New media for teaching

2,295 views

Published on

บรรยาย อาจารย์ใหม่และอาจารย์ที่ได้รับทุนไปต่างประเทศ ม.กรุงเทพ วิทยาเขตกล้วยไท
วันอังคารที่ 7 สิงหาคม 2554

Published in: Education

New media for teaching

  1. 1. ผศ.ดร.สุรพล บุญลือ- ภาควิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา- คณะครุศาสตรอุตสาหกรมและเทคโนโลยี- มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลาธนบุร-ีบรรยาย อาจารยใหมและอาจารยที่ไดรับทุนไปตางประเทศ ม.กรุงเทพ วิทยาเขตกลวยไทBวันอังคารที่ 7 สิงหาคม 2554B
  2. 2. 21st Century StudentInstruction MediaConstructivismSynectic Creativee-Pedagogye-Learningu-Learningm-LearningB-LearningNew MediaHeutagogy : Humanism-based Instruction
  3. 3. Did you KNOW คุณรู หรือไม- ?ไมนานมานี้ ยังมีคนคิดวาโลกแบน- แลวคุณละ-
  4. 4. โลกแบน ดวยการสื่อสาร ไมมีขอบเขตเรื่อง ระยะทางB หากตองการ สงอีเมล ไปอเมริกา 13,877 kilometers ใชเวลา ประมาณ .21 วินาทีB หากโทรศัพท หาเพื่อนที่ อเมริกา กับ เพื่อนที่นั่งขางๆกัน ใชเวลาเทากันB กระแสไฟฟาเคลื่อนที่ดวยความเร็วเทากับแสงประมาณ 300,000 กม./วินาทีB ไฟฟาเดินทางในสายไฟประมาณ 0.6-0.8 ของความเร็วแสง หากใช ไฟเบอรออฟติก เร็ว เทากับแสงB เป็นการเปรียบเปรยว่าผู้เขียนมองเห็นโลกเป็นสนามแข่งขันทางการค้าที่มีระนาบแบน ไม่ได้กลมเหมือนความเป็นจริง ซึ่งผู้เข้าแข่งขันทุกคนมีโอกาสประสบความสําเร็จเท่าๆ กัน
  5. 5. บรรยายในกำหนดการประชุมวิชาการ ครั้งที่ ๖ สมาคมเครือขายพัฒนาวิชาชีพอาจารยและองคกรระดับอุดมศึกษาแหงประเทศไทย (ควอท.)ประจำป ๒๕๕๔ “เรื่องการศึกษามุงผลลัพธ: กาวสูบัณฑิตคุณภาพในศตวรรษที่ 21” วันที่ ๒๙ ก.ค. ๕๔B
  6. 6. •  โลกเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้นๆๆ และไม่ แน่นอน•  ความรู้เปลี่ยนชุด งอกเร็ว •  สารสนเทศเพิ่มแบบระเบิด คนถูก กระแสรอบทิศ •  วัตถุมากล้น จิตวิญญาณจาง•  โลกถึงกันหมด
  7. 7. ศตวรรษที่ ๒๐, ๑๙ ศตวรรษที่ ๒๑•  Teaching •  Learning•  Teach content •  Inspire•  Teacher •  Coach, Facilitator•  Content-Based •  Skills – Based•  Classroom •  Studio•  Lecture •  PBL•  Teaching – personal •  PLC•  Sequential learning •  Integrated learning•  Assessment : P - F •  Assessment : Reform 3
  8. 8. ต้องไปให้ ถึง•  21st Century Skills•  Transformative Learning (จาก informative & formative)•  มี Change Agent Skills, Leadership•  ความเป็นพลเมือง
  9. 9. 5 อันดับแรกของคุณลักษณะของลูกจางที่นายจางตองการ Source: 21 centuryedtech.
  10. 10. 21st Century Student Outcomes & Support Systems Life & Career Skills-Standards & Assessments-Curriculum & Instruc6on-Professional Development-Learning Environment- h?p://gotoknow.org/blog/thaikm/tag/21st Century Skills  -
  11. 11. •  Learning Skills•  Critical Thinking, Leadership Skills•  Complex Problem-Solving, Innovation•  Collaboration & Competition, Sharing Skills•  Personal Mastery•  Empathy•  Communication (รวม Listening)•  Life Skills, Intercultural Skills•  Etc.
  12. 12. •  Teach less, Learn more•  Beyond subject matters•  Student-directed Learning•  Collaborative (> Competitive)•  Team (>Individual) Learning•  New paradigm of evaluation : beyond standard, evaluate team, open (not secret) approach
  13. 13.  ใช้ PBL Team Learning Studio-Type Room นําเสนอต่อเพื่อนร่วมชั้น และ.... ครู/อาจารย์ เป็น โค้ช facilitator พ่อแม่ คนในชุมชน / ในระบบ
  14. 14. สิ่งที่จะต้องเปลี่ยน 3 อย่างคือ จากข้อสอบเป็นความลับ เป็นเปิดเผย จากสอบเป็นคนๆ เป็นสอบเป็นทีม จากถูก-ผิด เป็นสอบความคิด
  15. 15. •  ครูยากลําบากกว่าศิษย์ เพราะครูต้อง unlearn/delearn & relearn•  ครูต้องเรียนรู้ทักษะการเป็นครู•  ช่วยด้วย PLC (Professional Learning Community) ไม่ใช่ Training•  ครู/อาจารย์ ใช้ KM / CoP เรียนรู้ทักษะ การเป็นครู/อาจารย์ ทุกวัน
  16. 16. •  ทั้งศิษย์และอาจารย์ เป็น “นักเรียน”•  เรียนจาก ปฏิบัติ ปฏิเวธ ปริยัติ ๔๐:๓๐:๓๐•  เรียน Affective, Cognitive, Psychomotor Domains พร้อมๆ กัน แบบบูรณาการ เน้นทักษะ•  ศิษย์ใช้ PBL+•  อาจารย์ใช้ PLC+ •  เรียนจากการฝึกฝน (ไม่ใช่ท่องบ่น)
  17. 17.   Instructional designerB design cours & course materials-   Learning facilitatorB shift from teach-paced to self-paced-   CollaboratorB shift from individual to group collaboration -   ResearcherB   Lifelong learnerB shift from class room to real world-American Association of School Libraries (AASL) Band the Association of Educational Communications and Technology (AECT)Bhttp://www.ala.org/ala/aasl/aaslproftools/informationpower/InformationLiteracyStandards_final.pdfB 17B
  18. 18. ทักษะหลัก 6 ประการที่พึงสงเสริมเพื่อการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 Source: Hawthorne Wiki
  19. 19. Broadcast B  ] คลื่นวิทยุ กวาง ] ] ]FM 100 - AM 200 KMB  ] TV DTH C-Band ] Footprint ]4,000 -20,000 KMB  ] TV DTH KU-Band Footprint ]400 -2,000 KMB  ราคาแพง เทคโนโลยีซับซอน ใชHardwareB Broadband B  ] ไมมีขอจำกัด เรื่องระยะทาง การควบคุม การแบงความถี่ ราคาถูก เทคโนโลยี ไมซับซอน ใชSoftwareB
  20. 20. 1 ส่วน10 ส่วน
  21. 21. Program Website A/V/D-material Author! maker owner Internet! Broadcast organisation host Format conversion classification Publisher Internet! Channel provider logical ordering! Cable- operator Telecom operator Distribution media! Distributer Cross Platfrom!! Users/Viewer
  22. 22. เว็บในยุคนี้จะ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเหมือนกระแสไฟฟ้า โทรทัศน์ โทรศัพท์
  23. 23. 1.Cloud Computing. คาดการวาองคกรขนาดใหญจะมีหนวยงานเฉพาะ ที่ดูแลระบบเพื่อการตัดสินใจและการจัดการ โดยใชเทคโนโลยีนี้B 2.Mobile Applications and Media Tablets. จะมีคนใชโทรศัพทและ เท็บเล็ท จำนวน1.2 พันลาน จนเปนเรื่องปกติB 3.Social Communications and Collaboration.จะมีการใชสื่อเครือขาย สังคมในการสื่อสาร และการรวมมือกันB 4.Video.  วิดีโอจะเปลี่ยนรูปแบบไป เปนการสื่อสารดวยวิดีโอ สื่อรูปแบบ วิดีโอจะกลายเปนสื่อมาตรฐานที่มีผูใชมากที่สุดB 5.Next Generation Analytics. ระบบวิเคราะหระดับสูงที่ชวยจำลอง เหตุการณเพื่อทำนายอนาคตไดแมนยำขึ้น การตัดสินใจจะเปลี่ยนไป ขึ้น อยูกับการวิเคราะหขอมูลที่ไดจากการเชื่อมตอทันที B Gartner B
  24. 24. 6.Social Analytics. การเปรียบเทียบ วิเคราะห แปลความหมายของ ปฏิสัมพันธและความสัมพันธระหวางบุคคล โดยใชลักษณะทางสังคมB 7.Context-Aware Computing ขอมูลจากผูใช สิ่งแวดลอมการสื่อสาร ถูกจัด เก็บและนำมาใชเพิ่มประสิทธิภาพ ระบบจะประเมินความตองการลูกคาและ ตอบสนองอยางเหมาะสมและเฉพาะเจาะจงสำหรับแตละคน B 8.Storage Class Memory. การพัฒนาไปอีกขั้นของหนวยความจำ ซึ่งมีการ พัฒนาดานการจัดเก็บขอมูล เปนชั้นสืบคนงายB 9.Ubiquitous Computing. คอมพิวเตอรแพรหลาย จะฝงตัวในระบบตางๆ การสื่อสาร เครือขายจะครอบคลุม และใชในการบริหารจัดการแบบรวมศูนยB 10.Fabric-Based Infrastructure and Computers. การประมวลผลรวมกัน ระหวางตัวประมวลผลที่แยกสวนแบบ Blockและเชื่อมตอกันในรูปแบบ โครงสรางเหมือนผืนผาB Gartner B
  25. 25. รูปแบบการสื่อสารกับการเรียน การสอน Teacher! Media! Message! Student! Method!
  26. 26. รูปแบบการสื่อสารกับการเรียนรู! Field of Experience! Field of Experience!Sender! Encoder! Signal! Decode! Receiver! Noise! แชรมม! 30!
  27. 27.  สื่อและกระบวนการผลิตสื่อการสอน- การสงผานสารสนเทศและสื่อการสอน- สื่อการศึกษาหลัก- กระบวนการผลิตB สื่อการศึกษาB สื่อเสริม- ผูเรียน- ผูสอน- ชองทางการสื่อสาร- กิจกรรมการ  การสื่อสารและ-  ลักษณะผูเรียนและ- เรียน / ขอมูล ปฏิสัมพันธทางการเรียน- พฤติกรรมการเรียน - ปอนกลับ- การประเมินผล-  การวัดและการประเมินผล- ระบบการสงผานสารสนเทศและการสื่อสาร- อนุชัย ธีรเรืองไชยศรี, 2552/
  28. 28. Dynamic (Flexible) Virtual Classroom Sharable Content Complex ContentSimple Content Web Page Presentation Kiosk eBook CMI, CBT Print Media Static
  29. 29.   ตัวอักษร!  ภาพนิ่ง!  ภาพเคลื่อนไหว!  เสียง! ตัวอักษร ภาพนิ่ง  วีดิทัศน! วิดีโอ เสียง ภาพ เคลื่อนไหว
  30. 30. Formative T T T T Summative-- Analysis- Design - Development- Implementation- Evaluation-
  31. 31. ROGERS & SHOEMAKER! 2.5%! 13%! 34%! 34%! 16%! นวัตกร ผู้รับเร็วผู้รับค่อนข้างเร็้รับค่อนข้างช้า ผู ว ผู้ล้าหลังINNOVATORS! EARLY! EARLY! LATE! LAGGARDS! ADOPTERS! MAJORITY! MAJORITY!
  32. 32. Ubiquitous ! Blended Learning! !
  33. 33.  กำหนดเกณฑในการประเมิน เปนการกำหนดรายละเอียดในการใหคะแนนผล งานวาผูเรียนทำอะไรไดสำเร็จ หรือ วามีระดับความสำเร็จในระดับใด คือ มีผล งานเปนอยางไร        B การใหคะแนนอาจจะใหเปนภาพรวม หรือ แยกเปนรายได ใหสอดคลองกับงาน และจุดประสงคการเรียนรู B การใช Rubric Score เขามาชวยในการประเมินผลงานB
  34. 34. ! เชาวเลิศ เลิศชโลฬาร, วรสรวง ดวงจินดา (2554) ดวิธีสอนออนไลน์สําหรับบุคลากรในสถาบันการศึกษา, โครงการมหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย
  35. 35. ! เชาวเลิศ เลิศชโลฬาร, วรสรวง ดวงจินดา (2554) ดวิธีสอนออนไลน์สําหรับบุคลากรในสถาบันการศึกษา, โครงการมหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย
  36. 36. Evaluation Create Synthesis Evaluate Analysis Analyze Application ApplyComprehension Understand Knowledge Remember1956 - Original 2001 - Revised
  37. 37. วรสรวง ดวงจินดา (2554)
  38. 38. วรสรวง ดวงจินดา (2554)
  39. 39. ClassicalB OperantB เนนสิ่งเราB เนนทักษะการปฎิบัตBิ ThorndikeBPavlov นำสิ่งเราที่เปน CS UCS มา การเรียนรูเกิดจากการลองผิดลองถูก รวมกัน เปนการเสริมแรงตาม S-R คูใดเกิดการเสริมแรงจะทำให ธรรมชาติB เกิดความชื่อมโยงกันB Skinner B WatsonB การเรียนรูเกิดจากการกระทำและการเรียนรูเกิดจากความใกลชิดของ หากไดรับการเสริมแรง จะทำใหเกิด สิงเรากับการตอบสนองB พฤติกรรมนั้นอีกB
  40. 40. ความรู้เกี่ยวกับ งานหรือภาระ การรู้คิดของ กิจที่จะต้อง ตนเอง เรียนรู้ ประสพการณ์จําเป็นต่อความรู้ ยุทธศาสตร์เกี่ยวกับการรู้คิด ของตนเอง
  41. 41. สถานการณปญหาB ProblemB รูปแบบสิ่งแวดลอมการเรียนรู-ฐานการชวยเหลือB ผูเรียนB แหลงทรัพยากรB การเรียนรูB ตามแนวคอนสตรัคติวิสต- ScaffoldingB ผูเรียนB ผูเรียนB ResourceB ที่สงเสริมทีมเรียนรูเสมือนจริง ผูเรียนB ผูเรียนB ศูนยสงเสริมB ศูนยผูรูใหคำแนะนำB ทีมเรียนรูเสมือนจริงB CoachingB Virtual Team LearningB ดร.รัฐสาน์ เลาหสุรโยธิน
  42. 42. SYNECTICS via Virtual Classroomรูปแบบห้องเรียนเสมือนโดยใช้การเรียนรู้ร่วมกันและการเรียนการสอนแบบซินเนคติกส์เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของนักศึกษาครู
  43. 43.   1) เส้นทางผู้สอน (Instructor Pathway)  2) เส้นทางหลักสูตร (Curriculum Pathway)   3) เส้นทางผู้เรียน (Student Pathway)
  44. 44.   ระดับที่ 1 : E-learning Knowledge Database   ระดับที่ 2 : E-learning enhanced course   ระดับที่ 3 : E-learning hybrid course   ระดับที่ 4 : E-learning based course
  45. 45. เนื้อหาที่ชัดเจน/การเรียนที่มีปฏิสัมพันธ์ เชื่อมโยงง่าย สร้างบรรยากาศการเรียนรู้www.ThaiCyberU.go.th Thailand Cyber University Project
  46. 46. เรียน กิจกรรม สื่อสาร เพิ่ม เตรียม -กระดาน -Bulletin-การเข้าใช้งาน link -โฟลเดอร์ สนทนา Board( log in) ภายนอก-โฟลเดอร์ข้อมูล เนื้อหา -กระดานข่าว -กระดาน -สื่อการสอน -การสนทนา สนทนาผู้เรียน -e-mail-โปรแกรมเก็บ แบบดิจิตอล แบบทันทีทันใด (chat) -videoสถิติการเข้าเรียน ฯลฯ ฯลฯ conferenceการใช้งานจาก ฯลฯระบบฯลฯ
  47. 47.   เปนวิธีการสอนวิธีหนึ่งในการสอนกลุมยอย (small group teaching) ที่เนนการแลก เปลี่ยนความคิดระหวางผูเรียน การมีสวนรวมของผูเรียน และสงเสริมผูเรียนใหตื่นตัวใน การเรียนรู (active learning) ขณะทีผูสอนเปนผูสนับสนุนกระบวนการเรียนรูB ่Bองคประกอบที่แตกตาง… ขอดีB  Keep Log ทุกขอความการอภิปรายเก็บในระบบ อานยอนหลังได (ผูรวมอภิปรายตาม ประเด็นไดทันทุกคน ผูสอนใชประเมินผลการทำงานกลุมและการเรียนรูได)B  Equally and Whole สมาชิกมีสิทธิเทาเทียมในการอภิปราย และทุกคนไดอภิปรายทั่ว ถึงB  Any place / Any Time สมาชิกกลุมจะอยูที่ใด และเวลาแตกตางอยางไร ก็เขารวมการ สอนแบบอภิปรายไดB  Multimedia / Rich resources ใชสื่อรวมในการอภิปรายไดกวางขวางB
  48. 48. 1.  เป็นคําถามปลายเปิด (ไม่ใช่คําถามปลายปิด ที่ตอบจาก ข้อเท็จจริงได้ทันที)2.  เป็นคําถามที่กระตุ้นให้คิด (ทําไม ? อย่างไร ? ไม่ใช่ ใคร ? อะไร ? ที่ไหน ?)3.  เป็นคําถามที่ถามความเข้าใจ (interpretive question) ไม่ใช่ความจํา ผู้เรียนต้องทําความเข้าใจ ตีความหมาย และแสดงความคิดเห็นของตนเอง4.  เป็นคําถามที่ให้ประเมิน (evaluative question) ไม่ใช่ตัดสิน ผู้เรียนต้องอ้างอิงข้อมูล/เหตุผลประกอบการประเมิน ต้องช่วยกัน ประเมินในทุกทั้งด้าน
  49. 49.  Groupmail (สําหรับการอภิปราย) Webboard (สําหรับการอภิปราย) Chat (Text / Voice / Video) (สําหรับ การทําความเข้าใจในประเด็นที่แตกต่าง สําหรับการ สรุปการอภิปราย) Wiki (สําหรับการช่วยกันสรุปรายงานการอภิปราย) Poll (สําหรับการลงคะแนนเสียง หากมีความคิดเห็น แตกต่างกันชัดเจน) Web 2.0 Tools (Secondlife /
  50. 50.   1. จัดกลุมแนะนำสมาชิก-  2. กำหนดวัตถุประสงค-  3. ศึกษาปญหาที่ไดรับ ขยายรายละเอียดของปญหา-  4. กำหนดประเด็น ประเด็นในการเรียนรู-  5. กำหนดวัตถุประสงคของแผนดำเนินการ-  6. ทำความตกลงกันในเรื่องของ ขอมูลที่จะไดรับ-  7. กำหนดแหลงเรียนรู-  8. รวบรวมความรูที่ไดมาจากการคนควาสรางการเรียนรูดวยตนเอง-  9. ทำความเขาใจซ้ำอีกกับความรูที่ไดรับใหม-  10. เลือกวิธีในการแกปญหา/ นำเสนอวิธีการแกปญหา-  11. การประเมินผล-
  51. 51. Constructionism Constructivism Progre ss Experi ive Educatio ential Cooperativ “belief Learni n e Learning of LIF ng LEAR E LONG NING ”B Project Based LearningInquiry mind | Thinking process | Problem solving skill-
  52. 52. E-Project Based Learning : the steps-ขั้นที่ 1 การเต ผู้สอนจัดเตรียมขอบเขตของโครงการ แหล่งข้อมูล และคําถามนํา โดยสามารถนํรียม เสนอได้ในหลากหลายรูปแบบเช่น text, video clip, หรือ online newsBความพร้อมBขั้นที่ 2 ผู้เรียนศึกษาขอบเขตโครงการ แหล่งข้อมูล ตลอดจนค้นหาแหล่งข้อมูลจากเว็บไซต์กําหนดหัวข้อ B ต่างๆ และแลกเปลี่ยนข้อมูลกับสมาชิกในกลุ่มเพื่อพยายามตอบคําถามนําที่ผู้สอน ได้ตั้งไว้ ผ่านเครื่องมือติดต่อสื่อสารแบบไม่ประสานเวลาต่างๆ เช่น group discussion board, wiki หรือเครื่องมือติดต่อสื่อสารแบบประสานเวลาต่างๆ เช่น chat, web conference แล้วกําหนดหัวข้อโครงการของกลุ่มBขั้นที่ 3 เมื่อผู้สอนได้เห็นชอบกับหัวข้อที่กลุ่มของตนได้นําเสนอแล้ว ผู้เรียนในแต่ละกลุ่มวางแผน วางแผนการจัดทําโครงการ โดยระบุกิจกรรมในแต่ละขั้นตอนและตารางการดําเนินโครงการB การ ตลอดจนกําหนดบทบาทหน้าที่ของสมาชิกในกลุ่มให้ชัดเจนผ่าน synchronous/asynchronous communication ตามความสะดวกของ สมาชิกในกลุ่ม จากนั้นนําเสนอข้อสรุปแก่ผู้สอนผ่านกระดานสนทนาในรายวิชาBขั้นที่ 4 ค้นคว้า สมาชิกในกลุ่มร่วมกันค้นคว้าเพื่อให้ได้ความรู้ในการจัดทําโครงการ เช่น จากการและเตรียม สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญผ่าน Web/Video conference การค้นคว้าข้อมูลบนเว็บไซต์การนําเสนอ B การทํา online survey ตลอดจนการสังเกตหรือการลงพื้นที่จริง จากนั้นจึงแลก เปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ใหม่กับสมาชิกในกลุ่มซึ่งสามารถทําได้ทั้งแบบ ประสานเวลาและไม่ประสานเวลาตามความสะดวกของสมาชิกในกลุ่ม และจัดทํา group blog เพื่อบันทึกการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการสร้างความรู้ใหม่ของ กลุ่ม Bขั้นที่ 5 นํา ผู้เรียนจัดทํารายงานและเตรียมการนําเสนอที่แสดงให้เห็นถึงผลของกิจกรรมของ
  53. 53. Learner Simulation/game act react Learner learns must hold a discussion during and/or after
  54. 54. Game eLearning Edutainment Simulationoffline online
  55. 55. What students do ทําความเข้าใจกับสถานการณ์ วิเคราะห์ปัญหา เสนอทางแก้ปัญหา ตัดสินใจ สะท้อนคิดจากผลของทางเลือก
  56. 56. What teachers do: เตรียมกรณีศึกษา มุมมองที่หลากหลายต่อปัญหา ทางแก้ปัญหาที่หลากหลาย ทฤษฎี และตัวอย่างจริงที่เกี่ยวข้อง ข้อเสนอแนะต่อวิธีการแก้ปัญหา
  57. 57.  ด้านกายภาพ,ในห้องเรียนจริงและ ห้องเรียนออนไลน์ ด้านจิตภาพ ด้านสังคม
  58. 58. Smart ClassroomB
  59. 59. SCORM (Sharable Content Object Reference Model) คือ ! มาตรฐานทางเทคนิคของบทเรียนที่จะนำกลับมาใชใหม พัฒนา! โดย ADL (Advance Distribution Lab) ซึ่งรวมเอามาตรฐานที่ที่ดีจากหลายองคกรมาสรางเปน มาตรฐาน SCORM ซึ่งในปจจุบันเปนรุน ! SCORM 2004 3rd Edition!! ทั้งบทเรียน (Learning Object) และระบบจัดการเรียนรู ! (LMS – Learning Management System) จะตองไดรับการ!! พัฒนาตามมาตรฐานเทคนิคเดียวกัน (ในที่นี้คือ SCORM) จึงจะสามารถทำงานรวมกัน! ได !! บทเรียน (Learning Object) ตามมาตรฐาน SCORM จะ! นำไปใชใหมในระบบจัดการความรู (LMS) ใดๆที่เปนไปตาม! มาตรฐาน SCORM ได!
  60. 60. ดานกลยุทธ/วิธีการสอน (Pedagogical)B ดานเทคโนโลยีที่ใช (Technological)B ดานการออกแบบสวนปฏิสัมพันธ (Interface Design)B ดานการวัดและประเมินผล (Evaluation)B ดานการบริหารจัดการ (Management)B ดานทรัพยากรที่สนับสนุน (Resource Support)B ดานจริยธรรมในอีเลิรนนิ่ง (Ethical)B ดานองคกร/หนวยงาน (Institutional)B
  61. 61. U-Learning =e-Learning + m-Learningคุณลักษณะของ u-LearningB1.Permanency มีความคงทน ถาวร ขอมูลจะอยูจนกวาจะลบไปB2.Immediacy มีความรวดเร็วในการแสดงผลB3.Interactivity มีปฎิสัมพันธ ระหวาง ผูเรียน ผูสอน และสื่อการสอนB4.Awareness มีความตระหนักในโลกของความเปนจริงBBBSaadiah yahya et al.,2010 อางถึงใน ศยามน อินสะอาด SUTe-Training 2553B
  62. 62.   http://www.learnforplearn.com
  63. 63. การเรียนบน อุปกรณอิเลคทรอนิกสเคลื่อนที่ ในปจจุบันมีอยูอยางมากมากมายBทั้ง การติดตอสื่อสาร,อุปกรณเคลื่อนที่,ขนาดหนาจอ,รูปแบบการใชงานBเทคโนโลยีที่โดดเดนในการนำมาประยุกตใชไดแกBB1.Application มีการพัฒนาอยางตอเนื่อง ไมแตกตางกับเครื่องคอมพิวเตอรB2.QR-Code สามารถนามาประยุกตกับ VE ไดงายB3.Augmented Reality ปฎิสัมพันธ ระหวาง ผูใชกับขอมูลบนเว็บไซตซึ่งเปนBBพันทิพา อมรฤทธิ์ โครงการ SUTe-Training 2553B
  64. 64. 1. Blended LearningB 2. HybridB 3. Web-EnhancedB 4. IntegratedB 5. Multi-Method Learning or Mixed ModelB 6. Flexibility LearningB
  65. 65. 1.การจัดการเรียนการสอนแบบเผชิญหนา(Face to Face)รวมกับการจัดการเรียนผาน บทเรียนออนไลน (e-Learning)B 2.การผสมผสานทฤษฎีการสอน(Mixing Theories of Learning)B             -  ทฤษฎีการเรียนรูกลุมพฤติกรรมนิยม(Behaviorism)B             -  ทฤษฏีการเรียนรูกลุมพุทธิปญญา(Cognitivism)B             -   ทฤษฎีการเรียนรูกลุมคอนสตรัคติวิสต(Constructivism)   B           เปนการผสมผสานระบบการเรียนรู(Learning Systems)B  3.การผสมผสานการใชสื่อตางๆเพื่อการเรียนรู (Multimedia)B 4.การผสมผสานกันระหวางการเรียนการสอนและการทำงานเขาดวยกัน (Work place B Learning)B   Driscoll(2002),
  66. 66. องคประกอบออฟไลน T T Tองคประกอบออนไลน-- 1.  การเรียนในหองเรียน T Tเนื้อหาการเรียนบนเครือขาย- 2.  ผูสอนผูสอน T T Tผูชวยเหลือ พี่เลี้ยง- 3.  หองเรียนเดิม T T Tการเรียนรูรวมกัน- 4.  สื่อสิ่งพิมพ T T Tการจัดการความรูออนไลน- 5.  สื่ออิเลคทรอนิกส T Tเว็บไซต- 6.  สื่อวิทยุ โทรทัศน T Tการเรียนผานอุปกรณเคลื่อนที-่- Thorne,K. 2003 อ้างถึงใน ปณิตา วรรณพิรุณ 2012-
  67. 67. ลักษณะการใช เปนการทดแทนในบางเนื้อหา Complement หรือเปนการใชการเรียนแบบผสมผสาน เนื้อหาในการเรียนการสอนจะถูกจัดไวบนเว็บไซตบางสวน นศ.จะตองเขาเว็บไซตเพื่อเรียนรูบางเนื้อหาดวยตนเองBBขอดี เปนการผสมผสานระหวาง หองเรียนกับบนเว็บไซตB เปนการผสมผสาน ระหวางประสานเวลากับไมประสานเวลา B เนนครูและผู้เรียนเปนศูนยกลางในการเรียน BBขอจำกัด ครูผูสอนจะตองมีเวลาใหมากขึ้นB นักเรียนจะตองเขาถึงสื่อได BB B B (Blended Learning Ratio)Sloan. 2009
  68. 68. New Media หรือสื่อนฤมิต เปนสื่อที่เกิดจากการสรางสรรคการใชงานกับBเทคโนโลยีคอมพิวเตอร ซึ่งบางสวนสามารถโตตอบกับผูใชงานได และมักจะอยูBในรูปแบบของ ขอมูลดิจิทัล โดยมีรูปแบบของการติดตอสื่อสาร ทั้งของบุคคลและBสื่อที่ถูกแปลง โดยการใชเทคโนโลยีอยางสรางสรรค เพื่อใหเกิดการสะทอนกลับB หรือการดำเนินการ B ]การนำเสนอรายการจะเปลี่ยนไป การที่จะเลือกรับอะไร ไมใชคนใหขอมูลBเปนคนให แตตัวผูชมเองจะเปนคนเลือกวาจะดึงมาอยางไร จากไหนและเผยแพรBตออยางไรBอรรคเดช โสสองชั้น SUTe-Training 2553B
  69. 69. Internet
  70. 70. Innovative Mind Set EnvironmentDissemination System! Tools! เครื่องมือที่เปนสภาพ เครื่องมือในการนำ Application แวดลอมในการเรียน เสนอเนื้อหา ขอมูล Ofขาวสาร ความรู ในรูป แบบตางๆ Tech. Assessment Tools! Communication เครื่องมือในการ Tools! ตรวจ ประเมินความเครื่องมือสำหรับการติดตอสื่อสาร รู ความเขาใจของผู Discovery tools เรียน เครื่องมือที่รองรับใหผูเรียนได ลงมือปฏิบัติModified from Anuchai Theeraroungchaisri (TCU: 2009)
  71. 71. 1.  การสอนแบบ A เป็นแบบที่ใช้ความเป็นมนุษย์ต่ํา และ ใช้เทคโนโลยีต่ํา ผู้สอนไม่สามารถจะสร้าง มนุษยสัมพันธ์กับผู้เรียนแต่ละคนได้ การสอนแบบนี้ พบได้ในการเรียนที่มีผู้เรียนจํานวนมาก และใช้ เทคโนโลยีพื้นฐาน เช่นการบรรยายในห้องเรียนขนาด ใหญ่2.  การสอนแบบ B เป็นแบบที่ใช้ความเป็นมนุษย์ต่ํา แต่ใช้ เทคโนโลยีสูง การสอนแบบนี้มีการออกแบบการสอน สําหรับการเรียนทางไกล ที่ต้องใช้เทคโนโลยีสูง เช่น มี การใช้ E-learning 3.  การสอนแบบ C เป็นแบบที่ใช้ความเป็นมนุษย์สูงและ ใช้เทคโนโลยีสูง การสอนแบบนี้จะเป็นการสอนใน ห้องเรียนขนาดเล็ก มีผู้เรียนประมาณ 10 คน มีความ สัมพันธ์ระหว่างผู้สอนกับผู้เรียนมาก4.  การสอนแบบ D เป็นแบบที่ใช้ความเป็นมนุษย์สูง แต่ ใช้เทคโนโลยีต่ํา การออกแบบการสอนแบบนี้เหมาะ กับการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา
  72. 72. ! !การจัดการเรียน สื่อจะเปนอยางไร!การสอนในอนาคต! E-Learning!อุปกรณจะเปน การสื่อสารจะเปนอยางไร! ลักษณะใด!
  73. 73. ! ! “อยาคิด จะครอบครองเทคโนโลยี!แตจงคิดที่จะอยูกับเทคโนโลยีและนำมาใชกับงานของเรา”! surapon@hotmail.com!
  74. 74. B ] เทคโนโลยีชั้นสูงนี้ คนสวนมาก เดี๋ยวนี้ก็เขาใจ วามีโทรทัศน มี ดาวเทียม มีเครื่องคอมพิวเตอร. แตวาเครื่องเหลานี้ หรือสิ่งเหลานี้เปนสิ่งที่ ไมมีชีวิต ดูรูปรางทาทางเหมือนมีชีวิต แตอาจจะไมมีชีวิต มีสีก็มีสีได แตวา ไมมีสัน. คือสีสันนั่นรวมแลวมันครบถวน และยังไมครบ ยังไมมีจิตใจ.  อาจจะทำใหคนที่มีจิตใจออนเปลี่ยนเปนคนละคนก็ได แตวาที่จะอบรมโดย ใชสื่อที่กาวหนาที่มีเทคโนโลยีสูงนี่ยากที่สุด ที่จะอบรมบมนิสัยดวยเครื่อง เหลานี้ ฉะนั้นไมมีอะไร แทนคนสอนคน B
  75. 75.   1. ดร.ปรัชญนันท นิลสุข http://www.prachyanun.com- 2.. กาญจนา แกวเทพ สื่อสารมวลชนทฤษฎีและแนวทางการศึกษา- 3. การบริหารคนยุคหลังการจัดการความรู โดย วีระ กุลเพ็ง - 4. นพ.ประเวช วะสี- 5. www.drpaitoon.com- 6. http://www.it.coj.go.th/download/document/activies/december10/December-2010- Network-1.pdf- 7.ปณิตา วรรณพิรุณ.2554 วารสารการอาชีวะและเทคนิคศึกษา ปที่ 1ฉบับที่ 2B 8. รศ.ดร.รสสุคนธ มกรมณี คณะครุศาสตร มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาB  B -
  76. 76. ประเทศไทยมีประชากร (ธ.ค. 2553) 67.4 ลานคน ชาย 33.1 หญิง 34.3฀ลานคน คนที่ใชอินเทอรเน็ตประจำ มักจะถาม กูเกิ้ลกอนถามคนขางๆตัว ในแตละวันผูชายจะพูดประมาณ 2.000 คำตอวัน แต ผูหญิงจะพูดมากถึง 7.000 คำตอวัน ปกติคนเราจะพูดประมาณ 120 คำตอนาที และวันนี้ ผมพูดไป สอง ชม.(180 x 120=21,600 คำ) เกินกำหนดแลว
  77. 77.   โครงการ อบรมอาจารย์ใหม่สายวิชาการและ อาจารย์ทุนศึกษาต่อต่างประเทศ  นักวิชาการ ทุกท่านที่ได้เผยแพร่ผลงานวิชาการ  เวลา ที่ทําให้ได้งานใหม่ๆขึ้นมา

×