1
เรียบเรียงโดย ยุวดี คาดการณ์ไกล
1 กันยายน 2565
พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้จัดให้มีการประชุมสมัชชาใหญ่ของพรรคฯ เป็นประจาทุกห้าปีตั้งแต่ 1977
เป็นต้นมา ถือเป็นโอกาสของการเปลี่ยนแปลงผู้นาประเทศครั้งใหญ่และเป็นการเริ่มต้นของแนวทางนโยบายที่
มีต่อกิจการภายในประเทศและการต่างประเทศของจีนด้วย ในวันที่ 16 ตุลาคม 2022 นี้ก็จะมีการประชุม
สมัชชาใหญ่ของพรรคฯ ครั้งที่ 20 เกิดขึ้น ซึ่งเป็นปีที่มีความหมายต่อประเทศจีนอีกปีหนึ่ง ประชาชนจีนและผู้
เฝ้ามองจีนในต่างประเทศต่างจับจ้องการเปลี่ยนแปลงบุคลากรของพรรคคอมมิวนิสต์ที่จะเกิดขึ้นพร้อมกันไป
ในการประชุมครั้งนี้ ซึ่งยากที่จะคาดเดาผลว่าจะออกมาอย่างไร อย่างไรก็ตาม ลองมาดูนักวิเคราะห์การเมือง
จีนอย่าง Cheng Li แห่งสถาบัน Brookings ประเมินอย่างไร
การเปลี่ยนแปลงผู้นาเป็นจานวนมาก
ตลอดช่วง 45 ปีที่ผ่านมา เหตุการณ์ทุกๆ ห้าปีในจีนจะเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของผู้นาทั้งห้า
ระดับ ได้แก่ ส่วนกลาง มณฑล เทศบาล เทศมณฑล และตาบล คณะกรรมการของพรรคคอมมิวนิสต์ (CCP)
ทั้งหมดประกอบด้วย บุคคลากรประมาณ 170,000 คน จึงจาเป็นต้องได้รับการทบทวน เลือกตั้งใหม่ และ
แต่งตั้งใหม่โดยประมาณภายในหนึ่งปีก่อนการประชุมสมัชชาใหญ่ของพรรคฯ
ในระหว่างการเตรียมการสาหรับการประชุมสมัชชาใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์ครั้งที่ 18 เมื่อ 10 ปีที่
แล้ว ทางการจีนรายงานว่า “บุคคลากรที่อาวุโส” มากกว่า 100,000 คน (เหนือระดับเทศมณฑลขึ้นไป)
เกษียณอายุหรือได้รับมอบหมายหน้าที่ใหม่ เพื่อเปิดทางให้แก่ผู้ที่เข้ามาใหม่
หน่วยงานของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่ทาหน้าที่ตัดสินใจหลักสาหรับการเปลี่ยนแปลงที่กาลังจะเกิดขึ้น
นั้น Cheng LI ประเมินว่า จะมีการปรับเปลี่ยนบุคลากรของพรรคฯ ในระดับคณะกรรมการกลาง (CC) ที่มี
สมาชิกทั้งหมดจานวน 376 คนประมาณสองในสาม ในระดับกรมการเมือง(Politburo) ที่มีทั้งหมด 25 คน
ประมาณครึ่งหนึ่งของสมาชิก และในคณะกรรมการประจากรมการเมือง (Politburo Standing Committee
(PSC) ) ที่มีสมาชิกทั้งหมด 7 คนประมาณครึ่งหนึ่งของสมาชิก ทั้งหมดนี้เป็นหน่วยงานที่มีอานาจตัดสินใจ
การเปลี่ยนแปลงผู้นาจีนที่สาคัญที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
ในการประชุมสมัชชาใหญ่ของพรรคฯ ครั้งที่ 20
2
สูงสุด ซึ่งจะมีสมาชิกผู้เข้ามาใหม่ เป็นสัญญาณที่ชี้ว่าการปรับเปลี่ยนรุ่นของผู้นาพรรคกาลังดาเนินการอยู่จริง
(โครงสร้างการนาของ CCP ดูได้จากรูปที่ 1)
รูปที่ 1 แผนภูมิการจัดองค์กรของพรรคคอมมิวนิสต์จีน (2022)
ที่มา: Cheng Li, Brookings Institution
กล่าวกันว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีน(CCP) มักมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับรุ่นทางการเมืองว่าขึ้นอยู่กับ
ประสบการณ์ทางการเมืองอย่างชัดเจนที่ได้สั่งสมมาช้านานของชนชั้นนาในพรรค เช่น รุ่นเดินทัพทางไกล
(Long March) รุ่นต่อต้านสงครามญี่ปุ่น(Anti-Japanese War) รุ่นเปลี่ยนผ่านสังคมนิยม (Socialist
Transformation) และรุ่นปฏิวัติวัฒนธรรม( Cultural Revolution) เป็นต้น อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่นามานี้ได้มี
วิธีที่ใช้กันทั่วไปในการอธิบายที่ง่ายขึ้นคือใช้เรียก รุ่น(ไม่ว่าจะหมายถึงชนชั้นนาหรือไม่ใช่ชนชั้นนา) โดยอิงจาก
ทศวรรษที่เกิด เช่น รุ่นหลังทศวรรษ 1950 (wu ling hou :五零后) รุ่นหลังทศวรรษ 1960 (liu ling
hou:六零后) และรุ่นหลังทศวรรษ 1970 (qi ling hou:七零后)
การเปลี่ยนแปลงรุ่นของผู้นาจานวนมากกาลังเกิดขึ้นในระดับผู้นาที่รองจากระดับชาติ ได้แก่ ผู้นา
ระดับมณฑล พบว่าในฤดูใบไม้ร่วงปี 2021 คณะกรรมการพรรคระดับมณฑล 14 แห่งจากทั้งหมด 31 แห่ง ถูก
สมาชิกพรรค (95 ล้านคน)
สมัชชาพรรคคอมิวนิสต์
(2,280)
คณะกรรมการกลาง (376)
กรมการเมือง (25)
คณะกรรมการ
ประจากรมการเมือง
(7)
เลขาธิการ
3
ปรับเปลี่ยน และอีก 17 แห่งตามมาในครึ่งแรกของปี 2022 ตามข้อมูลของคณะกรรมการที่ทาการปรับเปลี่ยน
ตาแหน่งนั้น ผู้นาระดับมณฑลส่วนใหญ่เกิดในทศวรรษ 1960
ในบรรดา 31 มณฑลและ 4 เทศบาลที่ขึ้นตรงต่อส่วนกลาง ได้แก่ ปักกิ่ง เทียนจิน เซี่ยงไฮ้ และฉงชิ่ง
นั้น ทั้งผู้ว่าการหรือนายกเทศมนตรี คนเหล่านี้ทั้งหมด (ยกเว้นเพียงหนึ่งคน) เกิดในทศวรรษ 1960 ซึ่งพบว่า
ร้อยละ 94 ได้รับการแต่งตั้งในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา มีเพียงสามคนเท่านั้นคือ นายกเทศมนตรีปักกิ่ง Chen
Jining (เกิดในปี 1964), นายกเทศมนตรีเซี่ยงไฮ้ Gong Zheng (1960) และผู้ว่าการหนิงเซี่ย Xian Hui
(1958) ที่เป็นสมาชิกสามัญของคณะกรรมการกลาง (CC) ปัจจุบันมี 17 คน (คิดเป็น 55 เปอร์เซ็นต์) ไม่ได้
เป็นแม้แต่สมาชิกสารองด้วยซ้า คาดว่าทั้งหมดน่าจะได้ที่นั่งสาหรับเป็นสมาชิกสามัญในคณะกรรมการกลางชุด
ถัดไป และยังมีการประเมินว่า 85 เปอร์เซ็นต์ของที่นั่งในคณะกรรมการกลางชุดถัดไปจะอยู่ในมือของคนรุ่น
หลัง 1960 และรุ่นหลัง 1970 เทียบกับ 52 เปอร์เซ็นต์ในคณะกรรมการกลางชุดปัจจุบันซึ่งมีสมาชิกเพียงสอง
คนที่เกิดในทศวรรษ 1970
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในคนรุ่นต่างๆ ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในการบริหารงานระดับมณฑลเท่านั้น แต่
ผู้นาที่สาคัญอื่นๆ ก็เริ่มมีการสับเปลี่ยนครั้งสาคัญเช่นกัน จะเห็นว่า ภายในผู้นาของกองทัพ เช่น ในช่วงครึ่งปี
ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2021 ถึงมกราคม 2022 สี จิ้นผิง ได้มอบตาแหน่งยศนายพลสูงสุด (上将) ให้กับ
นายทหาร 16 นาย ถึงสามครั้ง นายทหารระดับสูงที่เพิ่งได้รับการเลื่อนตาแหน่งเหล่านี้มีสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่ง
ของนายพลสูงสุดที่กาลังประจาการอยู่ในกองทัพจีน พวกเขาเพิ่งได้รับแต่งตั้งให้ดารงตาแหน่งที่สาคัญที่สุดบาง
ตาแหน่งในกองทัพปลดแอกประชาชนและกองกาลังตารวจติดอาวุธ ได้แก่ ผู้บัญชาการกองทัพบก Liu Zhenli
(1964) ผู้บัญชาการกองทัพอากาศ Chang Dingqiu (1967) ผู้บัญชาการกองทัพเรือ Dong Jun (1963) ผู้
บัญชาการกองกาลังจรวด Li Yuchao (1963) ผู้บัญชาการกองกาลังสนับสนุนยุทธศาสตร์ Ju Qiansheng
(1962) และอธิการบดีของมหาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร Xu Xueqiang (1962) มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่
เป็นสมาชิกสามัญและอีกสามคนเป็นสมาชิกสารองในคณะกรรมการกลางชุดปัจจุบัน ในขณะที่อีก 12 คนคาด
ว่าจะเข้าสู่คณะกรรมการกลางชุดถัดไปในฐานะผู้ที่เพิ่งเข้ามาเป็นสมาชิกครั้งแรก
ตารางที่ 1 แสดงสถานะและแนวโน้มสาหรับสมาชิกคณะกรรมการกลางชุดที่ 19 มีสมาชิกมากถึง
193 คน ซึ่งรวมถึงสมาชิกสามัญจานวน 115 คน (56 เปอร์เซ็นต์) และสมาชิกสารอง 78 คน (45 เปอร์เซ็นต์)
ได้เกษียณหรือย้ายไปทางานตาแหน่งพิธีการ นอกจากนี้ สมาชิก 4 คนเสียชีวิตและอีก 3 คนถูกปรับออก
เนื่องจาก จะมีการแทนที่สมาชิกคณะกรรมการกลางชุดปัจจุบันอย่างน้อย 53 เปอร์เซ็นต์ ตารางนี้แสดงให้เห็น
ถึงการคาดการณ์ดังกล่าวว่าสองในสามของสมาชิกคณะกรรมการกลางชุดต่อไปจะเป็นสมาชิกใหม่ (รวมถึง
สมาชิกที่ได้รับการส่งเสริมจากสมาชิกสารองเป็นสมาชิกสามัญด้วย)
4
ตารางที่ 1: สถานะปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคตของสมาชิกคณะกรรมการกลางชุดที่ 19 (ณ วันที่ 7
กุมภาพันธ์ 2022)
สถานะปัจจุบันและแนวโน้มใน
อนาคต
สมาชิกสามัญ สมาชิกสารอง สมาชิกทั้งหมด
จานวน % จานวน % จานวน %
น่าจะคงอยู่ 65 31.9 21 12.2 86 22.9
น่าจะได้รับการส่งเสริมจากสมาชิก
สารองขึ้นเป็นสมาชิกสามัญ
N/A N/A 43 25 43 11.4
ไม่ชัดเจน 20 9.8 27 15.7 47 12.5
เกษียณพอดีหรือเลื่อนไปตาแหน่ง
พิธีการ
115 56.3 78 45.3 193 51.3
เสียชีวิต 2 1.0 2 1.2 4 1.1
ถูกปรับออก 2 1.0 1 0.6 3 0.8
รวมทั้งหมด 204 100 172 100 276 100
ที่มา : Cheng Li , Brookings Institution.
ความคลุมเครือในประเด็นบุคลากรที่สาคัญ
ในยุคหลังเติ้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์สามสมัยแรกนั้น อายุ
เกษียณและการจากัดระยะเวลาดารงตาแหน่งเป็นข้อบังคับนั้น ถือเป็นกฎเกณฑ์เชิงสถาบันและบรรทัดฐานที่
ครอบไว้เพื่อนามาใช้ในการเปลี่ยนแปลงผู้นา ตัวอย่างเช่น คณะกรรมการกลาง(Central Committee: CC)
ชุดที่ 18 ในปี 2012 กรรมการที่เกิดก่อนปี 1945 ขาดคุณสมบัติการเป็นสมาชิก ประเด็นเดียวกันนี้ก็เกิดขึ้นกับ
ผู้ที่เกิดก่อนปี 1950 ในคณะกรรมการกลางชุดที่ 19 ในปี 2017 เนื่องจากสมาชิกคณะกรรมการประจา
กรมการเมือง(PSC) จะต้องเป็นสมาชิกกรมการเมือง(Politburo) และสมาชิกกรมการเมือง(Politburo) ต้อง
เป็นสมาชิกคณะกรรมการกลาง ระยะเวลาดารงตาแหน่งจึงมีผลกับผู้นาระดับสูงทุกคน ระยะเวลาดารง
ตาแหน่งยังระบุด้วยว่า ผู้นาต้องมีวาระห้าปีในตาแหน่งเดียวกันไม่เกินสองวาระ และวาระห้าปีในระดับการนา
เดียวกันไม่เกินสามวาระ บรรทัดฐานและกฎเกณฑ์เหล่านี้ให้รับรู้ถึงความคงเส้นคงวาและความเป็นธรรม
คณะกรรมการกลางชุดที่ 20 ที่กาลังจะเกิดขึ้นจึงเห็นได้ชัดว่า จะไม่เป็นไปตามบรรทัดฐานที่มีเฉพาะผู้
ที่เกิดในหรือหลังปี 1955 เท่านั้นที่มีคุณสมบัติในการเป็นสมาชิก สี จิ้นผิง ซึ่งเกิดในปี 1953 จะยังคงดารงอยู่
ต่อไปแน่นอน และการยกเลิกจากัดวาระการดารงตาแหน่งประธานาธิบดีประเทศในรัฐธรรมนูญของ
สาธารณรัฐประชาชนจีนในปี 2018 ปูทางให้สีจิ้นผิงอยู่เกินขีดจากัดวาระสองสมัยในฐานะเลขาธิการพรรค
ผู้นาของพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ประกาศเมื่อเร็วๆ นี้ว่า การเลือกคณะกรรมการกลางชุดที่ 20 จะ “ไม่ได้ขึ้นอยู่
5
กับอายุเพียงอย่างเดียว” (buwei nianling: 不为年龄) ซึ่งหมายความว่าผู้นาระดับสูงสองสามคนที่เกิด
ก่อนปี 1955 น่าจะอยู่ในกรมการเมือง (Politburo) และคณะกรรมการประจากรมการเมือง (PSC) ได้
ประเด็นนี้ทาให้เกิดความคลุมเครือเกี่ยวกับผู้นาจีน ผู้นาระดับสูงของทีมบริหาร 3 ทีมที่สาคัญที่สุด
ได้แก่ 1) ทีม Li Keqiang (1955), Han Zheng (1954) และ Liu He (1952) ในด้านเศรษฐกิจและการเงิน 2)
ทีม Yang Jiechi (1950) และ Wang Yi (1953) ดูแลด้านการต่างประเทศ; และ 3) ทีม Xu Qiliang (1950),
Zhang Youxia (1950) และ Wei Fenghe (1954) ดูแลในด้านกองทัพ ทั้งหมดนี้ควรจะเกษียณตามบรรทัด
ฐานก่อนหน้านี้ และตาแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้นก็มีข้อจากัดสองวาระยังคงไม่เปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม มติ
ใหม่ของพรรคจะทาให้บางส่วนยังคงเป็นผู้นาพรรคได้ ในทานองเดียวกัน บรรดาสมาชิก คณะกรรมการประจา
กรมการเมือง (PSC) มีเพียง Li Zhanshu (1950) ที่คาดว่าจะเกษียณอายุ (แม้ว่าเขาอาจทาหน้าที่เป็นรอง
ประธานาธิบดีคนต่อไปของจีน) ช่วงอายุของสมาชิกอีกห้าคน (ไม่รวมสีจิ้นผิง) ก็คือสามปี ยังไม่มีเกณฑ์ที่เป็น
รูปธรรมในการกาหนดว่าใครจะอยู่และใครจะจากไป
ผู้นาส่วนใหญ่ที่เกิดในช่วงต้นทศวรรษ 1950 มีแนวโน้มที่จะเกษียณอายุในการประชุมสมัชชาใหญ่ของ
พรรคฯ ครั้งที่ 20 การคาดการณ์นี้ ผู้ประเมินได้อิงจากข้อเท็จจริงที่ว่าการสับเปลี่ยนของชนชั้นนาที่กาลัง
ดาเนินอยู่ในตาแหน่งระดับมณฑลและการจัดอันดับในกองทัพได้ปฏิบัติตามข้อจากัดด้านอายุเป็นส่วนใหญ่
และยังขึ้นอยู่กับความจาเป็นตามที่สีจิ้นผิงเคยระบุไว้เมื่อไม่นานมานี้ในการส่งเสริมผู้นาที่อายุน้อยกว่าให้เป็น
ผู้นาระดับสูง Cheng Li ยังประเมินว่า ผู้นาสี่ถึงห้าคนที่อายุน้อยโดยเฉพาะผู้ที่เกิดในทศวรรษ 1960 มีแนวโน้ม
ที่จะขึ้นสู่ตาแหน่งคณะกรรมการประจากรมการเมือง (PSC) ชุดต่อไป
อ่านเพิ่มเติม การเมืองจีนในหนังสือ ประสบการณ์ประชาธิปไตยจีน (ฉบับแปลภาษาไทย) เขียนโดยฝางหนิง
สานักพิมพ์มูลนิธิสถาบันสร้างสรรค์ปัญญาสาธารณะ บรรณาธิการแปลโดย ยุวดี คาดการณ์ไกล ปีที่พิมพ์
2564

การเปลี่ยนแปลงผู้นำจีนที่สำคัญที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ในการประชุมสมัชชาใหญ่ของพรรคฯ ครั้งที่ 20

  • 1.
    1 เรียบเรียงโดย ยุวดี คาดการณ์ไกล 1กันยายน 2565 พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้จัดให้มีการประชุมสมัชชาใหญ่ของพรรคฯ เป็นประจาทุกห้าปีตั้งแต่ 1977 เป็นต้นมา ถือเป็นโอกาสของการเปลี่ยนแปลงผู้นาประเทศครั้งใหญ่และเป็นการเริ่มต้นของแนวทางนโยบายที่ มีต่อกิจการภายในประเทศและการต่างประเทศของจีนด้วย ในวันที่ 16 ตุลาคม 2022 นี้ก็จะมีการประชุม สมัชชาใหญ่ของพรรคฯ ครั้งที่ 20 เกิดขึ้น ซึ่งเป็นปีที่มีความหมายต่อประเทศจีนอีกปีหนึ่ง ประชาชนจีนและผู้ เฝ้ามองจีนในต่างประเทศต่างจับจ้องการเปลี่ยนแปลงบุคลากรของพรรคคอมมิวนิสต์ที่จะเกิดขึ้นพร้อมกันไป ในการประชุมครั้งนี้ ซึ่งยากที่จะคาดเดาผลว่าจะออกมาอย่างไร อย่างไรก็ตาม ลองมาดูนักวิเคราะห์การเมือง จีนอย่าง Cheng Li แห่งสถาบัน Brookings ประเมินอย่างไร การเปลี่ยนแปลงผู้นาเป็นจานวนมาก ตลอดช่วง 45 ปีที่ผ่านมา เหตุการณ์ทุกๆ ห้าปีในจีนจะเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของผู้นาทั้งห้า ระดับ ได้แก่ ส่วนกลาง มณฑล เทศบาล เทศมณฑล และตาบล คณะกรรมการของพรรคคอมมิวนิสต์ (CCP) ทั้งหมดประกอบด้วย บุคคลากรประมาณ 170,000 คน จึงจาเป็นต้องได้รับการทบทวน เลือกตั้งใหม่ และ แต่งตั้งใหม่โดยประมาณภายในหนึ่งปีก่อนการประชุมสมัชชาใหญ่ของพรรคฯ ในระหว่างการเตรียมการสาหรับการประชุมสมัชชาใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์ครั้งที่ 18 เมื่อ 10 ปีที่ แล้ว ทางการจีนรายงานว่า “บุคคลากรที่อาวุโส” มากกว่า 100,000 คน (เหนือระดับเทศมณฑลขึ้นไป) เกษียณอายุหรือได้รับมอบหมายหน้าที่ใหม่ เพื่อเปิดทางให้แก่ผู้ที่เข้ามาใหม่ หน่วยงานของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่ทาหน้าที่ตัดสินใจหลักสาหรับการเปลี่ยนแปลงที่กาลังจะเกิดขึ้น นั้น Cheng LI ประเมินว่า จะมีการปรับเปลี่ยนบุคลากรของพรรคฯ ในระดับคณะกรรมการกลาง (CC) ที่มี สมาชิกทั้งหมดจานวน 376 คนประมาณสองในสาม ในระดับกรมการเมือง(Politburo) ที่มีทั้งหมด 25 คน ประมาณครึ่งหนึ่งของสมาชิก และในคณะกรรมการประจากรมการเมือง (Politburo Standing Committee (PSC) ) ที่มีสมาชิกทั้งหมด 7 คนประมาณครึ่งหนึ่งของสมาชิก ทั้งหมดนี้เป็นหน่วยงานที่มีอานาจตัดสินใจ การเปลี่ยนแปลงผู้นาจีนที่สาคัญที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ในการประชุมสมัชชาใหญ่ของพรรคฯ ครั้งที่ 20
  • 2.
    2 สูงสุด ซึ่งจะมีสมาชิกผู้เข้ามาใหม่ เป็นสัญญาณที่ชี้ว่าการปรับเปลี่ยนรุ่นของผู้นาพรรคกาลังดาเนินการอยู่จริง (โครงสร้างการนาของCCP ดูได้จากรูปที่ 1) รูปที่ 1 แผนภูมิการจัดองค์กรของพรรคคอมมิวนิสต์จีน (2022) ที่มา: Cheng Li, Brookings Institution กล่าวกันว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีน(CCP) มักมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับรุ่นทางการเมืองว่าขึ้นอยู่กับ ประสบการณ์ทางการเมืองอย่างชัดเจนที่ได้สั่งสมมาช้านานของชนชั้นนาในพรรค เช่น รุ่นเดินทัพทางไกล (Long March) รุ่นต่อต้านสงครามญี่ปุ่น(Anti-Japanese War) รุ่นเปลี่ยนผ่านสังคมนิยม (Socialist Transformation) และรุ่นปฏิวัติวัฒนธรรม( Cultural Revolution) เป็นต้น อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่นามานี้ได้มี วิธีที่ใช้กันทั่วไปในการอธิบายที่ง่ายขึ้นคือใช้เรียก รุ่น(ไม่ว่าจะหมายถึงชนชั้นนาหรือไม่ใช่ชนชั้นนา) โดยอิงจาก ทศวรรษที่เกิด เช่น รุ่นหลังทศวรรษ 1950 (wu ling hou :五零后) รุ่นหลังทศวรรษ 1960 (liu ling hou:六零后) และรุ่นหลังทศวรรษ 1970 (qi ling hou:七零后) การเปลี่ยนแปลงรุ่นของผู้นาจานวนมากกาลังเกิดขึ้นในระดับผู้นาที่รองจากระดับชาติ ได้แก่ ผู้นา ระดับมณฑล พบว่าในฤดูใบไม้ร่วงปี 2021 คณะกรรมการพรรคระดับมณฑล 14 แห่งจากทั้งหมด 31 แห่ง ถูก สมาชิกพรรค (95 ล้านคน) สมัชชาพรรคคอมิวนิสต์ (2,280) คณะกรรมการกลาง (376) กรมการเมือง (25) คณะกรรมการ ประจากรมการเมือง (7) เลขาธิการ
  • 3.
    3 ปรับเปลี่ยน และอีก 17แห่งตามมาในครึ่งแรกของปี 2022 ตามข้อมูลของคณะกรรมการที่ทาการปรับเปลี่ยน ตาแหน่งนั้น ผู้นาระดับมณฑลส่วนใหญ่เกิดในทศวรรษ 1960 ในบรรดา 31 มณฑลและ 4 เทศบาลที่ขึ้นตรงต่อส่วนกลาง ได้แก่ ปักกิ่ง เทียนจิน เซี่ยงไฮ้ และฉงชิ่ง นั้น ทั้งผู้ว่าการหรือนายกเทศมนตรี คนเหล่านี้ทั้งหมด (ยกเว้นเพียงหนึ่งคน) เกิดในทศวรรษ 1960 ซึ่งพบว่า ร้อยละ 94 ได้รับการแต่งตั้งในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา มีเพียงสามคนเท่านั้นคือ นายกเทศมนตรีปักกิ่ง Chen Jining (เกิดในปี 1964), นายกเทศมนตรีเซี่ยงไฮ้ Gong Zheng (1960) และผู้ว่าการหนิงเซี่ย Xian Hui (1958) ที่เป็นสมาชิกสามัญของคณะกรรมการกลาง (CC) ปัจจุบันมี 17 คน (คิดเป็น 55 เปอร์เซ็นต์) ไม่ได้ เป็นแม้แต่สมาชิกสารองด้วยซ้า คาดว่าทั้งหมดน่าจะได้ที่นั่งสาหรับเป็นสมาชิกสามัญในคณะกรรมการกลางชุด ถัดไป และยังมีการประเมินว่า 85 เปอร์เซ็นต์ของที่นั่งในคณะกรรมการกลางชุดถัดไปจะอยู่ในมือของคนรุ่น หลัง 1960 และรุ่นหลัง 1970 เทียบกับ 52 เปอร์เซ็นต์ในคณะกรรมการกลางชุดปัจจุบันซึ่งมีสมาชิกเพียงสอง คนที่เกิดในทศวรรษ 1970 การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในคนรุ่นต่างๆ ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในการบริหารงานระดับมณฑลเท่านั้น แต่ ผู้นาที่สาคัญอื่นๆ ก็เริ่มมีการสับเปลี่ยนครั้งสาคัญเช่นกัน จะเห็นว่า ภายในผู้นาของกองทัพ เช่น ในช่วงครึ่งปี ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2021 ถึงมกราคม 2022 สี จิ้นผิง ได้มอบตาแหน่งยศนายพลสูงสุด (上将) ให้กับ นายทหาร 16 นาย ถึงสามครั้ง นายทหารระดับสูงที่เพิ่งได้รับการเลื่อนตาแหน่งเหล่านี้มีสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่ง ของนายพลสูงสุดที่กาลังประจาการอยู่ในกองทัพจีน พวกเขาเพิ่งได้รับแต่งตั้งให้ดารงตาแหน่งที่สาคัญที่สุดบาง ตาแหน่งในกองทัพปลดแอกประชาชนและกองกาลังตารวจติดอาวุธ ได้แก่ ผู้บัญชาการกองทัพบก Liu Zhenli (1964) ผู้บัญชาการกองทัพอากาศ Chang Dingqiu (1967) ผู้บัญชาการกองทัพเรือ Dong Jun (1963) ผู้ บัญชาการกองกาลังจรวด Li Yuchao (1963) ผู้บัญชาการกองกาลังสนับสนุนยุทธศาสตร์ Ju Qiansheng (1962) และอธิการบดีของมหาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร Xu Xueqiang (1962) มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ เป็นสมาชิกสามัญและอีกสามคนเป็นสมาชิกสารองในคณะกรรมการกลางชุดปัจจุบัน ในขณะที่อีก 12 คนคาด ว่าจะเข้าสู่คณะกรรมการกลางชุดถัดไปในฐานะผู้ที่เพิ่งเข้ามาเป็นสมาชิกครั้งแรก ตารางที่ 1 แสดงสถานะและแนวโน้มสาหรับสมาชิกคณะกรรมการกลางชุดที่ 19 มีสมาชิกมากถึง 193 คน ซึ่งรวมถึงสมาชิกสามัญจานวน 115 คน (56 เปอร์เซ็นต์) และสมาชิกสารอง 78 คน (45 เปอร์เซ็นต์) ได้เกษียณหรือย้ายไปทางานตาแหน่งพิธีการ นอกจากนี้ สมาชิก 4 คนเสียชีวิตและอีก 3 คนถูกปรับออก เนื่องจาก จะมีการแทนที่สมาชิกคณะกรรมการกลางชุดปัจจุบันอย่างน้อย 53 เปอร์เซ็นต์ ตารางนี้แสดงให้เห็น ถึงการคาดการณ์ดังกล่าวว่าสองในสามของสมาชิกคณะกรรมการกลางชุดต่อไปจะเป็นสมาชิกใหม่ (รวมถึง สมาชิกที่ได้รับการส่งเสริมจากสมาชิกสารองเป็นสมาชิกสามัญด้วย)
  • 4.
    4 ตารางที่ 1: สถานะปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคตของสมาชิกคณะกรรมการกลางชุดที่19 (ณ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2022) สถานะปัจจุบันและแนวโน้มใน อนาคต สมาชิกสามัญ สมาชิกสารอง สมาชิกทั้งหมด จานวน % จานวน % จานวน % น่าจะคงอยู่ 65 31.9 21 12.2 86 22.9 น่าจะได้รับการส่งเสริมจากสมาชิก สารองขึ้นเป็นสมาชิกสามัญ N/A N/A 43 25 43 11.4 ไม่ชัดเจน 20 9.8 27 15.7 47 12.5 เกษียณพอดีหรือเลื่อนไปตาแหน่ง พิธีการ 115 56.3 78 45.3 193 51.3 เสียชีวิต 2 1.0 2 1.2 4 1.1 ถูกปรับออก 2 1.0 1 0.6 3 0.8 รวมทั้งหมด 204 100 172 100 276 100 ที่มา : Cheng Li , Brookings Institution. ความคลุมเครือในประเด็นบุคลากรที่สาคัญ ในยุคหลังเติ้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์สามสมัยแรกนั้น อายุ เกษียณและการจากัดระยะเวลาดารงตาแหน่งเป็นข้อบังคับนั้น ถือเป็นกฎเกณฑ์เชิงสถาบันและบรรทัดฐานที่ ครอบไว้เพื่อนามาใช้ในการเปลี่ยนแปลงผู้นา ตัวอย่างเช่น คณะกรรมการกลาง(Central Committee: CC) ชุดที่ 18 ในปี 2012 กรรมการที่เกิดก่อนปี 1945 ขาดคุณสมบัติการเป็นสมาชิก ประเด็นเดียวกันนี้ก็เกิดขึ้นกับ ผู้ที่เกิดก่อนปี 1950 ในคณะกรรมการกลางชุดที่ 19 ในปี 2017 เนื่องจากสมาชิกคณะกรรมการประจา กรมการเมือง(PSC) จะต้องเป็นสมาชิกกรมการเมือง(Politburo) และสมาชิกกรมการเมือง(Politburo) ต้อง เป็นสมาชิกคณะกรรมการกลาง ระยะเวลาดารงตาแหน่งจึงมีผลกับผู้นาระดับสูงทุกคน ระยะเวลาดารง ตาแหน่งยังระบุด้วยว่า ผู้นาต้องมีวาระห้าปีในตาแหน่งเดียวกันไม่เกินสองวาระ และวาระห้าปีในระดับการนา เดียวกันไม่เกินสามวาระ บรรทัดฐานและกฎเกณฑ์เหล่านี้ให้รับรู้ถึงความคงเส้นคงวาและความเป็นธรรม คณะกรรมการกลางชุดที่ 20 ที่กาลังจะเกิดขึ้นจึงเห็นได้ชัดว่า จะไม่เป็นไปตามบรรทัดฐานที่มีเฉพาะผู้ ที่เกิดในหรือหลังปี 1955 เท่านั้นที่มีคุณสมบัติในการเป็นสมาชิก สี จิ้นผิง ซึ่งเกิดในปี 1953 จะยังคงดารงอยู่ ต่อไปแน่นอน และการยกเลิกจากัดวาระการดารงตาแหน่งประธานาธิบดีประเทศในรัฐธรรมนูญของ สาธารณรัฐประชาชนจีนในปี 2018 ปูทางให้สีจิ้นผิงอยู่เกินขีดจากัดวาระสองสมัยในฐานะเลขาธิการพรรค ผู้นาของพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ประกาศเมื่อเร็วๆ นี้ว่า การเลือกคณะกรรมการกลางชุดที่ 20 จะ “ไม่ได้ขึ้นอยู่
  • 5.
    5 กับอายุเพียงอย่างเดียว” (buwei nianling:不为年龄) ซึ่งหมายความว่าผู้นาระดับสูงสองสามคนที่เกิด ก่อนปี 1955 น่าจะอยู่ในกรมการเมือง (Politburo) และคณะกรรมการประจากรมการเมือง (PSC) ได้ ประเด็นนี้ทาให้เกิดความคลุมเครือเกี่ยวกับผู้นาจีน ผู้นาระดับสูงของทีมบริหาร 3 ทีมที่สาคัญที่สุด ได้แก่ 1) ทีม Li Keqiang (1955), Han Zheng (1954) และ Liu He (1952) ในด้านเศรษฐกิจและการเงิน 2) ทีม Yang Jiechi (1950) และ Wang Yi (1953) ดูแลด้านการต่างประเทศ; และ 3) ทีม Xu Qiliang (1950), Zhang Youxia (1950) และ Wei Fenghe (1954) ดูแลในด้านกองทัพ ทั้งหมดนี้ควรจะเกษียณตามบรรทัด ฐานก่อนหน้านี้ และตาแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้นก็มีข้อจากัดสองวาระยังคงไม่เปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม มติ ใหม่ของพรรคจะทาให้บางส่วนยังคงเป็นผู้นาพรรคได้ ในทานองเดียวกัน บรรดาสมาชิก คณะกรรมการประจา กรมการเมือง (PSC) มีเพียง Li Zhanshu (1950) ที่คาดว่าจะเกษียณอายุ (แม้ว่าเขาอาจทาหน้าที่เป็นรอง ประธานาธิบดีคนต่อไปของจีน) ช่วงอายุของสมาชิกอีกห้าคน (ไม่รวมสีจิ้นผิง) ก็คือสามปี ยังไม่มีเกณฑ์ที่เป็น รูปธรรมในการกาหนดว่าใครจะอยู่และใครจะจากไป ผู้นาส่วนใหญ่ที่เกิดในช่วงต้นทศวรรษ 1950 มีแนวโน้มที่จะเกษียณอายุในการประชุมสมัชชาใหญ่ของ พรรคฯ ครั้งที่ 20 การคาดการณ์นี้ ผู้ประเมินได้อิงจากข้อเท็จจริงที่ว่าการสับเปลี่ยนของชนชั้นนาที่กาลัง ดาเนินอยู่ในตาแหน่งระดับมณฑลและการจัดอันดับในกองทัพได้ปฏิบัติตามข้อจากัดด้านอายุเป็นส่วนใหญ่ และยังขึ้นอยู่กับความจาเป็นตามที่สีจิ้นผิงเคยระบุไว้เมื่อไม่นานมานี้ในการส่งเสริมผู้นาที่อายุน้อยกว่าให้เป็น ผู้นาระดับสูง Cheng Li ยังประเมินว่า ผู้นาสี่ถึงห้าคนที่อายุน้อยโดยเฉพาะผู้ที่เกิดในทศวรรษ 1960 มีแนวโน้ม ที่จะขึ้นสู่ตาแหน่งคณะกรรมการประจากรมการเมือง (PSC) ชุดต่อไป อ่านเพิ่มเติม การเมืองจีนในหนังสือ ประสบการณ์ประชาธิปไตยจีน (ฉบับแปลภาษาไทย) เขียนโดยฝางหนิง สานักพิมพ์มูลนิธิสถาบันสร้างสรรค์ปัญญาสาธารณะ บรรณาธิการแปลโดย ยุวดี คาดการณ์ไกล ปีที่พิมพ์ 2564