More Related Content
PDF
PDF
PDF
PDF
หน่วยที่ 3-ระบบทางเทคโนโลยี PDF
วิทยาการคำนวณ ม.5 - บทที่ 1 ข้อมูลมีคุณค่า PDF
PDF
PDF
What's hot
PPTX
Power point 1 การบริหารทรัพยากรมนุษย์ PDF
ใบงานที่ 1 เรื่อง โครงงานคอมพิวเตอร์ PDF
บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง PDF
03 บทที่ 3-วิธีดำเนินงานโครงงาน PDF
หน่วย2 ความน่าเชื่อถือของข้อมูล PDF
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเพื่อนคู่คิด เล่มที่ 13 การบวก ลบ คูณ หาร เศษส่วน PDF
PPT
การวิเคราะห์อัลกอริทึม(algorithm analysis) PPT
PDF
บทที่ 6 การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย PDF
PDF
หลอดเลือดและส่วนประกอบของเลือด PPTX
PDF
02 บทที่ 2-เอกสารที่เกี่ยวข้อง PDF
PDF
เอกสารประกอบการเรียนวิชาคลื่นเสียงแสง เรื่อง เสียง PDF
บทที่ 4 ผลการดำเนินโครงงาน PDF
PPTX
PDF
Similar to การเขียนแผนภาพ DFD
PDF
PDF
DOC
PDF
DOC
PPT
PDF
นางสาว หัทยา เชื้อสมเกียรติ ม.5 pp PDF
นางสาว หัทยา เชื้อสมเกียรติ ม.5 pp PDF
Lecture1 การประมวลผลข้อมูล และฐานข้อมูล PDF
PDF
ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศ PDF
ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศ PPT
PDF
PDF
การแก้ปัญหาด้วยกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ PDF
PDF
PPT
C:\Documents And Settings\Administrator\Desktop\Ch00 คอมพิวเตอร์เบื้องต้น PDF
PPT
More from skiats
PDF
การ Setup disk quota กับ user ทุกคน PDF
อัลกอริทึมและการวิเคราะห์ปัญหา PDF
PDF
ตัวแปรและค่าคงที่ basic data type PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
การกำหนดปัญหาและศึกษาความเป็นไปได้ DOC
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
Lecture7 การแปลงโมเดลแบบ E-R เป็นรูปแบบโมเดลเชิงสัมพันธ์ PDF
Lecture5 ฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ PDF
PPT
Lesson1 programing concept การเขียนแผนภาพ DFD
- 1.
- 2.
เนือหา
้
ความหมายของแผนภาพกระแสข ้อมูล
ั ี่ ้
สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล
่ ้
กฎทีใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล
ประเภทของแผนภาพกระแสข ้อมูล
การพัฒนาแผนภาพกระแสข ้อมูล
- 3.
วัตถุประสงค์
1) ทราบความสาคั ญ และวั ต ถุป ระสงค์ข องแผนภาพกระแสข ้อมู ล
(Data Flow Diagram)
2) เข ้าใจสั ญ ลั ก ษณ์ ต่ า งๆ และขั น ตอนการเขีย นแผนภาพกระแส
้
ข ้อมูล
3) สามารถวิเคราะห์และเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูลได ้
- 4.
เอกสาร
แบบฟอร์ม ิ
สร ้างแบบจาลองเชงตรรกะ
รายงาน (Logical Model)
ั
บทสรุปการสมภาษณ์
- 5.
ความหมายของแผนภาพกระแสข ้อมูล (DataFlow Diagram)
แผนภาพกระแสข ้อมูล (Data Flow Diagram: DFD) หรือเรียกอีก
อย่างหนึงว่า แผนภาพการไหลของข ้อมูล
่
้
เป็ นเครื่อ งมือ ที่ใ ช เพื่อ แสดงการไหลของข ้อมูล และการประมวลผล
ต่างๆ ในระบบ สมพันธ์กบแหล่งเก็บข ้อมูลทีใช ้
ั ั ่
เป็ นส ื่อ ที่ช ่ว ยให ้การวิเ คราะห์เ ป็ นไปได ้โดยง่ า ย และมีค วามเข ้าใจ
ตรงกัน ระหว่า งผู ้วิเ คราะห์ร ะบบเอง หรือ ระหว่า งผู ้วิเ คราะห์ร ะบบกับ
้
โปรแกรมเมอร์ หรือระหว่างผู ้วิเคราะห์ระบบกับผู ้ใชระบบ
- 6.
้
ประโยชน์ทได ้จากการใชแผนภาพกระแสข ้อมูล
ี่
1) มีค วามอิส ระในการใช งาน โดยไม่ ต ้องมีเ ทคนิ ค อื่น มาช ่ ว ย เนื่ อ งจาก
้
้ ั ิ่ ่ ิ
สามารถใชสญลักษณ์ตางๆ แทนสงทีวเคราะห์มา
่
2) เป็ นสอทีง่ายต่อการแสดงความสัมพั นธ์ระหว่างระบบใหญ่และระบบย่อ ย
ื่ ่
ึ่ ั
ซงจะทาให ้เข ้าใจความสมพันธ์ตาง ๆ ได ้ดี
่
3) เป็ นส อ ที่ช ่ว ยในการวิเ คราะห์ร ะบบให ้เป็ นไปได ้ง่า ย และมีค วามเข ้าใจ
ื่
ตร ง กั น ระ ห ว่ า ง ผู ว ิ เ ค รา ะ ห์ ร ะบ บ ห รื อ ร ะ ห ว่ า ง ผู ว ิ เ ค ร า ะ ห์ ร ะ บ บ กั บ
้ ้
โปรแกรมเมอร์ หรือระหว่างผู ้วิเคราะห์ระบบกับผู ้ใช ้
่
4) ชว ยในการวิเ คราะห์ร ะบบให ้สะดวก โดยสามารถเห็น ข ้อมูล และขัน ตอน
้
ต่างๆ เป็ นแผนภาพ
- 7.
ั ี่ ้
สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล
สัญลักษณ์ท ใช ในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล ประกอบด ้วย
ี่ ้ 4
ั
สญลักษณ์ คือ
ั
1) สญลักษณ์การประมวลผล (Process Symbol)
ั
2) สญลักษณ์กระแสข ้อมูล (Data Flow Symbol)
ั
3) สญลักษณ์แหล่งเก็บข ้อมูล (Data Store Symbol)
ั ิ่ ่ ่
4) สญลักษณ์สงทีอยูภายนอก (External Entity Symbol)
- 8.
ั ี่ ้
สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล
- 9.
ั ี่ ้
สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล
ั
สญลักษณ์การประมวลผล (Process Symbol)
การประมวลผล (Process) เป็ นการเปลียนแปลงข ้อมูลจากรูปแบบหนึง (Input)
่ ่
ไปเป็ นอีกรูปแบบหนึง (Output)
่
่
เชน การคานวณรายได ้สุทธิของลูกจ ้างรายวัน จะต ้องประกอบด ้วยข ้อมูลนาเข ้า
ั่ ั่
ทีเป็ น ”อัตราค่าจ ้างต่อชวโมง” และ “จานวนชวโมงการทางาน” เมือผ่านการ
่ ่
ประมวลผลแล ้วจะได ้ “รายได ้สุทธิ”
- 10.
ั ี่ ้
สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล
ั
สญลักษณ์การประมวลผล (Process Symbol)
ตัวอย่างการประมวลผล ได ้แก่
ั
1) คานวณค่าคอมมิชชน
ั่ ื้
2) ตรวจสอบใบสงซอ
3) ลงทะเบียน
เป็ นต ้น
- 11.
ั ี่ ้
สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล
ั
สญลักษณ์การประมวลผล (Process Symbol)
้ ั
การใชสญลักษณ์การประมวลผล
้ ั ั
1) ต ้องใชสญลักษณ์การประมวลผล (Process) คูกับสญลักษณ์ กระแสข ้อมูล
่
ี้
(Data Flow) เสมอ โดยทีถ ้าลูกศรชเข ้าหมายถึงเป็ นข ้อมูลนาเข ้า ถ ้าลูกศร
่
ี้ ึ่
ชออกหมายถึงเป็ นข ้อมูลออกจากการประมวลผล ซง 1 Process สามารถมี
้ ้
ข ้อมูลนาเข ้ามากกว่า 1 เสน หรือข ้อมูลออกมากกว่า 1 เสนได ้
ข ้อมูลนาเข ้า ข ้อมูลออก
- 12.
ั ี่ ้
สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล
ั
สญลักษณ์การประมวลผล (Process Symbol)
้ ั
การใชสญลักษณ์การประมวลผล
้ ื่
2) การตังชอของ Process ควรเป็ นวลีเดียวทีอธิบายการทางานทังหมดได ้
่ ้
และควรอธิบายการทางานอย่างใดอย่างหนึงโดยเฉพาะมากกว่าทีจะอธิบาย
่ ่
่
การทางานอย่างกว ้างๆ เชน หากแสดงถึงการประมวลผล “ตรวจสอบ
รายการ” ควรจะระบุว่าเป็ น “การตรวจสอบรายการถอนเงิน ” หรือ
้ ั
“ตรวจสอบรายการค่าใชจ่ายรายสปดาห์” เป็ นต ้น
3) แต่ละ Process จะมีแต่ข ้อมูลเข ้าอย่างเดียว หรือออกอย่างเดียวไม่ได ้
- 13.
ั ี่ ้
สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล
ั
สญลักษณ์การประมวลผล (Process Symbol)
้ ั
ตัวอย่างการใชสญลักษณ์การประมวลผล (Process)
- 14.
ั ี่ ้
สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล
ั
สญลักษณ์กระแสข ้อมูล (Data Flow Symbol)
เป็ นเส นทางในการไหลของข ้อมูลจากส ่ว นหนึ่ง ไปยั ง อีก ส ่ว นหนึ่ง ของระบบ
้
ึ่
สารสนเทศ โดยจะมีลกศรแสดงถึงการไหลจากปลายลูกศร ไปยังหัวลูกศร ซง
ู
่ ้
ข ้อมูลทีปรากฏบนเสนนี้จะเป็ นได ้ทังข ้อความ ตัวเลข รายการเรคคอร์ดทีระบบ
้ ่
คอมพิวเตอร์สามารถนาไปประมวลผลได ้
- 15.
ั ี่ ้
สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล
ั
สญลักษณ์กระแสข ้อมูล (Data Flow Symbol)
ตัวอย่างกระแสข ้อมูล ได ้แก่
ั่ ื้ ิ
1) ใบสงซอสนค ้า
2) ใบเสร็จรับเงิน
ึ
3) เกรดของนั กศกษา
่
4) ใบสงของทีผานการตรวจสอบแล ้ว
่ ่
เป็ นต ้น
- 16.
ั ี่ ้
สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล
ั
สญลักษณ์กระแสข ้อมูล (Data Flow Symbol)
้ ั
การใชสญลักษณ์กระแสข ้อมูล
้ ่ ิ่ ่ ่
1) กระแสข ้อมูลสามารถใชคูกับการประมวลผล (Process), สงทีอยูนอกระบบ
(External Entities) หรือแหล่งเก็บข ้อมูล (Data Store) ก็ได ้ ขึนอยูกับ
้ ่
้ ่ ้ ่
ระบบงานว่า ข ้อมูลนั นจะนาไปไว ้ทีไหน หรือข ้อมูลนั นจะนาออกจากสวนใด
- 17.
ั ี่ ้
สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล
ั
สญลักษณ์กระแสข ้อมูล (Data Flow Symbol)
้ ั
การใชสญลักษณ์กระแสข ้อมูล
2) การตั ้ง ช ื่อ กระแสข อ มู ล โดยทั่ ว ไปจะตั ง ช ื่อ ด ว ยค าเพี ย งค าเดี ย ว ที่ ม ี
้ ้ ้
ความหมายชั ด เจนและเข ้าใจง่า ย ควรก ากั บ ช อ บนเส นด ้วย ค านาม เช ่น
ื่ ้
ั่ ื้ ิ
“เวลาทางาน”, ใบสงซอสนค ้า” เป็ นต ้น
- 18.
ั ี่ ้
สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล
ั
สญลักษณ์กระแสข ้อมูล (Data Flow Symbol)
้ ั
การใชสญลักษณ์กระแสข ้อมูล
้ ื่
3) ควรตังช อ กระแสข ้อมูล ตามข ้อมูล ทีไ ด ้เปลีย นแปลงไปแล ้วหลัง จากออก
่ ่
้
จากการประมวลผล เนื่องจากการประมวลผลหรือ Process ใชแสดงถึงการ
่
เปลียนข ้อมูล หรือการสงผ่านข ้อมูล
่
้ ่ ื่
ดังนั น Data Flow ทีออกจาก Process มักจะมีการเขียนชอกากับให ้แตกต่าง
ออกไปจาก Data Flow ทีเข ้ามาใน Process เสมอ
่
ข ้อมูลนาเข ้า ข ้อมูลออก
- 19.
ั ี่ ้
สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล
ั
สญลักษณ์แหล่งเก็บข ้อมูล (Data Store Symbol)
่ ่ ้ ื่
เป็ นสวนทีใชแทนชอแฟ้ มข ้อมูลทีเก็บข ้อมูล เพราะมีการประมวลผลหลายแบบ
่
่ ่ ่ ้
ทีจะต ้องมีการเก็บข ้อมูลไว ้เพือทีจะได ้นาไปใชภายหลัง
ึ่
ซงแหล่งเก็บข ้อมูลจะต ้องมีทังข ้อมูลเข ้าและข ้อมูลออก
้
- 20.
ั ี่ ้
สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล
ั
สญลักษณ์แหล่งเก็บข ้อมูล (Data Store Symbol)
ตัวอย่างแหล่งเก็บข ้อมูล ได ้แก่
1) แฟ้ มคนไข ้
2) แฟ้ มพนั กงาน
เป็ นต ้น
- 21.
ั ี่ ้
สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล
ั
สญลักษณ์แหล่งเก็บข ้อมูล (Data Store Symbol)
้ ั
การใชสญลักษณ์แหล่งเก็บข ้อมูล
1) ต ้องใชสัญลักษณ์แหล่งเก็บข ้อมูล (Data Store) คูกับสญลักษณ์ กระแส
้ ่ ั
ข ้อมูล (Data Flow) เสมอ
โดยที่
ถ ้าลูก ศรช ้เ ข ้าหมายถึง เป็ นข ้อมู ล น าเข ้าไปเก็ บ ยั ง แหล่ง เก็ บ (เพิ่ม -ลบ
ี
แก ้ไข)
ถ า ลู ก ศรช ี้อ อกหมายถึง อ่ า นข อ มู ล จากแหล่ ง เก็ บ ข อ มู ล ไปใช ใ นการ
้ ้ ้ ้
ประมวลผล
- 22.
ั ี่ ้
สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล
ั
สญลักษณ์แหล่งเก็บข ้อมูล (Data Store Symbol)
้ ั
การใชสญลักษณ์แหล่งเก็บข ้อมูล
ื่ ื่
2) Data Store ต ้องเชอมต่อการประมวลผล (Process) เสมอโดยเชอมผ่าน
กระแสข ้อมูล (Data Flow)
้ ิ่ ่
3) เนื่องจาก Data Store ใชแทนสงทีเก็บข ้อมูลเกียวกับคน, สถานที, หรือ
่ ่
ิ่
สงของ
ื่ ่ ิ
ดังนั นควรเขียนชอกากับด ้วยคานาม เชน “แฟ้ มข ้อมูลสนค ้า”, “แฟ้ มเวลา
้
ทางานของพนั กงาน” เป็ นต ้น
- 23.
ั ี่ ้
สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล
ั
สญลักษณ์แหล่งเก็บข ้อมูล (Data Store Symbol)
้ ั
ตัวอย่างการใชสญลักษณ์แหล่งทีเก็บข ้อมูล (Data Store)
่
- 24.
ั ี่ ้
สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล
ั
สญลักษณ์แหล่งเก็บข ้อมูล (Data Store Symbol)
้ ั
การใชสญลักษณ์แหล่งเก็บข ้อมูล
้ ้ ั
4) ใชอักษรย่อ D1, D2 เป็ นต ้น เขียนด ้านซายมือของสญลักษณ์ เพือแสดงว่า
่
เป็ นแหล่ ง เก็ บ ข ้อมู ล อั น ที่ เ ท่ า ใด สามารถเขีย นซ้ า ในระดั บ ต่ า งๆ ของ
แผนภาพกระแสข ้อมูลได ้
้ ิ่ ่ ึ่
5) Data Store ใชแทนสงทีเป็ นทีเก็บข ้อมูล ซงอาจเป็ นการทาด ้วยมือ หรือ
่
เก็บในรูปแบบคอมพิวเตอร์คอแฟ้ มข ้อมูลหรือฐานข ้อมูล ก็ได ้
ื
- 25.
ั ี่ ้
สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล
ั ิ่ ่ ่
สญลักษณ์ สงทีอยูภายนอก (External Entity Symbol)
่ ่ ้
เป็ นสวนทีใชแทนคน แผนกภายในองค์กร และแผนกภายนอกองค์กร หรือระบบ
่ ่ ่
สารสนเทศอืนทีเป็ นสวนทีจะให ้ข ้อมูลหรือรับข ้อมูล
่
ิ่ ่ ้
สงทีอยู่นอกระบบนี้ใชแสดงถึงขอบเขตของระบบสารสนเทศ และแสดงถึงว่า
่ ึ ิ่ ่ ่
ระบบทีศกษาอยูนี้จะติดต่อกับสงทีอยูภายนอกด ้วยวิธใด (นาข ้อมูลเข ้ามา หรือ
่ ี
ได ้ข ้อมูลออกไป)
- 26.
ั ี่ ้
สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล
ั ิ่ ่ ่
สญลักษณ์ สงทีอยูภายนอก (External Entity Symbol)
่ิ ่ ่
ตัวอย่างสงทีอยูภายนอก ได ้แก่
ึ
1) นั กศกษา
ิ
2) สนค ้าคงคลัง เป็ นต ้น
ิ
3) สมาชก
เป็ นต ้น
- 27.
ั ี่ ้
สญลักษณ์ทใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล
ั ิ่ ่ ่
สญลักษณ์ สงทีอยูภายนอก (External Entity Symbol)
้ ั ิ่ ่ ่
การใชสญลักษณ์สงทีอยูภายนอก
้ ั ิ่ ่ ่ ่ ั ั
1) ใชสญลักษณ์สงทีอยูภายนอกคูกบสญลักษณ์กระแสข ้อมูลเสมอ
โดยที่
้ี ่
ลูกศรชเข ้า หมายถึง เป็ นการนาข ้อมูลจากหน่วยงานภายนอกเข ้าสูระบบ
้ี ่
ลูกศรชออก หมายถึง สงข ้อมูลจากระบบไปให ้หน่วยงานภายนอก
- 28.
- 29.
- 30.
- 31.
่ ้
กฎทีใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล
แหล่งเก็บข ้อมูล(Data Store)
ไม่ ส ามารถส่ง ข ้อมูล โดยตรงจาก แหล่ง เก็ บ ข ้อมูล อั น หนึ่ง ไปยั ง
แ ห ล่ ง เ ก็ บ ข อ มู ล อี ก อั น ได โ ด ย ต ร ง ข อ มู ล ต อ ง ผ่ า น ก า ร จ า ก
้ ้ ้ ้
ประมวลผลจึงจะไปที่ แหล่งเก็บข ้อมูลได ้
- 32.
่ ้
กฎทีใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล
แหล่งเก็บข ้อมูล(Data Store)
ไม่ส ามารถส่งข ้อมูล จากส งทีอยู่ภ ายนอก(External
ิ่ ่ Entity)ไปยั ง
แหล่งเก็บข ้อมูลได ้โดยตรง ข ้อมูลต ้องผ่านจากการประมวลผล ทีได ้รับ
่
่
ข ้อมูลจากแหล่งข ้อมูลภายนอกแล ้วจึงสงต่อให ้ แหล่งเก็บข ้อมูล
- 33.
่ ้
กฎทีใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล
แหล่งเก็บข ้อมูล(Data Store)
ไม่สามารถส่งข ้อมูลจากแหล่งเก็บข ้อมูลไปยังสงทีอยู่ภายนอกระบบ
ิ่ ่
ปลายทางได โ ดยตรง ต อ งส่ ง ผ่ า น การประมวลผลไปยั ง ส ิ่ง ที่ อ ยู่
้ ้
ภายนอกระบบ
- 34.
- 35.
- 36.
- 37.
- 38.
่ ้
กฎทีใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล
กระแสข ้อมูล(Data Flow)
กระแสข ้อมู ล ไม่ ส ามารถไหลกลั บ เข ้าสู่ก ารประมวลเดิม ได ้โดยตรง
จะต ้องมีการประมวลอย่างน ้อยหนึ่งอย่างมาจั ดการกับข ้อมูลดังกล่าว
ก่อน สร ้างกระแสข ้อมูล อืน แล ้วจึงคืน ค่ากระแสข ้อมูลเดิมกลับมายั ง
่
การประมวลผลเริมต ้น
่
- 39.
- 40.
่ ้
กฎทีใชในการเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูล
ิ่ ่ ่
สงทีอยูภายนอก(External Entity)
่ ิ่ ่ ่ ิ่
ไม่สามารถสงข ้อมูลโดยตรงจาก สงทีอยูภายนอกระบบอันหนึงไปยังสง
่
ที่ อ ยู่ ภ า ย นอ ก ร ะ บ บ อี ก อั น ไ ด โ ด ย ต ร ง ข อ มู ล ต อ ง ผ่ า น ก า ร จ า ก
้ ้ ้
ประมวลผลภายในระบบก่อ นจึง ส่ง ไปยั ง ส ง ที่อ ยู่ ภ ายนอกระบบภาย
ิ่
ปลายทางได ้
- 41.
- 42.
ประเภทของแผนภาพกระแสข ้อมูล
การเขียนDFD นันสามารถเขียนได ้ 2 แบบ คือ
้
1) แบบตรรกะ (Logical Data Flow Diagram)
แผนภาพนี้จ ะเป็ นการเน ้นในส่วนของธุร กิจ ว่าธุร กิจ มีการท างาน
อย่า งไร มีเ หตุก ารณ์ อ ะไรบ ้างที่เ กิด ขึน ,
้ ข ้อมูล ที่ต ้องการมี
อะไรบ ้าง และได ้ข ้อมูลอะไรจากเหตุการณ์นันๆ แต่ไม่ได ้บอกว่า
้
ระบบจะถูกสร ้างอย่างไร
2) แบบกายภาพ (Physical Data Flow Diagram)
แผนภาพนี้ จ ะบอกได ว่ า จะสร า งระบบอย่ า งไร ประกอบด ว ย
้ ้ ้
ฮาร์ดแวร์, ซอฟต์แวร์, แฟ้ มข ้อมูล และบุคคลใดทีเกียวข ้องบ ้างใน
่ ่
ระบบ
- 43.
ประเภทของแผนภาพกระแสข ้อมูล
ข ้อแตกต่างระหว่างแผนภาพกระแสข้อมูลแบบตรรกะ กับแบบกายภาพ
ขันตอนการประมวลผล
้
Logical DFD -> แสดงถึง ธุรกิจสามารถทีจะดาเนินการได ้อย่างไร
่
Physical DFD -> แสดงถึง ระบบสามารถทีจะทางานได ้อย่างไร
่
Logical DFD -> เป็ นกิจกรรมทางธุรกิจ
Physical DFD -> เป็ นโปรแกรม หรือโมดูล หรือขันตอนการทางานที่
้
ทาด ้วยมือ
- 44.
ประเภทของแผนภาพกระแสข ้อมูล
ข ้อแตกต่างระหว่างแผนภาพกระแสข้อมูลแบบตรรกะ กับแบบกายภาพ
แหล่งเก็บข ้อมูล
Logical DFD -> เป็ นแหล่งทีเก็บรวบรวมข ้อมูลลักษณะใดก็ได ้
่
Physical DFD -> เป็ น Physical File, Database และ Manual File
ชนิดของแหล่งเก็บข ้อมูล
Logical DFD -> เป็ นการเก็บข ้อมูลแบบถาวร
Physical DFD -> เป็ นการเก็บข ้อมูลทีแยกเป็ นแฟ้ มหลัก และแฟ้ ม
่
รายการ ต ้องการประมวลผลในเวลาทีแตกต่างกัน
่
ื่ ้
สามารถเชอมต่อกันได ้โดยใชแหล่งเก็บข ้อมูล
- 45.
- 46.
ประเภทของแผนภาพกระแสข ้อมูล
ประโยชน์ของการสร ้างแผนภาพกระแสข้อมูลแบบตรรกะ (Logical DFD)
1) ่ ื่ ้
ชวยให ้การสอสารระหว่างผู ้ใชงานให ้ดีขน
ึ้
2) ่
ชวยให ้ระบบมีความมั่นคงมากขึน
้
3) ช ่ว ยให ้นั ก วิเ คราะห์ร ะบบมีค วามเข ้าใจกั บ การด าเนิน งานของระบบได ้
ั
ชดเจน
4) ่
ชวยในการบารุงรักษาและมีความยืดหยุนมากขึน
่ ้
5) ชว ยลดความซับ ซอน และง่า ยต่อ การสร ้างแผนภาพกระแสข ้อมูล แบบ
่ ้
กายภาพต่อไป
- 47.
- 48.
การพัฒนาแผนภาพกระแสข ้อมูล
1) ก าหนดรายการกิจ กรรมต่า งๆ ของธุร กิจ และแยกออกมาว่า อยู่ใ น
รูปแบบใด (External Entities หรือ Data Flows หรือ Processes หรือ Data
Stores)
2) สร ้างแผนภาพระดับสูงสุด (Context Diagram) ึ่
ซงแสดงถึง
External Entities และข ้อมูลทีไหลเข ้าและออกจากระบบหลัก โดยไม่สนใจ
่
แหล่งเก็บข ้อมูล
3) เขีย น Diagram ระดั บ ถั ด ไป คือ แผนภาพระดั บ ล่า ง (เรีย กว่า
ึ่
Diagram 0 หรือ Parent Diagram) ซงแสดงถึง Process ต่างๆ ทีม ี แต่เขียน
่
ให ้อยูในรูปแบบทั่วไป พร ้อมกันนั นให ้แสดง Data Store ในระดับนีด ้วย
่ ้ ้
- 49.
การพัฒนาแผนภาพกระแสข ้อมูล
4) สร ้างแผนภาพระดับลูกของแต่ละ Process ใน Diagram 0 เรียก
แผนภาพในระดับนี้วา แผนภาพกระแสข ้อมูลระดับ 1 (Level-1 diagram) ถ ้า
่
หากมีรายละเอียดของการทางานย่อยจากระดับนี้อก ก็ให ้แตกรายละเอียด ลง
ี
ิ้ ่ ื่
ไปจนกระทั่งสนสุด สวนชอของระดับก็จะเป็ น Level-2 diagram , Level-3
diagram ไปเรือยๆ จนกระทั่งหมด
่
5) ้
ตรวจสอบหาข ้อผิดพลาด และดูวาคากากับบนเสน Data Flow แต่
่
้ ื่
ละเสน รวมถึง Process แต่ละอันนั น สอความหมายหรือไม่
้
6) หลั ง จากเขี ย นแผนภาพจนครบทุ ก การท างานแล ว ให ท าการ
้ ้
ตรวจสอบสมดุล ระหว่างข ้อมูลเข ้าและข ้อมูลออกของแผนภาพ DFD กับ
Context diagram
- 50.
การพัฒนาแผนภาพกระแสข ้อมูล
7) พัฒนารูปแบบใหม่ จาก Logical Data Flow Diagram ให ้ไปอยูใน
่
รูป Physical Data Flow Diagram เพือแยกระหว่างระบบทีทาด ้วยมือ กับ
่ ่
ระบบทีทางานอัตโนมัต ิ
่
8) ่
แบ่งสวนของ Physical Data Flow Diagram โดยการแยกหรือ
แบ่งกลุมของ Diagram
่ ออก เพือให ้สามารถนาไปเขียนโปรแกรม หรือเพือ
่ ่
การดาเนินการระบบได ้
- 51.
การพัฒนาแผนภาพกระแสข ้อมูล
แผนภาพกระแสข ้อมูลระดับสูงสุด(Context Diagram)
แผนภาพกระแสข ้อมู ล ระดั บ สู ง สุ ด เป็ นแผนภาพที่แ สดงถึง ขอบเขตของ
สารสนเทศนั น โดยจะเป็ นมุมมองระดับสูงว่ามีหน่วยงานใดเกียวข ้องบ ้าง ติดต่อ
้ ่
กั บ ระบบโดยมีก ารรั บ และส ่ง ข ้อมูล ใดกั บ ระบบ ซ ง แผนภาพระดั บ นี้ จ ะยั ง ไม่
ึ่
ั
กล่าวถึง สญลักษณ์การเก็บข ้อมูล (Data Store Symbol)
- 52.
การพัฒนาแผนภาพกระแสข ้อมูล
แผนภาพกระแสข ้อมูลระดับสูงสุด(Context Diagram)
หลักการสร ้าง Context Diagram ทีด ี
่
1) ควรจะเขียนให ้ครอบคลุมระบบ ให ้อยูใน 1 หน ้ากระดาษ
่
ื่ ื่
2) ชอของ Process ควรเป็ นชอของระบบสารสนเทศ นั น
้
3) ช ื่อ ที่เ ขีย นก ากั บ สั ญ ลั ก ษณ์ ต่ า งๆ จะต ้องเขีย นโดยไม่ ใ ห ้ช ื่อ ซ้ า กั น ถ ้า
ั ิ่ ่
สญลักษณ์นันแทนสงทีแตกต่างกัน
้
้ ่ ้
4) ควรหลีกเลียงเสนทีจะต ้องเขียนคร่อมเสนกัน
่
ื่
5) ในการเขีย นช อ ย่อ จะต ้องเขีย นโดยบั น ทึก ความหมายของตั ว ย่อ นั ้น ใน
พจนานุกรมข ้อมูล (Data Dictionary)
- 53.
- 54.
การพัฒนาแผนภาพกระแสข ้อมูล
แผนภาพกระแสข ้อมูลระดับล่าง(Diagram 0 หรือ Parent Diagram)
แผนภาพกระแสข ้อมูล ระดั บ ล่า ง เป็ นแผนภาพที่ใ ห ้รายละเอีย ดเพิม เติม จาก
่
ึ่
แผนภาพระดั บ สูง สุด ท าให ้เห็ น ภาพรวมของแผนภาพกระแสข ้อมูล ซ ง จะมี
รายละเอียดมากกว่าแผนภาพกระแสข ้อมูลระดับสูงสุด
- 55.
การพัฒนาแผนภาพกระแสข ้อมูล
แผนภาพกระแสข ้อมูลระดับล่าง(Diagram 0 หรือ Parent Diagram)
หลักการสร ้างแผนภาพกระแสข ้อมูลระดับล่าง
1) การเขียนแผนภาพกระแสข ้อมูลควรเขียนให ้ดูงายและให ้แสดงอยูในกระดาษ
่ ่
แผ่นเดียว
2) ลูกศรไม่ควรทับหรือข ้ามกัน
3) แต่ละ Process จะต ้องมีหมายเลขกากับเป็ นเลขจานวนเต็ม โดยการลาดับ
หมายเลข Process ไม่ไ ด ้ หมายถึง การทางานต ้องทางานตามลาดับของ
Process และ Process ไม่สามารถทาการซ้าได ้
- 56.
- 57.
การพัฒนาแผนภาพกระแสข ้อมูล
แผนภาพกระแสข ้อมูลระดับล่าง(Diagram 0 หรือ Parent Diagram)
หลักการสร ้างแผนภาพกระแสข ้อมูลระดับล่าง
4) External Entity ทังหมดของระบบ ทีเขียนใน Context Diagram
้ ่
จะต ้องแสดงอยู่ใน Diagram 0 ด ้วย โดยทีส ามารถทาการซ้ า ได ้ ด ้วย
่
้ ั
เครืองหมาย ตรงมุมล่างซายของสญลักษณ์ External Entity
่
สงทีอยูนอกระบบและการทาซ้าสงทีอยูนอกระบบ
ิ่ ่ ่ ิ่ ่ ่
5) จ านวน Process ไม่ค วรมีม ากเกิน ไป หรือ น อ ยเกิน ไป จ านวน
้
Process ทีมากเกินไปจะทาให ้แผนภาพกระแสข ้อมูลอ่านยาก และมีความ
่
ั ้
ซบซอนยิงขึน
่ ้
- 58.
- 59.
การพัฒนาแผนภาพกระแสข ้อมูล
แผนภาพกระแสข ้อมูลระดับตา(Lower Level Data Flow Diagram)
่
หลักการสร ้างแผนภาพกระแสข ้อมูลระดับตา
่
1) แต่ละ Process บน Diagram 0 (หรือ Parent Process) สามารถนามาสร ้าง
Diagram ย่อย (เรียกว่า Child Diagram) ได ้
2) ในการสร ้าง Child Diagram นั ้น ข ้อมูล ทีเข ้ามาและออกจาก Child
่
Diagram จะต ้องเป็ นข ้อมูลทีเข ้ามาและออกจาก Parent Process
่
3) เมือมีการแยก Process
่ ออกเป็ น Child Diagram จะต ้องมีการกาหนด
้ ้ ่
หมายเลขลาดับให ้กับ Child Diagram นั นโดยจะตังตาม Parent Process (เชน
Process 3 แยกเป็ น Diagram Level-1 ของ Process ที่ 3)
- 60.
การพัฒนาแผนภาพกระแสข ้อมูล
แผนภาพกระแสข ้อมูลระดับตา(Lower Level Data Flow Diagram)
่
หลักการสร ้างแผนภาพกระแสข ้อมูลระดับตา
่
้
4) หมายเลขกากับแต่ละ Process ใน Child Diagram ก็จะใชหมายเลขขึนต ้น
้
เหมือน Parent Process แล ้วตามด ้วยจุดทศนิยม และหมายเลขย่อยลงไป
่
(เชน Parent Process เป็ น Process 3 ดังนั นใน Diagram 3 ก็จะมี Process
้
3.1,3.2,3.3 ไปเรือยๆจนกว่าจะหมด)
่
5) โดยปกติแล ้ว External Entity มักจะไม่แสดงบน Child Diagram ทีตากว่า
่ ่
Diagram 0
6) บน Child Diagram อาจมี Data Store ปรากฏขึนมา โดยทีไม่มใน Parent
้ ่ ี
Process ได ้
7) Process ต่างๆ อาจมีการแตกหรือไม่แตกเป็ น Child Diagram ก็ได ้ ขึนอยู่
้
ั ้
กับระดับความซบซอนของ Process นั นๆ
้
- 61.
- 62.
การพัฒนาแผนภาพกระแสข ้อมูล
การตรวจสอบแผนภาพกระแสข ้อมูลเพือหาข้อผิดพลาด
่
1) ตรวจสอบว่า มีก ารใช สัญ ลัก ษณ์ ต่างๆ ถูก ต ้องตามกฎการเขีย นแผนภาพ
้
กระแสข ้อมูล หรือไม่
้ ้
2) ตรวจสอบหาข ้อผิดพลาด และดูวา คากากับบนเสน Data Flow แต่ละเสน
่
ื่
รวมถึง Process แต่ละอันนั น สอความหมายหรือไม่
้
3) ตรวจสอบสมดุ ล ระหว่ า งข ้อมู ล เข ้าและข ้อมู ล ออกของแผนภาพ นั่ น คือ
ตรวจสอบว่าแผนภาพระดับสูงสุด (Context Diagram) มีความสมดุลระหว่าง
ข ้อมูลเข ้าและข ้อมูลออก กับแผนภาพระดับล่าง (Diagram 0) หรือไม่ และ
ตรวจสอบว่าแผนภาพระดับล่าง มีความสมดุลระหว่างข ้อมูลเข ้าและข ้อมูลออก
กับแผนภาพระดับตา (Child Diagram) หรือไม่
่