โครงงานสํารวจ
เรื่อง สํารวจพฤติกรรมการใชสมารทโฟนของ
นักเรียนชั้น ม.4-5
จัดทําโดย
นายพฤฒพงศ ชาญวิทยา ม.5/2 เลขที่ 3
นางสาวขวัญจิรา โพธิ์ลอม ม.5/2 เลขที่ 28
นางสาวณัฐฐา ศรีอินทร ม.5/2 เลขที่ 30
นางสาวพิมพลภัส กลมทุกสิ่ง ม.5/2 เลขที่ 31
นางสาวเกสรา วัจนะ ม.5/2 เลขที่ 38
รายวิชา IS
โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร กาญจนบุรี
ภาคเรียนที่ 2
ก
คํานํา
โครงงานเรื่องนี้จัดทําขึ้นเพื่อสืบคนขอมูลเกี่ยวกับขอดี ขอเสีย หรือผลกระทบ จากการ ใชโทรศัพท
และสํารวจพฤติกรรมการใชสมารทโฟนของนักเรียน ม.4-5 ทั้งการเลนอินเตอรเน็ต การถายรูป การทํางาน
หรือ การเลนเกม
กลุมของขาพเจาหวังเปนอยางยิ่งวาการทําโครงงานสํารวจดี จะมีประโยชนตอผูที่ไดศึกษาและ
สนใจ รวมทั้งนําไปปรับใชในชีวิตประจําวันไดอยางถูกตอง
คณะผูจัดทํา
ข
กิตติกรรมประกาศ
โครงงานนี้สําเร็จลุลวงไดดวยความกรุณาจาก ครูทรงศักดิ์ โพธิ์เอี่ยม ครูผูสอนรายวิชา IS2 ที่คอย
ใหคําเสนอแนะ แนวคิด คลอดจนการแกไขขอบกพรองตางๆ มาโดยตลอด จนโครงงานฉบับนี้เสร็จ
สมบูรณ คณะผูจัดทําจึงขอกราบขอบพระคุณเปนอยางสูง
ขอกราบขอบพระคุณคุณพอ คุณแม ผูปกครอง ที่คอยใหคําปรึกษาตางๆ รวมทั้งคอยเปนกําลังใจที่ดี
เสมอมา
ขอขอบคุณเพื่อนๆ ที่คอยชวยเหลือ ใหคําแนะนํา ในการทําโครงงานชิ้นนี้
สุดทายขอขอบใจนองๆ ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 ที่ใหความรวมมือในการสํารวจครั้งนี้
คณะผูจัดทํา
ค
สารบัญ
เรื่อง หนา
คํานํา ก
กิตติกรรมประกาศ ข
สารบัญ ค
สารบัญตาราง ง
บทที่ 1 บทนํา 1-2
1.1 ที่มาและความสําคัญของโครงงาน 1
1.2 การบูรณาการการใชหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 1-2
1.3วัตถูประสงค 2
1.4 ขอบเขตของโครงงาน 2
1.5 ผลที่คาดวาจะไดรับ 2
บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวของ 3-5
บทที่ 3 วิธีการดําเนินงาน 6-7
บทที่ 4 ผลการศึกษา 8-9
บทที่ 5 สรุป อภิปราย ขอเสนอแนะ 10-11
บรรณานุกรม 12
ภาคผนวก 13-15
ง
สารบัญตาราง
เรื่อง หนา
ตารางที่ 4.1 ระยะเวลาการใชสมารทโฟนใน 1 วัน 8
ตารางที่ 4.2 เหตุผลสวนมากในการใชสมารทโฟนใน 1 วัน 8
ตารางที่ 4.3 อาการของนักเรียนที่ไมไดใชสมารทโฟน ภายใน 1 วัน 9
1
บทที่ 1
บทนํา
1.1 ที่มาและความสําคัญของโครงงาน
1ในโลกปจจุบันไมวาจะเดินทางไปทางไหนกับครอบครัว เพื่อน พี่นอง หรือวามองไปที่คนรอบขาง
มักจะเห็นแตละคนตางนั่งกมหนาอยูกับหนาจออุปกรณสื่อสารของตัวเองกันแทบทั้งสิ้น จึงทําใหเกิดศัพท
บัญญัติใหมในโลกออนไลนชื่อ “สังคมกมหนา4 ” ซึ่งเปนปรากฏการณที่มีผลกระทบ ของทั่วโลกอยูไมนอย
หากเรายังปลอยปละละเลยใหสังคมเปนเชนนี้ตอไป1
จากพฤติกรรมทางสังคมของผูคนในยุค Social Network ที่ผูคนตางกมหนาอยูกันอุปกรณ พกพา
สวนตัว ไมวาจะเปนโทรศัพทมือถือ ไอแพด ไอโฟนแท็บเล็ต ตางๆ ซึ่งเราจะพบเห็นอยูไดทั่วไปวาผูคน
เหลานี้ตาง งวนอยูกับการ แชท ผานไลน กับเพื่อนหรือกลุมเพื่อน การโพสตภาพอาหารที่กําลังจะทาน หรือ
ทานเสร็จแลวผานหนาจอเฟสบุค หรือการกด Like กับเพื่อนที่โพสตกิจกรรมในกลุมเกือบจะทุกวินาที ทํา
ใหไมไดสนใจพูดคุยกันในรานอาหาร เปนภาพที่ชินตา สําหรับสังคมบานเรา
แมแตเวลาขามถนนหรืออยูกลางถนน ก็ยังจองมองไปที่
จอภาพ มากกวาที่จะระมัดระวังตัวจากภยันตรายรอบขาง บางทีไดรับสัญญาณก็ไมรับรู เพราะ สิ่งที่สําคัญ
ที่สุดคือ ปฏิสัมพันธที่อยูบนโลกไซเบอร ไมใชปฏิสัมพันธกับโล กแหงความเปนจริง หรือไมไดอยูกับสติ
เปนปราการดานสําคัญในการมีปฏิสัมพันธกับสิ่งรอบตัวสักเทาไหรแลว
ดังนั้นกลุมของขาพเจาจึงตองการสํารวจพฤติกรรมของนักเรียนชั้น ม .4-5 และหาสาเหตุของ
พฤติกรรมการใชสมารทโฟนของเด็กนักเรียนชั้น ม.4-5 ในโรงเรียนของเรา
1.2 การบูรณาการการใชหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับการสํารวจพฤติกรรมการใชสมารโฟนนักเรียนชั้น
ม.4-5
ประกอบดวย
ความพอประมาณ หาขอมูลที่เกี่ยวของกับการทําโครงงานไมมากหรือนอยเกินไป ใหเหมาะกับการ
ที่เราจะนํามาใชในการใหเหตุผลหรือสรุปผล
3หวง
ความมีเหตุผล ใชเหตุผลการการวิเคราะหการตั้งคําถามและการสรุปขอมูลแบบการประเมิน
การมีภูมิคุมกันที่ดีในตัวเอง รูจักการเลือกขอมูล คนควาและศึกษาผลกระทบจากแหลงขอมูลที่มี
ความนาเชื่อถือมากพอ
2
เงื่อนไขความรู : (รอบรู รอบคอบ ระมัดระวัง)
2 เงื่อนไข
การมีความรูในเรื่องของการใชสมารทโฟนอยางถูกวิธี มีความรอบคอบในการ ทํางานหรือเลือก
ขอมูลอยางถูกตอง ควรเลือก ขอมูลที่มีความนาเชื่อถือ และระมัดระวัง ไมใหตนเองสนใจสมารโฟนมาก
เกินไป เราควรสนใจสิ่งแวดลอม เพื่อไมใหเกิดอันตรายกับตนเองและคนรอบขาง
เงื่อนไขคุณธรรม: (ซื่อสัตยสุจริต สติปญญา ขยันอดทน แบงปน)
เราตองมีความซื่อสัตยตอตนเองที่จะไมใชสมารทโฟน ในการโกหกหลอกลวงเกี่ยวกับการสราง
ขอมูล ตองใชสติปญญาในการจัดทําหรือเลือกหาขอมูลที่มี ความถูกตอง อดทนในการทํางานหรือสิ่งที่
ยั่วยวนตาง ๆรวมทั้งรูจักแบงปนขอมูลหรือคําเตือนที่ดีตอผูคนที่เลนอินเตอรเน็ต
1.3 วัตถุประสงค
1. สํารวจพฤติกรรมของนักเรียนชั้น ม. 4-5
2. หาสาเหตุสวนมากที่ทําใหผูคนติดสมารทโฟน
1.4 ขอบเขตของโครงงาน
โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร กาญจนบุรี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4-5
1.5 ผลที่คาดวาจะไดรับ
1. สาเหตุของการใชสมารทโฟนของเด็กนักเรียน
2. แนวคิดหรือความคิดเห็นของบุคคลตางๆ ที่มีตอคนที่สนใจสมารทโฟนมากกวาสน
ใจคนรอบขาง
3
บทที่ 2
เอกสารที่เกี่ยวของ
2.1 สมารทโฟน เปรียบเสมือนคอมพิวเตอรขนาดพกพา มีทุกอยางที่คอมพิวเตอรมี เชน CPU
ความจําภายใน ฮารดดิสก (ซึ่งในโทรศัพทเรียกวา รอม ) เปนตน หากตองการติดตั้งระบบปฏิบัติการตางๆ
(ระบบ XP ในคอมพิวเตอร ระบบแอนดรอยดในโทรศัพทผูใชสามารถเลือกแอปพลิเคชั่นที่ตองการใชได
และสามารถสัมผัสกับประสบการณความอัจฉริยะใหมๆได แนนอนวา ปญหาที่สามารถเกิดขึ้นกับ
คอมพิวเตอรนั้น ก็สามารถเกิดขึ้นไดกับสมารทโฟนไดเชนกัน ถือเปนเหตุการณปกติ เชน หากใช
คอมพิวเตอรเปนระยะเวลานาน ระบบตางๆในคอมพิวเตอรก็จะเริ่มทํางานชาลง การติดตั้งแอพพลิเคชั่นที่
ไมไดมาตรฐานหรือมีพลังงานที่ไมเพียงพอก็สามารถทําใหเครื่องคางได หรือแมกระทั่งการติดไวรัสก็
สามารถสงผลใหระบบหรือขอมูลเสียหายไปได ดังนั้นผูใชควรสรางความเคยชินในการบํารุง รักษา
"โทรศัพท" ของทาน
2.2 social network เปนคําที่ใชเรียกคอนเซ็ปต “โครงสรางทางสังคม ” แบบหนึ่งที่เกิดจากการ
รวมตัวกันของคน ซึ่งคนสองคนจะเชื่อมตอถึงกันดวยหลายๆ ปจจัย เชน เปนเพื่อน , เปนเครือญาติ, มีความ
สนใจที่เหมือนกัน , มีความเชื่อที่เหมือนกัน , รวมทั้งการรวมตัวกันเพื่อแลกเปลี่ยนความรู ความคิด หรือ
ประสบการณ
- social network หรือ บริการเครือขายสังคม เปนรูปแบบของเว็บไซต ในการสรางเครือขายสังคม
สําหรับผูใชงานในอินเทอรเน็ต เขียนและอธิบายความสนใจ และกิจการที่ไดทํา และเชื่อมโยงกับความ
สนใจและกิจกรรมของผูอื่น ในบริการเครือขายสังคมมักจะประกอบไปดวย การแช็ต สงขอความ สงอีเมล
วิดีโอ เพลง อัปโหลดรูป บล็ อก การทํางานคือ คอมพิวเตอรเก็บขอมูลพวกนี้ไวในรูปฐานขอมูล sql สวน
video หรือ รูปภาพ อาจเก็บเปน ไฟลก็ได บริการเครือขายสังคมที่เปนที่นิยมไดแก ไฮไฟฟ มายสเปซ เฟ
ซบุก ออรกัต มัลติพลาย โดยเว็บเหลานี้มีผูใชมากมาย เชน เฟสบุคเปนเว็บไซตที่คนไทยใชมากที่สุด ในขณะ
ที่ออรกัตเปนที่นิยมมากที่สุดในประเทศอินเดีย ปจจุบัน บริการเครือขายสังคม มีผลประโยชนคือหาเงินจาก
การโฆษณา การเลนเกมโดยใชบัตรเติมเงิน
- ในทางจิตวิทยาเครือขายสังคมเปนหนึ่งในวิธีชักจูงที่งายที่สุด เนื่องจากขอมูลที่ผานชองทางนี้ จะ
ไปไดกวางและคอนขางเร็ว
4
- เครือขายสังคมเปนอันตรายตอความเปนสวนตัว เนื่องจากมีเหตุรายหลายประเภทที่สามารถ
เกิดขึ้นไดในเครือขายสังคม ฉะนั้นจึงไมควรเผยแพรขอมูลที่เปนสวนตัว รวมถึงไปสื่อตางๆ ที่ไมเหมาะสม
ถึงแมวาจะตั้งคาความเปนสวนตัวแลวก็ตาม
- ความเปนสวนตัว ในปจจุบันระบบการตั้งคาความเปนสวนตัวคอนขางจะละเอียดมากขึ้น แตใน
มุมหนึ่งก็เปนดาบสองคมเพราะวาการตั้งคาความเปนสวนตัวสูงก็มักจะมีผูไมหวังดีแอบเอาขอมูลปลอมหรือ
ทําในทางไมดีกับบุคคลเหลานั้นได โดยโซโชวเนตเวอรคตัวใหมๆมักจะมีระ บบความเปนสวนตัวที่ละเอียด
ยิ่งขึ้น ปญหาความเปนสวนตัวในหลายๆกรณีมักจะสื่อถึงจิตใจคนไดอยางมากรวมถึงระบบโซเชียล
เน็ตเวิรคเว็บไซตเกาๆนั้นที่จะตองมีระบบการเพิ่มรายชื่อเพื่อนกับการรับเพื่อน
- การแจงเตือนสําหรับบางเว็บไซตจะไมมีการแจงเตือนเชน วิกิพีเดี ย มายสเปซ ซึ่งการแจงเตือนคือ
เมื่อมีผูใชรายอื่นเคลื่อนไหวอะไรก็จะสงขอความมาถึงเรา เว็บไซตสวนใหญจะไมมีการแจงเตือนเรื่องการ
ลบเพื่อนออก
- การคุมครองเด็ก ในปจจุบันนี้เว็บไซตสวนใหญยังไมคอยจะมีระบบการคุมครองเด็กเทาที่ควร
เพราะยังเนนตองการโฆษณาเว็บไซต ซึ่งเปนอันตรายอยางมาก และรวมถึงทั้งแฟนเพจตางๆของเฟดบุกที่ไม
คุมครองอาจจะนําพาสูความไมดีตอเด็กเปนได
- การกอกวน เครือขายสังคมยอมมาพรอมกับการกอกวน เพราะเนื่องจากเกมสออนไลนเริ่มมีมา
กอน และการกอกวนนั้นจะกอใหเกิ ดความโมโหการรําคาญเพียงเพื่อความสนุก เชน การสรางบัญชีผูใช
ปลอม การใสภาพที่ไมเหมาะสม หรือการวาราย เปนตน
2.3 สังคมกมหนา หรือ Social Ignoreismซึ่งยืมคํายอมาจากเพื่อนชาวตางชาติวา “SI ลิซึ่ม“ และได
นิยามอาการของกลุมเสพติดไวในบทความ สังคมกมหนา (Social Ignore) วาคือคนกลุมที่เปนบุคคลประเภท
เสพติดขาวสารหรือเทคโนโลยี วางไมเกิน 5นาทีจะตองหยิบSmart Phone หรือ Tablet ขึ้นมาใชโดยไม
สนใจคนรอบขาง นอกจากอุปกรณของตนเองตลอดเวลา
5
1)
2.4 ผลกระทบ
มีผลทําใหเราใจรอน คาดหวังผลเร็วขึ้น อารมณหงุดหงิดงาย4
2)
แตเดิมในยุคที่เราสื่อสารดวยการ
สงจดหมายติดแสตมปตองใชเวลาเปนหลักวัน กวาที่จะสื่อสารกันไดหากวาเปนขามทวีปดวยแลวเปนหลัก
สัปดาหทีเดียว แตปจจุบันสงอีเมลขามทวีปไปแลวหากมองนาฬิกาแลวคิดวา อีกฝายนาจะตองตื่นแลว และ
ไมตอบมาในทันที อีกฝายก็รูสึกขุนมัวแลววาอีกฝายหายไปไหน ทําไมไมตอบ เพราะมีสมมุติฐานเบื้องตน
วา โลกหมุนเร็วแลวทุกคนตองเร็วเทากัน พอเกิดความคาดหวังแลวไมสมหวัง ก็เกิดอารมณขุนมัว และบอย
ๆ ครั้งก็ไมรูวา นั่นคือการเกิดโทสะขึ้นมาแลว เก็บความคับของใจกลายเปนอารมณตอไปอีก
ขาดสติ ขาดความรูตัวทั่วพรอม จนอาจจะกอเกิดอันตรายตอตนเองและผูอื่น 4 นอกเหนือไปจากนี้
การที่สังคมเราเปน “สังคมกมหนา” ใจลอย จิตไปจดจออยูกับเนื้อหา “คอนเทนต” บนหนาจอสมารทโฟน
และแท็บเล็ต จนไมเหลือปฏิสัมพันธกับโลกภาย นอก ทั้ง ๆ ที่บางทีอยูในภาวะที่จําเปนตองระมัดระวังตัว
เชน การขามถนน หรือขับรถอยูบนทางดวน นั้นเปนสิ่งที่สะทอนจิตใจแบบใด “ความรูตัวทั่วพรอม” ยังอยู
ครบดีหรือไม หรือวาจิตใจเราลอยไปอยูกับสิ่งอื่นและไมสามารถที่จะควบคุมดวยตนเองไดอีกตอไ ป
แลว แนนอนวาเทคโนโลยีตาง ๆ มีคุณูปการตอการผลักดันโลกไปขางหนา แตการใชและปลอยให
ฮารดแวร ซอฟตแวร แอพพลิเคชั่น ตาง ๆ มามีอิทธิพลเหนือ “ฮิวแมนแวร” หรือมนุษยผูมีศักยภาพในการ
ควบคุมจิตใจตนและใชจิตใจอันหนักแนนและมีทิศทางของตนในการใชประโยชนสิ่งตาง ๆ ที่กลาวมา ที่สุด
แลวเราก็กลายเปนเพียงทาสของฮารดแวรและซอฟตแวรที่เพื่อนมนุษยเราผลิตขึ้นมา แทนที่เราจะเปนนาย
เราจะกลายเปนบาวไปสมบูรณแบบ
6
บทที่ 3
วิธีการดําเนินงาน
วิธีการจัดทําโครงงาน
1. สังเกตพฤติกรรมการใชสมารทโฟนของนักเรียนชั้น ม.4-5 ในชีวิตประจําวันภายในโรงเรียน
2. ทําแบบสอบถามเพื่อสํารวจเกี่ยวกับการใชโทรศัพทในการเลนโซเชี่ยวของแตละบุคคล
3. แจกแบบสอบถามใหกับนักเรียนระดับชั้น ม.4-5
4. สรุปแบบสอบถาม
5. บันทึกผลการดําเนินงาน
6. อภิปรายผล
7
ตัวอยางแบบสอบถาม
พฤติกรรมการใชสมารทโฟนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4-5
โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระศรีนครินทร กาญจนบุรี
สวนที่ 1
คําชี้แจง โปรดทําเครื่องหมาย  ลงใน  หรือเติมขอความลงในชองวางตรงตามความเปนจริง
ขอมูลสวนบุคคลทั่วไป
1. เพศ  ชาย  หญิง
2. กําลังศึกษาอยูระดับชั้น  ม.4  ม.5
สวนที่ 2
คําชี้แจง โปรดทําเครื่องหมาย  ลงในชองที่ตรงตามความพฤติกรรมของคุณมากที่สุด
พฤติกรรมเกี่ยวกับการใชสมารทโฟน
1. คุณใชโทรศัพทประมาณกี่ชั่วโมงตอวัน
 2-4 ชั่วโมง  4-6 ชั่วโมง  มากกวา 6 ชั่วโมง
2. เหตุผลสวนมากในการใชสมารทโฟนของคุณ คืออะไร
 เลนเกม
 ทํางาน
 ถายรูป
 เลนบริการทางสังคม (Facebook,Line,Instagram,Twitter)
 ดูหนัง,รายการโปรด,ซีรี่ย,การตูน
 อื่น ๆ (ระบุ) ………………….
3. ภายใน 1 วัน หากคุณไมไดใชสมารทโฟน คุณจะมีอาการอยางไร
 ซึมเศรา
 สดใส ราเริง
 เฉย ๆ
 หงุดหงิด
 อื่น ๆ (ระบุ) ………………….
8
บทที่ 4
ผลการศึกษาคนควา
จากการสํารวจพฤติกรรมการใชสมารทโฟนของนักเรียนชั้น ม.4-5 ไดผล ดังนี้
ตารางที่ 4.1 ระยะเวลาการใชสมารทโฟนใน 1 วัน
ตารางที่ 4.2 เหตุผลสวนมากในการใชสมารทโฟนใน 1 วัน
ระยะเวลาการใชสมารทโฟนใน 1 วัน ม.4 ม.5
1. นักเรียนที่ใชสมารทโฟน2-4 ชั่วโมงตอวัน 13 8
2. นักเรียนที่ใชสมารทโฟน4-6 ชั่วโมงตอวัน 12 15
3. นักเรียนที่ใชสมารทโฟน6 ชั่วโมงขึ้นไปตอวัน - 2
เหตุผล ม.4 ม.5
เลนเกมส 9 7
ทํางาน 3 7
เซลฟ 1 2
ติดโซเชี่ยล (Facebook,Line,Instagram,Twitter) 4 6
ดูหนัง,ดูรายการโปรด,ดูซีรี่ย,ดูการตูน 8 3
อื่น ๆ - -
9
ตารางที่ 4.3 อาการของนักเรียนที่ไมไดใชสมารทโฟน ภายใน 1 วัน
อาการ ม.4 ม.5
ซึมเศรา - -
สดใส รางเริง 14 13
เฉย ๆ 7 8
หงุดหงิด 4 3
อื่น ๆ - 1
10
บทที่ 5
สรุป อภิปราย เสนอแนะ
สรุปผลการดําเนินงาน อภิปราย
จากตารางที่ 4.1 ระยะเวลาการใชสมารทโฟนใน 1 วัน
- นักเรียนที่ใชสมารทโฟน2-4 ชั่วโมงตอวัน ม.4 มีจํานวน 13 คน ม.5 มีจํานวน 8 คน
- นักเรียนที่ใชสมารทโฟน4-6 ชั่วโมงตอวัน ม.4 มีจํานวน 12 คน ม.5 มีจํานวน 15 คน
- นักเรียนที่ใชสมารทโฟน6 ชั่วโมงขึ้นไปตอวัน ม.4 ไมมีนักเรียนที่ใชสมารทโฟนนานถึง 6 ชม.
ม.5 มีจํานวน 2 คน
จากตารางที่ 4.2 เหตุผลสวนมากในการใชสมารทโฟนใน 1 วัน
- เลนเกม ม.4 มีจํานวน 9 คน ม.5 มีจํานวน 7 คน
- ทํางาน ม.4 มีจํานวน 3 คน ม.5 มีจํานวน 7 คน
- ถายรูป ม.4 มีจํานวน 1 คน ม.5 มีจํานวน 2 คน
- เลนบริการทางสังคม (Facebook,Line,Instagram,Twitter) ม.4 มีจํานวน 4 คน ม.5 มีจํานวน 6 คน
- ดูหนัง,รายการโปรด,ซีรี่ย,การตูน ม.4 มีจํานวน 4 คน ม.5 มีจํานวน 3 คน
- อื่น ๆ ม.4 ไมมีนักเรียนที่มีเหตุผลอื่น ม.5 มีจํานวน 1 คน (ใชในการโทร)
จากตารางที่ 4.3 อาการของนักเรียนที่ไมไดใชสมารทโฟน ภายใน 1 วัน
- มีอาการซึมเศราม.4 มีจํานวน 9 คน ม.5 มีจํานวน 7 คน
- มีอาการสดใส ราเริงม.4 มีจํานวน 14 คน ม.5 มีจํานวน 13 คน
- มีอาการเฉย ๆ ม.4 มีจํานวน 7 คน ม.5 มีจํานวน 8 คน
- มีอาการหงุดหงิดม.4 มีจํานวน 4 คน ม.5 มีจํานวน 3 คน
- มีอาการอื่น ๆม.4 ไมมีอาการอื่น ม.5 มีจํานวน 1 คน (มีอาการโมโหราย)
11
จากการสรุปผลการดําเนินงาน
ตารางที่ 4.1 ระยะเวลาการใชสมารทโฟนใน 1 วัน
- นักเรียนที่ใชสมารทโฟน2-4 ชั่วโมงตอวัน ม.4 มีจํานวนมากกวา ม.5
- นักเรียนที่ใชสมารทโฟน4-6 ชั่วโมงตอวัน ม.4 มีจํานวนนอยกวา ม.5
- นักเรียนที่ใชสมารทโฟน6 ชั่วโมงขึ้นไปตอวัน ม.4 มีจํานวนนอบฃยกวา ม.5
จากตารางที่ 4.2 เหตุผลสวนมากในการใชสมารทโฟนใน 1 วัน
- เลนเกม ม.4 มีจํานวน มากกวา ม.5
- ทํางาน ม.4 มีจํานวน นอยกวา ม.5
- ถายรูป ม.4 มีจํานวน นอยกวา ม.5
- เลนบริการทางสังคม (Facebook,Line,Instagram,Twitter) ม.4 มีจํานวนนอยกวา ม.5
- ดูหนัง,รายการโปรด,ซีรี่ย,การตูน ม.4 มีจํานวน มากกวา ม.5
- อื่น ๆ ม.4 มีจํานวนนอยกวา ม.5
จากตารางที่ 4.3 อาการของนักเรียนที่ไมไดใชสมารทโฟน ภายใน 1 วัน
- มีอาการซึมเศราม.4 มีจํานวนมากกวา ม.5
- มีอาการสดใส ราเริงม.4 มีจํานวนมากกวา 14 คน ม.5
- มีอาการเฉย ๆ ม.4 มีจํานวนนอยกวา ม.5
- มีอาการหงุดหงิดม.4 มีจํานวนมากกวา ม.5
- มีอาการอื่น ๆม.4 มีจํานวนนอยกวา ม.5
ขอเสนอแนะ
1. เพิ่มจํานวนนักเรียนที่ตองสํารวจใหมีจํานวนมากขึ้นเพื่อสังเกตพฤติกรรมไดอยางชัดเจน
2. ควรเผยแพรขอมูลเกี่วกับการใชสมารทโฟนที่ ถูกตองรวมทั้งผลกระทบและขอดีข อเสียในการ
ใชสมารทโฟน
12
บรรณานุกรม
- อําพร เรืองศรี.(พ.ศ. 2553).ระบบการศึกษาไทย. คนเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557,จาก
https://www.gotoknow.org/posts/174101.
Assumption College Thonburi.สังคมกมหนา ตนเหตุและทางออก. คนเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม
พ.ศ.2557 จาก
http://swis.act.ac.th/html_edu/cgibin/act/main_php/print_informed.php?id_count_inform=3758
ดร. รุจโรจน แกวอุไร.เราจะคิดโจทยวิจัย อะไรจากพฤติกรรม สังคมกมหนา.คนเมื่อวันที่ 2
ธันวาคม พ.ศ.2557 จาก https://www.gotoknow.org/posts/548278
กลุมภารกิจสารนิเทศ. สังคมกมหนา. คนเมื่อวันที่ 4
นันทวรรณ ผองมณี.ผลกระทบจากการใชโทรศัพทมือถือ. คนเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ.2557 จาก
9 ธันวาคม พ.ศ. 2557 จาก
http://www.pr.chula.ac.th/index.php/15-article/78-2014-05-19-01-32-52
http://www.ns.mahidol.ac.th/english/th/degree_bns/km_mobile.html
13
ภาคผนวก
14
รูปที่ 1 การรวบรวมรูปเลมโครงงาน
รูปที่ 2 การรวบรวมรูปเลมโครงงาน
15
รูปที่ 3 การสํารวจการใชสมารทโฟน
รูปที่ 4 การสํารวจการใชสมารทโฟน
16
จัดทําโดย
นายพฤฒพงศ ชาญวิทยา ม.5/2 เลขที่ 3
นางสาวขวัญจิรา โพธิ์ลอม ม.5/2 เลขที่ 28
นางสาวณัฐฐา ศรีอินทร ม.5/2 เลขที่ 30
นางสาวพิมพลภัส กลมทุกสิ่ง ม.5/2 เลขที่ 31
นางสาวเกสรา วัจนะ ม.5/2 เลขที่ 38

สำรวจพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนของนักเรียนชั้น ม.4 5

  • 1.
    โครงงานสํารวจ เรื่อง สํารวจพฤติกรรมการใชสมารทโฟนของ นักเรียนชั้น ม.4-5 จัดทําโดย นายพฤฒพงศชาญวิทยา ม.5/2 เลขที่ 3 นางสาวขวัญจิรา โพธิ์ลอม ม.5/2 เลขที่ 28 นางสาวณัฐฐา ศรีอินทร ม.5/2 เลขที่ 30 นางสาวพิมพลภัส กลมทุกสิ่ง ม.5/2 เลขที่ 31 นางสาวเกสรา วัจนะ ม.5/2 เลขที่ 38 รายวิชา IS โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร กาญจนบุรี ภาคเรียนที่ 2
  • 2.
    ก คํานํา โครงงานเรื่องนี้จัดทําขึ้นเพื่อสืบคนขอมูลเกี่ยวกับขอดี ขอเสีย หรือผลกระทบจากการ ใชโทรศัพท และสํารวจพฤติกรรมการใชสมารทโฟนของนักเรียน ม.4-5 ทั้งการเลนอินเตอรเน็ต การถายรูป การทํางาน หรือ การเลนเกม กลุมของขาพเจาหวังเปนอยางยิ่งวาการทําโครงงานสํารวจดี จะมีประโยชนตอผูที่ไดศึกษาและ สนใจ รวมทั้งนําไปปรับใชในชีวิตประจําวันไดอยางถูกตอง คณะผูจัดทํา
  • 3.
    ข กิตติกรรมประกาศ โครงงานนี้สําเร็จลุลวงไดดวยความกรุณาจาก ครูทรงศักดิ์ โพธิ์เอี่ยมครูผูสอนรายวิชา IS2 ที่คอย ใหคําเสนอแนะ แนวคิด คลอดจนการแกไขขอบกพรองตางๆ มาโดยตลอด จนโครงงานฉบับนี้เสร็จ สมบูรณ คณะผูจัดทําจึงขอกราบขอบพระคุณเปนอยางสูง ขอกราบขอบพระคุณคุณพอ คุณแม ผูปกครอง ที่คอยใหคําปรึกษาตางๆ รวมทั้งคอยเปนกําลังใจที่ดี เสมอมา ขอขอบคุณเพื่อนๆ ที่คอยชวยเหลือ ใหคําแนะนํา ในการทําโครงงานชิ้นนี้ สุดทายขอขอบใจนองๆ ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 ที่ใหความรวมมือในการสํารวจครั้งนี้ คณะผูจัดทํา
  • 4.
    ค สารบัญ เรื่อง หนา คํานํา ก กิตติกรรมประกาศข สารบัญ ค สารบัญตาราง ง บทที่ 1 บทนํา 1-2 1.1 ที่มาและความสําคัญของโครงงาน 1 1.2 การบูรณาการการใชหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 1-2 1.3วัตถูประสงค 2 1.4 ขอบเขตของโครงงาน 2 1.5 ผลที่คาดวาจะไดรับ 2 บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวของ 3-5 บทที่ 3 วิธีการดําเนินงาน 6-7 บทที่ 4 ผลการศึกษา 8-9 บทที่ 5 สรุป อภิปราย ขอเสนอแนะ 10-11 บรรณานุกรม 12 ภาคผนวก 13-15
  • 5.
    ง สารบัญตาราง เรื่อง หนา ตารางที่ 4.1ระยะเวลาการใชสมารทโฟนใน 1 วัน 8 ตารางที่ 4.2 เหตุผลสวนมากในการใชสมารทโฟนใน 1 วัน 8 ตารางที่ 4.3 อาการของนักเรียนที่ไมไดใชสมารทโฟน ภายใน 1 วัน 9
  • 6.
    1 บทที่ 1 บทนํา 1.1 ที่มาและความสําคัญของโครงงาน 1ในโลกปจจุบันไมวาจะเดินทางไปทางไหนกับครอบครัวเพื่อน พี่นอง หรือวามองไปที่คนรอบขาง มักจะเห็นแตละคนตางนั่งกมหนาอยูกับหนาจออุปกรณสื่อสารของตัวเองกันแทบทั้งสิ้น จึงทําใหเกิดศัพท บัญญัติใหมในโลกออนไลนชื่อ “สังคมกมหนา4 ” ซึ่งเปนปรากฏการณที่มีผลกระทบ ของทั่วโลกอยูไมนอย หากเรายังปลอยปละละเลยใหสังคมเปนเชนนี้ตอไป1 จากพฤติกรรมทางสังคมของผูคนในยุค Social Network ที่ผูคนตางกมหนาอยูกันอุปกรณ พกพา สวนตัว ไมวาจะเปนโทรศัพทมือถือ ไอแพด ไอโฟนแท็บเล็ต ตางๆ ซึ่งเราจะพบเห็นอยูไดทั่วไปวาผูคน เหลานี้ตาง งวนอยูกับการ แชท ผานไลน กับเพื่อนหรือกลุมเพื่อน การโพสตภาพอาหารที่กําลังจะทาน หรือ ทานเสร็จแลวผานหนาจอเฟสบุค หรือการกด Like กับเพื่อนที่โพสตกิจกรรมในกลุมเกือบจะทุกวินาที ทํา ใหไมไดสนใจพูดคุยกันในรานอาหาร เปนภาพที่ชินตา สําหรับสังคมบานเรา แมแตเวลาขามถนนหรืออยูกลางถนน ก็ยังจองมองไปที่ จอภาพ มากกวาที่จะระมัดระวังตัวจากภยันตรายรอบขาง บางทีไดรับสัญญาณก็ไมรับรู เพราะ สิ่งที่สําคัญ ที่สุดคือ ปฏิสัมพันธที่อยูบนโลกไซเบอร ไมใชปฏิสัมพันธกับโล กแหงความเปนจริง หรือไมไดอยูกับสติ เปนปราการดานสําคัญในการมีปฏิสัมพันธกับสิ่งรอบตัวสักเทาไหรแลว ดังนั้นกลุมของขาพเจาจึงตองการสํารวจพฤติกรรมของนักเรียนชั้น ม .4-5 และหาสาเหตุของ พฤติกรรมการใชสมารทโฟนของเด็กนักเรียนชั้น ม.4-5 ในโรงเรียนของเรา 1.2 การบูรณาการการใชหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับการสํารวจพฤติกรรมการใชสมารโฟนนักเรียนชั้น ม.4-5 ประกอบดวย ความพอประมาณ หาขอมูลที่เกี่ยวของกับการทําโครงงานไมมากหรือนอยเกินไป ใหเหมาะกับการ ที่เราจะนํามาใชในการใหเหตุผลหรือสรุปผล 3หวง ความมีเหตุผล ใชเหตุผลการการวิเคราะหการตั้งคําถามและการสรุปขอมูลแบบการประเมิน การมีภูมิคุมกันที่ดีในตัวเอง รูจักการเลือกขอมูล คนควาและศึกษาผลกระทบจากแหลงขอมูลที่มี ความนาเชื่อถือมากพอ
  • 7.
    2 เงื่อนไขความรู : (รอบรูรอบคอบ ระมัดระวัง) 2 เงื่อนไข การมีความรูในเรื่องของการใชสมารทโฟนอยางถูกวิธี มีความรอบคอบในการ ทํางานหรือเลือก ขอมูลอยางถูกตอง ควรเลือก ขอมูลที่มีความนาเชื่อถือ และระมัดระวัง ไมใหตนเองสนใจสมารโฟนมาก เกินไป เราควรสนใจสิ่งแวดลอม เพื่อไมใหเกิดอันตรายกับตนเองและคนรอบขาง เงื่อนไขคุณธรรม: (ซื่อสัตยสุจริต สติปญญา ขยันอดทน แบงปน) เราตองมีความซื่อสัตยตอตนเองที่จะไมใชสมารทโฟน ในการโกหกหลอกลวงเกี่ยวกับการสราง ขอมูล ตองใชสติปญญาในการจัดทําหรือเลือกหาขอมูลที่มี ความถูกตอง อดทนในการทํางานหรือสิ่งที่ ยั่วยวนตาง ๆรวมทั้งรูจักแบงปนขอมูลหรือคําเตือนที่ดีตอผูคนที่เลนอินเตอรเน็ต 1.3 วัตถุประสงค 1. สํารวจพฤติกรรมของนักเรียนชั้น ม. 4-5 2. หาสาเหตุสวนมากที่ทําใหผูคนติดสมารทโฟน 1.4 ขอบเขตของโครงงาน โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร กาญจนบุรี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4-5 1.5 ผลที่คาดวาจะไดรับ 1. สาเหตุของการใชสมารทโฟนของเด็กนักเรียน 2. แนวคิดหรือความคิดเห็นของบุคคลตางๆ ที่มีตอคนที่สนใจสมารทโฟนมากกวาสน ใจคนรอบขาง
  • 8.
    3 บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวของ 2.1 สมารทโฟนเปรียบเสมือนคอมพิวเตอรขนาดพกพา มีทุกอยางที่คอมพิวเตอรมี เชน CPU ความจําภายใน ฮารดดิสก (ซึ่งในโทรศัพทเรียกวา รอม ) เปนตน หากตองการติดตั้งระบบปฏิบัติการตางๆ (ระบบ XP ในคอมพิวเตอร ระบบแอนดรอยดในโทรศัพทผูใชสามารถเลือกแอปพลิเคชั่นที่ตองการใชได และสามารถสัมผัสกับประสบการณความอัจฉริยะใหมๆได แนนอนวา ปญหาที่สามารถเกิดขึ้นกับ คอมพิวเตอรนั้น ก็สามารถเกิดขึ้นไดกับสมารทโฟนไดเชนกัน ถือเปนเหตุการณปกติ เชน หากใช คอมพิวเตอรเปนระยะเวลานาน ระบบตางๆในคอมพิวเตอรก็จะเริ่มทํางานชาลง การติดตั้งแอพพลิเคชั่นที่ ไมไดมาตรฐานหรือมีพลังงานที่ไมเพียงพอก็สามารถทําใหเครื่องคางได หรือแมกระทั่งการติดไวรัสก็ สามารถสงผลใหระบบหรือขอมูลเสียหายไปได ดังนั้นผูใชควรสรางความเคยชินในการบํารุง รักษา "โทรศัพท" ของทาน 2.2 social network เปนคําที่ใชเรียกคอนเซ็ปต “โครงสรางทางสังคม ” แบบหนึ่งที่เกิดจากการ รวมตัวกันของคน ซึ่งคนสองคนจะเชื่อมตอถึงกันดวยหลายๆ ปจจัย เชน เปนเพื่อน , เปนเครือญาติ, มีความ สนใจที่เหมือนกัน , มีความเชื่อที่เหมือนกัน , รวมทั้งการรวมตัวกันเพื่อแลกเปลี่ยนความรู ความคิด หรือ ประสบการณ - social network หรือ บริการเครือขายสังคม เปนรูปแบบของเว็บไซต ในการสรางเครือขายสังคม สําหรับผูใชงานในอินเทอรเน็ต เขียนและอธิบายความสนใจ และกิจการที่ไดทํา และเชื่อมโยงกับความ สนใจและกิจกรรมของผูอื่น ในบริการเครือขายสังคมมักจะประกอบไปดวย การแช็ต สงขอความ สงอีเมล วิดีโอ เพลง อัปโหลดรูป บล็ อก การทํางานคือ คอมพิวเตอรเก็บขอมูลพวกนี้ไวในรูปฐานขอมูล sql สวน video หรือ รูปภาพ อาจเก็บเปน ไฟลก็ได บริการเครือขายสังคมที่เปนที่นิยมไดแก ไฮไฟฟ มายสเปซ เฟ ซบุก ออรกัต มัลติพลาย โดยเว็บเหลานี้มีผูใชมากมาย เชน เฟสบุคเปนเว็บไซตที่คนไทยใชมากที่สุด ในขณะ ที่ออรกัตเปนที่นิยมมากที่สุดในประเทศอินเดีย ปจจุบัน บริการเครือขายสังคม มีผลประโยชนคือหาเงินจาก การโฆษณา การเลนเกมโดยใชบัตรเติมเงิน - ในทางจิตวิทยาเครือขายสังคมเปนหนึ่งในวิธีชักจูงที่งายที่สุด เนื่องจากขอมูลที่ผานชองทางนี้ จะ ไปไดกวางและคอนขางเร็ว
  • 9.
    4 - เครือขายสังคมเปนอันตรายตอความเปนสวนตัว เนื่องจากมีเหตุรายหลายประเภทที่สามารถ เกิดขึ้นไดในเครือขายสังคมฉะนั้นจึงไมควรเผยแพรขอมูลที่เปนสวนตัว รวมถึงไปสื่อตางๆ ที่ไมเหมาะสม ถึงแมวาจะตั้งคาความเปนสวนตัวแลวก็ตาม - ความเปนสวนตัว ในปจจุบันระบบการตั้งคาความเปนสวนตัวคอนขางจะละเอียดมากขึ้น แตใน มุมหนึ่งก็เปนดาบสองคมเพราะวาการตั้งคาความเปนสวนตัวสูงก็มักจะมีผูไมหวังดีแอบเอาขอมูลปลอมหรือ ทําในทางไมดีกับบุคคลเหลานั้นได โดยโซโชวเนตเวอรคตัวใหมๆมักจะมีระ บบความเปนสวนตัวที่ละเอียด ยิ่งขึ้น ปญหาความเปนสวนตัวในหลายๆกรณีมักจะสื่อถึงจิตใจคนไดอยางมากรวมถึงระบบโซเชียล เน็ตเวิรคเว็บไซตเกาๆนั้นที่จะตองมีระบบการเพิ่มรายชื่อเพื่อนกับการรับเพื่อน - การแจงเตือนสําหรับบางเว็บไซตจะไมมีการแจงเตือนเชน วิกิพีเดี ย มายสเปซ ซึ่งการแจงเตือนคือ เมื่อมีผูใชรายอื่นเคลื่อนไหวอะไรก็จะสงขอความมาถึงเรา เว็บไซตสวนใหญจะไมมีการแจงเตือนเรื่องการ ลบเพื่อนออก - การคุมครองเด็ก ในปจจุบันนี้เว็บไซตสวนใหญยังไมคอยจะมีระบบการคุมครองเด็กเทาที่ควร เพราะยังเนนตองการโฆษณาเว็บไซต ซึ่งเปนอันตรายอยางมาก และรวมถึงทั้งแฟนเพจตางๆของเฟดบุกที่ไม คุมครองอาจจะนําพาสูความไมดีตอเด็กเปนได - การกอกวน เครือขายสังคมยอมมาพรอมกับการกอกวน เพราะเนื่องจากเกมสออนไลนเริ่มมีมา กอน และการกอกวนนั้นจะกอใหเกิ ดความโมโหการรําคาญเพียงเพื่อความสนุก เชน การสรางบัญชีผูใช ปลอม การใสภาพที่ไมเหมาะสม หรือการวาราย เปนตน 2.3 สังคมกมหนา หรือ Social Ignoreismซึ่งยืมคํายอมาจากเพื่อนชาวตางชาติวา “SI ลิซึ่ม“ และได นิยามอาการของกลุมเสพติดไวในบทความ สังคมกมหนา (Social Ignore) วาคือคนกลุมที่เปนบุคคลประเภท เสพติดขาวสารหรือเทคโนโลยี วางไมเกิน 5นาทีจะตองหยิบSmart Phone หรือ Tablet ขึ้นมาใชโดยไม สนใจคนรอบขาง นอกจากอุปกรณของตนเองตลอดเวลา
  • 10.
    5 1) 2.4 ผลกระทบ มีผลทําใหเราใจรอน คาดหวังผลเร็วขึ้นอารมณหงุดหงิดงาย4 2) แตเดิมในยุคที่เราสื่อสารดวยการ สงจดหมายติดแสตมปตองใชเวลาเปนหลักวัน กวาที่จะสื่อสารกันไดหากวาเปนขามทวีปดวยแลวเปนหลัก สัปดาหทีเดียว แตปจจุบันสงอีเมลขามทวีปไปแลวหากมองนาฬิกาแลวคิดวา อีกฝายนาจะตองตื่นแลว และ ไมตอบมาในทันที อีกฝายก็รูสึกขุนมัวแลววาอีกฝายหายไปไหน ทําไมไมตอบ เพราะมีสมมุติฐานเบื้องตน วา โลกหมุนเร็วแลวทุกคนตองเร็วเทากัน พอเกิดความคาดหวังแลวไมสมหวัง ก็เกิดอารมณขุนมัว และบอย ๆ ครั้งก็ไมรูวา นั่นคือการเกิดโทสะขึ้นมาแลว เก็บความคับของใจกลายเปนอารมณตอไปอีก ขาดสติ ขาดความรูตัวทั่วพรอม จนอาจจะกอเกิดอันตรายตอตนเองและผูอื่น 4 นอกเหนือไปจากนี้ การที่สังคมเราเปน “สังคมกมหนา” ใจลอย จิตไปจดจออยูกับเนื้อหา “คอนเทนต” บนหนาจอสมารทโฟน และแท็บเล็ต จนไมเหลือปฏิสัมพันธกับโลกภาย นอก ทั้ง ๆ ที่บางทีอยูในภาวะที่จําเปนตองระมัดระวังตัว เชน การขามถนน หรือขับรถอยูบนทางดวน นั้นเปนสิ่งที่สะทอนจิตใจแบบใด “ความรูตัวทั่วพรอม” ยังอยู ครบดีหรือไม หรือวาจิตใจเราลอยไปอยูกับสิ่งอื่นและไมสามารถที่จะควบคุมดวยตนเองไดอีกตอไ ป แลว แนนอนวาเทคโนโลยีตาง ๆ มีคุณูปการตอการผลักดันโลกไปขางหนา แตการใชและปลอยให ฮารดแวร ซอฟตแวร แอพพลิเคชั่น ตาง ๆ มามีอิทธิพลเหนือ “ฮิวแมนแวร” หรือมนุษยผูมีศักยภาพในการ ควบคุมจิตใจตนและใชจิตใจอันหนักแนนและมีทิศทางของตนในการใชประโยชนสิ่งตาง ๆ ที่กลาวมา ที่สุด แลวเราก็กลายเปนเพียงทาสของฮารดแวรและซอฟตแวรที่เพื่อนมนุษยเราผลิตขึ้นมา แทนที่เราจะเปนนาย เราจะกลายเปนบาวไปสมบูรณแบบ
  • 11.
    6 บทที่ 3 วิธีการดําเนินงาน วิธีการจัดทําโครงงาน 1. สังเกตพฤติกรรมการใชสมารทโฟนของนักเรียนชั้นม.4-5 ในชีวิตประจําวันภายในโรงเรียน 2. ทําแบบสอบถามเพื่อสํารวจเกี่ยวกับการใชโทรศัพทในการเลนโซเชี่ยวของแตละบุคคล 3. แจกแบบสอบถามใหกับนักเรียนระดับชั้น ม.4-5 4. สรุปแบบสอบถาม 5. บันทึกผลการดําเนินงาน 6. อภิปรายผล
  • 12.
    7 ตัวอยางแบบสอบถาม พฤติกรรมการใชสมารทโฟนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4-5 โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระศรีนครินทรกาญจนบุรี สวนที่ 1 คําชี้แจง โปรดทําเครื่องหมาย  ลงใน  หรือเติมขอความลงในชองวางตรงตามความเปนจริง ขอมูลสวนบุคคลทั่วไป 1. เพศ  ชาย  หญิง 2. กําลังศึกษาอยูระดับชั้น  ม.4  ม.5 สวนที่ 2 คําชี้แจง โปรดทําเครื่องหมาย  ลงในชองที่ตรงตามความพฤติกรรมของคุณมากที่สุด พฤติกรรมเกี่ยวกับการใชสมารทโฟน 1. คุณใชโทรศัพทประมาณกี่ชั่วโมงตอวัน  2-4 ชั่วโมง  4-6 ชั่วโมง  มากกวา 6 ชั่วโมง 2. เหตุผลสวนมากในการใชสมารทโฟนของคุณ คืออะไร  เลนเกม  ทํางาน  ถายรูป  เลนบริการทางสังคม (Facebook,Line,Instagram,Twitter)  ดูหนัง,รายการโปรด,ซีรี่ย,การตูน  อื่น ๆ (ระบุ) …………………. 3. ภายใน 1 วัน หากคุณไมไดใชสมารทโฟน คุณจะมีอาการอยางไร  ซึมเศรา  สดใส ราเริง  เฉย ๆ  หงุดหงิด  อื่น ๆ (ระบุ) ………………….
  • 13.
    8 บทที่ 4 ผลการศึกษาคนควา จากการสํารวจพฤติกรรมการใชสมารทโฟนของนักเรียนชั้น ม.4-5ไดผล ดังนี้ ตารางที่ 4.1 ระยะเวลาการใชสมารทโฟนใน 1 วัน ตารางที่ 4.2 เหตุผลสวนมากในการใชสมารทโฟนใน 1 วัน ระยะเวลาการใชสมารทโฟนใน 1 วัน ม.4 ม.5 1. นักเรียนที่ใชสมารทโฟน2-4 ชั่วโมงตอวัน 13 8 2. นักเรียนที่ใชสมารทโฟน4-6 ชั่วโมงตอวัน 12 15 3. นักเรียนที่ใชสมารทโฟน6 ชั่วโมงขึ้นไปตอวัน - 2 เหตุผล ม.4 ม.5 เลนเกมส 9 7 ทํางาน 3 7 เซลฟ 1 2 ติดโซเชี่ยล (Facebook,Line,Instagram,Twitter) 4 6 ดูหนัง,ดูรายการโปรด,ดูซีรี่ย,ดูการตูน 8 3 อื่น ๆ - -
  • 14.
    9 ตารางที่ 4.3 อาการของนักเรียนที่ไมไดใชสมารทโฟนภายใน 1 วัน อาการ ม.4 ม.5 ซึมเศรา - - สดใส รางเริง 14 13 เฉย ๆ 7 8 หงุดหงิด 4 3 อื่น ๆ - 1
  • 15.
    10 บทที่ 5 สรุป อภิปรายเสนอแนะ สรุปผลการดําเนินงาน อภิปราย จากตารางที่ 4.1 ระยะเวลาการใชสมารทโฟนใน 1 วัน - นักเรียนที่ใชสมารทโฟน2-4 ชั่วโมงตอวัน ม.4 มีจํานวน 13 คน ม.5 มีจํานวน 8 คน - นักเรียนที่ใชสมารทโฟน4-6 ชั่วโมงตอวัน ม.4 มีจํานวน 12 คน ม.5 มีจํานวน 15 คน - นักเรียนที่ใชสมารทโฟน6 ชั่วโมงขึ้นไปตอวัน ม.4 ไมมีนักเรียนที่ใชสมารทโฟนนานถึง 6 ชม. ม.5 มีจํานวน 2 คน จากตารางที่ 4.2 เหตุผลสวนมากในการใชสมารทโฟนใน 1 วัน - เลนเกม ม.4 มีจํานวน 9 คน ม.5 มีจํานวน 7 คน - ทํางาน ม.4 มีจํานวน 3 คน ม.5 มีจํานวน 7 คน - ถายรูป ม.4 มีจํานวน 1 คน ม.5 มีจํานวน 2 คน - เลนบริการทางสังคม (Facebook,Line,Instagram,Twitter) ม.4 มีจํานวน 4 คน ม.5 มีจํานวน 6 คน - ดูหนัง,รายการโปรด,ซีรี่ย,การตูน ม.4 มีจํานวน 4 คน ม.5 มีจํานวน 3 คน - อื่น ๆ ม.4 ไมมีนักเรียนที่มีเหตุผลอื่น ม.5 มีจํานวน 1 คน (ใชในการโทร) จากตารางที่ 4.3 อาการของนักเรียนที่ไมไดใชสมารทโฟน ภายใน 1 วัน - มีอาการซึมเศราม.4 มีจํานวน 9 คน ม.5 มีจํานวน 7 คน - มีอาการสดใส ราเริงม.4 มีจํานวน 14 คน ม.5 มีจํานวน 13 คน - มีอาการเฉย ๆ ม.4 มีจํานวน 7 คน ม.5 มีจํานวน 8 คน - มีอาการหงุดหงิดม.4 มีจํานวน 4 คน ม.5 มีจํานวน 3 คน - มีอาการอื่น ๆม.4 ไมมีอาการอื่น ม.5 มีจํานวน 1 คน (มีอาการโมโหราย)
  • 16.
    11 จากการสรุปผลการดําเนินงาน ตารางที่ 4.1 ระยะเวลาการใชสมารทโฟนใน1 วัน - นักเรียนที่ใชสมารทโฟน2-4 ชั่วโมงตอวัน ม.4 มีจํานวนมากกวา ม.5 - นักเรียนที่ใชสมารทโฟน4-6 ชั่วโมงตอวัน ม.4 มีจํานวนนอยกวา ม.5 - นักเรียนที่ใชสมารทโฟน6 ชั่วโมงขึ้นไปตอวัน ม.4 มีจํานวนนอบฃยกวา ม.5 จากตารางที่ 4.2 เหตุผลสวนมากในการใชสมารทโฟนใน 1 วัน - เลนเกม ม.4 มีจํานวน มากกวา ม.5 - ทํางาน ม.4 มีจํานวน นอยกวา ม.5 - ถายรูป ม.4 มีจํานวน นอยกวา ม.5 - เลนบริการทางสังคม (Facebook,Line,Instagram,Twitter) ม.4 มีจํานวนนอยกวา ม.5 - ดูหนัง,รายการโปรด,ซีรี่ย,การตูน ม.4 มีจํานวน มากกวา ม.5 - อื่น ๆ ม.4 มีจํานวนนอยกวา ม.5 จากตารางที่ 4.3 อาการของนักเรียนที่ไมไดใชสมารทโฟน ภายใน 1 วัน - มีอาการซึมเศราม.4 มีจํานวนมากกวา ม.5 - มีอาการสดใส ราเริงม.4 มีจํานวนมากกวา 14 คน ม.5 - มีอาการเฉย ๆ ม.4 มีจํานวนนอยกวา ม.5 - มีอาการหงุดหงิดม.4 มีจํานวนมากกวา ม.5 - มีอาการอื่น ๆม.4 มีจํานวนนอยกวา ม.5 ขอเสนอแนะ 1. เพิ่มจํานวนนักเรียนที่ตองสํารวจใหมีจํานวนมากขึ้นเพื่อสังเกตพฤติกรรมไดอยางชัดเจน 2. ควรเผยแพรขอมูลเกี่วกับการใชสมารทโฟนที่ ถูกตองรวมทั้งผลกระทบและขอดีข อเสียในการ ใชสมารทโฟน
  • 17.
    12 บรรณานุกรม - อําพร เรืองศรี.(พ.ศ.2553).ระบบการศึกษาไทย. คนเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557,จาก https://www.gotoknow.org/posts/174101. Assumption College Thonburi.สังคมกมหนา ตนเหตุและทางออก. คนเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ.2557 จาก http://swis.act.ac.th/html_edu/cgibin/act/main_php/print_informed.php?id_count_inform=3758 ดร. รุจโรจน แกวอุไร.เราจะคิดโจทยวิจัย อะไรจากพฤติกรรม สังคมกมหนา.คนเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ.2557 จาก https://www.gotoknow.org/posts/548278 กลุมภารกิจสารนิเทศ. สังคมกมหนา. คนเมื่อวันที่ 4 นันทวรรณ ผองมณี.ผลกระทบจากการใชโทรศัพทมือถือ. คนเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ.2557 จาก 9 ธันวาคม พ.ศ. 2557 จาก http://www.pr.chula.ac.th/index.php/15-article/78-2014-05-19-01-32-52 http://www.ns.mahidol.ac.th/english/th/degree_bns/km_mobile.html
  • 18.
  • 19.
  • 20.
  • 21.
    16 จัดทําโดย นายพฤฒพงศ ชาญวิทยา ม.5/2เลขที่ 3 นางสาวขวัญจิรา โพธิ์ลอม ม.5/2 เลขที่ 28 นางสาวณัฐฐา ศรีอินทร ม.5/2 เลขที่ 30 นางสาวพิมพลภัส กลมทุกสิ่ง ม.5/2 เลขที่ 31 นางสาวเกสรา วัจนะ ม.5/2 เลขที่ 38