โครงงานสารวจพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟน
บทที่ 1
บทนา
ที่มาและความสาคัญของโครงงาน
ปัจจุบันไม่ว่าจะเดินทางไปไหนมาไหนกับครอบครัว เพื่อน พี่น้อง หรือว่ามองไปที่
คนรอบข้างมักจะเห็นแต่ละคนต่างนั่งก้มหน้าอยู่กับหน้าจออุปกรณ์สื่อสารของตัวเองกันแทบ
ทั้งสิ้น จึงทาให้เกิดศัพท์บัญญัติใหม่ในโลกออนไลน์ชื่อ “สังคมก้มหน้า” ซึ่งเป็น
ปรากฏการณ์ที่มีผลกระทบอยู่ไม่น้อย หากเรายังปล่อยปละละเลยให้สังคมเป็นเช่นนี้ ต่อไป
แม้แต่เวลาข้ามถนนหรืออยู่กลางถนน ก็ยังจ้องมองไปที่จอภาพ มากกว่าที่จะระมัดระวังตัว
จากภยันตรายรอบข้าง บางทีได้รับสัญญาณก็ไม่รับรู้ เพราะ สิ่งที่สาคัญที่สุดคือ ปฏิสัมพันธ์
ที่อยู่บนโลกไซเบอร์ ไม่ใช่ปฏิสัมพันธ์กับโลกแห่งความเป็นจริง หรือไม่ได้อยู่กับสติ เป็น
ปราการด่านสาคัญในการมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งรอบตัวสักเท่าไหร่แล้ว
จากพฤติกรรมทางสังคมของผู้คนในยุค Social Network ที่ผู้คนต่างก้ม
หน้าอยู่กันอุปกรณ์ พกพาส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ ไอแพด ไอโฟน แท็บเล็ต
ต่างๆ ซึ่งเราจะพบเห็นอยู่ได้ทั่วไปว่าผู้คนเหล่านี้ ต่าง ง่วนอยู่กับการ แชท ผ่านไลน์ กับเพื่อน
หรือกลุ่มเพื่อน การโพสต์ภาพอาหารที่กาลังจะทาน หรือทานเสร็จแล้วผ่านหน้าจอเฟสบุ๊ค
หรือการกด Like กับเพื่อนที่โพสต์กิจกรรมในกลุ่มเกือบจะทุกวินาที ทาให้ไม่ได้สนใจ
พูดคุยกันในร้านอาหาร เป็นภาพที่ชินตา สาหรับสังคมบ้านเรา
ดังนั้นกลุ่มของข้าพเจ้าจึงต้องการสารวจพฤติกรรมของนักเรียนชั้น ม.5 และหา
สาเหตุของพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนของเด็กนักเรียนชั้น ม.5 ในโรงเรียนของเรา
วัตถุประสงค์
1.สารวจพฤติกรรมของนักเรียนชั้น ม. 4-5
2.หาสาเหตุส่วนมากที่ทาให้ผู้คนติดสมาร์ทโฟน
ขอบเขตของโครงงาน
โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ กาญจนบุรี
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-5
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1. สาเหตุของการใช้สมาร์ทโฟนของเด็กนักเรียน
2. แนวคิดหรือความคิดเห็นของบุคคลต่างๆ ที่มีต่อคนที่สนใจสมาร์ทโฟนมาก
กว่าสนใจคนรอบข้าง
บทที่ 2
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
คานิยามศัพท์
1.social network เป็นคาที่ใช้เรียกคอนเซ็ปต์ “โครงสร้างทางสังคม”
แบบหนึ่งที่เกิดจากการรวมตัวกันของคน ซึ่งเขาและเธอจะเชื่อมต่อถึงกันด้วยหลายๆ ปัจจัย
เช่น เป็นเพื่อนกัน, เป็นเครือญาติกัน, มีความสนใจที่เหมือนกัน, มีความเชื่อที่เหมือนกัน
, ตลอดจนรวมตัวกันเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิด หรือประสบการณ์
2.สังคมก้มหน้า หรือ Social Ignoreism ซึ่งเขายืมคาย่อมาจากเพื่อน
ชาวต่างชาติว่า SI ลิซึ่ม และได้นิยามอาการของกลุ่มเสพติดนี้ ไว้ในบทความ สังคมก้ม
หน้า (Social Ignore) ว่า คือคนกลุ่มที่เป็นบุคคลประเภทเสพติดข่าวสารหรือ
เทคโนโลยี ว่างไม่เกิน 5นาที
จะต้องหยิบSmart Phone หรือ Tablet ออกมากดๆ จิ้มๆ โดยไม่สนใจคน
รอบข้าง นอกจากอุปกรณ์ของตนเองตลอดเวลา
บทที่ 3
วิธีการดาเนินงาน
วิธีการจัดทาโครงงาน
1. รวบรวมรายชื่อนักเรียนระดับชั้น ม.4-5
2. ทาแบบสอบถามเพื่อสารวจเกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์ในการเล่นโซเชี่ยวของแต่ละบุคคล
3. แจกแบบสอบถามให้กับนักเรียนระดับชั้น ม.4-5
4. สรุปแบบสอบถาม
บทที่ 4
ผลการศึกษาค้นคว้า
จากการสารวจพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนของนักเรียนชั้น ม.4-5 ได้ผล ดังนี้
1.ระยะเวลาการใช้สมาร์ทโฟนใน 1 วัน
ระยะเวลาการใช้สมาร์ทโฟนใน 1 วัน ม.4 ม.5
1. นักเรียนที่ใช้สมาร์ทโฟน 2-4 ชั่วโมงต่อวัน
2. นักเรียนที่ใช้สมาร์ทโฟน 4-6 ชั่วโมงต่อวัน
3. นักเรียนที่ใช้สมาร์ทโฟน 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน
2. เหตุผลส่วนมากในการใช้สมาร์ทโฟนใน 1 วัน
เหตุผล ม.4 ม.5
เล่นเกมส์
ทางาน
เซลฟี่
ติดโซเชี่ยล
(Facebook,Line,Instagram,Twitter)
ติดคนในโทรศัพท์
ดูหนัง,รายการโปรด,ซีรี่ย์,การ์ตูน
อื่น ๆ
3. อาการของนักเรียนที่ไม่ได้ใช้สมาร์โฟน ภายใน 1 วัน
อาการ ม.4 ม.5
ซึมเศร้า
สดใส ร่างเริง
เฉย ๆ
หงุดหงิด
อื่น ๆ
บทที่ 5
สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ในโครงงาน “สารวจพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนของนักเรียนชั้นม.5”
ประกอบด้วย 3ห่วง
ห่วงที่1: พอประมาณ หมายถึง การใช้สมาร์ทโฟนสามารถใช้ได้แต่ควรใช้ให้เป็น
เวลา ใช้พอประมาณไม่ใช่ติดจนเกินไป ไม่ใช่ว่าว่างนิดว่างหน่อยก็หยิบขึ้นมาเล่น
ห่วงที่2: มีเหตุผล หมายถึง การใช้สมาร์ทโฟนมีประโยชน์อย่างไร ใช้แล้วทาให้เราได้
อะไรมากขึ้น
ห่วงที่3: มีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัวเอง หมายถึง เมื่อเราใช้สมาร์ทโฟนเราควรที่จะรู้จักใช้
มันให้เป็นประโยชน์ รู้จักหักห้ามใจไม่เล่นสมาร์ทโฟนจนมากเกินไป
2 เงื่อนไข
เงื่อนไขความรู้ : (รอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง)
การมีความรู้ในเรื่องของการใช้สมาร์ทโฟนอย่างถูกวิธี มีความรอบคอบในการใช้
สมาร์ทโฟนให้ไม่มากจนเกินไป และระมัดระวังไม่ให้มีการทอดทิ้งสิ่งรอบข้าง หรือสนใจ
หน้าจอสี่เหลี่ยมจนมากเกินไป
เงื่อนไขคุณธรรม: (ซื่อสัตย์สุจริต สติปัญญา ขยันอดทน แบ่งปัน)
เราต้องมีความซื่อสัตย์ต่อตนเองที่จะไม่ใช้สมาร์ทโฟนจนมากเกินเหตุ อดทน และมี
สติอยู่เสมอรู้จักแบ่งเวลา และแบ่งปันเวลาที่เราใช้สมาร์ทโฟนนั้นให้กับคนอื่นได้
โครงงาน Is2
โครงงาน Is2

โครงงาน Is2

  • 1.
  • 2.
    บทที่ 1 บทนา ที่มาและความสาคัญของโครงงาน ปัจจุบันไม่ว่าจะเดินทางไปไหนมาไหนกับครอบครัว เพื่อนพี่น้อง หรือว่ามองไปที่ คนรอบข้างมักจะเห็นแต่ละคนต่างนั่งก้มหน้าอยู่กับหน้าจออุปกรณ์สื่อสารของตัวเองกันแทบ ทั้งสิ้น จึงทาให้เกิดศัพท์บัญญัติใหม่ในโลกออนไลน์ชื่อ “สังคมก้มหน้า” ซึ่งเป็น ปรากฏการณ์ที่มีผลกระทบอยู่ไม่น้อย หากเรายังปล่อยปละละเลยให้สังคมเป็นเช่นนี้ ต่อไป แม้แต่เวลาข้ามถนนหรืออยู่กลางถนน ก็ยังจ้องมองไปที่จอภาพ มากกว่าที่จะระมัดระวังตัว จากภยันตรายรอบข้าง บางทีได้รับสัญญาณก็ไม่รับรู้ เพราะ สิ่งที่สาคัญที่สุดคือ ปฏิสัมพันธ์ ที่อยู่บนโลกไซเบอร์ ไม่ใช่ปฏิสัมพันธ์กับโลกแห่งความเป็นจริง หรือไม่ได้อยู่กับสติ เป็น ปราการด่านสาคัญในการมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งรอบตัวสักเท่าไหร่แล้ว
  • 3.
    จากพฤติกรรมทางสังคมของผู้คนในยุค Social Networkที่ผู้คนต่างก้ม หน้าอยู่กันอุปกรณ์ พกพาส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ ไอแพด ไอโฟน แท็บเล็ต ต่างๆ ซึ่งเราจะพบเห็นอยู่ได้ทั่วไปว่าผู้คนเหล่านี้ ต่าง ง่วนอยู่กับการ แชท ผ่านไลน์ กับเพื่อน หรือกลุ่มเพื่อน การโพสต์ภาพอาหารที่กาลังจะทาน หรือทานเสร็จแล้วผ่านหน้าจอเฟสบุ๊ค หรือการกด Like กับเพื่อนที่โพสต์กิจกรรมในกลุ่มเกือบจะทุกวินาที ทาให้ไม่ได้สนใจ พูดคุยกันในร้านอาหาร เป็นภาพที่ชินตา สาหรับสังคมบ้านเรา ดังนั้นกลุ่มของข้าพเจ้าจึงต้องการสารวจพฤติกรรมของนักเรียนชั้น ม.5 และหา สาเหตุของพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนของเด็กนักเรียนชั้น ม.5 ในโรงเรียนของเรา
  • 4.
    วัตถุประสงค์ 1.สารวจพฤติกรรมของนักเรียนชั้น ม. 4-5 2.หาสาเหตุส่วนมากที่ทาให้ผู้คนติดสมาร์ทโฟน ขอบเขตของโครงงาน โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์กาญจนบุรี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-5 ผลที่คาดว่าจะได้รับ 1. สาเหตุของการใช้สมาร์ทโฟนของเด็กนักเรียน 2. แนวคิดหรือความคิดเห็นของบุคคลต่างๆ ที่มีต่อคนที่สนใจสมาร์ทโฟนมาก กว่าสนใจคนรอบข้าง
  • 5.
    บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง คานิยามศัพท์ 1.social networkเป็นคาที่ใช้เรียกคอนเซ็ปต์ “โครงสร้างทางสังคม” แบบหนึ่งที่เกิดจากการรวมตัวกันของคน ซึ่งเขาและเธอจะเชื่อมต่อถึงกันด้วยหลายๆ ปัจจัย เช่น เป็นเพื่อนกัน, เป็นเครือญาติกัน, มีความสนใจที่เหมือนกัน, มีความเชื่อที่เหมือนกัน , ตลอดจนรวมตัวกันเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิด หรือประสบการณ์ 2.สังคมก้มหน้า หรือ Social Ignoreism ซึ่งเขายืมคาย่อมาจากเพื่อน ชาวต่างชาติว่า SI ลิซึ่ม และได้นิยามอาการของกลุ่มเสพติดนี้ ไว้ในบทความ สังคมก้ม หน้า (Social Ignore) ว่า คือคนกลุ่มที่เป็นบุคคลประเภทเสพติดข่าวสารหรือ เทคโนโลยี ว่างไม่เกิน 5นาที จะต้องหยิบSmart Phone หรือ Tablet ออกมากดๆ จิ้มๆ โดยไม่สนใจคน รอบข้าง นอกจากอุปกรณ์ของตนเองตลอดเวลา
  • 6.
    บทที่ 3 วิธีการดาเนินงาน วิธีการจัดทาโครงงาน 1. รวบรวมรายชื่อนักเรียนระดับชั้นม.4-5 2. ทาแบบสอบถามเพื่อสารวจเกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์ในการเล่นโซเชี่ยวของแต่ละบุคคล 3. แจกแบบสอบถามให้กับนักเรียนระดับชั้น ม.4-5 4. สรุปแบบสอบถาม
  • 7.
    บทที่ 4 ผลการศึกษาค้นคว้า จากการสารวจพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนของนักเรียนชั้น ม.4-5ได้ผล ดังนี้ 1.ระยะเวลาการใช้สมาร์ทโฟนใน 1 วัน ระยะเวลาการใช้สมาร์ทโฟนใน 1 วัน ม.4 ม.5 1. นักเรียนที่ใช้สมาร์ทโฟน 2-4 ชั่วโมงต่อวัน 2. นักเรียนที่ใช้สมาร์ทโฟน 4-6 ชั่วโมงต่อวัน 3. นักเรียนที่ใช้สมาร์ทโฟน 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน
  • 8.
    2. เหตุผลส่วนมากในการใช้สมาร์ทโฟนใน 1วัน เหตุผล ม.4 ม.5 เล่นเกมส์ ทางาน เซลฟี่ ติดโซเชี่ยล (Facebook,Line,Instagram,Twitter) ติดคนในโทรศัพท์ ดูหนัง,รายการโปรด,ซีรี่ย์,การ์ตูน อื่น ๆ
  • 9.
    3. อาการของนักเรียนที่ไม่ได้ใช้สมาร์โฟน ภายใน1 วัน อาการ ม.4 ม.5 ซึมเศร้า สดใส ร่างเริง เฉย ๆ หงุดหงิด อื่น ๆ
  • 10.
    บทที่ 5 สรุป อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ
  • 11.
    ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในโครงงาน “สารวจพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนของนักเรียนชั้นม.5” ประกอบด้วย 3ห่วง ห่วงที่1:พอประมาณ หมายถึง การใช้สมาร์ทโฟนสามารถใช้ได้แต่ควรใช้ให้เป็น เวลา ใช้พอประมาณไม่ใช่ติดจนเกินไป ไม่ใช่ว่าว่างนิดว่างหน่อยก็หยิบขึ้นมาเล่น ห่วงที่2: มีเหตุผล หมายถึง การใช้สมาร์ทโฟนมีประโยชน์อย่างไร ใช้แล้วทาให้เราได้ อะไรมากขึ้น ห่วงที่3: มีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัวเอง หมายถึง เมื่อเราใช้สมาร์ทโฟนเราควรที่จะรู้จักใช้ มันให้เป็นประโยชน์ รู้จักหักห้ามใจไม่เล่นสมาร์ทโฟนจนมากเกินไป
  • 12.
    2 เงื่อนไข เงื่อนไขความรู้ :(รอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง) การมีความรู้ในเรื่องของการใช้สมาร์ทโฟนอย่างถูกวิธี มีความรอบคอบในการใช้ สมาร์ทโฟนให้ไม่มากจนเกินไป และระมัดระวังไม่ให้มีการทอดทิ้งสิ่งรอบข้าง หรือสนใจ หน้าจอสี่เหลี่ยมจนมากเกินไป เงื่อนไขคุณธรรม: (ซื่อสัตย์สุจริต สติปัญญา ขยันอดทน แบ่งปัน) เราต้องมีความซื่อสัตย์ต่อตนเองที่จะไม่ใช้สมาร์ทโฟนจนมากเกินเหตุ อดทน และมี สติอยู่เสมอรู้จักแบ่งเวลา และแบ่งปันเวลาที่เราใช้สมาร์ทโฟนนั้นให้กับคนอื่นได้