Recommended
PPT
PPT
PPTX
PPT
PPT
PDF
PPT
PDF
เอกสารประกอบการเรียนวิชา การใช้โปรแกรมคำนวน Excel
PDF
PDF
ใบความรู้ที่ 4 การคำนวณในตารางงาน
PDF
ข้อสอบปฏิบัติ Microsoft Word
PPT
PDF
ใบความรู้ เรื่อง ส่วนประกอบของโปรแกรม Microsoft excel 2007
PDF
พื้นฐานความรู้เกี่ยวกับฟังก์ชัน Ms excel ทุกเวอร์ชั่น
PDF
PDF
เอกสารประกอบการเรียน โปรแกรม Microsoft Excel 2010
PDF
ใบความรู้ที่ 5 การสร้างแผนภูมิ
PPTX
50011220013 นำโชค บุญเรือง
PDF
การใช้งานโปรแกรม Excel เบื้องต้น
PPT
PDF
PDF
ความหมายของโปรแกรม Microsoft excel
PPTX
Vijaya_Deepti_Ananth_Krishnan_Amplify11
PPTX
PPTX
PDF
PPTX
Richard_Binhammer_Amplify_presentation
PPT
PPT
PPTX
More Related Content
PPT
PPT
PPTX
PPT
PPT
PDF
PPT
PDF
เอกสารประกอบการเรียนวิชา การใช้โปรแกรมคำนวน Excel
What's hot
PDF
PDF
ใบความรู้ที่ 4 การคำนวณในตารางงาน
PDF
ข้อสอบปฏิบัติ Microsoft Word
PPT
PDF
ใบความรู้ เรื่อง ส่วนประกอบของโปรแกรม Microsoft excel 2007
PDF
พื้นฐานความรู้เกี่ยวกับฟังก์ชัน Ms excel ทุกเวอร์ชั่น
PDF
PDF
เอกสารประกอบการเรียน โปรแกรม Microsoft Excel 2010
PDF
ใบความรู้ที่ 5 การสร้างแผนภูมิ
PPTX
50011220013 นำโชค บุญเรือง
PDF
การใช้งานโปรแกรม Excel เบื้องต้น
PPT
PDF
PDF
ความหมายของโปรแกรม Microsoft excel
Viewers also liked
PPTX
Vijaya_Deepti_Ananth_Krishnan_Amplify11
PPTX
PPTX
PDF
PPTX
Richard_Binhammer_Amplify_presentation
PPT
Similar to 53011213054
PPT
PPTX
PPTX
PPTX
PPT
PPT
PPT
PPT
PPTX
PPTX
50011220013 นำโชค บุญเรือง
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPTX
PPT
PPT
PPT
PPTX
53011213054 1. 2. การคำนวณสูตรด้วยโปรแกรม Microsoft Excel โปรแกรม Microsoft Excelมีความสะดวกในการคำนวณทางคณิตศาสตร์ โดยเฉพาะการคำนวณ บวก ลบ คูณ หาร จัดว่าเป็นพื้นฐานของการคำนวณอย่างยิ่ง การคำนวณผลลัพธ์ที่มีจำนวนหลายเซลล์นั้น โปรแกรม Microsoft Excel สามารถคำนวณได้ด้วยสูตร ซึ่งมีความถูกต้องและชัดเจน 3. 4. 2 กฎเกณฑ์การคำนวณ - ทุกครั้งที่ต้องการคำนวณจะต้องพิมพ์เครื่องเท่ากับ (=) ก่อนทุกครั้ง - เมื่อกำหนดสูตรการคำนวณเรียบร้อยแล้วให้กดแป้น Enter ตัวอย่าง เช่น คำนวณหาผลลัพธ์ที่เซลล์ A4 หาผลบวก A2+B3=A2+B3 หมายถึง พิมพ์เท่ากับที่เซลล์ A4 แล้วให้คลิกที่เซลล์ A2 พิมพ์เครื่องหมายบวก แล้วคลิกที่เซลล์ B3 กดแป้น Enterกรณีคำนวณจำนวนมากกว่า 2 เซลล์ สามารถทำได้เช่นกัน เช่น =A2+B3+C4+D5 หมายถึง การคำนวณหาผลบวกเซลล์ A2 , B3 , C4 , D5 5. 6. 7. 5 รูปแบบการใช้ฟังก์ชั่นในการคำนวณ 5.1 การใช้ IF =IF(อ้างอิงเซลล์/เครื่องหมายอ้างอิง/ขอบเขตที่1,“ผลลัพธ์”, IF(อ้างอิงเซลล์เครื่องหมายอ้างอิง/ขอบเขตที่2,“ผลลัพธ์”, IF(อ้างอิงเซลล์/เครื่องหมายอ้างอิง/ขอบเขตที่3,“ผลลัพธ์”,.....,IF(อ้างอิงเซลล์/เครื่องหมายอ้างอิง/ขอบเขตที่n,“ผลลัพธ์”, “ผลลัพธ์ที่ไม่อยู่ในขอบเขต”)))...)nกดแป้นEnter หมายเหตุ n แทน ขอบเขตสุดท้ายที่ต้องการค้นหา เช่น=IF(G5>=80,"4",IF(G5>=75,"3.5",IF(G5>=70,"3",IF(G5>=65,"2.5",IF(G5>=60,"2",IF(G5>=55,"1.5",IF(G5>=50,"1","0"))))))) 5.2 การใช้ COUNTIF รูปแบบ COUNIF=COUNIF(อ้างอิงเซลล์ต้นทาง:อ้างอิงเซลล์ต้นปลายทาง,“ผลลัพธ์ที่ต้องการหา”) 8. 9. 10. ประสิทธิภาพของคุณสมบัติจดหมายเวียน สามารถใช้คุณสมบัติจดหมายเวียนเมื่อต้องการสร้างชุดเอกสารที่มีเนื้อหาเหมือนกัน แต่ในเอกสารจะมีองค์ประกอบที่ไม่ซ้ำกัน ตัวอย่างเช่น ในจดหมายประกาศผลิตภัณฑ์ใหม่ โลโก้บริษัทและข้อความเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่นี้จะปรากฏในจดหมายทุกฉบับ แต่ที่อยู่และข้อความทักทายจะแตกต่างกัน 11. เมื่อใช้จดหมายเวียน คุณสามารถสร้าง: ป้ายชื่อหรือซองจดหมาย ที่อยู่ผู้ส่งในป้ายชื่อหรือซองจดหมายทั้งหมดจะตรงกัน แต่ที่อยู่ปลายทางจะไม่ซ้ำกัน ฟอร์มจดหมาย ข้อความอีเมล หรือโทรสาร เนื้อหาหลักในจดหมาย ข้อความอีเมล หรือโทรสารจะเหมือนกันหมด แต่จะมีข้อมูลเฉพาะสำหรับผู้รับแต่ละรายเช่น ชื่อ ที่อยู่ หรือ ข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ คูปองที่มีการกำหนดหมายเลข คูปองทั้งหมดจะเหมือนกันยกเว้นหมายเลขคูปองที่ไม่ซ้ำกัน การสร้างจดหมาย ข้อความ โทรสาร ป้ายชื่อ ซองจดหมาย หรือคูปองแต่ละครั้งจะใช้เวลา ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของคุณสมบัติจดหมายเวียน คุณเพียงแค่สร้างเอกสารขึ้นมาหนึ่งฉบับโดยมีข้อมูลซึ่งจะเหมือนกันในทุกเวอร์ชัน จากนั้นสร้างตัวยึดตำแหน่งสำหรับข้อมูลที่จะไม่ซ้ำกันในแต่ละฉบับ ส่วนที่เหลือทั้งหมดจะเป็นหน้าที่ของโปรแกรม Word 12. เริ่มต้นกระบวนการของจดหมายเวียนในการเริ่มต้นกระบวนการของจดหมายเวียน ให้ทำดังนี้: 1.เริ่มต้นโปรแกรม Word ระบบจะเปิดเอกสารที่ว่างเปล่า ให้เปิดเอกสารไว้เช่นนั้น ถ้าคุณปิดเอกสารนี้ จะไม่สามารดำเนินการในขั้นตอนถัดไป 2.บนเมนู เครื่องมือ ให้ชี้เมาส์ไปที่คำว่าจดหมายและการส่งจดหมาย และคลิก จดหมายเวียน หมายเหตุ ในโปรแกรม Word 2002 ที่เมนู เครื่องมือ ให้ชี้ไปที่ จดหมายและเมล จากนั้นคลิกที่ ตัวช่วยสร้างจดหมายเวียนระบบจะแสดงบานหน้าต่างงาน จดหมายเวียน คุณสามารถไปที่กระบวนการของจดหมายเวียน โดยใช้การเชื่อมโยงหลายมิติที่อยู่ในบานหน้าต่างงานนี้ 13. 14. เลือกเอกสารหลักที่คุณต้องการใช้ หากเอกสารหลักของคุณ (หรือที่เรียกว่า เอกสารเริ่มต้น ในบานหน้าต่างงาน) เปิดอยู่แล้ว หรือคุณกำลังเริ่มต้น ทำงานกับเอกสารเปล่า คุณสามารถคลิกที่คำว่า Use the current document หรือ คลิกที่คำว่า Start from a templateหรือ Start from existing documentและค้นหาตำแหน่งของแม่แบบหรือเอกสารที่คุณต้องการนำมาใช้ 15. เชื่อมต่อกับแฟ้มข้อมูล ในขั้นตอนนี้ของกระบวนการจดหมายเวียน คุณได้เชื่อมต่อกับแฟ้มข้อมูล ซึ่งเป็นที่ ๆ จัดเก็บข้อมูลเฉพาะที่คุณต้องการผสานเข้ากับเอกสารของคุณ -หากคุณเก็บข้อมูลที่ครบถ้วนสมบูรณ์ และเป็นข้อมูลปัจจุบันไว้ในรายการที่ติดต่อบนโปรแกรม Microsoft Office Outlook® นี่จะเป็นแฟ้มข้อมูลชั้นเยี่ยมที่จะนำมาใช้สำหรับการจัดทำจดหมายถึงลูกค้า หรืออีเมล เพียงคลิกที่คำว่า Select from Outlook contactsในบานหน้าต่างงาน และเลือกโฟลเดอร์ ที่ติดต่อของคุณ -หากคุณมีแผ่นงานของโปรแกรม Microsoft Office Excel หรือฐานข้อมูลของ Microsoft Office ที่ภายในประกอบด้วยข้อมูลลูกค้า ให้คลิกที่คำว่าUse an existing listและคลิก Browseเพื่อค้นหาตำแหน่งของแฟ้ม -หากคุณยังไม่มีแฟ้มข้อมูล ให้คลิกที่คำว่า Type a new listและใช้ฟอร์มที่เปิดอยู่ เพื่อสร้างรายการของคุณ รายการจะถูกบันทึกไว้ในรูปของแฟ้มฐานข้อมูลจดหมาย (.mdb) ที่คุณสามารถนำมาใช้อีกครั้ง หมายเหตุ หากคุณกำลังสร้างอีเมลหรือแฟกซ์แบบผสาน ดูให้แน่ใจว่า แฟ้มข้อมูลของคุณได้รวมคอลัมน์สำหรับที่อยู่อีเมลหรือหมายเลขแฟกซ์เอาไว้แล้ว คุณจำเป็นต้องใช้คอลัมน์นั้นภายหลังในกระบวนการจดหมายเวียน 16. เลือกระเบียนในแฟ้มข้อมูลที่คุณต้องการใช้ เพียงแค่เพราะคุณเชื่อมต่อเข้ากับแฟ้มข้อมูลเฉพาะ ย่อมไม่ได้หมายความว่า คุณต้องผสานข้อมูลจากระเบียนทั้งหมด (แถว) ในแฟ้มข้อมูลนั้นลงในเอกสารหลักของคุณ หลังจากคุณเชื่อมต่อกับแฟ้มข้อมูลที่คุณต้องการใช้ หรือสร้างแฟ้มข้อมูลใหม่ กล่องโต้ตอบ Mail Merge Recipientsจะเปิดออก คุณสามารถเลือกเซ็ตย่อยของระเบียนสำหรับจดหมายเวียนของคุณได้ด้วยการเรียงลำดับหรือกรองรายการ - หากต้องการเรียงลำดับระเบียนในคอลัมน์จากน้อยไปหามาก หรือจากมากไปหาน้อย ให้คลิกที่หัวเรื่องขอคอลัมน์ -หากต้องการกรองรายการ ให้คลิกลูกศรที่อยู่ติดกับหัวเรื่องของคอลัมน์ ที่ประกอบด้วยค่าที่คุณต้องการกรอง หลังจากนั้น ให้คลิกที่ค่าที่คุณต้องการ หรือถ้ารายการของคุณยาวมาก ให้คลิก (Advanced)เพื่อเปิดกล่องโต้ตอบที่ ๆ คุณสามารถกำหนดค่า คลิก (Blanks)เพื่อแสดงผลเฉพาะระเบียนที่ไม่มีข้อมูลใดอยู่ หรือ (Nonblanks)เพื่อแสดงผลเฉพาะระเบียนที่มีข้อมูลอยู่ภายใน 17. เพิ่มเขตข้อมูล หากเอกสารหลักของคุณยังเป็นเอกสารเปล่า ให้พิมพ์ข้อมูลที่จะปรากฏในสำเนาแต่ละสำเนาลงไป หลังจากนั้น ให้เพิ่มเขตข้อมูลด้วยการคลิกการเชื่อมโยงหลายมิติในบานหน้าต่างงาน เขตข้อมูลคือ ตัวจับพื้นที่ (placeholders) ที่คุณแทรกลงในเอกสารหลัก ณ ตำแหน่งที่คุณต้องการให้ข้อมูลเฉพาะปรากฏ ตัวอย่างเช่น คุณสามารถคลิกที่การเชื่อมโยง Address blockหรือ Greeting lineในบานหน้าต่างงานเพื่อเพิ่มเขตข้อมูลไว้ใกล้ ๆ กับด้านบนสุดของจดหมายประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อให้จดหมายที่ส่งถึงผู้รับแต่ละคน มีข้อมูลที่อยู่และคำต้อนรับที่กำหนดขึ้นเอง เขตข้อมูลจะปรากฏในเอกสารของคุณภายในเครื่องหมายรูปตัววี ตัวอย่างเช่น «AddressBlock» 18. หากคุณคลิกที่คำว่า More itemsในบานหน้าต่างงาน คุณจะสามารถเพิ่มเขตข้อมูลที่ตรงกับคอลัมน์ใด ๆ ในแฟ้มข้อมูลของคุณลงไป ตัวอย่างเช่น แฟ้มข้อมูลอาจรวมคอลัมน์ที่ชื่อ Personal Noteเอาไว้ด้วย เมื่อเพิ่มเขตข้อมูล Personal_Noteไว้ที่ตอนท้ายของจดหมายแบบฟอร์ม คุณจะสามารถเลือกกำหนดสำเนาแต่ละสำเนาได้ด้วยตัวเอง และทำได้แม้กระทั่งกำหนดซองจดหมาย ด้วยการเพิ่มบาร์โค้ตไปรษณีย์ — หากคุณใช้โปรแกรม Word รุ่นภาษาอังกฤษ (อเมริกัน) — หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิก (หากคุณติดตั้งโปรแกรมไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกไว้ในเครื่อง) 19. จับคู่เขตข้อมูล หากคุณแทรกเขตข้อมูลที่อยู่ หรือเขตข้อมูลสำหรับบรรทัดคำต้อนรับลงในเอกสาร ระบบจะขอให้คุณเลือกรูปแบบที่คุณต้องการนำมาใช้ ตัวอย่างเช่น ภาพประกอบต่อไปนี้แสดงภาพกล่องโต้ตอบ Greeting Lineที่เปิดออกเมื่อคุณคลิกที่คำว่า Greeting lineในบานหน้าต่างงาน คุณใช้รายการใต้คำว่า Greeting line formatเพื่อเลือกสิ่งที่คุณต้องการ 20. หากโปรแกรม Word ไม่สามารถจับคู่ส่วนของข้อความต้อนรับหรือที่อยู่กับคอลัมน์ที่อยู่ในแฟ้มข้อมูลของคุณ ทั้งบรรทัดที่อยู่และข้อความต้อนรับจะไม่ได้รับการผสานอย่างถูกต้อง แต่คุณหลีกเลี่ยงปัญหานี้ได้ด้วยการคลิกที่คำว่า Match Fieldsกล่องโต้ตอบ Match Fieldsจะเปิดออก องค์ประกอบของที่อยู่และข้อความต้อนรับจะปรากฏทางด้านซ้าย หัวเรื่องของคอลัมน์จากแฟ้มข้อมูลของคุณจะปรากฏทางด้านขวา โปรแกรม Word ค้นหาคอลัมน์ที่ตรงกับองค์ประกอบแต่ละองค์ประกอบ ในภาพประกอบข้างต้น คุณจะเห็นว่า โปรแกรม Word ได้จับคู่คอลัมน์นามสกุล ของแฟ้มข้อมูล เข้ากับนามสกุล ให้โดยอัตโนมัติ แต่โปรแกรม Word จะไม่สามารถจับคู่องค์ประกอบอื่น เช่น จากแฟ้มข้อมูลนี้ โปรแกรม Word จะไม่สามารถจับคู่ ชื่อ หรือ ที่อยู่ 1 21. เมื่อใช้รายการทางด้านขวา คุณสามารถเลือกคอลัมน์จากแฟ้มข้อมูลที่ตรงกับองค์ประกอบทางด้านซ้าย ในภาพประกอบนี้ คอลัมน์ ชื่อ ได้จับคู่กับ ชื่อ แล้ว และคอลัมน์ ที่อยู่ ตรงกับ ที่อยู่ 1 สิ่งนี้เป็นไปได้หาก Courtesy Title, บริษัท และ ชื่อคู่สมรส ไม่ถูกจับคู่ เนื่องจากคอลัมน์เหล่านี้ไม่สัมพันธ์กับในเอกสารที่คุณกำลังสร้าง เมื่อคุณเพิ่มและจับคู่เขตข้อมูลในเอกสารหลักเสร็จแล้ว คุณก็พร้อมที่จะเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป 22. ภาพแสดงตัวอย่างการผสาน คุณสามารถแสดงตัวอย่างเอกสารที่ผสานแล้วของคุณ และทำการเปลี่ยนแปลงก่อนสิ้นสุดกระบวนการผสานเอกสาร หากต้องการแสดงตัวอย่าง ให้เลือกทำดังนี้ - เลื่อนดูเอกสารที่ผสานแต่ละเอกสารด้วยการใช้ปุ่มถัดไปและก่อนหน้าในบานหน้าต่างงาน -แสดงตัวอย่างเอกสารใดเอกสารหนึ่งได้ด้วยการคลิกที่คำว่า Find a recipient - คลิกที่คำว่า Exclude this recipientหากคุณตระหนักว่า คุณไม่ต้องการรวมระเบียนที่คุณดูอยู่ - คลิก Edit recipient listเพื่อเปิดกล่องโต้ตอบ Mail Merge Recipientsที่ ๆ คุณสามารถกรองรายการหากคุณเห็นระเบียนที่คุณไม่ต้องการรวม - คลิก Previousที่ด้านล่างของบานหน้าต่างงาน เพื่อย้อนกลับไปหนึ่งหรือสองขั้นตอน หากคุณต้องการทำการเปลี่ยนแปลงอย่างอื่น เมื่อคุณพอใจกับเอกสารที่ผสานแล้ว ให้คลิก Nextที่ด้านล่างของบานหน้าต่างงาน 23. ทำการผสานให้เสร็จสมบูรณ์ สิ่งที่คุณจะทำต่อจากนี้ จะขึ้นอยู่กับประเภทของเอกสารที่คุณกำลังสร้าง หากคุณกำลังผสานจดหมาย คุณสามารถสั่งพิมพ์จดหมาย หรือแก้ไขจดหมายเหล่านั้น หากคุณเลือกแก้ไขจดหมาย โปรแกรม Word จะบันทึกจดหมายนั้นไว้ในแฟ้มหนึ่ง โดยแต่ละหน้าในเอกสารจะประกอบด้วยจดหมายหนึ่งฉบับไม่ว่าคุณกำลังสร้างเอกสารประเภทใด คุณสามารถพิมพ์ ส่ง หรือบันทึกเอกสารทั้หมดหรือเฉพาะเซ็ตย่อยของเอกสาร โปรดจำไว้ว่า เอกสารผสานที่คุณบันทึก นั้นเป็นเอกสารอีกชุดหนึ่งแยกจากเอกสารหลัก คุณควรบันทึกเอกสารหลักไว้หากคุณวางแผนใช้เอกสารนี้สำหรับการผสานจดหมายอื่น เมื่อคุณบันทึกเอกสารหลัก นอกเหนือจากการบันทึกเนื้อหาและเขตข้อมูลของเอกสารนั้น คุณยังได้บันทึกการเชื่อมต่อของเอกสารเข้ากับแฟ้มข้อมูล เมื่อคุณเปิดเอกสารหลักในครั้งต่อไป ระบบจะขอให้คุณเลือกว่า คุณต้องการให้มีการรวมข้อมูลจากแฟ้มข้อมูลเข้ากับเอกสารหลักอีกครั้งหรือไม่ 24. หากคุณคลิก Yesเอกสารจะเปิดออกพร้อมกับข้อมูลจากระเบียนแรกที่ผสานไว้ หากคุณเปิดบานหน้าต่างงาน (เมนู Toolsเมนูย่อย Letters and Mailingsคำสั่ง Mail Merge) แสดงว่า คุณอยู่ที่ขั้นตอน Select recipientsคุณสามารถคลิกที่ การเชื่อมโยงหลายมิติในบานหน้าต่างงานเพื่อแก้ไขแฟ้มข้อมูล เพื่อรวมระเบียนชุดอื่น หรือเพื่อเชื่อมต่อเข้ากับแฟ้มข้อมูลอื่น หลังจากนั้น คุณสามารถคลิกที่คำว่า Nextที่ด้านล่างของบานหน้าต่างงาน เพื่อทำการผสานในขั้นตอนต่อไป หากคุณคลิก Noการเชื่อมต่อระหว่างเอกสารหลัก และแฟ้มข้อมูลจะนำมาใช้ไม่ได้ เอกสารหลักจะกลายเป็นเอกสาร Word มาตรฐาน เขตข้อมูลจะถูกแทนที่ด้วยข้อมูลเฉพาะที่มาจากระเบียนแรก