1
นำเสนอในเวทีวิชำกำรเรื่อง “นำเสนอควำมก้ำวหน้ำงำนวิจัยภำยใต้โครงกำรคลังปัญญำฯ” จัดโดยโครงกำรคลังปัญญำเพื่ออภิวัตน์ประเทศไทย
ในยุคบูรพำภิวัตน์ วิทยำลัยรัฐกิจ มหำวิทยำลัยรังสิต ร่วมกับมูลนิธิสถำบันสร้ำงสรรค์ปัญญำสำธำรณะ โดยกำรสนับสนุนของสำนักงำนกองทุน
สนับสนุนกำรสร้ำงเสริมสุขภำพ (สสส.) ในวันอำทิตย์ที่ 28 ธันวำคม 2557 ณ ห้องประชุมลีลำวดี โรงแรมรำมำกำร์เด้นส์ กรุงเทพฯ
รายงานความก้าวหน้า
เรื่อง ยุทธศาสตร์การพัฒนาสู่ปี ค.ศ. 2030 ของ
ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ในกระแสบูรพาภิวัตน์
(Strategic Development towards 2030:
Australia and New Zealand under Easternization trends)
อาจารย์ ชาคริต เทียบเธียรรัตน์
รองคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
ความเป็นมาของโครงการ
แม้ว่ำจะเป็นประเทศที่มีชำวตะวันตกเป็นประชำกรหลักและอยู่ใกล้เอเชีย ประเทศออสเตรเลีย
และนิวซีแลนด์ ในช่วงก่อนสงครำมโลกครั้งที่2 มีนโยบำยที่จะใกล้ชิดกับนโยบำยของสหรำชอำณำจักร
และเครือจักรภพทั้งสิ้น เช่น กองทัพแอนแซคในยุทธกำรกัลลิโปลิในสงครำมโลกครั้งแรก หรือแม้แต่ใน
ช่วงแรกของสงครำมโลกครั้งที่สอง ซึ่งนโยบำยของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้มีบทบำทโอนเอียงไป
ทำงสหรำชอำณำจักร อย่ำงไรก็ตำม ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้มีโอกำสสัมผัสกับทวีปเอเชีย
ตะวันออกในช่วงอำณำนิคม โดยเฉพำะในช่วงสงครำมโลกครั้งที่สอง ซี่งได้เห็นทหำรออสเตรเลียและ
นิวซีแลนด์ ได้เข้ำมำรบในสมรภูมิเอเชียตะวันออก รวมทั้งกำรสร้ำงทำงรถไฟสำยมรณะที่แม่น้ำแคว
อย่ำงไรก็ตำม ในช่วงหลังสงครำมโลกประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ได้เข้ำมำมีส่วนร่วมกับเอเชีย
ตะวันออกผ่ำนโครงสร้ำงระหว่ำงประเทศเช่นสนธิสัญญำโคลัมโบ (ญี่ปุ่น พม่ำ ลำว มำเลเซีย ฟิลลิปปินส์
อินโดนีเซีย และไทยเป็นสมำชิกก่อนปี ค.ศ. 1960) ควำมมั่นคงห้ำชำติ (มำเลเซียและสิงคโปร์เป็น
สมำชิก) อย่ำงไรก็ตำม ประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ให้ควำมสำคัญกับภูมิภำคใกล้เคียงอย่ำง
เอเชียน้อยกว่ำ ภูมิภำคที่ห่ำงไกลเช่นอเมริกำหรือยุโรป ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงเอเชียกับออสเตรเลีย
นิวซีแลนด์ ในช่วง 30 ปีแรกหลังสงครำมโลกครั้งที่สอง เรำจะพบว่ำควำมสัมพันธ์จะเป็นด้ำนควำมมั่นคง
แทบทั้งสิ้น โดยประเทศญี่ปุ่นและไทยเป็นสองประเทศแรกในเอเชียที่มีควำมสัมพันธ์ทำงกำรฑูตในปี
ค.ศ. 1952 อย่ำงไรก็ตำมในช่วงปี ค.ศ. 1945-1975 ประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้ส่งทหำรเข้ำ
ร่วมในเอเชียเช่น สงครำมเกำหลี (ส่งทหำรรวม 3667 นำย เสียชีวิต 373 นำย บำดเจ็บ 1515 นำย สูญ
หำย 44 นำย โดยจับตัว 26 นำย) สงครำมเวียดนำม (ส่งทหำรรวม 8224 นำย เสียชีวิต 537 นำย
บำดเจ็บ 3316 นำย) นอกจำกนี้ยังมีส่วนร่วมในกำรคลี่คลำยควำมขัดแย้งในมลำยูและบอร์เนียว เป็นต้น
2
อย่ำงไรก็ตำม กำรเปลี่ยนแปลงของกำรเมืองโลกในช่วงทศวรรษที่ 70 มีผลต่อประเทศ
ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ โดยตรง กำรที่สหรำชอำณำจักรเข้ำสู่สหภำพยุโรป ส่งผลให้เกิดควำมจำเป็น
ของออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ในกำรหำคู่ค้ำรำยใหม่ เช่นสหรัฐอเมริกำ แคนำดำ สมำชิกเครือจักรภพ
ในช่วงทศวรรษแรก อย่ำงไรก็ตำม จำกควำมล้มเหลวในกำรปฎิรูประบบเบรตตั้นวู้ดในสหรัฐอเมริกำ
ส่งผลให้ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ต้องปรับนโยบำยหันมำสู่ประเทศในเอเชียตะวันออกมำกขึ้น โดยมี
ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกก่อนที่จะเริ่มควำมสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับประเทศในเอเชียตะวันออก อำทิ
เช่น สิงคโปร์ ไต้หวัน และ ประเทศไทย ควำมเปลี่ยนแปลงดังกล่ำวส่งผลมำยังทศวรรษที่ 80 โดยเฉพำะ
ประเทศออสเตรเลียในสมัยของนำยกรัฐมนตรี บ็อบ ฮอร์ค ได้เป็นแกนนำในกำรก่อตั้ง ควำมร่วมมือทำง
เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก หรือ เอเปก โดยมีประเทศ ออสเตรเลีย และ นิวซีแลนด์เป็นสมำชิกก่อตั้ง
ร่วมกับประเทศสหรัฐอเมริกำ และ แคนำดำ โดยมีประเทศร่วมก่อตั้งในเอเชีย คือ ญี่ปุ่น บรูไน
อินโดนีเซีย เกำหลีใต้ มำเลเซีย ฟิลลิปปินส์ สิงคโปร์ และประเทศไทย ในช่วง 3 ทศวรรษต่อมำคือ ปี
1975-2005 จะสำมำรถพบได้ว่ำ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้หันมำให้ควำมสำคัญกับประเทศในเอเชีย
ตะวันออกมำกขึ้นอย่ำงเห็นได้ชัด โดยในช่วงทศวรรษที่ 70-80 จะเห็นกำรเปลี่ยนแปลงจำกนโยบำยด้ำน
ควำมมั่นคงไปสู่ นโยบำยกำรค้ำ โดยสำมำรถแบ่งเป็นสองช่วงหลักคือ ช่วงก่อนวิกฤตต้มยำกุ้งคือ 1975-
1995 และช่วงหลังวิกฤตเศรษฐกิจเอเชีย 1995-2005 โดยเรำจะเห็นถึง นโยบำยและควำมเปลี่ยนแปลง
ในยุคที่สองซึ่งประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้เปิดประตูสู่เอเชีย เช่นกำรสร้ำงเอเปกของ
ออสเตรเลีย ในขณะที่ประเทศนิวซีแลนด์ได้อำศัยโอกำสที่ประธำนำธิบดี ริชำร์ด นิกสันเยือนสำธำรณรัฐ
ประชำชนจีน ในกำรสถำปนำควำมสัมพันธ์นิวซีแลนด์และจีน ผ่ำนนำย เรวิ อัลเลย์ ชำวนิวซีแลนด์ที่เป็น
สมำชิกระดับสูงของพรรคคอมมูนิสต์จีนและที่ปรึกษำของประธำนเหมำในปี ค.ศ.1972 ทำให้นิวซีแลนด์
เป็นประเทศโลกเสรีจำกฝั่งตะวันตกประเทศที่สำมตำมหลังประเทศอังกฤษและฝรั่งเศส ในขณะที่
ประเทศออสเตรเลียสถำปนำควำมสัมพันธ์กับจีนในปี ค.ศ. 1975 ในช่วงก่อนวิกฤตเศรษฐกิจเอเชีย
ประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้ผลักดันควำมสำคัญให้กับประเทศญี่ปุ่น เกำหลีใต้ ไทย สิงคโปร์
อินโดนีเซีย และ มำเลเซียเป็นอย่ำงมำก โดยเฉพำะทำงด้ำนกำรคมนำคมทำงอำกำศ ประเทศ
ออสเตรเลียในช่วงก่อนวิกฤตได้เลือกให้ไทยและสิงคโปร์เป็นฐำนบินของสำยกำรบินแควนตัส เพื่อเข้ำสู่
ยุโรป ในขณะที่นิวซีแลนด์เลือกประเทศสิงคโปร์เป็นฐำนกำรคมนำคมของตนเองสู่ประเทศต่ำงๆในเอเชีย
อย่ำงไรก็ตำมวิกฤตต้มยำกุ้งได้ส่งผลให้เกิดกำรชะลอตัวและปรับลดควำมสัมพันธ์ทำงเศรษฐกิจในช่วง
ทศวรรษดังกล่ำว
ภำยหลังจำกเกิดวิกฤตเศรษฐกิจอเมริกำและยุโรป หรือ แฮมเบอเกอร์ไครซิส ประเทศ
ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดและฟื้นตัวได้เร็วที่สุดจำกบรรดำประเทศที่พัฒนำ
แล้ว ส่งผลให้ในทศวรรษที่ 2005-2015 ประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้ตระหนักถึง Asian
Century หรือ ศตวรรษเอเชีย ซึ่งมำจำกคำกล่ำวของ เติ้ง เสี่ยวผิง (1993) ที่ว่ำ “[i]n recent years
people have been saying that the next century will be the century of Asia and the Pacific, as if
that were sure to be the case.” (หน้ำ 281) คำพูดดังกล่ำวทำให้เกิดกระแสที่เรียกว่ำ Asia Pacific
Century ซึ่งมีกำรแย้งจำก ลี กวนยิว (อ้ำงอิงจำก The Conversation, 20) ว่ำ “Australia was
destined to become the poor white trash of Asia”. นอกจำกนี้ กอร์ดอน บรำวน์ (2010) ได้กล่ำวใน
3
บทควำม Reviving the West ของ Project Syndicate ว่ำ “the West is now being out-produced,
out-manufactured, out-traded, and out-invested”, and leading international companies admit
that “the majority of their growth will come from Asia”. ดังนั้นสิ่งที่เรียกว่ำ Asia-Pacific Century
โดย เติ้ง เสี่ยวผิงนั้นได้ถูกปรับโดย กอร์ดอน บรำวน์ และ ลี กวนยิว ให้เป็นแนวคิด Asian Century ซึ่ง
แม้ว่ำจะเป็นแนวคิดที่หลวมๆ แต่เป็นกำรชี้ว่ำหำกศตวรรษที่ 19 เรียกได้ว่ำเป็น ศตวรรษของอังกฤษ
(British Century) ในขณะที่ศตวรรษที่20 เป็นศตวรรษของอเมริกำ (American Century) ในศตวรรษที่
21 คงต้องเป็นศตวรรษของเอเชีย (Asian Century) ด้วยเหตุดังกล่ำว ทำให้เห็นควำมตื่นตัวทำง
กำรเมือง และ เศรษฐกิจ จำกด้ำนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ มำยังเอเชียอย่ำงมำกขึ้นในช่วงทศวรรษที่
ผ่ำนมำและในช่วงทศวรรษต่อไป
วัตถุประสงค์ของโครงการ
1. เสริมสร้ำงและพัฒนำองค์ควำมรู้เกี่ยวกับนโยบำยกำรต่ำงประเทศ กำรค้ำ และ ควำมมั่นคงของ
ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ในปัจจุบันและอนำคตภำยใต้กระแสบูรพำภิวัตน์
2. ศึกษำกำรเปลี่ยนแปลงผ่ำนนโยบำยของประเทศของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ โดยเฉพำะนโยบำย
ต่อประเทศในเอเชีย
3. วิเครำะห์และสังเครำะห์ยุทธศำสตร์กำรพัฒนำของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์และให้ข้อเสนอแนะต่อ
กำรปรับตัวของไทยในอนำคต
ระเบียบวิจัย
งำนวิจัยดังกล่ำวจะเป็นกำรวิจัยแบบทุติยภูมิ (Secondary Research) เนื่องจำกกรอบระยะเวลำ
ที่จำกัดโดยมุ่งเน้นกำรนำข้อมูลต่ำงๆในต่ำงประเทศและประเทศไทยมำเรียบเรียง ประกอบกับ
ประสบกำรณ์ของนักวิจัยเองในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ โดยเฉพำะงำนวิจัยในอดีตที่เกี่ยวกับ
ชุมชนซึ่งอำจจะมีควำมสอดคล้องกับงำนแบบ ปฐมภูมิ (Primary Research) แต่เนื่องจำกไม่ได้มำจำก
กำรวิจัยที่เป็นหลักจึงไม่ใช้กรอบวิจัยแบบปฐมภูมิ งำนวิจัยนี้จะเป็นกำรวิจัยเชิงคุณภำพโดยมุ่งเน้นไปสู่
นโยบำยกำรต่ำงประเทศ นโยบำยควำมมั่นคง นโยบำยเศรษฐกิจ นโยบำยทำงสังคม และกำร
เปลี่ยนแปลงทำงกำยภำพของสังคมของออสเตรเลีย และ นิวซีแลนด์ เพื่อเพิ่มควำมเข้ำใจในสถำนกำรณ์
ของประเทศทั้งสองต่อเอเชีย นอกจำกนี้ข้อมูลทำงสถิติและตัวเลขที่เกี่ยวข้องและสำมำรถค้นพบจะนำมำ
ประกอบเข้ำกับงำนวิจัย ซึ่งแม้จะไม่เป็นงำนวิจัยเชิงปริมำณแต่ก็จะมีกำรนำฐำนข้อมูลทำงตัวเลขและ
สถิติมำร่วมไว้ในกำรวิจัยดังกล่ำว
ทบทวนวรรณกรรม
งำนทบทวนวรรณกรรมของงำนวิจัยชิ้นนี้จะประกอบด้วยทฤษฎีว่ำด้วย บูรพำภิวัตน์
(Easternization) เพื่อศึกษำถึงแนวทำงของภูมิรัฐศำสตร์ ของเศรษฐกิจโลกในศตวรรษที่ 21 โดยแนวคิด
บูรพำภิวัตน์ได้ชี้ชัดไปยัง กำรถดถอยของโลกตะวันตก ในขณะที่ประเทศทำงตะวันออกโดยเฉพำะเอเชีย
ตะวันออกได้มำเป็นศูนย์กำรผลิตและนวัตกรรมต่ำงๆ สิ่งสำคัญของคำว่ำนวัตกรรมนั้น ศำสตรำจำรย์
4
เอนก เหล่ำธรรมทัศน์ (2011) ได้กล่ำวใน บูรพำภิวัตน์ ว่ำ “ชำวตะวันออกกำลังรุกเข้ำสู่ทุกวงกำรที่เคย
เป็นอภิสิทธิ์หรือกำรผูกขำดของชำวตะวันตก” (หน้ำ 127) โดย สิ่งที่เรำเห็นได้ชัดคือกำรตอบรับใน
ทิศทำงเดียวกันจำก รำจัด แน็กซ์ (2011) กรรมกำรผู้อำนวยกำรของ ธนำคำรเพื่อกำรพัฒนำเอเชีย หรือ
เอดีบี ซึ่งกล่ำวถึงควำมสำคัญในกำรสร้ำงนวัตกรรมในเอเชีย เพื่อนำไปสู่ศตวรรษของเอเชีย โดยเรำจะ
เห็นได้ว่ำนวัตกรรมทำงเทคโนโลยี นวัตกรรมทำงวัฒนธรรม นวัตกรรมกำรศึกษำ ซึ่งสอดคล้องกับ
คิชอร์ มำบูบำนี (2014) คณบดี สถำบันลีกวนยิว ได้กล่ำวว่ำ “ประเทศจีนได้กลำยเป็นโรงงำนของโลก
ในขณะที่อินเดียเป็นออฟฟิสของโลก และ ฟิลลิปปินส์กำลังตำมเป็นประชำสัมพันธ์โลก ดังนั้นเอเชียต้อง
ให้ควำมสำคัญด้ำนกำรศึกษำ เพรำะกำรศึกษำแบบตะวันตกออกแบบมำเพื่อคนที่มีแนวคิดทำงตะวันตก
แต่ถ้ำนำมำบูรณำกำรกับเอเชีย เรำจะพบว่ำชำวเอเชียจำนวนมำกทำได้ดีกว่ำชำวตะวันตกเสียอีก“
กรอบสำคัญอีกกรอบหนึ่งของบูรพำภิวัตน์ที่ ศำสตรำจำรย์ ดร. เอนก เหล่ำธรรมทัศน์ (2011) ได้กล่ำว
ไว้คือควำมสำคัญของเมืองและอภิมหำนครทำงตะวันออก (หน้ำ 135) ซึ่งเรำคงไม่สำมำรถที่จะปฎิเสธได้
ว่ำในปัจจุบันนี้ ชุมชนเมืองได้ขยำยตัวอย่ำงรวดเร็วในประเทศของเอเชีย และแนวคิดดังกล่ำวได้
สอดคล้องกับ รำจัด แน็กซ์ (2011) ที่เชื่อว่ำประชำกรเมืองในเอเชียจะเพิ่มขึ้นจำกปัจจุบันถึง1เท่ำตัวใน
อนำคต ประกอบกับกำรจัดกำรทำงกำรคมนำคม ซึ่งศำสตรำจำรย์ ดร. เอนก ได้กล่ำวถึง ระเบียงเชื่อม
เมือง (หน้ำ 139) ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของเจมส์ เล็ตเตอร์ (2014) จำกธนำคำรเพื่อกำรพัฒนำเอเชีย
ซึ่งชี้ควำมสำคัญของกำรเชื่อมต่อ ทำงเศรษฐกิจของมหำนครในเอเชีย
บูรพำภิวัตน์ยังได้ให้ควำมสำคัญต่อ ยุทธศำสตร์ทำงกำรต่ำงประเทศ โดย ศ.ดร. เอนก (2011)
ได้กล่ำวถึงกำรปรับนโยบำยกำรฑูตของเอเชีย เช่นกำรสร้ำงควำมสัมพันธ์และกำรรวมกลุ่มในระดับ
ภูมิภำค (หน้ำ 162) ซึงสอดคล้องกับแน็กซ์ (2011) ซึ่งกล่ำวเน้นถึงควำมร่วมมือในระดับภูมิภำค โดย
แน๊กซ์ ได้พูดถึงควำมร่วมมือในกำรพัฒนำ Human Capital ผ่ำนกำรศึกษำ โดยสอดคล้องกับ ศ. ดร.
เอนก ที่กล่ำวถึง ศ.ดร. กฤษณพงศ์ กีรติกร (2012) ใน กำรศึกษำไทยในยุคบูรพำภิวัตน์ ว่ำ “กำรศึกษำ
วัดที่ชุมชน” (หน้ำ 10) ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของมำบูบำนี (2014) ที่เอเชียจำเป็นต้องสร้ำงนวัตกรรม
กำรศึกษำที่มีทั้งจุดเด่นของเอเชียและตะวันตก เพื่อให้ได้มำซึ่งกำรศึกษำที่มีศักยภำพและสำมำรถนำมำ
ประยุกต์หรือใช้พัฒนำในชุมชนได้อย่ำงแท้จริง เมื่อเรำนำบริบทดังกล่ำวของบูรพำภิวัตน์มำศึกษำ
ร่วมกับ ศตวรรษแห่งเอเชีย เรำจะสำมำรถอธิบำยควำมคล้ำยคลึงทำงแนวคิด เมื่อนำมำประยุกต์กับ
นโยบำยกำรต่ำงประเทศที่ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์มีต่อประเทศไทยเรำจะสำมำรถแบ่งเป็นประเด็น
ต่ำงๆได้ดังนี้
1. กรอบควำมสัมพันธ์ดั้งเดิม
a. นโยบำยต่ำงประเทศของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ต่อเอเชีย
b. นโยบำยควำมมั่นคงของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ต่อเอเชีย
c. นโยบำยเศรษฐกิจของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ต่อเอเชีย
2. บูรพำภิวัตน์และนวัตกรรมเอเชียและผลกระทบต่อออสเตรเลียและนิวซีแลนด์
a. สภำวะกำรเปลี่ยนแปลงทำงประชำกรเมือง/กำรเติบโตของเมือง
b. นวัตกรรมกำรศึกษำ
5
c. นวัตกรรมกำรเกษตรและทรัพยำกร
โดยจะนำกรอบทั้งหมดมำประยุกต์กับนโยบำยกำรต่ำงประเทศและในประเทศของออสเตรเลีย
และนิวซีแลนด์
ผลการศีกษา
กรอบความสัมพันธ์ดั้งเดิม
1. นโยบำยต่ำงประเทศของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ต่อเอเชีย
จำกนโยบำยกำรต่ำงประเทศของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์นั้นเป็นที่ชัดเจน
จำกเอกสำร Australian White Paper จำกปี ค.ศ. 2012 ว่ำด้วย Australia in the Asian
Century โดยผ่ำนกำรเห็นชอบจำกนำยกรัฐมนตรี จูเลีย จิลลำร์ด ในขณะที่ประเทศ
นิวซีแลนด์ได้ออก White Paper ชื่อ Our Future with Asia ในรัฐบำลของนำยกรัฐมนตรี เฮ
เลน คล้ำก เช่นกัน เอกสำรทั้ง2ฉบับบ่งชี้ถึงควำมสำคัญของเอเชียต่อประเทศออสเตรเลีย
และนิวซีแลนด์อย่ำงหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพำะออสเตรเลียที่ใช้คำว่ำ ศตวรรษของเอเชีย
อย่ำงชัดเจนในเอกสำรรำชกำร โดยในหน้ำที่ 29 ของ Australia in the Asian Century ได้
กล่ำวถึงประเด็นหลักที่จะนำไปสู่ The Rise of Asia โดยได้มีข้อสรุปต่อประเทศต่ำงๆเช่น
จีนกับย่ำงก้ำวที่มั่นคงในระบบกำรค้ำโลก (หน้ำ 37) อินเดียกับกำรเป็นศูนย์กลำงด้ำนกำร
บริกำร (หน้ำ42) ซึ่งสอดคล้องกับมำบูบำนี (2014) ทำให้ออสเตรเลียมีนโยบำยในตำแหน่ง
ของข้ำรำชกำรกระทรวงกำรต่ำงประเทศออสเตรเลียถึง 42% ในทวีปเอเชีย เมื่อวัดกับทวีป
อื่นๆเช่น ยุโรป 16% ตะวันออกกลำงและแอฟริกำ 14% อเมริกำ 11% นิวซีแลนด์และ
แปซิฟิกใต้ 10% อื่นๆ 7% (หน้ำ254) โดยวัดตำมตำแหน่งในประเทศต่ำงๆคือ ญี่ปุ่น 45
ตำแหน่งงำน มำกกว่ำในสหรัฐอเมริกำที่มี 42 ตำแหน่งงำน ตำมด้วยจีน, เกำหลีใต้, และ
อินโดนีเซีย ที่มีถึงแห่งละ 40 ตำแหน่งงำน ในขณะที่อินเดีย และ สหรำชอำณำจักรมี
ตำแหน่งงำนเท่ำกันที่ 35 ตำแหน่ง (หน้ำ 255) ซึ่วเพียงพอที่จะเป็นดัชนีชี้วัดที่สำคัญของ
ออสเตรเลียต่อเอเชีย นอกจำกนี้ประเทศออสเตรเลียยังอยู่ในกรอบ ASEAN+6 รวมถึงทำ
สนธิสัญญำกำรค้ำเสรีกับประเทศไทยและสิงคโปร์
ทำงด้ำนประเทศนิวซีแลนด์ได้ทำ White Paper ในปี ค.ศ. 2007 โดยได้
กล่ำวถึงควำมสำคัญของเอเชียโดยชี้ถึงตลำดกำรค้ำที่ใหญ่ที่สุด 20 ประเทศนั้นเป็นเอเชีย
อยู่ 10 ประเทศ (หน้ำ12) โดยในเอกสำร Our Future with Asia ยังชี้ถึงจำนวนตำแหน่งของ
ข้ำรำชกำรนิวซีแลนด์ในต่ำงประเทศ จะมีถึง 35% ของตำแหน่งทั้งหมดอยู่ในทวีปเอเชียซึ่ง
ถือว่ำเป็นสัดส่วนที่มำกที่สุด (หน้ำ 17) นอกจำกนี้รัฐบำลนิวซีแลนด์ยังมีนโยบำย Being a
good neighbour โดยมุ่งเน้นทำงด้ำนเงินช่วยเหลือ (Overseas Development Aid) ผ่ำน
องค์กร NZAid (หน้ำ 27) โดยมี6 กรอบควำมร่วมมือคือ Disaster Reliefs and
Humanitarian Assistance โดยมุ่งเน้นควำมช่วยเหลืออุทกภัยโดยเฉพำะในพื้นที่ Pacific
Ring of Fire เช่นฟิลลิปปินส์ อินโดนีเซีย รวมถึงญี่ปุ่น เป็นหลัก, Conflict Prevention and
6
Poverty reduction เป็นโครงกำรพัฒนำควำมยำกจนเช่นในประเทศติมอร์ตะวันออก เกำะ
มินดำเนำในฟิลลิปปินส์ และ เกำะมำลูกูในอินโดนีเซีย, Human Rights Promotion โดย
มุ่งเน้นไปยังกัมพูชำ ลำว และ อินโดนีเซีย, Human resources development and
Capacity building โดยมำกเป็นทุนเพื่อกำรพัฒนำทรัพยำกรมนุษย์ ซึ่งแต่เดิมมุ่งเน้นไปยัง
ภำคอีสำนของประเทศไทย ก่อนที่จะขยำยไปยัง มณฑลยูนนำนในประเทศจีน ประเทศ
เวียดนำม ประเทศลำวและประเทศพม่ำ, English language training โดยเน้นกำรฝึกอบรม
ทักษะภำษำอังกฤษให้ข้ำรำชกำรในเอเชีย, และ Trade training ซึ่งมุ่งเน้นไปยังกำรพัฒนำ
ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (หน้ำ 28)
จำกเอกสำร White Paper ของประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์จะเห็นได้ชัด
เกี่ยวกับกำรพัฒนำทำงนโยบำยซึ่งหันมำให้ควำมสำคัญกับประเทศในเอเชียอย่ำงเห็นได้ชัด
ในปัจจุบันประเทศออสเตรเลียได้เปิดควำมสัมพันธ์ทำงกำรฑูตในเอเชียและมีสถำนเอกอัคร
รำชฑูตหรือข้ำหลวงใหญ่ทั้งหมด 20 ประเทศได้แก่ บังคลำเทศ บรูไน พม่ำ กัมพูชำ จีน
ติมอร์ตะวันออก อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกำหลีใต้ ลำว มำเลเซีย เนปำล ปำกีสถำน ฟิล
ลิปปินส์ สิงคโปร์ ศรีลังกำ ไต้หวัน ไทย และ เวียดนำม
นอกจำกนี้ยังมีสถำนกงสุล 17 แห่งได้แก่ ประเทศจีน 4 แห่งคือ เซี่ยงไฮ้ กวำง
เจำ ฮ่องกง และ เฉิงตู ประเทศอินเดีย 2 แห่งคือ มุมไบ กับ เชนไน ประเทศอินโดนีเซีย 1
แห่งที่ เกำะบำหลี ประเทศญี่ปุ่น 3 แห่งคือ โอซำก้ำ ฟุกุโอกะ และ ซัปโปโร ประเทศเกำหลี
ใต้ 1 แห่งที่ บูซำน ประเทศมำเลเซีย 3 แห่งที่ ปีนัง คูชิง และ โคตำคินำบำรู ประเทศไทย 2
แห่ง ที่ เชียงใหม่ และ เกำะสมุย ประเทศเวียดนำม 1 แห่ง
ในขณะที่กรุงแคนเบอร่ำ ได้มีประเทศต่ำงๆในเอเชีย 22 ประเทศ ได้ตั้งสถำน
เอกอัครรำชฑูตคือ อัฟกำนิสถำน บังคลำเทศ บรูไน พม่ำ กัมพูชำ จีน ติมอร์ตะวันออก
อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกำหลีใต้ ลำว มำเลเซีย มองโกเลีย เนปำล ปำกีสถำน ฟิล
ลิปปินส์ สิงคโปร์ ศรีลังกำ ไต้หวัน ไทย และ เวียดนำม
ทำงด้ำนประเทศนิวซีแลนด์ได้เปิดควำมสัมพันธ์ทำงกำรฑูตกับประเทศใน
เอเชียโดยมีสถำนเอกอัครรำชฑูตหรือกงสุลใหญ่ทั้งสิ้น 16 ประเทศคือ อัฟกำนิสถำน บรูไน
จีน อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มำเลเซีย พม่ำ ปำกีสถำน ฟิลลิปปินส์ สิงคโปร์ เกำหลีใต้
ไต้หวัน ไทย ติมอร์ตะวันออก และ เวียดนำม
นอกจำกนี้ยังมีสถำนกงสุล 11 แห่งได้แก่ ประเทศจีน 4 แห่งคือ เซี่ยงไฮ้ กวำง
เจำ ฮ่องกง และ เฉิงตู ประเทศอินเดีย 3 แห่งคือ มุมไบ และ เชนไน ประเทศญี่ปุ่น 4 แห่ง
คือ โอซำก้ำ นำโกย่ำ ฟุกุโอกะ และ ซัปโปโร
ในขณะที่กรุงเวลลิงตัน ได้มีประเทศต่ำงๆในเอเชีย 13 ประเทศ ได้ตั้งสถำนเอก
อัครรำชฑูตคือ จีน อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกำหลีใต้ มำเลเซีย ปำกีสถำน ฟิลลิปปินส์
สิงคโปร์ ไต้หวัน ไทย ติมอร์ตะวันออก เวียดนำม
7
2. นโยบำยควำมมั่นคงของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ต่อเอเชีย
ประเทศออสเตรเลีย และ นิวซีแลนด์ได้มีบทบำทด้ำนควำมมั่นคงทำงกำรทหำร
กับเอเชียอย่ำงต่อเนื่อง โดย เอกสำร Defense Issues Paper ของกระทรวงกลำโหม
ออสเตรเลีย (2014) ได้กล่ำวถึงแนวทำงควำมมั่นคงของออสเตรเลียเกี่ยวกับประเทศต่ำงๆ
โดยออสเตรเลียมุ่งเน้นควำมสำคัญทำงควำมมั่นคงให้กับประเทศสหรัฐอเมริกำ เนื่องจำก
ฉันทำมติจำกประชำชนออสเตรเลียโดยมำกมีควำมเชื่อมั่นในทัศนคติของประเทศโลกเสรี
โดยเฉพำะวัฒนธรรม ประชำธิปไตย และที่สำคัญที่สุดคือเครือข่ำยข่ำวกรองที่มีควำม
ร่วมมือมำเป็นระยะเวลำนำน (หน้ำ 17) โดยได้สร้ำงเครือข่ำยข่ำวกรองเรียกว่ำ Five Eyes
Countries โดยมีภำคีคือ CIA ของสหรัฐอเมริกำ, MI6 ของสหรำชอำณำจักร, ASIS ของ
ออสเตรเลีย, CSIS/SCRS ของแคนำดำ, และ SIS ของนิวซีแลนด์ (หน้ำ 17) โดยประเทศ
ออสเตรเลียมีกำลังพลทั้งสิ้น 56,922 นำย แบ่งเป็นกองทัพบก 29,010 นำย ทหำรอำกำศ
13,991 นำย ทหำรเรือ 13,921 นำย (หน้ำ 29) โดยมีงบประมำณเป็น 1.8% ของ GDP คือ
29,222,800,000 ดอลล่ำห์สหรัฐ ซึ่งสูงเป็นอันดับที่ 13 ของโลก (หน้ำ 30) แม้ว่ำ
ออสเตรเลียจะเป็นกองทัพที่มีกำลังพลน้อย แต่อำวุธยุทโธปกรณ์ของออสเตรเลียอยู่ใน
เกณฑ์ที่สูงมำก เนื่องจำกเป็นประเทศอุตสำหกรรมหลักของโลกประเทศหนึ่ง กองทัพ
ออสเตรเลียยังสร้ำงอำวุธหนักได้เองควบคู่ไปกับอำวุธรุ่นล่ำสุดของสหรัฐอเมริกำ เช่น
กองทัพบกของออสเตรเลียใช้รถถังหนัก M1A1 Abrams ซึ่งเป็นมำตรฐำนเดียวกับ
กองทัพบกและกองพลนำวิกโยธินของสหรัฐอเมริกำ 59 คัน รถถัง M113 มำตรฐำนเดียวกับ
กองทัพบกสหรัฐอเมริกำและกองทัพไทยถึง 431 คัน รถหุ้มเกรำะต่อเอง ASLAV ถึง 253
คัน รถหุ้มเกรำะเบำต่อเองรุ่น Bushmaster จำนวน 737 คันและกำลังผลิตเพิ่มอีก 119 คัน
และยังผลิตปืนไรเฟิลในกำรรบรุ่น F88 ด้วยตนเอง (หน้ำ 35)
กองทัพอำกำศออสเตรเลียเป็นกองทัพที่มีขนำดใหญ่เป็นอันดับที่ 2 แต่มี
ศักยภำพที่สูงมำก โดยได้ทำกำรสั่งซื้อเครื่องบินรบ F-35 Lighting II Stealth ซึ่งเป็น
เครื่องบินรบรุ่นล่ำสุดของสหรัฐอเมริกำ ประจำกำรแล้ว2ลำและกำลังผลิตเพื่อจัดส่งอีก 70
ลำ เครื่องบินรบ F-18 Hornet / Super Hornet/ Growler ซึ่งเป็นเครื่องบินรบหลักของ
กองทัพสหรัฐอเมริกำ 106 ลำ เครื่องบินขนทหำร Boeing C17A Globemaster รุ่นเดียวกับ
กองทัพสหรัฐอเมริกำ 6 ลำและรอกำรส่งมอบอีก 8 ลำ ทำให้กำลังรบทำงอำกำศของ
ออสเตรเลียมีควำมเข้มแข็งมำกกองทัพหนึ่ง (หน้ำ 38)
กองทัพเรือออสเตรเลียเป็นกองทัพที่มีกำลังพลน้อยที่สุด แต่มีศักยภำพทำงกำร
รบที่สูงมำก อำวุธจำนวนมำกสำมำรถผลิตได้เองในประเทศออสเตรเลีย จำกเอกสำร
Defense Issues Paper ของรัฐบำลออสเตรเลีย (2014) กองทัพเรือออสเตรเลีย มีเรือรบฟริ
เกตผลิตเองรุ่นแอนแซก 8 ลำ เรือรบต่อเองโดยอำศัยเทคโนโลยีของเรือฟริเกตรุ่น Oliver
Hazard Perry ของสหรัฐอเมริกำ โดยเรียกว่ำรุ่น Adelaide จำนวน 4 ลำ เรือดำน้ำรุ่น
Collins ซึ่งมำจำกเทคโนโลยีของเรือดำน้ำสวีเดน ค้อคคูม ไทป์471 จำนวน 6 ลำ และมีแผน
8
หำเรือดำน้ำรุ่นใหม่กว่ำหรือพัฒนำรุ่นใหม่อีก12ลำ เรือขนเฮลิคอปเตอร์รุ่นแคนเบอร่ำ 1 ลำ
และกำลังผลิตอยู่อีก1ลำ (หน้ำ31) ซึ่งหำกดูกำลังรบทำงทะเลแล้ว ออสเตรเลียเป็นประเทศ
หนึ่งซึ่งมีกำลังรบที่แข็งแรง
อย่ำงไรก็ตำมนโยบำยควำมมั่นคงของออสเตรเลียได้พยำยำมที่จะแยกตนเอง
ออกจำกควำมขัดแย้งที่น่ำจะเป็นระหว่ำงจีนกับสหรัฐอเมริกำ โดยที่จะพยำยำมหลีกเลี่ยง
ควำมขัดแย้งกับประเทศจีน (หน้ำ 16) ในส่วนของมำเลเซียกับสิงคโปร์ ออสเตรเลียยังคง
ดำเนินกำรตำมพันธมิตรห้ำชำติและควำมร่วมมือทำงกำรทหำร (หน้ำ 17) นอกจำกนี้
ออสเตรเลียได้ทำกำรฝึกร่วมกำรต่อต้ำนก่อกำรร้ำยกับประเทศฟิลลิปปินส์ และพิจำรณำ
ควำมร่วมมือกับอินโดนีเซียให้มำกกว่ำควำมร่วมมือทำงกำรทหำร ส่วนประเทศพม่ำและ
เวียดนำมจะเป็นประเทศที่อยู่ในกรอบกำรเพิ่มควำมร่วมมือ ในขณะที่ประเทศเกำหลีใต้ได้มี
ควำมร่วมมือกับออสเตรเลียในระดับที่ดีมำก ประเทศออสเตรเลียยังกล่ำวถึงควำมร่วมมือ
ทำงกองทัพกับกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นโดยเฉพำะกรอบกำรปฎิบัติกำรสันติภำพ
ร่วมกัน และควำมร่วมมือในกำรถ่ำยโอนเทคโนโลยีทำงกำรทหำรและกำรผลิตอำวุธร่วมกัน
(หน้ำ 17) อย่ำงไรก็ตำมในเอกสำรดังกล่ำวได้กล่ำวถึงควำมร่วมมือ กำรซ้อมรบ และ กำร
ปฎิบัติกำรร่วมกับประเทศไทยอย่ำงใกล้ชิดจนกระทั่งถึงกำรรัฐประหำรโดยพลเอกประยุทธ
จันทร์โอชำ ซึ่งทำให้หยุดชะงักไปเป็นกำรชั่วครำว (หน้ำ 17)
ประเทศนิวซีแลนด์เป็นประเทศขนำดเล็ก โดยอ้ำงอิงจำกเอกสำร Defense
White Paper ของรัฐบำลนิวซีแลนด์ (2010) ได้มองบทบำทของกองทัพนิวซีแลนด์ให้มี
บทบำททำงควำมมั่นคงในแปซิฟิกใต้ โดยประเทศนิวซีแลนด์มีงบประมำณที่
1,870,000,000 ดอลล่ำห์สหรัฐคิดเป็นอันดับที่ 66 ของโลก (Global fire power, 2014) โดย
มีกำลังพลทั้งสิ้น 9,673 นำย ไม่รวมนำยทหำรกองหนุนและพลเรีอนในกองทัพ (Defense
White Paper, 2010) ประเทศนิวซีแลนด์เป็นประเทศที่ว่ำจ้ำงพลเรือนในกำรทำงำนธุรกำร
ให้กองทัพโดยไม่มียศทหำรให้ โดยแบ่งเป็นกองทัพบก 4,905 นำย กองทัพเรือ 2,161 นำย
และ กองทัพอำกำศ 2,607 นำย (หน้ำ 96) เนื่องจำกนิวซีแลนด์มีกองทัพไว้ปฎิบัติกำร
ป้องกันตนเองและปฎิบัติกำรรักษำสันติภำพ (peacekeeping) เป็นหลักจึงไม่มีอำวุธหนักใน
กองทัพบก โดยมีรถหุ้มเกรำะ LAV ที่ผลิตและใช้ในกองทัพแคนำดำ ประมำณ100คัน และ
รถขนทหำรจำกออสเตรียแบบหุ้มเกรำะและไม่หุ้มเกรำะรวมกันประมำณ300คัน
นอกจำกนั้นกองทัพบกนิวซีแลนด์จะใช้อำวุธประจำตัวในมำตรฐำนเดียวกับกองทัพ
ออสเตรเลีย (หน้ำ 99) กองทัพเรือนิวซีแลนด์เป็นกองเรือขนำดเล็ก โดยมีเรือรบฟริเกตชั้น
แอนแซกของออสเตรเลีย 2 ลำ เรือรบเอนกประสงค์เพื่อใช้ในกำรกู้ภัยและบรรทุก
เฮลิคอปเตอร์ 2 ลำโดยต่อที่ฮอลแลนด์และเกำหลี นอกจำกนั้นมีเรือลำดตระเวนระยะไกลต่อ
โดยออสเตรเลีย2ลำ และเรือตรวจชำยฝั่งต่อที่นิวซีแลนด์เองอีก4ลำ (หน้ำ 98)
กองทัพอำกำศนิวซีแลนด์เป็นกองทัพที่ไม่มีเครื่องบินรบ เนื่องจำกอดีตนำยกรัฐมนตรีเฮเลน
คล้ำก วำงนโยบำยให้กองทัพอำกำศมีบทบำททำงด้ำนกู้ภัย มำกกว่ำทำกำรรบ โดยประเทศ
9
นิวซีแลนด์มีเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยจำนวน 31 ลำเป็นหลัก และเฮลิคอปเตอร์รบทำง
ทะเล 5 ลำ โดยมีเครื่องบินลำเลียงพลแบบ Hercules C-130 แบบเดียวกับที่ใช้ในกองทัพ
ไทยจำนวน 5 ลำ และเครื่องบินตรวจกำร 3 ลำ (หน้ำ 100) จำกกำลังพลและยุทโธปกรณ์จะ
ทำให้เห็นควำมแตกต่ำงของนโยบำยกำรทหำรของนิวซีแลนด์และออสเตรเลียได้อย่ำง
ชัดเจน
ในเชิงนโยบำยกองทัพนิวซีแลนด์อำศัยควำมร่วมมือจำกประเทศออสเตรเลีย
(หน้ำ 28) .ในประเทศอื่นๆ นิวซีแลนด์จะให้ควำมสำคัญค่อนข้ำงน้อย เช่นในภูมิภำคเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้ นิวซีแลนต์จะให้ควำมสำคัญด้ำนควำมร่วมมือตำมกรอบสนธิสัญญำห้ำ
ชำติ (FPDA) กับมำเลเซียและสิงคโปร์เท่ำนั้น โดยนิวซีแลนด์จะไม่ให้ควำมสำคัญทำงทหำร
เท่ำกับควำมสัมพันธ์ทำงกำรเมืองและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ
3. นโยบำยเศรษฐกิจของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ต่อเอเชีย
นโยบำยทำงเศรษฐกิจของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ต่ำงชี้ชัดว่ำกำลังมุ่งเข้ำสู่
กำรเป็นส่วนหนึ่งในเอเชีย แม้จะใช้ศัพท์ที่ผิดกัน แต่ทั้งสองชำติได้สื่อควำมหมำยตรงกันว่ำ
กระแสบูรพำภิวัตน์ หรือ ที่ออสเตรเลียใช้อย่ำงเปิดเผยว่ำ ศตวรรษของเอเชีย นั้นหลีกเลี่ยง
ไม่ได้ โดยรัฐบำลออสเตรเลีย (2012) ประมำณกำรใน Australia in the Asian Century ว่ำ
ในปี ค.ศ. 2025 กระแสศตวรรษของเอเชียจะสมบูรณ์และจะเปลี่ยนเศรษฐกิจโลก (หน้ำ 50)
โดยกำรเติบโตของกำรค้ำกับเอเชียโดยรวมนั้นเพิ่มขึ้นในขณะที่ประเทศตะวันตกต่ำง
ถดถอยอย่ำงเห็นได้ชัด ประเทศจีนมีกำรซื้อขำยสินค้ำทำงกำรเกษตรกับออสเตรเลียจำกปี
ละ 800 ล้ำนดอลล่ำห์ออสเตรเลียในปี 1990 ไปสู่ 2,500ล้ำนดอลล่ำห์ในปี 2000 และในปี
2010 มียอดซื้อขำยที่ 4,800 ล้ำนดอลล่ำห์ (หน้ำ 96) ขณะที่อำเซี่ยนมียอดในปี 1990 ที่
1,400 ล้ำนดอลล่ำห์ กลับมียอด 7,000 ล้ำนดอลล่ำห์ในปี 2010 ในขณะที่ญี่ปุ่นอำจจะมอง
ว่ำมีกำรชะลอตัว แต่ตัวเลขกำรค้ำแสดงให้เห็นว่ำญี่ปุ่นเองก็เพิ่มจำก 3,000 ล้ำนดอลล่ำห์ใน
ปี 1990 ไปสู่ 4,100 ล้ำนดอลล่ำห์ในปี 2010 (หน้ำ96)
ทำงด้ำนประเทศนิวซีแลนด์ได้ให้ควำมสำคัญกับกำรค้ำในเอเชีย โดยรัฐบำล
นิวซีแลนด์ (2007)ได้กำหนดประเทศคู่ค้ำสำคัญในเอกสำร Our Future with Asia คือ จีน
ญี่ปุ่น เกำหลีใต้ อินเดีย อินโดนีเซีย ฟิลลิปปินส์ มำเลเซีย สิงคโปร์ และไทย โดยชี้มูลค่ำ
นำเข้ำเพิ่มจำกเดิม 4,000 ล้ำนดอลล่ำห์นิวซีแลนด์ในปี 1990 ไปสู่15,000 ล้ำนดอลล่ำห์
นิวซีแลนด์ในปี 2005 ในขณะที่ยอดส่งออกเพิ่มจำก 4,100 ดอลล่ำห์ในปี 1990 ไปสู่ 9,500
ล้ำนดอลล่ำห์ในปี 2005 (หน้ำ33) ในขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวจำกจีนเพิ่มจำก 84,368 คน
ไปสู่ 258,570 คนในระยะเวลำ 10ปี จำกประเทศอินเดียเพิ่มจำก 15,694 ไปที่ 42,790 คน
(หน้ำ34) ในช่วงปัญหำเศรษฐกิจอเมริกำและยุโรป ประเทศนิวซีแลนด์ได้พ้นวิกฤตจำกกำร
ส่งออกไปยังประเทศในเอเชีย โดยเฉพำะกำรส่งออกถ่ำนหินไปยังประเทศจีนได้เป็นส่วน
หนึ่งในกำรช่วยแก้วิกฤตดังกล่ำว ปัจจุบันประเทศ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้มี
10
สนธิสัญญำกำรค้ำเสรีกับประเทศไทย มำเลเซีย และสิงคโปร์ ร่วมกัน ในขณะที่ประเทศ
นิวซีแลนด์ยังได้ทำสนธิสัญญำกำรค้ำเสรีกับ ประเทศจีน ไต้หวัน บรูไน และ ฮ่องกง เป็น
กำรเพิ่มเติม
จำกกรอบควำมสัมพันธ์ดั้งเดิมเรำจะพบว่ำประเทศออสเตรเลีย และ นิวซีแลนด์
ได้ให้ควำมสำคัญกับประเทศในเอเชียอย่ำงมำกและไม่มีประเทศไหนที่จะปฎิเสธกระแส
บูรพำภิวัตน์ แต่อำจจะต่ำงกันเพียงกำรเรียกเท่ำนั้น
บูรพาภิวัตน์และนวัตกรรมเอเชียและผลกระทบต่อออสเตรเลียและนิวซีแลนด์
1. สภำวะกำรเปลี่ยนแปลงทำงประชำกรเมือง/กำรเติบโตของเมือง
ในกระแสบูรพำภิวัตน์ สิ่งหนึ่งที่เรำเห็นได้คือกำรเติบโตของสังคมเมือง ซึ่งหำกนำมำ
ศึกษำเรำจะพบว่ำกระแสกำรเจริญเติบโตของเมืองได้นำเอำควำมเป็นสำกลมำอย่ำงสม่ำเสมอ แม้ว่ำ
รัฐบำลออสเตรเลียจะแสดงควำมไม่พอใจเกี่ยวกับกำรที่มีชำวออสเตรเลียมำตั้งรกรำกในเอเชีย
ในขณะที่นิวซีแลนด์จะยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น แต่สิ่งที่เรำไม่สำมำรถปฎิเสธได้คือจำนวนของชำว
ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ที่เพิ่มขึ้น ส่วนสำคัญที่อำจจะปฎิเสธไม่ได้คือกำรขยำยตัวของธุรกิจข้ำม
ชำติ เช่น ธนำคำรออสเตรเลียนิวซีแลนด์ หรือ เอเอนแซด (Australia New Zealand Bank: ANZ
Bank) ได้กลำยมำเป็นธนำคำรพำณิชย์หลักในประเทศลำว บริษัทประกันนิวซีแลนด์ (New Zealand
Insurance: NZI) หรือ บริษัทประกันออสเตรเลีย (Australia Mutual Insurance: AMI) ได้เข้ำมำ
ลงทุนในเอเชีย ย่อมส่งผลต่อกำรมีบุคลำกรต่ำงชำติ expat มำยังเอเชียมำกขึ้น นอกจำกนี้โปรแกรม
JET ของประเทศญี่ปุ่นยังคงเป็นแม่เหล็กในกำรดึงดูดชำวออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ให้ไปทำงำน
นอกจำกนี้เรำจะเห็นได้ว่ำกำรเจริญเติบโตของเอเชียยังดึงเอำบุคลำกรจำกออสเตรเลียและ
นิวซีแลนด์ที่ทำงำนให้กับบริษัทข้ำมชำติเช่น Price Waterhouse Cooper หรือ แม้แต่กำรเข้ำมำตั้ง
สำนักงำนกฎหมำยหรือทำงำนให้กับสำนักงำนกฎหมำยข้ำมชำติ นอกจำกนี้ยังได้เห็นกำรเข้ำมำของ
โรงแรมเครือนำนำชำติที่ทำให้มีกำรโอนย้ำยบุคลำกรของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์มำสู่เอเชีย เช่น
โรงแรมเครือ Parkroyal หรือ Rydges ของออสเตรเลีย รวมทั้งโรงแรมเครือต่ำงชำติหรือแม้แต่เครือ
ในประเทศที่เล็งเห็นควำมสำคัญในกำรว่ำจ้ำงผู้บริหำรจำกออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ นอกจำกนี้กำร
เพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ในเอเชีย หรือแม้แต่กำรมำตั้งรกรำกไม่ว่ำจะถูก
กฎหมำยหรือไม่ก็ตำมได้ส่งผลให้เกิดควำมเป็นเมืองมำกขึ้นในบำงพื้นที่ เช่นที่จังหวัดหนองคำย ซึ่ง
ได้รับกำรยอมรับจำกต่ำงชำติว่ำเป็นเมืองที่ฝรั่งนิยมมำเกษียณอำยุทำให้เกิดควำมเปลี่ยนแปลงของ
เมืองค่อนข้ำงชัดเจน ปัจจัยเหล่ำนี้ต่ำงส่งผลให้เกิดควำมเปลี่ยนแปลงทำงกำยภำพอย่ำงหลีกเลี่ยง
ไม่ได้ ดังนั้นกำรเติบโตของเมืองที่มีควำมเป็นสำกลมำกขึ้น
ในทำงกลับกัน กำรเข้ำไปอยู่อำศัยของชำวเอเชียในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ย่อม
ส่งผลให้เกิดกำรเปลี่ยนแปลงอย่ำงมำกในสังคมเมืองของเขำ ในเอกสำร Australia in the Asian
Century รัฐบำลออสเตรเลีย (2012) ได้กล่ำวถึงกำรเจริญเติบโตของเมือง ดำร์วิน ซึ่งเป็นเมืองขนำด
เล็กและมีประชำกรเพียง 86,415 คนในปี 1991 กลับมีอัตรำกำรเจริญเติบโตเกือบ 100% ในช่วง25
11
ปี โดยปัจจุบันมีประชำกรอยู่ที่ 146,400คน โดยมีอัตรำกำรเพิ่มขึ้นของประชำกรอย่ำงต่อเนื่อง
โดยเฉพำะในช่วง ปี 2000 – 2014 ซึ่งประชำกรเพิ่มจำก 106,842 คนมำยัง 146,400คนในปัจจุบัน
โดยมีสัดส่วนประชำกรเอเชียที่ย้ำยมำตั้งรกรำกอยู่ที่ 7,677 คน ไม่รวมชำวเอเชียออสเตรเลียที่อยู่มำ
ก่อนแล้ว โดยมีชำวฟิลลิปปินส์ อินเดีย และ อินโดนีเซียเป็นหลัก ควำมเปลี่ยนแปลงของดำร์วิน ทำ
ให้มีกำรก่อสร้ำงต่อเติมท่ำเรือและท่ำอำกำศยำนให้รองรับกำรค้ำ (หน้ำ184) แม้แต่เมืองเพิร์ธเองก็มี
กำรเจริญเติบโตจำก 1,226,115 คนในปี 1991 ไปสู่ 1,972,358 คนในปัจจุบัน โดยมีชำวเอเชีย
79,299 คนที่ย้ำยมำตั้งรกรำก โดยมำกจะเป็นชำวมำเลเซีย อินเดีย สิงคโปร์ และ เวียดนำม ควำม
เปลี่ยนแปลงยังคงพบในหลำยๆเมืองเช่น บริสเบน ซึ่งมีชำวเอเชียมำตั้งรกรำกที่ 90,646 คนโดย
เป็นชำวอินเดีย จีน และ เวียดนำมเป็นหลัก หรือใน เมลเบิร์น ที่มีประชำกรเอเชีย 264,591 คน
โดยมำกเป็นชำวเวียดนำมและจีน ส่วนซิดนี่ย์ ซึ่งเป็นมหำนครหลักของออสเตรเลีย มีชำวเอเชียมำ
ตั้งรกรำกถึง 465,352 นับเป็น10% ของประชำกรทั้งหมด ทำงฝั่งนิวซีแลนด์เอง ประชำกรเอเชียได้
เพิ่มจำก 151,644 คนในปี 2001 เป็น 307,233 คนในปี 2013 ทำให้ชำวเอเชียมีสัดส่วน 21.7%ของ
ประชำกรทั้งหมด 1,415,550 คน สัดส่วนชำวเอเชียในไครส์เชิร์ชคือ 7.9% สัดส่วนดังกล่ำวย่อมทำ
ให้เกิดควำมเปลี่ยนแปลงทำงกำยภำพและวัฒนธรรมของประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ โดยมี
ผลต่อผลกระทบของวัฒนธรรมเอเชียในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ไม่ว่ำจะเป็น Chinatown
หรือ พฤติกรรมกำรบริโภคเช่นกำรเกิดขึ้นของอำหำรเอเชียเช่นร้ำนอำหำรญี่ปุ่น ไทย จีน หรือแม้แต่
แผลซูชิตำมศูนย์กำรค้ำในนิวซีแลนด์หรือร้ำนติ๋มซ่ำในศูนย์กำรค้ำของออสเตรเลีย ธุรกิจค้ำปลีกซึ่ง
อยู่ในกลุ่มคนอินเดีย หรือ แม้กระทั่งวิวัฒนำกำรของกำรบริโภคอำหำรประจำชำติอย่ำง Fish and
Chips ซึ่งโดยมำกมีชำวจีนเป็นเจ้ำของกิจกำรและได้นำอำหำรจีนมำเป็นเมนูหลักเช่นกัน กำร
เปลี่ยนแปลงดังกล่ำวยังส่งผลถึงอุตสำหกรรมบันเทิงซึ่งเพิ่มบทบำทของชำวเอเชีย เท่ำๆกับกำร
ยอมรับและกำรมียอดขำยภำพยนต์และรำยกำรทีวีของเอเชียในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์
เอง รวมทั้งควำมสำคัญที่เพิ่มขึ้นของสมำคมชำวจีนโพ้นทะเลหรือ Overseas Chinese เป็นต้น
ควำมเปลี่ยนแปลงในสังคมเมืองได้ก่อให้เกิดควำมเปลี่ยนแปลงทำงกำยภำพที่สำคัญ
2. นวัตกรรมกำรศึกษำ
กำรศึกษำของประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ต่ำงเป็นหนึ่งในอุตสำหกรรมสำคัญ
ของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ โดยเฉพำะสัดส่วนของนักศึกษำต่ำงชำติจำกเอเชีย มหำวิทยำลัย
ต่ำงๆในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้เปิดรับนักศึกษำต่ำงชำติเพิ่มขึ้น อำทิ มหำวิทยำลัยซิดนี่ย์
มหำวิทยำลัยเมลเบิร์น มหำวิทยำลัยแห่งชำติออสเตรเลีย มหำวิทยำลัยโอ้กแลนด์ หรือมหำวิทยำลัย
แคนเทอเบอรี่ ซึ่งเป็นมหำวิทยำลัยรัฐ นอกจำกนี้ยังเกิดกำรเติบโตของสถำบันเอกชนจำนวนมำก
รวมทั้ง โรงเรียนมัธยมศึกษำของทั้งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ที่ได้ทำกำรรับนักศึกษำต่ำงชำติเพื่อ
เป็นรำยได้หลักของสถำบัน รวมไปถึงกำรเกิดขึ้นของสถำบันภำษำมำกมำย รัฐบำลนิวซีแลนด์
(2007) ได้ประกำศว่ำรำยได้อันดับ2 ของประเทศ (หน้ำ 35) ในขณะที่รัฐบำลออสเตรเลียเองก็
เล็งเห็นในปัจจัยเดียวกัน กำรเข้ำมำของนักศึกษำเอเชียไม่ได้ส่งผลให้เกิดเพียงรำยได้เท่ำนั้น แต่ยัง
12
ส่งผลให้เกิดควำมร่วมมือระหว่ำงสถำบันรวมทั้งกำรลงทุนของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ใน
ต่ำงประเทศ เช่นมหำวิทยำลัยเทคโนโลยีเมลเบิร์น (RMIT) ได้ทำกำรเปิดวิทยำเขตในประเทศ
อินโดนีเซีย มหำวิทยำลัยแมสซี่ (Massey University) ได้ทำควำมร่วมมือกับจีน ที่เมือง วูฮั่น
มหำวิทยำลัยวิคตอเรีย ได้เปิดวิทยำเขตที่เมือง โฮจิมินท์ ประเทศเวียดนำม ซึ่งส่งผลให้เกิดควำม
เป็นนำนำชำติในประเทศเอเชีย ควบคู่ไปกับกำรเพิ่มขีดควำมสำมำรถของชำวออสเตรเลียและ
นิวซีแลนด์ในด้ำนทักษะ ของภำษำและวัฒนธรรมเอเชีย โดยรัฐบำลนิวซีแลนด์ (2007) ได้มีนโยบาย
Becoming more Asia literate โดยเพิ่มศักยภาพทางภาษาให้ชาวนิวซีแลนด์ (หน้า48) รวมทั้งให้
ความสาคัญและให้สื่อมวลชนสนับสนุนโครงการ Asian Culture in New Zealand (หน้า50) เพื่อ
เสริมสร้างความเข้าใจของชาวนิวซีแลนด์ ต่อเอเชีย ทางด้านรัฐบาลออสเตรเลีย (2012) ได้แสดง
วิสัยทัศน์เดียวกัน โดยใช้คาว่า Asia-literacy in schools เพื่อเสริมศักยภาพของชาวออสเตรเลีย (หน้า
167) รวมทั้งให้ความรู้ทางด้านนวัตกรรมการศึกษาจากทั้งทางออสเตรเลียและนิวซีแลนด์สู่เอเชียเอง
หรือในทางกลับกัน
3. นวัตกรรมกำรเกษตรและทรัพยำกร
ประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เป็นประเทศกสิกรรมหลักของโลก โดยมี
ควำมก้ำวหน้ำด้ำนวิทยำกำรกำรเกษตรรวมทั้งกำรบริหำรทรัพยำกรอย่ำงต่อเนื่อง ในกรอบควำม
ร่วมมือในปัจจุบัน ประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้ทำกำรวิจัยพืชและสัตว์ร่วมกับ
สถำบันอุดมศึกษำของไทยอำทิเช่นมหำวิทยำลัยเกษตรศำสตร์ ที่ทำควำมร่วมมือรวมทั้งส่งอำจำรย์
สำยกำรเกษตรให้ศึกษำต่อที่มหำวิทยำลัยลินคอนห์ หรือมหำวิทยำลัยขอนแก่นและมหำสำรคำมที่
ทำควำมร่วมมือกับมหำวิทยำลัยแมสซี่เพื่อเรียนรู้ด้ำนกำรเกษตร นอกจำกนี้สำยนวัตกรรมเกษตร
อื่นๆเช่น ธุรกิจกำรเกษตร (Agrobusiness) ได้มำเป็นสำยงำนที่ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้ทำ
ควำมร่วมมือกับประเทศในเอเชีย ควำมร่วมมือในกรอบดังกล่ำวยังรวมถึงกำรให้ทุนกำรศึกษำกับ
ประเทศในเอเชียเพื่อเรียนรู้ด้ำนกำรเกษตร ป่ำไม้ และ ทรัพยำกร รวมทั้งกำรออกวีซ่ำให้นักเรียนใน
ส่วนของอำชีวเกษตรและอุดมศึกษำได้ทำงำน หรือ ฝึกงำนในอุตสำหกรรมเกษตรของออสเตรเลีย
และนิวซีแลนด์ นอกจำกนี้กำรขำดแคลนคนในภำคเกษตรยังทำให้เกิดควำมต้องกำรของคนทำงำน
ในสำยงำนเกษตรกรรมเช่น ไร่องุ่น หรือ ปศุสัตว์ ทำให้มีกำรเปิดวีซ่ำทำงำนเกษตรแบบ Seasonal
ขึ้น ซึ่งเป็นแนวโน้มใหม่ที่ดีต่อประเทศในเอเชีย นอกจำกนี้ทั้งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ต่ำงยอมรับ
ถึงกำรขยำยตัวของตลำดกำรเกษตรในเอเชีย ซึ่งเป็นกำรทำให้เกิดควำมแข็งแกร่งของอุตสำหกรรม
เกษตรและอำหำร ซึ่งเริ่มเปลี่ยนจำกกำรใช้อุตสำหกรรมมำสู่ควำมเป็นธรรมชำติมำกขึ้น เช่นกรณี
นมเปื้อนสำรพิษ อย่ำงเมลำมินในประเทศจีนได้ส่งผลให้เกิดกำรตื่นตัวถึงคุณภำพของสินค้ำ
กำรเกษตรเช่นกัน
13
บทส่งท้าย
ในปัจจุบัน ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เองต่ำงยอมรับกระแสที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ปฎิเสธถึงบูรพำภิ
วัตน์ แม้จะไม่ได้ใช้คำว่ำ Easternization แต่กำรใช้คำว่ำ ศตวรรษของเอเชีย (Asian Century) ก็ถือเป็น
กำรยอมรับอย่ำงไม่ปฎิเสธกระแสบูรพำภิวัตน์ แม้ว่ำในมิติควำมมั่นคงจะยังคงเป็นไปตำมกลไกของโลก
ตะวันตก แต่กำรฑูต กำรค้ำ นวัตกรรมเมืองและวัฒนธรรม นวัตกรรมกำรศึกษำ หรือ แม้แต่นวัตกรรม
กำรเกษตร ต่ำงเป็นไปตำมกลไกที่เข้ำสู่กระแสบูรพำภิวัตน์ ปัญหำที่ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์คิดอยู่
ไม่ได้อยู่ที่ว่ำจะเกิดบูรพำภิวัตน์หรือไม่ เพรำะทั้งสองประเทศต่ำงยอมรับโดยดุษฎีแล้วว่ำบูรพำภิวัตน์ได้
เริ่มขึ้นแล้ว และกำลังเกิดขึ้นอย่ำงต่อเนื่อง แต่ปัญหำที่แท้จริงอยู่ที่ว่ำเมื่อไรกระแสบูรพำภิวัตน์จะมี
บทบำทอย่ำงเต็มรูปแบบ กำรเกิดขึ้นของประชำคมเศรษฐกิจอำเซี่ยนหรือ AEC ต่ำงอยู่ในกำรจับตำมอง
ของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ รวมทั้งกำรเข้ำร่วม ARF หรือ East Asian Summit ต่ำงบ่งบอกถึงควำม
กระตือรือร้นที่จะเข้ำร่วมในกระแสบูรพำภิวัตน์ แต่สิ่งหนึ่งที่ประเทศในเอเชียต้องทำก็คือกำรหำ
นวัตกรรมของชำติให้พบ หำกว่ำประเทศจีนประกำศว่ำจะเป็นโรงงำนของโลก ประเทศอินเดียและฟิล
ลิปปินส์จะเป็นออฟฟิสของโลก ประเทศเกำหลีใต้และญี่ปุ่นจะเป็นผู้นำเทคโนโลยีของโลก ประเทศ
สิงคโปร์จะเป็นท่ำเรือโลก แล้ว ประเทศไทยของเรำจะไปในทิศทำงใด ศำสตรำจำรย์ ดร. เอนก เหล่ำ
ธรรมทัศน์ (2013) กล่ำวใน ประเทษไทยในทศวรรษหน้ำ ว่ำประเทศไทยมีจุดแข็งที่ ภูมิวัฒนธรรม (หน้ำ
4) ซึ่งสอดคล้องกับนวัตกรรมใหม่ของบูรพำภิวัตน์ทั้งสำมอย่ำง แต่ปัญหำที่ไทยเองต้องมองคือเรำจะ
สำมำรถนำนวัตกรรมทั้งสำมมำประยุกต์ได้มำกหรือน้อยขนำดไหน ในทำงกลับกัน ประเทศออสเตรเลีย
และนิวซีแลนด์เองก็จับตำมองประเทศต่ำงๆในเอเชียอย่ำงจดจ่อเพื่อที่จะเพิ่มควำมสัมพันธ์และมีกำร
พัฒนำกำรร่วมกันในบูรพำภิวัตน์หรือศตวรรษของเอเชีย ดังนั้นเรำจะเห็นได้ว่ำประเทศออสเตรเลียและ
นิวซีแลนด์ได้วำงยุทธศำสตร์ที่จะเข้ำสู่กระแสบูรพำภิวัตน์อย่ำงชัดเจนแล้ว แต่ประเทศในเอเชียหลำย
ประเทศรวมทั้งประเทศไทยกลับยังไม่สำมำรถหำตนเองพบว่ำจะเดินในทิศทำงใดเพื่อไปสู่ควำมสำเร็จใน
กระแสบูรพำภิวัตน์ ซึ่งยังคงเป็นคำถำมที่เรำต้องมำหำคำตอบว่ำเมื่อเรำมีจุดแข็งที่ ภูมิวัฒนธรรมแล้วเรำ
จะนำไปใช้อย่ำงไรให้เกิดประโยชน์มำกที่สุด
14
บรรณานุกรม
เอนก เหล่าธรรมทัศน์ (2554) บูรพาภิวัตน์: ภูมิ-รัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกใหม่. กรุงเทพ: สานักพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
เอนก เหล่าธรรมทัศน์ (2555) การศึกษาไทยในยุคบูรพาภิวัตน์. กรุงเทพ: สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์
เอนก เหล่าธรรมทัศน์ (2555) กองทุนความมั่นคงกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ. กรุงเทพ: สถาบันคลังปัญญาด้าน
ยุทธศาสตร์
เอนก เหล่าธรรมทัศน์ (2555) จีนและอาเซี่ยนในยุคบูรพาภิวัตน์. กรุงเทพ: สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์
เอนก เหล่าธรรมทัศน์ (2556) การสร้างเมืองของจีน: แนวคิดและนโยบาย. กรุงเทพ: สถาบันคลังปัญญาด้าน
ยุทธศาสตร์
เอนก เหล่าธรรมทัศน์ (2556) ยุทธศาสตร์สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่นและสหภาพยุโรปในยุคบูรพาภิวัตน์. กรุงเทพ: สถาบัน
คลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์
เอนก เหล่าธรรมทัศน์ (2556) ประเทศไทยในทศวรรษหน้า 2556-2665. กรุงเทพ: สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์
Australia Government (1997). Australia’s Foreign and Trade Policy: In the National Interest. Canberra:
Ministry of Foreign Affairs and Trade
Australia Government (2012). Australia Government White Paper: Australia in the Asian Century. Canberra:
Australia Government
Australia Government (2014). Defence Issues Paper. Canberra: Department of Defence
Global Fire Power (2014) Defense Budget by Country. GFP Official Website retrieved from
http://www.globalfirepower.com/defense-spending-budget.asp on 18th December 2014
Groff, Stephen P. (2012). Will this be Asia’s Century? ADB Official Website retrieved from
http://www.adb.org/news/speeches/will-be-asias-century on 16th December 2014
Kuroda, Haruhiko (2011). Realizing the Asian Century. ADB Official Website retrieved from
http://www.globalfirepower.com/defense-spending-budget.asp on 12th December 2014
Leather, James (2014). Transport in the Asian Century. ADB Official Website retried from
http://www.adb.org/news/events/live-online-chat-transport-asian-century on 24th December 2014
15
Lutz, Wolfgang (2013). The Asian Century will rebuilt on human capital. East Asia Forum retrieved from
http://www.eastasiaforum.org/2013/04/03/the-asian-century-will-be-built-on-human-capital/ on 22nd December
2014
Mahbubani, Kishore (2014). Changing Asia: The Asian Century. Official ADB website retrieved from
http://www.adb.org/news/videos/changing-asia-asian-century on 10th December 2014
Nag, Rajat (2010). The Asian Century. ADB Official Website retrieved from
http://www.adb.org/news/speeches/asian-century on 21st December 2014
Nag, Rajat (2011). The Asian Century: Plausible but not Preordained. ADB Official Website retrieved from
http://www.adb.org/news/speeches/asian-century-plausible-not-preordained on 16th December 2014
New Zealand Government (2007). Our Future with Asia. Wellington: Ministry of Foreign Affairs and Trade
New Zealand Government (2010). Defense White Paper. Wellington: Ministry of Defense
New Zealand Ministry of Foreign Affairs and Trade (2014). Statement of Intent 2014-2018: Giving New
Zealand an edge Internationally. Wellington Ministry of Foreign Affairs and Trade

รายงานความก้าวหน้า เรื่อง ยุทธศาสตร์การพัฒนาสู่ปี ค.ศ. 2030 ของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ในกระแ

  • 1.
    1 นำเสนอในเวทีวิชำกำรเรื่อง “นำเสนอควำมก้ำวหน้ำงำนวิจัยภำยใต้โครงกำรคลังปัญญำฯ” จัดโดยโครงกำรคลังปัญญำเพื่ออภิวัตน์ประเทศไทย ในยุคบูรพำภิวัตน์วิทยำลัยรัฐกิจ มหำวิทยำลัยรังสิต ร่วมกับมูลนิธิสถำบันสร้ำงสรรค์ปัญญำสำธำรณะ โดยกำรสนับสนุนของสำนักงำนกองทุน สนับสนุนกำรสร้ำงเสริมสุขภำพ (สสส.) ในวันอำทิตย์ที่ 28 ธันวำคม 2557 ณ ห้องประชุมลีลำวดี โรงแรมรำมำกำร์เด้นส์ กรุงเทพฯ รายงานความก้าวหน้า เรื่อง ยุทธศาสตร์การพัฒนาสู่ปี ค.ศ. 2030 ของ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ในกระแสบูรพาภิวัตน์ (Strategic Development towards 2030: Australia and New Zealand under Easternization trends) อาจารย์ ชาคริต เทียบเธียรรัตน์ รองคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ความเป็นมาของโครงการ แม้ว่ำจะเป็นประเทศที่มีชำวตะวันตกเป็นประชำกรหลักและอยู่ใกล้เอเชีย ประเทศออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ในช่วงก่อนสงครำมโลกครั้งที่2 มีนโยบำยที่จะใกล้ชิดกับนโยบำยของสหรำชอำณำจักร และเครือจักรภพทั้งสิ้น เช่น กองทัพแอนแซคในยุทธกำรกัลลิโปลิในสงครำมโลกครั้งแรก หรือแม้แต่ใน ช่วงแรกของสงครำมโลกครั้งที่สอง ซึ่งนโยบำยของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้มีบทบำทโอนเอียงไป ทำงสหรำชอำณำจักร อย่ำงไรก็ตำม ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้มีโอกำสสัมผัสกับทวีปเอเชีย ตะวันออกในช่วงอำณำนิคม โดยเฉพำะในช่วงสงครำมโลกครั้งที่สอง ซี่งได้เห็นทหำรออสเตรเลียและ นิวซีแลนด์ ได้เข้ำมำรบในสมรภูมิเอเชียตะวันออก รวมทั้งกำรสร้ำงทำงรถไฟสำยมรณะที่แม่น้ำแคว อย่ำงไรก็ตำม ในช่วงหลังสงครำมโลกประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ได้เข้ำมำมีส่วนร่วมกับเอเชีย ตะวันออกผ่ำนโครงสร้ำงระหว่ำงประเทศเช่นสนธิสัญญำโคลัมโบ (ญี่ปุ่น พม่ำ ลำว มำเลเซีย ฟิลลิปปินส์ อินโดนีเซีย และไทยเป็นสมำชิกก่อนปี ค.ศ. 1960) ควำมมั่นคงห้ำชำติ (มำเลเซียและสิงคโปร์เป็น สมำชิก) อย่ำงไรก็ตำม ประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ให้ควำมสำคัญกับภูมิภำคใกล้เคียงอย่ำง เอเชียน้อยกว่ำ ภูมิภำคที่ห่ำงไกลเช่นอเมริกำหรือยุโรป ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงเอเชียกับออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ในช่วง 30 ปีแรกหลังสงครำมโลกครั้งที่สอง เรำจะพบว่ำควำมสัมพันธ์จะเป็นด้ำนควำมมั่นคง แทบทั้งสิ้น โดยประเทศญี่ปุ่นและไทยเป็นสองประเทศแรกในเอเชียที่มีควำมสัมพันธ์ทำงกำรฑูตในปี ค.ศ. 1952 อย่ำงไรก็ตำมในช่วงปี ค.ศ. 1945-1975 ประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้ส่งทหำรเข้ำ ร่วมในเอเชียเช่น สงครำมเกำหลี (ส่งทหำรรวม 3667 นำย เสียชีวิต 373 นำย บำดเจ็บ 1515 นำย สูญ หำย 44 นำย โดยจับตัว 26 นำย) สงครำมเวียดนำม (ส่งทหำรรวม 8224 นำย เสียชีวิต 537 นำย บำดเจ็บ 3316 นำย) นอกจำกนี้ยังมีส่วนร่วมในกำรคลี่คลำยควำมขัดแย้งในมลำยูและบอร์เนียว เป็นต้น
  • 2.
    2 อย่ำงไรก็ตำม กำรเปลี่ยนแปลงของกำรเมืองโลกในช่วงทศวรรษที่ 70มีผลต่อประเทศ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ โดยตรง กำรที่สหรำชอำณำจักรเข้ำสู่สหภำพยุโรป ส่งผลให้เกิดควำมจำเป็น ของออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ในกำรหำคู่ค้ำรำยใหม่ เช่นสหรัฐอเมริกำ แคนำดำ สมำชิกเครือจักรภพ ในช่วงทศวรรษแรก อย่ำงไรก็ตำม จำกควำมล้มเหลวในกำรปฎิรูประบบเบรตตั้นวู้ดในสหรัฐอเมริกำ ส่งผลให้ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ต้องปรับนโยบำยหันมำสู่ประเทศในเอเชียตะวันออกมำกขึ้น โดยมี ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกก่อนที่จะเริ่มควำมสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับประเทศในเอเชียตะวันออก อำทิ เช่น สิงคโปร์ ไต้หวัน และ ประเทศไทย ควำมเปลี่ยนแปลงดังกล่ำวส่งผลมำยังทศวรรษที่ 80 โดยเฉพำะ ประเทศออสเตรเลียในสมัยของนำยกรัฐมนตรี บ็อบ ฮอร์ค ได้เป็นแกนนำในกำรก่อตั้ง ควำมร่วมมือทำง เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก หรือ เอเปก โดยมีประเทศ ออสเตรเลีย และ นิวซีแลนด์เป็นสมำชิกก่อตั้ง ร่วมกับประเทศสหรัฐอเมริกำ และ แคนำดำ โดยมีประเทศร่วมก่อตั้งในเอเชีย คือ ญี่ปุ่น บรูไน อินโดนีเซีย เกำหลีใต้ มำเลเซีย ฟิลลิปปินส์ สิงคโปร์ และประเทศไทย ในช่วง 3 ทศวรรษต่อมำคือ ปี 1975-2005 จะสำมำรถพบได้ว่ำ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้หันมำให้ควำมสำคัญกับประเทศในเอเชีย ตะวันออกมำกขึ้นอย่ำงเห็นได้ชัด โดยในช่วงทศวรรษที่ 70-80 จะเห็นกำรเปลี่ยนแปลงจำกนโยบำยด้ำน ควำมมั่นคงไปสู่ นโยบำยกำรค้ำ โดยสำมำรถแบ่งเป็นสองช่วงหลักคือ ช่วงก่อนวิกฤตต้มยำกุ้งคือ 1975- 1995 และช่วงหลังวิกฤตเศรษฐกิจเอเชีย 1995-2005 โดยเรำจะเห็นถึง นโยบำยและควำมเปลี่ยนแปลง ในยุคที่สองซึ่งประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้เปิดประตูสู่เอเชีย เช่นกำรสร้ำงเอเปกของ ออสเตรเลีย ในขณะที่ประเทศนิวซีแลนด์ได้อำศัยโอกำสที่ประธำนำธิบดี ริชำร์ด นิกสันเยือนสำธำรณรัฐ ประชำชนจีน ในกำรสถำปนำควำมสัมพันธ์นิวซีแลนด์และจีน ผ่ำนนำย เรวิ อัลเลย์ ชำวนิวซีแลนด์ที่เป็น สมำชิกระดับสูงของพรรคคอมมูนิสต์จีนและที่ปรึกษำของประธำนเหมำในปี ค.ศ.1972 ทำให้นิวซีแลนด์ เป็นประเทศโลกเสรีจำกฝั่งตะวันตกประเทศที่สำมตำมหลังประเทศอังกฤษและฝรั่งเศส ในขณะที่ ประเทศออสเตรเลียสถำปนำควำมสัมพันธ์กับจีนในปี ค.ศ. 1975 ในช่วงก่อนวิกฤตเศรษฐกิจเอเชีย ประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้ผลักดันควำมสำคัญให้กับประเทศญี่ปุ่น เกำหลีใต้ ไทย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และ มำเลเซียเป็นอย่ำงมำก โดยเฉพำะทำงด้ำนกำรคมนำคมทำงอำกำศ ประเทศ ออสเตรเลียในช่วงก่อนวิกฤตได้เลือกให้ไทยและสิงคโปร์เป็นฐำนบินของสำยกำรบินแควนตัส เพื่อเข้ำสู่ ยุโรป ในขณะที่นิวซีแลนด์เลือกประเทศสิงคโปร์เป็นฐำนกำรคมนำคมของตนเองสู่ประเทศต่ำงๆในเอเชีย อย่ำงไรก็ตำมวิกฤตต้มยำกุ้งได้ส่งผลให้เกิดกำรชะลอตัวและปรับลดควำมสัมพันธ์ทำงเศรษฐกิจในช่วง ทศวรรษดังกล่ำว ภำยหลังจำกเกิดวิกฤตเศรษฐกิจอเมริกำและยุโรป หรือ แฮมเบอเกอร์ไครซิส ประเทศ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดและฟื้นตัวได้เร็วที่สุดจำกบรรดำประเทศที่พัฒนำ แล้ว ส่งผลให้ในทศวรรษที่ 2005-2015 ประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้ตระหนักถึง Asian Century หรือ ศตวรรษเอเชีย ซึ่งมำจำกคำกล่ำวของ เติ้ง เสี่ยวผิง (1993) ที่ว่ำ “[i]n recent years people have been saying that the next century will be the century of Asia and the Pacific, as if that were sure to be the case.” (หน้ำ 281) คำพูดดังกล่ำวทำให้เกิดกระแสที่เรียกว่ำ Asia Pacific Century ซึ่งมีกำรแย้งจำก ลี กวนยิว (อ้ำงอิงจำก The Conversation, 20) ว่ำ “Australia was destined to become the poor white trash of Asia”. นอกจำกนี้ กอร์ดอน บรำวน์ (2010) ได้กล่ำวใน
  • 3.
    3 บทควำม Reviving theWest ของ Project Syndicate ว่ำ “the West is now being out-produced, out-manufactured, out-traded, and out-invested”, and leading international companies admit that “the majority of their growth will come from Asia”. ดังนั้นสิ่งที่เรียกว่ำ Asia-Pacific Century โดย เติ้ง เสี่ยวผิงนั้นได้ถูกปรับโดย กอร์ดอน บรำวน์ และ ลี กวนยิว ให้เป็นแนวคิด Asian Century ซึ่ง แม้ว่ำจะเป็นแนวคิดที่หลวมๆ แต่เป็นกำรชี้ว่ำหำกศตวรรษที่ 19 เรียกได้ว่ำเป็น ศตวรรษของอังกฤษ (British Century) ในขณะที่ศตวรรษที่20 เป็นศตวรรษของอเมริกำ (American Century) ในศตวรรษที่ 21 คงต้องเป็นศตวรรษของเอเชีย (Asian Century) ด้วยเหตุดังกล่ำว ทำให้เห็นควำมตื่นตัวทำง กำรเมือง และ เศรษฐกิจ จำกด้ำนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ มำยังเอเชียอย่ำงมำกขึ้นในช่วงทศวรรษที่ ผ่ำนมำและในช่วงทศวรรษต่อไป วัตถุประสงค์ของโครงการ 1. เสริมสร้ำงและพัฒนำองค์ควำมรู้เกี่ยวกับนโยบำยกำรต่ำงประเทศ กำรค้ำ และ ควำมมั่นคงของ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ในปัจจุบันและอนำคตภำยใต้กระแสบูรพำภิวัตน์ 2. ศึกษำกำรเปลี่ยนแปลงผ่ำนนโยบำยของประเทศของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ โดยเฉพำะนโยบำย ต่อประเทศในเอเชีย 3. วิเครำะห์และสังเครำะห์ยุทธศำสตร์กำรพัฒนำของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์และให้ข้อเสนอแนะต่อ กำรปรับตัวของไทยในอนำคต ระเบียบวิจัย งำนวิจัยดังกล่ำวจะเป็นกำรวิจัยแบบทุติยภูมิ (Secondary Research) เนื่องจำกกรอบระยะเวลำ ที่จำกัดโดยมุ่งเน้นกำรนำข้อมูลต่ำงๆในต่ำงประเทศและประเทศไทยมำเรียบเรียง ประกอบกับ ประสบกำรณ์ของนักวิจัยเองในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ โดยเฉพำะงำนวิจัยในอดีตที่เกี่ยวกับ ชุมชนซึ่งอำจจะมีควำมสอดคล้องกับงำนแบบ ปฐมภูมิ (Primary Research) แต่เนื่องจำกไม่ได้มำจำก กำรวิจัยที่เป็นหลักจึงไม่ใช้กรอบวิจัยแบบปฐมภูมิ งำนวิจัยนี้จะเป็นกำรวิจัยเชิงคุณภำพโดยมุ่งเน้นไปสู่ นโยบำยกำรต่ำงประเทศ นโยบำยควำมมั่นคง นโยบำยเศรษฐกิจ นโยบำยทำงสังคม และกำร เปลี่ยนแปลงทำงกำยภำพของสังคมของออสเตรเลีย และ นิวซีแลนด์ เพื่อเพิ่มควำมเข้ำใจในสถำนกำรณ์ ของประเทศทั้งสองต่อเอเชีย นอกจำกนี้ข้อมูลทำงสถิติและตัวเลขที่เกี่ยวข้องและสำมำรถค้นพบจะนำมำ ประกอบเข้ำกับงำนวิจัย ซึ่งแม้จะไม่เป็นงำนวิจัยเชิงปริมำณแต่ก็จะมีกำรนำฐำนข้อมูลทำงตัวเลขและ สถิติมำร่วมไว้ในกำรวิจัยดังกล่ำว ทบทวนวรรณกรรม งำนทบทวนวรรณกรรมของงำนวิจัยชิ้นนี้จะประกอบด้วยทฤษฎีว่ำด้วย บูรพำภิวัตน์ (Easternization) เพื่อศึกษำถึงแนวทำงของภูมิรัฐศำสตร์ ของเศรษฐกิจโลกในศตวรรษที่ 21 โดยแนวคิด บูรพำภิวัตน์ได้ชี้ชัดไปยัง กำรถดถอยของโลกตะวันตก ในขณะที่ประเทศทำงตะวันออกโดยเฉพำะเอเชีย ตะวันออกได้มำเป็นศูนย์กำรผลิตและนวัตกรรมต่ำงๆ สิ่งสำคัญของคำว่ำนวัตกรรมนั้น ศำสตรำจำรย์
  • 4.
    4 เอนก เหล่ำธรรมทัศน์ (2011)ได้กล่ำวใน บูรพำภิวัตน์ ว่ำ “ชำวตะวันออกกำลังรุกเข้ำสู่ทุกวงกำรที่เคย เป็นอภิสิทธิ์หรือกำรผูกขำดของชำวตะวันตก” (หน้ำ 127) โดย สิ่งที่เรำเห็นได้ชัดคือกำรตอบรับใน ทิศทำงเดียวกันจำก รำจัด แน็กซ์ (2011) กรรมกำรผู้อำนวยกำรของ ธนำคำรเพื่อกำรพัฒนำเอเชีย หรือ เอดีบี ซึ่งกล่ำวถึงควำมสำคัญในกำรสร้ำงนวัตกรรมในเอเชีย เพื่อนำไปสู่ศตวรรษของเอเชีย โดยเรำจะ เห็นได้ว่ำนวัตกรรมทำงเทคโนโลยี นวัตกรรมทำงวัฒนธรรม นวัตกรรมกำรศึกษำ ซึ่งสอดคล้องกับ คิชอร์ มำบูบำนี (2014) คณบดี สถำบันลีกวนยิว ได้กล่ำวว่ำ “ประเทศจีนได้กลำยเป็นโรงงำนของโลก ในขณะที่อินเดียเป็นออฟฟิสของโลก และ ฟิลลิปปินส์กำลังตำมเป็นประชำสัมพันธ์โลก ดังนั้นเอเชียต้อง ให้ควำมสำคัญด้ำนกำรศึกษำ เพรำะกำรศึกษำแบบตะวันตกออกแบบมำเพื่อคนที่มีแนวคิดทำงตะวันตก แต่ถ้ำนำมำบูรณำกำรกับเอเชีย เรำจะพบว่ำชำวเอเชียจำนวนมำกทำได้ดีกว่ำชำวตะวันตกเสียอีก“ กรอบสำคัญอีกกรอบหนึ่งของบูรพำภิวัตน์ที่ ศำสตรำจำรย์ ดร. เอนก เหล่ำธรรมทัศน์ (2011) ได้กล่ำว ไว้คือควำมสำคัญของเมืองและอภิมหำนครทำงตะวันออก (หน้ำ 135) ซึ่งเรำคงไม่สำมำรถที่จะปฎิเสธได้ ว่ำในปัจจุบันนี้ ชุมชนเมืองได้ขยำยตัวอย่ำงรวดเร็วในประเทศของเอเชีย และแนวคิดดังกล่ำวได้ สอดคล้องกับ รำจัด แน็กซ์ (2011) ที่เชื่อว่ำประชำกรเมืองในเอเชียจะเพิ่มขึ้นจำกปัจจุบันถึง1เท่ำตัวใน อนำคต ประกอบกับกำรจัดกำรทำงกำรคมนำคม ซึ่งศำสตรำจำรย์ ดร. เอนก ได้กล่ำวถึง ระเบียงเชื่อม เมือง (หน้ำ 139) ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของเจมส์ เล็ตเตอร์ (2014) จำกธนำคำรเพื่อกำรพัฒนำเอเชีย ซึ่งชี้ควำมสำคัญของกำรเชื่อมต่อ ทำงเศรษฐกิจของมหำนครในเอเชีย บูรพำภิวัตน์ยังได้ให้ควำมสำคัญต่อ ยุทธศำสตร์ทำงกำรต่ำงประเทศ โดย ศ.ดร. เอนก (2011) ได้กล่ำวถึงกำรปรับนโยบำยกำรฑูตของเอเชีย เช่นกำรสร้ำงควำมสัมพันธ์และกำรรวมกลุ่มในระดับ ภูมิภำค (หน้ำ 162) ซึงสอดคล้องกับแน็กซ์ (2011) ซึ่งกล่ำวเน้นถึงควำมร่วมมือในระดับภูมิภำค โดย แน๊กซ์ ได้พูดถึงควำมร่วมมือในกำรพัฒนำ Human Capital ผ่ำนกำรศึกษำ โดยสอดคล้องกับ ศ. ดร. เอนก ที่กล่ำวถึง ศ.ดร. กฤษณพงศ์ กีรติกร (2012) ใน กำรศึกษำไทยในยุคบูรพำภิวัตน์ ว่ำ “กำรศึกษำ วัดที่ชุมชน” (หน้ำ 10) ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของมำบูบำนี (2014) ที่เอเชียจำเป็นต้องสร้ำงนวัตกรรม กำรศึกษำที่มีทั้งจุดเด่นของเอเชียและตะวันตก เพื่อให้ได้มำซึ่งกำรศึกษำที่มีศักยภำพและสำมำรถนำมำ ประยุกต์หรือใช้พัฒนำในชุมชนได้อย่ำงแท้จริง เมื่อเรำนำบริบทดังกล่ำวของบูรพำภิวัตน์มำศึกษำ ร่วมกับ ศตวรรษแห่งเอเชีย เรำจะสำมำรถอธิบำยควำมคล้ำยคลึงทำงแนวคิด เมื่อนำมำประยุกต์กับ นโยบำยกำรต่ำงประเทศที่ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์มีต่อประเทศไทยเรำจะสำมำรถแบ่งเป็นประเด็น ต่ำงๆได้ดังนี้ 1. กรอบควำมสัมพันธ์ดั้งเดิม a. นโยบำยต่ำงประเทศของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ต่อเอเชีย b. นโยบำยควำมมั่นคงของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ต่อเอเชีย c. นโยบำยเศรษฐกิจของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ต่อเอเชีย 2. บูรพำภิวัตน์และนวัตกรรมเอเชียและผลกระทบต่อออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ a. สภำวะกำรเปลี่ยนแปลงทำงประชำกรเมือง/กำรเติบโตของเมือง b. นวัตกรรมกำรศึกษำ
  • 5.
    5 c. นวัตกรรมกำรเกษตรและทรัพยำกร โดยจะนำกรอบทั้งหมดมำประยุกต์กับนโยบำยกำรต่ำงประเทศและในประเทศของออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ผลการศีกษา กรอบความสัมพันธ์ดั้งเดิม 1. นโยบำยต่ำงประเทศของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ต่อเอเชีย จำกนโยบำยกำรต่ำงประเทศของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์นั้นเป็นที่ชัดเจน จำกเอกสำรAustralian White Paper จำกปี ค.ศ. 2012 ว่ำด้วย Australia in the Asian Century โดยผ่ำนกำรเห็นชอบจำกนำยกรัฐมนตรี จูเลีย จิลลำร์ด ในขณะที่ประเทศ นิวซีแลนด์ได้ออก White Paper ชื่อ Our Future with Asia ในรัฐบำลของนำยกรัฐมนตรี เฮ เลน คล้ำก เช่นกัน เอกสำรทั้ง2ฉบับบ่งชี้ถึงควำมสำคัญของเอเชียต่อประเทศออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์อย่ำงหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพำะออสเตรเลียที่ใช้คำว่ำ ศตวรรษของเอเชีย อย่ำงชัดเจนในเอกสำรรำชกำร โดยในหน้ำที่ 29 ของ Australia in the Asian Century ได้ กล่ำวถึงประเด็นหลักที่จะนำไปสู่ The Rise of Asia โดยได้มีข้อสรุปต่อประเทศต่ำงๆเช่น จีนกับย่ำงก้ำวที่มั่นคงในระบบกำรค้ำโลก (หน้ำ 37) อินเดียกับกำรเป็นศูนย์กลำงด้ำนกำร บริกำร (หน้ำ42) ซึ่งสอดคล้องกับมำบูบำนี (2014) ทำให้ออสเตรเลียมีนโยบำยในตำแหน่ง ของข้ำรำชกำรกระทรวงกำรต่ำงประเทศออสเตรเลียถึง 42% ในทวีปเอเชีย เมื่อวัดกับทวีป อื่นๆเช่น ยุโรป 16% ตะวันออกกลำงและแอฟริกำ 14% อเมริกำ 11% นิวซีแลนด์และ แปซิฟิกใต้ 10% อื่นๆ 7% (หน้ำ254) โดยวัดตำมตำแหน่งในประเทศต่ำงๆคือ ญี่ปุ่น 45 ตำแหน่งงำน มำกกว่ำในสหรัฐอเมริกำที่มี 42 ตำแหน่งงำน ตำมด้วยจีน, เกำหลีใต้, และ อินโดนีเซีย ที่มีถึงแห่งละ 40 ตำแหน่งงำน ในขณะที่อินเดีย และ สหรำชอำณำจักรมี ตำแหน่งงำนเท่ำกันที่ 35 ตำแหน่ง (หน้ำ 255) ซึ่วเพียงพอที่จะเป็นดัชนีชี้วัดที่สำคัญของ ออสเตรเลียต่อเอเชีย นอกจำกนี้ประเทศออสเตรเลียยังอยู่ในกรอบ ASEAN+6 รวมถึงทำ สนธิสัญญำกำรค้ำเสรีกับประเทศไทยและสิงคโปร์ ทำงด้ำนประเทศนิวซีแลนด์ได้ทำ White Paper ในปี ค.ศ. 2007 โดยได้ กล่ำวถึงควำมสำคัญของเอเชียโดยชี้ถึงตลำดกำรค้ำที่ใหญ่ที่สุด 20 ประเทศนั้นเป็นเอเชีย อยู่ 10 ประเทศ (หน้ำ12) โดยในเอกสำร Our Future with Asia ยังชี้ถึงจำนวนตำแหน่งของ ข้ำรำชกำรนิวซีแลนด์ในต่ำงประเทศ จะมีถึง 35% ของตำแหน่งทั้งหมดอยู่ในทวีปเอเชียซึ่ง ถือว่ำเป็นสัดส่วนที่มำกที่สุด (หน้ำ 17) นอกจำกนี้รัฐบำลนิวซีแลนด์ยังมีนโยบำย Being a good neighbour โดยมุ่งเน้นทำงด้ำนเงินช่วยเหลือ (Overseas Development Aid) ผ่ำน องค์กร NZAid (หน้ำ 27) โดยมี6 กรอบควำมร่วมมือคือ Disaster Reliefs and Humanitarian Assistance โดยมุ่งเน้นควำมช่วยเหลืออุทกภัยโดยเฉพำะในพื้นที่ Pacific Ring of Fire เช่นฟิลลิปปินส์ อินโดนีเซีย รวมถึงญี่ปุ่น เป็นหลัก, Conflict Prevention and
  • 6.
    6 Poverty reduction เป็นโครงกำรพัฒนำควำมยำกจนเช่นในประเทศติมอร์ตะวันออกเกำะ มินดำเนำในฟิลลิปปินส์ และ เกำะมำลูกูในอินโดนีเซีย, Human Rights Promotion โดย มุ่งเน้นไปยังกัมพูชำ ลำว และ อินโดนีเซีย, Human resources development and Capacity building โดยมำกเป็นทุนเพื่อกำรพัฒนำทรัพยำกรมนุษย์ ซึ่งแต่เดิมมุ่งเน้นไปยัง ภำคอีสำนของประเทศไทย ก่อนที่จะขยำยไปยัง มณฑลยูนนำนในประเทศจีน ประเทศ เวียดนำม ประเทศลำวและประเทศพม่ำ, English language training โดยเน้นกำรฝึกอบรม ทักษะภำษำอังกฤษให้ข้ำรำชกำรในเอเชีย, และ Trade training ซึ่งมุ่งเน้นไปยังกำรพัฒนำ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (หน้ำ 28) จำกเอกสำร White Paper ของประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์จะเห็นได้ชัด เกี่ยวกับกำรพัฒนำทำงนโยบำยซึ่งหันมำให้ควำมสำคัญกับประเทศในเอเชียอย่ำงเห็นได้ชัด ในปัจจุบันประเทศออสเตรเลียได้เปิดควำมสัมพันธ์ทำงกำรฑูตในเอเชียและมีสถำนเอกอัคร รำชฑูตหรือข้ำหลวงใหญ่ทั้งหมด 20 ประเทศได้แก่ บังคลำเทศ บรูไน พม่ำ กัมพูชำ จีน ติมอร์ตะวันออก อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกำหลีใต้ ลำว มำเลเซีย เนปำล ปำกีสถำน ฟิล ลิปปินส์ สิงคโปร์ ศรีลังกำ ไต้หวัน ไทย และ เวียดนำม นอกจำกนี้ยังมีสถำนกงสุล 17 แห่งได้แก่ ประเทศจีน 4 แห่งคือ เซี่ยงไฮ้ กวำง เจำ ฮ่องกง และ เฉิงตู ประเทศอินเดีย 2 แห่งคือ มุมไบ กับ เชนไน ประเทศอินโดนีเซีย 1 แห่งที่ เกำะบำหลี ประเทศญี่ปุ่น 3 แห่งคือ โอซำก้ำ ฟุกุโอกะ และ ซัปโปโร ประเทศเกำหลี ใต้ 1 แห่งที่ บูซำน ประเทศมำเลเซีย 3 แห่งที่ ปีนัง คูชิง และ โคตำคินำบำรู ประเทศไทย 2 แห่ง ที่ เชียงใหม่ และ เกำะสมุย ประเทศเวียดนำม 1 แห่ง ในขณะที่กรุงแคนเบอร่ำ ได้มีประเทศต่ำงๆในเอเชีย 22 ประเทศ ได้ตั้งสถำน เอกอัครรำชฑูตคือ อัฟกำนิสถำน บังคลำเทศ บรูไน พม่ำ กัมพูชำ จีน ติมอร์ตะวันออก อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกำหลีใต้ ลำว มำเลเซีย มองโกเลีย เนปำล ปำกีสถำน ฟิล ลิปปินส์ สิงคโปร์ ศรีลังกำ ไต้หวัน ไทย และ เวียดนำม ทำงด้ำนประเทศนิวซีแลนด์ได้เปิดควำมสัมพันธ์ทำงกำรฑูตกับประเทศใน เอเชียโดยมีสถำนเอกอัครรำชฑูตหรือกงสุลใหญ่ทั้งสิ้น 16 ประเทศคือ อัฟกำนิสถำน บรูไน จีน อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มำเลเซีย พม่ำ ปำกีสถำน ฟิลลิปปินส์ สิงคโปร์ เกำหลีใต้ ไต้หวัน ไทย ติมอร์ตะวันออก และ เวียดนำม นอกจำกนี้ยังมีสถำนกงสุล 11 แห่งได้แก่ ประเทศจีน 4 แห่งคือ เซี่ยงไฮ้ กวำง เจำ ฮ่องกง และ เฉิงตู ประเทศอินเดีย 3 แห่งคือ มุมไบ และ เชนไน ประเทศญี่ปุ่น 4 แห่ง คือ โอซำก้ำ นำโกย่ำ ฟุกุโอกะ และ ซัปโปโร ในขณะที่กรุงเวลลิงตัน ได้มีประเทศต่ำงๆในเอเชีย 13 ประเทศ ได้ตั้งสถำนเอก อัครรำชฑูตคือ จีน อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกำหลีใต้ มำเลเซีย ปำกีสถำน ฟิลลิปปินส์ สิงคโปร์ ไต้หวัน ไทย ติมอร์ตะวันออก เวียดนำม
  • 7.
    7 2. นโยบำยควำมมั่นคงของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ต่อเอเชีย ประเทศออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ได้มีบทบำทด้ำนควำมมั่นคงทำงกำรทหำร กับเอเชียอย่ำงต่อเนื่อง โดย เอกสำร Defense Issues Paper ของกระทรวงกลำโหม ออสเตรเลีย (2014) ได้กล่ำวถึงแนวทำงควำมมั่นคงของออสเตรเลียเกี่ยวกับประเทศต่ำงๆ โดยออสเตรเลียมุ่งเน้นควำมสำคัญทำงควำมมั่นคงให้กับประเทศสหรัฐอเมริกำ เนื่องจำก ฉันทำมติจำกประชำชนออสเตรเลียโดยมำกมีควำมเชื่อมั่นในทัศนคติของประเทศโลกเสรี โดยเฉพำะวัฒนธรรม ประชำธิปไตย และที่สำคัญที่สุดคือเครือข่ำยข่ำวกรองที่มีควำม ร่วมมือมำเป็นระยะเวลำนำน (หน้ำ 17) โดยได้สร้ำงเครือข่ำยข่ำวกรองเรียกว่ำ Five Eyes Countries โดยมีภำคีคือ CIA ของสหรัฐอเมริกำ, MI6 ของสหรำชอำณำจักร, ASIS ของ ออสเตรเลีย, CSIS/SCRS ของแคนำดำ, และ SIS ของนิวซีแลนด์ (หน้ำ 17) โดยประเทศ ออสเตรเลียมีกำลังพลทั้งสิ้น 56,922 นำย แบ่งเป็นกองทัพบก 29,010 นำย ทหำรอำกำศ 13,991 นำย ทหำรเรือ 13,921 นำย (หน้ำ 29) โดยมีงบประมำณเป็น 1.8% ของ GDP คือ 29,222,800,000 ดอลล่ำห์สหรัฐ ซึ่งสูงเป็นอันดับที่ 13 ของโลก (หน้ำ 30) แม้ว่ำ ออสเตรเลียจะเป็นกองทัพที่มีกำลังพลน้อย แต่อำวุธยุทโธปกรณ์ของออสเตรเลียอยู่ใน เกณฑ์ที่สูงมำก เนื่องจำกเป็นประเทศอุตสำหกรรมหลักของโลกประเทศหนึ่ง กองทัพ ออสเตรเลียยังสร้ำงอำวุธหนักได้เองควบคู่ไปกับอำวุธรุ่นล่ำสุดของสหรัฐอเมริกำ เช่น กองทัพบกของออสเตรเลียใช้รถถังหนัก M1A1 Abrams ซึ่งเป็นมำตรฐำนเดียวกับ กองทัพบกและกองพลนำวิกโยธินของสหรัฐอเมริกำ 59 คัน รถถัง M113 มำตรฐำนเดียวกับ กองทัพบกสหรัฐอเมริกำและกองทัพไทยถึง 431 คัน รถหุ้มเกรำะต่อเอง ASLAV ถึง 253 คัน รถหุ้มเกรำะเบำต่อเองรุ่น Bushmaster จำนวน 737 คันและกำลังผลิตเพิ่มอีก 119 คัน และยังผลิตปืนไรเฟิลในกำรรบรุ่น F88 ด้วยตนเอง (หน้ำ 35) กองทัพอำกำศออสเตรเลียเป็นกองทัพที่มีขนำดใหญ่เป็นอันดับที่ 2 แต่มี ศักยภำพที่สูงมำก โดยได้ทำกำรสั่งซื้อเครื่องบินรบ F-35 Lighting II Stealth ซึ่งเป็น เครื่องบินรบรุ่นล่ำสุดของสหรัฐอเมริกำ ประจำกำรแล้ว2ลำและกำลังผลิตเพื่อจัดส่งอีก 70 ลำ เครื่องบินรบ F-18 Hornet / Super Hornet/ Growler ซึ่งเป็นเครื่องบินรบหลักของ กองทัพสหรัฐอเมริกำ 106 ลำ เครื่องบินขนทหำร Boeing C17A Globemaster รุ่นเดียวกับ กองทัพสหรัฐอเมริกำ 6 ลำและรอกำรส่งมอบอีก 8 ลำ ทำให้กำลังรบทำงอำกำศของ ออสเตรเลียมีควำมเข้มแข็งมำกกองทัพหนึ่ง (หน้ำ 38) กองทัพเรือออสเตรเลียเป็นกองทัพที่มีกำลังพลน้อยที่สุด แต่มีศักยภำพทำงกำร รบที่สูงมำก อำวุธจำนวนมำกสำมำรถผลิตได้เองในประเทศออสเตรเลีย จำกเอกสำร Defense Issues Paper ของรัฐบำลออสเตรเลีย (2014) กองทัพเรือออสเตรเลีย มีเรือรบฟริ เกตผลิตเองรุ่นแอนแซก 8 ลำ เรือรบต่อเองโดยอำศัยเทคโนโลยีของเรือฟริเกตรุ่น Oliver Hazard Perry ของสหรัฐอเมริกำ โดยเรียกว่ำรุ่น Adelaide จำนวน 4 ลำ เรือดำน้ำรุ่น Collins ซึ่งมำจำกเทคโนโลยีของเรือดำน้ำสวีเดน ค้อคคูม ไทป์471 จำนวน 6 ลำ และมีแผน
  • 8.
    8 หำเรือดำน้ำรุ่นใหม่กว่ำหรือพัฒนำรุ่นใหม่อีก12ลำ เรือขนเฮลิคอปเตอร์รุ่นแคนเบอร่ำ 1ลำ และกำลังผลิตอยู่อีก1ลำ (หน้ำ31) ซึ่งหำกดูกำลังรบทำงทะเลแล้ว ออสเตรเลียเป็นประเทศ หนึ่งซึ่งมีกำลังรบที่แข็งแรง อย่ำงไรก็ตำมนโยบำยควำมมั่นคงของออสเตรเลียได้พยำยำมที่จะแยกตนเอง ออกจำกควำมขัดแย้งที่น่ำจะเป็นระหว่ำงจีนกับสหรัฐอเมริกำ โดยที่จะพยำยำมหลีกเลี่ยง ควำมขัดแย้งกับประเทศจีน (หน้ำ 16) ในส่วนของมำเลเซียกับสิงคโปร์ ออสเตรเลียยังคง ดำเนินกำรตำมพันธมิตรห้ำชำติและควำมร่วมมือทำงกำรทหำร (หน้ำ 17) นอกจำกนี้ ออสเตรเลียได้ทำกำรฝึกร่วมกำรต่อต้ำนก่อกำรร้ำยกับประเทศฟิลลิปปินส์ และพิจำรณำ ควำมร่วมมือกับอินโดนีเซียให้มำกกว่ำควำมร่วมมือทำงกำรทหำร ส่วนประเทศพม่ำและ เวียดนำมจะเป็นประเทศที่อยู่ในกรอบกำรเพิ่มควำมร่วมมือ ในขณะที่ประเทศเกำหลีใต้ได้มี ควำมร่วมมือกับออสเตรเลียในระดับที่ดีมำก ประเทศออสเตรเลียยังกล่ำวถึงควำมร่วมมือ ทำงกองทัพกับกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นโดยเฉพำะกรอบกำรปฎิบัติกำรสันติภำพ ร่วมกัน และควำมร่วมมือในกำรถ่ำยโอนเทคโนโลยีทำงกำรทหำรและกำรผลิตอำวุธร่วมกัน (หน้ำ 17) อย่ำงไรก็ตำมในเอกสำรดังกล่ำวได้กล่ำวถึงควำมร่วมมือ กำรซ้อมรบ และ กำร ปฎิบัติกำรร่วมกับประเทศไทยอย่ำงใกล้ชิดจนกระทั่งถึงกำรรัฐประหำรโดยพลเอกประยุทธ จันทร์โอชำ ซึ่งทำให้หยุดชะงักไปเป็นกำรชั่วครำว (หน้ำ 17) ประเทศนิวซีแลนด์เป็นประเทศขนำดเล็ก โดยอ้ำงอิงจำกเอกสำร Defense White Paper ของรัฐบำลนิวซีแลนด์ (2010) ได้มองบทบำทของกองทัพนิวซีแลนด์ให้มี บทบำททำงควำมมั่นคงในแปซิฟิกใต้ โดยประเทศนิวซีแลนด์มีงบประมำณที่ 1,870,000,000 ดอลล่ำห์สหรัฐคิดเป็นอันดับที่ 66 ของโลก (Global fire power, 2014) โดย มีกำลังพลทั้งสิ้น 9,673 นำย ไม่รวมนำยทหำรกองหนุนและพลเรีอนในกองทัพ (Defense White Paper, 2010) ประเทศนิวซีแลนด์เป็นประเทศที่ว่ำจ้ำงพลเรือนในกำรทำงำนธุรกำร ให้กองทัพโดยไม่มียศทหำรให้ โดยแบ่งเป็นกองทัพบก 4,905 นำย กองทัพเรือ 2,161 นำย และ กองทัพอำกำศ 2,607 นำย (หน้ำ 96) เนื่องจำกนิวซีแลนด์มีกองทัพไว้ปฎิบัติกำร ป้องกันตนเองและปฎิบัติกำรรักษำสันติภำพ (peacekeeping) เป็นหลักจึงไม่มีอำวุธหนักใน กองทัพบก โดยมีรถหุ้มเกรำะ LAV ที่ผลิตและใช้ในกองทัพแคนำดำ ประมำณ100คัน และ รถขนทหำรจำกออสเตรียแบบหุ้มเกรำะและไม่หุ้มเกรำะรวมกันประมำณ300คัน นอกจำกนั้นกองทัพบกนิวซีแลนด์จะใช้อำวุธประจำตัวในมำตรฐำนเดียวกับกองทัพ ออสเตรเลีย (หน้ำ 99) กองทัพเรือนิวซีแลนด์เป็นกองเรือขนำดเล็ก โดยมีเรือรบฟริเกตชั้น แอนแซกของออสเตรเลีย 2 ลำ เรือรบเอนกประสงค์เพื่อใช้ในกำรกู้ภัยและบรรทุก เฮลิคอปเตอร์ 2 ลำโดยต่อที่ฮอลแลนด์และเกำหลี นอกจำกนั้นมีเรือลำดตระเวนระยะไกลต่อ โดยออสเตรเลีย2ลำ และเรือตรวจชำยฝั่งต่อที่นิวซีแลนด์เองอีก4ลำ (หน้ำ 98) กองทัพอำกำศนิวซีแลนด์เป็นกองทัพที่ไม่มีเครื่องบินรบ เนื่องจำกอดีตนำยกรัฐมนตรีเฮเลน คล้ำก วำงนโยบำยให้กองทัพอำกำศมีบทบำททำงด้ำนกู้ภัย มำกกว่ำทำกำรรบ โดยประเทศ
  • 9.
    9 นิวซีแลนด์มีเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยจำนวน 31 ลำเป็นหลักและเฮลิคอปเตอร์รบทำง ทะเล 5 ลำ โดยมีเครื่องบินลำเลียงพลแบบ Hercules C-130 แบบเดียวกับที่ใช้ในกองทัพ ไทยจำนวน 5 ลำ และเครื่องบินตรวจกำร 3 ลำ (หน้ำ 100) จำกกำลังพลและยุทโธปกรณ์จะ ทำให้เห็นควำมแตกต่ำงของนโยบำยกำรทหำรของนิวซีแลนด์และออสเตรเลียได้อย่ำง ชัดเจน ในเชิงนโยบำยกองทัพนิวซีแลนด์อำศัยควำมร่วมมือจำกประเทศออสเตรเลีย (หน้ำ 28) .ในประเทศอื่นๆ นิวซีแลนด์จะให้ควำมสำคัญค่อนข้ำงน้อย เช่นในภูมิภำคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ นิวซีแลนต์จะให้ควำมสำคัญด้ำนควำมร่วมมือตำมกรอบสนธิสัญญำห้ำ ชำติ (FPDA) กับมำเลเซียและสิงคโปร์เท่ำนั้น โดยนิวซีแลนด์จะไม่ให้ควำมสำคัญทำงทหำร เท่ำกับควำมสัมพันธ์ทำงกำรเมืองและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ 3. นโยบำยเศรษฐกิจของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ต่อเอเชีย นโยบำยทำงเศรษฐกิจของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ต่ำงชี้ชัดว่ำกำลังมุ่งเข้ำสู่ กำรเป็นส่วนหนึ่งในเอเชีย แม้จะใช้ศัพท์ที่ผิดกัน แต่ทั้งสองชำติได้สื่อควำมหมำยตรงกันว่ำ กระแสบูรพำภิวัตน์ หรือ ที่ออสเตรเลียใช้อย่ำงเปิดเผยว่ำ ศตวรรษของเอเชีย นั้นหลีกเลี่ยง ไม่ได้ โดยรัฐบำลออสเตรเลีย (2012) ประมำณกำรใน Australia in the Asian Century ว่ำ ในปี ค.ศ. 2025 กระแสศตวรรษของเอเชียจะสมบูรณ์และจะเปลี่ยนเศรษฐกิจโลก (หน้ำ 50) โดยกำรเติบโตของกำรค้ำกับเอเชียโดยรวมนั้นเพิ่มขึ้นในขณะที่ประเทศตะวันตกต่ำง ถดถอยอย่ำงเห็นได้ชัด ประเทศจีนมีกำรซื้อขำยสินค้ำทำงกำรเกษตรกับออสเตรเลียจำกปี ละ 800 ล้ำนดอลล่ำห์ออสเตรเลียในปี 1990 ไปสู่ 2,500ล้ำนดอลล่ำห์ในปี 2000 และในปี 2010 มียอดซื้อขำยที่ 4,800 ล้ำนดอลล่ำห์ (หน้ำ 96) ขณะที่อำเซี่ยนมียอดในปี 1990 ที่ 1,400 ล้ำนดอลล่ำห์ กลับมียอด 7,000 ล้ำนดอลล่ำห์ในปี 2010 ในขณะที่ญี่ปุ่นอำจจะมอง ว่ำมีกำรชะลอตัว แต่ตัวเลขกำรค้ำแสดงให้เห็นว่ำญี่ปุ่นเองก็เพิ่มจำก 3,000 ล้ำนดอลล่ำห์ใน ปี 1990 ไปสู่ 4,100 ล้ำนดอลล่ำห์ในปี 2010 (หน้ำ96) ทำงด้ำนประเทศนิวซีแลนด์ได้ให้ควำมสำคัญกับกำรค้ำในเอเชีย โดยรัฐบำล นิวซีแลนด์ (2007)ได้กำหนดประเทศคู่ค้ำสำคัญในเอกสำร Our Future with Asia คือ จีน ญี่ปุ่น เกำหลีใต้ อินเดีย อินโดนีเซีย ฟิลลิปปินส์ มำเลเซีย สิงคโปร์ และไทย โดยชี้มูลค่ำ นำเข้ำเพิ่มจำกเดิม 4,000 ล้ำนดอลล่ำห์นิวซีแลนด์ในปี 1990 ไปสู่15,000 ล้ำนดอลล่ำห์ นิวซีแลนด์ในปี 2005 ในขณะที่ยอดส่งออกเพิ่มจำก 4,100 ดอลล่ำห์ในปี 1990 ไปสู่ 9,500 ล้ำนดอลล่ำห์ในปี 2005 (หน้ำ33) ในขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวจำกจีนเพิ่มจำก 84,368 คน ไปสู่ 258,570 คนในระยะเวลำ 10ปี จำกประเทศอินเดียเพิ่มจำก 15,694 ไปที่ 42,790 คน (หน้ำ34) ในช่วงปัญหำเศรษฐกิจอเมริกำและยุโรป ประเทศนิวซีแลนด์ได้พ้นวิกฤตจำกกำร ส่งออกไปยังประเทศในเอเชีย โดยเฉพำะกำรส่งออกถ่ำนหินไปยังประเทศจีนได้เป็นส่วน หนึ่งในกำรช่วยแก้วิกฤตดังกล่ำว ปัจจุบันประเทศ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้มี
  • 10.
    10 สนธิสัญญำกำรค้ำเสรีกับประเทศไทย มำเลเซีย และสิงคโปร์ร่วมกัน ในขณะที่ประเทศ นิวซีแลนด์ยังได้ทำสนธิสัญญำกำรค้ำเสรีกับ ประเทศจีน ไต้หวัน บรูไน และ ฮ่องกง เป็น กำรเพิ่มเติม จำกกรอบควำมสัมพันธ์ดั้งเดิมเรำจะพบว่ำประเทศออสเตรเลีย และ นิวซีแลนด์ ได้ให้ควำมสำคัญกับประเทศในเอเชียอย่ำงมำกและไม่มีประเทศไหนที่จะปฎิเสธกระแส บูรพำภิวัตน์ แต่อำจจะต่ำงกันเพียงกำรเรียกเท่ำนั้น บูรพาภิวัตน์และนวัตกรรมเอเชียและผลกระทบต่อออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ 1. สภำวะกำรเปลี่ยนแปลงทำงประชำกรเมือง/กำรเติบโตของเมือง ในกระแสบูรพำภิวัตน์ สิ่งหนึ่งที่เรำเห็นได้คือกำรเติบโตของสังคมเมือง ซึ่งหำกนำมำ ศึกษำเรำจะพบว่ำกระแสกำรเจริญเติบโตของเมืองได้นำเอำควำมเป็นสำกลมำอย่ำงสม่ำเสมอ แม้ว่ำ รัฐบำลออสเตรเลียจะแสดงควำมไม่พอใจเกี่ยวกับกำรที่มีชำวออสเตรเลียมำตั้งรกรำกในเอเชีย ในขณะที่นิวซีแลนด์จะยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น แต่สิ่งที่เรำไม่สำมำรถปฎิเสธได้คือจำนวนของชำว ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ที่เพิ่มขึ้น ส่วนสำคัญที่อำจจะปฎิเสธไม่ได้คือกำรขยำยตัวของธุรกิจข้ำม ชำติ เช่น ธนำคำรออสเตรเลียนิวซีแลนด์ หรือ เอเอนแซด (Australia New Zealand Bank: ANZ Bank) ได้กลำยมำเป็นธนำคำรพำณิชย์หลักในประเทศลำว บริษัทประกันนิวซีแลนด์ (New Zealand Insurance: NZI) หรือ บริษัทประกันออสเตรเลีย (Australia Mutual Insurance: AMI) ได้เข้ำมำ ลงทุนในเอเชีย ย่อมส่งผลต่อกำรมีบุคลำกรต่ำงชำติ expat มำยังเอเชียมำกขึ้น นอกจำกนี้โปรแกรม JET ของประเทศญี่ปุ่นยังคงเป็นแม่เหล็กในกำรดึงดูดชำวออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ให้ไปทำงำน นอกจำกนี้เรำจะเห็นได้ว่ำกำรเจริญเติบโตของเอเชียยังดึงเอำบุคลำกรจำกออสเตรเลียและ นิวซีแลนด์ที่ทำงำนให้กับบริษัทข้ำมชำติเช่น Price Waterhouse Cooper หรือ แม้แต่กำรเข้ำมำตั้ง สำนักงำนกฎหมำยหรือทำงำนให้กับสำนักงำนกฎหมำยข้ำมชำติ นอกจำกนี้ยังได้เห็นกำรเข้ำมำของ โรงแรมเครือนำนำชำติที่ทำให้มีกำรโอนย้ำยบุคลำกรของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์มำสู่เอเชีย เช่น โรงแรมเครือ Parkroyal หรือ Rydges ของออสเตรเลีย รวมทั้งโรงแรมเครือต่ำงชำติหรือแม้แต่เครือ ในประเทศที่เล็งเห็นควำมสำคัญในกำรว่ำจ้ำงผู้บริหำรจำกออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ นอกจำกนี้กำร เพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ในเอเชีย หรือแม้แต่กำรมำตั้งรกรำกไม่ว่ำจะถูก กฎหมำยหรือไม่ก็ตำมได้ส่งผลให้เกิดควำมเป็นเมืองมำกขึ้นในบำงพื้นที่ เช่นที่จังหวัดหนองคำย ซึ่ง ได้รับกำรยอมรับจำกต่ำงชำติว่ำเป็นเมืองที่ฝรั่งนิยมมำเกษียณอำยุทำให้เกิดควำมเปลี่ยนแปลงของ เมืองค่อนข้ำงชัดเจน ปัจจัยเหล่ำนี้ต่ำงส่งผลให้เกิดควำมเปลี่ยนแปลงทำงกำยภำพอย่ำงหลีกเลี่ยง ไม่ได้ ดังนั้นกำรเติบโตของเมืองที่มีควำมเป็นสำกลมำกขึ้น ในทำงกลับกัน กำรเข้ำไปอยู่อำศัยของชำวเอเชียในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ย่อม ส่งผลให้เกิดกำรเปลี่ยนแปลงอย่ำงมำกในสังคมเมืองของเขำ ในเอกสำร Australia in the Asian Century รัฐบำลออสเตรเลีย (2012) ได้กล่ำวถึงกำรเจริญเติบโตของเมือง ดำร์วิน ซึ่งเป็นเมืองขนำด เล็กและมีประชำกรเพียง 86,415 คนในปี 1991 กลับมีอัตรำกำรเจริญเติบโตเกือบ 100% ในช่วง25
  • 11.
    11 ปี โดยปัจจุบันมีประชำกรอยู่ที่ 146,400คนโดยมีอัตรำกำรเพิ่มขึ้นของประชำกรอย่ำงต่อเนื่อง โดยเฉพำะในช่วง ปี 2000 – 2014 ซึ่งประชำกรเพิ่มจำก 106,842 คนมำยัง 146,400คนในปัจจุบัน โดยมีสัดส่วนประชำกรเอเชียที่ย้ำยมำตั้งรกรำกอยู่ที่ 7,677 คน ไม่รวมชำวเอเชียออสเตรเลียที่อยู่มำ ก่อนแล้ว โดยมีชำวฟิลลิปปินส์ อินเดีย และ อินโดนีเซียเป็นหลัก ควำมเปลี่ยนแปลงของดำร์วิน ทำ ให้มีกำรก่อสร้ำงต่อเติมท่ำเรือและท่ำอำกำศยำนให้รองรับกำรค้ำ (หน้ำ184) แม้แต่เมืองเพิร์ธเองก็มี กำรเจริญเติบโตจำก 1,226,115 คนในปี 1991 ไปสู่ 1,972,358 คนในปัจจุบัน โดยมีชำวเอเชีย 79,299 คนที่ย้ำยมำตั้งรกรำก โดยมำกจะเป็นชำวมำเลเซีย อินเดีย สิงคโปร์ และ เวียดนำม ควำม เปลี่ยนแปลงยังคงพบในหลำยๆเมืองเช่น บริสเบน ซึ่งมีชำวเอเชียมำตั้งรกรำกที่ 90,646 คนโดย เป็นชำวอินเดีย จีน และ เวียดนำมเป็นหลัก หรือใน เมลเบิร์น ที่มีประชำกรเอเชีย 264,591 คน โดยมำกเป็นชำวเวียดนำมและจีน ส่วนซิดนี่ย์ ซึ่งเป็นมหำนครหลักของออสเตรเลีย มีชำวเอเชียมำ ตั้งรกรำกถึง 465,352 นับเป็น10% ของประชำกรทั้งหมด ทำงฝั่งนิวซีแลนด์เอง ประชำกรเอเชียได้ เพิ่มจำก 151,644 คนในปี 2001 เป็น 307,233 คนในปี 2013 ทำให้ชำวเอเชียมีสัดส่วน 21.7%ของ ประชำกรทั้งหมด 1,415,550 คน สัดส่วนชำวเอเชียในไครส์เชิร์ชคือ 7.9% สัดส่วนดังกล่ำวย่อมทำ ให้เกิดควำมเปลี่ยนแปลงทำงกำยภำพและวัฒนธรรมของประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ โดยมี ผลต่อผลกระทบของวัฒนธรรมเอเชียในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ไม่ว่ำจะเป็น Chinatown หรือ พฤติกรรมกำรบริโภคเช่นกำรเกิดขึ้นของอำหำรเอเชียเช่นร้ำนอำหำรญี่ปุ่น ไทย จีน หรือแม้แต่ แผลซูชิตำมศูนย์กำรค้ำในนิวซีแลนด์หรือร้ำนติ๋มซ่ำในศูนย์กำรค้ำของออสเตรเลีย ธุรกิจค้ำปลีกซึ่ง อยู่ในกลุ่มคนอินเดีย หรือ แม้กระทั่งวิวัฒนำกำรของกำรบริโภคอำหำรประจำชำติอย่ำง Fish and Chips ซึ่งโดยมำกมีชำวจีนเป็นเจ้ำของกิจกำรและได้นำอำหำรจีนมำเป็นเมนูหลักเช่นกัน กำร เปลี่ยนแปลงดังกล่ำวยังส่งผลถึงอุตสำหกรรมบันเทิงซึ่งเพิ่มบทบำทของชำวเอเชีย เท่ำๆกับกำร ยอมรับและกำรมียอดขำยภำพยนต์และรำยกำรทีวีของเอเชียในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เอง รวมทั้งควำมสำคัญที่เพิ่มขึ้นของสมำคมชำวจีนโพ้นทะเลหรือ Overseas Chinese เป็นต้น ควำมเปลี่ยนแปลงในสังคมเมืองได้ก่อให้เกิดควำมเปลี่ยนแปลงทำงกำยภำพที่สำคัญ 2. นวัตกรรมกำรศึกษำ กำรศึกษำของประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ต่ำงเป็นหนึ่งในอุตสำหกรรมสำคัญ ของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ โดยเฉพำะสัดส่วนของนักศึกษำต่ำงชำติจำกเอเชีย มหำวิทยำลัย ต่ำงๆในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้เปิดรับนักศึกษำต่ำงชำติเพิ่มขึ้น อำทิ มหำวิทยำลัยซิดนี่ย์ มหำวิทยำลัยเมลเบิร์น มหำวิทยำลัยแห่งชำติออสเตรเลีย มหำวิทยำลัยโอ้กแลนด์ หรือมหำวิทยำลัย แคนเทอเบอรี่ ซึ่งเป็นมหำวิทยำลัยรัฐ นอกจำกนี้ยังเกิดกำรเติบโตของสถำบันเอกชนจำนวนมำก รวมทั้ง โรงเรียนมัธยมศึกษำของทั้งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ที่ได้ทำกำรรับนักศึกษำต่ำงชำติเพื่อ เป็นรำยได้หลักของสถำบัน รวมไปถึงกำรเกิดขึ้นของสถำบันภำษำมำกมำย รัฐบำลนิวซีแลนด์ (2007) ได้ประกำศว่ำรำยได้อันดับ2 ของประเทศ (หน้ำ 35) ในขณะที่รัฐบำลออสเตรเลียเองก็ เล็งเห็นในปัจจัยเดียวกัน กำรเข้ำมำของนักศึกษำเอเชียไม่ได้ส่งผลให้เกิดเพียงรำยได้เท่ำนั้น แต่ยัง
  • 12.
    12 ส่งผลให้เกิดควำมร่วมมือระหว่ำงสถำบันรวมทั้งกำรลงทุนของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ใน ต่ำงประเทศ เช่นมหำวิทยำลัยเทคโนโลยีเมลเบิร์น (RMIT)ได้ทำกำรเปิดวิทยำเขตในประเทศ อินโดนีเซีย มหำวิทยำลัยแมสซี่ (Massey University) ได้ทำควำมร่วมมือกับจีน ที่เมือง วูฮั่น มหำวิทยำลัยวิคตอเรีย ได้เปิดวิทยำเขตที่เมือง โฮจิมินท์ ประเทศเวียดนำม ซึ่งส่งผลให้เกิดควำม เป็นนำนำชำติในประเทศเอเชีย ควบคู่ไปกับกำรเพิ่มขีดควำมสำมำรถของชำวออสเตรเลียและ นิวซีแลนด์ในด้ำนทักษะ ของภำษำและวัฒนธรรมเอเชีย โดยรัฐบำลนิวซีแลนด์ (2007) ได้มีนโยบาย Becoming more Asia literate โดยเพิ่มศักยภาพทางภาษาให้ชาวนิวซีแลนด์ (หน้า48) รวมทั้งให้ ความสาคัญและให้สื่อมวลชนสนับสนุนโครงการ Asian Culture in New Zealand (หน้า50) เพื่อ เสริมสร้างความเข้าใจของชาวนิวซีแลนด์ ต่อเอเชีย ทางด้านรัฐบาลออสเตรเลีย (2012) ได้แสดง วิสัยทัศน์เดียวกัน โดยใช้คาว่า Asia-literacy in schools เพื่อเสริมศักยภาพของชาวออสเตรเลีย (หน้า 167) รวมทั้งให้ความรู้ทางด้านนวัตกรรมการศึกษาจากทั้งทางออสเตรเลียและนิวซีแลนด์สู่เอเชียเอง หรือในทางกลับกัน 3. นวัตกรรมกำรเกษตรและทรัพยำกร ประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เป็นประเทศกสิกรรมหลักของโลก โดยมี ควำมก้ำวหน้ำด้ำนวิทยำกำรกำรเกษตรรวมทั้งกำรบริหำรทรัพยำกรอย่ำงต่อเนื่อง ในกรอบควำม ร่วมมือในปัจจุบัน ประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้ทำกำรวิจัยพืชและสัตว์ร่วมกับ สถำบันอุดมศึกษำของไทยอำทิเช่นมหำวิทยำลัยเกษตรศำสตร์ ที่ทำควำมร่วมมือรวมทั้งส่งอำจำรย์ สำยกำรเกษตรให้ศึกษำต่อที่มหำวิทยำลัยลินคอนห์ หรือมหำวิทยำลัยขอนแก่นและมหำสำรคำมที่ ทำควำมร่วมมือกับมหำวิทยำลัยแมสซี่เพื่อเรียนรู้ด้ำนกำรเกษตร นอกจำกนี้สำยนวัตกรรมเกษตร อื่นๆเช่น ธุรกิจกำรเกษตร (Agrobusiness) ได้มำเป็นสำยงำนที่ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้ทำ ควำมร่วมมือกับประเทศในเอเชีย ควำมร่วมมือในกรอบดังกล่ำวยังรวมถึงกำรให้ทุนกำรศึกษำกับ ประเทศในเอเชียเพื่อเรียนรู้ด้ำนกำรเกษตร ป่ำไม้ และ ทรัพยำกร รวมทั้งกำรออกวีซ่ำให้นักเรียนใน ส่วนของอำชีวเกษตรและอุดมศึกษำได้ทำงำน หรือ ฝึกงำนในอุตสำหกรรมเกษตรของออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ นอกจำกนี้กำรขำดแคลนคนในภำคเกษตรยังทำให้เกิดควำมต้องกำรของคนทำงำน ในสำยงำนเกษตรกรรมเช่น ไร่องุ่น หรือ ปศุสัตว์ ทำให้มีกำรเปิดวีซ่ำทำงำนเกษตรแบบ Seasonal ขึ้น ซึ่งเป็นแนวโน้มใหม่ที่ดีต่อประเทศในเอเชีย นอกจำกนี้ทั้งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ต่ำงยอมรับ ถึงกำรขยำยตัวของตลำดกำรเกษตรในเอเชีย ซึ่งเป็นกำรทำให้เกิดควำมแข็งแกร่งของอุตสำหกรรม เกษตรและอำหำร ซึ่งเริ่มเปลี่ยนจำกกำรใช้อุตสำหกรรมมำสู่ควำมเป็นธรรมชำติมำกขึ้น เช่นกรณี นมเปื้อนสำรพิษ อย่ำงเมลำมินในประเทศจีนได้ส่งผลให้เกิดกำรตื่นตัวถึงคุณภำพของสินค้ำ กำรเกษตรเช่นกัน
  • 13.
    13 บทส่งท้าย ในปัจจุบัน ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เองต่ำงยอมรับกระแสที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ปฎิเสธถึงบูรพำภิ วัตน์ แม้จะไม่ได้ใช้คำว่ำEasternization แต่กำรใช้คำว่ำ ศตวรรษของเอเชีย (Asian Century) ก็ถือเป็น กำรยอมรับอย่ำงไม่ปฎิเสธกระแสบูรพำภิวัตน์ แม้ว่ำในมิติควำมมั่นคงจะยังคงเป็นไปตำมกลไกของโลก ตะวันตก แต่กำรฑูต กำรค้ำ นวัตกรรมเมืองและวัฒนธรรม นวัตกรรมกำรศึกษำ หรือ แม้แต่นวัตกรรม กำรเกษตร ต่ำงเป็นไปตำมกลไกที่เข้ำสู่กระแสบูรพำภิวัตน์ ปัญหำที่ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์คิดอยู่ ไม่ได้อยู่ที่ว่ำจะเกิดบูรพำภิวัตน์หรือไม่ เพรำะทั้งสองประเทศต่ำงยอมรับโดยดุษฎีแล้วว่ำบูรพำภิวัตน์ได้ เริ่มขึ้นแล้ว และกำลังเกิดขึ้นอย่ำงต่อเนื่อง แต่ปัญหำที่แท้จริงอยู่ที่ว่ำเมื่อไรกระแสบูรพำภิวัตน์จะมี บทบำทอย่ำงเต็มรูปแบบ กำรเกิดขึ้นของประชำคมเศรษฐกิจอำเซี่ยนหรือ AEC ต่ำงอยู่ในกำรจับตำมอง ของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ รวมทั้งกำรเข้ำร่วม ARF หรือ East Asian Summit ต่ำงบ่งบอกถึงควำม กระตือรือร้นที่จะเข้ำร่วมในกระแสบูรพำภิวัตน์ แต่สิ่งหนึ่งที่ประเทศในเอเชียต้องทำก็คือกำรหำ นวัตกรรมของชำติให้พบ หำกว่ำประเทศจีนประกำศว่ำจะเป็นโรงงำนของโลก ประเทศอินเดียและฟิล ลิปปินส์จะเป็นออฟฟิสของโลก ประเทศเกำหลีใต้และญี่ปุ่นจะเป็นผู้นำเทคโนโลยีของโลก ประเทศ สิงคโปร์จะเป็นท่ำเรือโลก แล้ว ประเทศไทยของเรำจะไปในทิศทำงใด ศำสตรำจำรย์ ดร. เอนก เหล่ำ ธรรมทัศน์ (2013) กล่ำวใน ประเทษไทยในทศวรรษหน้ำ ว่ำประเทศไทยมีจุดแข็งที่ ภูมิวัฒนธรรม (หน้ำ 4) ซึ่งสอดคล้องกับนวัตกรรมใหม่ของบูรพำภิวัตน์ทั้งสำมอย่ำง แต่ปัญหำที่ไทยเองต้องมองคือเรำจะ สำมำรถนำนวัตกรรมทั้งสำมมำประยุกต์ได้มำกหรือน้อยขนำดไหน ในทำงกลับกัน ประเทศออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์เองก็จับตำมองประเทศต่ำงๆในเอเชียอย่ำงจดจ่อเพื่อที่จะเพิ่มควำมสัมพันธ์และมีกำร พัฒนำกำรร่วมกันในบูรพำภิวัตน์หรือศตวรรษของเอเชีย ดังนั้นเรำจะเห็นได้ว่ำประเทศออสเตรเลียและ นิวซีแลนด์ได้วำงยุทธศำสตร์ที่จะเข้ำสู่กระแสบูรพำภิวัตน์อย่ำงชัดเจนแล้ว แต่ประเทศในเอเชียหลำย ประเทศรวมทั้งประเทศไทยกลับยังไม่สำมำรถหำตนเองพบว่ำจะเดินในทิศทำงใดเพื่อไปสู่ควำมสำเร็จใน กระแสบูรพำภิวัตน์ ซึ่งยังคงเป็นคำถำมที่เรำต้องมำหำคำตอบว่ำเมื่อเรำมีจุดแข็งที่ ภูมิวัฒนธรรมแล้วเรำ จะนำไปใช้อย่ำงไรให้เกิดประโยชน์มำกที่สุด
  • 14.
    14 บรรณานุกรม เอนก เหล่าธรรมทัศน์ (2554)บูรพาภิวัตน์: ภูมิ-รัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกใหม่. กรุงเทพ: สานักพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ เอนก เหล่าธรรมทัศน์ (2555) การศึกษาไทยในยุคบูรพาภิวัตน์. กรุงเทพ: สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ เอนก เหล่าธรรมทัศน์ (2555) กองทุนความมั่นคงกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ. กรุงเทพ: สถาบันคลังปัญญาด้าน ยุทธศาสตร์ เอนก เหล่าธรรมทัศน์ (2555) จีนและอาเซี่ยนในยุคบูรพาภิวัตน์. กรุงเทพ: สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ เอนก เหล่าธรรมทัศน์ (2556) การสร้างเมืองของจีน: แนวคิดและนโยบาย. กรุงเทพ: สถาบันคลังปัญญาด้าน ยุทธศาสตร์ เอนก เหล่าธรรมทัศน์ (2556) ยุทธศาสตร์สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่นและสหภาพยุโรปในยุคบูรพาภิวัตน์. กรุงเทพ: สถาบัน คลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ เอนก เหล่าธรรมทัศน์ (2556) ประเทศไทยในทศวรรษหน้า 2556-2665. กรุงเทพ: สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ Australia Government (1997). Australia’s Foreign and Trade Policy: In the National Interest. Canberra: Ministry of Foreign Affairs and Trade Australia Government (2012). Australia Government White Paper: Australia in the Asian Century. Canberra: Australia Government Australia Government (2014). Defence Issues Paper. Canberra: Department of Defence Global Fire Power (2014) Defense Budget by Country. GFP Official Website retrieved from http://www.globalfirepower.com/defense-spending-budget.asp on 18th December 2014 Groff, Stephen P. (2012). Will this be Asia’s Century? ADB Official Website retrieved from http://www.adb.org/news/speeches/will-be-asias-century on 16th December 2014 Kuroda, Haruhiko (2011). Realizing the Asian Century. ADB Official Website retrieved from http://www.globalfirepower.com/defense-spending-budget.asp on 12th December 2014 Leather, James (2014). Transport in the Asian Century. ADB Official Website retried from http://www.adb.org/news/events/live-online-chat-transport-asian-century on 24th December 2014
  • 15.
    15 Lutz, Wolfgang (2013).The Asian Century will rebuilt on human capital. East Asia Forum retrieved from http://www.eastasiaforum.org/2013/04/03/the-asian-century-will-be-built-on-human-capital/ on 22nd December 2014 Mahbubani, Kishore (2014). Changing Asia: The Asian Century. Official ADB website retrieved from http://www.adb.org/news/videos/changing-asia-asian-century on 10th December 2014 Nag, Rajat (2010). The Asian Century. ADB Official Website retrieved from http://www.adb.org/news/speeches/asian-century on 21st December 2014 Nag, Rajat (2011). The Asian Century: Plausible but not Preordained. ADB Official Website retrieved from http://www.adb.org/news/speeches/asian-century-plausible-not-preordained on 16th December 2014 New Zealand Government (2007). Our Future with Asia. Wellington: Ministry of Foreign Affairs and Trade New Zealand Government (2010). Defense White Paper. Wellington: Ministry of Defense New Zealand Ministry of Foreign Affairs and Trade (2014). Statement of Intent 2014-2018: Giving New Zealand an edge Internationally. Wellington Ministry of Foreign Affairs and Trade