มาเรียนกัน 
ต่อดีกว่าค่ะ
1. นักเรียนสามารถแต่งประโยคจากคาที่กา หนดให้ได้ 
2. นักเรียนสามารถเรียบเรียงประโยคให้ได้ใจความต่อเนื่อง 
เป็นเรื่องราวได้ 
3. นักเรียนสามารถเลือกใช้สานวนภาษาได้ถูกต้องเหมาะสม 
กับเนื้อเรื่องที่เขียน 
4. นักเรียนมีมารยาทในการเขียน
ประโยค คือ คาหรือกลุ่มคาที่นามาเรียงกัน 
มีความหมายครบถ้วนสมบูรณ์ สามารถสื่อความได้ว่า 
ใครทาอะไร คิดอย่างไร รู้สึกอย่างไร หรือมีสภาพอย่างไร 
โครงสร้างประโยค โดยทัว่ไปประกอบด้วยส่วนสาคัญ 
2 ส่วน คือ ประธาน และภาคแสดง 
ประธาน ประกอบด้วยคานาม หรือคาสรรพนาม 
ภาคแสดง ประกอบด้วยคากริยา 2 ชนิด ได้แก่ 
กริยาอกรรม หมายความว่า เป็นกริยาไม่ต้องมีกรรม และ 
กริยาสกรรม เป็นกริยาที่ต้องการกรรม
ประธาน ภาคแสดง 
คานาม คาสรรพนาม คากริยา 
อกรรม 
คากริยา 
สกรรม 
กรรม 
แป้งหอม - ยิ้มแย้ม - - 
- เธอ ขยัน - - 
แม่ - - เก็บ ดอกไม้ 
- เขา - ดูป้ายข้างทาง
การเรียบเรียงประโยค คือ การนา 
ประโยคมาเขียนเพื่อเรียบเรียงลาดับเนื้อเรื่อง 
ให้ได้ใจความต่อเนื่องเป็นเรื่องราว หรือ 
อาจจะเรียบเรียงประโยคให้ตรงกับภาพของ 
เรื่องที่กาหนดให้ 
(ที่มา : www.trueplookpanya.com)
ตัวอย่าง การเรียบเรียงประโยค จากนิทานเรื่องกระต่ายกับเต่า 
 ระหว่างทาง กระต่ายเผลอนอนหลับไป 
 เช้าวันหนึ่ง กระต่ายพบเต่าคลานต้วมเตี้ยมอยู่ที่ริมบึง 
 เต่ารับคาท้า แล้วสัตว์ทั้งสองก็เริ่มวิ่งแข่งกัน 
 กระต่ายจึงท้าเต่าวิ่งแข่ง เพราะคิดว่าตนชนะแน่นอน 
 เต่าจึงชนะการวิ่งแข่ง 
นาประโยคทงั้ 5 ประโยคมาเรียบเรียงได้ ดังนี้ 
เช้าวันหนึ่ง กระต่ายพบเต่าคลานต้วมเตี้ยมอยู่ที่ริมบึง 
กระต่ายจึงท้าเต่าวิ่งแข่ง เพราะคิดว่าตนชนะแน่นอน เต่ารับคาท้า 
แล้วสัตว์ทั้งสองก็เริ่มวิ่งแข่งกัน ระหว่างทาง กระต่ายเผลอนอนหลับไป 
เต่าจึงชนะการวิ่งแข่ง
ในการเขียนเรียงความควรใช้สานวนภาษาที่ถูกต้องเหมาะสม 
กับเนื้อเรื่องที่เขียน เพื่อให้สามารถสื่อความหมายได้ชัดเจนตรงกับ 
จุดประสงค์ของการเขียน การเขียนเรียงความนั้นมีเรื่องที่เราจะต้อง 
พรรณนา คือ ทาให้ผู้อ่านนึกเห็นภาพ มีตอนที่จะต้องอธิบาย คือ ทา 
ให้ผู้อ่านเข้าใจ มีตอนที่เป็นทานองเทศนา คือ ที่เราต้องการให้ผู้อ่าน 
เห็นชอบตามเราและทาตามเรา เช่น เราจะพูดถึงการสูบบุหรี่ ก็ต้อง 
อธิบายให้เห็นว่าบุหรี่เป็นอย่างไรจึงให้โทษ แล้วก็อธิบายว่า มีคุณหรือ 
มีโทษอย่างไร แล้วเทศนาให้เห็นส่วนดี เพื่อคนจะได้นึกเห็นจริง จะ 
ได้เลิกสูบหรือพยายามเลิก หรือสูบน้อยลง(เปลื้อง ณ นคร, 2515: 13) 
ซึ่งสานวนภาษาที่นิยมใช้มี 5 ลักษณะ คือ 
(ดวงใจ ไทยอุบุญ, 2543: 210-221)
บรรยายโวหาร หมายถึง การเขียนอธิบายหรือบรรยาย 
เหตุการณ์ที่เป็นข้อเท็จจริงตามลาดับเหตุการณ์ เป็นการเขียน 
ตรงไปตรงมา ไม่เยิ่นเย้อ มุ่งความชัดเจนเพื่อให้ผู้อ่านได้รับ 
ความรู้ ความเข้าใจ ผู้เขียนควรใช้ภาษาที่กะทัดรัด เขียน 
ให้ตรงเป้าหมาย อ่านเข้าใจง่าย ในการเขียนทัว่ๆ ไป มักใช้ 
บรรยายโวหาร เช่น การเขียนเล่าเรื่อง เล่าเหตุการณ์ เล่า 
ประสบการณ์ที่เกิดขึ้น การเขียนรายงาน เขียนตารา หรือ 
เขียนบทความ
ตัวอย่างบรรยายโวหาร 
“หล่อนนึกถึงบ้านริมสวนในวัยเด็กที่มักจะชวน 
เพื่อนๆ มุดรั้วลวดหนามเข้าไปเล่นในสวนเล็ก ๆ แห่งนั้น 
เก็บชมพู่ มะปราง หรือละมุดสีดาที่ติดกิ่งเรี่ย ๆ กินกัน 
เพลิดเพลิน บางทีก็ลุยลงไปจับปลาเข็มหางแดงหรือปลา 
หัวตะกั่วในท้องร่องสวน หรือไม่เช่นนั้นก็นั่งทอดหุ่ยกันที่ 
ริมคลอง คอยดูเรือกาแฟบีบแตรลมปู๊นแป๊นที่มีขนมแห้งๆ 
อย่างถัว่ตัดหรือตุ๊บตับ๊ ไม่ก็ขนมขี้แมวสีม่วงแดง สีชมพูอยู่ 
ในขวดโหล” 
(ไฟ: ประภัสสร เสวิกุล)
พ ร ร ณ น า โ ว ห า ร ห ม า ย ถึง ก า ร เ ขีย น ที่ 
สอดแทรกอารมณ์ความรู้สึกของผู้เขียนเพื่อให้ผู้อ่าน 
เกิดความซาบซึ้ง ประทับใจ มีความรู้สึกคล้อยตามไป 
กับผู้เขียน เช่น การเขียนพรรณนาอารมณ์ความรู้สึก 
รัก หลง โกรธ เกลียด เศร้า เป็นต้น โดยเลือกใช้ 
ถ้อยคาที่ไพเราะเห็นภาพพจน์ได้ง่าย เพื่อโน้มน้าว 
อารมณ์ผู้อ่านให้คล้อยตามและเกิดความประทับใจ
ตัวอย่างพรรณนาโวหาร 
“อากาศยามเช้าในสวนของคฤหาสน์บดินทราช 
... ดูสดใส ผีเสื้อแสนสวย กรีดปีกระยับในสายแดด 
อ่อนยามเช้าจากดอกหนึ่งไปที่ดอกไม้นานาพันธุ์อีก 
หลาย ๆ ดอก สีของกุหลาบปักกิ่ง ... แดงสดสว่าง 
จ้าตัดกับสีเขียวสดของสนามหญ้า ประกายของน้าค้าง 
ต้องแดดวาววับราวกับอัญมณีเรี่ยรายอยู่บนพื้นสนาม” 
(ซอยเดียวกัน: วาณิช จรุงกิจอนันต์)
เทศนาโวหาร หมายถึง การเขียน 
อธิบาย ชี้แจงให้ผ้อู่านเข้าใจ ชี้ให้เห็นประโยชน์ 
หรือโทษของเรื่องที่กล่าวถึง เป็นการชักจูงให้ 
ผู้อ่านคล้อยตาม เห็นด้วยหรือเพื่อแนะนาสัง่สอน 
ปลุกใจหรือเพื่อให้รู้ถึงข้อเท็จจริง การเขียนแบบ 
เทศนาโวหารต้องอาศัยกลวิธีการชักจูงใจ
ตัวอย่างเทศนาโวหาร 
“เราคิดว่าทุกคนที่เกิดมาอย่างไม่มีอะไรติดตัวมาเลย แม้แต่ 
ผ้านุ่งผ้าห่มสักผืนหนึ่งเวลาจากไปก็นาเอาไปไม่ได้ จะเป็นทรัพย์ 
สมบัติแท้ ๆ ที่ใกล้ชิดที่สุดก็ต้องฝังหรือเผาเปลี่ยนสภาพไป เมื่อฐานะ 
ที่แท้จริงของมนุษย์คือการไม่อาจถือกรรมสิทธิ์ในอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็น 
ทรัพย์สินหรือชีวิตเลือดเนื้อของตนเช่นนี้ การที่เราจะมานั่งเศร้าโศกกับ 
สิ่งที่เราไม่สามารถจะมีสิทธิ์ครอบครองได้จริงจังนั้น จะต่างอะไรกับคน 
ที่เวียนดีใจเมื่ออาทิตย์ขึ้น และเสียใจเมื่ออาทิตย์ตก ซ้าแล้วซ้าเล่าอยู่ 
ทุกเมื่อเชื่อวัน” 
(เชิงผาหิมพานต์: สุชีพ ปุญญานุภาพ)
อุปมาโวหาร หมายถึง การเขียนเป็น 
สานวนเปรียบเทียบที่มีความคล้ายคลึงกันเพื่อทา 
ให้ผู้อ่านเกิดความเข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยการ 
เปรียบเทียบสิ่งของที่เหมือนกันเปรียบเทียบโดย 
โยงความคิดไปสู่อีกสิ่งหนึ่ง หรือเปรียบเทียบ 
ข้อความตรงกันข้ามหรือข้อความที่ขัดแย้งกัน
ตัวอย่างอุปมาโวหาร 
“อันว่าแก้วกระจกรวมอยู่กับสุวรรณ ย่อม 
ได้แสงจับเป็นเลื่อมพรายคล้ายมรกต ผู้ที่โง่เขลา 
แม้ได้อยู่ใกล้นักปราชญ์ ก็อาจเป็นคนเฉลียว 
ฉลาดได้ฉันเดียวกัน” 
(หิโตปเทศ: เสฐียรโกเศศ และนาคะประทีป)
สาธกโวหาร หมายถึง การที่ผู้เขียน 
หยิบยกตัวอย่างมาอ้างอิงประกอบการอธิบาย 
เพื่อสนับสนุนข้อความที่เขียนไว้ให้ผู้อ่าน 
เข้าใจ และเกิดความเชื่อถือ
ตัวอย่างสาธกโวหาร 
“คนเราต้องเอาอย่างมดอย่าไปเอาอย่างหนอน เพราะ 
มดนั้นถึงมันจะตัวเล็กนิดเดียวแต่ก็ขยันขันแข็ง สามารถ 
ลากเหยื่อชิ้นใหญ่ ๆ ได้สบาย แต่ถึงกระนั้นมันก็กลับกิน 
อาหารแต่น้อยจนเอวคอดกิ่ว ผิดกันกับหนอน ซึ่งเกียจ 
คร้าน เอาแต่กินทงั้วันโดยไม่ทางานทาการอะไรจนตัวอ้วน 
อุ้ยอ้าย ผลสุดท้ายก็กลายเป็นเหยื่ออันโอชะของนกของปลา” 
(ลอดลายมังกร: ประภัสสร เสวิกุล)
มาเรียนเรื่อง 
ประโยคกันดีกว่า
เรื่องโวหารก็ 
น่าเรียนนะคะ
มาเรียนเรื่อง 
โวหารกันต่อเลย 
ค่ะ

หน่วยที่ 2 โครงสร้างและการเรียบเรียงประโยคและการใช้สำนวนภาษา

  • 1.
  • 2.
    1. นักเรียนสามารถแต่งประโยคจากคาที่กา หนดให้ได้ 2. นักเรียนสามารถเรียบเรียงประโยคให้ได้ใจความต่อเนื่อง เป็นเรื่องราวได้ 3. นักเรียนสามารถเลือกใช้สานวนภาษาได้ถูกต้องเหมาะสม กับเนื้อเรื่องที่เขียน 4. นักเรียนมีมารยาทในการเขียน
  • 3.
    ประโยค คือ คาหรือกลุ่มคาที่นามาเรียงกัน มีความหมายครบถ้วนสมบูรณ์ สามารถสื่อความได้ว่า ใครทาอะไร คิดอย่างไร รู้สึกอย่างไร หรือมีสภาพอย่างไร โครงสร้างประโยค โดยทัว่ไปประกอบด้วยส่วนสาคัญ 2 ส่วน คือ ประธาน และภาคแสดง ประธาน ประกอบด้วยคานาม หรือคาสรรพนาม ภาคแสดง ประกอบด้วยคากริยา 2 ชนิด ได้แก่ กริยาอกรรม หมายความว่า เป็นกริยาไม่ต้องมีกรรม และ กริยาสกรรม เป็นกริยาที่ต้องการกรรม
  • 4.
    ประธาน ภาคแสดง คานามคาสรรพนาม คากริยา อกรรม คากริยา สกรรม กรรม แป้งหอม - ยิ้มแย้ม - - - เธอ ขยัน - - แม่ - - เก็บ ดอกไม้ - เขา - ดูป้ายข้างทาง
  • 5.
    การเรียบเรียงประโยค คือ การนา ประโยคมาเขียนเพื่อเรียบเรียงลาดับเนื้อเรื่อง ให้ได้ใจความต่อเนื่องเป็นเรื่องราว หรือ อาจจะเรียบเรียงประโยคให้ตรงกับภาพของ เรื่องที่กาหนดให้ (ที่มา : www.trueplookpanya.com)
  • 6.
    ตัวอย่าง การเรียบเรียงประโยค จากนิทานเรื่องกระต่ายกับเต่า  ระหว่างทาง กระต่ายเผลอนอนหลับไป  เช้าวันหนึ่ง กระต่ายพบเต่าคลานต้วมเตี้ยมอยู่ที่ริมบึง  เต่ารับคาท้า แล้วสัตว์ทั้งสองก็เริ่มวิ่งแข่งกัน  กระต่ายจึงท้าเต่าวิ่งแข่ง เพราะคิดว่าตนชนะแน่นอน  เต่าจึงชนะการวิ่งแข่ง นาประโยคทงั้ 5 ประโยคมาเรียบเรียงได้ ดังนี้ เช้าวันหนึ่ง กระต่ายพบเต่าคลานต้วมเตี้ยมอยู่ที่ริมบึง กระต่ายจึงท้าเต่าวิ่งแข่ง เพราะคิดว่าตนชนะแน่นอน เต่ารับคาท้า แล้วสัตว์ทั้งสองก็เริ่มวิ่งแข่งกัน ระหว่างทาง กระต่ายเผลอนอนหลับไป เต่าจึงชนะการวิ่งแข่ง
  • 7.
    ในการเขียนเรียงความควรใช้สานวนภาษาที่ถูกต้องเหมาะสม กับเนื้อเรื่องที่เขียน เพื่อให้สามารถสื่อความหมายได้ชัดเจนตรงกับ จุดประสงค์ของการเขียน การเขียนเรียงความนั้นมีเรื่องที่เราจะต้อง พรรณนา คือ ทาให้ผู้อ่านนึกเห็นภาพ มีตอนที่จะต้องอธิบาย คือ ทา ให้ผู้อ่านเข้าใจ มีตอนที่เป็นทานองเทศนา คือ ที่เราต้องการให้ผู้อ่าน เห็นชอบตามเราและทาตามเรา เช่น เราจะพูดถึงการสูบบุหรี่ ก็ต้อง อธิบายให้เห็นว่าบุหรี่เป็นอย่างไรจึงให้โทษ แล้วก็อธิบายว่า มีคุณหรือ มีโทษอย่างไร แล้วเทศนาให้เห็นส่วนดี เพื่อคนจะได้นึกเห็นจริง จะ ได้เลิกสูบหรือพยายามเลิก หรือสูบน้อยลง(เปลื้อง ณ นคร, 2515: 13) ซึ่งสานวนภาษาที่นิยมใช้มี 5 ลักษณะ คือ (ดวงใจ ไทยอุบุญ, 2543: 210-221)
  • 8.
    บรรยายโวหาร หมายถึง การเขียนอธิบายหรือบรรยาย เหตุการณ์ที่เป็นข้อเท็จจริงตามลาดับเหตุการณ์ เป็นการเขียน ตรงไปตรงมา ไม่เยิ่นเย้อ มุ่งความชัดเจนเพื่อให้ผู้อ่านได้รับ ความรู้ ความเข้าใจ ผู้เขียนควรใช้ภาษาที่กะทัดรัด เขียน ให้ตรงเป้าหมาย อ่านเข้าใจง่าย ในการเขียนทัว่ๆ ไป มักใช้ บรรยายโวหาร เช่น การเขียนเล่าเรื่อง เล่าเหตุการณ์ เล่า ประสบการณ์ที่เกิดขึ้น การเขียนรายงาน เขียนตารา หรือ เขียนบทความ
  • 9.
    ตัวอย่างบรรยายโวหาร “หล่อนนึกถึงบ้านริมสวนในวัยเด็กที่มักจะชวน เพื่อนๆมุดรั้วลวดหนามเข้าไปเล่นในสวนเล็ก ๆ แห่งนั้น เก็บชมพู่ มะปราง หรือละมุดสีดาที่ติดกิ่งเรี่ย ๆ กินกัน เพลิดเพลิน บางทีก็ลุยลงไปจับปลาเข็มหางแดงหรือปลา หัวตะกั่วในท้องร่องสวน หรือไม่เช่นนั้นก็นั่งทอดหุ่ยกันที่ ริมคลอง คอยดูเรือกาแฟบีบแตรลมปู๊นแป๊นที่มีขนมแห้งๆ อย่างถัว่ตัดหรือตุ๊บตับ๊ ไม่ก็ขนมขี้แมวสีม่วงแดง สีชมพูอยู่ ในขวดโหล” (ไฟ: ประภัสสร เสวิกุล)
  • 10.
    พ ร รณ น า โ ว ห า ร ห ม า ย ถึง ก า ร เ ขีย น ที่ สอดแทรกอารมณ์ความรู้สึกของผู้เขียนเพื่อให้ผู้อ่าน เกิดความซาบซึ้ง ประทับใจ มีความรู้สึกคล้อยตามไป กับผู้เขียน เช่น การเขียนพรรณนาอารมณ์ความรู้สึก รัก หลง โกรธ เกลียด เศร้า เป็นต้น โดยเลือกใช้ ถ้อยคาที่ไพเราะเห็นภาพพจน์ได้ง่าย เพื่อโน้มน้าว อารมณ์ผู้อ่านให้คล้อยตามและเกิดความประทับใจ
  • 11.
    ตัวอย่างพรรณนาโวหาร “อากาศยามเช้าในสวนของคฤหาสน์บดินทราช ...ดูสดใส ผีเสื้อแสนสวย กรีดปีกระยับในสายแดด อ่อนยามเช้าจากดอกหนึ่งไปที่ดอกไม้นานาพันธุ์อีก หลาย ๆ ดอก สีของกุหลาบปักกิ่ง ... แดงสดสว่าง จ้าตัดกับสีเขียวสดของสนามหญ้า ประกายของน้าค้าง ต้องแดดวาววับราวกับอัญมณีเรี่ยรายอยู่บนพื้นสนาม” (ซอยเดียวกัน: วาณิช จรุงกิจอนันต์)
  • 12.
    เทศนาโวหาร หมายถึง การเขียน อธิบาย ชี้แจงให้ผ้อู่านเข้าใจ ชี้ให้เห็นประโยชน์ หรือโทษของเรื่องที่กล่าวถึง เป็นการชักจูงให้ ผู้อ่านคล้อยตาม เห็นด้วยหรือเพื่อแนะนาสัง่สอน ปลุกใจหรือเพื่อให้รู้ถึงข้อเท็จจริง การเขียนแบบ เทศนาโวหารต้องอาศัยกลวิธีการชักจูงใจ
  • 13.
    ตัวอย่างเทศนาโวหาร “เราคิดว่าทุกคนที่เกิดมาอย่างไม่มีอะไรติดตัวมาเลย แม้แต่ ผ้านุ่งผ้าห่มสักผืนหนึ่งเวลาจากไปก็นาเอาไปไม่ได้ จะเป็นทรัพย์ สมบัติแท้ ๆ ที่ใกล้ชิดที่สุดก็ต้องฝังหรือเผาเปลี่ยนสภาพไป เมื่อฐานะ ที่แท้จริงของมนุษย์คือการไม่อาจถือกรรมสิทธิ์ในอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็น ทรัพย์สินหรือชีวิตเลือดเนื้อของตนเช่นนี้ การที่เราจะมานั่งเศร้าโศกกับ สิ่งที่เราไม่สามารถจะมีสิทธิ์ครอบครองได้จริงจังนั้น จะต่างอะไรกับคน ที่เวียนดีใจเมื่ออาทิตย์ขึ้น และเสียใจเมื่ออาทิตย์ตก ซ้าแล้วซ้าเล่าอยู่ ทุกเมื่อเชื่อวัน” (เชิงผาหิมพานต์: สุชีพ ปุญญานุภาพ)
  • 14.
    อุปมาโวหาร หมายถึง การเขียนเป็น สานวนเปรียบเทียบที่มีความคล้ายคลึงกันเพื่อทา ให้ผู้อ่านเกิดความเข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยการ เปรียบเทียบสิ่งของที่เหมือนกันเปรียบเทียบโดย โยงความคิดไปสู่อีกสิ่งหนึ่ง หรือเปรียบเทียบ ข้อความตรงกันข้ามหรือข้อความที่ขัดแย้งกัน
  • 15.
    ตัวอย่างอุปมาโวหาร “อันว่าแก้วกระจกรวมอยู่กับสุวรรณ ย่อม ได้แสงจับเป็นเลื่อมพรายคล้ายมรกต ผู้ที่โง่เขลา แม้ได้อยู่ใกล้นักปราชญ์ ก็อาจเป็นคนเฉลียว ฉลาดได้ฉันเดียวกัน” (หิโตปเทศ: เสฐียรโกเศศ และนาคะประทีป)
  • 16.
    สาธกโวหาร หมายถึง การที่ผู้เขียน หยิบยกตัวอย่างมาอ้างอิงประกอบการอธิบาย เพื่อสนับสนุนข้อความที่เขียนไว้ให้ผู้อ่าน เข้าใจ และเกิดความเชื่อถือ
  • 17.
    ตัวอย่างสาธกโวหาร “คนเราต้องเอาอย่างมดอย่าไปเอาอย่างหนอน เพราะ มดนั้นถึงมันจะตัวเล็กนิดเดียวแต่ก็ขยันขันแข็ง สามารถ ลากเหยื่อชิ้นใหญ่ ๆ ได้สบาย แต่ถึงกระนั้นมันก็กลับกิน อาหารแต่น้อยจนเอวคอดกิ่ว ผิดกันกับหนอน ซึ่งเกียจ คร้าน เอาแต่กินทงั้วันโดยไม่ทางานทาการอะไรจนตัวอ้วน อุ้ยอ้าย ผลสุดท้ายก็กลายเป็นเหยื่ออันโอชะของนกของปลา” (ลอดลายมังกร: ประภัสสร เสวิกุล)
  • 18.
  • 19.
  • 20.