แผนบริหารการสอนบทที่ 8
หัวขอเนื้อหาประจําบท
1. หลักการใชยา
2. การเก็บรักษายา
3. การดูแลผูปวยที่มีการใชยา
4. ปญหาจากการใชยาของผูปวย
5. แนวทางปฏิบัติในการเยี่ยมบาน เพื่อประเมินเรื่องการใชยาของผูปวย
วัตถุประสงคเชิงพฤติกรรม
เมื่อนักศึกษาไดศึกษาจบบทที่ 8 แลว นักศึกษาควรมีความสามารถดังตอไปนี้
1. อธิบายหลักการใชยาที่ถูกตองได
2. บอกวิธีการเก็บรักษายาเบื้องตนได
3. ประเมินการใชยาของผูปวยได
4. ใหคําแนะนําผูที่มีการใชยาไดอยางเหมาะสม
วิธีสอนและกิจกรรมการเรียนการสอน
วิธีสอนและกิจกรรมการเรียนการสอนประจําบทที่ 8 ประกอบดวยรายละเอียดดังนี้
1. บรรยายตามเนื้อหา โดยใชโปรแกรมการนําเสนอ (power point) ประกอบคําอธิบาย
2. วิเคราะหกรณีศึกษา เรื่อง การใชยาของผูปวยโรคเรื้อรัง และอภิปรายประเด็นเกี่ยวกับ
พฤติกรรมการใชยาของผูปวย
3. ศึกษาคนควาดวยตนเอง
4. รวมกันสรุปประเด็นสําคัญของการเรียน
สื่อการเรียนการสอน
1. เอกสารประกอบการสอนรายวิชา เภสัชวิทยาเบื้องตน บทที่ 8 การใชยาสําหรับการดูแล
สุขภาพที่บาน
2. โปรแกรมนําเสนอ เรื่อง การใชยาสําหรับการดูแลสุขภาพที่บาน
3. ตัวอยางรายงานการเยี่ยมบาน
วิธีวัดผลและการประเมินผล
1. สังเกตพฤติกรรมผูเรียน
1.1 พฤติกรรมความตรงตอเวลาในการเขาเรียน และการสงงานที่ไดรับมอบหมาย
1.2 พฤติกรรมการมีสวนรวมแสดงความคิดเห็นของผูเรียนในระหวางเรียน
1.3 พฤติกรรมการมีสวนรวมในการทํากิจกรรมกลุม
2. ประเมินผลงานที่มอบหมาย
2.1 รายงานการประเมินพฤติกรรมการใชยาของผูปวย
บทที่ 8
การใชยาสําหรับการดูแลสุขภาพที่บาน
หลักการใชยา
1) ใชยาถูกวิธี กอนใชยาทุกครั้งตองอานฉลากยาใหเขาใจ และปฏิบัติตามอยางเครงครัด เชน
ไมแกะผงยาที่อยูในแคปซูลมาโรยแผล ยาชนิดที่ใชทาภายนอกหามนํามารับประทาน เปนตน
2) ใชยาถูกกับโรค โดยปรึกษาแพทยหรือเภสัชกรกอนใช เพื่อใหสามารถเลือกใชยาได
อยางเหมาะสมกับแตละบุคคลและไมเกิดอันตราย
3) ใชยาถูกกับบุคคล ควรใชยาใหถูกกับสภาพของบุคคลซึ่งแตกตางกัน เชน ยาที่ใชกับเด็กจะ
มีปริมาณไมเทากับผูใหญ ยาบางชนิดไมควรใชกับหญิงตั้งครรภเพราะอาจเปนอันตรายตอลูกได
4) ใชยาถูกขนาด ควรใชยาตามขนาดที่กําหนดไว เพราะหากใชเกินขนาดอาจเกิดอันตรายตอ
รางกาย หรือหากใชขนาดต่ําไปอาจจะทําใหการรักษาโรคไมไดผลดี
5) ใชยาถูกเวลา ยาแตละชนิดจะกําหนดระยะเวลาที่ใชไว ซึ่งควรใชใหถูกตองตามเวลา
เพื่อใหยาออกฤทธิ์ไดอยางมีประสิทธิภาพ และเกิดผลขางเคียงนอยที่สุด
การตรวจสอบฉลากยา
ที่มา : ปรับปรุงจาก กลุมงานวิชาการและแผนงาน กองเภสัชกรรม สํานักอนามัย (2554)
1. การตรวจสอบชื่อและนามสกุล วาตรงกับชื่อ-นามสกุลของผูปวยหรือไม
2. การตรวจสอบชื่อยา และขนาดยา วาตรงตามยาที่ไดรับในซองยาหรือไม
3. การตรวจสอบสรรพคุณของยา วาตรงตามอาการของผูปวยหรือไม
4. การตรวจสอบวิธีใชยา วาเปนยาที่ใชแบบใด เชน ยากิน ยาทาภายนอก ยาเหน็บทวาร
5. การตรวจสอบจํานวนที่ใช ใชยาครั้งละกี่เม็ด กี่ชอนชา กี่ชอนโตะ
6. การตรวจสอบเวลาที่ตองใชยา หากเปนยากิน ใหตรวจดูวายาชนิดใด กินกอนอาหาร
หลังอาหาร กอนนอน หรือเมื่อมีอาการ หากเปนยาทาภายนอก ทากอนหรือหลังอาบน้ํา หรือทาเมื่อมี
อาการ
7. ตรวจสอบความถี่ในการใชยา วาเราตองใชยานี้วันละกี่ครั้ง เวลาใดบาง
คําที่มักพบ คือ เชา กลางวัน เที่ยง เย็น บาย กอนนอน หรือการใชยาแตละครั้งควรหางกันกี่ชั่วโมง
หากมีคําหรือขอความอื่น ๆ นอกจากนี้ปรากฏอยูบนฉลากยา มักจะเปนคําแนะนําพิเศษ หรือคําเตือน
เชน เก็บไวในตูเย็น หรือกินยาตามฉลากติดตอกันจนยาหมด หรือใชยานี้แลว อาจทําใหงวงนอน ควร
หลีกเลี่ยงการขับรถ และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล เปนตน ดังนั้นจึงควรใสใจขอความเหลานี้เปนพิเศษ
ที่มา: กลุมงานวิชาการและแผนงาน กองเภสัชกรรม สํานักอนามัย (2554)
คําแนะนําเรื่องเวลาในการใชยา
1. รับประทานยาตามฉลากติดตอกันจนยาหมด
รับประทานยาตามฉลากติดตอกันจนยาหมด เปนวิธีการใชยาซึ่งสวนใหญจะเปนยาในกลุมยา
ฆาเชื้อ เชน ยาฆาเชื้อแบคทีเรีย ยาฆาเชื้อรา ยาตานไวรัส เนื่องจากตองการปริมาณและระยะเวลาที่
นานพอจะฆาเชื้อใหหมดได การใชยาติดตอกันตามขนาดยาที่ระบุและใชติดตอจนหมด จะทําใหได
ชวงเวลาที่พอดีกับการรักษาอาการใหหายขาดไมกลับมาเปนซ้ํา
2. ยากอนอาหาร
ยากอนอาหาร ยากลุมนี้ควรรับประทานกอนอาหารอยางนอย 30 นาที - 1 ชั่วโมง เนื่องจาก
- อาหารมีผลในการดูดซึมของยา คืออาจทําใหยาถูกดูดซึมมากขึ้นจนถึงระดับที่เปนพิษตอ
รางกาย หรือรบกวนการดูดซึมยาจนระดับของยาไมถึงระดับการรักษา ทําใหยาออกฤทธิ์ไดไมดีเทาที่
ควร หรือไมออกฤทธิ์ ตัวอยางยาในกลุมนี้ ไดแก ยาฆาเชื้อแบคทีเรียบางชนิด ยาลดการหลั่งกรดใน
กระเพาะอาหาร ยาลดความดันโลหิตบางชนิด ดังนั้น ยาเหลานี้จึงตองรับประทานในขณะที่ทองวาง
คือกอนอาหารเปนเวลา 30 นาที - 1 ชั่วโมง หรือหลังอาหาร 2 ชั่วโมง
- เพื่อใหยาออกฤทธิ์ไดผลที่ตองการเต็มที่ เชน ยาลดอาการคลื่นไสอาเจียน ยาลดระดับน้ําตาล
ในเลือด ยาลดระดับไขมันในเลือด ยารักษาโรคหัวใจ ดังนั้น การใชยาในกลุมนี้จึงควรรับประทานยา
กอนอาหารเปนเวลา 30 นาที - 1 ชั่วโมง เพราะการรับประทานยาหลังอาหาร อาจทําใหเกิดอาการที่
ยาไมสามารถปองกันไดทัน เชน เกิดอาการคลื่นไสอาเจียน เกิดภาวะน้ําตาลในเลือดสูง เปนตน
3. ยาหลังอาหาร
ยากอนอาหาร ยาในกลุมนี้ควรรับประทานภายหลังอาหาร 15-30 นาที เนื่องจาก
- เปนยาที่มีการระคายเคืองกระเพาะอาหาร คือเปนยาที่เพิ่มการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร
เชน ยาแกปวด ยาลดอาการอักเสบ โดยเฉพาะอาการปวดขอ ปวดประจําเดือน ยาที่เปนสเตียรอยด
ยารักษาโรคเกาตบางชนิด
- เปนยาที่มีผลทําใหเกิดอาการคลื่นไสอาเจียน เชน ยาฆาเชื้อแบคทีเรียบางชนิด
- เปนยาที่ดูดซึมไดดีหากไดรับพรอมอาหาร เชน ยาฆาเชื้อรา
การรับประทานยาในกลุมนี้หลังอาหาร จึงเปนการลดผลขางเคียงที่อาจเกิดขึ้น สวนอาหารที่
กลาวถึงควรเปนอาหารที่อยูในกระเพาะอาหารไดนาน เชน การรับประทานอาหารประเภทขาว
การตรวจสอบสภาพยาเบื้องตน
1) ยาเม็ด : ตองมีสี กลิ่น และลักษณะเม็ดคงเดิม ไมมีการกะเทาะราว หรือไมมีรอยดางที่เม็ดยา
2) ยาแคปซูล : ตองไมนุม/แข็งผิดปกติ ไมมีการหลอมติดกัน บรรจุภัณฑตองไมมีรอยปูด พอง
3) ยาผง หรือยาน้ําแขวนลอย : ตองไมเกาะกันเปนกอน หรือสีไมเปลี่ยนไปจากเดิม
4) ยาน้ําใส : ตองไมขุนผิดปกติ หรือมีผงตะกอนแขวนลอย หรือจับกันเปนฝา
5) ยาครีม ขี้ผึ้ง โลชั่น : ตองไมแยกชั้น หดตัวหรือมีผิวหนาที่แหงเกินไป หรือมีลักษณะที่เยิ้ม
6) ยาเหน็บทวาร : ตองไมนุม/แข็งเกินไป หรือมีลักษณะอื่น ๆ ที่ผิดปกติ เชน สี กลิ่น ตะกอน
7) ยาสมุนไพร : ตองไมมีลักษณะที่ชื้น หรือมีเชื้อรา
การตรวจสอบวันหมดอายุของยา
1. ตรวจสอบจากวันหมดอายุ
การตรวจสอบวันหมดอายุของยา โดยใหสังเกตฉลากยาที่ระบุคําดังตอไปนี้ ไดแก วัน
หมดอายุ วันสิ้นอายุ ควรใชกอน Expiration date Exp. Date Expiring Use by Use before
Before เปนตน
2. ตรวจสอบจากวันผลิต
สําหรับฉลากยาที่ไมระบุวันหมดอายุ ใหสังเกตจากวันที่ผลิตโดยใหสังเกตฉลากยาที่ระบุคํา
ดังตอไปนี้ ไดแก วันผลิต Manufacturing date Mfg date Manu date MFG เปนตน และให
คํานวณวันหมดอายุ ดังนี้
วันหมดอายุของยาเม็ด = วันผลิต + 5 ป
วันหมดอายุของยาน้ํา = วันผลิต + 3 ป
3. ตรวจสอบจากวันที่ไดรับยา
หากยาที่ไดรับเปนยาแบงบรรจุ เชน ยาเม็ดในซองซิปที่ไดรับจากคลีนิคหรือโรงพยาบาล
และไมระบุวันหมดอายุ ใหคํานวณวันหมดอายุ ดังนี้
วันหมดอายุของยา = วันที่ไดรับยา + 6 เดือน
การเก็บรักษายา
1. การเก็บยาที่อุณหภูมิหอง
ยาที่ตองเก็บในอุณหภูมิหอง เชน ยารับประทานที่มีรูปแบบเม็ด แคปซูล ยาน้ําใส ยาน้ํา
แขวนตะกอน เปนตน ควรเก็บยาใหพนจากความรอนความชื้น คือ เก็บยาใหพนแสง ไมควรเก็บใน
หองน้ํา หองครัว ตูเย็นเก็บในที่มีอุณหภูมิไมเกิน 25 องศาเซลเซียส เก็บในที่พนมือเด็ก จัดแยกยาที่ใช
ภายนอกและยาชนิดรับประทานออกจากกัน ปดฝาใหสนิทเมื่อไมไดใชยา หมั่นตรวจสอบยาที่เก็บไว
เปนระยะ เพื่อปองกันยาหมดอายุ และยาเสื่อมสภาพ ควรจัดเก็บยาพรอมกับฉลากยา และไมควรเก็บ
ยาตางชนิดกันในบรรจุภัณฑเดียวกัน
2. การเก็บยาในตูเย็น
ยาที่ตองเก็บในตูเย็น เชน ยาฉีดอินซูลิน ยาหยอดตา ยาเหน็บทวาร ยาฆาเชื้อแบคทีเรีย
ชนิดผงแหงที่ผสมน้ําแลว เปนตน การเก็บยาในตูเย็น ควรเก็บยาในอุณหภูมิประมาณ 2-8 องศา
เซลเซียส หรือในตูเย็นชองธรรมดา โดยแยกยาใชภายนอกและยาชนิดรับประทานออกจากกันควรจัด
บริเวณที่เก็บยาแยกจาก อาหาร และของอื่น ๆ ไมเก็บยาในชองแชแข็ง ชองใตชองแชแข็ง ฝาตูเย็น
หรือชองลางสุด เพื่อหลีกเลี่ยงอุณหภูมิที่มีความรอนหรือเย็นเกินไป
ปญหาจากการใชยาของผูปวยที่บาน
ปญหาจากการใชยาของผูปวยในปจจุบันมีจํานวนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในผูปวยที่มีการใชยาตอ
เนื่องระยะยาว ผูปวยโรคเรื้อรังที่มีการใชยาหลายขนาน และผูปวยที่ไดรับยาเฉพาะทางซึ่งตองไดรับ
คําแนะนําในการใชยาเปนพิเศษ ซึ่งในผูปวยเหลานี้มีความเสี่ยงในการเกิดปญหาจากการใชยา หรือ
ปญหาความไมรวมมือในการใชยาของผูปวย ดังนั้นหากผูปวยมีการใชยาไมถูกตองจะทําใหผลการ
รักษาไมเปนไปตามเปาหมาย สงผลตอคุณภาพชีวิตของผูปวย ครอบครัว และระบบสาธารณสุขของ
ประเทศ โดยปญหาที่พบไดบอยจากการใชยาของผูปวย ไดแก
(1) การใชยาไมถูกตองตามหลักการบริหารยา เชน การใชยาไมถูกเวลา การใชยาไมถูกวิธี
การใชยาผิดขนาด การปรับขนาดยาเอง การไมอานฉลากยากอนใช การทิ้งฉลากยา การนํายาของ
ผูอื่นมาใช เปนตน
(2) การเก็บรักษายาไมเหมาะสม ซึ่งอาจสงผลใหยาเสื่อมสภาพได เชน การเก็บอินซูลินที่ฝา
ตูเย็น การแกะเม็ดยาออกจากบรรจุภัณฑเพื่อเก็บใสกลองไว
(3) การลืมรับประทานยา หรือรับประทานยาไมสม่ําเสมอ
(4) การรับประทานยาซ้ําซอน เชน การไดรับยาจากการไปรักษาที่หนวยบริการสุขภาพ
หลายแหง
(5) การขาดความรูเกี่ยวกับผลขางเคียงหรืออาการไมพึงประสงคจากการใชยา
(6) การใชยาโดยไมมีขอบงชี้ในการใช เชน การใชยาพาราเซตามอลเพื่อปองกันการเกิดไข
แนวทางปฏิบัติในการเยี่ยมบาน เพื่อประเมินเรื่องการใชยาของผูปวย
การเยี่ยมบานเปนกิจกรรมการดูแลสุขภาพผูปวยเชิงรุก ทําใหบุคลากรทางดานสาธารณสุข
สามารถมองภาพผูปวย ครอบครัว และสภาพแวดลอมที่เกี่ยวของกับผูปวยไดชัดเจนขึ้น ซึ่งการ
ดําเนินงานดังกลาวมีวัตถุประสงคเพื่อใหการดูแลรักษาผูปวย ชวยใหผูปวยมีการดูแลตนเองที่เหมาะ
สมกับโรค และสงเสริมใหครอบครัวมีสวนรวมในการดูแล ทั้งนี้ การเยี่ยมบานจําเปนตองอาศัยทักษะ
หลายดาน เพื่อใหภารกิจบรรลุเปาหมาย ทักษะที่จําเปนอยางหนึ่งสําหรับการเยี่ยมบานคือการสื่อสาร
และการคนหาปญหา เพื่อประเมินภาวะสุขภาพของผูปวยและความตองการของครอบครัว ซึ่งแตละ
แหงจะมีเครื่องมือที่ใชในการประเมินแตกตางกันไปตามบริบทของชุมชน แนวทางในการเยี่ยมบาน
แบบหนึ่งที่นิยมใชคือ INHOMESSS ซึ่งประกอบดวย การประเมินความสามารถในการชวยเหลือ
ตนเอง (Immobility) ภาวะโภชนาการ (Nutrition) สภาพแวดลอมภายในบานและนอกบาน (Home
environment) ความสัมพันธระหวางบุคคล (Other people) การใชยา (Medication) การตรวจ
รางกาย (Examination) ความปลอดภัยภายในบาน (Safety) จิตวิญญาณ เชน ความเชื่อ ทัศนคติ สิ่ง
ยึดเหนี่ยวจิตใจ (Spiritual) การบริการที่ไดรับ (Service) โดยจะเห็นวาองคประกอบหนึ่งที่จําเปนตอง
ประเมินเมื่อออกเยี่ยมบานคือ ประเมินการใชยา ซึ่งแนวทางปฏิบัติในการเยี่ยมบาน เพื่อประเมินเรื่อง
การใชยาของผูปวย ดังนี้
1. สัมภาษณผูปวยเกี่ยวกับการเจ็บปวย อาการแทรกซอน การใชยา และการปฏิบัติตนในดาน
ตาง ๆ ที่เกี่ยวของ เชน การรับประทานอาหาร การออกกําลังกาย เปนตน
2. คนหาปญหาที่เกี่ยวกับการใชยา เชน ความรูเกี่ยวกับยาที่ใช วิธีการรับประทานยา อาการ
ขางเคียง การเก็บรักษา เปนตน พรอมทั้งตรวจสอบรายการยา ขนาดยา วิธีใชยา จากประวัติผูปวยใน
เวชระเบียนผูปวยนอก (OPD Card) และขอมูลการใชยาเดิมในแฟมประวัติ
3. ใหคําแนะนําเกี่ยวกับการใชยาและบันทึกผล ทั้งนี้คําแนะนําที่ใหควรพิจารณาตามความ
เหมาะสมของผูปวยแตละราย ดังนี้
3.1 ผูปวยไมมีปญหาเกี่ยวกับการใชยา ควรแนะนําประเด็นสําคัญที่ควรปฏิบัติอยาง
สม่ําเสมอ
3.2 มีปญหาเกี่ยวกับการใชยา ตองใหคําแนะนําเพิ่มเติมตามสภาพปญหา
3.3 มีปญหาเกี่ยวกับการใชยาที่เกิดจากการสั่งยาของแพทย ใหนําขอมูลที่ไดปรึกษา
แพทยผูทําการรักษา เพื่อพิจารณาแกไขตอไป
สรุป
ปจจุบันมีผูปวยโรคเรื้อรังจํานวนมากในชุมชนโดยเฉพาะกลุมผูสูงอายุ ซึ่งผูปวยเหลานี้จะมีการ
ใชยาเพื่อรักษาโรคอยางตอเนื่องและเปนระยะเวลานาน หากมีการใชยาไมถูกตองอาจทําใหการรักษา
ไมไดผลหรือเกิดปญหาจากการใชยาได ดังนั้นผูที่มีการใชยาที่บานจึงควรมีความรูในการใชยาตาม
หลักการบริหารยา สามารถตรวจสอบวันหมดอายุของยา และสภาพยาเบื้องตนได รวมถึงการเก็บ
รักษาอยางเหมาะสม ซึ่งจะชวยลดปญหาที่อาจเกิดจากการใชยาดวยตนเองที่บานได
คําถามทบทวน
1. การใชยาที่ถูกตองควรพิจารณาถึงสิ่งใด
2. จงอธิบายเกี่ยวกับหลักการเก็บยาในตูเย็น
3. หากนักศึกษาลงไปเยี่ยมบานผูปวยโรคเรื้อรังที่มีการใชยาเปนประจํา จะมีวิธีการประเมิน
เรื่องการใชยาของผูปวยอยางไร
4. จงยกตัวอยาง ปญหาที่อาจพบจากการใชยาของผูปวยที่บาน และควรใหคําแนะนําเพื่อ
ปองกันหรือแกไขปญหาที่เกิดขึ้นอยางไร
เอกสารอางอิง
กําพล ศรีวัฒนกุล. 2545. คูมือการใชยา (ฉบับสมบูรณ). ปทุมธานี: สกายบุคส.
กลุมงานวิชาการและแผนงาน กองเภสัชกรรม สํานักอนามัย. 2554. คูมือยาประชาชน. พิมพครั้งที่
2. กรุงเทพฯ: โรงพิมพแหงจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย.
เฉลิมศรี สุวรรณเจดีย และ จุฬาภรณ สมรูป. การใชยาและการจัดการพยาบาล เลม 1. กรุงเทพฯ:
บริษัทบพิธการพิมพ.
ธิดา นิงสานนท, ปรีชา มนทกานติกุล และ สุวัฒนา จุฬาวัฒนทล. 2549. คูมือการใชยาสําหรับ
บุคลากรสาธารณสุข. พิมพครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: บริษัทประชาชน จํากัด.
เรวดี ธรรมอุปกรณ และ สาริณีย กฤติยานันต. 2551. ใชยา-ตองรู เลม 1. พิมพครั้งที่ 8. กรุงเทพฯ:
หางหุนสวนจํากัดสามลดา.

บทที่ 8 การใช้ยาที่บ้าน

  • 1.
    แผนบริหารการสอนบทที่ 8 หัวขอเนื้อหาประจําบท 1. หลักการใชยา 2.การเก็บรักษายา 3. การดูแลผูปวยที่มีการใชยา 4. ปญหาจากการใชยาของผูปวย 5. แนวทางปฏิบัติในการเยี่ยมบาน เพื่อประเมินเรื่องการใชยาของผูปวย วัตถุประสงคเชิงพฤติกรรม เมื่อนักศึกษาไดศึกษาจบบทที่ 8 แลว นักศึกษาควรมีความสามารถดังตอไปนี้ 1. อธิบายหลักการใชยาที่ถูกตองได 2. บอกวิธีการเก็บรักษายาเบื้องตนได 3. ประเมินการใชยาของผูปวยได 4. ใหคําแนะนําผูที่มีการใชยาไดอยางเหมาะสม วิธีสอนและกิจกรรมการเรียนการสอน วิธีสอนและกิจกรรมการเรียนการสอนประจําบทที่ 8 ประกอบดวยรายละเอียดดังนี้ 1. บรรยายตามเนื้อหา โดยใชโปรแกรมการนําเสนอ (power point) ประกอบคําอธิบาย 2. วิเคราะหกรณีศึกษา เรื่อง การใชยาของผูปวยโรคเรื้อรัง และอภิปรายประเด็นเกี่ยวกับ พฤติกรรมการใชยาของผูปวย 3. ศึกษาคนควาดวยตนเอง 4. รวมกันสรุปประเด็นสําคัญของการเรียน สื่อการเรียนการสอน 1. เอกสารประกอบการสอนรายวิชา เภสัชวิทยาเบื้องตน บทที่ 8 การใชยาสําหรับการดูแล สุขภาพที่บาน 2. โปรแกรมนําเสนอ เรื่อง การใชยาสําหรับการดูแลสุขภาพที่บาน 3. ตัวอยางรายงานการเยี่ยมบาน
  • 2.
    วิธีวัดผลและการประเมินผล 1. สังเกตพฤติกรรมผูเรียน 1.1 พฤติกรรมความตรงตอเวลาในการเขาเรียนและการสงงานที่ไดรับมอบหมาย 1.2 พฤติกรรมการมีสวนรวมแสดงความคิดเห็นของผูเรียนในระหวางเรียน 1.3 พฤติกรรมการมีสวนรวมในการทํากิจกรรมกลุม 2. ประเมินผลงานที่มอบหมาย 2.1 รายงานการประเมินพฤติกรรมการใชยาของผูปวย
  • 3.
    บทที่ 8 การใชยาสําหรับการดูแลสุขภาพที่บาน หลักการใชยา 1) ใชยาถูกวิธีกอนใชยาทุกครั้งตองอานฉลากยาใหเขาใจ และปฏิบัติตามอยางเครงครัด เชน ไมแกะผงยาที่อยูในแคปซูลมาโรยแผล ยาชนิดที่ใชทาภายนอกหามนํามารับประทาน เปนตน 2) ใชยาถูกกับโรค โดยปรึกษาแพทยหรือเภสัชกรกอนใช เพื่อใหสามารถเลือกใชยาได อยางเหมาะสมกับแตละบุคคลและไมเกิดอันตราย 3) ใชยาถูกกับบุคคล ควรใชยาใหถูกกับสภาพของบุคคลซึ่งแตกตางกัน เชน ยาที่ใชกับเด็กจะ มีปริมาณไมเทากับผูใหญ ยาบางชนิดไมควรใชกับหญิงตั้งครรภเพราะอาจเปนอันตรายตอลูกได 4) ใชยาถูกขนาด ควรใชยาตามขนาดที่กําหนดไว เพราะหากใชเกินขนาดอาจเกิดอันตรายตอ รางกาย หรือหากใชขนาดต่ําไปอาจจะทําใหการรักษาโรคไมไดผลดี 5) ใชยาถูกเวลา ยาแตละชนิดจะกําหนดระยะเวลาที่ใชไว ซึ่งควรใชใหถูกตองตามเวลา เพื่อใหยาออกฤทธิ์ไดอยางมีประสิทธิภาพ และเกิดผลขางเคียงนอยที่สุด การตรวจสอบฉลากยา ที่มา : ปรับปรุงจาก กลุมงานวิชาการและแผนงาน กองเภสัชกรรม สํานักอนามัย (2554) 1. การตรวจสอบชื่อและนามสกุล วาตรงกับชื่อ-นามสกุลของผูปวยหรือไม 2. การตรวจสอบชื่อยา และขนาดยา วาตรงตามยาที่ไดรับในซองยาหรือไม
  • 4.
    3. การตรวจสอบสรรพคุณของยา วาตรงตามอาการของผูปวยหรือไม 4.การตรวจสอบวิธีใชยา วาเปนยาที่ใชแบบใด เชน ยากิน ยาทาภายนอก ยาเหน็บทวาร 5. การตรวจสอบจํานวนที่ใช ใชยาครั้งละกี่เม็ด กี่ชอนชา กี่ชอนโตะ 6. การตรวจสอบเวลาที่ตองใชยา หากเปนยากิน ใหตรวจดูวายาชนิดใด กินกอนอาหาร หลังอาหาร กอนนอน หรือเมื่อมีอาการ หากเปนยาทาภายนอก ทากอนหรือหลังอาบน้ํา หรือทาเมื่อมี อาการ 7. ตรวจสอบความถี่ในการใชยา วาเราตองใชยานี้วันละกี่ครั้ง เวลาใดบาง คําที่มักพบ คือ เชา กลางวัน เที่ยง เย็น บาย กอนนอน หรือการใชยาแตละครั้งควรหางกันกี่ชั่วโมง หากมีคําหรือขอความอื่น ๆ นอกจากนี้ปรากฏอยูบนฉลากยา มักจะเปนคําแนะนําพิเศษ หรือคําเตือน เชน เก็บไวในตูเย็น หรือกินยาตามฉลากติดตอกันจนยาหมด หรือใชยานี้แลว อาจทําใหงวงนอน ควร หลีกเลี่ยงการขับรถ และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล เปนตน ดังนั้นจึงควรใสใจขอความเหลานี้เปนพิเศษ ที่มา: กลุมงานวิชาการและแผนงาน กองเภสัชกรรม สํานักอนามัย (2554)
  • 5.
    คําแนะนําเรื่องเวลาในการใชยา 1. รับประทานยาตามฉลากติดตอกันจนยาหมด รับประทานยาตามฉลากติดตอกันจนยาหมด เปนวิธีการใชยาซึ่งสวนใหญจะเปนยาในกลุมยา ฆาเชื้อเชน ยาฆาเชื้อแบคทีเรีย ยาฆาเชื้อรา ยาตานไวรัส เนื่องจากตองการปริมาณและระยะเวลาที่ นานพอจะฆาเชื้อใหหมดได การใชยาติดตอกันตามขนาดยาที่ระบุและใชติดตอจนหมด จะทําใหได ชวงเวลาที่พอดีกับการรักษาอาการใหหายขาดไมกลับมาเปนซ้ํา 2. ยากอนอาหาร ยากอนอาหาร ยากลุมนี้ควรรับประทานกอนอาหารอยางนอย 30 นาที - 1 ชั่วโมง เนื่องจาก - อาหารมีผลในการดูดซึมของยา คืออาจทําใหยาถูกดูดซึมมากขึ้นจนถึงระดับที่เปนพิษตอ รางกาย หรือรบกวนการดูดซึมยาจนระดับของยาไมถึงระดับการรักษา ทําใหยาออกฤทธิ์ไดไมดีเทาที่ ควร หรือไมออกฤทธิ์ ตัวอยางยาในกลุมนี้ ไดแก ยาฆาเชื้อแบคทีเรียบางชนิด ยาลดการหลั่งกรดใน กระเพาะอาหาร ยาลดความดันโลหิตบางชนิด ดังนั้น ยาเหลานี้จึงตองรับประทานในขณะที่ทองวาง คือกอนอาหารเปนเวลา 30 นาที - 1 ชั่วโมง หรือหลังอาหาร 2 ชั่วโมง - เพื่อใหยาออกฤทธิ์ไดผลที่ตองการเต็มที่ เชน ยาลดอาการคลื่นไสอาเจียน ยาลดระดับน้ําตาล ในเลือด ยาลดระดับไขมันในเลือด ยารักษาโรคหัวใจ ดังนั้น การใชยาในกลุมนี้จึงควรรับประทานยา กอนอาหารเปนเวลา 30 นาที - 1 ชั่วโมง เพราะการรับประทานยาหลังอาหาร อาจทําใหเกิดอาการที่ ยาไมสามารถปองกันไดทัน เชน เกิดอาการคลื่นไสอาเจียน เกิดภาวะน้ําตาลในเลือดสูง เปนตน 3. ยาหลังอาหาร ยากอนอาหาร ยาในกลุมนี้ควรรับประทานภายหลังอาหาร 15-30 นาที เนื่องจาก - เปนยาที่มีการระคายเคืองกระเพาะอาหาร คือเปนยาที่เพิ่มการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร เชน ยาแกปวด ยาลดอาการอักเสบ โดยเฉพาะอาการปวดขอ ปวดประจําเดือน ยาที่เปนสเตียรอยด ยารักษาโรคเกาตบางชนิด - เปนยาที่มีผลทําใหเกิดอาการคลื่นไสอาเจียน เชน ยาฆาเชื้อแบคทีเรียบางชนิด - เปนยาที่ดูดซึมไดดีหากไดรับพรอมอาหาร เชน ยาฆาเชื้อรา การรับประทานยาในกลุมนี้หลังอาหาร จึงเปนการลดผลขางเคียงที่อาจเกิดขึ้น สวนอาหารที่ กลาวถึงควรเปนอาหารที่อยูในกระเพาะอาหารไดนาน เชน การรับประทานอาหารประเภทขาว
  • 6.
    การตรวจสอบสภาพยาเบื้องตน 1) ยาเม็ด :ตองมีสี กลิ่น และลักษณะเม็ดคงเดิม ไมมีการกะเทาะราว หรือไมมีรอยดางที่เม็ดยา 2) ยาแคปซูล : ตองไมนุม/แข็งผิดปกติ ไมมีการหลอมติดกัน บรรจุภัณฑตองไมมีรอยปูด พอง 3) ยาผง หรือยาน้ําแขวนลอย : ตองไมเกาะกันเปนกอน หรือสีไมเปลี่ยนไปจากเดิม 4) ยาน้ําใส : ตองไมขุนผิดปกติ หรือมีผงตะกอนแขวนลอย หรือจับกันเปนฝา 5) ยาครีม ขี้ผึ้ง โลชั่น : ตองไมแยกชั้น หดตัวหรือมีผิวหนาที่แหงเกินไป หรือมีลักษณะที่เยิ้ม 6) ยาเหน็บทวาร : ตองไมนุม/แข็งเกินไป หรือมีลักษณะอื่น ๆ ที่ผิดปกติ เชน สี กลิ่น ตะกอน 7) ยาสมุนไพร : ตองไมมีลักษณะที่ชื้น หรือมีเชื้อรา การตรวจสอบวันหมดอายุของยา 1. ตรวจสอบจากวันหมดอายุ การตรวจสอบวันหมดอายุของยา โดยใหสังเกตฉลากยาที่ระบุคําดังตอไปนี้ ไดแก วัน หมดอายุ วันสิ้นอายุ ควรใชกอน Expiration date Exp. Date Expiring Use by Use before Before เปนตน 2. ตรวจสอบจากวันผลิต สําหรับฉลากยาที่ไมระบุวันหมดอายุ ใหสังเกตจากวันที่ผลิตโดยใหสังเกตฉลากยาที่ระบุคํา ดังตอไปนี้ ไดแก วันผลิต Manufacturing date Mfg date Manu date MFG เปนตน และให คํานวณวันหมดอายุ ดังนี้ วันหมดอายุของยาเม็ด = วันผลิต + 5 ป วันหมดอายุของยาน้ํา = วันผลิต + 3 ป 3. ตรวจสอบจากวันที่ไดรับยา หากยาที่ไดรับเปนยาแบงบรรจุ เชน ยาเม็ดในซองซิปที่ไดรับจากคลีนิคหรือโรงพยาบาล และไมระบุวันหมดอายุ ใหคํานวณวันหมดอายุ ดังนี้ วันหมดอายุของยา = วันที่ไดรับยา + 6 เดือน
  • 7.
    การเก็บรักษายา 1. การเก็บยาที่อุณหภูมิหอง ยาที่ตองเก็บในอุณหภูมิหอง เชนยารับประทานที่มีรูปแบบเม็ด แคปซูล ยาน้ําใส ยาน้ํา แขวนตะกอน เปนตน ควรเก็บยาใหพนจากความรอนความชื้น คือ เก็บยาใหพนแสง ไมควรเก็บใน หองน้ํา หองครัว ตูเย็นเก็บในที่มีอุณหภูมิไมเกิน 25 องศาเซลเซียส เก็บในที่พนมือเด็ก จัดแยกยาที่ใช ภายนอกและยาชนิดรับประทานออกจากกัน ปดฝาใหสนิทเมื่อไมไดใชยา หมั่นตรวจสอบยาที่เก็บไว เปนระยะ เพื่อปองกันยาหมดอายุ และยาเสื่อมสภาพ ควรจัดเก็บยาพรอมกับฉลากยา และไมควรเก็บ ยาตางชนิดกันในบรรจุภัณฑเดียวกัน 2. การเก็บยาในตูเย็น ยาที่ตองเก็บในตูเย็น เชน ยาฉีดอินซูลิน ยาหยอดตา ยาเหน็บทวาร ยาฆาเชื้อแบคทีเรีย ชนิดผงแหงที่ผสมน้ําแลว เปนตน การเก็บยาในตูเย็น ควรเก็บยาในอุณหภูมิประมาณ 2-8 องศา เซลเซียส หรือในตูเย็นชองธรรมดา โดยแยกยาใชภายนอกและยาชนิดรับประทานออกจากกันควรจัด บริเวณที่เก็บยาแยกจาก อาหาร และของอื่น ๆ ไมเก็บยาในชองแชแข็ง ชองใตชองแชแข็ง ฝาตูเย็น หรือชองลางสุด เพื่อหลีกเลี่ยงอุณหภูมิที่มีความรอนหรือเย็นเกินไป ปญหาจากการใชยาของผูปวยที่บาน ปญหาจากการใชยาของผูปวยในปจจุบันมีจํานวนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในผูปวยที่มีการใชยาตอ เนื่องระยะยาว ผูปวยโรคเรื้อรังที่มีการใชยาหลายขนาน และผูปวยที่ไดรับยาเฉพาะทางซึ่งตองไดรับ คําแนะนําในการใชยาเปนพิเศษ ซึ่งในผูปวยเหลานี้มีความเสี่ยงในการเกิดปญหาจากการใชยา หรือ ปญหาความไมรวมมือในการใชยาของผูปวย ดังนั้นหากผูปวยมีการใชยาไมถูกตองจะทําใหผลการ รักษาไมเปนไปตามเปาหมาย สงผลตอคุณภาพชีวิตของผูปวย ครอบครัว และระบบสาธารณสุขของ ประเทศ โดยปญหาที่พบไดบอยจากการใชยาของผูปวย ไดแก (1) การใชยาไมถูกตองตามหลักการบริหารยา เชน การใชยาไมถูกเวลา การใชยาไมถูกวิธี การใชยาผิดขนาด การปรับขนาดยาเอง การไมอานฉลากยากอนใช การทิ้งฉลากยา การนํายาของ ผูอื่นมาใช เปนตน (2) การเก็บรักษายาไมเหมาะสม ซึ่งอาจสงผลใหยาเสื่อมสภาพได เชน การเก็บอินซูลินที่ฝา ตูเย็น การแกะเม็ดยาออกจากบรรจุภัณฑเพื่อเก็บใสกลองไว (3) การลืมรับประทานยา หรือรับประทานยาไมสม่ําเสมอ
  • 8.
    (4) การรับประทานยาซ้ําซอน เชนการไดรับยาจากการไปรักษาที่หนวยบริการสุขภาพ หลายแหง (5) การขาดความรูเกี่ยวกับผลขางเคียงหรืออาการไมพึงประสงคจากการใชยา (6) การใชยาโดยไมมีขอบงชี้ในการใช เชน การใชยาพาราเซตามอลเพื่อปองกันการเกิดไข แนวทางปฏิบัติในการเยี่ยมบาน เพื่อประเมินเรื่องการใชยาของผูปวย การเยี่ยมบานเปนกิจกรรมการดูแลสุขภาพผูปวยเชิงรุก ทําใหบุคลากรทางดานสาธารณสุข สามารถมองภาพผูปวย ครอบครัว และสภาพแวดลอมที่เกี่ยวของกับผูปวยไดชัดเจนขึ้น ซึ่งการ ดําเนินงานดังกลาวมีวัตถุประสงคเพื่อใหการดูแลรักษาผูปวย ชวยใหผูปวยมีการดูแลตนเองที่เหมาะ สมกับโรค และสงเสริมใหครอบครัวมีสวนรวมในการดูแล ทั้งนี้ การเยี่ยมบานจําเปนตองอาศัยทักษะ หลายดาน เพื่อใหภารกิจบรรลุเปาหมาย ทักษะที่จําเปนอยางหนึ่งสําหรับการเยี่ยมบานคือการสื่อสาร และการคนหาปญหา เพื่อประเมินภาวะสุขภาพของผูปวยและความตองการของครอบครัว ซึ่งแตละ แหงจะมีเครื่องมือที่ใชในการประเมินแตกตางกันไปตามบริบทของชุมชน แนวทางในการเยี่ยมบาน แบบหนึ่งที่นิยมใชคือ INHOMESSS ซึ่งประกอบดวย การประเมินความสามารถในการชวยเหลือ ตนเอง (Immobility) ภาวะโภชนาการ (Nutrition) สภาพแวดลอมภายในบานและนอกบาน (Home environment) ความสัมพันธระหวางบุคคล (Other people) การใชยา (Medication) การตรวจ รางกาย (Examination) ความปลอดภัยภายในบาน (Safety) จิตวิญญาณ เชน ความเชื่อ ทัศนคติ สิ่ง ยึดเหนี่ยวจิตใจ (Spiritual) การบริการที่ไดรับ (Service) โดยจะเห็นวาองคประกอบหนึ่งที่จําเปนตอง ประเมินเมื่อออกเยี่ยมบานคือ ประเมินการใชยา ซึ่งแนวทางปฏิบัติในการเยี่ยมบาน เพื่อประเมินเรื่อง การใชยาของผูปวย ดังนี้ 1. สัมภาษณผูปวยเกี่ยวกับการเจ็บปวย อาการแทรกซอน การใชยา และการปฏิบัติตนในดาน ตาง ๆ ที่เกี่ยวของ เชน การรับประทานอาหาร การออกกําลังกาย เปนตน 2. คนหาปญหาที่เกี่ยวกับการใชยา เชน ความรูเกี่ยวกับยาที่ใช วิธีการรับประทานยา อาการ ขางเคียง การเก็บรักษา เปนตน พรอมทั้งตรวจสอบรายการยา ขนาดยา วิธีใชยา จากประวัติผูปวยใน เวชระเบียนผูปวยนอก (OPD Card) และขอมูลการใชยาเดิมในแฟมประวัติ 3. ใหคําแนะนําเกี่ยวกับการใชยาและบันทึกผล ทั้งนี้คําแนะนําที่ใหควรพิจารณาตามความ เหมาะสมของผูปวยแตละราย ดังนี้ 3.1 ผูปวยไมมีปญหาเกี่ยวกับการใชยา ควรแนะนําประเด็นสําคัญที่ควรปฏิบัติอยาง สม่ําเสมอ 3.2 มีปญหาเกี่ยวกับการใชยา ตองใหคําแนะนําเพิ่มเติมตามสภาพปญหา
  • 9.
    3.3 มีปญหาเกี่ยวกับการใชยาที่เกิดจากการสั่งยาของแพทย ใหนําขอมูลที่ไดปรึกษา แพทยผูทําการรักษาเพื่อพิจารณาแกไขตอไป สรุป ปจจุบันมีผูปวยโรคเรื้อรังจํานวนมากในชุมชนโดยเฉพาะกลุมผูสูงอายุ ซึ่งผูปวยเหลานี้จะมีการ ใชยาเพื่อรักษาโรคอยางตอเนื่องและเปนระยะเวลานาน หากมีการใชยาไมถูกตองอาจทําใหการรักษา ไมไดผลหรือเกิดปญหาจากการใชยาได ดังนั้นผูที่มีการใชยาที่บานจึงควรมีความรูในการใชยาตาม หลักการบริหารยา สามารถตรวจสอบวันหมดอายุของยา และสภาพยาเบื้องตนได รวมถึงการเก็บ รักษาอยางเหมาะสม ซึ่งจะชวยลดปญหาที่อาจเกิดจากการใชยาดวยตนเองที่บานได คําถามทบทวน 1. การใชยาที่ถูกตองควรพิจารณาถึงสิ่งใด 2. จงอธิบายเกี่ยวกับหลักการเก็บยาในตูเย็น 3. หากนักศึกษาลงไปเยี่ยมบานผูปวยโรคเรื้อรังที่มีการใชยาเปนประจํา จะมีวิธีการประเมิน เรื่องการใชยาของผูปวยอยางไร 4. จงยกตัวอยาง ปญหาที่อาจพบจากการใชยาของผูปวยที่บาน และควรใหคําแนะนําเพื่อ ปองกันหรือแกไขปญหาที่เกิดขึ้นอยางไร เอกสารอางอิง กําพล ศรีวัฒนกุล. 2545. คูมือการใชยา (ฉบับสมบูรณ). ปทุมธานี: สกายบุคส. กลุมงานวิชาการและแผนงาน กองเภสัชกรรม สํานักอนามัย. 2554. คูมือยาประชาชน. พิมพครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: โรงพิมพแหงจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย. เฉลิมศรี สุวรรณเจดีย และ จุฬาภรณ สมรูป. การใชยาและการจัดการพยาบาล เลม 1. กรุงเทพฯ: บริษัทบพิธการพิมพ. ธิดา นิงสานนท, ปรีชา มนทกานติกุล และ สุวัฒนา จุฬาวัฒนทล. 2549. คูมือการใชยาสําหรับ บุคลากรสาธารณสุข. พิมพครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: บริษัทประชาชน จํากัด. เรวดี ธรรมอุปกรณ และ สาริณีย กฤติยานันต. 2551. ใชยา-ตองรู เลม 1. พิมพครั้งที่ 8. กรุงเทพฯ: หางหุนสวนจํากัดสามลดา.