การใช้งานโปรแกรม  ENDNOTE
ENDNOTE  คืออะไร End Note  คือ โปรมแกรมสำเร็จรูปที่ใช้ในการจัดการกับรายการทางบรรณานุกรม หรือรายการอ้างอิงที่ผู้ใช้ได้ไปสืบค้นมาจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เช่น จากฐานข้อมูลออนไลน์ จาก  CD-ROM  หรือจากฐานข้อมูลของห้องสมุด  ( OPAC)  ซึ่งโปรแกรม  EndNote  จะช่วยจัดการในเรื่องต่อไปนี้ 1.  จัดเก็บรายละเอียดต่าง ๆ ของรายการทางบรรณานุกรมไว้ในฐานข้อมูลของ  EndNote  เช่น ชื่อผู้แต่ง ชื่อบทความ ชื่อรายการ ปีที่ ฉบับที่ เลขหน้า ของเอกสารแต่ละรายการ 2.  เพิ่มรายการทางบรรณานุกรมที่หาได้จากแหล่งต่าง ๆ เช่น  OPAC  ของห้องสมุด หรือฐานข้อมูลทางบรรณานุกรมต่าง ๆ เข้ามาไว้ในฐานข้อมูลของ  EndNote  โดยใช้วิธีการ  Import  รายละเอียดต่าง ๆ เข้ามาได้ทันที 3.  สร้างรายการอ้างอิงหรือรายการบรรณานุกรมสำหรับงานเขียนแต่ละชิ้นได้ทันทีและในรูปแบบที่ต้องการ เช่น  AIP, IEEE, Harvand, ASCE 4.  สามารถใช้ได้กับโปรแกรมจัดการเอกสารทั่วไป เช่น  Microsoft Word, Word Perfect
ENDNOTE EndNote  นั้นหมายถึง คำอธิบาย แสดงข้อคิดเห็น หรือให้ข้อมูลอ้างอิงสำหรับข้อความในเอกสาร ซึ่งสามารถรวมเชิงอรรถและอ้างอิงท้ายเรื่องไว้ในเอกสารเดียวกัน ตัวอย่างเช่น คุณอาจจะใช้เชิงอรรถสำหรับข้อคิดเห็นอย่างละเอียด และใช้อ้างอิงท้ายเรื่องสำหรับการอ้างถึงแหล่งข้อมูล ทั้งเชิงอรรถปรากฏ และ อ้างอิงท้ายเรื่อง จะปรากฏที่ตอนล่างสุดของเอกสารแต่ละหน้า
ENDNOTE EndNote   เป็นโปรแกรมเพื่อการค้าที่ผลิตโดย บริษัท  ISI   ResearchSoft  ซึ่งมี version   สำหรับ  Window, Macintosh,  และ  Dos ใช้ในการจัดการบรรณานุกรม โดยจัดเก็บรายการในรูปของฐานข้อมูล สามารถสืบค้น แก้ไข  เปลี่ยนแปลงรายการ  รวมทั้ง  import   ข้อมูลจากฐานข้อมูลออนไลน์ และ  export  รายการบรรณานุกรมออกไปได้ แทรกและสร้างรายการอ้างอิง  (Reference)  ในรูปแบบต่างๆ  ( Style)  มากกว่า   600  รูปแบบได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ฐานข้อมูลเรียกว่า  Library  มีนามสกุล  .enl
ENDNOTE LIBRARY EndNote Library   ประกอบด้วย  Field  ต่างๆ  38 field  ที่ใช้ในการลงรายการรูปแบบต่างๆ แต่ละ  Library   จัดเก็บรายการได้  32 , 000  รายการ หรือ  32  Megabytes แต่ละรายการ บรรจุได้  64 , 000  ตัวอักษร ,  แต่ละ  field  จัดเก็บได้ถึง  32 , 000  ตัวอักษร จะสร้างกี่  library  ก็ได้ และ สามารถตั้ง  default library  ได้เพื่อความรวดเร็วในการใช้งาน มี  22  pre-defined reference types: Journal Article, Book, Newspaper   Article, Conference Proceedings, Thesis, Report, Computer Program,   Electronic Source, etc   และมี  3  unused reference types
การใช้งานโปรแกรม  MICROSOFT OUTLOOK
MICROSOFT OUTLOOK Microsoft Outlook  เป็นโปรแกรมที่ใช้จัดการอีเมล์ในรูปแบบ  Pop Mail  ที่มีรูปแบบการทำงานเร็วกว่า Web Mail  พร้อมทั้งความสามารถในการบันทึกรายชื่อผู้ที่เราติดต่อ เพื่อความสะดวกในการส่งเมล์ถึงกัน และ อีกทั้งยังสนับสนุนการทำงานของผู้ใช้ในการที่จะบริหารจัดการเวลา นัดหมายต่างๆ จดบันทึกงานที่ต้องทำ เอาไว้ และบริหารงานในแต่ละวันอย่างเป็นระบบ
ความสามารถของ  MICROSOFT OUTLOOK 1.  รับ – ส่งอีเมล์ด้วย  Microsoft Outlook  ถ้าคอมพิวเตอร์เราเชื่อมต่อกับเครื่อข่ายคอมพิวเตอร์ใน องค์กรหรืออินเทอร์เน็ต เราสามารถใช้  Outlook  รับ – ส่ง จดหมายอีเมล์ เพื่อสื่อสารกับบุคคลภายในองค์กร ผู้บังคับบัญชา และกับบุคคลนอกองค์กรได้ 2.  สามารถกำหนดนัดหมายสำคัญไว้บนปฏิทิน และสามารถวางตารางนัดหมายของเรา พร้อมให้ โปรแกรมคอยช่วยเตือนก่อนถึงเวลานัดหมาย 3.  สามารถบันทึกงานที่ต้องทำ รวมทั้งระบุวันที่ต้องทำให้เสร็จ พร้อมกำหนดให้โปรแกรมช่วยเตือน ก่อนถึงกำหนดวันสิ้นสุดของงานให้เราอีกด้วย 4.  สามารถเก็บรายชื่อผู้ที่เราติดต่อ บันทึกข้อมูลการติดต่อกับบุคคลต่างๆ เช่น ชื่อ ที่อยู่ เบอร์ โทรศัพท์ และอีเมล์ ไว้ในรายการติดต่อ  ( Contacts)  ซึ่งจะจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นลำดับ ง่ายและสะดวกต่อการ ค้นหาข้อมูล 5.  สามารถบันทึกสิ่งที่เราต้องทำในแต่ละวันโดยอัตโนมัติ  ( Joumal)  เช่น การติดต่อกับลูกค้า การเขียน จดหมาย เพื่อสามารถนำมาวิเคราะห์ประสิทธิภาพในการทำงาน ของตัวเราเองได้ 6.  สามารถบันทึกข้อมูลเตือนความจำ  ( Note)  โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาเขียนโน๊ตใส่ในกระดาษเก็บไว้ เพื่อ เตือนความจำเรา โดยเราสามารถพิมพ์ข้อความที่ต้องการจดจำ แสดงไว้บนหน้าจอของเครื่องคอมพิวเตอร์
วิธีการเข้าใช้งาน  MICROSOFT OUTLOOK 1.  เมื่อท่านเปิดโปรแกรม  Microsoft Outlook  ขึ้นมาแล้ว ท่านจะพบกับหน้าต่างของโปรแกรม Microsoft Outlook  ปรากฎอยู่ แสดงว่าท่านได้เข้าสู่การใช้งานโปรแกรม  Microsoft Outlook  เรียบร้อยแล้ว ซึ่งหน้าต่างของโปรแกรมจะมีลักษณะ ดังภาพที่  1  ซึ่งโปรแกรม  Microsoft Outlook  แต่ละเวอร์ชั่นจะมีการแสดง หน้าต่างของโปรแกรมแตกต่างกันไป
ภาพที่  1  หน้าต่างโปรแกรม  MICROSOFT OUTLOOK (MICROSOFT OUTLOOK XP)
2.  ขั้นแรกท่านต้องทำการเลือก  Profile  ก่อนว่าท่านต้องการให้โปรแกรม  Microsoft Outlook  ของ ท่าน ทำงานในระบบเครือข่ายแบบไหน โดยให้ท่านคลิกที่  Dropdown  ใน  Pop up  Choose Profile  เมื่อท่านเลือก ได้แล้ว ให้ท่านคลิกที่  OK  ในตัวอย่างได้ทำการเลือกที่จะให้โปรแกรม  Microsoft Outlook  อยู่ในระบบเครือข่าย แบบ  Internet Settings  ดังภาพที่  2
ภาพที่  2  การเลือก  PROFILE  ให้กับโปรแกรม  MICROSOFT OUTLOOK
3.  เมื่อท่านเลือกได้แล้วว่าต้องการให้ โปรแกรม  Microsoft Outlook  ของท่านทำงานในระบบเครือข่าย แบบใดแล้ว ขั้นต่อไปท่านก็ต้องลงบัญชีรายชื่อผู้ใช้อีเมล์ ซึ่งท่านสามารถเปลี่ยนบัญชีรายชื่อผู้ใช้อีเมล์และได เรกตอรีที่  Outlook  ใช้อยู่ได้ โดยไปที่  Tools  แล้วคลิกเลือก  E- mail Accounts…  ดังภาพที่  3
ภาพที่  3  การเข้าสู่หน้าลงบัญชีรายชื่อผู้เข้าใช้อีเมล์
4.  เมื่อระบบแสดงหน้าลงบัญชีผู้เข้าใช้อีเมล์แล้ว ให้ท่านคลิกที่  Check box  ที่อยู่ข้างหน้า  เพิ่มบัญชี รายชื่อผู้เข้าใช้อีเมล์  ( Add a new E-mail account)  แล้วคลิกที่  Next  เพื่อไปสู่ขั้นต่อไปของระบบ ดังภาพที่  4
ภาพที่  4  การเลือกลงบัญชีรายชื่อผู้เข้าใช้อีเมล์ใหม่
5.  ขั้นต่อไปท่านต้องเลือกประเภทของเซิร์ฟเวอร์ว่าคุณสมบัติของเซิร์ฟเวอร์ที่ท่านต้องการทำบัญชี ใหม่ กับผู้ใช้  E – Mail  ใหม่นั้นท่านต้องการให้ โปรแกรม  Microsoft Outlook  ของท่านใช้งานกับ  E – Mail  ใน ระบบใด ซึ่งก็จะมีให้เลือกทั้งหมด  5  ระบบด้วยกัน คือ -  ระบบ  Microsoft Exchange Server  เป็นระบบบริการข้อมูลภายในองค์กร ที่เป็นระบบเชื่อมต่อ กับ  Exchange Server  ให้ท่านใช้อ่านอีเมล์ เข้าถึง  Public Folders  และใช้เอกสารร่วมกัน ระบบ  Microsoft Exchange Server  นี้ ท่านผู้อ่านสามารถส่งอีเมล์ โดยไม่ต้องผ่าน  Internet  ได้ -  ระบบ  POP 3  เป็นบริการอีเมล์ที่ใช้งานได้ผ่านโปรแกรมรับ / ส่งอีเมล์ที่ติดตั้งบนเครื่อง โดยโปรแกรม จะต้องทำการดาวน์โหลดอีเมล์ทั้งหมดมาเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์ของเครื่องคอมพิวเตอร์ก่อน ทำให้สามารถอ่าน อีเมล์ได้ตลอดเวลาแม้ไม่ต้องเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต ซึ่งระบบ  POP 3  เป็นระบบพื้นฐานที่ใช้มากที่สุด ภายในประเทศ เพราะเป็นระบบที่เชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์อีเมล์  POP 3  เพื่อดึงข้อมูลอีเมล์ของท่านมาใช้งานได้ - IMAP  เป็นระบบที่มีความสามารถเหนือกว่า  POP 3  แต่ก็ยังไม่ค่อยนิยมใช้กันเท่าไหร่ ระบบนี้ สามารถเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์อีเมล์  IMAP  เพื่อดึงข้อมูลอีเมล์ และทำข้อมูลโฟล์เดอร์กล่องจดหมายให้ตรงกัน
-  ระบบ  HTTP  เป็นระบบที่ดึง  E – Mail  จากเว็ปไซต์อื่นๆ ให้มาแสดงใน  Outlook  เช่น ถ้าหากท่าน มี  E – Mail free  คือ  www.hotmail.com  ท่านสามารถนำ  E – Mail  ที่ได้รับในอีเมล์ของ  Hotmail  มาแสดงใน Outlook  ได้โดยที่ท่านไม่ต้องเปิดเว็ปไซต์ของ  Hotmail  ก็ได้ ซึ่งระบบนี้จะเป็นการเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ HTTP -  ประเภทเซิร์ฟเวอร์เพิ่มเติม ซึ่งเป็นระบบ  E – Mail  ของบริษัทอื่นที่ไม่ใช่ของ  Microsoft  ระบบนี้จะ เชื่อมต่อกับ  Workgroup  อื่นๆ หรือเซิร์ฟเวอร์เมล์จากผู้บริการอื่นๆ เมื่อท่านเลือกได้แล้วว่าจะให้โปรแกรม  Microsoft Outlook  ของท่านใช้งานกับระบบใดแล้ว ให้ท่าน คลิกที่  Check box  ที่อยู่ข้างหน้าระบบที่ท่านต้องการเลือก แล้วคลิกที่  Next  เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนต่อไปของระบบ ซึ่งในตัวอย่างจะเลือกให้ โปรแกรม  Microsoft Outlook  ใช้ระบบ  POP 3  ดังภาพที่  5
ภาพที่  5  การเลือกระบบที่ต้องการใช้กับโปรแกรม  MICROSOFT OUTLOOK
6.  เมื่อท่านเลือกบัญชีผู้ใช้อีเมล์ใหม่แล้วและเลือกระบบที่ต้องการให้โปรแกรม  Microsoft Outlook  ของ ท่านใช้งานเรียบร้อยแล้ว ขั้นต่อไปท่านต้องมาตั้งค่า  Internet E – Mail  ตามระบบที่ท่านได้เลือกไว้ ซึ่งข้อมูลที่ ต้องกรอกนั้น แต่ละระบบก็จะมีลักษณะคล้ายกัน เช่น  POP3  กับ  IMAP  ในตัวอย่างได้เลือก  POP3  ดังนั้นการ กรอกข้อมูลตั้งค่าใน  Internet E – Mail (POP3)  จะต้องกรอกข้อมูลดังนี้
- Your name  คือให้ท่านกรอก ชื่อ นามสกุล ของท่านลงไป ซึ่งชื่อนามสกุลนี้จะไปปรากฎเมื่อมี จดหมายเข้ามาแสดงใน  Outlook - E-mail Address  คือให้ท่านกรอกที่อยู่ของ  E – Mail  ที่ท่านต้องการจะดึงจดหมายมาแสดงที่  Outlook - Incoming mail server  คือให้ท่านกรอกชื่อ  Server  ที่ท่านต้องการดึงข้อมูลมาให้ปรากฎใน  Outlook เช่น  mail. ชื่อโดเมน - Outgoing mail server  คือให้ท่านกรอกชื่อ  server  สำหรับอีเมล์ขาออก ในช่อง  ( Outgoing mail server)  เช่น  mail. ชื่อโดเมน -  กรอกชื่ออีเมล์และรหัสผ่าน ในช่อง ชื่อผู้ใช้  ( User name)  และช่อง รหัสผ่าน  ( Password) -  นำเมาส์ไปคลิกที่  Test Account settings….  เพื่อทดสอบการทำงานของเมล์เซิร์ฟเวอร์ -  คลิกที่  Next  ดังภาพที่  6
ตัวอย่าง ตัวอย่างชื่อโดเมนคือ  www.teamwork.co.th  และ  account  ของผู้ใช้งานคือ  [email_address] Your Name :  อุบล วิไลพันธุ์ E-mail Address :  [email_address] Incoming mail server (POP3)  : mail.teamwork.co.th Outgoing mail server (SMTP) :  mail.teamwork.co.th
ภาพที่  6  การกรอกข้อมูลเพื่อตั้งค่าบัญชีผู้ใช้  ( INTERNET E-MAIL SETTING)
7.  หลังจากที่ท่านทำการตั้งค่าเสร็จแล้วโปรแกรม  Microsoft Outlook  ก็จะแสดงหน้าจอให้ท่านทราบว่า การติดตั้งนั้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็ให้คลิกที่  Finish  เป็นการปิดตัวช่วยเพื่อจบขั้นตอนการตั้งค่าบัญชีผู้ใช้ ดังภาพที่  7
ภาพที่  7  หน้าต่างแสดงว่าการตั้งค่าในโปรแกรม  MICROSOFT OUTLOOK  เสร็จเรียบร้อยแล้ว
8.  หลังจากที่ท่านได้ทำการเพิ่มบัญชีผู้ใช้อีเมล์ใหม่เรียบร้อยแล้ว ระบบก็จะแสดงหน้าที่ท่านสามารถเข้า ใช้โปรแกรม  Microsoft Outlook  ได้ ดังภาพที่  8
ภาพที่  8  หน้าพร้อมใช้งานของโปรแกรม  MICROSOFT OUTLOOK
จัดทำโดย นาย จักรี  โคตพจน์  53011220030 Is  ระบบ พิเศษ กลุ่ม  2

53011220030

  • 1.
  • 2.
    ENDNOTE คืออะไรEnd Note คือ โปรมแกรมสำเร็จรูปที่ใช้ในการจัดการกับรายการทางบรรณานุกรม หรือรายการอ้างอิงที่ผู้ใช้ได้ไปสืบค้นมาจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เช่น จากฐานข้อมูลออนไลน์ จาก CD-ROM หรือจากฐานข้อมูลของห้องสมุด ( OPAC) ซึ่งโปรแกรม EndNote จะช่วยจัดการในเรื่องต่อไปนี้ 1. จัดเก็บรายละเอียดต่าง ๆ ของรายการทางบรรณานุกรมไว้ในฐานข้อมูลของ EndNote เช่น ชื่อผู้แต่ง ชื่อบทความ ชื่อรายการ ปีที่ ฉบับที่ เลขหน้า ของเอกสารแต่ละรายการ 2. เพิ่มรายการทางบรรณานุกรมที่หาได้จากแหล่งต่าง ๆ เช่น OPAC ของห้องสมุด หรือฐานข้อมูลทางบรรณานุกรมต่าง ๆ เข้ามาไว้ในฐานข้อมูลของ EndNote โดยใช้วิธีการ Import รายละเอียดต่าง ๆ เข้ามาได้ทันที 3. สร้างรายการอ้างอิงหรือรายการบรรณานุกรมสำหรับงานเขียนแต่ละชิ้นได้ทันทีและในรูปแบบที่ต้องการ เช่น AIP, IEEE, Harvand, ASCE 4. สามารถใช้ได้กับโปรแกรมจัดการเอกสารทั่วไป เช่น Microsoft Word, Word Perfect
  • 3.
    ENDNOTE EndNote นั้นหมายถึง คำอธิบาย แสดงข้อคิดเห็น หรือให้ข้อมูลอ้างอิงสำหรับข้อความในเอกสาร ซึ่งสามารถรวมเชิงอรรถและอ้างอิงท้ายเรื่องไว้ในเอกสารเดียวกัน ตัวอย่างเช่น คุณอาจจะใช้เชิงอรรถสำหรับข้อคิดเห็นอย่างละเอียด และใช้อ้างอิงท้ายเรื่องสำหรับการอ้างถึงแหล่งข้อมูล ทั้งเชิงอรรถปรากฏ และ อ้างอิงท้ายเรื่อง จะปรากฏที่ตอนล่างสุดของเอกสารแต่ละหน้า
  • 4.
    ENDNOTE EndNote  เป็นโปรแกรมเพื่อการค้าที่ผลิตโดย บริษัท ISI ResearchSoft ซึ่งมี version สำหรับ Window, Macintosh, และ Dos ใช้ในการจัดการบรรณานุกรม โดยจัดเก็บรายการในรูปของฐานข้อมูล สามารถสืบค้น แก้ไข เปลี่ยนแปลงรายการ รวมทั้ง import ข้อมูลจากฐานข้อมูลออนไลน์ และ export รายการบรรณานุกรมออกไปได้ แทรกและสร้างรายการอ้างอิง (Reference) ในรูปแบบต่างๆ ( Style) มากกว่า 600 รูปแบบได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ฐานข้อมูลเรียกว่า Library มีนามสกุล .enl
  • 5.
    ENDNOTE LIBRARY EndNoteLibrary   ประกอบด้วย Field ต่างๆ 38 field ที่ใช้ในการลงรายการรูปแบบต่างๆ แต่ละ Library จัดเก็บรายการได้ 32 , 000 รายการ หรือ 32 Megabytes แต่ละรายการ บรรจุได้ 64 , 000 ตัวอักษร , แต่ละ field จัดเก็บได้ถึง 32 , 000 ตัวอักษร จะสร้างกี่ library ก็ได้ และ สามารถตั้ง default library ได้เพื่อความรวดเร็วในการใช้งาน มี 22 pre-defined reference types: Journal Article, Book, Newspaper Article, Conference Proceedings, Thesis, Report, Computer Program, Electronic Source, etc และมี 3 unused reference types
  • 6.
  • 7.
    MICROSOFT OUTLOOK MicrosoftOutlook เป็นโปรแกรมที่ใช้จัดการอีเมล์ในรูปแบบ Pop Mail ที่มีรูปแบบการทำงานเร็วกว่า Web Mail พร้อมทั้งความสามารถในการบันทึกรายชื่อผู้ที่เราติดต่อ เพื่อความสะดวกในการส่งเมล์ถึงกัน และ อีกทั้งยังสนับสนุนการทำงานของผู้ใช้ในการที่จะบริหารจัดการเวลา นัดหมายต่างๆ จดบันทึกงานที่ต้องทำ เอาไว้ และบริหารงานในแต่ละวันอย่างเป็นระบบ
  • 8.
    ความสามารถของ MICROSOFTOUTLOOK 1. รับ – ส่งอีเมล์ด้วย Microsoft Outlook ถ้าคอมพิวเตอร์เราเชื่อมต่อกับเครื่อข่ายคอมพิวเตอร์ใน องค์กรหรืออินเทอร์เน็ต เราสามารถใช้ Outlook รับ – ส่ง จดหมายอีเมล์ เพื่อสื่อสารกับบุคคลภายในองค์กร ผู้บังคับบัญชา และกับบุคคลนอกองค์กรได้ 2. สามารถกำหนดนัดหมายสำคัญไว้บนปฏิทิน และสามารถวางตารางนัดหมายของเรา พร้อมให้ โปรแกรมคอยช่วยเตือนก่อนถึงเวลานัดหมาย 3. สามารถบันทึกงานที่ต้องทำ รวมทั้งระบุวันที่ต้องทำให้เสร็จ พร้อมกำหนดให้โปรแกรมช่วยเตือน ก่อนถึงกำหนดวันสิ้นสุดของงานให้เราอีกด้วย 4. สามารถเก็บรายชื่อผู้ที่เราติดต่อ บันทึกข้อมูลการติดต่อกับบุคคลต่างๆ เช่น ชื่อ ที่อยู่ เบอร์ โทรศัพท์ และอีเมล์ ไว้ในรายการติดต่อ ( Contacts) ซึ่งจะจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นลำดับ ง่ายและสะดวกต่อการ ค้นหาข้อมูล 5. สามารถบันทึกสิ่งที่เราต้องทำในแต่ละวันโดยอัตโนมัติ ( Joumal) เช่น การติดต่อกับลูกค้า การเขียน จดหมาย เพื่อสามารถนำมาวิเคราะห์ประสิทธิภาพในการทำงาน ของตัวเราเองได้ 6. สามารถบันทึกข้อมูลเตือนความจำ ( Note) โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาเขียนโน๊ตใส่ในกระดาษเก็บไว้ เพื่อ เตือนความจำเรา โดยเราสามารถพิมพ์ข้อความที่ต้องการจดจำ แสดงไว้บนหน้าจอของเครื่องคอมพิวเตอร์
  • 9.
    วิธีการเข้าใช้งาน MICROSOFTOUTLOOK 1. เมื่อท่านเปิดโปรแกรม Microsoft Outlook ขึ้นมาแล้ว ท่านจะพบกับหน้าต่างของโปรแกรม Microsoft Outlook ปรากฎอยู่ แสดงว่าท่านได้เข้าสู่การใช้งานโปรแกรม Microsoft Outlook เรียบร้อยแล้ว ซึ่งหน้าต่างของโปรแกรมจะมีลักษณะ ดังภาพที่ 1 ซึ่งโปรแกรม Microsoft Outlook แต่ละเวอร์ชั่นจะมีการแสดง หน้าต่างของโปรแกรมแตกต่างกันไป
  • 10.
    ภาพที่ 1 หน้าต่างโปรแกรม MICROSOFT OUTLOOK (MICROSOFT OUTLOOK XP)
  • 11.
    2. ขั้นแรกท่านต้องทำการเลือก Profile ก่อนว่าท่านต้องการให้โปรแกรม Microsoft Outlook ของ ท่าน ทำงานในระบบเครือข่ายแบบไหน โดยให้ท่านคลิกที่ Dropdown ใน Pop up Choose Profile เมื่อท่านเลือก ได้แล้ว ให้ท่านคลิกที่ OK ในตัวอย่างได้ทำการเลือกที่จะให้โปรแกรม Microsoft Outlook อยู่ในระบบเครือข่าย แบบ Internet Settings ดังภาพที่ 2
  • 12.
    ภาพที่ 2 การเลือก PROFILE ให้กับโปรแกรม MICROSOFT OUTLOOK
  • 13.
    3. เมื่อท่านเลือกได้แล้วว่าต้องการให้โปรแกรม Microsoft Outlook ของท่านทำงานในระบบเครือข่าย แบบใดแล้ว ขั้นต่อไปท่านก็ต้องลงบัญชีรายชื่อผู้ใช้อีเมล์ ซึ่งท่านสามารถเปลี่ยนบัญชีรายชื่อผู้ใช้อีเมล์และได เรกตอรีที่ Outlook ใช้อยู่ได้ โดยไปที่ Tools แล้วคลิกเลือก E- mail Accounts… ดังภาพที่ 3
  • 14.
    ภาพที่ 3 การเข้าสู่หน้าลงบัญชีรายชื่อผู้เข้าใช้อีเมล์
  • 15.
    4. เมื่อระบบแสดงหน้าลงบัญชีผู้เข้าใช้อีเมล์แล้วให้ท่านคลิกที่ Check box ที่อยู่ข้างหน้า เพิ่มบัญชี รายชื่อผู้เข้าใช้อีเมล์ ( Add a new E-mail account) แล้วคลิกที่ Next เพื่อไปสู่ขั้นต่อไปของระบบ ดังภาพที่ 4
  • 16.
    ภาพที่ 4 การเลือกลงบัญชีรายชื่อผู้เข้าใช้อีเมล์ใหม่
  • 17.
    5. ขั้นต่อไปท่านต้องเลือกประเภทของเซิร์ฟเวอร์ว่าคุณสมบัติของเซิร์ฟเวอร์ที่ท่านต้องการทำบัญชีใหม่ กับผู้ใช้ E – Mail ใหม่นั้นท่านต้องการให้ โปรแกรม Microsoft Outlook ของท่านใช้งานกับ E – Mail ใน ระบบใด ซึ่งก็จะมีให้เลือกทั้งหมด 5 ระบบด้วยกัน คือ - ระบบ Microsoft Exchange Server เป็นระบบบริการข้อมูลภายในองค์กร ที่เป็นระบบเชื่อมต่อ กับ Exchange Server ให้ท่านใช้อ่านอีเมล์ เข้าถึง Public Folders และใช้เอกสารร่วมกัน ระบบ Microsoft Exchange Server นี้ ท่านผู้อ่านสามารถส่งอีเมล์ โดยไม่ต้องผ่าน Internet ได้ - ระบบ POP 3 เป็นบริการอีเมล์ที่ใช้งานได้ผ่านโปรแกรมรับ / ส่งอีเมล์ที่ติดตั้งบนเครื่อง โดยโปรแกรม จะต้องทำการดาวน์โหลดอีเมล์ทั้งหมดมาเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์ของเครื่องคอมพิวเตอร์ก่อน ทำให้สามารถอ่าน อีเมล์ได้ตลอดเวลาแม้ไม่ต้องเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต ซึ่งระบบ POP 3 เป็นระบบพื้นฐานที่ใช้มากที่สุด ภายในประเทศ เพราะเป็นระบบที่เชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์อีเมล์ POP 3 เพื่อดึงข้อมูลอีเมล์ของท่านมาใช้งานได้ - IMAP เป็นระบบที่มีความสามารถเหนือกว่า POP 3 แต่ก็ยังไม่ค่อยนิยมใช้กันเท่าไหร่ ระบบนี้ สามารถเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์อีเมล์ IMAP เพื่อดึงข้อมูลอีเมล์ และทำข้อมูลโฟล์เดอร์กล่องจดหมายให้ตรงกัน
  • 18.
    - ระบบ HTTP เป็นระบบที่ดึง E – Mail จากเว็ปไซต์อื่นๆ ให้มาแสดงใน Outlook เช่น ถ้าหากท่าน มี E – Mail free คือ www.hotmail.com ท่านสามารถนำ E – Mail ที่ได้รับในอีเมล์ของ Hotmail มาแสดงใน Outlook ได้โดยที่ท่านไม่ต้องเปิดเว็ปไซต์ของ Hotmail ก็ได้ ซึ่งระบบนี้จะเป็นการเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ HTTP - ประเภทเซิร์ฟเวอร์เพิ่มเติม ซึ่งเป็นระบบ E – Mail ของบริษัทอื่นที่ไม่ใช่ของ Microsoft ระบบนี้จะ เชื่อมต่อกับ Workgroup อื่นๆ หรือเซิร์ฟเวอร์เมล์จากผู้บริการอื่นๆ เมื่อท่านเลือกได้แล้วว่าจะให้โปรแกรม Microsoft Outlook ของท่านใช้งานกับระบบใดแล้ว ให้ท่าน คลิกที่ Check box ที่อยู่ข้างหน้าระบบที่ท่านต้องการเลือก แล้วคลิกที่ Next เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนต่อไปของระบบ ซึ่งในตัวอย่างจะเลือกให้ โปรแกรม Microsoft Outlook ใช้ระบบ POP 3 ดังภาพที่ 5
  • 19.
    ภาพที่ 5 การเลือกระบบที่ต้องการใช้กับโปรแกรม MICROSOFT OUTLOOK
  • 20.
    6. เมื่อท่านเลือกบัญชีผู้ใช้อีเมล์ใหม่แล้วและเลือกระบบที่ต้องการให้โปรแกรม Microsoft Outlook ของ ท่านใช้งานเรียบร้อยแล้ว ขั้นต่อไปท่านต้องมาตั้งค่า Internet E – Mail ตามระบบที่ท่านได้เลือกไว้ ซึ่งข้อมูลที่ ต้องกรอกนั้น แต่ละระบบก็จะมีลักษณะคล้ายกัน เช่น POP3 กับ IMAP ในตัวอย่างได้เลือก POP3 ดังนั้นการ กรอกข้อมูลตั้งค่าใน Internet E – Mail (POP3) จะต้องกรอกข้อมูลดังนี้
  • 21.
    - Your name คือให้ท่านกรอก ชื่อ นามสกุล ของท่านลงไป ซึ่งชื่อนามสกุลนี้จะไปปรากฎเมื่อมี จดหมายเข้ามาแสดงใน Outlook - E-mail Address คือให้ท่านกรอกที่อยู่ของ E – Mail ที่ท่านต้องการจะดึงจดหมายมาแสดงที่ Outlook - Incoming mail server คือให้ท่านกรอกชื่อ Server ที่ท่านต้องการดึงข้อมูลมาให้ปรากฎใน Outlook เช่น mail. ชื่อโดเมน - Outgoing mail server คือให้ท่านกรอกชื่อ server สำหรับอีเมล์ขาออก ในช่อง ( Outgoing mail server) เช่น mail. ชื่อโดเมน - กรอกชื่ออีเมล์และรหัสผ่าน ในช่อง ชื่อผู้ใช้ ( User name) และช่อง รหัสผ่าน ( Password) - นำเมาส์ไปคลิกที่ Test Account settings…. เพื่อทดสอบการทำงานของเมล์เซิร์ฟเวอร์ - คลิกที่ Next ดังภาพที่ 6
  • 22.
    ตัวอย่าง ตัวอย่างชื่อโดเมนคือ www.teamwork.co.th และ account ของผู้ใช้งานคือ [email_address] Your Name : อุบล วิไลพันธุ์ E-mail Address : [email_address] Incoming mail server (POP3) : mail.teamwork.co.th Outgoing mail server (SMTP) : mail.teamwork.co.th
  • 23.
    ภาพที่ 6 การกรอกข้อมูลเพื่อตั้งค่าบัญชีผู้ใช้ ( INTERNET E-MAIL SETTING)
  • 24.
    7. หลังจากที่ท่านทำการตั้งค่าเสร็จแล้วโปรแกรม Microsoft Outlook ก็จะแสดงหน้าจอให้ท่านทราบว่า การติดตั้งนั้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็ให้คลิกที่ Finish เป็นการปิดตัวช่วยเพื่อจบขั้นตอนการตั้งค่าบัญชีผู้ใช้ ดังภาพที่ 7
  • 25.
    ภาพที่ 7 หน้าต่างแสดงว่าการตั้งค่าในโปรแกรม MICROSOFT OUTLOOK เสร็จเรียบร้อยแล้ว
  • 26.
    8. หลังจากที่ท่านได้ทำการเพิ่มบัญชีผู้ใช้อีเมล์ใหม่เรียบร้อยแล้วระบบก็จะแสดงหน้าที่ท่านสามารถเข้า ใช้โปรแกรม Microsoft Outlook ได้ ดังภาพที่ 8
  • 27.
    ภาพที่ 8 หน้าพร้อมใช้งานของโปรแกรม MICROSOFT OUTLOOK
  • 28.
    จัดทำโดย นาย จักรี โคตพจน์ 53011220030 Is ระบบ พิเศษ กลุ่ม 2