ความงามของ
      ภาษาคือ
   ความงาม
  คุณสมบัติของสิ่ง
 ต่างๆ ที่ทำาให้ผู้ได้
เห็น ได้ยิน ได้สัมผัส
06/27/12
ความงามในธรรมชาติ
เช่น ทิวทัศน์ ป่าเขา ทะเล
ท้องฟ้า ผีเสื้อ ดอกไม้
ลำาธาร ฯลฯ



 06/27/12
ความงามที่เกิดจาก
การสร้างสรรค์ของ
มนุษย์ รวมเรียกว่า
ศิลปกรรม
        ศิลปกรรมมี
หลายอย่าง เช่น
จิตรกรรม ประติมากรรม
นาฏกรรม
06/27/12
สิงที่งามทำาให้เกิดความชืนชมยินดี
       ่                      ่
แก่ผสร้าง และผูเสพ ช่วยคลายความ
    ู้          ้
ทุกข์ ความเคลียด ดังบทกวีวา ่
 ศิลปกรรมนำาใจให้
สร่างโศก

   ช่วยบรรเทาทุกข์
ในโลกให้เหือดหาย
 06/27/12
แม้ผู้ใดไม่นิยม
ชมสิ่งงาม

    เมื่อยามเศร้าอุรา
น่าสงสาร
06/27/12
ความงามในวรรณกรรม
จะประกอบด้วย
วรรณศิลป์ คือ มีรูปแบบ
และการใช้ถ้อยคำาก่อให้
เกิดอารมณ์สะเทือนใจ
ไพเราะ เพลิดเพลิน
ภูมใจ ร่าเริง เข้มแข็ง
    ิ
 06/27/12
การ
สร้างสรรค์ความงาม
ต้องอาศัยทักษะ สติ
ปัญญา อารมณ์และ
จินตนาการ
06/27/12
ปัจจัยของภาษา
 ทีกวีใช้
   ่
 สร้างสรรค์ความ
 งามได้แก่
     •การสรรคำา
     •การเรียบเรียง
      คำา
06/27/12
การสรรคำา คือ
 การเลือกใช้คำาสื่อ
 ความคิด ความ
 เข้าใจ ความรู้สึก
 อารมณ์ ได้อย่าง
06/27/12
การเรียบเรียงคำา
คือ การจัดวางคำาที่
เลือกสรรแล้วให้ตอ ่
เนื่องเป็นลำาดับ อย่าง
ไพเราะ ถูกต้องตาม
โครงสร้างของภาษา
06/27/12
การใช้โวหาร คือ
  การพลิกแพลงภาษา
  ให้แปลกออกไปเพือ ่
  ก่อให้เกิดรสกระทบ
  ใจ ความรู้สึกและ
  อารมณ์ ต่างกับ
06/27/12
การสรรคำา
1.ใช้คำาทีตรงความ
          ่
หมายและตรงตาม
ความต้ให้ช่างมาแต่งเติม่ง
- คุณแม่องการของผู้ส
สาร (ต่อเติม)กฎหมายอยู่
บ้าน ของผิด
- เขามี
ในความคุ้มครอง (ความ
 06/27/12
2.ใช้คำาทีมีความ
            ่
 หมายสอดคล้องกับ
 บริบท ได้แก่เนื้อเรื่อง
-กิระดังได้สดับมา มี
 และบุคคล
กระทาชายนาย
หนึ่ง ...ตะแกเดินทางร่อน
เร่
 06/27/12
3.ใช้คำาไวพจน์
คำสอดคล้องกับคำาทีเขียน
  าไวพจน์ คือ บริบ่ ท
ต่างกัน แต่มีความหมาย
เหมือนกัน
-หน้าตาเปล่งปลังดั่งดวง
               ่
จันทร์ เนตรประหนึ่ง ตา กวาง
  06/27/12
การใช้คำาไวพจน์
กัลยานี ขจี เจริด จรูญ จำารูญ
ฉลวย แฉล้ม ไฉไล เฉิด
ตระการ ตรู บรรเจิด ประไพ
ผุดผาด พริงเพรา เพริศแพร้ว
           ้
พิจิตร มาโนชญ์ รังรอง
รางชาง รุจิรา ลออ ลาวัญย์
ลำายอง วิมล วิลาส โศภิน
 06/27/12
4.ใช้คำาให้เหมาะแก่
 ลักษณะคำาประพันธ์
-พร้อม
เบญจางคประดิษฐ์
สฤษฎิสดุดี
กายจิตวจีไตร
 06/27/12
5.เลือกใช้คำาโดย
5.1 นึงาเลีเสีนเสียง
 คำา คำ ถึง ย ยง
ธรรมชาติ
-ครืนครืนใช่ฟาร้อง
                ้
เรียมครวญ
หึ่งหึ่งใช่ลมหวน
 06/27/12
                       พี่
5.2 คำาเล่นเสียง
วรรณยุกคู คู่ คู้
 เขาขัน ต์        เคียง
สอง
เยื้องย่องยูงทอง ท่อง
ท้อง
ทิว ทุ้ง ทุ่งทุง มอง
 06/27/12
5.3 คำาทีมีเสียงสัมผัส
         ่
 - สัมผัสสระและสัมผัส
อักษร
 โง่เง่าเต่าตุ่น คลุกคลีตี
โมง จ้วงจาบบาปช้า
   ดูหนูสู่รูงู
  06/27/12
                  งูสุดสู้หนูสู้
5.4 คำาเล่นเสียงหนัก
เบา
 แสงดาววะวาวระกะวะวับ
ดุจดับบเด่นดวง แขลับก็กลับ
พิภพะสรวง        มิสะพรึบพะ
พราวเพรา เคยเห็น ณ เพ็ญ
พระรศมี        รชนีถนัดเนา
      เหนือนั่นแน่ะพลันจะสละ
 06/27/12
5.5 คำาพ้องเสียงและคำา
ซำ้า ลางลิงลิงลอดไม้
ลางลิง
   แลลูกลิงลงชิง
ลูกไม้
   ลิงลมไล่ลมลิง
 06/27/12
5.6 ยำ้าคำา หรือยำ้า
 ข้อความกเจ็บจากซำ้า
    เจ็บรั
เจ็บเยียว ยากนา
   เจ็บใคร่คืนหลังเหลียว สู่
หย้าว
   เจ็บเพราะลูกมาเดียว
   06/27/12
การเรียบเรียงคำา
1 . บรรจุสาระสำาคัญไว้
ท้ายสุด
   ตราบขุนคิริขัน ขาด
สลาย แลแม่ รับบ่
หายตราบหาย หกฟ้า
 06/27/12
2.สาระสำาคัญเคียง
   บางคาบภาณุมาศขึ้น
 ขนานกัน
     ทางลง ก็ดี บาง
คาบเมรุบ่ตรง
อ่อนแอ้     ไฟยมดับ
เย็นบง-    กชงอก ผา
 06/27/12
3.เนื้อหาเข้มข้นขึ้นดุจ
 ขัหลีกเกวียนให้หลีกห้า
   ้นบันได
  ศอกหมาย ม้าหลีก
สิบศอกกราย       อย่า
ใกล้ ช้างยี่สิบศอก
คลาย    คลาคลาด
 06/27/12
3.เนื้อหาเข้มข้นขึ้นดุจ
 ตามลำาดับแต่คลายลงใน
 ตอนท้ายอย่างฉัละบาท
  เบิกทรัพย์วัน บพลัน
ซื้อ    มังสา นายหนึ่ง
เลี้ยงพยัคฆา    ไป่อวน
                    ้
    สองสามสี่นายมา
กำากับ กันแฮ บัง
 06/27/12
4.เรียงถ้อยคำาเป็น
 ประโยคคำาถามเชิง
 วาทศิลป์ ไกวดาบก็
    เปลก็
แกว่งแข็งหรือไม่
ไม่อวดหยิ่งหญิงไทย
มิใช่ชั่ว     ไหนไถ
ถากกรากกรำาไหน
 06/27/12
การใช้โวหาร
1.อุปมาโวหาร
 ภาพพจน์
  คุณแม่หนาหนักเพียง
                  ้
  พสุธา    คุณบิดรดุจ
อา-        กาศกว้าง
คุณพีพางศิขรา
     ่ ่
 06/27/12
2.อุปลักษณ์         เปรียบ
สิ่งหนึ่งเป็นอีกสิ่งหนึ่ง
   พ่อตายคือฉัตรกั้ง
   หักหาย    แม่ดบ
                 ั
ดุจรถจักร       จาก
ด้วย ลูกตายบ่วายรัก
 06/27/12
3.บุคคลวัต หรือบุคคล
สมมุติ ให้สิ่งต่างๆ มี
ความรูสึกเหมือนมนุษย์
       ้
  นำ้าเซาะหินรินริน
หลากไหล       ไม่
หลับเลยชั่วฟ้าดิน
สลาย          สรรพ
สัตว์ พอฟืนก็วอดวาย
06/27/12
          ้
4.อติพจน์ และอวพจน์
กล่าวผิดจากที่เป็นจริง
  เรียมรำ่านำ้าเนตรถ้วม
   ถึงพรหม พาหมู่
สัตว์จ่อมจม ชีพ
ม้วย พระสุเมรุเปื่อย
เป็นตม ทบท่าว ลงนา
 06/27/12
5.นามนัย ใช้ชื่อส่วน
ประกอบที่เด่นของสิ่ง
หนึ่งแทนสิ่งนั้นๆ
    “...ว่านครามินทร์
ทั้งหมด
ผลัดแผ่นดินเปลี่ยน
ราช เยียววิวาทชิง
ฉัตร...”
06/27/12
6.สัญลักษณ์
   ดอกกุหลาบ แทน
ความรัก
   เมฆ หมอก แทน
อุปสรรค
   ฝน
06/27/12   แทน
7.อุปมานิทศน์
          ั
  ยกเรื่องราวขยาย
ความให้มีความชัดเจน
แจ่มแจ้งในแนวคิดหลัก
ธรรมะ หรือข้อควร
ปฏิบัติ
06/27/12
หมูเห็นสีหราชท้า ชวน
รบ
กูสี่ตนกูพบ
      ี             ท่าน
ไซร้
อย่ากลัวท่านอย่าหลบ
06/27/12
สีหราชร้องว่าโอ้
พาลหมู
ทรชาติครั้นเห็นกู
เกลียดใกล้
ฤามึงใคร่รบดนู
 06/27/12
8.ปฏิพจน์
     คือการใช้ถ้อยคำาที่มีความ
หมายตรงกันข้ามหรือขัดแย้งกัน
มากล่าว อย่างกลมกลืนกันเพื่อ
เพิ่มความหมายให้มนำ้าหนักมาก
                    ี
ยิ่งขึ้น เช่น
   - เสียงนำ้าซึงกระซิบสาด
                ่            37
                                 
    บาปบริสุทธิ์
    สวยเป็นบ้า
                                  
    สวยอย่างร้ายกาจ
                                  
    สนุกฉิบหาย
                                  
    สวรรค์บนดิน
                                  
                                  
ยิ่งรีบยิ่งช้า
                            38
-คลื่นซัดครืนครืนซ่าที่ผาแดง
 -นำ้าพุพุ่งซ่า ไหลมาฉาดฉาน เห็น
ตระการ เสียงกังวาน
 -มันดังจอกโครม จอกโครม      มันดัง
จอก จอก โครม โครม
  -บัดเดี๋ยวดังหง่างเหง่งวังเวงแว่ว
  -อ้อยอี๋เอียง อ้อยอี๋เอียงส่งเสียง
ร้อง
 -เสียงลิงค่างบ่างชะนีวะหวีดโหวย
กระหึมโหยห้อยไม้น่าใจหาย
 -ป๊ะโท่นป๊ะโท่นป๊ะโท่นโท่น
                                   39

ความงามของภาษา