บทที่1
บทนำ
1. ควำมเป็นมำของโครงกำร
ในโลกของเรานี้มีทฤษฎีและแนวคนตรีปะเภทต่างๆมากมายโดยจะจาแนกเพลงที่มีลักษณะพื้นฐานต่าง
ๆร่วมกัน โดยอาจไม่ได้คานึงถึงเกี่ยวกับด้านเพลงอย่างเดียว เช่น ที่มาของเพลง และ เนื้อหาของเพลง เป็นต้น
อาจพูดได้ว่า ทฤษฎีละแนวเพลงดนตรีประเภทต่างๆนั้นพิจารณาจาก เทคนิค รูปแบบ บริบท ที่มา
และเนื้อหาของเพลง เป็นต้น
ด้วยเหตุนี้เองจึงเป็นแนวคิดที่มาและความสาคัญของข้าพเจ้า เพื่อที่จะศึกษา
การสืบสาวเรื่องราวเกี่ยวกับความเป็นมาของดนตรีตั้งแต่สมัยโบราณมานับว่า
เป็นเรื่องยากที่จะให้ได้เรื่องราวสมัยของการรู้จักใช้อักษรหรือสัญลักษณ์
อื่นๆ เพิ่งจะมีปรากฏและเริ่มนิยมใช้กันในสมัยเริ่มต้นของยุค Middle age คือระหว่างศตวรรษที่ 5-
6 และการบันทึกมีเพียงเครื่องหมายแสดงเพียงระดับของเสียง และจังหวะ ( Pitch and time )
ดนตรีเกิดขึ้นมาในโลกพร้อมๆกับมนุษย์เรานั่นเอง ในยุคแรกๆมนุษย์อาศัยอยู่ในป่าดง ในถ้าในโพรงไม้
แต่ก็รู้จักการร้องราทาเพลงตามธรรมชาติ เช่นรู้จักปรบมือ เคาะหิน เคาะไม้
เป่าปาก เป่าเขา และเปล่งเสียงร้องตามเรื่อง การร้องราทาเพลงไปเพื่ออ้อนวอนพระเจ้าเพื่อช่วยให้ตนพ้นภัย
บันดาลความสุขความอุดมสมบูรณ์ต่างๆให้แก่ตน หรือเป็นการบูชาแสดงความขอบคุณพระเจ้าที่บันดาลให้ตนมี
ความสุขความ สบาย กลุ่มข้าพเจ้าจัดทาโครงงานเรื่องแนวดนตรีประเภทต่างๆขึ้นเพื่อต้องการ
นาข้อมูลที่ศึกษามาได้เหล่านี้ไปให้ทุกคนได้เรียนรู้และศึกษาเรื่องดนตรีแนว ประเภทต่างๆ
2. วัตถุประสงค์ของโครงงำน
2.1 เพื่อเป็นสื่อให้ความรู้แก่บุคคลที่สนใจในทฤษฎีและแนวดนตรีประเภทต่างๆ
2.2 เพื่อให้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
3. ขอบเขตของโครงงำน
โครงงานนี้สามารถนาความรู้ที่นามาเผยแผ่ การศึกษาทฤษฎีและนามาใช้จริง
และการศึกษาแนวดนตรีประเภทต่างๆ และการนาแนวดนตรีนั้นๆมาเล่นได้จริงจากการศึกษา
4. ประโยชน์ที่ได้รับจำกโครงงำน
4.1 ได้รับความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่นามาเป็นบทเรียนเรื่องทฤษฎีและแนวดนตรีประเภทต่างๆ
4.2 ได้ทาเทคโนโลบีมาประยุกค์ใช้ได้อย่างมีคุณค่าและทาให้เกิดประโยชน์

บทที่ 1 บทนำ

  • 1.
    บทที่1 บทนำ 1. ควำมเป็นมำของโครงกำร ในโลกของเรานี้มีทฤษฎีและแนวคนตรีปะเภทต่างๆมากมายโดยจะจาแนกเพลงที่มีลักษณะพื้นฐานต่าง ๆร่วมกัน โดยอาจไม่ได้คานึงถึงเกี่ยวกับด้านเพลงอย่างเดียวเช่น ที่มาของเพลง และ เนื้อหาของเพลง เป็นต้น อาจพูดได้ว่า ทฤษฎีละแนวเพลงดนตรีประเภทต่างๆนั้นพิจารณาจาก เทคนิค รูปแบบ บริบท ที่มา และเนื้อหาของเพลง เป็นต้น ด้วยเหตุนี้เองจึงเป็นแนวคิดที่มาและความสาคัญของข้าพเจ้า เพื่อที่จะศึกษา การสืบสาวเรื่องราวเกี่ยวกับความเป็นมาของดนตรีตั้งแต่สมัยโบราณมานับว่า เป็นเรื่องยากที่จะให้ได้เรื่องราวสมัยของการรู้จักใช้อักษรหรือสัญลักษณ์ อื่นๆ เพิ่งจะมีปรากฏและเริ่มนิยมใช้กันในสมัยเริ่มต้นของยุค Middle age คือระหว่างศตวรรษที่ 5- 6 และการบันทึกมีเพียงเครื่องหมายแสดงเพียงระดับของเสียง และจังหวะ ( Pitch and time ) ดนตรีเกิดขึ้นมาในโลกพร้อมๆกับมนุษย์เรานั่นเอง ในยุคแรกๆมนุษย์อาศัยอยู่ในป่าดง ในถ้าในโพรงไม้ แต่ก็รู้จักการร้องราทาเพลงตามธรรมชาติ เช่นรู้จักปรบมือ เคาะหิน เคาะไม้ เป่าปาก เป่าเขา และเปล่งเสียงร้องตามเรื่อง การร้องราทาเพลงไปเพื่ออ้อนวอนพระเจ้าเพื่อช่วยให้ตนพ้นภัย บันดาลความสุขความอุดมสมบูรณ์ต่างๆให้แก่ตน หรือเป็นการบูชาแสดงความขอบคุณพระเจ้าที่บันดาลให้ตนมี ความสุขความ สบาย กลุ่มข้าพเจ้าจัดทาโครงงานเรื่องแนวดนตรีประเภทต่างๆขึ้นเพื่อต้องการ นาข้อมูลที่ศึกษามาได้เหล่านี้ไปให้ทุกคนได้เรียนรู้และศึกษาเรื่องดนตรีแนว ประเภทต่างๆ 2. วัตถุประสงค์ของโครงงำน 2.1 เพื่อเป็นสื่อให้ความรู้แก่บุคคลที่สนใจในทฤษฎีและแนวดนตรีประเภทต่างๆ 2.2 เพื่อให้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ 3. ขอบเขตของโครงงำน
  • 2.
    โครงงานนี้สามารถนาความรู้ที่นามาเผยแผ่ การศึกษาทฤษฎีและนามาใช้จริง และการศึกษาแนวดนตรีประเภทต่างๆ และการนาแนวดนตรีนั้นๆมาเล่นได้จริงจากการศึกษา 4.ประโยชน์ที่ได้รับจำกโครงงำน 4.1 ได้รับความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่นามาเป็นบทเรียนเรื่องทฤษฎีและแนวดนตรีประเภทต่างๆ 4.2 ได้ทาเทคโนโลบีมาประยุกค์ใช้ได้อย่างมีคุณค่าและทาให้เกิดประโยชน์