โครงงานสารวจ
เรื่อง สารวจพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนของ
นักเรียนชั้น ม.4-5
จัดทาโดย
นายพฤฒพงศ์ ชาญวิทยา ม.5/2 เลขที่ 3
นางสาวขวัญจิรา โพธิ์ล้อม ม.5/2 เลขที่ 28
นางสาวณัฐฐา ศรีอินทร์ ม.5/2 เลขที่ 30
นางสาวพิมพ์ลภัส กลมทุกสิ่ง ม.5/2 เลขที่ 31
นางสาวเกสรา วัจนะ ม.5/2 เลขที่ 38
รายวิชา IS
โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ กาญจนบุรี
ภาคเรียนที่ 2
ก
คานา
โครงงานเรื่องนี้จัดทาขึ้นเพื่อสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับข้อดีข้อเสีย หรือผลกระทบ จากการใช้สมาร์โฟน
และสารวจพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนของนักเรียน ม.5/2ทั้งการเล่นอินเตอร์เน็ตการถ่ายรูป การทางาน
หรือ การเล่นเกมส์
ก ลุ่ ม ข อ ง ข้ า พ เ จ้ า ห วัง เ ป็ น อ ย่า ง ยิ่ ง ว่า ก า ร ท า โ ค ร ง ง า น ส า ร ว จ ดี
จะมีประโยชน์ต่อผู้ที่ได้ศึกษาและสนใจ รวมทั้งนาไปปรับใช้ในชีวิตประจาวันได้อย่างถูกต้อง
คณะผู้จัดทา
ข
กิตติกรรมประกาศ
โครงงานนี้สาเร็จลุล่วงได้ด้วยความกรุณาจากอาจารย์ทรงศักดิ์ โพธิ์เอี่ยมอาจารย์ผู้สอนรายวิชา
IS2 ที่คอยใ ห้คาเสน อแน ะ แน วคิด คลอดจน การแก้ไข้ข้อบกพ ร่องต่างๆ มาโดยตลอด
จนโครงงานฉบับนี้เสร็จสมบูรณ์ คณะผู้จัดทาจึงขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง
ขอ กร าบ ขอ บ พ ระ คุณ คุณ พ่อ คุณ แ ม่ ผู้ป กค รอ ง ที่ ค อ ยใ ห้ คาป รึ ก ษ าต่าง ๆ
รวมทั้งคอยเป็นกาลังใจที่ดีเสมอมา
ขอขอบคุณเพื่อนๆ ที่คอยช่วยเหลือ ให้คาแนะนา ในการทาโครงงานชิ้นนี้
สุดท้ายขอขอบใจน้องๆ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ให้ความร่วมมือในการสารวจครั้งนี้
คณะผู้จัดทา
ค
สารบัญ
เรื่อง หน้า
คานา ก
กิตติกรรมประกาศ ข
สารบัญ ค
บทที่ 1 บทนา 1-3
บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง 4
สังคมก้มหน้า
Social Network
บทที่ 3 วิธีการดาเนินงาน 5
บทที่ 4 ผลการศึกษา 6-7
บทที่ 5 สรุป อภิปราย ข้อเสนอแนะ 8
บรรณานุกรม 9
ภาคผนวก 10-12
1
บทที่ 1
1.1 ที่มาและความสาคัญของโครงงาน
ปั จ จุ บั น ไ ม่ ว่ าจ ะ เดิ น ท า ง ไป ไ ห น ม า ไ ห น กั บ ค ร อ บ ค รั ว เพื่ อ น พี่ น้ อ ง
หรือว่ามองไปที่คนรอบข้างมักจะเห็นแต่ละคนต่างนั่งก้มหน้าอยู่กับหน้าจออุปกรณ์สื่อสารของตัวเองกันแท
บ ทั้ ง สิ้ น จึ ง ท า ใ ห้ เ กิ ด ศั พ ท์ บั ญ ญั ติ ใ ห ม่ ใ น โ ล ก อ อ น ไ ล น์ ชื่ อ
“สั ง ค ม ก้ ม ห น้ า ”ซึ่ ง เ ป็ น ป ร า ก ฏ ก า ร ณ์ ที่ มี ผ ล ก ร ะ ท บ อ ยู่ ไ ม่ น้ อ ย
หากเรายังปล่อยปละละเลยให้ สังคมเป็ น เช่ นนี้ต่อไปแม้แต่เวลาข้ามถนน หรืออยู่กลางถน น
ก็ยังจ้องมองไปที่จอภาพ มากกว่าที่จะระมัดระวังตัวจากภยันตรายรอบข้าง บางทีได้รับสัญญาณก็ไม่รับรู้
เพราะ สิ่งที่สาคัญที่สุดคือ ปฏิสัมพันธ์ที่อยู่บนโลกไซเบอร์ ไม่ใช่ปฏิสัมพันธ์กับโลกแห่งความเป็นจริง
หรือไม่ได้อยู่กับสติ เป็นปราการด่านสาคัญในการมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งรอบตัวสักเท่าไหร่แล้ว
จากพฤติกรรมทางสังคมของผู้คนในยุค SocialNetwork ที่ผู้คนต่างก้มหน้าอยู่กันอุปกรณ์
พ ก พ าส่ ว น ตัว ไม่ว่าจ ะ เ ป็ น โ ท ร ศัพ ท์ มือ ถื อ ไ อ แ พ ด ไ อ โ ฟ น แ ท็ บ เล็ ต ต่า ง ๆ
ซึ่งเราจะพบเห็นอยู่ได้ทั่วไปว่าผู้คนเหล่านี้ต่าง ง่วนอยู่กับการ แชท ผ่านไลน์ กับเพื่อนหรือกลุ่มเพื่อน
การโพสต์ภาพ อาหารที่กาลังจะทาน ห รือทานเสร็จแล้วผ่าน หน้าจอเฟสบุ๊ค หรือการกด Like
กับเพื่อนที่โพ สต์กิจกรรมใน กลุ่มเกือบจะทุกวินาที ทาให้ไม่ได้สน ใจพูดคุยกัน ในร้านอาหาร
เป็นภาพที่ชินตา สาหรับสังคมบ้านเรา
ดัง นั้ น กลุ่ม ขอ ง ข้าพ เจ้าจึง ต้อ ง ก าร ส าร วจพ ฤติ ก รรม ขอ ง นั ก เรี ยน ชั้ น ม .5
และหาสาเหตุของพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนของเด็กนักเรียนชั้น ม.5 ในโรงเรียนของเรา
1.2 วัตถุประสงค์
1.สารวจพฤติกรรมของนักเรียนชั้น ม. 4-5
2.หาสาเหตุส่วนมากที่ทาให้ผู้คนติดสมาร์ทโฟน
1.3 ขอบเขตของโครงงาน
โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ กาญจนบุรี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-5
2
1.4 ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1. สาเหตุของการใช้สมาร์ทโฟนของเด็กนักเรียน
2. แนวคิดหรือความคิดเห็นของบุคคลต่างๆ ที่มีต่อคนที่สนใจสมาร์ทโฟนมากกว่าสน
ใจคนรอบข้าง
1.5 ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับการใช้สมาร์โฟน
ประกอบด้วย 3ห่วง
พ อ ป ร ะ ม า ณ
ใช้สมาร์ทโฟนอย่างเป็นเวลารู้จักการแบ่งเวลาในการทางานหรือเลนอินเตอร์เน็ตอย่างเหมาะสม
มีเหตุผล
มี ภู มิ คุ้ ม กั น ที่ ดี ใ น ตั ว เ อ ง ก า ร ใ ช้ ส ม า ร์ ท โ ฟ น ใ น ปั จ จุ บั น
มี ก า ร เ ชื่ อ ม ต่ อ กั บ อิ น เ ต อ ร์ เ น็ ต ซึ่ ง มี ข้ อ มู ล ม า ก ม า ย ทั้ ง สิ่ ง ที่ ดี แ ล ะ ไ ม่ดี
เราต้องรู้จักการเลือกเสพข้อมูลที่มีประโยชน์กับตัวเอง ไม่หลงงมงายกับข่าวสารข้อมูลที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ
2 เงื่อนไข
เงื่อนไขความรู้ : (รอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง)
ก า ร มี ค ว า ม รู้ ใ น เ รื่ อ ง ข อ ง ก า ร ใ ช้ ส ม า ร์ ท โ ฟ น อ ย่ า ง ถู ก วิ ธี
มีความรอบคอบในการทางานหรือเลือกข้อมูลอย่างถูกต้อง ควรเลือกข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ
และ ระ มัดระ วัง ไม่ใ ห้ ตน เองส น ใ จสมาร์ โฟ น มากเกิน ไป เราควรสน ใจสิ่ ง แวดล้อม
เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับตนเองและคนรอบข้าง
เงื่อนไขคุณธรรม: (ซื่อสัตย์สุจริต สติปัญญา ขยันอดทน แบ่งปัน)
เราต้องมีความซื่อสัตย์ต่อตนเองที่จะไม่ใช้สมาร์ทโฟนในการโกหกหลอกลวงเกี่ยวกับการสร้างข้อ
มู ล ต้ อ ง ใ ช้ ส ติ ปั ญ ญ า ใ น ก า ร จั ด ท า ห รื อ เ ลื อ ก ห า ข้ อ มู ล ที่ มี ค ว า ม ถู ก ต้ อ ง
3
อ ด ท น ใ น ก า ร ท า ง า น ห รื อ สิ่ ง ที่ ยั่ ว ย ว น ต่ า ง
ๆรวมทั้งรู้จักแบ่งปันข้อมูลหรือคาเตือนที่ดีต่อผู้คนที่เล่นอินเตอร์เน็ต
ผลกระทบ
1) มีผลทาให้เราใจร้อน คาดหวังผลเร็วขึ้น อารมณ์หงุดหงิดง่ายแต่เดิมในยุคที่เราสื่อสารด้วยการ
ส่ ง จ ด ห ม า ย ติ ด แ ส ต ม ป์ ต้ อ ง ใ ช้ เ ว ล า เ ป็ น ห ลั ก วั น
กว่าที่จะสื่อสารกันได้หากว่าเป็นข้ามทวีปด้วยแล้วเป็นหลักสัปดาห์ทีเดียว แต่ปัจจุบันส่งอีเมลข้ามทวีปไปแ
ล้วห ากมอ ง น าฬิ ก าแ ล้วคิ ดว่า อีก ฝ่ ายน่าจะ ต้อ ง ตื่น แ ล้ว แ ละ ไม่ต อบ มาใ น ทัน ที
อีกฝ่ ายก็รู้สึ กขุ่น มัวแล้วว่าอีกฝ่ ายห ายไปไหน ทาไมไม่ตอบ เพราะมีสมมุติฐานเบื้องต้น ว่า
โลกหมุนเร็วแล้วทุกคนต้องเร็วเท่ากัน พอเกิดความคาดหวังแล้วไม่สมหวัง ก็เกิดอารมณ์ขุ่นมัวและบ่อย ๆ
ครั้งก็ไม่รู้ว่า นั่นคือการเกิดโทสะขึ้นมาแล้ว เก็บความคับข้องใจกลายเป็นอารมณ์ต่อไปอีก
2) ขาดสติ ขาดความรู้ตัวทั่วพร้อมจนอาจจะก่อเกิดอันตรายต่อตนเองและผู้อื่นนอกเหนือไปจากนี้
การที่สังคมเราเป็น “สังคมก้มหน้า”ใจลอย จิตไปจดจ่ออยู่กับเนื้อหา “คอนเทนต์” บนหน้าจอสมาร์ทโฟน
และแท็บเล็ตจนไม่เหลือปฏิสัมพันธ์กับโลกภายนอก ทั้ง ๆ ที่บางทีอยู่ในภาวะที่จาเป็นต้องระมัดระวังตัว
เช่น การข้ามถนน หรือขับรถอยู่บนทางด่วน นั้นเป็นสิ่งที่สะท้อนจิตใจแบบใด “ความรู้ตัวทั่วพร้อม”
ยั ง อ ยู่ ค ร บ ดี ห รื อ ไ ม่
หรือว่าจิตใจเราลอยไปอยู่กับสิ่งอื่นและไม่สามารถที่จะควบคุมด้วยตนเองได้อีกต่อไปแล้วแน่นอนว่าเทคโ
นโลยีต่าง ๆ มีคุณูปการต่อการผลักดันโลกไปข้างหน้า แต่การใช้และปล่อยให้ ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์
แ อ พ พ ลิ เ ค ชั่ น ต่ า ง ๆ ม า มี อิ ท ธิ พ ล เ ห นื อ “ฮิ ว แ ม น แ ว ร์ ”
หรือมนุษย์ผู้มีศักยภาพในการควบคุมจิตใจตนและใช้จิตใจอันหนักแน่นและมีทิศทางของตนในการใช้ประโ
ย ช น์ สิ่ ง ต่ า ง ๆ
ที่กล่าวมา ที่สุดแล้วเราก็กลายเป็ นเพียงทาสของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่เพื่อนมนุษย์เราผลิตขึ้นมา
แทนที่เราจะเป็นนาย เราจะกลายเป็นบ่าวไปสมบูรณ์แบบ
4
บทที่ 2
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
คานิยามศัพท์
1 .social network เ ป็ น ค า ที่ ใ ช้ เ รี ย ก ค อ น เ ซ็ ป ต์ “โ ค ร ง ส ร้ า ง ท า ง สั ง ค ม ”
แบบหนึ่งที่เกิดจากการรวมตัวกันของคน ซึ่งคนสองคนจะเชื่อมต่อถึงกันด้วยหลายๆ ปัจจัย เช่น เป็นเพื่อน,
เป็ น เ ค รื อ ญ า ติ , มี ค ว า ม ส น ใ จ ที่ เ ห มื อ น กั น , มี ค ว า ม เ ชื่ อ ที่ เ ห มื อ น กั น ,
รวมทั้งการรวมตัวกันเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิด หรือประสบการณ์
2.สังคมก้มหน้า ห รือ SocialIgnoreismซึ่ งยืมคาย่อมาจากเพื่อน ชาวต่างชาติว่า“SI ลิซึ่ม“
แล ะ ได้นิ ยามอ าการ ขอ ง ก ลุ่มเส พ ติ ด ไ ว้ใ น บ ท ค วาม สั ง คมก้มห น้ า (Social Ignore)
ว่าคือคนกลุ่มที่เป็นบุคคลประเภทเสพติดข่าวสารหรือเทคโนโลยี ว่างไม่เกิน 5นาทีจะต้องหยิบSmart Phone
หรือ Tablet ขึ้นมาใช้โดยไม่สนใจคนรอบข้าง นอกจากอุปกรณ์ของตนเองตลอดเวลา
5
บทที่ 3
วิธีการดาเนินงาน
วิธีการจัดทาโครงงาน
1. สังเกตพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนของนักเรียนชั้น ม.4-5 ในชีวิตประจาวันภายในโรงเรียน
2. ทาแบบสอบถามเพื่อสารวจเกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์ในการเล่นโซเชี่ยวของแต่ละบุคคล
3. แจกแบบสอบถามให้กับนักเรียนระดับชั้น ม.4-5
4. สรุปแบบสอบถาม
5. บันทึกผลการดาเนินงาน
6. อภิปรายผล
6
บทที่ 4
ผลการศึกษาค้นคว้า
จากการสารวจพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนของนักเรียนชั้น ม.4-5 ได้ผล ดังนี้
1.ระยะเวลาการใช้สมาร์ทโฟนใน 1 วัน
2. เหตุผลส่วนมากในการใช้สมาร์ทโฟนใน 1วัน
ระยะเวลาการใช้สมาร์ทโฟนใน 1 วัน ม.4 ม.5
1. นักเรียนที่ใช้สมาร์ทโฟน2-4 ชั่วโมงต่อวัน 13 8
2. นักเรียนที่ใช้สมาร์ทโฟน4-6 ชั่วโมงต่อวัน 12 15
3. นักเรียนที่ใช้สมาร์ทโฟน6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน - 2
เหตุผล ม.4 ม.5
7
3. อาการของนักเรียนที่ไม่ได้ใช้สมาร์ทโฟน ภายใน 1 วัน
อาการ ม.4 ม.5
ซึมเศร้า - -
สดใส ร่างเริง 14 13
เฉย ๆ 7 8
หงุดหงิด 4 3
อื่น ๆ - 1
เล่นเกมส์ 9 7
ทางาน 3 7
เซลฟี่ 1 2
ติดโซเชี่ยล (Facebook,Line,Instagram,Twitter) 4 6
ดูหนัง,ดูรายการโปรด,ดูซีรี่ย์,ดูการ์ตูน 8 3
อื่น ๆ - -
8
บทที่ 5
สรุป อภิปราย เสนอแนะ
สรุปผลการดาเนินงาน
จ า ก ก า ร ส อ บ ถ า ม นั ก เ รี ย น ชั้ น มั ธ ย ม ศึ ก ษ า ปี ที่ 4 แ ล ะ 5
จะพบว่าในหนึ่งวันนักเรียนจะใช้เวลาในการเล่นสมาร์ทโฟนกันเป็นจานวนมาก ในหลาย ๆ สาเหตุ
และทาให้นักเรียนมีการแสดงออกถึงอารมณ์หลาย ๆ อารมณ์
อภิปราย
จ าก ก าร ส อ บ ถ า ม นั ก เรี ย น ชั้ น มัธ ย ม ศึ ก ษ าปี ที่ 4 แ ล ะ 5 จ าน ว น 50 ค น
จะพบว่ามีนักเรียนที่ใช้สมาร์ทโฟนเป็นเวลา 2-4ชั่วโมง มีทั้งหมด 21คน นักเรียนที่ใช้สมาร์ทโฟนเป็นเวลา
4-6ชั่วโมง มีทั้งหมด 27คน และนักเรียนที่ใช้สมาร์ทโฟนเป็ นเวลา 6ชั่วโมงขึ้นไปมีจานวน 2คน
ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่จะเกิดจากการเล่นเกม/ดูหนัง,ดูรายการโปรด,ดูซีรี่ย์,ดูการ์ตูน/ทางาน/ติดโซเชียล
(Facebook,Line,Instagram,Twitter) และเซลฟี่ตามลาดับ
ข้อเสนอแนะ
1. เพิ่มจานวนนักเรียนที่ต้องสารวจให้มีจานวนมากขึ้นเพื่อสังเกตพฤติกรรมได้อย่างชัดเจน
9
2. ควรเผยแพร่ข้อมูลเกี่วกับการใช้สมาร์ทโฟนที่ถูกต้องรวมทั้งผลกระทบและข้อดีข้อเสียในการใ
ช้สมาร์ทโฟน
บรรณานุกรม
http://swis.act.ac.th/html_edu/cgi-bin/act/main_php/print_informed.php?id_count_inform=3758
https://www.gotoknow.org/posts/548278
http://www.pr.chula.ac.th/index.php/15-article/78-2014-05-19-01-32-52
http://www.ns.mahidol.ac.th/english/th/degree_bns/km_mobile.html
http://www.slideshare.net/AekapojPoosathan/5-31018403
10
ภาคผนวก
11
รูปที่ 1 การรวบรวมรูปเล่มโครงงาน
12
รูปที่ 2 การรวบรวมรูปเล่มโครงงาน
13
รูปที่ 2 การสารวจการใช้สมาร์ทโฟน
รูปที่ 2 การสารวจการใช้สมาร์ทโฟน
14
จัดทาโดย
นายพฤฒพงศ์ ชาญวิทยา ม.5/2 เลขที่ 3
นางสาวขวัญจิรา โพธิ์ล้อม ม.5/2 เลขที่ 28
นางสาวณัฐฐา ศรีอินทร์ ม.5/2 เลขที่ 30
นางสาวพิมพ์ลภัส กลมทุกสิ่ง ม.5/2เลขที่ 31
นางสาวเกสรา วัจนะ ม.5/2 เลขที่ 38

โครงงานสำรวจพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนนักเรียนชั้น ม.4-5

  • 1.
    โครงงานสารวจ เรื่อง สารวจพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนของ นักเรียนชั้น ม.4-5 จัดทาโดย นายพฤฒพงศ์ชาญวิทยา ม.5/2 เลขที่ 3 นางสาวขวัญจิรา โพธิ์ล้อม ม.5/2 เลขที่ 28 นางสาวณัฐฐา ศรีอินทร์ ม.5/2 เลขที่ 30 นางสาวพิมพ์ลภัส กลมทุกสิ่ง ม.5/2 เลขที่ 31 นางสาวเกสรา วัจนะ ม.5/2 เลขที่ 38 รายวิชา IS โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ กาญจนบุรี ภาคเรียนที่ 2
  • 2.
    ก คานา โครงงานเรื่องนี้จัดทาขึ้นเพื่อสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับข้อดีข้อเสีย หรือผลกระทบ จากการใช้สมาร์โฟน และสารวจพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนของนักเรียนม.5/2ทั้งการเล่นอินเตอร์เน็ตการถ่ายรูป การทางาน หรือ การเล่นเกมส์ ก ลุ่ ม ข อ ง ข้ า พ เ จ้ า ห วัง เ ป็ น อ ย่า ง ยิ่ ง ว่า ก า ร ท า โ ค ร ง ง า น ส า ร ว จ ดี จะมีประโยชน์ต่อผู้ที่ได้ศึกษาและสนใจ รวมทั้งนาไปปรับใช้ในชีวิตประจาวันได้อย่างถูกต้อง คณะผู้จัดทา
  • 3.
    ข กิตติกรรมประกาศ โครงงานนี้สาเร็จลุล่วงได้ด้วยความกรุณาจากอาจารย์ทรงศักดิ์ โพธิ์เอี่ยมอาจารย์ผู้สอนรายวิชา IS2 ที่คอยให้คาเสน อแน ะ แน วคิด คลอดจน การแก้ไข้ข้อบกพ ร่องต่างๆ มาโดยตลอด จนโครงงานฉบับนี้เสร็จสมบูรณ์ คณะผู้จัดทาจึงขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ขอ กร าบ ขอ บ พ ระ คุณ คุณ พ่อ คุณ แ ม่ ผู้ป กค รอ ง ที่ ค อ ยใ ห้ คาป รึ ก ษ าต่าง ๆ รวมทั้งคอยเป็นกาลังใจที่ดีเสมอมา ขอขอบคุณเพื่อนๆ ที่คอยช่วยเหลือ ให้คาแนะนา ในการทาโครงงานชิ้นนี้ สุดท้ายขอขอบใจน้องๆ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ให้ความร่วมมือในการสารวจครั้งนี้ คณะผู้จัดทา
  • 4.
    ค สารบัญ เรื่อง หน้า คานา ก กิตติกรรมประกาศข สารบัญ ค บทที่ 1 บทนา 1-3 บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง 4 สังคมก้มหน้า Social Network บทที่ 3 วิธีการดาเนินงาน 5 บทที่ 4 ผลการศึกษา 6-7 บทที่ 5 สรุป อภิปราย ข้อเสนอแนะ 8 บรรณานุกรม 9 ภาคผนวก 10-12
  • 5.
    1 บทที่ 1 1.1 ที่มาและความสาคัญของโครงงาน ปัจ จุ บั น ไ ม่ ว่ าจ ะ เดิ น ท า ง ไป ไ ห น ม า ไ ห น กั บ ค ร อ บ ค รั ว เพื่ อ น พี่ น้ อ ง หรือว่ามองไปที่คนรอบข้างมักจะเห็นแต่ละคนต่างนั่งก้มหน้าอยู่กับหน้าจออุปกรณ์สื่อสารของตัวเองกันแท บ ทั้ ง สิ้ น จึ ง ท า ใ ห้ เ กิ ด ศั พ ท์ บั ญ ญั ติ ใ ห ม่ ใ น โ ล ก อ อ น ไ ล น์ ชื่ อ “สั ง ค ม ก้ ม ห น้ า ”ซึ่ ง เ ป็ น ป ร า ก ฏ ก า ร ณ์ ที่ มี ผ ล ก ร ะ ท บ อ ยู่ ไ ม่ น้ อ ย หากเรายังปล่อยปละละเลยให้ สังคมเป็ น เช่ นนี้ต่อไปแม้แต่เวลาข้ามถนน หรืออยู่กลางถน น ก็ยังจ้องมองไปที่จอภาพ มากกว่าที่จะระมัดระวังตัวจากภยันตรายรอบข้าง บางทีได้รับสัญญาณก็ไม่รับรู้ เพราะ สิ่งที่สาคัญที่สุดคือ ปฏิสัมพันธ์ที่อยู่บนโลกไซเบอร์ ไม่ใช่ปฏิสัมพันธ์กับโลกแห่งความเป็นจริง หรือไม่ได้อยู่กับสติ เป็นปราการด่านสาคัญในการมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งรอบตัวสักเท่าไหร่แล้ว จากพฤติกรรมทางสังคมของผู้คนในยุค SocialNetwork ที่ผู้คนต่างก้มหน้าอยู่กันอุปกรณ์ พ ก พ าส่ ว น ตัว ไม่ว่าจ ะ เ ป็ น โ ท ร ศัพ ท์ มือ ถื อ ไ อ แ พ ด ไ อ โ ฟ น แ ท็ บ เล็ ต ต่า ง ๆ ซึ่งเราจะพบเห็นอยู่ได้ทั่วไปว่าผู้คนเหล่านี้ต่าง ง่วนอยู่กับการ แชท ผ่านไลน์ กับเพื่อนหรือกลุ่มเพื่อน การโพสต์ภาพ อาหารที่กาลังจะทาน ห รือทานเสร็จแล้วผ่าน หน้าจอเฟสบุ๊ค หรือการกด Like กับเพื่อนที่โพ สต์กิจกรรมใน กลุ่มเกือบจะทุกวินาที ทาให้ไม่ได้สน ใจพูดคุยกัน ในร้านอาหาร เป็นภาพที่ชินตา สาหรับสังคมบ้านเรา ดัง นั้ น กลุ่ม ขอ ง ข้าพ เจ้าจึง ต้อ ง ก าร ส าร วจพ ฤติ ก รรม ขอ ง นั ก เรี ยน ชั้ น ม .5 และหาสาเหตุของพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนของเด็กนักเรียนชั้น ม.5 ในโรงเรียนของเรา 1.2 วัตถุประสงค์ 1.สารวจพฤติกรรมของนักเรียนชั้น ม. 4-5 2.หาสาเหตุส่วนมากที่ทาให้ผู้คนติดสมาร์ทโฟน 1.3 ขอบเขตของโครงงาน โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ กาญจนบุรี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-5
  • 6.
    2 1.4 ผลที่คาดว่าจะได้รับ 1. สาเหตุของการใช้สมาร์ทโฟนของเด็กนักเรียน 2.แนวคิดหรือความคิดเห็นของบุคคลต่างๆ ที่มีต่อคนที่สนใจสมาร์ทโฟนมากกว่าสน ใจคนรอบข้าง 1.5 ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับการใช้สมาร์โฟน ประกอบด้วย 3ห่วง พ อ ป ร ะ ม า ณ ใช้สมาร์ทโฟนอย่างเป็นเวลารู้จักการแบ่งเวลาในการทางานหรือเลนอินเตอร์เน็ตอย่างเหมาะสม มีเหตุผล มี ภู มิ คุ้ ม กั น ที่ ดี ใ น ตั ว เ อ ง ก า ร ใ ช้ ส ม า ร์ ท โ ฟ น ใ น ปั จ จุ บั น มี ก า ร เ ชื่ อ ม ต่ อ กั บ อิ น เ ต อ ร์ เ น็ ต ซึ่ ง มี ข้ อ มู ล ม า ก ม า ย ทั้ ง สิ่ ง ที่ ดี แ ล ะ ไ ม่ดี เราต้องรู้จักการเลือกเสพข้อมูลที่มีประโยชน์กับตัวเอง ไม่หลงงมงายกับข่าวสารข้อมูลที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ 2 เงื่อนไข เงื่อนไขความรู้ : (รอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง) ก า ร มี ค ว า ม รู้ ใ น เ รื่ อ ง ข อ ง ก า ร ใ ช้ ส ม า ร์ ท โ ฟ น อ ย่ า ง ถู ก วิ ธี มีความรอบคอบในการทางานหรือเลือกข้อมูลอย่างถูกต้อง ควรเลือกข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ และ ระ มัดระ วัง ไม่ใ ห้ ตน เองส น ใ จสมาร์ โฟ น มากเกิน ไป เราควรสน ใจสิ่ ง แวดล้อม เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับตนเองและคนรอบข้าง เงื่อนไขคุณธรรม: (ซื่อสัตย์สุจริต สติปัญญา ขยันอดทน แบ่งปัน) เราต้องมีความซื่อสัตย์ต่อตนเองที่จะไม่ใช้สมาร์ทโฟนในการโกหกหลอกลวงเกี่ยวกับการสร้างข้อ มู ล ต้ อ ง ใ ช้ ส ติ ปั ญ ญ า ใ น ก า ร จั ด ท า ห รื อ เ ลื อ ก ห า ข้ อ มู ล ที่ มี ค ว า ม ถู ก ต้ อ ง
  • 7.
    3 อ ด ทน ใ น ก า ร ท า ง า น ห รื อ สิ่ ง ที่ ยั่ ว ย ว น ต่ า ง ๆรวมทั้งรู้จักแบ่งปันข้อมูลหรือคาเตือนที่ดีต่อผู้คนที่เล่นอินเตอร์เน็ต ผลกระทบ 1) มีผลทาให้เราใจร้อน คาดหวังผลเร็วขึ้น อารมณ์หงุดหงิดง่ายแต่เดิมในยุคที่เราสื่อสารด้วยการ ส่ ง จ ด ห ม า ย ติ ด แ ส ต ม ป์ ต้ อ ง ใ ช้ เ ว ล า เ ป็ น ห ลั ก วั น กว่าที่จะสื่อสารกันได้หากว่าเป็นข้ามทวีปด้วยแล้วเป็นหลักสัปดาห์ทีเดียว แต่ปัจจุบันส่งอีเมลข้ามทวีปไปแ ล้วห ากมอ ง น าฬิ ก าแ ล้วคิ ดว่า อีก ฝ่ ายน่าจะ ต้อ ง ตื่น แ ล้ว แ ละ ไม่ต อบ มาใ น ทัน ที อีกฝ่ ายก็รู้สึ กขุ่น มัวแล้วว่าอีกฝ่ ายห ายไปไหน ทาไมไม่ตอบ เพราะมีสมมุติฐานเบื้องต้น ว่า โลกหมุนเร็วแล้วทุกคนต้องเร็วเท่ากัน พอเกิดความคาดหวังแล้วไม่สมหวัง ก็เกิดอารมณ์ขุ่นมัวและบ่อย ๆ ครั้งก็ไม่รู้ว่า นั่นคือการเกิดโทสะขึ้นมาแล้ว เก็บความคับข้องใจกลายเป็นอารมณ์ต่อไปอีก 2) ขาดสติ ขาดความรู้ตัวทั่วพร้อมจนอาจจะก่อเกิดอันตรายต่อตนเองและผู้อื่นนอกเหนือไปจากนี้ การที่สังคมเราเป็น “สังคมก้มหน้า”ใจลอย จิตไปจดจ่ออยู่กับเนื้อหา “คอนเทนต์” บนหน้าจอสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตจนไม่เหลือปฏิสัมพันธ์กับโลกภายนอก ทั้ง ๆ ที่บางทีอยู่ในภาวะที่จาเป็นต้องระมัดระวังตัว เช่น การข้ามถนน หรือขับรถอยู่บนทางด่วน นั้นเป็นสิ่งที่สะท้อนจิตใจแบบใด “ความรู้ตัวทั่วพร้อม” ยั ง อ ยู่ ค ร บ ดี ห รื อ ไ ม่ หรือว่าจิตใจเราลอยไปอยู่กับสิ่งอื่นและไม่สามารถที่จะควบคุมด้วยตนเองได้อีกต่อไปแล้วแน่นอนว่าเทคโ นโลยีต่าง ๆ มีคุณูปการต่อการผลักดันโลกไปข้างหน้า แต่การใช้และปล่อยให้ ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ แ อ พ พ ลิ เ ค ชั่ น ต่ า ง ๆ ม า มี อิ ท ธิ พ ล เ ห นื อ “ฮิ ว แ ม น แ ว ร์ ” หรือมนุษย์ผู้มีศักยภาพในการควบคุมจิตใจตนและใช้จิตใจอันหนักแน่นและมีทิศทางของตนในการใช้ประโ ย ช น์ สิ่ ง ต่ า ง ๆ ที่กล่าวมา ที่สุดแล้วเราก็กลายเป็ นเพียงทาสของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่เพื่อนมนุษย์เราผลิตขึ้นมา แทนที่เราจะเป็นนาย เราจะกลายเป็นบ่าวไปสมบูรณ์แบบ
  • 8.
    4 บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง คานิยามศัพท์ 1 .socialnetwork เ ป็ น ค า ที่ ใ ช้ เ รี ย ก ค อ น เ ซ็ ป ต์ “โ ค ร ง ส ร้ า ง ท า ง สั ง ค ม ” แบบหนึ่งที่เกิดจากการรวมตัวกันของคน ซึ่งคนสองคนจะเชื่อมต่อถึงกันด้วยหลายๆ ปัจจัย เช่น เป็นเพื่อน, เป็ น เ ค รื อ ญ า ติ , มี ค ว า ม ส น ใ จ ที่ เ ห มื อ น กั น , มี ค ว า ม เ ชื่ อ ที่ เ ห มื อ น กั น , รวมทั้งการรวมตัวกันเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิด หรือประสบการณ์ 2.สังคมก้มหน้า ห รือ SocialIgnoreismซึ่ งยืมคาย่อมาจากเพื่อน ชาวต่างชาติว่า“SI ลิซึ่ม“ แล ะ ได้นิ ยามอ าการ ขอ ง ก ลุ่มเส พ ติ ด ไ ว้ใ น บ ท ค วาม สั ง คมก้มห น้ า (Social Ignore) ว่าคือคนกลุ่มที่เป็นบุคคลประเภทเสพติดข่าวสารหรือเทคโนโลยี ว่างไม่เกิน 5นาทีจะต้องหยิบSmart Phone หรือ Tablet ขึ้นมาใช้โดยไม่สนใจคนรอบข้าง นอกจากอุปกรณ์ของตนเองตลอดเวลา
  • 9.
    5 บทที่ 3 วิธีการดาเนินงาน วิธีการจัดทาโครงงาน 1. สังเกตพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนของนักเรียนชั้นม.4-5 ในชีวิตประจาวันภายในโรงเรียน 2. ทาแบบสอบถามเพื่อสารวจเกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์ในการเล่นโซเชี่ยวของแต่ละบุคคล 3. แจกแบบสอบถามให้กับนักเรียนระดับชั้น ม.4-5 4. สรุปแบบสอบถาม 5. บันทึกผลการดาเนินงาน 6. อภิปรายผล
  • 10.
    6 บทที่ 4 ผลการศึกษาค้นคว้า จากการสารวจพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนของนักเรียนชั้น ม.4-5ได้ผล ดังนี้ 1.ระยะเวลาการใช้สมาร์ทโฟนใน 1 วัน 2. เหตุผลส่วนมากในการใช้สมาร์ทโฟนใน 1วัน ระยะเวลาการใช้สมาร์ทโฟนใน 1 วัน ม.4 ม.5 1. นักเรียนที่ใช้สมาร์ทโฟน2-4 ชั่วโมงต่อวัน 13 8 2. นักเรียนที่ใช้สมาร์ทโฟน4-6 ชั่วโมงต่อวัน 12 15 3. นักเรียนที่ใช้สมาร์ทโฟน6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน - 2 เหตุผล ม.4 ม.5
  • 11.
    7 3. อาการของนักเรียนที่ไม่ได้ใช้สมาร์ทโฟน ภายใน1 วัน อาการ ม.4 ม.5 ซึมเศร้า - - สดใส ร่างเริง 14 13 เฉย ๆ 7 8 หงุดหงิด 4 3 อื่น ๆ - 1 เล่นเกมส์ 9 7 ทางาน 3 7 เซลฟี่ 1 2 ติดโซเชี่ยล (Facebook,Line,Instagram,Twitter) 4 6 ดูหนัง,ดูรายการโปรด,ดูซีรี่ย์,ดูการ์ตูน 8 3 อื่น ๆ - -
  • 12.
    8 บทที่ 5 สรุป อภิปรายเสนอแนะ สรุปผลการดาเนินงาน จ า ก ก า ร ส อ บ ถ า ม นั ก เ รี ย น ชั้ น มั ธ ย ม ศึ ก ษ า ปี ที่ 4 แ ล ะ 5 จะพบว่าในหนึ่งวันนักเรียนจะใช้เวลาในการเล่นสมาร์ทโฟนกันเป็นจานวนมาก ในหลาย ๆ สาเหตุ และทาให้นักเรียนมีการแสดงออกถึงอารมณ์หลาย ๆ อารมณ์ อภิปราย จ าก ก าร ส อ บ ถ า ม นั ก เรี ย น ชั้ น มัธ ย ม ศึ ก ษ าปี ที่ 4 แ ล ะ 5 จ าน ว น 50 ค น จะพบว่ามีนักเรียนที่ใช้สมาร์ทโฟนเป็นเวลา 2-4ชั่วโมง มีทั้งหมด 21คน นักเรียนที่ใช้สมาร์ทโฟนเป็นเวลา 4-6ชั่วโมง มีทั้งหมด 27คน และนักเรียนที่ใช้สมาร์ทโฟนเป็ นเวลา 6ชั่วโมงขึ้นไปมีจานวน 2คน ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่จะเกิดจากการเล่นเกม/ดูหนัง,ดูรายการโปรด,ดูซีรี่ย์,ดูการ์ตูน/ทางาน/ติดโซเชียล (Facebook,Line,Instagram,Twitter) และเซลฟี่ตามลาดับ ข้อเสนอแนะ 1. เพิ่มจานวนนักเรียนที่ต้องสารวจให้มีจานวนมากขึ้นเพื่อสังเกตพฤติกรรมได้อย่างชัดเจน
  • 13.
  • 14.
  • 15.
  • 16.
  • 17.
  • 18.
    14 จัดทาโดย นายพฤฒพงศ์ ชาญวิทยา ม.5/2เลขที่ 3 นางสาวขวัญจิรา โพธิ์ล้อม ม.5/2 เลขที่ 28 นางสาวณัฐฐา ศรีอินทร์ ม.5/2 เลขที่ 30 นางสาวพิมพ์ลภัส กลมทุกสิ่ง ม.5/2เลขที่ 31 นางสาวเกสรา วัจนะ ม.5/2 เลขที่ 38