วารสาร	

ปีที่ 4 ฉบับที่ 16 กรกฎาคม - กันยายน 2553

ชมรมครูที่มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี ISSN 1905-758X
TSMT Journal สนับสนุนโดย สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
2

วารสาร สควค.	

ปีที่ 4 ฉบับที่ 16 เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2553

สารจากผู้อำ�นวยการ สสวท. (ดร.พรพรรณ ไวทยางกูร)

	
ครู สควค. ที่รักทุกคน สสวท. ได้จัดกิจกรรมพัฒนาและส่งเสริมครู สควค. ให้เป็นครู
คุณภาพ ในสาขาของตนอย่างต่อเนือง โดยในปี 2553 ได้เปิดโอกาสให้ครู สควค. รับทุนศึกษาต่อ
่
ในระดับปริญญาโท 580 ทุน สนับสนุนทุนในการทำ�วิจัยในชั้นเรียนและโครงการยกระดับ
คุณภาพการศึกษาวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์กว่า 170 รายการ เพิ่มบทบาทเครือข่าย
ครู สควค. โดยให้ทุนสนับสนุนการจัดกิจกรรมแก่ชมรมครู สควค. 4 ภูมิภาค และคัดเลือกครู     
ในเครือข่ายเข้าร่วมกิจกรรมในระดับประเทศและนานาชาติ ทั้งนี้ สสวท. มีความคาดหวังว่า ครูในแต่ละเครือข่าย
จะได้พฒนาตนเองให้เป็นครูคณภาพ เพือสร้างคน คือ เยาวชนไทยให้มคณภาพ ทีสามารถเป็นความหวังของประเทศ
ั
ุ
่
ีุ
่
ของเราได้ ขอเป็นกำ�ลังใจให้ทุกท่านมีความแน่วแน่ในการปฏิบัติหน้าที่ของตนเองอย่างมีคุณภาพตลอดไป

22-27 ส.ค. 2553 :: สสวท. สนับสนุนครู สควค. 4 ภูมิภาค 60 คน เข้าร่วมงานประชุมวิชาการ IAEA2010 เพื่อเปิดโอกาสให้ได้พบกับนักวิจัยและ
นักวัดผลประเมินผลของประเทศไทยและจากทั่วโลก ที่มานำ�เสนอผลงานวิจัยและแนวคิดใหม่ ด้านการวัดผลและประเมินผล

24 ส.ค. 2553 :: ดร.พรพรรณ ไวทยางกูร ผอ. สสวท. ให้นโยบาย        9-11 ก.ย. 2553 :: ครู สควค. เข้าค่ายครูยุคดิจิตอล ณ ม.เกษตรศาสตร์       
การพัฒนาเครือข่ายครู สควค. 4 ภูมิภาค ดำ�ริจัดตั้งสมาคมครู สควค. ดูรายละเอียดโครงการ MICT ที่ HTTP://WWW.KU.AC.TH/MICTCAMP    

24 ก.ย. 2553 :: ครู สควค. ที่ได้รับทุนสนับสนุนการทำ�วิจัย/โครงการ     30 ต.ค. 2553 :: อ.อรวรรณ อินทวิชญ หัวหน้าสาขา พสวท. และ สควค.
ยกระดับคุณภาพการศึกษาฯ นำ�เสนอผลงาน ณ โรงแรมวินเซอร์ สวีท กทม. และ อ.ประหยัด ทองมาก พบปะและให้กำ�ลังใจครู สควค. ป.โท ที่ ม.ขอนแก่น
ปีที่ 4 ฉบับที่ 16 เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2553	

วารสาร สควค.

3

สารบัญ

บทบรรณาธิการ

ครูศักดิ์อนันต์ อนันตสุข
E-mail :: anantasook@gmail.com

	
สวัสดีครับ พี่น้องเพื่อนสมาชิกชมรมครู สควค. และ
ท่านผู้อ่าน “วารสาร สควค.” ทุกท่าน
	
ผมเชื่ อ โดยสุ จ ริ ต ใจว่ า การจั ด การศึ ก ษาแต่ ล ะ
ระดับนั้น ต้องให้สอดคล้องกับพัฒนาการแต่ละช่วงวัยของ                
ผู้เรียน ซึ่งครูที่สอนนักเรียนในแต่ละระดับชั้นจะต้องมีทักษะ
ประสบการณ์และความสามารถในการสอนที่แตกต่างกัน  
รวมถึงมีระบบการบริหารการศึกษาที่แตกต่างกัน การแยก
เขตพื้นที่การศึกษาเป็นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ดังที่
เป็นอยู่ในขณะนี้ จึงน่าจะช่วยตอบโจทย์ข้อนี้ได้ และไม่ว่า
เราจะอยู่สังกัดใด การทุ่มเทเพื่อศิษย์ก็ยังเป็นหน้าที่ของครู
ผู้สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ทุกคน
	
ผมและที ม งานรู้ สึ ก ดี ใจอย่ า งยิ่ ง ที่ ดร.พรพรรณ         
ไวทยางกูร ผู้อำ�นวยการ สสวท. ได้ดำ�ริถึงการจัดตั้งสมาคม
ครู สควค. ซึงแม้วาจะใช้เวลาอีกพอสมควร แต่นบว่าเป็นนิมต
่ ่
ั
ิ
หมายที่ดี และปัจจุบันชมรมครู สควค. สาขาภาคตะวันออก
เฉียงเหนือ ก็ก�ลังขับเคลือนเรือง กองทุนครู สควค. ครูผสร้าง
ำ
่ ่
ู้
สังคมแห่งการเรียนรู้ แล้วเช่นกัน
	
กองบรรณาธิการ เปิดรับบทความจากทุกท่าน หากมี
ข้อเสนอแนะประการใด ทีมงานขอน้อมรับด้วยความยินดี
พบกับวารสารฉบับออนไลน์ได้ที่ www.krusmart.com

หน้า
-	 วันสำ�คัญ : 20 กันยายน วันเยาวชนแห่งชาติ 	
4
-	 โครงการครูฟิสิกส์ภาคฤดูร้อน CERN 	
5
-	 การประเมินการรู้วิทยาศาสตร์ 	
6
-	 คุรุวิจัย ไดโนเสาร์ 	
7
-	 นิวเคลียร์ เรื่องใกล้ตัวที่ต้องเรียนรู้ 	
8
-	 ปลูกกล้วย ช่วยลดโลกร้อน เรียนรู้อย่างบูรณาการ 	 9
-	 ผลงานวิจัยครู สควค. เพลงแห่งการเรียนรู้	
10
-	 การเรียนรู้หลักสูตรวิทยาศาสตร์โลกทั้งระบบ	 11
-	 กิจกรรมพัฒนาเครือข่ายครู สควค. ภาคเหนือ	 12
-	 ครู สควค. ครูผู้สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้	
13
-	 Social Media กับการเรียนรู้ยุค 2.0	
14  

-	แนะนำ�เว็บไซต์ scimath.org/งาน วทร. 20	 15  
-	พระราชดำ�รัส/ความเคลื่อนไหวเครือข่ายครู สควค.	16

วัตถุประสงค์
	
1. 	เพื่อเป็นสื่อประชาสัมพันธ์ชมรมครูที่มีความ
สามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี
	 2. 	เพื่ อ เป็ น เวที ใ นการแลกเปลี่ ย นความรู้ ท าง
วิ ช าการ ประสบการณ์ ก ารสอน การวิ จั ย ในชั้ น เรี ย น            
ในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี      
เพื่อพัฒนาการสอนของครูและการเรียนรู้ของผู้เรียน
	
3. 	เพือเผยแพร่ความรูทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์
่
้
และเทคโนโลยี ให้กว้างขวางและเป็นประโยชน์ต่อสังคม
โดยไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง

โทรทัศน์ครู คือ นวัตกรรมการศึกษาในรูปของรายการโทรทัศน์             
ทีมากมายและหลากหลาย รายการส่วนใหญ่มความยาวเพียง 15 นาที
่
ี
เนือหาครอบคลุม นวัตกรรมการเรียนการสอน 8 กลุมสาระการเรียนรู้
้
่
นวัตกรรมการบริหาร และการแก้ปญหาเฉพาะด้าน เนือหาส่วนหนึง
ั
้
่
มาจากความร่วมมือกับ Teachers.Tv ประเทศอังกฤษ ซึ่งถ่ายทำ�
นวัตกรรมการศึกษาจากโรงเรียนทัวโลก เช่น ฟินแลนด์ ญีปน เม็กซิโก
่
่ ุ่
ขอเชิญครูทุน สควค. ในภูมิภาคต่างๆ ส่งภาพข่าวที่เกี่ยวกับผลงานเด่นของตนเอง รวมถึงงานเขียน บทความเกี่ยวกับ              
การพัฒนาการเรียนการสอน ประสบการณ์การวิจย เพือเผยแพร่ ในวารสาร สควค. หรือเผยแพร่ในเว็บไซต์ www.krusmart.com
ั ่
บทความในวารสาร สควค. เป็นความคิดเห็นและทัศนะของผู้เขียน ชมรมครู สควค. ไม่จำ�เป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป
4

วารสาร สควค.	

วันสำ�คัญ

ปีที่ 4 ฉบับที่ 16 เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2553

20 กันยายน วันเยาวชนแห่งชาติ
  รัสนา อนันตสุข ครู คศ.1 ร.ร.โนนเทพ จ.สุรินทร์

	
วันเยาวชนแห่งชาติได้เริ่มมีขึ้นครั้งแรก เมื่อวันที่ 20
กันยายน 2528 หลังจากทีองค์การสหประชาชาติได้ก�หนดให้
่
ำ
ปี พ.ศ. 2528 เป็นปีเยาวชนสากล ดังนัน เมือวันที่ 18 มิถนายน
้ ่
ุ
2528 คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติกำ�หนดให้วันที่ 20 กันยายน
ของทุกปีเป็นวันเยาวชนแห่งชาติ เนื่องจากตรงกับ วันคล้าย
วั น พระราชสมภพของพระมหากษั ต ริ ย์ แ ห่ ง ราชวงค์ จั ก รี                   
ถึงสองพระองค์ คือ
	
1. 	พระบาทสมเด็ จ พระจุ ล จอมเกล้ า เจ้ า อยู่ หั ว          
รัชกาลที่ 5 ทรงพระราชสมภพเมื่อ วันที่ 20 กันยายน พ.ศ.
2396
	
2. 	พระบาทสมเด็ จ พระเจ้ า อยู่ หั ว อานั น ทมหิ ด ล  
รัชกาลที่ 8 ทรงพระราชสมภพเมื่อ วันที่ 20 กันยายน พ.ศ.
2468
	
นอกจากนี้พระมหากษัตริย์ทั้งสองพระองค์ยังเสด็จ  
ขึ้นครองราชย์สมบัติ ขณะยังทรงพระเยาว์เหมือนกันอีกด้วย
เป้าหมายของวันเยาวชนแห่งชาติ
	
1.	 เพื่อให้เยาวชนช่วงอายุ 15-25 ปี ได้ตระหนักถึง
ความสำ�คัญในการพัฒนาตนเอง พัฒนาชุมชน พัฒนาประเทศ
	
2. 	เพือให้ประชาชนทัวไป ได้ตระหนักถึงความสำ�คัญ
่
่
ต่อประเทศชาติทั้งในด้านคุณภาพ คุณธรรม
	
3. 	เพื่ อ ให้ น โยบายส่ ง เสริ ม และพั ฒ นาเยาวชน    
ดำ�เนินไปอย่างต่อเนื่อง สัมฤทธิ์ผล
คำ�ขวัญวันเยาวชนแห่งชาติ
	
คณะรั ฐ มนตรี ไ ด้ ม อบคำ � ขวั ญ ซึ่ ง ถอดความเป็ น           
ภาษาไทยว่า “ร่วมแรงแข็งขัน ช่วยกันพัฒนา ใฝ่หาสันติ”             
ซึงมีความหมายละเอียดลึกซึงต่อเยาวชนทุกคน สามารถยึดถือ
่
้
และนำ�ไปปฏิบัติ ดังนี้
	
1. 	ร่วมแรง แข็งขัน (Participation) หมายถึง การ
ยอมรับในศักยภาพของแต่ละบุคคล ที่จะสามารถวินิจฉัยและ
ตัดสินใจในเรื่องที่เกี่ยวกับตนเอง และตระหนักว่าตนมีโอกาส
ได้ใช้โอกาสและพึงพอใจที่ได้ใช้โอกาสด้วยตนเองอย่างเกิด
คุณค่า โดยไม่ตกเป็นเครื่องมือของผู้ใด การที่เยาวชนสามารถ
มีส่วนร่วมและมีบทบาทต่อชาติบ้านเมืองได้อย่างเต็มที่นั้น      
เป็นความสำ�เร็จของสังคมและประเทศชาติ

	
2. 	ช่วยกันพัฒนา (Development) การพัฒนานัน
้
มองได้ 2 มิติ คือ การพัฒนาตนเองของแต่ละบุคคล และการ
พัฒนาสังคมและประเทศชาติ หากบุคคลพัฒนาตนเองได้ดกจะ
ี็
เป็นกำ�ลังสำ�คัญ และมีคุณค่าต่อการพัฒนาสังคมและประเทศ
ชาติ ขณะเดียวกัน การพัฒนาสังคมและประเทศชาติก็จะเป็น
พลังขับเคลือนการพัฒนาของบุคคลด้วย และในสภาวะปัจจุบน
่
ั
ความร่วมมือในระดับนานาชาติ จะมีผลอย่างสำ�คัญยิงต่อความ
่
ก้าวหน้าในการพัฒนาประเทศ
	
3. 	ใฝ่ ห าสั น ติ (Peace) สั น ติ ภ าพเป็ น หลั ก การ        
พืนฐานของชีวต ความต้องการสันติภาพ เป็นความต้องการของ
้
ิ
สากลโลก ซึงทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกันเพือให้เกิดสันติภาพ
่
่
และดำ�รงคงไว้ คนหนุมสาวจึงต้องร่วมมือกันในเรืองนี้ ผลักดัน
่
่
ให้ เ กิ ด มาตรการที่ จ ะสร้ า งความเชื่ อ มั่ น ในวิ ถี ก ารพั ฒ นา         
ด้วยสันติ และสร้างสำ�นึกสันติภาพ จำ�เป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง
ปลูกฝังสังสอนเยาวชนให้รจกเคารพในศักดิศรี ความเป็นมนุษย์
่
ู้ ั
์
และสิทธิมนุษยชน มีความอดกลั้น ความเป็นประชาธิปไตย
และเสรีภาพพื้นฐาน
กิจกรรมในวันเยาวชนแห่งชาติ
	
หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้มีการจัดกิจกรรมต่างๆ
ขึน เพือเป็นการกระตุนให้เยาวชนได้ตระหนักถึงบทบาทหน้าที่
้ ่
้
ของตนทั้งในด้านเศรษฐกิจ และวัฒนธรรม เช่น
	
1. 	การคัดเลือกเยาวชนผู้ทำ�คุณประโยชน์ ในสาขา
ต่ า งๆ และมี คุ ณ สมบั ติ ค รบถ้ ว น รั บ รางวั ล เยาวชนดี เ ด่ น         
แห่งชาติ เพือประกาศเกียรติคณและให้ก�ลังใจแก่ผท�ความดี
่
ุ
ำ
ู้ ำ
	
2. 	กิ จ กรรมอนุ รั ก ษ์ สิ่ ง แวดล้ อ ม การรั ก ษาความ
สะอาดของที่อยู่อาศัยและชุมชน
	
3. 	การบำ�เพ็ญประโยชน์และสังคมสงเคราะห์ เป็นต้น
	
วันเยาวชนแห่งชาติ จึงนับว่ามีส่วนช่วยกระตุ้นให้
เยาวชน ได้ค้นพบบทบาทและความสำ�คัญของตนเองที่มีต่อ
ชุมชนและสังคม หากเยาวชนได้รับการปลูกฝังที่ดี มีค่านิยม
ที่ถูกต้องแล้ว ก็จะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีสร้างคุณประโยชน์ต่อ
ประเทศได้ในอนาคต
อ้างอิง 1. ธนากิต. วันสำ�คัญของไทย. กรุงเทพฯ : ชมรมเด็ก, 2541.
ปีที่ 4 ฉบับที่ 16 เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2553	

ข่าวประชาสัมพันธ์

วารสาร สควค.

5

โครงการครูฟิสิกส์ภาคฤดูร้อน CERN
ภาณุพงศ์ อาชวาคม http://www3.ipst.ac.th/dpst

	
ตามทีได้แจ้งข่าวประชาสัมพันธ์การเข้าร่วมโปรแกรม
่
ภาคฤดูร้อนของเซิร์นไปแล้วนั้น เนื่องจาก มีข้าราชการครู
หลายท่าน อยากทราบรายละเอียดที่มาที่ไปของโครงการนี้ว่า
เป็นอย่างไร จึงขอแจ้งรายละเอียดให้กับข้าราชการครู สควค.
สาขาวิชาฟิสิกส์ ที่สนใจจะสมัครเข้าร่วมโครงการนี้ในปลายปี
2553 และปีตอๆ ไป ส่วนข้าราชการครู สควค. ทีไม่ได้จบสาขา
่
่
วิชาฟิสกส์กสามารถประชาสัมพันธ์โครงการนีให้แก่ขาราชการ
ิ ็
้
้
ครูในโรงเรียนของท่านได้ทราบและสมัครเข้าร่วมโครงการ      
ดังกล่าวได้เช่นกัน รายละเอียดมีดังนี้ครับ
	
เมื่อครั้งที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม
ราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำ�เนินเยือนเซิรน (The European
์
Organization for Nuclear Research (CERN)) ณ สมาพันธรัฐ
สวิส เป็นครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2552 นั้น ได้มีการ
ลงนามในเอกสารแสดงเจตจำ � นงที่ จ ะมี ค วามร่ ว มมื อ กั น               
(Expression of Interest : EOI) ระหว่ า งสถาบั น วิ จั ย
แสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) และเซิรน โดยมีจดประสงค์
์
ุ
เพื่ อ แสวงหาความร่ ว มมื อ ในการส่ ง นั ก ศึ ก ษาและครู ไ ทย           
ไปร่วมโครงการภาคฤดูร้อน รวมทั้งสนับสนุนให้นักฟิสิกส์     
จากประเทศไทยเข้าร่วมทำ�งานวิจัยในโครงการของเซิร์น
	
ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราช
กุมารี ทรงมีพระราชประสงค์ให้นักศึกษา และครูฟิสิกส์ระดับ
มัธยมศึกษาจากประเทศไทยเข้าร่วมโครงการ CERN Summer
Student Programme และ CERN Physics High School
Teacher Programme ซึ่งจะจัดในช่วงภาคฤดูร้อนของทุกปี
เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาและครูไทย ได้เข้าร่วมกิจกรรมกับ
นักศึกษา ครู และนักฟิสิกส์ที่มีชื่อเสียงจากทั่วโลก

	
สถาบั น วิ จั ย แสงซิ น โครตรอน (องค์ ก ารมหาชน)          
จึงได้ร่วมกับสำ�นักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี     
แห่งชาติ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)
และศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์ สำ�นักงานคณะกรรมการ
การอุดมศึกษา จัดทำ�โครงการคัดเลือกนักศึกษา และครู
สอนฟิสิกส์ เพื่อเข้าร่วมโปรแกรมภาคฤดูร้อนเซิร์น โดยจะ              
คัดเลือกนักศึกษาและครูสอนฟิสกส์ทมศกยภาพและคุณสมบัต          
ิ ี่ ี ั
ิ
เหมาะสมในชั้นต้น แล้วนำ�ความขึ้นกราบบังคมทูลสมเด็จ
พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อทรงคัดเลือก
นักศึกษา 2 คน และครูสอนฟิสิกส์ 2 คน ในขั้นตอนสุดท้าย  
ให้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว ณ เซิรน
์
สมาพันธรัฐสวิส ซึ่งจะทำ�ให้ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกได้มีโอกาส
เรียนรู้ และเพิ่มขีดความสามารถทางด้านฟิสิกส์ ช่วยส่งเสริม
และพัฒนาศักยภาพของบุคลากรไทยในสาขานีอย่างมีคณภาพ
้
ุ
ต่อไปในอนาคต
	
โดยในปี พ.ศ. 2552 ที่ผ่านมา ครูฟิสิกส์ 2 คนที่ได้
เป็นตัวแทนประเทศไทย ไปเข้าร่วมกิจกรรมกับเซริ์น ณ กรุง
เจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ เป็นเวลา 3 สัปดาห์ เป็นครู สควค. คือ
นางสาวพิมพร ผาพรม โรงเรียนท่าคันโทวิทยาคาร อ.ท่าคันโท
จ.กาฬสินธุ์ และ นางสาวสุพตรา ทองเนือห้า จากโรงเรียนทุงสง
ั
้
่
อ.ทุงสง จ.นครศรีธรรมราช โดยโอกาสทีครูและนักศึกษาได้รบ
่
่
ั
ในครังนีจะเป็นจุดเริมต้นเล็กๆ สำ�หรับการพัฒนาวิทยาศาสตร์
้ ้
่
และวงการฟิสิกส์ของไทย และช่วยจุดประกายความสนใจ
วิทยาศาสตร์ในสังคมไทยได้มากขึ้น ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นได้ด้วย
พระบารมีของสมเด็จพระเทพฯ โดยแท้
	
สำ�หรับการสมัครเข้าร่วมโครงการเซิร์นปี 2553 ครู
สอนฟิสกส์ ทีสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการฯ สามารถส่งเอกสาร
ิ ่
ใบสมัครมายังฝ่ายเลขานุการ สถาบันวิจัยเเสงซินโครตรอน
(องค์การมหาชน) 111 ถ.มหาวิทยาลัย ต.สุรนารี อ.เมือง
จ.นครราชสีมา 30000 ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2553
	
ศึกษารายละเอียดโครงการและดาวโหลดใบสมัครได้ที่
http://www.slri.or.th/CERN
	
สอบถามได้ที่ E-mail: sasipun@slri.or.th
6

วารสาร สควค.	

ปีที่ 4 ฉบับที่ 16 เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2553

วิทยาศาสตร์ศึกษา

การประเมินการรู้วิทยาศาสตร์
นิธิรัตน์ อาโยวงค์ สควค.รุ่น 5 ครู คศ.1 ร.ร.มัธยมด่านขุนทด จ.นครราชสีมา

	
องค์กรความร่วมมือและพัฒนาทางเศรษฐกิจ หรือที่
เรียกว่า OECD (Organization for Economic Cooperation
and Development) ได้เริ่มโครงการประเมินผลการจัด
การศึกษาของประเทศสมาชิก ภายใต้ชอโครงการ Programme
่ื
for International Student Assessment หรือ PISA โดยมี
จุดมุ่งหมายเพื่อประเมินว่านักเรียนที่จบการศึกษาภาคบังคับ
(เยาวชนอายุ 15 ปี) จะได้รบการเตรียมพร้อมความรูและทักษะ
ั
้
ที่จำ�เป็นสำ�หรับการเป็นประชาชนที่มีคุณภาพในอนาคต และ
มีส่วนร่วมสร้างสังคมได้หรือไม่ เพียงใด
	
จุดเด่นของ PISA ได้แก่ การประเมินที่มองไปถึงชีวิต
ในอนาคต ไม่ใช่การประเมินตามเนื้อหาในหลักสูตรที่เรียน        
กันอยูในปัจจุบน และเป็นการประเมินต่อเนือง โดยจำ�แนกเป็น      
่
ั
่
3 ระยะๆ ละ 3 ปี การสำ�รวจระยะแรก (ค.ศ. 2000) เน้นด้าน
การอ่าน ระยะที่สอง (ค.ศ. 2003 ) เน้นด้านคณิตศาสตร์ และ
การแก้ปัญหา ส่วนระยะที่สาม (ค.ศ. 2006) เป็นการสำ�รวจ
ด้านวิทยาศาสตร์
	
PISA 2006 ได้กล่าวถึงปัญหาที่ใช้ในการที่จะระบุ
สิ่งที่ประชาชนควรรู้ คุณค่าและความสามารถในการกระทำ�
ในสถานการณ์ ที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ วิ ท ยาศาสตร์ แ ละเทคโนโลยี           
นั้นว่าไม่ได้หมายถึง การตั้งคำ�ถามเพื่อการเรียนรู้ของความรู้
ทางวิทยาศาสตร์ทั้งหมด แต่ให้เป็นแนวทางโดยอ้างอิงถึงสิ่งที่
ประชาชนต้องการ โดยมีกรอบในการสร้างแบบประเมิน ดังนี้
	
1. 	ความรู้อะไรที่ประชาชนควรรู้อย่างเหมาะสม ?
	
2. 	อะไรเป็นสิ่งสำ�คัญสำ�หรับประชาชนต่อคุณค่า
เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ?
	
3. 	การให้ความสำ�คัญของแต่ละบุคคลเพือให้สามารถ
่
ทำ�ในสิ่งที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์คืออะไร ?
	
4. 	ประชาชนสามารถแยกแยะความแตกต่ า ง          
การกล่าวอ้างเชิงวิทยาศาสตร์ได้หรือไม่ ?
	
การประเมินสมรรถนะทางวิทยาศาสตร์ของ PISA
2006 เป็นการประเมินเกียวกับสาธารณูปโภคส่วนบุคคล ความ
่
รับผิดชอบต่อสังคมและคุณค่าภายในและภายนอกของความรู้
ทางวิทยาศาสตร์ โดยประเมินทั้งด้านการคิดและคุณลักษณะ
ของการรู้วิทยาศาสตร์ของนักเรียน

	
PISA 2006 ได้ก�หนดกรอบโครงสร้างการประเมินผล
ำ
โดยคณะผู้เชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์ของ PISA ตามนิยาม
ของการรู้ วิ ท ยาศาสตร์ (Scientific literacy) ที่ ไ ม่ เ พี ย ง
หมายถึง ความสามารถในการใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่ต้องมีความเข้าใจ
โลกธรรมชาติ (Natural world) และมีสวนร่วมในการตัดสินใจ
่
ทีสงผลต่อโลกธรรมชาติ “การรูวทยาศาสตร์” จึงมีการประเมิน
่่
้ิ
ในประเด็นต่อไปนี้
	
1.	 ด้านบริบท (Context) ตระหนักถึงสถานการณ์
ในชี วิ ต ที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ วิ ท ยาศาสตร์ แ ละเทคโนโลยี โดยที่
สถานการณ์หรือบริบท (Situations or contexts) เป็นการ
ประยุกต์ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ ใน 3 ด้านหลัก คือ วิทยาศาสตร์ในชีวิตและ
สุขภาพ วิทยาศาสตร์ในโลกและสิ่งแวดล้อม และวิทยาศาสตร์
ในเทคโนโลยี
	
2. 	ด้านความรู้ (Knowledge) ความเข้าใจในโลก
ธรรมชาติบนพื้นฐานของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ (Scientific
knowledge) เป็ น การเชื่ อ มโยงความเข้ า ใจเกี่ ย วกั บ
ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ความรู้
ของโลกธรรมชาติ (Knowledge of the natural world) และ
ความรู้เกี่ยวกับโลกธรรมชาติ (Knowledge about natural
world)
	
3. 	ความสามารถ (Competencies) ได้แก่ ความ
สามารถดังต่อไปนี้ การระบุประเด็นทางวิทยาศาสตร์ (Identifying scientific issues) การอธิบายปรากฏการณ์ในเชิง
วิทยาศาสตร์ (Explain phenomena scientifically) และ
การใช้ประจักษ์พยานทางวิทยาศาสตร์ (Using scientific
evidence)
	
4. 	เจตคติ ต่ อ วิ ท ยาศาสตร์ (Attitude toward
science) ประกอบด้วย ความสนใจในวิทยาศาสตร์ การ
สนับสนุนการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์ และความรับผิดชอบ
ต่อทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
	
ทังนี้ การทีจะบรรลุเป้าประสงค์ของการรูวทยาศาสตร์
้
่
้ิ
และเทคโนโลยีของการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ในระดับ
มัธยมศึกษาได้นน ต้องทำ�ให้นกเรียนเข้าใจว่าวิทยาศาสตร์และ
ั้
ั
เทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของสังคม
ปีที่ 4 ฉบับที่ 16 เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2553	

ครุวิจัยไดโนเสาร์

วารสาร สควค.

7

ความสัมพันธ์ระหว่างขนาดรอยตีนกับความยาวลำ�ตัวของสัตว์ปีก
กรณีศึกษาไก่ ไก่งวง และนกยูง
ณรงค์ฤทธิ์ ประเสริฐสุข สควค. รุ่น 5 ครู คศ.1 ร.ร.บ้านทรัพย์สมบูรณ์ จ.ขอนแก่น

	
รอยตี น ไดโนเสาร์ เ ป็ น ซากดึ ก ดำ � บรรพ์ ที่ บ อกถึ ง
การปรากฏตัวบนโลกของสัตว์เลื้อยคลานโบราณที่เรียกว่า
ไดโนเสาร์ มีการพบแหล่งรอยตีนของสัตว์ในอดีตมากมาย        
ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่มีค่า ซึ่งรอยตีนเป็นสิ่งที่ทำ�ให้เราทราบ
ถึงรูปร่างภายนอกของสัตว์ ทำ�ให้นักโบราณชีววิทยาสามารถ
สร้างภาพ ไดโนเสาร์เมือครังยังมีชวตอยูได้ ซากไดโนเสาร์ทพบ
่ ้
ีิ ่
ี่
ส่วนใหญ่มักเป็นซากกระดูก การสร้างภาพจากโครงกระดูก
ไม่ใช่ของง่าย ภาพทีสร้างอาจผิดไปจากของจริงอย่างสินเชิงได้
่
้
นอกจากนี้ รอยตีนยังเป็นเครื่องชี้นำ�ให้เราทราบถึงเรื่องราว
ในอดีตของโลกเราอีกด้วย
	
การศึ ก ษารอยตี น มี ผู้ ศึ ก ษาหลายท่ า น อาทิ เช่ น          
แม็กนีล อเล็กซานเดอร์ ทัลบอร์น และเวด โทนี ทัลบอร์น  
แบคเกอร์ เป็ น ต้ น โดยมี ก ารศึ ก ษาและคำ � นวณความเร็ ว              
ความสูงจากส้นเท้าถึงสะโพกและท่วงท่าการเดินของไดโนเสาร์
จากรอยตีน
	
จากความสำ � คั ญ ของรอยตี น ไดโนเสาร์ ดั ง กล่ า ว
จะทำ�ให้เราเข้าใจเรื่องราวของไดโนเสาร์มากยิ่งขึ้น แต่ยังไม่มี
ข้อมูลการเปรียบเทียบรอยตีนไดโนเสาร์กับสัตว์ปีกปัจจุบัน
เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างรอยตีนกับความยาวของลำ�ตัว
ของไดโนเสาร์ หากนำ�ข้อมูลรอยตีนสัตว์ปีกในปัจจุบันมา
เปรียบเทียบ น่าจะทำ�ให้ได้ค่าคงที่เพื่อนำ�มาเป็นข้อมูลในการ
สร้างภาพไดโนเสาร์เมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ได้
	
รอยตีนและแนวรอยตีนแต่ละลักษณะให้ขอมูลทีบอก
้
่
ให้ทราบถึงขนาดและลักษณะการเคลื่อนไหวของไดโนเสาร์ได้
รอยตีนหลายๆ รอยที่ประกอบกันเป็นแนวรอยตีน จะบ่งบอก
ลักษณะการเคลื่อนไหวจากการก้าวเท้าต่อเนื่องกันหลายๆ
ก้าวของไดโนเสาร์ แนวรอยตีนจะเป็นภาพการเคลือนไหวของ
่
ไดโนเสาร์ที่สมบูรณ์กว่ารอยตีนเดี่ยวๆ และช่วยให้เห็นท่วงท่า
การย่างก้าว และอัตราความเร็วได้อย่างครบถ้วน รอยตีน
เดี่ยวจึงเปรียบได้กับภาพนิ่ง ส่วนแนวรอยตีนก็เปรียบเหมือน
ภาพยนตร์หรือภาพชุด แนวรอยตีนจะช่วยให้ทราบว่า เจ้าของ
รอยตีนนันเป็นสัตว์ใหญ่หรือเล็ก และเดินด้วยสองตีน หรือสีตน
้
่ี
ไดโนเสาร์บางประเภท เช่น เทอโรพอดทีกนเนือ และออร์นโธพอด
่ิ ้
ิ
เป็นไดโนเสาร์ที่เดินสองตีน

	
ในขณะที่บรอนโตซอร์และไดโนเสาร์พวกที่มีแผง
เกราะ มีเกล็ดแข็งและมีเขา เป็นไดโนเสาร์ทเี่ ดินสีตน ไดโนเสาร์
่ี
ส่วนใหญ่จะมีเท้าหน้าเล็กกว่าเท้าหลังมาก
	
ดังนั้น การศึกษารอยตีนต้องทำ�ความเข้าใจสิ่งต่างๆ  
อีกมาก นอกเหนือจากรูปทรงสัณฐาน การวัดแนวรอยตีน
หรือการนับรอยนิ้วตีนและการจัดทำ�รายการรูปร่างนิ้วตีน          
ส่วนของรอยตีนหรือรอยทางเดิน อาจพบว่ามีรปทรงไม่ชดเจน
ู
ั
เหมือนภาพที่อยู่ในตำ�ราเรียน การได้มีโอกาสพินิจพิเคราะห์
เก็บรวบรวมข้อมูลหลักฐานที่พบจริงในทุกสภาพทุกลักษณะ
ที่ปรากฏ จะสามารถทำ�ให้เรารู้ข้อมูลเกี่ยวกับร่องรอยนั้นได้
	
ปริศนาไดโนเสาร์ที่ทิ้งไว้เพียงร่อยรอยบนแผ่นหิน
ริมลำ�ธารกลางวนอุทยานภูแฝก จ.กาฬสินธุ์ จะสามารถบอก
เรื่องราวอะไรเกี่ยวกับเจ้าของรอยนี้ได้บ้าง การวิจัยครั้งนี้
เป็นการวิจยเชิงทดลอง เพือศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างรอยตีน
ั
่
ดึกดำ�บรรพ์กับความยาวลำ�ตัวของไดโนเสาร์ที่ภูแฝก โดยหา
ความสั ม พั น ธ์ ร ะหว่ า งรอยตี น ของสั ต ว์ ปี ก ในปั จ จุ บั น กั บ
ขนาดลำ�ตัว แล้วนำ�ความสัมพันธ์ที่ได้ไปคำ�นวณหาขนาด                  
ลำ�ตัวจากรอยตีนของไดโนเสาร์ที่วนอุทยานภูแฝก เมื่อครั้ง
ยังมีชีวิตอยู่
	
ผลการวิจัยในกลุ่มตัวอย่างสัตว์ปีก ได้แก่ ลูกไก่ ไก่ชน
นกยูง และ ไก่งวง พบว่าสัดส่วนความยาวของตีน ความสูง
จากส้นตีนถึงสะโพก และความยาวลำ�ตัวมีความสัมพันธ์กัน         
ทั้งสัดส่วนที่คงที่และสัดส่วนที่แตกต่างกัน ซึ่งเกิดจากความ
แตกต่างของวัยด้วย และเมื่อนำ�ความสัมพันธ์ของสัดส่วนของ
กลุ่มตัวอย่างเปรียบเทียบกับไดโนเสาร์กลุ่มไทรันโนซอริเด           
พบว่ามีความใกล้เคียงกัน
	
สรุปได้ว่า การศึกษาอัตราส่วนในสัตว์ปัจจุบันทำ�ให้
เราพบว่ า ขนาดของร่ า งกายแต่ ล ะส่ ว นมี ค วามสั ม พั น ธ์ กั น
ไม่เพียงแต่ในสัตว์ชนิดเดียวกัน แต่ยังมีความสัมพันธ์ในระดับ
ต่างชนิด รวมถึงสัตว์ทสญพันธุไปนานมากแล้วอย่างไดโนเสาร์
ี่ ู
์
อาจจะเป็นไปได้ว่าสัดส่วนเหล่านี้มีความสำ�คัญต่อการดำ�รง
ชีวิตของสัตว์ ตัวอย่างเช่น ช่วยในการสร้างความสมดุลของ
ร่างกาย เพื่อความได้เปรียบในการเคลื่อนที่ได้รวดเร็วขึ้น
8

วารสาร สควค.	

ปีที่ 4 ฉบับที่ 16 เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2553

วิทยาศาสตร์ศึกษา

นิวเคลียร์ เรื่องใกล้ตัวที่ต้องเรียนรู้
ศักดิ์อนันต์ อนันตสุข สควค.รุ่น 6 ครู คศ.1 ร.ร.นารายณ์คำ�ผงวิทยา จ.สุรินทร์

	
ฟิสกส์นวเคลียร์ เป็นสาระการเรียนรูหนึงในวิชาฟิสกส์
ิ ิ
้ ่
ิ
ระดับชันมัธยมศึกษาตอนปลาย ทีมงเน้นให้ผเู้ รียน รูและเข้าใจ
้
่ ุ่
้
เกียวกับกัมมันตภาพรังสี การเปลียนสภาพนิวเคลียส การสลาย
่
่
กัมมันตภาพรังสี ปฏิกิริยานิวเคลียร์ ไอโซโทป เสถียรภาพของ
นิวเคลียส ประโยชน์และโทษของกัมมันตภาพรังสีและพลังงาน
นิวเคลียร์ ตลอดจนสามารถสือสารสิงทีเรียนรู้ มีความสามารถ
่
่ ่
ในการตัดสินใจเกียวกับการใช้สารกัมมันตรังสีในชีวตประจำ�วัน
่
ิ
	
ผลผลิตจากความรู้นี้ ได้ถูกนำ�ไปประยุกต์ใช้ในการ
พัฒนาชีวิตของมนุษย์อย่างกว้างขวาง เช่น ด้านการแพทย์      
ทีใช้ในการตรวจวินจฉัยและบำ�บัดรักษาอาการเจ็บป่วย รวมถึง
่
ิ
การทำ�ให้ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ปลอดเชือ ด้านเกษตรกรรม
้
เช่น การปรับปรุงพันธุ์ การทำ�หมันแมลงศัตรูพืช การฉายรังสี
ชะลอการงอก และการฉายรังสีถนอมอาหาร ด้านอุตสาหกรรม
เช่น การผลิตกระดาษ การตรวจหาจุดทีช�รุดเสียหายในท่อของ
่ำ
อุตสาหกรรมปิโตรเลียม ตรวจหาแหล่งแร่ การเปลี่ยนสีของ
อัญมณี ด้านการศึกษาและด้านวิชาการ เช่น ช่วยในการตรวจ
หาอายุของโบราณสถาน โบราณวัตถุ ซากดึกดำ�บรรพ์ เป็นต้น
	
แต่ในปัจจุบันความรู้เรื่อง นิวเคลียร์ ของเยาวชน
และสาธารณชน ยังคิดว่า พลังงานนิวเคลียร์เป็นสิ่งที่มีโทษ
อย่างมหันต์ต่อมนุษย์ เนื่องจากเรามักจะได้ทราบข่าวเกี่ยว
กับนิวเคลียร์ในทางลบ เช่น การสร้างและใช้อาวุธนิวเคลียร์         
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิด มีคนขโมยอุปกรณ์นวเคลียร์ทเลิกใช้
ิ
ี่
แต่ยังมีพลังงานนิวเคลียร์หลงเหลืออยู่ทำ�ให้เกิดการเจ็บป่วย
ร้ายแรง

	
แต่ในความเป็นจริงนานาประเทศมีการคิดค้นและ
ปรั บ ปรุ ง เทคโนโลยี นิ ว เคลี ย ร์ ม าใช้ ป ระโยชน์ แ ละพั ฒ นา
ประเทศของตนอย่างมากมาย ประเทศมหาอำ�นาจของโลก
หรือในเอเชียมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศของตนหลายแห่ง
และประเทศไทยเองก็มการเดินเครืองปฏิกรณ์ปรมาณูวจยและ
ี
่
ิั
ใช้ประโยชน์ด้านการแพทย์ อุตสาหกรรม การเกษตร และ
สิ่งแวดล้อม มาตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2505 จนถึงปัจจุบัน
ดังนั้น เรื่อง กัมมันตภาพรังสีและพลังงานนิวเคลียร์ จึงไม่ใช่
เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องที่ประชาชนทั่วไปควรจะต้องมีความรู้
ความเข้าใจ เพื่อจะได้มีส่วนร่วมในการใช้อย่างปลอดภัยและ
ร่วมพิจารณา เมื่อมีการก่อตั้งโครงการที่มีการใช้หรือผลิตสาร
กัมมันตรังสี ในชุมชนของตนเอง รวมถึง การก่อสร้างโรงไฟฟ้า
นิวเคลียร์ในประเทศไทย
	
ดังนั้น ในการจัดการเรียนรู้ เรื่อง ฟิสิกส์นิวเคลียร์       
จึ ง ควรมี เ ป้ า หมายเพื่ อ ให้ ผู้ เรี ย นรู้ แ ละเข้ า ใจ เรื่ อ ง ฟิ สิ ก ส์
นิวเคลียร์ อย่างลึกซึ้ง เพื่อเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร
ของประเทศ ให้แน่ใจได้ว่าคนรุ่นใหม่จะมีความรู้และทักษะ
ที่จะทำ�ให้พวกเขาสามารถทำ�การอภิปรายต่อสาธารณชนให้
เข้าใจได้และสามารถทำ�การตัดสินใจอย่างผู้ที่มีความรู้ได้ และ
การเตรียมความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสิ่งที่กำ�ลัง
จะมาถึง จะทำ�ให้เราเลือกตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผล
	
ผู้ เขี ย นจึ ง ทำ � วิ จั ย เรื่ อ ง กระบวนการตั ด สิ น ใจของ
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เรื่องฟิสิกส์นิวเคลียร์ จากการ
จัดการเรียนรู้ตามแนวคิดวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสังคม
ของ Yuenyong (2006) เพือช่วยส่งเสริมกระบวนการตัดสินใจ
่
ที่ มี เ หตุ ผ ลของนั ก เรี ย นได้ ซึ่ ง จะนำ � มาเล่ า สู่ กั น ฟั ง ต่ อ ไป
นอกจากการสอนในชันเรียนแล้ว กิจกรรมค่ายก็เป็นอีกรูปแบบ
้
หนึ่งที่นำ�มาใช้เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับพลังงาน
นิวเคลียร์และรังสีให้กับเยาวชนได้ โดยปีนี้สำ�นักงานปรมาณู
เพื่อสันติ(ปส.) ได้กำ�หนดจัดกิจกรรมค่ายเยาวชนนิวเคลียร์
สัมพันธ์ “รักอะตอม” แก่นักเรียนในพื้นที่ภาคตะวันออก     
เฉียงเหนือ จำ�นวน 200 คน ณ โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย        
เมื่อ 6-8 สิงหาคม 2553 ซึ่งคาดว่าจะจัดค่ายต่อเนื่องทุกปี       
ผู้สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.oaep.go.th
ปีที่ 4 ฉบับที่ 16 เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2553	

แลกเปลี่ยนเรียนรู้

วารสาร สควค.

9

ปลูกกล้วย ช่วยลดโลกร้อน เรียนรู้อย่างบูรณาการ
ศักดิ์อนันต์ อนันตสุข สควค.รุ่น 6 ครู คศ.1 ร.ร.นารายณ์คำ�ผงวิทยา จ.สุรินทร์

	
ในฤดูแล้ง ทุ่งนาอีสานต้องประสบกับปัญหาความ
ร้อนและแห้งแล้ง ทำ�ให้พืชที่ปลูกตาย ผลผลิตเสียหาย ซึ่งถ้า
ต้องการให้ได้ผลผลิตดีตองใช้นาจากใต้ดน ทำ�ให้ตนทุนการผลิต
้
ํ้
ิ
้
สูงขึน ผูเขียนได้สงเกตพบว่า ดินบริเวณทีปลูกกล้วยจะมีความ
้ ้
ั
่
ชุ่มชื้นสูงกว่าบริเวณที่ไม่ได้ปลูก และหากมีการปลูกกล้วยใน
พื้นที่ว่างเปล่า ตามคันคูนา นอกจากจะได้กล้วยไว้กินแล้ว ยัง
ช่วยพิทักษ์ดิน (พบไส้เดือน) นํ้า (ความชุ่มชื้น) และลดภาวะ
โลก (อีสาน) ร้อน ได้ด้วย
	
ผู้เขียนได้ทดลองปลูกกล้วยตามคูนา ในช่วงต้นฤดูฝน
ราวเดือนพฤษภาคม เมื่อผ่านไป 1 ฤดูฝน กล้วยต้นนั้นก็จะ
เติบโตได้ อาจจะให้ผลหรืออาจจะไม่ให้ผลก็ได้ และเมื่อถึง      
ฤดูแล้ง ใบจะแห้งกรอบและลำ�ต้นเล็กลงเพราะขาดนํา เราอาจ
้
ต้องรดนํ้า เพื่อรักษาต้นกล้วยไม่ให้ตาย และเมื่อถึงฤดูฝน
ที่สอง กล้วยต้นนั้นก็จะกลับมาเขียวชอุ่มอีกครั้ง ให้ผลและ
มีหน่อกล้วยเพิ่มขึ้นอีกจำ�นวนมาก เราก็จะได้กล้วยไว้ทาน
โดยไม่จำ�เป็นต้องรดนํ้าอีกเลย คำ�ถามเพื่อการเรียนรู้คือว่า              
เราจะสามารถปรับปรุงพันธุ์กล้วยที่ปลูกในทุ่งนาให้สามารถ        
ให้ผลผลิตในฤดูแล้งและทนความร้อนแล้ง ได้อย่างไร ซึงคำ�ถาม
่
นีเ้ ราสามารถนำ�ไปให้นกเรียนได้ท�โครงงานในลักษณะเดียวกัน
ั
ำ
หรื อ นำ � ไปปลู ก จริ ง ตามพื้ น ที่ ว่ า งเปล่ า หรื อ สร้ า งมู ล ค่ า เพิ่ ม
ในท้องทุ่งนาของเราได้
	
ประเด็นต่อมาคือ เมื่อปลูกแล้ว ทำ�อย่างไรจะทำ�ให้
กล้วยแตกกอได้มากขึ้น เรื่องนี้ ได้ทดลองให้นักเรียนได้ลอง
ทำ�กัน ประเด็นคือว่า “กล้วยที่ปลูกในดินบริเวณเดียวกัน
แต่มีประสิทธิภาพในการแตกหน่อ ให้เครือและผลที่สมบูรณ์       
แตกต่ า งกั น อะไรเป็ น ปั จ จั ย ของความแตกต่ า งดั ง กล่ า ว”
เขาได้พบว่า “กอกล้วยที่ใส่ปุ๋ยนํ้าหมักจากเปลือกหอยจะมี
ประสิทธิภาพการแตกหน่อดีกว่า กอกล้วยที่ใส่ปุ๋ยมูลสัตว์         
(ขี้วัว-ขี้ควาย) (และมีคำ�ถามต่อว่า...จริงหรือ?? หรือมีปัจจัย
อื่นมาเกี่ยวข้องอีกหรือไม่หรือเป็นเพียงความบังเอิญเท่านั้น)
ซึ่งงานนี้ทำ�ให้นักเรียนของผมได้เข้ารับคัดเลือกให้เข้าค่าย
กล้ ว ย...กล้ ว ย มหั ศ จรรย์ พั น ธุ์ ไ ม้ แ ห่ ง มนุ ษ ยชาติ ณ บ้ า น
วิทยาศาสตร์สิรินธร เมื่อ 11-13 มกราคม 2553 ที่ผ่านมาด้วย

	
ประเด็นต่อไปคือว่า กล้วยที่มีการบริโภค แต่ละชนิด
มีคณค่าทางอาหาร แตกต่างกัน คำ�ถามคือ แตกต่างกันอย่างไร
ุ
กล้วยที่มีการนำ�มาบริโภคมีหลายชนิด เช่น กล้วยนํ้าว้า กล้วย
ไข่ กล้วยหอมทอง กล้วยหอมเขียว เป็นต้น กล้วยเหล่านี้
มีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอะไรบ้าง กินผลสุกกับ
กินเมื่อผ่านความร้อน (ทำ�ขนม) คุณค่าทางอาหารจะมีอยู่         
แตกต่างกันอย่างไร และแต่ละส่วนของกล้วยที่มีการบริโภค
เช่น  ปลี ลำ�ต้น ราก มีสรรพคุณทางยาอย่างไร ถ้ามีคนทำ�วิจัย
ไว้แล้ว การรวบรวมความรู้เรื่อง กล้วยกับวิถีชีวิตของคนไทย
ดังกล่าวข้างต้น เผยแพร่ให้ประชาชนทราบก็จะเป็นประโยชน์
อย่างยิ่ง ฝากศึกษาต่อแล้วนำ�มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันครับ
	
และประเด็นสุดท้าย ในชุมชนทีเราอยู่ มีการบ่มกล้วย
่
ด้วยวิธีการที่แตกต่างกัน เช่น การใช้หม้อดินอบความร้อน    
การใช้แก๊ส การมัดปากถุงกระสอบ การใช้ใบพืช เช่น ใบสาบเสือ
อบในหม้อดิน วิธีการเหล่านี้ส่งผลต่อเวลาการสุกของกล้วย
แตกต่างกันอย่างไร และมีผลต่อปริมาณนําตาลหรือสารอาหาร
้
อย่างไร...เป็นโครงงานวิทยาศาสตร์ได้ครับ
	
สำ�หรับผมแล้ว สิ่งที่ได้ทำ� ต้องการเป็นแนวทางให้กับ
เกษตรกรในชุมชนได้เห็นว่า เราสามารถเพิมความชุมชืนให้กบ
่
่ ้ ั
ดินในทุ่งนาของเราได้ เราสามารถทำ�เงินจากพื้นที่ที่มีความ    
แห้งแล้งของเราได้ เพราะเป็นเรื่องกล้วยๆ นักเรียนก็สามารถ
ทำ�โครงงานตามประเด็นคำ�ถามวิจัยที่สนใจได้
การบูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น
	
1. 	คณิตศาสตร์ ศึกษาระยะที่เหมาะสมในการปลูก
กล้วย จำ�นวนลูกหรือจำ�นวนหวี ในหนึ่งเครือ หรือศึกษา          
รูปแบบ (ความซํ้าๆ) ของหวีกล้วยแต่ละชนิด
	
2. 	สังคมศึกษา การนำ�ส่วนต่างๆ ของกล้วยไปใช้       
ในพิธีกรรมต่างๆ เช่น ลอยกระทง แต่งงาน หรือแม้แต่งานศพ
(ตั้งแต่เกิดจนตาย)
	
3. 	ภาษาไทย แต่งกลอนคำ�ประพันธ์ ทีเ่ กียวกับกล้วย
่
	
4. 	การงานอาชี พ การเพาะปลู ก กล้ ว ย และการ
ประกอบอาหารจากกล้วย
10 วารสาร สควค.	

ผลงานวิจัยครู สควค.

ปีที่ 4 ฉบับที่ 16 เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2553

เพลงแห่งการเรียนรู้
อนุสรา พลหาร สควค.รุ่น 9 ครู คศ.1 ร.ร.เพ็ญวิทยาคม จ.อุดรธานี

ความเป็นมาและความสำ�คัญของปัญหา
	
เป้าหมายในการจัดการศึกษาขันพืนฐานควรให้มความ
้ ้
ี
สอดคล้องให้เด็กได้ประสบการณ์ ได้เรียนรูเ้ กียวกับสถานการณ์
่
ต่างๆ เพื่อที่จะให้เด็กได้เรียนรู้ เข้าใจ และสามารถนำ�ความรู้
ไปใช้ประยุกต์ในชีวิตประจำ�วันได้จริง
	
รูปแบบการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์มีหลากหลาย
วิธี ทีส�คัญต้องให้มความเหมาะสมกับผูเรียนและทำ�ให้ผเรียน
่ำ
ี
้
ู้
เกิดกระบวนการสร้างองค์ความรูดวยตนเองเพือให้เกิดความรู้
้้
่
ที่ยั่งยืน
	
จากการวิเคราะห์ผู้เรียนในช่วงชั้นที่ 4 พบว่านักเรียน
มีความสนใจในกิจกรรมดนตรีและศิลปะ โดยโรงเรียนก็มี
จุดเด่นในด้านดนตรี อันจะเห็นได้จากการประกวดวงดนตรี    
ลูกทุ่งที่โรงเรียนได้เป็นตัวแทนเขตเข้าแข่งขันในระดับภูมิภาค
และประเทศ โดยเป็นที่สังเกตว่านักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม     
วงดนตรี เ ป็ น นั ก เรี ย นที่ เรี ย นในแผนวิ ท ย์ - คณิ ต ประมาณ
80% และธรรมชาติของเด็กในวัยนี้จะชอบฟังเพลง และด้วย
บริบทของรายวิชาชีววิทยา มีเนื้อหามากมายซึ่งอาจมีคำ�ศัพท์
ที่ยากแก่การจดจำ�  ดังนั้น การที่เปลี่ยนเนื้อหาที่มากมายเป็น          
บทเพลง จะทำ�ให้นักเรียนเข้าใจในเนื้อหามากยิ่งขึ้น
วัตถุประสงค์
	
1. 	เพื่อศึกษาเนื้อหาในเรื่อง ความหลากหลายของ   
สิ่งมีชีวิต
	
2. 	เพื่ อ ให้ นั ก เรี ย นเกิ ด ทั ก ษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์
	
3. 	เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ที่ยั่งยืน จากการได้สร้าง
องค์ความรู้ด้วยตนเอง
	
4. 	เพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีความสุข
การดำ�เนินการและผลการวิจัย
	
นวัตกรรมเรื่อง เพลงแห่งการเรียนรู้ เป็นนวัตกรรม
ประกอบการสอนรายวิชาชีววิทยา (ว 40245) ซึ่งนำ�เนื้อหา
ที่ได้จากบทเรียนเรื่อง ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต และ
วิวัฒนาการ มาเปลี่ยนเป็นบทเพลงซึ่งนักเรียนมีส่วนร่วมใน
การแต่งเนื้อเพลงและเลือกทำ�นองเพลงเอง (ทฤษฎีการสร้าง
องค์ความรู้ด้วยตนเอง (Constructivism))

	
จากนั้ น นำ � เนื้ อ หาของบทเพลงให้ ค รู ผู้ ส อน                     
รายชีววิทยาตรวจสอบความถูกต้อง แล้วทำ�การตัดต่อวิดีโอ
ในรู ป แบบเพลงคาราโอเกะ โดยใช้ โ ปรแกรมตั ด ต่ อ วี ดี โ อ
Ulead VideoStudio 9 นักเรียนที่เรียนในรายวิชาชีววิทยา       
(ว 40245) เรือง ความหลากหลายของสิงมีชวตและวิวฒนาการ
่
่ ีิ
ั
เป็ น นั ก เรี ย นชั้ น มั ธ ยมศึ ก ษาปี ที่ 6 ที่ ส่ ว นใหญ่ จ ะเข้ า ร่ ว ม
กิจกรรมซ้อมดนตรีและจัดการแสดงวงดนตรีของโรงเรียน
อย่างสมํ่าเสมอ จะเป็นผู้จัดทำ�ผลงานโดยตนเอง
การนำ�ไปใช้
	
1. 	ศึกษาด้วยตนเองทีบานโดยฉายออกหน้าจอโทรทัศน์
่้
ผ่ า นเครื่ อ งเล่ นวี ซี ดี หรื อ ดี วีดี ในการนี้ นัก เรี ย นสามารถ        
รับชมผลงานของตนเองอย่างภาคภูมิใจพร้อมกับครอบครัว
ซึ่งจัดได้ว่าเป็นกิจกรรมสานสัมพันธ์กับบุคคลในครอบครัว             
ผู้ ป กครองจะได้ ท ราบถึ ง ผลงานของนั ก เรี ย นและชื่ น ชม            
ในตัวลูกที่มีความสามารถที่หลากหลาย
	
2. 	นักเรียนสามารถศึกษาหาความรู้จากผลงานชิ้นนี้
โดยการเปิดผ่านคอมพิวเตอร์ทโรงเรียน สามารถทำ�การเรียนรู้
ี่
เนื้อหาไปพร้อมกับการเปิดคาราโอเกะดูกับเพื่อนๆ อย่าง
เพลิดเพลินได้ แม้กระทั่งนักเรียนรุ่นน้องที่ยังไม่ได้เรียนเนื้อหา
ก็สามารถรับชมบทเพลงอย่างสนใจและเพลิดเพลินได้ เป็นการ
สร้างเจตคติที่ดีต่อรายวิชาชีววิทยามากยิ่งขึ้น
	
3. 	โครงการเรียนฟรี 15 ปี ได้จดให้มการไปทัศนศึกษา
ั ี
และระหว่างการเดินทางนักเรียนต้องนั่งรถเป็นเวลายาวนาน         
ในการนี้นักเรียนสามารถเปิดคาราโอเกะบทเพลงนี้แล้วร้อง
ขับขานประสานเสียงกันอย่างสนุกสนานเพลิดเพลินและได้รบ
ั
ความรู้อย่างถ้วนหน้า
	
4. 	บริบทของโรงเรียนเพ็ญพิทยาคม จะส่งเสริมให้มี
การจัดกิจกรรมวงดนตรีซงเป็นกิจกรรมทีชนชอบของนักเรียน
ึ่
่ ื่
ทังช่วงชันที่ 3 และช่วงชันที่ 4 ประกอบกับนักเรียนในวงดนตรี
้
้
้
ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนที่เรียนแผนการเรียนวิทยาศาสตร์และ
คณิตศาสตร์ ดังนั้น นักเรียนเหล่านี้จึงได้มีโอกาสแสดงผลงาน
ของตนเองได้อย่างต่อเนือง และนักเรียนรุนน้องก็รบฟังผลงาน
่
่
ั
เพลงอย่างสนุกสนาน ได้สาระและสามารถร้องตามได้
ปีที่ 4 ฉบับที่ 16 เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2553	

แลกเปลี่ยนเรียนรู้

วารสาร สควค. 11

การเรียนรู้หลักสูตรวิทยาศาสตร์โลกทั้งระบบ

ชำ�นาญ เพริดพราว สควค.รุ่น 6 ครู คศ.1 ร.ร.เตรียมอุดมศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.สกลนคร

	
วิ ท ยาศาสตร์ โ ลกทั้ ง ระบบ (Earth System                   
Science) หมายถึง การเรียนรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง
องค์ ประกอบต่ างๆ ในสภาพแวดล้อมธรรมชาติ (ดิ น นํ้า
บรรยากาศ สิงปกคลุมดิน/สิงมีชวต) เพือให้เข้าใจรูปแบบความ
่
่ ีิ ่
สัมพันธ์ ปรากฏการณ์รวมทั้งแนวโน้มต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น  
ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพสิ่งแวดล้อม
และมีผลต่อเนืองมาถึงคุณภาพชีวตและความเป็นอยูของมนุษย์
่
ิ
่

	
เมื่อวันที่ 4-5 กันยายน 2553 นักศึกษา สควค. ป.โท
วิทยาศาสตร์ศกษา ม.ขอนแก่น เข้ารับการอบรมเชิงปฏิบตการ
ึ
ัิ
เรียนรู้หลักสูตรวิทยาศาสตร์โลกทั้งระบบ โดยวิทยากรจาก
สสวท. จึงขอนำ�ความรูเ้ กียวกับโครงการ GLOBE และหลักสูตร
่
วิทยาศาสตร์โลกทั้งระบบ (ESS) มาเล่าสู่กันฟัง ดังนี้
	
GLOBE ย่อมาจากคำ�ว่า Global Learning and
Observations to Benefit the Environment เป็นโครงการ
วิทยาศาสตร์สภาวะแวดล้อมและสิ่งแวดล้อมศึกษานานาชาติ
บริหารโดยองค์กรแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา
	
ประเทศไทยเป็นสมาชิกของ GLOBE ประเทศที่ 85
โดยการเซ็นสัญญาระหว่างรัฐบาลไทย กับ รัฐบาลสหรัฐอเมริกา
เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2542 โดยสถาบันส่งเสริมการสอน
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) จะเป็นผู้ประสานงาน
ระหว่าง GLOBE กับโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ
	
GLOBE มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้นักเรียน ครู และชุมชน
ทั่วโลก สามารถพัฒนาศักยภาพในการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับ
สิงแวดล้อม ในธรรมชาติดวยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพือ
่
้
่
ทีจะเข้าใจความสัมพันธ์ของระบบต่างๆ ของโลก และ ตระหนัก
่
ถึงสภาพและปัญหาสิงแวดล้อมในระดับท้องถินและระดับโลก
่
่
	
วิธีการวิจัยค้นคว้าของ GLOBE จะให้นักเรียนอายุ
ตั้ ง แต่ 5-18 ปี ทั่ ว โลก ทำ � การศึ ก ษาค้ น คว้ า สิ่ ง แวดล้ อ ม
ในท้ อ งถิ่ น ของตนโดยการสั ง เกตตรวจวั ด ภาคสนาม ด้ ว ย
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ข้อมูลทีได้สงเข้าทาง อินเตอร์เน็ต
่ ่
เพื่อเป็นข้อมูลที่จะใช้ในการวิจัยค้นคว้าของนักวิทยาศาสตร์
ของ GLOBE และนักเรียนอื่นๆ ทั่วโลก

กระบวนการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกทั้งระบบ
	
1. 	สำ�รวจและสังเกตธรรมชาติ โดยครูกระตุ้นให้
นักเรียนสังเกตและบันทึกผลการสังเกต
	
2. 	ตั้งคำ�ถามวิจัย ที่ได้จากการสำ�รวจและสังเกต
ธรรมชาติ
	
3. 	วางแผนการวิจัยและเขียนเค้าโครงการวิจัย
	
	 - 	ศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
	
	 - 	ต้องการตรวจวัดปัจจัยใดบ้าง ใช้เครืองมือใดบ้าง
่
	
	 - 	ขั้นตอนการดำ�เนินงาน
	
	 - 	งบประมาณที่จะใช้ (ในระยะเวลา 6 เดือน)
	
การเขียนเค้าโครงการวิจัย ควรตอบคำ�ถามเหล่านี้ได้
	
	 - 	ใคร-(Who) ผู้วิจัย
	
	 - 	ทำ�อะไร-(What) วัตถุประสงค์หรือคำ�ถามวิจัย
	
	 - 	ทำ�ทำ�ไม-(Why) หลักการและเหตุผล
	
	 - 	ทำ�ที่ไหน-(Where) สถานที่หรือจุดศึกษา
	
	 - 	ทำ�เมื่อไหร่–(When) ระยะเวลาดำ�เนินการ
	
	 - 	ทำ�อย่างไร–(How) ขั้นตอนและวิธีการศึกษา
	
4. 	ดำ�เนินการเก็บข้อมูล โดยดำ�เนินการตามแผนการ
วิจัยที่ได้กำ�หนดไว้
	
5. 	วิเคราะห์ข้อมูล
	
6. 	สรุปและอภิปรายผล
	
7. 	เขียนรายงาน และนำ�เสนอการวิจัย
	
กระบวนการเรี ย นในหลั ก สู ต รวิ ท ยาศาสตร์ โ ลก
ทั้ ง ระบบ จึ ง เป็ น การเรี ย นเพื่ อ ฝึ ก นั ก เรี ย นให้ ทำ � งานอย่ า ง         
นักวิทยาศาสตร์ ด้วยการทำ�งานวิจัยง่ายๆ ใกล้ตัวนักเรียน             
ซึงครู สควค. สามารถนำ�ไปประยุกต์ใช้ในโรงเรียนของตนเองได้
่
ผู้สนใจศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://www3.ipst.ac.th
12 วารสาร สควค.	

ปีที่ 4 ฉบับที่ 16 เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2553

สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ด้วยครูวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี
กิจกรรมพัฒนาเครือข่ายครู สควค. ภาคเหนือ
วิโรจ หลักมั่น สควค. รุ่น 5 รองผู้อำ�นวยการ ร.ร.อนุบาลเกาะคา จ.ลำ�ปาง

	
เมื่อวันที่ 9-10 ก.ย. 2553 ชมรม ครู สควค. สาขา
ภาคเหนือ ได้กำ�หนดจัดกิจกรรมพัฒนาเครือข่ายทางวิชาการ
และวิชาชีพครู สควค. ภาคเหนือ ในหัวข้อ “แนวทางการ
จัดการศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 และบทบาทของครู/ผู้บริหาร (ครู สควค.)
มุงสูการพัฒนาสถานศึกษาคุณภาพ” ณ โรงแรมศิรนาถการ์เด้น
่ ่
ิ
จังหวัดเชียงใหม่
	
การพัฒนาเครือข่ายทางวิชาการและวิชาชีพครู สควค.
ภาคเหนือ จะทำ�ให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แลกเปลี่ยน
ประสบการณ์ จากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง ประสานการทำ�งานร่วมกัน
ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มช่องทางการสื่อสาร
ในรูปแบบเครือข่ายทางวิชาชีพ เพื่อนำ�ความรู้ทางวิชาการ
ประสบการณ์ รวมถึ ง เทคนิ ค วิ ธี ก ารในการปฏิ บั ติ ห น้ า ที่             
ทั้งงานด้านการสอน งานด้านการสนับสนุน ซึ่งการพัฒนา      
การเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี
จำ�เป็นต้องส่งเสริมให้ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
้
ได้รบการพัฒนาในทุกๆ ด้านอย่างต่อเนือง โดยเฉพาะแนวทาง
ั
่
การจัดการศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 ซึงจะใช้พร้อมกันทุกโรงเรียนในปีการศึกษา
่
2553
	
อีกทั้งมีกลุ่มครู สควค. ที่ได้สอบเลื่อนเข้าสู่ตำ�แหน่ง
ผู้ บ ริ ห ารสถานศึ ก ษาทั้ ง ผู้ อำ � นวยการสถานศึ ก ษาและ                 
รองผู้อำ�นวยการสถานศึกษา ซึ่งมีความสำ�คัญเป็นอย่างยิ่ง
ในการพั ฒ นาสถานศึ ก ษาให้ มี คุ ณ ภาพ มี ก ารบริ ห ารและ                 
การจัด การสถานศึ ก ษาโดยใช้สถานศึกษาเป็นฐาน ดั ง นั้ น                     
การพัฒนาการสอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี
สู่กระบวนการคิด และการพัฒนาครู/ผู้บริหาร (ครู สควค.)  
มุ่ ง สู่ ก ารพั ฒ นาสถานศึ ก ษาคุ ณ ภาพ จึ ง เป็ น แนวทางที่ จ ะ
สามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำ�คัญ
รวมทั้งพัฒนาคุณภาพครู ผู้บริหารสถานศึกษา จะส่งผลถึง
คุณภาพของนักเรียน มีคณธรรมจริยธรรม มีสมรรถนะ มีทกษะ
ุ
ั
ชีวิต และมีจิตสาธารณะได้ด้วย

	
ชมรมครู สควค. สาขาภาคเหนือ จึงได้จัดกิจกรรม
พัฒนาเครือข่ายทางวิชาการและวิชาชีพครู สควค. ภาคเหนือ
โดยการสนับสนุนงบประมาณจาก สสวท. จำ�นวน 150,500 บาท
มีครู สควค. เข้าร่วมกิจกรรม จำ�นวน 98 คน และมีการจัด
กิจกรรมต่างๆ ดังนี้
	
วันที่ 9 กันยายน 2553 มีกิจกรรมดังนี้
	
1. 	การบรรยายทางวิชาการ : บทบาทและความ     
คาดหวั ง ต่ อ ครู / ผู้ บ ริ ห าร (ครู สควค.) มุ่ ง สู่ ก ารพั ฒ นา          
สถานศึกษาคุณภาพ
	
2. 	การประชุมปฏิบตการ : แนวทางการจัดการศึกษา
ัิ
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขันพืนฐาน พุทธศักราช 2551
้ ้
การจัดทำ�หน่วยการเรียนรู้ และการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้
สาระวิทยาศาสตร์, คณิตศาสตร์ และคอมพิวเตอร์ (ครูผู้สอน)
และเทคนิควิธการประเมินโครงการ และการวิจยทางการศึกษา
ี
ั
(ผู้บริหาร)
	
3. 	การประชุมระดมสมอง : การพัฒนาเครือข่ายครู
สควค. และกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แบ่งปันประสบการณ์
จากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง
	
วันที่ 10 กันยายน 2553 :: มีกิจกรรมการประชุม
ปฏิ บัติก าร วางแผนปฏิ บัติก ารประจำ � ปี 2554 และแผน
กลยุทธ์ (3 ปี) ของเครือข่ายครู สควค.ภาคเหนือ ซึงมีกรอบการ
่
พัฒนางาน ดังนี้
	
- 	 แนวทางการพัฒนาความรู้ ความสามารถของครู/
ผู้บริหาร
	
- 	 การแสวงหาความร่วมมือของหน่วยงาน/องค์กร/
สถาบันเครือข่ายต่างๆ กับการพัฒนาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์
และคอมพิวเตอร์
	
- 	 การประกวดนวัตกรรมของครู/ผู้บริหาร
	
- 	 การประกวดโครงงานนักเรียน
	
ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ประสบความสำ�เร็จ
อย่างดี ได้รับความสนใจจากครู สควค. ภาคเหนือ เข้าร่วม
กิจกรรมจำ�นวนมาก ซึ่งประสบการณ์และความสำ�เร็จที่ได้รับ
จะเป็ น พื้ น ฐานให้ เราได้ อ อกแบบจั ด กิ จ กรรมให้ ดี ยิ่ ง ขึ้ น
ในปีต่อไป
วารสาร สควค. 13

ปีที่ 4 ฉบับที่ 16 เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2553	

บทความ

ครู สควค. ครูผู้สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้
ศักดิ์อนันต์ อนันตสุข สควค.รุ่น 6 ครู คศ.1 ร.ร.นารายณ์คำ�ผงวิทยา จ.สุรินทร์

	
“ครู สควค. ครูผู้สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้” เป็น
สโลแกนทีผเู้ ขียนใช้ในการประชาสัมพันธ์และสร้างภาพลักษณ์
่
ของเครือข่ายครู สควค. มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 โดยหยิบยก
ข้อความ “สังคมแห่งการเรียนรู้” มาจาก พรบ. การศึกษา   
แห่งชาติ 2542 ผู้เขียนมักถูกถามถึงความหมายของข้อความ
นั้นเสมอมา แล้วก็มักลงท้ายด้วยคำ�พูดที่ว่า สังคมแห่งการ      
เรียนรู้ สร้างคนเดียวไม่ได้ เราทุกคนต้องช่วยกัน
	
ผูเ้ ขียน ไม่มนยามของข้อความนันชัดเจนนัก จนกระทัง
ี ิ
้
่
ได้อาน เอกสารนโยบายเพือเผยแพร่แนวความคิด “การส่งเสริม
่
่
สังคมแห่งการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพเยาวชน” มาตรการ
สำ�คัญเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิรูปการศึกษา ในทศวรรษ
ที่ 2 (พ.ศ. 2552-2561) ของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งคณะ
รัฐมนตรีได้มีมติให้มีการจัดตั้ง สถาบันส่งเสริมสังคมแห่งการ
เรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) มีรายละเอียด ดังนี้
	
“สังคมแห่งการเรียนรู้” เป็นสภาวะแวดล้อมในสังคม
ทีจ�เป็นต่อการเรียนรูตลอดชีวต ตามเป้าหมายของการปฏิรป
่ำ
้
ิ
ู
การศึกษา คุณลักษณะของสังคมแห่งการเรียนรู้อาจรวมถึง
	
1. 	จิ ต สำ � นึ ก แห่ ง การเรี ย นรู้ ประชาชนทุ ก วั ย               
มี จิ ต สำ � นึ ก รั ก การเรี ย นรู้ การปลู ก จิ ต สำ � นึ ก อาจเน้ น หนั ก          
ไปยังกลุ่มเยาวชน แต่จำ�เป็นต้องรณรงค์ปลูกจิตสำ�นึกรักการ
เรียนรู้ให้ประชาชนทั่วไปตื่นตัวจนซึมซับกลายเป็นค่านิยม
(ทำ�นองเดียวกับค่านิยม “สร้างสุขภาพ นำ�ซ่อมสุขภาพ”
ในทางสาธารณสุข) การสร้างจิตสำ�นึกสามารถดำ�เนินการ
ได้ ด้ ว ยการตลาดเพื่ อ สั ง คมผ่ า นการสื่ อ สารช่ อ งทางต่ า งๆ
รวมถึ ง การยกย่ อ งเชิ ด ชู ใ ห้ ร างวั ล แก่ ตั ว อย่ า งที่ ดี ใ นสั ง คม
	
2. 	การอ่ า นเป็ น ระเบี ย บวาระของชาติ การอ่ า น
เป็นประตูบานใหญ่ที่สุดของการค้นคว้าหาความรู้และไม่ใช่           
แต่เพียง “อ่านหนังสือออก” แต่รวมถึง“การอ่านทำ�ความ
เข้าใจ คิดวิเคราะห์ และพัฒนาเป็นความรู้เพื่อใช้ในสังคม”
การส่ ง เสริ ม การอ่ า นจึ ง มิ ใช่ เ พี ย งเผยแพร่ แจกจ่ า ยหนั ง สื อ
แต่ตองยกระดับฉันทะกับทักษะของการอ่านด้วยการประกาศ
้
ระเบียบวาระของชาติ โดยมุ่งผลสำ�เร็จจริง ซึ่งจำ�เป็นต้อง
พัฒนาทั้งทางด้านอุปทานและอุปสงค์ของการอ่านไปด้วยกัน
มิฉะนั้น ก็จะเป็นการทุ่มเทงบประมาณไปสู่การผลิตหนังสือ   
ที่มีผู้ต้องการอ่านจำ�นวนน้อย

	
3.	 องค์กรทุกองค์กรเป็นสถาบันพัฒนาคน นอกเหนือ
จากโรงเรี ย นและสถานศึ ก ษา บรรยากาศของการเรี ย นรู้
สามารถมีขนได้ในองค์กรต่างๆ ในเบืองต้น องค์กรทุกประเภท
ึ้
้
ล้ ว นมี น โยบายพั ฒ นาบุ ค ลากร มี ห น่ ว ยรั บ ผิ ด ชอบ การ
เชื่อมประสานให้เกิดความร่วมมือขององค์กรต่างๆ จึงอยู่ใน
วิสัยความเป็นไปได้ไม่ยาก บรรยากาศการเรียนรู้ในองค์กร               
ย่ อ มจะถ่ า ยทอดจากบุ ค ลากรขององค์ ก รไปสู่ เ ยาวชน
ผ่านทางครอบครัว และผลในทางตรงจะเป็นการเพิมผลิตภาพ           
่
ของแรงงานไทยไปด้วยพร้อมกัน
	
4. 	ชุ ม ชนท้ อ งถิ่ น เป็ น สถาบั น พั ฒ นาคน เยาวชน
ส่วนมากใช้ชีวิตอยู่ในชุมชนท้องถิ่น และเมื่อจบการศึกษา                
ก็ ย่ อ มต้ อ งหาทางประกอบอาชี พ เยาวชนจำ � นวนไม่ น้ อ ย
ต้องย้ายถิ่นเนื่องจากหาอาชีพในท้องถิ่นไม่ได้ ท้องถิ่นเองก็ได้
รับประโยชน์น้อยจากสถานศึกษาในเขตท้องถิ่นเอง ดังนั้น
หากท้ อ งถิ่ น มี บ ทบาทเพิ่ ม ขึ้ น ในการกำ � หนดแผนพั ฒ นา                
กำ�ลังคน ก็ยอมมีโอกาสใช้ประโยชน์จากผลผลิตทางการศึกษา
่
(ผู้สำ�เร็จการศึกษา) มากยิ่งขึ้น เมื่อเห็นถึงประโยชน์ดังกล่าว
แล้ ว ท้ อ งถิ่ น ยั ง มี ศั ก ยภาพที่ จ ะสนั บ สนุ น แหล่ ง ฝึ ก งาน
ครู นักปฏิบัติ และงบประมาณ สิ่งที่ขาดขณะนี้คือ “โอกาส”
ที่ ท้ อ งถิ่ น จะเข้ า มาร่ ว มพั ฒ นาระบบการเรี ย นรู้ ใ นฐานะ             
ภาคีหลักภาคีหนึ่ง
	
5. 	นวัตกรรมการเรียนรู้ในสถานศึกษา การปฏิรูป
การศึกษามีปรัชญา “ผู้เรียนเป็นสำ�คัญ” ดังนั้น การเรียน
การสอนแบบวิธีการเดียวทั้งประเทศจึงขัดแย้งกับหลักการ
ดั ง กล่ า ว เพื่ อ สอดคล้ อ งกั บ ลั ก ษณะผู้ เรี ย นตามท้ อ งถิ่ น
วัฒนธรรม และลักษณะเฉพาะ จึงจำ�เป็นยิ่งที่จะส่งเสริมให้มี
การค้นคิดริเริมวิธการเรียนการสอน ตลอดจนวิธบริหารจัดการ
่ ี
ี
ที่มีประสิทธิภาพ
	
สสค. ได้เริ่มขับเคลื่อนการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้
แล้ว จึงขอเชิญชวนครู สควค. มาเป็นส่วนหนึ่งที่สำ�คัญในการ
สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ดูรายละเอียดที่ www.QLF.or.th
และชมรมครู สควค. ก็ได้เริ่มขับเคลื่อนกองทุนครู สควค. ครู
ผู้สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ด้วยเช่นกัน
ที่มา : เอกสารนโยบายเพื่อเผยแพร่แนวความคิด
“การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้” ของกระทรวงศึกษาธิการ
14 วารสาร สควค.	

ปีที่ 4 ฉบับที่ 16 เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2553

บทความ

Social Media กับการเรียนรู้ยุค 2.0
ศักดิ์อนันต์ อนันตสุข สควค.รุ่น 6 ครู คศ.1 ร.ร.นารายณ์คำ�ผงวิทยา จ.สุรินทร์

	
ปัจจุบนเทคโนโลยีสารสนเทศได้พฒนาไปอย่างรวดเร็ว
ั
ั
ทุกคนมีโอกาสในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ได้ง่ายและมีจำ�นวน
เพิ่มมากขึ้นทุกวัน สามารถเข้าไปเพื่อแบ่งปันความรู้และเสนอ
แนวคิดใหม่ๆ โดยไม่ถูกปิดกั้น นับเป็นยุค 2.0 ที่นักการศึกษา
ต้องตระหนักกับการเปลี่ยนถ่ายของเนื้อหา (Content) จาก
Static Content เข้าสู่ยุค Dynamic Content
	
Social Media หมายถึง สังคมออนไลน์ที่มีผู้ใช้เป็นผู้
สื่อสาร เขียนเล่าเรื่องราว เนื้อหา ประสบการณ์ หรือบทความ
ต่างๆ รวมถึงรูปภาพหรือวิดีโอ ที่ผู้ใช้เขียนหรือทำ�ขึ้นมาเอง
หรือหากพบเจอจากสื่ออื่นๆ แล้วนำ�มาแบ่งปันให้กับผู้อื่น            
ที่อยู่ในเครือข่ายของตนผ่านทางเว็บไซต์ Social Network       
ที่ให้บริการบนโลกออนไลน์
	
ปัจจุบัน การสื่อสารแบบนี้ จะทำ�ผ่านทาง Internet
และโทรศั พ ท์ มื อ ถื อ เท่ า นั้ น เนื้ อ หาของ Social Media
โดยทั่ ว ไปมี ไ ด้ ห ลายรู ป แบบ ทั้ ง กระดานความคิ ด เห็ น ,
เว็ บ บล็ อ ค, แชร์ วิ ดี โ อ, เว็ บ บอร์ ด , อี เ มล์ , วิ กิ , รู ป ภาพ
และวิดีโ อ ส่ ว นเทคโนโลยีที่ร องรับเนื้อหาเหล่านี้ก็ร วมถึ ง
เว็บบล็อค,เว็บไซต์แชร์รูปภาพ, เว็บไซต์แชร์เพลง เป็นต้น
	
Social Networking เป็นชุมชนเล็กๆ ในโลกออนไลน์
ที่ ไ ม่ ต้ อ งการพื้ น ที่ ท างกายภาพ ในการสร้ า งชุ ม ชน ใครๆ             
ก็สามารถเข้าถึงชุมชนแห่งนี้ได้ หากเป็นคนที่มีความสนใจ
ในเรื่องเดียวกัน โดย Social Networking จะเป็นแหล่งรวม            
ผลงาน และความคิดสร้างสรรค์ เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนความรู้
และต่อยอดความรู้ เป็นห้องสมุดขนาดใหญ่ เป็นแหล่งสร้าง
เพื่อน สร้างเครือข่าย
	
Social Media แตกต่างจาก Media อืนๆ ไม่วาจะเป็น
่
่
หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ วิทยุ หรือภาพยนตร์ Social Media จะ
เชือมโยงกับเครืองมือสือสารทีมตนทุนถูกและใช้งานได้สะดวก
่
่
่
่ี้
ง่ายดาย สำ�หรับคนในสังคมทั่วไป ในการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ
หรือเป็นผูสอสารข้อมูลเองก็ตาม การลงทุนทำ� Media ประเภท
้ ื่
อื่นๆ ต้องใช้เงินลงทุนจำ�นวนมากในการผลิตและส่งข่าวสาร
ข้อมูล เช่น โทรทัศน์ต้องใช้เงินเป็นสิบ หรือเป็นร้อยล้านบาท
ในการดำ�เนินการ เช่นเดียวกับการออกหนังสือพิมพ์สักเล่ม
หรื อ ทำ � รายการวิ ท ยุ สั ก ช่ อ ง ก็ ต้ อ งใช้ เ งิ น มหาศาลเช่ น กั น

แต่สำ�หรับ Social Media แล้วใช้เงินน้อยมาก หรืออาจ
ไม่ต้องใช้เลยก็ได้ สิ่งที่เหมือนกันของ Social Media และ
Media ทั่วไปคือ ความสามารถในการเข้าถึงผู้รับสารที่หลาก
หลาย ตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ถึงคนจำ�นวนมหาศาล เช่น การออก
อากาศทางโทรทัศน์ อาจไม่มีผู้ชมเลย หรือ มีผู้ชมนับล้านคน
ก็ได้  แต่สิ่งที่ทำ�ให้ Social Media แตกต่างจากสื่อประเภทอื่น
คือ การมีปฎิสมพันธ์ หรือแบ่งปันบางสิงบางอย่าง กับนักท่องเว็บ
ั
่
คนอื่นๆ ได้อย่างทันทีทันใด
	
แนวคิดการนำ�  Social Media มาประยุกต์ใช้ในการ
จัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี
นั บ เป็ น กลยุ ท ธ์ ใ หม่ ที่ สำ � คั ญ และจำ � เป็ น อย่ า งยิ่ ง ที่ ชมรม
ครู สควค. สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะส่งเสริมและ
สนับสนุนให้เกิดเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน เพราะปัจจุบัน Social
Media ได้กลายเป็นเครื่องมือที่สำ�คัญในการสร้างสื่อ ให้เกิด
เป็นเครือข่ายเชื่อมโยงกันในโลกออนไลน์ ที่เปิดโอกาสให้
ทุกคนสามารถใช้เป็นช่องทางในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้
ง่ายและสะดวกรวดเร็ว โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการซื้อลิขสิทธิ์
แต่อย่างใด ดังนั้น การนำ�เทคโนโลยี Social Media มาใช้
เป็นเครื่องมือในการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์
และเทคโนโลยี จะเป็นการผลักดัน ครู สควค. ให้ก้าวทันโลก             
ยุ ค ปั จ จุ บั น และสามารถเข้ า ถึ ง เยาวชนยุ ค ใหม่ ไ ด้ อ ย่ า งทั น
ท่วงที ซึ่งจะทำ�ให้เกิดระบบสังคมแห่งการเรียนรู้บนเครือข่าย
อินเทอร์เน็ต และช่วยให้ ครู สควค. สามารถนำ�เครื่องมือ
ออนไลน์ ม าประยุ ก ต์ ใช้ ใ นการจั ด การเรี ย นรู้ วิ ท ยาศาสตร์
คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
	
ชมรมครู สควค. สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ              
จึงจัดโครงการพัฒนาศัก ยภาพครู สควค. ส่งเสริ ม การใช้          
Social Media ในการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์
และเทคโนโลยี เมื่อวันที่ 30-31 ตุลาคม 2553 ณ คณะศึกษา
ศาสตร์ ม.ขอนแก่น มีครูเข้าร่วมกิจกรรม 107 คน ซึ่งนับได้
ว่าประสบความสำ�เร็จเกินความคาดหมาย ผู้สนใจสามารถ
ชมผลงานได้ที่ http://smteacher.wordpress.com และ
ติดตามความเคลือนไหวของชมรมครู สควค. อีกช่องทางหนึงที่
่
่
www.facebook.com/krusmart
ปีที่ 4 ฉบับที่ 16 เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2553	

วารสาร สควค. 15

ห้องเรียนออนไลน์วิทยาศาสตร์
คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี

ขอเชิญครูผู้สนใจร่วมงาน วทร.
ครั้งที่ 20 ณ มรภ.เชียงราย

	
11 สิงหาคม 2553 นายไชยยศ จิรเมธากร รมช.
กระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิดคลังความรู้
สู่ ค วามเป็ น เลิ ศ ทางวิ ท ยาศาสตร์ คณิ ต ศาสตร์ และ
เทคโนโลยี (www.scimath.org) อย่างเป็นทางการ
ณ ห้ อ งประชุ ม ศู น ย์ นิ ท รรศการและการประชุ ม
ไบเทค บางนา โดยมีนักเรียน ครู อาจารย์จากทั่วประเทศ
ร่วมสัมผัสกับบรรยากาศการสาธิตห้องเรียนออนไลน์
อย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรก
	
ภายในงาน คณะละครมรดกใหม่ ได้ จั ด การ
แสดงสะท้อนความเป็นจริงของสังคมในอนาคตอันใกล้                
นี้ว่า ไม่ว่าจะเป็น นักเรียน นักศึกษา หรือประชาชนทั่วไป
ก็สามารถแสวงหาความรู้นอกตำ�ราเรียน ภายในเวลา
อันรวดเร็ว
	
สิ่งที่นำ�เสนอในในละครเวที บ่งบอกว่า นักเรียน
นักศึกษา สามารถสืบค้นข้อมูลต่างๆ ได้ที่ www.scimath.org
เพราะเว็บไซต์นี้ได้รวบรวมหลักสูตรการเรียนการสอน
วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ของสถาบันชั้นนำ�ต่างๆ
ตัวอย่างสื่อการเรียนการสอนที่หลากหลาย โครงงาน
วิ ท ยาศาสตร์ คณิ ต ศาสตร์ แ ละเทคโนโลยี ที่ จ ะช่ ว ย               
จุดประกายแนวคิด บทความทางวิชาการและข่าวสาร
ในวงการวิทยาศาสตร์ คลังข้อสอบทางด้านวิทยาศาสตร์
คณิ ต ศาสตร์ แ ละเทคโนโลยี ที่ พ ร้ อ มให้ ท ดสอบความ
สามารถ เป็นต้น
	
ส่วนประชาชนทั่วไปก็สามารถใช้ช่องทางในการ
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และ   
เทคโนโลยี ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ได้ที่คลังความรู้
นี้ได้เช่นกัน
	
www.scimath.org เป็นเสมือนห้องเรียนให้
ทุกคนได้มาใช้ประโยชน์จากการเรียนรู้ เป็นฐานข้อมูล
กลางของประเทศในการสืบค้นหาความรู้ ที่จะช่วยให้              
ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมกัน อันจะช่วย
ตอบสนองนโยบายการปฏิรปการศึกษาในทศวรรษทีสอง
ู
่
ของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ส่งเสริมให้คนไทยทุกคนได้
เรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ

	
ดร.พรพรรณ ไวทยางกูร ผู้อำ�นวยการสถาบัน
ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)         
แจ้งว่า สสวท. ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย
จัดการประชุมวิชาการ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ใน
โรงเรียน ครั้งที่ 20 ในหัวข้อ “พัฒนาวิทยาศาสตร์
คณิตศาสตร์ ในโรงเรียน อย่างยั่งยืน : ประสบการณ์
จากประเทศเพื่อนบ้าน” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิด
โอกาสให้ครูอาจารย์ผู้สอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์
และคอมพิวเตอร์ได้นำ�เสนอผลงานวิชาการ งานวิจัย
และนวัตกรรม ให้ครูอาจารย์ได้เพิ่มพูนความรู้ ทักษะ
ทางวิชาการด้วยการฟังบรรยาย และประชุมปฏิบัติการ
รวมทั้ ง ได้ แ ลกเปลี่ ย นแนวความคิ ด และประสบการณ์                     
ซึ่งอาจนำ�ไปประยุกต์ในการพัฒนางานและพัฒนาตนเอง
จัดแสดงนิทรรศการงานทางวิชาการ และแลกเปลี่ยน
ประสบการณ์ดานการจัดการเรียนการสอนระหว่างครูของ
้
ประเทศไทยและประเทศเพือนบ้าน (กลุมประเทศลุมนําโขง)
่
่
่ ้
	
ทั้งนี้ ผู้จัดได้เปิดรับสมัครผู้เสนอผลงาน ตั้งแต่
บัดนี้ จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2553 และรับสมัคร       
ผู้เข้าร่วมงาน ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2553
ดูรายละเอียด และสมัครได้ที่เว็บไซต์ www.science.
cru.in.th/vtr20/ หรือติดต่อฝ่ายลงทะเบียน งาน วทร.
ครังที่ 20 ทีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัย
้
่
ราชภัฏเชียงราย อำ�เภอเมือง จังหวัดเชียงราย 57100
โทรศัพท์ 053-776012 โทรสาร 053-702758

วารสาร สควค. ปีที่ 4 ฉบับที่ 16 (กรกฎาคม-กันยายน 2553) พิมพ์ครั้งแรก พฤศจิกายน 2553 จำ�นวน 500 เล่ม เจ้าของ ชมรมครูที่มีความ
สามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี เว็บไซต์ www.krusmart.com ที่ทำ�การ เลขที่ 46 หมู่ที่ 10 ตำ�บลธาตุ อำ�เภอรัตนบุรี
จังหวัดสุรินทร์ 32130 โทรศัพท์ 089-0286327 สนับสนุนการจัดทำ�โดย สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ที่ปรึกษา
อ.พรพรรณ ไวทยางกูร, อ.นารี วงศ์สิโรจน์กุล, อ.ดวงสมร คล่องสารา, อ.อรวรรณ อินทวิชญ, อ.ปราณี สร้อยสั้น, อ.พวงเพ็ญ บุญญภัทโร, อ.โสภณ
แย้มทองคำ�, อ.มิตรชัย คำ�งอก, อ.สุประดิษฐ สะอาด, ผอ.ธนชัย สุทธิยานุช บรรณาธิการ ศักดิ์อนันต์ อนันตสุข ผู้ช่วยบรรณาธิการ รัสนา อนันตสุข
กองบรรณาธิการ ว่องไว ธุอินทร์, ณัฐพล แสงทวี, เจษฎา เนตรสว่างวิชา, วิโรจ หลักมั่น, วิสุทธิ์ คงกัลป์, บุญเลี้ยง จอดนอก, ชำ�นาญ เพริดพราว,
วงค์ณภา แก้วไกรษร, จตุรภัทร ประทุม เครือข่ายวารสารฉบับออนไลน์ www3.ipst.ac.th/dpst และ www.anantasook.com
“...การที่จะทำ�ให้เป้าหมายทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพดังกล่าวสำ�เร็จลุล่วง
ไปได้ ย่อมต้องอาศัยครูเป็นปัจจัยสำ�คัญ แม้ในปัจจุบันเทคโนโลยีจะก้าวหน้า ข้อมูล
ข่าวสารไร้พรมแดน แต่ก็ไม่สามารถทดแทนครูได้ เพราะการศึกษามิใช่เป็นเพียง
การรับรู้ข้อมูลข่าวสารเท่านั้น สิ่งสำ�คัญกว่าคือ การฝึกคิดการบ่มนิสัยให้แต่ละคน
สามารถพึงพาตนเองและมีนาใจเอือเฟือเผือแผ่ตอคนอืน ส่วนนีตองใช้คนสอนเท่านัน             
่
ํ้
้ ้ ่
่
่
้้
้
ยิ่งเทคโนโลยีก้าวไกลเพียงใด ก็ยิ่งต้องการครูที่มีความสามารถมากขึ้นเพียงนั้น               
ครูต้องพัฒนาตนเองให้รู้เท่าทันโลก จึงจะสามารถอบรมบ่มนิสัยคนในยุคใหม่ได้...”
	

	

พระราชดำ�รัสสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ
วันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2547 ในโอกาสเสด็จพระราชดำ�เนินไปทรงเปิดงานวันครูโลก 2004

ความเคลื่อนไหวเครือข่ายครู สควค. : บริการเครือข่าย วิจัยการศึกษา สร้างสรรค์ปัญญา ร่วมพัฒนาชาติไทย

16 ต.ค. 2553 :: ชมรมครู สควค. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดอบรมสร้างสื่อการเรียนรู้-สื่อสิ่งพิมพ์ โดยทุนสนับสนุนจากสำ�นักงานเลขาธิการ
คุรุสภา และมอบทุนการศึกษา จำ�นวน 3,000 บาท และงบประมาณปรับปรุงภูมิทัศน์ 3,000 บาท แก่โรงเรียนนารายณ์คำ�ผงวิทยา จ.สุรินทร์

30-31 ต.ค. 2553 :: ชมรม ครู สควค. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดโครงการ “พัฒนาศักยภาพครู สควค. และส่งเสริมการใช้ SOCIAL MEDIA       
ในการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี” ณ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (โดยทุนสนับสนุนจาก สสวท.)

9-10 ก.ย. 2553 :: ชมรม ครู สควค. ภาคเหนือ จัดกิจกรรมพัฒนาเครือข่ายฯ “แนวทางการจัดการศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา          
ขัน       พนฐาน พ.ศ. 2551 และบทบาทของครู/ผูบริหาร (ครู สควค.) สูการพัฒนาสถานศึกษาคุณภาพ”ณ โรงแรมศิรนาถการ์เด้น จังหวัดเชียงใหม่
้
ื้
้
่
ิ
พิมพ์ที่ :  บริษัท รุ่งธนเกียรติออฟเซ็ท จำ�กัด บริการสมาชิกโดย : ศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี (ศวคท.)

TSMT Journal16 (วารสาร สควค. ฉบับที่ 16)

  • 1.
    วารสาร ปีที่ 4 ฉบับที่16 กรกฎาคม - กันยายน 2553 ชมรมครูที่มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี ISSN 1905-758X TSMT Journal สนับสนุนโดย สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
  • 2.
    2 วารสาร สควค. ปีที่ 4ฉบับที่ 16 เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2553 สารจากผู้อำ�นวยการ สสวท. (ดร.พรพรรณ ไวทยางกูร) ครู สควค. ที่รักทุกคน สสวท. ได้จัดกิจกรรมพัฒนาและส่งเสริมครู สควค. ให้เป็นครู คุณภาพ ในสาขาของตนอย่างต่อเนือง โดยในปี 2553 ได้เปิดโอกาสให้ครู สควค. รับทุนศึกษาต่อ ่ ในระดับปริญญาโท 580 ทุน สนับสนุนทุนในการทำ�วิจัยในชั้นเรียนและโครงการยกระดับ คุณภาพการศึกษาวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์กว่า 170 รายการ เพิ่มบทบาทเครือข่าย ครู สควค. โดยให้ทุนสนับสนุนการจัดกิจกรรมแก่ชมรมครู สควค. 4 ภูมิภาค และคัดเลือกครู ในเครือข่ายเข้าร่วมกิจกรรมในระดับประเทศและนานาชาติ ทั้งนี้ สสวท. มีความคาดหวังว่า ครูในแต่ละเครือข่าย จะได้พฒนาตนเองให้เป็นครูคณภาพ เพือสร้างคน คือ เยาวชนไทยให้มคณภาพ ทีสามารถเป็นความหวังของประเทศ ั ุ ่ ีุ ่ ของเราได้ ขอเป็นกำ�ลังใจให้ทุกท่านมีความแน่วแน่ในการปฏิบัติหน้าที่ของตนเองอย่างมีคุณภาพตลอดไป 22-27 ส.ค. 2553 :: สสวท. สนับสนุนครู สควค. 4 ภูมิภาค 60 คน เข้าร่วมงานประชุมวิชาการ IAEA2010 เพื่อเปิดโอกาสให้ได้พบกับนักวิจัยและ นักวัดผลประเมินผลของประเทศไทยและจากทั่วโลก ที่มานำ�เสนอผลงานวิจัยและแนวคิดใหม่ ด้านการวัดผลและประเมินผล 24 ส.ค. 2553 :: ดร.พรพรรณ ไวทยางกูร ผอ. สสวท. ให้นโยบาย 9-11 ก.ย. 2553 :: ครู สควค. เข้าค่ายครูยุคดิจิตอล ณ ม.เกษตรศาสตร์ การพัฒนาเครือข่ายครู สควค. 4 ภูมิภาค ดำ�ริจัดตั้งสมาคมครู สควค. ดูรายละเอียดโครงการ MICT ที่ HTTP://WWW.KU.AC.TH/MICTCAMP 24 ก.ย. 2553 :: ครู สควค. ที่ได้รับทุนสนับสนุนการทำ�วิจัย/โครงการ 30 ต.ค. 2553 :: อ.อรวรรณ อินทวิชญ หัวหน้าสาขา พสวท. และ สควค. ยกระดับคุณภาพการศึกษาฯ นำ�เสนอผลงาน ณ โรงแรมวินเซอร์ สวีท กทม. และ อ.ประหยัด ทองมาก พบปะและให้กำ�ลังใจครู สควค. ป.โท ที่ ม.ขอนแก่น
  • 3.
    ปีที่ 4 ฉบับที่16 เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2553 วารสาร สควค. 3 สารบัญ บทบรรณาธิการ ครูศักดิ์อนันต์ อนันตสุข E-mail :: anantasook@gmail.com สวัสดีครับ พี่น้องเพื่อนสมาชิกชมรมครู สควค. และ ท่านผู้อ่าน “วารสาร สควค.” ทุกท่าน ผมเชื่ อ โดยสุ จ ริ ต ใจว่ า การจั ด การศึ ก ษาแต่ ล ะ ระดับนั้น ต้องให้สอดคล้องกับพัฒนาการแต่ละช่วงวัยของ ผู้เรียน ซึ่งครูที่สอนนักเรียนในแต่ละระดับชั้นจะต้องมีทักษะ ประสบการณ์และความสามารถในการสอนที่แตกต่างกัน รวมถึงมีระบบการบริหารการศึกษาที่แตกต่างกัน การแยก เขตพื้นที่การศึกษาเป็นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ดังที่ เป็นอยู่ในขณะนี้ จึงน่าจะช่วยตอบโจทย์ข้อนี้ได้ และไม่ว่า เราจะอยู่สังกัดใด การทุ่มเทเพื่อศิษย์ก็ยังเป็นหน้าที่ของครู ผู้สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ทุกคน ผมและที ม งานรู้ สึ ก ดี ใจอย่ า งยิ่ ง ที่ ดร.พรพรรณ ไวทยางกูร ผู้อำ�นวยการ สสวท. ได้ดำ�ริถึงการจัดตั้งสมาคม ครู สควค. ซึงแม้วาจะใช้เวลาอีกพอสมควร แต่นบว่าเป็นนิมต ่ ่ ั ิ หมายที่ดี และปัจจุบันชมรมครู สควค. สาขาภาคตะวันออก เฉียงเหนือ ก็ก�ลังขับเคลือนเรือง กองทุนครู สควค. ครูผสร้าง ำ ่ ่ ู้ สังคมแห่งการเรียนรู้ แล้วเช่นกัน กองบรรณาธิการ เปิดรับบทความจากทุกท่าน หากมี ข้อเสนอแนะประการใด ทีมงานขอน้อมรับด้วยความยินดี พบกับวารสารฉบับออนไลน์ได้ที่ www.krusmart.com หน้า - วันสำ�คัญ : 20 กันยายน วันเยาวชนแห่งชาติ 4 - โครงการครูฟิสิกส์ภาคฤดูร้อน CERN 5 - การประเมินการรู้วิทยาศาสตร์ 6 - คุรุวิจัย ไดโนเสาร์ 7 - นิวเคลียร์ เรื่องใกล้ตัวที่ต้องเรียนรู้ 8 - ปลูกกล้วย ช่วยลดโลกร้อน เรียนรู้อย่างบูรณาการ 9 - ผลงานวิจัยครู สควค. เพลงแห่งการเรียนรู้ 10 - การเรียนรู้หลักสูตรวิทยาศาสตร์โลกทั้งระบบ 11 - กิจกรรมพัฒนาเครือข่ายครู สควค. ภาคเหนือ 12 - ครู สควค. ครูผู้สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ 13 - Social Media กับการเรียนรู้ยุค 2.0 14 - แนะนำ�เว็บไซต์ scimath.org/งาน วทร. 20 15 - พระราชดำ�รัส/ความเคลื่อนไหวเครือข่ายครู สควค. 16 วัตถุประสงค์ 1. เพื่อเป็นสื่อประชาสัมพันธ์ชมรมครูที่มีความ สามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี 2. เพื่ อ เป็ น เวที ใ นการแลกเปลี่ ย นความรู้ ท าง วิ ช าการ ประสบการณ์ ก ารสอน การวิ จั ย ในชั้ น เรี ย น ในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาการสอนของครูและการเรียนรู้ของผู้เรียน 3. เพือเผยแพร่ความรูทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ่ ้ และเทคโนโลยี ให้กว้างขวางและเป็นประโยชน์ต่อสังคม โดยไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง โทรทัศน์ครู คือ นวัตกรรมการศึกษาในรูปของรายการโทรทัศน์ ทีมากมายและหลากหลาย รายการส่วนใหญ่มความยาวเพียง 15 นาที ่ ี เนือหาครอบคลุม นวัตกรรมการเรียนการสอน 8 กลุมสาระการเรียนรู้ ้ ่ นวัตกรรมการบริหาร และการแก้ปญหาเฉพาะด้าน เนือหาส่วนหนึง ั ้ ่ มาจากความร่วมมือกับ Teachers.Tv ประเทศอังกฤษ ซึ่งถ่ายทำ� นวัตกรรมการศึกษาจากโรงเรียนทัวโลก เช่น ฟินแลนด์ ญีปน เม็กซิโก ่ ่ ุ่ ขอเชิญครูทุน สควค. ในภูมิภาคต่างๆ ส่งภาพข่าวที่เกี่ยวกับผลงานเด่นของตนเอง รวมถึงงานเขียน บทความเกี่ยวกับ การพัฒนาการเรียนการสอน ประสบการณ์การวิจย เพือเผยแพร่ ในวารสาร สควค. หรือเผยแพร่ในเว็บไซต์ www.krusmart.com ั ่ บทความในวารสาร สควค. เป็นความคิดเห็นและทัศนะของผู้เขียน ชมรมครู สควค. ไม่จำ�เป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป
  • 4.
    4 วารสาร สควค. วันสำ�คัญ ปีที่ 4ฉบับที่ 16 เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2553 20 กันยายน วันเยาวชนแห่งชาติ รัสนา อนันตสุข ครู คศ.1 ร.ร.โนนเทพ จ.สุรินทร์ วันเยาวชนแห่งชาติได้เริ่มมีขึ้นครั้งแรก เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2528 หลังจากทีองค์การสหประชาชาติได้ก�หนดให้ ่ ำ ปี พ.ศ. 2528 เป็นปีเยาวชนสากล ดังนัน เมือวันที่ 18 มิถนายน ้ ่ ุ 2528 คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติกำ�หนดให้วันที่ 20 กันยายน ของทุกปีเป็นวันเยาวชนแห่งชาติ เนื่องจากตรงกับ วันคล้าย วั น พระราชสมภพของพระมหากษั ต ริ ย์ แ ห่ ง ราชวงค์ จั ก รี ถึงสองพระองค์ คือ 1. พระบาทสมเด็ จ พระจุ ล จอมเกล้ า เจ้ า อยู่ หั ว รัชกาลที่ 5 ทรงพระราชสมภพเมื่อ วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2396 2. พระบาทสมเด็ จ พระเจ้ า อยู่ หั ว อานั น ทมหิ ด ล รัชกาลที่ 8 ทรงพระราชสมภพเมื่อ วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2468 นอกจากนี้พระมหากษัตริย์ทั้งสองพระองค์ยังเสด็จ ขึ้นครองราชย์สมบัติ ขณะยังทรงพระเยาว์เหมือนกันอีกด้วย เป้าหมายของวันเยาวชนแห่งชาติ 1. เพื่อให้เยาวชนช่วงอายุ 15-25 ปี ได้ตระหนักถึง ความสำ�คัญในการพัฒนาตนเอง พัฒนาชุมชน พัฒนาประเทศ 2. เพือให้ประชาชนทัวไป ได้ตระหนักถึงความสำ�คัญ ่ ่ ต่อประเทศชาติทั้งในด้านคุณภาพ คุณธรรม 3. เพื่ อ ให้ น โยบายส่ ง เสริ ม และพั ฒ นาเยาวชน ดำ�เนินไปอย่างต่อเนื่อง สัมฤทธิ์ผล คำ�ขวัญวันเยาวชนแห่งชาติ คณะรั ฐ มนตรี ไ ด้ ม อบคำ � ขวั ญ ซึ่ ง ถอดความเป็ น ภาษาไทยว่า “ร่วมแรงแข็งขัน ช่วยกันพัฒนา ใฝ่หาสันติ” ซึงมีความหมายละเอียดลึกซึงต่อเยาวชนทุกคน สามารถยึดถือ ่ ้ และนำ�ไปปฏิบัติ ดังนี้ 1. ร่วมแรง แข็งขัน (Participation) หมายถึง การ ยอมรับในศักยภาพของแต่ละบุคคล ที่จะสามารถวินิจฉัยและ ตัดสินใจในเรื่องที่เกี่ยวกับตนเอง และตระหนักว่าตนมีโอกาส ได้ใช้โอกาสและพึงพอใจที่ได้ใช้โอกาสด้วยตนเองอย่างเกิด คุณค่า โดยไม่ตกเป็นเครื่องมือของผู้ใด การที่เยาวชนสามารถ มีส่วนร่วมและมีบทบาทต่อชาติบ้านเมืองได้อย่างเต็มที่นั้น เป็นความสำ�เร็จของสังคมและประเทศชาติ 2. ช่วยกันพัฒนา (Development) การพัฒนานัน ้ มองได้ 2 มิติ คือ การพัฒนาตนเองของแต่ละบุคคล และการ พัฒนาสังคมและประเทศชาติ หากบุคคลพัฒนาตนเองได้ดกจะ ี็ เป็นกำ�ลังสำ�คัญ และมีคุณค่าต่อการพัฒนาสังคมและประเทศ ชาติ ขณะเดียวกัน การพัฒนาสังคมและประเทศชาติก็จะเป็น พลังขับเคลือนการพัฒนาของบุคคลด้วย และในสภาวะปัจจุบน ่ ั ความร่วมมือในระดับนานาชาติ จะมีผลอย่างสำ�คัญยิงต่อความ ่ ก้าวหน้าในการพัฒนาประเทศ 3. ใฝ่ ห าสั น ติ (Peace) สั น ติ ภ าพเป็ น หลั ก การ พืนฐานของชีวต ความต้องการสันติภาพ เป็นความต้องการของ ้ ิ สากลโลก ซึงทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกันเพือให้เกิดสันติภาพ ่ ่ และดำ�รงคงไว้ คนหนุมสาวจึงต้องร่วมมือกันในเรืองนี้ ผลักดัน ่ ่ ให้ เ กิ ด มาตรการที่ จ ะสร้ า งความเชื่ อ มั่ น ในวิ ถี ก ารพั ฒ นา ด้วยสันติ และสร้างสำ�นึกสันติภาพ จำ�เป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง ปลูกฝังสังสอนเยาวชนให้รจกเคารพในศักดิศรี ความเป็นมนุษย์ ่ ู้ ั ์ และสิทธิมนุษยชน มีความอดกลั้น ความเป็นประชาธิปไตย และเสรีภาพพื้นฐาน กิจกรรมในวันเยาวชนแห่งชาติ หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้มีการจัดกิจกรรมต่างๆ ขึน เพือเป็นการกระตุนให้เยาวชนได้ตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ ้ ่ ้ ของตนทั้งในด้านเศรษฐกิจ และวัฒนธรรม เช่น 1. การคัดเลือกเยาวชนผู้ทำ�คุณประโยชน์ ในสาขา ต่ า งๆ และมี คุ ณ สมบั ติ ค รบถ้ ว น รั บ รางวั ล เยาวชนดี เ ด่ น แห่งชาติ เพือประกาศเกียรติคณและให้ก�ลังใจแก่ผท�ความดี ่ ุ ำ ู้ ำ 2. กิ จ กรรมอนุ รั ก ษ์ สิ่ ง แวดล้ อ ม การรั ก ษาความ สะอาดของที่อยู่อาศัยและชุมชน 3. การบำ�เพ็ญประโยชน์และสังคมสงเคราะห์ เป็นต้น วันเยาวชนแห่งชาติ จึงนับว่ามีส่วนช่วยกระตุ้นให้ เยาวชน ได้ค้นพบบทบาทและความสำ�คัญของตนเองที่มีต่อ ชุมชนและสังคม หากเยาวชนได้รับการปลูกฝังที่ดี มีค่านิยม ที่ถูกต้องแล้ว ก็จะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีสร้างคุณประโยชน์ต่อ ประเทศได้ในอนาคต อ้างอิง 1. ธนากิต. วันสำ�คัญของไทย. กรุงเทพฯ : ชมรมเด็ก, 2541.
  • 5.
    ปีที่ 4 ฉบับที่16 เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2553 ข่าวประชาสัมพันธ์ วารสาร สควค. 5 โครงการครูฟิสิกส์ภาคฤดูร้อน CERN ภาณุพงศ์ อาชวาคม http://www3.ipst.ac.th/dpst ตามทีได้แจ้งข่าวประชาสัมพันธ์การเข้าร่วมโปรแกรม ่ ภาคฤดูร้อนของเซิร์นไปแล้วนั้น เนื่องจาก มีข้าราชการครู หลายท่าน อยากทราบรายละเอียดที่มาที่ไปของโครงการนี้ว่า เป็นอย่างไร จึงขอแจ้งรายละเอียดให้กับข้าราชการครู สควค. สาขาวิชาฟิสิกส์ ที่สนใจจะสมัครเข้าร่วมโครงการนี้ในปลายปี 2553 และปีตอๆ ไป ส่วนข้าราชการครู สควค. ทีไม่ได้จบสาขา ่ ่ วิชาฟิสกส์กสามารถประชาสัมพันธ์โครงการนีให้แก่ขาราชการ ิ ็ ้ ้ ครูในโรงเรียนของท่านได้ทราบและสมัครเข้าร่วมโครงการ ดังกล่าวได้เช่นกัน รายละเอียดมีดังนี้ครับ เมื่อครั้งที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม ราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำ�เนินเยือนเซิรน (The European ์ Organization for Nuclear Research (CERN)) ณ สมาพันธรัฐ สวิส เป็นครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2552 นั้น ได้มีการ ลงนามในเอกสารแสดงเจตจำ � นงที่ จ ะมี ค วามร่ ว มมื อ กั น (Expression of Interest : EOI) ระหว่ า งสถาบั น วิ จั ย แสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) และเซิรน โดยมีจดประสงค์ ์ ุ เพื่ อ แสวงหาความร่ ว มมื อ ในการส่ ง นั ก ศึ ก ษาและครู ไ ทย ไปร่วมโครงการภาคฤดูร้อน รวมทั้งสนับสนุนให้นักฟิสิกส์ จากประเทศไทยเข้าร่วมทำ�งานวิจัยในโครงการของเซิร์น ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราช กุมารี ทรงมีพระราชประสงค์ให้นักศึกษา และครูฟิสิกส์ระดับ มัธยมศึกษาจากประเทศไทยเข้าร่วมโครงการ CERN Summer Student Programme และ CERN Physics High School Teacher Programme ซึ่งจะจัดในช่วงภาคฤดูร้อนของทุกปี เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาและครูไทย ได้เข้าร่วมกิจกรรมกับ นักศึกษา ครู และนักฟิสิกส์ที่มีชื่อเสียงจากทั่วโลก สถาบั น วิ จั ย แสงซิ น โครตรอน (องค์ ก ารมหาชน) จึงได้ร่วมกับสำ�นักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แห่งชาติ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) และศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์ สำ�นักงานคณะกรรมการ การอุดมศึกษา จัดทำ�โครงการคัดเลือกนักศึกษา และครู สอนฟิสิกส์ เพื่อเข้าร่วมโปรแกรมภาคฤดูร้อนเซิร์น โดยจะ คัดเลือกนักศึกษาและครูสอนฟิสกส์ทมศกยภาพและคุณสมบัต ิ ี่ ี ั ิ เหมาะสมในชั้นต้น แล้วนำ�ความขึ้นกราบบังคมทูลสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อทรงคัดเลือก นักศึกษา 2 คน และครูสอนฟิสิกส์ 2 คน ในขั้นตอนสุดท้าย ให้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว ณ เซิรน ์ สมาพันธรัฐสวิส ซึ่งจะทำ�ให้ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกได้มีโอกาส เรียนรู้ และเพิ่มขีดความสามารถทางด้านฟิสิกส์ ช่วยส่งเสริม และพัฒนาศักยภาพของบุคลากรไทยในสาขานีอย่างมีคณภาพ ้ ุ ต่อไปในอนาคต โดยในปี พ.ศ. 2552 ที่ผ่านมา ครูฟิสิกส์ 2 คนที่ได้ เป็นตัวแทนประเทศไทย ไปเข้าร่วมกิจกรรมกับเซริ์น ณ กรุง เจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ เป็นเวลา 3 สัปดาห์ เป็นครู สควค. คือ นางสาวพิมพร ผาพรม โรงเรียนท่าคันโทวิทยาคาร อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ และ นางสาวสุพตรา ทองเนือห้า จากโรงเรียนทุงสง ั ้ ่ อ.ทุงสง จ.นครศรีธรรมราช โดยโอกาสทีครูและนักศึกษาได้รบ ่ ่ ั ในครังนีจะเป็นจุดเริมต้นเล็กๆ สำ�หรับการพัฒนาวิทยาศาสตร์ ้ ้ ่ และวงการฟิสิกส์ของไทย และช่วยจุดประกายความสนใจ วิทยาศาสตร์ในสังคมไทยได้มากขึ้น ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นได้ด้วย พระบารมีของสมเด็จพระเทพฯ โดยแท้ สำ�หรับการสมัครเข้าร่วมโครงการเซิร์นปี 2553 ครู สอนฟิสกส์ ทีสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการฯ สามารถส่งเอกสาร ิ ่ ใบสมัครมายังฝ่ายเลขานุการ สถาบันวิจัยเเสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) 111 ถ.มหาวิทยาลัย ต.สุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา 30000 ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2553 ศึกษารายละเอียดโครงการและดาวโหลดใบสมัครได้ที่ http://www.slri.or.th/CERN สอบถามได้ที่ E-mail: sasipun@slri.or.th
  • 6.
    6 วารสาร สควค. ปีที่ 4ฉบับที่ 16 เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2553 วิทยาศาสตร์ศึกษา การประเมินการรู้วิทยาศาสตร์ นิธิรัตน์ อาโยวงค์ สควค.รุ่น 5 ครู คศ.1 ร.ร.มัธยมด่านขุนทด จ.นครราชสีมา องค์กรความร่วมมือและพัฒนาทางเศรษฐกิจ หรือที่ เรียกว่า OECD (Organization for Economic Cooperation and Development) ได้เริ่มโครงการประเมินผลการจัด การศึกษาของประเทศสมาชิก ภายใต้ชอโครงการ Programme ่ื for International Student Assessment หรือ PISA โดยมี จุดมุ่งหมายเพื่อประเมินว่านักเรียนที่จบการศึกษาภาคบังคับ (เยาวชนอายุ 15 ปี) จะได้รบการเตรียมพร้อมความรูและทักษะ ั ้ ที่จำ�เป็นสำ�หรับการเป็นประชาชนที่มีคุณภาพในอนาคต และ มีส่วนร่วมสร้างสังคมได้หรือไม่ เพียงใด จุดเด่นของ PISA ได้แก่ การประเมินที่มองไปถึงชีวิต ในอนาคต ไม่ใช่การประเมินตามเนื้อหาในหลักสูตรที่เรียน กันอยูในปัจจุบน และเป็นการประเมินต่อเนือง โดยจำ�แนกเป็น ่ ั ่ 3 ระยะๆ ละ 3 ปี การสำ�รวจระยะแรก (ค.ศ. 2000) เน้นด้าน การอ่าน ระยะที่สอง (ค.ศ. 2003 ) เน้นด้านคณิตศาสตร์ และ การแก้ปัญหา ส่วนระยะที่สาม (ค.ศ. 2006) เป็นการสำ�รวจ ด้านวิทยาศาสตร์ PISA 2006 ได้กล่าวถึงปัญหาที่ใช้ในการที่จะระบุ สิ่งที่ประชาชนควรรู้ คุณค่าและความสามารถในการกระทำ� ในสถานการณ์ ที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ วิ ท ยาศาสตร์ แ ละเทคโนโลยี นั้นว่าไม่ได้หมายถึง การตั้งคำ�ถามเพื่อการเรียนรู้ของความรู้ ทางวิทยาศาสตร์ทั้งหมด แต่ให้เป็นแนวทางโดยอ้างอิงถึงสิ่งที่ ประชาชนต้องการ โดยมีกรอบในการสร้างแบบประเมิน ดังนี้ 1. ความรู้อะไรที่ประชาชนควรรู้อย่างเหมาะสม ? 2. อะไรเป็นสิ่งสำ�คัญสำ�หรับประชาชนต่อคุณค่า เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ? 3. การให้ความสำ�คัญของแต่ละบุคคลเพือให้สามารถ ่ ทำ�ในสิ่งที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์คืออะไร ? 4. ประชาชนสามารถแยกแยะความแตกต่ า ง การกล่าวอ้างเชิงวิทยาศาสตร์ได้หรือไม่ ? การประเมินสมรรถนะทางวิทยาศาสตร์ของ PISA 2006 เป็นการประเมินเกียวกับสาธารณูปโภคส่วนบุคคล ความ ่ รับผิดชอบต่อสังคมและคุณค่าภายในและภายนอกของความรู้ ทางวิทยาศาสตร์ โดยประเมินทั้งด้านการคิดและคุณลักษณะ ของการรู้วิทยาศาสตร์ของนักเรียน PISA 2006 ได้ก�หนดกรอบโครงสร้างการประเมินผล ำ โดยคณะผู้เชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์ของ PISA ตามนิยาม ของการรู้ วิ ท ยาศาสตร์ (Scientific literacy) ที่ ไ ม่ เ พี ย ง หมายถึง ความสามารถในการใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่ต้องมีความเข้าใจ โลกธรรมชาติ (Natural world) และมีสวนร่วมในการตัดสินใจ ่ ทีสงผลต่อโลกธรรมชาติ “การรูวทยาศาสตร์” จึงมีการประเมิน ่่ ้ิ ในประเด็นต่อไปนี้ 1. ด้านบริบท (Context) ตระหนักถึงสถานการณ์ ในชี วิ ต ที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ วิ ท ยาศาสตร์ แ ละเทคโนโลยี โดยที่ สถานการณ์หรือบริบท (Situations or contexts) เป็นการ ประยุกต์ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ ใน 3 ด้านหลัก คือ วิทยาศาสตร์ในชีวิตและ สุขภาพ วิทยาศาสตร์ในโลกและสิ่งแวดล้อม และวิทยาศาสตร์ ในเทคโนโลยี 2. ด้านความรู้ (Knowledge) ความเข้าใจในโลก ธรรมชาติบนพื้นฐานของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ (Scientific knowledge) เป็ น การเชื่ อ มโยงความเข้ า ใจเกี่ ย วกั บ ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ความรู้ ของโลกธรรมชาติ (Knowledge of the natural world) และ ความรู้เกี่ยวกับโลกธรรมชาติ (Knowledge about natural world) 3. ความสามารถ (Competencies) ได้แก่ ความ สามารถดังต่อไปนี้ การระบุประเด็นทางวิทยาศาสตร์ (Identifying scientific issues) การอธิบายปรากฏการณ์ในเชิง วิทยาศาสตร์ (Explain phenomena scientifically) และ การใช้ประจักษ์พยานทางวิทยาศาสตร์ (Using scientific evidence) 4. เจตคติ ต่ อ วิ ท ยาศาสตร์ (Attitude toward science) ประกอบด้วย ความสนใจในวิทยาศาสตร์ การ สนับสนุนการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์ และความรับผิดชอบ ต่อทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ทังนี้ การทีจะบรรลุเป้าประสงค์ของการรูวทยาศาสตร์ ้ ่ ้ิ และเทคโนโลยีของการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ในระดับ มัธยมศึกษาได้นน ต้องทำ�ให้นกเรียนเข้าใจว่าวิทยาศาสตร์และ ั้ ั เทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของสังคม
  • 7.
    ปีที่ 4 ฉบับที่16 เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2553 ครุวิจัยไดโนเสาร์ วารสาร สควค. 7 ความสัมพันธ์ระหว่างขนาดรอยตีนกับความยาวลำ�ตัวของสัตว์ปีก กรณีศึกษาไก่ ไก่งวง และนกยูง ณรงค์ฤทธิ์ ประเสริฐสุข สควค. รุ่น 5 ครู คศ.1 ร.ร.บ้านทรัพย์สมบูรณ์ จ.ขอนแก่น รอยตี น ไดโนเสาร์ เ ป็ น ซากดึ ก ดำ � บรรพ์ ที่ บ อกถึ ง การปรากฏตัวบนโลกของสัตว์เลื้อยคลานโบราณที่เรียกว่า ไดโนเสาร์ มีการพบแหล่งรอยตีนของสัตว์ในอดีตมากมาย ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่มีค่า ซึ่งรอยตีนเป็นสิ่งที่ทำ�ให้เราทราบ ถึงรูปร่างภายนอกของสัตว์ ทำ�ให้นักโบราณชีววิทยาสามารถ สร้างภาพ ไดโนเสาร์เมือครังยังมีชวตอยูได้ ซากไดโนเสาร์ทพบ ่ ้ ีิ ่ ี่ ส่วนใหญ่มักเป็นซากกระดูก การสร้างภาพจากโครงกระดูก ไม่ใช่ของง่าย ภาพทีสร้างอาจผิดไปจากของจริงอย่างสินเชิงได้ ่ ้ นอกจากนี้ รอยตีนยังเป็นเครื่องชี้นำ�ให้เราทราบถึงเรื่องราว ในอดีตของโลกเราอีกด้วย การศึ ก ษารอยตี น มี ผู้ ศึ ก ษาหลายท่ า น อาทิ เช่ น แม็กนีล อเล็กซานเดอร์ ทัลบอร์น และเวด โทนี ทัลบอร์น แบคเกอร์ เป็ น ต้ น โดยมี ก ารศึ ก ษาและคำ � นวณความเร็ ว ความสูงจากส้นเท้าถึงสะโพกและท่วงท่าการเดินของไดโนเสาร์ จากรอยตีน จากความสำ � คั ญ ของรอยตี น ไดโนเสาร์ ดั ง กล่ า ว จะทำ�ให้เราเข้าใจเรื่องราวของไดโนเสาร์มากยิ่งขึ้น แต่ยังไม่มี ข้อมูลการเปรียบเทียบรอยตีนไดโนเสาร์กับสัตว์ปีกปัจจุบัน เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างรอยตีนกับความยาวของลำ�ตัว ของไดโนเสาร์ หากนำ�ข้อมูลรอยตีนสัตว์ปีกในปัจจุบันมา เปรียบเทียบ น่าจะทำ�ให้ได้ค่าคงที่เพื่อนำ�มาเป็นข้อมูลในการ สร้างภาพไดโนเสาร์เมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ได้ รอยตีนและแนวรอยตีนแต่ละลักษณะให้ขอมูลทีบอก ้ ่ ให้ทราบถึงขนาดและลักษณะการเคลื่อนไหวของไดโนเสาร์ได้ รอยตีนหลายๆ รอยที่ประกอบกันเป็นแนวรอยตีน จะบ่งบอก ลักษณะการเคลื่อนไหวจากการก้าวเท้าต่อเนื่องกันหลายๆ ก้าวของไดโนเสาร์ แนวรอยตีนจะเป็นภาพการเคลือนไหวของ ่ ไดโนเสาร์ที่สมบูรณ์กว่ารอยตีนเดี่ยวๆ และช่วยให้เห็นท่วงท่า การย่างก้าว และอัตราความเร็วได้อย่างครบถ้วน รอยตีน เดี่ยวจึงเปรียบได้กับภาพนิ่ง ส่วนแนวรอยตีนก็เปรียบเหมือน ภาพยนตร์หรือภาพชุด แนวรอยตีนจะช่วยให้ทราบว่า เจ้าของ รอยตีนนันเป็นสัตว์ใหญ่หรือเล็ก และเดินด้วยสองตีน หรือสีตน ้ ่ี ไดโนเสาร์บางประเภท เช่น เทอโรพอดทีกนเนือ และออร์นโธพอด ่ิ ้ ิ เป็นไดโนเสาร์ที่เดินสองตีน ในขณะที่บรอนโตซอร์และไดโนเสาร์พวกที่มีแผง เกราะ มีเกล็ดแข็งและมีเขา เป็นไดโนเสาร์ทเี่ ดินสีตน ไดโนเสาร์ ่ี ส่วนใหญ่จะมีเท้าหน้าเล็กกว่าเท้าหลังมาก ดังนั้น การศึกษารอยตีนต้องทำ�ความเข้าใจสิ่งต่างๆ อีกมาก นอกเหนือจากรูปทรงสัณฐาน การวัดแนวรอยตีน หรือการนับรอยนิ้วตีนและการจัดทำ�รายการรูปร่างนิ้วตีน ส่วนของรอยตีนหรือรอยทางเดิน อาจพบว่ามีรปทรงไม่ชดเจน ู ั เหมือนภาพที่อยู่ในตำ�ราเรียน การได้มีโอกาสพินิจพิเคราะห์ เก็บรวบรวมข้อมูลหลักฐานที่พบจริงในทุกสภาพทุกลักษณะ ที่ปรากฏ จะสามารถทำ�ให้เรารู้ข้อมูลเกี่ยวกับร่องรอยนั้นได้ ปริศนาไดโนเสาร์ที่ทิ้งไว้เพียงร่อยรอยบนแผ่นหิน ริมลำ�ธารกลางวนอุทยานภูแฝก จ.กาฬสินธุ์ จะสามารถบอก เรื่องราวอะไรเกี่ยวกับเจ้าของรอยนี้ได้บ้าง การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจยเชิงทดลอง เพือศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างรอยตีน ั ่ ดึกดำ�บรรพ์กับความยาวลำ�ตัวของไดโนเสาร์ที่ภูแฝก โดยหา ความสั ม พั น ธ์ ร ะหว่ า งรอยตี น ของสั ต ว์ ปี ก ในปั จ จุ บั น กั บ ขนาดลำ�ตัว แล้วนำ�ความสัมพันธ์ที่ได้ไปคำ�นวณหาขนาด ลำ�ตัวจากรอยตีนของไดโนเสาร์ที่วนอุทยานภูแฝก เมื่อครั้ง ยังมีชีวิตอยู่ ผลการวิจัยในกลุ่มตัวอย่างสัตว์ปีก ได้แก่ ลูกไก่ ไก่ชน นกยูง และ ไก่งวง พบว่าสัดส่วนความยาวของตีน ความสูง จากส้นตีนถึงสะโพก และความยาวลำ�ตัวมีความสัมพันธ์กัน ทั้งสัดส่วนที่คงที่และสัดส่วนที่แตกต่างกัน ซึ่งเกิดจากความ แตกต่างของวัยด้วย และเมื่อนำ�ความสัมพันธ์ของสัดส่วนของ กลุ่มตัวอย่างเปรียบเทียบกับไดโนเสาร์กลุ่มไทรันโนซอริเด พบว่ามีความใกล้เคียงกัน สรุปได้ว่า การศึกษาอัตราส่วนในสัตว์ปัจจุบันทำ�ให้ เราพบว่ า ขนาดของร่ า งกายแต่ ล ะส่ ว นมี ค วามสั ม พั น ธ์ กั น ไม่เพียงแต่ในสัตว์ชนิดเดียวกัน แต่ยังมีความสัมพันธ์ในระดับ ต่างชนิด รวมถึงสัตว์ทสญพันธุไปนานมากแล้วอย่างไดโนเสาร์ ี่ ู ์ อาจจะเป็นไปได้ว่าสัดส่วนเหล่านี้มีความสำ�คัญต่อการดำ�รง ชีวิตของสัตว์ ตัวอย่างเช่น ช่วยในการสร้างความสมดุลของ ร่างกาย เพื่อความได้เปรียบในการเคลื่อนที่ได้รวดเร็วขึ้น
  • 8.
    8 วารสาร สควค. ปีที่ 4ฉบับที่ 16 เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2553 วิทยาศาสตร์ศึกษา นิวเคลียร์ เรื่องใกล้ตัวที่ต้องเรียนรู้ ศักดิ์อนันต์ อนันตสุข สควค.รุ่น 6 ครู คศ.1 ร.ร.นารายณ์คำ�ผงวิทยา จ.สุรินทร์ ฟิสกส์นวเคลียร์ เป็นสาระการเรียนรูหนึงในวิชาฟิสกส์ ิ ิ ้ ่ ิ ระดับชันมัธยมศึกษาตอนปลาย ทีมงเน้นให้ผเู้ รียน รูและเข้าใจ ้ ่ ุ่ ้ เกียวกับกัมมันตภาพรังสี การเปลียนสภาพนิวเคลียส การสลาย ่ ่ กัมมันตภาพรังสี ปฏิกิริยานิวเคลียร์ ไอโซโทป เสถียรภาพของ นิวเคลียส ประโยชน์และโทษของกัมมันตภาพรังสีและพลังงาน นิวเคลียร์ ตลอดจนสามารถสือสารสิงทีเรียนรู้ มีความสามารถ ่ ่ ่ ในการตัดสินใจเกียวกับการใช้สารกัมมันตรังสีในชีวตประจำ�วัน ่ ิ ผลผลิตจากความรู้นี้ ได้ถูกนำ�ไปประยุกต์ใช้ในการ พัฒนาชีวิตของมนุษย์อย่างกว้างขวาง เช่น ด้านการแพทย์ ทีใช้ในการตรวจวินจฉัยและบำ�บัดรักษาอาการเจ็บป่วย รวมถึง ่ ิ การทำ�ให้ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ปลอดเชือ ด้านเกษตรกรรม ้ เช่น การปรับปรุงพันธุ์ การทำ�หมันแมลงศัตรูพืช การฉายรังสี ชะลอการงอก และการฉายรังสีถนอมอาหาร ด้านอุตสาหกรรม เช่น การผลิตกระดาษ การตรวจหาจุดทีช�รุดเสียหายในท่อของ ่ำ อุตสาหกรรมปิโตรเลียม ตรวจหาแหล่งแร่ การเปลี่ยนสีของ อัญมณี ด้านการศึกษาและด้านวิชาการ เช่น ช่วยในการตรวจ หาอายุของโบราณสถาน โบราณวัตถุ ซากดึกดำ�บรรพ์ เป็นต้น แต่ในปัจจุบันความรู้เรื่อง นิวเคลียร์ ของเยาวชน และสาธารณชน ยังคิดว่า พลังงานนิวเคลียร์เป็นสิ่งที่มีโทษ อย่างมหันต์ต่อมนุษย์ เนื่องจากเรามักจะได้ทราบข่าวเกี่ยว กับนิวเคลียร์ในทางลบ เช่น การสร้างและใช้อาวุธนิวเคลียร์ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิด มีคนขโมยอุปกรณ์นวเคลียร์ทเลิกใช้ ิ ี่ แต่ยังมีพลังงานนิวเคลียร์หลงเหลืออยู่ทำ�ให้เกิดการเจ็บป่วย ร้ายแรง แต่ในความเป็นจริงนานาประเทศมีการคิดค้นและ ปรั บ ปรุ ง เทคโนโลยี นิ ว เคลี ย ร์ ม าใช้ ป ระโยชน์ แ ละพั ฒ นา ประเทศของตนอย่างมากมาย ประเทศมหาอำ�นาจของโลก หรือในเอเชียมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศของตนหลายแห่ง และประเทศไทยเองก็มการเดินเครืองปฏิกรณ์ปรมาณูวจยและ ี ่ ิั ใช้ประโยชน์ด้านการแพทย์ อุตสาหกรรม การเกษตร และ สิ่งแวดล้อม มาตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2505 จนถึงปัจจุบัน ดังนั้น เรื่อง กัมมันตภาพรังสีและพลังงานนิวเคลียร์ จึงไม่ใช่ เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องที่ประชาชนทั่วไปควรจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจ เพื่อจะได้มีส่วนร่วมในการใช้อย่างปลอดภัยและ ร่วมพิจารณา เมื่อมีการก่อตั้งโครงการที่มีการใช้หรือผลิตสาร กัมมันตรังสี ในชุมชนของตนเอง รวมถึง การก่อสร้างโรงไฟฟ้า นิวเคลียร์ในประเทศไทย ดังนั้น ในการจัดการเรียนรู้ เรื่อง ฟิสิกส์นิวเคลียร์ จึ ง ควรมี เ ป้ า หมายเพื่ อ ให้ ผู้ เรี ย นรู้ แ ละเข้ า ใจ เรื่ อ ง ฟิ สิ ก ส์ นิวเคลียร์ อย่างลึกซึ้ง เพื่อเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร ของประเทศ ให้แน่ใจได้ว่าคนรุ่นใหม่จะมีความรู้และทักษะ ที่จะทำ�ให้พวกเขาสามารถทำ�การอภิปรายต่อสาธารณชนให้ เข้าใจได้และสามารถทำ�การตัดสินใจอย่างผู้ที่มีความรู้ได้ และ การเตรียมความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสิ่งที่กำ�ลัง จะมาถึง จะทำ�ให้เราเลือกตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผล ผู้ เขี ย นจึ ง ทำ � วิ จั ย เรื่ อ ง กระบวนการตั ด สิ น ใจของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เรื่องฟิสิกส์นิวเคลียร์ จากการ จัดการเรียนรู้ตามแนวคิดวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสังคม ของ Yuenyong (2006) เพือช่วยส่งเสริมกระบวนการตัดสินใจ ่ ที่ มี เ หตุ ผ ลของนั ก เรี ย นได้ ซึ่ ง จะนำ � มาเล่ า สู่ กั น ฟั ง ต่ อ ไป นอกจากการสอนในชันเรียนแล้ว กิจกรรมค่ายก็เป็นอีกรูปแบบ ้ หนึ่งที่นำ�มาใช้เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับพลังงาน นิวเคลียร์และรังสีให้กับเยาวชนได้ โดยปีนี้สำ�นักงานปรมาณู เพื่อสันติ(ปส.) ได้กำ�หนดจัดกิจกรรมค่ายเยาวชนนิวเคลียร์ สัมพันธ์ “รักอะตอม” แก่นักเรียนในพื้นที่ภาคตะวันออก เฉียงเหนือ จำ�นวน 200 คน ณ โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย เมื่อ 6-8 สิงหาคม 2553 ซึ่งคาดว่าจะจัดค่ายต่อเนื่องทุกปี ผู้สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.oaep.go.th
  • 9.
    ปีที่ 4 ฉบับที่16 เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2553 แลกเปลี่ยนเรียนรู้ วารสาร สควค. 9 ปลูกกล้วย ช่วยลดโลกร้อน เรียนรู้อย่างบูรณาการ ศักดิ์อนันต์ อนันตสุข สควค.รุ่น 6 ครู คศ.1 ร.ร.นารายณ์คำ�ผงวิทยา จ.สุรินทร์ ในฤดูแล้ง ทุ่งนาอีสานต้องประสบกับปัญหาความ ร้อนและแห้งแล้ง ทำ�ให้พืชที่ปลูกตาย ผลผลิตเสียหาย ซึ่งถ้า ต้องการให้ได้ผลผลิตดีตองใช้นาจากใต้ดน ทำ�ให้ตนทุนการผลิต ้ ํ้ ิ ้ สูงขึน ผูเขียนได้สงเกตพบว่า ดินบริเวณทีปลูกกล้วยจะมีความ ้ ้ ั ่ ชุ่มชื้นสูงกว่าบริเวณที่ไม่ได้ปลูก และหากมีการปลูกกล้วยใน พื้นที่ว่างเปล่า ตามคันคูนา นอกจากจะได้กล้วยไว้กินแล้ว ยัง ช่วยพิทักษ์ดิน (พบไส้เดือน) นํ้า (ความชุ่มชื้น) และลดภาวะ โลก (อีสาน) ร้อน ได้ด้วย ผู้เขียนได้ทดลองปลูกกล้วยตามคูนา ในช่วงต้นฤดูฝน ราวเดือนพฤษภาคม เมื่อผ่านไป 1 ฤดูฝน กล้วยต้นนั้นก็จะ เติบโตได้ อาจจะให้ผลหรืออาจจะไม่ให้ผลก็ได้ และเมื่อถึง ฤดูแล้ง ใบจะแห้งกรอบและลำ�ต้นเล็กลงเพราะขาดนํา เราอาจ ้ ต้องรดนํ้า เพื่อรักษาต้นกล้วยไม่ให้ตาย และเมื่อถึงฤดูฝน ที่สอง กล้วยต้นนั้นก็จะกลับมาเขียวชอุ่มอีกครั้ง ให้ผลและ มีหน่อกล้วยเพิ่มขึ้นอีกจำ�นวนมาก เราก็จะได้กล้วยไว้ทาน โดยไม่จำ�เป็นต้องรดนํ้าอีกเลย คำ�ถามเพื่อการเรียนรู้คือว่า เราจะสามารถปรับปรุงพันธุ์กล้วยที่ปลูกในทุ่งนาให้สามารถ ให้ผลผลิตในฤดูแล้งและทนความร้อนแล้ง ได้อย่างไร ซึงคำ�ถาม ่ นีเ้ ราสามารถนำ�ไปให้นกเรียนได้ท�โครงงานในลักษณะเดียวกัน ั ำ หรื อ นำ � ไปปลู ก จริ ง ตามพื้ น ที่ ว่ า งเปล่ า หรื อ สร้ า งมู ล ค่ า เพิ่ ม ในท้องทุ่งนาของเราได้ ประเด็นต่อมาคือ เมื่อปลูกแล้ว ทำ�อย่างไรจะทำ�ให้ กล้วยแตกกอได้มากขึ้น เรื่องนี้ ได้ทดลองให้นักเรียนได้ลอง ทำ�กัน ประเด็นคือว่า “กล้วยที่ปลูกในดินบริเวณเดียวกัน แต่มีประสิทธิภาพในการแตกหน่อ ให้เครือและผลที่สมบูรณ์ แตกต่ า งกั น อะไรเป็ น ปั จ จั ย ของความแตกต่ า งดั ง กล่ า ว” เขาได้พบว่า “กอกล้วยที่ใส่ปุ๋ยนํ้าหมักจากเปลือกหอยจะมี ประสิทธิภาพการแตกหน่อดีกว่า กอกล้วยที่ใส่ปุ๋ยมูลสัตว์ (ขี้วัว-ขี้ควาย) (และมีคำ�ถามต่อว่า...จริงหรือ?? หรือมีปัจจัย อื่นมาเกี่ยวข้องอีกหรือไม่หรือเป็นเพียงความบังเอิญเท่านั้น) ซึ่งงานนี้ทำ�ให้นักเรียนของผมได้เข้ารับคัดเลือกให้เข้าค่าย กล้ ว ย...กล้ ว ย มหั ศ จรรย์ พั น ธุ์ ไ ม้ แ ห่ ง มนุ ษ ยชาติ ณ บ้ า น วิทยาศาสตร์สิรินธร เมื่อ 11-13 มกราคม 2553 ที่ผ่านมาด้วย ประเด็นต่อไปคือว่า กล้วยที่มีการบริโภค แต่ละชนิด มีคณค่าทางอาหาร แตกต่างกัน คำ�ถามคือ แตกต่างกันอย่างไร ุ กล้วยที่มีการนำ�มาบริโภคมีหลายชนิด เช่น กล้วยนํ้าว้า กล้วย ไข่ กล้วยหอมทอง กล้วยหอมเขียว เป็นต้น กล้วยเหล่านี้ มีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอะไรบ้าง กินผลสุกกับ กินเมื่อผ่านความร้อน (ทำ�ขนม) คุณค่าทางอาหารจะมีอยู่ แตกต่างกันอย่างไร และแต่ละส่วนของกล้วยที่มีการบริโภค เช่น ปลี ลำ�ต้น ราก มีสรรพคุณทางยาอย่างไร ถ้ามีคนทำ�วิจัย ไว้แล้ว การรวบรวมความรู้เรื่อง กล้วยกับวิถีชีวิตของคนไทย ดังกล่าวข้างต้น เผยแพร่ให้ประชาชนทราบก็จะเป็นประโยชน์ อย่างยิ่ง ฝากศึกษาต่อแล้วนำ�มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันครับ และประเด็นสุดท้าย ในชุมชนทีเราอยู่ มีการบ่มกล้วย ่ ด้วยวิธีการที่แตกต่างกัน เช่น การใช้หม้อดินอบความร้อน การใช้แก๊ส การมัดปากถุงกระสอบ การใช้ใบพืช เช่น ใบสาบเสือ อบในหม้อดิน วิธีการเหล่านี้ส่งผลต่อเวลาการสุกของกล้วย แตกต่างกันอย่างไร และมีผลต่อปริมาณนําตาลหรือสารอาหาร ้ อย่างไร...เป็นโครงงานวิทยาศาสตร์ได้ครับ สำ�หรับผมแล้ว สิ่งที่ได้ทำ� ต้องการเป็นแนวทางให้กับ เกษตรกรในชุมชนได้เห็นว่า เราสามารถเพิมความชุมชืนให้กบ ่ ่ ้ ั ดินในทุ่งนาของเราได้ เราสามารถทำ�เงินจากพื้นที่ที่มีความ แห้งแล้งของเราได้ เพราะเป็นเรื่องกล้วยๆ นักเรียนก็สามารถ ทำ�โครงงานตามประเด็นคำ�ถามวิจัยที่สนใจได้ การบูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น 1. คณิตศาสตร์ ศึกษาระยะที่เหมาะสมในการปลูก กล้วย จำ�นวนลูกหรือจำ�นวนหวี ในหนึ่งเครือ หรือศึกษา รูปแบบ (ความซํ้าๆ) ของหวีกล้วยแต่ละชนิด 2. สังคมศึกษา การนำ�ส่วนต่างๆ ของกล้วยไปใช้ ในพิธีกรรมต่างๆ เช่น ลอยกระทง แต่งงาน หรือแม้แต่งานศพ (ตั้งแต่เกิดจนตาย) 3. ภาษาไทย แต่งกลอนคำ�ประพันธ์ ทีเ่ กียวกับกล้วย ่ 4. การงานอาชี พ การเพาะปลู ก กล้ ว ย และการ ประกอบอาหารจากกล้วย
  • 10.
    10 วารสาร สควค. ผลงานวิจัยครูสควค. ปีที่ 4 ฉบับที่ 16 เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2553 เพลงแห่งการเรียนรู้ อนุสรา พลหาร สควค.รุ่น 9 ครู คศ.1 ร.ร.เพ็ญวิทยาคม จ.อุดรธานี ความเป็นมาและความสำ�คัญของปัญหา เป้าหมายในการจัดการศึกษาขันพืนฐานควรให้มความ ้ ้ ี สอดคล้องให้เด็กได้ประสบการณ์ ได้เรียนรูเ้ กียวกับสถานการณ์ ่ ต่างๆ เพื่อที่จะให้เด็กได้เรียนรู้ เข้าใจ และสามารถนำ�ความรู้ ไปใช้ประยุกต์ในชีวิตประจำ�วันได้จริง รูปแบบการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์มีหลากหลาย วิธี ทีส�คัญต้องให้มความเหมาะสมกับผูเรียนและทำ�ให้ผเรียน ่ำ ี ้ ู้ เกิดกระบวนการสร้างองค์ความรูดวยตนเองเพือให้เกิดความรู้ ้้ ่ ที่ยั่งยืน จากการวิเคราะห์ผู้เรียนในช่วงชั้นที่ 4 พบว่านักเรียน มีความสนใจในกิจกรรมดนตรีและศิลปะ โดยโรงเรียนก็มี จุดเด่นในด้านดนตรี อันจะเห็นได้จากการประกวดวงดนตรี ลูกทุ่งที่โรงเรียนได้เป็นตัวแทนเขตเข้าแข่งขันในระดับภูมิภาค และประเทศ โดยเป็นที่สังเกตว่านักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม วงดนตรี เ ป็ น นั ก เรี ย นที่ เรี ย นในแผนวิ ท ย์ - คณิ ต ประมาณ 80% และธรรมชาติของเด็กในวัยนี้จะชอบฟังเพลง และด้วย บริบทของรายวิชาชีววิทยา มีเนื้อหามากมายซึ่งอาจมีคำ�ศัพท์ ที่ยากแก่การจดจำ� ดังนั้น การที่เปลี่ยนเนื้อหาที่มากมายเป็น บทเพลง จะทำ�ให้นักเรียนเข้าใจในเนื้อหามากยิ่งขึ้น วัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาเนื้อหาในเรื่อง ความหลากหลายของ สิ่งมีชีวิต 2. เพื่ อ ให้ นั ก เรี ย นเกิ ด ทั ก ษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ 3. เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ที่ยั่งยืน จากการได้สร้าง องค์ความรู้ด้วยตนเอง 4. เพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีความสุข การดำ�เนินการและผลการวิจัย นวัตกรรมเรื่อง เพลงแห่งการเรียนรู้ เป็นนวัตกรรม ประกอบการสอนรายวิชาชีววิทยา (ว 40245) ซึ่งนำ�เนื้อหา ที่ได้จากบทเรียนเรื่อง ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต และ วิวัฒนาการ มาเปลี่ยนเป็นบทเพลงซึ่งนักเรียนมีส่วนร่วมใน การแต่งเนื้อเพลงและเลือกทำ�นองเพลงเอง (ทฤษฎีการสร้าง องค์ความรู้ด้วยตนเอง (Constructivism)) จากนั้ น นำ � เนื้ อ หาของบทเพลงให้ ค รู ผู้ ส อน รายชีววิทยาตรวจสอบความถูกต้อง แล้วทำ�การตัดต่อวิดีโอ ในรู ป แบบเพลงคาราโอเกะ โดยใช้ โ ปรแกรมตั ด ต่ อ วี ดี โ อ Ulead VideoStudio 9 นักเรียนที่เรียนในรายวิชาชีววิทยา (ว 40245) เรือง ความหลากหลายของสิงมีชวตและวิวฒนาการ ่ ่ ีิ ั เป็ น นั ก เรี ย นชั้ น มั ธ ยมศึ ก ษาปี ที่ 6 ที่ ส่ ว นใหญ่ จ ะเข้ า ร่ ว ม กิจกรรมซ้อมดนตรีและจัดการแสดงวงดนตรีของโรงเรียน อย่างสมํ่าเสมอ จะเป็นผู้จัดทำ�ผลงานโดยตนเอง การนำ�ไปใช้ 1. ศึกษาด้วยตนเองทีบานโดยฉายออกหน้าจอโทรทัศน์ ่้ ผ่ า นเครื่ อ งเล่ นวี ซี ดี หรื อ ดี วีดี ในการนี้ นัก เรี ย นสามารถ รับชมผลงานของตนเองอย่างภาคภูมิใจพร้อมกับครอบครัว ซึ่งจัดได้ว่าเป็นกิจกรรมสานสัมพันธ์กับบุคคลในครอบครัว ผู้ ป กครองจะได้ ท ราบถึ ง ผลงานของนั ก เรี ย นและชื่ น ชม ในตัวลูกที่มีความสามารถที่หลากหลาย 2. นักเรียนสามารถศึกษาหาความรู้จากผลงานชิ้นนี้ โดยการเปิดผ่านคอมพิวเตอร์ทโรงเรียน สามารถทำ�การเรียนรู้ ี่ เนื้อหาไปพร้อมกับการเปิดคาราโอเกะดูกับเพื่อนๆ อย่าง เพลิดเพลินได้ แม้กระทั่งนักเรียนรุ่นน้องที่ยังไม่ได้เรียนเนื้อหา ก็สามารถรับชมบทเพลงอย่างสนใจและเพลิดเพลินได้ เป็นการ สร้างเจตคติที่ดีต่อรายวิชาชีววิทยามากยิ่งขึ้น 3. โครงการเรียนฟรี 15 ปี ได้จดให้มการไปทัศนศึกษา ั ี และระหว่างการเดินทางนักเรียนต้องนั่งรถเป็นเวลายาวนาน ในการนี้นักเรียนสามารถเปิดคาราโอเกะบทเพลงนี้แล้วร้อง ขับขานประสานเสียงกันอย่างสนุกสนานเพลิดเพลินและได้รบ ั ความรู้อย่างถ้วนหน้า 4. บริบทของโรงเรียนเพ็ญพิทยาคม จะส่งเสริมให้มี การจัดกิจกรรมวงดนตรีซงเป็นกิจกรรมทีชนชอบของนักเรียน ึ่ ่ ื่ ทังช่วงชันที่ 3 และช่วงชันที่ 4 ประกอบกับนักเรียนในวงดนตรี ้ ้ ้ ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนที่เรียนแผนการเรียนวิทยาศาสตร์และ คณิตศาสตร์ ดังนั้น นักเรียนเหล่านี้จึงได้มีโอกาสแสดงผลงาน ของตนเองได้อย่างต่อเนือง และนักเรียนรุนน้องก็รบฟังผลงาน ่ ่ ั เพลงอย่างสนุกสนาน ได้สาระและสามารถร้องตามได้
  • 11.
    ปีที่ 4 ฉบับที่16 เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2553 แลกเปลี่ยนเรียนรู้ วารสาร สควค. 11 การเรียนรู้หลักสูตรวิทยาศาสตร์โลกทั้งระบบ ชำ�นาญ เพริดพราว สควค.รุ่น 6 ครู คศ.1 ร.ร.เตรียมอุดมศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.สกลนคร วิ ท ยาศาสตร์ โ ลกทั้ ง ระบบ (Earth System Science) หมายถึง การเรียนรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง องค์ ประกอบต่ างๆ ในสภาพแวดล้อมธรรมชาติ (ดิ น นํ้า บรรยากาศ สิงปกคลุมดิน/สิงมีชวต) เพือให้เข้าใจรูปแบบความ ่ ่ ีิ ่ สัมพันธ์ ปรากฏการณ์รวมทั้งแนวโน้มต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพสิ่งแวดล้อม และมีผลต่อเนืองมาถึงคุณภาพชีวตและความเป็นอยูของมนุษย์ ่ ิ ่ เมื่อวันที่ 4-5 กันยายน 2553 นักศึกษา สควค. ป.โท วิทยาศาสตร์ศกษา ม.ขอนแก่น เข้ารับการอบรมเชิงปฏิบตการ ึ ัิ เรียนรู้หลักสูตรวิทยาศาสตร์โลกทั้งระบบ โดยวิทยากรจาก สสวท. จึงขอนำ�ความรูเ้ กียวกับโครงการ GLOBE และหลักสูตร ่ วิทยาศาสตร์โลกทั้งระบบ (ESS) มาเล่าสู่กันฟัง ดังนี้ GLOBE ย่อมาจากคำ�ว่า Global Learning and Observations to Benefit the Environment เป็นโครงการ วิทยาศาสตร์สภาวะแวดล้อมและสิ่งแวดล้อมศึกษานานาชาติ บริหารโดยองค์กรแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ประเทศไทยเป็นสมาชิกของ GLOBE ประเทศที่ 85 โดยการเซ็นสัญญาระหว่างรัฐบาลไทย กับ รัฐบาลสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2542 โดยสถาบันส่งเสริมการสอน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) จะเป็นผู้ประสานงาน ระหว่าง GLOBE กับโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ GLOBE มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้นักเรียน ครู และชุมชน ทั่วโลก สามารถพัฒนาศักยภาพในการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับ สิงแวดล้อม ในธรรมชาติดวยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพือ ่ ้ ่ ทีจะเข้าใจความสัมพันธ์ของระบบต่างๆ ของโลก และ ตระหนัก ่ ถึงสภาพและปัญหาสิงแวดล้อมในระดับท้องถินและระดับโลก ่ ่ วิธีการวิจัยค้นคว้าของ GLOBE จะให้นักเรียนอายุ ตั้ ง แต่ 5-18 ปี ทั่ ว โลก ทำ � การศึ ก ษาค้ น คว้ า สิ่ ง แวดล้ อ ม ในท้ อ งถิ่ น ของตนโดยการสั ง เกตตรวจวั ด ภาคสนาม ด้ ว ย กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ข้อมูลทีได้สงเข้าทาง อินเตอร์เน็ต ่ ่ เพื่อเป็นข้อมูลที่จะใช้ในการวิจัยค้นคว้าของนักวิทยาศาสตร์ ของ GLOBE และนักเรียนอื่นๆ ทั่วโลก กระบวนการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกทั้งระบบ 1. สำ�รวจและสังเกตธรรมชาติ โดยครูกระตุ้นให้ นักเรียนสังเกตและบันทึกผลการสังเกต 2. ตั้งคำ�ถามวิจัย ที่ได้จากการสำ�รวจและสังเกต ธรรมชาติ 3. วางแผนการวิจัยและเขียนเค้าโครงการวิจัย - ศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้อง - ต้องการตรวจวัดปัจจัยใดบ้าง ใช้เครืองมือใดบ้าง ่ - ขั้นตอนการดำ�เนินงาน - งบประมาณที่จะใช้ (ในระยะเวลา 6 เดือน) การเขียนเค้าโครงการวิจัย ควรตอบคำ�ถามเหล่านี้ได้ - ใคร-(Who) ผู้วิจัย - ทำ�อะไร-(What) วัตถุประสงค์หรือคำ�ถามวิจัย - ทำ�ทำ�ไม-(Why) หลักการและเหตุผล - ทำ�ที่ไหน-(Where) สถานที่หรือจุดศึกษา - ทำ�เมื่อไหร่–(When) ระยะเวลาดำ�เนินการ - ทำ�อย่างไร–(How) ขั้นตอนและวิธีการศึกษา 4. ดำ�เนินการเก็บข้อมูล โดยดำ�เนินการตามแผนการ วิจัยที่ได้กำ�หนดไว้ 5. วิเคราะห์ข้อมูล 6. สรุปและอภิปรายผล 7. เขียนรายงาน และนำ�เสนอการวิจัย กระบวนการเรี ย นในหลั ก สู ต รวิ ท ยาศาสตร์ โ ลก ทั้ ง ระบบ จึ ง เป็ น การเรี ย นเพื่ อ ฝึ ก นั ก เรี ย นให้ ทำ � งานอย่ า ง นักวิทยาศาสตร์ ด้วยการทำ�งานวิจัยง่ายๆ ใกล้ตัวนักเรียน ซึงครู สควค. สามารถนำ�ไปประยุกต์ใช้ในโรงเรียนของตนเองได้ ่ ผู้สนใจศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://www3.ipst.ac.th
  • 12.
    12 วารสาร สควค. ปีที่4 ฉบับที่ 16 เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2553 สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ด้วยครูวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี กิจกรรมพัฒนาเครือข่ายครู สควค. ภาคเหนือ วิโรจ หลักมั่น สควค. รุ่น 5 รองผู้อำ�นวยการ ร.ร.อนุบาลเกาะคา จ.ลำ�ปาง เมื่อวันที่ 9-10 ก.ย. 2553 ชมรม ครู สควค. สาขา ภาคเหนือ ได้กำ�หนดจัดกิจกรรมพัฒนาเครือข่ายทางวิชาการ และวิชาชีพครู สควค. ภาคเหนือ ในหัวข้อ “แนวทางการ จัดการศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และบทบาทของครู/ผู้บริหาร (ครู สควค.) มุงสูการพัฒนาสถานศึกษาคุณภาพ” ณ โรงแรมศิรนาถการ์เด้น ่ ่ ิ จังหวัดเชียงใหม่ การพัฒนาเครือข่ายทางวิชาการและวิชาชีพครู สควค. ภาคเหนือ จะทำ�ให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แลกเปลี่ยน ประสบการณ์ จากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง ประสานการทำ�งานร่วมกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มช่องทางการสื่อสาร ในรูปแบบเครือข่ายทางวิชาชีพ เพื่อนำ�ความรู้ทางวิชาการ ประสบการณ์ รวมถึ ง เทคนิ ค วิ ธี ก ารในการปฏิ บั ติ ห น้ า ที่ ทั้งงานด้านการสอน งานด้านการสนับสนุน ซึ่งการพัฒนา การเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี จำ�เป็นต้องส่งเสริมให้ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ้ ได้รบการพัฒนาในทุกๆ ด้านอย่างต่อเนือง โดยเฉพาะแนวทาง ั ่ การจัดการศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ซึงจะใช้พร้อมกันทุกโรงเรียนในปีการศึกษา ่ 2553 อีกทั้งมีกลุ่มครู สควค. ที่ได้สอบเลื่อนเข้าสู่ตำ�แหน่ง ผู้ บ ริ ห ารสถานศึ ก ษาทั้ ง ผู้ อำ � นวยการสถานศึ ก ษาและ รองผู้อำ�นวยการสถานศึกษา ซึ่งมีความสำ�คัญเป็นอย่างยิ่ง ในการพั ฒ นาสถานศึ ก ษาให้ มี คุ ณ ภาพ มี ก ารบริ ห ารและ การจัด การสถานศึ ก ษาโดยใช้สถานศึกษาเป็นฐาน ดั ง นั้ น การพัฒนาการสอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี สู่กระบวนการคิด และการพัฒนาครู/ผู้บริหาร (ครู สควค.) มุ่ ง สู่ ก ารพั ฒ นาสถานศึ ก ษาคุ ณ ภาพ จึ ง เป็ น แนวทางที่ จ ะ สามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำ�คัญ รวมทั้งพัฒนาคุณภาพครู ผู้บริหารสถานศึกษา จะส่งผลถึง คุณภาพของนักเรียน มีคณธรรมจริยธรรม มีสมรรถนะ มีทกษะ ุ ั ชีวิต และมีจิตสาธารณะได้ด้วย ชมรมครู สควค. สาขาภาคเหนือ จึงได้จัดกิจกรรม พัฒนาเครือข่ายทางวิชาการและวิชาชีพครู สควค. ภาคเหนือ โดยการสนับสนุนงบประมาณจาก สสวท. จำ�นวน 150,500 บาท มีครู สควค. เข้าร่วมกิจกรรม จำ�นวน 98 คน และมีการจัด กิจกรรมต่างๆ ดังนี้ วันที่ 9 กันยายน 2553 มีกิจกรรมดังนี้ 1. การบรรยายทางวิชาการ : บทบาทและความ คาดหวั ง ต่ อ ครู / ผู้ บ ริ ห าร (ครู สควค.) มุ่ ง สู่ ก ารพั ฒ นา สถานศึกษาคุณภาพ 2. การประชุมปฏิบตการ : แนวทางการจัดการศึกษา ัิ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขันพืนฐาน พุทธศักราช 2551 ้ ้ การจัดทำ�หน่วยการเรียนรู้ และการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ สาระวิทยาศาสตร์, คณิตศาสตร์ และคอมพิวเตอร์ (ครูผู้สอน) และเทคนิควิธการประเมินโครงการ และการวิจยทางการศึกษา ี ั (ผู้บริหาร) 3. การประชุมระดมสมอง : การพัฒนาเครือข่ายครู สควค. และกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แบ่งปันประสบการณ์ จากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง วันที่ 10 กันยายน 2553 :: มีกิจกรรมการประชุม ปฏิ บัติก าร วางแผนปฏิ บัติก ารประจำ � ปี 2554 และแผน กลยุทธ์ (3 ปี) ของเครือข่ายครู สควค.ภาคเหนือ ซึงมีกรอบการ ่ พัฒนางาน ดังนี้ - แนวทางการพัฒนาความรู้ ความสามารถของครู/ ผู้บริหาร - การแสวงหาความร่วมมือของหน่วยงาน/องค์กร/ สถาบันเครือข่ายต่างๆ กับการพัฒนาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และคอมพิวเตอร์ - การประกวดนวัตกรรมของครู/ผู้บริหาร - การประกวดโครงงานนักเรียน ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ประสบความสำ�เร็จ อย่างดี ได้รับความสนใจจากครู สควค. ภาคเหนือ เข้าร่วม กิจกรรมจำ�นวนมาก ซึ่งประสบการณ์และความสำ�เร็จที่ได้รับ จะเป็ น พื้ น ฐานให้ เราได้ อ อกแบบจั ด กิ จ กรรมให้ ดี ยิ่ ง ขึ้ น ในปีต่อไป
  • 13.
    วารสาร สควค. 13 ปีที่4 ฉบับที่ 16 เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2553 บทความ ครู สควค. ครูผู้สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ศักดิ์อนันต์ อนันตสุข สควค.รุ่น 6 ครู คศ.1 ร.ร.นารายณ์คำ�ผงวิทยา จ.สุรินทร์ “ครู สควค. ครูผู้สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้” เป็น สโลแกนทีผเู้ ขียนใช้ในการประชาสัมพันธ์และสร้างภาพลักษณ์ ่ ของเครือข่ายครู สควค. มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 โดยหยิบยก ข้อความ “สังคมแห่งการเรียนรู้” มาจาก พรบ. การศึกษา แห่งชาติ 2542 ผู้เขียนมักถูกถามถึงความหมายของข้อความ นั้นเสมอมา แล้วก็มักลงท้ายด้วยคำ�พูดที่ว่า สังคมแห่งการ เรียนรู้ สร้างคนเดียวไม่ได้ เราทุกคนต้องช่วยกัน ผูเ้ ขียน ไม่มนยามของข้อความนันชัดเจนนัก จนกระทัง ี ิ ้ ่ ได้อาน เอกสารนโยบายเพือเผยแพร่แนวความคิด “การส่งเสริม ่ ่ สังคมแห่งการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพเยาวชน” มาตรการ สำ�คัญเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิรูปการศึกษา ในทศวรรษ ที่ 2 (พ.ศ. 2552-2561) ของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งคณะ รัฐมนตรีได้มีมติให้มีการจัดตั้ง สถาบันส่งเสริมสังคมแห่งการ เรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) มีรายละเอียด ดังนี้ “สังคมแห่งการเรียนรู้” เป็นสภาวะแวดล้อมในสังคม ทีจ�เป็นต่อการเรียนรูตลอดชีวต ตามเป้าหมายของการปฏิรป ่ำ ้ ิ ู การศึกษา คุณลักษณะของสังคมแห่งการเรียนรู้อาจรวมถึง 1. จิ ต สำ � นึ ก แห่ ง การเรี ย นรู้ ประชาชนทุ ก วั ย มี จิ ต สำ � นึ ก รั ก การเรี ย นรู้ การปลู ก จิ ต สำ � นึ ก อาจเน้ น หนั ก ไปยังกลุ่มเยาวชน แต่จำ�เป็นต้องรณรงค์ปลูกจิตสำ�นึกรักการ เรียนรู้ให้ประชาชนทั่วไปตื่นตัวจนซึมซับกลายเป็นค่านิยม (ทำ�นองเดียวกับค่านิยม “สร้างสุขภาพ นำ�ซ่อมสุขภาพ” ในทางสาธารณสุข) การสร้างจิตสำ�นึกสามารถดำ�เนินการ ได้ ด้ ว ยการตลาดเพื่ อ สั ง คมผ่ า นการสื่ อ สารช่ อ งทางต่ า งๆ รวมถึ ง การยกย่ อ งเชิ ด ชู ใ ห้ ร างวั ล แก่ ตั ว อย่ า งที่ ดี ใ นสั ง คม 2. การอ่ า นเป็ น ระเบี ย บวาระของชาติ การอ่ า น เป็นประตูบานใหญ่ที่สุดของการค้นคว้าหาความรู้และไม่ใช่ แต่เพียง “อ่านหนังสือออก” แต่รวมถึง“การอ่านทำ�ความ เข้าใจ คิดวิเคราะห์ และพัฒนาเป็นความรู้เพื่อใช้ในสังคม” การส่ ง เสริ ม การอ่ า นจึ ง มิ ใช่ เ พี ย งเผยแพร่ แจกจ่ า ยหนั ง สื อ แต่ตองยกระดับฉันทะกับทักษะของการอ่านด้วยการประกาศ ้ ระเบียบวาระของชาติ โดยมุ่งผลสำ�เร็จจริง ซึ่งจำ�เป็นต้อง พัฒนาทั้งทางด้านอุปทานและอุปสงค์ของการอ่านไปด้วยกัน มิฉะนั้น ก็จะเป็นการทุ่มเทงบประมาณไปสู่การผลิตหนังสือ ที่มีผู้ต้องการอ่านจำ�นวนน้อย 3. องค์กรทุกองค์กรเป็นสถาบันพัฒนาคน นอกเหนือ จากโรงเรี ย นและสถานศึ ก ษา บรรยากาศของการเรี ย นรู้ สามารถมีขนได้ในองค์กรต่างๆ ในเบืองต้น องค์กรทุกประเภท ึ้ ้ ล้ ว นมี น โยบายพั ฒ นาบุ ค ลากร มี ห น่ ว ยรั บ ผิ ด ชอบ การ เชื่อมประสานให้เกิดความร่วมมือขององค์กรต่างๆ จึงอยู่ใน วิสัยความเป็นไปได้ไม่ยาก บรรยากาศการเรียนรู้ในองค์กร ย่ อ มจะถ่ า ยทอดจากบุ ค ลากรขององค์ ก รไปสู่ เ ยาวชน ผ่านทางครอบครัว และผลในทางตรงจะเป็นการเพิมผลิตภาพ ่ ของแรงงานไทยไปด้วยพร้อมกัน 4. ชุ ม ชนท้ อ งถิ่ น เป็ น สถาบั น พั ฒ นาคน เยาวชน ส่วนมากใช้ชีวิตอยู่ในชุมชนท้องถิ่น และเมื่อจบการศึกษา ก็ ย่ อ มต้ อ งหาทางประกอบอาชี พ เยาวชนจำ � นวนไม่ น้ อ ย ต้องย้ายถิ่นเนื่องจากหาอาชีพในท้องถิ่นไม่ได้ ท้องถิ่นเองก็ได้ รับประโยชน์น้อยจากสถานศึกษาในเขตท้องถิ่นเอง ดังนั้น หากท้ อ งถิ่ น มี บ ทบาทเพิ่ ม ขึ้ น ในการกำ � หนดแผนพั ฒ นา กำ�ลังคน ก็ยอมมีโอกาสใช้ประโยชน์จากผลผลิตทางการศึกษา ่ (ผู้สำ�เร็จการศึกษา) มากยิ่งขึ้น เมื่อเห็นถึงประโยชน์ดังกล่าว แล้ ว ท้ อ งถิ่ น ยั ง มี ศั ก ยภาพที่ จ ะสนั บ สนุ น แหล่ ง ฝึ ก งาน ครู นักปฏิบัติ และงบประมาณ สิ่งที่ขาดขณะนี้คือ “โอกาส” ที่ ท้ อ งถิ่ น จะเข้ า มาร่ ว มพั ฒ นาระบบการเรี ย นรู้ ใ นฐานะ ภาคีหลักภาคีหนึ่ง 5. นวัตกรรมการเรียนรู้ในสถานศึกษา การปฏิรูป การศึกษามีปรัชญา “ผู้เรียนเป็นสำ�คัญ” ดังนั้น การเรียน การสอนแบบวิธีการเดียวทั้งประเทศจึงขัดแย้งกับหลักการ ดั ง กล่ า ว เพื่ อ สอดคล้ อ งกั บ ลั ก ษณะผู้ เรี ย นตามท้ อ งถิ่ น วัฒนธรรม และลักษณะเฉพาะ จึงจำ�เป็นยิ่งที่จะส่งเสริมให้มี การค้นคิดริเริมวิธการเรียนการสอน ตลอดจนวิธบริหารจัดการ ่ ี ี ที่มีประสิทธิภาพ สสค. ได้เริ่มขับเคลื่อนการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ แล้ว จึงขอเชิญชวนครู สควค. มาเป็นส่วนหนึ่งที่สำ�คัญในการ สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ดูรายละเอียดที่ www.QLF.or.th และชมรมครู สควค. ก็ได้เริ่มขับเคลื่อนกองทุนครู สควค. ครู ผู้สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ด้วยเช่นกัน ที่มา : เอกสารนโยบายเพื่อเผยแพร่แนวความคิด “การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้” ของกระทรวงศึกษาธิการ
  • 14.
    14 วารสาร สควค. ปีที่4 ฉบับที่ 16 เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2553 บทความ Social Media กับการเรียนรู้ยุค 2.0 ศักดิ์อนันต์ อนันตสุข สควค.รุ่น 6 ครู คศ.1 ร.ร.นารายณ์คำ�ผงวิทยา จ.สุรินทร์ ปัจจุบนเทคโนโลยีสารสนเทศได้พฒนาไปอย่างรวดเร็ว ั ั ทุกคนมีโอกาสในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ได้ง่ายและมีจำ�นวน เพิ่มมากขึ้นทุกวัน สามารถเข้าไปเพื่อแบ่งปันความรู้และเสนอ แนวคิดใหม่ๆ โดยไม่ถูกปิดกั้น นับเป็นยุค 2.0 ที่นักการศึกษา ต้องตระหนักกับการเปลี่ยนถ่ายของเนื้อหา (Content) จาก Static Content เข้าสู่ยุค Dynamic Content Social Media หมายถึง สังคมออนไลน์ที่มีผู้ใช้เป็นผู้ สื่อสาร เขียนเล่าเรื่องราว เนื้อหา ประสบการณ์ หรือบทความ ต่างๆ รวมถึงรูปภาพหรือวิดีโอ ที่ผู้ใช้เขียนหรือทำ�ขึ้นมาเอง หรือหากพบเจอจากสื่ออื่นๆ แล้วนำ�มาแบ่งปันให้กับผู้อื่น ที่อยู่ในเครือข่ายของตนผ่านทางเว็บไซต์ Social Network ที่ให้บริการบนโลกออนไลน์ ปัจจุบัน การสื่อสารแบบนี้ จะทำ�ผ่านทาง Internet และโทรศั พ ท์ มื อ ถื อ เท่ า นั้ น เนื้ อ หาของ Social Media โดยทั่ ว ไปมี ไ ด้ ห ลายรู ป แบบ ทั้ ง กระดานความคิ ด เห็ น , เว็ บ บล็ อ ค, แชร์ วิ ดี โ อ, เว็ บ บอร์ ด , อี เ มล์ , วิ กิ , รู ป ภาพ และวิดีโ อ ส่ ว นเทคโนโลยีที่ร องรับเนื้อหาเหล่านี้ก็ร วมถึ ง เว็บบล็อค,เว็บไซต์แชร์รูปภาพ, เว็บไซต์แชร์เพลง เป็นต้น Social Networking เป็นชุมชนเล็กๆ ในโลกออนไลน์ ที่ ไ ม่ ต้ อ งการพื้ น ที่ ท างกายภาพ ในการสร้ า งชุ ม ชน ใครๆ ก็สามารถเข้าถึงชุมชนแห่งนี้ได้ หากเป็นคนที่มีความสนใจ ในเรื่องเดียวกัน โดย Social Networking จะเป็นแหล่งรวม ผลงาน และความคิดสร้างสรรค์ เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนความรู้ และต่อยอดความรู้ เป็นห้องสมุดขนาดใหญ่ เป็นแหล่งสร้าง เพื่อน สร้างเครือข่าย Social Media แตกต่างจาก Media อืนๆ ไม่วาจะเป็น ่ ่ หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ วิทยุ หรือภาพยนตร์ Social Media จะ เชือมโยงกับเครืองมือสือสารทีมตนทุนถูกและใช้งานได้สะดวก ่ ่ ่ ่ี้ ง่ายดาย สำ�หรับคนในสังคมทั่วไป ในการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ หรือเป็นผูสอสารข้อมูลเองก็ตาม การลงทุนทำ� Media ประเภท ้ ื่ อื่นๆ ต้องใช้เงินลงทุนจำ�นวนมากในการผลิตและส่งข่าวสาร ข้อมูล เช่น โทรทัศน์ต้องใช้เงินเป็นสิบ หรือเป็นร้อยล้านบาท ในการดำ�เนินการ เช่นเดียวกับการออกหนังสือพิมพ์สักเล่ม หรื อ ทำ � รายการวิ ท ยุ สั ก ช่ อ ง ก็ ต้ อ งใช้ เ งิ น มหาศาลเช่ น กั น แต่สำ�หรับ Social Media แล้วใช้เงินน้อยมาก หรืออาจ ไม่ต้องใช้เลยก็ได้ สิ่งที่เหมือนกันของ Social Media และ Media ทั่วไปคือ ความสามารถในการเข้าถึงผู้รับสารที่หลาก หลาย ตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ถึงคนจำ�นวนมหาศาล เช่น การออก อากาศทางโทรทัศน์ อาจไม่มีผู้ชมเลย หรือ มีผู้ชมนับล้านคน ก็ได้ แต่สิ่งที่ทำ�ให้ Social Media แตกต่างจากสื่อประเภทอื่น คือ การมีปฎิสมพันธ์ หรือแบ่งปันบางสิงบางอย่าง กับนักท่องเว็บ ั ่ คนอื่นๆ ได้อย่างทันทีทันใด แนวคิดการนำ� Social Media มาประยุกต์ใช้ในการ จัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี นั บ เป็ น กลยุ ท ธ์ ใ หม่ ที่ สำ � คั ญ และจำ � เป็ น อย่ า งยิ่ ง ที่ ชมรม ครู สควค. สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะส่งเสริมและ สนับสนุนให้เกิดเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน เพราะปัจจุบัน Social Media ได้กลายเป็นเครื่องมือที่สำ�คัญในการสร้างสื่อ ให้เกิด เป็นเครือข่ายเชื่อมโยงกันในโลกออนไลน์ ที่เปิดโอกาสให้ ทุกคนสามารถใช้เป็นช่องทางในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ ง่ายและสะดวกรวดเร็ว โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการซื้อลิขสิทธิ์ แต่อย่างใด ดังนั้น การนำ�เทคโนโลยี Social Media มาใช้ เป็นเครื่องมือในการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี จะเป็นการผลักดัน ครู สควค. ให้ก้าวทันโลก ยุ ค ปั จ จุ บั น และสามารถเข้ า ถึ ง เยาวชนยุ ค ใหม่ ไ ด้ อ ย่ า งทั น ท่วงที ซึ่งจะทำ�ให้เกิดระบบสังคมแห่งการเรียนรู้บนเครือข่าย อินเทอร์เน็ต และช่วยให้ ครู สควค. สามารถนำ�เครื่องมือ ออนไลน์ ม าประยุ ก ต์ ใช้ ใ นการจั ด การเรี ย นรู้ วิ ท ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ชมรมครู สควค. สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงจัดโครงการพัฒนาศัก ยภาพครู สควค. ส่งเสริ ม การใช้ Social Media ในการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี เมื่อวันที่ 30-31 ตุลาคม 2553 ณ คณะศึกษา ศาสตร์ ม.ขอนแก่น มีครูเข้าร่วมกิจกรรม 107 คน ซึ่งนับได้ ว่าประสบความสำ�เร็จเกินความคาดหมาย ผู้สนใจสามารถ ชมผลงานได้ที่ http://smteacher.wordpress.com และ ติดตามความเคลือนไหวของชมรมครู สควค. อีกช่องทางหนึงที่ ่ ่ www.facebook.com/krusmart
  • 15.
    ปีที่ 4 ฉบับที่16 เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2553 วารสาร สควค. 15 ห้องเรียนออนไลน์วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ขอเชิญครูผู้สนใจร่วมงาน วทร. ครั้งที่ 20 ณ มรภ.เชียงราย 11 สิงหาคม 2553 นายไชยยศ จิรเมธากร รมช. กระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิดคลังความรู้ สู่ ค วามเป็ น เลิ ศ ทางวิ ท ยาศาสตร์ คณิ ต ศาสตร์ และ เทคโนโลยี (www.scimath.org) อย่างเป็นทางการ ณ ห้ อ งประชุ ม ศู น ย์ นิ ท รรศการและการประชุ ม ไบเทค บางนา โดยมีนักเรียน ครู อาจารย์จากทั่วประเทศ ร่วมสัมผัสกับบรรยากาศการสาธิตห้องเรียนออนไลน์ อย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรก ภายในงาน คณะละครมรดกใหม่ ได้ จั ด การ แสดงสะท้อนความเป็นจริงของสังคมในอนาคตอันใกล้ นี้ว่า ไม่ว่าจะเป็น นักเรียน นักศึกษา หรือประชาชนทั่วไป ก็สามารถแสวงหาความรู้นอกตำ�ราเรียน ภายในเวลา อันรวดเร็ว สิ่งที่นำ�เสนอในในละครเวที บ่งบอกว่า นักเรียน นักศึกษา สามารถสืบค้นข้อมูลต่างๆ ได้ที่ www.scimath.org เพราะเว็บไซต์นี้ได้รวบรวมหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ของสถาบันชั้นนำ�ต่างๆ ตัวอย่างสื่อการเรียนการสอนที่หลากหลาย โครงงาน วิ ท ยาศาสตร์ คณิ ต ศาสตร์ แ ละเทคโนโลยี ที่ จ ะช่ ว ย จุดประกายแนวคิด บทความทางวิชาการและข่าวสาร ในวงการวิทยาศาสตร์ คลังข้อสอบทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิ ต ศาสตร์ แ ละเทคโนโลยี ที่ พ ร้ อ มให้ ท ดสอบความ สามารถ เป็นต้น ส่วนประชาชนทั่วไปก็สามารถใช้ช่องทางในการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และ เทคโนโลยี ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ได้ที่คลังความรู้ นี้ได้เช่นกัน www.scimath.org เป็นเสมือนห้องเรียนให้ ทุกคนได้มาใช้ประโยชน์จากการเรียนรู้ เป็นฐานข้อมูล กลางของประเทศในการสืบค้นหาความรู้ ที่จะช่วยให้ ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมกัน อันจะช่วย ตอบสนองนโยบายการปฏิรปการศึกษาในทศวรรษทีสอง ู ่ ของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ส่งเสริมให้คนไทยทุกคนได้ เรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดร.พรพรรณ ไวทยางกูร ผู้อำ�นวยการสถาบัน ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) แจ้งว่า สสวท. ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย จัดการประชุมวิชาการ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ใน โรงเรียน ครั้งที่ 20 ในหัวข้อ “พัฒนาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ในโรงเรียน อย่างยั่งยืน : ประสบการณ์ จากประเทศเพื่อนบ้าน” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิด โอกาสให้ครูอาจารย์ผู้สอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และคอมพิวเตอร์ได้นำ�เสนอผลงานวิชาการ งานวิจัย และนวัตกรรม ให้ครูอาจารย์ได้เพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ทางวิชาการด้วยการฟังบรรยาย และประชุมปฏิบัติการ รวมทั้ ง ได้ แ ลกเปลี่ ย นแนวความคิ ด และประสบการณ์ ซึ่งอาจนำ�ไปประยุกต์ในการพัฒนางานและพัฒนาตนเอง จัดแสดงนิทรรศการงานทางวิชาการ และแลกเปลี่ยน ประสบการณ์ดานการจัดการเรียนการสอนระหว่างครูของ ้ ประเทศไทยและประเทศเพือนบ้าน (กลุมประเทศลุมนําโขง) ่ ่ ่ ้ ทั้งนี้ ผู้จัดได้เปิดรับสมัครผู้เสนอผลงาน ตั้งแต่ บัดนี้ จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2553 และรับสมัคร ผู้เข้าร่วมงาน ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2553 ดูรายละเอียด และสมัครได้ที่เว็บไซต์ www.science. cru.in.th/vtr20/ หรือติดต่อฝ่ายลงทะเบียน งาน วทร. ครังที่ 20 ทีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัย ้ ่ ราชภัฏเชียงราย อำ�เภอเมือง จังหวัดเชียงราย 57100 โทรศัพท์ 053-776012 โทรสาร 053-702758 วารสาร สควค. ปีที่ 4 ฉบับที่ 16 (กรกฎาคม-กันยายน 2553) พิมพ์ครั้งแรก พฤศจิกายน 2553 จำ�นวน 500 เล่ม เจ้าของ ชมรมครูที่มีความ สามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี เว็บไซต์ www.krusmart.com ที่ทำ�การ เลขที่ 46 หมู่ที่ 10 ตำ�บลธาตุ อำ�เภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ 32130 โทรศัพท์ 089-0286327 สนับสนุนการจัดทำ�โดย สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ที่ปรึกษา อ.พรพรรณ ไวทยางกูร, อ.นารี วงศ์สิโรจน์กุล, อ.ดวงสมร คล่องสารา, อ.อรวรรณ อินทวิชญ, อ.ปราณี สร้อยสั้น, อ.พวงเพ็ญ บุญญภัทโร, อ.โสภณ แย้มทองคำ�, อ.มิตรชัย คำ�งอก, อ.สุประดิษฐ สะอาด, ผอ.ธนชัย สุทธิยานุช บรรณาธิการ ศักดิ์อนันต์ อนันตสุข ผู้ช่วยบรรณาธิการ รัสนา อนันตสุข กองบรรณาธิการ ว่องไว ธุอินทร์, ณัฐพล แสงทวี, เจษฎา เนตรสว่างวิชา, วิโรจ หลักมั่น, วิสุทธิ์ คงกัลป์, บุญเลี้ยง จอดนอก, ชำ�นาญ เพริดพราว, วงค์ณภา แก้วไกรษร, จตุรภัทร ประทุม เครือข่ายวารสารฉบับออนไลน์ www3.ipst.ac.th/dpst และ www.anantasook.com
  • 16.
    “...การที่จะทำ�ให้เป้าหมายทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพดังกล่าวสำ�เร็จลุล่วง ไปได้ ย่อมต้องอาศัยครูเป็นปัจจัยสำ�คัญ แม้ในปัจจุบันเทคโนโลยีจะก้าวหน้าข้อมูล ข่าวสารไร้พรมแดน แต่ก็ไม่สามารถทดแทนครูได้ เพราะการศึกษามิใช่เป็นเพียง การรับรู้ข้อมูลข่าวสารเท่านั้น สิ่งสำ�คัญกว่าคือ การฝึกคิดการบ่มนิสัยให้แต่ละคน สามารถพึงพาตนเองและมีนาใจเอือเฟือเผือแผ่ตอคนอืน ส่วนนีตองใช้คนสอนเท่านัน ่ ํ้ ้ ้ ่ ่ ่ ้้ ้ ยิ่งเทคโนโลยีก้าวไกลเพียงใด ก็ยิ่งต้องการครูที่มีความสามารถมากขึ้นเพียงนั้น ครูต้องพัฒนาตนเองให้รู้เท่าทันโลก จึงจะสามารถอบรมบ่มนิสัยคนในยุคใหม่ได้...” พระราชดำ�รัสสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2547 ในโอกาสเสด็จพระราชดำ�เนินไปทรงเปิดงานวันครูโลก 2004 ความเคลื่อนไหวเครือข่ายครู สควค. : บริการเครือข่าย วิจัยการศึกษา สร้างสรรค์ปัญญา ร่วมพัฒนาชาติไทย 16 ต.ค. 2553 :: ชมรมครู สควค. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดอบรมสร้างสื่อการเรียนรู้-สื่อสิ่งพิมพ์ โดยทุนสนับสนุนจากสำ�นักงานเลขาธิการ คุรุสภา และมอบทุนการศึกษา จำ�นวน 3,000 บาท และงบประมาณปรับปรุงภูมิทัศน์ 3,000 บาท แก่โรงเรียนนารายณ์คำ�ผงวิทยา จ.สุรินทร์ 30-31 ต.ค. 2553 :: ชมรม ครู สควค. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดโครงการ “พัฒนาศักยภาพครู สควค. และส่งเสริมการใช้ SOCIAL MEDIA ในการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี” ณ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (โดยทุนสนับสนุนจาก สสวท.) 9-10 ก.ย. 2553 :: ชมรม ครู สควค. ภาคเหนือ จัดกิจกรรมพัฒนาเครือข่ายฯ “แนวทางการจัดการศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขัน พนฐาน พ.ศ. 2551 และบทบาทของครู/ผูบริหาร (ครู สควค.) สูการพัฒนาสถานศึกษาคุณภาพ”ณ โรงแรมศิรนาถการ์เด้น จังหวัดเชียงใหม่ ้ ื้ ้ ่ ิ พิมพ์ที่ : บริษัท รุ่งธนเกียรติออฟเซ็ท จำ�กัด บริการสมาชิกโดย : ศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี (ศวคท.)