Biomolec 
ule 
สารชีวโมเลกุล
Why we do food? 
ที่เราต้องทานอาหารนัน้เป็นเพราะว่า สงิ่มีชีวิตต้องการพลังงาน 
ในการดารงชีวิต และ อาหารนัน้คือสงิ่ที่ร่างกายของเรา 
สามารถเปลี่ยนแปลงมาเป็นหลังงานได้ 
Food Energy
ประเภทของสารอาหาร 
เราสามารถแบ่งสารอาหารเป็น 6 ประเภทด้วยกัน 
• โปรตีน 
• ไขมัน 
• คาร์โบไฮเดรต 
• วิตามีน 
• เกลือแร่ 
• นา้
ทาไมเราต้องการสารอาหาร? 
เพราะว่าร่างกายเราจะนาสารอาหารต่างๆทดีู่ดซึมเข้าไปนัน้ 
นาไปใช้ประโยชน์โดยสารอาหารแต่ละชนิดจะมีโครงสร้างและการ 
นาไปใช้ที่แตกต่างกัน เช่น ร่างกายเราใช้ไขมัน คาร์โบไฮเดรตในการให้ 
พลังงานแก่ร่างกาย หรือ เพิ่มความอบอุ่นในร่างกาย และ โปรตีน ช่วย 
สร้างเซลล์เนือ้เยื่อ
หลังจากที่เราได้ทราบถึงประโยชน์ของสารอาหารแล้ว เรามาดูกันดีกว่าว่า 
สารอาหารแต่ละชนิดมีคุณสมบัติอย่างไร
ไขมันและนา้มัน(fat and oil) 
เป็นสารอินทรีย์ชนิดหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยธาตุ C ,H ,O เป็นสารที่ 
มีโมเลกุลใหญ่มีโครงสร้างสับซ้อน พบในพืชและสัตว์ ไขมันและนา้มันเมื่อเผา 
ผลาญจะให้พลังงานประมาน 9.0 กิโลแคลอรีต่อกรัม ถ้าบริโภคมากเกินความ 
ต้องการส่วนที่เหลือจะถูกสะสมในร่างกาย
คุณสมบัติของไขมันและนา้มัน 
ไขมันและนา้มันเป็นสารประกบพวกแอสเทอร์โมเลกุลใหญ่ ไขมันและ 
นา้มันไม่ละลายในนา้ แต่ละลายได้ในตัวทาละลายอินทรีย์ เช่น คลอโรฟอร์ม เฮ 
กเซน อีทอร์
คุณสมบัติของไขมันและนา้มัน (ต่อ) 
ไขมันลา้มันเป็นแอสเทอร์ที่เกิดจากกรดอินทรีย์(RCOOH) ซงึ่มีจานนอะตอม 
ของคาร์บอนมากที่เรียกว่า กรดไขมัน (Fatty acid) รวมกับแอลกอฮอล์ 
(ROH) ที่มี –OH 3 หมู่ ที่เรียกว่า กรีเชอรอล (Glycerol) เอสเทอร์ที่ 
เกิดขนึ้เรียกว่า กลีเซอไรด์(Glyceride) หรือกลีเซอริลเอสเทอร์ 
(Glyceryl Ester)
ดังสมการนี.้...(ต่อจากสไลด์ก่อนหน้า) 
การเกิดเอสเทอร์ทวั่ไป 
RCOOH + 
R’OH 
RCOOR’ + 
H2O 
3RCOOH + CH2 - OH 
CH - OH 
CH2 - OH 
O 
CH2 - O – C - R 
O 
CH - O – C - R 
O 
CH2 - O – C - R 
กรดไขมัน กลีเซอรอล ไขมันหรือนา้มัน 
+ 3H20 
นา้
ไขมันและนา้มัน(Glyceride or Glyceryl 
Ester) 
แบ่งได้ออกเป็น 3 ประเภทคือ 
1.Monoglyceride กรดไขมันหนึ่งโมเลกุล 
2.Diglyceride กรดไขมันสองโมเลกุล 
3.Triglyceride กรดไขมันสามโมเลกุล
ตารางแสดงตัวอย่างกรดไขมัน 
ซึ่งจากตารางด้านบน... 
จะเห็นว่าเราสามารถแบ่งไขมันเป็น 2 ประเภทคือ... 
ไขมันอิ่มตัวและไขมันไม่อิ่มตัว
กรดไขมันอิ่มตัว(Saturated fatty acid) 
กรดไขมันอิ่มตัวส่วนใหญ่จะพบในสัตว์ มีสูตรทั่วไปคือ 
CnH2n+1COOH 
ตัวที่พบบ่อยและควรจาให้ได้! 
C17 H33COOH กรดสเตียริก 
C15 H31COOH กรดปาลมิติก
กรดไขมันไม่อิ่มตัว(Unsaturated fatty 
acid) 
กรดไขมันไม่อิ่มตัวส่วนใหญ่จะพบในพืช มีสูตรทั่วไปคือ 
CnH2n−1COOH 
ตัวที่พบบ่อยและควรจาให้ได้! 
C17 H35COOH กรดโอลิอิก 
C15 H29COOH กรดปาลมิสโตเลอิก
คาร์โบไฮเดรต(Cabohydrate) 
เป็นอินทรีย์สารชนิดหนึ่งซึ่งประกอบด้วยคาร์บอน ไฮโดรเจน ออกซิเจน 
ส่วนใหญ่จะพบว่าประกอบด้วยอะตอมของไฮโดรเจนและออกซิเจน ในอัตราส่วน 
2:1 
ซงึ่มีสูตรทวั่ไปคือ 
Cm(H2O)푛 
คาร์โบไฮเดรตยังสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท 
• Monosaccharide 
• Disaccharide 
• Polysaccharide
มอโนแซ็กคาไรด์(Monosaccharide) 
นา้ตาลโมเลกุลเดี่ยว เป็นรูปแบบคาร์โบไฮเดรต ที่ง่ายที่สุด ประกอบด้วย 
หนงึ่โมเลกุลของ นา้ตาล ซงึ่อยู่ในรูปของ ผลึกของแข็งไม่มีสี ละลายนา้ได้ดี มอโน 
แซ็กคาไรด์บางตัวมี รส หวาน 
ตัวอย่างของมอโนแซ็กคาไรด์มีดังนี้ 
• กลูโคส (glucose หรือ dextrose) 
• ฟรักโทส (fructose) 
• กาแล็กโทส (galactose)
ไดแซ็กคาไรด์(Disaccharide) 
เป็นคาร์โบไฮเดรตซึ่งเกิดจากการรวมตัวของ Monosaccharide 2 
ตัว มีสูตรเป็น 
Monomer Dimer 
ตัวอย่างของไดแซ็กคาไรด์ มีดังนี้ 
• มอลโตส 
• ซูโครส 
• แล็กโตส
โพลีแซ็กคาไรด์(Polysaccharide) 
เป็นคาร์โบไฮเดรตโมเลกุลใหญ่มีโครงสร้างซับซ้อนเกิดจาก 
Monosaccaride หลายๆ ตัวมารวมกัน 
Monomer Polymer 
ตัวอย่างของโพลีแซ็กคาไรด์มีดังนี้ 
• แป้ง(Starch) 
• แป้งในพืช (Cellulose) 
• แป้งในสัตว์(Glycogen)
การหมัก(Fermentation) 
กระบวนการทีเปลี่ยนแปลงพวกสารอินทรีย์ เช่นพวกแป้งหรือนา้ตาลให้กลายเป็น เอ 
ทานอลและก๊าซ CO₂ โดยมียีสต์และแบคทีเรียซึ่งมีเอนไซม์ Zymase เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาโดย 
เกิดปฏิกิริยาไฮโดรลิซิส เช่น 
น้ำ ตำลกลูโคส เอทำนอล + ก๊ำซ CO₂ 
ยีสต์ 
น้ำ ตำลซูโครส 
ยีสต์ 
น้ำ ตำลกลูโคส เอทำนอล + ก๊ำซ CO₂ 
แป้ง 
Zymase 
ดังปฏิกิริยำ C₆H₁₂O₆ 2C₂H₅OH + 2CO₂
โปรตีน(Protein) 
• โปรตีนเป็นสารอินทรีย์เชิงซ้อนที่พบมากที่สุดในเซลล์สัตว์ 
• เป็นสารโมเลกุลใหญ่ประกอบด้วยธาตุ C,H,O และ N บางครัง้อาจ 
มี S,P อยู่ด้วย นอกจากนีอ้าจมี Fe,Cu,Zn แต่พบน้อยในเซลล์ 
ของสงิ่มีชีวิตทัง้พืชและสัตว์ 
• โปรตีนเป็นอาหารหลักที่จาเป็นต่อการเจริญเตอบโตและการซ่อมแซม 
เนือ้เยื่อต่างๆ
คุณสมบัติของโปรตีน(Property of protient) 
• เป็นสารโมเลกุลใหญ่ ซึ่งเกิดจากกรดอมิโนหลายๆ โมเลกุลมารวมกัน ด้วยกระบวนการ 
โพลิเมอไรเซชนั่(Polymerization) 
• กรดอะมิโนในโปรตีน จะมีหลายชนิดด้วยกัน ในโครงสร้างของโมเลกุลจะประกอบด้วย 
2 ส่วนคือ หมู่คาร์บอกซิล (-COOH) และหมู่อะมิโน (-NH₂) อย่างน้อย 
อย่างละ 1 หมู่

Biomolecule - สารชีวโมเลกุล

Editor's Notes

  • #4 อ้างอิงตามหนังสือ
  • #8 ใส่รูป