คูมือแปลผลการตรวจรางกายฉบับประชาชน
ในชวงหลายปที่ผานมานี้ ขาพเจามักจะถูกถามจากเพื่อนฝูงและผูใกลชิดอยูเสมอเกี่ยวกับการ
ตรวจรางกายทางการแพทย เนื่องจากมีขาวสารประชาสัมพันธ และเชิญชวนใหไปตรวจสุขภาพผานเขามาใน
หนวยงานเสมอ ๆ ซึ่งในแตละครั้งก็ดูนาสนอกสนใจเปนอยางมาก เพราะทางโรงพยาบาลจะเดินทางมา
ใหบริการถึงที่ทํางานเลย ผูรับบริการไมตองเสียเวลาเดินทางไปโรงพยาบาลดวยตนเอง ไมตองไปนั่งรอเรียก
ตรวจทีละครึ่งคอนวัน อีกทั้งยังสามารถเลือกรับการตรวจสุขภาพในหลายๆ แบบดวยราคาที่ถูกมากเมื่อเทียบกับ
การไปรับบริการที่โรงพยาบาลดวยตนเอง
เหตุผลที่ทางโรงพยาบาลสามารถคิดคาตรวจต่ํามาก
นั้น สืบเนื่องจากเปนการตรวจสุขภาพพรอมกันทีละมากๆ การใช
ทรัพยาการดานบุคลากร และดานน้ํายาหรือเครื่องมือทดสอบจึง
ประหยัดลงไปตามขนาด ซึ่งก็จะมีผลใหทางโรงพยาบาลมีรายได
เพิ่มขึ้นมาอีกทางหนึ่ง แถมยังชวยใหบริการตอสังคมอันเปนบุญเปน
กุศลอีกตางหาก เพราะถาหากผูรับการตรวจมีความผิดปรกติทาง
รางกายอยูบาง การไดรับรูถึงความผิดปรกติดังกลาวในระยะเริ่มๆ ตนของโรค ยอมจะชวยใหหาทางรับมือ
และแกไขไดโดยไมยาก
อยางไรก็ตาม แมวาจะมีโรงพยาบาลมาใหบริการตรวจรางกายถึงที่ทํางานอยูบอยๆ แต
ขาพเจาเองกลับมิเคยไดเขารับบริการสักครั้งเดียว จึงออกจะเปนที่แปลกประหลาดใจแกเพื่อนรวมงานอยู
พอควร เพราะตัวขาพเจานั้นสําเร็จการศึกษามาทางดานเทคนิคการแพทยโดยตรงทั้งในระดับปริญญาตรี และ
ปริญญาโท เมื่อไดรับผลการตรวจก็สามารถจะวิเคราะหวินิจฉัยที่มาและที่ไปของผลดังกลาวไดดวยตนเอง
เหตุผลที่ขาพเจามีใหกับตนเองก็คือ การตรวจรางกายทางการแพทยนั้นควรจะเปนไปเพราะมีเหตุผลอัน
เหมาะสม มิใชวามีจังหวะดีสามารถตรวจไดงายไดถูกก็จะตรวจ เพราะการทดสอบแตละครั้งนั้นมีตนทุน
คาใชจายเสมอ ถึงเราเบิกคาใชจายจากหลวงได แตคาน้ํายา คาไฟฟา ตลอดจนคาจางเงินเดือนของเจาหนาที่
นั้น หลวงก็ยังคงตองจายอยูดี
แนวคิดที่จะไมดําเนินการทดสอบทางการแพทยโดยไมจําเปนของขาพเจานี้ พลอยถูกนําไปใช
กับบุคคลใกลชิดของขาพเจาไปดวย เชน ในขณะภรรยาขาพเจาตั้งครรภออนๆ อยูนั้น ความที่มีอายุ
คอนขางมากหนอยก็ออกจะเปนกังวลถึงเด็กในครรภไมได เมื่อแพทยเสนอใหทดสอบอุลตราซาวน เธอจึงมา
สอบถามความเห็นขาพเจาวาควรจะทําดีหรือไม ซึ่งขาพเจาก็แสดงความคิดเห็นไปวานาจะยังไมถึงเวลา เพราะ
ถาจะดูเพศก็ยังดูไมได (แตสุดทาย เธอก็ไปทดสอบดูอุลตราซาวนดวยตนเอง ซึ่งถึงจะแพงไปบางก็คุมคาในทาง
จิตใจ เพราะเธอไดตื่นเตนกับการเห็นตัวออนเคลื่อไหวเปนเงารางๆ บนหนาจอ)
ตอมา เมื่อขาพเจาไดพบกับรุนพี่ซึ่งมีงานวิจัยเกี่ยวของกับการวิเคราะหโครโมโซมในน้ําคร่ํา ก็
ไดรับขอเสนอวาจะทําการทดสอบน้ําคร่ําเพื่อตรวจดูโครโมโซมของโรคปญญาออน (โรคดาวน ซินโดรม เกิดจาก
การมีโครโมโซมชุดที่ 21 ถึงสามแทง จากเด็กปรกติที่มี 2 แทง โดยโรค ดาวน ซินโดรม นี้มีโอกาสเกิดขึ้นใน
กรณีที่มารดาที่มีอายุมากๆ สูงกวาปรกติ) ใหโดยไมคิดคาใชจาย ขาพเจาก็ไดปฏิเสธความหวังดีดังกลาวไปดวย
ความขอบคุณ เพราะไดตั้งใจไวแตแรกแลววาจะไมตรวจ ดวยถึงแมเด็กในครรภจะเคราะหรายถึงขนาดนั้น
ขาพเจาและภรรยาคงไมใจแข็งพอจะทําแทงได
จากสองเรื่องที่ไดยกตัวอยางมานั้น ขาพเจามิไดคิดวาการตรวจรางกายทางการแพทยเปนสิ่งไม
มีประโยชน ไมควรกระทํา เพียงอยากจะเสนอวา การเลือกที่จะดําเนินการทดสอบทางการแพทยควรเปน
ความตองการของผูรับการทดสอบเอง โดยอาศัยขอมูลประกอบการตัดสินใจที่มากพอ เพราะบางครั้งการ
ตรวจรางกายโดยไมมีเปาหมายของการตรวจสอบอยางแนชัดอาจจะนําผลเสียทางสุขภาพของผูตรวจติดตามมา
ดวย นอกเหนือไปจากการเสียเงินเสียทอง หรือในบางครั้ง หากศึกษาใหแนชัดลงไปจริงๆ ก็จะพบวาผลการ
ตรวจรางกายอาจจะไมไดมีสวนชวยในการวิเคราะหวินิจฉัย และการใหการรักษาโรคที่กําลังดําเนินไปสักเทาใด
เชน อาจจะสนองความอยากรูของแพทย หรือมีผลตอวงการศึกษา มากกวาที่จะมีประโยชนตอผูถูกทดสอบ
ฯลฯ
อยางไรก็ตาม การที่ประชาชนทั่วไปซึ่งไมไดผานการศึกษาทางการแพทยมากอน จะตัดสินใจ
เลือกวารับ หรือไมรับการทดสอบอะไรบางจากโรงพยาบาลนั้น ดูออกจะเปนเรื่องที่เปนไปไดยากมากในทาง
ปฏิบัติ เพราะหากเราไมมีความรู และไมมีขอมูลเกี่ยวกับวิธีการทดสอบทางการแพทยกันมาบาง เราก็คงไมรู
วาการทดสอบดังกลาวจะจําเปนตอการรักษาหรือไมอยางไร เปรียบงายๆ เหมือนเรานํารถไปใหอูซอม หาก
เราไมมีความรูเรื่องเครื่องยนต หรือรถยนตอยูเลย ชางจะทําอะไรหรือจะบอกอะไร เราก็คงตองเชื่อตามนั้น
(รางกายมนุษยซับซอนกวารถยนตเปนรอยเปนพันเทา)
ดังนั้น ผูเขียนจึงเกิดแนวความคิดที่จะเขียนตําราเกี่ยวกับการตรวจรางกายทางการแพทย ที่มี
ลักษณะกระชับเขาใจงายๆ ขึ้นมาสําหรับผูอานที่มิไดศึกษาดานการแพทยมาโดยตรง เพื่อที่จะไดทราบถึง
ประโยชนของการตรวจเหลานั้น มีประโยชน และมีขอจํากัดอะไรบาง และสามารถแปลผลการวิเคราะหที่
ไดรับอยางคราวๆ จะไดใชความรูเหลานี้เปนขอมูลประกอบการตัดสินใจวาจะปลอยใหแพทยผูรักษาทําอะไรกับ
รางกายของตนไดบาง แนนอน ดวยความสลับซับซอนของอวัยวะในรางกายของเรา เราคงตองปลอยให
บุคลากรทางการแพทยที่มีความชาญฉลาด และผานการอบรมกันมาอยางดี เปนผูตัดสินใจแกไขอาการของเรา
ไปตามแตที่ทานเหลานั้นจะเห็นสมควร แตการไดมีความรูเรื่องการทดสอบทางการแพทยไวบางยอมจะชวยให
การรักษาเปนไปอยางเหมาะสมสําหรับตัวเราเองมากยิ่งขึ้น
การเขียนตํารา "คูมือการแปลผลการตรวจรางกายฉบับประชาชน" นี้ นอกจากจะมีประโยชน
สําหรับประชาชนทั่วๆ ไปแลว ผูเขียนยังมีเจตจํานงแฝงอีกอยางหนึ่ง คือตั้งใจจะใชเปนตําราอานเสริม
ประกอบการเรียนวิชา "อุปกรณการแพทย 2 438253" ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี ภาควิชาฟสิกส
อุตสาหกรรมและอุปกรณการแพทย อันเปนตนสังกัดของผูเขียนเอง ซึ่งจะสงผลใหการใชประโยชนจากตํารา
เลมนี้เปนไปอยางคุมคามากที่สุด สมกับภาวะเศรษฐกิจที่ประเทศชาติของเรากําลังเผชิญอยู
ดวยความรัก และศรัทธาในการเรียนรู
สุรพล ศรีบุญทรง
๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๑
พัฒนาการการทดสอบทางการแพทย
เทคโนโลยีการตรวจรางกายทางการแพทย เปนหนึ่งในกลุมของเทคโนโลยีสมัยใหมที่ไดรับการ
พัฒนาไปอยางรวดเร็ว ซึ่งถาเทียบจํานวนรูปแบบของการทดสอบที่มีอยูในปจจุบันกับการทดสอบในในอดีตเมื่อ
สักยี่สิบปที่แลว เราจะพบวามันมีความแตกตางกันหลายเทาตัว จากป พ.ศ. 2520 ที่แพทยเคยมีรูปแบบการ
ทดสอบใหเลือกใชไดไมเกิน 100 ชนิด ปจจุบัน มีรูปแบบการทดสอบทางการแพทยใหเลือกใชกับผูปวยนับได
เปนจํานวนไมต่ํากวา 3,000 วิธี มีการประดิษฐ
คิดคนเทคนิคใหมๆ ขึ้นมาอยางตอเนื่อง จนแทบจะ
กลาวไดวามีมีเทคนิคการวิเคราะหโรคเกิดขึ้นใหมทุก
วัน (กวาครึ่งหนึ่งของการทดสอบเปนการทดสอบ
ที่กระทําตอเลือดของผูปวย)
อยางไรก็ตาม แมวาจะมีเทคนิค
การตรวจวิเคราะหทางการแพทยลักษณะใหมเกิด
ขึ้นมาอยางมากมาย แตก็เปนที่นาสังเกตุวา ประโยชนที่ผูปวยจะไดรับจากการทดสอบทางการแพทยกลับมิได
เพิ่มขึ้นไปในสัดสวนเดียวกันกับจํานวนการทดสอบที่เพิ่มขึ้นเลย เพราะในขณะที่จํานวนชนิดของการทดสอบ
เพิ่มขึ้นในอัตราเปน 100 เปอรเซนต เปน 1,000 เปอรเซนต อัตราความแมนยํา และความจําเพาะของการ
วินิจฉัยที่ไดรับเพิ่มขึ้นกลับมีเพิ่มขึ้นอยางมากไมเกิน 20 เปอรเซนต เชน อาจจะเพิ่มขึ้นจาก 80 เปอรเซนตไป
เปน 90 เปอรเซนต
ผลจากการมีเทคนิคการตรวจวิเคราะหใหเลือกใชทดสอบไดเปนจํานวนมาก สงผลใหปริมาณ
การสงตรวจที่ถูกรองขอจากแพทยเจาของไขมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นไปดวยโดยปริยาย เพราะในทางทฤษฎี แพทย
ยิ่งมีขอมูลเกี่ยวกับผูปวยมากเทาใด ก็ยิ่งจะสรุปถึงความผิดปรกติในตัวผูปวยไดอยางถูกตองแมนยํามากขึ้น
เทานั้น และไมมีทางที่แพทยจะสรุปถึงความผิดปรกติของผูปวยไดจากการทดสอบชนิดหนึ่งชนิดใดเพียงอยาง
เดียว ตองอาศัยผลจากการทดสอบหลายๆ อยางเขามาประกอบกัน ดังนั้น จึงยอมมิใชเรื่องนาแปลกใจอยางใด
เลยที่ผลสํารวจของหนวยงานสาธารณสุขสหรัฐอเมริกาในชวงหลายปที่ผานมา จะไดขอสรุปออกมาวากวา
ครึ่งหนึ่งของงบประมาณสาธารณสุขดานการรักษาพยาบาลไดถูกใชไปกับคาใชจายดานการทดสอบทางการแพทย
กระนั้น การมีจํานวนการทดสอบใหเลือกใชไดเปนปริมาณมากๆ ไมไดเปนหลักประกันวา
ผูปวยจะไดรับการรักษาพยาบาลที่ดีที่สุดเสมอไป ตราบใดที่เรายังไมสามารถจํากัดขอผิดพลาดตางๆ ในระหวาง
การทดสอบออกไปใหหมดได ยกตัวอยางงายๆ เชนการหาปริมาณน้ําตาลในเลือดนั้น ก็อาจจะเกิดขอผิดพลาด
ขึ้นไดในทุกขั้นตอน เริ่มดวยขั้นตอนการเจาะเลือด หากเปนการเจาะเลือดจากตําแหนงที่ตางกันผลลัพธที่ไดก็
จะแตกตางออกไปไดบางเล็กนอย หากใชสายยางรัดแขนนานเกินกวาปรกติ เลือดที่คั่งอยูปลายแขนก็จะมีความ
เขมขนของน้ําตาลผิดปรกติไป การทดสอบในหลอดทดลองตางหลอดก็ใหผลตางไป การที่ผูปวยรับประทาน
อาหารหรือยาอะไรมากอนลวงหนาก็อาจจะรบกวนผลการตรวจ รวมตลอดถึงการเทียบผลกับคามาตรฐานในการ
ทดสอบแตละครั้งก็ยังมีโอกาสคลาดเคลื่อนไปไดบางเล็กนอย ฯลฯ
นอกจากนี้ เราอาจจะพบวามีบอยครั้งที่แพทยสั่งใหมีการทดสอบบางอยางโดยไมไดคํานึงถึง
ผลประโยชนสูงสุดของผูปวยเปนหลัก เชน ในสถาบันที่มีโรงเรียนแพทย มีงานวิจัยทางการแพทยมากๆ นั้น
แพทยอาจจะสั่งใหดําเนินการทดสอบกับผูปวยเพียงเพราะอยากรูวาจะไดผลตามตํารา หรือตามสมมติฐานของ
งานวิจัยหรือไม ? หรืออยางในประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีกฏหมายเขมงวดมากๆ แพทยอาจจะสั่งใหมีการ
ทดสอบทางการแพทยหลายๆ อยางทั้งที่ไมจําเปน เพียงเพื่อจะเก็บไวเปนหลักฐานปองกันตัว ในกรณีที่ผูปวย
อาจจะยอนกลับฟองรองเรียกคาเสียหายภายหลัง หากเกิดความผิดพลาดขึ้นในขั้นตอนการรักษา (ในกรณีที่
แพทยมีจริยธรรมไมสูงนัก การสั่งใหดําเนินการทดสอบทางการแพทยบางอยางก็อาจจะเปนวิธีการแสวงหา
รายไดอีกทางหนึ่ง เพราะบางครั้งอาจมีการเสนอผลประโยชนใหกับแพทยผูสั่งตรวจในอัตรา 20 % - 30 %
ของอัตราคาตรวจ)
ในการรับการทดสอบรางกายทางการแพทยทุกครั้ง ผูรับการตรวจควรตระหนักไวในใจเสมอ
วา ไมมีการทดสอบใดที่ใหผลลัพธถูกตองสมบูรณแบบ 100 % ทั้งในแงของความไว (Sensitivity) และ
ความจําเพาะ (Specificity) ฉนั้นการที่ใครสักคนหนึ่งอยูดีๆ แลวลุกขึ้นตรวจรางกายอยางนั้นอยางนี้อาจจะไม
เปนการฉลาดนัก เพราะไมเพียงแตจะเจ็บตัว เสียเงินเปลา และ ตรวจไมพบโรคที่กําลังดําเนินไปเทานั้น แต
ยังอาจจะทําใหเกิดผลกระทบในแงสุขภาพกาย และสุขภาพใจติดตามมาดวย
หากเปนไปได ผูปวยควรจะไดรับการตรวจรางกายทางกายภาพ (Physcal examination)
แบบพื้นฐานในลักษณะ คลํา ดู เคาะ ฟง รวมไปกับการสอบถามประวัติจากแพทยผูเชี่ยวชาญเสียกอน กอนที่
จะเริ่มเขาสูขั้นตอนการทดสอบทางการแพทยอื่นๆ ยกเวนการทดสอบแบบคราวๆ Screening อยางการใช
แถบทดสอบปสสาวะ การทดสอบการตั้งครรภ หรือการทดสอบน้ําตาลในปสสาวะ ที่ผูปวยอาจจะลองทดสอบได
ดวยตนเองโดยไมตองอาศัยบุคลากรทางการแพทย แตก็อีกนั่นแหละ หากผลการทดสอบดวย Screening
test ออกมาวาผิดปรกติก็อยาเพิ่งตกอกตกใจไป เพราะน้ํายา Screening มักมีความไวสูงมาก จึงอาจจะให
ผลบวกปลอม (False positive) ได ตองดําเนินการทดสอบยืนยัน ดวยเทคนิคการวิเคราะหที่มีความจําเพาะ
(Specificity) มากขึ้น
ตามปรกติ การทดสอบทางการแพทยแตละอยางมัก
มีเทคนิควิเคราะหใหเลือกใชไดหลายๆ เทคนิค และเทคนิคที่มีความ
ไวสูงมากๆ (High sensitivity) ก็มักจะมีขอดอยในแงที่อาจจะให
ผลบวกปลอม (False positive) คือใหผลวิเคราะหเปนบวกทั้งที่
ผูรับการทดสอบมิไดปวยเปนโรคขึ้นไดบางในบางโอกาส ในทาง
กลับกัน เทคนิคการวิเคราะหบางอยางที่มีความจําเพาะสูงมาก
(High Specificity) ก็อาจจะใหผลลบปลอม (Flase Negative) ได
บางเชนกัน ดังนั้น ในทางปฏิบัติจึงมักจะเลือกเอาการทดสอบที่มีความไวสูงๆ มาใชเปนการทดสอบเบื้องตน
คราวๆ (Screening test) และถาหากผลการทดสอบเบื้องตนดังกลาวใหผลบวก จึงคอยสงผูปวยไปตรวจ
วิเคราะหดวยเทคนิคที่มีความจําเพาะมากยิ่งขึ้น เพื่อเปนการยืนยัน (Confirmation test)
ยกตัวอยางเชน กาทดสอบหาภูมิตานทานตอเชื้อไวรัสเอดสนั้น เบื้องตนก็จะใชเทคนิคการ
วิเคราะหแบบอีไลซาที่มีคงามไวสูงๆ กอน หากตรวจพบวาสิ่งสงตรวจรายใดใหผลบวก จึงคอยสงไปทดสอบ
ดวยเทคนิคเวสเธิรน บลอต เพื่อยืนยันผล
อยางไรก็ตาม แนวคิดที่จะใชเทคนิควิเคราะหความไวสูงเปนการทดสอบเบื้องตน และใชเทคนิค
การวิเคราะหความจําเพาะสูงเปนการทดสอบยืนยันนี้ มิไดเปนจริงเสมอไปทุกสถานการณ ยังมีปจจัยอื่นๆ เขา
มาเกี่ยวของกับการตัดสินใจของผูบริหารงานสาธารณสุขอีกหลายปจจัย อยางปจจัยที่วาดวยการเปนโรคติดตอ
ซึ่งตองไดรับการควบคุม หรือปจจัยที่วาดวยโรคซึ่งจะมีผลกระทบทางจิตใจมากๆ อยางกรณีของโรคระบาดนั้น
เราคงตองยอมใหเกิดผลบวกปลอมบาง เพื่อที่จะตัดโอกาสการแพรกระจายของเชื้อโรคจากผูปวยซึ่งมีผลลบ
ปลอม ในทางกลับกัน กรณีของโรคมะเร็งที่ผลกระทบทางจิตใจรุนแรงมากๆ นั้น หากปลอยใหมีผลบวกปลอม
เกิดขึ้น ก็จะเปนการทําบาปทํากรรมตอผูรับการทดสอบอยางมหาศาล

คู่มือแปลผลการตรวจร่างกายฉบับประชาชน

  • 1.
    คูมือแปลผลการตรวจรางกายฉบับประชาชน ในชวงหลายปที่ผานมานี้ ขาพเจามักจะถูกถามจากเพื่อนฝูงและผูใกลชิดอยูเสมอเกี่ยวกับการ ตรวจรางกายทางการแพทย เนื่องจากมีขาวสารประชาสัมพันธและเชิญชวนใหไปตรวจสุขภาพผานเขามาใน หนวยงานเสมอ ๆ ซึ่งในแตละครั้งก็ดูนาสนอกสนใจเปนอยางมาก เพราะทางโรงพยาบาลจะเดินทางมา ใหบริการถึงที่ทํางานเลย ผูรับบริการไมตองเสียเวลาเดินทางไปโรงพยาบาลดวยตนเอง ไมตองไปนั่งรอเรียก ตรวจทีละครึ่งคอนวัน อีกทั้งยังสามารถเลือกรับการตรวจสุขภาพในหลายๆ แบบดวยราคาที่ถูกมากเมื่อเทียบกับ การไปรับบริการที่โรงพยาบาลดวยตนเอง เหตุผลที่ทางโรงพยาบาลสามารถคิดคาตรวจต่ํามาก นั้น สืบเนื่องจากเปนการตรวจสุขภาพพรอมกันทีละมากๆ การใช ทรัพยาการดานบุคลากร และดานน้ํายาหรือเครื่องมือทดสอบจึง ประหยัดลงไปตามขนาด ซึ่งก็จะมีผลใหทางโรงพยาบาลมีรายได เพิ่มขึ้นมาอีกทางหนึ่ง แถมยังชวยใหบริการตอสังคมอันเปนบุญเปน กุศลอีกตางหาก เพราะถาหากผูรับการตรวจมีความผิดปรกติทาง รางกายอยูบาง การไดรับรูถึงความผิดปรกติดังกลาวในระยะเริ่มๆ ตนของโรค ยอมจะชวยใหหาทางรับมือ และแกไขไดโดยไมยาก อยางไรก็ตาม แมวาจะมีโรงพยาบาลมาใหบริการตรวจรางกายถึงที่ทํางานอยูบอยๆ แต ขาพเจาเองกลับมิเคยไดเขารับบริการสักครั้งเดียว จึงออกจะเปนที่แปลกประหลาดใจแกเพื่อนรวมงานอยู พอควร เพราะตัวขาพเจานั้นสําเร็จการศึกษามาทางดานเทคนิคการแพทยโดยตรงทั้งในระดับปริญญาตรี และ ปริญญาโท เมื่อไดรับผลการตรวจก็สามารถจะวิเคราะหวินิจฉัยที่มาและที่ไปของผลดังกลาวไดดวยตนเอง เหตุผลที่ขาพเจามีใหกับตนเองก็คือ การตรวจรางกายทางการแพทยนั้นควรจะเปนไปเพราะมีเหตุผลอัน เหมาะสม มิใชวามีจังหวะดีสามารถตรวจไดงายไดถูกก็จะตรวจ เพราะการทดสอบแตละครั้งนั้นมีตนทุน คาใชจายเสมอ ถึงเราเบิกคาใชจายจากหลวงได แตคาน้ํายา คาไฟฟา ตลอดจนคาจางเงินเดือนของเจาหนาที่ นั้น หลวงก็ยังคงตองจายอยูดี แนวคิดที่จะไมดําเนินการทดสอบทางการแพทยโดยไมจําเปนของขาพเจานี้ พลอยถูกนําไปใช กับบุคคลใกลชิดของขาพเจาไปดวย เชน ในขณะภรรยาขาพเจาตั้งครรภออนๆ อยูนั้น ความที่มีอายุ คอนขางมากหนอยก็ออกจะเปนกังวลถึงเด็กในครรภไมได เมื่อแพทยเสนอใหทดสอบอุลตราซาวน เธอจึงมา สอบถามความเห็นขาพเจาวาควรจะทําดีหรือไม ซึ่งขาพเจาก็แสดงความคิดเห็นไปวานาจะยังไมถึงเวลา เพราะ ถาจะดูเพศก็ยังดูไมได (แตสุดทาย เธอก็ไปทดสอบดูอุลตราซาวนดวยตนเอง ซึ่งถึงจะแพงไปบางก็คุมคาในทาง จิตใจ เพราะเธอไดตื่นเตนกับการเห็นตัวออนเคลื่อไหวเปนเงารางๆ บนหนาจอ) ตอมา เมื่อขาพเจาไดพบกับรุนพี่ซึ่งมีงานวิจัยเกี่ยวของกับการวิเคราะหโครโมโซมในน้ําคร่ํา ก็ ไดรับขอเสนอวาจะทําการทดสอบน้ําคร่ําเพื่อตรวจดูโครโมโซมของโรคปญญาออน (โรคดาวน ซินโดรม เกิดจาก การมีโครโมโซมชุดที่ 21 ถึงสามแทง จากเด็กปรกติที่มี 2 แทง โดยโรค ดาวน ซินโดรม นี้มีโอกาสเกิดขึ้นใน
  • 2.
    กรณีที่มารดาที่มีอายุมากๆ สูงกวาปรกติ) ใหโดยไมคิดคาใชจายขาพเจาก็ไดปฏิเสธความหวังดีดังกลาวไปดวย ความขอบคุณ เพราะไดตั้งใจไวแตแรกแลววาจะไมตรวจ ดวยถึงแมเด็กในครรภจะเคราะหรายถึงขนาดนั้น ขาพเจาและภรรยาคงไมใจแข็งพอจะทําแทงได จากสองเรื่องที่ไดยกตัวอยางมานั้น ขาพเจามิไดคิดวาการตรวจรางกายทางการแพทยเปนสิ่งไม มีประโยชน ไมควรกระทํา เพียงอยากจะเสนอวา การเลือกที่จะดําเนินการทดสอบทางการแพทยควรเปน ความตองการของผูรับการทดสอบเอง โดยอาศัยขอมูลประกอบการตัดสินใจที่มากพอ เพราะบางครั้งการ ตรวจรางกายโดยไมมีเปาหมายของการตรวจสอบอยางแนชัดอาจจะนําผลเสียทางสุขภาพของผูตรวจติดตามมา ดวย นอกเหนือไปจากการเสียเงินเสียทอง หรือในบางครั้ง หากศึกษาใหแนชัดลงไปจริงๆ ก็จะพบวาผลการ ตรวจรางกายอาจจะไมไดมีสวนชวยในการวิเคราะหวินิจฉัย และการใหการรักษาโรคที่กําลังดําเนินไปสักเทาใด เชน อาจจะสนองความอยากรูของแพทย หรือมีผลตอวงการศึกษา มากกวาที่จะมีประโยชนตอผูถูกทดสอบ ฯลฯ อยางไรก็ตาม การที่ประชาชนทั่วไปซึ่งไมไดผานการศึกษาทางการแพทยมากอน จะตัดสินใจ เลือกวารับ หรือไมรับการทดสอบอะไรบางจากโรงพยาบาลนั้น ดูออกจะเปนเรื่องที่เปนไปไดยากมากในทาง ปฏิบัติ เพราะหากเราไมมีความรู และไมมีขอมูลเกี่ยวกับวิธีการทดสอบทางการแพทยกันมาบาง เราก็คงไมรู วาการทดสอบดังกลาวจะจําเปนตอการรักษาหรือไมอยางไร เปรียบงายๆ เหมือนเรานํารถไปใหอูซอม หาก เราไมมีความรูเรื่องเครื่องยนต หรือรถยนตอยูเลย ชางจะทําอะไรหรือจะบอกอะไร เราก็คงตองเชื่อตามนั้น (รางกายมนุษยซับซอนกวารถยนตเปนรอยเปนพันเทา) ดังนั้น ผูเขียนจึงเกิดแนวความคิดที่จะเขียนตําราเกี่ยวกับการตรวจรางกายทางการแพทย ที่มี ลักษณะกระชับเขาใจงายๆ ขึ้นมาสําหรับผูอานที่มิไดศึกษาดานการแพทยมาโดยตรง เพื่อที่จะไดทราบถึง ประโยชนของการตรวจเหลานั้น มีประโยชน และมีขอจํากัดอะไรบาง และสามารถแปลผลการวิเคราะหที่ ไดรับอยางคราวๆ จะไดใชความรูเหลานี้เปนขอมูลประกอบการตัดสินใจวาจะปลอยใหแพทยผูรักษาทําอะไรกับ รางกายของตนไดบาง แนนอน ดวยความสลับซับซอนของอวัยวะในรางกายของเรา เราคงตองปลอยให บุคลากรทางการแพทยที่มีความชาญฉลาด และผานการอบรมกันมาอยางดี เปนผูตัดสินใจแกไขอาการของเรา ไปตามแตที่ทานเหลานั้นจะเห็นสมควร แตการไดมีความรูเรื่องการทดสอบทางการแพทยไวบางยอมจะชวยให การรักษาเปนไปอยางเหมาะสมสําหรับตัวเราเองมากยิ่งขึ้น การเขียนตํารา "คูมือการแปลผลการตรวจรางกายฉบับประชาชน" นี้ นอกจากจะมีประโยชน สําหรับประชาชนทั่วๆ ไปแลว ผูเขียนยังมีเจตจํานงแฝงอีกอยางหนึ่ง คือตั้งใจจะใชเปนตําราอานเสริม ประกอบการเรียนวิชา "อุปกรณการแพทย 2 438253" ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี ภาควิชาฟสิกส อุตสาหกรรมและอุปกรณการแพทย อันเปนตนสังกัดของผูเขียนเอง ซึ่งจะสงผลใหการใชประโยชนจากตํารา เลมนี้เปนไปอยางคุมคามากที่สุด สมกับภาวะเศรษฐกิจที่ประเทศชาติของเรากําลังเผชิญอยู ดวยความรัก และศรัทธาในการเรียนรู สุรพล ศรีบุญทรง ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๑
  • 3.
    พัฒนาการการทดสอบทางการแพทย เทคโนโลยีการตรวจรางกายทางการแพทย เปนหนึ่งในกลุมของเทคโนโลยีสมัยใหมที่ไดรับการ พัฒนาไปอยางรวดเร็ว ซึ่งถาเทียบจํานวนรูปแบบของการทดสอบที่มีอยูในปจจุบันกับการทดสอบในในอดีตเมื่อ สักยี่สิบปที่แลวเราจะพบวามันมีความแตกตางกันหลายเทาตัว จากป พ.ศ. 2520 ที่แพทยเคยมีรูปแบบการ ทดสอบใหเลือกใชไดไมเกิน 100 ชนิด ปจจุบัน มีรูปแบบการทดสอบทางการแพทยใหเลือกใชกับผูปวยนับได เปนจํานวนไมต่ํากวา 3,000 วิธี มีการประดิษฐ คิดคนเทคนิคใหมๆ ขึ้นมาอยางตอเนื่อง จนแทบจะ กลาวไดวามีมีเทคนิคการวิเคราะหโรคเกิดขึ้นใหมทุก วัน (กวาครึ่งหนึ่งของการทดสอบเปนการทดสอบ ที่กระทําตอเลือดของผูปวย) อยางไรก็ตาม แมวาจะมีเทคนิค การตรวจวิเคราะหทางการแพทยลักษณะใหมเกิด ขึ้นมาอยางมากมาย แตก็เปนที่นาสังเกตุวา ประโยชนที่ผูปวยจะไดรับจากการทดสอบทางการแพทยกลับมิได เพิ่มขึ้นไปในสัดสวนเดียวกันกับจํานวนการทดสอบที่เพิ่มขึ้นเลย เพราะในขณะที่จํานวนชนิดของการทดสอบ เพิ่มขึ้นในอัตราเปน 100 เปอรเซนต เปน 1,000 เปอรเซนต อัตราความแมนยํา และความจําเพาะของการ วินิจฉัยที่ไดรับเพิ่มขึ้นกลับมีเพิ่มขึ้นอยางมากไมเกิน 20 เปอรเซนต เชน อาจจะเพิ่มขึ้นจาก 80 เปอรเซนตไป เปน 90 เปอรเซนต ผลจากการมีเทคนิคการตรวจวิเคราะหใหเลือกใชทดสอบไดเปนจํานวนมาก สงผลใหปริมาณ การสงตรวจที่ถูกรองขอจากแพทยเจาของไขมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นไปดวยโดยปริยาย เพราะในทางทฤษฎี แพทย ยิ่งมีขอมูลเกี่ยวกับผูปวยมากเทาใด ก็ยิ่งจะสรุปถึงความผิดปรกติในตัวผูปวยไดอยางถูกตองแมนยํามากขึ้น เทานั้น และไมมีทางที่แพทยจะสรุปถึงความผิดปรกติของผูปวยไดจากการทดสอบชนิดหนึ่งชนิดใดเพียงอยาง เดียว ตองอาศัยผลจากการทดสอบหลายๆ อยางเขามาประกอบกัน ดังนั้น จึงยอมมิใชเรื่องนาแปลกใจอยางใด เลยที่ผลสํารวจของหนวยงานสาธารณสุขสหรัฐอเมริกาในชวงหลายปที่ผานมา จะไดขอสรุปออกมาวากวา ครึ่งหนึ่งของงบประมาณสาธารณสุขดานการรักษาพยาบาลไดถูกใชไปกับคาใชจายดานการทดสอบทางการแพทย กระนั้น การมีจํานวนการทดสอบใหเลือกใชไดเปนปริมาณมากๆ ไมไดเปนหลักประกันวา ผูปวยจะไดรับการรักษาพยาบาลที่ดีที่สุดเสมอไป ตราบใดที่เรายังไมสามารถจํากัดขอผิดพลาดตางๆ ในระหวาง การทดสอบออกไปใหหมดได ยกตัวอยางงายๆ เชนการหาปริมาณน้ําตาลในเลือดนั้น ก็อาจจะเกิดขอผิดพลาด ขึ้นไดในทุกขั้นตอน เริ่มดวยขั้นตอนการเจาะเลือด หากเปนการเจาะเลือดจากตําแหนงที่ตางกันผลลัพธที่ไดก็ จะแตกตางออกไปไดบางเล็กนอย หากใชสายยางรัดแขนนานเกินกวาปรกติ เลือดที่คั่งอยูปลายแขนก็จะมีความ เขมขนของน้ําตาลผิดปรกติไป การทดสอบในหลอดทดลองตางหลอดก็ใหผลตางไป การที่ผูปวยรับประทาน อาหารหรือยาอะไรมากอนลวงหนาก็อาจจะรบกวนผลการตรวจ รวมตลอดถึงการเทียบผลกับคามาตรฐานในการ ทดสอบแตละครั้งก็ยังมีโอกาสคลาดเคลื่อนไปไดบางเล็กนอย ฯลฯ
  • 4.
    นอกจากนี้ เราอาจจะพบวามีบอยครั้งที่แพทยสั่งใหมีการทดสอบบางอยางโดยไมไดคํานึงถึง ผลประโยชนสูงสุดของผูปวยเปนหลัก เชนในสถาบันที่มีโรงเรียนแพทย มีงานวิจัยทางการแพทยมากๆ นั้น แพทยอาจจะสั่งใหดําเนินการทดสอบกับผูปวยเพียงเพราะอยากรูวาจะไดผลตามตํารา หรือตามสมมติฐานของ งานวิจัยหรือไม ? หรืออยางในประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีกฏหมายเขมงวดมากๆ แพทยอาจจะสั่งใหมีการ ทดสอบทางการแพทยหลายๆ อยางทั้งที่ไมจําเปน เพียงเพื่อจะเก็บไวเปนหลักฐานปองกันตัว ในกรณีที่ผูปวย อาจจะยอนกลับฟองรองเรียกคาเสียหายภายหลัง หากเกิดความผิดพลาดขึ้นในขั้นตอนการรักษา (ในกรณีที่ แพทยมีจริยธรรมไมสูงนัก การสั่งใหดําเนินการทดสอบทางการแพทยบางอยางก็อาจจะเปนวิธีการแสวงหา รายไดอีกทางหนึ่ง เพราะบางครั้งอาจมีการเสนอผลประโยชนใหกับแพทยผูสั่งตรวจในอัตรา 20 % - 30 % ของอัตราคาตรวจ) ในการรับการทดสอบรางกายทางการแพทยทุกครั้ง ผูรับการตรวจควรตระหนักไวในใจเสมอ วา ไมมีการทดสอบใดที่ใหผลลัพธถูกตองสมบูรณแบบ 100 % ทั้งในแงของความไว (Sensitivity) และ ความจําเพาะ (Specificity) ฉนั้นการที่ใครสักคนหนึ่งอยูดีๆ แลวลุกขึ้นตรวจรางกายอยางนั้นอยางนี้อาจจะไม เปนการฉลาดนัก เพราะไมเพียงแตจะเจ็บตัว เสียเงินเปลา และ ตรวจไมพบโรคที่กําลังดําเนินไปเทานั้น แต ยังอาจจะทําใหเกิดผลกระทบในแงสุขภาพกาย และสุขภาพใจติดตามมาดวย หากเปนไปได ผูปวยควรจะไดรับการตรวจรางกายทางกายภาพ (Physcal examination) แบบพื้นฐานในลักษณะ คลํา ดู เคาะ ฟง รวมไปกับการสอบถามประวัติจากแพทยผูเชี่ยวชาญเสียกอน กอนที่ จะเริ่มเขาสูขั้นตอนการทดสอบทางการแพทยอื่นๆ ยกเวนการทดสอบแบบคราวๆ Screening อยางการใช แถบทดสอบปสสาวะ การทดสอบการตั้งครรภ หรือการทดสอบน้ําตาลในปสสาวะ ที่ผูปวยอาจจะลองทดสอบได ดวยตนเองโดยไมตองอาศัยบุคลากรทางการแพทย แตก็อีกนั่นแหละ หากผลการทดสอบดวย Screening test ออกมาวาผิดปรกติก็อยาเพิ่งตกอกตกใจไป เพราะน้ํายา Screening มักมีความไวสูงมาก จึงอาจจะให ผลบวกปลอม (False positive) ได ตองดําเนินการทดสอบยืนยัน ดวยเทคนิคการวิเคราะหที่มีความจําเพาะ (Specificity) มากขึ้น ตามปรกติ การทดสอบทางการแพทยแตละอยางมัก มีเทคนิควิเคราะหใหเลือกใชไดหลายๆ เทคนิค และเทคนิคที่มีความ ไวสูงมากๆ (High sensitivity) ก็มักจะมีขอดอยในแงที่อาจจะให ผลบวกปลอม (False positive) คือใหผลวิเคราะหเปนบวกทั้งที่ ผูรับการทดสอบมิไดปวยเปนโรคขึ้นไดบางในบางโอกาส ในทาง กลับกัน เทคนิคการวิเคราะหบางอยางที่มีความจําเพาะสูงมาก (High Specificity) ก็อาจจะใหผลลบปลอม (Flase Negative) ได บางเชนกัน ดังนั้น ในทางปฏิบัติจึงมักจะเลือกเอาการทดสอบที่มีความไวสูงๆ มาใชเปนการทดสอบเบื้องตน คราวๆ (Screening test) และถาหากผลการทดสอบเบื้องตนดังกลาวใหผลบวก จึงคอยสงผูปวยไปตรวจ วิเคราะหดวยเทคนิคที่มีความจําเพาะมากยิ่งขึ้น เพื่อเปนการยืนยัน (Confirmation test)
  • 5.
    ยกตัวอยางเชน กาทดสอบหาภูมิตานทานตอเชื้อไวรัสเอดสนั้น เบื้องตนก็จะใชเทคนิคการ วิเคราะหแบบอีไลซาที่มีคงามไวสูงๆกอน หากตรวจพบวาสิ่งสงตรวจรายใดใหผลบวก จึงคอยสงไปทดสอบ ดวยเทคนิคเวสเธิรน บลอต เพื่อยืนยันผล อยางไรก็ตาม แนวคิดที่จะใชเทคนิควิเคราะหความไวสูงเปนการทดสอบเบื้องตน และใชเทคนิค การวิเคราะหความจําเพาะสูงเปนการทดสอบยืนยันนี้ มิไดเปนจริงเสมอไปทุกสถานการณ ยังมีปจจัยอื่นๆ เขา มาเกี่ยวของกับการตัดสินใจของผูบริหารงานสาธารณสุขอีกหลายปจจัย อยางปจจัยที่วาดวยการเปนโรคติดตอ ซึ่งตองไดรับการควบคุม หรือปจจัยที่วาดวยโรคซึ่งจะมีผลกระทบทางจิตใจมากๆ อยางกรณีของโรคระบาดนั้น เราคงตองยอมใหเกิดผลบวกปลอมบาง เพื่อที่จะตัดโอกาสการแพรกระจายของเชื้อโรคจากผูปวยซึ่งมีผลลบ ปลอม ในทางกลับกัน กรณีของโรคมะเร็งที่ผลกระทบทางจิตใจรุนแรงมากๆ นั้น หากปลอยใหมีผลบวกปลอม เกิดขึ้น ก็จะเปนการทําบาปทํากรรมตอผูรับการทดสอบอยางมหาศาล