Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
ikanok
PPTX, PDF
1,069 views
การเขียนโปรแกรม
ส่วนหนึ่งของวิชา คอมพิวเตอร์ ง32102 โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า
Software
◦
Read more
1
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Downloaded 19 times
1
/ 18
2
/ 18
3
/ 18
4
/ 18
5
/ 18
6
/ 18
7
/ 18
Most read
8
/ 18
Most read
9
/ 18
Most read
10
/ 18
11
/ 18
12
/ 18
13
/ 18
14
/ 18
15
/ 18
16
/ 18
17
/ 18
18
/ 18
More Related Content
PDF
การออกแบบ UX UI สำหรับโมบายแอพพลิเคชั่น (UI UX DESIGN FOR MOBILE APP)
by
Dr.Kridsanapong Lertbumroongchai
PDF
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ Internet
by
ครูสม ฟาร์มมะนาว
PDF
องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์
by
Krusine soyo
PDF
หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์
by
siwaporn_jo
PDF
การเขียนผังงาน (Flowchart)
by
Fair Kung Nattaput
PDF
เฉลยข้อสอบเพาเวอร์พ้อยท์
by
peter dontoom
PDF
กิจกรรมที่ 2 ประเภทของโครงงานคอมพิวเตอร์
by
Petch Kanyapatch
PDF
ข้อสอบปลายภาค50ข้อ โปรแกรมword
by
peter dontoom
การออกแบบ UX UI สำหรับโมบายแอพพลิเคชั่น (UI UX DESIGN FOR MOBILE APP)
by
Dr.Kridsanapong Lertbumroongchai
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ Internet
by
ครูสม ฟาร์มมะนาว
องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์
by
Krusine soyo
หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์
by
siwaporn_jo
การเขียนผังงาน (Flowchart)
by
Fair Kung Nattaput
เฉลยข้อสอบเพาเวอร์พ้อยท์
by
peter dontoom
กิจกรรมที่ 2 ประเภทของโครงงานคอมพิวเตอร์
by
Petch Kanyapatch
ข้อสอบปลายภาค50ข้อ โปรแกรมword
by
peter dontoom
What's hot
PDF
สื่อการสอนเรื่อง ซอฟต์แวร์ประยุกต์
by
Khunakon Thanatee
PDF
บทที่ 1 ระบบสารสนเทศ.pdf
by
Nattapon
PDF
การปฏิวัติทางภูมิปัญญา
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
PDF
การเพิ่มโอกาสทางธุรกิจโดยการสร้างเครือข่ายและช่องทางการขาย
by
Dr.Kridsanapong Lertbumroongchai
PDF
การจัดวางตัวอักษร (Typography)
by
Dr.Kridsanapong Lertbumroongchai
PDF
คำศัพท์เทคโนโลยีสารสนเทศ
by
Phatthira Thongdonmuean
PDF
ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
by
Dr.Kridsanapong Lertbumroongchai
PDF
ประสบการณ์ผู้ใช้ / ส่วนต่อประสานงานกับผู้ใช้ / ปฏิสัมพันธ์ / การตอบสนอง (UX /...
by
Dr.Kridsanapong Lertbumroongchai
PDF
โครงงานวิชาคอมพิวเตอร์ เรื่อง แอปพลิเคชั่นตัดคะแนนนักเรียน
by
yudohappyday
PDF
บทที่ 6 การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย
by
russana
PDF
ตัวอย่าง 5 บท โครงงานคอมฯ
by
ผู้ชาย ลั้นลา
PPTX
ข้อมูลและสารสนเทศ ppt
by
Latae Chutipas
DOCX
บทที่ 4.ผลการดำเนินงาน
by
น๊อต เอกลักษณ์
PDF
ใบงานหน่วยที่ 1.1 เรื่อง เริ่มต้นกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
by
Nuunamnoy Singkham
PDF
บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง
by
Kittichai Pinlert
PDF
แบบทดสอบตอบปัญหาไอที เทคโนโลยีสารสนเทศ
by
Sirigunlaya Wongwisas
PDF
แบบฝึกหัดโครงสร้างการเขียนผังงาน
by
Chess
PDF
บทที่ 4 ผลการดำเนินโครงงาน
by
กลอนแก้ว สาลีศรี
PDF
บทที่ 3
by
Jutarat Bussadee
PDF
ภาคผนวก ก. รูปภาพSurface
by
Farlamai Mana
สื่อการสอนเรื่อง ซอฟต์แวร์ประยุกต์
by
Khunakon Thanatee
บทที่ 1 ระบบสารสนเทศ.pdf
by
Nattapon
การปฏิวัติทางภูมิปัญญา
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
การเพิ่มโอกาสทางธุรกิจโดยการสร้างเครือข่ายและช่องทางการขาย
by
Dr.Kridsanapong Lertbumroongchai
การจัดวางตัวอักษร (Typography)
by
Dr.Kridsanapong Lertbumroongchai
คำศัพท์เทคโนโลยีสารสนเทศ
by
Phatthira Thongdonmuean
ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
by
Dr.Kridsanapong Lertbumroongchai
ประสบการณ์ผู้ใช้ / ส่วนต่อประสานงานกับผู้ใช้ / ปฏิสัมพันธ์ / การตอบสนอง (UX /...
by
Dr.Kridsanapong Lertbumroongchai
โครงงานวิชาคอมพิวเตอร์ เรื่อง แอปพลิเคชั่นตัดคะแนนนักเรียน
by
yudohappyday
บทที่ 6 การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย
by
russana
ตัวอย่าง 5 บท โครงงานคอมฯ
by
ผู้ชาย ลั้นลา
ข้อมูลและสารสนเทศ ppt
by
Latae Chutipas
บทที่ 4.ผลการดำเนินงาน
by
น๊อต เอกลักษณ์
ใบงานหน่วยที่ 1.1 เรื่อง เริ่มต้นกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
by
Nuunamnoy Singkham
บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง
by
Kittichai Pinlert
แบบทดสอบตอบปัญหาไอที เทคโนโลยีสารสนเทศ
by
Sirigunlaya Wongwisas
แบบฝึกหัดโครงสร้างการเขียนผังงาน
by
Chess
บทที่ 4 ผลการดำเนินโครงงาน
by
กลอนแก้ว สาลีศรี
บทที่ 3
by
Jutarat Bussadee
ภาคผนวก ก. รูปภาพSurface
by
Farlamai Mana
Viewers also liked
PDF
สื่อการสอนเกี่ยวกับทัศนธาตุในงานศิลปะชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
by
พัน พัน
PDF
บทที่1 พื้นฐานโปรแกรมภาษาซี
by
Komkai Pawuttanon
PDF
การเขียนคำสั่งขั้นพื้นฐาน(ภาษาC)
by
Visaitus Palasak
PDF
เรื่องภาษาซี
by
พัน พัน
PDF
ใบความรู้ที่5 การสร้างภาพเคลื่อนไหว (Tweened Animation)
by
Komkai Pawuttanon
PPTX
ภาษาซี
by
kramsri
PPTX
การเขียนโปรแกรมภาษา
by
Ravib Prt
PPTX
การเขียนคำสั่งควบคุมแบบมีทางเลือก
by
View Nudchanad
PPTX
ภาษาซี
by
Morn Suwanno
PPTX
ภาษาซี
by
mycomc55
สื่อการสอนเกี่ยวกับทัศนธาตุในงานศิลปะชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
by
พัน พัน
บทที่1 พื้นฐานโปรแกรมภาษาซี
by
Komkai Pawuttanon
การเขียนคำสั่งขั้นพื้นฐาน(ภาษาC)
by
Visaitus Palasak
เรื่องภาษาซี
by
พัน พัน
ใบความรู้ที่5 การสร้างภาพเคลื่อนไหว (Tweened Animation)
by
Komkai Pawuttanon
ภาษาซี
by
kramsri
การเขียนโปรแกรมภาษา
by
Ravib Prt
การเขียนคำสั่งควบคุมแบบมีทางเลือก
by
View Nudchanad
ภาษาซี
by
Morn Suwanno
ภาษาซี
by
mycomc55
Similar to การเขียนโปรแกรม
PDF
ภาษาซี
by
native
PPT
2. โครงสร้างภาษาซี
by
mansuang1978
PPTX
หน่วยที่ 2 โปรแกรมภาษา
by
Phanupong Chanayut
PDF
การเขียนโปรแกรมภาษาซี
by
nsumato
PDF
การเขียนโปรแกรมภาษา CProgrammingV2 สำหรับนัพกเรียน
by
bessza011
DOC
การเขียนโปรแกรมภาษาซี
by
choco336
DOC
การเขียนโปรแกรมภาษาซี
by
choco336
PPTX
การเขียนโปรแกรมภาษา
by
Chanikan Kongkaew
DOC
การเขียนโปรแกรมภาษาซี
by
choco336
DOC
การเขียนโปรแกรมภาษาซี
by
choco336
PDF
ประวัติภาษาซี
by
Hathaichon Nonruongrit
PPTX
หน่วยที่ 4
by
จูน นะค่ะ
PPT
โปรแกรมคอม
by
Onrutai Intanin
PPT
โปรแกรมคอม
by
Onrutai Intanin
PPTX
หน่วยที่ 4
by
จูน นะค่ะ
PDF
58210401120 งาน 1 ss
by
Rittiporn Sakangsai
PPTX
การเขียนโปรแกรมภาษา
by
Jiranan Thongrit
PPTX
การเขียนโปรแกรมภาษา
by
Jiranan Thongrit
PPTX
การเขียนโปรแกรมภาษา
by
markno339
PPTX
การเขียนโปรแกรมภาษา
by
mee_suwita
ภาษาซี
by
native
2. โครงสร้างภาษาซี
by
mansuang1978
หน่วยที่ 2 โปรแกรมภาษา
by
Phanupong Chanayut
การเขียนโปรแกรมภาษาซี
by
nsumato
การเขียนโปรแกรมภาษา CProgrammingV2 สำหรับนัพกเรียน
by
bessza011
การเขียนโปรแกรมภาษาซี
by
choco336
การเขียนโปรแกรมภาษาซี
by
choco336
การเขียนโปรแกรมภาษา
by
Chanikan Kongkaew
การเขียนโปรแกรมภาษาซี
by
choco336
การเขียนโปรแกรมภาษาซี
by
choco336
ประวัติภาษาซี
by
Hathaichon Nonruongrit
หน่วยที่ 4
by
จูน นะค่ะ
โปรแกรมคอม
by
Onrutai Intanin
โปรแกรมคอม
by
Onrutai Intanin
หน่วยที่ 4
by
จูน นะค่ะ
58210401120 งาน 1 ss
by
Rittiporn Sakangsai
การเขียนโปรแกรมภาษา
by
Jiranan Thongrit
การเขียนโปรแกรมภาษา
by
Jiranan Thongrit
การเขียนโปรแกรมภาษา
by
markno339
การเขียนโปรแกรมภาษา
by
mee_suwita
การเขียนโปรแกรม
1.
การเขียนโปรแกรมภาษา การเขียนโปรแกรมภาษา วิชา คอมพิวเตอร์ ง32102
2.
ภาษาคอมพิวเตอร์ คือภาษาใดๆ ที่ผู้ใช้งานใช้สื่อสารกับคอมพิวเตอร์ หรือคอมพิวเตอร์ด้วยกัน
แล้วคอมพิวเตอร์สามารถ ทางานตามคาสั่งนั้นได้ แต่ความเป็นจริงภาษาโปรแกรมคือส่วนหนึ่งของภาษาคอมพิวเตอร์เท่านั้น การทางานของคอมพิวเตอร์ต้องอาศัยสถานะทางไฟฟ้ า คือ 0 กับ 1 เป็นพื้นฐาน โดยมีโปรแกรมหรือ ชุดคาสั่งในการสั่งให้ประมวลผล ในระยะแรกผู้เขียนโปรแกรมใช้รหัสเลขฐานสองในการป้ อนคาสั่ง ซึ่งรหัส เลขฐานสองเป็นภาษาที่มนุษย์ไม่เข้าใจ ต่อมาได้พัฒนาขึ้นโดยใช้ภาษาอังกฤษแทน เรียกรหัสนี้ว่า นีโมนิก ภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้รหัสนีโมนิกในการเขียนโปรแกรม เรียกว่า ภาษาแอสแซมบลี (Assembly)
3.
ชนิดของภาษาคอมพิวเตอร์ จาแนกได้ 2 ระดับ
ดังนี้ 1. ภาษาระดับต่า จาแนกออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้ 1.1) ภาษาเครื่อง (Machine Language) • เป็นภาษาระดับที่ต่าที่สุด ใช้ในการเขียนโปรแกรม • ใช้เลขฐานสองแทนข้อมูลและค่าสั่งทั้งหมด • การใช้นั้นจะขึ้นอยู่กับชนิดของคอมพิวเตอร์หรือหน่วยประมวลผลกลาง ข้อดี 1. เข้าสู่เครื่องจะสามารถทางานได้ทันที 2.ต้องการหน่วยความจาเพียงเล็กน้อย 3.สร้างคาใหม่ๆได้ 4.เป็นภาษาเดียวที่ไมโครโพรเซสเซอร์สามารถเข้าใจ ข้อเสีย 1. คาสั่งยาวทาให้เกิดความผิดพลาดได้ง่าย 2.การอ่านและเขียนอาจต้องใช้เครื่องมือพิเศษ 3.ผู้เขียนโปรแกรมจะต้องรู้ระบบการทางานของเครื่องเป็นอย่างดี 1.2) ภาษาแอสเซมบลี (Assembly Language) คือโปรแกรมภาษาที่พัฒนาขึ้นใหม่แทนภาษาเครื่อง โดยใช้รหัสเป็นคาด้วยตัวอักษร ภาษาอังกฤษ ถึงแม้ว่ารหัสที่ใช้จะไม่ได้สื่อความหมายใดกับมนุษย์ แต่ก็ไม่ต้องคานวณ ปรับเปลี่ยนคาสั่งต่างๆให้เป็นเลขฐานสอง ใช้สัญลักษณ์เป็นคาสั่งสั้นๆ จาง่าย เรียกว่า นีโมนิกโค้ด (Nemonic Code) ข้อดี 1. การเขียนโปรแกรมง่ายกว่าภาษาเครื่อง 2.ได้ผลลัพธ์การทางานของโปรแกรมเร็วกว่าภาษาระดับสูง 3.ขนาดของตัวโปรแกรมมีขนาดเนื้อที่น้อย 4.เพิ่มประสิทธิภาพและประหยัดเวลาทางานของเครื่องคอมพิวเตอร์ ข้อเสีย 1.การเขียนโปรแกรมเป็นจานวนบรรทัดจะมากกว่า 2. การเขียนโปรแกรมมีลักษณะคล้ายภาษาเครื่อง ทาให้ต้องเขียนคาสั่งยาวเช่นเดิม
4.
2. ภาษาระดับสูง ตัวแปลภาษา 1) อินเทอร์พรีเตอร์ -
โปรแกรมใช้แปลภาษาระดับสูงโดย - แปลทีละคาสั่งและทางานตามคาสั่งทันที - การสั่งให้โปรแกรมทางานแต่ละครั้งจะเริ่มแปลใหม่ทุกครั้ง - หยุดทางานเมื่อพบข้อผิดพลาดในการเขียนโปรแกรม รายงานข้อผิดพลาดนั้นทันที - ภาษาที่ใช้อินเทอร์พรีเตอร์แปล เช่น ภาษา BASIC ภาษา GW-BASIC เป็นต้น 2) คอมไพเลอร์ - แปลภาษาระดับสูงเป็นภาษาระดับเครื่อง - แปลทั้งโปรแกรม - ถ้าโปรแกรมที่แปลไม่มีข้อผิดพลาด จะทางานตามคาสั่งทันที - ถ้าโปรแกรมที่แปลมีข้อผิดพลาด จะบอกข้อผิดพลาด ทั้งหมดให้ทราบ - โปรแกรมที่ถูกแปลจะเก็บไว้ในหน่วยความจา - ภาษาที่ใช้คอมไพเลอร์แปลได้แก่ ภาษา C, ภาษา COBOL, ภาษา FORTRAN, ภาษา PL/I, ภาษา TURBO BASIC และภาษา PASCAL3 แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
5.
ตัวอย่าง ภาษา ระดับสูง ภาษาโคบอล (COBOL) ออกแบบมาเพื่อใช้งานทางธุรกิจ เหมาะกับงานด้านการสร้างไฟล์ข้อมูล ภาษาปาสคาล (PASCAL) เป็นภาษาโครงสร้าง ใช้ได้กับคอมพิวเตอร์หลายรุ่น
สามารถ รายงานข้อผิดพลาดได้ดี ภาษาซี (C) เขียนโปรแกรมแบบโครงสร้าง มีรูปแบบคาสั่งอิสระ มีคาสั่งและฟังก์ชั่นมาก ใช้งานได้หลายประเภท ภาษาอัลกอล (ALGOL) เป็นภาษาโครงสร้าง ใช้กับงานด้านวิทยาศาสตร์และ คณิตศาสตร์ ภาษาพีแอลวัน (PL/I) คานวณได้เหมือนภาษาฟอร์แทรน จัดไฟล์และทารูปแบบรายงานได้เหมือนภาษา โคบอล เหมาะกับงานธุรกิจและวิทยาศาสตร์ ภาษาฟอร์แทรน (FORTRAN) เหมาะใช้งานด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ ภาษาเบสิก (BASIC ) เป็นภาษาเขียนโปรแกรมที่ง่ายที่สุด มีประสิทธิภาพ ใช้งานได้ทั้งงานคานวณ งานธุรกิจ หรืองานออก รายงาน
6.
1.ประโยคที่ใช้ในการระบุตัวแปร 2.ประโยคที่ใช้ในการอ่านหรือแสดงผลลัพธ์ 3.ประโยคควบคุม 4.ประโยคที่ใช้การคานวณ 5.ประโยคที่ใช้บอกจบการทางาน ประเภทของ ประโยคใน ภาษาคอมพิวเตอร์
7.
คุณสมบัติ ของการ เขียน โปรแกรม 1.มีความถูกต้องและเชื่อถือ ได้ 3.ค่าใช้จ่าย ต่า 2.มีความเป็นมิตรต่อผู้ใช้ 4.ต้องอ่านง่ายและ สามารถนากลับมาใช้ใหม่ได้ 6.ใช้เวลาในการพัฒนาไม่นาน 5.มีความปลอดภัย คุณสมบัติ ของการ เขียน โปรแกรม 1.มีความถูกต้องและเชื่อถือได้ 3.ค่าใช้จ่ายต่า 2.มีความเป็นมิตรต่อผู้ใช้
8.
ประเภทของการเขียนโปรแกรม 1. การเขียนโปรแกรมเชิงโครงสร้าง (Structured Programming)1.1)
โครงสร้างแบบลาดับ 1.2) โครงสร้างแบบมีทางเลือก 1.3) โครงสร้างแบบทาซ้า
9.
โปรแกรมภาษา C โครงสร้างของโปรแกรมภาษา C
แบ่งออกเป็น 5 ส่วน 1. พรีโพรเซสเซอร์ไดเรกทีฟส์ (Preprocessor directives)ส่วนนี้ทุกโปรแกรมต้องมี ใช้สาหรับเรียกไฟล์ที่โปรแกรมต้องการในการ ทางานและกาหนดค่าต่างๆ โดยหน้าคาสั่งจะมีเครื่องหมาย # (ไดเร็กทีฟ) และตามด้วยชื่อ โปรแกรมหรือชื่อตัวแปรที่ต้องการกาหนดค่า อาจเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าส่วนหัวโปรแกรมที่ใช้กันบ่อยๆ ได้แก่ 1)#include เป็นการแจ้งให้คอมไพเลอร์อ่านไฟล์อื่นเข้ามาคอมไพร่วมด้วย เช่น #include”stdio.h” หมายความว่า อ่านไฟล์ stdio.h เข้ามาด้วย การกาหนดชื่อไฟล์ตามหลัง #include นั้นอาจใช้เครื่องหมาย <> คร่อมชื่อไฟล์ก็ได้ 2) #define เป็นการกาหนดค่านิพจน์ต่างๆให้กับชื่อตัวแปร โดยมีรูปแบบดังนี้#define NAME VALUE เช่น #define END 20 หมายความว่า กาหนด END มีค่าเท่ากับ 20
10.
ส่วนนี้จะใช้ในการประกาศค่าตัวแปรหรือฟังก์ชั่นที่ ต้องใช้ในโปรแกรม โดยทุกๆ ส่วนของโปรแกรมสามารถ จะเรียกใช้ข้อมูลที่ประกาศไว้ในส่วนนี้ได้
ส่วนนี้บาง โปรแกรมอาจไม่มีก็ได้ 2. ส่วนการกาหนดค่า (Global declaration) เช่น Float score; เป็นการกาหนดว่าตัวแปร score เป็นข้อมูลชนิดเลข มีจุดทศนิยม ซึ่งอาจมีค่า 0.23,1.34,-21.002 เป็นต้น 3. ส่วนฟังก์ชันหลัก ( The main () function)ส่วนนี้ทุกโปรแกรมต้องมี จะประกอบไปด้วยประโยคคาสั่งต่างๆ ที่จะให้โปรแกรมทางาน โดยนาคาสั่งต่างๆมาต่อเรียงกัน แต่ละ ประโยคคาสั่งจะจบด้วยเครื่องหมาย เซมิโคลอน (Semi colon ;) และจะเริ่มต้นด้วยคาว่า main() ตามด้วย เครื่องหมายปีกกาเปิด { และจะจบด้วยเครื่องหมายปีกกาปิด } เช่น Main ( ) { /*เริ่มต้นโปรแกรม */ คาสั่งต่างๆ ; ฟังก์ชั่น; ......... ......... } /*จบโปรแกรม*/
11.
ส่วนนี้ใช้เขียนคอมเมนต์โปรแกรม เพื่ออธิบายการทางาน ต่างๆ การเขียนคาอธิบายนี้จะเริ่มด้วยเครื่องหมาย
/* และปิด ด้วยเครื่องหมาย */ แต่ถ้าหากเขียนคาอธิบายทีละบรรทัดจะ ใช้เครื่องหมาย // เขียนกากับบรรทัดคาอธิบายไว้ก็ได้ 4. การสร้างฟังก์ชันและการใช้งาน (User-defined function) เป็นการเขียนคาสั่งและฟังก์ชั่นต่างๆ ขึ้นใช้ในโปรแกรม โดยต้องอยู่ในเครื่องหมาย { } 5. ส่วนอธิบายโปรแกรม (Program comments)
12.
โปรแกรมขั้นต้นเป็นดังนี้ ถ้าเป็นโปรแกรมอย่างง่ายประกอบด้วย 2 ส่วนคือ 1)
ส่วนที่หนึ่งเป็นส่วนหัวหรือส่วนเรียกโมดูลอื่นๆ เข้ามาแปลความหมายร่วม 2) ส่วนที่สอง เรียกว่าส่วนฟังก์ชั่นหลักซึ่งเป็นส่วนคาสั่ง โดยเริ่มต้นด้วยเครื่องหมายปีกกาเปิด { และจบด้วยเครื่องหมายปีกกาปิด } ส่วน นี้จะมีมากกว่าหนึ่งฟังก์ชั่นก็ได้ แต่ทุกโปรแกรมจะต้องมีฟังก์ชั่น main ซึ่งถือว่าเป็นฟังก์ชั่นหลักที่โปรแกรมจะทางานได้ 1 2 3 4 5 6 7 8 #include<stdio.h> #include<conio.h> main() { clrscr(): printf(“My name is Tiger”) getch(); } ผลลัพธ์ของโปรแกรม คือ My name is Tiger
13.
อธิบายโปรแกรม บรรทัดที่ 1 เป็นการบอกให้คอมไพเลอร์นาเฮดเดอร์ไฟล์ชื่อ
stdio.h เข้ามาร่วมในการ แปลผลด้วย stdio.h ย่อมาจากคาว่า standard input output เป็นชุดฟังก์ชัน ในการรับค่าและแสดงผลต่าง ๆ เช่น scanf(), printf() บรรทัดที่ 2 เป็นการบอกให้คอมไพเลอร์นาเฮดเดอร์ไฟล์ชื่อ conio.h เข้ามาร่วมในการ แปลผลด้วยconio.h ย่อมาจากคาว่า console input output เป็นชุดฟังก์ชันในการจัดการหน้าจอทั้งหมด เช่น clrscr(), getch()บรรทัดที่ 3 คือฟังก์ชั่น main() ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นหลักของโปรแกรม การทางานของ โปรแกรมภาษาซีจะเริ่มต้นที่ฟังก์ชั่นนี้ บรรทัดที่ 4 เครื่องหมาย { ระบุจุดเริ่มต้นของฟังก์ชั่น main() บรรทัดที่ 5 เป็นคาสั่งให้เคลียร์หน้าจอเวลาแสดงผลลัพธ์ บรรทัดที่ 6 เป็นการเรียกฟังก์ชั่น printf() ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นมาตรฐานของภาษาซีทาหน้าที่ ที่แสดงผลข้อมูลออกทางจอภาพ ในที่นี้แสดงข้อความ My name Tiger ออกทางจอภาพ บรรทัดที่ 7 เป็นฟังก์ชันที่ใช้รับค่าจากคีย์บอร์ดโดยตรง การทางานคือ เมื่อเราพิมพ์อะไรลงไป ปกติ แล้วมันจะขึ้นที่หน้าจอด้วยแต่สาหรับคาสั่งนี้จะไม่ขึ้นมาบนหน้าจอให้ แต่จะเป็น การเก็บค่าไปเลย สาหรับในโปรแกรมนี้จะนาไปหยุดการทางานเพื่อแสดงผลใน ชั่วขณะหนึ่งและเมื่อกดปุ่มอีก ครั้ง ก็ทางานต่อไป บรรทัดที่ 8 เครื่องหมาย { ระบุจุดสิ้นสุดของฟังก์ชั่น main()
14.
ซึ่งโปรแกรม Java และ
C++ เป็นโปรแกรมที่ได้รับความนิยม ในการพัฒนาโปรแกรมด้านการสื่อสารอินเทอร์เน็ตและเว็บเบราว์เซอร์ต่างๆ จะมองวัตถุหนึ่งๆ เป็นแหล่งรวมของข้อมูล และกระบวนการไว้ด้วยกัน โดยจะมีคลาส (Class) เป็นตัวกาหนดคุณสมบัติของวัตถุ และคลาส สามารถสืบทอดคุณสมบัติ(Inheritance) ที่เรียกว่า Subclass ได้ มีการนากลับมาใช้ใหม่ (Reusable) ทาให้ลด ขั้นตอนการพัฒนาโปรแกรมลงได้ ภาษาที่สนับสนุนโปรแกรมแบบนี้ได้แก่ Smalltalk, C++, Java 2. การเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ (OOP : Object-Oriented Programming)
15.
3. การเขียนโปรแกรมแบบจินตภาพ คือการพัฒนาโปรแกรมที่ผู้เขียนโปรแกรมสามารถ มองเห็นผลลัพธ์ของงาน เมื่อมีการกระทาการโปรแกรมได้ ตั้งแต่ขณะพัฒนาโปรแกรม
โดยไม่จาเป็นต้องรอให้การ พัฒนาเสร็จสมบูรณ์ ปัจจุบันมีการพัฒนาภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ หลักการเขียนโปรแกรมแบบจินตภาพขึ้นหลายภาษา เช่น ภาษาวิชวลเบสิก และภาษาเดลฟาย
16.
วิชวลเบสิก (Visual Basic)
หรือ VB เป็นโปรแกรม ภาษาคอมพิวเตอร์ตัวหนึ่ง ซึ่งใช้สาหรับสร้าง หรือพัฒนา โปรแกรมใช้งานบนวินโดวส์ มีความสามารถในการทางานที่ คล้ายกับภาษาคอมพิวเตอร์อื่นๆ เช่น C , Pascal , C++, C# สร้างโดยบริษัทไมโครซอฟท์ ภาษานี้เป็นหนึ่งในภาษา โปรแกรมยอดนิยมสาหรับ โปรแกรมที่ใช้ในด้านธุรกิจ ซึ่งเป็น ภาษาคอมพิวเตอร์ระดับสูง ใช้งานง่าย เหมาะสาหรับผู้เริ่มต้น มีการเตรียมเครื่องมือหรือคอมโพเนนต์ทุกชนิดที่จาเป็นต้องใช้ ในการสร้างซอฟต์แวร์ประยุกต์บนวินโดวส์ให้ผู้ใช้ได้เลือกใช้ งานได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นส่วนติดต่อผู้ใช้แบบ กราฟิก การติดต่อใช้งานบนฐานข้อมูล และการสร้าง ซอฟต์แวร์ใช้งานบนอินเทอร์เน็ต ภาษาเดลฟาย โปรแกรมวิชวลเบสิก (Visual Basic)
17.
ขั้นตอนการพัฒนาโปรแกรม 1.การกาหนดและวิเคราะห์ปัญหา กาหนดขอบเขตของปัญหา กาหนดลักษณะของข้อมูลเข้าและออกจากระบบ กาหนดวิธีการประมวลผล 2. เขียนผังงานและซูโดโค้ด เขียนเป็นลาดับขั้นตอนการทางานของโปรแกรมที่เรียกว่า อัลกอริทึม (algorithm) เขียนในรูปของรหัสจาลอง
หรือซูโดโค้ด (pseudo code) เขียนในรูปของผังงาน (Flowchart) 3. เขียนโปรแกรม เปลี่ยนคาอธิบายโปรแกรม หรือผังงานให้อยู่ในรูป ของรหัสภาษาคอมพิวเตอร์ 4. ทดสอบและแก้ไขโปรแกรม จุดผิดพลาดของโปรแกรมเรียกว่า Bug และการแก้ไขโปรแกรมเรียกว่า Debug ข้อผิดพลาดของโปรแกรมมี 2 ประเภท ดังนี้ 4.1) การเขียนคาสั่งไม่ถูกต้องตามหลักการเขียน โปรแกรมภาษาที่เลือก ซึ่งเรียกว่า Syntax Error หรือ Coding error 4.2) ข้อผิดพลาดทางตรรกะ หรือ Logic error 5. ทาเอกสารและบารุงรักษา แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 5.1) คู่มือการใช้ User Document หรือ user guide 5.2) คู่มือโปรแกรมเมอร์ หรือ Program document หรือ Technical reference
18.
จัดทาโดย 1.นางสาว กนกนันท์ อินทรารักษ์
เลขที่ 11 2.นางสาว พรชนัน ตันโสรัจประเสริฐ เลขที่ 18 3.นางสาว อรณิชา ศิลปรัสมี เลขที่ 19 4.นางสาว สิโรชา รอดบุญคง เลขที่ 21 ชั้น ม.5/5 โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาน้อม เกล้า
Download