ปราณี มาสตูล การแปลงทางเรขาคณิต กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
การแปลงทางเรขาคณิต
การแปลงทางเรขาคณิต การแปลงทางเรขาคณิตบนระนาบสามแบบ คือ การจับคู่แบบหนึ่งต่อหนึ่งอย่างทั่วถึงระหว่างจุดที่สมนัยกันบนระนาบซึ่งเป็นจุดบนรูปต้นแบบกับจุดบนภาพที่ได้จากการแปลงนั้น  ได้แก่  การเลื่อนขนาน การสะท้อนและการหมุน ภาพที่ได้จากการแปลงเหล่านี้มีรูปร่างเหมือนกันและขนาดเท่ากันกับรูปต้นแบบ
การเลื่อนขนาน  ( Translation) การ เลื่อนขนานต้องมีรูปต้นแบบ ทิศทางและระยะทางที่ต้องการเลื่อนรูป การ เลื่อนขนานเป็นการแปลงที่จับคู่จุดแต่ละจุดของรูปที่ได้จากการเลื่อนรูปต้น แบบไปในทางทิศทางใดทิศทางหนึ่งด้วยระยะทางที่กำหนด จุดแต่ละจุดบนรูปที่ได้จากการเลื่อนขนานระยะห่างจากจุดที่สมนัยกันบนรูปต้น แบบเป็นระยะทางเท่ากัน การเลื่อนในลักษณะนี้เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า  “ สไลด์  ( slide)”
การเลื่อนขนานบนระนาบเป็นการแปลงทางเรขาคณิตที่มีการเลื่อนจุดทุกจุดไปบนระนาบตามแนวเส้นตรงในทิศทางเดียวกันและเป็นระยะทางที่เท่ากันตามที่กำหนดในการบอกทิศทางและระยะทางของการเลื่อนขนาน จะใช้เวกเตอร์เป็นตัวกำหนด เช่นเวกเตอร์  OP  เขียนแทนด้วย ซึ่ง จะมีทิศทางจากจุดเริ่มต้น  O  ไปยังจุดสิ้นสุด  P  และมีขนาดเท่ากับความยาวของ ดังรูป
 
จากรูป จะได้ว่า ,  ,  และ  จะขนานกับ  และ  =  =  =  =  OP การกำหนดเวกเตอร์ของการเลื่อนขนานอาจให้จุดเริ่มต้นอยู่บนรูปต้นแบบหรืออยู่นอกรูปต้นแบบได้จากตัวอย่างข้างต้น สรุปการเลื่อนขนานได้ดังนี้ 1.  รูปต้นแบบกับภาพที่เกิดจากการเลื่อนขนานเท่ากันทุกประการ 2.  ระยะห่างระหว่างจุดที่สมนัยกันของรูปต้นแบบกับภาพที่เกิดจากการเลื่อน  ขนานหรือขนาดของการเลื่อนขนานเท่ากัน 3.  ส่วนของเส้นตรงที่สมนัยกันของรูปต้นแบบกับภาพที่เกิดจากการเลื่อน  ขนานจะเท่ากันหรือขนานกัน 4.  การเลื่อนขนานจะต้องมีทิศทาง
การสะท้อน  ( Reflection) การสะท้อนเป็นการแปลงที่มีการจับคู่กันระหว่างจุดแต่ละจุดบนรูปต้นแบบกับจุด แต่ละจุดบนรูปสะท้อน โดยที่รูปที่เกิดจากการสะท้อนมีขนาดและรูปร่างเช่นเดิม หรือกล่าวว่ารูปที่เกิดจากการสะท้อนเท่ากันทุกประการกับรูปเดิม เส้น สะท้อนจะแบ่งครึ่งและตั้งฉากกับส่วนของเส้นตรงที่เชื่อมระหว่างจุดแต่ละจุด บนรูปต้นแบบกับจุดแต่ละจุดบนรูปสะท้อนที่สมนัยกัน นั่นคือระยะระหว่างจุดต้นแบบและเส้นสะท้อนเท่ากับระยะระหว่างจุดสะท้อนและ เส้นสะท้อน
การสะท้อนบนระนาบเป็นการแปลงทางเรขาคณิตที่มีเส้นตรง  m  ที่ตรึงเส้นหนึ่งเป็นเส้นสะท้อนโดยแต่ละจุด  P  บนระนาบจะมีจุด  P ?  เป็นภาพที่ได้จากการสะท้อนจุด  P  โดยที่   1.  ถ้าจุด  P  ไม่อยู่บนเส้นตรง  m  แล้วเส้นตรง  m  จะแบ่งครึ่ง  และตั้งฉากกับ    2.  ถ้าจุด  P  อยู่บนเส้นตรง  m  แล้วจุด  P  และจุด  P ?  เป็นจุด  เดียวกัน
ตัวอย่าง   การสะท้อนที่มีเส้นตรง  m  เป็นเส้นสะท้อน กรณีที่  1  ทุกจุดบนรูปต้นแบบไม่อยู่บนเส้นตรง  m
กรณีที่  2  มีบางจุดบนรูปต้นแบบอยู่บนเส้นตรง  m
สมบัติของการสะท้อน  มีดังนี้ 1.  รูปต้นแบบและภาพที่ได้จากการสะท้อนเท่ากันทุกประการ 2.  ส่วนของเส้นตรงบนรูปต้นแบบและภาพที่ได้จากการสะท้อนของ  ส่วนของเส้นตรงนั้น ไม่จำเป็นต้องขนานกันทุกคู่ 3.  ส่วนของเส้นตรงที่เชื่อมจุดแต่ละจุดบนรูปต้นแบบกับจุดที่สมนัยกัน บนภาพทีได้จากการสะท้อนจะขนานกันและไม่จำเป็นต้องยาว  เท่ากัน
การหมุน  ( Rotation) การหมุนบนระนาบเป็นการแปลงทางเรขาคณิตที่มีจุด  O  ที่ตรึงจุดหนึ่งเป็นจุดหมุนแต่ละจุด  P  บนระนาบมี  P ?  เป็นภาพที่ได้จากการหมุนจุด  P  รอบจุด  O  ตามทิศทางที่กำหนดด้วยมุมที่มีขนาด   K  โดยที่ 1.  ถ้าจุด  P  ไม่ใช่จุด  O  แล้ว  OP = OP'  และขนาดของ เท่ากับ  k 2.  ถ้าจุด  P  เป็นจุดเดียวกันกับจุด  O  แล้ว  P  เป็นจุดหมุน
สมบัติของการหมุนมีดังนี้  1.  รูปต้นแบบกับภาพที่ได้จากการหมุนเท่ากันทุกประการ 2.  ส่วนของเส้นตรงบนรูปต้นแบบและภาพที่ได้จากการหมุนส่วนของ  เส้นตรงนั้นไม่จำเป็นต้องขนานกันทุกคู่ 3.  จุดบนรูปต้นแบบและภาพที่ได้จากการหมุนแต่ละคู่จะอยู่บนวงกลม  ที่มีจุดหมุนเป็นจุดศูนย์กลางเดียวกัน แต่วงกลมเหล่านี้ไม่  จำเป็นต้องมีรัศมียาวเท่ากัน
ตัวอย่างที่  1  กำหนด  D ABC  เป็นรูปต้นแบบ จุด  O  เป็นจุดหมุน จงหา  D A' B' C'  ซึ่งเป็นภาพที่ได้จาก การหมุน  D ABC  ทวนเข็มนาฬิกาด้วยมุมที่มีขนาด  k
สร้าง  ,  และ ทวนเข็มนาฬิกาให้มีขนาดเท่ากับ  k  และให้  OA = OA OB = OB , OC = OC  ดังนี้
1.  ลาก  2.  สร้าง ให้มีขนาดเท่ากับ  k 3 .  ให้  O  เป็นจุดศูนย์กลางรัศมี  OA  เขียนส่วนโค้งตัด ที่จุด  A ? 4.  ลาก  5.  สร้าง ให้มีขนาดเท่ากับ  k 6 .  ให้  O  เป็นจุดศูนย์กลางรัศมี  OB  เขียนส่วนโค้งตัด ที่จุด  B ?
7.  ลาก  8.  สร้าง ให้มีขนาดเท่ากับ  k 9 .  ให้  O  เป็นจุดศูนย์กลางรัศมี  OR  เขียนส่วนโค้งตัด ที่จุด  C ? 10.  ลาก  ,  และ  จะได้  D A' B' C'  เป็นภาพที่ได้จากการหมุน  D ABC  ทวนเข็มนาฬิการอบจุด  O  ด้วยมุมที่มีขนาด  k

111

  • 1.
    ปราณี มาสตูล การแปลงทางเรขาคณิตกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
  • 2.
  • 3.
    การแปลงทางเรขาคณิต การแปลงทางเรขาคณิตบนระนาบสามแบบ คือการจับคู่แบบหนึ่งต่อหนึ่งอย่างทั่วถึงระหว่างจุดที่สมนัยกันบนระนาบซึ่งเป็นจุดบนรูปต้นแบบกับจุดบนภาพที่ได้จากการแปลงนั้น ได้แก่ การเลื่อนขนาน การสะท้อนและการหมุน ภาพที่ได้จากการแปลงเหล่านี้มีรูปร่างเหมือนกันและขนาดเท่ากันกับรูปต้นแบบ
  • 4.
    การเลื่อนขนาน (Translation) การ เลื่อนขนานต้องมีรูปต้นแบบ ทิศทางและระยะทางที่ต้องการเลื่อนรูป การ เลื่อนขนานเป็นการแปลงที่จับคู่จุดแต่ละจุดของรูปที่ได้จากการเลื่อนรูปต้น แบบไปในทางทิศทางใดทิศทางหนึ่งด้วยระยะทางที่กำหนด จุดแต่ละจุดบนรูปที่ได้จากการเลื่อนขนานระยะห่างจากจุดที่สมนัยกันบนรูปต้น แบบเป็นระยะทางเท่ากัน การเลื่อนในลักษณะนี้เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ สไลด์ ( slide)”
  • 5.
    การเลื่อนขนานบนระนาบเป็นการแปลงทางเรขาคณิตที่มีการเลื่อนจุดทุกจุดไปบนระนาบตามแนวเส้นตรงในทิศทางเดียวกันและเป็นระยะทางที่เท่ากันตามที่กำหนดในการบอกทิศทางและระยะทางของการเลื่อนขนาน จะใช้เวกเตอร์เป็นตัวกำหนด เช่นเวกเตอร์ OP เขียนแทนด้วย ซึ่ง จะมีทิศทางจากจุดเริ่มต้น O ไปยังจุดสิ้นสุด P และมีขนาดเท่ากับความยาวของ ดังรูป
  • 6.
  • 7.
    จากรูป จะได้ว่า , , และ จะขนานกับ และ = = = = OP การกำหนดเวกเตอร์ของการเลื่อนขนานอาจให้จุดเริ่มต้นอยู่บนรูปต้นแบบหรืออยู่นอกรูปต้นแบบได้จากตัวอย่างข้างต้น สรุปการเลื่อนขนานได้ดังนี้ 1. รูปต้นแบบกับภาพที่เกิดจากการเลื่อนขนานเท่ากันทุกประการ 2. ระยะห่างระหว่างจุดที่สมนัยกันของรูปต้นแบบกับภาพที่เกิดจากการเลื่อน ขนานหรือขนาดของการเลื่อนขนานเท่ากัน 3. ส่วนของเส้นตรงที่สมนัยกันของรูปต้นแบบกับภาพที่เกิดจากการเลื่อน ขนานจะเท่ากันหรือขนานกัน 4. การเลื่อนขนานจะต้องมีทิศทาง
  • 8.
    การสะท้อน (Reflection) การสะท้อนเป็นการแปลงที่มีการจับคู่กันระหว่างจุดแต่ละจุดบนรูปต้นแบบกับจุด แต่ละจุดบนรูปสะท้อน โดยที่รูปที่เกิดจากการสะท้อนมีขนาดและรูปร่างเช่นเดิม หรือกล่าวว่ารูปที่เกิดจากการสะท้อนเท่ากันทุกประการกับรูปเดิม เส้น สะท้อนจะแบ่งครึ่งและตั้งฉากกับส่วนของเส้นตรงที่เชื่อมระหว่างจุดแต่ละจุด บนรูปต้นแบบกับจุดแต่ละจุดบนรูปสะท้อนที่สมนัยกัน นั่นคือระยะระหว่างจุดต้นแบบและเส้นสะท้อนเท่ากับระยะระหว่างจุดสะท้อนและ เส้นสะท้อน
  • 9.
    การสะท้อนบนระนาบเป็นการแปลงทางเรขาคณิตที่มีเส้นตรง m ที่ตรึงเส้นหนึ่งเป็นเส้นสะท้อนโดยแต่ละจุด P บนระนาบจะมีจุด P ? เป็นภาพที่ได้จากการสะท้อนจุด P โดยที่ 1. ถ้าจุด P ไม่อยู่บนเส้นตรง m แล้วเส้นตรง m จะแบ่งครึ่ง และตั้งฉากกับ 2. ถ้าจุด P อยู่บนเส้นตรง m แล้วจุด P และจุด P ? เป็นจุด เดียวกัน
  • 10.
    ตัวอย่าง การสะท้อนที่มีเส้นตรง m เป็นเส้นสะท้อน กรณีที่ 1 ทุกจุดบนรูปต้นแบบไม่อยู่บนเส้นตรง m
  • 11.
    กรณีที่ 2 มีบางจุดบนรูปต้นแบบอยู่บนเส้นตรง m
  • 12.
    สมบัติของการสะท้อน มีดังนี้1. รูปต้นแบบและภาพที่ได้จากการสะท้อนเท่ากันทุกประการ 2. ส่วนของเส้นตรงบนรูปต้นแบบและภาพที่ได้จากการสะท้อนของ ส่วนของเส้นตรงนั้น ไม่จำเป็นต้องขนานกันทุกคู่ 3. ส่วนของเส้นตรงที่เชื่อมจุดแต่ละจุดบนรูปต้นแบบกับจุดที่สมนัยกัน บนภาพทีได้จากการสะท้อนจะขนานกันและไม่จำเป็นต้องยาว เท่ากัน
  • 13.
    การหมุน (Rotation) การหมุนบนระนาบเป็นการแปลงทางเรขาคณิตที่มีจุด O ที่ตรึงจุดหนึ่งเป็นจุดหมุนแต่ละจุด P บนระนาบมี P ? เป็นภาพที่ได้จากการหมุนจุด P รอบจุด O ตามทิศทางที่กำหนดด้วยมุมที่มีขนาด K โดยที่ 1. ถ้าจุด P ไม่ใช่จุด O แล้ว OP = OP' และขนาดของ เท่ากับ k 2. ถ้าจุด P เป็นจุดเดียวกันกับจุด O แล้ว P เป็นจุดหมุน
  • 14.
    สมบัติของการหมุนมีดังนี้ 1. รูปต้นแบบกับภาพที่ได้จากการหมุนเท่ากันทุกประการ 2. ส่วนของเส้นตรงบนรูปต้นแบบและภาพที่ได้จากการหมุนส่วนของ เส้นตรงนั้นไม่จำเป็นต้องขนานกันทุกคู่ 3. จุดบนรูปต้นแบบและภาพที่ได้จากการหมุนแต่ละคู่จะอยู่บนวงกลม ที่มีจุดหมุนเป็นจุดศูนย์กลางเดียวกัน แต่วงกลมเหล่านี้ไม่ จำเป็นต้องมีรัศมียาวเท่ากัน
  • 15.
    ตัวอย่างที่ 1 กำหนด D ABC เป็นรูปต้นแบบ จุด O เป็นจุดหมุน จงหา D A' B' C' ซึ่งเป็นภาพที่ได้จาก การหมุน D ABC ทวนเข็มนาฬิกาด้วยมุมที่มีขนาด k
  • 16.
    สร้าง , และ ทวนเข็มนาฬิกาให้มีขนาดเท่ากับ k และให้ OA = OA OB = OB , OC = OC ดังนี้
  • 17.
    1. ลาก 2. สร้าง ให้มีขนาดเท่ากับ k 3 . ให้ O เป็นจุดศูนย์กลางรัศมี OA เขียนส่วนโค้งตัด ที่จุด A ? 4. ลาก 5. สร้าง ให้มีขนาดเท่ากับ k 6 . ให้ O เป็นจุดศูนย์กลางรัศมี OB เขียนส่วนโค้งตัด ที่จุด B ?
  • 18.
    7. ลาก 8. สร้าง ให้มีขนาดเท่ากับ k 9 . ให้ O เป็นจุดศูนย์กลางรัศมี OR เขียนส่วนโค้งตัด ที่จุด C ? 10. ลาก , และ จะได้ D A' B' C' เป็นภาพที่ได้จากการหมุน D ABC ทวนเข็มนาฬิการอบจุด O ด้วยมุมที่มีขนาด k