2
รายงานถอดความ (Transcript)
ประสบการณ์การพัฒนาใหม่ในชนบทจีนและไทย
ผู้นำเสนอหลัก
Asst.Prof. Li Yuqing (Ph.D.)
Prof.Duan Lisheng
รศ.ดร.บัณฑิต อินณวงศ์
ผู้ดำเนินรำยกำร
คุณยุวดี คาดการณ์ไกล
รำยงำนฉบับนี้ถอดควำมจำกเวทีวิชำกำรไทย-จีน เรื่อง "ประสบกำรณ์กำรพัฒนำใหม่ในชนบทจีนและไทย" จัด
โดย สถำบันคลังปัญญำด้ำนยุทธศำสตร์ชำติ และศูนย์วิจัยยุทธศำสตร์ไทย-จีน สำนักงำนกำรวิจัยแห่งชำติ
ร่วมกับ Institute for International and Area Studies (IIAS) of Tsinghua University สำธำรณรัฐ
ประชำชนจีนเมื่อวันที่ 3 มีนำคม พ.ศ. 2566 (กำรประชุมออนไลน์)
บรรณาธิการ: ยุวดี คำดกำรณ์ไกล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: ณัฐธิดำ เย็นบำรุง
ผู้ถอดความ: ภูมิภัทร เอี่ยมบุตรลบ
อานวยการผลิตโดย: สถำบันคลังปัญญำด้ำนยุทธศำสตร์ชำติ
ปีที่เผยแพร่: กรกฎำคม พ.ศ. 2566
www.klangpanya.in.th
ที่อยู่
สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ
อำคำร The Line Phahon-Pradipat ถนนประดิพัทธิ์ แขวงสำมเสนใน เขตพญำไท กทม. 10400
3
คานา
เมื่อวันที่ 3 มีนำคม พ.ศ. 2566 เวลำ 13.30-15.30 น. สถำบันคลังปัญญำด้ำนยุทธศำสตร์ชำติ และ
ศูนย์วิจัยยุทธศำสตร์ไทย-จีน สำนักงำนกำรวิจัยแห่งชำติ จัดเวทีวิชำกำรไทย-จีน เรื่อง "กระบวนทัศน์การ
พัฒนาใหม่: บูรณาการเมืองกับชนบท" กำรจัดประชุมใช้รูปแบบเวทีวิชำกำรออนไลน์ผ่ำนแอปพลิเคชัน
ZOOM ระหว่ำงห้องประชุมฝ่ำยไทยกับห้องประชุมฝ่ำยจีน โดยมีนักคิด นักยุทธศำสตร์ นักวิชำกำร เข้ำร่วม
สำธำรณรัฐประชำชนจีนได้แสดงให้เห็นถึงกำรพัฒนำอย่ำงไม่หยุดยั้ง มีกำรเติบโตอย่ำงก้ำวกระโดด
จนกลำยมำเป็นหนึ่งในมหำอำนำจทำงเศรษฐกิจของโลกในปัจจุบัน สำมำรถยกระดับคุณภำพชีวิตของ
ประชำชนในชนบทให้พ้นขีดควำมยำกจนได้อย่ำงน่ำทึ่ง ขณะที่ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่ำนทำง
เศรษฐกิจ รัฐบำลไทยให้ควำมสำคัญในกำรยกระดับรำยได้และสร้ำงเศรษฐกิจในระดับฐำนรำกทั้งเมืองและ
ชนบทเพื่อควำมกินดีอยู่ดีของประชำชนอย่ำงยั่งยืนเช่นกัน จึงนับว่ำเป็นโอกำสอันดีที่สำธำรณรัฐประชำชนจีน
และไทยจะร่วมกันเรียนรู้และแบ่งบันประสบกำรณ์ของกันและกัน ทบทวนบทเรียนกำรพัฒนำที่ผ่ำนมำเพื่อมอง
หำกระบวนทัศน์กำรพัฒนำใหม่ นำประเทศให้ก้ำวต่อไปสู่ควำมมั่งคั่งและยกระดับควำมกินดีอยู่ดีของประชำชน
ในกำรนี้ สถำบันคลังปัญญำด้ำนยุทธศำสตร์ชำติ ได้จัดทำรำยงำนสรุปและถอดควำมเนื้อหำเวที
วิชำกำรครั้งนี้ขึ้นเพื่อเผยแพร่ควำมรู้สู่ผู้กำหนดและตัดสินใจเชิงนโยบำย ภำคส่วนต่ำง ๆ นิสิตนักศึกษำ และ
ประชำชนทั่วไปที่สนใจกำรยกระดับรำยได้และสร้ำงเศรษฐกิจในระดับฐำนรำกทั้งเมืองและชนบท และ
ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงไทย-จีน ในยุคที่อำนำจโลก มีควำมซับซ้อน และกำลังเปลี่ยนแปลงนี้
สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ
4
สารบัญ
หน้า
คานา 3
การพัฒนาอย่างรอบด้าน : กรณีศึกษา
หมู่บ้านแรงงานและหมู่บ้านชนบทของไทย
Asst.Prof. Li Yuqing (Ph.D.) 6
Q&A และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น 11
ผลของการพัฒนาอุตสาหกรรมในชนบทจีน:
กรณีหมู่บ้าน Yanbo กุ้ยโจว
Prof.Duan Lisheng 13
Q&A และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น 16
คุณภาพวิสาหกิจชุมชนในชนบทไทย:
โอกาสและความท้าทาย
รศ.ดร.บัณฑิต อินณวงศ์ 18
Q&A และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น 22
5
6
การพัฒนาอย่างรอบด้าน : กรณีศึกษา
หมู่บ้านแรงงานและหมู่บ้านชนบทของไทย
โดย
Asst.Prof. Li Yuqing (Ph.D.)
อำจำรย์ประจำ Institute for International and Area Studies (IIAS), Tsinghua University,
นักวิจัยเยี่ยมเยียนของนสถำบันคลังปัญญำด้ำนยุทธศำสตร์ชำติ
ต้องขอขอบคุณฝ่ำยไทยที่ให้โอกำส ขอขอบคุณศูนย์วิจัยยุทธศำสตร์ไทยจีน สำนักงำนกำรวิจัยแห่งชำติ
และสถำบันคลังปัญญำยุทธศำสตร์แห่งชำติที่ให้โอกำส IIIS ของมหำวิทยำลัย Tsinghua เป็นฝ่ำยร่วมจัดเสวนำ
หรือสัมมนำวันนี้ ขอนำเสนอกรณีศึกษำกำรพัฒนำชนบทเพิ่มเติม หัวข้อที่จะนำเสนอเกี่ยวกับ “เส้นทำงกำร
พัฒนำแบบบูรณำกำร” กำรพัฒนำชนบทถือว่ำมีควำมสำคัญอย่ำงยิ่งไม่ว่ำประเทศไหนก็แล้วแต่
ในประเทศไทยก็เช่นเดียวกันมีหมู่บ้ำนแรงงำน ชื่อ หมู่บ้ำนแรงงำนสังคมเพื่อน ในจังหวัดปรำจีนบุรี
ซึ่งเป็นกำรรองรับคนในชนบท เป็นหมู่บ้ำนที่อำจำรย์ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐได้พัฒนำร่วมกับกลุ่มแรงงำนขึ้นมำ
และอีกกรณีศึกษำ คืออำเภอบ้ำนไร่ จังหวัดอุทัยธำนี ดิฉันเคยลงพื้นที่ไปทำวิจัย
ในแง่ของกำรทบทวนวรรณกรรม เรื่องแนวคิดทฤษฎี สมัยก่อนก็จะใช้ทฤษฎีกำรพัฒนำ หรือ “พัฒนำ
ศำสตร์” ในมุมมองที่ค่อนข้ำงจะแคบ เน้นกำรพัฒนำโดยมีเศรษฐกิจเป็นเป้ำหมำยของกำรพัฒนำ ในค.ศ. 1949
ยุคนั้น ประธำนำธิบดีของอเมริกำได้แบ่งโลกนี้เป็นโลกของประเทศที่พัฒนำแล้ว กับประเทศที่กำลังพัฒนำ ซึ่ง
ในขณะนั้นประเทศที่ถูกนิยำมว่ำเป็นประเทศด้อยพัฒนำมีจำนวนมำก ซึ่งประเทศด้อยพัฒนำก็เร่งกำรพัฒนำ
เพื่อที่จะไล่ตำมประเทศที่กำลังพัฒนำ และประเทศพัฒนำให้ทัน หลังจำกนั้นทฤษฎีว่ำด้วยกำรพัฒนำก็มีกำร
7
พัฒนำและมีวิวัฒนำกำรเกิดเป็น “ทฤษฏีพึ่งพิง” ที่มองว่ำประเทศต่ำงๆ ในโลกที่สำมจะต้องพึ่งพิงประเทศที่
พัฒนำแล้วตลอด ไม่มีทำงที่จะไล่ตำมประเทศที่พัฒนำแล้วให้ทัน
มำถึงทศวรรษ 90 มีกำรวิพำกษ์ทฤษฎีว่ำด้วยกำรพัฒนำ อย่ำงเช่นที่นักเศรษฐศำสตร์ที่ได้รับรำงวัล
โนเบล Amartya Sen มีกำรทบทวนทฤษฏี และมีกำรเสนอทฤษฎีแนวใหม่ เป็นกำรพัฒนำทำงเลือก
Alternative Development1 คือ กำรพัฒนำที่ตรงข้ำมกับทฤษฏีเดิมในโลกที่มีควำมหลำกหลำยมำกยิ่งขึ้น ถือ
เป็นกำรพัฒนำของทฤษฎีใหม่ ทำให้เกิดวิวัฒนำกำรในแง่ของทฤษฎี ทำให้ทฤษฎีมีควำมหลำกหลำย
ที่ประเทศจีนก็มีกำรนำเสนอกำรพัฒนำ แนวทำงกำรพัฒนำซึ่งจำกเดิมทีก็คือกำรพัฒนำเพื่อไล่ทัน
ประเทศที่พัฒนำแล้วให้ทัน ขณะเดียวกัน จีนก็นำเสนอกำรพัฒนำแบบจีน ที่ประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน
ประเทศไทยก็มีแนวคิดกำรพัฒนำที่เรียกว่ำเป็นกระแสรองหรือว่ำกระแสทำงเลือก ไม่ว่ำเป็นปรัชญำเศรษฐกิจ
พอเพียง เป็นต้น ซึ่งก็เป็นกำรพัฒนำในแง่ของทฤษฎี ถือเป็นกำรวิพำกษ์ทฤษฎีอันเก่ำ เสนอว่ำกำรพัฒนำแบบ
ไหนทำให้ประชำชนมีชีวิตควำมเป็นอยู่ที่ดี มีควำมสุข
ดังนั้น ก็ในกำรนำเสนอก็จะมีกรณีศึกษำ 2 กรณี 1 หมู่บ้ำนแรงงำนสังคมเพื่อนในจังหวัดปรำจีนบุรี
และอีกกรณีศึกษำคืออำเภอบ้ำนไร่ จังหวัดอุทัยธำนี ในปี 2018 สถำบันคลังปัญญำด้ำนยุทธศำสตร์พำดิฉันไป
ศึกษำดูงำนที่จังหวัดปรำจีนบุรี เป็นโครงกำรหมู่บ้ำนใหม่ของแรงงำน นำกำรพัฒนำโดยรศ.ดร.ณรงค์ เพ็ชร
ประเสริฐ ซึ่งโครงกำรนี้ได้สร้ำงควำมประทับใจแก่ดิฉันอย่ำงมำกทีเดียว หมำยควำมว่ำในกำรพัฒนำของ
ประเทศมักทำให้เกิดปรำกฏกำรณ์กำรพัฒนำที่เหลื่อมล้ำ เพรำะฉะนั้น เพื่อแสวงหำควำมเป็นธรรมในกำร
คุ้มครองสิทธิประโยชน์ของแรงงำน ในโครงกำรหมู่บ้ำนใหม่ของแรงงำน มีสถำบันกองสนับสนุนสร้ำงเสริม
สุขภำพ หรือสสส. ให้ทุนสนับสนุนกำรพัฒนำกระบวนกำรแรงงำนสร้ำงหมู่บ้ำนนี้
ภำพ หมู่บ้ำนแรงงำนสังคมเพื่อน
ที่มำ Li Yuqing, 2566
1 เสนอให้เปลี่ยนตัวชี้วัดกำรพัฒนำ จำก "รำยได้ประชำชำติ” มำเป็น “ควำมสำมำรถ” ของคนที่จะเลือกทำในสิ่งที่ตัวเองเห็นว่ำมีคุณค่ำ
(capability approach)
8
โครงกำรนี้พอมำถึงปีที่ 3 ของโครงกำร ท่ำนอำจำรย์ณรงค์ได้ทบทวนแนวคิดของกำรพัฒนำ ซึ่ง
แรงงำนส่วนใหญ่ก็พอใจเรื่องของที่พักอำศัยแล้ว แต่ทั้งนี้ อำจำรย์ณรงค์มองว่ำไม่ใช่เพียงแค่ที่อยู่อำศัย แต่ต้อง
พัฒนำมำกกว่ำนั้น ต้องมีกำรคุ้มครองสภำพสิ่งแวดล้อมด้วย กำรพัฒนำคุณภำพชีวิตด้ำนอื่นๆ ด้วย ตั้งแต่แรก
กำรวำงแผนเพื่อที่จะสร้ำงที่อยู่อำศัยนั้นประสบปัญหำไม่น้อยทีเดียว อย่ำงเช่น ในเรื่องของกำรวำงแผนจำก
หน่วยรำชกำร อันนี้ก็เป็นข้อจำกัด เพื่อเอำที่ดินมำแปลงนึงเพื่อสร้ำงหมู่บ้ำนซึ่งมันจะไปมีข้อจำกัดกับหน่วย
รำชกำร แล้วก็ยังมีปัญหำภำยใน อย่ำงเช่น คนงำนก็ต้องไปทำงำนล่วงเกินเวลำ OT ซึ่งทำให้มีเวลำน้อยที่จะมี
ส่วนร่วมในกำรบริหำรกำรจัดกำรโครงกำร ทำให้ควำมไว้เนื้อเชื่อใจระหว่ำงคนงำนก็ลดน้อย กำรไปเร่งก่อสร้ำง
ก็น้อยลง ซึ่งอันนี้จะเป็นข้อจำกัดที่จะไปแก้ไขปัญหำเหล่ำนี้
ตอนนี้ดิฉันก็ได้เห็นว่ำบ้ำนก่อสร้ำงเสร็จแล้วก็หลำยหลัง ซึ่งคิดว่ำมันเป็นโครงกำรที่ประสบควำมสำเร็จ
ในขณะนั้น ท่ำนอำจำรย์ณรงค์เขำได้สรุปประสบกำรณ์ในกำรพัฒนำหมู่บ้ำนพัฒนำที่อยู่อำศัยนั้น ควรจะมี
นักวิชำกำรหรือจะเป็นอำจำรย์ในมหำวิทยำลัย เป็นผู้นำทำงควำมคิดให้แก่แรงงำน ให้แรงงำนเหล่ำนั้นเข้ำมำมี
ส่วนร่วม นอกจำกนั้น น่ำจะให้หน่วยรำชกำรข้ำรำชกำรเข้ำมำมีส่วนร่วม มี 3 ส่วน ก็คือ นักวิชำกำรมีอำจำรย์
ตำมมหำวิทยำลัย มีข้ำรำชกำร แล้วก็มีชำวบ้ำนเข้ำมำมีส่วนร่วม ปัจจัยที่ประสบควำมสำเร็จ คือ มีคนที่เป็น
Influencer เป็นคนที่มีอิทธิพล เป็นคนที่มีภำวะผู้นำ ซึ่งทำให้ดิฉันไปทบทวนว่ำ ทำไมมีโครงกำรนี้เกิดขึ้นได้
ประสบควำมสำเร็จ ซึ่งดิฉันไปคิดว่ำอำจจะไปเชื่อมโยงแนวคิดทำงศำสนำพุทธ ซึ่งอำจจะเกี่ยวกับคนทำงำนมี
จิตใจที่เอื้ออำรีย์ ทำให้คนที่มีใจกว้ำง ซึ่งอำจจะไปเชื่อมโยงกับหลักคุณธรรมจริยธรรม ตอนนี้ดิฉันอยำกจะ
ทรำบว่ำควำมก้ำวหน้ำหรือควำมคืบหน้ำของหมู่บ้ำนนี้เป็นอย่ำงไร ประสบปัญหำใหม่ ๆ หรือไม่ ซึ่งมันอำจจะ
เป็นพลวัต ไม่ทรำบว่ำตอนนี้คืบหน้ำเป็นอย่ำงไร ซึ่งน่ำจะหลังไมค์สำมำรถพูดคุยกับท่ำนอำจำรย์ณรงค์ต่อ
กรณีที่ 2 เป็นกรณีของอำเภอบ้ำนไร่ จังหวัดอุทัยธำนี จังหวัดอุทัยธำนีใกล้กับชำยแดนไทยพม่ำ ซึ่งเป็น
ส่วนหนึ่งในกำรทำวิทยำนิพนธ์ของดิฉัน ใช้วิธีสัมภำษณ์เชิงลึกและใช้วิธีกำรสังเกตกำรณ์ ไปเข้ำร่วมกิจกรรม
ต่ำงๆ โดยเฉพำะที่ชำวบ้ำนมีจัดงำน ดิฉันก็ไปร่วมงำนและคลุกคลีกับกลุ่มที่ทอผ้ำ กลุ่มทอผ้ำที่บ้ำนไร่จะ
แบ่งเป็นหลำยแบบ กลุ่มแรกก็จะเป็นส่วนบุคคล เป็นบ้ำนทอผ้ำส่วนบุคคล ที่ดิฉันไปอยู่ในบ้ำนของชำวบ้ำนคน
หนึ่ง ซึ่งเขำมีฝีมือในกำรทอผ้ำ เขำไม่ค่อยใส่ใจ ไม่ค่อยสนใจที่จะไปเข้ำร่วมเครือข่ำยหรือกลุ่มทอผ้ำ แล้วเขำก็
สำมำรถที่จะใช้ฝีมือในกำรทอผ้ำ ตั้งเป็นห้องแสดงผ้ำทอ แล้วก็จะมีกำรถ่ำยทอดกำรเรียนกำรสอนในเรื่องของ
กำรทอผ้ำ ซึ่งมีลูกศิษย์ มีนักศึกษำปริญญำเอกมำสังเกตฝีมือทอผ้ำ ซึ่งตอนนี้ลูกศิษย์เขำก็เป็นอำจำรย์สอนใน
มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ด้วย อันนี้ก็เป็นผ้ำของกลุ่มแรก เป็นกำรทอส่วนบุคคล ฝีมือทอผ้ำค่อนข้ำงจะปรำณีต
เป็นแบบดั้งเดิมผสมผสำนกับแนวสมัยใหม่ แล้วก็ในผ้ำทอนั้นมันก็จะมีลวดลำยที่ทันสมัย
9
ภำพ กำรทอผ้ำส่วนบุคคลในอำเภอบ้ำนไร่ จังหวัดอุทัยธำนี
ที่มำ Li Yuqing, 2566
แล้วกลุ่มที่ 2 เป็นกำรรวมกลุ่มทอผ้ำ เป็นวิสำหกิจชุมชนในหมู่บ้ำน ประมำณ 27 คน 30 คน และ 100
กว่ำคน จะมีขนำดที่แตกต่ำงกัน เป็นวิสำหกิจชุมชน มันก็มีกำรทอผ้ำแล้วก็มีเปิดร้ำนขำยของในนำมของ Otop
ซึ่งมีกำรจำหน่ำยผลิตภัณฑ์เป็นผ้ำทอ ซึ่งจะไม่มีคนที่โดดเด่นมำกแต่ว่ำจะเป็นเครือข่ำยกัน ซึ่งทุกวันถ้ำมีเวลำ
ว่ำงก็มำทอผ้ำแล้วก็มำจำหน่ำยผลิตภัณฑ์
อันนี้จะเป็นหมู่บ้ำนอีกหมู่บ้ำนหนึ่งในนำมของวิสำหกิจชุมชน อันนี้ก็เป็นหน้ำร้ำนของ Otop เขำมีกำร
รวบรวมเครือข่ำยชำวบ้ำนไปแสดงผ้ำทอในกรุงเทพฯ หรือในโอกำสอื่นๆ เป็นศูนย์ทอผ้ำ ทุกครอบครัวก็เอำ
เครื่องทอผ้ำมำไว้รวมอยู่ในศูนย์ มำทอผ้ำ หลังจำกกำรทอผ้ำเสร็จก็จะมีกำรดื่มสุรำนิดนึง บรรยำกำศเป็น
กันเอง บรรยำกำศค่อนข้ำงดี
ภำพ กลุ่มวิสำหกิจทอผ้ำในอำเภอบ้ำนไร่ จังหวัดอุทัยธำนี
ที่มำ Li Yuqing, 2566
10
ดิฉันก็ไปได้สังเกต แล้วก็ได้ไปสัมภำษณ์เชิงลึก ได้เข้ำใจถึงค่ำนิยมร่วมของศูนย์ทอผ้ำว่ำ มีหลำกหลำย
ค่ำนิยม
1. เขำมีควำมรู้สึกว่ำกำรทอผ้ำนั้นเป็นควำมยั่งยืน (Sustainability) ที่ยั่งยืนโดยอำศัยตนเอง
2. กำรทอผ้ำมีภูมิคุ้มกัน สำมำรถที่จะต้ำนทำนควำมเสี่ยง ซึ่งบำงคนก็อำจจะจะรับจ้ำงในกรุงเทพฯ ถ้ำ
เศรษฐกิจตกต่ำบำงทีก็อำจจะตกงำน ก็มีควำมเสี่ยงสำมำรถที่จะเพิ่มภูมิคุ้มกัน
3. กำรทอผ้ำเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ได้ไปทำลำยสิ่งแวดล้อม
4. กำรทอผ้ำเป็นกำรทำควำมดีทำให้เขำมีควำมรู้สึกควำมพึงพอใจ แล้วก็มีควำมสุข สำมำรถที่จะไป
ทำบุญทอดกฐิน เป็นต้น
5. กำรทำงำนก็คือกำรใช้ชีวิต มีกำรใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันก็มีควำมสุขกับกำรทำงำน
6. กำรทอผ้ำสำมำรถที่จะสร้ำงควำมสำมัคคีในกลุ่ม ซึ่งอันนี้เรียกว่ำกำรทำงำนแบบเป็นอิสระ ไม่มีใคร
เป็นเจ้ำนำย ก็สำมำรถที่จะได้รับควำมพึงพอใจจำกที่ทำงำน ก็ได้แน่นอนกำรทำไปเรื่อยๆ ลักษณะนี้
จะเกิดควำมชำนำญแล้วก็มีประสิทธิภำพที่สูงขึ้น ด้วยกำรทอผ้ำด้วยกันสำมำรถที่จะสร้ำงควำม
สมำนสำมัคคีในหมู่กลุ่ม ไม่ได้ไปเอำรัดเอำเปรียบคนอื่น
หำกวิเครำะห์จะเห็นว่ำค่ำนิยมของกลุ่มทอผ้ำที่นี่ ถือว่ำเป็นกำรทอผ้ำภำยใต้ปรัชญำของเศรษฐกิจ
พอเพียง แล้วก็ไปเชื่อมโยงกับคุณธรรม จริยธรรมทำงด้ำนศำสนำพุทธ ซึ่งก็ถือว่ำเป็นกำรประกอบอำชีพที่สุจริต
แล้วก็มีควำมสัมพันธ์กับกำรพัฒนำ กำรพัฒนำแบบที่เศรษฐกิจพอเพียงก็จะเน้นกำรพัฒนำเช่นเดียวกัน แต่ว่ำ
จะไม่ได้เน้นกำรแสวงหำกำไรเพียงอย่ำงเดียว กำรพัฒนำเศรษฐกิจแบบพอเพียงกับกำรพัฒนำที่ยั่งยืนก็มีควำมมี
กำรเชื่อมโยง เพื่อที่จะแสวงหำชีวิตควำมเป็นอยู่ที่ดี
บทสรุปและกำรอภิปรำย จำกกรณีทั้งสองกรณี จำกมุมมองที่แตกต่ำงก็ได้มองถึงกระบวนกำรกำรพัฒนำ
ของไทยส่วนที่ 1 คำนึงถึงควำมต้องกำรของแรงงำน ส่วนที่ 2 ใช้ปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งถือว่ำเป็น
ทำงเลือกในกำรพัฒนำ สำมำรถที่จะสร้ำงควำมสมำนสำมัคคีในประชำชน ในกำรบริหำรกำรจัดกำร
ควำมสัมพันธ์ที่ดีระหว่ำงกลุ่มต่ำงๆ ทั้งสองกรณีเป็นกำรช่วยให้เกษตรกรหรือชำวบ้ำนเพิ่มรำยได้สู่ชีวิตควำม
เป็นอยู่ที่ดี ดังนั้น คือเป้ำหมำยทำงด้ำนเศรษฐกิจ เป้ำหมำยกำรใช้ชีวิตของเรำอำจจะมีบำงครั้งมีควำมขัดแย้ง
หรือไม่สอดคล้องกัน แต่ถ้ำเรำเน้นผลประโยชน์ทำงเศรษฐกิจก็อำจเป็นกำรทำลำยกำรปรองดองของกลุ่มคน
ต่ำงๆ ซึ่งอันนี้ก็จะเป็นกำรปะทะหรือสังสรรค์ระหว่ำงเป้ำหมำยเศรษฐกิจกับเป้ำหมำยกำรใช้ชีวิต ต้อง
ขอขอบคุณทุกท่ำนที่ให้ควำมสนใจติดตำมฟัง ถ้ำมีประเด็นคำถำมก็ยินดี ขอบคุณค่ะ
11
Q&A และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
คุณยุวดี คาดการณ์ไกล:
ขอบคุณอำจำรย์ Li Yuqing มำกค่ะ พอดีอำจำรย์ Li Yuqing พูดถึงกรณีหมู่บ้ำนแรงงำน ให้โอกำส
อำจำรย์ณรงค์ เสริมกรณีที่อำจำรย์ Li Yuqing ได้สรุปมำ
รองศาสตราจารย์ ดร. ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ:
ถ้ำพูดว่ำเป้ำหมำยในกำรสร้ำงบ้ำนหมู่บ้ำน ก็ถือว่ำมีควำมก้ำวหน้ำสำเร็จในระดับหนึ่ง ระดับหนึ่งเเปล
ว่ำเป้ำหมำยที่เรำตั้งไว้ ก็ถ้ำพูดถึงตัวหมู่บ้ำนก็เสร็จไปแล้ว สร้ำงหมดทุกหลังแล้ว แต่ว่ำตอนที่เรำวำงแผนสร้ำง
เรำไม่คิดแผนสร้ำงบ้ำนอย่ำงเดียว แต่เรำคิดถึงกำรพัฒนำแบบบูรณำกำรของบ้ำน เรำเรียกว่ำ เรำพยำยำมสร้ำง
หมู่บ้ำน 1 ครัวเรือน 2 วิถีกำรผลิต
1 ครัวเรือน 2 วิถีกำรผลิตนี้ ส่วนหนึ่งก็คือกำรเอำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมำใช้ 1 ครัวเรือน 2 วิถีกำร
ผลิต หมำยควำมว่ำ ครอบครัวหนึ่งมันจะมีกำรวิถีทั้ง 2 ด้ำน ด้ำนที่ 1 คือ กำรเป็นแรงงำนในโรงงำน เป็น
ลูกจ้ำงเขำ เขำได้ค่ำจ้ำงมำ อีกด้ำนหนึ่ง เรำพยำยำมส่งเสริมกำรผลิตเกษตรส่วนอื่นๆ ดังนั้น เรำมีพื้นที่อยู่
ประมำณ 40-50 ไร่ พื้นที่นี้ขณะนี้ปลอดสำรพิษทั้งหมดมำ 10 ปีแล้ว เรำจะไม่ให้มีสำรพิษอยู่ในหมู่บ้ำนเรำเลย
ก็ทำได้แล้ว เมื่อทำได้แล้ว ขั้นต่อไปเรำก็จะสร้ำงเกษตรและอำหำรที่ปลอดสำรพิษขึ้นมำ
ดังนั้น วิถีที่ 2 ของเรำ คือ กำรที่จะพัฒนำให้หมู่บ้ำนเป็นแหล่งสร้ำงควำมมั่นคงทำงอำหำรให้แก่
หมู่บ้ำน และเป็นแหล่งสร้ำงควำมมั่นคงทำงอำหำรที่ดีต่อสุขภำพ อำหำรที่ปลอดสำรพิษ กำลังทำอยู่ แต่ทั้งนี้
เวลำเรำจะเปลี่ยนควำมรู้สึกนึกคิด ควำมคิดของคน จำกควำมเคยชินมำสู่มิติใหม่ด้วย New Normal มันยำก
มำกครับ ประกำรแรก คือคนงำนเหล่ำนี้ เมื่ออำยุย่ำงเข้ำ 15 เขำเข้ำโรงงำนแล้วครับ เขำไม่เคยผ่ำนชีวิตเกษตร
มำเลย เมื่อเรำทดลองให้เขำลงมือทำเกษตร แค่จะปักชำก็ไม่เปน แค่จะหว่ำนเมล็ดพืชก็ไม่เป็นครับ ควำมเคย
ชินเขำคือกำรอยู่ในห้องโรงงำน หรือเครื่องจักร เขำตำกแดดก็ไม่ได้แล้วครับ ลงนำเจอปลิงก็วิ่งหนีเลยครับ
เพรำะฉะนั้น กำรเปลี่ยนควำมเคยชินยำกลำบำกมำก ดังนั้น เรำก็บอกว่ำเรำประสบควำมสำเร็จในกำร
สร้ำงวัตถุปัจจัยให้เขำ เขำก็พอใจในวัตถุปัจจัยที่เรำสร้ำงนั้น เพรำะอะไรครับ เรำใช้ทุนน้อยกว่ำรัฐบำล แต่เรำ
สำมำรถสร้ำงสถำนที่ พื้นที่อยู่อำศัย รวมถึงงำนกำรบ้ำนเรือนให้เขำได้ใหญ่กว่ำรัฐบำลมำก เพรำะอะไรครับ
เพรำะสิ่งที่เรำทำนั้น เรำไม่นึกถึงกำไร แต่สิ่งที่ยำกสุดในขณะนี้ เรำยังไม่สำมำรถเปลี่ยนควำมเคยชินเขำได้
เพรำะฉะนั้น กำรสร้ำง 2 วิถีกำรผลิต ยังไปได้ไม่ถึง เรำได้นำตัวอย่ำงให้เห็นว่ำ วิธีกำรพึ่งตนเองทำงเกษตรทำ
อย่ำงไร ให้เริ่มต้นจำกรอบๆ บ้ำน ซึ่งเรำก็เว้นที่ไว้ให้ว่ำ เรำสำมำรถสร้ำงผักครัวเรือน ผักสวนครัว ลดค่ำใช้จ่ำย
ได้ บ้ำนที่ทำได้ ปลูกเรียบร้อยทำเรียบร้อยให้เห็นก็ลดรำยจ่ำยได้เดือนละ 1,000-2,000 อย่ำงชัดเจน แต่ก็ยังมี
คนเกินครึ่งที่ยังไม่สำมำรถลงมือทำกำรสินค้ำเกษตร เขำยังคิดแต่ว่ำจะไปทำงำนล่วงเวลำ และเอำเงินจำกนั้นมำ
ซื้อ เขำยังเปลี่ยนควำมเคยชินไม่ได้
12
นี่คือประเด็นที่เรำกำลังท้ำทำยกันอยู่ว่ำเรำจะเอำชนะควำมเคยชินนั้นได้อย่ำงไร ให้เขำหันมำทำ
เกษตรเพื่อควำมมั่นคงทำงอำหำรของครอบครัว ลดรำยจ่ำยครอบครัว ก็ถือหลักกำรของ รัชกำลที่ 9 ว่ำอะไรที่
เรำจะใช้จ่ำยเพื่อซื้อเขำมำ แทนที่จะใช้ 100 บำท ลดให้เหลือ 80 บำทได้ไหม 10-20 บำท ที่ทำได้เองก็คือผัก
สวนครัว ทำได้ไหม ก็พยำยำมเคี่ยวเข็ญอยู่ครับ เป็นขั้นตอนที่ค่อนข้ำงยำกลำบำกกว่ำกำรสร้ำงบ้ำนครับ ต้อง
ใช้ควำมพยำยำมทุกด้ำนเลย ทั้งเวลำ ควำมรู้ ควำมคิด ดึงคนที่มีควำมสนใจ ทำงำนเป็น มำช่วยกันคนละไม้คน
ละมือ แต่อย่ำงที่ว่ำครับ เรำขำดคน เรำขำดอุปกรณ์ เรำขำดงบประมำณ อันนี้คือปัญหำขั้นที่2 คือขั้นกำร
พัฒนำ ขั้นก่อร่ำงสร้ำงครัวเรือนหมู่บ้ำนเรำเรียบร้อยแล้วบรรลุแล้ว แต่ขั้นกำรพัฒนำหมู่บ้ำนให้เป็น 1
ครัวเรือน 2 วิถีกำรผลิต โดยอิงเศรษฐกิจพอเพียงยำกลำบำกเหลือเกินครับ ก็ขอขอบคุณที่มำเยี่ยมเยียนและมำ
ให้ควำมสนใจเรำครับ
คุณยุวดี คาดการณ์ไกล:
ขอบคุณอำจำรณรงค์มำกค่ะ พอดีอำจำรย์ Li Yuqing เคยไปเยี่ยมหมู่บ้ำนแรงงำนของอำจำรย์ที่
อำจำรย์ณรงค์พัฒนำอยู่ ชื่อ หมู่บ้ำนมั่นคงแรงงำนสังคมเพื่อน ที่อยู่ที่ปรำจีนบุรี และได้เขียนบทควำมวิเครำะห์
ไว้ใน Journal หนึ่งของจีนและตั้งชื่อว่ำเป็นหมู่บ้ำน Utopia เห็นแล้วประทับใจ แล้วที่อำจำรย์ณรงค์พูดมำว่ำ
อำจำรย์เน้นปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียงในกำรส่งเสริมพัฒนำคุณภำพชีวิตแรงงำนให้ใช้ชีวิตนอกเหนือจำกทำง
โรงงำน หันมำลดรำยจ่ำย ทำเกษตรพอเพียง แต่ทีนี้หลังจำกที่อำจำรย์ Li Yuqing ได้ลงไปแล้ว มันก็มี
พัฒนำกำรขึ้นมำอีกในหมู่บ้ำนนี้ คือ นอกจำกอำจำรย์ได้สร้ำงให้พวกแรงงำนรวมกันสร้ำงที่อยู่อำศัยแล้ว แต่ก็
ยังติดปัญหำอีกหลำยๆ อย่ำง ยังไม่ได้ไปติดตำมควำมคิดของอำจำรย์ ประเด็นก็คือว่ำยังติดปัญหำที่อำจำรย์
มองว่ำ ติดที่วิธีคิดของคนรุ่นใหม่ของแรงงำนเอง ที่ไม่ได้นึกถึง คือ นึกถึงแต่กำรเอำเวลำไปใช้กับกำรทำงำน
แบบในโรงงำน ในหลำยๆ เรื่อง มันไม่จำเป็นต้องมีรำยได้ที่สูงขึ้นด้วยวิธีใช้แรงงำน แต่มันสำมำรถลดรำยจ่ำย
ด้วยวิธีกำรอื่นได้ เป็นต้น
13
ผลของการพัฒนาอุตสาหกรรมในชนบทจีน:
กรณีหมู่บ้าน Yanbo กุ้ยโจว
Prof.Duan Lisheng
อดีตอำจำรย์มหำวิทยำลัยจงซำน ผู้เชี่ยวชำญไทยศึกษำ
สวัสดีครับ ผมอำจำรย์ Duan Lisheng อดีตอำจำรย์ประจำที่มหำวิทยำลัยจงซำน หัวข้อที่จะนำเสนอ
คือ กระบวนกำรควำมเป็นอุตสำหกรรมส่งผลต่อกำรพัฒนำชนบท โดยเอำหมู่บ้ำน Yanbo ที่เมืองกุ้ยโจวเป็น
กรณีศึกษำ ใน ค.ศ. 2019 ก่อนจะมีกำรระบำดของ covid ผมได้รับเชิญจำกมณฑลกุ้ยโจว แล้วก็พำพลเอก
สุรสิทธิ์ ถนัดทำง ผอ.ศูนย์วิจัยยุทธศำสตร์ไทย-จีน ไปศึกษำดูงำนที่หมู่บ้ำน Yanbo มณฑลกุ้ยโจว ในประเด็น
กำรแก้ไขปัญหำควำมยำกจน ซึ่งท่ำนก็อำจจะแบ่งปันประสบกำรณ์ส่วนหนึ่งครับ ถ้ำส่วนไหนตกบกพร่องขอให้
ท่ำนพลเอกสุรสิทธิ์ช่วยชี้แนะด้วยครับ
อย่ำงที่เรำทรำบกำรพัฒนำของสังคมหลำยช่วง ตั้งแต่สมัยสังคมดึกดำบรรพ์เข้ำสู่สังคมเกษตรกรรม
จำกสังคมเกษตรก็เข้ำสู่สังคมอุตสำหกรรม จำกสังคมอุตสำหกรรมก็เข้ำสู่สังคม ICT สังคม AI จำกประสบกำรณ์
ของจีนที่ผ่ำนมำ กำรพัฒนำเศรษฐกิจในชนบทก็ถือว่ำมีควำมเจริญมำกกว่ำสองพันปีที่ผ่ำนมำ ชนบทของจีนก็
ถือว่ำอยู่ในแนวหน้ำของประเทศต่ำงๆ ในโลกนี้
ในขณะเดียวกัน หัตถกรรมก็มีกำรพัฒนำ อย่ำงเช่น สินค้ำผ้ำไหม ก็ถือว่ำเป็นหัตถกรรม และก็ยังมี
เครื่องปั้นดินเผำ ไม่ว่ำจะผ้ำไหมหรือเครื่องปั้นดินเผำก็สำมำรถที่จะเป็นสินค้ำแนวหน้ำของโลก เพรำะมีสัดส่วน
GDP ค่อนข้ำงสูง แต่รัฐบำลชุดต่ำงๆ ของจีนก็มองข้ำมควำมสำคัญพำณิชยกรรม ทำให้เศรษฐกิจกำรพำณิชย์
ของจีนอำจจะไม่พัฒนำเท่ำที่ควร พอมำถึงศตวรรษที่ 16 ถึงแม้จีนจะยังอยู่ในแถวหน้ำของโลก แต่ในประเทศ
ตะวันตกได้มีกำรปฏิรูปอุตสำหกรรม กำรใช้เครื่องจักรไอน้ำ ทำให้ประเทศต่ำงๆ ในตะวันตกเข้ำสู่ยุคใหม่หรือ
ยุคอุตสำหกรรมสมัยใหม่ แต่ขณะเดียวกัน จีนยังเป็นสังคมเกษตรกรรม และกำรพัฒนำอุตสำหกรรมล้ำสมัย พอ
14
มำถึงสมัยรำชวงศ์ชิง ถึงแม้กำรพัฒนำกำรค้ำพำณิชย์มีกำรพัฒนำระดับหนึ่งแล้ว อย่ำงไรก็ตำม อุตสำหกรรมก็
ยังด้อยกำรพัฒนำ และไม่มีสินค้ำที่จะไปค้ำขำย ดังนั้น ตั้งแต่ปฏิวัติอุตสำหกรรมในภำคตะวันตก ประเทศ
ตะวันตกต่ำงๆ ก็จะมำแสวงหำวัตถุดิบกับหำตลำดในเอเชีย ดังนั้น จึงเป็นที่มำของสงครำมยำฝิ่น เพื่อที่จะได้
วัตถุดิบกำรผลิตและกำรตลำด
จนถึง ค.ศ. 1949 ก่อนที่จะสถำปนำสำธำรณรัฐประชำชนจีน ประเทศจีนไม่ค่อยมีรำกฐำนในด้ำน
อุตสำหกรรม หลังจำก ค.ศ. 1949 เป็นต้นไป มีกำรพัฒนำอุตสำหกรรมโดยเน้นที่ถลุงเหล็กกล้ำ จนพัฒนำไปสู่
สำขำอุตสำหกรรมต่ำงๆ กระบวนอุตสำหกรรมถ้ำกล่ำวจริงๆ แล้วเริ่มกำรเปิดประเทศตั้งแต่ ค.ศ. 1978 จีนเริ่ม
กระบวนกำรอุตสำหกรรมอย่ำงจริงจัง
ในที่นี่ขอยกตัวอย่ำงหนึ่ง จีนจะต้องใช้เสื้อเชิ้ตก็ต้องไปนำเข้ำจำกอเมริกำ ซึ่งตอนนั้นผมก็ยังอยู่ที่
อเมริกำ อยู่ที่รัฐนิวยอร์ค ที่นี่มีโรงงำนทอผ้ำเยอะพอสมควรทั้งในชำนเมืองหรือในเมือง ในชนบทก็ยังคงมี
โรงงำนต่ำงๆ ที่ผลิตเสื้อผ้ำ จำกนั้นโรงงำนเย็บผ้ำเหล่ำนี้ก็กลำยเป็นจีนที่มีจำนวนมำก โรงงำนเย็บผ้ำหรือผลิต
ผ้ำพวกนั้นมำผลิตที่จีนเพรำะมีค่ำแรงที่ถูก และในสมัยนี้อเมริกำแทบจะไม่มีกำรใช้แรงงำนคนในอุตสำหกรรม
เลย ดังนั้น จึงกล่ำวได้ว่ำกระบวนกำรอุตสำหกรรมของจีนเริ่มอย่ำงจริงจังตั้งแต่กำรเปิดประเทศของจีน ทำให้
ประเทศต่ำงๆ ย้ำยฐำนกำรผลิตมำผลิตที่จีน อำศัยค่ำแรงที่ถูก อำศัยควำมขยันหมั่นเพียรในกำรทำงำนของคน
จีน เพรำะเหตุนี้ จึงทำให้ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีขนำดใหญ่ของโลก และทำให้คนจีนมีควำมซำบซึ้งในข้อนี้
ดีกว่ำต้องอำศัยควำมขยันหมั่นเพียร ทุ่มเท
ในกระบวนกำรอุตสำหกรรมจะส่งผลกระทบต่อกำรพัฒนำชนบทอย่ำงไร นั่นก็คือควำมสัมพันธ์
ระหว่ำงควำมเป็นเมืองกับควำมเป็นชนบท อย่ำงที่เรำทรำบชนบทของจีนมีควำมล้ำหลัง ล้ำสมัย ก่อนหน้ำนี้ใน
ชนบทตั้งแต่มีกำรปฏิรูปเปิดประเทศ ทำให้กำรแก้ไขปัญหำควำมยำกจนในชนบทมีควำมสำคัญอย่ำงยิ่งทำให้
เกษตรกรมีชีวิตควำมเป็นอยู่ที่ดีพร้อมๆ กับคนในเมือง แต่ก็จะมีปัญหำอุปสรรคหลำยข้อ ซึ่งผมก็ได้นำหมู่บ้ำน
Yanbo กุ้ยโจวเป็นกรณีศึกษำ
อย่ำงที่เรำทรำบกุ้ยโจวเป็นมณฑลที่มีควำมยำกจน มีสุภำษิตหรือเป็นคำพูดของชำวบ้ำนว่ำ “ไม่มีสัก 3
วันที่ท้องฟ้ำจะโปร่งใส ฝนตกทั้งปี แล้วพื้นที่ภูมิประเทศส่วนใหญ่ก็จะเป็นภูเขำจะไปหำที่รำบสัก 3 ตำรำง
กิโลเมตรก็ได้หำยำก และคนจนทุกคนก็ไม่มีใครสักคนมีเงิน 3 เหรียญ ถือได้ว่ำค่อนข้ำงจะจน” และในพื้นที่
ยำกจนเหล่ำนี้ทำอย่ำงไรให้มันหลุดพ้นสู่ควำมมั่งคั่ง อันนี้เป็นควำมท้ำทำย ดังนั้น หมู่บ้ำน Yanbo จึงเป็น
กรณีศึกษำที่ดี จำกนั้นก็มีผู้นำของชำวบ้ำน เขำเป็นผู้นำของชำวบ้ำนในหมู่บ้ำน เป็นผู้นำในกำรพำชำวบ้ำนใน
หมู่บ้ำนไปทำโรงงำนสุรำ
ทุกคนก็จะนึกถึงสุรำที่มีชื่อเสียงของกุ้ยโจว นั่นก็คือ Maotai ซึ่งเป็นเหล้ำที่มีชื่อว่ำดีที่สุด มีชื่อเสียง
มำกที่สุดของกุ้ยโจว กำรทำสุรำมันต้องมีควำมได้เปรียบในเรื่องของทรัพยำกร น้ำต้องดี และต้องมีเทคโนโลยีที่
ดีครับ เขำพิจำรณำหลำยอย่ำง คิดหลำยโครงกำร แต่สุดท้ำยตัดสินใจทำโครงกำรกำรทำสุรำครับ แล้วก็มีหลำย
คนตั้งข้อสงสัยว่ำมันเป็นโครงกำรที่ดีหรือไม่ครับ ที่เอำคนทั้งหมู่บ้ำนเป็นคนงำนในโรงงำนสุรำ และเขำให้คนใน
หมู่บ้ำนถือหุ้นทุกคน ถือหุ้นในโรงงำน คุณทำงำนที่โรงงำนได้ ในขณะเดียวกัน ก็สำมำรถรับปันผลจำกกำรถือ
หุ้นในโรงงำนสุรำ แต่ถ้ำคุณจนไม่มีเงินที่จะไปลงหุ้นทำอย่ำงไร เขำก็อำจจะไปขอยืมสินเชื่อจำกธนำคำรครับ
15
แต่เขำสำมำรถที่จะใช้ชื่อของโรงงำนไปค้ำประกันกู้สินเชื้อ เมื่อเขำจนไม่มีเงิน ไม่มีเครดิตที่จะไปถือหุ้น แต่เขำ
ใช้นำมของชื่อบริษัท หมู่บ้ำนไปค้ำประกัน ก็สำมำรถที่จะแก้ไขข้อนี้ได้ ซึ่งในกระบวนกำรนี้ ก็แน่นอนครับมี
ควำมยำกลำบำกพอสมควร แต่ตอนนี้สถำนกำรณ์ทุกอย่ำงก็ดีขึ้น ทุกคนสำมำรถที่จะปันผลจำกโรงงำนสุรำ
คนในหมู่บ้ำนเข้ำไปเป็นหุ้นส่วนและก็ทำงำนอยู่ในโรงงำนสุรำ ซึ่งเป็นกำรสร้ำงรำยได้สู่ควำมมั่งคั่ง ใน
กำรทำโรงงำนเขำก็ใช้แบรนด์ที่เรียกว่ำ “เหรินหมิงเสี่ยวจู่” ครับ สร้ำงแบรนด์เนมขึ้นมำ และก็ขำยค่อนข้ำงจะ
แพง หลำยร้อยหยวนต่อขวด กำไรก็ไม่เบำครับ ดังนั้น มองในแง่ของกำรทำธุรกิจ ถึงแม้จะเป็นกรณีศึกษำ 1
กรณี แต่มันเป็นกำรจุดประกำย ตอนที่เรำและพลเอกสุรสิทธิ์ไปเยี่ยมชมโรงงำน เรำก็มีกำรพูดคุยกับคนที่ก่อตั้ง
โรงงำนสุรำ ผมมีควำมรู้สึกว่ำจำกเกษตรกรมำทำโรงงำน สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนกำรกำรพัฒนำสู่กำรเป็น
อุตสำหกรรม ในกระบวนกำรพัฒนำสู่อุตสำหกรรม เริ่มตั้งแต่ควำมยำกลำบำก ปรำศจำกเงินทุน ไม่มีเทคโนโลยี
มันต้องอำศัยหยำดเหงื่อ อำศัยควำมเหน็ดเหนื่อยเพื่อที่จะผลิตสินค้ำที่จะไปขำย แล้วก็สะสมทุน
กำรพัฒนำอุตสำหกรรมในจีนไม่เพียงแต่มีเส้นทำงยำกลำบำก อีกอย่ำงก็คือมันกระจำยไม่สมดุลครับ
อุตสำหกรรมของจีนส่วนใหญ่ก็กระจุกตัวอยู่ที่ภำคตะวันออกของจีน ไม่ว่ำ กวำงตุ้ง ฮกเกี้ยน เป็นต้น ภำคกลำง
ภำคตะวันตกค่อนข้ำงจะมีพื้นฐำนที่ด้อยพัฒนำ อย่ำงในกุ้ยโจว แม้ว่ำในเมืองก็ยังหำอุตสำหกรรมได้ยำกเลย
ครับ ดังนั้น ในกำรพัฒนำอุตสำหกรรมในมณฑลกุ้ยโจวแน่นอนว่ำจะมีเส้นทำงที่ข้อนค่ำงยำกลำบำก แต่รัฐบำล
จีนก็มีนโยบำยเพื่อที่จะถ่ำยโอนอุตสำหกรรมจำกภำคตะวันออกไปสู่ภำคตะวันตกครับ อันที่สอง กำรถ่ำยโอน
จำกเมืองสู่ชนบทครับ
สิ่งที่ผมพูดก็คือว่ำมันสะท้อนให้เห็นถึงทิศทำงกำรพัฒนำของกระบวนกำรอุตสำหกรรม เริ่มจำกพัฒนำ
ในภำคตะวันตกในชนบท ซึ่งในกระบวนกำรอุตสำหกรรมอย่ำงในอดีตที่เคยผ่ำนมำส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนใน
หมู่บ้ำนในชนบทย้ำยหรืออพยพจำกหมู่บ้ำนไปทำงำนในเมือง แต่มันก็สร้ำงปัญหำมำไม่น้อยทีเดียวครับ เช่น
บำงคนหนุ่มสำวไปทำงำนในเมืองเเละก็เหลือแต่คนแก่ในชนบท แล้วชนบทจะพัฒนำอย่ำงไรครับ
ดังนั้น พอมำตั้งโรงงำนในชนบทสำมำรถที่จะรองรับเกษตรกรทำงำนที่หมู่บ้ำนไม่ต้องอพยพไปทำงำน
ในเมืองใหญ่ ก็ทำให้ชุมชนในชนบทกลำยเป็นชนบทที่มีชีวิตชีวำ ไม่เสมอว่ำต้องเป็นคนเก่ำคนแก่มำอยู่ใน
หมู่บ้ำนอีกต่อไป ทำให้คนมีไม่น้อยทีเดียวมองหำโอกำสในกำรพัฒนำในชนบท ซึ่งจำกกำรตั้งโรงงำนที่ Yanbo
เป็นกรณีศึกษำ ทำให้เรำมองเห็นถึงทิศทำงกำรพัฒนำอุตสำหกรรม
จุดประกำยที่ 2 มองจำกรำยได้ด้ำนเศรษฐกิจ ถ้ำอยำกจะให้เกษตรกรเพิ่มรำยได้ ต้องไปคำนึงถึง
ทรัพยำกรที่มีอยู่ของชนบท เรำต้องอำศัยใช้ทรัพยำกรท้องถิ่น ถ้ำเรำไปหำบริษัทจำกข้ำงนอกมำตั้งโรงงำนใน
ชนบท อำจจะไม่สำมำรถที่จะแก้ไขปัญหำได้ มันก็ต้องไปดูครับ เพรำะว่ำบริษัทข้ำงนอกมำตั้ง มันก็จะแน่นอน
ว่ำแสวงหำกำไร เอำกำไรออกไป ก็มีวิธีเดียวให้เกษตรกรมำตั้งโรงงำนมำถือหุ้นทำให้มูลค่ำที่เพิ่มขึ้นยังคนเหลือ
ไว้อยู่ในชนบท แบ่งปันผลกำไรให้แก่เกษตรกร
ดังนั้น จำกกรณีศึกษำของ Yanbo มณฑลกุ้ยโจว เป็นกำรลองผิดลองถูก เป็นโครงกำรนำร่อง อีก
อย่ำงหนึ่งเป็นวิธีกำรที่มีประสิทธิภำพในกำรแก้ไขปัญหำควำมยำกจน ก็เป็นเหมือนกันเป็นกำรสร้ำง “เลือด”
ให้แก่เกษตรกรครับ เหมือนเป็นกำรสร้ำงกลไก สร้ำงเลือด ที่จะหล่อเลี้ยงเกษตรกร ไม่ใช่ว่ำให้ปลำแต่มันสอน
16
ชำวบ้ำนให้มีวิธีจับปลำ ดังนั้น ถ้ำเอำบริษัทจำกข้ำงนอกมำ กำไรต่ำงๆ บริษัทก็เอำออกไป แก้ปัญหำแค่ชั่วครั้ง
ชั่วครำว ไม่ยั่งยืน
อีกประกำรหนึ่ง สำมำรถที่จะลดเหลื่อมล้ำระหว่ำงชนบทกับเมือง ซึ่งผมอยู่อเมริกำสิบกว่ำปี วิสำหกิจ
ในอเมริกำค่อนข้ำงจะเข้มแข็ง และคนที่มีเงินบำงทีก็อำศัยอยู่ในชนบท มีฟำร์มใหญ่ และบำงทีคนอำจจะไม่มี
เงินก็อยู่ในเมือง มีที่อยู่อำศัยที่คับแคบ ก็เป็นสภำพที่อเมริกำ แต่ที่จีนตอนนี้ก็ยังมีปัญหำอยู่คนที่มีเงินส่วนใหญ่
อยู่ในเมือง คนที่ไม่มีเงินอยู่ในชนบท อย่ำงที่เรียนไปว่ำสร้ำงโรงงำนในชนบทสำมำรถที่จะลดช่องว่ำงระหว่ำง
ชนบทและเมือง ก็ดีใจอย่ำงยิ่งที่พลเอกสุรสิทธิ์ไปเยี่ยมชมหมู่บ้ำนด้วยกันครับ ซึ่งท่ำนก็อำจจะมีควำมรู้สึก
ประทับใจ อำจจะเล่ำได้ดีกว่ำผมครับ ขอเรียนเชิญท่ำน ถ้ำมีอะไรให้ช่วยชี้แนะด้วยครับ ขอบคุณครับ
Q&A และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
พลเอกสุรสิทธิ์ ถนัดทาง :
ขอบคุณอำจำรย์ Duan Lisheng ที่ครั้งหนึ่งสร้ำงโอกำสให้กับผม และท่ำนก็ยังได้บันทึกควำมทรงจำที่
ดีมำกๆ มำฝำกเวทีนี้ ประเด็นที่ท่ำนได้ให้นั้น ผมคิดว่ำครบสมบูรณ์มำก และในเชิงกระบวนทัศน์ของกำรพัฒนำ
ของท้องถิ่น ไม่ว่ำจะกำรเปลี่ยนผ่ำนหรือที่ท่ำนใช้คำว่ำ “จังหวะของกำรถ่ำยโอนกำรพัฒนำจำกเมืองสู่ชนบท”
ผมคิดว่ำผู้ฟังทุกท่ำนก็คงได้เห็นภำพของควำมมำนะพยำยำมควำมลำบำกที่เกิดขึ้นในกุ้ยโจว Yanbo ครับ
หมู่บ้ำน Yanbo ภำพที่เรำไปเห็นนั้นเป็นที่น่ำประทับใจทั้งในเชิงของระบบนิเวศน์ที่สมบูรณ์มำก จำก
สภำวะของหมู่บ้ำนที่ก่อนเข้ำไปอำจจะยังเห็นบำงพื้นที่ที่ค่อนข้ำงยังมอมเเมมอยู่ ประเด็นของกระบวนทัศน์นั้น
ผมขออนุญำติเสริมอำจำรย์ Duan ไปว่ำเป็นควำมโชคดีนะครับที่ผู้นำชำวบ้ำนที่มำเป็นเจ้ำของนั้น ท่ำนก็เป็น
คนเก่งและเป็นผู้แทนพรรคอยู่ในระดับ 2000 คนที่ได้เข้ำประชุมพรรคฯ ด้วย และยังโชคดีมำกไปกว่ำนั้นก็คือ
กำรได้นำเสนอแนวคิดในกำรพัฒนำกับผู้นำประเทศในกำรประชุมระดับชำติ ก็ทำให้สิ่งที่ท่ำนพูดไปก็ได้
แพร่กระจำยโดยทันที
แต่ที่น่ำจะมำกไปกว่ำนั้นที่อำจำรย์ Duan ไม่ได้พูดถึงที่ผมก็ประทับใจก็คือ นอกจำกควำมพร้อม
ทำงด้ำนควำมทุ่มเทของคนในท้องถิ่นในหมู่บ้ำนตั้งแต่กำรทำงำนด้วย ถือหุ้นด้วย สิ่งหนึ่งที่ทำงกำรเข้ำไปช่วยก็
คือให้บริษัทใหญ่เข้ำไปดูแลมำตรฐำนของที่นี่ นั้นก็คือตัวแทนของบริษัท Maotai นะครับ เข้ำไปควบคุมและ
ดูแลมำตรฐำนของเหล้ำ “เหรินหมิงเสี่ยวจู่” จึงเป็นเหล้ำที่รำคำจับต้องได้ แต่ในขณะเดียวกันคุณภำพใน
ระดับชั้นน้ำของโลกและของชำติ นั่นหมำยถึงว่ำนอกเหนือจำกกระบวนทัศน์ในกำรพัฒนำของพื้นที่นี้ก็ยังมีผู้มี
บทบำท หรือ Influencer ที่มำทำให้เพิ่มคุณค่ำของกำรผลิตของประชำชนนี้ด้วย
จริงๆ แล้วเหล้ำนี้มีตั้งแต่ 200 หยวน ต่อขวดนึง รสชำติก็เท่ำกับ Maotai ในรำคำ 2000 หยวนที่ผม
ได้มำด้วย ก็ได้เคยบอกกับผู้คนหลำยต่อหลำยครั้งว่ำถ้ำมีโอกำสได้ศึกษำแนวคิดในกระบวนกำรแบบนี้ ก็น่ำจะ
จุดประกำยให้กับคนในท้องถิ่นของประเทศไทยได้ เป็นโอกำสที่จริงๆ ผมก็ได้ใช้โอกำสเมื่อ 2-3 วันที่ผ่ำนมำว่ำ
กำรสร้ำงศักยภำพที่เป็น Local Lab ของจังหวัดนครสวรรค์ เขำก็ยังมีอีกหลำยๆ อย่ำงที่สำมำรถจะทำได้ คิด
17
ว่ำต่อไปนี้ทำงท่ำนอำจำรย์ Duan ก็คงจะได้ให้ข้อแนะนำหรือเปิดโอกำสให้คนอื่นๆได้ไปเยี่ยมชมดูงำนและก็
ศึกษำรวมทั้งเกิดแรงบันดำลใจที่จะพัฒนำชนบทเช่นเดียวกับที่ท่ำนได้มอบโอกำสให้ผมนะครับ ผมก็ขอบคุณ
มำกครับ
คุณยุวดี คาดการณ์ไกล:
วัตถุดิบของหมู่บ้ำน Yanbo ก็คือข้ำว เพรำะที่นี่เป็นแหล่งปลูกข้ำวเยอะ ซึ่งสำมำรถนำมำทำเหล้ำชนิด
นี้ได้ ซึ่งพลเอกสุรสิทธิ์พูดถึง Quality Control หรือกำรควบคุมคุณภำพกำรผลิต นี่เป็นขั้นตอนที่สำคัญมำก
สำหรับวิสำหกิจของชุมชน เพรำะเรำมักจะไม่เชื่อถือสิ่งที่ผลิตโดยชุมชนและกลัวไม่ได้มำตรฐำน ตรงนี้คือคอ
ขวดของปัญหำ แต่จีนทำได้ ขอถำมว่ำโดยเป็นลักษณะสนันสนุน หรือ ชุมชนจะต้องจ้ำงบริษัท Maotai และ
ห้อง Lab นี้ต้องจ้ำงมำหรือเป็นกำรช่วยเหลือของรัฐ
พลเอกสุรสิทธิ์ ถนัดทาง :
ถ้ำผมบันทึกมำไม่ผิด เป็นกำรช่วยเหลือของภำครัฐในกำรแนะนำให้ เพรำะว่ำในกำรนำเสนอนั้น
ประธำนำธิบดี Xi Jinping ถำมคนว่ำคุณภำพได้จริงหรอ แล้วรำคำก็ยังแพงไปด้วยนะ แต่จริงๆ แล้วก็เป็น
จังหวะที่ดีที่พอผู้นำประเทศได้รับทรำบก็มีกำรสั่งกำรให้ Maotai ระดับสูงเลยนะครับ ไปตั้ง Lab และก็ไปดูไป
ควบคุมคุณภำพสินค้ำชุมชนครับ เรียกว่ำเป็น Subsidize ในเชิงของคุณภำพ แต่ชำวบ้ำนไม่ได้เสียเพิ่ม
รศ.ดร. ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ:
ผมมีควำมประทับใจสองอย่ำง ข้อแรก มันเป็นเรื่องสอดคล้องที่พวกผมตั้งใจจะทำมำกๆ ทำอย่ำงไรถึง
จะทำให้เงินน้อยๆ ของคนเล็กคนน้อยมันหมุนได้ดีกัน มันก็ตรงกับสิ่งที่ทำงจีนบอกว่ำทำอย่ำงไรให้รำยได้เกิด
ประโยชน์หมุนกับชำวบ้ำน ของเรำเวลำจะทำเรื่องตลำด เรำมักจะทำให้ผู้ผลิตรำยใหญ่ข้ำงนอกเข้ำไปใน
หมู่บ้ำน ไปสร้ำงตลำดในหมู่บ้ำน เสร็จแล้วเงินนั้นก็ไหลๆ ออกไป มันไม่ได้หมู่บ้ำนจริงๆ หมู่บ้ำนแรงงำนใน
ปรำจีนบุรีที่เรำทำอยู่ครับ มันก็ไม่ได้สร้ำงกำรผลิตของชำวบ้ำน แต่กำรใช้จ่ำยของชำวบ้ำนไปที่ผู้ผลิตข้ำงนอก
ตลอดเวลำ อันนี้เป็นโจทย์ใหญ่ที่หมู่บ้ำนผมพยำยำมทำ และที่เรำกำลังจะทำ ทำเศรษฐกิจชุมชนสมำนฉันท์ เรำ
อยำกให้เงินเล็กเงินน้อยมันหมุนอยู่ในเครือข่ำยด้วยกัน ลดกำรพึ่งพำนอกเครือข่ำย นอกหมู่บ้ำนให้มำกที่สุด
ข้อที่สอง เมื่อพูดถึงเหล้ำ/สุรำ ถำมว่ำทำไมเรำจึงจะไม่ส่งเสริมให้ชำวบ้ำนผลิตเหล้ำบ้ำง เพรำะอะไร
ผมก็เคยเสนอให้แบ่งกันทำ เหล้ำ 40 ดีกรีขึ้นไป ให้บริษัทใหญ่ทำ ไม่ว่ำกัน แต่เหล้ำที่ดีกรีต่ำกว่ำ 15 หรือต่ำ
กว่ำ 12 ขอให้ครัวเรือนเขำทำ ให้ชำวบ้ำนทำ ไม่ต้องไปห้ำมไว้ เพรำะบ้ำนเรำเต็มไปด้วยผลไม้ ข้ำว ข้ำวของ
ไทยมันอุตส่ำห์ไปผลิตเหล้ำในญี่ปุ่นมำได้ แล้วทำไมเรำไม่ส่งเสริมเหล้ำผลไม้ หรือเหล้ำไวน์ก็ได้ ทำไวน์เรำก็
สำมำรถส่งเสริมครัวเรือนให้ผลิต ไวน์ที่ดีกรีต่ำกว่ำ 12 เปอร์เซ็นต์ น่ำจะทำได้ แต่เพรำะอะไรทำไมถึงผูกขำด
กำรผลิตเหล้ำแค่เจ้ำเดียว เห็นจีนเขำทำแล้วก็อยำกทำบ้ำงครับ แต่มันทำไม่ได้ครับ ทั้งที่ชำวบ้ำนเขำทำได้ แต่
รัฐบำลไม่ให้ทำครับ
18
คุณภาพวิสาหกิจชุมชนในชนบทไทย:
โอกาสและความท้าทาย
รศ.ดร.บัณฑิต อินณวงศ์
ผู้อำนวยกำรสถำบันควำมรู้เพื่อพัฒนำเศรษฐกิจชุมชน บพท.
สวัสดีทุกท่ำนนะครับ ที่เข้ำร่วมกำรประชุมทุกท่ำนนะครับ คำถำมแรกนะครับที่ได้รับมำจำก
นโบำยของหน่วยให้ทุน คือ คำถำมง่ำยๆ เลยว่ำจะทำอย่ำงไรให้ Local Economy ให้มันดีขึ้น แต่เป็นคำถำม
ง่ำยๆ ที่ตอบได้ยำกมำก เพรำะว่ำพอไปเห็น Definition คำจำกัดควำมของคำว่ำ Local Economy ยำกมำก
นะครับ เพรำะเมื่อเรำเอำศำสตร์ควำมรู้ไม่ว่ำจะเป็นศำสตร์ต่ำงๆ มีอยู่มำประกอบกันเพื่อตอบคำถำมนี้ เชื่อไหม
ครับว่ำหำยำก และที่สำคัญคือ Case ของประเทศไทยยิ่งตอบยำกเลย คำถำมนี้เผอิญเกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2561
แล้วก็วิกฤตเลวร้ำยเมื่อ พ.ศ. 2562 ก็เกิดขึ้นกับโควิดก็เช่นกัน สิ่งที่ตำมมำดังนั้นกำรตั้งตัวของจุดนี้ เกิดคำถำม
ว่ำ ถ้ำเรำต้องกำรให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนภำยในชุมชน โดยที่มันหมุนแล้วมันก่อเกิดมูลค่ำที่เพิ่มขึ้นด้วย
รวมถึงมันไม่ได้แค่มองดูว่ำมันเพิ่มขึ้น แต่กระจำยไปสู่มือของคนที่เป็นต้นน้ำหรือต้นทำงได้ด้วยอย่ำงไร เพรำะ
ภำวะเศรษฐกิจปัจจุบันนี้สังเกตเมื่อชุมชนกับกำรใช้จ่ำย ท้ำยสุดแล้วก็เร็วที่สุดด้วยก็คือ “วิ่งไปที่เศรษฐกิจ
ส่วนกลำง” เร็วมำกเลยนะครับ
เพรำะฉะนั้น ควำมมั่นคั่งหรือควำมมั่นคงของทรัพย์สินที่อยู่ในชุมชนนี้น้อยลง สิ่งที่เกิดขึ้นอย่ำงนี้มันมี
คำคำนึงว่ำ “ถ้ำรำกไม่รอดต่อยอดไม่ได้” จำกประเด็นตรงนี้ ทำงสถำบันควำมรู้เพื่อพัฒนำเศรษฐกิจชุมชนเองก็
ได้พยำยำมที่จะทำงำนร่วมกับธุรกิจชุมชนประมำณ 73 จังหวัดของประเทศไทย จำนวนประมำณ 2,790 แห่ง
เพื่อทำหน้ำที่รวบรวมและสร้ำงควำมเข้ำใจว่ำ ณ วันนี้สถำนกำรณ์จริงๆ ของธุรกิจของชุมชนและกำรเกิด
เศรษฐกิจชุมชนมันเกิดอะไรกันแน่
ผมอยำกเล่ำอย่ำงนี้นะครับว่ำ ประเด็นหนึ่งที่เรำทำงำนร่วมกับตัวธุรกิจชุมชนแล้ว ผมใช้คำ
ภำษำอังกฤษนิดนึงนะครับ เช่น Local Enterprise สังเกตนะครับ เรำทำงำนกับเขำเพียงแค่ 90 วัน ใน 90 วัน
19
ช่วงวิกฤติโดยเฉพำะตัววิกฤตโควิดรอบที่ 3 เรำเห็นได้เลยว่ำรำยได้เขำสูงขึ้น ขณะที่คนที่ไม่ทำงำนกับเรำรำยได้
ลดลง แต่แปลกว่ำรำยได้ที่เพิ่มขึ้น 4% ต่อเดือนเลยนะครับ เรำเก็บอยู่ติดตำม 90 วัน แต่เป็นระยะเวลำว่ำสั้นๆ
ขึ้นประมำณ 12% กำไรขั้นต้นหรือ Margin ของธุรกิจเพิ่มขึ้นประมำณ 12-14% สิ่งที่น่ำสนใจมำกกว่ำนั้น ก็
คือ คำว่ำสภำพคล่องของธุรกิจ สภำพคล่องของธุรกิจแต่ก่อนไม่มี แต่ปัจจุบันเขำมีเงินเพื่อที่จะสำรองใช้ในยำม
ฉุกเฉินของธุรกิจเขำอยู่ 3.2 เท่ำ หนี้สินลดลง 7% คำถำมว่ำผลแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่ำงไร
สิ่งที่เกิดขึ้นคือตั้งคำถำมว่ำจะทำอย่ำงไรเพื่อให้ธุรกิจชุมชนเป็นกลไกสำคัญในกำรผลักดันให้เกิด
เศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่ รูปร่ำงหน้ำตำ วิธีของกำรจัดกำรธุรกิจ ควรเป็นอย่ำงไร ใช้เครื่องมืออะไรในกำร
บริหำรและจัดกำร หน่วยงำนภำครัฐต้องเข้ำใจอะไรบ้ำง และต้องสร้ำงบทบำทตนเองเป็นอย่ำงไร ผมเห็นอย่ำง
นี้ ถ้ำเรำมองแบบนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นอยำกจะขยำยควำมว่ำปกติแล้วเศรษฐกิจชุมชนที่เกิดขึ้นจำกตัวธุรกิจ คำถำมว่ำ
ธุรกิจชุมชนมีคำแรคเตอร์แบบไหน
แบบที่ 1 สังเกตมันเป็นคำถำมง่ำยมำก ธุรกิจชุมชนเป็นผู้ประกอบกำรที่เป็นเจ้ำของธุรกิจ ที่ไม่เคยแยก
กระเป๋ำตังค์ตัวเองหรือกระเป๋ำตังค์ครอบครัวออกจำกกระเป๋ำตังค์ธุรกิจ หมำยควำมว่ำ คิดว่ำเงินที่ ได้จำกกำร
ทำธุรกิจเป็นเงินของตัวเอง เป็นรำยรับของครอบครัวและกระเป๋ำตังค์ไม่เกิดกำรแยกขำดออกจำกกัน คำถำมว่ำ
เมื่อเรำรู้แบบนี้จะใช้เครื่องมือและกลไกอะไร กระบวนกำรแบบไหนในกำรแยก สิ่งที่ทำได้ก็คือว่ำ “ต้องสร้ำง
ชุดควำมรู้” และต้องสร้ำง “เครื่องมือ” ที่ทำให้เขำเกิดควำมตระหนักรู้ด้วยตนเอง
ผมอยำกแสดงให้เห็นอย่ำงนี้ว่ำ สิ่งที่เกิดขึ้นคืออย่ำงนี้ เรำได้ลองทำ เรำพบว่ำตัวธุรกิจชุมชนที่น่ำสนใจ
คือ คุณภำพและคำถำมที่อำจำรย์เคยตั้งถำมผมว่ำคุณภำพของตัวธุรกิจชุมชนมันจะวัดกันได้แบบไหน เรำมองที่
คล้ำยๆ กับเรำไปหำหมอเลยนะครับ แล้วต้องไปหำ “สัญญำณชีพ” ให้เจอ คำว่ำสัญญำณชีพเขำให้เจอ มี
ประเด็นนึงว่ำสัญญำณชีพ ปกติแล้วธุรกิจมีหลำยสัญญำณชีพ แต่สัญญำณชีพที่แตะและเป็น Logic ที่สุด คือ
สัญญำณชีพที่เป็นตรรกะผ่ำนกำรเงิน หมำยควำมว่ำ ถ้ำเรำอยำกเห็นหรือว่ำสุขภำพธุรกิจชุมชนดีหรือไม่ แตะ
กำรเงินก่อนก่อนที่จะไปสู่กระบวนกำรผลิต กระบวนกำรผลิตของกำรจัดกำรบริหำรธุรกิจและกำรสร้ำง
กำรตลำด กำรสัญญำณชีพกำรเงินเป็นเรื่องแรก ที่นี่สัญญำณชีพกำรเงินตอนนี้ ถ้ำหำกเรำลองแตะดู มันเต้น
แผ่วมำกในจังหวะที่ของวิกฤตโควิด คือจะทำอย่ำงไรให้เรำเห็น เพรำะว่ำสัญญำณชีพมันปิดปนกับสัญญำณชีวิต
ของครอบครัว โดยที่มันเป็นกระเป๋ำก้อนเดียวกัน
20
ภำพ ข้อมูลกำรเงินของวิสำหกิจชุมชนที่เข้ำร่วม
ที่มำ บัณฑิต อินณวงศ์ ,2566
เมื่อเป็นแบบนั้น ทั้งชุดโครงกำรหรือทำงหน่วยกำรทำงำน เรำแยกกำรทำงำนออกเป็น 2 ส่วน จำก
ภำพที่ท่ำนเห็น สีแดงๆหมำยถึงวิกฤต สีเขียวเรียกว่ำ รำบรื่น คำว่ำรำบรื่นหมำยถึงสภำพของธุรกิจเขำมีสภำพ
คล่องอย่ำงต่ำ 30 วัน สีแดงไม่ถึง 30 วัน ล่อแล่แล้วเตรียมเจ๊ง เมื่อเป็นแบบนั้น สังเกตไหมว่ำกระบวนกำร
ทำงำน คือ
ขั้นตอนที่ 1 คือพำเขำไปเข้ำใจว่ำสำเหตุที่ก่อเหตุเกิดปัญหำกำรเงินของเขำเกิดขึ้นด้วยสำเหตุอะไร นั้น
คือกำรให้ควำมรู้ กำรให้ควำมรู้ประกอบกำรที่ให้เขำเฝ้ำกรอกข้อมูลผ่ำน Application เพื่อให้เขำทรำบสำเหตุ
ที่แท้จริงว่ำ เขำมีรำยรับและมีรำยจ่ำยที่ไม่ควรจ่ำยอยู่ในเรื่องอะไรในเรื่องของธุรกิจ กำรแค่ให้ควำมรู้ภำยใน 10
วันกับกำรทำงำนกับพวกเรำผ่ำนกำรทำงำนแบบ zoom และน่ำแปลกนะครับว่ำคนที่เข้ำมำร่วมทำงำนกับเรำมี
ตั้งแต่คนที่จบป.4 จนถึงคนที่จบปริญญำเอก ฉะนั้น เจ้ำของธุรกิจมีระดับกำรศึกษำหลำกหลำยมำก เพรำะเขำ
เข้ำใจในเรื่องแบบนี้ตรงกัน หมำยควำมว่ำอย่ำงไร หมำยควำมว่ำหลังจำกที่เรำให้ควำมรู้ที่ถูกต้อง เพรำะเรำเชื่อ
ว่ำกำรแก้ปัญหำกำรเงินไม่ใช่กำรใส่เงินเข้ำไปในระบบ แต่เป็นกำรจัดสรรกำรเงินในระบบที่ถูกต้อง คำถำมว่ำวิธี
ที่ถูกต้องคืออะไร นั้นคือชุดควำมรู้ที่ต้องใส่ เรำให้เห็นเลยว่ำ ณ วันนี้เขำใช้อะไร รับจำกไหน ใช้ได้กี่ทำง แต่ละ
ทำงควรลิมิตไหม สิ่งที่ใช้ก่อเกิดประโยชน์และก่อเกิดผลย้อนกลับไหม ตัวนี้จะผ่ำนกำรเรียนรู้จำก Application
ใน 10 วันที่ร่วมเรียน ร่วมทำงำนด้วยกัน กรอกข้อมูลทุกวัน เขำตระหนักรู้ด้วยตัวเองในว่ำพลำดอะไร
เขำต้องแก้อะไร สังเกตุว่ำตัวเลขภำยใน 10 วัน สีเขียวเพิ่มขึ้นแล้ว จำกนั้นเรำพำเขำ Practice อีกประมำณ
30-35 วัน ตัวเลขสุดท้ำยถึงตกอยู่ที่ 45 วัน สังเกตุว่ำเมื่อ Pactice หลำยคนเมื่อเรำเข้ำไปสอน ณ เหมือนเรำ
ฝึกขับรถ มันต้องใช้เวลำแต่จะฝึกขับรถให้เก่งต้องมีเวลำเพิ่มขึ้น เรำพำเขำทำทุกๆ วัน กรอกข้อมูลทุกๆ เย็น
ก่อนนอน และให้ข้อมูลตัวนี้เป็นคุณครูเขำในกำรสอนวันนี้ เรำพลำดวันนี้ เรำไม่วำงแผน ผมใช้แบบนี้ว่ำหลำย
ครั้งผมถำมว่ำควำมรู้ครั้งนี้ใหม่ไหม ไม่ใหม่ หลำยคนเคยสอนกำรทำบัญชีครัวเรือนและบัญชีธุรกิจ แต่ผมถำม
นิดนึงว่ำเรำได้สอนเขำให้เขำวิเครำะห์ข้อมูลจำกตัวเลขที่กรอกไหม แค่กำรเคี้ยวหรือกำรขยี้ข้อมูลที่ใส่ลงไปและ
นำข้อมูลเคี้ยวมำสร้ำงแผนปฏิบัติ กำรกระบวนกำร 35 วัน ต่อจำกนั้น จะเห็นได้ว่ำกระบวนกำรเหล่ำนี้เมื่อ
วำงแผนไว้ประมำณ 45 วัน แค่ชุดนี้ตัวเลขสภำพกำรเงินของเขำเปลี่ยนทันตำ นั้นคือสำเหตุที่เรำพำเขำ
21
วิเครำะห์แล้วว่ำ ณ จุด 45 วันของกำรทำงำนรำยได้เป็นอย่ำงไร กำไรหรือขำดทุนสภำพคล่องมีไหมมีหนี้สิน
เพิ่มหรือลดลง
เมื่อเขำเห็นแบบนี้จุดนี้แหละที่เขำเริ่มเห็นแล้วว่ำ ณ วันนี้เขำพร้อมในกำรที่จะผลิตมำกน้อยแค่ไหน
เขำพร้อมที่จะไปสร้ำงตลำดใหม่ไหม เขำพร้อมที่จะลงหรือเปล่ำ หรือต้องมีกำรเรียนต้องกำรที่จะฟื้นสัญญำณ
ชีพตัวเองให้ดีขึ้น ถ้ำเป็นแบบนี้ จำกภำพเป็นแบบนี้จะเห็นว่ำสัญญำณชีพตัวเดียวในเรื่องของกำรเงินเมื่อแตะที่
ถูกที่และถูกทำงธุรกิจชุมชนไปได้ 2,700 รำยที่เกิดขึ้นจำกข้อมูล 300 รำยอันนี้คือ 300 รำยจำก 2700 รำย
ประมำณ 10 เปอร์เซ็นต์ที่เอำมำโชว์ให้เห็น
จะเห็นว่ำจำกภำพนี้เกิดขึ้นจำกกำรเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเขำเอง คำถำมคือ ทำไมเขำถึงคิดว่ำมันเป็น
ประโยชน์ ผมถึงบอกว่ำกำรที่เรำสร้ำงให้เขำเป็นเจ้ำของข้อมูล ทุกเช้ำเขำต้องเอำข้อมูลมำวำงแผน อันนี้คือ
จุดสำคัญ สิ่งที่ตำมมำคือ ถ้ำเรำมองแบบนี้ว่ำทำไมเรำเห็นว่ำตัวธุรกิจชุมชนจึงเป็นฟันเฟืองเป็นกลไกสำคัญใน
กำรผลักดันเศรษฐกิจให้เกิดควำมหมุนเวียนในพื้นที่ได้ จะสังเกตุว่ำธุรกิจชุมชนจำก 2,700 รำย ค่ำใช้จ่ำยเขำใช้
จ่ำยอะไร 37% ของทุกบำททุกสตำงค์ที่เขำจ่ำยออกจำกกระเป๋ำธุรกิจเขำไปซื้อวัตถุดิบ ถ้ำวัตถุดิบเหล่ำนี้อยู่ใน
พื้นที่หละครับเกิดอะไรขึ้น แล้วเม็ดเงินถูกไปกองให้เกิดกำรซื้อใน Local Resources หรือทรัพยำกรพื้นถิ่น เงิน
นี้นะครับจะเขำไปกระจำยกับเกษตรกรในพื้นที่หรือผู้ปลูกหรือคนต่ำงๆ ที่อยู่แวดล้อมพื้นที่นั้น ขณะที่ 34%
ของเงินที่จ่ำยของธุรกิจ ไปจ้ำงคนนะครับ ไปสร้ำงแรงงำนของคนในพื้นที่นั้น
สังเกตไหมครับ Margin สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ประมำณเกือบ 71% ของคนไทยวิ่งตรงไปที่กำรซื้อวัตถุดิบ
และกำรสร้ำงงำน ถ้ำตัวนี้ถูกทำลำย มันจะสะเทือนถึงคนที่ผลิตวัตถุดิบและกำรสร้ำงงำนในพื้นที่แน่นอนถูกไหม
ครับ คำถำมตำมมำคือเมื่อเป็นแบบนั้นนะครับ ถ้ำเรำอยำกที่จะทำให้เศรษฐกิจมันเติบโตขึ้นในพื้นที่ แสดงว่ำ
ธุรกิจชุมชนเป็นฟันเฟืองหรือกลจักรที่สำคัญเลยนะครับ เพรำะเขำเป็นกลจักรในกำรดูดซับทรัพยำกรที่อยู่ใน
พื้นที่นั้น เขำเป็นกลจักรสำคัญที่จะสร้ำงหรือจ้ำงงำน สร้ำงโอกำสใหม่ๆ สร้ำงอำชีพ สิ่งที่มำกกว่ำนั้นครับ ถ้ำ
หำกเรำมีวิธีกำรบริหำรจัดกำรธุรกิจของธุรกิจชุมชนให้มีธรรมำภิบำล มี Social Enterprise, Social
Distribution นะครับพำตัวเองตัวเองไม่ได้แค่ตัวคนเดียวสังคมชุมชนโตด้วยถ้ำเขำมีใจเพื่อสังคมมำกขึ้นสิ่งนี้
ครับ มันจะเกิดกำรกระจำยเรื่องของเม็ดเงินที่ทำให้เกิดกระบวนกำรที่เรียกว่ำรวยกระจุก จนกระจำย กระจำย
เงินจำกธุรกิจออกไปได้กว้ำงและไกลขึ้น
สิ่งที่ตำมมำจึงสังเกตเห็นนิดนึงนะครับ จำกกำรที่เรำทำงำนอยู่ประมำณสัก 7 เดือนนะครับ เรำพบ
อย่ำงนี้เลยครับว่ำ เมื่อผ่ำนกระบวนกำรวิเครำะห์ที่ถูกต้องนะครับ เอำเม็ดเงินที่เขำใส่เข้ำมำบริหำรจัดกำรที่
ถูกต้อง บอกเขำว่ำต้องจัดกำรอย่ำงไร สังเกตนิดหนึ่ง มูลค่ำกำรจ้ำงงำนเพิ่มขึ้น 17% ทั้งที่อยู่ในช่วงของภำวะ
วิกฤตของ โควิดนะครับ สิ่งที่ตำมมำ คือ 13% ที่เขำต้องจ่ำยของเรื่องของวัตถุดิบเพิ่มขึ้นนะครับ นั้นหมำยถึงว่ำ
เม็ดเงินไปสู่เกษตรกรที่ปลูกนะครับ หรือสร้ำงวัตถุดิบได้มำกขึ้นมูลค่ำเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น มีสัดส่วนถึง 46%
ท้ำยสุดนะครับจะเห็นว่ำกำรใช้วัตถุดิบที่ถูก Consume มำกขึ้น จำกบทแบบนี้นะครับจะเข้ำสู่บทสรุป
หรือบทสังเครำะห์นะครับ สิ่งที่เรำเห็นจำกกำรทำงำนของ Local Enterprise หรือธุรกิจชุมชน คือกำรสร้ำง
Local Production ครับ ก่ำรสร้ำง Local Production ก็ต้องก่อให้เกิด Local Consumption ด้วย คือใช้
หมุนเวียนอยู่ในพื้นที่แหละ และสุดท้ำยพำเข้ำสู่ Local Sharing, Share เรื่องอะไรครับ
22
1. แชร์เรื่องของ Resources จับเขำมำเป็นเครือข่ำยกันแชร์ Resources วัตถุดิบในกำรผลิต,
2. แชรเรื่อง Know-How
3. แชร์เรื่องของ Technology, Design และ Market
ถ้ำเรำทำเป็น Local Sharing ได้มันจะเกิด Cluster เกิดขึ้นครับ และกระบวนกำรนี้ครับที่เรำเริ่ม
เข้ำใจและเริ่มพำให้ตัวธุรกิจที่เป็น Lndividual นะครับ ปัจเจกธุรกิจมำรวมตัวกันนะครับ ก่อให้เกิดเครือข่ำย
Cluster เกิดขึ้น ที่มำคร่ำวๆ นะครับ ที่เรำค้นพบและเรำเริ่มมีตัวเลขในกำรกำกับและเห็นกำรติดตำมกำร
เปลี่ยนแปลงบนตัวเลขเหล่ำนี้ครับ ทำให้เรำสำมำรถวำงแผนในกำรจัดกำรในกำรที่จะปรับหรือสร้ำง
กระบวนกำรในกำรทำงำนร่วมกับธุรกิจชุมชนได้แม่นยำขึ้นนะครับ ขอบคุณมำกเลยครับ
Q&A และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
พลเอกสุรสิทธิ์ ถนัดทาง:
ดีใจมำกเลยครับที่ได้ฟังท่ำน และก็คิดว่ำท่ำนได้ให้ข้อมูลที่เป็น True information ในอดีตเรำอำจ
ทำงำนกันไม่ค่อยอยู่บนฐำนตัวเลข ไม่ค่อยมีตัวเลข ก็ทำให้ไม่มี Record ไม่มีกำรบันทึกเท่ำไหร่ นี่ก็เป็นมิตร
หมำยอันดี และส่วนหนึ่งที่ผมยังมองว่ำเรื่อง 3 กลไก ผมค่อนข้ำงจะมั่นใจว่ำต่อให้ไม่ได้ไปเรียนศึกษำอะไรมำ
มำกมำย คนดูก็พอจะเข้ำใจว่ำในท้องถิ่นหรือตัว Local ที่บอกว่ำเป็น Local economy จริงๆ มันไม่ใช่มองไป
แต่ในเชิงของที่เป็นผลผลิต แต่มันมองถึงกระบวนกำรผลิต และก็ทรัพยำกรเพื่อกำรผลิต ทรัพยำกรหนึ่งก็คือ
ควำมรู้นะ ควำมรู้ที่ไม่ค่อยได้ค้นหำกัน
ทีนี้ที่พูดแบบนี้ก็เพรำะว่ำ เมื่อ 2-3 สัปดำห์มำก่อน ผมได้ไปดูกำรพัฒนำในพื้นที่จังหวัดมหำสำรคำม
ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องกำรพัฒนำคุณภำพโคเนื้อต่ำงๆ เพรำะฉะนั้น กลไกในกำรขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนก็ต้อง
เข้ำใจว่ำผู้ที่มีส่วนร่วมที่เขำมีศักยภำพอยู่จริง ไม่ว่ำจะเป็นโรงฆ่ำสัตว์เก่ำ ที่เรำจะไปช่วยเขำในกำรใช้เทคโนโลยี
ที่ไม่ใช่ระบบกำรฆ่ำแบบเก่ำ และระบบกำรที่มันมีควำมน่ำเชื่อถือได้ มันเป็นอย่ำงไร มันทำอย่ำงไรถึงจะมีควำม
ปลอดภัยในเชิงของอำหำร หรือเชิงของอะไรพวกนี้เพิ่มขึ้น
ผมเข้ำใจว่ำต่อไปนี้สิ่งที่ต้องไปวำงแผน ท่ำนอำจำรย์บัณฑิตได้พูดหมดแล้ว แต่สิ่งที่นักวิจัยต้องทำต่อไป
ให้มำกขึ้น คือกำรลงวิจัยในพื้นที่จริงๆ ว่ำ ทำอย่ำงไรจึงจะให้ศักยภำพที่แท้จริงของเขำออกมำ ศักยภำพในเชิง
ควำมรู้ประจำถิ่น อำจำรย์ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ ได้พูดถึงเรื่องนโยบำย 3:1 (ให้นักวิชำกำร ข้ำรำชกำร ชุมชน
จับคู่ทำงำนกัน) ผมก็ยังคิดว่ำอำจจะน้อย อำจจะต้องเป็น 5:1 หรือ 10:1 อย่ำงที่ทำงจีนทำ ก็คือให้โอกำส
นักวิจัยได้ลงไปแล้วก็ยอมรับในผลที่มันจะได้ในควำมเป็นจริง
ผมเชื่อว่ำ ถ้ำมีกำรตรวจสอบที่ดี นักวิจัยก็พร้อมที่จะลงไปแน่นอนนะครับ แต่ก็คงจะต้องมำเปลี่ยน
ทัศนะแหล่งให้ทุน ผู้ให้ทุนด้วย ถ้ำตั้งทัศนคติในเชิงของเป้ำหมำย เรำบริหำรกันแบบผลสัมฤทธิ์ได้จริงๆ นะครับ
คือเปลี่ยนทัศนคติ อยำกให้คิดว่ำกำรเพิ่มศักยภำพ อย่ำงไรก็ต้องเอำคนลงไป และผมอำจจะหมำยถึงแม้กระทั่ง
23
กำรขอตำแหน่งทำงวิชำกำรนะครับ ซึ่งก็เป็นแนวทำงอันใหม่ที่ดีมำกที่พูดถึง ของกระทรวง อว. ว่ำต่อไปก็คงจะ
ไม่ใช่แค่มำเขียนควำมคืบควำมหนำของเอกสำร แต่ผลงำนที่มันเกิดขึ้นในหมู่บ้ำนในท้องถิ่น เกิดกี่ชุมชนที่
พัฒนำไป ผู้ที่มีส่วนร่วมอย่ำงมำกหรือในกำรทำประเมิน ก็คือชำวบ้ำนเนี่ยแหละครับ ไม่ต้องไปตั้ง
คณะกรรมกำรอะไรขึ้นมำเพิ่ม เหมือนกันกำรวัดคุณภำพหรือประสิทธิภำพของทำงด้ำนกำรพัฒนำสีเขียว เขำก็
มีข้อคิดว่ำ ถ้ำงั้นก็ต้องไปจ้ำงคณะกรรมกำรเพิ่มขึ้นอีก ไม่ต้องเลย คณะกรรมกำรที่ดีที่สุดก็คือคนที่อยู่ไร่ข้ำงกัน
แหละ ว่ำไร่นี้มีต้นไม้ขนำดนี้จริงหรือเปล่ำ อย่ำงนี้เป็นต้นนะครับ กลไกที่ว่ำก็คือใช้กลไกท้องถิ่นไม่จะเป็นต้อง
ไปเอำอะไรมำจำกข้ำงนอก ก็เป็นเรื่องที่ดี น่ำประทับใจครับ ขอบคุณมำกครับ
ดร. แมน ปุโรทกานนท์:
งำนของท่ำนอำจำรย์บัณฑิตนี้ เรำกำลังนำเอำควำมรู้ควำมคิดของอำจำรย์ไปไปทำงำนกับกลุ่มคนที่
เรียกว่ำเป็นกลุ่มที่มีรำยได้ต่ำกว่ำเกณฑ์กำรชี้วัดภำวะควำมยำกจนของประเทศอยู่ จะนำไปใช้ แต่ว่ำใช้กับกลุ่ม
ที่มีต้นทุนในทำงในทำงรำยได้ค่อนข้ำงสูงกว่ำเพื่อที่จะพัฒนำให้เขำเป็นผู้ประกอบกำรรำยย่อยครับ ก็พยำยำม
เชื่อมต่อควำมคิดอันนั้นอยู่นะครับ แต่ว่ำตัวที่เรำพบในพื้นที่ก็ค่อนข้ำงมีปัญหำว่ำ กำรรวมกลุ่ม เรำจะเรียกว่ำ
กลุ่มคนเปรำะบำง ตอนนี้เรำเจออยู่หลำยจังหวัด
กลุ่มที่เปรำะบำงเหล่ำนี้ใน 3-4 จังหวัดที่เรำทำงำนด้วยก็ประสบปัญหำ อย่ำงเช่น ภัยพิบัติน้ำท่วม ก็
ทำให้ต้นทุนภำวะกำรดำรงชีพที่เขำจะจัดกำรตัวเขำเองหร่อยหรอไปอีกนะครับ พื้นที่ที่ยโสธร พื้นที่ที่ชัยนำทที่มี
ภำวะภัยพิบัติ หรือแม้แต่ที่อุบลรำชธำนีนะครับ เรำก็พบแบบนี้ ตัวที่เรำพบเรื่องของกำรรวมกลุ่มที่จะทำงำนใน
ลักษณะนี้ที่พนมดงรักที่อยู่เขตชำยแดนต่อกับจังหวัดสุรินทร์ ก็เริ่มทำเรื่องของกำรพยำยำมชวนกันเป็นกลุ่ม
วิสำหกิจชุมชนนะครับ เรื่องกำรเพำะกล้ำไม้พื้นถิ่นเพื่อที่จะส่งขำยในรูปกลุ่มวิสำหกิจด้วยกัน ก็ใช้เวลำอยู่เป็นปี
กว่ำจะทำงำนในรูปกลุ่มร่วมกันได้ อันนั้นก็ดำเนินกำรโดยสถำบันรำชภัฎสุรินทร์นะครับ
เขำวิจัยพบว่ำมีปัญหำในเรื่องของทัศนคติส่วนหนึ่ง ต้องเรียนว่ำสภำพที่เรำเจอ สภำวะทำงสังคมของ
กลุ่มเปรำะบำง กำรมำทำงำนร่วมกลุ่มนั้นเป็นปัญหำอย่ำงยิ่ง เรื่องของกำรเข้ำมำสมำคม เรื่องของกำรรู้สึกว่ำ
ตัวเองยังไม่พร้อมที่จะมำมีปฏิสัมพันธ์ทำงสังคมกับคนอื่นๆ เรำพบเกือบทุกจังหวัดที่เรำทำงำนใน 20 จังหวัด
แล้วมันก็มีทั้งเรื่องเรียกว่ำทุนทำงเศรษฐกิจ แล้วก็ภำวะในทำงสังคมที่ผสมกันอยู่ด้วย กลุ่มคนที่ทำงำนอยู่ใน
พื้นที่ นักวิจัย ทีมนักวิจัยที่ทำงำนอยู่ในพื้นที่ก็พยำยำมที่จะเข้ำใจแล้วก็เรียนรู้กระบวนกำรทำงสังคมที่จะชวน
ให้กลุ่มเปรำะบำงเหล่ำนี้มำทำงำนด้วยกัน แล้วก็ตอนนี้ก็กำลังริเริ่มว่ำถ้ำเรำจะคิดในเชิงมีแผนธุรกิจแล้วก็ทำ
กิจกรรมเรื่องกำรตลำด เรำควรจะทำกันอย่ำงไรนะครับ โครงกำรตอนนี้เรำเรำชวนกันวิเครำะห์ว่ำเรำจะทำให้
กิจกำรเหล่ำนี้ มีตำแหน่งที่จะทำให้กลุ่มเปรำะบำงเหล่ำนี้ไปร่วมอยู่ได้อย่ำงไร แล้วก็ยืมควำมคิดของข้ำอำจำรย์
บัณฑิตมำทำในสัดส่วนเกี่ยวกับเรื่องกำรติดต่อกับช่องทำงตลำด ขออนุญำตแบ่งปันประมำณนี้ครับ
ผศ.กัลยาณี พรพิเนตพงศ์:
กรณีศึกษำหมู่บ้ำนแรงงำนฯ ของอำจำรย์ณรงค์ ที่ปรำจีนบุรี ดิฉันเองอยู่ที่ปรำจีนบุรีก็ทำให้ได้รู้เรื่องนี้
ไปด้วย เป็นกรณีศึกษำที่น่ำสนใจที่ทำให้รู้ว่ำชุมชนจะพัฒนำไปให้โดยที่ใช้วิธีที่พึ่งพิงทรัพยำกรในพื้นที่และก็
24
ช่วยเหลือกันเป็นไปได้มำกน้อยแค่ไหน อีกกรณีหนึ่ง คือหมู่บ้ำน Yanbo ที่น่ำสนใจมำกคือกำรที่ให้ชำวบ้ำน
เข้ำมำมีส่วนในกำรถือหุ้น ซึ่งเป็นกลไกที่ดีมำกเลยทำให้เขำสำมำรถที่จะมีควำมรู้สึกเป็นเจ้ำของ ซึ่งเป็นกลยุทธ์
ที่เรำน่ำจะเอำมำประยุกต์ใช้นะคะ เเล้วก็ของอำจำรย์บัณฑิตก็ได้มำเติมเต็มในเรื่องข้อมูลต่ำงๆ ในเรื่องของ
Appication ที่สำมำรถประเมินเรื่อง Demand Supply ก็เป็นองค์ประกอบที่ดีมำกๆ
แต่มีคำถำมอยู่ในใจอยู่ตลอดเลย คือตอนนี้ได้มำคลุกคลีอยู่กับชุมชนที่เคยอยู่ในอดีตแล้วก็ได้จำกไป
หลำย 10 ปี แล้วกลับมำอยู่ เรำเห็นควำมเปลี่ยนแปลงของชุมชนมำก ก็คือในภำพของกรณีศึกษำของอำจำรย์
ณรงค์ คล้ำยๆกับชุมชนในอดีตที่ปรำจีนบุรี ที่อำเภอบ้ำนสร้ำง บ้ำนดิฉัน ก็คือ คนสำมำรถที่จะอยู่พึ่งพิง
ธรรมชำติ แล้วก็สำมำรถใช้ประโยชน์ทรัพยำกรในพื้นที่ เป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นในอดีตที่มีคุณภำพดีมำก แต่พอ
ปัจจุบันเรำพบว่ำเกษตรกรจำนวนมำก อดีตดูเหมือนเขำเป็นคนมีรำยได้น้อยแต่ก็มีคุณภำพชีวิตดีมำกแต่
ปัจจุบัน เขำถือครองที่ดินจำนวนมำก ก็กลำยเป็นคนมีเงิน แล้วเขำก็ได้ขำยพื้นที่ของเขำให้กับนำยทุน
เพรำะฉะนั้น ตอนนี้เขำมีวิธีอีกแบบหนึ่ง ลูกหลำนเขำมีวิถีใหม่ที่ไม่เหมือนกับอดีตแล้ว เขำกลำยเป็นลูกหลำน
คนมีเงิน เขำก็เลยทิ้งวิธีกำรปลูกผักอะไรไป ในกำรที่มีชีวิตอยู่แบบในอดีต กลำยเป็นเหมือนกับว่ำสังคมเมือง
สื่อต่ำงๆ ที่เขำได้รับทำให้เขำมีวิถีกลำยเป็นคนเมือง เด็กรุ่นใหม่ วิถีชนบทซึ่งเป็นพื้นที่ศักยภำพก็เลยถูกทอดทิ้ง
ไป อันนี้เป็นประเด็นหนึ่งที่ทำให้เห็นภำพนี้ขึ้นมำ
อีกข้อสังเกตที่เกิดขึ้นในชุมชน ก็คือว่ำ เรำพบว่ำเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภำพมำกเลย เข้ำ
ไปหำกินกับทรัพยำกรธรรมชำติก็สำมำรถทำธุรกิจของเขำ อย่ำงเช่น เขำทำธุรกิจ เป็นกลุ่มที่ชอบหำกุ้ง หำปลำ
ดิฉันก็เห็นเขำรวมกลุ่มจัดแข่งขันตกกุ้ง ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่เลย แล้วเขำตกกุ้งกันสนุกสนำน ซึ่งลักษณะนี้ถ้ำเขำ
ได้รับกำรส่งเสริม และเขำสำมำรถจะใช้ทรัพยำกรในพื้นที่อย่ำงมำทำธุรกิจของเขำ ก็แข่งตกกุ้ง มีกำรชักชวนให้
คนนอกพื้นที่ เขำจัดบริกำรตกปลำ ก็มีเรือในเขำพำนักท่องเที่ยวไปตกปลำ เขำทำโดยธรรมชำติ
กลุ่มนี้ก็เป็นกลุ่มที่น่ำสนใจ แต่ก็ยังไม่ได้มีได้รับกำรส่งเสริม เขำถำมด้วยควำมที่ใจเขำชอบอยู่แล้วอยู่
กับพื้นที่ กับเด็กอีกกลุ่มหนึ่ง กลำยเป็นกลุ่มที่เล่นกำรพนัน แล้วกำรพนันที่แพร่หลำยมำกเลยก็คือตีไก่ เด็กกลุ่ม
นี้จะชอบเลี้ยงไก่ แล้วก็อุ้มไก่กันทุกคน อุ้มไก่แล้วก็จะเข้ำไปตีไก่กันในบ่อนไก่ ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่พอสมควร และ
แรงงำนในพื้นที่จำนวนมำกกลำยเป็นพม่ำ เขมร แต่เด็กไทยกลำยเป็นอยู่ในบ่อนไก่จำนวนมำก
เพรำะฉะนั้น เป็นโจทย์ที่อยำกจะฝำกเอำไว้นะว่ำตอนนี้ในชนบทไทยเป็นช่วงเปลี่ยนของเหมือนยุค
ดิจิตอล เด็กส่วนหนึ่งก็เพลิดเพลินดิจิตอล แล้วก็เด็กส่วนหนึ่งก็เพลิดเพลินกับอบำยมุข แต่ก็ยังมีเด็กกลุ่ม หนึ่ง
ที่น่ำสนใจที่เขำสำมำรถที่จะไปเพลิดเพลินกับธรรมชำติในพื้นที่ของเขำ คนกลุ่มเนี่ยเหมือนกับถูกลืม เวลำเรำทำ
เรื่องชุมชนเรำมักจะเข้ำไปสู่กลุ่มคนที่ทำกำรผลิต แต่ช่วงรอยต่อเด็กวัยรุ่นกลุ่ม ทำอย่ำงไรเรำถึงจะให้มี
กระบวนกำรที่สร้ำงแรงบันดำลใจให้เด็กกลุ่มนี้ไปทำกำรผลิตอะไรที่มันเกิดประโยชน์ทั้งตัวเขำเองแล้วก็ทั้ง
ชุมชน
พลเอกสุรสิทธิ์ ถนัดทาง:
ผมไปนครสวรรค์ มีกำรจัดหลักสูตรนักพัฒนำเมืองขึ้นเป็นรุ่นที่สองแล้ว ผู้ที่เข้ำมำก็มีทุกระดับ ตั้งแต่
นำยกเทศมนตรี นำยกเทศบำล ตำบล แล้วก็มีเด็กๆ เข้ำมำ ผู้บรรยำยท่ำนหนึ่ง ท่ำนบรรยำยถึงเมืองอัจฉริยะ
25
จะฉลำดในเรื่องอะไรบ้ำงประมำณนั้น ก็ได้พบว่ำ ข้อสำคัญคือ ก็มีข้อเสนอในควำมคิดเห็นว่ำทำอย่ำงไรจะ
Reskill ทบทวนทักษะเก่ำ เช่นเมื่อสักครู่ท่ำนอำจำรย์บอกว่ำวิถีใหม่ก็คือหำเงินซื้อ แล้วทำอย่ำงไรไม่ให้ไม่ต้อง
ไปเสียเงินซื้อ คือ สำมำรถอยู่ได้โดยไม่มีเงิน คือคนรุ่นใหม่มักจะคิดว่ำเขำหำเงินง่ำย เขำก็เลยหำเงินเพื่อที่จะมี
ดำรงชีพอยู่ และพัฒนำเอำทรัพยำกรข้ำงนอกจนลืมทรัพยำกรข้ำงใน ทรัพยำกรที่จริง คือทักษะและศักยภำพ
ตัวเอง
คนรุ่นเก่ำอยู่ได้โดยไม่ต้องมีเงินก็เอำตัวรอดได้ แต่คนรุ่นใหม่จะมีควำมรู้สึกว่ำ เอำตัวรอดไม่ได้ มี
มะพร้ำวให้ก็ยังกินไม่ได้เลย คือผมใช้คำว่ำกำร Reskill ก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่นี่เขำทำอย่ำงไรที่นครสวรรค์ก็เวลำ
เปิดหลักสูตรก็จะต้องมีที่เรำไปเป็นกิจกรรมสัมพันธ์ กิจกรรมสัมพันธ์ก็เกิดจำกกำรที่ทุกส่วนที่หลำยท่ำนพูดมำ
ว่ำทั้งนักคิด นักวิชำกำร ข้ำรำชกำรที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้ได้ไปนั่งคลุกคลีกันทำ ผมว่ำเรื่องนี้ก็น่ำจะได้ขยำยผลไป
เรื่อยๆ นะครับ พอดีกิจกรรมนี้ได้ไปเห็นในหลักสูตรนักพัฒนำเมืองระดับสูงของของนครสวรรค์ ซึ่งท่ำน
นำยกเทศมนตรีก็เอำจริงเอำจังกับเรื่องนี้ ผู้ว่ำรำชกำรแม้กระทั่งติดธุระมำกเลยพอเสร็จแล้วก็รีบในโครงกำร
แล้วก็เขำมำพูดมำแชร์กัน ผมก็ยังหวังเป็นนิมิตหมำยอันดีว่ำกำรพัฒนำเมืองกับชนบท กระบวนทัศน์ที่เรำกำลัง
พูดถึงก็มีกำรเปลี่ยนแปลงไปบ้ำงพอสมควร แล้วก็เหลือว่ำคนที่ได้เข้ำมำมีส่วนร่วมจริงๆ แต่ลงไปช่วยกันอย่ำงไร
ให้มำกขึ้น ขอบคุณครับ
Prof. Duan Lisheng
วัยรุ่นชำวจีน จำกที่เห็นก็เข้ำเมือง อย่ำงแรกเข้ำไปเรียนหนังสือ เพรำะว่ำจริงๆ แล้ว กำรพัฒนำของจีน
ต้องกำรบุคคลมีควำมสำมำรถ มีควำมรู้ มีใบปริญญำ ถ้ำได้จบปริญญำตรี ก็เพิ่มโอกำสในชีวิตมำก แต่ว่ำรัฐบำล
ก็มีกำรสนับสนุนมำกเหมือนกัน ให้ควำมสะดวกสบำยในหลำยๆ ด้ำน เพรำะฉะนั้น วัยรุ่นในชนบทส่วนใหญ่
แล้ว ถ้ำเกิดเป็นคนตั้งใจ พยำยำมไปเรียนปริญญำตรีในเมือง หลังจำกที่เข้ำไปเรียนแล้ว เรียนจบแล้วจะกลับมำ
ที่ชนบทก็น้อยมำก เพรำะว่ำปัจจุบันกระแสของคนย้ำยเข้ำไปในเมืองมำกขึ้น ยิ่งถ้ำเป็นวัยรุ่นที่มีควำมรู้ที่มี
ควำมรู้พยำยำมเข้ำเมืองเป็นส่วนใหญ่ พอเขำได้เรียนหนังสือจบปริญญำตรี ได้ทำงำนในเมือง เขำจะพำคุณ
พ่อคุณแม่เข้ำมำอยู่ด้วย เลยทำให้กลำยเป็นปรำกฏกำรณ์ที่คนชนบทย้ำยเข้ำมำในเมืองมำกขึ้น ทำให้กำร
พัฒนำของเมืองเร็วยิ่งขึ้นไปอีก
อย่ำงที่สอง บำงทีบำงคนก็ไม่ได้ไปเรียนมหำวิทยำลัย ไปทำงำนทำในโรงงำน ก็มีหลำยๆ บริษัท ไปรับ
วัยรุ่นจำกตะวันตกเฉียงใต้ของจีนมำทำเยอะ เหมือนจีนก็ต้องรักษำภำคกำรผลิตด้วยเช่นกัน ภำคกำรผลิตเองก็
ต้องมีคนมำป้อนโรงงำนเช่นกัน โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งนอกจำกโรงงำน ไซต์ก่อสร้ำงต่ำงๆ สร้ำงทำงด่วน ถนน
อะไรต่ำงๆ จริงๆ สร้ำงสำธำรณูปโภคของจีนต้องอำศัยคนงำนเหล่ำนี้ในกำรสร้ำง ซึ่งมีทั้งข้อดีและไม่ดี มันก็ช่วย
ให้สำธำรณูปโภคพัฒนำไปอย่ำงรวดเร็ว แต่ว่ำก็กระทบกำรพัฒนำชนบทเช่นกัน จริงๆ แล้วข้อดีอีกอย่ำง เพิ่ม
บุคลำกรที่มีคุณภำพด้วยเช่นกัน ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ตั้งใจเรียน ทะเยอะทะยำนยกระดับชีวิตตัวเองมำก
ยิ่งขึ้น
26
นอกจำกนี้แล้ว สำหรับกำรที่ได้แรงงำนมำสู่ตลำดแรงงำนก็ถือว่ำได้เป็นกำรพัฒนำแรงงำนที่ดี
เหมือนกันสำหรับจีน คนชนบทเหลือแต่คนแก่และเด็ก เหลือแต่เด็กกลำยเป็นปัญหำเหมือนกัน พ่อแม่ไม่ได้อยู่
ด้วยกัน อำจจะกลำยเป็นเด็กมีปัญหำ คนแก่ที่อยู่ชนบทไม่มีใครดูแล เป็นคำถำมอยู่เหมือนกัน แต่มีคนกลับไป
ทำธุรกิจในชนบทด้วยเช่นกัน วิสำหกิจชุมชนก็มีเหมือนกัน จีนเองก็กำลังแก้ปัญหำเหล่ำนี้อยู่เช่นกัน เป็นหัวข้อ
ที่พวกเรำชำวนักวิชำกำรวิจัยกันต่อไป รัฐบำลต้องตอบคำถำมด้วยเช่นกัน
รศ.ดร. ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ:
หนึ่ง ที่จีนเหมือนไทย คือปัจจุบันชนบทเรำเกือบจะไม่เห็นเด็กๆ อยู่ในไร่ในนำแล้ว ดังนั้น แรงงำนในไร่
นำไม่มีแล้ว จึงทำให้ต้นทุนของชำวนำกำรผลิตสูงกว่ำจีน สูงกว่ำเวียดนำม ข้ำวไทยเลยแพงกว่ำ ไม่มีแรงงำน
จ้ำงอย่ำงเดียว แรงงำนครัวเรือนเข้ำโรงงำนหมด สอง แต่กำรเข้ำโรงงำนหมดก็ไม่ได้ว่ำจะเพิ่มรำยได้ขึ้นมำ
เพรำะรำยได้ของคนงำนโดยทั่วไปไม่พอรำยจ่ำย จึงทำให้เกิดหนี้สินพอกพูน หนี้ในโรงงำนดอกเบี้ย 20% ต่อ
เดือน สูงมำก อำจสูงมำก ข้อที่สำม ก็คือว่ำคนที่บอกว่ำหำเงินได้ง่ำย กลับไม่ใช่คนงำนธรรมดำ เป็นลูกคนชั้น
กลำงหรือคนชั้นสูง เพรำะลูกคนชั้นกลำงชั้นสูง ไปเรียนหนังสือ ได้เดือนละ 15,000 บำท แต่ว่ำลูกคนจนไม่ใช่
แค่ทำงำนปัจจุบัน ธนำคำรเอง มหำวิทยำลัยเอง สถำนประกอบกำรเอง จ้ำงคนจบปริญญำตรีประมำณเดือนละ
13,000 บำทเองครับ เรำเจอปัญหำเหมือนจีนแต่หนักกว่ำจีนครับ
รศ.ดร. จานง สรพิพัฒน์:
จริงๆ แล้ว อยำกให้ข้อมูลภำพใหญ่ของโลก โลกของเรำในช่วงประมำณตั้งแต่ปฏิวัติอุตสำหกรรมเป็น
ต้นมำ ตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 19 มำจนกระทั่งถึงปัจจุบันก็ร้อยกว่ำปีแล้ว ทิศทำงคือไปสู่ระบบอุตสำหกรรม
ทั้งหมด ซึ่งระบบนี้ส่งผลเหมือนกันทั้งประเทศ ก็คือว่ำประชำกรจะอพยพเข้ำมำอยู่ในเมือง แล้วก็คนที่อยู่ใน
ชนบทจะเล็กลงไปเรื่อยๆ แล้วลักษณะแบบนี้ไม่เกี่ยวข้องกับว่ำประชำกรแก่หรือหนุ่มสำว อย่ำงประเทศญี่ปุ่นก็
เป็นปัญหำมำกว่ำประชำกรส่วนใหญ่ที่เดิมอยู่ในชนบทเก็เข้ำมำอยู่ในเมือง เรียนหนังสือในเมือง แล้วก็พยำยำม
ทำงำนในเมือง แล้วก็ไม่มีใครกลับไป มันเกิดปัญหำเรื่องหมู่บ้ำนถูกทิ้งร้ำง ไม่มีคนอยู่ แล้วก็จะเป็นอย่ำงนี้ตลอด
เพรำะฉะนั้น ผมคิดว่ำควำมคิดที่ว่ำเรำจะทำให้มันหวนกลับไปให้เป็นชนบทโบรำณ ผมว่ำเป็นกำรทวนกระแส
ควำมจริง แต่ว่ำประเด็นใหญ่ที่จะต้องคิดก็คือว่ำ ในกรณีของประเทศไทย ถ้ำเทียบกับประเทศจีน อัตรำกำร
อพยพของคนหนุ่มสำวที่เข้ำมำอยู่ในเมืองช้ำกว่ำเมืองจีนเยอะ เพรำะว่ำควำมเจริญทำงเศรษฐกิจอุตสำหกรรม
จีนพัฒนำได้เร็วกว่ำเมืองไทย สัดส่วนแบบนี้ใน 20 ปีข้ำงหน้ำ ผมเชื่อว่ำเปอร์เซ็นต์ของคนที่อยู่ในเมืองก็จะ
มำกกว่ำสัดส่วนของประเทศไทยมำก
ปัญหำใหญ่ก็คือว่ำเมื่อคนไปแล้ว คำถำมคือแรงงำนจะหำได้ที่ไหน ปัญหำนี้ประเทศจีนแก้ไม่ยำก
เพรำะประเทศจีนเป็นเจ้ำแห่งเทคโนโลยีอยู่แล้ว กำรทำ AI ทำเครื่องมือที่มำทดแทนคน ทำได้อย่ำงมี
ประสิทธิภำพสูงมำก แล้วคนของจีนหรือระบบกำรศึกษำก็ดีกว่ำไทย สำมำรถทำให้คนเข้ำสู่ระบบกำรผลิตแบบ
27
อุตสำหกรรมสมัยใหม่ได้ง่ำย เพรำะคนในระบบอุตสำหกรรมกลับไปอยู่ในชนบทก็สำมำรถเอำควำมรู้นี้ไป
จัดกำรได้ไม่ยำก
ที่น่ำเป็นปัญหำคือประเทศไทยเพรำะว่ำ ลูกหลำนของเกษตรกร จริงๆ พ่อแม่เกษตรกรเขำก็อยำกจะ
ให้ลูกเปลี่ยนไปเป็นคนเมืองเหมือนกันทุกบ้ำน แต่ว่ำปัญหำระบบกำรศึกษำของไทยไม่รองรับให้คนที่จบไปแล้ว
เป็นลักษณะทำงำนเชิงวิชำชีพได้ จะเรียนไปเป็นลักษณะเป็นควำมรู้กว้ำง แล้วทำเป็นวิชำชีพไม่ได้ ทำได้อยู่
อย่ำงเดียวคือต้องไปเป็นข้ำรำชกำรหรืองำนภำคบริกำร ที่ไม่เป็นวิชำชีพ พอเป็นอย่ำงนี้ ก็จะมีปัญหำเรื่องของ
แรงงำนในเมือง แล้วที่เป็นปัญหำที่กำลังจะเป็นลูกระเบิดใหญ่ก็คือ คนจนในเมือง คือลูกหลำนกรรมกรที่ที่พ่อ
แม่ในเมื่อ 20 ปีก่อนอพยพเข้ำมำในเมือง แล้วก็ลูกหลำนก็ไม่สำมำรถที่จะพัฒนำไปสู่ฝีมือในลักษณะวิชำชีพ
สมัยใหม่ได้ เมื่อมีปัญหำเข้ำไปติดยำเสพติด ติดเกม
ส่วนแรงงำนในชนบทของ ผมกลับมองว่ำ ไม่รู้เป็นโชคดีหรือโชคร้ำย เรำมีแรงงำนเยอะมำก จำก
ประเทศเพื่อนบ้ำน พม่ำ เขมร ลำว เข้ำมำทดแทนแรงงำนหนุ่มสำวของเรำตอนนี้ แต่ผมก็ไม่ได้มองว่ำเรื่องแบบ
นี้เป็นเรื่องที่ไม่ดี จริงๆ ถ้ำเรำมองในอดีตเมื่อ 50 ปีก่อน แรงงำนของร้ำน KFC ในประเทศไทย จริงๆมำจำกคน
จีนที่อพยพเมื่อ 50 ปีก่อน เดี๋ยวนี้คนพม่ำซึ่งมีคุณภำพที่เป็นแรงงำนอย่ำงดี ถึงแม้ว่ำไม่มีควำมรู้แต่ว่ำเขำมีควำม
อุตสำหะ จำนวนมำกก็ตั้งตัวได้ มันน่ำจะมีกระบวนกำรที่เค้ำเรียก ดึงให้เขำมำเป็นประชำกรไทย แล้วคนเหล่ำนี้
จะเป็นรำกฐำนต่อไปให้กับเรำได้ แต่ปัญหำใหญ่ของเรำก็คือว่ำคนซึ่งอยู่ในชนบทแล้ว ครึ่งๆ กลำงๆ คือ วิชำชีพ
ก็ไม่มี จะทำงำนแบบปู่ย่ำจะทำอย่ำงไร อันนี้จะเป็นวิกฤติใหญ่ รวมทั้งคนจนในเมืองที่อพยพมำแล้วทำงำนอะไร
ก็ไม่ได้ เพรำะว่ำไม่มีควำมรู้ควำมสำมำรถสูงพอ เรียนก็ไม่ได้เกินกว่ำมัธยมปลำย แล้วก็ไม่มีวิชำชีพ หรือบำงคน
จบปริญำตรี ก็ไม่ใช่วิชำชีพ อันนี้ก็เป็นปัญหำภำพใหญ่ที่ผมคิดว่ำพวกเรำที่ทำงำนเกี่ยวข้องกับนโยบำยภำครัฐ
ต้องคิดดูให้ดีครับ ขอบคุณมำกครับ
28
29

ประสบการณ์การพัฒนาใหม่ในชนบทจีนและไทย

  • 2.
    2 รายงานถอดความ (Transcript) ประสบการณ์การพัฒนาใหม่ในชนบทจีนและไทย ผู้นำเสนอหลัก Asst.Prof. LiYuqing (Ph.D.) Prof.Duan Lisheng รศ.ดร.บัณฑิต อินณวงศ์ ผู้ดำเนินรำยกำร คุณยุวดี คาดการณ์ไกล รำยงำนฉบับนี้ถอดควำมจำกเวทีวิชำกำรไทย-จีน เรื่อง "ประสบกำรณ์กำรพัฒนำใหม่ในชนบทจีนและไทย" จัด โดย สถำบันคลังปัญญำด้ำนยุทธศำสตร์ชำติ และศูนย์วิจัยยุทธศำสตร์ไทย-จีน สำนักงำนกำรวิจัยแห่งชำติ ร่วมกับ Institute for International and Area Studies (IIAS) of Tsinghua University สำธำรณรัฐ ประชำชนจีนเมื่อวันที่ 3 มีนำคม พ.ศ. 2566 (กำรประชุมออนไลน์) บรรณาธิการ: ยุวดี คำดกำรณ์ไกล ผู้ช่วยบรรณาธิการ: ณัฐธิดำ เย็นบำรุง ผู้ถอดความ: ภูมิภัทร เอี่ยมบุตรลบ อานวยการผลิตโดย: สถำบันคลังปัญญำด้ำนยุทธศำสตร์ชำติ ปีที่เผยแพร่: กรกฎำคม พ.ศ. 2566 www.klangpanya.in.th ที่อยู่ สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ อำคำร The Line Phahon-Pradipat ถนนประดิพัทธิ์ แขวงสำมเสนใน เขตพญำไท กทม. 10400
  • 3.
    3 คานา เมื่อวันที่ 3 มีนำคมพ.ศ. 2566 เวลำ 13.30-15.30 น. สถำบันคลังปัญญำด้ำนยุทธศำสตร์ชำติ และ ศูนย์วิจัยยุทธศำสตร์ไทย-จีน สำนักงำนกำรวิจัยแห่งชำติ จัดเวทีวิชำกำรไทย-จีน เรื่อง "กระบวนทัศน์การ พัฒนาใหม่: บูรณาการเมืองกับชนบท" กำรจัดประชุมใช้รูปแบบเวทีวิชำกำรออนไลน์ผ่ำนแอปพลิเคชัน ZOOM ระหว่ำงห้องประชุมฝ่ำยไทยกับห้องประชุมฝ่ำยจีน โดยมีนักคิด นักยุทธศำสตร์ นักวิชำกำร เข้ำร่วม สำธำรณรัฐประชำชนจีนได้แสดงให้เห็นถึงกำรพัฒนำอย่ำงไม่หยุดยั้ง มีกำรเติบโตอย่ำงก้ำวกระโดด จนกลำยมำเป็นหนึ่งในมหำอำนำจทำงเศรษฐกิจของโลกในปัจจุบัน สำมำรถยกระดับคุณภำพชีวิตของ ประชำชนในชนบทให้พ้นขีดควำมยำกจนได้อย่ำงน่ำทึ่ง ขณะที่ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่ำนทำง เศรษฐกิจ รัฐบำลไทยให้ควำมสำคัญในกำรยกระดับรำยได้และสร้ำงเศรษฐกิจในระดับฐำนรำกทั้งเมืองและ ชนบทเพื่อควำมกินดีอยู่ดีของประชำชนอย่ำงยั่งยืนเช่นกัน จึงนับว่ำเป็นโอกำสอันดีที่สำธำรณรัฐประชำชนจีน และไทยจะร่วมกันเรียนรู้และแบ่งบันประสบกำรณ์ของกันและกัน ทบทวนบทเรียนกำรพัฒนำที่ผ่ำนมำเพื่อมอง หำกระบวนทัศน์กำรพัฒนำใหม่ นำประเทศให้ก้ำวต่อไปสู่ควำมมั่งคั่งและยกระดับควำมกินดีอยู่ดีของประชำชน ในกำรนี้ สถำบันคลังปัญญำด้ำนยุทธศำสตร์ชำติ ได้จัดทำรำยงำนสรุปและถอดควำมเนื้อหำเวที วิชำกำรครั้งนี้ขึ้นเพื่อเผยแพร่ควำมรู้สู่ผู้กำหนดและตัดสินใจเชิงนโยบำย ภำคส่วนต่ำง ๆ นิสิตนักศึกษำ และ ประชำชนทั่วไปที่สนใจกำรยกระดับรำยได้และสร้ำงเศรษฐกิจในระดับฐำนรำกทั้งเมืองและชนบท และ ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงไทย-จีน ในยุคที่อำนำจโลก มีควำมซับซ้อน และกำลังเปลี่ยนแปลงนี้ สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ
  • 4.
    4 สารบัญ หน้า คานา 3 การพัฒนาอย่างรอบด้าน :กรณีศึกษา หมู่บ้านแรงงานและหมู่บ้านชนบทของไทย Asst.Prof. Li Yuqing (Ph.D.) 6 Q&A และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น 11 ผลของการพัฒนาอุตสาหกรรมในชนบทจีน: กรณีหมู่บ้าน Yanbo กุ้ยโจว Prof.Duan Lisheng 13 Q&A และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น 16 คุณภาพวิสาหกิจชุมชนในชนบทไทย: โอกาสและความท้าทาย รศ.ดร.บัณฑิต อินณวงศ์ 18 Q&A และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น 22
  • 5.
  • 6.
    6 การพัฒนาอย่างรอบด้าน : กรณีศึกษา หมู่บ้านแรงงานและหมู่บ้านชนบทของไทย โดย Asst.Prof.Li Yuqing (Ph.D.) อำจำรย์ประจำ Institute for International and Area Studies (IIAS), Tsinghua University, นักวิจัยเยี่ยมเยียนของนสถำบันคลังปัญญำด้ำนยุทธศำสตร์ชำติ ต้องขอขอบคุณฝ่ำยไทยที่ให้โอกำส ขอขอบคุณศูนย์วิจัยยุทธศำสตร์ไทยจีน สำนักงำนกำรวิจัยแห่งชำติ และสถำบันคลังปัญญำยุทธศำสตร์แห่งชำติที่ให้โอกำส IIIS ของมหำวิทยำลัย Tsinghua เป็นฝ่ำยร่วมจัดเสวนำ หรือสัมมนำวันนี้ ขอนำเสนอกรณีศึกษำกำรพัฒนำชนบทเพิ่มเติม หัวข้อที่จะนำเสนอเกี่ยวกับ “เส้นทำงกำร พัฒนำแบบบูรณำกำร” กำรพัฒนำชนบทถือว่ำมีควำมสำคัญอย่ำงยิ่งไม่ว่ำประเทศไหนก็แล้วแต่ ในประเทศไทยก็เช่นเดียวกันมีหมู่บ้ำนแรงงำน ชื่อ หมู่บ้ำนแรงงำนสังคมเพื่อน ในจังหวัดปรำจีนบุรี ซึ่งเป็นกำรรองรับคนในชนบท เป็นหมู่บ้ำนที่อำจำรย์ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐได้พัฒนำร่วมกับกลุ่มแรงงำนขึ้นมำ และอีกกรณีศึกษำ คืออำเภอบ้ำนไร่ จังหวัดอุทัยธำนี ดิฉันเคยลงพื้นที่ไปทำวิจัย ในแง่ของกำรทบทวนวรรณกรรม เรื่องแนวคิดทฤษฎี สมัยก่อนก็จะใช้ทฤษฎีกำรพัฒนำ หรือ “พัฒนำ ศำสตร์” ในมุมมองที่ค่อนข้ำงจะแคบ เน้นกำรพัฒนำโดยมีเศรษฐกิจเป็นเป้ำหมำยของกำรพัฒนำ ในค.ศ. 1949 ยุคนั้น ประธำนำธิบดีของอเมริกำได้แบ่งโลกนี้เป็นโลกของประเทศที่พัฒนำแล้ว กับประเทศที่กำลังพัฒนำ ซึ่ง ในขณะนั้นประเทศที่ถูกนิยำมว่ำเป็นประเทศด้อยพัฒนำมีจำนวนมำก ซึ่งประเทศด้อยพัฒนำก็เร่งกำรพัฒนำ เพื่อที่จะไล่ตำมประเทศที่กำลังพัฒนำ และประเทศพัฒนำให้ทัน หลังจำกนั้นทฤษฎีว่ำด้วยกำรพัฒนำก็มีกำร
  • 7.
    7 พัฒนำและมีวิวัฒนำกำรเกิดเป็น “ทฤษฏีพึ่งพิง” ที่มองว่ำประเทศต่ำงๆในโลกที่สำมจะต้องพึ่งพิงประเทศที่ พัฒนำแล้วตลอด ไม่มีทำงที่จะไล่ตำมประเทศที่พัฒนำแล้วให้ทัน มำถึงทศวรรษ 90 มีกำรวิพำกษ์ทฤษฎีว่ำด้วยกำรพัฒนำ อย่ำงเช่นที่นักเศรษฐศำสตร์ที่ได้รับรำงวัล โนเบล Amartya Sen มีกำรทบทวนทฤษฏี และมีกำรเสนอทฤษฎีแนวใหม่ เป็นกำรพัฒนำทำงเลือก Alternative Development1 คือ กำรพัฒนำที่ตรงข้ำมกับทฤษฏีเดิมในโลกที่มีควำมหลำกหลำยมำกยิ่งขึ้น ถือ เป็นกำรพัฒนำของทฤษฎีใหม่ ทำให้เกิดวิวัฒนำกำรในแง่ของทฤษฎี ทำให้ทฤษฎีมีควำมหลำกหลำย ที่ประเทศจีนก็มีกำรนำเสนอกำรพัฒนำ แนวทำงกำรพัฒนำซึ่งจำกเดิมทีก็คือกำรพัฒนำเพื่อไล่ทัน ประเทศที่พัฒนำแล้วให้ทัน ขณะเดียวกัน จีนก็นำเสนอกำรพัฒนำแบบจีน ที่ประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน ประเทศไทยก็มีแนวคิดกำรพัฒนำที่เรียกว่ำเป็นกระแสรองหรือว่ำกระแสทำงเลือก ไม่ว่ำเป็นปรัชญำเศรษฐกิจ พอเพียง เป็นต้น ซึ่งก็เป็นกำรพัฒนำในแง่ของทฤษฎี ถือเป็นกำรวิพำกษ์ทฤษฎีอันเก่ำ เสนอว่ำกำรพัฒนำแบบ ไหนทำให้ประชำชนมีชีวิตควำมเป็นอยู่ที่ดี มีควำมสุข ดังนั้น ก็ในกำรนำเสนอก็จะมีกรณีศึกษำ 2 กรณี 1 หมู่บ้ำนแรงงำนสังคมเพื่อนในจังหวัดปรำจีนบุรี และอีกกรณีศึกษำคืออำเภอบ้ำนไร่ จังหวัดอุทัยธำนี ในปี 2018 สถำบันคลังปัญญำด้ำนยุทธศำสตร์พำดิฉันไป ศึกษำดูงำนที่จังหวัดปรำจีนบุรี เป็นโครงกำรหมู่บ้ำนใหม่ของแรงงำน นำกำรพัฒนำโดยรศ.ดร.ณรงค์ เพ็ชร ประเสริฐ ซึ่งโครงกำรนี้ได้สร้ำงควำมประทับใจแก่ดิฉันอย่ำงมำกทีเดียว หมำยควำมว่ำในกำรพัฒนำของ ประเทศมักทำให้เกิดปรำกฏกำรณ์กำรพัฒนำที่เหลื่อมล้ำ เพรำะฉะนั้น เพื่อแสวงหำควำมเป็นธรรมในกำร คุ้มครองสิทธิประโยชน์ของแรงงำน ในโครงกำรหมู่บ้ำนใหม่ของแรงงำน มีสถำบันกองสนับสนุนสร้ำงเสริม สุขภำพ หรือสสส. ให้ทุนสนับสนุนกำรพัฒนำกระบวนกำรแรงงำนสร้ำงหมู่บ้ำนนี้ ภำพ หมู่บ้ำนแรงงำนสังคมเพื่อน ที่มำ Li Yuqing, 2566 1 เสนอให้เปลี่ยนตัวชี้วัดกำรพัฒนำ จำก "รำยได้ประชำชำติ” มำเป็น “ควำมสำมำรถ” ของคนที่จะเลือกทำในสิ่งที่ตัวเองเห็นว่ำมีคุณค่ำ (capability approach)
  • 8.
    8 โครงกำรนี้พอมำถึงปีที่ 3 ของโครงกำรท่ำนอำจำรย์ณรงค์ได้ทบทวนแนวคิดของกำรพัฒนำ ซึ่ง แรงงำนส่วนใหญ่ก็พอใจเรื่องของที่พักอำศัยแล้ว แต่ทั้งนี้ อำจำรย์ณรงค์มองว่ำไม่ใช่เพียงแค่ที่อยู่อำศัย แต่ต้อง พัฒนำมำกกว่ำนั้น ต้องมีกำรคุ้มครองสภำพสิ่งแวดล้อมด้วย กำรพัฒนำคุณภำพชีวิตด้ำนอื่นๆ ด้วย ตั้งแต่แรก กำรวำงแผนเพื่อที่จะสร้ำงที่อยู่อำศัยนั้นประสบปัญหำไม่น้อยทีเดียว อย่ำงเช่น ในเรื่องของกำรวำงแผนจำก หน่วยรำชกำร อันนี้ก็เป็นข้อจำกัด เพื่อเอำที่ดินมำแปลงนึงเพื่อสร้ำงหมู่บ้ำนซึ่งมันจะไปมีข้อจำกัดกับหน่วย รำชกำร แล้วก็ยังมีปัญหำภำยใน อย่ำงเช่น คนงำนก็ต้องไปทำงำนล่วงเกินเวลำ OT ซึ่งทำให้มีเวลำน้อยที่จะมี ส่วนร่วมในกำรบริหำรกำรจัดกำรโครงกำร ทำให้ควำมไว้เนื้อเชื่อใจระหว่ำงคนงำนก็ลดน้อย กำรไปเร่งก่อสร้ำง ก็น้อยลง ซึ่งอันนี้จะเป็นข้อจำกัดที่จะไปแก้ไขปัญหำเหล่ำนี้ ตอนนี้ดิฉันก็ได้เห็นว่ำบ้ำนก่อสร้ำงเสร็จแล้วก็หลำยหลัง ซึ่งคิดว่ำมันเป็นโครงกำรที่ประสบควำมสำเร็จ ในขณะนั้น ท่ำนอำจำรย์ณรงค์เขำได้สรุปประสบกำรณ์ในกำรพัฒนำหมู่บ้ำนพัฒนำที่อยู่อำศัยนั้น ควรจะมี นักวิชำกำรหรือจะเป็นอำจำรย์ในมหำวิทยำลัย เป็นผู้นำทำงควำมคิดให้แก่แรงงำน ให้แรงงำนเหล่ำนั้นเข้ำมำมี ส่วนร่วม นอกจำกนั้น น่ำจะให้หน่วยรำชกำรข้ำรำชกำรเข้ำมำมีส่วนร่วม มี 3 ส่วน ก็คือ นักวิชำกำรมีอำจำรย์ ตำมมหำวิทยำลัย มีข้ำรำชกำร แล้วก็มีชำวบ้ำนเข้ำมำมีส่วนร่วม ปัจจัยที่ประสบควำมสำเร็จ คือ มีคนที่เป็น Influencer เป็นคนที่มีอิทธิพล เป็นคนที่มีภำวะผู้นำ ซึ่งทำให้ดิฉันไปทบทวนว่ำ ทำไมมีโครงกำรนี้เกิดขึ้นได้ ประสบควำมสำเร็จ ซึ่งดิฉันไปคิดว่ำอำจจะไปเชื่อมโยงแนวคิดทำงศำสนำพุทธ ซึ่งอำจจะเกี่ยวกับคนทำงำนมี จิตใจที่เอื้ออำรีย์ ทำให้คนที่มีใจกว้ำง ซึ่งอำจจะไปเชื่อมโยงกับหลักคุณธรรมจริยธรรม ตอนนี้ดิฉันอยำกจะ ทรำบว่ำควำมก้ำวหน้ำหรือควำมคืบหน้ำของหมู่บ้ำนนี้เป็นอย่ำงไร ประสบปัญหำใหม่ ๆ หรือไม่ ซึ่งมันอำจจะ เป็นพลวัต ไม่ทรำบว่ำตอนนี้คืบหน้ำเป็นอย่ำงไร ซึ่งน่ำจะหลังไมค์สำมำรถพูดคุยกับท่ำนอำจำรย์ณรงค์ต่อ กรณีที่ 2 เป็นกรณีของอำเภอบ้ำนไร่ จังหวัดอุทัยธำนี จังหวัดอุทัยธำนีใกล้กับชำยแดนไทยพม่ำ ซึ่งเป็น ส่วนหนึ่งในกำรทำวิทยำนิพนธ์ของดิฉัน ใช้วิธีสัมภำษณ์เชิงลึกและใช้วิธีกำรสังเกตกำรณ์ ไปเข้ำร่วมกิจกรรม ต่ำงๆ โดยเฉพำะที่ชำวบ้ำนมีจัดงำน ดิฉันก็ไปร่วมงำนและคลุกคลีกับกลุ่มที่ทอผ้ำ กลุ่มทอผ้ำที่บ้ำนไร่จะ แบ่งเป็นหลำยแบบ กลุ่มแรกก็จะเป็นส่วนบุคคล เป็นบ้ำนทอผ้ำส่วนบุคคล ที่ดิฉันไปอยู่ในบ้ำนของชำวบ้ำนคน หนึ่ง ซึ่งเขำมีฝีมือในกำรทอผ้ำ เขำไม่ค่อยใส่ใจ ไม่ค่อยสนใจที่จะไปเข้ำร่วมเครือข่ำยหรือกลุ่มทอผ้ำ แล้วเขำก็ สำมำรถที่จะใช้ฝีมือในกำรทอผ้ำ ตั้งเป็นห้องแสดงผ้ำทอ แล้วก็จะมีกำรถ่ำยทอดกำรเรียนกำรสอนในเรื่องของ กำรทอผ้ำ ซึ่งมีลูกศิษย์ มีนักศึกษำปริญญำเอกมำสังเกตฝีมือทอผ้ำ ซึ่งตอนนี้ลูกศิษย์เขำก็เป็นอำจำรย์สอนใน มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ด้วย อันนี้ก็เป็นผ้ำของกลุ่มแรก เป็นกำรทอส่วนบุคคล ฝีมือทอผ้ำค่อนข้ำงจะปรำณีต เป็นแบบดั้งเดิมผสมผสำนกับแนวสมัยใหม่ แล้วก็ในผ้ำทอนั้นมันก็จะมีลวดลำยที่ทันสมัย
  • 9.
    9 ภำพ กำรทอผ้ำส่วนบุคคลในอำเภอบ้ำนไร่ จังหวัดอุทัยธำนี ที่มำLi Yuqing, 2566 แล้วกลุ่มที่ 2 เป็นกำรรวมกลุ่มทอผ้ำ เป็นวิสำหกิจชุมชนในหมู่บ้ำน ประมำณ 27 คน 30 คน และ 100 กว่ำคน จะมีขนำดที่แตกต่ำงกัน เป็นวิสำหกิจชุมชน มันก็มีกำรทอผ้ำแล้วก็มีเปิดร้ำนขำยของในนำมของ Otop ซึ่งมีกำรจำหน่ำยผลิตภัณฑ์เป็นผ้ำทอ ซึ่งจะไม่มีคนที่โดดเด่นมำกแต่ว่ำจะเป็นเครือข่ำยกัน ซึ่งทุกวันถ้ำมีเวลำ ว่ำงก็มำทอผ้ำแล้วก็มำจำหน่ำยผลิตภัณฑ์ อันนี้จะเป็นหมู่บ้ำนอีกหมู่บ้ำนหนึ่งในนำมของวิสำหกิจชุมชน อันนี้ก็เป็นหน้ำร้ำนของ Otop เขำมีกำร รวบรวมเครือข่ำยชำวบ้ำนไปแสดงผ้ำทอในกรุงเทพฯ หรือในโอกำสอื่นๆ เป็นศูนย์ทอผ้ำ ทุกครอบครัวก็เอำ เครื่องทอผ้ำมำไว้รวมอยู่ในศูนย์ มำทอผ้ำ หลังจำกกำรทอผ้ำเสร็จก็จะมีกำรดื่มสุรำนิดนึง บรรยำกำศเป็น กันเอง บรรยำกำศค่อนข้ำงดี ภำพ กลุ่มวิสำหกิจทอผ้ำในอำเภอบ้ำนไร่ จังหวัดอุทัยธำนี ที่มำ Li Yuqing, 2566
  • 10.
    10 ดิฉันก็ไปได้สังเกต แล้วก็ได้ไปสัมภำษณ์เชิงลึก ได้เข้ำใจถึงค่ำนิยมร่วมของศูนย์ทอผ้ำว่ำมีหลำกหลำย ค่ำนิยม 1. เขำมีควำมรู้สึกว่ำกำรทอผ้ำนั้นเป็นควำมยั่งยืน (Sustainability) ที่ยั่งยืนโดยอำศัยตนเอง 2. กำรทอผ้ำมีภูมิคุ้มกัน สำมำรถที่จะต้ำนทำนควำมเสี่ยง ซึ่งบำงคนก็อำจจะจะรับจ้ำงในกรุงเทพฯ ถ้ำ เศรษฐกิจตกต่ำบำงทีก็อำจจะตกงำน ก็มีควำมเสี่ยงสำมำรถที่จะเพิ่มภูมิคุ้มกัน 3. กำรทอผ้ำเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ได้ไปทำลำยสิ่งแวดล้อม 4. กำรทอผ้ำเป็นกำรทำควำมดีทำให้เขำมีควำมรู้สึกควำมพึงพอใจ แล้วก็มีควำมสุข สำมำรถที่จะไป ทำบุญทอดกฐิน เป็นต้น 5. กำรทำงำนก็คือกำรใช้ชีวิต มีกำรใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันก็มีควำมสุขกับกำรทำงำน 6. กำรทอผ้ำสำมำรถที่จะสร้ำงควำมสำมัคคีในกลุ่ม ซึ่งอันนี้เรียกว่ำกำรทำงำนแบบเป็นอิสระ ไม่มีใคร เป็นเจ้ำนำย ก็สำมำรถที่จะได้รับควำมพึงพอใจจำกที่ทำงำน ก็ได้แน่นอนกำรทำไปเรื่อยๆ ลักษณะนี้ จะเกิดควำมชำนำญแล้วก็มีประสิทธิภำพที่สูงขึ้น ด้วยกำรทอผ้ำด้วยกันสำมำรถที่จะสร้ำงควำม สมำนสำมัคคีในหมู่กลุ่ม ไม่ได้ไปเอำรัดเอำเปรียบคนอื่น หำกวิเครำะห์จะเห็นว่ำค่ำนิยมของกลุ่มทอผ้ำที่นี่ ถือว่ำเป็นกำรทอผ้ำภำยใต้ปรัชญำของเศรษฐกิจ พอเพียง แล้วก็ไปเชื่อมโยงกับคุณธรรม จริยธรรมทำงด้ำนศำสนำพุทธ ซึ่งก็ถือว่ำเป็นกำรประกอบอำชีพที่สุจริต แล้วก็มีควำมสัมพันธ์กับกำรพัฒนำ กำรพัฒนำแบบที่เศรษฐกิจพอเพียงก็จะเน้นกำรพัฒนำเช่นเดียวกัน แต่ว่ำ จะไม่ได้เน้นกำรแสวงหำกำไรเพียงอย่ำงเดียว กำรพัฒนำเศรษฐกิจแบบพอเพียงกับกำรพัฒนำที่ยั่งยืนก็มีควำมมี กำรเชื่อมโยง เพื่อที่จะแสวงหำชีวิตควำมเป็นอยู่ที่ดี บทสรุปและกำรอภิปรำย จำกกรณีทั้งสองกรณี จำกมุมมองที่แตกต่ำงก็ได้มองถึงกระบวนกำรกำรพัฒนำ ของไทยส่วนที่ 1 คำนึงถึงควำมต้องกำรของแรงงำน ส่วนที่ 2 ใช้ปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งถือว่ำเป็น ทำงเลือกในกำรพัฒนำ สำมำรถที่จะสร้ำงควำมสมำนสำมัคคีในประชำชน ในกำรบริหำรกำรจัดกำร ควำมสัมพันธ์ที่ดีระหว่ำงกลุ่มต่ำงๆ ทั้งสองกรณีเป็นกำรช่วยให้เกษตรกรหรือชำวบ้ำนเพิ่มรำยได้สู่ชีวิตควำม เป็นอยู่ที่ดี ดังนั้น คือเป้ำหมำยทำงด้ำนเศรษฐกิจ เป้ำหมำยกำรใช้ชีวิตของเรำอำจจะมีบำงครั้งมีควำมขัดแย้ง หรือไม่สอดคล้องกัน แต่ถ้ำเรำเน้นผลประโยชน์ทำงเศรษฐกิจก็อำจเป็นกำรทำลำยกำรปรองดองของกลุ่มคน ต่ำงๆ ซึ่งอันนี้ก็จะเป็นกำรปะทะหรือสังสรรค์ระหว่ำงเป้ำหมำยเศรษฐกิจกับเป้ำหมำยกำรใช้ชีวิต ต้อง ขอขอบคุณทุกท่ำนที่ให้ควำมสนใจติดตำมฟัง ถ้ำมีประเด็นคำถำมก็ยินดี ขอบคุณค่ะ
  • 11.
    11 Q&A และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น คุณยุวดี คาดการณ์ไกล: ขอบคุณอำจำรย์Li Yuqing มำกค่ะ พอดีอำจำรย์ Li Yuqing พูดถึงกรณีหมู่บ้ำนแรงงำน ให้โอกำส อำจำรย์ณรงค์ เสริมกรณีที่อำจำรย์ Li Yuqing ได้สรุปมำ รองศาสตราจารย์ ดร. ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ: ถ้ำพูดว่ำเป้ำหมำยในกำรสร้ำงบ้ำนหมู่บ้ำน ก็ถือว่ำมีควำมก้ำวหน้ำสำเร็จในระดับหนึ่ง ระดับหนึ่งเเปล ว่ำเป้ำหมำยที่เรำตั้งไว้ ก็ถ้ำพูดถึงตัวหมู่บ้ำนก็เสร็จไปแล้ว สร้ำงหมดทุกหลังแล้ว แต่ว่ำตอนที่เรำวำงแผนสร้ำง เรำไม่คิดแผนสร้ำงบ้ำนอย่ำงเดียว แต่เรำคิดถึงกำรพัฒนำแบบบูรณำกำรของบ้ำน เรำเรียกว่ำ เรำพยำยำมสร้ำง หมู่บ้ำน 1 ครัวเรือน 2 วิถีกำรผลิต 1 ครัวเรือน 2 วิถีกำรผลิตนี้ ส่วนหนึ่งก็คือกำรเอำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมำใช้ 1 ครัวเรือน 2 วิถีกำร ผลิต หมำยควำมว่ำ ครอบครัวหนึ่งมันจะมีกำรวิถีทั้ง 2 ด้ำน ด้ำนที่ 1 คือ กำรเป็นแรงงำนในโรงงำน เป็น ลูกจ้ำงเขำ เขำได้ค่ำจ้ำงมำ อีกด้ำนหนึ่ง เรำพยำยำมส่งเสริมกำรผลิตเกษตรส่วนอื่นๆ ดังนั้น เรำมีพื้นที่อยู่ ประมำณ 40-50 ไร่ พื้นที่นี้ขณะนี้ปลอดสำรพิษทั้งหมดมำ 10 ปีแล้ว เรำจะไม่ให้มีสำรพิษอยู่ในหมู่บ้ำนเรำเลย ก็ทำได้แล้ว เมื่อทำได้แล้ว ขั้นต่อไปเรำก็จะสร้ำงเกษตรและอำหำรที่ปลอดสำรพิษขึ้นมำ ดังนั้น วิถีที่ 2 ของเรำ คือ กำรที่จะพัฒนำให้หมู่บ้ำนเป็นแหล่งสร้ำงควำมมั่นคงทำงอำหำรให้แก่ หมู่บ้ำน และเป็นแหล่งสร้ำงควำมมั่นคงทำงอำหำรที่ดีต่อสุขภำพ อำหำรที่ปลอดสำรพิษ กำลังทำอยู่ แต่ทั้งนี้ เวลำเรำจะเปลี่ยนควำมรู้สึกนึกคิด ควำมคิดของคน จำกควำมเคยชินมำสู่มิติใหม่ด้วย New Normal มันยำก มำกครับ ประกำรแรก คือคนงำนเหล่ำนี้ เมื่ออำยุย่ำงเข้ำ 15 เขำเข้ำโรงงำนแล้วครับ เขำไม่เคยผ่ำนชีวิตเกษตร มำเลย เมื่อเรำทดลองให้เขำลงมือทำเกษตร แค่จะปักชำก็ไม่เปน แค่จะหว่ำนเมล็ดพืชก็ไม่เป็นครับ ควำมเคย ชินเขำคือกำรอยู่ในห้องโรงงำน หรือเครื่องจักร เขำตำกแดดก็ไม่ได้แล้วครับ ลงนำเจอปลิงก็วิ่งหนีเลยครับ เพรำะฉะนั้น กำรเปลี่ยนควำมเคยชินยำกลำบำกมำก ดังนั้น เรำก็บอกว่ำเรำประสบควำมสำเร็จในกำร สร้ำงวัตถุปัจจัยให้เขำ เขำก็พอใจในวัตถุปัจจัยที่เรำสร้ำงนั้น เพรำะอะไรครับ เรำใช้ทุนน้อยกว่ำรัฐบำล แต่เรำ สำมำรถสร้ำงสถำนที่ พื้นที่อยู่อำศัย รวมถึงงำนกำรบ้ำนเรือนให้เขำได้ใหญ่กว่ำรัฐบำลมำก เพรำะอะไรครับ เพรำะสิ่งที่เรำทำนั้น เรำไม่นึกถึงกำไร แต่สิ่งที่ยำกสุดในขณะนี้ เรำยังไม่สำมำรถเปลี่ยนควำมเคยชินเขำได้ เพรำะฉะนั้น กำรสร้ำง 2 วิถีกำรผลิต ยังไปได้ไม่ถึง เรำได้นำตัวอย่ำงให้เห็นว่ำ วิธีกำรพึ่งตนเองทำงเกษตรทำ อย่ำงไร ให้เริ่มต้นจำกรอบๆ บ้ำน ซึ่งเรำก็เว้นที่ไว้ให้ว่ำ เรำสำมำรถสร้ำงผักครัวเรือน ผักสวนครัว ลดค่ำใช้จ่ำย ได้ บ้ำนที่ทำได้ ปลูกเรียบร้อยทำเรียบร้อยให้เห็นก็ลดรำยจ่ำยได้เดือนละ 1,000-2,000 อย่ำงชัดเจน แต่ก็ยังมี คนเกินครึ่งที่ยังไม่สำมำรถลงมือทำกำรสินค้ำเกษตร เขำยังคิดแต่ว่ำจะไปทำงำนล่วงเวลำ และเอำเงินจำกนั้นมำ ซื้อ เขำยังเปลี่ยนควำมเคยชินไม่ได้
  • 12.
    12 นี่คือประเด็นที่เรำกำลังท้ำทำยกันอยู่ว่ำเรำจะเอำชนะควำมเคยชินนั้นได้อย่ำงไร ให้เขำหันมำทำ เกษตรเพื่อควำมมั่นคงทำงอำหำรของครอบครัว ลดรำยจ่ำยครอบครัวก็ถือหลักกำรของ รัชกำลที่ 9 ว่ำอะไรที่ เรำจะใช้จ่ำยเพื่อซื้อเขำมำ แทนที่จะใช้ 100 บำท ลดให้เหลือ 80 บำทได้ไหม 10-20 บำท ที่ทำได้เองก็คือผัก สวนครัว ทำได้ไหม ก็พยำยำมเคี่ยวเข็ญอยู่ครับ เป็นขั้นตอนที่ค่อนข้ำงยำกลำบำกกว่ำกำรสร้ำงบ้ำนครับ ต้อง ใช้ควำมพยำยำมทุกด้ำนเลย ทั้งเวลำ ควำมรู้ ควำมคิด ดึงคนที่มีควำมสนใจ ทำงำนเป็น มำช่วยกันคนละไม้คน ละมือ แต่อย่ำงที่ว่ำครับ เรำขำดคน เรำขำดอุปกรณ์ เรำขำดงบประมำณ อันนี้คือปัญหำขั้นที่2 คือขั้นกำร พัฒนำ ขั้นก่อร่ำงสร้ำงครัวเรือนหมู่บ้ำนเรำเรียบร้อยแล้วบรรลุแล้ว แต่ขั้นกำรพัฒนำหมู่บ้ำนให้เป็น 1 ครัวเรือน 2 วิถีกำรผลิต โดยอิงเศรษฐกิจพอเพียงยำกลำบำกเหลือเกินครับ ก็ขอขอบคุณที่มำเยี่ยมเยียนและมำ ให้ควำมสนใจเรำครับ คุณยุวดี คาดการณ์ไกล: ขอบคุณอำจำรณรงค์มำกค่ะ พอดีอำจำรย์ Li Yuqing เคยไปเยี่ยมหมู่บ้ำนแรงงำนของอำจำรย์ที่ อำจำรย์ณรงค์พัฒนำอยู่ ชื่อ หมู่บ้ำนมั่นคงแรงงำนสังคมเพื่อน ที่อยู่ที่ปรำจีนบุรี และได้เขียนบทควำมวิเครำะห์ ไว้ใน Journal หนึ่งของจีนและตั้งชื่อว่ำเป็นหมู่บ้ำน Utopia เห็นแล้วประทับใจ แล้วที่อำจำรย์ณรงค์พูดมำว่ำ อำจำรย์เน้นปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียงในกำรส่งเสริมพัฒนำคุณภำพชีวิตแรงงำนให้ใช้ชีวิตนอกเหนือจำกทำง โรงงำน หันมำลดรำยจ่ำย ทำเกษตรพอเพียง แต่ทีนี้หลังจำกที่อำจำรย์ Li Yuqing ได้ลงไปแล้ว มันก็มี พัฒนำกำรขึ้นมำอีกในหมู่บ้ำนนี้ คือ นอกจำกอำจำรย์ได้สร้ำงให้พวกแรงงำนรวมกันสร้ำงที่อยู่อำศัยแล้ว แต่ก็ ยังติดปัญหำอีกหลำยๆ อย่ำง ยังไม่ได้ไปติดตำมควำมคิดของอำจำรย์ ประเด็นก็คือว่ำยังติดปัญหำที่อำจำรย์ มองว่ำ ติดที่วิธีคิดของคนรุ่นใหม่ของแรงงำนเอง ที่ไม่ได้นึกถึง คือ นึกถึงแต่กำรเอำเวลำไปใช้กับกำรทำงำน แบบในโรงงำน ในหลำยๆ เรื่อง มันไม่จำเป็นต้องมีรำยได้ที่สูงขึ้นด้วยวิธีใช้แรงงำน แต่มันสำมำรถลดรำยจ่ำย ด้วยวิธีกำรอื่นได้ เป็นต้น
  • 13.
    13 ผลของการพัฒนาอุตสาหกรรมในชนบทจีน: กรณีหมู่บ้าน Yanbo กุ้ยโจว Prof.DuanLisheng อดีตอำจำรย์มหำวิทยำลัยจงซำน ผู้เชี่ยวชำญไทยศึกษำ สวัสดีครับ ผมอำจำรย์ Duan Lisheng อดีตอำจำรย์ประจำที่มหำวิทยำลัยจงซำน หัวข้อที่จะนำเสนอ คือ กระบวนกำรควำมเป็นอุตสำหกรรมส่งผลต่อกำรพัฒนำชนบท โดยเอำหมู่บ้ำน Yanbo ที่เมืองกุ้ยโจวเป็น กรณีศึกษำ ใน ค.ศ. 2019 ก่อนจะมีกำรระบำดของ covid ผมได้รับเชิญจำกมณฑลกุ้ยโจว แล้วก็พำพลเอก สุรสิทธิ์ ถนัดทำง ผอ.ศูนย์วิจัยยุทธศำสตร์ไทย-จีน ไปศึกษำดูงำนที่หมู่บ้ำน Yanbo มณฑลกุ้ยโจว ในประเด็น กำรแก้ไขปัญหำควำมยำกจน ซึ่งท่ำนก็อำจจะแบ่งปันประสบกำรณ์ส่วนหนึ่งครับ ถ้ำส่วนไหนตกบกพร่องขอให้ ท่ำนพลเอกสุรสิทธิ์ช่วยชี้แนะด้วยครับ อย่ำงที่เรำทรำบกำรพัฒนำของสังคมหลำยช่วง ตั้งแต่สมัยสังคมดึกดำบรรพ์เข้ำสู่สังคมเกษตรกรรม จำกสังคมเกษตรก็เข้ำสู่สังคมอุตสำหกรรม จำกสังคมอุตสำหกรรมก็เข้ำสู่สังคม ICT สังคม AI จำกประสบกำรณ์ ของจีนที่ผ่ำนมำ กำรพัฒนำเศรษฐกิจในชนบทก็ถือว่ำมีควำมเจริญมำกกว่ำสองพันปีที่ผ่ำนมำ ชนบทของจีนก็ ถือว่ำอยู่ในแนวหน้ำของประเทศต่ำงๆ ในโลกนี้ ในขณะเดียวกัน หัตถกรรมก็มีกำรพัฒนำ อย่ำงเช่น สินค้ำผ้ำไหม ก็ถือว่ำเป็นหัตถกรรม และก็ยังมี เครื่องปั้นดินเผำ ไม่ว่ำจะผ้ำไหมหรือเครื่องปั้นดินเผำก็สำมำรถที่จะเป็นสินค้ำแนวหน้ำของโลก เพรำะมีสัดส่วน GDP ค่อนข้ำงสูง แต่รัฐบำลชุดต่ำงๆ ของจีนก็มองข้ำมควำมสำคัญพำณิชยกรรม ทำให้เศรษฐกิจกำรพำณิชย์ ของจีนอำจจะไม่พัฒนำเท่ำที่ควร พอมำถึงศตวรรษที่ 16 ถึงแม้จีนจะยังอยู่ในแถวหน้ำของโลก แต่ในประเทศ ตะวันตกได้มีกำรปฏิรูปอุตสำหกรรม กำรใช้เครื่องจักรไอน้ำ ทำให้ประเทศต่ำงๆ ในตะวันตกเข้ำสู่ยุคใหม่หรือ ยุคอุตสำหกรรมสมัยใหม่ แต่ขณะเดียวกัน จีนยังเป็นสังคมเกษตรกรรม และกำรพัฒนำอุตสำหกรรมล้ำสมัย พอ
  • 14.
    14 มำถึงสมัยรำชวงศ์ชิง ถึงแม้กำรพัฒนำกำรค้ำพำณิชย์มีกำรพัฒนำระดับหนึ่งแล้ว อย่ำงไรก็ตำมอุตสำหกรรมก็ ยังด้อยกำรพัฒนำ และไม่มีสินค้ำที่จะไปค้ำขำย ดังนั้น ตั้งแต่ปฏิวัติอุตสำหกรรมในภำคตะวันตก ประเทศ ตะวันตกต่ำงๆ ก็จะมำแสวงหำวัตถุดิบกับหำตลำดในเอเชีย ดังนั้น จึงเป็นที่มำของสงครำมยำฝิ่น เพื่อที่จะได้ วัตถุดิบกำรผลิตและกำรตลำด จนถึง ค.ศ. 1949 ก่อนที่จะสถำปนำสำธำรณรัฐประชำชนจีน ประเทศจีนไม่ค่อยมีรำกฐำนในด้ำน อุตสำหกรรม หลังจำก ค.ศ. 1949 เป็นต้นไป มีกำรพัฒนำอุตสำหกรรมโดยเน้นที่ถลุงเหล็กกล้ำ จนพัฒนำไปสู่ สำขำอุตสำหกรรมต่ำงๆ กระบวนอุตสำหกรรมถ้ำกล่ำวจริงๆ แล้วเริ่มกำรเปิดประเทศตั้งแต่ ค.ศ. 1978 จีนเริ่ม กระบวนกำรอุตสำหกรรมอย่ำงจริงจัง ในที่นี่ขอยกตัวอย่ำงหนึ่ง จีนจะต้องใช้เสื้อเชิ้ตก็ต้องไปนำเข้ำจำกอเมริกำ ซึ่งตอนนั้นผมก็ยังอยู่ที่ อเมริกำ อยู่ที่รัฐนิวยอร์ค ที่นี่มีโรงงำนทอผ้ำเยอะพอสมควรทั้งในชำนเมืองหรือในเมือง ในชนบทก็ยังคงมี โรงงำนต่ำงๆ ที่ผลิตเสื้อผ้ำ จำกนั้นโรงงำนเย็บผ้ำเหล่ำนี้ก็กลำยเป็นจีนที่มีจำนวนมำก โรงงำนเย็บผ้ำหรือผลิต ผ้ำพวกนั้นมำผลิตที่จีนเพรำะมีค่ำแรงที่ถูก และในสมัยนี้อเมริกำแทบจะไม่มีกำรใช้แรงงำนคนในอุตสำหกรรม เลย ดังนั้น จึงกล่ำวได้ว่ำกระบวนกำรอุตสำหกรรมของจีนเริ่มอย่ำงจริงจังตั้งแต่กำรเปิดประเทศของจีน ทำให้ ประเทศต่ำงๆ ย้ำยฐำนกำรผลิตมำผลิตที่จีน อำศัยค่ำแรงที่ถูก อำศัยควำมขยันหมั่นเพียรในกำรทำงำนของคน จีน เพรำะเหตุนี้ จึงทำให้ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีขนำดใหญ่ของโลก และทำให้คนจีนมีควำมซำบซึ้งในข้อนี้ ดีกว่ำต้องอำศัยควำมขยันหมั่นเพียร ทุ่มเท ในกระบวนกำรอุตสำหกรรมจะส่งผลกระทบต่อกำรพัฒนำชนบทอย่ำงไร นั่นก็คือควำมสัมพันธ์ ระหว่ำงควำมเป็นเมืองกับควำมเป็นชนบท อย่ำงที่เรำทรำบชนบทของจีนมีควำมล้ำหลัง ล้ำสมัย ก่อนหน้ำนี้ใน ชนบทตั้งแต่มีกำรปฏิรูปเปิดประเทศ ทำให้กำรแก้ไขปัญหำควำมยำกจนในชนบทมีควำมสำคัญอย่ำงยิ่งทำให้ เกษตรกรมีชีวิตควำมเป็นอยู่ที่ดีพร้อมๆ กับคนในเมือง แต่ก็จะมีปัญหำอุปสรรคหลำยข้อ ซึ่งผมก็ได้นำหมู่บ้ำน Yanbo กุ้ยโจวเป็นกรณีศึกษำ อย่ำงที่เรำทรำบกุ้ยโจวเป็นมณฑลที่มีควำมยำกจน มีสุภำษิตหรือเป็นคำพูดของชำวบ้ำนว่ำ “ไม่มีสัก 3 วันที่ท้องฟ้ำจะโปร่งใส ฝนตกทั้งปี แล้วพื้นที่ภูมิประเทศส่วนใหญ่ก็จะเป็นภูเขำจะไปหำที่รำบสัก 3 ตำรำง กิโลเมตรก็ได้หำยำก และคนจนทุกคนก็ไม่มีใครสักคนมีเงิน 3 เหรียญ ถือได้ว่ำค่อนข้ำงจะจน” และในพื้นที่ ยำกจนเหล่ำนี้ทำอย่ำงไรให้มันหลุดพ้นสู่ควำมมั่งคั่ง อันนี้เป็นควำมท้ำทำย ดังนั้น หมู่บ้ำน Yanbo จึงเป็น กรณีศึกษำที่ดี จำกนั้นก็มีผู้นำของชำวบ้ำน เขำเป็นผู้นำของชำวบ้ำนในหมู่บ้ำน เป็นผู้นำในกำรพำชำวบ้ำนใน หมู่บ้ำนไปทำโรงงำนสุรำ ทุกคนก็จะนึกถึงสุรำที่มีชื่อเสียงของกุ้ยโจว นั่นก็คือ Maotai ซึ่งเป็นเหล้ำที่มีชื่อว่ำดีที่สุด มีชื่อเสียง มำกที่สุดของกุ้ยโจว กำรทำสุรำมันต้องมีควำมได้เปรียบในเรื่องของทรัพยำกร น้ำต้องดี และต้องมีเทคโนโลยีที่ ดีครับ เขำพิจำรณำหลำยอย่ำง คิดหลำยโครงกำร แต่สุดท้ำยตัดสินใจทำโครงกำรกำรทำสุรำครับ แล้วก็มีหลำย คนตั้งข้อสงสัยว่ำมันเป็นโครงกำรที่ดีหรือไม่ครับ ที่เอำคนทั้งหมู่บ้ำนเป็นคนงำนในโรงงำนสุรำ และเขำให้คนใน หมู่บ้ำนถือหุ้นทุกคน ถือหุ้นในโรงงำน คุณทำงำนที่โรงงำนได้ ในขณะเดียวกัน ก็สำมำรถรับปันผลจำกกำรถือ หุ้นในโรงงำนสุรำ แต่ถ้ำคุณจนไม่มีเงินที่จะไปลงหุ้นทำอย่ำงไร เขำก็อำจจะไปขอยืมสินเชื่อจำกธนำคำรครับ
  • 15.
    15 แต่เขำสำมำรถที่จะใช้ชื่อของโรงงำนไปค้ำประกันกู้สินเชื้อ เมื่อเขำจนไม่มีเงิน ไม่มีเครดิตที่จะไปถือหุ้นแต่เขำ ใช้นำมของชื่อบริษัท หมู่บ้ำนไปค้ำประกัน ก็สำมำรถที่จะแก้ไขข้อนี้ได้ ซึ่งในกระบวนกำรนี้ ก็แน่นอนครับมี ควำมยำกลำบำกพอสมควร แต่ตอนนี้สถำนกำรณ์ทุกอย่ำงก็ดีขึ้น ทุกคนสำมำรถที่จะปันผลจำกโรงงำนสุรำ คนในหมู่บ้ำนเข้ำไปเป็นหุ้นส่วนและก็ทำงำนอยู่ในโรงงำนสุรำ ซึ่งเป็นกำรสร้ำงรำยได้สู่ควำมมั่งคั่ง ใน กำรทำโรงงำนเขำก็ใช้แบรนด์ที่เรียกว่ำ “เหรินหมิงเสี่ยวจู่” ครับ สร้ำงแบรนด์เนมขึ้นมำ และก็ขำยค่อนข้ำงจะ แพง หลำยร้อยหยวนต่อขวด กำไรก็ไม่เบำครับ ดังนั้น มองในแง่ของกำรทำธุรกิจ ถึงแม้จะเป็นกรณีศึกษำ 1 กรณี แต่มันเป็นกำรจุดประกำย ตอนที่เรำและพลเอกสุรสิทธิ์ไปเยี่ยมชมโรงงำน เรำก็มีกำรพูดคุยกับคนที่ก่อตั้ง โรงงำนสุรำ ผมมีควำมรู้สึกว่ำจำกเกษตรกรมำทำโรงงำน สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนกำรกำรพัฒนำสู่กำรเป็น อุตสำหกรรม ในกระบวนกำรพัฒนำสู่อุตสำหกรรม เริ่มตั้งแต่ควำมยำกลำบำก ปรำศจำกเงินทุน ไม่มีเทคโนโลยี มันต้องอำศัยหยำดเหงื่อ อำศัยควำมเหน็ดเหนื่อยเพื่อที่จะผลิตสินค้ำที่จะไปขำย แล้วก็สะสมทุน กำรพัฒนำอุตสำหกรรมในจีนไม่เพียงแต่มีเส้นทำงยำกลำบำก อีกอย่ำงก็คือมันกระจำยไม่สมดุลครับ อุตสำหกรรมของจีนส่วนใหญ่ก็กระจุกตัวอยู่ที่ภำคตะวันออกของจีน ไม่ว่ำ กวำงตุ้ง ฮกเกี้ยน เป็นต้น ภำคกลำง ภำคตะวันตกค่อนข้ำงจะมีพื้นฐำนที่ด้อยพัฒนำ อย่ำงในกุ้ยโจว แม้ว่ำในเมืองก็ยังหำอุตสำหกรรมได้ยำกเลย ครับ ดังนั้น ในกำรพัฒนำอุตสำหกรรมในมณฑลกุ้ยโจวแน่นอนว่ำจะมีเส้นทำงที่ข้อนค่ำงยำกลำบำก แต่รัฐบำล จีนก็มีนโยบำยเพื่อที่จะถ่ำยโอนอุตสำหกรรมจำกภำคตะวันออกไปสู่ภำคตะวันตกครับ อันที่สอง กำรถ่ำยโอน จำกเมืองสู่ชนบทครับ สิ่งที่ผมพูดก็คือว่ำมันสะท้อนให้เห็นถึงทิศทำงกำรพัฒนำของกระบวนกำรอุตสำหกรรม เริ่มจำกพัฒนำ ในภำคตะวันตกในชนบท ซึ่งในกระบวนกำรอุตสำหกรรมอย่ำงในอดีตที่เคยผ่ำนมำส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนใน หมู่บ้ำนในชนบทย้ำยหรืออพยพจำกหมู่บ้ำนไปทำงำนในเมือง แต่มันก็สร้ำงปัญหำมำไม่น้อยทีเดียวครับ เช่น บำงคนหนุ่มสำวไปทำงำนในเมืองเเละก็เหลือแต่คนแก่ในชนบท แล้วชนบทจะพัฒนำอย่ำงไรครับ ดังนั้น พอมำตั้งโรงงำนในชนบทสำมำรถที่จะรองรับเกษตรกรทำงำนที่หมู่บ้ำนไม่ต้องอพยพไปทำงำน ในเมืองใหญ่ ก็ทำให้ชุมชนในชนบทกลำยเป็นชนบทที่มีชีวิตชีวำ ไม่เสมอว่ำต้องเป็นคนเก่ำคนแก่มำอยู่ใน หมู่บ้ำนอีกต่อไป ทำให้คนมีไม่น้อยทีเดียวมองหำโอกำสในกำรพัฒนำในชนบท ซึ่งจำกกำรตั้งโรงงำนที่ Yanbo เป็นกรณีศึกษำ ทำให้เรำมองเห็นถึงทิศทำงกำรพัฒนำอุตสำหกรรม จุดประกำยที่ 2 มองจำกรำยได้ด้ำนเศรษฐกิจ ถ้ำอยำกจะให้เกษตรกรเพิ่มรำยได้ ต้องไปคำนึงถึง ทรัพยำกรที่มีอยู่ของชนบท เรำต้องอำศัยใช้ทรัพยำกรท้องถิ่น ถ้ำเรำไปหำบริษัทจำกข้ำงนอกมำตั้งโรงงำนใน ชนบท อำจจะไม่สำมำรถที่จะแก้ไขปัญหำได้ มันก็ต้องไปดูครับ เพรำะว่ำบริษัทข้ำงนอกมำตั้ง มันก็จะแน่นอน ว่ำแสวงหำกำไร เอำกำไรออกไป ก็มีวิธีเดียวให้เกษตรกรมำตั้งโรงงำนมำถือหุ้นทำให้มูลค่ำที่เพิ่มขึ้นยังคนเหลือ ไว้อยู่ในชนบท แบ่งปันผลกำไรให้แก่เกษตรกร ดังนั้น จำกกรณีศึกษำของ Yanbo มณฑลกุ้ยโจว เป็นกำรลองผิดลองถูก เป็นโครงกำรนำร่อง อีก อย่ำงหนึ่งเป็นวิธีกำรที่มีประสิทธิภำพในกำรแก้ไขปัญหำควำมยำกจน ก็เป็นเหมือนกันเป็นกำรสร้ำง “เลือด” ให้แก่เกษตรกรครับ เหมือนเป็นกำรสร้ำงกลไก สร้ำงเลือด ที่จะหล่อเลี้ยงเกษตรกร ไม่ใช่ว่ำให้ปลำแต่มันสอน
  • 16.
    16 ชำวบ้ำนให้มีวิธีจับปลำ ดังนั้น ถ้ำเอำบริษัทจำกข้ำงนอกมำกำไรต่ำงๆ บริษัทก็เอำออกไป แก้ปัญหำแค่ชั่วครั้ง ชั่วครำว ไม่ยั่งยืน อีกประกำรหนึ่ง สำมำรถที่จะลดเหลื่อมล้ำระหว่ำงชนบทกับเมือง ซึ่งผมอยู่อเมริกำสิบกว่ำปี วิสำหกิจ ในอเมริกำค่อนข้ำงจะเข้มแข็ง และคนที่มีเงินบำงทีก็อำศัยอยู่ในชนบท มีฟำร์มใหญ่ และบำงทีคนอำจจะไม่มี เงินก็อยู่ในเมือง มีที่อยู่อำศัยที่คับแคบ ก็เป็นสภำพที่อเมริกำ แต่ที่จีนตอนนี้ก็ยังมีปัญหำอยู่คนที่มีเงินส่วนใหญ่ อยู่ในเมือง คนที่ไม่มีเงินอยู่ในชนบท อย่ำงที่เรียนไปว่ำสร้ำงโรงงำนในชนบทสำมำรถที่จะลดช่องว่ำงระหว่ำง ชนบทและเมือง ก็ดีใจอย่ำงยิ่งที่พลเอกสุรสิทธิ์ไปเยี่ยมชมหมู่บ้ำนด้วยกันครับ ซึ่งท่ำนก็อำจจะมีควำมรู้สึก ประทับใจ อำจจะเล่ำได้ดีกว่ำผมครับ ขอเรียนเชิญท่ำน ถ้ำมีอะไรให้ช่วยชี้แนะด้วยครับ ขอบคุณครับ Q&A และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พลเอกสุรสิทธิ์ ถนัดทาง : ขอบคุณอำจำรย์ Duan Lisheng ที่ครั้งหนึ่งสร้ำงโอกำสให้กับผม และท่ำนก็ยังได้บันทึกควำมทรงจำที่ ดีมำกๆ มำฝำกเวทีนี้ ประเด็นที่ท่ำนได้ให้นั้น ผมคิดว่ำครบสมบูรณ์มำก และในเชิงกระบวนทัศน์ของกำรพัฒนำ ของท้องถิ่น ไม่ว่ำจะกำรเปลี่ยนผ่ำนหรือที่ท่ำนใช้คำว่ำ “จังหวะของกำรถ่ำยโอนกำรพัฒนำจำกเมืองสู่ชนบท” ผมคิดว่ำผู้ฟังทุกท่ำนก็คงได้เห็นภำพของควำมมำนะพยำยำมควำมลำบำกที่เกิดขึ้นในกุ้ยโจว Yanbo ครับ หมู่บ้ำน Yanbo ภำพที่เรำไปเห็นนั้นเป็นที่น่ำประทับใจทั้งในเชิงของระบบนิเวศน์ที่สมบูรณ์มำก จำก สภำวะของหมู่บ้ำนที่ก่อนเข้ำไปอำจจะยังเห็นบำงพื้นที่ที่ค่อนข้ำงยังมอมเเมมอยู่ ประเด็นของกระบวนทัศน์นั้น ผมขออนุญำติเสริมอำจำรย์ Duan ไปว่ำเป็นควำมโชคดีนะครับที่ผู้นำชำวบ้ำนที่มำเป็นเจ้ำของนั้น ท่ำนก็เป็น คนเก่งและเป็นผู้แทนพรรคอยู่ในระดับ 2000 คนที่ได้เข้ำประชุมพรรคฯ ด้วย และยังโชคดีมำกไปกว่ำนั้นก็คือ กำรได้นำเสนอแนวคิดในกำรพัฒนำกับผู้นำประเทศในกำรประชุมระดับชำติ ก็ทำให้สิ่งที่ท่ำนพูดไปก็ได้ แพร่กระจำยโดยทันที แต่ที่น่ำจะมำกไปกว่ำนั้นที่อำจำรย์ Duan ไม่ได้พูดถึงที่ผมก็ประทับใจก็คือ นอกจำกควำมพร้อม ทำงด้ำนควำมทุ่มเทของคนในท้องถิ่นในหมู่บ้ำนตั้งแต่กำรทำงำนด้วย ถือหุ้นด้วย สิ่งหนึ่งที่ทำงกำรเข้ำไปช่วยก็ คือให้บริษัทใหญ่เข้ำไปดูแลมำตรฐำนของที่นี่ นั้นก็คือตัวแทนของบริษัท Maotai นะครับ เข้ำไปควบคุมและ ดูแลมำตรฐำนของเหล้ำ “เหรินหมิงเสี่ยวจู่” จึงเป็นเหล้ำที่รำคำจับต้องได้ แต่ในขณะเดียวกันคุณภำพใน ระดับชั้นน้ำของโลกและของชำติ นั่นหมำยถึงว่ำนอกเหนือจำกกระบวนทัศน์ในกำรพัฒนำของพื้นที่นี้ก็ยังมีผู้มี บทบำท หรือ Influencer ที่มำทำให้เพิ่มคุณค่ำของกำรผลิตของประชำชนนี้ด้วย จริงๆ แล้วเหล้ำนี้มีตั้งแต่ 200 หยวน ต่อขวดนึง รสชำติก็เท่ำกับ Maotai ในรำคำ 2000 หยวนที่ผม ได้มำด้วย ก็ได้เคยบอกกับผู้คนหลำยต่อหลำยครั้งว่ำถ้ำมีโอกำสได้ศึกษำแนวคิดในกระบวนกำรแบบนี้ ก็น่ำจะ จุดประกำยให้กับคนในท้องถิ่นของประเทศไทยได้ เป็นโอกำสที่จริงๆ ผมก็ได้ใช้โอกำสเมื่อ 2-3 วันที่ผ่ำนมำว่ำ กำรสร้ำงศักยภำพที่เป็น Local Lab ของจังหวัดนครสวรรค์ เขำก็ยังมีอีกหลำยๆ อย่ำงที่สำมำรถจะทำได้ คิด
  • 17.
    17 ว่ำต่อไปนี้ทำงท่ำนอำจำรย์ Duan ก็คงจะได้ให้ข้อแนะนำหรือเปิดโอกำสให้คนอื่นๆได้ไปเยี่ยมชมดูงำนและก็ ศึกษำรวมทั้งเกิดแรงบันดำลใจที่จะพัฒนำชนบทเช่นเดียวกับที่ท่ำนได้มอบโอกำสให้ผมนะครับผมก็ขอบคุณ มำกครับ คุณยุวดี คาดการณ์ไกล: วัตถุดิบของหมู่บ้ำน Yanbo ก็คือข้ำว เพรำะที่นี่เป็นแหล่งปลูกข้ำวเยอะ ซึ่งสำมำรถนำมำทำเหล้ำชนิด นี้ได้ ซึ่งพลเอกสุรสิทธิ์พูดถึง Quality Control หรือกำรควบคุมคุณภำพกำรผลิต นี่เป็นขั้นตอนที่สำคัญมำก สำหรับวิสำหกิจของชุมชน เพรำะเรำมักจะไม่เชื่อถือสิ่งที่ผลิตโดยชุมชนและกลัวไม่ได้มำตรฐำน ตรงนี้คือคอ ขวดของปัญหำ แต่จีนทำได้ ขอถำมว่ำโดยเป็นลักษณะสนันสนุน หรือ ชุมชนจะต้องจ้ำงบริษัท Maotai และ ห้อง Lab นี้ต้องจ้ำงมำหรือเป็นกำรช่วยเหลือของรัฐ พลเอกสุรสิทธิ์ ถนัดทาง : ถ้ำผมบันทึกมำไม่ผิด เป็นกำรช่วยเหลือของภำครัฐในกำรแนะนำให้ เพรำะว่ำในกำรนำเสนอนั้น ประธำนำธิบดี Xi Jinping ถำมคนว่ำคุณภำพได้จริงหรอ แล้วรำคำก็ยังแพงไปด้วยนะ แต่จริงๆ แล้วก็เป็น จังหวะที่ดีที่พอผู้นำประเทศได้รับทรำบก็มีกำรสั่งกำรให้ Maotai ระดับสูงเลยนะครับ ไปตั้ง Lab และก็ไปดูไป ควบคุมคุณภำพสินค้ำชุมชนครับ เรียกว่ำเป็น Subsidize ในเชิงของคุณภำพ แต่ชำวบ้ำนไม่ได้เสียเพิ่ม รศ.ดร. ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ: ผมมีควำมประทับใจสองอย่ำง ข้อแรก มันเป็นเรื่องสอดคล้องที่พวกผมตั้งใจจะทำมำกๆ ทำอย่ำงไรถึง จะทำให้เงินน้อยๆ ของคนเล็กคนน้อยมันหมุนได้ดีกัน มันก็ตรงกับสิ่งที่ทำงจีนบอกว่ำทำอย่ำงไรให้รำยได้เกิด ประโยชน์หมุนกับชำวบ้ำน ของเรำเวลำจะทำเรื่องตลำด เรำมักจะทำให้ผู้ผลิตรำยใหญ่ข้ำงนอกเข้ำไปใน หมู่บ้ำน ไปสร้ำงตลำดในหมู่บ้ำน เสร็จแล้วเงินนั้นก็ไหลๆ ออกไป มันไม่ได้หมู่บ้ำนจริงๆ หมู่บ้ำนแรงงำนใน ปรำจีนบุรีที่เรำทำอยู่ครับ มันก็ไม่ได้สร้ำงกำรผลิตของชำวบ้ำน แต่กำรใช้จ่ำยของชำวบ้ำนไปที่ผู้ผลิตข้ำงนอก ตลอดเวลำ อันนี้เป็นโจทย์ใหญ่ที่หมู่บ้ำนผมพยำยำมทำ และที่เรำกำลังจะทำ ทำเศรษฐกิจชุมชนสมำนฉันท์ เรำ อยำกให้เงินเล็กเงินน้อยมันหมุนอยู่ในเครือข่ำยด้วยกัน ลดกำรพึ่งพำนอกเครือข่ำย นอกหมู่บ้ำนให้มำกที่สุด ข้อที่สอง เมื่อพูดถึงเหล้ำ/สุรำ ถำมว่ำทำไมเรำจึงจะไม่ส่งเสริมให้ชำวบ้ำนผลิตเหล้ำบ้ำง เพรำะอะไร ผมก็เคยเสนอให้แบ่งกันทำ เหล้ำ 40 ดีกรีขึ้นไป ให้บริษัทใหญ่ทำ ไม่ว่ำกัน แต่เหล้ำที่ดีกรีต่ำกว่ำ 15 หรือต่ำ กว่ำ 12 ขอให้ครัวเรือนเขำทำ ให้ชำวบ้ำนทำ ไม่ต้องไปห้ำมไว้ เพรำะบ้ำนเรำเต็มไปด้วยผลไม้ ข้ำว ข้ำวของ ไทยมันอุตส่ำห์ไปผลิตเหล้ำในญี่ปุ่นมำได้ แล้วทำไมเรำไม่ส่งเสริมเหล้ำผลไม้ หรือเหล้ำไวน์ก็ได้ ทำไวน์เรำก็ สำมำรถส่งเสริมครัวเรือนให้ผลิต ไวน์ที่ดีกรีต่ำกว่ำ 12 เปอร์เซ็นต์ น่ำจะทำได้ แต่เพรำะอะไรทำไมถึงผูกขำด กำรผลิตเหล้ำแค่เจ้ำเดียว เห็นจีนเขำทำแล้วก็อยำกทำบ้ำงครับ แต่มันทำไม่ได้ครับ ทั้งที่ชำวบ้ำนเขำทำได้ แต่ รัฐบำลไม่ให้ทำครับ
  • 18.
    18 คุณภาพวิสาหกิจชุมชนในชนบทไทย: โอกาสและความท้าทาย รศ.ดร.บัณฑิต อินณวงศ์ ผู้อำนวยกำรสถำบันควำมรู้เพื่อพัฒนำเศรษฐกิจชุมชน บพท. สวัสดีทุกท่ำนนะครับที่เข้ำร่วมกำรประชุมทุกท่ำนนะครับ คำถำมแรกนะครับที่ได้รับมำจำก นโบำยของหน่วยให้ทุน คือ คำถำมง่ำยๆ เลยว่ำจะทำอย่ำงไรให้ Local Economy ให้มันดีขึ้น แต่เป็นคำถำม ง่ำยๆ ที่ตอบได้ยำกมำก เพรำะว่ำพอไปเห็น Definition คำจำกัดควำมของคำว่ำ Local Economy ยำกมำก นะครับ เพรำะเมื่อเรำเอำศำสตร์ควำมรู้ไม่ว่ำจะเป็นศำสตร์ต่ำงๆ มีอยู่มำประกอบกันเพื่อตอบคำถำมนี้ เชื่อไหม ครับว่ำหำยำก และที่สำคัญคือ Case ของประเทศไทยยิ่งตอบยำกเลย คำถำมนี้เผอิญเกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2561 แล้วก็วิกฤตเลวร้ำยเมื่อ พ.ศ. 2562 ก็เกิดขึ้นกับโควิดก็เช่นกัน สิ่งที่ตำมมำดังนั้นกำรตั้งตัวของจุดนี้ เกิดคำถำม ว่ำ ถ้ำเรำต้องกำรให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนภำยในชุมชน โดยที่มันหมุนแล้วมันก่อเกิดมูลค่ำที่เพิ่มขึ้นด้วย รวมถึงมันไม่ได้แค่มองดูว่ำมันเพิ่มขึ้น แต่กระจำยไปสู่มือของคนที่เป็นต้นน้ำหรือต้นทำงได้ด้วยอย่ำงไร เพรำะ ภำวะเศรษฐกิจปัจจุบันนี้สังเกตเมื่อชุมชนกับกำรใช้จ่ำย ท้ำยสุดแล้วก็เร็วที่สุดด้วยก็คือ “วิ่งไปที่เศรษฐกิจ ส่วนกลำง” เร็วมำกเลยนะครับ เพรำะฉะนั้น ควำมมั่นคั่งหรือควำมมั่นคงของทรัพย์สินที่อยู่ในชุมชนนี้น้อยลง สิ่งที่เกิดขึ้นอย่ำงนี้มันมี คำคำนึงว่ำ “ถ้ำรำกไม่รอดต่อยอดไม่ได้” จำกประเด็นตรงนี้ ทำงสถำบันควำมรู้เพื่อพัฒนำเศรษฐกิจชุมชนเองก็ ได้พยำยำมที่จะทำงำนร่วมกับธุรกิจชุมชนประมำณ 73 จังหวัดของประเทศไทย จำนวนประมำณ 2,790 แห่ง เพื่อทำหน้ำที่รวบรวมและสร้ำงควำมเข้ำใจว่ำ ณ วันนี้สถำนกำรณ์จริงๆ ของธุรกิจของชุมชนและกำรเกิด เศรษฐกิจชุมชนมันเกิดอะไรกันแน่ ผมอยำกเล่ำอย่ำงนี้นะครับว่ำ ประเด็นหนึ่งที่เรำทำงำนร่วมกับตัวธุรกิจชุมชนแล้ว ผมใช้คำ ภำษำอังกฤษนิดนึงนะครับ เช่น Local Enterprise สังเกตนะครับ เรำทำงำนกับเขำเพียงแค่ 90 วัน ใน 90 วัน
  • 19.
    19 ช่วงวิกฤติโดยเฉพำะตัววิกฤตโควิดรอบที่ 3 เรำเห็นได้เลยว่ำรำยได้เขำสูงขึ้นขณะที่คนที่ไม่ทำงำนกับเรำรำยได้ ลดลง แต่แปลกว่ำรำยได้ที่เพิ่มขึ้น 4% ต่อเดือนเลยนะครับ เรำเก็บอยู่ติดตำม 90 วัน แต่เป็นระยะเวลำว่ำสั้นๆ ขึ้นประมำณ 12% กำไรขั้นต้นหรือ Margin ของธุรกิจเพิ่มขึ้นประมำณ 12-14% สิ่งที่น่ำสนใจมำกกว่ำนั้น ก็ คือ คำว่ำสภำพคล่องของธุรกิจ สภำพคล่องของธุรกิจแต่ก่อนไม่มี แต่ปัจจุบันเขำมีเงินเพื่อที่จะสำรองใช้ในยำม ฉุกเฉินของธุรกิจเขำอยู่ 3.2 เท่ำ หนี้สินลดลง 7% คำถำมว่ำผลแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่ำงไร สิ่งที่เกิดขึ้นคือตั้งคำถำมว่ำจะทำอย่ำงไรเพื่อให้ธุรกิจชุมชนเป็นกลไกสำคัญในกำรผลักดันให้เกิด เศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่ รูปร่ำงหน้ำตำ วิธีของกำรจัดกำรธุรกิจ ควรเป็นอย่ำงไร ใช้เครื่องมืออะไรในกำร บริหำรและจัดกำร หน่วยงำนภำครัฐต้องเข้ำใจอะไรบ้ำง และต้องสร้ำงบทบำทตนเองเป็นอย่ำงไร ผมเห็นอย่ำง นี้ ถ้ำเรำมองแบบนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นอยำกจะขยำยควำมว่ำปกติแล้วเศรษฐกิจชุมชนที่เกิดขึ้นจำกตัวธุรกิจ คำถำมว่ำ ธุรกิจชุมชนมีคำแรคเตอร์แบบไหน แบบที่ 1 สังเกตมันเป็นคำถำมง่ำยมำก ธุรกิจชุมชนเป็นผู้ประกอบกำรที่เป็นเจ้ำของธุรกิจ ที่ไม่เคยแยก กระเป๋ำตังค์ตัวเองหรือกระเป๋ำตังค์ครอบครัวออกจำกกระเป๋ำตังค์ธุรกิจ หมำยควำมว่ำ คิดว่ำเงินที่ ได้จำกกำร ทำธุรกิจเป็นเงินของตัวเอง เป็นรำยรับของครอบครัวและกระเป๋ำตังค์ไม่เกิดกำรแยกขำดออกจำกกัน คำถำมว่ำ เมื่อเรำรู้แบบนี้จะใช้เครื่องมือและกลไกอะไร กระบวนกำรแบบไหนในกำรแยก สิ่งที่ทำได้ก็คือว่ำ “ต้องสร้ำง ชุดควำมรู้” และต้องสร้ำง “เครื่องมือ” ที่ทำให้เขำเกิดควำมตระหนักรู้ด้วยตนเอง ผมอยำกแสดงให้เห็นอย่ำงนี้ว่ำ สิ่งที่เกิดขึ้นคืออย่ำงนี้ เรำได้ลองทำ เรำพบว่ำตัวธุรกิจชุมชนที่น่ำสนใจ คือ คุณภำพและคำถำมที่อำจำรย์เคยตั้งถำมผมว่ำคุณภำพของตัวธุรกิจชุมชนมันจะวัดกันได้แบบไหน เรำมองที่ คล้ำยๆ กับเรำไปหำหมอเลยนะครับ แล้วต้องไปหำ “สัญญำณชีพ” ให้เจอ คำว่ำสัญญำณชีพเขำให้เจอ มี ประเด็นนึงว่ำสัญญำณชีพ ปกติแล้วธุรกิจมีหลำยสัญญำณชีพ แต่สัญญำณชีพที่แตะและเป็น Logic ที่สุด คือ สัญญำณชีพที่เป็นตรรกะผ่ำนกำรเงิน หมำยควำมว่ำ ถ้ำเรำอยำกเห็นหรือว่ำสุขภำพธุรกิจชุมชนดีหรือไม่ แตะ กำรเงินก่อนก่อนที่จะไปสู่กระบวนกำรผลิต กระบวนกำรผลิตของกำรจัดกำรบริหำรธุรกิจและกำรสร้ำง กำรตลำด กำรสัญญำณชีพกำรเงินเป็นเรื่องแรก ที่นี่สัญญำณชีพกำรเงินตอนนี้ ถ้ำหำกเรำลองแตะดู มันเต้น แผ่วมำกในจังหวะที่ของวิกฤตโควิด คือจะทำอย่ำงไรให้เรำเห็น เพรำะว่ำสัญญำณชีพมันปิดปนกับสัญญำณชีวิต ของครอบครัว โดยที่มันเป็นกระเป๋ำก้อนเดียวกัน
  • 20.
    20 ภำพ ข้อมูลกำรเงินของวิสำหกิจชุมชนที่เข้ำร่วม ที่มำ บัณฑิตอินณวงศ์ ,2566 เมื่อเป็นแบบนั้น ทั้งชุดโครงกำรหรือทำงหน่วยกำรทำงำน เรำแยกกำรทำงำนออกเป็น 2 ส่วน จำก ภำพที่ท่ำนเห็น สีแดงๆหมำยถึงวิกฤต สีเขียวเรียกว่ำ รำบรื่น คำว่ำรำบรื่นหมำยถึงสภำพของธุรกิจเขำมีสภำพ คล่องอย่ำงต่ำ 30 วัน สีแดงไม่ถึง 30 วัน ล่อแล่แล้วเตรียมเจ๊ง เมื่อเป็นแบบนั้น สังเกตไหมว่ำกระบวนกำร ทำงำน คือ ขั้นตอนที่ 1 คือพำเขำไปเข้ำใจว่ำสำเหตุที่ก่อเหตุเกิดปัญหำกำรเงินของเขำเกิดขึ้นด้วยสำเหตุอะไร นั้น คือกำรให้ควำมรู้ กำรให้ควำมรู้ประกอบกำรที่ให้เขำเฝ้ำกรอกข้อมูลผ่ำน Application เพื่อให้เขำทรำบสำเหตุ ที่แท้จริงว่ำ เขำมีรำยรับและมีรำยจ่ำยที่ไม่ควรจ่ำยอยู่ในเรื่องอะไรในเรื่องของธุรกิจ กำรแค่ให้ควำมรู้ภำยใน 10 วันกับกำรทำงำนกับพวกเรำผ่ำนกำรทำงำนแบบ zoom และน่ำแปลกนะครับว่ำคนที่เข้ำมำร่วมทำงำนกับเรำมี ตั้งแต่คนที่จบป.4 จนถึงคนที่จบปริญญำเอก ฉะนั้น เจ้ำของธุรกิจมีระดับกำรศึกษำหลำกหลำยมำก เพรำะเขำ เข้ำใจในเรื่องแบบนี้ตรงกัน หมำยควำมว่ำอย่ำงไร หมำยควำมว่ำหลังจำกที่เรำให้ควำมรู้ที่ถูกต้อง เพรำะเรำเชื่อ ว่ำกำรแก้ปัญหำกำรเงินไม่ใช่กำรใส่เงินเข้ำไปในระบบ แต่เป็นกำรจัดสรรกำรเงินในระบบที่ถูกต้อง คำถำมว่ำวิธี ที่ถูกต้องคืออะไร นั้นคือชุดควำมรู้ที่ต้องใส่ เรำให้เห็นเลยว่ำ ณ วันนี้เขำใช้อะไร รับจำกไหน ใช้ได้กี่ทำง แต่ละ ทำงควรลิมิตไหม สิ่งที่ใช้ก่อเกิดประโยชน์และก่อเกิดผลย้อนกลับไหม ตัวนี้จะผ่ำนกำรเรียนรู้จำก Application ใน 10 วันที่ร่วมเรียน ร่วมทำงำนด้วยกัน กรอกข้อมูลทุกวัน เขำตระหนักรู้ด้วยตัวเองในว่ำพลำดอะไร เขำต้องแก้อะไร สังเกตุว่ำตัวเลขภำยใน 10 วัน สีเขียวเพิ่มขึ้นแล้ว จำกนั้นเรำพำเขำ Practice อีกประมำณ 30-35 วัน ตัวเลขสุดท้ำยถึงตกอยู่ที่ 45 วัน สังเกตุว่ำเมื่อ Pactice หลำยคนเมื่อเรำเข้ำไปสอน ณ เหมือนเรำ ฝึกขับรถ มันต้องใช้เวลำแต่จะฝึกขับรถให้เก่งต้องมีเวลำเพิ่มขึ้น เรำพำเขำทำทุกๆ วัน กรอกข้อมูลทุกๆ เย็น ก่อนนอน และให้ข้อมูลตัวนี้เป็นคุณครูเขำในกำรสอนวันนี้ เรำพลำดวันนี้ เรำไม่วำงแผน ผมใช้แบบนี้ว่ำหลำย ครั้งผมถำมว่ำควำมรู้ครั้งนี้ใหม่ไหม ไม่ใหม่ หลำยคนเคยสอนกำรทำบัญชีครัวเรือนและบัญชีธุรกิจ แต่ผมถำม นิดนึงว่ำเรำได้สอนเขำให้เขำวิเครำะห์ข้อมูลจำกตัวเลขที่กรอกไหม แค่กำรเคี้ยวหรือกำรขยี้ข้อมูลที่ใส่ลงไปและ นำข้อมูลเคี้ยวมำสร้ำงแผนปฏิบัติ กำรกระบวนกำร 35 วัน ต่อจำกนั้น จะเห็นได้ว่ำกระบวนกำรเหล่ำนี้เมื่อ วำงแผนไว้ประมำณ 45 วัน แค่ชุดนี้ตัวเลขสภำพกำรเงินของเขำเปลี่ยนทันตำ นั้นคือสำเหตุที่เรำพำเขำ
  • 21.
    21 วิเครำะห์แล้วว่ำ ณ จุด45 วันของกำรทำงำนรำยได้เป็นอย่ำงไร กำไรหรือขำดทุนสภำพคล่องมีไหมมีหนี้สิน เพิ่มหรือลดลง เมื่อเขำเห็นแบบนี้จุดนี้แหละที่เขำเริ่มเห็นแล้วว่ำ ณ วันนี้เขำพร้อมในกำรที่จะผลิตมำกน้อยแค่ไหน เขำพร้อมที่จะไปสร้ำงตลำดใหม่ไหม เขำพร้อมที่จะลงหรือเปล่ำ หรือต้องมีกำรเรียนต้องกำรที่จะฟื้นสัญญำณ ชีพตัวเองให้ดีขึ้น ถ้ำเป็นแบบนี้ จำกภำพเป็นแบบนี้จะเห็นว่ำสัญญำณชีพตัวเดียวในเรื่องของกำรเงินเมื่อแตะที่ ถูกที่และถูกทำงธุรกิจชุมชนไปได้ 2,700 รำยที่เกิดขึ้นจำกข้อมูล 300 รำยอันนี้คือ 300 รำยจำก 2700 รำย ประมำณ 10 เปอร์เซ็นต์ที่เอำมำโชว์ให้เห็น จะเห็นว่ำจำกภำพนี้เกิดขึ้นจำกกำรเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเขำเอง คำถำมคือ ทำไมเขำถึงคิดว่ำมันเป็น ประโยชน์ ผมถึงบอกว่ำกำรที่เรำสร้ำงให้เขำเป็นเจ้ำของข้อมูล ทุกเช้ำเขำต้องเอำข้อมูลมำวำงแผน อันนี้คือ จุดสำคัญ สิ่งที่ตำมมำคือ ถ้ำเรำมองแบบนี้ว่ำทำไมเรำเห็นว่ำตัวธุรกิจชุมชนจึงเป็นฟันเฟืองเป็นกลไกสำคัญใน กำรผลักดันเศรษฐกิจให้เกิดควำมหมุนเวียนในพื้นที่ได้ จะสังเกตุว่ำธุรกิจชุมชนจำก 2,700 รำย ค่ำใช้จ่ำยเขำใช้ จ่ำยอะไร 37% ของทุกบำททุกสตำงค์ที่เขำจ่ำยออกจำกกระเป๋ำธุรกิจเขำไปซื้อวัตถุดิบ ถ้ำวัตถุดิบเหล่ำนี้อยู่ใน พื้นที่หละครับเกิดอะไรขึ้น แล้วเม็ดเงินถูกไปกองให้เกิดกำรซื้อใน Local Resources หรือทรัพยำกรพื้นถิ่น เงิน นี้นะครับจะเขำไปกระจำยกับเกษตรกรในพื้นที่หรือผู้ปลูกหรือคนต่ำงๆ ที่อยู่แวดล้อมพื้นที่นั้น ขณะที่ 34% ของเงินที่จ่ำยของธุรกิจ ไปจ้ำงคนนะครับ ไปสร้ำงแรงงำนของคนในพื้นที่นั้น สังเกตไหมครับ Margin สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ประมำณเกือบ 71% ของคนไทยวิ่งตรงไปที่กำรซื้อวัตถุดิบ และกำรสร้ำงงำน ถ้ำตัวนี้ถูกทำลำย มันจะสะเทือนถึงคนที่ผลิตวัตถุดิบและกำรสร้ำงงำนในพื้นที่แน่นอนถูกไหม ครับ คำถำมตำมมำคือเมื่อเป็นแบบนั้นนะครับ ถ้ำเรำอยำกที่จะทำให้เศรษฐกิจมันเติบโตขึ้นในพื้นที่ แสดงว่ำ ธุรกิจชุมชนเป็นฟันเฟืองหรือกลจักรที่สำคัญเลยนะครับ เพรำะเขำเป็นกลจักรในกำรดูดซับทรัพยำกรที่อยู่ใน พื้นที่นั้น เขำเป็นกลจักรสำคัญที่จะสร้ำงหรือจ้ำงงำน สร้ำงโอกำสใหม่ๆ สร้ำงอำชีพ สิ่งที่มำกกว่ำนั้นครับ ถ้ำ หำกเรำมีวิธีกำรบริหำรจัดกำรธุรกิจของธุรกิจชุมชนให้มีธรรมำภิบำล มี Social Enterprise, Social Distribution นะครับพำตัวเองตัวเองไม่ได้แค่ตัวคนเดียวสังคมชุมชนโตด้วยถ้ำเขำมีใจเพื่อสังคมมำกขึ้นสิ่งนี้ ครับ มันจะเกิดกำรกระจำยเรื่องของเม็ดเงินที่ทำให้เกิดกระบวนกำรที่เรียกว่ำรวยกระจุก จนกระจำย กระจำย เงินจำกธุรกิจออกไปได้กว้ำงและไกลขึ้น สิ่งที่ตำมมำจึงสังเกตเห็นนิดนึงนะครับ จำกกำรที่เรำทำงำนอยู่ประมำณสัก 7 เดือนนะครับ เรำพบ อย่ำงนี้เลยครับว่ำ เมื่อผ่ำนกระบวนกำรวิเครำะห์ที่ถูกต้องนะครับ เอำเม็ดเงินที่เขำใส่เข้ำมำบริหำรจัดกำรที่ ถูกต้อง บอกเขำว่ำต้องจัดกำรอย่ำงไร สังเกตนิดหนึ่ง มูลค่ำกำรจ้ำงงำนเพิ่มขึ้น 17% ทั้งที่อยู่ในช่วงของภำวะ วิกฤตของ โควิดนะครับ สิ่งที่ตำมมำ คือ 13% ที่เขำต้องจ่ำยของเรื่องของวัตถุดิบเพิ่มขึ้นนะครับ นั้นหมำยถึงว่ำ เม็ดเงินไปสู่เกษตรกรที่ปลูกนะครับ หรือสร้ำงวัตถุดิบได้มำกขึ้นมูลค่ำเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น มีสัดส่วนถึง 46% ท้ำยสุดนะครับจะเห็นว่ำกำรใช้วัตถุดิบที่ถูก Consume มำกขึ้น จำกบทแบบนี้นะครับจะเข้ำสู่บทสรุป หรือบทสังเครำะห์นะครับ สิ่งที่เรำเห็นจำกกำรทำงำนของ Local Enterprise หรือธุรกิจชุมชน คือกำรสร้ำง Local Production ครับ ก่ำรสร้ำง Local Production ก็ต้องก่อให้เกิด Local Consumption ด้วย คือใช้ หมุนเวียนอยู่ในพื้นที่แหละ และสุดท้ำยพำเข้ำสู่ Local Sharing, Share เรื่องอะไรครับ
  • 22.
    22 1. แชร์เรื่องของ Resourcesจับเขำมำเป็นเครือข่ำยกันแชร์ Resources วัตถุดิบในกำรผลิต, 2. แชรเรื่อง Know-How 3. แชร์เรื่องของ Technology, Design และ Market ถ้ำเรำทำเป็น Local Sharing ได้มันจะเกิด Cluster เกิดขึ้นครับ และกระบวนกำรนี้ครับที่เรำเริ่ม เข้ำใจและเริ่มพำให้ตัวธุรกิจที่เป็น Lndividual นะครับ ปัจเจกธุรกิจมำรวมตัวกันนะครับ ก่อให้เกิดเครือข่ำย Cluster เกิดขึ้น ที่มำคร่ำวๆ นะครับ ที่เรำค้นพบและเรำเริ่มมีตัวเลขในกำรกำกับและเห็นกำรติดตำมกำร เปลี่ยนแปลงบนตัวเลขเหล่ำนี้ครับ ทำให้เรำสำมำรถวำงแผนในกำรจัดกำรในกำรที่จะปรับหรือสร้ำง กระบวนกำรในกำรทำงำนร่วมกับธุรกิจชุมชนได้แม่นยำขึ้นนะครับ ขอบคุณมำกเลยครับ Q&A และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พลเอกสุรสิทธิ์ ถนัดทาง: ดีใจมำกเลยครับที่ได้ฟังท่ำน และก็คิดว่ำท่ำนได้ให้ข้อมูลที่เป็น True information ในอดีตเรำอำจ ทำงำนกันไม่ค่อยอยู่บนฐำนตัวเลข ไม่ค่อยมีตัวเลข ก็ทำให้ไม่มี Record ไม่มีกำรบันทึกเท่ำไหร่ นี่ก็เป็นมิตร หมำยอันดี และส่วนหนึ่งที่ผมยังมองว่ำเรื่อง 3 กลไก ผมค่อนข้ำงจะมั่นใจว่ำต่อให้ไม่ได้ไปเรียนศึกษำอะไรมำ มำกมำย คนดูก็พอจะเข้ำใจว่ำในท้องถิ่นหรือตัว Local ที่บอกว่ำเป็น Local economy จริงๆ มันไม่ใช่มองไป แต่ในเชิงของที่เป็นผลผลิต แต่มันมองถึงกระบวนกำรผลิต และก็ทรัพยำกรเพื่อกำรผลิต ทรัพยำกรหนึ่งก็คือ ควำมรู้นะ ควำมรู้ที่ไม่ค่อยได้ค้นหำกัน ทีนี้ที่พูดแบบนี้ก็เพรำะว่ำ เมื่อ 2-3 สัปดำห์มำก่อน ผมได้ไปดูกำรพัฒนำในพื้นที่จังหวัดมหำสำรคำม ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องกำรพัฒนำคุณภำพโคเนื้อต่ำงๆ เพรำะฉะนั้น กลไกในกำรขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนก็ต้อง เข้ำใจว่ำผู้ที่มีส่วนร่วมที่เขำมีศักยภำพอยู่จริง ไม่ว่ำจะเป็นโรงฆ่ำสัตว์เก่ำ ที่เรำจะไปช่วยเขำในกำรใช้เทคโนโลยี ที่ไม่ใช่ระบบกำรฆ่ำแบบเก่ำ และระบบกำรที่มันมีควำมน่ำเชื่อถือได้ มันเป็นอย่ำงไร มันทำอย่ำงไรถึงจะมีควำม ปลอดภัยในเชิงของอำหำร หรือเชิงของอะไรพวกนี้เพิ่มขึ้น ผมเข้ำใจว่ำต่อไปนี้สิ่งที่ต้องไปวำงแผน ท่ำนอำจำรย์บัณฑิตได้พูดหมดแล้ว แต่สิ่งที่นักวิจัยต้องทำต่อไป ให้มำกขึ้น คือกำรลงวิจัยในพื้นที่จริงๆ ว่ำ ทำอย่ำงไรจึงจะให้ศักยภำพที่แท้จริงของเขำออกมำ ศักยภำพในเชิง ควำมรู้ประจำถิ่น อำจำรย์ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ ได้พูดถึงเรื่องนโยบำย 3:1 (ให้นักวิชำกำร ข้ำรำชกำร ชุมชน จับคู่ทำงำนกัน) ผมก็ยังคิดว่ำอำจจะน้อย อำจจะต้องเป็น 5:1 หรือ 10:1 อย่ำงที่ทำงจีนทำ ก็คือให้โอกำส นักวิจัยได้ลงไปแล้วก็ยอมรับในผลที่มันจะได้ในควำมเป็นจริง ผมเชื่อว่ำ ถ้ำมีกำรตรวจสอบที่ดี นักวิจัยก็พร้อมที่จะลงไปแน่นอนนะครับ แต่ก็คงจะต้องมำเปลี่ยน ทัศนะแหล่งให้ทุน ผู้ให้ทุนด้วย ถ้ำตั้งทัศนคติในเชิงของเป้ำหมำย เรำบริหำรกันแบบผลสัมฤทธิ์ได้จริงๆ นะครับ คือเปลี่ยนทัศนคติ อยำกให้คิดว่ำกำรเพิ่มศักยภำพ อย่ำงไรก็ต้องเอำคนลงไป และผมอำจจะหมำยถึงแม้กระทั่ง
  • 23.
    23 กำรขอตำแหน่งทำงวิชำกำรนะครับ ซึ่งก็เป็นแนวทำงอันใหม่ที่ดีมำกที่พูดถึง ของกระทรวงอว. ว่ำต่อไปก็คงจะ ไม่ใช่แค่มำเขียนควำมคืบควำมหนำของเอกสำร แต่ผลงำนที่มันเกิดขึ้นในหมู่บ้ำนในท้องถิ่น เกิดกี่ชุมชนที่ พัฒนำไป ผู้ที่มีส่วนร่วมอย่ำงมำกหรือในกำรทำประเมิน ก็คือชำวบ้ำนเนี่ยแหละครับ ไม่ต้องไปตั้ง คณะกรรมกำรอะไรขึ้นมำเพิ่ม เหมือนกันกำรวัดคุณภำพหรือประสิทธิภำพของทำงด้ำนกำรพัฒนำสีเขียว เขำก็ มีข้อคิดว่ำ ถ้ำงั้นก็ต้องไปจ้ำงคณะกรรมกำรเพิ่มขึ้นอีก ไม่ต้องเลย คณะกรรมกำรที่ดีที่สุดก็คือคนที่อยู่ไร่ข้ำงกัน แหละ ว่ำไร่นี้มีต้นไม้ขนำดนี้จริงหรือเปล่ำ อย่ำงนี้เป็นต้นนะครับ กลไกที่ว่ำก็คือใช้กลไกท้องถิ่นไม่จะเป็นต้อง ไปเอำอะไรมำจำกข้ำงนอก ก็เป็นเรื่องที่ดี น่ำประทับใจครับ ขอบคุณมำกครับ ดร. แมน ปุโรทกานนท์: งำนของท่ำนอำจำรย์บัณฑิตนี้ เรำกำลังนำเอำควำมรู้ควำมคิดของอำจำรย์ไปไปทำงำนกับกลุ่มคนที่ เรียกว่ำเป็นกลุ่มที่มีรำยได้ต่ำกว่ำเกณฑ์กำรชี้วัดภำวะควำมยำกจนของประเทศอยู่ จะนำไปใช้ แต่ว่ำใช้กับกลุ่ม ที่มีต้นทุนในทำงในทำงรำยได้ค่อนข้ำงสูงกว่ำเพื่อที่จะพัฒนำให้เขำเป็นผู้ประกอบกำรรำยย่อยครับ ก็พยำยำม เชื่อมต่อควำมคิดอันนั้นอยู่นะครับ แต่ว่ำตัวที่เรำพบในพื้นที่ก็ค่อนข้ำงมีปัญหำว่ำ กำรรวมกลุ่ม เรำจะเรียกว่ำ กลุ่มคนเปรำะบำง ตอนนี้เรำเจออยู่หลำยจังหวัด กลุ่มที่เปรำะบำงเหล่ำนี้ใน 3-4 จังหวัดที่เรำทำงำนด้วยก็ประสบปัญหำ อย่ำงเช่น ภัยพิบัติน้ำท่วม ก็ ทำให้ต้นทุนภำวะกำรดำรงชีพที่เขำจะจัดกำรตัวเขำเองหร่อยหรอไปอีกนะครับ พื้นที่ที่ยโสธร พื้นที่ที่ชัยนำทที่มี ภำวะภัยพิบัติ หรือแม้แต่ที่อุบลรำชธำนีนะครับ เรำก็พบแบบนี้ ตัวที่เรำพบเรื่องของกำรรวมกลุ่มที่จะทำงำนใน ลักษณะนี้ที่พนมดงรักที่อยู่เขตชำยแดนต่อกับจังหวัดสุรินทร์ ก็เริ่มทำเรื่องของกำรพยำยำมชวนกันเป็นกลุ่ม วิสำหกิจชุมชนนะครับ เรื่องกำรเพำะกล้ำไม้พื้นถิ่นเพื่อที่จะส่งขำยในรูปกลุ่มวิสำหกิจด้วยกัน ก็ใช้เวลำอยู่เป็นปี กว่ำจะทำงำนในรูปกลุ่มร่วมกันได้ อันนั้นก็ดำเนินกำรโดยสถำบันรำชภัฎสุรินทร์นะครับ เขำวิจัยพบว่ำมีปัญหำในเรื่องของทัศนคติส่วนหนึ่ง ต้องเรียนว่ำสภำพที่เรำเจอ สภำวะทำงสังคมของ กลุ่มเปรำะบำง กำรมำทำงำนร่วมกลุ่มนั้นเป็นปัญหำอย่ำงยิ่ง เรื่องของกำรเข้ำมำสมำคม เรื่องของกำรรู้สึกว่ำ ตัวเองยังไม่พร้อมที่จะมำมีปฏิสัมพันธ์ทำงสังคมกับคนอื่นๆ เรำพบเกือบทุกจังหวัดที่เรำทำงำนใน 20 จังหวัด แล้วมันก็มีทั้งเรื่องเรียกว่ำทุนทำงเศรษฐกิจ แล้วก็ภำวะในทำงสังคมที่ผสมกันอยู่ด้วย กลุ่มคนที่ทำงำนอยู่ใน พื้นที่ นักวิจัย ทีมนักวิจัยที่ทำงำนอยู่ในพื้นที่ก็พยำยำมที่จะเข้ำใจแล้วก็เรียนรู้กระบวนกำรทำงสังคมที่จะชวน ให้กลุ่มเปรำะบำงเหล่ำนี้มำทำงำนด้วยกัน แล้วก็ตอนนี้ก็กำลังริเริ่มว่ำถ้ำเรำจะคิดในเชิงมีแผนธุรกิจแล้วก็ทำ กิจกรรมเรื่องกำรตลำด เรำควรจะทำกันอย่ำงไรนะครับ โครงกำรตอนนี้เรำเรำชวนกันวิเครำะห์ว่ำเรำจะทำให้ กิจกำรเหล่ำนี้ มีตำแหน่งที่จะทำให้กลุ่มเปรำะบำงเหล่ำนี้ไปร่วมอยู่ได้อย่ำงไร แล้วก็ยืมควำมคิดของข้ำอำจำรย์ บัณฑิตมำทำในสัดส่วนเกี่ยวกับเรื่องกำรติดต่อกับช่องทำงตลำด ขออนุญำตแบ่งปันประมำณนี้ครับ ผศ.กัลยาณี พรพิเนตพงศ์: กรณีศึกษำหมู่บ้ำนแรงงำนฯ ของอำจำรย์ณรงค์ ที่ปรำจีนบุรี ดิฉันเองอยู่ที่ปรำจีนบุรีก็ทำให้ได้รู้เรื่องนี้ ไปด้วย เป็นกรณีศึกษำที่น่ำสนใจที่ทำให้รู้ว่ำชุมชนจะพัฒนำไปให้โดยที่ใช้วิธีที่พึ่งพิงทรัพยำกรในพื้นที่และก็
  • 24.
    24 ช่วยเหลือกันเป็นไปได้มำกน้อยแค่ไหน อีกกรณีหนึ่ง คือหมู่บ้ำนYanbo ที่น่ำสนใจมำกคือกำรที่ให้ชำวบ้ำน เข้ำมำมีส่วนในกำรถือหุ้น ซึ่งเป็นกลไกที่ดีมำกเลยทำให้เขำสำมำรถที่จะมีควำมรู้สึกเป็นเจ้ำของ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ ที่เรำน่ำจะเอำมำประยุกต์ใช้นะคะ เเล้วก็ของอำจำรย์บัณฑิตก็ได้มำเติมเต็มในเรื่องข้อมูลต่ำงๆ ในเรื่องของ Appication ที่สำมำรถประเมินเรื่อง Demand Supply ก็เป็นองค์ประกอบที่ดีมำกๆ แต่มีคำถำมอยู่ในใจอยู่ตลอดเลย คือตอนนี้ได้มำคลุกคลีอยู่กับชุมชนที่เคยอยู่ในอดีตแล้วก็ได้จำกไป หลำย 10 ปี แล้วกลับมำอยู่ เรำเห็นควำมเปลี่ยนแปลงของชุมชนมำก ก็คือในภำพของกรณีศึกษำของอำจำรย์ ณรงค์ คล้ำยๆกับชุมชนในอดีตที่ปรำจีนบุรี ที่อำเภอบ้ำนสร้ำง บ้ำนดิฉัน ก็คือ คนสำมำรถที่จะอยู่พึ่งพิง ธรรมชำติ แล้วก็สำมำรถใช้ประโยชน์ทรัพยำกรในพื้นที่ เป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นในอดีตที่มีคุณภำพดีมำก แต่พอ ปัจจุบันเรำพบว่ำเกษตรกรจำนวนมำก อดีตดูเหมือนเขำเป็นคนมีรำยได้น้อยแต่ก็มีคุณภำพชีวิตดีมำกแต่ ปัจจุบัน เขำถือครองที่ดินจำนวนมำก ก็กลำยเป็นคนมีเงิน แล้วเขำก็ได้ขำยพื้นที่ของเขำให้กับนำยทุน เพรำะฉะนั้น ตอนนี้เขำมีวิธีอีกแบบหนึ่ง ลูกหลำนเขำมีวิถีใหม่ที่ไม่เหมือนกับอดีตแล้ว เขำกลำยเป็นลูกหลำน คนมีเงิน เขำก็เลยทิ้งวิธีกำรปลูกผักอะไรไป ในกำรที่มีชีวิตอยู่แบบในอดีต กลำยเป็นเหมือนกับว่ำสังคมเมือง สื่อต่ำงๆ ที่เขำได้รับทำให้เขำมีวิถีกลำยเป็นคนเมือง เด็กรุ่นใหม่ วิถีชนบทซึ่งเป็นพื้นที่ศักยภำพก็เลยถูกทอดทิ้ง ไป อันนี้เป็นประเด็นหนึ่งที่ทำให้เห็นภำพนี้ขึ้นมำ อีกข้อสังเกตที่เกิดขึ้นในชุมชน ก็คือว่ำ เรำพบว่ำเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภำพมำกเลย เข้ำ ไปหำกินกับทรัพยำกรธรรมชำติก็สำมำรถทำธุรกิจของเขำ อย่ำงเช่น เขำทำธุรกิจ เป็นกลุ่มที่ชอบหำกุ้ง หำปลำ ดิฉันก็เห็นเขำรวมกลุ่มจัดแข่งขันตกกุ้ง ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่เลย แล้วเขำตกกุ้งกันสนุกสนำน ซึ่งลักษณะนี้ถ้ำเขำ ได้รับกำรส่งเสริม และเขำสำมำรถจะใช้ทรัพยำกรในพื้นที่อย่ำงมำทำธุรกิจของเขำ ก็แข่งตกกุ้ง มีกำรชักชวนให้ คนนอกพื้นที่ เขำจัดบริกำรตกปลำ ก็มีเรือในเขำพำนักท่องเที่ยวไปตกปลำ เขำทำโดยธรรมชำติ กลุ่มนี้ก็เป็นกลุ่มที่น่ำสนใจ แต่ก็ยังไม่ได้มีได้รับกำรส่งเสริม เขำถำมด้วยควำมที่ใจเขำชอบอยู่แล้วอยู่ กับพื้นที่ กับเด็กอีกกลุ่มหนึ่ง กลำยเป็นกลุ่มที่เล่นกำรพนัน แล้วกำรพนันที่แพร่หลำยมำกเลยก็คือตีไก่ เด็กกลุ่ม นี้จะชอบเลี้ยงไก่ แล้วก็อุ้มไก่กันทุกคน อุ้มไก่แล้วก็จะเข้ำไปตีไก่กันในบ่อนไก่ ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่พอสมควร และ แรงงำนในพื้นที่จำนวนมำกกลำยเป็นพม่ำ เขมร แต่เด็กไทยกลำยเป็นอยู่ในบ่อนไก่จำนวนมำก เพรำะฉะนั้น เป็นโจทย์ที่อยำกจะฝำกเอำไว้นะว่ำตอนนี้ในชนบทไทยเป็นช่วงเปลี่ยนของเหมือนยุค ดิจิตอล เด็กส่วนหนึ่งก็เพลิดเพลินดิจิตอล แล้วก็เด็กส่วนหนึ่งก็เพลิดเพลินกับอบำยมุข แต่ก็ยังมีเด็กกลุ่ม หนึ่ง ที่น่ำสนใจที่เขำสำมำรถที่จะไปเพลิดเพลินกับธรรมชำติในพื้นที่ของเขำ คนกลุ่มเนี่ยเหมือนกับถูกลืม เวลำเรำทำ เรื่องชุมชนเรำมักจะเข้ำไปสู่กลุ่มคนที่ทำกำรผลิต แต่ช่วงรอยต่อเด็กวัยรุ่นกลุ่ม ทำอย่ำงไรเรำถึงจะให้มี กระบวนกำรที่สร้ำงแรงบันดำลใจให้เด็กกลุ่มนี้ไปทำกำรผลิตอะไรที่มันเกิดประโยชน์ทั้งตัวเขำเองแล้วก็ทั้ง ชุมชน พลเอกสุรสิทธิ์ ถนัดทาง: ผมไปนครสวรรค์ มีกำรจัดหลักสูตรนักพัฒนำเมืองขึ้นเป็นรุ่นที่สองแล้ว ผู้ที่เข้ำมำก็มีทุกระดับ ตั้งแต่ นำยกเทศมนตรี นำยกเทศบำล ตำบล แล้วก็มีเด็กๆ เข้ำมำ ผู้บรรยำยท่ำนหนึ่ง ท่ำนบรรยำยถึงเมืองอัจฉริยะ
  • 25.
    25 จะฉลำดในเรื่องอะไรบ้ำงประมำณนั้น ก็ได้พบว่ำ ข้อสำคัญคือก็มีข้อเสนอในควำมคิดเห็นว่ำทำอย่ำงไรจะ Reskill ทบทวนทักษะเก่ำ เช่นเมื่อสักครู่ท่ำนอำจำรย์บอกว่ำวิถีใหม่ก็คือหำเงินซื้อ แล้วทำอย่ำงไรไม่ให้ไม่ต้อง ไปเสียเงินซื้อ คือ สำมำรถอยู่ได้โดยไม่มีเงิน คือคนรุ่นใหม่มักจะคิดว่ำเขำหำเงินง่ำย เขำก็เลยหำเงินเพื่อที่จะมี ดำรงชีพอยู่ และพัฒนำเอำทรัพยำกรข้ำงนอกจนลืมทรัพยำกรข้ำงใน ทรัพยำกรที่จริง คือทักษะและศักยภำพ ตัวเอง คนรุ่นเก่ำอยู่ได้โดยไม่ต้องมีเงินก็เอำตัวรอดได้ แต่คนรุ่นใหม่จะมีควำมรู้สึกว่ำ เอำตัวรอดไม่ได้ มี มะพร้ำวให้ก็ยังกินไม่ได้เลย คือผมใช้คำว่ำกำร Reskill ก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่นี่เขำทำอย่ำงไรที่นครสวรรค์ก็เวลำ เปิดหลักสูตรก็จะต้องมีที่เรำไปเป็นกิจกรรมสัมพันธ์ กิจกรรมสัมพันธ์ก็เกิดจำกกำรที่ทุกส่วนที่หลำยท่ำนพูดมำ ว่ำทั้งนักคิด นักวิชำกำร ข้ำรำชกำรที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้ได้ไปนั่งคลุกคลีกันทำ ผมว่ำเรื่องนี้ก็น่ำจะได้ขยำยผลไป เรื่อยๆ นะครับ พอดีกิจกรรมนี้ได้ไปเห็นในหลักสูตรนักพัฒนำเมืองระดับสูงของของนครสวรรค์ ซึ่งท่ำน นำยกเทศมนตรีก็เอำจริงเอำจังกับเรื่องนี้ ผู้ว่ำรำชกำรแม้กระทั่งติดธุระมำกเลยพอเสร็จแล้วก็รีบในโครงกำร แล้วก็เขำมำพูดมำแชร์กัน ผมก็ยังหวังเป็นนิมิตหมำยอันดีว่ำกำรพัฒนำเมืองกับชนบท กระบวนทัศน์ที่เรำกำลัง พูดถึงก็มีกำรเปลี่ยนแปลงไปบ้ำงพอสมควร แล้วก็เหลือว่ำคนที่ได้เข้ำมำมีส่วนร่วมจริงๆ แต่ลงไปช่วยกันอย่ำงไร ให้มำกขึ้น ขอบคุณครับ Prof. Duan Lisheng วัยรุ่นชำวจีน จำกที่เห็นก็เข้ำเมือง อย่ำงแรกเข้ำไปเรียนหนังสือ เพรำะว่ำจริงๆ แล้ว กำรพัฒนำของจีน ต้องกำรบุคคลมีควำมสำมำรถ มีควำมรู้ มีใบปริญญำ ถ้ำได้จบปริญญำตรี ก็เพิ่มโอกำสในชีวิตมำก แต่ว่ำรัฐบำล ก็มีกำรสนับสนุนมำกเหมือนกัน ให้ควำมสะดวกสบำยในหลำยๆ ด้ำน เพรำะฉะนั้น วัยรุ่นในชนบทส่วนใหญ่ แล้ว ถ้ำเกิดเป็นคนตั้งใจ พยำยำมไปเรียนปริญญำตรีในเมือง หลังจำกที่เข้ำไปเรียนแล้ว เรียนจบแล้วจะกลับมำ ที่ชนบทก็น้อยมำก เพรำะว่ำปัจจุบันกระแสของคนย้ำยเข้ำไปในเมืองมำกขึ้น ยิ่งถ้ำเป็นวัยรุ่นที่มีควำมรู้ที่มี ควำมรู้พยำยำมเข้ำเมืองเป็นส่วนใหญ่ พอเขำได้เรียนหนังสือจบปริญญำตรี ได้ทำงำนในเมือง เขำจะพำคุณ พ่อคุณแม่เข้ำมำอยู่ด้วย เลยทำให้กลำยเป็นปรำกฏกำรณ์ที่คนชนบทย้ำยเข้ำมำในเมืองมำกขึ้น ทำให้กำร พัฒนำของเมืองเร็วยิ่งขึ้นไปอีก อย่ำงที่สอง บำงทีบำงคนก็ไม่ได้ไปเรียนมหำวิทยำลัย ไปทำงำนทำในโรงงำน ก็มีหลำยๆ บริษัท ไปรับ วัยรุ่นจำกตะวันตกเฉียงใต้ของจีนมำทำเยอะ เหมือนจีนก็ต้องรักษำภำคกำรผลิตด้วยเช่นกัน ภำคกำรผลิตเองก็ ต้องมีคนมำป้อนโรงงำนเช่นกัน โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งนอกจำกโรงงำน ไซต์ก่อสร้ำงต่ำงๆ สร้ำงทำงด่วน ถนน อะไรต่ำงๆ จริงๆ สร้ำงสำธำรณูปโภคของจีนต้องอำศัยคนงำนเหล่ำนี้ในกำรสร้ำง ซึ่งมีทั้งข้อดีและไม่ดี มันก็ช่วย ให้สำธำรณูปโภคพัฒนำไปอย่ำงรวดเร็ว แต่ว่ำก็กระทบกำรพัฒนำชนบทเช่นกัน จริงๆ แล้วข้อดีอีกอย่ำง เพิ่ม บุคลำกรที่มีคุณภำพด้วยเช่นกัน ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ตั้งใจเรียน ทะเยอะทะยำนยกระดับชีวิตตัวเองมำก ยิ่งขึ้น
  • 26.
    26 นอกจำกนี้แล้ว สำหรับกำรที่ได้แรงงำนมำสู่ตลำดแรงงำนก็ถือว่ำได้เป็นกำรพัฒนำแรงงำนที่ดี เหมือนกันสำหรับจีน คนชนบทเหลือแต่คนแก่และเด็กเหลือแต่เด็กกลำยเป็นปัญหำเหมือนกัน พ่อแม่ไม่ได้อยู่ ด้วยกัน อำจจะกลำยเป็นเด็กมีปัญหำ คนแก่ที่อยู่ชนบทไม่มีใครดูแล เป็นคำถำมอยู่เหมือนกัน แต่มีคนกลับไป ทำธุรกิจในชนบทด้วยเช่นกัน วิสำหกิจชุมชนก็มีเหมือนกัน จีนเองก็กำลังแก้ปัญหำเหล่ำนี้อยู่เช่นกัน เป็นหัวข้อ ที่พวกเรำชำวนักวิชำกำรวิจัยกันต่อไป รัฐบำลต้องตอบคำถำมด้วยเช่นกัน รศ.ดร. ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ: หนึ่ง ที่จีนเหมือนไทย คือปัจจุบันชนบทเรำเกือบจะไม่เห็นเด็กๆ อยู่ในไร่ในนำแล้ว ดังนั้น แรงงำนในไร่ นำไม่มีแล้ว จึงทำให้ต้นทุนของชำวนำกำรผลิตสูงกว่ำจีน สูงกว่ำเวียดนำม ข้ำวไทยเลยแพงกว่ำ ไม่มีแรงงำน จ้ำงอย่ำงเดียว แรงงำนครัวเรือนเข้ำโรงงำนหมด สอง แต่กำรเข้ำโรงงำนหมดก็ไม่ได้ว่ำจะเพิ่มรำยได้ขึ้นมำ เพรำะรำยได้ของคนงำนโดยทั่วไปไม่พอรำยจ่ำย จึงทำให้เกิดหนี้สินพอกพูน หนี้ในโรงงำนดอกเบี้ย 20% ต่อ เดือน สูงมำก อำจสูงมำก ข้อที่สำม ก็คือว่ำคนที่บอกว่ำหำเงินได้ง่ำย กลับไม่ใช่คนงำนธรรมดำ เป็นลูกคนชั้น กลำงหรือคนชั้นสูง เพรำะลูกคนชั้นกลำงชั้นสูง ไปเรียนหนังสือ ได้เดือนละ 15,000 บำท แต่ว่ำลูกคนจนไม่ใช่ แค่ทำงำนปัจจุบัน ธนำคำรเอง มหำวิทยำลัยเอง สถำนประกอบกำรเอง จ้ำงคนจบปริญญำตรีประมำณเดือนละ 13,000 บำทเองครับ เรำเจอปัญหำเหมือนจีนแต่หนักกว่ำจีนครับ รศ.ดร. จานง สรพิพัฒน์: จริงๆ แล้ว อยำกให้ข้อมูลภำพใหญ่ของโลก โลกของเรำในช่วงประมำณตั้งแต่ปฏิวัติอุตสำหกรรมเป็น ต้นมำ ตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 19 มำจนกระทั่งถึงปัจจุบันก็ร้อยกว่ำปีแล้ว ทิศทำงคือไปสู่ระบบอุตสำหกรรม ทั้งหมด ซึ่งระบบนี้ส่งผลเหมือนกันทั้งประเทศ ก็คือว่ำประชำกรจะอพยพเข้ำมำอยู่ในเมือง แล้วก็คนที่อยู่ใน ชนบทจะเล็กลงไปเรื่อยๆ แล้วลักษณะแบบนี้ไม่เกี่ยวข้องกับว่ำประชำกรแก่หรือหนุ่มสำว อย่ำงประเทศญี่ปุ่นก็ เป็นปัญหำมำกว่ำประชำกรส่วนใหญ่ที่เดิมอยู่ในชนบทเก็เข้ำมำอยู่ในเมือง เรียนหนังสือในเมือง แล้วก็พยำยำม ทำงำนในเมือง แล้วก็ไม่มีใครกลับไป มันเกิดปัญหำเรื่องหมู่บ้ำนถูกทิ้งร้ำง ไม่มีคนอยู่ แล้วก็จะเป็นอย่ำงนี้ตลอด เพรำะฉะนั้น ผมคิดว่ำควำมคิดที่ว่ำเรำจะทำให้มันหวนกลับไปให้เป็นชนบทโบรำณ ผมว่ำเป็นกำรทวนกระแส ควำมจริง แต่ว่ำประเด็นใหญ่ที่จะต้องคิดก็คือว่ำ ในกรณีของประเทศไทย ถ้ำเทียบกับประเทศจีน อัตรำกำร อพยพของคนหนุ่มสำวที่เข้ำมำอยู่ในเมืองช้ำกว่ำเมืองจีนเยอะ เพรำะว่ำควำมเจริญทำงเศรษฐกิจอุตสำหกรรม จีนพัฒนำได้เร็วกว่ำเมืองไทย สัดส่วนแบบนี้ใน 20 ปีข้ำงหน้ำ ผมเชื่อว่ำเปอร์เซ็นต์ของคนที่อยู่ในเมืองก็จะ มำกกว่ำสัดส่วนของประเทศไทยมำก ปัญหำใหญ่ก็คือว่ำเมื่อคนไปแล้ว คำถำมคือแรงงำนจะหำได้ที่ไหน ปัญหำนี้ประเทศจีนแก้ไม่ยำก เพรำะประเทศจีนเป็นเจ้ำแห่งเทคโนโลยีอยู่แล้ว กำรทำ AI ทำเครื่องมือที่มำทดแทนคน ทำได้อย่ำงมี ประสิทธิภำพสูงมำก แล้วคนของจีนหรือระบบกำรศึกษำก็ดีกว่ำไทย สำมำรถทำให้คนเข้ำสู่ระบบกำรผลิตแบบ
  • 27.
    27 อุตสำหกรรมสมัยใหม่ได้ง่ำย เพรำะคนในระบบอุตสำหกรรมกลับไปอยู่ในชนบทก็สำมำรถเอำควำมรู้นี้ไป จัดกำรได้ไม่ยำก ที่น่ำเป็นปัญหำคือประเทศไทยเพรำะว่ำ ลูกหลำนของเกษตรกรจริงๆ พ่อแม่เกษตรกรเขำก็อยำกจะ ให้ลูกเปลี่ยนไปเป็นคนเมืองเหมือนกันทุกบ้ำน แต่ว่ำปัญหำระบบกำรศึกษำของไทยไม่รองรับให้คนที่จบไปแล้ว เป็นลักษณะทำงำนเชิงวิชำชีพได้ จะเรียนไปเป็นลักษณะเป็นควำมรู้กว้ำง แล้วทำเป็นวิชำชีพไม่ได้ ทำได้อยู่ อย่ำงเดียวคือต้องไปเป็นข้ำรำชกำรหรืองำนภำคบริกำร ที่ไม่เป็นวิชำชีพ พอเป็นอย่ำงนี้ ก็จะมีปัญหำเรื่องของ แรงงำนในเมือง แล้วที่เป็นปัญหำที่กำลังจะเป็นลูกระเบิดใหญ่ก็คือ คนจนในเมือง คือลูกหลำนกรรมกรที่ที่พ่อ แม่ในเมื่อ 20 ปีก่อนอพยพเข้ำมำในเมือง แล้วก็ลูกหลำนก็ไม่สำมำรถที่จะพัฒนำไปสู่ฝีมือในลักษณะวิชำชีพ สมัยใหม่ได้ เมื่อมีปัญหำเข้ำไปติดยำเสพติด ติดเกม ส่วนแรงงำนในชนบทของ ผมกลับมองว่ำ ไม่รู้เป็นโชคดีหรือโชคร้ำย เรำมีแรงงำนเยอะมำก จำก ประเทศเพื่อนบ้ำน พม่ำ เขมร ลำว เข้ำมำทดแทนแรงงำนหนุ่มสำวของเรำตอนนี้ แต่ผมก็ไม่ได้มองว่ำเรื่องแบบ นี้เป็นเรื่องที่ไม่ดี จริงๆ ถ้ำเรำมองในอดีตเมื่อ 50 ปีก่อน แรงงำนของร้ำน KFC ในประเทศไทย จริงๆมำจำกคน จีนที่อพยพเมื่อ 50 ปีก่อน เดี๋ยวนี้คนพม่ำซึ่งมีคุณภำพที่เป็นแรงงำนอย่ำงดี ถึงแม้ว่ำไม่มีควำมรู้แต่ว่ำเขำมีควำม อุตสำหะ จำนวนมำกก็ตั้งตัวได้ มันน่ำจะมีกระบวนกำรที่เค้ำเรียก ดึงให้เขำมำเป็นประชำกรไทย แล้วคนเหล่ำนี้ จะเป็นรำกฐำนต่อไปให้กับเรำได้ แต่ปัญหำใหญ่ของเรำก็คือว่ำคนซึ่งอยู่ในชนบทแล้ว ครึ่งๆ กลำงๆ คือ วิชำชีพ ก็ไม่มี จะทำงำนแบบปู่ย่ำจะทำอย่ำงไร อันนี้จะเป็นวิกฤติใหญ่ รวมทั้งคนจนในเมืองที่อพยพมำแล้วทำงำนอะไร ก็ไม่ได้ เพรำะว่ำไม่มีควำมรู้ควำมสำมำรถสูงพอ เรียนก็ไม่ได้เกินกว่ำมัธยมปลำย แล้วก็ไม่มีวิชำชีพ หรือบำงคน จบปริญำตรี ก็ไม่ใช่วิชำชีพ อันนี้ก็เป็นปัญหำภำพใหญ่ที่ผมคิดว่ำพวกเรำที่ทำงำนเกี่ยวข้องกับนโยบำยภำครัฐ ต้องคิดดูให้ดีครับ ขอบคุณมำกครับ
  • 28.
  • 29.