่วนของธุร กิจ ว่าธุร กิจ มีการท างาน อย่า งไร มีเ หตุก ารณ์ อ ะไรบ ้างที่เ กิด ขึน , ้ ข ้อมูล ที่ต ้องการมี อะไรบ ้าง และได ้ข ้อมูลอะไรจากเหตุการณ์นันๆ แต่ไม่ได ้บอกว่า ้ ระบบจะถูกสร ้างอย่างไร 2) แบบกายภาพ (Physical Data Flow Diagram) แผนภาพนี้ จ ะบอกได ว่ า จะสร า งระบบอย่ า งไร ประกอบด ว ย ้ ้ ้ ฮาร์ดแวร์, ซอฟต์แวร์, แฟ้ มข ้อมูล และบุคคลใดทีเกียวข ้องบ ้างใน ่ ่ ระบบ
  • 43.
    ประเภทของแผนภาพกระแสข ้อมูล ข ้อแตกต่างระหว่างแผนภาพกระแสข้อมูลแบบตรรกะ กับแบบกายภาพ  ขันตอนการประมวลผล ้ Logical DFD -> แสดงถึง ธุรกิจสามารถทีจะดาเนินการได ้อย่างไร ่ Physical DFD -> แสดงถึง ระบบสามารถทีจะทางานได ้อย่างไร ่ Logical DFD -> เป็ นกิจกรรมทางธุรกิจ Physical DFD -> เป็ นโปรแกรม หรือโมดูล หรือขันตอนการทางานที่ ้ ทาด ้วยมือ
  • 44.
    ประเภทของแผนภาพกระแสข ้อมูล ข ้อแตกต่างระหว่างแผนภาพกระแสข้อมูลแบบตรรกะ กับแบบกายภาพ  แหล่งเก็บข ้อมูล Logical DFD -> เป็ นแหล่งทีเก็บรวบรวมข ้อมูลลักษณะใดก็ได ้ ่ Physical DFD -> เป็ น Physical File, Database และ Manual File  ชนิดของแหล่งเก็บข ้อมูล Logical DFD -> เป็ นการเก็บข ้อมูลแบบถาวร Physical DFD -> เป็ นการเก็บข ้อมูลทีแยกเป็ นแฟ้ มหลัก และแฟ้ ม ่ รายการ ต ้องการประมวลผลในเวลาทีแตกต่างกัน ่ ื่ ้ สามารถเชอมต่อกันได ้โดยใชแหล่งเก็บข ้อมูล
  • 45.
    ประเภทของแผนภาพกระแสข ้อมูล ข ้อแตกต่างระหว่างแผนภาพกระแสข้อมูลแบบตรรกะ กับแบบกายภาพ  การควบคุมระบบ Logical DFD -> เป็ นการควบคุมทีเกียวข ้องกับธุรกิจ ่ ่ Physical DFD -> แสดงถึง การควบคุมสาหรับการป้ อนข ้อมูลที่ ถูกต ้อง
  • 46.
    ประเภทของแผนภาพกระแสข ้อมูล ประโยชน์ของการสร ้างแผนภาพกระแสข้อมูลแบบตรรกะ (Logical DFD) 1) ่ ื่ ้ ชวยให ้การสอสารระหว่างผู ้ใชงานให ้ดีขน ึ้ 2) ่ ชวยให ้ระบบมีความมั่นคงมากขึน ้ 3) ช ่ว ยให ้นั ก วิเ คราะห์ร ะบบมีค วามเข ้าใจกั บ การด าเนิน งานของระบบได ้ ั ชดเจน 4) ่ ชวยในการบารุงรักษาและมีความยืดหยุนมากขึน ่ ้ 5) ชว ยลดความซับ ซอน และง่า ยต่อ การสร ้างแผนภาพกระแสข ้อมูล แบบ ่ ้ กายภาพต่อไป
  • 47.
    ประเภทของแผนภาพกระแสข ้อมูล ประโยชน์ของการสร ้างแผนภาพกระแสข้อมูลแบบกายภาพ (Physical DFD) 1) ขันตอนการประมวลผลนั นเป็ นการทางานด ้วยระบบมือ หรือระบบอัตโนมัต ิ ้ ้ 2) แผนภาพแบบกายภาพจะอธิบ ายรายละเอีย ดขั น ตอนการประมวลผลได ้ ้ ละเอียด 3) มีการแสดงถึงลาดับขันตอนการทางาน ้
  • 48.
    การพัฒนาแผนภาพกระแสข ้อมูล 1) ก าหนดรายการกิจ กรรมต่า งๆ ของธุร กิจ และแยกออกมาว่า อยู่ใ น รูปแบบใด (External Entities หรือ Data Flows หรือ Processes หรือ Data Stores) 2) สร ้างแผนภาพระดับสูงสุด (Context Diagram) ึ่ ซงแสดงถึง External Entities และข ้อมูลทีไหลเข ้าและออกจากระบบหลัก โดยไม่สนใจ ่ แหล่งเก็บข ้อมูล 3) เขีย น Diagram ระดั บ ถั ด ไป คือ แผนภาพระดั บ ล่า ง (เรีย กว่า ึ่ Diagram 0 หรือ Parent Diagram) ซงแสดงถึง Process ต่างๆ ทีม ี แต่เขียน ่ ให ้อยูในรูปแบบทั่วไป พร ้อมกันนั นให ้แสดง Data Store ในระดับนีด ้วย ่ ้ ้
  • 49.
    การพัฒนาแผนภาพกระแสข ้อมูล 4) สร ้างแผนภาพระดับลูกของแต่ละ Process ใน Diagram 0 เรียก แผนภาพในระดับนี้วา แผนภาพกระแสข ้อมูลระดับ 1 (Level-1 diagram) ถ ้า ่ หากมีรายละเอียดของการทางานย่อยจากระดับนี้อก ก็ให ้แตกรายละเอียด ลง ี ิ้ ่ ื่ ไปจนกระทั่งสนสุด สวนชอของระดับก็จะเป็ น Level-2 diagram , Level-3 diagram ไปเรือยๆ จนกระทั่งหมด ่ 5) ้ ตรวจสอบหาข ้อผิดพลาด และดูวาคากากับบนเสน Data Flow แต่ ่ ้ ื่ ละเสน รวมถึง Process แต่ละอันนั น สอความหมายหรือไม่ ้ 6) หลั ง จากเขี ย นแผนภาพจนครบทุ ก การท างานแล ว ให ท าการ ้ ้ ตรวจสอบสมดุล ระหว่างข ้อมูลเข ้าและข ้อมูลออกของแผนภาพ DFD กับ Context diagram
  • 50.
    การพัฒนาแผนภาพกระแสข ้อมูล 7) พัฒนารูปแบบใหม่ จาก Logical Data Flow Diagram ให ้ไปอยูใน ่ รูป Physical Data Flow Diagram เพือแยกระหว่างระบบทีทาด ้วยมือ กับ ่ ่ ระบบทีทางานอัตโนมัต ิ ่ 8) ่ แบ่งสวนของ Physical Data Flow Diagram โดยการแยกหรือ แบ่งกลุมของ Diagram ่ ออก เพือให ้สามารถนาไปเขียนโปรแกรม หรือเพือ ่ ่ การดาเนินการระบบได ้
  • 51.
    การพัฒนาแผนภาพกระแสข ้อมูล แผนภาพกระแสข ้อมูลระดับสูงสุด(Context Diagram) แผนภาพกระแสข ้อมู ล ระดั บ สู ง สุ ด เป็ นแผนภาพที่แ สดงถึง ขอบเขตของ สารสนเทศนั น โดยจะเป็ นมุมมองระดับสูงว่ามีหน่วยงานใดเกียวข ้องบ ้าง ติดต่อ ้ ่ กั บ ระบบโดยมีก ารรั บ และส ่ง ข ้อมูล ใดกั บ ระบบ ซ ง แผนภาพระดั บ นี้ จ ะยั ง ไม่ ึ่ ั กล่าวถึง สญลักษณ์การเก็บข ้อมูล (Data Store Symbol)
  • 52.
    การพัฒนาแผนภาพกระแสข ้อมูล แผนภาพกระแสข ้อมูลระดับสูงสุด(Context Diagram) หลักการสร ้าง Context Diagram ทีด ี ่ 1) ควรจะเขียนให ้ครอบคลุมระบบ ให ้อยูใน 1 หน ้ากระดาษ ่ ื่ ื่ 2) ชอของ Process ควรเป็ นชอของระบบสารสนเทศ นั น ้ 3) ช ื่อ ที่เ ขีย นก ากั บ สั ญ ลั ก ษณ์ ต่ า งๆ จะต ้องเขีย นโดยไม่ ใ ห ้ช ื่อ ซ้ า กั น ถ ้า ั ิ่ ่ สญลักษณ์นันแทนสงทีแตกต่างกัน ้ ้ ่ ้ 4) ควรหลีกเลียงเสนทีจะต ้องเขียนคร่อมเสนกัน ่ ื่ 5) ในการเขีย นช อ ย่อ จะต ้องเขีย นโดยบั น ทึก ความหมายของตั ว ย่อ นั ้น ใน พจนานุกรมข ้อมูล (Data Dictionary)
  • 53.
    การพัฒนาแผนภาพกระแสข ้อมูล แผนภาพกระแสข ้อมูลระดับสูงสุด(Context Diagram) ่ั ื้ ิ ตัวอย่างการเขียน Context Diagram ของระบบการสงซอสนค ้
  • 54.
    การพัฒนาแผนภาพกระแสข ้อมูล แผนภาพกระแสข ้อมูลระดับล่าง(Diagram 0 หรือ Parent Diagram) แผนภาพกระแสข ้อมูล ระดั บ ล่า ง เป็ นแผนภาพที่ใ ห ้รายละเอีย ดเพิม เติม จาก ่ ึ่ แผนภาพระดั บ สูง สุด ท าให ้เห็ น ภาพรวมของแผนภาพกระแสข ้อมูล ซ ง จะมี รายละเอียดมากกว่าแผนภาพกระแสข ้อมูลระดับสูงสุด
  • 55.
    การพัฒนาแผนภาพกระแสข ้อมูล แผนภาพกระแสข ้อมูลระดับล่าง(Diagram 0 หรือ Parent Diagram) หลักการสร ้างแผนภาพกระแสข ้อมูลระดับล่าง 1) การเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูลควรเขียนให ้ดูงายและให ้แสดงอยูในกระดาษ ่ ่ แผ่นเดียว 2) ลูกศรไม่ควรทับหรือข ้ามกัน 3) แต่ละ Process จะต ้องมีหมายเลขกากับเป็ นเลขจานวนเต็ม โดยการลาดับ หมายเลข Process ไม่ไ ด ้ หมายถึง การทางานต ้องทางานตามลาดับของ Process และ Process ไม่สามารถทาการซ้าได ้
  • 56.
    การพัฒนาแผนภาพกระแสข ้อมูล แผนภาพกระแสข ้อมูลระดับล่าง(Diagram 0 หรือ Parent Diagram) ั่ ื้ ิ ตัวอย่างการเขียน Diagram 0 ของระบบการสงซอสนค ้า
  • 57.
    การพัฒนาแผนภาพกระแสข ้อมูล แผนภาพกระแสข ้อมูลระดับล่าง(Diagram 0 หรือ Parent Diagram) หลักการสร ้างแผนภาพกระแสข ้อมูลระดับล่าง 4) External Entity ทังหมดของระบบ ทีเขียนใน Context Diagram ้ ่ จะต ้องแสดงอยู่ใน Diagram 0 ด ้วย โดยทีส ามารถทาการซ้ า ได ้ ด ้วย ่ ้ ั เครืองหมาย ตรงมุมล่างซายของสญลักษณ์ External Entity ่ สงทีอยูนอกระบบและการทาซ้าสงทีอยูนอกระบบ ิ่ ่ ่ ิ่ ่ ่ 5) จ านวน Process ไม่ค วรมีม ากเกิน ไป หรือ น อ ยเกิน ไป จ านวน ้ Process ทีมากเกินไปจะทาให ้แผนภาพกระแสข ้อมูลอ่านยาก และมีความ ่ ั ้ ซบซอนยิงขึน ่ ้
  • 58.
  • 59.
    การพัฒนาแผนภาพกระแสข ้อมูล แผนภาพกระแสข ้อมูลระดับตา(Lower Level Data Flow Diagram) ่ หลักการสร ้างแผนภาพกระแสข ้อมูลระดับตา ่ 1) แต่ละ Process บน Diagram 0 (หรือ Parent Process) สามารถนามาสร ้าง Diagram ย่อย (เรียกว่า Child Diagram) ได ้ 2) ในการสร ้าง Child Diagram นั ้น ข ้อมูล ทีเข ้ามาและออกจาก Child ่ Diagram จะต ้องเป็ นข ้อมูลทีเข ้ามาและออกจาก Parent Process ่ 3) เมือมีการแยก Process ่ ออกเป็ น Child Diagram จะต ้องมีการกาหนด ้ ้ ่ หมายเลขลาดับให ้กับ Child Diagram นั นโดยจะตังตาม Parent Process (เชน Process 3 แยกเป็ น Diagram Level-1 ของ Process ที่ 3)
  • 60.
    การพัฒนาแผนภาพกระแสข ้อมูล แผนภาพกระแสข ้อมูลระดับตา(Lower Level Data Flow Diagram) ่ หลักการสร ้างแผนภาพกระแสข ้อมูลระดับตา ่ ้ 4) หมายเลขกากับแต่ละ Process ใน Child Diagram ก็จะใชหมายเลขขึนต ้น ้ เหมือน Parent Process แล ้วตามด ้วยจุดทศนิยม และหมายเลขย่อยลงไป ่ (เชน Parent Process เป็ น Process 3 ดังนั นใน Diagram 3 ก็จะมี Process ้ 3.1,3.2,3.3 ไปเรือยๆจนกว่าจะหมด) ่ 5) โดยปกติแล ้ว External Entity มักจะไม่แสดงบน Child Diagram ทีตากว่า ่ ่ Diagram 0 6) บน Child Diagram อาจมี Data Store ปรากฏขึนมา โดยทีไม่มใน Parent ้ ่ ี Process ได ้ 7) Process ต่างๆ อาจมีการแตกหรือไม่แตกเป็ น Child Diagram ก็ได ้ ขึนอยู่ ้ ั ้ กับระดับความซบซอนของ Process นั นๆ ้
  • 61.
  • 62.
    การพัฒนาแผนภาพกระแสข ้อมูล การตรวจสอบแผนภาพกระแสข ้อมูลเพือหาข้อผิดพลาด ่ 1) ตรวจสอบว่า มีก ารใช สัญ ลัก ษณ์ ต่างๆ ถูก ต ้องตามกฎการเขีย นแผนภาพ ้ กระแสข ้อมูล หรือไม่ ้ ้ 2) ตรวจสอบหาข ้อผิดพลาด และดูวา คากากับบนเสน Data Flow แต่ละเสน ่ ื่ รวมถึง Process แต่ละอันนั น สอความหมายหรือไม่ ้ 3) ตรวจสอบสมดุ ล ระหว่ า งข ้อมู ล เข ้าและข ้อมู ล ออกของแผนภาพ นั่ น คือ ตรวจสอบว่าแผนภาพระดับสูงสุด (Context Diagram) มีความสมดุลระหว่าง ข ้อมูลเข ้าและข ้อมูลออก กับแผนภาพระดับล่าง (Diagram 0) หรือไม่ และ ตรวจสอบว่าแผนภาพระดับล่าง มีความสมดุลระหว่างข ้อมูลเข ้าและข ้อมูลออก กับแผนภาพระดับตา (Child Diagram) หรือไม่ ่