Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

1

Share

Download to read offline

ความรู้ทั่วไปเรื่องยา (ภญกนิษฐา) 19/6/58

Download to read offline

ความรู้ทั่วไปเรื่องยา

Related Books

Free with a 30 day trial from Scribd

See all

Related Audiobooks

Free with a 30 day trial from Scribd

See all

ความรู้ทั่วไปเรื่องยา (ภญกนิษฐา) 19/6/58

  1. 1. ภญ.กนิษฐา เตรียมอมรวุฒิ กลุ่มงาน เภสัชกรรม
  2. 2. หัวข้อเรื่อง ความหมายของยา รูปแบบยา และวิธีการบริหารยา เภสัชจลนศาสตร์ (Pharmacokinetic) เภสัชพลศาสตร์ (Pharmacodynamic) อาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา (Adverse Drug Reaction) อันตรกิริยาระหว่างยา (Drug-Drug Interaction) สิ่งที่ควรทราบเมื่อต้องใช้ยา ข้อควรปฏิบัติเมื่อต้องใช้ยา
  3. 3. ความหมายของยา ตามพระราชบัญญัติยา พุทธศักราช 2522 ได้  ให้ความหมายว่า “ ”ยา  หมายถึง วัตถุที่มุ่งหมาย สำาหรับใช้ในการวินิจฉัย บำาบัด บรรเทา รักษา หรือป้องกันโรค หรือความเจ็บป่วยของมนุษย์  หรือสัตว์ รวมทั้งใช้บำารุง และเสริมสร้างสุขภาพ ร่างกายและจิตใจ
  4. 4. ยาเม็ด ยาเม็ดเคลือบ ยา แคปซูลยาในรูปแบบของแข็ง เช่น ยาเม็ด (tablet) ซึ่ง จะมีทั้งที่เคลือบหรือไม่เคลือบ ยาเม็ดที่ต้องเคี้ยว ยาเม็ดที่ค่อยๆปลดปล่อยตัวยา (sustained release)
  5. 5. ยาเม็ด ยาเม็ดเคลือบ ยา แคปซูล MR (modified release) เป็นรูปแบบที่มีการ ควบคุมการปลดปล่อยยาด้วยวัตถุประสงค์ให้มี ระดับยาคงที่ในช่วงระยะเวลาที่นานขึ้น ซึ่ง ถือว่าเป็นคำาเรียกที่มีความหมายรวมทั้ง CR (controlled release), XL และ ER ย่อมาจาก extended release SR (sustained release) PL (prolonged release)
  6. 6. ยาเม็ด ยาเม็ดเคลือบ ยา แคปซูล ปัญหาหลักของการใช้ยาเม็ดรูปแบบ modified release คือการใช้ยาไม่ถูกวิธีของผู้ป่วย ผู้ป่วย บางรายนำาเม็ดยาไปหัก บด แบ่งหรือเคี้ยว ทำาให้เม็ดยาสูญเสียการควบคุมการปลด ปล่อยยาออกจากเม็ดยา และอาจทำาให้ผู้ ป่วยได้รับยาเกินขนาดจนนำาไปสู่อาการ พิษหรืออาการไม่พึงประสงค์จากยาได้
  7. 7. ตัวอย่างยาเม็ดรูปแบบ modified release Alfuzosin (Xatral XL tablet) Nifedipine (Adalat CR) Omeprazole (Losec MUPS/Miracid) Clarithromycin (Klacid MR)
  8. 8. ยาเม็ดหรือแคปซูลชนิด ปลดปล่อยตัวยาสำาคัญ ออกมาอย่างช้าๆ หรือ ชนิดที่เลื่อนเวลาปลด ปล่อยตัวยาสำาคัญออก จากรูปแบบยา ต้องกลืน ไปทั้งเม็ดหรือแคปซูล พร้อมนำ้าสะอาด 1 แก้ว ห้ามบด หรือเคี้ยวเม็ดยา
  9. 9. ยารับประทานชนิดนำ้า ยารับประทานชนิดนำ้า ยาแขวนตะกอน หรือ แขวนละออง จะต้องเขย่าขวดก่อนรินยาเสมอ เพื่อให้ตัวยาสำาคัญกระจายตัวอย่างสมำ่าเสมอ ใช้ช้อนตวงยาหรือถ้วยตวงยา 1 ช้อนชา เท่ากับ 5 ซีซี 1 ช้อนโต๊ะ เท่ากับ 3 ช้อนชา หรือ 15 ซีซี 1 ออนซ์ เท่ากับ 30 ซีซี
  10. 10. การเทียบปริมาตรยานำ้า
  11. 11. ยาผง ยาผง สำาหรับรับประทานต้องนำาผงยาผสมนำ้า ก่อนดื่ม ควรใช้ตามที่ระบุบนฉลาก เช่น ยาผง เกลือแร่ทดแทนการสูญเสียนำ้าและเกลือแร่เมื่อ ท้องเสีย ผสมยา 1 ซองกับนำ้าต้มสุกที่เย็นแล้ว 1 แก้ว คน ให้ละลายแล้วจิบบ่อยๆ ห้ามเก็บค้างคืน
  12. 12. ยาผง ยาผงที่ใช้เป็นยาระบาย ให้นำาผงยาผสมนำ้า ต้มสุกที่เย็นแล้ว 1 แก้วและดื่มทันที พร้อมดื่มนำ้า ตามอีก 1 แก้ว ไม่ควรตั้งทิ้งไว้นาน เพราะยาจะ พองตัวมากและข้นหนืดมากไป
  13. 13. ยาอม ยาอม หากเป็นยาอมใต้ลิ้น ให้วางยาไว้ใต้ลิ้น ให้ยาถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดผ่านทางหลอด เลือดในช่องปาก ยาอมแก้เจ็บคอ หรือยาอมแก้การติดเชื้อราใน ปาก ให้นำาเม็ดยาวางไว้บนลิ้น อมไว้ให้ค่อยๆ ละลายในปาก
  14. 14. ยาทา / ยาทาถูนวด ยาทาผิวหนัง มักเป็นรูปแบบครีม เจล หรือขี้ผึ้ง ก่อนใช้ควรทำาความสะอาดผิวหนังบริเวณที่ ต้องการ จากนั้นบีบยาลงไปพอประมาณ แล้วทา ให้ยาแผ่ไปบางๆ บนผิวหนัง
  15. 15. ยาทา / ยาทาถูนวด ยาทาถูนวด อาจเป็นยาครีม เจล หรือขี้ผึ้ง ใช้ แก้อาการปวดเมื่อย ซึ่งหลังจากทายาแล้ว ต้องถู และนวดผิวหนังบริเวณนั้นด้วย เพื่อให้เกิดความ ร้อน จึงช่วยแก้อาการปวดเมื่อยได้
  16. 16. ยาหยอดตา/ยาป้ายตา ยาหยอดตา เป็นยานำ้าทำาให้ปราศจากเชื้อ ยา ป้ายตาก็เป็นยาที่ถูกทำาให้ปราศจากเชื้อ ทั้งยา หยอดตาและป้ายตา บางชนิดต้องเก็บในตู้เย็น ซึ่งขึ้นอยู่กับตัวยาสำาคัญ ก่อนใช้ต้องล้างมือให้ สะอาด หยอดยา 1 หยด หรือป้ายยา 1 เซนติเมตร ลงไป ในกระพุ้งเปลือกตาล่าง โดยไม่ให้ปลายหลอด สัมผัสกับตา ยาหยอดตาและยาป้ายตาที่เปิดใช้ แล้ว ควรใช้ภายใน 1 เดือน
  17. 17. หยอดตา ป้ายตา
  18. 18. ยาหยอดหู ยาหยอดหู ยาหยอดจมูก ยาพ่นจมูก เป็นยาที่ ต้องการให้ออกฤทธิ์เฉพาะที่หู หรือ จมูก เท่านั้น ควรใช้ยาตามจำานวนครั้งที่ระบุบนฉลากยา การ ใช้มากเกินไปไม่ช่วยให้ดีขึ้น
  19. 19. ยาสูดพ่นเข้าทางปาก ยาสูดพ่นเข้าทางปาก เป็นรูปแบบยาที่มีวิธีใช้ พิเศษ ใช้รักษาโรคหอบหืดและโรคปอดอุดกั้น เรื้อรัง โดยให้ออกฤทธิ์เฉพาะที่ที่บริเวณ หลอดลม ต้องฝึกวิธีใช้ให้ถูกต้อง จึงจะได้ยา เข้าไปยังหลอดลม
  20. 20. ยาเหน็บ/สวนทวารหนัก ยาเหน็บ/สวนทวารหนัก ใช้เพื่อรักษาริดสีดวง ทวาร หรือ เป็นยาระบาย ขึ้นอยู่ว่าตัวยาสำาคัญ ยาเหน็บทวารหนักมีส่วนประกอบเป็นขี้ผึ้งเป็น ส่วนใหญ่ จึงต้องแช่ในตู้เย็น เพื่อให้คงรูปร่าง แท่ง เมื่อจะใช้ให้นำาออกจากตู้เย็น ปล่อยไว้สักพัก แล้วฉีกกระดาษหุ้มออก จุ่มยาลงในนำ้าสะอาด แล้วสอดยาเข้าในทวารหนัก หลังจากสอดยา แล้วให้นอนต่อสัก 15 นาที จึงลุกขึ้น
  21. 21. ยาเหน็บช่องคลอด ยาเหน็บช่องคลอด เป็นยาเม็ดแข็ง ไม่ต้องเก็บ ในตู้เย็น ใช้รักษาอาการตกขาวในผู้หญิง ควร จุ่มเม็ดยาลงในนำ้าสะอาด ก่อนเหน็บยาเข้าใน ช่องคลอด เพื่อให้สอดเม็ดยาได้ง่ายขึ้น หลังจาก สอดยาแล้วให้นอนต่อสัก 15 นาที จึงลุกขึ้น
  22. 22. ยาแผ่นแปะ ยาแผ่นแปะผิวหนังใช้ในจุดประสงค์ต่างๆ เช่น ใช้แก้ปวด ใช้ในผู้ที่มีอาการเจ็บหน้าอกจากโรค หัวใจ ใช้เป็นฮอร์โมนทดแทนในผู้หญิงวัยหมด ประจำาเดือน ใช้ช่วยอดบุหรี่ วิธีใช้ยาแผ่นแปะคือติดแผ่นยาทั้งแผ่น และใช้ ตามระยะเวลาที่ระบุไว้การแปะแผ่นยาบนผิวหนัง ให้แปะบนผิวหนังที่สะอาด ไม่มีเหงื่อ ไม่มีขน
  23. 23. ยาฉีด ยาฉีดเป็นยาปราศจากเชื้อ
  24. 24. หลักการใช้ยา ใช้ยาให้ถูกต้อง ถูกโรค ถูกคน ถูกยา ถูกขนาด ถูกวิธี ถูกเวลา
  25. 25. หลักการใช้ยา:ถูกโรค / ถูก คน ถูกโรค/ถูกคน ไม่ควรนำายาของผู้อื่นมารับ ประทานเพราะอาการที่คล้ายกันอาจมาจากโรค ที่ต่างกันได้ โดยเฉพาะยาที่รักษาโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หากต้องการซื้อยารักษาตนเอง ควรให้ข้อมูลแก่ เภสัชกรว่า ใครคือผู้ใช้ยา ชาย หญิง อายุ นำ้า หนัก (หากทราบ) ประวัติการเจ็บป่วย การแพ้ยา แพ้อาหาร
  26. 26. หลักการใช้ยา : ถูกยา ถูกยา ก่อนใช้ยาอ่านฉลากก่อนทุกครั้ง เพื่อ ยืนยันว่าเป็นยาที่ใช้รักษาตรงตามที่ต้องการ หรือยาของตนเอง และยานั้นยังสามารถใช้ได้ ยังไม่เสื่อมคุณภาพ
  27. 27. หลักการใช้ยา:ถูกขนาด ถูกขนาด ไม่ควรลดหรือเพิ่มขนาดยาเอง และ ยาบางชนิดรักษาได้หลายโรค ขนาดยาที่ใช้ แตกต่างไปตามโรค การเพิ่มลดขนาดยาจึงเป็น อันตราย
  28. 28. หลักการใช้ยา:ถูกวิถี ทาง&เทคนิค การใช้ยาที่ต้องการทักษะการใช้เทคนิคพิเศษ เช่นยาพ่นสูด ยาเหล่านี้ต้องให้เภสัชกรแนะนำา การใช้ที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันการใช้ยาไม่ได้ผล
  29. 29. หลักการใช้ยา:ถูกวิถี ทาง&เทคนิค ยาที่ต้องการทักษะการใช้พิเศษ หากยังไม่เคย ใช้ หรือหากไม่มั่นใจว่าใช้ถูกหรือไม่ ควร สอบถามวิธีใช้ยาที่ถูกต้อง เช่น ยาหยอด หู/ตา/จมูก ขี้ผึ้งป้ายตา ยาอมใต้ลิ้น ยาเหน็บช่อง คลอด ยาสวนทวารหนัก
  30. 30. หลักการใช้ยา:ถูกเวลา ถูกเวลา ยาบางชนิดใช้เมื่อมีอาการ ไม่จำาเป็น ต้องก่อนหรือหลังอาหาร แต่ยาส่วนมากจะใช้รับ ประทานตามมื้ออาหาร เพราะง่ายในการจำา ยาหลังอาหาร สามารถรับประทานหลังมื้อ อาหารได้ทันที ยาเหล่านี้อาหารช่วยในการดูด ซึม หรือลดการระคายเคืองของยาต่อกระเพาะ อาหาร
  31. 31. หลักการใช้ยา:ถูกเวลา ยาก่อนอาหาร สามารถรับประทาน ก่อนมื้ออาหารอย่างน้อยครึ่ง- 1ชั่วโมง เนื่องจากยาเหล่านี้มักไม่ ทนกรดในกระเพาะอาหารที่จะหลั่ง ออกมาเมื่อมีอาหาร ยาก่อนนอน ควรทิ้งเวลาห่างจาก มื้อเย็น อย่างน้อย 2 ชั่วโมง
  32. 32. Pharmacokinetics
  33. 33. การเปลี่ยนแปลงยาและการ ขจัดยา
  34. 34. อาการไม่พึงประสงค์จาก การใช้ยา
  35. 35. อาการไม่พึงประสงค์จาก ยาอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา เป็นผลของ ยามีผลต่อร่างกาย และเป็นผลที่ไม่ได้ต้องการให้ เกิดขึ้น โดยเกิดขึ้นที่ขนาดการใช้ยาปกติ อาการที่เกิดอาจไม่รุนแรง เช่น ผื่นคัน อาเจียน ปวดท้อง หรือรุนแรง เช่นแพ้ยาเฉียบพลัน หรือ มีพิษต่ออวัยวะสำาคัญโดยที่เกิดขี้นอย่างช้าๆเช่น ต่อตับ ต่อไต
  36. 36. Pharmacodynamics
  37. 37. Drug Interaction
  38. 38.  ข้อควรทราบเกี่ยวกับยา ยาฉีดไม่ได้ดีกว่ายารับประทานเสมอ  ไป           ยาฉีดเป็นยาที่ใช้ในกรณีที่ไม่ สามารถใช้ยารับประทานได้ หรือจะต้องได้รับยา ในระดับสูงทันทีเท่านั้น เนื่องจากตัวยาจะมีความ รุนแรงในการรักษามากกว่าและแก้ไขได้ยากหาก  เกิดการผิดพลาดในการใช้   ยาแพงไม่ได้ดีกว่าเสมอไป           ราคาของยาไม่ได้บ่งชี้ถึง คุณภาพของยา เพราะบางครั้งยาตัวเดียวกันอาจ
  39. 39. ข้อควรทราบเกี่ยวกับ  ยา   ยาความแรงสูงไม่ได้เหมาะกับทุกคน           ยาขนาดความแรงสูงไม่ใช่ยาที่ ดีกว่ายาความแรงน้อยกว่า เพราะถึงแม้ว่าจะใช้ ยาขนาดความแรงสูงแต่ถ้าไม่ใช่ยาที่รักษาได้ ตรงอาการก็ไม่สามารถหายป่วยได้   ยาตัวใหม่อาจส่งผลข้างเคียงได้ มากกว่า            หลายคนอาจจะคิดว่ายาตัวใหม่ จะสามารถรักษาอาการเจ็บป่วยได้ดีกว่า แต่ใน
  40. 40. สิ่งที่ควรทราบเมื่อต้องใช้ยา ชื่อยา ข้อบ่งใช้ของยา วิธีบริหารยา ขนาดยาที่ใช้ ระยะเวลาที่ต้องใช้ยา ผลของยา / ข้อควรระวังในการใช้ยา การเก็บรักษายา
  41. 41. ข้อควรปฏิบัติเมื่อต้องใช้ยา เมื่อรับบริการด้านการรักษาพยาบาลทุกครั้ง ทุก ที่ ควรให้ข้อมูลว่าแพ้ยา หรือแพ้อาหารอะไร หรือไม่ หากมีประวัติแพ้ยา ให้พกบัตรแพ้ยาที่ทางโรง พยาบาลออกให้ติดตัวไว้
  42. 42. ข้อควรปฏิบัติเมื่อต้องใช้ยา อ่านฉลากและคำาแนะนำา ข้อบ่งใช้ให้ละเอียด ศึกษาวิธีการใช้ยา ปริมาณที่ใช้ และระยะใน การใช้ยา รวมทั้งตรวจดูวันผลิตและหมดอายุ ให้ดี เพื่อป้องการใช้ยาหมดอายุ ปฏิบัติตามคำาแนะนำาในการใช้ยา หรือคำาสั่ง จากแพทย์และเภสัชกรอย่างเคร่งครัด ไม่ควร  เพิ่มหรือลดยาเองโดยไม่จำาเป็น            
  43. 43. ข้อควรปฏิบัติเมื่อต้องใช้ยา หากเกิดอาการผิดปกติ เช่น มีผื่นขึ้นตามตัว ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน หายใจลำาบาก ควร หยุดใช้ยาและแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทันที เพื่อ  ป้องกันไม่ให้อาการรุนแรงมากขึ้น ผู้ที่มีโรคประจำาตัว หญิงตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วง ให้นมบุตร และผู้ที่เป็นโรคตับ โรคไต ควร  ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา
  • SomPatchamon

    Jun. 25, 2016

ความรู้ทั่วไปเรื่องยา

Views

Total views

1,913

On Slideshare

0

From embeds

0

Number of embeds

2

Actions

Downloads

85

Shares

0

Comments

0

Likes

1

×